<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>รถยนต์ไฟฟ้า | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Thu, 04 Jun 2026 08:44:55 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.5</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>รถยนต์ไฟฟ้า | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>OR จับมือ Big C ให้บริการสถานีชาร์จ “EV Station PluZ” 80 แห่ง ตั้งเป้าปี&#8217; 70 ขยายใน Big C ทุกสาขาทั่วประเทศ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/or-x-big-c/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 04 Jun 2026 08:44:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Big C]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[EV Station PluZ]]></category>
		<category><![CDATA[OR]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[สถานีชาร์จ]]></category>
		<category><![CDATA[สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=44420</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) ร่วมกับ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด(มหาชน) หรือ Big C ประกาศความสำเร็จของความร่วมมือในการเปิดให้บริการสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า “EV Station PluZ” ณ ศูนย์การค้าบิ๊กซีครบ 80 แห่งทั่วประเทศ เมื่อช่วงต้นปี 2569 ที่ผ่านมา เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการได้อย่างทั่วถึง และตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้า พิมาน พูลศรี รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/or-x-big-c/">OR จับมือ Big C ให้บริการสถานีชาร์จ “EV Station PluZ” 80 แห่ง ตั้งเป้าปี’ 70 ขยายใน Big C ทุกสาขาทั่วประเทศ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) ร่วมกับ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด(มหาชน) หรือ Big C ประกาศความสำเร็จของความร่วมมือในการเปิดให้บริการสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า “EV Station PluZ” ณ ศูนย์การค้าบิ๊กซีครบ 80 แห่งทั่วประเทศ เมื่อช่วงต้นปี 2569 ที่ผ่านมา เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการได้อย่างทั่วถึง และตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้า</strong></p>
<p><span id="more-44420"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44422" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/or-x-big-c-02.jpg" alt="OR จับมือ Big C ให้บริการสถานีชาร์จ “EV Station PluZ” 80 แห่ง" width="850" height="567" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/or-x-big-c-02.jpg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/or-x-big-c-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/or-x-big-c-02-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/or-x-big-c-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/or-x-big-c-02-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 850px) 100vw, 850px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>พิมาน พูลศรี</strong></span> <strong>รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน OR</strong> และ <span style="color: #6cb742;"><strong>ปวีณรัช นุตสติ</strong></span> <strong>รองผู้จัดการใหญ่ฝ่ายการเงินกลุ่มบริษัทฯ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน)</strong> เปิดเผยถึงความร่วมมือดังกล่าวได้เริ่มดำเนินการติดตั้งและเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2566 ปัจจุบันมีสถานีชาร์จ EV Station PluZ เปิดให้บริการรวมกว่า 80 แห่งภายในศูนย์การค้าบิ๊กซีทั่วประเทศ โดยเน้นการติดตั้งเครื่องชาร์จเร็ว (Quick Charger) ที่มีกำลังไฟตั้งแต่ 40–180 กิโลวัตต์ (kW) ซึ่งได้รับการคัดเลือกให้เหมาะสมกับลักษณะการใช้งานในแต่ละพื้นที่</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44423" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/or-x-big-c-03.jpg" alt="OR จับมือ Big C ให้บริการสถานีชาร์จ “EV Station PluZ” 80 แห่ง" width="850" height="587" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/or-x-big-c-03.jpg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/or-x-big-c-03-300x207.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/or-x-big-c-03-768x530.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/or-x-big-c-03-150x104.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/or-x-big-c-03-500x345.jpg 500w" sizes="(max-width: 850px) 100vw, 850px" /></p>
<p>เพื่อความสะดวกสบายสูงสุด ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าสามารถใช้งานสถานีชาร์จได้ผ่านแอปพลิเคชัน <strong>EV Station PluZ</strong> ตั้งแต่การค้นหาสถานี การจองชาร์จล่วงหน้า การเริ่ม-หยุดชาร์จ ชำระเงิน สะสมคะแนน blueplus+ จากการชาร์จ ได้ภายในแอปเดียว นอกจากนี้ ยังมีระบบแจ้งเตือนเมื่อใกล้หมดช่วงเวลาชาร์จ และแจ้งเตือนเมื่อหยุดชาร์จ ช่วยให้ลูกค้าสามารถใช้เวลาภายในศูนย์การค้าทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกสบายและไร้กังวลระหว่างรอการชาร์จไฟ</p>
<p>สำหรับแผนการดำเนินงานในระยะถัดไป OR และ Big C เตรียมเดินหน้าขยายเครือข่ายสถานีชาร์จ EV Station PluZ ภายในศูนย์การค้าบิ๊กซีให้ครบ 120 แห่ง ภายในปี 2569 โดยพิจารณาการขยายสถานีชาร์จในรูปแบบ “EV HUB” ที่มีเครื่องชาร์จความเร็วสูงกำลังไฟกว่า 180 kW จำนวนหัวชาร์จรูปแบบ DC CCS2 ไม่น้อยกว่า 6 หัว ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อรองรับความต้องการใช้งานในพื้นที่ที่มีความหนาแน่นของผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้าสูงนอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีเป้าหมายเปิดให้บริการสถานีชาร์จ EV Station PluZ ให้ครอบคลุมทุกสาขาของศูนย์การค้าบิ๊กซีทั่วประเทศภายในปี 2570 เพื่อยกระดับการให้บริการและอำนวยความสะดวกแก่ผู้มาใช้บริการได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44424" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/or-x-big-c-04.jpg" alt="OR จับมือ Big C ให้บริการสถานีชาร์จ “EV Station PluZ” 80 แห่ง" width="850" height="567" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/or-x-big-c-04.jpg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/or-x-big-c-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/or-x-big-c-04-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/or-x-big-c-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/or-x-big-c-04-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 850px) 100vw, 850px" /></p>
<p>EV Station PluZ ได้เปิดให้บริการแล้วกว่า 1,350 แห่ง ครอบคลุมครบทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ (ข้อมูล ณ เดือนเมษายน 2569) โดย OR ยังคงมุ่งมั่นขยายเครือข่ายสถานีชาร์จอย่างต่อเนื่อง ทั้งในสถานีบริการ พีทีที สเตชั่น และพื้นที่เชิงพาณิชย์ศักยภาพสูง อาทิ ศูนย์การค้า โรงแรม รีสอร์ต ร้านอาหาร และอาคารสำนักงาน เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ผ่านการพัฒนาและขยายเครือข่ายสถานีชาร์จให้เพียงพอและรองรับความต้องการใช้งานที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/or-x-big-c/">OR จับมือ Big C ให้บริการสถานีชาร์จ “EV Station PluZ” 80 แห่ง ตั้งเป้าปี’ 70 ขยายใน Big C ทุกสาขาทั่วประเทศ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>CHANGAN ขนทัพรถยนต์ไฟฟ้า ร่วมงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 พร้อมเปิดตัว CHANGAN NEVO Q05 รุกตลาดไทย</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/changan-nevo-q05/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 30 Mar 2026 09:46:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[CHANGAN]]></category>
		<category><![CDATA[CHANGAN NEVO Q05]]></category>
		<category><![CDATA[งานมอเตอร์โชว์]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=43613</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ : CHANGAN Automobile หรือ ฉางอาน ผู้นำด้านเทคโนโลยียานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ยกทัพยนตรกรรมไฟฟ้าจาก 3 แบรนด์หลัก AVATR, CHANGAN DEEPAL และ CHANGAN NEVO มาจัดแสดงในงาน Bangkok Motor Show 2026 ครั้งที่ 47 พร้อมเผยโฉม CHANGAN NEVO Q05 เอสยูวี ไฟฟ้าอัจฉริยะรุ่นล่าสุดอย่างเต็มรูปแบบ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/changan-nevo-q05/">CHANGAN ขนทัพรถยนต์ไฟฟ้า ร่วมงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 พร้อมเปิดตัว CHANGAN NEVO Q05 รุกตลาดไทย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กรุงเทพฯ : CHANGAN Automobile หรือ ฉางอาน </strong>ผู้นำด้านเทคโนโลยียานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ยกทัพยนตรกรรมไฟฟ้าจาก 3 แบรนด์หลัก AVATR, CHANGAN DEEPAL และ CHANGAN NEVO มาจัดแสดงในงาน <strong>Bangkok Motor Show 2026 </strong>ครั้งที่ 47 พร้อมเผยโฉม CHANGAN NEVO Q05 เอสยูวี ไฟฟ้าอัจฉริยะรุ่นล่าสุดอย่างเต็มรูปแบบ ตอกย้ำวิสัยทัศน์ &#8220;Tech CHANGAN, Trusted Choice&#8221; ที่ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย ดีไซน์ และเน้นเรื่องความปลอดภัย รวมถึงการลงทุนระยะยาวในประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคชาวไทยต่อรถยนต์ไฟฟ้าทุกแบรนด์ของฉางอาน<span id="more-43613"></span></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">กวน ซิน</span> รองประธานหน่วยธุรกิจเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</strong> <strong>บริษัท ฉางอาน ออโต้ เซาท์อีสต์ เอเชีย จำกัด</strong> กล่าวว่า  วันนี้ CHANGAN Automobile ได้นำแบรนด์รถยนต์พลังงานไฟฟ้าเข้าสู่ประเทศไทย และเผยโฉม CHANGAN NEVO Q05 เป็นครั้งแรก ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ซึ่งเป็นการเข้าร่วมงานอันยิ่งใหญ่นี้เป็นครั้งที่สามแล้ว นับตั้งแต่<br />
ฉางอาน ได้เข้าสู่ตลาดประเทศไทยเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2566 รวมระยะเวลาเกือบ 3 ปี และในโอกาสนี้ บริษัทฯขอขอบคุณพันธมิตรและ ผู้สนับสนุนทุกท่าน สำหรับความไว้วางใจและการสนับสนุนที่มีต่อฉางอานมาโดยตลอด โดยบริษัทฯยังคงยึดมั่นในการลงทุนระยะยาว ในประเทศไทย เพื่อร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ตลอดจนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น ศูนย์กลางการผลิตยานยนต์แห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”</p>
<p>CHANGAN ได้ลงทุนกว่า 10,000 ล้านบาท เปิดโรงงานฉางอาน ออโตโมบิล ระยอง (CHANGAN Automobile Rayong Factory)  ปักธงเป็นฐานการผลิตรถยนต์พลังงานใหม่ครบวงจรแห่งแรกในต่างประเทศของฉางอาน โดยเริ่มผลิตรถยนต์ไฟฟ้า Deepal S05 ในประเทศไทยเป็นรุ่นแรก และเตรียมผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นที่สอง ได้แก่ CHANGAN NEVO Q05 โดยโรงงานฉางอาน ออโตโมบิล ระยอง ไม่เพียงรองรับตลาดในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นศูนย์กลางการผลิตที่เชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานระดับโลกของบริษัทฯ เพื่อสนับสนุนแนวคิด “ผลิตในไทย ส่งออกสู่ตลาดโลก” อีกด้วย</p>
<p>“จากจุดเริ่มต้นในประเทศไทย CHANGAN Automobile ได้ขยายธุรกิจไปสู่กว่า 20 ประเทศ อาทิ ออสเตรเลีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ โดยมีประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ทั้งด้านเทคโนโลยี และ ระบบพลังงานใหม่ มอบโซลูชันการเดินทางที่ชาญฉลาด ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ในระดับโลก” <strong>กวน </strong>กล่าว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43615" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/changan-nevo-q05-02.jpg" alt="คริส อู๋" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/changan-nevo-q05-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/changan-nevo-q05-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/changan-nevo-q05-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/changan-nevo-q05-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>ด้าน <strong><span style="color: #6cb742;">คริส อู๋</span> รองประธาน บริษัท ฉางอาน ออโต้ เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด</strong> กล่าวว่า ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่มีความเคลื่อนไหวและเติบโตอย่างโดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งของโลกและ CHANGAN รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เติบโตเคียงข้างลูกค้าชาวไทย เริ่มตั้งแต่ DEEPAL S05 ซึ่งได้รับความไว้วางใจจากผู้ใช้งานทั่วโลกในกว่า 68 ประเทศ และรุ่นใหม่ล่าสุด CHANGAN NEVO Q05  บริษัทฯ ไม่ได้เพียงนำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่เท่านั้น แต่ยังมอบนิยามใหม่ของการเดินทางที่เป็นมากกว่ารถ แต่เป็น “พื้นที่การใช้ชีวิตเคลื่อนที่” ที่ปลอดภัย ชาญฉลาด และสะดวกสบายสำหรับทุกการเดินทาง</p>
<p>ภายใต้แนวคิด “Tech Changan, Trusted Choice” บริษัทฯ มุ่งมั่นนำเสนอเทคโนโลยีระดับโลก ควบคู่กับประสบการณ์การใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าที่ไร้ความกังวลและมอบความคุ้มค่าอย่างแท้จริงให้แก่ลูกค้าชาวไทย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ และกลุ่มครอบครัว ครอบคลุมทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวันในเมือง ไปจนถึงการเดินทางระยะไกล โดยในทุกผลิตภัณฑ์ ทุกบริการ และทุกรายละเอียดล้วนได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้มั่นใจว่า เมื่อผู้บริโภคเลือก CHANGAN นั่นคือการเลือกแบรนด์ที่สามารถไว้วางใจได้อย่างแท้จริง”</p>
