<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ภาวะโลกร้อน | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Tue, 06 Jun 2023 02:50:32 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>ภาวะโลกร้อน | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>บางจาก รณรงค์วันสิ่งแวดล้อมโลก แจกข้าวสุพรรณบุรีสมนาคุณลูกค้า ตั้งแต่วันที่ 5-30 มิ.ย. นี้</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/bangchak-environment-day-2023/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/bangchak-environment-day-2023/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rachanon M.]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 06 Jun 2023 02:38:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าวสาร]]></category>
		<category><![CDATA[บางจาก]]></category>
		<category><![CDATA[ปั๊มบางจาก]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวะโลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[วันสิ่งแวดล้อมโลก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=27200</guid>

					<description><![CDATA[<p>บางจากฯ ส่ง ‘ข้าวลดโลกร้อน’ สมนาคุณลูกค้า เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก ร่วมรณรงค์ถึงผลกระทบของภาวะโลกร้อนและนำเสนอทางเลือกในการบริโภค นายสมชัย เตชะวณิช ประธานเจ้าหน้าที่การตลาด กลุ่มธุรกิจการตลาด บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) รับมอบ “ข้าวลดโลกร้อน” จำนวน 40 ตัน ที่บางจากฯ รับซื้อจากวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่เกษตรสมัยใหม่ตำบลเดิมบาง จังหวัดสุพรรณบุรี ผ่านบริษัท ออมสุขวิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด เพื่อนำมาเป็นสินค้าสมนาคุณแก่ลูกค้าสถานีบริการบางจากที่ร่วมรายการ ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ตั้งแต่วันที่&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/bangchak-environment-day-2023/">บางจาก รณรงค์วันสิ่งแวดล้อมโลก แจกข้าวสุพรรณบุรีสมนาคุณลูกค้า ตั้งแต่วันที่ 5-30 มิ.ย. นี้</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บางจากฯ ส่ง ‘ข้าวลดโลกร้อน’ สมนาคุณลูกค้า เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก ร่วมรณรงค์ถึงผลกระทบของภาวะโลกร้อนและนำเสนอทางเลือกในการบริโภค</strong><span id="more-27200"></span></p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27202" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/บางจากข้าวลดโลกร้อน-01.png" alt="บางจากข้าวลดโลกร้อน " width="750" height="498" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/บางจากข้าวลดโลกร้อน-01.png 801w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/บางจากข้าวลดโลกร้อน-01-300x199.png 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/บางจากข้าวลดโลกร้อน-01-768x510.png 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/บางจากข้าวลดโลกร้อน-01-150x100.png 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/บางจากข้าวลดโลกร้อน-01-500x332.png 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>นายสมชัย เตชะวณิช ประธานเจ้าหน้าที่การตลาด กลุ่มธุรกิจการตลาด บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) รับมอบ “ข้าวลดโลกร้อน” จำนวน 40 ตัน ที่บางจากฯ รับซื้อจากวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่เกษตรสมัยใหม่ตำบลเดิมบาง จังหวัดสุพรรณบุรี ผ่านบริษัท ออมสุขวิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด เพื่อนำมาเป็นสินค้าสมนาคุณแก่ลูกค้าสถานีบริการบางจากที่ร่วมรายการ ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ตั้งแต่วันที่ 5-30 มิถุนายน 2566 (หรือจนกว่าสินค้าจะหมด)</p>
<p>เนื่องในโอกาสวันสิ่งแวดล้อมโลก (5 มิถุนายน) จากผู้แทนเกษตรกรจากวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่เกษตรสมัยใหม่ตำบลเดิมบาง จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมี นายพีรพันธ์ คอทอง รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดร.แบนท์ คริสเตียนเซน ที่ปรึกษาทูตฝ่ายอาหารและการเกษตร ในฐานะผู้แทนเอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย นายชิษณุชา บุดดาบุญ รองอธิบดีกรมการข้าว นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดี กรมส่งเสริมการเกษตร ดร. นานา คึนเคล ผู้อำนวยการกลุ่มโครงการด้านการเกษตรและอาหาร องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ Thailand) และ มิสเตอร์โอเล่ เฮนริกเซน ผู้อำนวยการโครงการ ไทยไรซ์ นามา (Thai Rice NAMA) พร้อมด้วย นางกลอยตา ณ ถลาง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานสื่อสารองค์กรและกิจการเพื่อความยั่งยืน บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในฐานะกรรมการ บริษัท ออมสุขวิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด ร่วมเป็นเกียรติ ในการส่งมอบและสนับสนุนการรณรงค์ในครั้งนี้</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-27203" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/บางจากข้าวลดโลกร้อน-04.png" alt="บางจากข้าวลดโลกร้อน" width="750" height="499" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/บางจากข้าวลดโลกร้อน-04.png 798w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/บางจากข้าวลดโลกร้อน-04-300x200.png 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/บางจากข้าวลดโลกร้อน-04-768x511.png 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/บางจากข้าวลดโลกร้อน-04-150x100.png 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/บางจากข้าวลดโลกร้อน-04-500x333.png 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>“บางจากฯ ให้ความสำคัญกับการสร้างช่องทางการตลาดให้กับผลิตภัณฑ์ชุมชนมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2541 เป็นต้นมา โดยคัดสรรผลผลิตจากเกษตรกร และผลิตภัณฑ์แปรรูปที่ผลิตโดยกลุ่มชุมชนเพื่อนำมาเป็นของสมนาคุณลูกค้า ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นในการนำผลิตภัณฑ์ชุมชนมาเป็นสื่อกลางเชื่อมโยงระหว่างผู้ผลิตสู่ผู้บริโภค เพื่อสนับสนุนพี่น้องเกษตรกรไทย และสำหรับผลผลิตข้าวลดโลกร้อนในครั้งนี้ยังเป็นการ ช่วยรณรงค์เรื่องสภาวะโลกร้อนได้อีกทางหนึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องช่วยกันคนละไม้คนละมือ” นายสมชัยกล่าว</p>
<p>ข้าวลดโลกร้อน เป็นตัวอย่างที่สะท้อนผลสำเร็จของการปรับเปลี่ยนมุมมองและวิถีการทำนาแบบใหม่ของวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่เกษตรสมัยใหม่ ซึ่งได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้การทำนาแบบเปียกสลับแห้ง ในโครงการไทยไรซ์ นามา (Thai Rice NAMA – Nationally Appropriate Mitigation Action) ภายใต้ความร่วมมือหลักระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน ประจำประเทศไทย (GIZ Thailand) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-27204" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/บางจากข้าวลดโลกร้อน-03.png" alt="บางจากข้าวลดโลกร้อน " width="750" height="498" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/บางจากข้าวลดโลกร้อน-03.png 798w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/บางจากข้าวลดโลกร้อน-03-300x199.png 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/บางจากข้าวลดโลกร้อน-03-768x510.png 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/บางจากข้าวลดโลกร้อน-03-150x100.png 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/บางจากข้าวลดโลกร้อน-03-500x332.png 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>กระบวนการผลิตข้าวรูปแบบใหม่ของชาวนา ใช้ 4 เทคโนโลยีเข้ามาช่วยลดต้นทุน คือ 1) การปรับพื้นที่นาด้วยเลเซอร์ให้เรียบเสมอกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูก 2) การจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้ง 3) การใช้ปุ๋ยในปริมาณที่เหมาะสม และ 4) การจัดการฟางและตอซังด้วยน้ำหมักแทนการเผา สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและช่วยลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่สำคัญ คือ ก๊าซมีเทน และก๊าซไนตรัสออกไซด์ที่ปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศ จากการวิจัยและติดตามผลของโครงการ ไทยไรซ์ นามา (Thai Rice NAMA) พบว่า การทำนาแบบเปียกสลับแห้ง ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้ราว 30% เทียบกับวิธีทำนาปกติ จึงเรียกว่า “นาข้าวลดโลกร้อน” ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการบริโภคที่จะช่วยบรรเทาภาวะโลกร้อน ซึ่งกำลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อทุกภาคส่วน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27205" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/บางจากข้าวลดโลกร้อน-02.png" alt="บางจากข้าวลดโลกร้อน " width="750" height="499" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/บางจากข้าวลดโลกร้อน-02.png 797w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/บางจากข้าวลดโลกร้อน-02-300x199.png 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/บางจากข้าวลดโลกร้อน-02-768x511.png 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/บางจากข้าวลดโลกร้อน-02-150x100.png 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/บางจากข้าวลดโลกร้อน-02-500x332.png 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/bangchak-environment-day-2023/">บางจาก รณรงค์วันสิ่งแวดล้อมโลก แจกข้าวสุพรรณบุรีสมนาคุณลูกค้า ตั้งแต่วันที่ 5-30 มิ.ย. นี้</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/bangchak-environment-day-2023/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) และภาวะโลกร้อน (Global Warming) ความหมาย สาเหตุ และผลกระทบ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/climate-change-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0-global-warming-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/climate-change-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0-global-warming-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 01 Dec 2021 01:30:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Focus]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[Global Warming]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาโลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[ผลกระทบภาวะโลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวะเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวะโลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวะโลกร้อนเกิดจาก]]></category>
		<category><![CDATA[สภาพอากาศสุดขั้ว]]></category>
		<category><![CDATA[สาเหตุการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[สาเหตุโลกร้อน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=19985</guid>

					<description><![CDATA[<p>การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) หมายถึง การเปลี่ยนแปลงระยะยาวของรูปแบบสภาพอากาศในพื้นที่หนึ่ง ซึ่งคงอยู่เป็นเวลานับทศวรรษหรือยาวนานกว่านั้น โดยอาจมีสาเหตุหลายประการสำหรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือเกิดจาก ภาวะโลกร้อน (Global Warming) จากการเพิ่มความเข้มข้นของก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gas หรือ GHG) ในบรรยากาศที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมของมนุษย์ การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกกำลังเปลี่ยนแปลงรูปแบบสภาพอากาศอื่น ๆ อีกหลายประการ อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นทำให้เกิดภาวะโลกร้อน ส่งผลทำให้มวลน้ำแข็งละลายและการระเหยเพิ่มขึ้น สิ่งเหล่านี้ส่งผลกระทบทางกายภาพหลายประการเช่น การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล ความแปรปรวนที่เพิ่มขึ้นของรูปแบบสภาพอากาศ และเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพเหล่านี้เป็นผลอันเนื่องมาจากภาวะโลกร้อนกำลังปรากฏให้เห็น และส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของสัตว์ต่าง ๆ รวมถึงมนุษย์&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/climate-change-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0-global-warming-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/">การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) และภาวะโลกร้อน (Global Warming) ความหมาย สาเหตุ และผลกระทบ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) หมายถึง การเปลี่ยนแปลงระยะยาวของรูปแบบสภาพอากาศในพื้นที่หนึ่ง ซึ่งคงอยู่เป็นเวลานับทศวรรษหรือยาวนานกว่านั้น โดยอาจมีสาเหตุหลายประการสำหรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือเกิดจาก ภาวะโลกร้อน (Global Warming) จากการเพิ่มความเข้มข้นของก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gas หรือ GHG) ในบรรยากาศที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมของมนุษย์</strong><span id="more-19985"></span></p>
