<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>รถโดยสารไฟฟ้า | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Fri, 01 Mar 2024 09:04:27 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0.2</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>รถโดยสารไฟฟ้า | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>บอร์ดอีวี เคาะมาตรการหนุนใช้รถบัส-รถบรรทุก EV พร้อมสร้างฐานแบตเตอรี่ ดันไทยศูนย์กลาง EV ภูมิภาค</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/thaigov-ev-board-boi/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/thaigov-ev-board-boi/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 21 Feb 2024 08:31:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Highlight Stories]]></category>
		<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[BOI]]></category>
		<category><![CDATA[E-Bus]]></category>
		<category><![CDATA[E-Truck]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[บอร์ดอีวี]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถบรรทุกอีวี]]></category>
		<category><![CDATA[รถบรรทุกไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถบัสอีวี]]></category>
		<category><![CDATA[รถโดยสารไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบกักเก็บพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=32347</guid>

					<description><![CDATA[<p>บอร์ดอีวีเคาะ 2 มาตรการสำคัญ สนับสนุนการใช้ EV เชิงพาณิชย์ ทั้งรถโดยสารไฟฟ้า (E-Bus) และรถบรรทุกไฟฟ้า (E-Truck) พร้อมออกแพ็กเกจสนับสนุนผู้ผลิตแบตเตอรี่ระดับเซลล์สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าและระบบกักเก็บพลังงาน เสริมแกร่งอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทย 21 กุมภาพันธ์ 2567 &#8211; นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ดอีวี) ครั้งที่ 1/2567 โดยมีนางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/thaigov-ev-board-boi/">บอร์ดอีวี เคาะมาตรการหนุนใช้รถบัส-รถบรรทุก EV พร้อมสร้างฐานแบตเตอรี่ ดันไทยศูนย์กลาง EV ภูมิภาค</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บอร์ดอีวีเคาะ 2 มาตรการสำคัญ สนับสนุนการใช้ EV เชิงพาณิชย์ ทั้งรถโดยสารไฟฟ้า (E-Bus) และรถบรรทุกไฟฟ้า (E-Truck) พร้อมออกแพ็กเกจสนับสนุนผู้ผลิตแบตเตอรี่ระดับเซลล์สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าและระบบกักเก็บพลังงาน เสริมแกร่งอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทย</strong></p>
<p><span id="more-32347"></span></p>
<p>21 กุมภาพันธ์ 2567 &#8211; นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ดอีวี) ครั้งที่ 1/2567 โดยมีนางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ร่วมกับผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล</p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="alignleft wp-image-29249" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Mr.Narit-Therdsteerasukdi-BOI.jpg" alt="นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์" width="380" height="570" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Mr.Narit-Therdsteerasukdi-BOI.jpg 520w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Mr.Narit-Therdsteerasukdi-BOI-200x300.jpg 200w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Mr.Narit-Therdsteerasukdi-BOI-150x225.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Mr.Narit-Therdsteerasukdi-BOI-333x500.jpg 333w" sizes="(max-width: 380px) 100vw, 380px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์</strong></span> <strong>เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)</strong> ในฐานะกรรมการและเลขานุการ คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ดอีวี) เปิดเผยว่า ที่ประชุมบอร์ดอีวี ซึ่งมีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้เห็นชอบมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ ทั้งรถโดยสารไฟฟ้า (E-Bus) และรถบรรทุกไฟฟ้า (E-Truck) เพื่อสนับสนุนภาคธุรกิจในการลดการปล่อยคาร์บอน ช่วยให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน รวมถึงช่วยสร้างฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ในประเทศ มาตรการดังกล่าวจะอนุญาตให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลสามารถหักค่าใช้จ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับการซื้อรถโดยสารไฟฟ้าและรถบรรทุกไฟฟ้ามาใช้งาน โดยไม่กำหนดเพดานราคาขั้นสูง ในกรณีซื้อรถที่ผลิต/ประกอบในประเทศ สามารถนำมาหักค่าใช้จ่ายได้ 2 เท่า และในกรณีนำเข้ารถสำเร็จรูปจากต่างประเทศ สามารถหักค่าใช้จ่ายได้ 1.5 เท่า โดยมาตรการนี้จะมีผลใช้บังคับจนถึงสิ้นปี 2568 และที่ประชุมได้มอบหมายให้กระทรวงการคลังโดยกรมสรรพากร พิจารณากำหนดแนวทางปฏิบัติและดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป</p>
<p>“การที่บอร์ดอีวีได้ออกมาตรการสนับสนุนการใช้รถโดยสารไฟฟ้าและรถบรรทุกไฟฟ้าในครั้งนี้ ถือเป็นการต่อยอดจากมาตรการ EV3 และ EV3.5 ที่เน้นกลุ่มรถยนต์นั่ง รถจักรยานยนต์ และรถกระบะเป็นหลัก คาดว่ามาตรการนี้จะช่วยเร่งให้เกิดการปรับเปลี่ยนรถยนต์เชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้าได้ไม่ต่ำกว่า 10,000 คัน ช่วยลดการปล่อยมลภาวะในภาคการขนส่ง และตอกย้ำการเป็นศูนย์กลางอีวีของภูมิภาคในรถยนต์ทุกประเภท” <strong>นายนฤตม์</strong> กล่าว</p>