<p>สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่เป็นรุ่นไฮไลต์ในงานนี้ ได้แก่    <strong>CHANGAN NEVO Q05 </strong>รถ SUV ไฟฟ้าอัจฉริยะสำหรับชีวิตเมืองยุคใหม่ คอนเซ็ปต์ <strong>“SMART DRIVE, EASY LIFE” รถสมาร์ท</strong><strong>  </strong><strong>ขับสบาย</strong> เพื่อให้ทุกการเดินทางเป็นเรื่องง่ายและสมาร์ทยิ่งขึ้น ภายในกว้างขวางสะดวกสบายทุกที่นั่ง มาพร้อมเทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะครบครัน และการชาร์จที่รวดเร็ว โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่ให้เส้นสายตัวรถมีความหรูหราและมั่นคง ออกแบบโดย Mr. Klaus Zyciora นักออกแบบระดับโลก ผู้ที่มีผลงานสำคัญระดับโลกมากมาย และดำรงตำแหน่ง Head of Global Design ของ CHANGAN Automobile</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43616" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/changan-nevo-q05-03.jpg" alt="CHANGAN NEVO Q05" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/changan-nevo-q05-03.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/changan-nevo-q05-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/changan-nevo-q05-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/changan-nevo-q05-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong>CHANGAN NEVO Q05 </strong>มีระยะฐานล้อ 2,735 มม. มาพร้อมเบาะนั่งออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ นั่งสบายแม้เดินทางไกล ภายในใช้วัสดุ Soft-touch มากกว่า 80% ให้สัมผัสพรีเมียมทุกจุด พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายจุใจ มาพร้อมห้องโดยสารอัจฉริยะ หน้าจอกลางแบบสัมผัส 14.6 นิ้ว ทำงานคู่กับหน้าจอ เรือนไมล์ 10.17 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay, Android Auto และอัปเดตซอฟต์แวร์ออนไลน์แบบ OTA พร้อมระบบ สั่งงานด้วยเสียงอัจฉริยะ และแบตเตอรี่ CATL จากผู้ผลิตระดับโลก รองรับการชาร์จเร็ว 3C จาก 30% ถึง 80% ภายในเวลาเพียง 15 นาที ให้ทุกการเดินทางของคุณสะดวกสบายและมั่นใจมากยิ่งขึ้น</p>
<p>สำหรับ <strong>AVATR 07</strong> SUV พลังงานใหม่ที่ผสานความหรูหรา เทคโนโลยี และสมรรถนะในระดับ First Class ตัวรถมีสัดส่วนแบบ  Golden Ratio ด้านหน้าดีไซน์เอกลักษณ์ แรงบันดาลใจจาก UFO มาพร้อมสีพรีเมียม 4 เฉด ห้องโดยสาร เป็นสไตล์ Futuristic Embracing Cabin ใช้วัสดุนุ่มระดับพรีเมียมรอบคัน เบาะหนัง Nappa ทูโทน เบาะหน้าปรับไฟฟ้าแบบ Zero Gravity มาพร้อมจอ​พาโนรามา 35.4 นิ้ว ระดับ 4K และจอกลาง 15.6 นิ้ว ระบบ AVATRLink ช่วยให้ผู้โดยสารตอนหลังก็สั่งงาน ผ่านสมาร์ทดีไวซ์ได้ เ</p>
<p><strong>AVATR 11 &#8211; The Futuristic SUV </strong>อีกหนึ่งรุ่นรถสำคัญในแบรนด์ AVATR กับ AVATR 11 รถยนต์ไฟฟ้า SUV ระดับพรีเมียม ดีไซน์ล้ำอนาคต ผสมสัดส่วนแบบซูเปอร์คาร์เข้ากับความอเนกประสงค์ของ SUV ผ่านกระจังหน้าทรงปีก ไฟหน้า LED ทรง F และล้อขนาดใหญ่สูงสุด 22 นิ้ว พร้อมเบรก Brembo และประตูไฟฟ้าอัจฉริยะ การันตีด้วยรางวัลออกแบบ Red Dot Award 2024 ภายในหรูหราสไตล์ Casual Luxury ด้วยเบาะหนัง Nappa แท้ เบาะ Zero Gravity ปรับไฟฟ้าและนวดได้ ระบบเสียง Meridian 25 ลำโพง หลังคาพาโนรามา และไฟ Ambient 256 สี สมรรถนะใช้แบตเตอรี่ 116 kWh จาก CATL บนแพลตฟอร์ม 800V วิ่งได้ไกลสูงสุดกว่า 680 กิโลเมตร</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/changan-nevo-q05/">CHANGAN ขนทัพรถยนต์ไฟฟ้า ร่วมงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 พร้อมเปิดตัว CHANGAN NEVO Q05 รุกตลาดไทย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เผยธุรกิจปี 2025 พร้อมชูแนวทางสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในปี 2026</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/volvo-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 26 Feb 2026 07:55:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์พรีเมียม]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม]]></category>
		<category><![CDATA[วอลโว่]]></category>
		<category><![CDATA[วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=43317</guid>

					<description><![CDATA[<p>วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เผยความคืบหน้าของธุรกิจประจำปี 2025 ที่ยังคงขับเคลื่อนไปอย่างต่อเนื่องด้วยส่วนแบ่งตลาดกลุ่มรถยนต์พรีเมียมที่ 9% และส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม (BEV) ที่ 20% นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้รายงานยอดขายในกลุ่มรถ Volvo Selekt certified used cars หรือ รถผู้บริหารและรถออกศูนย์ไมล์น้อยคุณภาพดีที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานของวอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ที่มีสัดส่วนการขายอยู่ที่ 14% จาก 9% ในปีก่อนหน้า สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นต่อคุณค่า และคุณภาพระยะยาวของวอลโว่&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/volvo-2025/">วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เผยธุรกิจปี 2025 พร้อมชูแนวทางสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในปี 2026</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เผยความคืบหน้าของธุรกิจประจำปี 2025 ที่ยังคงขับเคลื่อนไปอย่างต่อเนื่องด้วยส่วนแบ่งตลาดกลุ่มรถยนต์พรีเมียมที่ 9% และส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม (BEV) ที่ 20% นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้รายงานยอดขายในกลุ่มรถ Volvo Selekt certified used cars หรือ รถผู้บริหารและรถออกศูนย์ไมล์น้อยคุณภาพดีที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานของวอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ที่มีสัดส่วนการขายอยู่ที่ 14% จาก 9% ในปีก่อนหน้า สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นต่อคุณค่า และคุณภาพระยะยาวของวอลโว่</strong></p>
<p><span id="more-43317"></span></p>
<p>ผลการดำเนินงานที่ยังสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ตลอดปี 2025 เป็นผลจากการมีกลุ่มผลิตภัณฑ์รถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังไฟฟ้าที่ครอบคลุมทั้งในกลุ่มรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบ และรถปลั๊ก-อิน ไฮบริด, การขยายเครือข่ายศูนย์บริการหลังการขายอย่างต่อเนื่อง และการพัฒนาศักยภาพด้านบริการหลังการขายที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า</p>
<p>โดยในปีที่ผ่านมา <strong>วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย</strong> ได้เสริมความแข็งแกร่ง และสร้างการรับรู้ของแบรนด์ในประเทศ ผ่านการเปิดตัวรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบ รุ่นใหม่ ถึง 2 รุ่น ได้แก่ Volvo EX30 Cross Country รถ SUV ขนาดเล็กสำหรับคนเมืองที่มองหาการเดินทางเพื่อค้นพบประสบการณ์ใหม่ ๆ และ Volvo ES90 รถที่มาพร้อมนิยามใหม่ของความอเนกประสงค์ภายใต้รูปทรงอันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมสถาปัตยกรรมแบตเตอรี่ขนาด 800 โวลต์ ซึ่งรถทั้งสองรุ่นได้รับความสนใจ และกระแสตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภค พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังได้เปิดตัวรถปลั๊ก-อิน ไฮบริด รุ่นยอดนิยม ที่มาพร้อมดีไซน์ใหม่ ถึง 2 รุ่น ได้แก่ new Volvo XC90 และ refresh Volvo XC60 เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่ยังอยู่ในช่วงเตรียมความพร้อมการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้งานรถไฟฟ้าแบบเต็มรูปแบบ</p>
<p>ขณะเดียวกัน วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ได้ยกระดับการเข้าถึงบริการทั่วประเทศ และเสริมศักยภาพด้านบริการหลังการขายด้วยการเปิดตัวศูนย์บริการ วอลโว่ พัฒนาการ พร้อมทั้งขยายตัวแทนผู้จัดจำหน่ายรถวอลโว่อย่างเป็นทางการในจังหวัดพิษณุโลก นอกจากนี้ ยังแต่งตั้ง ACE ขอนแก่น ให้เป็นผู้ให้บริการซ่อมตัวถังและสีรถยนต์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจาก วอลโว่ คาร์ โดยให้บริการผ่าน วอลโว่ ธนาสิทธ์ ขอนแก่น โดยความร่วมมือดังกล่าวนี้ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับเครือข่ายบริการแบบครบวงจรของวอลโว่ และตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดูแลในระยะยาวผ่านการให้บริการที่ครอบคลุมและต่อเนื่อง</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43319" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Volvo-Car-Thailand-thank-press-event-02.jpg" alt="คริส เวลส์" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Volvo-Car-Thailand-thank-press-event-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Volvo-Car-Thailand-thank-press-event-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Volvo-Car-Thailand-thank-press-event-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Volvo-Car-Thailand-thank-press-event-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>คริส เวลส์</strong></span>, <strong>กรรมการผู้จัดการ บริษัท วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย และมาเลเซีย</strong> กล่าวว่า ผลการดำเนินงานในปี 2025 สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของกลุ่มผลิตภัณฑ์รถของเราที่มีความสมดุล ตลอดจนการดำเนินงานด้านการขาย และบริการหลังการขายอย่างมีวินัยและมีประสิทธิภาพ โดยแม้ต้องเผชิญกับการตลาดที่มีสภาวะการแข่งขันที่สูง รวมถึงความท้าทายทางเศรษฐกิจที่ส่งผลต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ในปีที่ผ่านมา การบรรลุส่วนแบ่งตลาด 9% ในกลุ่มรถยนต์พรีเมียม และ 20% ในกลุ่มรถไฟฟ้าพรีเมียม (BEV) แสดงให้เห็นว่าลูกค้ายังคงเชื่อมั่นในแบรนด์วอลโว่ ทั้งในแง่ของความปลอดภัย ความยั่งยืน และเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์การใช้งานอย่างมีเป้าหมาย</p>
<p>สำหรับปี 2026 นั้น วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ยังคงมุ่งเน้นสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการเสริมความแข็งแกร่งของกลุ่มผลิตภัณฑ์รถไฟฟ้าระดับพรีเมียม และการยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถวอลโว่ผ่านบริการที่มีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เพื่อความประทับใจที่ยืนยาวของลูกค้า ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ตั้งเป้าหมายการเติบโตในปี 2026 โดยวางเป้ายอดขายรถใหม่เพิ่มขึ้น 4% และยอดขาย Volvo Selekt certified used cars เพิ่มขึ้น 5%</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43320" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Volvo-Car-Thailand-thank-press-event-03.jpg" alt="วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Volvo-Car-Thailand-thank-press-event-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Volvo-Car-Thailand-thank-press-event-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Volvo-Car-Thailand-thank-press-event-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Volvo-Car-Thailand-thank-press-event-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<h3>ปี 2026 นำเสนอผลิตภัณฑ์รถไฟฟ้าระดับพรีเมียมที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม</h3>
<p>ในปี 2026 วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมายการเป็นบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบในอนาคต โดยมีรถปลั๊ก-อิน ไฮบริด ทำหน้าที่เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์สำหรับลูกค้าที่กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่การใช้งานรถไฟฟ้าแบบเต็มรูปแบบ</p>
<p>โดยเริ่มต้นปีกับบริการอัปเกรด คอร์ คอมพิวเตอร์ สำหรับลูกค้าผู้ใช้รถ Volvo EX90 แบบไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งได้เริ่มดำเนินการแล้วในเดือนกุมภาพันธ์นี้ โดยการอัปเกรดดังกล่าวจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและพลังการประมวลผลของรถทั้งในแง่ของการขับขี่ และความปลอดภัย รวมถึงทำให้ตัวรถรองรับการอัปเดทซอฟต์แวร์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพได้อย่างต่อเนื่องในอนาคต นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเตรียมขยายตัวเลือกที่มากขึ้นสำหรับ Volvo EX90 เพื่อการเข้าถึงที่ง่ายขึ้นของผู้ที่ต้องการเป็นเจ้าของรถไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ และนวัตกรรมความปลอดภัยในการขับขี่อย่างแท้จริง และอีกหนึ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์รถไฟฟ้าเต็มรูปแบบที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อเร็ว ๆ นี้อย่าง Volvo ES90 ซึ่งคาดว่าจะสามารถรักษาแรงขับเคลื่อนด้านยอดขายได้ตลอดทั้งปี ด้วยสมรรถนะด้านระยะทางวิ่งที่โดดเด่น ดีไซน์ที่สะดุดตา เทคโนโลยีภายในตัวรถที่มีความล้ำสมัย และที่สำคัญที่สุด คือความคุ้มค่าด้านราคา</p>
<h3>ยกระดับประสบการณ์การให้บริการโดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง</h3>