<p>การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกกำลังเปลี่ยนแปลงรูปแบบสภาพอากาศอื่น ๆ อีกหลายประการ อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นทำให้เกิดภาวะโลกร้อน ส่งผลทำให้มวลน้ำแข็งละลายและการระเหยเพิ่มขึ้น สิ่งเหล่านี้ส่งผลกระทบทางกายภาพหลายประการเช่น การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล ความแปรปรวนที่เพิ่มขึ้นของรูปแบบสภาพอากาศ และเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพเหล่านี้เป็นผลอันเนื่องมาจากภาวะโลกร้อนกำลังปรากฏให้เห็น และส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของสัตว์ต่าง ๆ รวมถึงมนุษย์ นอกจากนี้ อุณหภูมิที่สูงขึ้นนี้ส่งผลให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นและก่อให้เกิดผลกระทบที่เป็นอันตรายหลายประการต่อระบบนิเวศทางทะเล</p>
<h2>ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และภาวะโลกร้อน</h2>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>น้ำทะเลอุ่นขึ้น</strong></span>: ภาวะโลกร้อนส่งผลให้มหาสมุทรดูดซับความร้อนส่วนเกินเกือบ 90% จากอากาศโดยรอบ ทำให้น้ำทะเลอุ่นขึ้น แม้ว่าความร้อนส่วนใหญ่จะถูกดูดซับในพื้นผิว แต่เนื่องจากอัตราการให้ความร้อนเพิ่มขึ้น ความร้อนจึงเข้าถึงน้ำทะเลในระดับลึกได้ นอกจากนี้มหาสมุทรที่อุ่นขึ้นอาจนำไปสู่การเกิดพายุที่รุนแรงขึ้น และการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล ได้ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศของแนวปะการัง การเจริญเติบโตของพืชทะเล และกระทบต่อการอยู่รอดของสัตว์ทะเล</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-19993" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/glacier-iceland-slheimajkull-melting-ice-climate-change-global-warming.jpg" alt="การละลายของธารน้ำแข็งจากภาวะโลกร้อน" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/glacier-iceland-slheimajkull-melting-ice-climate-change-global-warming.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/glacier-iceland-slheimajkull-melting-ice-climate-change-global-warming-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/glacier-iceland-slheimajkull-melting-ice-climate-change-global-warming-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/glacier-iceland-slheimajkull-melting-ice-climate-change-global-warming-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>การเปลี่ยนแปลงของหิมะ น้ำแข็ง และพื้นน้ำแข็ง</strong></span>: การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิส่งผลโดยตรงต่อหิมะ น้ำแข็งในแม่น้ำและทะเลสาบ น้ำแข็งในทะเล ธารน้ำแข็ง แผ่นน้ำแข็ง และน้ำแข็งบนพื้นโลก อุณหภูมิพื้นผิวที่สูงขึ้นทำให้มวลน้ำแข็งลดลง ในการวัดมวลน้ำแข็งโดยดาวเทียมมของ NASA แสดงให้เห็นว่ามวลน้ำแข็งแอนตาร์กติกาและกรีนแลนด์กำลังลดลงในอัตราที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ธารน้ำแข็งกำลังถอยห่างออกไปเกือบทุกแห่งทั่วโลก รวมทั้งเทือกเขาแอลป์ เทือกเขาหิมาลัย เทือกเขาแอนดีส เทือกเขาร็อกกี้ อะแลสกา และแอฟริกา</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น</strong></span>: การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลมีสาเหตุหลักมาจากการละลายของแผ่นน้ำแข็งและธารน้ำแข็ง และการขยายตัวของน้ำทะเลเมื่ออุ่นขึ้น การสังเกตของดาวเทียมระบุว่าความสูงของทะเลเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในอัตราที่เร็วขึ้น การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลมีผลกระทบในทางลบต่อประชากรที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชายฝั่งทะเล และส่งผลต่อการเกิดอุทกภัยและการเพิ่มขึ้นของพายุ</p>
<h2>การเปลี่ยนแปลงรูปแบบสภาพอากาศและเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว</h2>
<p><strong>การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ</strong>นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในด้านความถี่ ความรุนแรง ขอบเขตพื้นที่ ระยะเวลา และระยะเวลาของสภาพอากาศและสภาพอากาศสุดขั้ว สภาพอากาศสุดขั้วและสภาพอากาศเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อสภาพอากาศหรือตัวแปรสภาพอากาศอยู่เหนือกว่าหรือต่ำกว่าค่าเกณฑ์ปกติของตัวแปร การเปลี่ยนแปลงของรูปแบบสภาพอากาศบางส่วน ได้แก่ จำนวนวันและคืนที่อากาศอบอุ่นเพิ่มขึ้น จำนวนวันและคืนที่หนาวเย็นลดลง ความถี่และความรุนแรงของอุณหภูมิที่ร้อนจัดในแต่ละวันเพิ่มขึ้น เหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วบางอย่าง ได้แก่ น้ำท่วม ภัยแล้ง พายุเฮอริเคน และคลื่นความร้อนที่รุนแรง ที่จะไม่เกิดขึ้นตามธรรมชาตินั้นกำลังเกิดขึ้นบ่อยครั้งขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-19989" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/cyclone-from.jpg" alt="การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่งผลให้เกิดพายุที่ใหญ่ขึ้นและรุนแรงขึ้น" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/cyclone-from.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/cyclone-from-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/cyclone-from-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/cyclone-from-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p>ตามรายงานล่าสุดจาก IPCC (Intergovernmental Panel on Climate Change) ภาวะโลกร้อนที่สูงกว่า 1.5 องศาเซลเซียสจะทำให้เกิดผลกระทบจากสภาพอากาศอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เช่น พายุที่ใหญ่ขึ้นและรุนแรงขึ้น ตามมาด้วยความแห้งแล้งที่ยืดเยื้อและยาวนานยิ่งขึ้น ฯลฯ เหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วเหล่านี้อาจเกิดขึ้นบ่อยครั้งและรุนแรงขึ้น และมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้</p>
<p>อย่างไรก็ตาม <strong>การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</strong>แตกต่างกันไปตามสถานที่ ตัวอย่างเช่นโซนขั้วโลกจะร้อนเร็วขึ้นเป็นสองเท่าของส่วนอื่น ๆ ของโลก แผ่นน้ำแข็งอาร์กติกอาจหายไปอย่างสมบูรณ์ภายในเวลาไม่กี่ทศวรรษ</p>
<h2>อะไรทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</h2>
<p>ความเข้มข้นที่เพิ่มขึ้นของก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศของโลกทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ดวงอาทิตย์เปล่งรังสีดวงอาทิตย์ซึ่งเป็นรังสีคลื่นสั้น เช่น รังสีอัลตร้าไวโอเลตและแสงสว่าง พื้นผิวโลกดูดซับรังสีดวงอาทิตย์บางส่วนและสะท้อนส่วนที่เหลือเป็นรังสีคลื่นยาว รังสีสะท้อนบางส่วนหลุดออกจากพื้นผิวโลก และมีบางส่วนถูกดูดซับไว้โดยก๊าซ เช่น คาร์บอนไดออกไซด์และมีเทน ก๊าซเหล่านี้ทำหน้าที่คล้ายกับเรือนกระจกและด้วยเหตุนี้จะเรียกว่าก๊าซเรือนกระจก</p>
<p>ก๊าซเรือนกระจกที่สำคัญที่สุดคือ คาร์บอนไดออกไซด์ ส่วนก๊าซเรือนกระจกอื่น ๆ ก็มี มีเทน ไนตรัสออกไซด์ ก๊าซฟลูออรีน ไฮโดรฟลูออโรคาร์บอน และเปอร์ฟลูออโรคาร์บอน ซึ่งผลกระทบของก๊าซเหล่านี้ต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศนั้นขึ้นอยู่กับปริมาณของก๊าซและศักยภาพในการทำให้โลกร้อน ก๊าซที่มี GWP สูงกว่าจะดูดซับความร้อนได้มากกว่า และทำให้โลกร้อนขึ้น ซึ่งความเข้มข้นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์นั้นสูงกว่าก๊าซชนิดอื่น ๆ และเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้โลกร้อนขึ้น</p>
<p>อันที่จริงภาวะก๊าซเรือนกระจกเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่ช่วยรักษาอุณหภูมิเฉลี่ยของพื้นผิวโลก (ไม่ให้หนาวเย็นจนสิ่งมีชีวิตไม่สามารถอยู่อาศัยได้) แต่ถ้าก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศมีมากเกินไป ความร้อนก็จะยิ่งสะสมมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งสิ่งนี้นำไปสู่ภาวะโลกร้อนในที่สุด ซึ่งผลที่ตามมาของภาวะโลกร้อนเป็นเรื่องที่น่ากังวลเพราะสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วจนสิ่งมีชีวิตบางชนิดไม่สามารถปรับตัวได้ ดังนั้น ภาวะโลกร้อนจึงเป็นภัยคุกคามสิ่งแวดล้อม และเสี่ยงต่อการอยู่รอดของพืช สัตว์และแม้แต่มนุษย์เอง</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-19987" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/Carbon-Dioxide.jpg" alt="ารปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศ" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/Carbon-Dioxide.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/Carbon-Dioxide-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/Carbon-Dioxide-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/Carbon-Dioxide-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><strong>ก๊าซเรือนกระจก</strong> เกิดได้ทั้งจากทางธรรมชาติและกิจกรรมของมนุษย์ การเพิ่มขึ้นของก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมของมนุษย์เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอุณหภูมิผิดปกติที่สังเกตได้ กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่การปฏิวัติอุตสาหกรรมเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศเริ่มสูงขึ้น การที่ประชากรโลกเพิ่มขึ้นทำให้ความต้องการพลังงานมากขึ้น จึงต้องเร่งผลิตให้เพียงพอกับความต้องการ (ได้มาจากเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นหลัก) ส่งผลให้อุณหภูมิโลกเพิ่มขึ้น 1.1°C ระหว่างปี ค.ศ. 1850-2017 การปล่อยมลพิษเหล่านี้สูงกว่าปริมาณที่วัฏจักรคาร์บอนตามธรรมชาติของโลกสามารถดักจับได้ แหล่งที่มาหลักของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่มนุษย์สร้างขึ้นคือการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล เกษตรกรรม และการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้ที่ดิน</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>การเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล</strong></span>: การเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล เช่น ถ่านหินและน้ำมัน ได้เพิ่มความเข้มข้นของคาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศ การมีส่วนร่วมของเชื้อเพลิงฟอสซิลในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมีมากที่สุดถึง 70-80 เปอร์เซ็นต์ของการปล่อยทั้งหมด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-19992" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/forest-fire.jpg" alt="การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการเกษตร" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/forest-fire.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/forest-fire-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/forest-fire-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/forest-fire-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>เกษตรกรรม</strong></span>: การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการเกษตรมาจากปศุสัตว์ เช่น วัว ดินทางการเกษตร และการผลิตข้าว คิดเป็นปริมาณ 10-15% ของการปล่อยทั้งหมด</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้ที่ดิน</strong></span>: การเผาป่าเพื่อการเพาะปลูก การขยายพื้นที่อุตสาหกรรม และกิจกรรมอื่นๆ ของมนุษย์ได้เพิ่มความเข้มข้นของก๊าซเรือนกระจก ส่วนแบ่งของการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้ที่ดินในการปล่อยมลพิษทั้งหมด คิดเป็นปริมาณ 5-10% ของการปล่อยทั้งหมด</p>
<table style="border: 5px solid #6cb742; margin-bottom: 20px;" width="100%">
<tbody>
<tr valign="middle">
<td style="vertical-align: middle; padding: 10px;"><strong>เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง ซึ่งคุณอาจสนใจ</strong> <span style="color: #ff0000;">Update!!</span></p>
<ul>
<li><a title="รายงานใหม่จาก IPCC ชี้ สภาพภูมิอากาศเข้าขั้นวิกฤต" href="https://www.greennetworkthailand.com/วิกฤตสภาพภูมิอากาศ/">จุดประเด็นร้อน ! รายงานใหม่จาก IPCC ชี้ สภาพภูมิอากาศเข้าขั้นวิกฤต</a></li>
<li><a title="COP26 กับบทบาทประเทศไทย ในการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ" href="https://www.greennetworkthailand.com/cop26-ประเทศไทย/" target="_blank" rel="noopener">COP26 กับบทบาทประเทศไทย ในการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</a></li>
<li><a title="ปรับกระบวนทัศน์การพัฒนาเพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนของสังคมไทย" href="https://www.greennetworkthailand.com/ความเป็นกลางทางคาร์บอน/">ปรับกระบวนทัศน์การพัฒนาเพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนของสังคมไทย</a></li>
<li><a title="14 วิธีเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ช่วยลดโลกร้อน" href="https://www.greennetworkthailand.com/วิธี-ลดโลกร้อน-climate-change/">14 วิธีเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ช่วยลดโลกร้อน แก้ปัญหาระดับโลกได้ด้วยตัวคุณเอง</a></li>
<li><a title="ความตกลงปารีส" href="https://www.greennetworkthailand.com/ความตกลงปารีส-paris-agreement/">“ความตกลงปารีส” (Paris Agreement) ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<hr />
<p><strong>ข้อมูลอ้างอิง:</strong><br />
www.climate.selectra.com/en/environment/global-warming<br />
