<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>รับมือสถานการณ์ | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Fri, 13 Jan 2023 04:49:19 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>รับมือสถานการณ์ | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ครม. มีมติรับทราบสรุปผลการประชุมมอบนโยบายเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองในพื้นที่ภาคเหนือ ปี พ.ศ. 2566</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/thaigov-wildfire/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/thaigov-wildfire/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 13 Jan 2023 04:49:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่นละออง]]></category>
		<category><![CDATA[ภาคเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[รับมือสถานการณ์]]></category>
		<category><![CDATA[หมอกควัน]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟป่า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=25144</guid>

					<description><![CDATA[<p>การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 10  มกราคม พ.ศ.2566 ซึ่งมีพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล โดยครม. มีมติรับทราบสรุปผลการประชุมมอบนโยบายเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองในพื้นที่ภาคเหนือ ปี พ.ศ. 2566 ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทส. เสนอ ดังนี้ เรื่องเดิม นายกรัฐมนตรี (พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา) มีข้อสั่งการ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/thaigov-wildfire/">ครม. มีมติรับทราบสรุปผลการประชุมมอบนโยบายเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองในพื้นที่ภาคเหนือ ปี พ.ศ. 2566</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>การประชุมคณะรัฐมนตรี </strong><strong>(</strong><strong>ครม</strong><strong>.) </strong><strong>เมื่อวันที่ </strong><strong>10  </strong><strong>มกรา</strong><strong>คม พ</strong><strong>.</strong><strong>ศ</strong><strong>.2566 </strong><strong>ซึ่งมี</strong><strong>พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี ณ ตึกสันติไมตรี </strong><strong>(</strong><strong>หลังนอก</strong><strong>) </strong><strong>ทำเนียบรัฐบาล </strong><strong>โดยครม. </strong>มีมติรับทราบสรุปผลการประชุมมอบนโยบายเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองในพื้นที่ภาคเหนือ ปี พ.ศ. 2566 ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทส. เสนอ ดังนี้</p>
<p><span id="more-25144"></span></p>
<p><strong>เรื่องเดิม</strong></p>
<ol>
<li>นายกรัฐมนตรี (พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา) มีข้อสั่งการ เมื่อวันที่ 13 มีนาคม พ.ศ.2563เรื่อง การติดตามสถานการณ์หมอกควันในภาคเหนือ ให้ทุกหน่วยราชการบูรณาการการบริหารจัดการจุดความร้อนในพื้นที่ ทำแนวกันไฟ เพิ่มความชื้นในพื้นที่ด้วยฝายชะลอน้ำ รวมทั้ง ให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน โดยให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ทํางานด้วยความระมัดระวัง ลดอุบัติเหตุหรืออันตรายที่จะเกิดต่อชีวิตและทรัพย์สิน และให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์รายวันได้ทุกช่องทาง และขอความร่วมมือจากประชาชนให้งดกิจกรรมกลางแจ้งใส่อุปกรณ์ป้องกัน สวมหน้ากากอนามัยสําหรับผู้ที่ต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และเด็กเล็ก รณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงปัญหาสุขภาพจากหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก ส่งเสริมการใช้วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรแทนการเผา เพื่อเป็นการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน รวมทั้งปฏิบัติตามคําแนะนําของแพทย์หรือส่วนราชการด้วย</li>