<p>เพื่อยกระดับประสบการณ์การให้บริการที่ดียิ่งขึ้น วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ได้วางแผนขยายเครือข่ายตัวแทนผู้จัดจำหน่ายรถวอลโว่อย่างเป็นทางการทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ควบคู่กับการขยายศูนย์บริการซ่อมตัวถังและสีมาตรฐานครบวงจร หรือ Volvo Certified Damage Repair Centre (VCDR) และการทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์เพื่อขยายศูนย์บริการซ่อมตัวถัง และสีรถยนต์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจาก วอลโว่ คาร์ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังวางแผนขยายการบริการให้ครอบคลุมพื้นที่ในวงกว้างยิ่งขึ้นผ่านโมเดลบริการหลังการขายแบบ Hub and Spoke เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงบริการ และยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานสำหรับลูกค้า รวมถึงวางแผนเปิดศูนย์บริการด้านยางรถยนต์เพื่ออำนวยความสะดวก และเสริมสร้างประสบการณ์ในการเป็นเจ้าของรถวอลโว่ รวมถึงช่วยลดค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องตลอดช่วงอายุการใช้รถ ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์ของ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ในการส่งมอบคุณค่าในระยะยาวให้แก่ลูกค้า</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43321" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Volvo-Car-Thailand-thank-press-event-04.jpg" alt="วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย" width="740" height="416" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Volvo-Car-Thailand-thank-press-event-04.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Volvo-Car-Thailand-thank-press-event-04-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Volvo-Car-Thailand-thank-press-event-04-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Volvo-Car-Thailand-thank-press-event-04-500x281.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>เพื่อรักษาฐานลูกค้า เพิ่มความคุ้มค่าในระยะยาวของการเป็นเจ้าของ และตอกย้ำความมุ่งมั่นในการมอบบริการที่เป็นเลิศ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย พร้อมนำแคมเปญบริการหลังการขาย (National Service Campaign) กลับมานำเสนอแก่ลูกค้าอีกครั้งตลอดปี 2026 โดยแคมเปญบริการหลังการขายดังกล่าวจะนำเสนอในรูปแบบของการมอบโปรโมชัน และส่วนลดพิเศษสำหรับลูกค้าที่รับบริการ ณ ศูนย์บริการอย่างเป็นทางการของวอลโว่ทั่วประเทศ รวมถึงมอบส่วนลดในอะไหล่แท้วอลโว่ (Volvo Genuine Parts) พร้อมสิทธิประโยชน์ อาทิ การรับประกันเพิ่มเติมสำหรับอะไหล่แท้วอลโว่ (Volvo Genuine Parts Extended Warranty) ซึ่งรับรองว่าหากอะไหล่ที่ซื้อจากศูนย์บริการอย่างเป็นทางการของวอลโว่ตามเงื่อนไขที่กำหนดเกิดความบกพร่อง วอลโว่จะทำการเปลี่ยนอะไหล่ที่รับประกันโดยไม่มีค่าใช้จ่ายทั้งในส่วนของอะไหล่และค่าแรง อีกทั้งลูกค้ายังอุ่นใจได้ว่าทุกบริการจะได้รับการตรวจสอบและวิเคราะห์อย่างแม่นยำผ่านเครื่องมือที่ได้รับการรับรอง และช่างเทคนิคที่ผ่านการอบรมตามมาตรฐาน วอลโว่ คาร์ส โดยตรง พร้อมรับการอัปเดทซอฟต์แวร์ของตัวรถเป็นเวอร์ชันล่าสุดเพื่อเสริมประสิทธิภาพให้แก่ตัวรถในทุกครั้งที่เข้ารับบริการ นอกจากนี้ผู้ที่รับบริการหลังการขายอย่างเป็นทางการของวอลโว่ตามเงื่อนไขที่กำหนดยังสามารถรับบริการความช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน (roadside assistance service) โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อมอบความอุ่นใจในทุกการเดินทาง</p>
<p>แคมเปญบริการหลังการขายดังกล่าวนี้ จะเปิดตัวเป็นครั้งแรกพร้อมมาสคอตครอบครัวกวางมูสสุดน่ารัก ที่มาพร้อมคาแรกเตอร์ครอบครัวกวางมูสแบบยกครัวทั้ง คุณพ่อ ปาป้ามูส (Papa Moose), คุณแม่ มาม่ามูส (Mama Moose) พี่ชายคนโต มูสมูส (Moose Moose) และน้องสาว ลิตเติ้ล มูส (Little Moose) ที่จะมามอบความอบอุ่น และความอุ่นใจให้แก่ครอบครัวลูกค้าวอลโว่</p>
<h3>สานต่อปณิธานด้านความยั่งยืนเพื่อคนและโลกเพื่อชีวิต</h3>
<p>การมีส่วนร่วมในการสร้างความยั่งยืนคือหนึ่งในกลยุทธ์หลักของ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย โดยในปี 2026 บริษัทฯ พร้อมเดินหน้าผลักดันโครงการระดับประเทศอย่างต่อเนื่อง อาทิ การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ ณ ตัวแทนผู้จัดจำหน่ายรถวอลโว่อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ รวมถึงการปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานภายในของ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ให้มีประสิทธิภาพและสร้างความยั่งยืนยิ่งขึ้น อันได้แก่ การลดการสร้างขยะ สนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน และยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ยั่งยืนในระยะยาว</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/volvo-2025/">วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เผยธุรกิจปี 2025 พร้อมชูแนวทางสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในปี 2026</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วอลโว่ เปิดตัว “Volvo ES90” รถไฟฟ้าเต็มรูปแบบรุ่นใหม่ ชูแนวคิดยั่งยืน ตั้งเป้าพัฒนาสู่ยนตรกรรมไฟฟ้า 100%</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/volvo-es90/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 24 Oct 2025 09:53:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[Volvo ES90]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[วอลโว่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=41589</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในปี 2568 ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากแรงขับของนโยบายภาครัฐที่ผลักดันสู่เป้าหมาย Zero Emission Vehicle (ZEV) และความตื่นตัวของผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีสะอาดและการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์มากขึ้น ผู้ผลิตรถยนต์ระดับโลกต่างเร่งเปิดตัวรถไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งสมรรถนะ ความปลอดภัย และความยั่งยืน หนึ่งในนั้นคือ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย บริษัทรถยนต์สัญชาติสวีเดนที่พร้อมเดินทางสู่พลังงานที่เป็นกลางต่อสภาพภูมิอากาศ ด้วยการเปิดตัว “Volvo ES90” รถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบรุ่นใหม่ล่าสุดครั้งแรกในเอเชีย ชูแนวคิด “ความอเนกประสงค์และนวัตกรรมการขับขี่อย่างยั่งยืน” ผ่านดีไซน์ที่ผสมผสานความเรียบหรูของรถซีดานเข้ากับความอเนกประสงค์แบบ fastback และความสูงใต้ท้องรถในสไตล์ SUV เพื่อให้รองรับทุกการเดินทางทั้งในเมืองและต่างจังหวัดอย่างลงตัว โดย Volvo&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/volvo-es90/">วอลโว่ เปิดตัว “Volvo ES90” รถไฟฟ้าเต็มรูปแบบรุ่นใหม่ ชูแนวคิดยั่งยืน ตั้งเป้าพัฒนาสู่ยนตรกรรมไฟฟ้า 100%</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในปี 2568 ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากแรงขับของนโยบายภาครัฐที่ผลักดันสู่เป้าหมาย <strong>Zero Emission Vehicle (ZEV)</strong> และความตื่นตัวของผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีสะอาดและการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์มากขึ้น ผู้ผลิตรถยนต์ระดับโลกต่างเร่งเปิดตัวรถไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งสมรรถนะ ความปลอดภัย และความยั่งยืน</p>
<p><span id="more-41589"></span></p>
<p>หนึ่งในนั้นคือ <strong>วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย</strong> บริษัทรถยนต์สัญชาติสวีเดนที่พร้อมเดินทางสู่พลังงานที่เป็นกลางต่อสภาพภูมิอากาศ ด้วยการเปิดตัว <strong>“Volvo ES90”</strong> รถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบรุ่นใหม่ล่าสุดครั้งแรกในเอเชีย ชูแนวคิด “ความอเนกประสงค์และนวัตกรรมการขับขี่อย่างยั่งยืน” ผ่านดีไซน์ที่ผสมผสานความเรียบหรูของรถซีดานเข้ากับความอเนกประสงค์แบบ fastback และความสูงใต้ท้องรถในสไตล์ SUV เพื่อให้รองรับทุกการเดินทางทั้งในเมืองและต่างจังหวัดอย่างลงตัว โดย Volvo ES90 Ultra Single Motor Extended Range เปิดตัวในราคา 2,990,000 บาท และคาดว่าจะเริ่มส่งมอบให้ลูกค้าชาวไทยภายในสิ้นปี 2568 ถึงต้นปี 2569</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41592" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Volvo-ES90-02.jpg" alt="คริส เวลส์" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Volvo-ES90-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Volvo-ES90-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Volvo-ES90-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Volvo-ES90-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">คริส เวลส์</span> กรรมการผู้จัดการ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย และมาเลเซีย</strong> กล่าวว่า “Volvo ES90”คือตัวแทนของการก้าวสู่ยุคใหม่ของยนตรกรรมไฟฟ้าอย่างแท้จริง ผสานความเรียบหรูของดีไซน์สแกนดิเนเวียนเข้ากับเทคโนโลยีซอฟต์แวร์และระบบขับเคลื่อนที่ควบคุมด้วย AI เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญของวอลโว่ในการเดินหน้าสู่การเป็นผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย</p>
<p>Volvo ES90 ถูกพัฒนาบนแพลตฟอร์ม SPA2 ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Superset Tech Stack ซึ่งรวมการทำงานของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์เข้าด้วยกัน ทำให้รถสามารถอัปเดตระบบแบบ Over-the-Air (OTA) ได้ตลอดอายุการใช้งาน โดยไม่ต้องนำรถเข้าศูนย์บริการ ช่วยให้ผู้ใช้ได้รับฟังก์ชันใหม่ ๆ และการปรับปรุงด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังเป็นรถรุ่นแรกของวอลโว่ที่ใช้ชิปประมวลผลคู่ NVIDIA DRIVE AGX Orin ที่มีกำลังการประมวลผลสูง เพิ่มความแม่นยำในการประสานข้อมูลระหว่างระบบต่าง ๆ ของตัวรถ ทั้งระบบช่วยขับ ระบบป้องกันการชน และระบบวิเคราะห์พฤติกรรมการขับขี่แบบเรียลไทม์ เพื่อยกระดับความปลอดภัยให้เหนือกว่ามาตรฐานทั่วไปของอุตสาหกรรม</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41593" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Volvo-ES90-03.jpg" alt="Volvo ES90" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Volvo-ES90-03.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Volvo-ES90-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Volvo-ES90-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Volvo-ES90-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>ด้านสมรรถนะการขับขี่ ES90 ใช้เทคโนโลยีแบตเตอรี่ 800 โวลต์ รุ่นใหม่ล่าสุด ช่วยเพิ่มความเร็วในการชาร์จและเพิ่มระยะทางการขับขี่ได้สูงสุด 755 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง (มาตรฐาน NEDC) พร้อมอัตราเร่งจาก 0–100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในเวลาเพียง 6.6 วินาที ทั้งยังมีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ (Cd) เพียง 0.25 ซึ่งถือว่าต่ำมากในกลุ่มรถขนาดเดียวกัน ส่งผลให้ประหยัดพลังงานและเงียบขึ้นในระหว่างขับขี่</p>
<p>สิ่งที่ทำให้ Volvo ES90 แตกต่างจากรถยนต์ไฟฟ้าทั่วไป คือแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกมิติของการผลิต โดยวอลโว่ให้ความสำคัญตั้งแต่การเลือกใช้วัสดุภายในและภายนอก ตัวรถผลิตจากวัสดุรีไซเคิลในสัดส่วนที่สูง เช่น อะลูมิเนียมรีไซเคิล 29%, เหล็กรีไซเคิล 18%, และโพลีเมอร์รีไซเคิล 16% เพื่อลดการใช้ทรัพยากรใหม่และลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ในกระบวนการผลิต</p>
<p>นอกจากนี้ยังเลือกใช้วัสดุชีวภาพและไม้จริงจากแหล่งที่ได้รับการรับรองโดย FSC (Forest Stewardship Council) ซึ่งสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ทั้งหมด หรือแม้แต่เหล็กที่ใช้ในโครงสร้างรถก็ได้รับการจัดหาจากโรงงานในสวีเดนที่ผลิตภายใต้มาตรฐาน Carbon Neutral Steel ซึ่งใช้พลังงานสะอาดแทนการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล</p>
<p>ภายในห้องโดยสาร วอลโว่ยังคงรักษาแนวคิด “Sustainable Luxury” ผ่านการเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น หนังที่ผ่านกระบวนการผลิตแบบยั่งยืนและตรวจสอบย้อนกลับได้ทุกขั้นตอน รวมถึงการออกแบบพื้นที่โดยสารให้โปร่งโล่ง ใช้แสงธรรมชาติผ่านหลังคาพาโนรามิกกรองรังสี UV ได้ถึง 99.9% พร้อมระบบฟอกอากาศที่กรองฝุ่น PM2.5 ได้ 95% และกรองสารก่อภูมิแพ้ได้เกือบ 100% เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการเดินทางที่ปลอดภัยและสะอาดสำหรับผู้โดยสารทุกวัย</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41594" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Volvo-ES90-04.jpg" alt="Volvo ES90" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Volvo-ES90-04.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Volvo-ES90-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Volvo-ES90-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Volvo-ES90-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>“วอลโว่ยืนยันว่า ความยั่งยืน (Sustainability) คือหัวใจสำคัญของการพัฒนายานยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ทุกคัน โดยมีเป้าหมายชัดเจนที่จะเปลี่ยนสายการผลิตทั้งหมดให้เป็น รถยนต์ไฟฟ้า 100% ภายในอนาคต และในทุกกระบวนการจะต้องลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ให้ได้มากที่สุด ทั้งในส่วนของวัตถุดิบ การขนส่ง และการรีไซเคิลเมื่อสิ้นอายุการใช้งานของรถยนต์” <strong>คริส เวลส์</strong><strong> กล่าว</strong></p>
<p>การเปิดตัว Volvo ES90 จึงไม่เพียงเป็นการแนะนำรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ แต่ยังสะท้อนทิศทางของวอลโว่ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์สู่ความยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งด้านเทคโนโลยี พลังงาน วัสดุ และสิ่งแวดล้อม เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และรับผิดชอบต่อโลกใบนี้อย่างแท้จริง</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/volvo-es90/">วอลโว่ เปิดตัว “Volvo ES90” รถไฟฟ้าเต็มรูปแบบรุ่นใหม่ ชูแนวคิดยั่งยืน ตั้งเป้าพัฒนาสู่ยนตรกรรมไฟฟ้า 100%</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เปิดตัว Leapmotor B10 ครั้งแรกในอาเซียน ตั้งเป้าเปิดโชว์รูมครบ 30 แห่งทั่วประเทศภายในปี 2570</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/leapmotor-b10/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 14 Oct 2025 09:08:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Leapmotor B10]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=41417</guid>

					<description><![CDATA[<p>Leapmotor Thailand เดินหน้ารุกตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทยเต็มกำลัง เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุด Leapmotor B10 อย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกในภูมิภาคอาเซียน เคาะราคาเริ่มต้นเพียง 698,000 บาท และเริ่มส่งมอบรถให้ลูกค้าทันที ตั้งเป้าเปิดโชว์รูมครบ 30 แห่งทั่วประเทศภายในปี 2570 เพื่อตอบรับกระแสการเติบโตของตลาด EV ในไทย ธวัชชัย จึงสงวนพรสุข กรรมการบริหาร บริษัท พระนครยนตรการ จำกัด (PNA) ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ Leapmotor อย่างเป็นทางการในประเทศไทย กล่าวว่า การเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/leapmotor-b10/">เปิดตัว Leapmotor B10 ครั้งแรกในอาเซียน ตั้งเป้าเปิดโชว์รูมครบ 30 แห่งทั่วประเทศภายในปี 2570</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>Leapmotor Thailand เดินหน้ารุกตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทยเต็มกำลัง เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุด Leapmotor B10 อย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกในภูมิภาคอาเซียน เคาะราคาเริ่มต้นเพียง 698,000 บาท และเริ่มส่งมอบรถให้ลูกค้าทันที ตั้งเป้าเปิดโชว์รูมครบ 30 แห่งทั่วประเทศภายในปี 2570 เพื่อตอบรับกระแสการเติบโตของตลาด EV ในไทย</strong></p>
