<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>รถโดยสารประจำทางไฟฟ้า | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%88%e0%b8%b3%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Wed, 01 Feb 2023 09:27:37 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.5</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>รถโดยสารประจำทางไฟฟ้า | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ครม.มีมติเห็นชอบหนังสืออนุญาต ให้ดำเนินโครงการเปลี่ยนรถโดยสารประจำทางสาธารณะของภาคเอกชน เป็นรถโดยสารประจำทาง EV (รถร่วมบริการ) ในกรุงเทพฯ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/thaigov-loa-ev/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/thaigov-loa-ev/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 01 Feb 2023 09:27:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[รถโดยสารประจำทางไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถโดยสารไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=25304</guid>

					<description><![CDATA[<p>การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 31 มกราคม พ.ศ.2566 ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ณ สันติไมตรี (หลังนอก) โดย ครม.มีมติเห็นชอบหนังสือการอนุญาต (Letter of Authorization: LoA) ให้ดำเนินโครงการเปลี่ยนรถโดยสารประจำทางสาธารณะของภาคเอกชนเป็นรถโดยสารประจำทางไฟฟ้า (รถร่วมบริการ) ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (โครงการฯ) เพื่อการใช้คาร์บอนเครดิตเพื่อวัตถุประสงค์ระหว่างประเทศ โดยถ่ายโอนคาร์บอนเครดิตที่เกิดขึ้นจากโครงการฯ ให้กับสมาพันธรัฐสวิส และมอบหมายให้เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.)&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/thaigov-loa-ev/">ครม.มีมติเห็นชอบหนังสืออนุญาต ให้ดำเนินโครงการเปลี่ยนรถโดยสารประจำทางสาธารณะของภาคเอกชน เป็นรถโดยสารประจำทาง EV (รถร่วมบริการ) ในกรุงเทพฯ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 31 มกราคม พ.ศ.2566 ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ณ สันติไมตรี (หลังนอก) โดย ครม.มีมติเห็นชอบหนังสือการอนุญาต (Letter of Authorization: LoA) ให้ดำเนินโครงการเปลี่ยนรถโดยสารประจำทางสาธารณะของภาคเอกชนเป็นรถโดยสารประจำทางไฟฟ้า (รถร่วมบริการ) ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (โครงการฯ) เพื่อการใช้คาร์บอนเครดิตเพื่อวัตถุประสงค์ระหว่างประเทศ โดยถ่ายโอนคาร์บอนเครดิตที่เกิดขึ้นจากโครงการฯ ให้กับสมาพันธรัฐสวิส และมอบหมายให้เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ลงนามในหนังสือการอนุญาต (Letter of Authorization: LoA) ให้ดำเนินโครงการฯ ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เสนอ และให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดำเนินงานตามอำนาจหน้าที่ต่อไป</strong><span id="more-25304"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-25305" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/loa-ev-001.jpg" alt="รถโดยสารไฟฟ้า" width="736" height="491" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/loa-ev-001.jpg 736w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/loa-ev-001-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/loa-ev-001-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/loa-ev-001-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 736px) 100vw, 736px" /></p>
<p><strong>สาระสำคัญของเรื่อง</strong></p>
<p>ทส. รายงานว่า</p>
