<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>รถยนต์ระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a5/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Wed, 25 Dec 2019 06:50:58 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>รถยนต์ระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>อนาคตของเทคโนโลยีการขับขี่ในประเทศไทย คือ ระบบขับเคลื่อนที่ชาญฉลาด ใช้พลังงานไฟฟ้า และปราศจากเสียงรบกวน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b5-%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b5-%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 26 Aug 2019 09:28:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Auto Challenge]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[Nissan]]></category>
		<category><![CDATA[นิสสัน]]></category>
		<category><![CDATA[นิสสัน ลีฟ]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์พลังงานไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีการขับขี่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=8690</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ ประเทศไทย (26 สิงหาคม 2562) – การสร้างสรรค์ระบบนิเวศของรูปแบบการขับขี่แห่งโลกอนาคต คือ สิ่งหนึ่งที่ นิสสัน ประเทศไทย ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เพราะปัจจุบัน ประเทศไทย ได้กำหนดเป้าหมายในการผลักดันให้เกิดการใช้งานรถยนต์ระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า (EV) จำนวน 1.2 ล้านคันบนท้องถนนทั่วประเทศ ภายในปีพ.ศ. 2579 และรัฐบาลไทยก็มีการส่งเสริมการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อจัดการปัญหาการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เพิ่มมากขึ้น การจราจรที่แออัด และมลพิษทางเสียง ด้วยประสบการณ์กว่าสองทศวรรษในภูมิภาคนี้ ทำให้ผมได้เห็นถึงผลกระทบจากการขยายตัวของสังคมเมืองที่ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมรอบตัวและสุขภาพของผู้คน ซึ่งกระตุ้นให้เกิดคำถามขึ้นว่า เราสามารถทำอะไรได้บ้างและควรเร่งดำเนินการอย่างไรเพื่อจัดการผลกระทบเหล่านั้น โดยเดือนมีนาคม&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b5-%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/">อนาคตของเทคโนโลยีการขับขี่ในประเทศไทย คือ ระบบขับเคลื่อนที่ชาญฉลาด ใช้พลังงานไฟฟ้า และปราศจากเสียงรบกวน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<figure id="attachment_8692" aria-describedby="caption-attachment-8692" style="width: 405px" class="wp-caption alignleft"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/Nissan.jpg"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="wp-image-8692 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/Nissan.jpg" alt="ราเมช นาราสิมัน ประธาน บริษัท นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย" width="405" height="600" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/Nissan.jpg 405w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/Nissan-203x300.jpg 203w" sizes="(max-width: 405px) 100vw, 405px" /></a><figcaption id="caption-attachment-8692" class="wp-caption-text">ราเมช นาราสิมัน ประธาน บริษัท นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย</figcaption></figure>
<p><strong>กรุงเทพฯ ประเทศไทย (26 สิงหาคม 2562) – การสร้างสรรค์ระบบนิเวศของรูปแบบการขับขี่แห่งโลกอนาคต คือ สิ่งหนึ่งที่ นิสสัน ประเทศไทย ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เพราะปัจจุบัน ประเทศไทย ได้กำหนดเป้าหมายในการผลักดันให้เกิดการใช้งานรถยนต์ระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า (EV) <span id="more-8690"></span>จำนวน 1.2 ล้านคันบนท้องถนนทั่วประเทศ ภายในปีพ.ศ. 2579 และรัฐบาลไทยก็มีการส่งเสริมการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อจัดการปัญหาการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เพิ่มมากขึ้น การจราจรที่แออัด และมลพิษทางเสียง</strong></p>
