<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>มาตรการลดภาษี | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Mon, 09 Dec 2024 04:35:10 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0.2</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>มาตรการลดภาษี | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>บอร์ดอีวี เร่งออกมาตรการลดภาษี HEV-MHEV ดันไทยผลิต EV กว่า 133,000 คัน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/hev-mhev/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/hev-mhev/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 09 Dec 2024 04:35:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[HEV]]></category>
		<category><![CDATA[MHEV]]></category>
		<category><![CDATA[บอร์ดอีวี]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรการลดภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมรถยนต์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=37046</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายกรัฐมนตรีประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ หรือบอร์ดอีวี เคาะมาตรการลดภาษีสรรพสามิตกลุ่ม HEV – MHEV เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า ตอกย้ำไทยศูนย์กลางการผลิตและส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าระดับโลกในทุกเซกเมนต์ พร้อมขยายเวลาการผลิตชดเชยรถยนต์ไฟฟ้านำเข้าตามมาตรการ EV3 ให้ยกยอดไป EV3.5 แต่ไม่ให้ได้รับเงินอุดหนุน จนกว่าจะผลิตชดเชยตามมาตรการเดิมครบถ้วน ป้องกันภาวะรถยนต์ล้นตลาด และพยุงสถานการณ์อุตสาหกรรมรถยนต์ภายในประเทศ นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ในฐานะกรรมการและเลขานุการ คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ดอีวี) กล่าวว่า ที่ประชุมบอร์ดอีวี ซึ่งมี แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/hev-mhev/">บอร์ดอีวี เร่งออกมาตรการลดภาษี HEV-MHEV ดันไทยผลิต EV กว่า 133,000 คัน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>นายกรัฐมนตรีประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ หรือบอร์ดอีวี เคาะมาตรการลดภาษีสรรพสามิตกลุ่ม </strong><strong>HEV – MHEV </strong><strong>เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า </strong><strong>ตอกย้ำไทยศูนย์กลางการผลิตและส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าระดับโลกในทุกเซกเมนต์ พร้อมขยายเวลาการผลิตชดเชยรถยนต์ไฟฟ้านำเข้าตามมาตรการ </strong><strong>EV3 </strong><strong>ให้ยกยอดไป </strong><strong>EV3.5 </strong><strong>แต่ไม่ให้ได้รับเงินอุดหนุน จนกว่าจะผลิตชดเชยตามมาตรการเดิมครบถ้วน ป้องกันภาวะรถยนต์ล้นตลาด และพยุงสถานการณ์อุตสาหกรรมรถยนต์ภายในประเทศ</strong></p>
<p><span id="more-37046"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37048" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/hev-mhev-02.jpg" alt="นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์" width="738" height="492" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/hev-mhev-02.jpg 738w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/hev-mhev-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/hev-mhev-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/hev-mhev-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 738px) 100vw, 738px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์</span> เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน </strong><strong>(</strong><strong>บีโอไอ</strong><strong>) </strong><strong>ในฐานะกรรมการและเลขานุการ คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ </strong><strong>(</strong><strong>บอร์ดอีวี</strong><strong>)</strong> กล่าวว่า ที่ประชุมบอร์ดอีวี ซึ่งมี <strong>แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี</strong> เป็นประธาน ได้เห็นชอบมาตรการ 2 เรื่องสำคัญ คือ <strong>1)</strong> <strong>มาตรการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า </strong>โดยปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตสำหรับผลิตรถยนต์ Hybrid (HEV) และ Mild Hybrid (MHEV) และ <strong>2)</strong> <strong>การขยายเวลาการผลิตชดเชยตามมาตรการ </strong><strong>EV3</strong> โดยให้สามารถโอนไปผลิตชดเชยตามเงื่อนไขมาตรการ EV3.5 และระงับการให้เงินอุดหนุน จนกว่าจะผลิตชดเชยได้ครบถ้วน โดยทั้งสองมาตรการนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาสมดุลการแข่งขัน และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนทั้งระบบ ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็น “<strong>ศูนย์กลางการผลิตและส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าระดับโลกในทุกประเภท</strong>” ในระยะยาว</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37049" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/hev-mhev-03.jpg" alt="มาตรการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า" width="738" height="460" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/hev-mhev-03.jpg 738w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/hev-mhev-03-300x187.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/hev-mhev-03-150x93.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/hev-mhev-03-500x312.jpg 500w" sizes="(max-width: 738px) 100vw, 738px" /></p>
<p>สำหรับ “<strong>มาตรการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า</strong>” บอร์ดอีวี ได้เห็นชอบการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตสำหรับรถยนต์นั่งและรถยนต์โดยสารขนาดที่นั่งไม่เกิน 10 คน แบบ HEV และ MHEV ซึ่งผลิตในประเทศ</p>
<p><strong>1. </strong><strong>มาตรการสนับสนุนรถยนต์ </strong><strong>HEV</strong>  กำหนดภาษีสรรพสามิตในอัตราคงที่ ตั้งแต่เริ่มใช้โครงสร้างภาษีใหม่ เป็นเวลา 7 ปี (พ.ศ. 2569 – 2575) ตามมติบอร์ดอีวีเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2567 โดยมีอัตราและเงื่อนไขการลงทุน ดังนี้</p>
<ul>
<li>จะต้องมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO<sub>2</sub>) สูงสุดไม่เกิน 120 g/km  แบ่งเป็นการปล่อย CO<sub>2</sub> ไม่เกิน 100 g/km กำหนดอัตราภาษีสรรพสามิตร้อยละ 6  และปล่อย CO<sub>2</sub> ตั้งแต่ 101 – 120 g/km กำหนดอัตราภาษีสรรพสามิตร้อยละ 9</li>
</ul>
<p>ทั้งนี้ ต้องมีการลงทุนในไทยเพิ่มเติม โดยผู้ผลิตรถยนต์และบริษัทในเครือไม่น้อยกว่า 3,000 ล้านบาท ระหว่างปี 2567 – 2570 รวมถึงต้องใช้ชิ้นส่วนสำคัญที่ผลิตหรือประกอบในประเทศซึ่งต้องใช้แบตเตอรี่ที่ผลิตในประเทศตั้งแต่ปี 2569 และต้องใช้ชิ้นส่วนสำคัญอื่น ๆ ตั้งแต่ปี 2571 โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กรณีลงทุนเพิ่มเติม 3,000 ล้านบาทขึ้นไป แต่ไม่ถึง 5,000 ล้านบาท จะต้องใช้ชิ้นส่วนสำคัญที่มีมูลค่าสูงทั้ง 3 ชิ้นเท่านั้น ได้แก่ Traction Motor, Reduction Gear, Inverter แต่หากลงทุนเพิ่มเติมตั้งแต่ 5,000 ล้านบาทขึ้นไป สามารถเลือกใช้ชิ้นส่วนสำคัญที่มีมูลค่าสูง ร่วมกับกลุ่มมูลค่าปานกลางได้ เช่น BMS, DCU, Regenerative Braking System เป็นต้น</p>
<p>นอกจากนี้ยังต้องมีการติดตั้งระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ (ADAS) อย่างน้อย 4 จาก 6 ระบบ ดังนี้ ระบบเบรกฉุกเฉินขั้นสูง, ระบบเตือนการชนด้านหน้า, ระบบดูแลภายในช่องจราจร, ระบบเตือนการออกหรือเปลี่ยนช่องจราจร, ระบบตรวจจับจุดบอด และระบบควบคุมความเร็ว</p>
<p><strong>2. มาตรการสนับสนุนรถยนต์ </strong><strong>MHEV</strong> ซึ่งเป็นรถยนต์แบบผสมที่ใช้พลังงานเชื้อเพลิงและไฟฟ้า โดยมีแรงดันไฟฟ้าในการขับเคลื่อนต่ำกว่า 60 โวลต์ และอาศัยเครื่องยนต์ในการขับเคลื่อน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเซกเมนต์ที่ประเทศไทยมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางการผลิตในระดับโลก บอร์ดอีวี ได้กำหนดภาษีสรรพสามิตในอัตราคงที่ ตั้งแต่เริ่มใช้โครงสร้างภาษีใหม่ เป็นเวลา 7 ปี (พ.ศ. 2569 – 2575) โดยมีอัตราและเงื่อนไขการลงทุน ดังนี้</p>
<ul>
<li>จะต้องมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO<sub>2</sub>) สูงสุดไม่เกิน 120 g/km แบ่งเป็น ปล่อย CO<sub>2</sub> ไม่เกิน 100 g/km กำหนดอัตราภาษีสรรพสามิตร้อยละ 10  และ 2. ปล่อย CO<sub>2</sub> ตั้งแต่ 101 – 120 g/km กำหนด อัตราภาษีสรรพสามิตร้อยละ 12</li>