<p>นอกจากนี้ บอร์ดอีวี ยังได้เห็นชอบมาตรการส่งเสริมการลงทุนผลิตแบตเตอรี่ระดับเซลล์สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าและระบบกักเก็บพลังงาน (ESS) เพื่อดึงดูดให้ผู้ผลิตแบตเตอรี่ระดับเซลล์ ซึ่งเป็นการผลิตต้นน้ำที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเข้ามาลงทุนในประเทศไทย โดยผู้ลงทุนจะสามารถขอรับสิทธิประโยชน์และเงินสนับสนุนจากกองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศฯ ภายใต้บีโอไอ โดยมีเงื่อนไขเบื้องต้นสำหรับผู้ลงทุน ดังนี้ (1) ต้องเป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่ชั้นนำที่มีการใช้งานโดยผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (2) ต้องมีแผนการผลิตเซลล์แบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า โดยสามารถผลิตเซลล์แบตเตอรี่สำหรับระบบกักเก็บพลังงาน (ESS) ด้วยได้ (3) ต้องผลิตเซลล์แบตเตอรี่ที่มีค่าพลังงานจำเพาะ ไม่น้อยกว่า 150 Wh/Kg และ (4) ต้องมีจำนวนรอบการอัดประจุ (Life Cycle) ไม่น้อยกว่า 1,000 รอบ โดยกำหนดเวลายื่นข้อเสนอโครงการลงทุนภายในปี 2570 ทั้งนี้ คณะกรรมการนโยบายเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศฯ จะพิจารณากำหนดรายละเอียดของหลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติต่อไป</p>
<p>“แบตเตอรี่ ถือเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมอีวี ปัจจุบันมีผู้ผลิตแบตเตอรี่ในระดับโมดูลและแพ็คในประเทศหลายราย แต่เรายังขาดต้นน้ำที่สำคัญ คือ การผลิตแบตเตอรี่ในระดับเซลล์ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและใช้เงินลงทุนสูง การออกมาตรการส่งเสริมในครั้งนี้ เพื่อดึงบริษัทชั้นนำของโลกเข้ามาตั้งฐานการผลิตในไทย ซึ่งไม่เพียงจะช่วยเติมเต็มห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมอีวีไทย แต่ยังช่วยต่อยอดไปยังอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่ใช้ระบบกักเก็บพลังงาน (ESS) ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางโลกที่มุ่งให้เกิดการใช้พลังงานสะอาดในการดำเนินธุรกิจ” <strong>นายนฤตม์</strong> กล่าว</p>
<p>ทั้งนี้ บอร์ดอีวี ยังได้เห็นชอบให้ปรับปรุงมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าระยะที่ 2 หรือ EV 3.5 เช่น ขยายขอบเขตของรถยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับสิทธิให้ครอบคลุมรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน และเพิ่มคุณสมบัติของรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า กรณีที่มีขนาดแบตเตอรี่ต่ำกว่า 3 kWh แต่มีระยะทางวิ่งมากกว่า 75 กิโลเมตรต่อรอบการชาร์จ รวมทั้งมีมาตรฐานความปลอดภัย สามารถเข้าร่วมมาตรการ EV3.5 ได้ เพื่อตอบโจทย์ผู้ประกอบการมากขึ้น ที่ผ่านมา มาตรการส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของภาครัฐสามารถกระตุ้นตลาดอีวีในประเทศให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด เห็นได้จากยอดจดทะเบียนรถยนต์อีวีที่สูงถึงกว่า 76,000 คันในปี 2566 เพิ่มขึ้น 6.5 เท่าจากปีก่อน นำมาสู่การลงทุนในอุตสาหกรรมอีวีแบบครบวงจร โดยข้อมูล ณ สิ้นปี 2566 บีโอไอได้ให้การส่งเสริมอุตสาหกรรมอีวี จำนวน 103 โครงการ เงินลงทุนรวม 77,192 ล้านบาท แบ่งเป็น รถยนต์อีวี 18 โครงการ 40,004 ล้านบาท รถจักรยานยนต์อีวี 9 โครงการ 848 ล้านบาท รถบัสอีวีและรถบรรทุกอีวี 3 โครงการ 2,200 ล้านบาท แบตเตอรี่สำหรับรถอีวีและ ESS 39 โครงการ 23,904 ล้านบาท ชิ้นส่วนสำคัญ 20 โครงการ 6,031 ล้านบาท และสถานีอัดประจุไฟฟ้า 14 โครงการ 4,205 ล้านบาท</p>
<hr />
<p>ที่มา: สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/thaigov-ev-board-boi/">บอร์ดอีวี เคาะมาตรการหนุนใช้รถบัส-รถบรรทุก EV พร้อมสร้างฐานแบตเตอรี่ ดันไทยศูนย์กลาง EV ภูมิภาค</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/thaigov-ev-board-boi/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>EA เผยผลประกอบการไตรมาส 1/2566 กำไรสุทธิ 2,319 ล้านบาท โต 69.78% รับรายได้กลุ่มธุรกิจ EV สดใส</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/ea-q1-2566/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/ea-q1-2566/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 16 May 2023 03:46:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[EA]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[ผลประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานบริสุทธิ์]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถโดยสารไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[แบตเตอรี่ลิเทียมไอออน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ไตรมาส 1 ปี 2566]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=26753</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA แจ้งผ่านผ่านตลาดหลักทรพัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า บริษัทฯ มีผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นใหญ่ 2,319.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 69.78% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2565 ที่มีกำไร 1,366.31 ล้านบาท โดยสาเหตุหลักมาจากผลดำเนินงานของธุรกิจรถโดยสารไฟฟ้าและรถเพื่อการพาณิชย์ และธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่สูงขึ้น ขณะที่รายได้ของบริษัทและบริษัทย่อย มีรายได้รวมในไตรมาส 1 ปี&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ea-q1-2566/">EA เผยผลประกอบการไตรมาส 1/2566 กำไรสุทธิ 2,319 ล้านบาท โต 69.78% รับรายได้กลุ่มธุรกิจ EV สดใส</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA แจ้งผ่านผ่านตลาดหลักทรพัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า บริษัทฯ มีผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นใหญ่ 2,319.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 69.78% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2565 ที่มีกำไร 1,366.31 ล้านบาท โดยสาเหตุหลักมาจากผลดำเนินงานของธุรกิจรถโดยสารไฟฟ้าและรถเพื่อการพาณิชย์ และธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่สูงขึ้น</strong><span id="more-26753"></span></p>