<p><span id="more-41417"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41419" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/leapmotor-b10-02.png" alt="ธวัชชัย จึงสงวนพรสุข" width="749" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/leapmotor-b10-02.png 749w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/leapmotor-b10-02-300x200.png 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/leapmotor-b10-02-150x100.png 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/leapmotor-b10-02-500x334.png 500w" sizes="(max-width: 749px) 100vw, 749px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ธวัชชัย จึงสงวนพรสุข</strong></span> <strong>กรรมการบริหาร บริษัท พระนครยนตรการ จำกัด (PNA) ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ Leapmotor อย่างเป็นทางการในประเทศไทย</strong> กล่าวว่า การเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า Leapmotor B10 รุ่นใหม่ล่าสุดในกลุ่ม C-Segment  ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ Leapmotor Thailand ที่ต้องการมอบทางเลือกและตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายมากขึ้นให้แก่ลูกค้าคนไทย หลังจากการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรก Leapmotor C10 เมื่อปลายปีที่ผ่านมา และในปีนี้เรามุ่งมั่นที่จะนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าที่มีสมรรถนะดีและมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากขึ้น ตอบโจทย์ผู้ใช้งาน ทั้งในเรื่องของระบบความปลอดภัย ระบบช่วยขับขี่ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบาย และความคุ้มค่า พร้อมยกระดับมาตรฐานการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืนในอนาคต ทำให้ปีนี้การเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า Leapmotor B10 จะเข้ามาสร้างสีสันให้กับตลาดรถ EV ในไทยเพิ่มมากขึ้น ด้วยราคาที่ทุกคนเข้าถึงได้</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41420" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/leapmotor-b10-03.png" alt="Leapmotor B10" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/leapmotor-b10-03.png 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/leapmotor-b10-03-300x200.png 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/leapmotor-b10-03-150x100.png 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/leapmotor-b10-03-500x333.png 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong>Leapmotor B10</strong> มาพร้อมทางเลือก 3 รุ่นย่อย ได้แก่ Life, Style และ Design ติดตั้งแบตเตอรี่ขนาด 56.2 kWh และ 67.1 kWh ให้ระยะทางขับขี่ 442 และ 516 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์กำลัง 218 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 240 นิวตันเมตร ทำความเร็วสูงสุด 170 กม./ชม. และเร่ง 0–100 กม./ชม. ได้ใน 8 วินาที รองรับการชาร์จเร็ว DC 168 kW ชาร์จจาก 30% ถึง 80% ได้ภายใน 20 นาที</p>
<p>สมรรถนะของ Leapmotor B10 ได้รับการปรับจูนโดยทีมวิศวกรจาก Stellantis พร้อมเทคโนโลยี Cell-To-Chassis 2.0 และระบบช่วงล่างที่พัฒนาร่วมกัน เพื่อมอบสมดุลน้ำหนักแบบ 50:50 และความมั่นใจในการขับขี่ ด้านดีไซน์เน้นความเรียบหรูสไตล์ยุโรป ตัวรถติดตั้งล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ภายในรองรับผู้โดยสาร 5 ที่นั่ง และพื้นที่เก็บสัมภาระสูงสุดถึง 1,300 ลิตร</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41421" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/leapmotor-b10-04.png" alt="Leapmotor B10" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/leapmotor-b10-04.png 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/leapmotor-b10-04-300x200.png 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/leapmotor-b10-04-150x100.png 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/leapmotor-b10-04-500x333.png 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>ห้องโดยสารติดตั้งหน้าจอสัมผัสส่วนกลางขนาด 14.6 นิ้ว เชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto ได้ พร้อมระบบอัปเดตซอฟต์แวร์แบบ OTA ล้ำสมัย รุ่น Design มาพร้อมระบบเสียง 12 ลำโพง หลังคากระจกพาโนรามา 1.8 ตร.ม. และไฟ Ambient Light 64 สี</p>
<p><strong>ธวัชชัย</strong> กล่าวต่อว่า ด้านความปลอดภัย Leapmotor B10 มาพร้อมถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง และระบบ ADAS 17 ฟังก์ชันขั้นสูง เช่น Adaptive Cruise Control, Lane Keep Assist, Front Collision Warning, Blind Spot Detection และระบบกล้อง 360 องศา เตรียมเข้าสู่มาตรฐาน EURO NCAP ระดับ 5 ดาว โดยราคาจำหน่ายมีดังนี้  รุ่น Life 698,000 บาท  รุ่น Style 758,000 บาท  และรุ่น Design 798,000 บาท</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41422" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/leapmotor-b10-05.png" alt="Leapmotor B10" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/leapmotor-b10-05.png 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/leapmotor-b10-05-300x200.png 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/leapmotor-b10-05-150x100.png 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/leapmotor-b10-05-500x333.png 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong>ความสำเร็จของ Leapmotor บนเวทีโลกยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในเดือนกันยายนที่ผ่านมา มียอดส่งมอบรถยนต์พลังงานใหม่รวมกว่า 66,657 คันในประเทศจีน ทะลุ 60,000 คันต่อเดือนเป็นครั้งแรก และเติบโต 17% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ขณะเดียวกัน Leapmotor ยังสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการผลิตรถครบ 1 ล้านคัน ภายในระยะเวลาเพียง 343 วัน นับตั้งแต่คันที่ 500,000 แสดงถึงกลยุทธ์การเติบโตที่มั่นคงและแข็งแกร่ง</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/leapmotor-b10/">เปิดตัว Leapmotor B10 ครั้งแรกในอาเซียน ตั้งเป้าเปิดโชว์รูมครบ 30 แห่งทั่วประเทศภายในปี 2570</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>MG เปิดตัว NEW MG IM6 Premium LONG RANGE เสริมทัพอีวีวิ่งไกล–ชาร์จไว หนุนไทยสู่สังคมยานยนต์ไฟฟ้า</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/new-mg-im6-premium-long-range-2/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/new-mg-im6-premium-long-range-2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 25 Aug 2025 07:35:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[MG]]></category>
		<category><![CDATA[NEW MG IM6 Premium LONG RANGE]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=40511</guid>

					<description><![CDATA[<p>ประเทศไทยกำลังก้าวสู่ยุคยานยนต์พลังงานสะอาดอย่างเต็มรูปแบบ ภายใต้เป้าหมายการลดการปล่อยคาร์บอนและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสู่ Net Zero Economy โดยตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ล่าสุด บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ตอกย้ำบทบาทผู้นำในตลาดอีวีไทย ด้วยการเปิดตัว NEW MG IM6 Premium LONG RANGE รุ่นย่อยใหม่ของ “The First ever Premium Intelligent e-SUV” ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับระยะทางการขับขี่และความสะดวกสบายในการชาร์จไฟ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/new-mg-im6-premium-long-range-2/">MG เปิดตัว NEW MG IM6 Premium LONG RANGE เสริมทัพอีวีวิ่งไกล–ชาร์จไว หนุนไทยสู่สังคมยานยนต์ไฟฟ้า</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ประเทศไทยกำลังก้าวสู่ยุคยานยนต์พลังงานสะอาดอย่างเต็มรูปแบบ ภายใต้เป้าหมายการลดการปล่อยคาร์บอนและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสู่ Net Zero Economy โดยตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ล่าสุด บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ตอกย้ำบทบาทผู้นำในตลาดอีวีไทย ด้วยการเปิดตัว NEW MG IM6 Premium LONG RANGE รุ่นย่อยใหม่ของ “The First ever Premium Intelligent e-SUV” ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับระยะทางการขับขี่และความสะดวกสบายในการชาร์จไฟ</strong></p>
<p><span id="more-40511"></span></p>
<p>ในงานเปิดตัวครั้งนี้ MG ประกาศราคาพิเศษ พร้อมข้อเสนอพิเศษ โดยถือเป็นการต่อยอดจากกระแสตอบรับที่ดีเยี่ยมของ NEW MG IM6 ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา และมีการวางจำหน่ายแล้ว 2 รุ่นย่อย ได้แก่ Premium 2WD และ Performance AWD ทั้งสองรุ่นได้รับความสนใจจากกลุ่มผู้ใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมอย่างต่อเนื่อง</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40513" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/mg-new-mg-im6-premium-long-range-02.jpg" alt="MG เปิดตัว NEW MG IM6 Premium LONG RANGE" width="910" height="607" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/mg-new-mg-im6-premium-long-range-02.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/mg-new-mg-im6-premium-long-range-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/mg-new-mg-im6-premium-long-range-02-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/mg-new-mg-im6-premium-long-range-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/mg-new-mg-im6-premium-long-range-02-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 910px) 100vw, 910px" /></p>
<p>ขณะที่รุ่น Premium LONG RANGE เข้ามาเติมเต็มตลาดด้วยจุดขาย “ชาร์จได้ไวกว่าและวิ่งได้ไกลที่สุดในคลาส” ด้วยระยะทางสูงสุด 750 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน NEDC มาพร้อมมอเตอร์เดี่ยวขับเคลื่อนล้อหลัง กำลังสูงสุด 407 แรงม้า แรงบิด 500 นิวตันเมตร และระบบขับเคลื่อนแรงดันไฟฟ้า 800 โวลต์ รองรับการชาร์จไฟกระแสตรง (DC) สูงสุด 396 kW ที่สามารถชาร์จจาก 10–80% ได้ในเวลาเพียง 18 นาที เสริมด้วยล้ออัลลอยด์ดีไซน์ใหม่แบบแอโร่ ขนาด 20 นิ้ว ที่ช่วยเพิ่มทั้งประสิทธิภาพการขับขี่และความมั่นใจบนทุกเส้นทาง</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40514" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/mg-new-mg-im6-premium-long-range-03.jpg" alt="MG เปิดตัว NEW MG IM6 Premium LONG RANGE" width="910" height="607" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/mg-new-mg-im6-premium-long-range-03.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/mg-new-mg-im6-premium-long-range-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/mg-new-mg-im6-premium-long-range-03-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/mg-new-mg-im6-premium-long-range-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/mg-new-mg-im6-premium-long-range-03-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 910px) 100vw, 910px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>พงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์</strong></span> <strong>รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด</strong> เปิดเผยว่า ปัจจุบัน MG มีรถยนต์วิ่งอยู่บนถนนในไทยแล้วกว่า 250,000–260,000 คัน ถือเป็นค่ายแรกที่ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย และครองอันดับหนึ่งด้านยอดจดทะเบียน EV อย่างต่อเนื่อง สวนทางกับตลาดรถยนต์นั่งรวมที่หดตัวราว 2.5% ซึ่งส่วนใหญ่ยังคงกระจุกตัวในตลาดปิกอัพ ขณะที่กลุ่มที่เติบโตชัดเจนคือรถยนต์ไฟฟ้าในเซกเมนต์ C-SUV และรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนตลาด</p>
<p>สำหรับ MG ยอดขายในช่วง 7 เดือนแรกอยู่ที่กว่า 13,700 คัน ถือว่าเป็นไปตามเป้าหมายทั้งปีที่ตั้งไว้ราว 25,000 คัน และหากครึ่งปีหลังปัจจัยเอื้ออำนวย คาดว่ายอดขายรวมอาจแตะ 60,000 คัน สะท้อนถึงการปรับตัวรับการแข่งขันได้อย่างแข็งแกร่ง ทั้งในด้านเครือข่ายบริการ จุดเด่นด้านเทคโนโลยีอีวี และความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคมีต่อแบรนด์</p>
<p>“MG แสดงจุดยืนชัดเจนในการผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสู่พลังงานทางเลือก โดยตั้งเป้าเดินหน้าทั้งรถยนต์ไฟฟ้าและไฮบริดในสัดส่วนที่สมดุล 50:50 พร้อมสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) รองรับผู้ใช้ ไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายสถานีชาร์จไฟฟ้า บริการหลังการขาย และมาตรการดูแลลูกค้าในระยะยาว เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคว่า MG จะเป็นแบรนด์ที่เติบโตเคียงข้างคนไทย” พงษ์ศักดิ์ กล่าว</p>
