<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>รถยนต์ไฟฟ้ายุโรป | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%9b/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Wed, 16 Oct 2019 07:44:40 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.5</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>รถยนต์ไฟฟ้ายุโรป | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>สถานการณ์รถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) ในยุโรป</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-ev-%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%9b/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-ev-%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%9b/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 14 Aug 2019 02:31:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green World]]></category>
		<category><![CDATA[Electric Vehicle]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[การผลิตรถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์พลังงานไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้ายุโรป]]></category>
		<category><![CDATA[สถานการณ์รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมยานยนต์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=8422</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถานการณ์รถยนต์พลังงานไฟฟ้า หรือ Electric Vehicle (EV) เป็นอีกหนึ่งของการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ที่น่าจับตามองไปทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่มประเทศยุโรปที่มีพัฒนาการผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าขยายตัวมาอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าประเทศจีนจะเป็นตลาดรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าใหญ่ที่สุดในโลกก็ตาม การสนับสนุนการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าในยุโรปมีเป้าหมายเพื่อลดการปล่อยก๊าซพิษไอเสียรถยนต์สู่อากาศ ซึ่งรัฐบาลแต่ละประเทศมีนโยบายยุทธศาสตร์สนับสนุนให้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า และส่งเสริมพลเมืองให้หันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น โดยผู้เชี่ยวชาญด้านยานยนต์ได้วิเคราะห์สถานการณ์การใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป คือ ประเทศนอร์เวย์ ว่าเป็นตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป จากข้อมูลหน่วยงานที่ดูแลเรื่องการจราจรในประเทศนอร์เวย์ เปิดเผยยอดจำหน่ายรถยนต์ในปี พ.ศ. 2561 ที่ผ่านมาว่า ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าแบบไร้มลพิษมีผู้ซื้อเพิ่มขึ้นจำนวน 46,143 คัน รวม 31.2% จากยอดขายทั้งหมดในยุโรป แซงหน้าประเทศเยอรมนีที่สถิติการใช้รถยนต์ไฟฟ้า 36,216 คัน และประเทศฝรั่งเศสสถิติ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-ev-%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%9b/">สถานการณ์รถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) ในยุโรป</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สถานการณ์รถยนต์พลังงานไฟฟ้า หรือ Electric Vehicle (EV) เป็นอีกหนึ่งของการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ที่น่าจับตามองไปทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่มประเทศยุโรปที่มีพัฒนาการผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าขยายตัวมาอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าประเทศจีนจะเป็นตลาดรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าใหญ่ที่สุดในโลกก็ตาม</strong><span id="more-8422"></span></p>
<p>การสนับสนุนการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าในยุโรปมีเป้าหมายเพื่อลดการปล่อยก๊าซพิษไอเสียรถยนต์สู่อากาศ ซึ่งรัฐบาลแต่ละประเทศมีนโยบายยุทธศาสตร์สนับสนุนให้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า และส่งเสริมพลเมืองให้หันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น โดยผู้เชี่ยวชาญด้านยานยนต์ได้วิเคราะห์สถานการณ์การใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป คือ ประเทศนอร์เวย์ ว่าเป็นตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป จากข้อมูลหน่วยงานที่ดูแลเรื่องการจราจรในประเทศนอร์เวย์ เปิดเผยยอดจำหน่ายรถยนต์ในปี พ.ศ. 2561 ที่ผ่านมาว่า ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าแบบไร้มลพิษมีผู้ซื้อเพิ่มขึ้นจำนวน 46,143 คัน รวม 31.2% จากยอดขายทั้งหมดในยุโรป แซงหน้าประเทศเยอรมนีที่สถิติการใช้รถยนต์ไฟฟ้า 36,216 คัน และประเทศฝรั่งเศสสถิติ 31,095 คัน นอร์เวย์จึงได้รับสมญานามว่าเป็นเมืองรถยนต์ไฟฟ้าอันดับ 1 ของโลก อีกทั้งการติดตั้งระบบชาร์จไฟอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพที่เป็นไปตามเป้าหมายปลอดมลพิษ นับว่าเป็นผลมาจากการส่งเสริมอย่างจริงจังที่ได้ตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่ารถทุกคันจะต้องเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าภายในปี พ.ศ. 2568</p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/euro.jpg"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="wp-image-8427 size-full aligncenter" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/euro.jpg" alt="สถานการณ์รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในยุโรป" width="640" height="427" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/euro.jpg 640w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/euro-300x200.jpg 300w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></a></p>