<p>ขณะที่รายได้ของบริษัทและบริษัทย่อย มีรายได้รวมในไตรมาส 1 ปี 2566 มีจำนวน 8,904.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 4,087.61 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 84.87% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวมที่ 4,816.56 ล้านบาท</p>
<p>โดยหากพิจารณาเฉพาะรายได้จากการดำเนินงาน บริษัทฯ มีรายได้จากการดำเนินธุรกิจตามปกติของบริษัทฯ สำหรับไตรมาส 1 ปี 2566 จำนวน 8,894.68 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2565 จำนวน 4,154.26 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 87.63% โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากธุรกิจรถโดยสารไฟฟ้า และรถเพื่อการพาณิชย์ธุรกิจแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน รวมถึงธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน</p>
<hr />
<p>ที่มา: บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ea-q1-2566/">EA เผยผลประกอบการไตรมาส 1/2566 กำไรสุทธิ 2,319 ล้านบาท โต 69.78% รับรายได้กลุ่มธุรกิจ EV สดใส</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/ea-q1-2566/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ครม.มีมติเห็นชอบหนังสืออนุญาต ให้ดำเนินโครงการเปลี่ยนรถโดยสารประจำทางสาธารณะของภาคเอกชน เป็นรถโดยสารประจำทาง EV (รถร่วมบริการ) ในกรุงเทพฯ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/thaigov-loa-ev/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/thaigov-loa-ev/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 01 Feb 2023 09:27:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[รถโดยสารประจำทางไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถโดยสารไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=25304</guid>

					<description><![CDATA[<p>การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 31 มกราคม พ.ศ.2566 ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ณ สันติไมตรี (หลังนอก) โดย ครม.มีมติเห็นชอบหนังสือการอนุญาต (Letter of Authorization: LoA) ให้ดำเนินโครงการเปลี่ยนรถโดยสารประจำทางสาธารณะของภาคเอกชนเป็นรถโดยสารประจำทางไฟฟ้า (รถร่วมบริการ) ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (โครงการฯ) เพื่อการใช้คาร์บอนเครดิตเพื่อวัตถุประสงค์ระหว่างประเทศ โดยถ่ายโอนคาร์บอนเครดิตที่เกิดขึ้นจากโครงการฯ ให้กับสมาพันธรัฐสวิส และมอบหมายให้เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.)&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/thaigov-loa-ev/">ครม.มีมติเห็นชอบหนังสืออนุญาต ให้ดำเนินโครงการเปลี่ยนรถโดยสารประจำทางสาธารณะของภาคเอกชน เป็นรถโดยสารประจำทาง EV (รถร่วมบริการ) ในกรุงเทพฯ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 31 มกราคม พ.ศ.2566 ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ณ สันติไมตรี (หลังนอก) โดย ครม.มีมติเห็นชอบหนังสือการอนุญาต (Letter of Authorization: LoA) ให้ดำเนินโครงการเปลี่ยนรถโดยสารประจำทางสาธารณะของภาคเอกชนเป็นรถโดยสารประจำทางไฟฟ้า (รถร่วมบริการ) ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (โครงการฯ) เพื่อการใช้คาร์บอนเครดิตเพื่อวัตถุประสงค์ระหว่างประเทศ โดยถ่ายโอนคาร์บอนเครดิตที่เกิดขึ้นจากโครงการฯ ให้กับสมาพันธรัฐสวิส และมอบหมายให้เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ลงนามในหนังสือการอนุญาต (Letter of Authorization: LoA) ให้ดำเนินโครงการฯ ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เสนอ และให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดำเนินงานตามอำนาจหน้าที่ต่อไป</strong><span id="more-25304"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-25305" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/loa-ev-001.jpg" alt="รถโดยสารไฟฟ้า" width="736" height="491" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/loa-ev-001.jpg 736w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/loa-ev-001-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/loa-ev-001-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/loa-ev-001-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 736px) 100vw, 736px" /></p>
<p><strong>สาระสำคัญของเรื่อง</strong></p>
<p>ทส. รายงานว่า</p>
<p>1. การดำเนินงานภายใต้ข้อตกลงฯ จะส่งเสริมให้ประเทศไทยลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเรียนรู้แนวทางการดำเนินงานเพื่อนำมาต่อยอดในการขับเคลื่อนการดำเนินงานให้บรรลุ NDC ของไทย อีกทั้งเปิดโอกาสให้ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในประเทศเกิดความตื่นตัวและให้ความสนใจในการดำเนินกิจกรรมการลดก๊าซเรือนกระจกภายในประเทศ และสามารถเข้าถึงเงินทุนระหว่างประเทศเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้</p>