<p>การเปิดตัว NEW MG IM6 Premium LONG RANGE จึงไม่เพียงแต่เป็นการขยายไลน์อัพของยานยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียม แต่ยังเป็นการตอกย้ำบทบาทของ MG ในฐานะ “กลไกสำคัญ” ที่ผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย และร่วมสร้างอนาคตเศรษฐกิจสีเขียวที่ยั่งยืนต่อไป</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/new-mg-im6-premium-long-range-2/">MG เปิดตัว NEW MG IM6 Premium LONG RANGE เสริมทัพอีวีวิ่งไกล–ชาร์จไว หนุนไทยสู่สังคมยานยนต์ไฟฟ้า</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/new-mg-im6-premium-long-range-2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“ต๋า เซินเซิน” หัวเรือใหญ่แห่ง เอ็มจี ร่วมทดสอบ NEW MG IM6 รุ่น Premium LONG RANGE พรีเมียมอีวีที่ชาร์จได้ไวและขับได้ไกลที่สุดในคลาส</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/new-mg-im6-premium-long-range/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/new-mg-im6-premium-long-range/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 18 Aug 2025 08:47:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[NEW MG IM6]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[เอ็มจี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=40423</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ – 18 สิงหาคม 2568 – บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ตอกย้ำความมั่นใจใน คุณภาพ สมรรถนะ และเทคโนโลยีของ NEW MG IM6 รุ่น Premium LONG RANGE&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/new-mg-im6-premium-long-range/">“ต๋า เซินเซิน” หัวเรือใหญ่แห่ง เอ็มจี ร่วมทดสอบ NEW MG IM6 รุ่น Premium LONG RANGE พรีเมียมอีวีที่ชาร์จได้ไวและขับได้ไกลที่สุดในคลาส</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ – 18 สิงหาคม 2568 – <strong>บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ตอกย้ำความมั่นใจใน คุณภาพ สมรรถนะ และเทคโนโลยีของ NEW MG IM6 รุ่น Premium LONG RANGE ที่ เอ็มจี เตรียมนำเข้ามาเสริมทัพทลายข้อจำกัดด้านระยะทางกับการใช้รถอีวีของคนไทย ผ่านประสบการณ์ทดสอบการวิ่งบนสภาพถนนในเมืองไทย นำทีม โดย มร. ต๋า เซินเซิน กรรมการผู้จัดการ เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด ร่วมทดสอบรถด้วยตัวเอง ซึ่งประสบการณ์การขับขี่ครั้งนี้ ไม่เพียงแต่สะท้อนความนุ่มนวลในการเร่ง การทรงตัวที่มั่นคง และฟีเจอร์อัจฉริยะที่ครบครัน แต่ยังสะท้อนถึง วิสัยทัศน์การขับเคลื่อนอนาคตของ เอ็มจี ในฐานะผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทยภายใต้คอนเซ็ปต์ “อีวีที่ชาร์จได้ไว และขับได้ไกลที่สุดในคลาส” โดยมีกำหนดการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ที่งาน Big Motor Sale 2025 ในวันที่ 22 สิงหาคมนี้</strong></p>
<p><span id="more-40423"></span></p>
<p><strong>NEW MG IM6</strong> ยนตรกรรมเรือธงของ เอ็มจี กับจุดเด่น “The 1st ever Premium Intelligent e-SUV” ที่พร้อมพาคนไทยสู่ประสบการณ์การใช้อีวียุคใหม่ ล่าสุดกับรุ่นย่อยใหม่ที่มุ่งทลายข้อจำกัดในการใช้รถอีวี โดยเฉพาะในเรื่องของระยะทางต่อการชาร์จ และระยะเวลารอคอยระหว่างชาร์จ ด้วย NEW MG IM6 Premium LONG RANGE ที่มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อน ที่ให้กำลังสูงสุด 407 แรงม้า แรงบิด 500 นิวตันเมตร จุดเด่น “วิ่งไกลกว่า ชาร์จไวกว่า” กับระยะทางสูงสุด 750 กิโลเมตร ถือเป็นยานยนต์ที่สร้างมาตรฐานใหม่ของอีวีไทย รถรุ่นนี้มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 100 kWh บนสถาปัตยกรรมไฟฟ้า 800 V รองรับ การชาร์จเร็ว 396 kW ชาร์จจาก 10% ถึง 80% ได้ภายใน 18 นาที ตอบโจทย์ทั้งไลฟ์สไตล์คนเมืองและการเดินทางระยะไกลได้อย่างลงตัว และยังมาพร้อมฟีเจอร์อัจฉริยะสุดล้ำ เช่น ระบบบังคับเลี้ยว 4 ล้ออัจฉริยะ และระบบ One Touch iAD ที่ช่วยยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้สะดวกสบาย ปลอดภัย และเหนือระดับในทุกเส้นทาง</p>
<p>*ระยะเวลาในการชาร์จ ขึ้นอยู่กับระดับแบตเตอรี่คงเหลือและกำลังของเครื่องอัดประจุไฟฟ้า</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>มร. ต๋า เซินเซิน</strong></span> <strong>กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด ในฐานะผู้บริหารระดับสูงของ เอ็มจี ในประเทศไทย</strong> ได้ร่วมทดสอบเพื่อให้มั่นใจในประสบการณ์การขับขี่ครั้งนี้ว่า “NEW MG IM6 Premium LONG RANGE ถือเป็นรุ่นย่อยที่มอบฟีเจอร์อัจฉริยะครบครันให้ความมั่นใจในทุกเส้นทาง พร้อมระยะทางขับขี่ที่ไกลสุดในคลาส การทดสอบที่ได้เข้าร่วมในครั้งนี้ จึงไม่เพียงเป็นการพิสูจน์แค่สมรรถนะ แต่ยังตอกย้ำความสบายใจและ ความมั่นใจเต็มเปี่ยมตลอดทุกช่วงการเดินทางที่ เอ็มจี ตั้งใจนำเสนอยนตรกรรมคุณภาพที่ตอบไลฟ์สไตล์ของคนไทยอย่างแท้จริง พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สร้างความมั่นใจและความภาคภูมิใจให้ผู้ขับทุกคน และยกระดับมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทย”</p>
<p><strong>มร. ต๋า</strong> กล่าวเสริมว่า “การเพิ่มรุ่นย่อยนี้สะท้อนถึงแบรนด์ที่ต้องการตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการระยะทางต่อหนึ่งการชาร์จที่ไกลขึ้น สะท้อนให้เห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้ากำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง ในฐานะผู้บริหาร เอ็มจี ผมให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีที่ดีและเข้าถึงง่าย บริการหลังการขายก็สำคัญ ไม่แพ้ตัวรถ โดย เอ็มจี เป็นแบรนด์เดียวที่กล้าให้การรับประกันแบตเตอรี่ มอเตอร์ และระบบควบคุมไฟฟ้า ตลอดอายุการใช้งาน คือสิ่งสำคัญที่ทำให้รถไฟฟ้าของ เอ็มจี แตกต่าง การบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. อะไหล่ที่ครบถ้วน และความสามารถของบุคลากร เป็นเรื่องที่เราต้องพัฒนาให้ดี เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจ”</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/new-mg-im6-premium-long-range/">“ต๋า เซินเซิน” หัวเรือใหญ่แห่ง เอ็มจี ร่วมทดสอบ NEW MG IM6 รุ่น Premium LONG RANGE พรีเมียมอีวีที่ชาร์จได้ไวและขับได้ไกลที่สุดในคลาส</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/new-mg-im6-premium-long-range/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เอ็มจีโชว์วิสัยทัศน์สู่ท็อป 5 ในทศวรรษที่ 2 พร้อมเปิดตัว NEW MG IM6 ชาร์จไฟเร็ว-ฟังก์ชั่นครบ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/new-mg-im6/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/new-mg-im6/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 19 Mar 2025 08:48:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[NEW MG IM6]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[เอ็มจี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=38439</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เผยทิศทางและแผนการดำเนินธุรกิจในไทยตั้งเป้าปี 2568 ครองส่วนแบ่งทางการตลาดที่ 5% และมุ่งก้าวสู่ท็อป 5 ในตลาดยานยนต์ไทย ภายในทศวรรษที่ 2 ผ่าน 4 กลยุทธ์หลัก เตรียมส่งรถยนต์ไฟฟ้า และไฮบริด รุ่นใหม่ เพิ่มเติมพอร์ตโฟลิโอภายในปี 2026 &#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/new-mg-im6/">เอ็มจีโชว์วิสัยทัศน์สู่ท็อป 5 ในทศวรรษที่ 2 พร้อมเปิดตัว NEW MG IM6 ชาร์จไฟเร็ว-ฟังก์ชั่นครบ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย </strong>เผยทิศทางและแผนการดำเนินธุรกิจในไทยตั้งเป้าปี 2568 ครองส่วนแบ่งทางการตลาดที่ 5% และมุ่งก้าวสู่ท็อป 5 ในตลาดยานยนต์ไทย ภายในทศวรรษที่ 2 ผ่าน 4 กลยุทธ์หลัก เตรียมส่งรถยนต์ไฟฟ้า และไฮบริด รุ่นใหม่ เพิ่มเติมพอร์ตโฟลิโอภายในปี 2026  เพื่อขับเคลื่อนแบรนด์สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน เติมเต็มพรีเมียมอีวี NEW MG IM6 เข้าเสริมทัพ ชูจุดเด่น The First-ever Premium Intelligent e-SUV ที่มาพร้อมกับความสามารถในการชาร์จเร็วที่สุดในประเทศไทย พร้อมส่งมอบเมษายนนี้</p>
<p><span id="more-38439"></span></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ซู๋ว์ หยิ่น</span> กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด และรองกรรมการผู้จัดการบริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด </strong>กล่าวว่า แม้ในปีที่ผ่านมา เอ็มจี จะต้องเผชิญกับความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอนและการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่เรามุ่งมั่นที่จะเรียนรู้และปรับตัวอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในตลาดที่มีการแข่งขันสูงขึ้น โดยการพัฒนาแบรนด์ในทุกมิติ ทั้งในด้านประสิทธิภาพการผลิต การขยายเครือข่ายบริการหลังการขาย และการเพิ่มประสิทธิภาพ การดำเนินงานต่าง ๆ</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38441" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/NEW-MG-IM6-02.jpg" alt="NEW MG IM6" width="720" height="480" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/NEW-MG-IM6-02.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/NEW-MG-IM6-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/NEW-MG-IM6-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/NEW-MG-IM6-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<p>สำหรับการเปิดตัวและประกาศราคา NEW MG IM6 ครั้งนี้ เรามุ่งหวังที่จะสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในไทยและยกระดับประสบการณ์การขับขี่ของผู้บริโภค ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการเติบโตของแบรนด์ เอ็มจี นอกจากนี้ เรายังคงมุ่งมั่นที่จะขยายความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในสังคมไทย เพื่อส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน ผ่านการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาตอบสนอง ความต้องการของลูกค้าและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสู่ระดับสากล โดยในปีนี้ เอ็มจี ตั้งเป้าหมายที่จะ เพิ่มส่วนแบ่งตลาด เป็น 5% พร้อมเดินหน้าแผนธุรกิจอย่างเข้มข้นเพื่อผลักดันสู่หมุดหมายใหญ่ในการขึ้นเป็น แบรนด์  “ท็อป 5” ภายในทศวรรษที่ 2 ของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย</p>
<p><strong>NEW MG IM6</strong> ถือเป็นรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมรุ่นใหม่ล่าสุด ที่มาพร้อมกับคอนเซ็ปต์ <strong>“ขับเคลื่อนตัวตน บนความเป็นตัวเอง” (I&#8217;M WHO I’M) </strong>โดยนำเสนอประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับเติมเต็มทั้งความหรูหราและการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่มองหารถเอสยูวีคูเป้ไฟฟ้าที่ไม่เพียงแค่มอบสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม แต่ยังสะท้อนถึงตัวตนของผู้ขับขี่ผ่านการออกแบบที่โดดเด่นและแตกต่างอย่างมีสไตล์ ซึ่งยนตรกรรมรุ่นนี้ได้รับรางวัล 2024 Red Dot Product Design Award ด้วยดีไซน์ภายนอกที่เรียบหรู ภายใต้คอนเซ็ปต์ Gentle Sculpture ทั้งยังคำนึงถึงการใช้หลักอากาศพลศาสตร์ หรือ Aero Dynamics ในการออกแบบเพื่อช่วยเสริมสมรรถนะและเพิ่มประสิทธิภาพของตัวรถได้อย่างลงตัว ผสานกับการออกแบบภายในที่เน้นความสะดวกสบาย ด้วยเบาะ POPO Sofa รูปทรงขนมปังที่มอบความนุ่มนวล ไม่ว่าเส้นทางไหนก็นั่งสบายตลอดทาง เสริมความบันเทิงด้วยหน้าจออัจฉริยะระบบสัมผัส Intelligent Immersive Touch Screens จำนวน 2 จอขนาดใหญ่ ประกอบด้วย หน้าจอแสดงผลอัจฉริยะแบบดิจิทัลขนาด 26.3 นิ้ว และหน้าจอกลางแบบสัมผัสขนาด 10.5 นิ้ว ที่รองรับระบบสั่งการอัจฉริยะ IM OS ที่ได้รับการพัฒนาโดย Alibaba Group ซึ่งระบบดังกล่าวยังได้รับรางวัล Red Dot Design Award สาขา Brand &amp; Communication Design รวมถึงระบบลำโพงรอบทิศทาง 20 ตำแหน่ง</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38442" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/NEW-MG-IM6-03.jpg" alt="NEW MG IM6" width="720" height="480" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/NEW-MG-IM6-03.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/NEW-MG-IM6-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/NEW-MG-IM6-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/NEW-MG-IM6-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<p>NEW MG IM6 ยังเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่โดดเด่นทั้งด้านสมรรถนะและเทคโนโลยีระดับสูง ด้วยแชสซีดิจิทัลอัจฉริยะ IM Digital Chassis ที่มอบความสมดุลและประสิทธิภาพการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม มาพร้อมขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้า Permanent Magnet Synchronous Motor ให้กำลังสูงสุดที่ 778 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดที่ 802 นิวตันเมตร พร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 100 kWh ที่รองรับแรงดันไฟฟ้าสูงถึง 875 โวลต์ ทำให้สามารถวิ่งได้ระยะทาง 634 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน NEDC มาพร้อมระบบบังคับเลี้ยว 4 ล้ออัจฉริยะ (Intelligent Four- Wheel Steering System) ที่ช่วยให้การเปลี่ยนเลนในความเร็วสูงเสถียรและการกลับรถในที่แคบได้อย่างง่ายดาย รวมถึงระบบ One Touch iAD ที่ช่วยในการถอยจอดด้านข้าง (One Touch Side Parking) รวมถึงการจอดและออกจากช่องจอดรถในพื้นที่จำกัด (One Touch Escape) และการถอยหลังอัตโนมัติเมื่อขับเจอซอยตัน (One Touch Reverse) สะดวกสบายด้วยฟังก์ชัน Crab Mode เพื่อปรับมุมทั้ง 4 ล้อ ในมุมเดียวกัน เพื่อทำการเคลื่อนรถออกจากพื้นที่จำกัด</p>
<p>นอกจากนี้ยังมีระบบ Cooling System เจเนอเรชันใหม่ที่สามารถระบายความร้อนถึง 15 องศาเซลเซียส ภายในเวลาเพียง 30 วินาที และมอบความขั้นกว่าด้วยสถาปัตยกรรม 800V Dual SiC Platform ที่ทำให้ NEW MG IM6 เป็นรถที่ชาร์จไฟได้เร็วที่สุดในคลาสเดียวกันและยังสามารถเพิ่มระยะทางการขับขี่ต่อการชาร์จหนึ่งครั้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ อุ่นใจกับการใช้รถไฟฟ้าด้วยการรับประกันแบตเตอรี่ มอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ตลอดอายุการใช้งาน (LIFETIME WARRANTY) ปลอดภัยในทุกการเดินทาง ด้วยระบบ ADVANCED SYNCHRONIZED PROTECTION SYSTEM และ ADAS อีกทั้งยังสามารถปรับระดับความสูงของช่วงล่างได้ถึง 3 ระดับ ตามลักษณะการขับขี่เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายและความมั่นคงในทุกการเดินทาง</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38443" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/NEW-MG-IM6-04.jpg" alt="NEW MG IM6" width="720" height="480" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/NEW-MG-IM6-04.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/NEW-MG-IM6-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/NEW-MG-IM6-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/NEW-MG-IM6-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<p><strong>ซู๋ว์ หยิ่น</strong> กล่าวว่าเอ็มจี มีแผนเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ และรถไฮบริด เพิ่มเติมภายในปี 2026 เริ่มต้นด้วย NEW MG IM6 ยนตรกรรมไฟฟ้าอัจฉริยะรุ่นเรือธง ที่จะเติมเต็มกลุ่มผลิตภัณฑ์พรีเมียมอีวี และ B-SUV ไฟฟ้าล้วน อย่าง NEW MG S5 EVที่จะเปิดตัวในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 พร้อมเสริมทัพแผนการขยายผลิตภัณฑ์ในกลุ่มพลังงานทางเลือกตามเทรนด์โลก และมุ่งขับเคลื่อนธุรกิจผ่าน 4 กลยุทธ์หลัก นาย      งานทางเลือกตามแนวทางดทั ได้แก่</p>
