<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%8C%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Mon, 22 Sep 2025 04:25:37 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.5</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>Dat Bike ระดมทุนล่าสุดได้รับเงินเพิ่ม 22 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เร่งปฏิวัติ EV ในเวียดนาม</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/dat-bike-ev/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 22 Sep 2025 04:15:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Dat Bike]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[เวียดนาม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=40982</guid>

					<description><![CDATA[<p>ด้วยเงินลงทุนรอบใหม่ 22 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จะช่วยให้ Dat Bike สามารถขยายกำลังการผลิตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ขยายตลาด และสร้างเครือข่ายการจัดจำหน่าย เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าของเวียดนาม และ Dat Bike ยังมีแผนขยายการลงทุนมายังตลาดประเทศไทย กรุงเทพฯ: Dat Bike สตาร์ทอัปรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าชั้นนำของเวียดนาม ได้รับเงินลงทุนรอบใหม่กว่า 22 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในการระดมทุน Series B ซึ่งเป็นจำนวนที่มากกว่าการระดมทุนครั้งก่อนถึงหนึ่งเท่าตัว ทำให้สัดส่วนการลงทุนรวมแตะ 47 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การระดมทุนรอบใหม่นี้นำโดย F.C.C&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/dat-bike-ev/">Dat Bike ระดมทุนล่าสุดได้รับเงินเพิ่ม 22 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เร่งปฏิวัติ EV ในเวียดนาม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ด้วยเงินลงทุนรอบใหม่ 22 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จะช่วยให้ Dat Bike สามารถขยายกำลังการผลิตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ขยายตลาด และสร้างเครือข่ายการจัดจำหน่าย เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าของเวียดนาม และ Dat Bike ยังมีแผนขยายการลงทุนมายังตลาดประเทศไทย</strong></p>
<p><span id="more-40982"></span></p>
<p>กรุงเทพฯ: Dat Bike สตาร์ทอัปรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าชั้นนำของเวียดนาม ได้รับเงินลงทุนรอบใหม่กว่า 22 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในการระดมทุน Series B ซึ่งเป็นจำนวนที่มากกว่าการระดมทุนครั้งก่อนถึงหนึ่งเท่าตัว ทำให้สัดส่วนการลงทุนรวมแตะ 47 ล้านดอลลาร์สหรัฐ</p>
<p>การระดมทุนรอบใหม่นี้นำโดย F.C.C ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว และ Rebright Partner บริษัทเวนเจอร์แคปิตอลจากญี่ปุ่น รวมถึง Jungle Venture หนึ่งในบริษัทเวนเจอร์แคปิตอลชั้นนำของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ก็เข้าร่วมลงทุนในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน</p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มนักลงทุนรายใหม่ อาทิ Cathay Venture ซึ่งเป็นหน่วยลงทุนของกลุ่มบริษัทการเงินใหญ่ที่สุดในไต้หวัน AiViet Venture กองทุนเวนเจอร์แคปิตอลที่เน้นลงทุนในสตาร์ทอัปด้านเทคโนโลยีและสุขภาพ โดยได้รับการสนับสนุนจากผู้นำในอุตสาหกรรมอย่าง FPT, MoMo, Galaxy และ Kyber Network</p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40984" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Dat-Bike-Factory2.jpeg" alt="การผลิตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า" width="740" height="489" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Dat-Bike-Factory2.jpeg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Dat-Bike-Factory2-300x198.jpeg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Dat-Bike-Factory2-150x99.jpeg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Dat-Bike-Factory2-500x330.jpeg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>การระดมทุนนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าของเวียดนามกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ จากนโยบายภาครัฐที่สนับสนุนการใช้ยานหาพนะที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และความพยายามในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ รวมถึงการห้ามรถจักรยานยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในเขตเมืองฮานอย ซึ่งกฎหมายนี้จะมีผลบังคับใช้ในเดือนกรกฎาคม ปี 2569 การเติบโตของ Dat Bike ไม่เพียงสะท้อนถึงความสำเร็จทางธุรกิจเท่านั้น แต่บริษัทยังมีส่วนสำคัญในการผลักดันการเปลี่ยนผ่านประเทศไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย</p>
<p>“ความสำเร็จในครั้งนี้นับเป็นจุดเริ่มต้นของ Dat Bike ภายใต้การสนับสนุนจากนักลงทุนทั่วโลก เราสามารถขยายกำลังการผลิต และเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ควบคู่กับการผลักดันรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสำหรับคนเวียดนามและประเทศต่างๆ ในภูมิภาค” <span style="color: #6cb742;"><strong>ซอน เหงียน</strong></span> <strong>ซีอีโอ Dat Bike</strong> กล่าว</p>
<p>“ด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีความโดดเด่นประกอบกับความเข้าใจเชิงลึกในห่วงโซ่อุปทานของประเทศ ทำให้เราสามารถสร้างนวัตกรรมและพัฒนารถจักรยานยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องเพื่อแข่งขันกับรถน้ำมัน ทั้งในด้านของสมรรถนะและระยะทางวิ่ง การลงทุนในครั้งนี้เป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาระบบนิเวศของยานยนต์ไฟฟ้าของเวียดนาม รวมถึงขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมยานยนต์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”</p>
<p>การระดมทุนของ Dat Bike ในครั้งนี้ จะนำไปใช้เพื่อการขยายกำลังการผลิตของโรงงาน การปรับปรุงเครื่องจักรที่ทันสมัย และการนำระบบ Automation มาช่วยในการผลิต เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตให้ทันกับความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมถึงพัฒนาบริการหลังการขายกับลูกค้านับหมื่นราย ที่ใช้รถจักรยานยนต์ของบริษัทเป็นพาหนะในการเดินทางที่สะดวก ปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม</p>
<p>นอกจากนี้เงินทุนอีกส่วนหนึ่ง จะถูกนำไปใช้เพื่อพัฒนางานวิจัยของ Dat Bike ทั้งในด้านการค้นคว้าเทคโนโลยีใหม่ๆ และการขยายโมเดลรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นต่อไป รวมถึงการใช้เงินลงทุนครั้งนี้เพื่อพัฒนาบริการในช่องทางการจัดจำหน่ายและบริการหลังการขายสำหรับลูกค้าทั้งออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า</p>
<p>นอกจากนี้ บริษัทยังมีความร่วมมือกับแพลตฟอร์มด้านการขนส่ง และผู้ให้บริการสินเชื่อเพื่ออำนวยความสะดวกสำหรับลูกค้าในการเปลี่ยนจากรถจักรยานยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงไปเป็นรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น รวมถึงการระดมทุนในครั้งนี้ยังเป็นการบรรลุความร่วมมือของการเป็นหุ้นส่วนในเชิงกลยุทธ์ระหว่าง F.C.C. และ Dat Bike เพื่อส่งเสริมการใช้จักรยานยนต์ไฟฟ้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น</p>
<p>“Dat Bike เป็นสตาร์ทอัพชั้นนำของประเทศเวียดนามที่พัฒนา ผลิต และจำหน่ายรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ที่มีโอกาสในการเติบโตสูงมากในตลาดอาเซียน ภายใต้ความร่วมมือกับพันธมิตรที่แข็งแกร่งและมีวิสัยทัศน์ในระยะกลางและระยะยาว เราจึงตกลงเป็นหุ้นส่วนเชิงกลยุทธ์สำหรับภูมิภาคอาเซียน” <strong>โฆษกของ F.C.C.</strong> กล่าว</p>
<p>&#8220;ความร่วมมือหุ้นส่วนในเชิงกลยุทธ์ระหว่าง Dat Bike และ F.C.C. จะครอบคลุมการจัดหาชิ้นส่วนของรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า รวมถึงข้อตกลงร่วมกันในการสร้างสังคมแห่งการขับขี่อย่างยั่งยืนและความรับผิดชอบต่อสังคม โดยตอบสนองความต้องการของชุมชน การแก้ไขปัญหาสังคม ผ่านการสร้างคุณค่าให้กับลูกค้า การบริหารจัดการที่ดี และการจัดการกับห่วงโซ่อุปทานด้วยศักยภาพในฐานะผู้นำตลาดระดับโลกในธุรกิจผลิตคลัตช์ของเรา”</p>
<h3>โอกาสเติบโตและการรุกตลาดในประเทศไทย</h3>
<p>การเติบโตของตลาดในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภายใต้นโยบายของภาครัฐ มีส่วนสำคัญในการสนับสนุนการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้า นอกเหนือจากประเทศเวียดนามแล้ว ประเทศไทยได้กลายเป็นศูนย์กลางของรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาค ด้วยนโยบายสนับสนุนการใช้รถ EV และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของพลังงานสะอาด ประเทศไทยมีศักยภาพสูงจากตลาดรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ ที่มียอดจำหน่ายมากกว่า 1.71 ล้านคันในปี 2567 แม้ปัจจุบันตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าจะมีสัดส่วนประมาณ 1% ของตลาดโดยรวม แต่การใช้งานรถยนต์ไฟฟ้ายังมีการเติบโตอย่างรวดเร็วตามนโยบาย EV 3.0 ของรัฐบาล ภายใต้นโยบายนี้ภาครัฐจะส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าผ่านการนำเสนอสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เช่น การลดภาษี การให้เงินสนับสนุน การให้ส่วนลด รวมถึงการลดภาษีนำเข้าและภาษีสรรพสามิต การสนับสนุนเหล่านี้ช่วยเร่งให้ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเติบโตขึ้น และเป็นโอกาสที่ดีในการขยายตลาดและสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรของ Dat Bike</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/dat-bike-ev/">Dat Bike ระดมทุนล่าสุดได้รับเงินเพิ่ม 22 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เร่งปฏิวัติ EV ในเวียดนาม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ส.อ.ท. เผยยอดจดทะเบียน BEV และ HEV เดือน ม.ค. เพิ่มฉลุย ส่วน PHEV ลดลงเล็กน้อย</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/fti-bev-hev-phev/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/fti-bev-hev-phev/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 22 Feb 2024 09:00:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[BEV]]></category>