<p>2. บริษัท South Pole ได้รับเงินสนับสนุนจากสมาพันธรัฐสวิสให้ดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนผ่านการใช้รถโดยสารประจำทางสาธารณะเป็นรถโดยสารประจำทางสาธารณะไฟฟ้าสำหรับการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศและผลประโยชน์ร่วมต่าง ๆ เช่น การลดฝุ่น PM 2.5 โดยได้ร่วมกับบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) พัฒนารายละเอียดการดำเนินงาน (Mitigation Activity Design Document: MADD) โครงการฯ ซึ่ง สผ. สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) (อบก.) กรมการขนส่งทางบก บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท South Pole มีการประชุมร่วมกันเพื่อพิจารณารายละเอียดการดำเนินงานโครงการฯ รวม 2 ครั้ง และเห็นว่า โครงการดังกล่าวมีความสอดคล้องตามแนวทางและกลไกการบริหารจัดการคาร์บอนเครดิตของประเทศไทย</p>
<p>3. โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อริเริ่มการเปลี่ยนผ่านจากรถโดยสารสาธารณะที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเป็นรถโดยสารสาธารณะที่ใช้พลังงานไฟฟ้าครอบคลุมเส้นทางเดินรถโดยสารไฟฟ้าที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบการขนส่งประจำทางจากกรมการขนส่งทางบก ช่วยส่งเสริมให้ประชาชนได้เดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะที่มีความทันสมัยปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมลพิษต่ำ การลดฝุ่น PM 2.5 เปลี่ยนจากพลังงานฟอสซิลเป็นพลังงานสะอาด ทำให้เกิดการเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางของประชาชนซึ่งช่วยให้คุณภาพสิ่งแวดล้อมคุณภาพชีวิตและสุขภาพของประชาชนดีขึ้น โดยคาดว่าจะส่งผลให้เกิดการลดก๊าซเรือนกระจก 100 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2eq) ต่อคันต่อปี หรือ 500,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564 – 2573 (ค.ศ. 2021 &#8211; 2030) และสามารถยื่นขอการรับรองภายใต้โครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program: T-VER) ซึ่งคาร์บอนเครดิตที่เกิดขึ้นจากโครงการT-VER สามารถถ่ายโอนผลการลดก๊าซเรื่อนกระจกระหว่างประเทศ (Internationally Transferred Mitigation Outcomes: ITMOs) หลังจากได้รับการรับรองว่าสอดคล้องกับข้อตกลงฯ และข้อ 6.2 ของความตกลงปารีส</p>
<p>4. ในการดำเนินโครงการดังกล่าว บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) จะถ่ายโอนคาร์บอนเครดิตที่เกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการฯ ให้แก่มูลนิธิ KLiK (The Foundation for Climate Protection and Carbon Offset) ของสมาพันธรัฐสวิส โดย ทส. ยืนยันว่า คาร์บอนเครดิตที่เกิดขึ้นจากโครงการฯ ไม่ได้อยู่ในขอบเขตของแผนที่นำทางการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยเพื่อบรรลุเป้าหมาย NCD</p>
<p>5. คณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ (พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ) ในการประชุมครั้งที่ 2/2565 เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน  พ.ศ.2565 มีมติเห็นชอบให้ ทส. โดย สผ. นำรายละเอียดการดำเนินงานโครงการฯ เสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาเห็นชอบการอนุญาตถ่ายโอนคาร์บอนเครดิตที่เกิดขึ้นจากโครงการฯ ให้กับสมาพันธรัฐสวิสต่อไป และมอบหมายให้เลขาธิการ สผ. ลงนามในหนังสือการอนุญาตให้ดำเนินโครงการฯ</p>
<p>6. หนังสือการอนุญาตมีสาระสำคัญ ดังนี้</p>
<p style="padding-left: 40px;">1) บุคคลที่ได้รับอนุญาต ได้แก่ บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท บริหารโครงการ คาร์บอน จำกัด ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมในกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจกในฐานะผู้เข้าร่วมกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก และบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) ได้รับอนุญาตให้ยื่นคำขอถ่ายโอนผลการลดก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจกในระดับระหว่างประเทศโดยเป็นไปตามหนังสือการให้อนุญาตฉบับนี้</p>
<p style="padding-left: 40px;">2) ระยะเวลาคิดเครดิตที่ได้รับอนุญาต ระหว่างวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2565 (ค.ศ. 2022) &#8211; 31 ธันวาคม พ.ศ. 2573 (ค.ศ. 2030)</p>
<p style="padding-left: 40px;">3) การใช้ผลการลดก๊าซเรือนกระจกที่ได้รับอนุญาต ใช้สำหรับ NDC ของสมาพันธสวิส</p>
<p style="padding-left: 40px;">4) ปริมาณและรายละเอียดของผลการลดก๊าซเรือนกระจก ปริมาณรวมสูงสุดทั้งสิ้นจำนวน 500,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าของผลการลดก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก ผลการลดก๊าซเรือนกระจกดังกล่าวต้องได้รับการรับรองและติดตาม โดยระบบทะเบียนที่กำหนดของประเทศไทยซึ่งบริหารจัดการโดย อบก.</p>
<p style="padding-left: 40px;">5) หลักเกณฑ์และข้อกำหนด</p>
<p style="padding-left: 80px;">5.1 ผลใช้บังคับของการให้อนุญาตนี้ขึ้นอยู่กับความสำเร็จในการรับรองหน่วยผลการลดก๊าซเรือนกระจก</p>
<p style="padding-left: 80px;">5.2 การดำเนินงานกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจกต้องสอดคล้องกับแนวทางและกลไกการบริหารจัดการคาร์บอนเครดิตของประเทศไทยที่เห็นชอบ โดยคณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ ข้อกำหนดภายใต้ข้อตกลงการดำเนินงาน และมาตรฐานกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจกที่เกี่ยวข้องของ อบก.</p>
<p style="padding-left: 80px;">5.3 ผู้เข้าร่วมกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจกเข้าใจว่ารัฐบาลไทยไม่มีความรับผิดชอบต่อการบรรลุเป้าหมายปริมาณที่กำหนดไว้ของการส่งมอบผลการลดก๊าซเรือนกระจกตามที่ระบุไว้</p>
