<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ระบบนิเวศและชุมชน | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%a8%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Thu, 12 Jan 2023 08:09:30 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>ระบบนิเวศและชุมชน | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เอกชนหนุนเดินหน้า Blue Carbon เสริมระบบนิเวศและชุมชน ผลักดันธุรกิจและประเทศสู่เป้าเป็นกลางทางคาร์บอนและ Net Zero</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/blue-carbon/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/blue-carbon/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 12 Jan 2023 08:09:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Blue Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[Dow]]></category>
		<category><![CDATA[net zero]]></category>
		<category><![CDATA[TBCSD]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบนิเวศและชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจชุมชน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=25115</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อเร็วๆ นี้ กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow) ร่วมกับ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.)  และองค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) จัดเสวนาร่วมกับองค์กรภาคีเครือข่ายภายใต้ โครงการ Dow &#38; Thailand Mangrove Alliance ในงาน Blue Carbon Conference 2022 “คาร์บอนทะเล: หนุนธุรกิจสู่ Net Zero เสริมระบบนิเวศและชุมชน” โดยนับเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่มีการรวมผู้เชี่ยวชาญทั้งด้านป่าชายเลน พื้นที่ราบน้ำขึ้นถึงและหญ้าทะเล&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/blue-carbon/">เอกชนหนุนเดินหน้า Blue Carbon เสริมระบบนิเวศและชุมชน ผลักดันธุรกิจและประเทศสู่เป้าเป็นกลางทางคาร์บอนและ Net Zero</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25130" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Dow_1-300x200.jpg" alt="" width="600" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Dow_1-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Dow_1-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Dow_1-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Dow_1-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Dow_1.jpg 850w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span id="more-25115"></span></p>
<p><strong>เมื่อเร็วๆ นี้ กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow) ร่วมกับ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.)  และองค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) จัดเสวนาร่วมกับองค์กรภาคีเครือข่ายภายใต้ โครงการ Dow &amp; Thailand Mangrove Alliance ในงาน Blue Carbon Conference 2022 “คาร์บอนทะเล: หนุนธุรกิจสู่ Net Zero เสริมระบบนิเวศและชุมชน” โดยนับเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่มีการรวมผู้เชี่ยวชาญทั้งด้านป่าชายเลน พื้นที่ราบน้ำขึ้นถึงและหญ้าทะเล เพื่อแบ่งปันแนวทางการฟื้นฟูและอนุรักษ์แหล่งกักเก็บคาร์บอนทะเล (Blue Carbon) ที่กักเก็บได้มากกว่าระบบนิเวศป่าบกถึงเกือบ 10 เท่า สามารถดูดซับคาร์บอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ งานดังกล่าวได้เปิดเวทีให้อภิปรายถึงบทบาทของภาคเอกชนในการอนุรักษ์และฟื้นฟูพื้นที่บลูคาร์บอน ซึ่งมีส่วนช่วยให้ไทยบรรลุเป้าหมายสำคัญที่จะเป็นกลางทางคาร์บอนให้ได้ในปี ค.ศ. 2050 และปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี ค.ศ. 2065 ตามที่ประกาศเจตนารมณ์บนเวทีการประชุมสหประชาชาติ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. 2564 หรือ COP 26 ที่ผ่านมา</strong></p>
<figure id="attachment_25126" aria-describedby="caption-attachment-25126" style="width: 600px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="wp-image-25126" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Dow_3-300x200.jpg" alt="" width="600" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Dow_3-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Dow_3-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Dow_3-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Dow_3-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Dow_3.jpg 850w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /><figcaption id="caption-attachment-25126" class="wp-caption-text">ดาวรุ่ง ใจจริง</figcaption></figure>