<p><strong>1.การตอกย้ำความเป็นผู้บุกเบิกด้านยานยนต์ไฟฟ้าในไทยด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและระบบนิเวศที่แข็งแกร่ง  </strong>มุ่งมั่นในการนำเสนอเทคโนโลยีที่ทันสมัยตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง โดยเฉพาะการพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าที่เน้นสมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยมเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ปลอดภัยและคุ้มค่า โดยภายในปี 2026 เอ็มจี เตรียมขยายไลน์อัพรถไฟฟ้าใหม่ ทั้ง SUV และ MPV นอกจากนี้ เอ็มจี ยังเป็นแบรนด์แรกและแบรนด์เดียวที่มอบการรับประกันคุณภาพแบตเตอรี่ มอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ตลอดอายุการใช้งาน (LIFETIME WARRANTY) ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์สำคัญของแบรนด์ เพื่อคลายความกังวลเกี่ยวกับความทนทานของระบบไฟฟ้าและเพิ่มมูลค่าให้กับรถมือสอง ทั้งยังให้ความสำคัญกับการยกระดับโรงงานผลิตแบตเตอรี่ เพื่อให้พร้อมต่อการขยายตัวในการใช้รถอีวี</p>
<p><strong>2.การพัฒนายานยนต์พลังงานทางเลือก เพื่อเสริมประสิทธิภาพและยกระดับประสบการณ์การขับขี่  </strong>เอ็มจี เดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีไฮบริดภายใต้แนวคิด <strong>“</strong>Global Quality, Local Relevance” ด้วยการนำเทคโนโลยีไฮบริดเจเนอเรชันที่ 2 จาก SAIC MOTOR CORPORATION มาชูจุดเด่นด้านสมรรถนะที่ดีขึ้น การประหยัดน้ำมันที่เหนือกว่า และการขับขี่ที่นุ่มนวล พร้อมคงความคุ้มค่าในการใช้งาน พร้อมกันนี้ เอ็มจี ยังเตรียมขยายไลน์อัพรถยนต์ไฮบริดอย่างต่อเนื่อง โดยมีแผนเปิดตัวรุ่นใหม่ภายในปี 2026 เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าชาวไทยทั้งในกลุ่มครอบครัวและกลุ่มที่มองหาความประหยัดเป็นหลัก</p>
<p><strong>3.สร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าในทุกด้าน  </strong>สำหรับ  เอ็มจี เรามุ่งมั่นยกระดับบริการหลังการขายให้ดียิ่งขึ้น ด้วยการพัฒนา E-Workshop ระบบบริการดิจิทัล  ที่ให้ลูกค้าติดตามงานซ่อมได้แบบเรียลไทม์ สะดวก และมั่นใจได้ในทุกขั้นตอน นอกจากนี้ เรายังตั้งเป้าอัตการจัดหาอะไหล่ 99% เพื่อให้บริการได้รวดเร็ว ลดระยะเวลารอคอย พร้อมเสริมด้วยบริการ ช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง และการดูแลแบบใส่ใจรายบุคคล เพราะที่ เอ็มจี เราเชื่อว่า ลูกค้าทุกคนคือคนสำคัญ และเราพร้อมดูแลตลอดการเดินทาง</p>
<p><strong>4.การขับเคลื่อนแบรนด์สู่ความยั่งยืน พร้อมเคียงข้างสังคมไทย </strong>ในปีนี้ เอ็มจี จะยังคงเดินหน้าพันธกิจนำแบรนด์สู่ความยั่งยืน โดยบูรณาการความร่วมมือกับทั้งลูกค้า  พาร์ทเนอร์ และหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อพัฒนาองค์กรและสังคมไปพร้อมกัน ทั้งยังสานต่อกิจกรรมเพื่อสังคม  และมุ่งถ่ายทอดทักษะด้านนวัตกรรมในการพัฒนาเทคโนโลยี NEV ด้วยเผยการขยายความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำทั่วประเทศ เพื่อต่อยอดสู่การพัฒนาทักษะในอนาคตและสร้างบุคลากรเข้าสู่ตลาดแรงงานอย่างมีคุณภาพ</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/new-mg-im6/">เอ็มจีโชว์วิสัยทัศน์สู่ท็อป 5 ในทศวรรษที่ 2 พร้อมเปิดตัว NEW MG IM6 ชาร์จไฟเร็ว-ฟังก์ชั่นครบ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/new-mg-im6/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เดินหน้าสานต่อความมุ่งมั่นการเป็นบริษัทผู้นำยานยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียม ประกาศความสำเร็จสัดส่วนยอดจำหน่ายรถไฟฟ้าสูงสุดเป็นประวัติการณ์</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/volvo-car-thailand-continues-focus-on-electrification/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/volvo-car-thailand-continues-focus-on-electrification/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 07 Feb 2025 04:30:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Volvo EX90]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=37875</guid>

					<description><![CDATA[<p>วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ประกาศการเติบโตของยอดจำหน่ายอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 พร้อมความสำเร็จยอดจำหน่ายรถไฟฟ้าที่ทำสถิติสูงที่สุด คิดเป็นสัดส่วนถึง 80 เปอร์เซ็นต์ของยอดขายรวมในปี 2024 เติบโตขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 24 เปอร์เซ็นต์ พร้อมกันนี้ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ยังได้ประกาศเป้าหมายการดำเนินธุรกิจสำหรับปี 2025 และอนาคต โดยมุ่งเน้นการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนผ่านแผนการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ทั้งในกลุ่มรถไฟฟ้า และปลั๊กอินไฮบริด, เสริมความพึงพอใจ และบริหารประสบการณ์ลูกค้าด้วยงานขายและการบริการที่ครอบคลุม พร้อมเพิ่มมูลค่าในการเป็นเจ้าของรถวอลโว่ด้วยโครงการใหม่ ๆ ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องตลอดช่วงอายุการเป็นเจ้าของรถวอลโว่ ในปี 2024 ยอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์รถไฟฟ้า&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/volvo-car-thailand-continues-focus-on-electrification/">วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เดินหน้าสานต่อความมุ่งมั่นการเป็นบริษัทผู้นำยานยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียม ประกาศความสำเร็จสัดส่วนยอดจำหน่ายรถไฟฟ้าสูงสุดเป็นประวัติการณ์</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ประกาศการเติบโตของยอดจำหน่ายอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 พร้อมความสำเร็จยอดจำหน่ายรถไฟฟ้าที่ทำสถิติสูงที่สุด คิดเป็นสัดส่วนถึง 80 เปอร์เซ็นต์ของยอดขายรวมในปี 2024 เติบโตขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 24 เปอร์เซ็นต์</strong></p>
<p><span id="more-37875"></span></p>
<p>พร้อมกันนี้ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ยังได้ประกาศเป้าหมายการดำเนินธุรกิจสำหรับปี 2025 และอนาคต โดยมุ่งเน้นการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนผ่านแผนการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ทั้งในกลุ่มรถไฟฟ้า และปลั๊กอินไฮบริด, เสริมความพึงพอใจ และบริหารประสบการณ์ลูกค้าด้วยงานขายและการบริการที่ครอบคลุม พร้อมเพิ่มมูลค่าในการเป็นเจ้าของรถวอลโว่ด้วยโครงการใหม่ ๆ ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องตลอดช่วงอายุการเป็นเจ้าของรถวอลโว่</p>
<p>ในปี 2024 ยอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์รถไฟฟ้า fully electric มีสัดส่วนสูงถึง 80 เปอร์เซ็นต์ของยอดขายรวม โดยเป็นสัดส่วนสูงสุดที่เคยมีมาตั้งแต่ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เริ่มจำหน่ายรถไฟฟ้า fully electric ในปี 2022 ซึ่งความนิยมของ Volvo EX30 ส่งผลให้รถรุ่นดังกล่าวมีสัดส่วนยอดขายสูงถึง 40 เปอร์เซ็นต์ ตามมาด้วย Volvo EC40 และ EX40 ที่มียอดขายที่ 20 เปอร์เซ็นต์ เท่า ๆ กัน สำหรับรถปลี๊กอินไฮบริดนั้นมีสัดส่วนยอดจำหน่ายรวมที่ 20 เปอร์เซ็นต์ โดยมีรถสไตล์เอสยูวี รุ่นยอดนิยมอย่าง Volvo XC60 และ XC90 ที่ยังคงสร้างความสนใจให้ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>นอกจากการเติบโตของรถใหม่ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ยังได้ประกาศการเติบโตของรถวอลโว่มือสองไมล์น้อยคุณภาพดี อย่าง Volvo Selekt Approved Used Cars ว่ามียอดจำหน่ายที่โตขึ้น 9% เมื่อเทียบกับปี 2023</p>
<p>คุณคริส เวลส์, กรรมการผู้จัดการ บริษัท วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย และ ประเทศมาเลเชีย กล่าวว่า “เรารู้สึกภูมิใจกับผลลัพธ์ของปีที่ผ่านมาเนื่องจากเป็นปีที่ท้าทายอย่างมากสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งการเติบโตที่ต่อเนื่องก็สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์วอลโว่ และตัวเลือกผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค</p>
<p>และแม้ว่าความท้าทายจะยังเกิดขึ้นต่อเนื่องมาในปี 2025 วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย จะยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ และบริการ ที่ไม่เพียงตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ดีขึ้น แต่ยังช่วยสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนให้กับแบรนด์ของเรา โดยเราตั้งเป้าหมายการเติบโตของปี 2025 ที่ 5 เปอร์เซ็นต์ เราเชื่อว่าด้วยความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ที่เรานำเสนอทั้งในส่วนของรถไฟฟ้า fully electric และรถปลั๊กอินไฮบริด จะยังคงได้รับความสนใจจากผู้บริโภคต่อเนื่องไปในอนาคต อีกทั้งความพรีเมียมของแบรนด์ที่ทำให้ วอลโว่ คาร์ แตกต่าง และเสริมความสามารถในการแข่งขันในตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ”</p>
<h3>สานต่อความเป็นผู้นำอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมในปี 2025</h3>
<p>ในปี 2025 วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ได้วางเป้าหมายเพื่อสานต่อความเป็นผู้นำอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมผ่านกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุม และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี เพื่อก้าวสู่เป้าหมายการเป็นบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายรถไฟฟ้าในอนาคต</p>
<p>เริ่มในไตรมาสแรกของปี 2025 วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ได้วางแผนการส่งมอบรถไฟฟ้าขนาด 7 ที่นั่ง สไตล์เอสยูวี รุ่นเรือธงอย่าง Volvo EX90 ให้แก่ลูกค้า ซึ่ง EX90 นำเสนอนิยามบทใหม่ของเทคโนโลยีและมาตรฐานความปลอดภัยของ วอลโว่ คาร์ โดยเป็นรถรุ่นแรกที่ใช้ชิปในการประมวลผล ผ่านการทำงานของซอฟ์แวร์เพื่อเสริมประสิทธิภาพให้ความปลอดภัย, การเชื่อมต่อ และข้อมูล บนแพลตฟอร์มที่สามารถอัพเกรดเพื่อรองรับการใช้งานในอนาคตได้อย่างต่อเนื่อง</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37876" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Volvo-EX90.jpg" alt="Volvo EX90" width="780" height="520" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Volvo-EX90.jpg 780w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Volvo-EX90-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Volvo-EX90-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Volvo-EX90-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Volvo-EX90-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 780px) 100vw, 780px" /></p>
<p>นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังวางแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ทั้งในกลุ่มรถไฟฟ้า fully electric รวมถึงรถกลุ่มปลั๊กอินไฮบริด เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นบริษัทผู้จำหน่ายรถไฟฟ้าเท่านั้นในอนาคต</p>
<p>ในแง่ของการบริการเพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้า บริษัทฯ ได้วางแผนในการเปิดโชว์รูม และศูนย์บริการซ่อมตัวถังและสีมาตรฐานครบวงจร Volvo Certified Damage Repair Centre (VCDR) แห่งใหม่ พร้อมวางแผนการขยายบริการ Volvo Mobile Service ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เพื่อตอบรับความนิยมของลูกค้าที่สนใจรับบริการเป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นบริการที่มีความสะดวกสบาย โดยลูกค้าสามารถรับบริการได้จากที่บ้านหรือสถานที่ที่นัดหมาย ประหยัดเวลาการเดินทางไปที่ศูนย์บริการ พร้อมกันนี้ยังได้รับความอุ่นใจว่าช่างที่มาให้บริการได้รับการอบรมตามมาตรฐานของวอลโว่ คาร์</p>
<p>เนื่องด้วยความเข้าใจในสภาวะของตลาด และเศรษฐกิจที่ผู้บริโภคกำลังเผชิญ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทยยังได้วางแผนจัดตั้งศูนย์ซ่อมและรีไซเคิลแบตเตอรี่ ร่วมถึงเปิดบริการ SMART Repair Service ซึ่งเป็นการบริการซ่อมความเสียหายขนาดเล็ก และขนาดกลาง ที่เกิดขึ้นกับตัวรถด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยของวอลโว่ แทนที่การเปลี่ยนอุปกรณ์ยกชิ้น ซึ่งการซ่อมดังกล่าวใช้เวลาไม่นาน และมีราคาประหยัด จึงช่วยลดค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องตลอดช่วงอายุการใช้รถ เพิ่มมูลค่าในการเป็นเจ้าของซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายที่วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ต้องการนำเสนอให้แก่ผู้เป็นเจ้าของรถวอลโว่ทุกคน</p>
<p>ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม รวมถึงข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับวอลโว่ได้ที่</p>
<p>Website &#8211; www.volvocars.com/th</p>
<p>Facebook &#8211; https://www.facebook.com/volvocarsth</p>
<p>Youtube &#8211; https://www.youtube.com/user/VolvoCarsThailand</p>
<p>LINE – https://page.line.me/002olnns?oat_content=url&amp;openQrModal=true</p>
<p>เยี่ยมชม Volvo Studio ICONSIAM ได้ที่ชั้น 3 ห้างสรรพสินค้าไอคอนสยาม หรือ เยี่ยมชม Volvo Studio EmSphere ได้ที่ชั้น 2 ห้างสรรพสินค้า ดิ เอ็มสเฟียร์ เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวอลโว่ หรือสอบถามข้อมูลทั่วไป กรุณาโทร 02-544-0446</p>
<p>สำหรับลูกค้าวอลโว่ปัจจุบัน สามารถลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษเฉพาะลูกค้าได้ที่ https://bit.ly/459u6HD</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/volvo-car-thailand-continues-focus-on-electrification/">วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เดินหน้าสานต่อความมุ่งมั่นการเป็นบริษัทผู้นำยานยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียม ประกาศความสำเร็จสัดส่วนยอดจำหน่ายรถไฟฟ้าสูงสุดเป็นประวัติการณ์</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/volvo-car-thailand-continues-focus-on-electrification/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Gentari จับมือเครือข่ายพันธมิตรขยายบริการส่งเสริมการใช้ยานพาหนะเพื่อลดมลพิษในประเทศไทย</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/gentari-go/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/gentari-go/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 20 Dec 2024 03:01:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[Gentari]]></category>