<p>1. การดำเนินงานภายใต้ข้อตกลงฯ จะส่งเสริมให้ประเทศไทยลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเรียนรู้แนวทางการดำเนินงานเพื่อนำมาต่อยอดในการขับเคลื่อนการดำเนินงานให้บรรลุ NDC ของไทย อีกทั้งเปิดโอกาสให้ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในประเทศเกิดความตื่นตัวและให้ความสนใจในการดำเนินกิจกรรมการลดก๊าซเรือนกระจกภายในประเทศ และสามารถเข้าถึงเงินทุนระหว่างประเทศเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้</p>
<p>2. บริษัท South Pole ได้รับเงินสนับสนุนจากสมาพันธรัฐสวิสให้ดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนผ่านการใช้รถโดยสารประจำทางสาธารณะเป็นรถโดยสารประจำทางสาธารณะไฟฟ้าสำหรับการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศและผลประโยชน์ร่วมต่าง ๆ เช่น การลดฝุ่น PM 2.5 โดยได้ร่วมกับบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) พัฒนารายละเอียดการดำเนินงาน (Mitigation Activity Design Document: MADD) โครงการฯ ซึ่ง สผ. สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) (อบก.) กรมการขนส่งทางบก บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท South Pole มีการประชุมร่วมกันเพื่อพิจารณารายละเอียดการดำเนินงานโครงการฯ รวม 2 ครั้ง และเห็นว่า โครงการดังกล่าวมีความสอดคล้องตามแนวทางและกลไกการบริหารจัดการคาร์บอนเครดิตของประเทศไทย</p>
<p>3. โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อริเริ่มการเปลี่ยนผ่านจากรถโดยสารสาธารณะที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเป็นรถโดยสารสาธารณะที่ใช้พลังงานไฟฟ้าครอบคลุมเส้นทางเดินรถโดยสารไฟฟ้าที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบการขนส่งประจำทางจากกรมการขนส่งทางบก ช่วยส่งเสริมให้ประชาชนได้เดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะที่มีความทันสมัยปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมลพิษต่ำ การลดฝุ่น PM 2.5 เปลี่ยนจากพลังงานฟอสซิลเป็นพลังงานสะอาด ทำให้เกิดการเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางของประชาชนซึ่งช่วยให้คุณภาพสิ่งแวดล้อมคุณภาพชีวิตและสุขภาพของประชาชนดีขึ้น โดยคาดว่าจะส่งผลให้เกิดการลดก๊าซเรือนกระจก 100 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2eq) ต่อคันต่อปี หรือ 500,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564 – 2573 (ค.ศ. 2021 &#8211; 2030) และสามารถยื่นขอการรับรองภายใต้โครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program: T-VER) ซึ่งคาร์บอนเครดิตที่เกิดขึ้นจากโครงการT-VER สามารถถ่ายโอนผลการลดก๊าซเรื่อนกระจกระหว่างประเทศ (Internationally Transferred Mitigation Outcomes: ITMOs) หลังจากได้รับการรับรองว่าสอดคล้องกับข้อตกลงฯ และข้อ 6.2 ของความตกลงปารีส</p>
<p>4. ในการดำเนินโครงการดังกล่าว บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) จะถ่ายโอนคาร์บอนเครดิตที่เกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการฯ ให้แก่มูลนิธิ KLiK (The Foundation for Climate Protection and Carbon Offset) ของสมาพันธรัฐสวิส โดย ทส. ยืนยันว่า คาร์บอนเครดิตที่เกิดขึ้นจากโครงการฯ ไม่ได้อยู่ในขอบเขตของแผนที่นำทางการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยเพื่อบรรลุเป้าหมาย NCD</p>
<p>5. คณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ (พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ) ในการประชุมครั้งที่ 2/2565 เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน  พ.ศ.2565 มีมติเห็นชอบให้ ทส. โดย สผ. นำรายละเอียดการดำเนินงานโครงการฯ เสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาเห็นชอบการอนุญาตถ่ายโอนคาร์บอนเครดิตที่เกิดขึ้นจากโครงการฯ ให้กับสมาพันธรัฐสวิสต่อไป และมอบหมายให้เลขาธิการ สผ. ลงนามในหนังสือการอนุญาตให้ดำเนินโครงการฯ</p>
<p>6. หนังสือการอนุญาตมีสาระสำคัญ ดังนี้</p>