		<category><![CDATA[HEV]]></category>
		<category><![CDATA[PHEV]]></category>
		<category><![CDATA[รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ส.อ.ท.]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมยานยนต์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=32401</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ &#8211; 22 กุมภาพันธ์ 2567 : สุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์  รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยจำนวนการผลิต ยอดขายภายในประเทศ และการส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าและรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศ ในเดือนมกราคม 2567 ดังต่อไปนี้ เดือนมกราคม 2567 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (BEV) จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 15,943 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคมปีที่แล้วร้อยละ 238.71 โดยแบ่งเป็นรถยนต์นั่งและรถยนต์ประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 13,574 คัน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/fti-bev-hev-phev/">ส.อ.ท. เผยยอดจดทะเบียน BEV และ HEV เดือน ม.ค. เพิ่มฉลุย ส่วน PHEV ลดลงเล็กน้อย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ &#8211; 22 กุมภาพันธ์ 2567 : <strong>สุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์  รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ </strong><strong>สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย</strong> <strong>(ส.อ.ท.)</strong><strong> เปิดเผยจำนวนการผลิต ยอดขายภายในประเทศ และการส่งออกรถยนต์</strong><strong>ไฟฟ้าและรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า</strong><strong>ของประเทศ</strong> <strong>ในเดือนมกราคม</strong> <strong>2567</strong> <strong>ดังต่อไปนี้</strong></p>
<p><span id="more-32401"></span></p>
<figure id="attachment_32403" aria-describedby="caption-attachment-32403" style="width: 720px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="size-full wp-image-32403" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/fti-bev-hev-phev-02.jpg" alt="สุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์" width="720" height="480" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/fti-bev-hev-phev-02.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/fti-bev-hev-phev-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/fti-bev-hev-phev-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/fti-bev-hev-phev-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /><figcaption id="caption-attachment-32403" class="wp-caption-text">สุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์  รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)</figcaption></figure>
<p>เดือนมกราคม 2567 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (BEV) จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 15,943 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคมปีที่แล้วร้อยละ 238.71 โดยแบ่งเป็นรถยนต์นั่งและรถยนต์ประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 13,574 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2566 ร้อยละ 360.92 ประกอบด้วยรถยนต์นั่งจำนวน13,322คันรถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คนจำนวน 242 คัน รถยนต์บริการธุรกิจจำนวน 1คัน และรถยนต์บริการทัศนาจรจำนวน9คัน  ส่วนรถกระบะ รถแวนมีทั้งสิ้น 86 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคมปีที่แล้วร้อยละ 273.91 และรถยนต์สามล้อรับจ้างมีทั้งสิ้น 2 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม 2566 ร้อยละ 93.75เป็นรถยนต์สามล้อส่วนบุคคลจำนวน  2 คัน</p>
<p>ส่วนรถจักรยานยนต์มีทั้งสิ้น 2,253 คัน <strong>เพิ่มขึ้น</strong>จากเดือนมกราคม 2566 ร้อยละ 46.01 แบ่งเป็นรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลจำนวน  2,251 คัน และรถจักรยานยนต์สาธารณะจำนวน 2 คัน ขณะที่รถโดยสารมีทั้งสิ้น 21 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม2566 ร้อยละ 86.88 และรถบรรทุกมีทั้งสิ้น 7 คัน <strong>เพิ่มขึ้น</strong>จากเดือนธันวาคมปีที่แล้วร้อยละ 75</p>
<p><strong>ยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท HEV  </strong>เดือนมกราคม 2567 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (HEV) จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 14,143 คัน <strong>เพิ่มขึ้น</strong>จากเดือนธันวาคมปีที่แล้วร้อยละ 83.99 โดยแบ่งเป็นรถยนต์นั่งและรถประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 14,119 คัน <strong>เพิ่มขึ้น</strong>จากเดือนมกราคม 2566 ร้อยละ 84.49 ประกอบด้วยรถยนต์นั่งจำนวน 14,097 คัน รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คนจำนวน1  คัน รถยนต์บริการธุรกิจจำนวน  6 คัน และรถยนต์บริการทัศนาจรจำนวน 15 คัน</p>
<p>ด้านรถจักรยานยนต์มีทั้งสิ้น 24 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม 2566 ร้อยละ 29.41 เป็นรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลจำนวน 24 คัน</p>
<p><strong>ยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท PHEV   </strong>เดือนมกราคม 2567 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (PHEV) จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 940 คัน ลดลงจากเดือนธันวาคมปีที่แล้วร้อยละ 2.19 โดยแบ่งเป็น รถยนต์นั่งและรถประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 940 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม 2566 ร้อยละ 2.19</p>
<p><strong>ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท PHEV ณ วันที่ 31 มกราคม 2567 </strong> ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท BEV มีจำนวนทั้งสิ้น 147,743 คัน <strong>เพิ่มขึ้น</strong>จากปีที่แล้วร้อยละ 301.75 โดยแบ่งประเภทได้ ดังนี้</p>
<ul>
<li>รถยนต์นั่งและรถยนต์ประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 103,290 คัน<strong> เพิ่มขึ้น</strong>จากช่วงเวลาเดียวกันปี 2566 ร้อยละ 519.54</li>
<li>รถยนต์นั่งมีจำนวน 102,154 คัน <strong>เพิ่มขึ้น</strong>จากช่วงเวลาเดียวกันปี 2566 ร้อยละ 519.90</li>
<li>รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คนมีจำนวน 817 คัน <strong>เพิ่มขึ้น</strong>จากช่วงเวลาเดียวกันปี 2566 ร้อยละ 59</li>
<li>รถยนต์บริการธุรกิจมีจำนวน 51 คัน <strong>เพิ่มขึ้น</strong>จากช่วงเวลาเดียวกันปี 2566 ร้อยละ 628.57</li>
<li>รถยนต์บริการทัศนาจรมีจำนวน 60 คัน <strong>เพิ่มขึ้น</strong>จากช่วงเวลาเดียวกันปี 2566 ร้อยละ 1,900</li>
<li>รถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์มีจำนวน 208 คัน <strong>เพิ่มขึ้น</strong>จากช่วงเวลาเดียวกันปี 2566 ร้อยละ 1,500</li>
<li>รถกระบะและรถแวนมีจำนวน 365 คัน <strong>เพิ่มขึ้น</strong>จากช่วงเวลาเดียวกันปี 2566 ร้อยละ 280.21</li>
<li>รถยนต์ 3 ล้อมีจำนวนทั้งสิ้น 903 คัน <strong>เพิ่มขึ้น</strong>จากช่วงเวลาเดียวกันปี 2566 ร้อยละ 70.38</li>
<li>รถยนต์สามล้อส่วนบุคคลมีจำนวน 82 คัน <strong>เพิ่มขึ้น</strong>จากช่วงเวลาเดียวกันปี 2566 ร้อยละ 32.26</li>
<li>รถยนต์รับจ้างสามล้อมีจำนวน 821 คัน <strong>เพิ่มขึ้น</strong>จากช่วงเวลาเดียวกันปี 2566 ร้อยละ 75.43</li>
<li>รถจักรยานยนต์มีจำนวนทั้งสิ้น 40,435 คัน <strong>เพิ่มขึ้น</strong>จากช่วงเวลาเดียวกันปี 2566 ร้อยละ 71</li>
<li>รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลมีจำนวน 40,300 คัน <strong>เพิ่มขึ้น</strong>จากช่วงเวลาเดียวกันปี 2566 ร้อยละ 123.76</li>
<li>รถจักรยานยนต์สาธารณะมีจำนวน 135 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2566 ร้อยละ 107.69</li>
<li>อื่นๆ</li>
<li>รถโดยสารมีจำนวนทั้งสิ้น 2,440 คัน <strong>เพิ่มขึ้น</strong>จากช่วงเวลาเดียวกันปี 2566 ร้อยละ 77.84</li>
<li>รถบรรทุกมีจำนวนทั้งสิ้น 310 คัน <strong>เพิ่มขึ้น</strong>จากช่วงเวลาเดียวกันปี 2566 ร้อยละ 933.33</li>
</ul>
<p><strong>ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท HEV ณ วันที่ 31 มกราคม 2567</strong>ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท HEV มีจำนวนทั้งสิ้น 357,645 คัน <strong>เพิ่มขึ้น</strong>จากปีที่แล้วร้อยละ 33.75 โดยแบ่งประเภทได้ ดังนี้</p>
<ul>
<li>รถยนต์นั่งและรถยนต์ประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 348,534 คัน<strong> เพิ่มขึ้น</strong>จากช่วงเวลาเดียวกันปี 2566 ร้อยละ 34.91</li>
<li>รถยนต์นั่งมีจำนวน 347,678 คัน <strong>เพิ่มขึ้น</strong>จากช่วงเวลาเดียวกันปี 2566 ร้อยละ 34.90</li>
<li>รถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารฯ มีจำนวน 479 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2566 ร้อยละ 83</li>
<li>รถยนต์บริการธุรกิจ มีจำนวน 57 คัน <strong>เพิ่มขึ้น</strong>จากช่วงเวลาเดียวกันปี 2566 ร้อยละ 103.57</li>
<li>รถยนต์บริการทัศนาจร มีจำนวน 170 คัน <strong>เพิ่มขึ้น</strong>จากช่วงเวลาเดียวกันปี 2566 ร้อยละ 100</li>
<li>รถยนต์บริการให้เช่า มีจำนวน 2 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2566 ร้อยละ 33.33</li>
<li>รถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์มีจำนวน 148<strong> เพิ่มขึ้น</strong>จากช่วงเวลาเดียวกันปี 2566 ร้อยละ 448.15</li>
<li>รถกระบะและรถแวนมีจำนวน 1 คัน เท่ากับช่วงเวลาเดียวกันปี 2566</li>
<li>รถจักรยานยนต์มีจำนวนทั้งสิ้น 9,102 คัน <strong>เพิ่มขึ้น</strong>จากช่วงเวลาเดียวกันปี 2566 ร้อยละ 80</li>
<li>รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลมีจำนวน 9,108 คัน <strong>เพิ่มขึ้น</strong>จากช่วงเวลาเดียวกันปี 2566 ร้อยละ 0.80</li>
<li>อื่นๆ</li>
<li>รถโดยสารมีจำนวนทั้งสิ้น 2 คัน ซึ่งเท่ากับช่วงเวลาเดียวกันปี 2566</li>
</ul>