<li>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดการประชุมมอบนโยบายเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองในพื้นที่ภาคเหนือ ปี พ.ศ.2566 เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2565 ณ จังหวัดเชียงราย โดยมี พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่ประธานการประชุม โดยมีผู้แทนหน่วยงานทั้งส่วนกลางและท้องถิ่นเข้าร่วมการประชุม ประกอบด้วย กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงคมนาคม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงพลังงาน กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงกลาโหม</li>
</ol>
<p><strong>สาระสำคัญ ข้อเท็จจริง</strong></p>
<p><strong>1. การเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ปี พ.ศ.2566</strong></p>
<p>1.1 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ดำเนินการตามแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ “การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง” มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2562 และทำการถอดบทเรียน (After Action Review : AAR) การป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง เป็นประจำทุกปี โดยในปี พ.ศ.2565 ได้จัดการประชุมถอดบทเรียนการป้องกันและแก้ไขปัญหา เมื่อวันที่ 2 กันยายน พ.ศ.2565 โดยมีนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุม เพื่อสรุปผลการดำเนินงาน ที่ผ่านมา และรับฟังปัญหา อุปสรรค รวมทั้งข้อเสนอแนะ สำหรับนำไปปรับปรุงแนวทางการดำเนินงาน ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น</p>
<p>1.2 แนวทางการดำเนินการที่ได้จากการประชุมถอดบทเรียน ได้ถูกนำไปกำหนดเป็นแผนเฉพาะกิจสำหรับการป้องกันและแก้ไขปัญหาปี พ.ศ.2566 สำหรับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดดำเนินการ โดยเฉพาะในช่วงเกิดสถานการณ์ เพื่อควบคุมแหล่งกำเนิดและปริมาณฝุ่นละอองไม่ให้สูงเกินเกณฑ์มาตรฐาน ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน</p>
<p>1.3 แผนเฉพาะกิจเพื่อการแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง ปี พ.ศ.2566 กำหนดขึ้นภายใต้กรอบ “สื่อสารเชิงรุก ยกระดับปฏิบัติการ สร้างการมีส่วนร่วม” โดยมีรายละเอียดและหน่วยงานรับผิดชอบโดยสรุป ดังนี้</p>
<p style="padding-left: 40px;">1. เร่งรัดการประชาสัมพันธ์เชิงรุกและแจ้งเตือนล่วงหน้า 7 วันทุกพื้นที่ สำหรับหน่วยงานที่รับผิดชอบหลัก คือ สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ส่วนหน่วยงานสนับสนุน คือ กระทรวงมหาดไทย/กระทรวงสาธารณสุข/กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติและภาคเอกชน</p>
<p style="padding-left: 40px;">2.ยกระดับมาตรการการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ “การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง”และแผนอื่นที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันรับผิดชอบทุกหน่วยงาน</p>
<p style="padding-left: 40px;">3.ยกระดับการบริหารจัดการเชื้อเพลิง แบบครบวงจร (ชิงเก็บ ลดเผา และระบบ Burn Check) หน่วยงานหลักที่รับผิดชอบ คือ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ส่วนหน่วยงานสับสนุน คือ กระทรวงพลังงานและภาคเอกชน</p>
<p style="padding-left: 40px;">4.กำกับดูแลการดำเนินการในทุกระดับอย่างเข้มงวด ติดตามผลการดำเนินการและประเมินสถานการณ์เป็นระยะอย่างต่อเนื่อง หน่วยงานหลักที่รับผิดชอบ คือ กระทรวงคมนาคม กระทรวงอุตสาหกรรม/สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร/กระทรวงมหาดไทย ส่วนหน่วยงานสนุบสนุน คือ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม</p>
<p style="padding-left: 40px;">5.ลดจุดความร้อน ป้องกันและควบคุม การเกิดไฟในทุกพื้นที่ และพัฒนาระบบพยากรณ์ความรุนแรงและอันตรายของไฟ (Fire Danger Rating System : FDRS) หน่วยงานหลักที่รับผิดชอบ คือ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทยกระทรวงกลาโหม สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงคมนาคม ส่วนหน่วยงานสนับสนุน คือ เครือข่ายอาสาสมัคร</p>
<p style="padding-left: 40px;">6.ผลักดันกลไกระหว่างประเทศ เพื่อให้การป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดนมีประสิทธิภาพสูงสุด หน่วยงานหลักที่รับผิดชอบ คือ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและกระทรวงกลาโหม ส่วนหน่วยงานสนับสนุนคือ กระทรวงมหาดไทย</p>