<p>ด้วยประสบการณ์กว่าสองทศวรรษในภูมิภาคนี้ ทำให้ผมได้เห็นถึงผลกระทบจากการขยายตัวของสังคมเมืองที่ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมรอบตัวและสุขภาพของผู้คน ซึ่งกระตุ้นให้เกิดคำถามขึ้นว่า เราสามารถทำอะไรได้บ้างและควรเร่งดำเนินการอย่างไรเพื่อจัดการผลกระทบเหล่านั้น</p>
<p>โดยเดือนมีนาคม พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมา นิสสัน ได้ทำงานร่วมกับบริษัทวิจัย ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน ทำการศึกษาบทบาทที่เปลี่ยนไปของเทคโนโลยีด้านการขับขี่ที่มีผลต่อการวางแผนพัฒนาเมืองในอนาคตทั่วภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย ซึ่งผลจากการศึกษาได้เผยให้เห็นว่า กรุงเทพมหานครถูกจัดอยู่ในอันดับต้น ๆ ของภูมิภาคจากตัวชี้วัด เช่น ดัชนีการขับขี่รูปแบบใหม่ (3.5 คะแนน) และดัชนีเมืองอัจฉริยะ (5.0 คะแนน) หากพิจารณาตามคำจำกัดความของคำว่า “<strong>การเคลื่อนที่อัจฉริยะ</strong>” (Smart Mobility) ของฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวนแล้ว ระบบคมนาคมขนส่งในกรุงเทพฯ อาจยังไม่ถึงขั้นนั้น เนื่องจากความแออัดภายในตัวเมือง ซึ่งทำให้เสียเวลาเดินทางเพิ่มขึ้นถึง 61% และก่อให้เกิดปัญหามลพิษเพิ่มขึ้นตามมา</p>
<h2>ความมุ่งมั่นในการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการขับขี่และการใช้ชีวิตและการขับขี่ของผู้คน</h2>
<p>ความท้าทายดังกล่าวมาพร้อมบทบาทใหม่ของผมในฐานะประธาน นิสสัน ประเทศไทย เพื่อขยายโอกาสในการเป็นผู้นำของนิสสันในการปฏิวัติรูปแบบขับขี่อย่างยั่งยืนของประเทศไทย ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ดีที่สุดของเรา ภายใต้วิสัยทัศน์ของการเคลื่อนที่อัจฉริยะของนิสสัน หรือ นิสสัน อินเทลลิเจนต์ โมบิลิตี (Nissan Intelligent Mobility) เรามุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนวิถีแห่งการขับขี่และการใช้ชีวิตของผู้คนภายในประเทศ และเชื่อมั่นว่า<strong>รถยนต์ไฟฟ้า</strong>จะเป็นทางออกของส่วนหนึ่งของปัญหาที่เกิดจากการขยายตัวของสังคมเมืองอย่างรวดเร็ว</p>
<p>ปัญหาหนึ่งที่ถือเป็นความท้าทาย คือ มลพิษทางเสียง ซึ่งเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) การอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดังเป็นเวลานาน เช่น บนท้องถนน ซึ่งมีระดับความดังกว่า 53 เดซิเบล อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพ เช่น ความดันโลหิตสูง หรือแม้กระทั่งนำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลว และเป็นเรื่องน่าตกใจอย่างยิ่งที่กรุงเทพฯ และมหานครอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก อาทิ โฮจิมินห์ จาร์กาตา ฮ่องกง มะนิลา เมลเบิร์น สิงคโปร์ และโซล มีระดับความดังเสียงโดยเฉลี่ยสูงถึง76เดซิเบล สูงกว่าระดับความดังเสียงที่เหมาะสมขององค์การอนามัยโลกแนะนำเกือบสี่เท่า</p>
<p>ทั้งนี้ คนไทยมีความตื่นตัวกับประเด็นนี้มากขึ้น เห็นได้จากงานวิจัยของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย พ.ศ. 2561 พบว่า มากกว่าครึ่งหนึ่งของเรื่องร้องเรียนจากภาคประชาชนเป็นปัญหามาจากเสียงรบกวนและการจราจร แม้ว่าเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับเสียงรบกวนอาจไม่ได้มีต้นตอมาจากการจราจรโดยตรง แต่มาจากการขยายตัวของสังคมเมืองอย่างรวดเร็ว ซึ่งองค์การสหประชาชาติ (UN) ได้คาดการณ์ว่าสังคมเมืองในประเทศไทยจะขยายตัวสูงถึง 60.4% ภายในปีพ.ศ. 2568 ซึ่งการจราจรที่แออัดและเสียงรบกวนจะกลายเป็นปัญหาที่เพิ่มมากขึ้นในสังคมไทย</p>
<p>เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับปัญหาสุขภาพที่เพิ่มมากขึ้น นิสสันจึงได้ทำการทดลองเรื่องเสียงโดยใช้เครื่องวัดระดับเสียงทำการวัด และเปรียบเทียบระดับเสียงของถนนในเมืองทั่วไป กับถนนที่มีระดับเสียงจาก<strong>รถยนต์ไฟฟ้า</strong> 100% ซึ่งผลลัพธ์แสดงระดับเสียงรบกวนบนท้องถนนทั่วไปสูงสุดถึง 90 เดซิเบล เมื่อเทียบกับเสียงที่เกิดจาก<strong>รถยนต์ไฟฟ้า</strong> อย่าง นิสสัน ลีฟ ที่ก่อให้เกิดเสียงดังเพียง 21 เดซิเบล โดยสามารถรับชมวีดิโอแสดงการทดลองดังกล่าวได้ที่นี่</p>
<h2>การร่วมมือของทุกภาคส่วน คือ กุญแจดอกสำคัญที่นำไปสู่อนาคตที่สดใส ชาญฉลาด และสะอาดด้วยพลังงานไฟฟ้าของประเทศไทย</h2>