<p><strong>ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท PHEV ณ วันที่ 31 มกราคม 2567</strong> ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท PHEV มีจำนวนทั้งสิ้น 54,907 คัน เ<strong>พิ่มขึ้น</strong>จากปีที่แล้วร้อยละ 26.63 โดยแบ่งประเภทได้ ดังนี้</p>
<ul>
<li>รถยนต์นั่งและรถประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 54,907 คัน <strong>เพิ่มขึ้น</strong>จากปีที่แล้วร้อยละ 26.63</li>
<li>รถยนต์นั่งมีจำนวน 54,838 คัน <strong>เพิ่มขึ้น</strong>จากช่วงเวลาเดียวกันปี 2566 ร้อยละ 26.66</li>
<li>รถยนต์บริการธุรกิจมีจำนวน 41 คัน <strong>เพิ่มขึ้น</strong>จากช่วงเวลาเดียวกันปี 2566 ร้อยละ 2.50</li>
<li>รถยนต์บริการทัศนาจรมีจำนวน 21 คัน <strong>เพิ่มขึ้น</strong>จากช่วงเวลาเดียวกันปี 2566 ร้อยละ 5</li>
<li>รถยนต์บริการให้เช่ามีจำนวน 3 คัน เท่ากับช่วงเวลาเดียวกันปี 2566</li>
<li>รถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์มีจำนวน 4 ซึ่งในช่วงเวลาเดียวกันปี 2566 ไม่มีการจดทะเบียน</li>
</ul>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/fti-bev-hev-phev/">ส.อ.ท. เผยยอดจดทะเบียน BEV และ HEV เดือน ม.ค. เพิ่มฉลุย ส่วน PHEV ลดลงเล็กน้อย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/fti-bev-hev-phev/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บางจากฯ ร่วมสนับสนุนการรับมือสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/bangchak-pcd-pm-2-5-ev-winnonie/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/bangchak-pcd-pm-2-5-ev-winnonie/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 25 Oct 2023 09:11:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Winnonie]]></category>
		<category><![CDATA[กรมควบคุมมลพิษ]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[บางจากฯ]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่นละออง PM 2.5]]></category>
		<category><![CDATA[รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รับมือสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5]]></category>
		<category><![CDATA[สถานีสลับแบตเตอรี่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=30666</guid>

					<description><![CDATA[<p>บางจากฯ ร่วมแสดงความพร้อมในการสนับสนุนการรับมือสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 ในงานแถลงข่าวการรับมือสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จัดโดยกรมควบคุมมลพิษ โดยมี พลตำรวจเอก พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 อาคารเทียมคมกฤส กรมป่าไม้ นางกลอยตา ณ ถลาง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานสื่อสารองค์กรและกิจการเพื่อความยั่งยืน บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/bangchak-pcd-pm-2-5-ev-winnonie/">บางจากฯ ร่วมสนับสนุนการรับมือสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บางจากฯ ร่วมแสดงความพร้อมในการสนับสนุนการรับมือสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 ในงานแถลงข่าวการรับมือสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จัดโดยกรมควบคุมมลพิษ โดยมี พลตำรวจเอก พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 อาคารเทียมคมกฤส กรมป่าไม้</strong><span id="more-30666"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นางกลอยตา ณ ถลาง</strong></span> <strong>ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานสื่อสารองค์กรและกิจการเพื่อความยั่งยืน บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)</strong> ร่วมงานแถลงข่าวการรับมือสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งกลุ่มบริษัทบางจากได้ร่วมจัดนิทรรศการแสดงความพร้อมในการร่วมรับมือกับสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 ด้วยการจำหน่ายน้ำมันดีเซลกำมะถันต่ำ หรือเทียบเท่ามาตรฐานยูโร 5 เพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองจากรถยนต์ ซึ่งบางจากฯ เป็นผู้ริเริ่มจำหน่าย “น้ำมันลดฝุ่น” หรือน้ำมันดีเซลกำมะถันต่ำ มาตรฐานยูโร 5 เป็นรายแรกในประเทศไทยตั้งแต่ปลายปี 2562 เพื่อร่วมบรรเทาสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 ทั้งนี้ บางจากฯ จะปรับสูตรน้ำมันดีเซลทุกลิตรที่จำหน่ายในสถานีบริการน้ำมันบางจากและสถานีบริการน้ำมัน เอสโซ่เดิม (สถานีบริการน้ำมันบางจากที่ปรับจากสถานีบริการน้ำมันเอสโซ่) ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมจำนวน 224 สาขา ให้เป็นดีเซลปริมาณกำมะถันต่ำ เทียบเท่ามาตรฐานยูโร 5 ที่มีค่ากำมะถันลดลงถึง 5 เท่า (น้อยกว่า 10 ppm) ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์พรีเมี่ยมของบางจากทุกลิตร ทั้งบางจาก ไฮพรีเมียม 97 พรีเมียมแก๊สโซฮอล์ บางจาก ไฮพรีเมียมดีเซล S เป็นน้ำมันมาตรฐานยูโร 5 ดีต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-30668" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Bangchak-PCD-PM-2.5-EV.jpg" alt="แพลตฟอร์มให้บริการรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าและสถานีสลับแบตเตอรี่ Winnonie ของกลุ่มบริษัทบางจาก" width="800" height="533" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Bangchak-PCD-PM-2.5-EV.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Bangchak-PCD-PM-2.5-EV-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Bangchak-PCD-PM-2.5-EV-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Bangchak-PCD-PM-2.5-EV-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Bangchak-PCD-PM-2.5-EV-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p><strong>นอกจากนี้ แพลตฟอร์มให้บริการรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าและสถานีสลับแบตเตอรี่ Winnonie ของกลุ่มบริษัทบางจาก ก็เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมสีเขียวที่ช่วยลดฝุ่น PM 2.5 ภายในงาน พลตำรวจเอก พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากร รวมถึงผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานต่าง ๆ ให้เกียรติชมนิทรรศการของบางจากฯ โดยนางกลอยตาและผู้บริหารของ กลุ่มบริษัทบางจากให้การต้อนรับ</strong></p>
<hr />
<p>ที่มา: บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/bangchak-pcd-pm-2-5-ev-winnonie/">บางจากฯ ร่วมสนับสนุนการรับมือสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/bangchak-pcd-pm-2-5-ev-winnonie/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เพ็นทินั่ม อีเล็กทรอนิกส์ เปิดตัว “LYVA” มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าใหม่ 2 รุ่น ตอบโจทย์การใช้งานด้านความปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ขับขี่ในไทย</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/pentinum-e-lyva/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/pentinum-e-lyva/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 22 Mar 2023 08:44:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[LYVA]]></category>
		<category><![CDATA[LYVA MB5]]></category>
		<category><![CDATA[LYVA S30 Plus]]></category>
		<category><![CDATA[มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ไลวา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=26048</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท เพ็นทินั่ม อีเล็กทรอนิกส์ จำกัด (Pentinum E) ผู้จัดจำหน่ายและผู้ประกอบจักรยานยนต์ไฟฟ้า “LYVA” (ไลวา) แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เปิดตัวรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ภายใต้ แบรนด์ “LYVA ประเทศไทย”  พร้อมกัน 2 รุ่น ได้แก่ LYVA S30 Plus และ LYVA MB5 เพื่อตอบโจทย์การใช้งานและสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ขับขี่ในประเทศไทย โดย ครั้งแรกในงาน Bangkok International Motor&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/pentinum-e-lyva/">เพ็นทินั่ม อีเล็กทรอนิกส์ เปิดตัว “LYVA” มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าใหม่ 2 รุ่น ตอบโจทย์การใช้งานด้านความปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ขับขี่ในไทย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท เพ็นทินั่ม อีเล็กทรอนิกส์ จำกัด </strong><strong>(Pentinum E) </strong>ผู้จัดจำหน่ายและผู้ประกอบจักรยานยนต์ไฟฟ้า <strong>“</strong><strong>LYVA” (</strong><strong>ไลวา</strong><strong>) </strong>แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เปิดตัวรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ภายใต้ แบรนด์ “LYVA ประเทศไทย”  พร้อมกัน 2 รุ่น ได้แก่ <strong>LYVA S30 Plus </strong>แล<strong>ะ </strong><strong>LYVA </strong><strong>MB5 </strong>เพื่อตอบโจทย์การใช้งานและสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ขับขี่ในประเทศไทย โดย ครั้งแรกในงาน Bangkok International Motor Show 2023 ระหว่างวันที่ 22 มีนาคม &#8211; 2 เมษายน พ.ศ. 2566 ณ ชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1-3 อิมแพค เมืองทองธานี<span id="more-26048"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-26051" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/LYVA-02.jpg" alt="นพ.ธณัฐ จิรบันดาลสุข" width="720" height="580" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/LYVA-02.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/LYVA-02-300x242.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/LYVA-02-150x121.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/LYVA-02-500x403.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นพ</strong><strong>.</strong></span><strong><span style="color: #6cb742;">ธณัฐ จิรบันดาลสุข</span> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เพ็นทินั่ม อีเล็กทรอนิกส์ จำกัด </strong><strong>(Pentinum E)</strong> กล่าวว่า Pentinum E ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2565 เพื่อร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับลู่หยวน  ผู้นำและผู้บุกเบิกด้านรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยทำหน้าที่เป็นผู้จัดจำหน่ายและผู้ประกอบรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า LYVA อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ด้วยเล็งเห็นว่าประเทศไทยควรมีรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ช่วยลดการเกิดมลพิษทั้งทางอากาศและเสียง โดยเฉพาะในยุคที่ประชาชนต้องเผชิญกับมลพิษจากฝุ่น PM 2.5 ที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพทั้งระยะสั้นและระยะยาว นอกจากนี้ยังเพิ่มโอกาสให้ผู้บริโภคมีตัวเลือกในการเลือกใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้ามากยิ่งขึ้น จึงได้นำจักรยานยนต์ไฟฟ้าของลู่หยวนเข้ามาพัฒนาปรับแต่งให้เหมาะกับการใช้งานของกลุ่มเป้าหมายในไทย เพื่อส่งมอบความคุ้มค่า ประหยัดค่าใช้จ่าย ตอบโจทย์เรื่องสมรรถนะต่าง ๆ อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยนำเข้าจดประกอบและจัดจำหน่าย ภายใต้แบรนด์ LYVA ประเทศไทย สำหรับ2 รุ่นแรกที่เปิดตัว คือ LYVA S30 Plus และ LYVA MB5 เป็นการนำเข้าชิ้นส่วน แบบ CKD และประกอบเป็นตัวรถที่โรงงานของบริษัทฯ ที่ จังหวัดนนทบุรี</p>