www.scienceabc.com/social-science/climate-change-definition-causes-and-effects.html</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/climate-change-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0-global-warming-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/">การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) และภาวะโลกร้อน (Global Warming) ความหมาย สาเหตุ และผลกระทบ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/climate-change-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0-global-warming-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ขยะอิเล็กทรอนิกส์ ภัยร้ายของสังคมเทคโนโลยี</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b9%8c/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b9%8c/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 22 Oct 2021 03:24:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Article]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอิเล็กทรอนิกส์]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวะโลกร้อน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=19324</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปัจจุบันเราสามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่าเราอยู่ในสังคมเทคโนโลยีเต็มรูปแบบ และใช้ชีวิตได้ยากมากหากปราศจากเทคโนโลยี ซึ่งเทคโนโลยีในทุกวันนี้ก็ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว เพียงแค่คุณนอนหลับไปไม่กี่ชั่วโมงพอตื่นขึ้นมาเราก็มี นวัตกรรมและสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ชิ้นใหม่ ๆ เกิดขึ้นแล้ว แน่อนเมื่อมีของใหม่ย่อมต้องมีของเก่า และของเก่าก็แปรสภาพกลายเป็นขยะไป แต่ทั้งของใหม่และของเก่าก็จะต้องผ่านกระบวนการผลิตเสียก่อนถึงจะเกิดขึ้นได้ และกระบวนการ การผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้นี่เอง ที่ก่อให้เกิดอันตรายในระดับร้ายแรงต่อสิ่งมีชีวิตทั้งหมดบนโลกใบนี้ นั่นคือก่อให้เกิดการเพิ่มขึ้นของภาวะเรือนกระจก (Greenhouse Effect) จนทำให้เกิดภาวะโลกร้อน (Global Warming) ซึ่งภาวะโลกร้อนมันอันตรายร้ายแรงแค่ไหน และเกิดขึ้นได้อย่างไร เราลองมาทำความเข้าใจคร่าว ๆ กันก่อนครับ ก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gas หรือ GHG) เป็นก๊าซที่มีคุณสมบัติในการดูดซับคลื่นรังสีความร้อน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b9%8c/">ขยะอิเล็กทรอนิกส์ ภัยร้ายของสังคมเทคโนโลยี</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ปัจจุบันเราสามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่าเราอยู่ในสังคมเทคโนโลยีเต็มรูปแบบ และใช้ชีวิตได้ยากมากหากปราศจากเทคโนโลยี ซึ่งเทคโนโลยีในทุกวันนี้ก็ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว เพียงแค่คุณนอนหลับไปไม่กี่ชั่วโมงพอตื่นขึ้นมาเราก็มี นวัตกรรมและสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ชิ้นใหม่ ๆ เกิดขึ้นแล้ว แน่อนเมื่อมีของใหม่ย่อมต้องมีของเก่า และของเก่าก็แปรสภาพกลายเป็นขยะไป แต่ทั้งของใหม่และของเก่าก็จะต้องผ่านกระบวนการผลิตเสียก่อนถึงจะเกิดขึ้นได้ และกระบวนการ การผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้นี่เอง ที่ก่อให้เกิดอันตรายในระดับร้ายแรงต่อสิ่งมีชีวิตทั้งหมดบนโลกใบนี้ นั่นคือก่อให้เกิดการเพิ่มขึ้นของภาวะเรือนกระจก (Greenhouse Effect) จนทำให้เกิดภาวะโลกร้อน (Global Warming) ซึ่งภาวะโลกร้อนมันอันตรายร้ายแรงแค่ไหน และเกิดขึ้นได้อย่างไร เราลองมาทำความเข้าใจคร่าว ๆ กันก่อนครับ</strong><span id="more-19324"></span></p>
<figure id="attachment_19658" aria-describedby="caption-attachment-19658" style="width: 635px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-19658 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Greenhouse-Effect-1.jpg" alt="ภาวะเรือนกระจก (Greenhouse Effect)" width="635" height="462" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Greenhouse-Effect-1.jpg 635w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Greenhouse-Effect-1-300x218.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Greenhouse-Effect-1-150x109.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Greenhouse-Effect-1-500x364.jpg 500w" sizes="(max-width: 635px) 100vw, 635px" /><figcaption id="caption-attachment-19658" class="wp-caption-text">ภาวะเรือนกระจก (Greenhouse Effect)</figcaption></figure>
<p><strong>ก๊าซเรือนกระจก</strong> (Greenhouse Gas หรือ GHG) เป็นก๊าซที่มีคุณสมบัติในการดูดซับคลื่นรังสีความร้อน หรือรังสีอินฟาเรดได้เป็นอย่างดี มีหน้าที่สำคัญในการรักษาระดับอุณหภูมิของโลก ซึ่งก๊าซเรือนกระจกนี้เป็นองค์ประกอบส่วนนึงของก๊าซชนิดต่าง ๆ ในชั้นบรรยากาศโลก โดยหน้าที่หลัก ๆ คือ ดูดคลื่นรังสีความร้อนไว้ในเวลากลางวันทำให้อุณหภูมิบนโลกไม่สูงจนเกินไป แล้วค่อย ๆ คายรังสีความร้อนออกมาในเวลากลางคืน ทำให้อุณหภูมิของโลกไม่ลดลงจนเข้าสู่สภาวะหนาวเย็นจนสิ่งมีชิวิตอาศัยอยู่ไม่ได้ ซึ่งถ้าปราศจากก๊าซเรือนกระจกเวลากลางวันอุณหภูมิบนโลกเราจะสูงหลายร้อยองศา และจะเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันเป็นติดลบหลายสิบองศาในเวลากลางคืน แน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิแบบนี้จะทำให้สิ่งมีชีวิตทั้งหมดในโลกตอนนี้สูญพันธุ์ในทันที ดังนั้นก๊าซเรือนกระจกจึงมีความสำคัญมาก</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-19329" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/poor-environment-city-environmental-disaster.jpg" alt="การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากโรงงาน" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/poor-environment-city-environmental-disaster.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/poor-environment-city-environmental-disaster-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/poor-environment-city-environmental-disaster-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/poor-environment-city-environmental-disaster-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p>ซึ่งก๊าซเรือนกระจกจะมีประโยชน์มากถ้ามันอยู่ในระดับที่ปรกติ แต่ในปัจจุบัน ได้เกิดการสะสมของก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศมากกว่าปรกติ เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของก๊าซเรือนกระจกโดยสาเหตุหลัก ๆ คือเกิดจากฝีมือมนุษย์ ทำให้เกิดสภาวะที่เราไม่สามารถระบายรังสีความร้อนจากดวงอาทิตย์ออกไปได้อย่างปรกติ จนทำให้อุณหภูมิของโลกค่อย ๆ สูงขึ้นจนส่งผลต่อสิ่งมีชีวิตและสภาพแวดล้อมของโลก หรือที่เราเรียกว่าสภาวะโลกร้อน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-19327" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Greenhouse-Effect.jpg" alt="ผลกระทบจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทำให้โลกร้อนเพิ่มขึ้น" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Greenhouse-Effect.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Greenhouse-Effect-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Greenhouse-Effect-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Greenhouse-Effect-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p>ก๊าซเรือนกระจกตามธรรมชาติจะประกอบไปด้วย ไอน้ำ (H<sub>2</sub>O) เป็นหลัก ที่เหลือก็จะเป็น ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO<sub>2</sub>) โอโซน (O<sub>3</sub>) มีเทน (CH<sub>4</sub>) และไนตรัสออกไซด์ (N<sub>2</sub>O) รวมกันแล้วจะไม่ถึงร้อยละหนึ่งของชั้นบรรยากาศในยามปรกติ แต่ในปัจจุบันสัดส่วนของก๊าซเหล่านี้เพิ่มขึ้นหลายเท่า ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO<sub>2</sub>) จากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล เช่นน้ำมันและถ่านหิน ซึ่งปัจจัยหลักคือ รถยนต์ โรงงานอุตสาหกรรม โรงงานผลิตไฟฟ้า รวมถึงเวลาเผาสิ่งต่าง ๆ ก๊าซมีเทน (CH<sub>4</sub>) จากการบำบัดน้ำเสีย การเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล การกำจัดขยะด้วยวิธีฝังกลบ • ไนตรัสออกไซด์ (N<sub>2</sub>O) จากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล รวมถึงการเผาป่า จะสังเกตเห็นได้ว่า การใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ทำให้ปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ มีเทน และไนตรัสออกไซด์ เพิ่มปริมาณมากขึ้น แล้วอะไรที่เป็นสาเหตุหลักของการใช้พลังงานฟอสซิล? ผมว่าหลายท่านคงนึกออก ใช่แล้วครับ รถยนต์นั่นเอง</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-19333" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/electronic-circuits-garbage-from-recycle-industry.jpg" alt="ขยะอิเล็กทรอนิกส์" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/electronic-circuits-garbage-from-recycle-industry.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/electronic-circuits-garbage-from-recycle-industry-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/electronic-circuits-garbage-from-recycle-industry-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/electronic-circuits-garbage-from-recycle-industry-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p>แต่ในวันนี้เราจะไม่พูดถึงปัญหาที่เกิดจากรถยนต์ แต่จะพูดถึงปัญหาที่เกิดจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ที่เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เทคโนโลยีในปัจจุบันก้าวหน้าไปอย่างมากและส่วนประกอบสำคัญคือชิ้นส่วนต่าง ๆ ของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และในกระบวนการการผลิตชิ้นส่วนเหล่านี้ก็ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกในปริมาณมากมายมหาศาลอย่างที่เราคิดไม่ถึง.. โดยเริ่มจาก • ไนโตรเจนไตรฟลูออไรด์ (NF<sub>3</sub>) เป็นก๊าซที่เกิดจากการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรือวงจรขนาดเล็ก • ก๊าซซัลเฟอร์เฮกซะฟลูออไรด์ (SF<sub>6</sub>) เป็นก๊าซโพพิแลนต์ไม่มีกลิ่น นิยมใช้ในอุตสาหกรรมอิล็กทรอนิกส์ การผลิตเซอร์กิตเบรกเกอร์ และสวิตช์เกียร์ที่ใช้กับระบบไฟฟ้าแรงสูง ก๊าซเปอร์ฟลูออโรคาร์บอน(PFCs) และก๊าซ์ไฮโดรฟลูออโรคาร์บอน (HFCs) อันนี้สำคัญมากเพราะเป็นก๊าซที่เกิดขึ้นจากมนุษย์เท่านั้น ซึ่งจะถูกนำมาใช้ในระบบทำความเย็นต่าง ๆ สำหรับก๊าซ์ไฮโดรฟลูออโรคาร์บอน ในส่วนของ ก๊าซเปอร์ฟลูออโรคาร์บอน จะเกิดจากการผลิตสารกึ่งตัวนำ</p>
<p>จะเห็นได้ว่าอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ก็ถือเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดสภาวะโลกร้อน และปริมาณของ<strong>ขยะอิเล็กทรอนิกส์</strong>จำนวนมากที่กำลังจะแตะ 60 ล้านตันต่อปีภายในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าโดยเฉพาะอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ ที่สำคัญเป็นขยะที่ยากต่อการทำลายเพราะประกอบไปด้วยสารอันตรายชนิดต่าง ๆ เช่น ตะกั่ว แคดเมียม ปรอท บริลเลียม อาร์เซนิก (สารหนู) และแบเรียม ซึ่งทุกชนิดส่งผลต่อร่างกายในระยะยาวและจัดว่าเป็นพิษไม่สามารถย่อยสลายตามธรรมชาติได้ การกำจัดขยะประเภทนี้จึงมีอันตรายและมีค่าใช้จ่ายที่สูง การช่วยจัดการปัญหา<strong>ขยะอิเล็กทรอนิกส์</strong>มีหลัก ๆ อยู่สองวิธีคือ การใช้ซ้ำ (Reuse) และการรีไซเคิล (Recycle) การใช้ซ้ำเช่นการซ่อมแซมแล้วบริจาคให้ผู้อื่นเพื่อไปใช้ต่อ ส่วนการรีไซเคิล จะเป็นการแยกส่วนประกอบและวัตถุที่มีค่าภายในออก เช่น เงิน ทองคำขาว และทองแดง ออกมาเพื่อนำกลับไปผลิตซ้ำ หรือเอาไปผลิตอุปกรณ์อย่างอื่น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19328 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/old-obsoleted-cellphones.jpg" alt="โทรศัพท์มือถือ หนึ่งในขยะอิเล็กทรอนิกส์" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/old-obsoleted-cellphones.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/old-obsoleted-cellphones-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/old-obsoleted-cellphones-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/old-obsoleted-cellphones-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><strong>สิ่งที่พวกเราพอจะช่วยกันได้นอกจากการใช้ซ้ำ (Reuse) และการรีไซเคิล (Recycle) ยังมีอีกทางคือยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ออกไป ซึ่งในปัจจุบันสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ประเภทคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือถือว่าเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีอายุการใช้งานระยะสั้น และเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์แอบแฝงจากต่างประเทศในรูปแบบสินค้ามือสอง เพราะการกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์มีต้นทุนสูงกว่าการกำจัดขยะทั่วไป จึงใช้วิธีการส่งต่อไปยังประเทศอื่นในรูปแบบสินค้ามือสอง สำหรับอายุการใช้งานของเครื่องคอมพิวเตอร์จะอยู่ที่ราว ๆ 5 ปี ในขณะที่โทรศัพท์มือถืออายุการใช้งานจะอยู่ที่ราว ๆ 2 ปี หรือสั้นกว่านั้นราว ๆ 6 &#8211; 12 เดือนสำหรับบางคน ในจุดนี้เราคงไปห้ามเรื่องรสนิยมหรือความชอบไม่ได้ แต่อยากให้ทุกคนคำนึงถึงผลที่ตามมาเนื่องจากกระบวนการผลิตของสินค้าเหล่านี้ อย่างน้อยก็คิดทุกครั้งก่อนที่จะซื้อ หรือคิดที่จะทิ้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งหลายครับ</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b9%8c/">ขยะอิเล็กทรอนิกส์ ภัยร้ายของสังคมเทคโนโลยี</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b9%8c/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เอปสันจับมือเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก จัดแคมเปญ “Turn Down the Heat” ร่วมบรรเทาภาวะโลกร้อน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/turn-down-the-heat-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/turn-down-the-heat-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 01 Jun 2021 04:34:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Turn Down the Heat]]></category>