		<category><![CDATA[Gentari Go]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[สถานีชาร์จไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[เจนตารี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=37219</guid>

					<description><![CDATA[<p>เปิดตัวแอปพลิเคชัน ‘Gentari Go’ มอบสิทธิ์เข้าถึงสถานีชาร์จไฟฟ้าที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้นผ่านเครือข่ายของเรา พร้อมแถลงการร่วมลงทุนกับบริษัท ThaiEV มอบบริการ Vehicle-as-a-Service กรุงเทพมหานคร – 19 ธันวาคม พ.ศ. 2567 – บริษัท Gentari Sdn Bhd (Gentari &#8211; เจนตารี) เสริมความแข็งแกร่งทางธุรกิจในประเทศไทยผ่านความร่วมมือใหม่มุ่งขยายเครือข่ายการชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยบริษัทในเครือ Gentari Green Mobility Sdn Bhd&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/gentari-go/">Gentari จับมือเครือข่ายพันธมิตรขยายบริการส่งเสริมการใช้ยานพาหนะเพื่อลดมลพิษในประเทศไทย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เปิดตัวแอปพลิเคชัน ‘Gentari Go’ มอบสิทธิ์เข้าถึงสถานีชาร์จไฟฟ้าที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้นผ่านเครือข่ายของเรา พร้อมแถลงการร่วมลงทุนกับบริษัท ThaiEV มอบบริการ Vehicle-as-a-Service</strong></p>
<p><span id="more-37219"></span></p>
<p><strong>กรุงเทพมหานคร</strong><strong> – 19 ธันวาคม พ.ศ. 2567</strong> – บริษัท Gentari Sdn Bhd <em>(</em>Gentari &#8211; เจนตารี<em>) </em>เสริมความแข็งแกร่งทางธุรกิจในประเทศไทยผ่านความร่วมมือใหม่มุ่งขยายเครือข่ายการชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยบริษัทในเครือ Gentari Green Mobility Sdn Bhd รวมทั้งเปิดตัวบริการ Vehicle-as-a-Service (VaaS) ในประเทศไทย</p>
<p>ความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายสนับสนุนแผนนโยบายพลังงาน <strong>30@30 </strong>ของประเทศไทยอันประกอบด้วยเป้าหมาย หลายประการด้านการใช้ไฟฟ้าและเพื่อการลดก๊าซเรือนกระจก ซึ่งผลักดันโดยคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้า แห่งชาติ หรือบอร์ดอีวี ที่ได้ตั้งเป้าให้ยานยนต์ไฟฟ้ามีสัดส่วนการตลาด <strong>30</strong>% ในการผลิตและจำหน่ายรถยนต์ภายในปี พ.ศ.2573 (ค.ศ.20<strong>30</strong>) โดยจะครอบคลุมทั้งรถยนต์ส่วนบุคคล รถบรรทุก และรถโดยสาร พร้อมด้วยการสนับสนุนจาก เครือข่ายสถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าอีก 12,000 แห่ง</p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Gentari-Go-Promo-Thailand.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="650" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Gentari-Go-Promo-Thailand.jpg" class="attachment-large size-large" alt="Gentari Go" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Gentari-Go-Promo-Thailand.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Gentari-Go-Promo-Thailand-138x300.jpg 138w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Gentari-Go-Promo-Thailand-150x325.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Gentari-Go-Promo-Thailand-231x500.jpg 231w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Gentari-Go-Welcome-to-Thailand.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="650" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Gentari-Go-Welcome-to-Thailand.jpg" class="attachment-large size-large" alt="Gentari Go" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Gentari-Go-Welcome-to-Thailand.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Gentari-Go-Welcome-to-Thailand-138x300.jpg 138w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Gentari-Go-Welcome-to-Thailand-150x325.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Gentari-Go-Welcome-to-Thailand-231x500.jpg 231w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>

<h3>พร้อมเปิดตัว ‘Gentari Go’ ในประเทศไทย</h3>
<p>เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายสำหรับผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย บริษัท เจนตารี ได้เปิดตัวแอพพลิเคชั่น ‘Gentari Go’ ในประเทศไทย เป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยให้การใช้งานของลูกค้าสะดวกและง่ายดาย ช่วยให้ลูกค้าค้นหา เปิดใช้งาน และชำระเงินสำหรับ สถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าได้อย่างราบรื่นสะดวกสบาย พร้อมรับสิทธิประโยชน์ต่างๆ แอพพลิเคชั่นนี้ยังมอบฟีจเจอร์ล้ำสมัย อาทิ เช่น ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการใช้พลังงานแบบเรียลไทม์ เพื่อให้ลูกค้าเลือกบริการชาร์จต่างๆ ที่เหมาะสมได้อีกด้วย</p>
<p>ด้วยแนวคิดริเริ่มดังกล่าวจึงนำไปสู่ความร่วมมือระหว่าง Gentari และ Evolt Technology ผู้ให้บริการสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าชั้นนำของประเทศไทย ในการสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าสามารถเข้าถึงสถานีชาร์จที่ตั้งอยู่ในสถานที่สำคัญอันเป็นจุดยุทธศาสตร์ต่างๆ ได้อย่างราบรื่นผ่านแอพ Gentari Go สถานีชาร์จเหล่านี้ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีการจราจรหนาแน่น เช่น ปั๊มน้ำมัน ศูนย์การค้า และศูนย์การแพทย์ ทำให้การชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าเป็นเรื่องง่ายและสะดวกสบายสำหรับผู้ใช้ที่ต้องเดินทางตลอดเวลา  ผู้ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศไทยสามารถเดินทางไปยังมาเลเซีย และสิงคโปร์ ได้อย่างสะดวก ไร้กังวลโดยมีสถานีชาร์จมากกว่า 2,800 แห่งพร้อมให้บริการผ่านการใช้งานแอพนี้แอพเดียว</p>
<h3>Gentari ขยายบริการสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (Vehicle-as-a-Service) ในประเทศไทย</h3>
<p>นอกจากนี้ Gentari Green Mobility และบริษัท ไทยอีวี จำกัด (ThaiEV) ยังได้ร่วมทุนกันจัดตั้งบริษัท Gentari Mobility Co Ltd (GMCL) เพื่ออำนวยความสะดวกในการเปิดตัวบริการยานยนต์ไฟฟ้าแบบ Vehicle-as-a-Service (VaaS) ของบริษัท เจนตารี ในประเทศไทย โดยให้บริการการชาร์จไฟฟ้ารวมทั้งระบบบริหารจัดการยานพาหนะหรือ <em>‘Gentari Go for Business’สำหรับองค์กร</em>ด้วย</p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">Senthil Balan</span> หัวหน้าฝ่ายธุรกิจร่วมทุน (CVO) ของ Gentari Green Mobility</strong> กล่าวว่า <em>“</em>บริษัท เจนตารี สนับสนุน เป้าหมายทางธุรกิจของประเทศไทยในการขยายระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มที่ เพื่ออำนวยความสะดวกในการ ใช้ยานยนต์ไฟฟ้าแบบยั่งยืน ซึ่งก็สอดคล้องกับเป้าหมายของบริษัทในการก้าวขึ้นเป็นพันธมิตรชั้นนำของภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิกด้านการส่งเสริมการใช้ยานพาหนะเพื่อลดมลพิษ บริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นร่วมสร้างสรรค์โซลูชั่นที่ตอบสนองความ ต้องการและเป้าหมายที่โดดเด่นของแต่ละประเทศ และสำหรับประเทศไทยแล้ว บริษัทมุ่งมั่นร่วมมือลงทุนกับกลุ่มพันธมิตรและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนที่มีความเชี่ยวชาญในพื้นที่ เพื่อให้ผู้ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าสามารถข้ามพรมแดน ได้อย่างสะดวกด้วย”</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>คุณพูนพัฒน์ โลหารชุน</strong></span> <strong>ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีโวลท์ เทคโนโลยี จำกัด</strong> กล่าวว่า “ผมในฐานะตัวแทนของ บริษัท อีโวลท์ เทคโนโลยี จำกัด ขอแสดงความยินดีกับบริษัท เจนตารี ในโอกาสเปิดตัวแอปพลิเคชันใหม่ ‘Gentari Go’ในครั้งนี้ ความสำเร็จนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัท เจนตารี ด้านนวัตกรรมและการส่งเสริมการใช้ รถยนต์ไฟฟ้า ในช่วงสองปีที่ผ่านมา ความร่วมมือของเราทั้งสองนำไปสู่การแบ่งปันวิสัยทัศน์และการทำงานร่วมกัน เราภูมิใจที่ได้ร่วมงานกับบริษัท เจนตารี ในการมอบโซลูชันที่มีความโดดเด่นและสร้างประโยชน์ให้กับผู้ใช้งาน เสริม สร้างอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของไทย และยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของยานยนต์ไฟฟ้าทั่วประเทศ อันเป็นการ ขับเคลื่อนการใช้พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทย”</p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">คุณกิตติกรณ์ พินิจวงศ์วิทยา</span> ซีอีโอ บริษัท ไทยอีวี จำกัด</strong> กล่าวด้วยว่า <em>“</em>ไทยอีวี รู้สึกภูมิใจที่ได้ร่วมมือกับ บริษัท เจนตารี ในการขับเคลื่อนวิวัฒนาการของระบบนิเวศสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศ และตอบสนองความต้องการ ด้านโซลูชันการเดินทางที่ยั่งยืนซึ่งมีการเติบโตสูงขึ้น ด้วยความเชี่ยวชาญด้านโซลูชันพาหนะขนส่งเชิงพาณิชย์และ ระบบบริหารจัดการที่ครอบคลุม การร่วมทุนกันนี้จะช่วยเสริมศักยภาพธุรกิจด้วยแพ็คเกจแบบครบวงจรที่น่าเชื่อถือ มีประสิทธิภาพ และสร้างความสามารถในการแข่งขัน พวกเราทุกฝ่ายต่างทุ่มเทเพื่อเสริมสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า ช่วยเหลือธุรกิจในการก้าวข้ามอุปสรรค และเร่งการเปลี่ยนผ่านไปสู่รูปแบบการขนส่งที่ยั่งยืนในประเทศไทย ความร่วมมือนี้มีบทบาทสำคัญในการบรรลุเป้าหมายการลดคาร์บอนของประเทศ ขณะเดียวกันก็สะท้อนถึงความมุ่งมั่น ความพร้อมในการบริการลูกค้าเพื่อก้าวไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนด้วย”</p>
<p>เพื่อเฉลิมฉลองโอกาสพิเศษนี้ ‘Gentari Go’ ขอมอบโปรโมชั่นสุดพิเศษ สำหรับผู้ใช้งาน 1,000 รายแรก รับฟรีค่าชาร์จ สูงสุด 200 บาท โดยไม่มีค่าใช้จ่ายขั้นต่ำ &#8212; <em>‘</em>Gentari Go’ มุ่งมั่นที่จะทำให้การเดินทางด้วยยานยนต์ไฟฟ้าสะดวกสบาย เข้าถึงได้ และยั่งยืนมากขึ้นทั่วทั้งภูมิภาค</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/gentari-go/">Gentari จับมือเครือข่ายพันธมิตรขยายบริการส่งเสริมการใช้ยานพาหนะเพื่อลดมลพิษในประเทศไทย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/gentari-go/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บ้านปู เน็กซ์ เสริมแกร่งธุรกิจอี-โมบิลิตี้ ตั้งบริษัทร่วมทุนให้บริการฟลีทยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ในไทย</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/banpu-next-e-mobility/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/banpu-next-e-mobility/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 12 Dec 2024 03:28:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจอี-โมบิลิตี้]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู เน็กซ์]]></category>
		<category><![CDATA[ฟลีทยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=37101</guid>

					<description><![CDATA[<p>โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น – บ้านปู เน็กซ์ บริษัทลูกของบ้านปู ผู้ให้บริการ Net Zero Solutions ชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เดินหน้าขยายศักยภาพธุรกิจอี-โมบิลิตี้ จัดตั้งบริษัทร่วมทุน (JV) โดยร่วมกับ บริษัท มารูเบนิ คอร์ปอเรชั่น (มารูเบนิ) กลุ่มธุรกิจการค้าและการลงทุนชั้นนำในประเทศญี่ปุ่น และบริษัท ฟุโย เจเนอรัล ลีส จำกัด (ฟุโย) ผู้ให้บริการทางการเงินและลีสซิ่งสำหรับลูกค้าองค์กร เพื่อให้บริการฟลีทรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์แบบครบวงจรในประเทศไทย ตลาดยานยนต์ไฟฟ้าไทยเติบโตอย่างรวดเร็วจากการสนับนุนของภาครัฐและความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น จึงเป็นโอกาสสำหรับบริษัทร่วมทุนระหว่างบ้านปู&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/banpu-next-e-mobility/">บ้านปู เน็กซ์ เสริมแกร่งธุรกิจอี-โมบิลิตี้ ตั้งบริษัทร่วมทุนให้บริการฟลีทยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ในไทย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น – <strong>บ้านปู เน็กซ์ บริษัทลูกของบ้านปู ผู้ให้บริการ Net Zero Solutions ชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เดินหน้าขยายศักยภาพธุรกิจอี-โมบิลิตี้ จัดตั้งบริษัทร่วมทุน (JV) โดยร่วมกับ บริษัท มารูเบนิ คอร์ปอเรชั่น (มารูเบนิ) กลุ่มธุรกิจการค้าและการลงทุนชั้นนำในประเทศญี่ปุ่น และบริษัท ฟุโย เจเนอรัล ลีส จำกัด (ฟุโย) ผู้ให้บริการทางการเงินและลีสซิ่งสำหรับลูกค้าองค์กร เพื่อให้บริการฟลีทรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์แบบครบวงจรในประเทศไทย</strong></p>
<p><span id="more-37101"></span></p>
<p>ตลาดยานยนต์ไฟฟ้าไทยเติบโตอย่างรวดเร็วจากการสนับนุนของภาครัฐและความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น จึงเป็นโอกาสสำหรับบริษัทร่วมทุนระหว่างบ้านปู เน็กซ์ มารูเบนิ และฟุโย ที่จะนำเสนอโซลูชันฟลีทยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์แบบครบวงจรที่ครอบคลุมตั้งแต่การให้คำปรึกษา จัดหายานพาหนะ ดำเนินการ บำรุงรักษา และเปลี่ยนคันใหม่เพื่อการใช้งานที่ต่อเนื่องในการบริการ ไปจนถึงติดตั้งสถานีชาร์จและนำระบบมาใช้บริหารจัดการเพื่อรองรับการชาร์จตามเส้นทาง ตลอดจนนำแบตเตอรี่มารีไซเคิลหรือนำกลับมาใช้ใหม่ เพื่อสนับสนุนให้ธุรกิจสามารถนำยานยนต์ไฟฟ้ามาใช้งานได้อย่างราบรื่น รวมถึงส่งเสริมการพัฒนาตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนด้านการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าได้อย่างคุ้มค่าสูงสุด</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายสมิทธิพร เศรษฐปราโมทย์</strong></span> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู เน็กซ์ จำกัด</strong> กล่าวว่า “การร่วมทุนกับมารูเบนิและฟุโยในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของบ้านปู เน็กซ์ ที่มุ่งมั่นเปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่การขนส่งและเดินทางด้วยยานยนต์ไฟฟ้า โดยบริการฟลีทรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ พร้อมบริการสินเชื่อและบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องของเราจะช่วยให้ธุรกิจต่างๆ สามารถเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าได้ง่ายขึ้น เพื่อสร้างเสริมอนาคตที่ยั่งยืนและดียิ่งขึ้นให้กับประเทศไทย”</p>