<p>“LYVA ประเทศไทย” ให้ความสำคัญ ในการคัดสรรชิ้นส่วนทุกชิ้นที่มาประกอบเป็นตัวรถ โดยคำนึงถึงคุณภาพ มากกว่าต้นทุน และเน้นด้านความปลอดภัยเป็นเรื่องหลัก ดังนั้นหลังจากผ่านกระบวนการปรับปรุงและพัฒนาด้วยการเก็บสถิติการใช้งานตลอด 1 ปีก่อนการเปิดตัวร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ ทำให้มั่นใจว่า “LYVA ประเทศไทย” จะมีความเหนือชั้นกว่า LYVA เพราะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้ขับขี่ในเมืองไทยได้ ครบถ้วน</p>
<p>“Pentinum E ไม่ได้มุ่งหวังแค่เพียงโอกาสทางธุรกิจ แต่ต้องการทำธุรกิจที่สร้างความยั่งยืนให้กับสังคมสิ่งแวดล้อมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผู้ขับขี่และผู้ใช้รถใช้ถนนในประเทศไทย ปัจจุบัน Pentinum E มีกำลังในการประกอบรถจักรยานยนต์ 1,000 คัน ต่อเดือน และมีหน่วยงานควบคุมคุณภาพ ที่เริ่มตั้งแต่การควบคุมคุณภาพของชิ้นส่วนที่นำเข้ามาประกอบ ไปจนถึงเมื่อประกอบเป็นรถที่สมบูรณ์ รวมทั้งมีการตรวจสอบรถหลังกระบวนการประกอบสุดท้ายตามมาตรฐานที่กำหนด เพื่อส่งมอบรถคุณภาพให้กับลูกค้า สำหรับเป้ายอดขายทั้งแบบ B2B และ B2C ในปี พ.ศ. 2566 เบื้องต้นตั้งไว้ที่ประมาณ 5,000 คัน”  <strong>นพ</strong><strong>.</strong><strong>ธณัฐ </strong>กล่าว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-26052" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/LYVA-03.jpg" alt="" width="720" height="540" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/LYVA-03.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/LYVA-03-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/LYVA-03-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/LYVA-03-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<p>สำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า <strong>LYVA S30 Plus</strong> โดดเด่นด้วยรูปทรงโค้งมน น้ำหนัก 92 กิโลกรัม มาพร้อมไฟหน้าแบบ LED และจอ แสดงผลขนาดใหญ่ LCD SOC Control Core มอเตอร์ขนาด 2000 วัตต์ พร้อมระบบระบายความร้อนด้วยสารเหลวลดอุณหภูมิขณะใช้งาน สิทธิบัตรเฉพาะของลู่หยวน ทำให้ขับขี่ทางไกลได้อย่างเสถียรและต่อเนื่องโดยที่มอเตอร์ไม่ร้อน ปรับโหมดความเร็วได้ 3 ระดับ ทำความเร็วได้สูงสุด 85 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นุ่มเงียบด้วยโช้คอัพหน้าขนาดใหญ่ โช้คหลังคู่แกนใหญ่รับน้ำหนักได้ดี หยุดปลอดภัยด้วยระบบดิสก์เบรกเหน้า-หลัง พิเศษมากกว่านั้นด้วยการขับขี่ขึ้นทางชันได้อย่างดี ทำให้ทุกการเดินทางไม่มีสะดุด วิ่งไกลด้วยแบตเตอรี่ลิเธียมขนาด 72V30AH ใช้เวลาในการชาร์จ 3 ชั่วโมง คิดเป็นค่าไฟครั้งละ 12 บาท (คำนวณจากค่าไฟหน่วยละ 4 บาท) สามารถวิ่งได้ ระยะทาง 80-100 กิโลเมตร สัญญาณกันขโมยควบคุมด้วยรีโมท รับประกันมอเตอร์และแบตเตอรี่ 2 ปี มีสีให้เลือก 6 สี ได้แก่ Ocean Blue Crystal White Shadow Grey Digital Green Obsidian Black และ Forest Green ราคาจำหน่ายปกติ 81,000 บาท พิเศษ เฉพาะในงาน Bangkok International Motor Show 2023 จำหน่ายราคา 53,000 บาท</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-26053" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/LYVA-04.jpg" alt="รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า LYVA MB5" width="720" height="480" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/LYVA-04.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/LYVA-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/LYVA-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/LYVA-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<p>ส่วน <strong>LYVA MB5</strong> รถจักรยานยนต์ไฟฟ้ารูปทรงกะทัดรัด น้ำหนัก 78 กิโลกรัม สามารถบรรทุกน้ำหนักได้ถึง 150 กิโลกรัม และจอ LCD แสดงผลขนาดใหญ่  มาพร้อมขุมพลังจากแบตเตอรี่ลิเธียมขนาด 60V 40AH ทำงานควบคู่กับมอเตอร์ขนาด 1200 วัตต์ พร้อมระบบระบายความร้อนด้วยสารเหลว ล้อหน้าเป็นดิสก์เบรก ล้อหลังเป็นดรัมเบรกเซรามิก ทำความเร็วได้สูงสุด 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใช้เวลาในการชาร์จ 3 ชั่วโมง คิดเป็นค่าไฟครั้งละ 9 บาท (คำนวณจากค่าไฟหน่วยละ 4 บาท) สามารถวิ่งได้ระยะทาง 100-120 กิโลเมตร สัญญาณกันขโมยควบคุมด้วยรีโมท รับประกันมอเตอร์และแบตเตอรี่ 2 ปี มีสีให้เลือก 6 สี ได้แก่ Sparkle Green  Scarlet Red  Pure White  Urban Black  Arctic Blue และ Stone Gray  ราคาจำหน่ายปกติ 77,000 บาท <strong>พิเศษเฉพาะ</strong><strong>ในงาน </strong><strong>Bangkok International Motor Show 2023 </strong><strong>จำหน่ายราคา </strong><strong>49,000 </strong><strong>บาท</strong></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-26054" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/LYVA-05.jpg" alt="" width="720" height="480" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/LYVA-05.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/LYVA-05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/LYVA-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/LYVA-05-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ทพ.ธนิศร์ จิรบันดาลสุข</span> ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ บริษัท เพ็นทินั่ม อีเล็กทรอนิกส์ จำกัด (Pentinum E)</strong> กล่าวว่า เทคโนโลยีหลักๆ ที่สำคัญในรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า คือ มอเตอร์ คอนโทรลเลอร์ และแบตเตอรี่ ซึ่งปัจจุบันมีผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าไม่กี่บริษัทที่สามารถคิดค้นเทคโนโลยี รวมทั้งผลิตมอเตอร์และคอนโทรลเลอร์ได้เอง แต่ลู่หยวน คือหนึ่งในผู้ผลิตที่สามารถคิดค้นเทคโนโลยีหลักของรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าได้ทั้งหมด นอกจากนี้ ยังได้มีการจดสิทธิบัตรเป็นทรัพย์สินทางปัญญารวม 608 รายการ รวมทั้งเทคโนโลยีเพื่อการขับขี่ที่ปลอดภัยต่างๆ และนวัตกรรมไฮไลท์ที่มาพร้อมกับรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า LYVA ได้แก่ Liquid Cooling Motor มอเตอร์ระบายความร้อนด้วยของเหลว ช่วยลดอุณหภูมิของมอเตอร์ขณะใช้งานได้ 30 องศาเซลเซียส ทำให้แรงบิด (Torque) ของมอเตอร์คงที่ ขับขี่ได้อย่างราบรื่น นอกจากนี้ยังมีความสามารถในการลุยน้ำ เพราะมีคุณสมบัติในการป้องกันฝุ่นและน้ำในระดับมาตรฐาน IP67 (International Protection Standard) ทำให้การขับขี่มีความเสถียรสูง ที่สำคัญคือ ช่วยให้มอเตอร์มีความคงทนมากขึ้น</p>
<p>โดย LYVA รับประกันรถนานเป็นพิเศษถึง 2 ปี Solid-state Controller สมองกลควบคุมตัวรถด้วยเทคโนโลยีสิทธิบัตรเฉพาะของลู่หยวน พร้อมระบบระบายความร้อนด้วยอากาศ ช่วยควบคุมการประสานการทำงานระหว่างแบตเตอรี่ไปจนถึงมอเตอร์ที่ใช้ในการขับเคลื่อน มั่นใจได้ทุกเส้นทางในการขับขี่  Ceramic Brake เป็นระบบเบรกที่ใช้ในรถระดับซูเปอร์คาร์ ซึ่งจากผลการวิจัยพบว่า ช่วยลดระยะทางในการเบรกได้ 1 เมตร ยืดอายุการใช้งาน 5 เท่า เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้ขับขี่ ไร้ความกังวลกับทุกสถานการณ์และIntelligent Charger คลายความกังวลในการชาร์จแบตเตอรี่ ด้วเซนเซอร์ตรวจจับวัดอุณหภูมิขณะชาร์จและปรับโวลท์เทจ (Voltage) ให้เหมาะสมกับอุณหภูมิในขณะชาร์จไม่ให้สูง มีระบบตัดไฟไม่ให้เกิดการลัดวงจร เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดระยะเวลาในการชาร์จไฟให้เร็วขึ้น พร้อมรับประกัน 2 ปี</p>
<p>หลังจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ ภายใต้แบรนด์ “LYVA ประเทศไทย” ครั้งแรกในงาน Bangkok International Motor Show 2023 แล้ว Pentinum E ยังพร้อมต่อยอดด้านความเชื่อมั่นด้วยบริการ หลังการขายในศูนย์บริการของบริษัทฯ ซึ่งปัจจุบัน LYVA มีศูนย์บริการอยู่ที่สำนักงานใหญ่ LYVA ประเทศไทย  จังหวัดนนทบุรี และยังมีหน่วยบริการเคลื่อนที่ 15 แห่งทั่วประเทศเพื่อให้บริการดูแลลูกค้าแบบ On-site เพื่อความสะดวกในการเข้ ถึงผลิตภัณฑ์และใช้บริการของผู้บริโภค</p>
<p>ภายในปี พ.ศ. 2566 นี้ Pentinum E มีแผนขยายและแต่งตั้งผู้แทนจำหน่าย LYVA ทั้งในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านรวมประมาณ 50 ราย รวมทั้งจะขยายการให้บริการหลังการขายจากทีมดูแล LYVA Attendant ด้วยการตั้ง Service Station 100 จุดทั่วประเทศไทย</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/pentinum-e-lyva/">เพ็นทินั่ม อีเล็กทรอนิกส์ เปิดตัว “LYVA” มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าใหม่ 2 รุ่น ตอบโจทย์การใช้งานด้านความปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ขับขี่ในไทย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/pentinum-e-lyva/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กฟผ. เปิดตัว ‘EGAT E-Bike’ หนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า มุ่งสู่องค์กรสีเขียว</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/egat-e-bike-%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/egat-e-bike-%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 30 Nov 2020 03:44:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Auto Challenge]]></category>
		<category><![CDATA[EGAT E-Bike]]></category>