<p style="padding-left: 40px;">6)วิธีการปรับบัญชี ประเทศไทยสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงวิธีการปรับบัญชีซึ่งจะปรับใช้ โดยสอดคล้องกันตลอดระยะเวลา NDC โดยพิจารณาถึงแนวปฏิบัติเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปรับบัญชี</p>
<p style="padding-left: 40px;">7) การกำหนดการถ่ายโอนครั้งแรก การถ่ายโอนผลการลดก๊าซเรือนกระจกในระดับระหว่างประเทศเป็นครั้งแรกจากระบบทะเบียนที่กำหนดของประเทศไทยไปยังระบบทะเบียนที่กำหนดของสมาพันธรัฐสวิสโดยใช้วิธีการ “ยกเลิกและสร้างขึ้นใหม่”</p>
<p>7. กรมสิ่งแวดล้อม กระทรวงสิ่งแวดล้อม การขนส่ง พลังงาน และการสื่อสาร สมาพันธรัฐสวิส ส่งหนังสือยืนยันรายละเอียดการดำเนินโครงการฯ ให้บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) และสำเนาหนังสือถึง สผ. พร้อมแจ้งว่า สมาพันธรัฐสวิส สามารถออกหนังสืออนุญาตให้ดำเนินโครงการฯ เมื่อฝ่ายไทยได้ออกหนังสือการอนุญาตด้วยแล้ว</p>
<p>8. กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) โดยกรมสนธิสัญญาและกฎหมายมีหนังสือแจ้งไม่ขัดข้องต่อ (ร่าง) หนังสือการอนุญาต และเพื่อให้สอดคล้องกับข้อ 9 และข้อ 12.3 ของแนวทางฯ สผ. ควรพิจารณาเสนอร่างหนังสือการอนุญาตฯ พร้อมกับโครงการที่จะอนุญาตให้มีการถ่ายโอนระหว่างประเทศและการใช้ผลการลดก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้น จากการดำเนินโครงการดังกล่าวตามข้อตกลงฯ เพื่อให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/thaigov-loa-ev/">ครม.มีมติเห็นชอบหนังสืออนุญาต ให้ดำเนินโครงการเปลี่ยนรถโดยสารประจำทางสาธารณะของภาคเอกชน เป็นรถโดยสารประจำทาง EV (รถร่วมบริการ) ในกรุงเทพฯ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/thaigov-loa-ev/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บีโอไอ มุ่งสร้าง Ecosystem &#8220;ยานพาหนะไฟฟ้า&#8221; เปิดให้การส่งเสริมครบวงจร</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/boi-%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87-ecosystem-%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/boi-%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87-ecosystem-%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Sep 2021 07:11:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[BOI]]></category>
		<category><![CDATA[Electric Vehicle]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[จักรยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[บีโอไอ]]></category>
		<category><![CDATA[ยานพาหนะไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถบรรทุกไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถโดยสารไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ส่งเสริมการลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[สามล้อไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[เรือไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=18972</guid>

					<description><![CDATA[<p>อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle: EV) เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายในกลุ่ม S-Curve ที่ไทยต้องการขับเคลื่อนไปพร้อมกับการรักษาสถานะเป็นฐานการผลิตยานยนต์และชิ้นส่วนสำคัญในภูมิภาคตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยรัฐบาลมีเป้าหมายผลิตยานยนต์ไฟฟ้าให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 30 ของปริมาณการผลิตรถยนต์ทั้งหมดในแต่ละปี หรือ 7.5 แสนคัน ภายในปี พ.ศ. 2573 มาตรการส่งเสริมการลงทุนผลิตยานพาหนะไฟฟ้าเป็นเครื่องมือหนึ่งในการดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายการผลิตดังกล่าว สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ จึงได้เปิดให้การส่งเสริมการลงทุนผลิตยานพาหนะไฟฟ้า ตั้งแต่ปี 2560 และได้ปรับปรุงนโยบายให้เข้ากับสถานการณ์มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ครอบคลุมทั้งห่วงโซ่การผลิต (Supply Chain) ซึ่งปัจจุบันมีตั้งแต่ การประกอบยานพาหนะไฟฟ้าทุกประเภท&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/boi-%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87-ecosystem-%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/">บีโอไอ มุ่งสร้าง Ecosystem “ยานพาหนะไฟฟ้า” เปิดให้การส่งเสริมครบวงจร</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle: EV) เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายในกลุ่ม S-Curve ที่ไทยต้องการขับเคลื่อนไปพร้อมกับการรักษาสถานะเป็นฐานการผลิตยานยนต์และชิ้นส่วนสำคัญในภูมิภาคตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยรัฐบาลมีเป้าหมายผลิตยานยนต์ไฟฟ้าให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 30 ของปริมาณการผลิตรถยนต์ทั้งหมดในแต่ละปี หรือ 7.5 แสนคัน ภายในปี พ.ศ. 2573</strong><span id="more-18972"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-18974" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/BOI-EV-02.jpg" alt="ยานยนต์ไฟฟ้า EV" width="680" height="454" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/BOI-EV-02.