<p>ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ในครั้งนี้ผนึกความเชี่ยวชาญของพันธมิตรสามบริษัทในการนำเสนอโซลูชันที่ตอบโจทย์สำหรับลูกค้าที่ต้องการฟลีทยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ได้อย่างครบวงจร โดยบ้านปู เน็กซ์ จะนำประสบการณ์ในธุรกิจพลังงานหมุนเวียน การซื้อขายพลังงาน และระบบกักเก็บพลังงาน ที่มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการขนส่งและการเดินทางด้วยระบบไฟฟ้า มาเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับบริษัทร่วมทุนนี้ ควบคู่ไปกับการส่งเสริมเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศไทย</p>
<p>สำหรับมารูเบนิ ซึ่งดำเนินกิจการที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ ทั้งการจำหน่ายยานยนต์และให้บริการหลังการขายในตลาดโลก และให้บริการฟลีทรถยนต์ไฟฟ้าในญี่ปุ่น ซึ่งในประเทศไทย มารูเบนิมีธุรกิจหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจบำรุงรักษารถยนต์และธุรกิจผลิตไฟฟ้า โดยจะนำเครือข่ายทางธุรกิจการค้าที่กว้างขวางมาร่วมส่งเสริมการพัฒนาและบริหารธุรกิจให้กับบริษัทร่วมทุนนี้</p>
<p><strong>ขณะที่ฟุโย ลีส ดำเนินธุรกิจลีสซิ่งที่ครอบคลุมบริการสินเชื่อสำหรับธุรกิจยานยนต์และบริการด้านยานยนต์ไฟฟ้าครบวงจร อาทิ การนำเสนอและบริหารจัดการผลิตภัณฑ์ ให้เช่าอุปกรณ์เสริมอย่างที่ชาร์จ รวมถึงให้เช่าอุปกรณ์สำหรับธุรกิจโลจิสติกส์ในประเทศญี่ปุ่น โดยฟุโยจะนำความเชี่ยวชาญดังกล่าวมาร่วมขับเคลื่อนธุรกิจลีสซิ่งสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าและการบริหารจัดการฟลีทของบริษัทร่วมทุนนี้</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/banpu-next-e-mobility/">บ้านปู เน็กซ์ เสริมแกร่งธุรกิจอี-โมบิลิตี้ ตั้งบริษัทร่วมทุนให้บริการฟลีทยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ในไทย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/banpu-next-e-mobility/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บอร์ดอีวี เร่งออกมาตรการลดภาษี HEV-MHEV ดันไทยผลิต EV กว่า 133,000 คัน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/hev-mhev/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/hev-mhev/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 09 Dec 2024 04:35:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[HEV]]></category>
		<category><![CDATA[MHEV]]></category>
		<category><![CDATA[บอร์ดอีวี]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรการลดภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมรถยนต์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=37046</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายกรัฐมนตรีประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ หรือบอร์ดอีวี เคาะมาตรการลดภาษีสรรพสามิตกลุ่ม HEV – MHEV เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า ตอกย้ำไทยศูนย์กลางการผลิตและส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าระดับโลกในทุกเซกเมนต์ พร้อมขยายเวลาการผลิตชดเชยรถยนต์ไฟฟ้านำเข้าตามมาตรการ EV3 ให้ยกยอดไป EV3.5 แต่ไม่ให้ได้รับเงินอุดหนุน จนกว่าจะผลิตชดเชยตามมาตรการเดิมครบถ้วน ป้องกันภาวะรถยนต์ล้นตลาด และพยุงสถานการณ์อุตสาหกรรมรถยนต์ภายในประเทศ นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ในฐานะกรรมการและเลขานุการ คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ดอีวี) กล่าวว่า ที่ประชุมบอร์ดอีวี ซึ่งมี แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/hev-mhev/">บอร์ดอีวี เร่งออกมาตรการลดภาษี HEV-MHEV ดันไทยผลิต EV กว่า 133,000 คัน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>นายกรัฐมนตรีประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ หรือบอร์ดอีวี เคาะมาตรการลดภาษีสรรพสามิตกลุ่ม </strong><strong>HEV – MHEV </strong><strong>เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า </strong><strong>ตอกย้ำไทยศูนย์กลางการผลิตและส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าระดับโลกในทุกเซกเมนต์ พร้อมขยายเวลาการผลิตชดเชยรถยนต์ไฟฟ้านำเข้าตามมาตรการ </strong><strong>EV3 </strong><strong>ให้ยกยอดไป </strong><strong>EV3.5 </strong><strong>แต่ไม่ให้ได้รับเงินอุดหนุน จนกว่าจะผลิตชดเชยตามมาตรการเดิมครบถ้วน ป้องกันภาวะรถยนต์ล้นตลาด และพยุงสถานการณ์อุตสาหกรรมรถยนต์ภายในประเทศ</strong></p>
<p><span id="more-37046"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37048" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/hev-mhev-02.jpg" alt="นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์" width="738" height="492" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/hev-mhev-02.jpg 738w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/hev-mhev-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/hev-mhev-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/hev-mhev-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 738px) 100vw, 738px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์</span> เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน </strong><strong>(</strong><strong>บีโอไอ</strong><strong>) </strong><strong>ในฐานะกรรมการและเลขานุการ คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ </strong><strong>(</strong><strong>บอร์ดอีวี</strong><strong>)</strong> กล่าวว่า ที่ประชุมบอร์ดอีวี ซึ่งมี <strong>แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี</strong> เป็นประธาน ได้เห็นชอบมาตรการ 2 เรื่องสำคัญ คือ <strong>1)</strong> <strong>มาตรการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า </strong>โดยปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตสำหรับผลิตรถยนต์ Hybrid (HEV) และ Mild Hybrid (MHEV) และ <strong>2)</strong> <strong>การขยายเวลาการผลิตชดเชยตามมาตรการ </strong><strong>EV3</strong> โดยให้สามารถโอนไปผลิตชดเชยตามเงื่อนไขมาตรการ EV3.5 และระงับการให้เงินอุดหนุน จนกว่าจะผลิตชดเชยได้ครบถ้วน โดยทั้งสองมาตรการนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาสมดุลการแข่งขัน และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนทั้งระบบ ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็น “<strong>ศูนย์กลางการผลิตและส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าระดับโลกในทุกประเภท</strong>” ในระยะยาว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37049" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/hev-mhev-03.jpg" alt="มาตรการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า" width="738" height="460" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/hev-mhev-03.jpg 738w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/hev-mhev-03-300x187.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/hev-mhev-03-150x93.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/hev-mhev-03-500x312.jpg 500w" sizes="(max-width: 738px) 100vw, 738px" /></p>
<p>สำหรับ “<strong>มาตรการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า</strong>” บอร์ดอีวี ได้เห็นชอบการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตสำหรับรถยนต์นั่งและรถยนต์โดยสารขนาดที่นั่งไม่เกิน 10 คน แบบ HEV และ MHEV ซึ่งผลิตในประเทศ</p>
<p><strong>1. </strong><strong>มาตรการสนับสนุนรถยนต์ </strong><strong>HEV</strong>  กำหนดภาษีสรรพสามิตในอัตราคงที่ ตั้งแต่เริ่มใช้โครงสร้างภาษีใหม่ เป็นเวลา 7 ปี (พ.ศ. 2569 – 2575) ตามมติบอร์ดอีวีเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2567 โดยมีอัตราและเงื่อนไขการลงทุน ดังนี้</p>
<ul>
<li>จะต้องมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO<sub>2</sub>) สูงสุดไม่เกิน 120 g/km  แบ่งเป็นการปล่อย CO<sub>2</sub> ไม่เกิน 100 g/km กำหนดอัตราภาษีสรรพสามิตร้อยละ 6  และปล่อย CO<sub>2</sub> ตั้งแต่ 101 – 120 g/km กำหนดอัตราภาษีสรรพสามิตร้อยละ 9</li>
</ul>
<p>ทั้งนี้ ต้องมีการลงทุนในไทยเพิ่มเติม โดยผู้ผลิตรถยนต์และบริษัทในเครือไม่น้อยกว่า 3,000 ล้านบาท ระหว่างปี 2567 – 2570 รวมถึงต้องใช้ชิ้นส่วนสำคัญที่ผลิตหรือประกอบในประเทศซึ่งต้องใช้แบตเตอรี่ที่ผลิตในประเทศตั้งแต่ปี 2569 และต้องใช้ชิ้นส่วนสำคัญอื่น ๆ ตั้งแต่ปี 2571 โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กรณีลงทุนเพิ่มเติม 3,000 ล้านบาทขึ้นไป แต่ไม่ถึง 5,000 ล้านบาท จะต้องใช้ชิ้นส่วนสำคัญที่มีมูลค่าสูงทั้ง 3 ชิ้นเท่านั้น ได้แก่ Traction Motor, Reduction Gear, Inverter แต่หากลงทุนเพิ่มเติมตั้งแต่ 5,000 ล้านบาทขึ้นไป สามารถเลือกใช้ชิ้นส่วนสำคัญที่มีมูลค่าสูง ร่วมกับกลุ่มมูลค่าปานกลางได้ เช่น BMS, DCU, Regenerative Braking System เป็นต้น</p>
<p>นอกจากนี้ยังต้องมีการติดตั้งระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ (ADAS) อย่างน้อย 4 จาก 6 ระบบ ดังนี้ ระบบเบรกฉุกเฉินขั้นสูง, ระบบเตือนการชนด้านหน้า, ระบบดูแลภายในช่องจราจร, ระบบเตือนการออกหรือเปลี่ยนช่องจราจร, ระบบตรวจจับจุดบอด และระบบควบคุมความเร็ว</p>
<p><strong>2. มาตรการสนับสนุนรถยนต์ </strong><strong>MHEV</strong> ซึ่งเป็นรถยนต์แบบผสมที่ใช้พลังงานเชื้อเพลิงและไฟฟ้า โดยมีแรงดันไฟฟ้าในการขับเคลื่อนต่ำกว่า 60 โวลต์ และอาศัยเครื่องยนต์ในการขับเคลื่อน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเซกเมนต์ที่ประเทศไทยมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางการผลิตในระดับโลก บอร์ดอีวี ได้กำหนดภาษีสรรพสามิตในอัตราคงที่ ตั้งแต่เริ่มใช้โครงสร้างภาษีใหม่ เป็นเวลา 7 ปี (พ.ศ. 2569 – 2575) โดยมีอัตราและเงื่อนไขการลงทุน ดังนี้</p>
<ul>
<li>จะต้องมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO<sub>2</sub>) สูงสุดไม่เกิน 120 g/km แบ่งเป็น ปล่อย CO<sub>2</sub> ไม่เกิน 100 g/km กำหนดอัตราภาษีสรรพสามิตร้อยละ 10  และ 2. ปล่อย CO<sub>2</sub> ตั้งแต่ 101 – 120 g/km กำหนด อัตราภาษีสรรพสามิตร้อยละ 12</li>
</ul>
<p>ทั้งนี้ ต้องมีการลงทุนในไทยเพิ่มเติม โดยผู้ผลิตรถยนต์และบริษัทในเครือ ไม่น้อยกว่า 1,000 ล้านบาท ระหว่างปี 2567 – 2569 และไม่น้อยกว่า 5,000 ล้านบาท ระหว่างปี 2567 – 2571 และต้องใช้ชิ้นส่วนสำคัญที่ผลิตหรือประกอบในประเทศ โดยต้องใช้แบตเตอรี่ที่ผลิตในประเทศตั้งแต่ปี 2569 และต้องใช้ชิ้นส่วนสำคัญ ได้แก่ Traction Motor หรือชิ้นส่วนที่มีลักษณะการทำงานเพื่อเสริมแรงขับเคลื่อน ตั้งแต่ปี 2571 รวมถึงต้องมีการติดตั้งระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ (ADAS) อย่างน้อย 4 จาก 6 ระบบ เช่นเดียวกับเงื่อนไขของ HEV</p>
<p>สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) บอร์ดอีวี ได้พิจารณาเรื่อง “<strong>การขยายเวลาการผลิตชดเชยตามมาตรการ </strong><strong>EV3</strong>” ซึ่งเป็นข้อเสนอจากกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ให้พิจารณาขยายเวลาเงื่อนไขการผลิตชดเชยสำหรับผู้ผลิตที่ได้รับเงินสนับสนุนตามมาตรการ EV3 ซึ่งเดิมกำหนดว่าต้องผลิตให้ครบถ้วนตามสัญญาภายในปี 2567-2568 เนื่องจากยอดขายของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศอยู่ในภาวะหดตัว จากปัญหาความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน และปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค</p>
<p>ที่ประชุมได้หารือข้อเสนอดังกล่าว โดยพิจารณาสถานการณ์ตลาดรถยนต์ของไทยในปัจจุบันที่อาจมีความเสี่ยงจากภาวะอุปทานล้นตลาด (Oversupply) ซึ่งอาจนำไปสู่สงครามราคาที่รุนแรงมากขึ้น และส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ</p>
<p>บอร์ดอีวี จึงมีมติให้ปรับปรุงเงื่อนไขมาตรการ EV3 ที่เดิมกำหนดให้ต้องผลิตรถยนต์เพื่อชดเชยการนำเข้าในอัตราส่วน 1 : 1 เท่า (นำเข้า 1 คัน ผลิตชดเชย 1 คัน) ภายในปี 2567 หรือ 1 : 1.5 เท่า ภายในปี 2568  โดยให้ผู้ประกอบการสามารถขยายเวลาผลิตชดเชยตามมาตรการ EV3 ไปผลิตชดเชยภายใต้เงื่อนไขของมาตรการ EV3.5 ได้ (ผลิตชดเชย 2 เท่า ภายในปี 2569 หรือ 3 เท่า ภายในปี 2570)  โดยรถยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับการขยายเวลาข้างต้นจะไม่ได้รับเงินอุดหนุน รวมถึงรถยนต์ไฟฟ้าในส่วนที่นำเข้าหรือผลิตภายใต้มาตรการ EV3.5 ก็จะไม่ได้รับเงินอุดหนุนเช่นเดียวกัน จนกว่าจะผลิตชดเชยได้ครบตามจำนวนที่ได้รับสิทธิขยายเวลา และอนุญาตให้นำรถยนต์สำเร็จรูป (CBU) ที่นำเข้าภายใต้ EV3 ที่ยังไม่จำหน่าย ส่งออกไปต่างประเทศโดยไม่นับเป็นยอดที่ผลิตชดเชย</p>
<p>นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้พิจารณาข้อเสนอการขอขยายเวลาการผ่อนผันให้ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในเขตปลอดอากรหรือเขตประกอบการเสรี ซึ่งต้องใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศมากกว่าร้อยละ 40 สามารถนับมูลค่าเซลล์แบตเตอรี่ที่นำเข้าจากต่างประเทศเป็นมูลค่าของชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศได้ไม่เกินร้อยละ 15 จากเดิมที่จะสิ้นสุดในปี 2568 เป็นสิ้นสุดในปี 2570</p>
<p>อย่างไรก็ดี บอร์ดอีวี มีมติไม่อนุมัติให้ขยายเวลามาตรการดังกล่าว เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการเร่งให้เกิดการผลิตและใช้ชิ้นส่วนในประเทศ และนโยบายเร่งดึงดูดให้เกิดการลงทุนผลิตแบตเตอรี่ระดับเซลล์ในประเทศไทย</p>
<p><strong>ล่าสุดบีโอไอ ได้อนุมัติให้การส่งเสริมการลงทุนโครงการในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ทั้งการผลิตรถยนต์ BEV แบตเตอรี่และชิ้นส่วนสำคัญ รวมทั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า รวมเงินลงทุนกว่า 81,000 ล้านบาท ในส่วนของมาตรการ EV3 และ EV3.5 โดยกรมสรรพสามิต มีผู้เข้าร่วมมาตรการจำนวน 26 บริษัท คิดเป็นจำนวนยานยนต์ทุกประเภทรวมกันกว่า 133,000 คัน สำหรับยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าแบบ BEV ในช่วง 10 เดือน (มกราคม &#8211; ตุลาคม 2567) มีจำนวน 59,746 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า จดทะเบียน 21,657 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 21 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/hev-mhev/">บอร์ดอีวี เร่งออกมาตรการลดภาษี HEV-MHEV ดันไทยผลิต EV กว่า 133,000 คัน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/hev-mhev/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