		<category><![CDATA[กฟผ]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[สถานีอัดประจุไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=15261</guid>

					<description><![CDATA[<p>การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดตัวรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า EGAT E-Bike และสถานีอัดประจุไฟฟ้าแบบสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ นำร่องใช้งานภายในหน่วยงาน กฟผ. 19 แห่งทั่วประเทศ ตามนโยบายของภาครัฐ เดินหน้าสู่การเป็นองค์กรสีเขียว ส่งเสริมระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 27 พฤศจิกายน 2563 &#8211; นายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นประธานในพิธีเปิดตัวรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ กฟผ. (EGAT E-Bike) จำนวน 51 คัน และสถานีอัดประจุไฟฟ้าแบบสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ (Battery&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/egat-e-bike-%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/">กฟผ. เปิดตัว ‘EGAT E-Bike’ หนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า มุ่งสู่องค์กรสีเขียว</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดตัวรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า EGAT E-Bike และสถานีอัดประจุไฟฟ้าแบบสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ นำร่องใช้งานภายในหน่วยงาน กฟผ. 19 แห่งทั่วประเทศ ตามนโยบายของภาครัฐ เดินหน้าสู่การเป็นองค์กรสีเขียว ส่งเสริมระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</strong><span id="more-15261"></span></p>
<p>27 พฤศจิกายน 2563 &#8211; <strong>นายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย</strong> <strong>ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)</strong> เป็นประธานในพิธีเปิดตัวรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ กฟผ. (EGAT E-Bike) จำนวน 51 คัน และสถานีอัดประจุไฟฟ้าแบบสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ (Battery Swapping Station) เพื่อส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าภายในหน่วยงานตามนโยบายของภาครัฐ ณ กฟผ. สำนักงานกลาง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย</strong></span> <strong>ผู้ว่าการ กฟผ.</strong> เปิดเผยว่า กฟผ. เล็งเห็นถึงความสำคัญของยานยนต์ไฟฟ้าซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก มลพิษ และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 จึงส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าใน กฟผ. มาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการนำรถมินิบัสไฟฟ้า (EV Bus) จำนวน 11 คัน ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ กฟผ. 10 แห่ง มาใช้สำหรับรับส่งพนักงานและประชาชนที่มาศึกษาดูงานในพื้นที่ กฟผ. เปิดให้ประชาชนเข้าใช้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้าของ กฟผ. ทั้ง 23 สถานี การติดฉลากรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเบอร์ 5 ซึ่งดำเนินการไปแล้วกว่า 12,000 ดวง และล่าสุด กฟผ. ได้จัดทำรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ กฟผ. หรือ EGAT E-Bike ผลักดันยกระดับประสิทธิภาพพลังงานภายใต้แคมเปญ “บิดเปลี่ยนโลก” โดยนำร่อง EGAT E-Bike จำนวน 51 คัน เพื่อใช้งานในกิจการเพื่อสังคมและกิจการของ กฟผ. ในพื้นที่ กฟผ. จำนวน 19 แห่ง ทั่วประเทศ พร้อมทั้งจัดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้าแบบสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ จำนวน 3 แห่ง ที่ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. สำนักงานกลาง จ.นนทบุรี, โรงไฟฟ้าแม่เมาะ จ.ลำปาง และศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. ลำตะคอง จ.นครราชสีมา ซึ่งมีระบบ RFID Access ควบคุมบริหารจัดการอำนวยความสะดวกในการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ให้กับผู้ใช้งาน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-15264" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/EGAT-E-Bike-02.jpg" alt="EGAT E-Bike" width="680" height="454" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/EGAT-E-Bike-02.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/EGAT-E-Bike-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/EGAT-E-Bike-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/EGAT-E-Bike-02-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p>สำหรับ <strong>EGAT E-Bike</strong> เป็น<strong>รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า</strong>ที่ถูกออกแบบให้ขับขี่ได้ง่าย มีความปลอดภัยสูง เพราะความเร็วสูงสุดของ EGAT E-Bike เป็นความเร็วที่เหมาะกับการวิ่งในเมืองไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คิดเป็นระยะทางมากกว่า 95 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ส่วนการชาร์จไฟฟ้า EGAT E-Bike นอกจากสามารถชาร์จไฟที่บ้านได้แล้ว ยังรองรับการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ซึ่งผู้ใช้สามารถถอดแบตเตอรี่สับเปลี่ยนได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาในการรอชาร์จไฟ อีกทั้งการใช้ไฟฟ้าแทนน้ำมันคิดเป็นต้นทุนค่าเชื้อเพลิงเพียง 13 สตางค์ต่อกิโลเมตร</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-15262" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/EGAT-E-Bike-Station.jpg" alt="สถานีอัดประจุไฟฟ้าแบบสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ (Battery Swapping Station)" width="680" height="454" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/EGAT-E-Bike-Station.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/EGAT-E-Bike-Station-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/EGAT-E-Bike-Station-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/EGAT-E-Bike-Station-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><strong>ทั้งนี้ คาดว่าการส่งเสริมการใช้ EGAT E-Bike ภายในองค์กรของ กฟผ. จะสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 37 ตันต่อปี และลดฝุ่นประมาณ 838,000 มิลลิกรัมต่อปี โดยตั้งเป้าขยายผลสู่หน่วยงานภาครัฐในพื้นที่อำเภอบางกรวยภายใต้โครงการ Bangkruai Green Community ภายในปี 2564 รองรับกลยุทธ์ Air theme ในการดูแลคุณภาพอากาศ รวมถึงการพัฒนา EGAT E-Bike ในรูปแบบอื่น ๆ เพื่อรองรับกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย ร่วมมือกับสถานศึกษาและผู้ประกอบการพัฒนาหลักสูตรและฝึกอบรมการซ่อมบำรุงรักษารถจักรยานยนต์ไฟฟ้าและอุปกรณ์ต่าง ๆ สร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศและเดินหน้าสู่พลังงานสีเขียวอย่างยั่งยืน</strong></p>
<hr />
<p>Source: การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/egat-e-bike-%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/">กฟผ. เปิดตัว ‘EGAT E-Bike’ หนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า มุ่งสู่องค์กรสีเขียว</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/egat-e-bike-%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>BOI ไฟเขียวหนุนยานยนต์ไฟฟ้า เพิ่มสิทธิจูงใจนักลงทุน ดันไทยฐานการผลิตสำคัญในภูมิภาค</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/boi-%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-ev/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/boi-%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-ev/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 25 Nov 2020 03:37:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[BOI]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[ยานพาหนะไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถบรรทุกไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถสามล้อไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถโดยสารไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ส่งเสริมการลงทุน EV]]></category>
		<category><![CDATA[สิทธิประโยชน์การลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมยานยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[เรือไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=15174</guid>

					<description><![CDATA[<p>บอร์ดบีโอไอไฟเขียวกระตุ้นการลงทุนส่งท้ายปี 63 ส่งเสริมการลงทุนการผลิตยานพาหนะไฟฟ้า หรือ อีวี (EV) รอบใหม่ หลังจากหมดระยะเวลาการยื่นคำขอรับการส่งเสริมไปตั้งแต่ปี 2561 รอบใหม่จูงใจนักลงทุนด้วยสิทธิประโยชน์ทางภาษีสูงถึง 8 ปี หนุนโรดแมปการพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าไทย สู่การเป็นฐานการผลิตสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ในภูมิภาค BOI อนุมัติส่งเสริมการลงทุน EV รอบใหม่ หลังจากหมดระยะเวลาการยื่นคำร้องไปตั้งแต่ปี 61 โดยในการสนับสนุนในครั้งนี้ เปิดให้การส่งเสริมยานพาหนะไฟฟ้าทุกประเภท ทั้งรถยนต์ไฟฟ้า รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า รถสามล้อไฟฟ้า รถโดยสารไฟฟ้าและรถบรรทุกไฟฟ้า รวมถึงเรือที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าด้วย จากเดิมที่มีการส่งเสริมเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าและรถโดยสารไฟฟ้าเท่านั้น สิทธิประโยชน์และเงื่อนไข หนุนลงทุน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/boi-%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-ev/">BOI ไฟเขียวหนุนยานยนต์ไฟฟ้า เพิ่มสิทธิจูงใจนักลงทุน ดันไทยฐานการผลิตสำคัญในภูมิภาค</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บอร์ดบีโอไอไฟเขียวกระตุ้นการลงทุนส่งท้ายปี 63 ส่งเสริมการลงทุนการผลิตยานพาหนะไฟฟ้า หรือ อีวี (EV) รอบใหม่ หลังจากหมดระยะเวลาการยื่นคำขอรับการส่งเสริมไปตั้งแต่ปี 2561 รอบใหม่จูงใจนักลงทุนด้วยสิทธิประโยชน์ทางภาษีสูงถึง 8 ปี หนุนโรดแมปการพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าไทย สู่การเป็นฐานการผลิตสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ในภูมิภาค</strong><span id="more-15174"></span></p>