<p><strong>ดาวรุ่ง ใจจริง</strong> <strong>ผู้อำนวยการกองอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลน กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง </strong>กล่าวว่า จากข้อมูล Global Carbon Atlas ปี พ.ศ. 2563 ปริมาณการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ของโลกมี 33,800 ล้านตัน โดย 5 ประเทศยักษ์ใหญ่ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์มากที่สุด ส่วนไทยอยู่ในอันดับ 24 ของโลก มีสัดส่วนการปล่อยคาร์บอนประมาณ 0.76% ซึ่งแม้ตัวเลขไม่ถึง 1% แต่ไทยเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบและมีความเสี่ยงสูงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศลำดับที่ 9 ของโลก ซึ่งจะทำให้ภูมิภาคของไทยได้รับผลกระทบตั้งแต่ผลผลิตการเกษตร การประมงชายฝั่ง รวมถึงได้รับผลกระทบด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งมีผลต่อต้นทุนการท่องเที่ยวของไทยที่ขายความงดงามของธรรมชาติ หากวันนี้ไม่เริ่มต้นลงมือลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนจริงจัง ในอีกไม่เกิน 10 ปีข้างหน้า ผลกระทบจะเกิดเป็นลูกโซ่ สุดท้ายไม่เฉพาะภาคธุรกิจ แต่ประชาชนก็จะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศนี้เช่นกัน</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-25132" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Dow_8-300x200.jpg" alt="" width="600" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Dow_8-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Dow_8-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Dow_8-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Dow_8-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Dow_8.jpg 850w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ดาวรุ่ง กล่าวเสริมว่า ต้นไม้เป็นสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวที่ดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์เพื่อใช้เติบโตและกักเก็บคาร์บอนเอาไว้ในรูปเนื้อไม้ จึงช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน โดยจากข้อมูลใหม่คาดว่าป่าชายเลน 1 ไร่ สามารถกักเก็บคาร์บอนได้ไม่น้อยกว่า 7 ตันต่อปี จึงขับเคลื่อนโครงการปลูกป่าชายเลนเพื่อประโยชน์จากคาร์บอนเครดิต โดยตั้งเป้าหมาย 10 ปีในพื้นที่ 3 แสนไร่ทั่วประเทศ เริ่มดำเนินการจริงจังในปี พ.ศ. 2565 และมีเป้าหมายเชิญชวนภาคธุรกิจ องค์กรภายนอกที่สนใจ เข้ามามีส่วนร่วมปลูกต้นไม้กักเก็บคาร์บอนด้วย นอกจากนี้ยังออกระเบียบ 2 ฉบับ ว่าด้วยการแบ่งปันคาร์บอนเครดิตสำหรับภาคเอกชนและชุมชน โดยในภาคเอกชนได้ทยอยจัดสรรพื้นที่และอนุมัติให้ 17 บริษัทเข้าร่วมโครงการแล้ว และกำลังประกาศรับสมัครในส่วนของชุมชนอยู่ โดยที่ผ่านมาได้ส่งคนไปลงพื้นที่เพื่อประชาสัมพันธ์และขึ้นเว็บไซต์เชิญชวนภาคชุมชนสมัครร่วมโครงการ ทำหน้าที่ช่วยดูแลรักษาพื้นที่ กรณีที่ชุมชนพร้อมดำเนินการก็ยื่นคำขอเข้าร่วมโครงการได้ที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง  หากเป็นชุมชนที่มีองค์กรธุรกิจสนใจร่วมขับเคลื่อนด้วยอยู่แล้ว ก็สามารถดำเนินการได้ หรือหากชุมชนสนใจร่วมโครงการแต่ยังไม่สามารถจับคู่ภาคธุรกิจที่สนใจเข้าร่วมได้ กรมฯ จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางประสานงานให้ได้</p>
<figure id="attachment_25127" aria-describedby="caption-attachment-25127" style="width: 600px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-25127" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Dow_4-300x200.jpg" alt="" width="600" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Dow_4-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Dow_4-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Dow_4-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Dow_4-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Dow_4.jpg 850w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /><figcaption id="caption-attachment-25127" class="wp-caption-text">ภรณี กองอมรภิญโญ</figcaption></figure>
<p><strong>ภรณี กองอมรภิญโญ ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย </strong>กล่าวว่า Dow ในฐานะผู้นำด้านวัสดุศาสตร์และผลิตภัณฑ์ของดาวเป็นวัตถุดิบของสินค้าหลากหลาย ตั้งแต่บรรจุภัณฑ์ต่างๆ การก่อสร้าง ยานยนต์ จนถึงสินค้าเครื่องอุปโภคบริโภคอย่างแชมพูและสบู่ที่ทุกคนใช้อยู่ในชีวิตประจำวัน Dow จึงตระหนักถึงบทบาทที่สำคัญในฐานะผู้ผลิตต้นน้ำและได้ประกาศเป้าจะเป้นกลางทางคาร์บอนภายในปี ค.ศ. 2050</p>