		<category><![CDATA[การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวะโลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[ลดผลกระทบของภาวะโลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก]]></category>
		<category><![CDATA[เอปสัน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=17337</guid>

					<description><![CDATA[<p>เอปสัน จับมือ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก จัดแคมเปญ “Turn Down the Heat” รณรงค์ลดการใช้ความร้อนในบ้านและที่ทำงาน เพื่อบรรเทาปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมกระตุ้นการป้องกันชั้นดินเยือกแข็งคงตัวในขั้วโลกเหนือที่กำลังละลาย เพื่อลดความรุนแรงของภาวะโลกร้อนในอนาคต แคมเปญ “Turn Down the Heat” เกิดขึ้นจากความร่วมมือของเอปสันและเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก มุ่งกระตุ้นให้องค์กรธุรกิจและบุคคลทั่วไปตระหนักถึงบทบาทในการลดผลกระทบของภาวะโลกร้อน โดยอ้างอิงจากการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ที่ระบุว่าชั้นดินเยือกแข็งคงตัว หรือ เพอร์มาฟรอสต์ (permafrost) บริเวณขั้วโลกเหนือกำลังละลายและมีการคาดการณ์ว่าจะละลายจนหมดภายในปี พ.ศ. 2643 ซึ่งจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงในระบบนิเวศ ระดับน้ำทะเลทั่วโลกจะสูงขึ้น&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/turn-down-the-heat-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99/">เอปสันจับมือเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก จัดแคมเปญ “Turn Down the Heat” ร่วมบรรเทาภาวะโลกร้อน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เอปสัน จับมือ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก จัดแคมเปญ “Turn Down the Heat” รณรงค์ลดการใช้ความร้อนในบ้านและที่ทำงาน เพื่อบรรเทาปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมกระตุ้นการป้องกันชั้นดินเยือกแข็งคงตัวในขั้วโลกเหนือที่กำลังละลาย เพื่อลดความรุนแรงของภาวะโลกร้อนในอนาคต</strong><span id="more-17337"></span></p>
<p>แคมเปญ “<strong>Turn Down the Heat</strong>” เกิดขึ้นจากความร่วมมือของ<strong>เอปสัน</strong>และเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก มุ่งกระตุ้นให้องค์กรธุรกิจและบุคคลทั่วไปตระหนักถึงบทบาทในการลดผลกระทบของภาวะโลกร้อน โดยอ้างอิงจากการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ที่ระบุว่าชั้นดินเยือกแข็งคงตัว หรือ เพอร์มาฟรอสต์ (permafrost) บริเวณขั้วโลกเหนือกำลังละลายและมีการคาดการณ์ว่าจะละลายจนหมดภายในปี พ.ศ. 2643 ซึ่งจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงในระบบนิเวศ ระดับน้ำทะเลทั่วโลกจะสูงขึ้น และจะมีก๊าซมีเทนถูกปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศมากกว่า 9.5 แสนล้านตัน</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ดร.เคที วอลเทอร์ แอนโธนี</strong></span> <strong>นักสำรวจของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก</strong> ได้ร่วมถ่ายทอดข้อมูลที่ได้จากการลงพื้นที่ศึกษาในทวีปอาร์กติก บริเวณอลาสก้า และรัสเซีย เกี่ยวกับผลกระทบระยะยาวของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศผ่านข้อมูลการวิจัยที่ระบุถึงความสำคัญในการรักษาสภาพของชั้นดินเยือกแข็งคงตัว</p>
<p>“ทวีปอาร์กติกกำลังละลายลงเรื่อยๆ ในขณะนี้ และคาดว่าชั้นดินเยือกแข็งคงตัวที่ละลายจะเป็นสาเหตุให้โลกร้อนขึ้นอีก 10% ภายในศตวรรษนี้ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อทั้งโลกไม่ใช่แค่ทวีปอาร์กติก สิ่งที่ทุกคนทำในชีวิตประจำวันรวมถึงหรือเทคโนโลยีต่างๆ ในปัจจุบัน ต่างส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัวเสมอ” <strong>ดร.เคที</strong> กล่าว</p>
<p>เอปสันตระหนักดีว่าการลดการใช้พลังงานเป็นสิ่งสำคัญที่สามารถช่วยลดการเกิดภาวะโลกร้อน แต่เทคโนโลยีในปัจจุบันส่วนมากกลับใช้พลังงานมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นทั้งในสำนักงานหรือในบ้าน และเอปสันในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีการพิมพ์ระดับโลก จึงได้มุ่งมั่นพัฒนาเครื่องพิมพ์ที่ใช้เทคโนโลยี Heat-Free ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ไม่ใช้ความร้อนในขั้นตอนการพิมพ์งาน แต่ใช้แรงดันไฟฟ้าส่งผ่านไปยังหัวพิมพ์ ทำให้ช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้มากกว่าเมื่อเทียบกับเทคโนโลยีการพิมพ์อื่น ๆ ทำงานได้อย่างต่อเนื่องไม่สะดุดจึงช่วยเพิ่มปริมาณงาน และยังมีชิ้นส่วนหรืออะไหล่ภายในตัวเครื่องที่น้อยกว่ารวมถึงมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า ทำให้สามารถช่วยลดปริมาณขยะที่เกิดจากวัสดุสิ้นเปลืองและการซ่อมบำรุงได้มากกว่าอีกด้วย</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ยาซึโนริ โอกาวา</strong></span> <strong>ประธานไซโก้ เอปสัน คอร์ปอเรชั่น</strong> กล่าวว่า ความยั่งยืนคือหัวใจของทุกสิ่งที่เราทำที่เอปสัน บริษัทฯ ไม่เพียงแต่มุ่งมั่นที่จะลดการสร้างภาระให้กับสิ่งแวดล้อม แต่ยังพยายามช่วยให้ผู้ใช้งานสินค้าของเอปสันทำได้เช่นเดียวกัน เอปสันหวังที่จะช่วยสร้างความแตกต่างให้กับการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมของโลก ด้วยความร่วมมือจากลูกค้าและพาร์ทเนอร์ ผ่านเทคโนโลยีของเรา</p>
<p><strong>สำหรับข้อมูลการวิจัยที่ระบุถึงความสำคัญในการรักษาสภาพของชั้นดินเยือกแข็งคงตัวสามารถรับชมได้ทางเว็บไซต์ https://www.epson.co.th/heat-free</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/turn-down-the-heat-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99/">เอปสันจับมือเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก จัดแคมเปญ “Turn Down the Heat” ร่วมบรรเทาภาวะโลกร้อน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/turn-down-the-heat-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>14 วิธีเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ช่วยลดโลกร้อน แก้ปัญหาระดับโลกได้ด้วยตัวคุณเอง</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99-climate-change/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99-climate-change/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 21 Apr 2021 06:53:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Think Green]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวะเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวะโลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[ลดโลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[ลดโลกร้อนด้วยมือเรา]]></category>
		<category><![CDATA[ลดโลกร้อนอย่างไร]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤติโลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีลดภาวะโลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีลดโลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[แก้ปัญหาโลกร้อน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=16951</guid>

					<description><![CDATA[<p>ตลอดช่วงเวลา 5 ปีที่ผ่านมา มีรายงานเกี่ยวกับความร้อนของโลกที่เพิ่มขึ้นออกมาเป็นระยะ หนึ่งในนั้นคือรายงานจากกรมอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ที่ออกมาเตือนถึงหายนะทางสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ที่ส่งผลทำให้ในปี 2020 ที่ผ่านมา กลายเป็น 1 ใน 3 ปีที่ร้อนที่สุดนับตั้งแต่มีการบันทึกตั้งแต่ปี 1850 หรือกว่า 170 ปีมาแล้ว จากข้อมูลพบว่าระหว่างปี 2011-2020 ถือเป็นทศวรรษที่ร้อนที่สุด และระหว่างปี 2015-2020 เป็นช่วง 6 ปีที่ร้อนที่สุดของโลก และคาดว่าในอนาคตโลกยังคงจะร้อนขึ้นได้อีก&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99-climate-change/">14 วิธีเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ช่วยลดโลกร้อน แก้ปัญหาระดับโลกได้ด้วยตัวคุณเอง</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ตลอดช่วงเวลา 5 ปีที่ผ่านมา มีรายงานเกี่ยวกับความร้อนของโลกที่เพิ่มขึ้นออกมาเป็นระยะ หนึ่งในนั้นคือรายงานจากกรมอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ที่ออกมาเตือนถึงหายนะทางสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ที่ส่งผลทำให้ในปี 2020 ที่ผ่านมา กลายเป็น 1 ใน 3 ปีที่ร้อนที่สุดนับตั้งแต่มีการบันทึกตั้งแต่ปี 1850 หรือกว่า 170 ปีมาแล้ว จากข้อมูลพบว่าระหว่างปี 2011-2020 ถือเป็นทศวรรษที่ร้อนที่สุด และระหว่างปี 2015-2020 เป็นช่วง 6 ปีที่ร้อนที่สุดของโลก และคาดว่าในอนาคตโลกยังคงจะร้อนขึ้นได้อีก อย่างน้อยปีละ 1 องศาเซลเซียส</strong><span id="more-16951"></span></p>
<p><strong>การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ</strong> (<strong>Climate Change</strong>) นั้น ส่วนหนึ่งมาจากกิจกรรมของมนุษย์เอง ทั้งจากภาคอุตสาหกรรม และในระดับพฤติกรรมการใช้ชีวิตของตัวบุคคล ส่งผลทำให้ปริมาณ<strong>ก๊าซเรือนกระจก</strong> (<strong>Greenhouse Gases</strong>) ในชั้นบรรยากาศเพิ่มมากขึ้น เป็นเหตุให้<strong>ภาวะเรือนกระจก</strong> (<strong>Greenhouse Effect</strong>) รุนแรงกว่าที่ควรจะเป็นตามธรรมชาติ และส่งผลให้อุณหภูมิพื้นผิวโลกสูงขึ้น ที่เรียกว่า <strong>ภาวะโลกร้อน</strong> (<strong>Global warming</strong>) ซึ่งมีความเสี่ยงมากขึ้นที่จะเกิดสภาพอากาศรุนแรง เช่น คลื่นความร้อน ความแห้งแล้ง และ น้ำท่วม โดยในปัจจุบันความแห้งแล้งทั่วโลกได้เพิ่มสูงขึ้นมากกว่าใน 30 ปีที่ผ่านมาถึง 2 เท่า จนกลายเป็นวิกฤติโลกร้อน ที่กำลังส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ และการอยู่รอดของสิ่งมีชีวิตทุกๆ ชีวิตบนโลก ไม่เว้นแม้แต่ตัวมนุษย์เอง</p>
<p>กระแสความกังวลเกี่ยวกับ<strong>ภาวะโลกร้อน</strong> จึงกลายเป็นหนึ่งในกระแสหลักที่ปัจจุบันทั่วโลกให้ความสำคัญ และหลายฝ่าย อาทิ องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศ และองค์กรในประเทศ ภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม ต่างออกมารณรงค์ให้มีการตะหนักถึงปัญหาดังกล่าว พร้อมทั้งออกมาตรการที่เป็นรูปธรรม เพื่อช่วยกัน<a title="ชุมชนคาร์บอนต่ำ…กุญแจสำคัญ “ลดโลกร้อน”" href="https://www.greennetworkthailand.com/ชุมชนคาร์บอนต่ำ/">ลดโลกร้อน</a></p>
<p>นอกจากความร่วมมือระดับองค์กรแล้ว แรงสนับสนุนจากคนตัวเล็กๆ จากประชาชนคนทั่วไปอย่างเราๆ ก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดปัญหาโลกร้อนได้เช่นกัน ปัญหาโลกร้อนไม่ใช่ปัญหาของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นปัญหาของคนทั้งโลก เราจะมีวิธีการช่วยลดโลกร้อนได้อย่างไรบ้าง? ในบทความนี้ กรีน เน็ตเวิร์ค ขอนำเสนอ 14 วิธีการช่วยโลกอย่างไม่ยาก ด้วย 2 มือของเราเอง ดังนี้</p>
<h2>14 วิธีแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ลดโลกร้อน ที่คุณทำได้ด้วยตัวเอง</h2>
<ol>
<li><strong>สนุบสนุนการใช้พลังงานสะอาด</strong> ด้วยการใช้พลังงานแสงอาทิตย์หรือพลังงานลมในบ้านของคุณเอง พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม ถือเป็นพลังงานหมุนเวียนที่เป็นพลังงานสะอาดที่ดีที่สุด เพราะกระบวนการผลิตไม่มีขั้นตอนในการปล่อยคาร์บอน แต่ทั้งนี้การจะเลือกใช้พลังงานแบบใดนั้น ขึ้นอยู่กับความพร้อมและสถานที่ตั้งของที่อยู่อาศัยของคุณด้วย ยกตัวอย่างเช่น ประเทศไทย คุณสามารถติดตั้งโซลาร์รูฟท็อฟ หรือแผงพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาบ้านของคุณได้ เป็นต้น</li>
<li><strong>ลดการบริโภคเนื้อสัตว์ให้น้อยลง</strong> คุณสามารถต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ง่ายๆ เพียงแค่เปลี่ยนสิ่งที่คุณกิน คุณสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมากโดยการกินเนื้อสัตว์น้อยลง เลือกอาหารในท้องถิ่นและมาจากธรรมชาติเมื่อเป็นไปได้ และซื้ออาหารที่มีบรรจุภัณฑ์น้อย</li>
<li><strong>ประหยัดการใช้น้ำ</strong> การประหยัดน้ำที่บ้านเป็นอีกวิธีหนึ่งในการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทำไมนะเหร้อ? เนื่องจากน้ำสะอาดและส่งจ่ายไปยังบ้านเรือนต่างๆ นั้น ต้องผ่านการผลิตและได้รับการบำบัด ซึ่งขั้นตอนดังกล่าวใช้พลังงานจำนวนมาก</li>
<li><strong>เลือกรถที่ประหยัดน้ำมัน หรือ ไม่ใช้น้ำมัน</strong> คุณสามารถเลือกได้ที่จะซื้อรถที่ประหยัดน้ำมัน หรือ การใช้ระบบขนส่งสาธารณะในการไปทำงาน หรือเลือกใช้การขี่จักรยาน หรือเดินเท้าหากเป็นระยะทางที่ไม่ไกลมากนัก ทั้งหมดนี้เป็นทางเลือกที่ช่วยลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่เข้าสู่ชั้นบรรยากาศและทำให้โลกของเราร้อนขึ้นได้</li>