<p>BOI อนุมัติส่งเสริมการลงทุน EV รอบใหม่ หลังจากหมดระยะเวลาการยื่นคำร้องไปตั้งแต่ปี 61 โดยในการสนับสนุนในครั้งนี้ เปิดให้การส่งเสริมยานพาหนะไฟฟ้าทุกประเภท ทั้งรถยนต์ไฟฟ้า รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า รถสามล้อไฟฟ้า รถโดยสารไฟฟ้าและรถบรรทุกไฟฟ้า รวมถึงเรือที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าด้วย จากเดิมที่มีการส่งเสริมเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าและรถโดยสารไฟฟ้าเท่านั้น</p>
<h2><strong>สิทธิประโยชน์และเงื่อนไข หนุนลงทุน EV ไทย</strong></h2>
<h3>รถยนต์ไฟฟ้า</h3>
<p>กิจการผลิตรถยนต์ไฟฟ้ามุ่งเน้นการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่เป็นหลัก (Battery Electric Vehicles: BEV) แต่ให้มีการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบผสมควบคู่ไปด้วยกันได้</p>
<ul>
<li>กรณีที่มีขนาดการลงทุนไม่น้อยกว่า 5,000 ล้านบาท การผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) จะได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปี และหากมีการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนาก็สามารถได้รับสิทธิเพิ่ม</li>
<li>กรณีขนาดการลงทุนน้อยกว่า 5,000 ล้านบาท การผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) จะได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 3 ปี และจะได้รับสิทธิเพิ่มขึ้นหากดำเนินการได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด เช่น เริ่มผลิตรถยนต์ภายในปี 2565 มีการผลิตชิ้นส่วนสำคัญเพิ่มเติมจากข้อกำหนดพื้นฐาน มีปริมาณการผลิตจริงมากกว่า 10,000 คันต่อปี และมีการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนา</li>
<li>ถ้ามีโครงการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบ Plug-in Hybrid Electric Vehicles หรือ PHEV ด้วย จะได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 3 ปี ทั้งนี้ต้องการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ไฟฟ้าอย่างน้อย 3 ชิ้น</li>
</ul>
<h3>รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่</h3>
<p>กิจการผลิตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่จะได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 3 ปี โดยจะได้รับสิทธิเพิ่มขึ้นหากดำเนินได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด เช่น เริ่มผลิตภายในปี 2565 มีการผลิตแบตเตอรี่ไฟฟ้าที่เริ่มจากขั้นตอน Module มีการผลิตชิ้นส่วนสำคัญอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น Traction Motor และมีการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนา</p>
<h3>รถสามล้อไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่</h3>
<p>กิจการผลิตสามล้อไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่จะได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 3 ปี โดยจะได้รับสิทธิเพิ่มขึ้นหากดำเนินได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด เช่น มีการผลิตแบตเตอรี่ไฟฟ้าที่เริ่มจากขั้นตอน Module มีการผลิตชิ้นส่วนสำคัญอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น Traction Motor และมีการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนา</p>
<h3>รถโดยสารไฟฟ้าและรถบรรทุกไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่</h3>
<p>กิจการผลิตรถโดยสารไฟฟ้าและรถบรรทุกไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่จะได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 3 ปี โดยจะได้รับสิทธิเพิ่มขึ้นหากดำเนินได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด เช่น มีการผลิตแบตเตอรี่ไฟฟ้าที่เริ่มจากขั้นตอน Module มีการผลิตชิ้นส่วนสำคัญอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น Traction Motor และมีการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนา</p>
<h3>เรือไฟฟ้า</h3>
<p>กิจการต่อเรือหรือซ่อมเรือ ที่เป็นเรือที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ได้รับสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปี</p>
<p>ทั้งนี้ การผลิตยานยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ทุกประเภท ผู้ลงทุนจะต้องเสนอแผนงานรวม (Package) เช่น โครงการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ โครงการผลิตแบตเตอรี่ไฟฟ้า แผนการนำเข้าเครื่องจักรและติดตั้ง แผนการผลิตในระยะ 1 – 3 ปี แผนการผลิตหรือจัดหาชิ้นส่วนอื่นๆ และแผนการพัฒนาผู้ผลิตวัตถุดิบ ในประเทศไทย (ที่มีคนไทยถือหุ้นข้างมาก) เป็นต้น</p>
<p><strong>นอกจากนี้ ยังปรับปรุงขอบข่ายและสิทธิประโยชน์ของประเภทกิจการผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์สำหรับยานพาหนะไฟฟ้า โดยเพิ่มเติมรายการชิ้นส่วนสำคัญอีก 4 รายการ ได้แก่ High Voltage Harness, Reduction Gear, Battery Cooling System และ Regenerative Braking System พร้อมทั้งปรับปรุงสิทธิประโยชน์ให้จูงใจมากขึ้นสำหรับกิจการผลิตแบตเตอรี่ที่มีการลงทุนในขั้นตอนที่ใช้เทคโนโลยีมากขึ้น โดยให้รับสิทธิประโยชน์ในการลดหย่อนอากรขาเข้าวัตถุดิบและวัสดุจำเป็นที่ไม่มีการผลิตในประเทศ ในอัตราร้อยละ 90 เป็นระยะเวลา 2 ปี ในกรณีที่มีขั้นตอนการผลิต Module หรือ Cell เพื่อผลักดันให้ไทยเป็นฐานการผลิตที่สำคัญในภูมิภาค</strong></p>
<hr />
<p>Source: สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)</p>
<table style="border-left: 10px solid #df0410; background-color: #ffffff;" width="100%">
<tbody>
<tr valign="middle">
<td style="vertical-align: middle; padding: 10px;">
<h2>Update &#8211; ยานยนต์ไฟฟ้าไทยในปัจจุบัน</h2>
<p>Roadmap พัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในไทย รัฐบาลตั้งเป้าผลิตยานยนต์ไฟฟ้าให้ได้ 30% ภายในปี 2030 และ BOI สนับสนุนกระตุ้นการลงทุนผ่านมาตรการส่งเสริมการลงทุนในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า ในการผลิตรถยนต์ประเภทไฮบริด (HEV) ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) รถพลังงานไฟฟ้า 100% (BEV) และสถานีอัดประจุไฟฟ้า ซึ่งปัจจุบันมีผู้ประกอบการทยอยขอรับการส่งเสริมการลงทุนในส่วนของรถยนต์พลังงานเพิ่มขึ้น ทั้งหมด 16 บริษัท รวม 26 โครงการ แบ่งเป็น</p>
<ul>
<li>การผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบไฮบริด จำนวนทั้งสิ้น 5 โครงการ ได้แก่ นิสสัน, โตโยต้า, มาสด้า, ฮอนด้า และมิตซูบิชิ กำลังการผลิตรวม 352,500 คัน/ปี</li>
<li>การผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบปลั๊กอินไฮบริด มีผู้ประกอบการสนใจจำนวน 6 โครงการ ได้แก่ โตโยต้า, มิตซูบิชิ, อาวดี้, เอ็มจี, เมอร์เซเดส-เบนซ์ และบีเอ็มดับเบิลยู กำลังผลิตรวม 87,240 คัน/ปี</li>
<li>การผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ มีผู้ประกอบการสนใจลงทุนทั้งสิ้นจำนวน 13 โครงการ ได้แก่ โตโยต้า, มิตซูบิชิ, นิสสัน, เอ็มจี, ฮอนด้า, มิตซูบิชิ, อาวดี้, เอ็มจี, เมอร์เซเดส-เบนซ์, ฟอมม์, ทาคาโน่, สามมิตร, สกายเวลล์ และไมน์ กำลังผลิตรวม 125,140 คัน/ปี</li>
<li>การผลิตรถบัสไฟฟ้า จำนวน 2 โครงการ กำลังผลิตรวม 1,600 คัน/ปี</li>
</ul>
<p>ทั้งนี้ จากข้อมูลปัจจุบัน มีรถยนต์ไฟฟ้าจำหน่ายในประเทศไทย ในชนิดใช้แบตเตอรี่ BEV จำนวน 11 ยี่ห้อ 13 รุ่น ส่วนรถแบบปลั๊กอิน ไฮบริด PHEV นั้นมี 7 ยี่ห้อ จำนวน 26 รุ่น และรถยนต์ไฟฟ้าแบบไฮบริด HEV มีจำนวน 5 ยี่ห้อ 15 รุ่น โดยในปี 2020 จากข้อมูลยอดจดทะเบียน EV ในช่วง 8 เดือนแรกของปี ยอดจดทะเบียนนั้นมีสูงถึง 21,889 คัน (รวมมอเตอร์ไซค์และสามล้อ และหากนับเฉพาะรถยนต์จะมียอดประมาณ 19,000 คัน) ทำให้ยอดสะสมของยานยนต์ไฟฟ้าทั้งหมดในประเทศไทยมีมากกว่า 175,000 คัน</td>
</tr>
</tbody>
</table>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/boi-%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-ev/">BOI ไฟเขียวหนุนยานยนต์ไฟฟ้า เพิ่มสิทธิจูงใจนักลงทุน ดันไทยฐานการผลิตสำคัญในภูมิภาค</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/boi-%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-ev/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เทคโนโลยีรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 20 Jul 2020 08:11:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Mobility]]></category>
		<category><![CDATA[การใช้งานรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=13802</guid>

					<description><![CDATA[<p>ภาพรวมตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในต่างประเทศและในประเทศไทย ปัจจุบันคาดว่ามีรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกมากกว่า 240 ล้านคัน และมียอดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าถึงปีละประมาณ 20 ล้านคัน โดยประเทศจีนมีส่วนแบ่งตลาดที่มากที่สุด ซึ่งทาง BNEF คาดว่าจะเติบโตถึงประมาณปีละ 70 ล้านคัน ภายในปี พ.ศ. 2540(1) สำหรับประเทศไทย พบว่ามีจำนวนรถจักรยานยนต์สะสมจดทะเบียนประมาณ 21 ล้านคัน ตามข้อมูลของกรมการขนส่งทางบก ณ วันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2540(2) โดยเป็นรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าสะสม 2,025 คัน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/">เทคโนโลยีรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2>ภาพรวมตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในต่างประเทศและในประเทศไทย</h2>
<p>ปัจจุบันคาดว่ามี<strong>รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า</strong>ทั่วโลกมากกว่า 240 ล้านคัน และมียอดจำหน่ายร<strong>ถจักรยานยนต์ไฟฟ้า</strong>ถึงปีละประมาณ 20 ล้านคัน โดยประเทศจีนมีส่วนแบ่งตลาดที่มากที่สุด ซึ่งทาง BNEF คาดว่าจะเติบโตถึงประมาณปีละ 70 ล้านคัน ภายในปี พ.ศ. 2540<sup>(<span style="color: #ff0000;">1</span>)</sup></p>
<p>สำหรับประเทศไทย พบว่ามีจำนวนรถจักรยานยนต์สะสมจดทะเบียนประมาณ 21 ล้านคัน ตามข้อมูลของกรมการขนส่งทางบก ณ วันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2540<sup>(<span style="color: #ff0000;">2</span>)</sup> โดยเป็น<strong>รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า</strong>สะสม 2,025 คัน ทั้งนี้จากข้อมูลการจดทะเบียนใหม่ ดังแสดงในรูปที่ 1 พบว่า ในปี พ.ศ. 2562 มีจำนวนจักรยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนใหม่ 791 คัน ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 486% เมื่อเทียบกับปี พ.ศ. 2561</p>