<p>Dow ให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรมเพื่อออกแบบผลิตภัณฑ์ที่สามารถลดการปล่อยคาร์บอนในห่วงโซ่อุปทาน หรือ Supply Chain เพื่อช่วยให้ห่วงโซ่อุตสาหกรรมทั้งหมดลดก๊าซคาร์บอนได้ โดยตัวอย่างการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ Dow ภายใต้กระบวนการลดคาร์บอน ได้แก่ ผลิตภัณฑ์พลาสติกที่มีหลายชั้นแต่ผลิตจากวัสดุชนิดเดียวกันซึ่งทำให้นำกลับมารีไซเคิลได้ง่าย และนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ที่บางลงแต่แข็งแรงขึ้น ใช้เม็ดพลาสติกน้อยลง ทำให้มีการปล่อยคาร์บอนต่ำลง เป็นต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25131" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Dow_7-300x200.jpg" alt="" width="600" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Dow_7-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Dow_7-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Dow_7-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Dow_7-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Dow_7.jpg 850w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>สำหรับในประเทศไทย Dow ได้ริเริ่มและดำเนินโครงการปลูกป่าชายเลนอย่างต่อเนื่องมากว่า 10 ปี ก่อนจะยกระดับเป็นโครงการ Dow and Thailand Mangrove Alliance ซึ่งไม่เพียงแต่ดูดซับคาร์บอนได้ แต่ยังช่วยสนับสนุนสังคมและเศรษฐกิจชุมชนอีกด้วย โดยยึดหลักการให้ประชาชนอยู่ร่วมกับป่าอย่างยั่งยืน โครงการนี้ได้ดึงผู้เชี่ยวชาญหลายภาคส่วนมาเป็นคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการและได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และชุมชนเป็นอย่างดี เช่น โครงการนำร่องที่ชุมชนประแส จังหวัดระยอง มีการส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อเป็น Blue Carbon Destination ให้ชุมชนประโยชน์จากป่าพร้อมดูแลป่าไปด้วยซึ่งแนวทางนี้จะช่วยขยายพื้นที่อนุรักษ์ได้ดียิ่งขึ้น</p>
<figure id="attachment_25125" aria-describedby="caption-attachment-25125" style="width: 600px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-25125" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Dow_2-300x200.jpg" alt="" width="600" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Dow_2-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Dow_2-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Dow_2-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Dow_2-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Dow_2.jpg 850w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /><figcaption id="caption-attachment-25125" class="wp-caption-text">ดร.อรทัย พงศ์รักธรรม</figcaption></figure>
<p><strong>ดร.อรทัย พงศ์รักธรรม ที่ปรึกษาโครงการ องค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (</strong><strong>TBCSD)</strong> กล่าวว่า การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการพัฒนาอย่างยั่งยืนเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน ไม่ใช่การแข่งขันระหว่างภาคธุรกิจแต่เป็นเรื่องที่ยิ่งช่วยกันทำยิ่งเป็นผลดี จึงอยากเชิญชวนภาคเอกชนมาร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับ TBCSD และร่วมกันผลักดันประเทศสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยในส่วนของงานด้าน Blue Carbon หรือการใช้ผืนป่าชายเลนดูดซับคาร์บอนนั้น TBCSD มีการจัดกิจกรรมร่วมกับสมาชิกทุกปี โดยวางแผนเลือกพื้นที่ที่เหมาะสม หารือร่วมกับนักวิชาการ และกำหนดการวัดผลและติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>ดร.อรทัย กล่าวว่า การอนุรักษ์พื้นที่ Blue Carbon เป็นส่วนสำคัญของ Climate Actions ซึ่งเป็นกิจกรรมหนึ่งที่ TBCSD ได้ร่วมผลักดันผ่านการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลน โดยการลงพื้นที่บริเวณชายฝั่งเพื่อทำงานใกล้ชิดกับชุมชนและคนในพื้นที่ชายฝั่ง ทั้งนี้ TBCSD มองว่า การมุ่งหน้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนนั้น นอกจากการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องแล้ว อีกสิ่งที่สำคัญคือการนำเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์มาปรับใช้เพื่อวัดผลการดำเนินงานและรายงานผลการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ ขณะที่การสื่อสารระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียนับว่าเป็นเรื่องสำคัญมากเพราะจะทำให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างราบรื่น และเพื่อช่วยให้ประเทศสามารถบรรลุเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตามที่วางไว้ TBCSD ได้ตั้งคณะทำงาน ด้าน Climate Change เพื่อกำหนดทิศทางและติดตามผลการดำเนินการ ในปี ค.ศ. 2022 นี้ TBCSD มีเป้าหมายนำสมาชิกไปสู่การเป็นธุรกิจปล่อยคาร์บอนต่ำและยั่งยืน โดยมีการจัดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับมาตรฐานคาร์บอนต่ำว่ามีอะไรบ้างและจะสนับสนุนให้ไปถึงจุดนั้นได้อย่างไร</p>