<li><strong>ใช้ซ้ำ ลดการซื้อของใหม่</strong> วัตถุทั้งหมดที่เราใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น โทรศัพท์มือถือ เสื้อผ้า หนังสือ และเฟอร์นิเจอร์ล้วนมีต้นทุนที่เกี่ยวข้องและส่งผลต่อสิ่งแวดล้อม ต้นทุนอย่างหนึ่งคือคาร์บอนฟุตพรินต์ของสินค้า ซึ่งแสดงถึงพลังงานที่ใช้ในการผลิตวัสดุ การผลิตสินค้าและการขนส่งจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง พลังงานดังกล่าวอาจเกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ดังนั้นจนกว่าการผลิตจะขับเคลื่อนโดยแหล่งพลังงานหมุนเวียน เช่น ลมและแสงอาทิตย์ การซื้อของน้อยลง จึงเป็นวิธีที่ดีในการต่อสู้กับภาวะโลกร้อน</li>
<li><strong>รีไซเคิล</strong> การรีไซเคิลสามารถช่วยหยุดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้จริงๆ นั่นเป็นเพราะวัสดุที่นำกลับมาใช้ใหม่ มักใช้พลังงานน้อยกว่าและทำให้เกิดมลพิษน้อยกว่าการใช้วัตถุดิบใหม่</li>
<li><strong>อุปกรณ์ควบคุมอุณหภูมิอัจฉริยะ</strong> หากคุณเป็นเจ้าของบ้าน การลองติดตั้งตัวควบคุมอุณหภูมิอัจฉริยะ เทอร์โมสตัทอัจฉริยะ เพื่อเรียนรู้กิจวัตรของคุณ และปรับอุณหภูมิในบ้านของคุณเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ช่วยประหยัดค่าไฟในขณะเดียวกันก็ช่วยลดการปล่อยมลพิษได้ด้วย</li>
<li><strong>ใช้หลอดไฟประหยัดพลังงาน</strong> การเปลี่ยนหลอดไฟสามารถส่งผลกระทบได้ จากข้อมูลจากต่างประเทศ หากทุกครัวเรือนในสหรัฐอเมริกาเปลี่ยนหลอดไฟธรรมดาเพียงหลอดเดียวเป็น CFL หรือหลอดไฟ LED จะเท่ากับการลดปริมาณการใช้รถยนต์บนท้องถนนกว่า 1 ล้านคัน</li>
<li><strong>ฉลากประหยัดพลังงาน</strong> มองหาฉลากประหยัดพลังงาน เมื่อต้องซื้อสินค้าในหมวดหมู่ที่สามารถช่วยประหยัดพลังงานได้ เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์สำนักงานและอื่น ๆ อีกมากมาย รวมถึงการเลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะที่ช่วยให้ใช้พลังงานน้อยลง</li>
<li><strong>การตรวจสอบพลังงาน</strong> ทำสิ่งที่เรียกว่า “การตรวจสอบพลังงาน” เพื่อประหยัดเงินและพลังงานในบ้านของคุณ ไม่ว่าจะเป็นการทำด้วยตัวคุณเอง หรือจ้างบริษัทที่เกี่ยวข้อง อาทิเช่น ค้นหาการรั่วไหลของอากาศ พิจารณาการระบายอากาศ ตรวจสอบฉนวน ตรวจสอบอุปกรณ์ทำความร้อนและความเย็น ตรวจสอบระบบแสงสว่าง ตลอดจนเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เป็นต้น เพื่ออัพเกรดแก้ไขปัญหาหลังจากการตรวจสอบพลังงาน เป็นอีกหนึงวิธีที่สามารถช่วยคุณประหยัดเงินและปรับปรุงความสะดวกสบายในบ้านของคุณได้ด้วย</li>
<li><strong>การประหยัดค่าพลังงาน</strong> วิธีที่ดีที่สุดวิธีหนึ่งคือการป้องกันบ้าน รวมถึงการอัพเกรดเปลี่ยนแปลงหลังการตรวจสอบพลังงาน ตามข้อที่ [10.] อาทิ เช่น การแก้ไขปิดรอยที่ทำให้เกิดการรั่วไหลของอากาศ การเปลี่ยนฉนวน การเลือกใช้ฉนวน วัสดุผนังของบ้านที่ช่วยป้องกันความร้อนและช่วยการระบายอากาศได้ดีขึ้น การซ่อมแซมแก้ไขอุดรูรั่วซีลแอร์ ทำให้เครื่องปรับอากาศหรือแอร์ทำงานน้อยลง การตรวจสอบระบบแสงสว่าง เพื่อเปลี่ยนหลอดไส้ประหยัดพลังงานด้วยหลอดคอมแพคฟลูออเรสเซนต์ (CFL) หรือไดโอดเปล่งแสง (LED) และการเปลี่ยนแก้ไขท่อน้ำในจุดที่ชำรุดเสียหาย เป็นต้น ทั้งหมดนี้ช่วยประหยัดทั้งเงินในกระเป๋าและช่วยประหยัดการใช้พลังงานได้</li>
<li><strong>ทำปุ๋ยหมักจากขยะอินทรีย์ เศษอาหาร</strong> จากข้อมูลของ EPA มลพิษมีเทนประมาณ 18 เปอร์เซ็นต์มาจากเศษอาหารที่ฝังกลบ แต่หากนำเศษอาหารและของเหลือที่เป็นขยะอินทรีย์เหล่านั้นมาทำเป็นปุ๋ยหมัก จะช่วยลดการปล่อยก๊าซและช่วยปกป้องดินได้ด้วย</li>
<li><strong>ปลูกต้นไม้</strong> ช่วยกันปลูกต้นไม้ เพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อช่วยดูดซับคาร์บอนออกจากอากาศ และช่วยรักษาสภาพอากาศให้คงที่ ต้นไม้ช่วยลดโลกร้อนได้</li>
<li><strong>กระจายข่าว รณรงค์ ส่งต่อข้อมูลเกี่ยวกับการลดโลกร้อน</strong> คุณสามารถช่วยรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ ส่งต่อข้อมูลเกี่ยวกับการประหยัดพลังงาน และลดโลกร้อน ตัวอย่างเช่น การบอกต่อข้อมูลจากบทความนี้ให้คนในครอบครัวของคุณทราบ หรือส่งต่อแชร์ไปยังโซเชียลมีเดียของคุณ เพื่อให้เพื่อนๆ และคนที่คุณรู้จักได้ทราบข้อมูล ให้พวกเขาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยประหยัดพลังงานและลดโลกร้อน</li>
</ol>
<hr />
<table style="border: 5px solid #6cb742; margin-bottom: 20px;" width="100%">
<tbody>
<tr valign="middle">
<td style="vertical-align: middle; padding: 10px;"><strong>เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง ซึ่งคุณอาจสนใจ</strong> <span style="color: #ff0000;">Update!!</span></p>
<ul>
<li><a title="รายงานใหม่จาก IPCC ชี้ สภาพภูมิอากาศเข้าขั้นวิกฤต" href="https://www.greennetworkthailand.com/วิกฤตสภาพภูมิอากาศ/">จุดประเด็นร้อน ! รายงานใหม่จาก IPCC ชี้ สภาพภูมิอากาศเข้าขั้นวิกฤต</a></li>
<li><a title="COP26 กับบทบาทประเทศไทย ในการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ" href="https://www.greennetworkthailand.com/cop26-ประเทศไทย/" target="_blank" rel="noopener">COP26 กับบทบาทประเทศไทย ในการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</a></li>
<li><a title="ปรับกระบวนทัศน์การพัฒนาเพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนของสังคมไทย" href="https://www.greennetworkthailand.com/ความเป็นกลางทางคาร์บอน/">ปรับกระบวนทัศน์การพัฒนาเพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนของสังคมไทย</a></li>
<li><a title="การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และภาวะโลกร้อน" href="https://www.greennetworkthailand.com/climate-change-และ-global-warming-คืออะไร/">การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) และภาวะโลกร้อน (Global Warming) ความหมาย สาเหตุ และผลกระทบ</a></li>
<li><a title="ความตกลงปารีส" href="https://www.greennetworkthailand.com/ความตกลงปารีส-paris-agreement/">“ความตกลงปารีส” (Paris Agreement) ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99-climate-change/">14 วิธีเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ช่วยลดโลกร้อน แก้ปัญหาระดับโลกได้ด้วยตัวคุณเอง</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99-climate-change/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>หัวเว่ยและพาร์ทเนอร์ร่วมเดินหน้าฟื้นฟูสู่โลกสีเขียว สร้างระบบเศรษฐกิจและสังคมในเอเชียที่ดียิ่งขึ้น</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%a2-%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%a2-%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 01 Feb 2021 06:18:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[ELEVATE]]></category>
		<category><![CDATA[คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวะโลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[หัวเว่ย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=15908</guid>

					<description><![CDATA[<p>29 มกราคม พ.ศ. 2564 &#8211; ELEVATE และ บริษัท หัวเว่ย ร่วมกันจัดงานสัมมนาออนไลน์ขึ้นในเดือนมกราคม พ.ศ. 2564 ที่ผ่านมา เพื่อเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มสำหรับการวางแนวทางพลิกฟื้นและพัฒนาเศรษฐกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมสำหรับภูมิภาคเอเชีย ภายในงาน บรรดาผู้บรรยายได้แบ่งปันข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับนโยบาย พันธกิจ และมาตรการต่าง ๆ ของภาครัฐ ที่จะนำไปสู่ ระบบเศรษฐกิจและสังคมที่เน้นให้ทุกภาคส่วนเข้าถึงผลประโยชน์ต่างๆ ได้อย่างทั่วถึง คำนึงถึงผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมมากขึ้น และเพื่อให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น คำถามสำคัญคือเศรษฐกิจจะได้รับการฟื้นฟูและเปลี่ยนแปลงหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้อย่างไร ในขณะที่เรายังต้องเผชิญหน้ากับวิกฤติด้านสภาพภูมิอากาศไปควบคู่กัน โรคระบาดทำให้เราตระหนักถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่มนุษย์สร้างขึ้น ส่งผลให้แผนการพลิกฟื้นและพัฒนาเศรษฐกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมกลายเป็นสิ่งจำเป็น&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%a2-%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7/">หัวเว่ยและพาร์ทเนอร์ร่วมเดินหน้าฟื้นฟูสู่โลกสีเขียว สร้างระบบเศรษฐกิจและสังคมในเอเชียที่ดียิ่งขึ้น</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>29 มกราคม พ.ศ. 2564 &#8211; ELEVATE และ บริษัท หัวเว่ย ร่วมกันจัดงานสัมมนาออนไลน์ขึ้นในเดือนมกราคม พ.ศ. 2564 ที่ผ่านมา เพื่อเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มสำหรับการวางแนวทางพลิกฟื้นและพัฒนาเศรษฐกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมสำหรับภูมิภาคเอเชีย ภายในงาน บรรดาผู้บรรยายได้แบ่งปันข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับนโยบาย พันธกิจ และมาตรการต่าง ๆ ของภาครัฐ ที่จะนำไปสู่ ระบบเศรษฐกิจและสังคมที่เน้นให้ทุกภาคส่วนเข้าถึงผลประโยชน์ต่างๆ ได้อย่างทั่วถึง คำนึงถึงผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมมากขึ้น และเพื่อให้มี</strong><strong>ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น</strong><span id="more-15908"></span></p>
<p>คำถามสำคัญคือเศรษฐกิจจะได้รับการฟื้นฟูและเปลี่ยนแปลงหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้อย่างไร ในขณะที่เรายังต้องเผชิญหน้ากับวิกฤติด้านสภาพภูมิอากาศไปควบคู่กัน โรคระบาดทำให้เราตระหนักถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่มนุษย์สร้างขึ้น ส่งผลให้แผนการพลิกฟื้นและพัฒนาเศรษฐกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมกลายเป็นสิ่งจำเป็น เนื่องจากคุณภาพอากาศที่ดีและการจัดการของเสียที่มีประสิทธิภาพนั้นต่างมีส่วนช่วยผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจ และยังส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนต่อการรับมือโรคระบาดในระดับโลก นอกจากนี้เทคโนโลยีดิจิทัลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Big Data ไปจนถึง Internet of Things (IoT) ยังช่วยลดปริมาณการใช้พลังงานและการก่อมลพิษในหลายภาคอุตสาหกรรม พร้อมทั้งเพิ่มศักยภาพของพลังงานทดแทนต่าง ๆ ผ่านการนำโซลูชัน AI มาประยุกต์ใช้</p>
<p>ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค โดยไม่นับรวมประเทศจีน มีจำนวนประชากรเกือบครึ่งหนึ่งของประชากรโลกทั้งหมด และในปี พ.ศ. 2563 มีอัตราส่วนใน GDP โลกราว 25% ตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีสารสนเทศร่วมกันในภูมิภาค ซึ่งเป็นวิธีบูรณาการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนและครอบคลุม ทั้งยังสร้างความหวังใหม่ที่จะต่อยอดไปสู่โมเดลเศรษฐกิจอันคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมอีกด้วย</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>คุณแคทเธอรีน เฉิน</strong> </span><strong>รองประธานอาวุโสและผู้อำนวยการคณะผู้บริหารบริษัท หัวเว่ย</strong> กล่าวพร้อมย้ำถึงความสำคัญของการแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อนและชี้ให้เห็นถึงความพยายามของหัวเว่ยเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน การแสวงหาแหล่งพลังงานทดแทนใหม่ ๆ รวมถึงการสนับสนุนเศรษฐกิจแบบหมุนเวียนผ่านโซลูชัน ICT ที่เป็นมิตรต่อธรรมชาติ “เราเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าเทคโนโลยีจะต้องถูกนำไปใช้เพื่อพิทักษ์โลกซึ่งเป็นบ้านเพียงหลังเดียวของเรา ดิฉันมีความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมในศักยภาพของเราที่จะผลักดันเทคโนโลยีให้ก้าวไปข้างหน้า รวมทั้งมีความเชื่อมั่นในศักยภาพของประชาคมโลกและความมุ่งมั่นที่จะสร้างความสัมพันธ์ที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับธรรมชาติ”</p>
<p>เพื่อให้สอดคล้องกับข้อตกลงปารีส (Paris Agreement) ซึ่งสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ หัวเว่ยจึงมุ่งมั่นลดปริมาณกิจกรรมที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นด้านการผลิต การดำเนินงาน ตลอดจนวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์และบริการต่าง ๆ ของหัวเว่ย โดยมุ่งหวังที่จะรักษาทรัพยากรและผลักดันอุตสาหกรรมต่าง ๆ เพื่อการก้าวสู่สังคมที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อันเป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นของหัวเว่ยที่มีต่อนวัตกรรมเทคโนโลยีเพื่อโลกที่น่าอยู่ยิ่งขึ้น</p>