<figure id="attachment_13804" aria-describedby="caption-attachment-13804" style="width: 680px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-13804 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/07/Electric-Motorcycle.jpg" alt="รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า" width="680" height="462" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/07/Electric-Motorcycle.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/07/Electric-Motorcycle-300x204.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/07/Electric-Motorcycle-150x102.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/07/Electric-Motorcycle-500x340.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /><figcaption id="caption-attachment-13804" class="wp-caption-text">รูปที่ 1 ข้อมูลการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนใหม่และสะสม ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 ถึง 30 เมษายน 2563<sup>(<span style="color: #ff0000;">3</span>)</sup></figcaption></figure>
<h2>เทคโนโลยีรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า</h2>
<p><strong>รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า</strong>ใช้มอเตอร์ขับเคลื่อนแทนเครื่องยนต์ และมีแบตเตอรี่เป็นแหล่งกักเก็บพลังงานโดยการอัดประจุไฟฟ้าจากภายนอก มีส่วนประกอบหลักที่แตกต่างจากรถจักรยานยนต์เครื่องยนต์ 2 ส่วน(3) ได้แก่</p>
<h3>1. ระบบส่งกำลังระบบส่ง</h3>
<p>กำลังจะใช้มอเตอร์เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก โดยมีการส่งกำลังไปที่ล้อได้ 2 แบบ ดังนี้</p>
<p><strong>1.1 ระบบส่งกำลังด้วยมอเตอร์ดุมล้อ</strong> (In Wheel Motors) สามารถเลือกให้ขับเคลื่อนได้ทั้ง ล้อหน้าและล้อหลัง หรือจะขับเคลื่อนทั้ง 2 ล้อได้ ดังแสดง รูปที่ 2 (ก)</p>
<p><strong>1.2 ระบบส่งกำลังผ่านสายพานหรือโซ่</strong> ระบบการส่งกำลังนี้จะส่งกำลังจากมอเตอร์ไปยังล้อ โดยผ่าน โซ่หรือสายพานเป็นหลัก เพื่อใช้ในการขับเคลื่อน รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ดังแสดงรูปที่ 2 (ข)</p>
<figure id="attachment_13808" aria-describedby="caption-attachment-13808" style="width: 680px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-13808 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/07/Electric-Motorcycle-02.jpg" alt="มอเตอร์ไฟฟ้าแบบดุมล้อ และระบบส่งกำลังผ่านสายพานหรือโซ่" width="680" height="340" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/07/Electric-Motorcycle-02.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/07/Electric-Motorcycle-02-300x150.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/07/Electric-Motorcycle-02-150x75.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/07/Electric-Motorcycle-02-500x250.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /><figcaption id="caption-attachment-13808" class="wp-caption-text">รูปที่ 2 มอเตอร์ไฟฟ้าแบบดุมล้อ และระบบส่งกำลังผ่านสายพานหรือโซ่</figcaption></figure>
<h3>2. ระบบอัดประจุไฟฟ้า</h3>
<p>การอัดประจุไฟฟ้าของ<strong>รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า</strong>เพื่อไปเก็บในแบตเตอรี่ ปัจจุบันสามารถแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบ ดังนี้</p>
<p><strong>2.1 ระบบอัดประจุไฟฟ้าแบบมีสาย</strong> เป็นการอัดประจุไฟฟ้าด้วยการเชื่อมต่อรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเข้ากับระบบไฟฟ้าโดยตรงผ่านการเสียบปลั๊ก โดยสามารถแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ การอัดประจุไฟฟ้าแบบปกติ (Normal Charge) ซึ่งจะใช้เวลาในการอัดประจุประมาณ 4-8 ชั่วโมง แสดงในรูปที่ 3 (ก) และ การอัดประจุไฟฟ้าแบบเร็ว (Quick Charge) เหมือนของรถยนต์ ซึ่งใช้เวลาใน การอัดประจุเพียง 15-20 นาที แสดงในรูปที่ 3 (ข)</p>
<figure id="attachment_13807" aria-describedby="caption-attachment-13807" style="width: 680px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-13807 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/07/Electric-Motorcycle-03.jpg" alt="การอัดประจุไฟฟ้าแบบปกติ (Normal Charge) การอัดประจุไฟฟ้าแบบเร็ว (Quick Charge) และระบบสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ (Battery Swapping)" width="680" height="253" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/07/Electric-Motorcycle-03.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/07/Electric-Motorcycle-03-300x112.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/07/Electric-Motorcycle-03-150x56.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/07/Electric-Motorcycle-03-500x186.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /><figcaption id="caption-attachment-13807" class="wp-caption-text">รูปที่ 3 การอัดประจุไฟฟ้าแบบปกติ (Normal Charge) การอัดประจุไฟฟ้าแบบเร็ว (Quick Charge) และระบบสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ (Battery Swapping)</figcaption></figure>
<p><strong>2.2 ระบบอัดประจุไฟฟ้าแบบไร้สาย</strong> (Wireless Charge) การอัดประจุ ไฟฟ้าในรูปแบบนี้มีความสะดวกและปลอดภัยในการอัดประจุไฟฟ้า อย่างไรก็ตามการอัดประจุไฟฟ้าแบบไร้สายมีข้อจำกัดด้านประสิทธิภาพการอัดประจุไฟฟ้า จึงยังไม่เป็นที่นิยม</p>
<p><strong>2.3 ระบบสับเปลี่ยนแบตเตอรี่</strong> (Battery Swapping) เป็นระบบที่ผู้ใช้งาน สามารถสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ซึ่งถูกอัดประจุโดยใช้เครื่องอัดประจุภายนอกกลับเข้า ไปใน<strong>รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า</strong> ทำให้สะดวกต่อการใช้งาน ดังแสดงในรูปที่ 3 (ค)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-13805 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/07/Gogoro-GoStation.jpg" alt="Gogoro GoStation" width="373" height="620" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/07/Gogoro-GoStation.jpg 373w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/07/Gogoro-GoStation-180x300.jpg 180w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/07/Gogoro-GoStation-150x249.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/07/Gogoro-GoStation-301x500.jpg 301w" sizes="(max-width: 373px) 100vw, 373px" /></p>
<h2>ตัวอย่างสาธิตการใช้งานรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า แบบแบ่งปัน</h2>
<figure id="attachment_13806" aria-describedby="caption-attachment-13806" style="width: 680px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-13806 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/07/Electric-Motorcycle-04.jpg" alt="สถานีรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าแบบแบ่งปันที่อาคารเคเอกซ์" width="680" height="437" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/07/Electric-Motorcycle-04.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/07/Electric-Motorcycle-04-300x193.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/07/Electric-Motorcycle-04-150x96.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/07/Electric-Motorcycle-04-500x321.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /><figcaption id="caption-attachment-13806" class="wp-caption-text">รูปที่ 4 สถานีรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าแบบแบ่งปันที่อาคารเคเอกซ์</figcaption></figure>
<p><strong>บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด</strong> ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ศึกษาพฤติกรรมการขับขี่และการใช้งานรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า Honda PCX Electric ในรูปแบบแบ่งปัน (Electric Motorcycle Sharing) และสร้างต้นแบบสถานีอัดประจุไฟฟ้าอัจฉริยะ (PCX Electric Smart Station) 3 สถานี ภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีบางมด จำนวน 2 สถานี และอาคารเคเอกซ์ จำนวน 1 สถานี นอกจากนี้ยังสามารถใช้งานระบบการ สับเปลี่ยนแบตเตอรี่ (Battery Swapping) โดยเริ่มต้นนำร่องให้บริการแก่นักศึกษา และบุคลากร และสมาชิกในอาคารเคเอกซ์ ซึ่งสามารถยืมใช้งานผ่านแอพพลิเคชั่น Haupcar และอาจขยายการให้บริการแก่ประชาชนทั่วไปในอนาคต ดังแสดงในรูปที่ 4</p>
<hr />
<p><strong>Source:</strong> นิตยสาร Green Network ฉบับที่ 99 พฤษภาคม-มิถุนายน 2563 คอลัมน์ Mobility<br />
โดย ณฐชา วิริยะพงษ์ ผู้ช่วยนักวิจัย, ผศ. ดร.กิตติ์ชนนเรืองจิรกิตติ์ นักวิจัย, รศ. ดร.ยศพงษ์ลออนวล หัวหน้าศูนย์ Mobility &amp; Vehicle Technology Research Center (MOVE) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี</p>
<p><strong>เอกสารอ้างอิง</strong></p>
<p><sup>(<span style="color: #ff0000;">1</span>)</sup> Colin McKerracher (2020). BNEF Talk 2020: 2020 Long Term Electric Vehicle Outlook, BNEF Summit 2020, Munich, 19 May 2020</p>
<p><sup>(<span style="color: #ff0000;">2</span>)</sup>กรมการขนส่งทางบก (2563) จำนวนรถจดทะเบียนสะสมและจดทะเบียนใหม่ ณ วันที่ 30 เมษายน 2563 โดยแยกประเภทเชื้อเพลิง https://web.dlt. go.th/statistics/ สืบค้นเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2563</p>
<p><sup>(<span style="color: #ff0000;">3</span>)</sup> ยศพงษ์ ลออนวล และคณะ (2559) การศึกษาความเป็นไปได้ในการส่งเสริม การผลิตและใช้จักรยานยนต์ไฟฟ้าและยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก ในประเทศไทย ภายใต้การสนับสนุนของโปรแกรมร่วมสนับสนุนทุนวิจัยและ พัฒนา กฟผ.-สวทช.</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/">เทคโนโลยีรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รถขนส่งไปรษณีย์ไทย พลังงานไฟฟ้า 100% รับเทรนด์รักษ์โลก นำร่องพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%93%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-ev/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%93%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-ev/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 25 Feb 2020 03:57:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Auto Challenge]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถขนส่งไปรษณีย์ไทย]]></category>