<p style="padding-left: 40px;">1) บุคคลที่ได้รับอนุญาต ได้แก่ บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท บริหารโครงการ คาร์บอน จำกัด ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมในกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจกในฐานะผู้เข้าร่วมกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก และบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) ได้รับอนุญาตให้ยื่นคำขอถ่ายโอนผลการลดก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจกในระดับระหว่างประเทศโดยเป็นไปตามหนังสือการให้อนุญาตฉบับนี้</p>
<p style="padding-left: 40px;">2) ระยะเวลาคิดเครดิตที่ได้รับอนุญาต ระหว่างวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2565 (ค.ศ. 2022) &#8211; 31 ธันวาคม พ.ศ. 2573 (ค.ศ. 2030)</p>
<p style="padding-left: 40px;">3) การใช้ผลการลดก๊าซเรือนกระจกที่ได้รับอนุญาต ใช้สำหรับ NDC ของสมาพันธสวิส</p>
<p style="padding-left: 40px;">4) ปริมาณและรายละเอียดของผลการลดก๊าซเรือนกระจก ปริมาณรวมสูงสุดทั้งสิ้นจำนวน 500,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าของผลการลดก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก ผลการลดก๊าซเรือนกระจกดังกล่าวต้องได้รับการรับรองและติดตาม โดยระบบทะเบียนที่กำหนดของประเทศไทยซึ่งบริหารจัดการโดย อบก.</p>
<p style="padding-left: 40px;">5) หลักเกณฑ์และข้อกำหนด</p>
<p style="padding-left: 80px;">5.1 ผลใช้บังคับของการให้อนุญาตนี้ขึ้นอยู่กับความสำเร็จในการรับรองหน่วยผลการลดก๊าซเรือนกระจก</p>
<p style="padding-left: 80px;">5.2 การดำเนินงานกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจกต้องสอดคล้องกับแนวทางและกลไกการบริหารจัดการคาร์บอนเครดิตของประเทศไทยที่เห็นชอบ โดยคณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ ข้อกำหนดภายใต้ข้อตกลงการดำเนินงาน และมาตรฐานกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจกที่เกี่ยวข้องของ อบก.</p>
<p style="padding-left: 80px;">5.3 ผู้เข้าร่วมกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจกเข้าใจว่ารัฐบาลไทยไม่มีความรับผิดชอบต่อการบรรลุเป้าหมายปริมาณที่กำหนดไว้ของการส่งมอบผลการลดก๊าซเรือนกระจกตามที่ระบุไว้</p>
<p style="padding-left: 40px;">6)วิธีการปรับบัญชี ประเทศไทยสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงวิธีการปรับบัญชีซึ่งจะปรับใช้ โดยสอดคล้องกันตลอดระยะเวลา NDC โดยพิจารณาถึงแนวปฏิบัติเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปรับบัญชี</p>
<p style="padding-left: 40px;">7) การกำหนดการถ่ายโอนครั้งแรก การถ่ายโอนผลการลดก๊าซเรือนกระจกในระดับระหว่างประเทศเป็นครั้งแรกจากระบบทะเบียนที่กำหนดของประเทศไทยไปยังระบบทะเบียนที่กำหนดของสมาพันธรัฐสวิสโดยใช้วิธีการ “ยกเลิกและสร้างขึ้นใหม่”</p>
<p>7. กรมสิ่งแวดล้อม กระทรวงสิ่งแวดล้อม การขนส่ง พลังงาน และการสื่อสาร สมาพันธรัฐสวิส ส่งหนังสือยืนยันรายละเอียดการดำเนินโครงการฯ ให้บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) และสำเนาหนังสือถึง สผ. พร้อมแจ้งว่า สมาพันธรัฐสวิส สามารถออกหนังสืออนุญาตให้ดำเนินโครงการฯ เมื่อฝ่ายไทยได้ออกหนังสือการอนุญาตด้วยแล้ว</p>
<p>8. กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) โดยกรมสนธิสัญญาและกฎหมายมีหนังสือแจ้งไม่ขัดข้องต่อ (ร่าง) หนังสือการอนุญาต และเพื่อให้สอดคล้องกับข้อ 9 และข้อ 12.3 ของแนวทางฯ สผ. ควรพิจารณาเสนอร่างหนังสือการอนุญาตฯ พร้อมกับโครงการที่จะอนุญาตให้มีการถ่ายโอนระหว่างประเทศและการใช้ผลการลดก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้น จากการดำเนินโครงการดังกล่าวตามข้อตกลงฯ เพื่อให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/thaigov-loa-ev/">ครม.มีมติเห็นชอบหนังสืออนุญาต ให้ดำเนินโครงการเปลี่ยนรถโดยสารประจำทางสาธารณะของภาคเอกชน เป็นรถโดยสารประจำทาง EV (รถร่วมบริการ) ในกรุงเทพฯ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/thaigov-loa-ev/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