<p><strong>ภายในงานยังมีผู้บรรยายจากหน่วยงานภาครัฐและองค์กรระหว่างประเทศต่าง ๆ จากภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคเข้าร่วมมากมาย ซึ่งคุณริชาร์ด เวลฟอร์ด ที่ปรึกษาอาวุโสของ ELEVATE องค์กรผู้จัดงานสัมมนาออนไลน์ร่วมกับหัวเว่ยในครั้งนี้ได้กล่าวว่า “งานสัมมนาออนไลน์นี้ได้อธิบายและแจกแจงเกี่ยวกับความท้าทายและโอกาสต่าง ๆ ในช่วงฟื้นฟูหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งรวมถึงความจำเป็นอันเร่งด่วนที่เกี่ยวเนื่องกับภาวะโลกร้อนและผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ และยังได้พิจารณาแนวทางการพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อมที่จะเกิดขึ้นได้ด้วยความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรภาคสังคมต่าง ๆ ด้วยเช่นกัน”</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%a2-%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7/">หัวเว่ยและพาร์ทเนอร์ร่วมเดินหน้าฟื้นฟูสู่โลกสีเขียว สร้างระบบเศรษฐกิจและสังคมในเอเชียที่ดียิ่งขึ้น</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%a2-%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Solar PV Rooftop for Residential และ EERS (Energy Efficiency Resources Standards)</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/solar-pv-rooftop-for-residential-eers/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/solar-pv-rooftop-for-residential-eers/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 13 Dec 2019 06:35:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Focus]]></category>
		<category><![CDATA[EERS]]></category>
		<category><![CDATA[การอนุรักษ์พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[นรินพร มาลาศรี]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวะโลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรการเชิงกลยุทธ์ EERS]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์ประชาชน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=11339</guid>

					<description><![CDATA[<p>“โซลาร์ประชาชนกับมาตรการเชิงกลยุทธ์ EERS” ด้วยเหตุผลจากการที่ทั่วโลกตระหนักถึงผลกระทบและความรุนแรงจากภาวะโลกร้อน ส่งผลให้กระแสของการใส่ใจทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกระแสการอนุรักษ์พลังงาน และการใช้พลังงานสะอาด ทวีความสำคัญขึ้นอย่างมาก และเป็นกระแสที่ส่งผลต่อเนื่องมาถึงประเทศไทย ซึ่งภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาคขนส่ง ภาคพลังงาน ต่างเร่งปรับตัวให้สอดรับกับกระแสของโลกนี้ 1. สาระสำคัญของ EERS (Energy Efficiency Resource Standards) EERS เป็นกลยุทธ์ในแผนอนุรักษ์พลังงาน เพื่อเป็นมาตรการบังคับใช้เกณฑ์มาตรฐานอนุรักษ์พลังงานสำหรับผู้ผลิตและผู้จำหน่ายพลังงาน โดยมีเป้าหมายเพื่อลดการใช้พลังงานในภาพรวมของประเทศ ลดการสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติและลดภาวะโลกร้อน การดำเนินงานแบ่งออกเป็น 2 ช่วง ช่วงแรกเป็นโครงการนำร่อง ในระหว่างปี 2561-2565&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/solar-pv-rooftop-for-residential-eers/">Solar PV Rooftop for Residential และ EERS (Energy Efficiency Resources Standards)</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>“โซลาร์ประชาชนกับมาตรการเชิงกลยุทธ์ EERS” ด้วยเหตุผลจากการที่ทั่วโลกตระหนักถึงผลกระทบและความรุนแรงจากภาวะโลกร้อน ส่งผลให้กระแสของการใส่ใจทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกระแสการอนุรักษ์พลังงาน และการใช้พลังงานสะอาด ทวีความสำคัญขึ้นอย่างมาก และเป็นกระแสที่ส่งผลต่อเนื่องมาถึงประเทศไทย ซึ่งภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาคขนส่ง ภาคพลังงาน ต่างเร่งปรับตัวให้สอดรับกับกระแสของโลกนี้</strong><span id="more-11339"></span></p>
<h2>1. สาระสำคัญของ EERS (Energy Efficiency Resource Standards)</h2>
<p><strong>EERS</strong> เป็นกลยุทธ์ในแผนอนุรักษ์พลังงาน เพื่อเป็นมาตรการบังคับใช้เกณฑ์มาตรฐานอนุรักษ์พลังงานสำหรับผู้ผลิตและผู้จำหน่ายพลังงาน โดยมีเป้าหมายเพื่อลดการใช้พลังงานในภาพรวมของประเทศ ลดการสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติและลดภาวะโลกร้อน</p>
<p>การดำเนินงานแบ่งออกเป็น 2 ช่วง ช่วงแรกเป็นโครงการนำร่อง ในระหว่างปี 2561-2565 ให้การไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง ศึกษาถึงแนวทางหรือมาตรการการลดการใช้ไฟฟ้า รวมถึงการทดลองปฏิบัติ โดยมีเป้าหมายร่วมกันคือ ลดการใช้พลังงานไฟฟ้าในภาพรวมของประเทศให้ได้รวม 206 GWh ช่วงที่สอง ในระหว่างปี 2566-2579 ซึ่งปีแรกคือปี 2566 กระทรวงพลังงานได้วางเป้าหมายไว้ที่ 210 GWh มาตรการ EERS ทั้ง 3 ด้าน มีแนวทางการดำเนินงาน ดังนี้</p>
<p style="padding-left: 40px;">1) มาตรการให้คำปรึกษา โดยให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานไฟฟ้าในกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้า<br />
2) มาตรการใช้แรงจูงใจทางการเงิน โดยสนับสนุนการเงินแก่กลุ่มเป้าหมายที่มีความต้องการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน<br />
3) มาตรการลักษณะภาพรวม (Mass) การรณรงค์ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีฉลากเบอร์ 5</p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/Solar-PV-Rooftop-EERS-01.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-11347 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/Solar-PV-Rooftop-EERS-01.jpg" alt="" width="680" height="594" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/Solar-PV-Rooftop-EERS-01.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/Solar-PV-Rooftop-EERS-01-300x262.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/Solar-PV-Rooftop-EERS-01-150x131.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/Solar-PV-Rooftop-EERS-01-500x437.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></a></p>
<p>ซึ่ง<strong>มาตรการ EERS</strong> ที่ประเทศไทยดำเนินการอยู่จะเน้นเฉพาะมาตรการลดการใช้พลังงานไฟฟ้าจากการเพิ่มประสิทธิภาพ ปรับปรุงประสิทธิภาพ เพื่อการประหยัดพลังงาน (Reductions for Energy Use : MWh) แต่ในต่างประเทศ เช่น ประเทศสหรัฐอเมริกา จะใช้มาตรการลดความต้องการไฟฟ้า (Peak Demand : MW) หรือใช้ทั้งสองมาตรการควบคู่กัน โดยการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา (Solar PV Rooftop) จะจัดเป็นมาตรการประหยัดพลังงานและมาตรการลดความต้องการไฟฟ้าใน EERS</p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/Solar-PV-Rooftop-EERS-02.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-11346 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/Solar-PV-Rooftop-EERS-02.jpg" alt="EERS" width="680" height="502" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/Solar-PV-Rooftop-EERS-02.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/Solar-PV-Rooftop-EERS-02-300x221.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/Solar-PV-Rooftop-EERS-02-150x111.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/Solar-PV-Rooftop-EERS-02-500x369.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></a></p>
<p>ดังนั้น หากหน่วยงานรัฐมีความต้องการจะสนับสนุนส่งเสริมให้เกิดการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทางเลือกที่เป็นพลังงานสีเขียวหรือพลังงานสะอาด เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ การนำมาตรการเชิงกลยุทธ์ EERS ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพและปรับปรุงประสิทธิภาพแล้ว ยังน่าจะมีการเชื่อมโยงกับการลดความต้องการไฟฟ้า จากการนำพลังงานทางเลือกที่เป็นพลังงานสะอาด อาทิ พลังงานแสงอาทิตย์พลังงานลม แบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน</p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/Solar-PV-Rooftop-EERS-03.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-11345 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/Solar-PV-Rooftop-EERS-03.jpg" alt="EERS" width="680" height="685" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/Solar-PV-Rooftop-EERS-03.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/Solar-PV-Rooftop-EERS-03-150x151.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/Solar-PV-Rooftop-EERS-03-298x300.jpg 298w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/Solar-PV-Rooftop-EERS-03-50x50.jpg 50w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/Solar-PV-Rooftop-EERS-03-496x500.jpg 496w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></a></p>
<h2>2. EERS ในต่างประเทศ</h2>
<p>ในต่างประเทศ ยกตัวอย่างกรณีของเมืองซานตาโมนิกา ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่มีการนำมาตรการเชิงกลยุทธ์ EERS พลังงานสีเขียว และมาตรการลดความต้องการใช้ไฟฟ้า หรือ Demand Response มาใช้เป็นเครื่องมือบริหารจัดการระบบไฟฟ้า โดยผ่านกลไกราคาที่จูงใจให้ผู้ใช้ไฟฟ้ามีส่วนร่วมในการลดใช้พลังไฟฟ้าในช่วงที่มีความต้องการสูงสุด เพื่อลดต้นทุนการผลิตและสำรองไฟฟ้า ลดความจำเป็นในการสร้างโรงไฟฟ้ารองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด รวมทั้งช่วยบริหารจัดการความต้องการพลังไฟฟ้าให้สอดรับกับปริมาณพลังไฟฟ้าที่ผลิตจากโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ซึ่งหน่วยงานรัฐ องค์กรภาครัฐ เป็นผู้ทำการรวมภาระการใช้ไฟฟ้าของอาคารทั้งหมดของเทศบาลเมือง เพื่อรับซื้อไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานทดแทนการรวบรวมแบบพลังงานสีเขียว (Green Power Aggregation) ผู้บริโภคสามารถมารวมกันไม่เพียงเพื่อการต่อรองราคาเท่านั้น แต่อาจมีวัตถุประสงค์เพื่อการใช้พลังงานที่ถูกกว่าและสะอาดกว่า โดยทั่วไปแล้วการรวบรวมโหลดจะถูกส่งเสริมเพื่อนำไปสู่การใช้ไฟฟ้าที่ถูกลง แต่อีกบทบาทที่สำคัญอาจรวมถึงการสร้างตลาดใหม่สำหรับพลังงานทดแทน</p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/Solar-PV-Rooftop-EERS-04.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-11344 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/Solar-PV-Rooftop-EERS-04.jpg" alt="" width="680" height="709" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/Solar-PV-Rooftop-EERS-04.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/Solar-PV-Rooftop-EERS-04-288x300.jpg 288w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/Solar-PV-Rooftop-EERS-04-150x156.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/Solar-PV-Rooftop-EERS-04-480x500.jpg 480w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></a></p>
<p>การรวบรวมพลังงานสีเขียวไม่ได้เป็นรูปแบบที่แปลกใหม่ ในความเป็นจริงแล้ว การรวบรวมโหลดที่กล่าวมาแล้วข้างต้นสามารถนำมาซื้อพลังงานสีเขียวได้ พลังงานสีเขียวถูกกำหนดเป็นกระแสไฟฟ้าที่มีทั้งการทดแทนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พลังงานสีเขียว เช่น พลังงานลม พลังงานที่มาจากแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน ยังคงมีปริมาณจำกัดในประเทศสหรัฐอเมริกาและยังมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการผลิตไฟฟ้าแบบดั้งเดิม แต่สำหรับราคาพลังงานสีเขียวจากพลังงานแสงอาทิตย์กลับมีราคาที่ถูกกว่าการผลิตไฟฟ้าแบบดั้งเดิม</p>
<p>โดยการรวบรวมแบบพลังงานสีเขียว จัดเป็นกลไกของ Demand Response ที่มีแนวโน้มจะขยายตัวและเป็นเทรนด์ที่จะได้รับความยอมรับและนิยมกันต่อจากนี้ไป ทำให้สามารถเร่งการพัฒนาของตลาดพลังงานสีเขียวใน 3 วิธีที่สำคัญ ประการแรก เนื่องจากการรวมตัวกันสามารถลดราคาของพลังงานสีเขียว มันยังสามารถทำให้ผลิตภัณฑ์ทดแทนเป็นที่น่าสนใจแก่ผู้บริโภคในวงกว้าง การขยายฐานลูกค้าจะเป็นกุญแจสำคัญที่จะกระตุ้นให้เกิดการลงทุนขนาดใหญ่ในสิ่งอำนวยความสะดวกที่ก่อให้เกิดพลังงานทดแทน ประการที่สอง การดำรงอยู่อย่างมั่นคงของกลุ่มสมาชิกในการรวบรวมโหลดเพื่อซื้อจัดหาพลังงานสีเขียวแสดงให้เห็นถึงความต้องการของตลาดหรือกระตุ้นการผลิตผลิตภัณฑ์สีเขียวมากขึ้น ประการที่สาม การจัดซื้อขนาดใหญ่ เช่น การรวบรวมโหลดโดยมีความ<br />
สำคัญในระยะยาวและมีเสถียรภาพของความต้องการใช้พลังงานสีเขียว ซึ่งสิ่งนี้เป็นเรื่องยากมากที่จะชักจูงบุคคลในครัวเรือนเข้าสู่ระบบ</p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/Solar-PV-Rooftop-EERS-05.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-11343 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/Solar-PV-Rooftop-EERS-05.jpg" alt="EERS" width="672" height="428" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/Solar-PV-Rooftop-EERS-05.jpg 672w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/Solar-PV-Rooftop-EERS-05-300x191.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/Solar-PV-Rooftop-EERS-05-150x96.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/Solar-PV-Rooftop-EERS-05-500x318.jpg 500w" sizes="(max-width: 672px) 100vw, 672px" /></a></p>
<h2>3. ปัจจัยสู่ความสำเร็จของโซลาร์ประชาชน</h2>
<p>นโยบายรัฐบาลที่ชัดเจนและสามารถตอบโจทย์เพื่อบรรลุเป้าหมายของโครงการโซลาร์ประชาชน 100 เมกะวัตต์ ปี 2562 อาจจะไม่ใช่แค่เพียงราคารับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินจากประชาชนในราคา 1.68 บาทต่อหน่วยเท่านั้น นโยบายที่จะส่งเสริมให้เกิดการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทางเลือกหรือพลังงานสะอาดที่มาจากประชาชน ด้วยมาตรการจูงใจให้ภาคประชาชนสนใจมาทำโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคาบ้านอยู่อาศัย โดยนโยบายรัฐบาลที่ให้นำมาตรการเชิงกลยุทธ์ EERS ให้ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายพลังงาน ลงมาเป็นผู้ดำเนินการขับเคลื่อน ผลักดันและสนับสนุนมาตรการลดความต้องการไฟฟ้า (Peak Demand : MW) ดังเช่นประเทศสหรัฐอเมริกา ก็จะเป็นการช่วยประชาชนประหยัดพลังงานไฟฟ้า ช่วยให้ประเทศสามารถลดค่าพลังไฟฟ้าสูงสุดช่วงกลางวันและยังช่วยลดความจำเป็นในการสร้างโรงไฟฟ้ารองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดได้อีกด้วย</p>