		<category><![CDATA[รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถตู้ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ลดฝุ่น PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[ลดมลภาวะทางอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[ไปรษณีย์ไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=12526</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปัจจุบันการคมนาคมขนส่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ก่อให้เกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม และยังมีปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ที่มีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น หน่วยงานด้านการขนส่งโลจิสติกส์ที่มีส่วนในการใช้เส้นทางคมนาคมเพื่อประกอบธุรกิจ ได้ตระหนักถึงแนวคิดการนำระบบขนส่งอย่างยั่งยืน (Sustainable Transport) จึงได้พัฒนานำนวัตกรรมยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% ทดลองขนส่งสิ่งของในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม ลดมลภาวะทางอากาศให้เป็นศูนย์ “โครงการบริหารจัดการยานยนต์ไฟฟ้าแบบครบวงจรเพื่อขนส่งสินค้า-พัสดุไปรษณีย์” เป็นการจับมือระหว่างกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีพลังงานโดย บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) ซึ่งบ้านปูได้ส่งมอบยานยนต์ขับเคลื่อนด้วยกำลังไฟฟ้า 100% ให้ไปรษณีย์ไทยเพื่อทดลองใช้ขนส่งไปรษณียภัณฑ์ ได้แก่&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%93%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-ev/">รถขนส่งไปรษณีย์ไทย พลังงานไฟฟ้า 100% รับเทรนด์รักษ์โลก นำร่องพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ปัจจุบันการคมนาคมขนส่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ก่อให้เกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม และยังมีปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ที่มีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น หน่วยงานด้านการขนส่งโลจิสติกส์ที่มีส่วนในการใช้เส้นทางคมนาคมเพื่อประกอบธุรกิจ ได้ตระหนักถึงแนวคิดการนำระบบขนส่งอย่างยั่งยืน (Sustainable Transport) จึงได้พัฒนานำนวัตกรรมยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% ทดลองขนส่งสิ่งของในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม ลดมลภาวะทางอากาศให้เป็นศูนย์</strong><span id="more-12526"></span></p>
<p>“<strong>โครงการบริหารจัดการยานยนต์ไฟฟ้าแบบครบวงจรเพื่อขนส่งสินค้า-พัสดุไปรษณีย์</strong>” เป็นการจับมือระหว่างกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีพลังงานโดย <strong>บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)</strong> และ <strong>บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท)</strong> ซึ่งบ้านปูได้ส่งมอบยานยนต์ขับเคลื่อนด้วยกำลังไฟฟ้า 100% ให้ไปรษณีย์ไทยเพื่อทดลองใช้ขนส่งไปรษณียภัณฑ์ ได้แก่ <strong>รถตู้ไฟฟ้า</strong> ที่สามารถขับเคลื่อนได้ในระยะทางประมาณ 250-300 กิโลเมตร บรรทุกสิ่งของได้ 300-700 กิโลกรัม ขณะที่ <strong>รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า</strong> สามารถขับเคลื่อนได้ในระยะทางประมาณ 60-80 กิโลเมตร บรรทุกสิ่งของได้ 30-80 กิโลกรัม เป็นอีกขั้นของการนำร่องในการพัฒนาเทคโนโลยีที่มีการใช้พลังงานสะอาด และสนับสนุนแผนการลดมลภาวะทางอากาศให้เป็นศูนย์ ตลอดจนส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพ โดยไปรษณีย์ไทยตั้งเป้ารถไฟฟ้า 100%มาใช้ขนส่งสิ่งของให้ได้กว่า 100 คัน ภายใน 4 ปี หรือ พ.ศ. 2566</p>
<figure id="attachment_12528" aria-describedby="caption-attachment-12528" style="width: 552px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/02/Banpu-Thailand-Post.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-12528 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/02/Banpu-Thailand-Post.jpg" alt="โครงการบริหารจัดการยานยนต์ไฟฟ้าแบบครบวงจรเพื่อขนส่งสินค้า-พัสดุไปรษณีย์" width="552" height="359" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/02/Banpu-Thailand-Post.jpg 552w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/02/Banpu-Thailand-Post-300x195.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/02/Banpu-Thailand-Post-150x98.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/02/Banpu-Thailand-Post-500x325.jpg 500w" sizes="(max-width: 552px) 100vw, 552px" /></a><figcaption id="caption-attachment-12528" class="wp-caption-text">กาหลง ทรัพย์สอาด รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ (สายงานระบบปฏิบัติการ) บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด และเจมส์ รามา ปัทมินทรวิภาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู อินฟิเนอร์จี จำกัด</figcaption></figure>
<p>สำหรับระยะเวลาในการชาร์จไฟฟ้าของรถขนส่งไปรษณีย์ไทยพลังงานไฟฟ้า 100% นี้ โดยรถตู้ไฟฟ้าจะใช้เวลาในการชาร์จไฟฟ้าเพียง 4-6 ชั่วโมง และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าใช้เวลาในการชาร์จเพียง 2 ชั่วโมง สามารถใช้งานยานยนต์ดังกล่าวได้นานหลายวัน แต่ขึ้นอยู่กับระยะทางที่วิ่ง ทั้งนี้ นอกจากจะช่วยประหยัดพลังงานแล้ว ยังลดค่าซ่อมบำรุงและค่าเชื้อเพลิงได้มากกว่าปกติ นอกจากนี้ไปรษณีย์ไทยยังมีโครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาส่งเสริมการประหยัดพลังงานในการขนส่งไปรษณีย์ภัณฑ์ และจัดหาสถานที่สำหรับการติดตั้งสถานีจ่ายไฟ (Charging Station) เพื่อพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าต่างๆ ที่เหมาะกับการดำเนินงานของไปรษณีย์ไทยอย่างต่อเนื่อง เช่น สามล้อไฟฟ้า (E-Tricycle) รถบรรทุกไฟฟ้าพร้อมตู้พ่วง (E-Truck) หรือรถเข็นไฟฟ้า (E-Trolley) เป็นต้น</p>
<p>ขณะที่ <strong>บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)</strong> ผู้นำธุรกิจพลังงานแบบครบวงจรแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ถือเป็นองค์กรที่มุ่งเดินหน้าขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการควบคู่ไปกับการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีพลังงานให้ก้าวทันโลกยุคดิจิทัล และรองรับเทรนด์การใช้พลังงานสะอาดรูปแบบใหม่ในอนาคต ตามกลยุทธ์ “Greener &amp; Smarter” ซึ่งนับว่าเป็นความร่วมมือกับไปรษณีย์ไทยที่จะช่วยกระตุ้นและผลักดันให้ทุกภาคส่วนหันมาให้ความสำคัญ และใช้พลังงานสะอาดกันมากขึ้น โดยเฉพาะยานยนต์ที่ไม่ก่อให้เกิดมลพิษ (Green Vehicles) เพื่อช่วยอนุรักษ์พลังงาน ลดปัญหามลพิษทางอากาศในระยะยาว เรียกได้ว่า บ้านปูได้พัฒนาธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า ภายใต้แนวคิด Mobility as a Service โดยถือเป็นผู้ให้บริการยานยนต์ไฟฟ้าและขนส่งแบบครบวงจร (Electric Vehicle and Mobility Services) รายแรกของประเทศไทย ขณะเดียวกัน ทางด้านไปรษณีย์ไทยก็ได้คัดเลือกยานยนต์ไฟฟ้าที่เหมาะกับการนำ จ่ายพัสดุ-สินค้า รวมถึงมีเทคโนโลยีการบริหารประสิทธิภาพ ที่แสดงผลการทำงาน สมรรถนะเครื่องยนต์ รวมถึงแจ้งเตือนเหตุขัดข้องแบบเรียลไทม์ ทำให้สามารถนำข้อมูลไปวิเคราะห์ และวางแผนการซ่อมบำรุงเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) เพื่อให้รถอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานอยู่เสมอ นอกจากนี้ ยังสามารถตรวจสอบความคุ้มค่าจากการประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งความร่วมมือกันในครั้งนี้จะช่วยส่งเสริมสนับสนุนแนวคิดด้านระบบขนส่งอย่างยั่งยืนในประเทศไทย</p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/02/Banpu-EV.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-12527 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/02/Banpu-EV.jpg" alt="จักรยานยนต์ไฟฟ้า" width="532" height="533" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/02/Banpu-EV.jpg 532w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/02/Banpu-EV-150x150.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/02/Banpu-EV-300x300.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/02/Banpu-EV-50x50.jpg 50w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/02/Banpu-EV-500x500.jpg 500w" sizes="(max-width: 532px) 100vw, 532px" /></a></p>
<p><strong>อย่างไรก็ดี หากไปรษณีย์ไทยหันมาใช้จักรยานยนต์ไฟฟ้าในการขนส่งจำนวน 10,000 คัน ภายในระยะเวลา 1 ปี จะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้มากกว่า 130,000 ต้น หรือเท่ากับการปลูกป่าประมาณ 190 ไร่ และช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง และค่าเชื้อเพลิงได้สูงสุด 200 ล้านบาทต่อปี ซึ่งการนำรถจากพลังงานไฟฟ้ามาใช้ในระยะยาว จะสามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้บริการให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดควบคู่กับการลดการก่อมลพิษ และตอกย้ำความพร้อมการเป็นฟันเฟืองหลักด้านโลจิสติกส์ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลและธุรกิจ E-Commerce ของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตอบสนองเทรนด์การรักษ์โลก และรักษาสิ่งแวดล้อมด้วยการขับเคลื่อนยานยนต์ด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% ดังกล่าว</strong></p>
<hr />
<p>Source: นิตยสาร Green Network ฉบับที่ 97 มกราคม-กุมภาพันธ์ 2563 คอลัมน์ AUTO Challenge โดย กองบรรณาธิการ</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%93%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-ev/">รถขนส่งไปรษณีย์ไทย พลังงานไฟฟ้า 100% รับเทรนด์รักษ์โลก นำร่องพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%93%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-ev/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