<p>ขณะที่ประเทศเยอรมัน ผู้นำในอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับโลก รถยนต์ทุกประเภทของเยอรมนีได้รับความนิยมไปทั่วโลกเพราะคุณภาพและเทคโนโลยีวิศวกรรมยานยนต์ขั้นสูงกว่ารถยนต์จากประเทศอื่น ๆ เดิมทีนั้นเยอรมันเป็นประเทศผู้นำด้านการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้ามากที่สุด และทิศทางด้านยานยนต์ของเยอรมันจะยังคงเดินหน้าออกประกาศตั้งเป้าผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเป็น 1 ล้านคันในปี พ.ศ. 2563 โดยรัฐบาลเยอรมันจะมีมาตรการด้านภาษีสำหรับรถยนต์ส่วนบุคคลเป็นเวลา 4 ปี อีกทั้งการตั้งเป้าหมายสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมว่าต้องทำให้รถที่วางจำหน่ายในประเทศเป็นรถที่ไม่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดภายในปี พ.ศ. 2573 และแน่นอนเยอรมันจะกลับมาเป็นประเทศผู้นำด้านรถยนต์พลังงานไฟฟ้ารายใหญ่อันดับ 1 ของโลกอีกครั้ง</p>
<p>ทางด้านประเทศฝรั่งเศส ถือเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มุ่งเน้นให้ความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อม โดยรัฐบาลฝรั่งเศสมีการประกาศห้ามขายรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงน้ำมันเบนซินหรือดีเซลภายในปี พ.ศ. 2583 ซึ่งรัฐบาลฝรั่งเศสได้ส่งเสริมพัฒนาเทคโนโลยีรถยนต์พลังงานไฟฟ้าของภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ และสนับสนุนให้ประชาชนซื้อรถยนต์พลังงานไฟฟ้ามากขึ้น ภายใต้โครงการ “กฎหมายว่าด้วยการเปลี่ยนผ่านพลังงานไปสู่พลังงานสีเขียว” ได้สะท้อนถึงการเป็นประเทศผู้ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่อีกประเทศหนึ่งในทวีปยุโรป</p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/ev-car.jpg"><img decoding="async" class="wp-image-8425 size-full aligncenter" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/ev-car.jpg" alt="รถยนต์ไฟฟ้า" width="680" height="510" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/ev-car.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/ev-car-300x225.jpg 300w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></a></p>
<p>สำหรับประเทศอังกฤษนั้น แนวโนมการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้า (Electric car) เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากมาตรการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เข้มงวดขึ้น และราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตามราคาตลาดโลกนั่นเอง จึงทำให้บริษัทผู้นำทางด้านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของอังกฤษมีการประกาศแผนการลงทุนและแผนรุกตลาดรถยนต์ไฟฟ้า และแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเช่นกัน</p>
<p>ส่วนประเทศเนเธอร์แลนด์ รัฐบาลก็ได้มีนโยบายเพิ่มจำนวนรถยนต์ไฟฟ้าให้ได้ 2 แสนคัน ภายในปี พ.ศ. 2563 แม้สถิติการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าจะยังมีไม่มากนัก แต่การปลุกกระแสด้านสิ่งแวดล้อม และลดปริมาณมลพิษคาร์บอนไดออกไซด์ จึงมีการออกเป็นกฎหมายโดยกำหนดให้รถยนต์ทุกคันทุกรุ่นที่จำหน่ายในประเทศเนเธอร์แลนด์นั้นจะต้องเป็นรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า 1 ล้านคัน ภายในปี พ.ศ. 2568 เรียกได้ว่าเป็นนโยบายและมาตรการที่คาดว่ารถยนต์ไฟฟ้ากำลังได้รับความนิยมสำหรับชาวเนเธอร์แลนด์ค่อนข้างสูงขึ้นในอนาคต</p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/ev-technology.jpg"><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-8426 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/ev-technology.jpg" alt="สถานการณ์รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในยุโรป" width="680" height="450" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/ev-technology.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/ev-technology-300x199.jpg 300w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></a></p>
<p><strong>นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายประเทศในยุโรปที่กำหนดนโยบายการลดมลพิษจากรถยนต์ โดยส่วนใหญ่มีแผนสำหรับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของพลเมืองให้หันไปใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้ามากขึ้น อาทิ ประเทศไอซ์แลนด์ ออสเตรีย ลิกเต็นสไตน์ และสวิตเซอร์แลนด์ ฯลฯ ต่างตื่นตัว และให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน</strong></p>
<hr />
<p>Source: นิตยสาร Green Network ฉบับที่ 94 กรกฎาคม-สิงหาคม 2562 คอลัมน์ GREEN World โดย กองบรรณาธิการ</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-ev-%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%9b/">สถานการณ์รถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) ในยุโรป</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-ev-%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%9b/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