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/BOI-EV-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/BOI-EV-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/BOI-EV-02-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p>มาตรการส่งเสริมการลงทุนผลิต<strong>ยานพาหนะไฟฟ้า</strong>เป็นเครื่องมือหนึ่งในการดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายการผลิตดังกล่าว สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ จึงได้เปิดให้การส่งเสริมการลงทุนผลิตยานพาหนะไฟฟ้า ตั้งแต่ปี 2560 และได้ปรับปรุงนโยบายให้เข้ากับสถานการณ์มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ครอบคลุมทั้งห่วงโซ่การผลิต (Supply Chain) ซึ่งปัจจุบันมีตั้งแต่ การประกอบยานพาหนะไฟฟ้าทุกประเภท ได้แก่ รถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) แบบไฮบริดผสมผสาน (PHEV) และแบบผสมเสียบปลั๊ก (HEV) จักรยานยนต์ไฟฟ้า สามล้อไฟฟ้า รถโดยสารไฟฟ้า รถบรรทุกไฟฟ้า เรือไฟฟ้า รวมถึงล่าสุดที่ประชุมบอร์ดบีโอไอเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2564 ได้เพิ่มเติมกิจการรถจักรยานไฟฟ้า (ELECTRIC BICYCLE หรือ E-BIKE) เข้ามาให้การส่งเสริมด้วย เนื่องจากปัจจุบันการเดินทางด้วยรถจักรยานไฟฟ้าเป็นที่นิยมเพิ่มขึ้น โดยคาดว่ามูลค่าตลาดรถจักรยานไฟฟ้าทั่วโลกจะขยายตัวจากประมาณ 24,300 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2564 เป็น 42,270 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2569 สำหรับประเทศไทยที่มีพื้นฐานอุตสาหกรรมสนับสนุนสามารถรองรับการผลิตรถจักรยานไฟฟ้าได้ดีอยู่แล้ว และการผลิตรถจักรยานไฟฟ้ายังจะช่วยเพิ่มขนาดของตลาดแบตเตอรี่ในประเทศ เปิดโอกาสให้อุตสาหกรรมแบตเตอรี่เพื่อ<strong>ยานยนต์ไฟฟ้า</strong>และเพื่อการกักเก็บพลังงานไฟฟ้าของไทยเติบโตได้เร็วขึ้น จึงน่าจะเป็นโอกาสดีที่จะดึงผู้ผลิตรถจักรยานไฟฟ้าที่ต้องการหาฐานการผลิตใหม่มายังประเทศไทย</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-18975" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/BOI-EV-03.jpg" alt="จักรยานไฟฟ้า" width="680" height="454" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/BOI-EV-03.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/BOI-EV-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/BOI-EV-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/BOI-EV-03-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p>นอกจากนี้ <strong>บีโอไอ</strong>ยังให้การส่งเสริมใน กิจการผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์สำหรับ<strong>ยานพาหนะไฟฟ้า</strong> โดยได้มีการปรับปรุงเพิ่มประเภทชิ้นส่วนที่สำคัญ เช่น High Voltage Harness, Reduction Gear, Battery Cooling System, Regenerative Braking System เป็นต้น ตลอดจนการให้ส่งเสริมที่ครอบคลุมถึงกิจการสถานีบริการอัดประจุไฟฟ้า (Charging Station) ซึ่งช่วยสร้าง Ecosystem ที่ทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึง<strong>ยานยนต์ไฟฟ้า</strong>ได้ง่ายดาย และมีความเชื่อมั่นในการใช้งานมากขึ้น</p>
<p>อย่างไรก็ดี เพื่อให้<strong>อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า</strong>สามารถแข่งขันได้ การผลิตต้องมีความยืดหยุ่น แนวคิดการผลิตแพลตฟอร์มร่วม (Sharing platform) ที่สามารถนำไปใช้งานร่วมกันได้ระหว่าง<strong>ยานยนต์ไฟฟ้า</strong>หลายแบรนด์และรุ่นที่แตกต่างกันบีโอไอจึงปรับปรุงกิจการผลิต<strong>ยานยนต์ไฟฟ้า</strong>แบบแบตเตอรี่ให้ครอบคลุมถึง &#8216;แพลตฟอร์มสำหรับ<strong>ยานยนต์ไฟฟ้า</strong>แบบแบตเตอรี่&#8217; ด้วย ซึ่งจะทำให้บริษัทสตาร์ทอัพมีโอกาสเข้ามาเป็นผู้พัฒนา<strong>ยานยนต์ไฟฟ้า</strong>ได้อีกด้วยนอกเหนือจากจำกัดอยู่เฉพาะค่ายรถยนต์รายใหญ่ ซึ่งมูลค่าแพลตฟอร์ม (รวมแบตเตอรี่) สูงถึงร้อยละ 74 ของมูลค่า<strong>ยานยนต์ไฟฟ้า</strong>แบบแบตเตอรี่ การผลิตลักษณะแพลตฟอร์มร่วมจะช่วยลดปริมาณวัตถุดิบที่ต้องใช้ ประหยัดเวลา และค่าใช้จ่าย ก่อให้เกิดการประหยัดต่อขนาด (Economy of Scale) อันจะส่งผลให้ต้นทุนการผลิตลดลง เกิดการพัฒนา<strong>ยานยนต์ไฟฟ้า</strong>รุ่นใหม่ๆ เข้าสู่ตลาด</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-18976" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/BOI-EV-04.jpg" alt="เรือไฟฟ้า" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/BOI-EV-04.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/BOI-EV-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/BOI-EV-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/BOI-EV-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p>สำหรับแพลตฟอร์มฯ ที่จะได้รับส่งเสริมการลงทุนต้องมีส่วนประกอบสำคัญ 3 ส่วน คือ <strong>ระบบกักเก็บพลังงาน</strong> หรือ <strong>Energy Storage System</strong>, <strong>Charging Module</strong> และ <strong>Front &amp; Rear Axle Module</strong></p>
<p><strong>จากมาตรการส่งเสริมการลงทุนในกลุ่มยานพาหนะไฟฟ้านี้จะเห็นได้ว่า บีโอไอให้ความสำคัญกับการปรับปรุงมาตรการส่งเสริมการลงทุนด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทันต่อบริบทของโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและความนิยมของผู้บริโภคที่มุ่งสู่การใช้ยานพาหนะพลังงานสะอาด อุตสาหกรรมยานพาหนะไฟฟ้าจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันซึ่งมาตรการส่งเสริมการลงทุนของบีโอไอจะเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่มีส่วนช่วยขับเคลื่อน Ecosystemของยานพาหนะไฟฟ้าให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม สำหรับผู้สนใจสามารถศึกษาเรื่องสิทธิและประโยชน์บีโอไอในกิจการต่างๆ ของกลุ่มการผลิตยานพาหนะไฟฟ้าได้ที่ www.boi.go.th สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทรศัพท์ 0 2553 8111 กด 3</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/boi-%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87-ecosystem-%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/">บีโอไอ มุ่งสร้าง Ecosystem “ยานพาหนะไฟฟ้า” เปิดให้การส่งเสริมครบวงจร</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/boi-%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87-ecosystem-%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>BOI ไฟเขียวหนุนยานยนต์ไฟฟ้า เพิ่มสิทธิจูงใจนักลงทุน ดันไทยฐานการผลิตสำคัญในภูมิภาค</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/boi-%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-ev/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/boi-%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-ev/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 25 Nov 2020 03:37:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[BOI]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[ยานพาหนะไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถบรรทุกไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถสามล้อไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถโดยสารไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ส่งเสริมการลงทุน EV]]></category>
		<category><![CDATA[สิทธิประโยชน์การลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมยานยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[เรือไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=15174</guid>

					<description><![CDATA[<p>บอร์ดบีโอไอไฟเขียวกระตุ้นการลงทุนส่งท้ายปี 63 ส่งเสริมการลงทุนการผลิตยานพาหนะไฟฟ้า หรือ อีวี (EV) รอบใหม่ หลังจากหมดระยะเวลาการยื่นคำขอรับการส่งเสริมไปตั้งแต่ปี 2561 รอบใหม่จูงใจนักลงทุนด้วยสิทธิประโยชน์ทางภาษีสูงถึง 8 ปี หนุนโรดแมปการพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าไทย สู่การเป็นฐานการผลิตสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ในภูมิภาค BOI อนุมัติส่งเสริมการลงทุน EV รอบใหม่ หลังจากหมดระยะเวลาการยื่นคำร้องไปตั้งแต่ปี 61 โดยในการสนับสนุนในครั้งนี้ เปิดให้การส่งเสริมยานพาหนะไฟฟ้าทุกประเภท ทั้งรถยนต์ไฟฟ้า รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า รถสามล้อไฟฟ้า รถโดยสารไฟฟ้าและรถบรรทุกไฟฟ้า รวมถึงเรือที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าด้วย จากเดิมที่มีการส่งเสริมเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าและรถโดยสารไฟฟ้าเท่านั้น สิทธิประโยชน์และเงื่อนไข หนุนลงทุน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/boi-%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-ev/">BOI ไฟเขียวหนุนยานยนต์ไฟฟ้า เพิ่มสิทธิจูงใจนักลงทุน ดันไทยฐานการผลิตสำคัญในภูมิภาค</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บอร์ดบีโอไอไฟเขียวกระตุ้นการลงทุนส่งท้ายปี 63 ส่งเสริมการลงทุนการผลิตยานพาหนะไฟฟ้า หรือ อีวี (EV) รอบใหม่ หลังจากหมดระยะเวลาการยื่นคำขอรับการส่งเสริมไปตั้งแต่ปี 2561 รอบใหม่จูงใจนักลงทุนด้วยสิทธิประโยชน์ทางภาษีสูงถึง 8 ปี หนุนโรดแมปการพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าไทย สู่การเป็นฐานการผลิตสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ในภูมิภาค</strong><span id="more-15174"></span></p>
<p>BOI อนุมัติส่งเสริมการลงทุน EV รอบใหม่ หลังจากหมดระยะเวลาการยื่นคำร้องไปตั้งแต่ปี 61 โดยในการสนับสนุนในครั้งนี้ เปิดให้การส่งเสริมยานพาหนะไฟฟ้าทุกประเภท ทั้งรถยนต์ไฟฟ้า รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า รถสามล้อไฟฟ้า รถโดยสารไฟฟ้าและรถบรรทุกไฟฟ้า รวมถึงเรือที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าด้วย จากเดิมที่มีการส่งเสริมเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าและรถโดยสารไฟฟ้าเท่านั้น</p>
<h2><strong>สิทธิประโยชน์และเงื่อนไข หนุนลงทุน EV ไทย</strong></h2>
<h3>รถยนต์ไฟฟ้า</h3>
<p>กิจการผลิตรถยนต์ไฟฟ้ามุ่งเน้นการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่เป็นหลัก (Battery Electric Vehicles: BEV) แต่ให้มีการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบผสมควบคู่ไปด้วยกันได้</p>
<ul>
<li>กรณีที่มีขนาดการลงทุนไม่น้อยกว่า 5,000 ล้านบาท การผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) จะได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปี และหากมีการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนาก็สามารถได้รับสิทธิเพิ่ม</li>
<li>กรณีขนาดการลงทุนน้อยกว่า 5,000 ล้านบาท การผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) จะได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 3 ปี และจะได้รับสิทธิเพิ่มขึ้นหากดำเนินการได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด เช่น เริ่มผลิตรถยนต์ภายในปี 2565 มีการผลิตชิ้นส่วนสำคัญเพิ่มเติมจากข้อกำหนดพื้นฐาน มีปริมาณการผลิตจริงมากกว่า 10,000 คันต่อปี และมีการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนา</li>
<li>ถ้ามีโครงการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบ Plug-in Hybrid Electric Vehicles หรือ PHEV ด้วย จะได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 3 ปี ทั้งนี้ต้องการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ไฟฟ้าอย่างน้อย 3 ชิ้น</li>
</ul>
<h3>รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่</h3>
<p>กิจการผลิตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่จะได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 3 ปี โดยจะได้รับสิทธิเพิ่มขึ้นหากดำเนินได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด เช่น เริ่มผลิตภายในปี 2565 มีการผลิตแบตเตอรี่ไฟฟ้าที่เริ่มจากขั้นตอน Module มีการผลิตชิ้นส่วนสำคัญอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น Traction Motor และมีการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนา</p>