<p>นอกจากนี้ ยังมีกระแสความสนใจใน<strong>รถยนต์พลังงานไฟฟ้า</strong>เพิ่มมากขึ้นในภูมิภาคนี้ โดยผลการศึกษาของ ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน ชี้ให้เห็นว่า 1 ใน 3 ของผู้บริโภคในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่วางแผนจะซื้อรถยนต์ มีความพร้อมและสนใจเลือกซื้อรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ซึ่ง นิสสัน ถือเป็นผู้นำระดับโลกในระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้าอย่างแท้จริง เพราะเป็นบริษัทรถยนต์รายใหญ่รายแรกที่ผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% นิสสัน ลีฟ เจนเนอเรชั่นแรก ออกสู่ตลาดตั้งแต่ พ.ศ. 2553 และเกือบหนึ่งทศวรรษถัดมา <strong>รถยนต์พลังงานไฟฟ้า</strong> นิสสัน ลีฟ ยังคงเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในโลกจนถึงปัจจุบัน ด้วยยอดขายรวมทั่วโลกสูงถึง 410,000 คัน</p>
<p>ในส่วนของประเทศไทย <strong>รถยนต์ไฟฟ้า</strong>กำลังเป็นกระแสที่ผู้คนต่างหันมาให้ความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการเปิดตัว<strong>รถยนต์พลังงานไฟฟ้า</strong> นิสสัน ลีฟ ใหม่ เมื่อไม่นานมานี้ รวมถึงโชว์รูมและศูนย์บริการอีก 32 แห่งที่พร้อมจำหน่ายและให้บริการหลังการขาย รวมถึงมีจุดชาร์จไฟไว้สำหรับรองรับความต้องการของลูกค้านิสสัน ลีฟ โดยถือเป็นหนึ่งในมาตรการที่ นิสสัน ช่วยผลักดันการใช้งานรถยนต์พลังงานไฟฟ้าของไทยให้สำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญ เพราะปัจจุบันผู้ขับขี่<strong>รถยนต์ไฟฟ้า</strong> ไม่ได้จำกัดอยู่แต่เพียงหัวเมืองใหญ่ ๆ เท่านั้น ดังเห็นได้จากสัดส่วนลูกค้านิสสัน ลีฟ ในปัจจุบัน จำนวนกว่าร้อยละ 20 เป็นลูกค้าในต่างจังหวัด</p>
<p>ความสามารถในการนำเสนอรถยนต์ นิสสัน ลีฟ ออกสู่ตลาดในวงกว้างได้นั้น เกิดจากความร่วมมือกับองค์กรภาครัฐและเอกชน เช่น การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) และบริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด มหาชน ซึ่งผู้ผลิตอุปกรณ์จ่ายไฟฟ้าระดับโลก ที่ต่างช่วยให้ผู้ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าสามารถเข้าถึงการชาร์จไฟได้อย่างสะดวกสบาย ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน ที่ทำงาน หรือแม้แต่บนท้องถนน และด้วยความร่วมมือกับพันธมิตรเหล่านี้ จะทำให้การเป็นเจ้าของ<strong>รถยนต์พลังงานไฟฟ้า</strong>ได้รับประโยชน์เพิ่มมากขึ้นในอนาคต ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ช่วยให้กลายเป็นแหล่งกำเนิดไฟฟ้าเคลื่อนที่ ถ่ายเทพลังงานไฟฟ้าจากรถยนต์กลับไปสู่บ้านเรือน อาคาร หรือแม้แต่เครือข่ายกริดไฟฟ้า</p>
<p>ผมมีความภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้ทำงานอยู่แถวหน้าของยุคแห่งเทคโนโลยีการขับเคลื่อนล้ำสมัย เพื่อสนับสนุนการสร้างระบบนิเวศสำหรับ<strong>รถยนต์ไฟฟ้า</strong>ที่มาพร้อมโอกาสมากมายสำหรับประเทศไทย หากพวกเราเดินหน้าร่วมมือกันสร้างระบบนิเวศสำหรับ<strong>รถยนต์ไฟฟ้า</strong>จากหน่วยงานทุกภาคส่วนทั้ง ภาครัฐและเอกชน ผมเชื่อว่าประเทศไทยจะกลายเป็นผู้นำในยุคแห่ง<strong>รถยนต์ไฟฟ้า</strong>ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างแท้จริง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า เทคโนโลยีดังกล่าวจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน รวมถึงช่วยลดผลกระทบจากเสียงและมลพิษทางอากาศ ที่เกิดจากการขยายตัวของสังคมเมือง</p>
<p><strong>ความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์อนาคตสำหรับเราเองในวันนี้ และสำหรับคนรุ่นต่อ ๆ ไป คือ แรงขับเคลื่อนสำคัญ เพื่อร่วมกันกำหนดโฉมหน้ารูปแบบการขับขี่แห่งอนาคตที่ชาญฉลาด ใช้พลังงานไฟฟ้า และเป็นประโยชน์สำหรับทุกคนในสังคม</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b5-%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/">อนาคตของเทคโนโลยีการขับขี่ในประเทศไทย คือ ระบบขับเคลื่อนที่ชาญฉลาด ใช้พลังงานไฟฟ้า และปราศจากเสียงรบกวน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b5-%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