<p>TBCSD เป็นองค์กรที่เกิดจากการรวมตัวของกลุ่มธุรกิจผู้นำด้านความยั่งยืนในไทย ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1993 เพื่อส่งเสริมการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืน ส่งเสริมนโยบายและวาระแห่งชาติที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและสร้างความยั่งยืน และเป็นเครือข่ายกับกลุ่มองค์กรธุรกิจที่เป็นผู้นำด้านความยั่งยืนระดับโลก (WBCSD) ปัจจุบัน TBCSD มีสมาชิกองค์กรธุรกิจ 43 องค์กร ครอบคลุมเกือบทุกกลุ่มธุรกิจ โดยมีกรอบการทำงาน คือ สนับสนุนภาคเอกชนดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนควบคู่ไปกับความสมดุลทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ผ่านการให้คำปรึกษา จัดเวทีหารือแนวทางการดำเนินงานและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ให้การสนับสนุนการพัฒนาและดำเนินนโยบาย พร้อมกับดำเนินกิจกรรมภายใต้โครงการที่เกี่ยวข้อง</p>
<figure id="attachment_25128" aria-describedby="caption-attachment-25128" style="width: 600px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-25128" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Dow_5-300x200.jpg" alt="" width="600" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Dow_5-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Dow_5-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Dow_5-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Dow_5-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Dow_5.jpg 850w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /><figcaption id="caption-attachment-25128" class="wp-caption-text">สมิทธิ หาเรือนพืชน์</figcaption></figure>
<p>ขณะที่ <strong>สมิทธิ หาเรือนพืชน์ ผู้อำนวยการฝ่ายสนับสนุนการปฏิบัติงานพิเศษ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ </strong>กล่าวว่า จากประสบการณ์การฟื้นฟูป่ามานับแต่ก่อตั้งมูลนิธิเมื่อกว่า 34 ปีที่ผ่านมา ทำให้เห็นว่าการรักษาไว้สำคัญกว่าการปลูกใหม่ เพราะจากการศึกษาพบว่าพื้นที่ป่าปลูกใหม่มีความหลากหลายทางชีวภาพต่ำเนื่องจากปลูกในลักษณะเชิงเดี่ยว ขณะที่กลไกทางเศรษฐกิจที่สำคัญคือทำให้ชาวบ้านอิ่มท้องก่อน มิเช่นนั้นการปลูกป่าจะไม่เกิดขึ้น ซึ่งถ้ามีกลไกที่ถูกต้อง ให้ชาวบ้านได้ประโยชน์จากการดูแลป่า ในที่สุดทรัพยากรธรรมชาติจะกลับมา</p>
<p>เมื่อพบว่ากลไกการรักษาสำคัญ จึงเป็นที่มาของการนำพื้นที่ที่มูลนิธิฯ กว่า 200,000 ไร่ ไปร่วมโครงการกับกรมป่าไม้ฯ โดยขึ้นทะเบียนพื้นที่คาร์บอนเครดิต อาศัย พ.ร.บ.ป่าชุมชน พ.ศ. 2562 มอบสิทธิให้ชุมชนมีสิทธิจัดสรรป่าตัวเอง ได้ประโยชน์จากการดูแลป่า ทั้งในเรื่องพันธุ์พืช การดูแลแหล่งอนุบาลสัตว์เศรษฐกิจที่อยู่ในพื้นที่ แหล่งอาหาร สมุนไพร ยา และสิ่งสำคัญที่สุดคือการเกิดประโยชน์ร่วมกันจากการลดปล่อยก๊าซคาร์บอน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25129" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Dow_6-300x200.jpg" alt="" width="600" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Dow_6-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Dow_6-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Dow_6-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Dow_6-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Dow_6.jpg 850w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ทั้งนี้ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ จับมือกับ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมป่าไม้ ลงนามในบันทึกข้อตกลงกับกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช (ทช.) ทำงานร่วมกันเรื่องการปลูกป่าลดคาร์บอน โดยทางทีมงานมูลนิธิฯ รับหน้าที่พัฒนาระบบการขึ้นทะเบียนคาร์บอนเครดิตให้เอกชนที่ต้องการเข้ามาปลูกป่า ขณะเดียวกันนักวิชาการของมูลนิธิก็ช่วยอบรมและสร้างองค์ความรู้ให้ชุมชนเกี่ยวกับการดูแลอนุรักษ์ป่าที่เอกชนเข้ามาปลูก จึงก่อให้เกิดการทำงานร่วมกัน ผู้ที่สนใจเนื้อหาการสัมมนา Blue Carbon Conference ฉบับเต็ม สามารถรับชมได้ที่<a href="https://youtube.com/playlist?list=PLvjrVYqoUNiAiYalXaT3aO_t8g6NFafaK"> https://youtube.com/playlist?list=PLvjrVYqoUNiAiYalXaT3aO_t8g6NFafaK</a></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/blue-carbon/">เอกชนหนุนเดินหน้า Blue Carbon เสริมระบบนิเวศและชุมชน ผลักดันธุรกิจและประเทศสู่เป้าเป็นกลางทางคาร์บอนและ Net Zero</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/blue-carbon/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