</ul>
<p>ทั้งนี้ ต้องมีการลงทุนในไทยเพิ่มเติม โดยผู้ผลิตรถยนต์และบริษัทในเครือ ไม่น้อยกว่า 1,000 ล้านบาท ระหว่างปี 2567 – 2569 และไม่น้อยกว่า 5,000 ล้านบาท ระหว่างปี 2567 – 2571 และต้องใช้ชิ้นส่วนสำคัญที่ผลิตหรือประกอบในประเทศ โดยต้องใช้แบตเตอรี่ที่ผลิตในประเทศตั้งแต่ปี 2569 และต้องใช้ชิ้นส่วนสำคัญ ได้แก่ Traction Motor หรือชิ้นส่วนที่มีลักษณะการทำงานเพื่อเสริมแรงขับเคลื่อน ตั้งแต่ปี 2571 รวมถึงต้องมีการติดตั้งระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ (ADAS) อย่างน้อย 4 จาก 6 ระบบ เช่นเดียวกับเงื่อนไขของ HEV</p>
<p>สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) บอร์ดอีวี ได้พิจารณาเรื่อง “<strong>การขยายเวลาการผลิตชดเชยตามมาตรการ </strong><strong>EV3</strong>” ซึ่งเป็นข้อเสนอจากกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ให้พิจารณาขยายเวลาเงื่อนไขการผลิตชดเชยสำหรับผู้ผลิตที่ได้รับเงินสนับสนุนตามมาตรการ EV3 ซึ่งเดิมกำหนดว่าต้องผลิตให้ครบถ้วนตามสัญญาภายในปี 2567-2568 เนื่องจากยอดขายของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศอยู่ในภาวะหดตัว จากปัญหาความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน และปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค</p>
<p>ที่ประชุมได้หารือข้อเสนอดังกล่าว โดยพิจารณาสถานการณ์ตลาดรถยนต์ของไทยในปัจจุบันที่อาจมีความเสี่ยงจากภาวะอุปทานล้นตลาด (Oversupply) ซึ่งอาจนำไปสู่สงครามราคาที่รุนแรงมากขึ้น และส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ</p>
<p>บอร์ดอีวี จึงมีมติให้ปรับปรุงเงื่อนไขมาตรการ EV3 ที่เดิมกำหนดให้ต้องผลิตรถยนต์เพื่อชดเชยการนำเข้าในอัตราส่วน 1 : 1 เท่า (นำเข้า 1 คัน ผลิตชดเชย 1 คัน) ภายในปี 2567 หรือ 1 : 1.5 เท่า ภายในปี 2568  โดยให้ผู้ประกอบการสามารถขยายเวลาผลิตชดเชยตามมาตรการ EV3 ไปผลิตชดเชยภายใต้เงื่อนไขของมาตรการ EV3.5 ได้ (ผลิตชดเชย 2 เท่า ภายในปี 2569 หรือ 3 เท่า ภายในปี 2570)  โดยรถยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับการขยายเวลาข้างต้นจะไม่ได้รับเงินอุดหนุน รวมถึงรถยนต์ไฟฟ้าในส่วนที่นำเข้าหรือผลิตภายใต้มาตรการ EV3.5 ก็จะไม่ได้รับเงินอุดหนุนเช่นเดียวกัน จนกว่าจะผลิตชดเชยได้ครบตามจำนวนที่ได้รับสิทธิขยายเวลา และอนุญาตให้นำรถยนต์สำเร็จรูป (CBU) ที่นำเข้าภายใต้ EV3 ที่ยังไม่จำหน่าย ส่งออกไปต่างประเทศโดยไม่นับเป็นยอดที่ผลิตชดเชย</p>
<p>นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้พิจารณาข้อเสนอการขอขยายเวลาการผ่อนผันให้ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในเขตปลอดอากรหรือเขตประกอบการเสรี ซึ่งต้องใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศมากกว่าร้อยละ 40 สามารถนับมูลค่าเซลล์แบตเตอรี่ที่นำเข้าจากต่างประเทศเป็นมูลค่าของชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศได้ไม่เกินร้อยละ 15 จากเดิมที่จะสิ้นสุดในปี 2568 เป็นสิ้นสุดในปี 2570</p>
<p>อย่างไรก็ดี บอร์ดอีวี มีมติไม่อนุมัติให้ขยายเวลามาตรการดังกล่าว เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการเร่งให้เกิดการผลิตและใช้ชิ้นส่วนในประเทศ และนโยบายเร่งดึงดูดให้เกิดการลงทุนผลิตแบตเตอรี่ระดับเซลล์ในประเทศไทย</p>
<p><strong>ล่าสุดบีโอไอ ได้อนุมัติให้การส่งเสริมการลงทุนโครงการในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ทั้งการผลิตรถยนต์ BEV แบตเตอรี่และชิ้นส่วนสำคัญ รวมทั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า รวมเงินลงทุนกว่า 81,000 ล้านบาท ในส่วนของมาตรการ EV3 และ EV3.5 โดยกรมสรรพสามิต มีผู้เข้าร่วมมาตรการจำนวน 26 บริษัท คิดเป็นจำนวนยานยนต์ทุกประเภทรวมกันกว่า 133,000 คัน สำหรับยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าแบบ BEV ในช่วง 10 เดือน (มกราคม &#8211; ตุลาคม 2567) มีจำนวน 59,746 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า จดทะเบียน 21,657 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 21 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/hev-mhev/">บอร์ดอีวี เร่งออกมาตรการลดภาษี HEV-MHEV ดันไทยผลิต EV กว่า 133,000 คัน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/hev-mhev/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