<h3>รถสามล้อไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่</h3>
<p>กิจการผลิตสามล้อไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่จะได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 3 ปี โดยจะได้รับสิทธิเพิ่มขึ้นหากดำเนินได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด เช่น มีการผลิตแบตเตอรี่ไฟฟ้าที่เริ่มจากขั้นตอน Module มีการผลิตชิ้นส่วนสำคัญอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น Traction Motor และมีการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนา</p>
<h3>รถโดยสารไฟฟ้าและรถบรรทุกไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่</h3>
<p>กิจการผลิตรถโดยสารไฟฟ้าและรถบรรทุกไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่จะได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 3 ปี โดยจะได้รับสิทธิเพิ่มขึ้นหากดำเนินได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด เช่น มีการผลิตแบตเตอรี่ไฟฟ้าที่เริ่มจากขั้นตอน Module มีการผลิตชิ้นส่วนสำคัญอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น Traction Motor และมีการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนา</p>
<h3>เรือไฟฟ้า</h3>
<p>กิจการต่อเรือหรือซ่อมเรือ ที่เป็นเรือที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ได้รับสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปี</p>
<p>ทั้งนี้ การผลิตยานยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ทุกประเภท ผู้ลงทุนจะต้องเสนอแผนงานรวม (Package) เช่น โครงการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ โครงการผลิตแบตเตอรี่ไฟฟ้า แผนการนำเข้าเครื่องจักรและติดตั้ง แผนการผลิตในระยะ 1 – 3 ปี แผนการผลิตหรือจัดหาชิ้นส่วนอื่นๆ และแผนการพัฒนาผู้ผลิตวัตถุดิบ ในประเทศไทย (ที่มีคนไทยถือหุ้นข้างมาก) เป็นต้น</p>
<p><strong>นอกจากนี้ ยังปรับปรุงขอบข่ายและสิทธิประโยชน์ของประเภทกิจการผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์สำหรับยานพาหนะไฟฟ้า โดยเพิ่มเติมรายการชิ้นส่วนสำคัญอีก 4 รายการ ได้แก่ High Voltage Harness, Reduction Gear, Battery Cooling System และ Regenerative Braking System พร้อมทั้งปรับปรุงสิทธิประโยชน์ให้จูงใจมากขึ้นสำหรับกิจการผลิตแบตเตอรี่ที่มีการลงทุนในขั้นตอนที่ใช้เทคโนโลยีมากขึ้น โดยให้รับสิทธิประโยชน์ในการลดหย่อนอากรขาเข้าวัตถุดิบและวัสดุจำเป็นที่ไม่มีการผลิตในประเทศ ในอัตราร้อยละ 90 เป็นระยะเวลา 2 ปี ในกรณีที่มีขั้นตอนการผลิต Module หรือ Cell เพื่อผลักดันให้ไทยเป็นฐานการผลิตที่สำคัญในภูมิภาค</strong></p>
<hr />
<p>Source: สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)</p>
<table style="border-left: 10px solid #df0410; background-color: #ffffff;" width="100%">
<tbody>
<tr valign="middle">
<td style="vertical-align: middle; padding: 10px;">
<h2>Update &#8211; ยานยนต์ไฟฟ้าไทยในปัจจุบัน</h2>
<p>Roadmap พัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในไทย รัฐบาลตั้งเป้าผลิตยานยนต์ไฟฟ้าให้ได้ 30% ภายในปี 2030 และ BOI สนับสนุนกระตุ้นการลงทุนผ่านมาตรการส่งเสริมการลงทุนในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า ในการผลิตรถยนต์ประเภทไฮบริด (HEV) ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) รถพลังงานไฟฟ้า 100% (BEV) และสถานีอัดประจุไฟฟ้า ซึ่งปัจจุบันมีผู้ประกอบการทยอยขอรับการส่งเสริมการลงทุนในส่วนของรถยนต์พลังงานเพิ่มขึ้น ทั้งหมด 16 บริษัท รวม 26 โครงการ แบ่งเป็น</p>
<ul>
<li>การผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบไฮบริด จำนวนทั้งสิ้น 5 โครงการ ได้แก่ นิสสัน, โตโยต้า, มาสด้า, ฮอนด้า และมิตซูบิชิ กำลังการผลิตรวม 352,500 คัน/ปี</li>
<li>การผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบปลั๊กอินไฮบริด มีผู้ประกอบการสนใจจำนวน 6 โครงการ ได้แก่ โตโยต้า, มิตซูบิชิ, อาวดี้, เอ็มจี, เมอร์เซเดส-เบนซ์ และบีเอ็มดับเบิลยู กำลังผลิตรวม 87,240 คัน/ปี</li>
<li>การผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ มีผู้ประกอบการสนใจลงทุนทั้งสิ้นจำนวน 13 โครงการ ได้แก่ โตโยต้า, มิตซูบิชิ, นิสสัน, เอ็มจี, ฮอนด้า, มิตซูบิชิ, อาวดี้, เอ็มจี, เมอร์เซเดส-เบนซ์, ฟอมม์, ทาคาโน่, สามมิตร, สกายเวลล์ และไมน์ กำลังผลิตรวม 125,140 คัน/ปี</li>
<li>การผลิตรถบัสไฟฟ้า จำนวน 2 โครงการ กำลังผลิตรวม 1,600 คัน/ปี</li>
</ul>
<p>ทั้งนี้ จากข้อมูลปัจจุบัน มีรถยนต์ไฟฟ้าจำหน่ายในประเทศไทย ในชนิดใช้แบตเตอรี่ BEV จำนวน 11 ยี่ห้อ 13 รุ่น ส่วนรถแบบปลั๊กอิน ไฮบริด PHEV นั้นมี 7 ยี่ห้อ จำนวน 26 รุ่น และรถยนต์ไฟฟ้าแบบไฮบริด HEV มีจำนวน 5 ยี่ห้อ 15 รุ่น โดยในปี 2020 จากข้อมูลยอดจดทะเบียน EV ในช่วง 8 เดือนแรกของปี ยอดจดทะเบียนนั้นมีสูงถึง 21,889 คัน (รวมมอเตอร์ไซค์และสามล้อ และหากนับเฉพาะรถยนต์จะมียอดประมาณ 19,000 คัน) ทำให้ยอดสะสมของยานยนต์ไฟฟ้าทั้งหมดในประเทศไทยมีมากกว่า 175,000 คัน</td>
</tr>
</tbody>
</table>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/boi-%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-ev/">BOI ไฟเขียวหนุนยานยนต์ไฟฟ้า เพิ่มสิทธิจูงใจนักลงทุน ดันไทยฐานการผลิตสำคัญในภูมิภาค</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/boi-%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-ev/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