<p><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/Solar-PV-Rooftop-EERS-06.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-11342 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/Solar-PV-Rooftop-EERS-06.jpg" alt="EERS" width="800" height="206" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/Solar-PV-Rooftop-EERS-06.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/Solar-PV-Rooftop-EERS-06-300x77.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/Solar-PV-Rooftop-EERS-06-768x198.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/Solar-PV-Rooftop-EERS-06-150x39.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/Solar-PV-Rooftop-EERS-06-500x129.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></a></p>
<hr />
<p>Source: นิตยสาร Green Network ฉบับที่ 96 พฤศจิกายน-ธันวาคม 2562 คอลัมน์ GREEN Focus<br />
โดย นรินพร มาลาศรี รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายบริหารบริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน)</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/solar-pv-rooftop-for-residential-eers/">Solar PV Rooftop for Residential และ EERS (Energy Efficiency Resources Standards)</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/solar-pv-rooftop-for-residential-eers/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สผ. ผนึกกำลัง GIZ ปลุกกระแสลดโลกร้อนภายใต้แนวคิด “เปลี่ยนเรา เปลี่ยนโลกร้อน”</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/giz-%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/giz-%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 03 Sep 2019 10:20:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[GIZ]]></category>
		<category><![CDATA[การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[ทิม มาเลอร์]]></category>
		<category><![CDATA[พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวะโลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[รวีวรรณ ภูริเดช]]></category>
		<category><![CDATA[ลดโลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[สผ.]]></category>
		<category><![CDATA[เจษฎาภรณ์ ผลดี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=8894</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) นำโดย ดร. รวีวรรณ ภูริเดช เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับ องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ที่มี มร.ทิม มาเลอร์ ผู้อำนวยการ GIZ ประจำประเทศไทยและมาเลเซีย ผนึกกำลังร่วมกันจัดงาน “เปลี่ยนเรา เปลี่ยนโลกร้อน” หรือ Climate Change, WE Change เพื่อส่งเสริมและสร้างการรับรู้ต่อสาธารณชนในเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายและการดำเนินงานต่าง ๆ ของภาครัฐที่มุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและปรับตัวต่อผลกระทบที่เกิดขึ้น ดร.รวีวรรณ ภูริเดช&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/giz-%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99/">สผ. ผนึกกำลัง GIZ ปลุกกระแสลดโลกร้อนภายใต้แนวคิด “เปลี่ยนเรา เปลี่ยนโลกร้อน”</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) นำโดย ดร. รวีวรรณ ภูริเดช เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับ องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ที่มี มร.ทิม มาเลอร์ ผู้อำนวยการ GIZ ประจำประเทศไทยและมาเลเซีย ผนึกกำลังร่วมกันจัดงาน “เปลี่ยนเรา เปลี่ยนโลกร้อน” หรือ Climate Change, WE Change เพื่อส่งเสริมและสร้างการรับรู้ต่อสาธารณชนในเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายและการดำเนินงานต่าง ๆ ของภาครัฐที่มุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและปรับตัวต่อผลกระทบที่เกิดขึ้น</strong><span id="more-8894"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ดร.รวีวรรณ ภูริเดช</strong></span> <strong>เป็นประธานในพิธี</strong> กล่าวว่า “<strong>การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</strong>นับเป็นปัญหาระดับโลก เพื่อรับมือกับปัญหาดังกล่าว ประเทศไทยได้ให้สัตยาบันเข้าร่วมเป็นภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือที่เรียกว่า United Nations Framework Convention on Climate Change (UNFCCC) ซึ่งมีวัตถุประสงค์สำคัญ 3 ประการ คือ ควบคุมการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกให้ต่ำกว่า 2 องศาเซลเซียส และมุ่งพยายามควบคุมการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียส เพิ่มขีดความสามารถในการปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการส่งเสริมความสามารถในการฟื้นตัวจากผลกระทบการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการพัฒนาประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำโดยไม่กระทบต่อการผลิตอาหาร และทำให้เกิดเงินทุนหมุนเวียนที่มีความสอดคล้องกับแนวทางที่นำไปสู่การพัฒนาที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ และสร้างความสามารถในการฟื้นตัวจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ”</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-8899 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/09/Climate-Change-WE-Change.jpg" alt="สผ. ผนึกกำลัง GIZ ปลุกกระแสลดโลกร้อนภายใต้แนวคิด “เปลี่ยนเรา เปลี่ยนโลกร้อน”" width="900" height="599" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/09/Climate-Change-WE-Change.jpg 900w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/09/Climate-Change-WE-Change-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/09/Climate-Change-WE-Change-768x511.jpg 768w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></p>
<p>ทางด้าน <span style="color: #6cb742;"><strong>ทิม มาเลอร์</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการ GIZ ประจำประเทศไทยและมาเลเซีย</strong> กล่าวว่า “<strong>ภาวะโลกร้อน</strong>ได้คุกคามชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนในวงกว้าง และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ใช่สิ่งที่เราจะรับรู้หรือสัมผัสได้ในอีกหลายสิบปีข้างหน้าหรือในอนาคต แต่ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศได้เกิดขึ้นแล้ว โดยนับตั้งแต่ปี พ.ศ.2552 เป็นต้นมา ทาง GIZ ของเราได้ให้ทุนสนับสนุนประเทศไทยเป็นจำนวนกว่า 134 ล้านยูโร หรือประมาณ 4,500 ล้านบาท เพื่อดำเนินกิจกรรมหรือโครงการทั้งในด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Mitigation) และด้านการปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Adaptation) ในภาคส่วนที่สำคัญ ๆ อาทิ พลังงาน การจัดการน้ำ การเกษตร สาธารณสุข คมนาคมขนส่ง และการจัดการของเสีย ซึ่งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ได้เป็นภัยคุกคามเฉพาะแต่ในประเทศไทยหรือในเยอรมนีเท่านั้น แต่หมายรวมถึงทุกชีวิตบนโลกใบนี้ ดังนั้น เราจึงจำเป็นต้องร่วมมือร่วมใจ มุ่งมั่น สร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ และไม่ใช่จำกัดการรณรงค์อยู่เพียงกลุ่มคนรักและใส่ใจโลกเท่านั้น แต่ต้องสื่อสารและสร้างความตระหนักรู้ในกลุ่มคนที่ยังไม่ได้ให้ความสนใจหรือใส่ใจมากนักด้วย”</p>
<p>กิจกรรมดังกล่าวยังได้จัดเสวนาในหัวข้อ “คุณทำอะไรเพื่อเปลี่ยนโลก(ร้อน)” โดยมี <span style="color: #6cb742;"><strong>ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช</strong></span> <strong>รองเลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะเป็นตัวแทนจากภาครัฐ</strong> ซึ่ง ดร.พิรุณ กล่าวว่า “รัฐบาลมุ่งมั่นเดินหน้าแก้ปัญหาทั้งระบบในเรื่องของการคัดแยกขยะเพื่อลดโลกร้อน ซึ่งทาง สผ. ได้มุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนการดำเนินงานให้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ทั้งระดับชาติและระดับรายสาขา เพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ”</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-8895 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/09/climate-change-we-change-01.jpg" alt="GIZ ปลุกกระแสลดโลกร้อนภายใต้แนวคิด “เปลี่ยนเรา เปลี่ยนโลกร้อน”" width="900" height="675" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/09/climate-change-we-change-01.jpg 900w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/09/climate-change-we-change-01-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/09/climate-change-we-change-01-768x576.jpg 768w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></p>
<p>ขณะที่ <strong>แขกรับเชิญพิเศษ</strong> <span style="color: #6cb742;"><strong>ติ๊ก-เจษฎาภรณ์ ผลดี</strong></span> <strong>ดารานักแสดง</strong> ซึ่งเป็นตัวแทนจากภาคประชาชน ร่วมกล่าวเสวนา โดยกล่าวว่า “การจัดการกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ใช่งานที่จะกระทำให้บรรลุผลสำเร็จได้ด้วยกำลังของหน่วยงานหรือภาคส่วนใดเพียงส่วนเดียว หากแต่ทุกหน่วยงานและทุกภาคส่วนจะต้องบูรณาการอย่างเป็นระบบโดยต้องให้ความสำคัญและร่วมมือร่วมใจในการดำเนินงานที่เริ่มต้นจากพฤติกรรมของเราเองก่อน เช่น การลดใช้ถุงพลาสติก และการหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะ เป็นต้น อีกทั้งมองว่า การใช้พลังงานสะอาด พลังงานทดแทนต่าง ๆ และภาครัฐต้องทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการใช้พลังทดแทนได้ เช่น โซลาร์เซลล์ ก็จะช่วยกันสร้างจิตสำนึกอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติจึงจะเป็นแนวทางในการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับโลกใบนี้ได้ครับ”</p>
<p><strong>ทั้งนี้ ภายในงานมีนิทรรศการ “ตระหนักรู้สู้สภาพอากาศเปลี่ยน” หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ได้จัดแสดงนิทรรศการที่บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และจัดบูธแสดงผลงานโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยกับ GIZ ในการสนับสนุนการทำงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมอีกด้วย</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/giz-%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99/">สผ. ผนึกกำลัง GIZ ปลุกกระแสลดโลกร้อนภายใต้แนวคิด “เปลี่ยนเรา เปลี่ยนโลกร้อน”</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/giz-%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คลื่นความร้อนถล่มยุโรปตะวันตก คาดร้อนสุดเป็นสถิติในรอบ 16 ปี อุณหภูมิอาจสูงถึง 45 องศาเซลเซียส</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%9b/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%9b/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 27 Jun 2019 02:46:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[World News]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[คลื่นความร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวะโลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[ยุโรปตะวันตก]]></category>
		<category><![CDATA[อากาศร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[โลกร้อน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=7694</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักอุตุนิยมวิทยาจากหลายประเทศในยุโรป ออกประกาศเตือนประชาชนรับมือคลื่นความร้อน ซึ่งคาดว่าจะเข้าปกคลุมพื้นที่ทวีปยุโรปฝั่งตะวันตก อาทิ เยอรมันนี ฝรั่งเศส สเปน สวิตเซอร์แลนด์ เนเธอร์แลนด์ เบลเยี่ยม อังกฤษ และอิตาลี ในช่วงสัปดาห์นี้ ซึ่งจะทำให้ส่งผลกระทบต่อหลายเมืองในยุโรปต้องเผชิญกับอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะกรุงปารีส ฝรั่งเศส ซึ่งอาจมีอุณหภูมิสูงที่สุด โดยอาจสูงถึง 45 องศาเซลเซียส โดยคลื่นความร้อนที่กำลังจะเกิดขึ้นดังกล่าว คาดว่าจะมีความรุนแรงที่สุดในรอบ 16 ปี นับตั้งแต่ในปี 2003 ซึ่งเคยมีอุณหภูมิสูงสุดถึง 44.1 องศาเซลเซียส คลื่นความร้อนในครั้งนั้นส่งผลกระทบต่อผู้คนในฝรั่งเศส&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%9b/">คลื่นความร้อนถล่มยุโรปตะวันตก คาดร้อนสุดเป็นสถิติในรอบ 16 ปี อุณหภูมิอาจสูงถึง 45 องศาเซลเซียส</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สำนักอุตุนิยมวิทยาจากหลายประเทศในยุโรป ออกประกาศเตือนประชาชนรับมือคลื่นความร้อน ซึ่งคาดว่าจะเข้าปกคลุมพื้นที่ทวีปยุโรปฝั่งตะวันตก อาทิ เยอรมันนี ฝรั่งเศส สเปน สวิตเซอร์แลนด์ เนเธอร์แลนด์ เบลเยี่ยม อังกฤษ และอิตาลี ในช่วงสัปดาห์นี้ ซึ่งจะทำให้ส่งผลกระทบต่อหลายเมืองในยุโรปต้องเผชิญกับอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะกรุงปารีส ฝรั่งเศส ซึ่งอาจมีอุณหภูมิสูงที่สุด โดยอาจสูงถึง 45 องศาเซลเซียส</strong><span id="more-7694"></span></p>
<p>โดยคลื่นความร้อนที่กำลังจะเกิดขึ้นดังกล่าว คาดว่าจะมีความรุนแรงที่สุดในรอบ 16 ปี นับตั้งแต่ในปี 2003 ซึ่งเคยมีอุณหภูมิสูงสุดถึง 44.1 องศาเซลเซียส คลื่นความร้อนในครั้งนั้นส่งผลกระทบต่อผู้คนในฝรั่งเศส และคร่าชีวิตผู้คนไปมากถึง 15,000 คน ซึ่งผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ</p>
<p>สำหรับคลื่นความร้อนที่คลื่นเข้าสู่ยุโรปตะวันตกในครั้งนี้ คาดว่าจะทำให้ประเทศฝรั่งเศลมีอุณภูมิสูง 39 องศาเซลเซียส โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงปารีส อาจมีอุณหภูมิสูงที่สุด โดยอาจสูงถึง 45 องศาเซลเซียส ส่วนกรุงเบอร์ลิน เยอรมันนีอาจมีอุณสูงสูงสุด 39 องศาเซลเซียส ส่วนสเปนอาจมีอุณหภูมิอย่างน้อย 36 องศาเซลเซียส สูงสุด 38 องศาเซลเซียส สวิตเซอร์แลนด์คาดอุณหภูมิสูงกว่า 30 องศาเซลเซียส และอาจสูงถึง 37 องศาเซลเซียส โปแลนด์คาดอุณหภูมิ 35-40 องศาเซลเซียส ประเทศโปรตุเกสอุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียส และอาจสูงสุดได้ถึง 40 องศาเซลเซียส</p>
<p><strong>สำหรับปรากฏการคลื่นความร้อนที่เพิ่มสูงขึ้นนี้ เป็นผลมาจากภาวะโลกร้อน จากการเกิดก๊าซเรือนกระจกที่เพิ่มขึ้นจากการเผาไหม้ของ ถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซ และสถานะการณ์คลื่นความร้อนเช่นนี้ จะยังคงทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น หากประเทศต่างๆ ไม่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก</strong></p>
<hr />
<p>Source: https://www.businessinsider.my/europe-heatwave-france-germany-spain-dangerous-temperature-2019-6/<br />
ภาพ อุณหภูมิผิดปกติทั่วยุโรป &#8211; TropicalTidbits.com</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%9b/">คลื่นความร้อนถล่มยุโรปตะวันตก คาดร้อนสุดเป็นสถิติในรอบ 16 ปี อุณหภูมิอาจสูงถึง 45 องศาเซลเซียส</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%9b/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อุณหภูมิโลกเปลี่ยน คูเวตทำสถิติร้อนสุดในโลก 63 องศาเซลเซียส คาดเข้าหน้าร้อนพุ่งแตะ 68 องศาเซลเซียส</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%84%e0%b8%b9%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%95-%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%84%e0%b8%b9%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%95-%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 20 Jun 2019 03:21:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[World News]]></category>
		<category><![CDATA[คูเวต]]></category>
		<category><![CDATA[ปี 2019]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวะโลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[สภาพอากาศร้อนจัด]]></category>
		<category><![CDATA[อุณหภูมิโลก]]></category>
		<category><![CDATA[เอลนีโญ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=7594</guid>

					<description><![CDATA[<p>คูเวตเผชิญสภาพอากาศร้อนจัด ทำสถิติอุณภูมิสูงสุดของโลก โดยอุณหภูมิในร่มอยู่ที่ 52.2 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิกลางแจ้ง สูงถึง 63 องศาเซลเซียส คาดเข้าสู่ช่วงฤดูร้อน อุณหภูมิในประเทศอาจพุ่งสูงแตะถึง 68 องศาเซลเซียสในเดือนหน้า ทั้งนี้อุณหภูมิในคูเวต เมื่อวันเสาร์ที่ 15 มิถุนายน 2562 ถูกบันทึกเป็นอุณหภูมิที่สูงที่สุดในโลก จากความร้อนที่อ้างอิงวัดได้ในช่วงบ่าย โดยอุณหภูมิในร่มอยู่ที่ 52.2 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิกลางแจ้งสูงถึง 63 องศาเซลเซียส ด้วยสภาพอากาศที่ร้อนจัดดังกล่าว ล่าสุดทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วหนึ่งราย เป็นชายชาวคูเวตซึ่งเสียชีวิตในระหว่างทำงานกลางแจ้ง โดยจากรายงานทางนิติวิทยาศาสตร์แสดงให้เห็นว่า&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%84%e0%b8%b9%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%95-%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81/">อุณหภูมิโลกเปลี่ยน คูเวตทำสถิติร้อนสุดในโลก 63 องศาเซลเซียส คาดเข้าหน้าร้อนพุ่งแตะ 68 องศาเซลเซียส</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>คูเวตเผชิญสภาพอากาศร้อนจัด ทำสถิติอุณภูมิสูงสุดของโลก โดยอุณหภูมิในร่มอยู่ที่ 52.2 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิกลางแจ้ง สูงถึง 63 องศาเซลเซียส คาดเข้าสู่ช่วงฤดูร้อน อุณหภูมิในประเทศอาจพุ่งสูงแตะถึง 68 องศาเซลเซียสในเดือนหน้า</strong><span id="more-7594"></span></p>
<p>ทั้งนี้อุณหภูมิในคูเวต เมื่อวันเสาร์ที่ 15 มิถุนายน 2562 ถูกบันทึกเป็นอุณหภูมิที่สูงที่สุดในโลก จากความร้อนที่อ้างอิงวัดได้ในช่วงบ่าย โดยอุณหภูมิในร่มอยู่ที่ 52.2 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิกลางแจ้งสูงถึง 63 องศาเซลเซียส</p>
<p>ด้วยสภาพอากาศที่ร้อนจัดดังกล่าว ล่าสุดทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วหนึ่งราย เป็นชายชาวคูเวตซึ่งเสียชีวิตในระหว่างทำงานกลางแจ้ง โดยจากรายงานทางนิติวิทยาศาสตร์แสดงให้เห็นว่า ชายรายดังกล่าวเสียชีวิตด้วยโรคลมแดดและภาวะขาดน้ำ เนื่องจากร่างกายได้รับปริมาณแสงแดดเป็นระยะเวลานานเกินกว่าที่สภาพร่างกายจะรับได้</p>
<p>โดยคาดว่าสถานการณ์อากาศร้อนในประเทศคูเวตจะยังคงมีอุณหภูมิสูงต่อเนื่องตลอดช่วงหน้าร้อนนี้ ซึ่งประเทศคูเวตจะเข้าสู่หน้าร้อนอย่างเป็นทางการในวันที่ 21 มิถุนายน นี้ ขณะที่ทางกรมอุตุนิยมวิทยาคูเวต ก็ออกมาคาดการณ์ว่า อุณภูมิของประเทศในปีนี้อาจจะพุ่งสูงสุดได้ถึง 68 องศาเซลเซียส ในช่วงเดือนกรกฏาคม และนอกจากประเทศคูเวตแล้ว คลื่นความร้อนดังกล่าวยังส่งผลกระทบต่อกาตาร์ บาห์เรน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ด้วยเช่นกัน</p>
<p>สำหรับสภาพอากาศทั่วโลก ปี 2019 ถูกคาดการณ์ว่าจะเป็นปีที่อากาศร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ โดยมีสาเหตุมาจากปรากฏการเอลนีโญ และ<strong><a title="14 วิธีเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ช่วยลดโลกร้อน แก้ปัญหาระดับโลกได้ด้วยตัวคุณเอง" href="https://www.greennetworkthailand.com/วิธี-ลดโลกร้อน-climate-change/">การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</a></strong> เนื่องจากโลกร้อนขึ้น และผลกระทบนี้จะเลวร้ายมากขึ้น เพราะอุณภูมิโลกยังคงเพิ่มขึ้น ซึ่งอากาศที่ร้อนขึ้น แม้จะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ก็จะส่งผลให้สุขภาพของคนเปลี่ยนแปลงไป และมีผลต่อการเข้าถึง อาหาร อากาศสะอาด และยังมีผลต่อการสูญพันธุ์ของพืช สัตว์ รวมไปถึงปะการังและสัตว์ในทะลด้วย</p>
<p><strong>นอกจากนี้ จากงานวิจัยยังพบว่าความสัมพันธ์ของเอลนีโญและภาวะโลกร้อน ยังบ่งชี้ว่าเหตุภัยพิบัติในอนาคตจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า จากสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วย</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%84%e0%b8%b9%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%95-%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81/">อุณหภูมิโลกเปลี่ยน คูเวตทำสถิติร้อนสุดในโลก 63 องศาเซลเซียส คาดเข้าหน้าร้อนพุ่งแตะ 68 องศาเซลเซียส</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%84%e0%b8%b9%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%95-%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นักวิทยาศาสตร์ สหรัฐฯ เตรียมทดลองฉีดสเปรย์ลดโลกร้อน ในชั้นบรรยากาศ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%89%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%89%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 04 Mar 2019 08:14:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green World]]></category>
		<category><![CDATA[การทดลองลดโลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[ฉีดพ่นสารเคมี]]></category>
		<category><![CDATA[ฉีดสเปรย์ลดโลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[ชั้นบรรยากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[ชั้นบรรยากาศโลก]]></category>
		<category><![CDATA[นักวิทยาศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวะโลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[สหรัฐอเมริกา]]></category>
		<category><![CDATA[สะท้อนแสงอาทิตย์]]></category>
		<category><![CDATA[สเปรย์ลดโลกร้อน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=5480</guid>

					<description><![CDATA[<p>ทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดของสหรัฐฯ เผยว่า ได้เตรียมการจะทดลองฉีดพ่นสารเคมีในชั้นบรรยากาศโลกในปี ค.ศ. 2019 เพื่อศึกษาถึงความเป็นไปได้ในการใช้สารบางชนิดสะท้อนแสงอาทิตย์ให้กลับคืนสู่อวกาศซึ่งคาดว่าจะทำให้โลกเย็นลงและบรรเทาความรุนแรงของภาวะโลกร้อน มีการเปิดเผยถึงโครงการวิจัยดังกล่าวในวารสาร Environmental Research Letters เมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งทีมนักวิทยาศาสตร์ของฮาร์วาร์ดเสนอให้ฉีดพ่นสารจำพวกละอองลอยซัลเฟต (Sulfate Aerosol) ปริมาณหลายล้านตันในบรรยากาศชั้นสตราโตสเฟียร์ (Stratosphere) เพื่อให้ลดความร้อนแรงของแสงอาทิตย์ลงได้อย่างรวดเร็ว สอดคล้องกับความจำเป็นของมนุษย์ที่ต้องเร่งแก้ไขภาวะโลกร้อนในขั้นวิกฤตให้ได้อย่างเร่งด่วน การทดลองนี้เป็นส่วนหนึ่งในโครงการ SCoPEx ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ซึ่งมุ่งหาหนทางยับยั้งการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ตามหลักการ &#8220;วิศวกรรมโลก&#8221; (Geoengineering) โดยมนุษย์ใช้เทคโนโลยีเข้าแทรกแซงและควบคุมระบบภูมิอากาศของโลกในวงกว้าง เพื่อหยุดยั้งภัยพิบัติที่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกในทุกปี ทีมผู้วิจัยอ้างว่า การใช้ฝูงบินของเครื่องบินที่ออกแบบมาเป็นพิเศษออกปฏิบัติการฉีดพ่นสารเคมีสะท้อนแสงอาทิตย์เป็นระยะนับหลายพันครั้งต่อปีนั้น มีความเป็นไปได้สูงในทางปฏิบัติ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%89%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99/">นักวิทยาศาสตร์ สหรัฐฯ เตรียมทดลองฉีดสเปรย์ลดโลกร้อน ในชั้นบรรยากาศ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดของสหรัฐฯ เผยว่า ได้เตรียมการจะทดลองฉีดพ่นสารเคมีในชั้นบรรยากาศโลกในปี ค.ศ. 2019 เพื่อศึกษาถึงความเป็นไปได้ในการใช้สารบางชนิดสะท้อนแสงอาทิตย์ให้กลับคืนสู่อวกาศซึ่งคาดว่าจะทำให้โลกเย็นลงและบรรเทาความรุนแรงของภาวะโลกร้อน</strong><span id="more-5480"></span></p>
<p>มีการเปิดเผยถึงโครงการวิจัยดังกล่าวในวารสาร Environmental Research Letters เมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งทีมนักวิทยาศาสตร์ของฮาร์วาร์ดเสนอให้ฉีดพ่นสารจำพวกละอองลอยซัลเฟต (Sulfate Aerosol) ปริมาณหลายล้านตันในบรรยากาศชั้นสตราโตสเฟียร์ (Stratosphere) เพื่อให้ลดความร้อนแรงของแสงอาทิตย์ลงได้อย่างรวดเร็ว สอดคล้องกับความจำเป็นของมนุษย์ที่ต้องเร่งแก้ไขภาวะโลกร้อนในขั้นวิกฤตให้ได้อย่างเร่งด่วน</p>
<p>การทดลองนี้เป็นส่วนหนึ่งในโครงการ SCoPEx ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ซึ่งมุ่งหาหนทางยับยั้งการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ตามหลักการ &#8220;วิศวกรรมโลก&#8221; (Geoengineering) โดยมนุษย์ใช้เทคโนโลยีเข้าแทรกแซงและควบคุมระบบภูมิอากาศของโลกในวงกว้าง เพื่อหยุดยั้งภัยพิบัติที่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกในทุกปี</p>
<p>ทีมผู้วิจัยอ้างว่า การใช้ฝูงบินของเครื่องบินที่ออกแบบมาเป็นพิเศษออกปฏิบัติการฉีดพ่นสารเคมีสะท้อนแสงอาทิตย์เป็นระยะนับหลายพันครั้งต่อปีนั้น มีความเป็นไปได้สูงในทางปฏิบัติ และมีต้นทุนตํ่าพอที่ชาติต่างๆ จะร่วมกันแบกรับภาระทางการเงินนี้ได้ โดยประมานการว่ามีค่าใช้จ่ายตกปีละ 3,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น ซึ่งนับว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับงบประมาณที่ทั่วโลกใช้พัฒนาพลังงานสีเขียวอยู่แล้วถึงปีละ 5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ</p>
<p>สำหรับการทดลองขั้นต้นนี้ จะใช้บอลลูนนำสารแคลเซียมคาร์บอเนตหรือหินปูนที่อยู่ในรูปของควันละอองลอย ขึ้นไปฉีดพ่นที่ระดับความสูงราว 20 กิโลเมตรเหนือพื้นโลก โดยจะยังใช้สารดังกล่าวในปริมาณไม่มากนัก จากนั้นบอลลูนจะบินตรวจตราภายในกลุ่มควันละอองลอยดังกล่าวเป็นเวลา 24 ชั่วโมง เพื่อวิเคราะห์ถึงพฤติกรรมของอนุภาคละอองลอยและความเปลี่ยนแปลงในชั้นบรรยากาศที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น</p>
<p><strong>นักวิทยาศาสตร์บางส่วนมองว่า แม้ในอนาคตจะพบว่าวิธีการนี้ใช้ได้ผลและไม่ก่อให้เกิดอันตราย แต่ก็เป็นเพียงทางเลือกเสริมในการลดโลกร้อนเท่านั้น เพราะมนุษย์ยังคงต้องจัดการกับต้นเหตุของปัญหาที่ยังไม่ถูกขจัดไป นั่นก็คือการปล่อยคาร์บอนสู่ชั้นบรรยากาศที่ไม่มีวี่แววว่าจะลดลง นอกจากนี้ การฉีดพ่นสารเคมีลดโลกร้อนยังไม่ช่วยแก้ไขผลพวงจากการปล่อยคาร์บอน เช่นการที่นํ้าทะเลมีสภาพเป็นกรดได้</strong></p>
<p>ที่มา: www.bbc.com</p>
<hr />
<p>Source: นิตยสาร Green Network ฉบับที่ 91 มกราคม-กุมภาพันธ์ 2562 คอลัมน์ GREEN World โดย กองบรรณาธิการ</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%89%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99/">นักวิทยาศาสตร์ สหรัฐฯ เตรียมทดลองฉีดสเปรย์ลดโลกร้อน ในชั้นบรรยากาศ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%89%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