<p style="padding-left: 40px;">7.ให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการวางแผนและดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่าและฝุ่นละออง หน่วยงานหลักที่รับผิดชอบ คือ กระทรวงมหาดไทย ส่วนหน่วยงานสนับสนุน คือ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</p>
<p><strong>2. การมอบนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองในพื้นที่ภาคเหนือ ปี พ.ศ.2566 โดย พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี</strong></p>
<p>2.1 สถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ปี พ.ศ.2565จากการดำเนินงานและยกระดับการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง อย่างต่อเนื่องทำให้ปี พ.ศ.2565 สถานการณ์ฝุ่นละอองในภาพรวมมีแนวโน้มดีขึ้น โดยในช่วงสถานการณ์ฝุ่นละอองของพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ (1 มกราคม &#8211; 31 พฤษภาคม พ.ศ.2565) พบปริมาณ PM2.5 เริ่มสูงขึ้นและเกินมาตรฐานตั้งแต่เดือนมกราคม และเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมาพบว่ามีแนวโน้มดีขึ้น โดยปี พ.ศ.2565 ปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง มีค่าเท่ากับ 30ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ลดลงจากปีที่แล้วร้อยละ 27 และจำนวนวันที่ฝุ่นละออง PM2.5 เกินค่ามาตรฐาน ปี พ.ศ.2565 มีจำนวน 70 วัน ลดลงจากปีที่แล้วถึงร้อยละ 32 ในขณะที่จำนวนจุดความร้อนลดลงร้อยละ 61</p>
<p>2.2 พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี สั่งการให้ทุกกระทรวงและทุกหน่วยงานบูรณาการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ให้ครอบคลุมทุกมิติเพื่อปกป้องสุขภาพอนามัยของพี่น้องประชาชนในทุกพื้นที่ ทั้ง “พื้นที่เมือง พื้นที่เกษตร พื้นที่ป่า” และให้หน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เข้มงวดกวดขัน ทุ่มเทสรรพกำลังองค์ความรู้และทรัพยากรอย่างเต็มกำลังความสามารถและประสานงานกันในการดำเนินงาน ปฏิบัติการขับเคลื่อนตามแผนเฉพาะกิจเพื่อการแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง ปี พ.ศ. 2566 โดยให้ดำเนินการ ดังนี้</p>
<p style="padding-left: 40px;">1) สร้างความเป็นเอกภาพของข้อมูล ปรับรูปแบบการรายงานข้อมูลและองค์ความรู้ต่าง ๆ ให้น่าสนใจ เข้าถึงง่ายเพื่อไม่ให้เกิดความสับสนและตื่นตระหนก</p>
<p style="padding-left: 40px;">2) สร้างการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคประชาชน นำความเห็นของพี่น้องประชาชนมาปรับปรุงการทำงานให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่</p>
<p style="padding-left: 40px;">3) การป้องกัน และแก้ไขปัญหาต้องเป็นเอกภาพ การรับผิดชอบ กำกับดูแลพื้นที่ต้องไม่เกิดช่องว่าง หรือพื้นที่เกรงใจ และต้องไม่เกิดปัญหา ว่าไม่ใช่พื้นที่รับผิดชอบไม่ทำ ไม่ว่าจะเป็นระหว่างจังหวัด หรือระหว่างหน่วยงาน</p>
<p style="padding-left: 40px;">4) ผู้ว่าราชการจังหวัดบริหารจัดการแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ใช้ระบบ Single command มีการจัดทำประกาศจังหวัดในสถานการณ์ต่าง ๆ การเฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์ และบูรณาการสั่งการป้องกันและแก้ไขปัญหาทุกพื้นที่/ทุกระดับ ทั้งอำเภอ ตำบล (องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น) และกำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน</p>
<p>2.3 พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้หน่วยงานหลักกำกับดูแลการปฏิบัติงาน เป็นรายกระทรวง ดังนี้</p>
<p style="padding-left: 40px;"><strong>1) กระทรวงมหาดไทย</strong></p>
<p style="padding-left: 40px;">&#8211; กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จัดเตรียมอุปกรณ์และเครื่องมือให้มีความพร้อมในการปฏิบัติงานเพื่อเผชิญเหตุ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ และอาสาสมัคร เช่น กรมป่าไม้ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช</p>
<p style="padding-left: 40px;">&#8211; กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น มอบหมายเทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบล สร้างความเข้าใจ และความตระหนัก ให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่น ยอมรับ และร่วมมือในการเฝ้าระวัง และดูแลรักษา ไม่ให้เกิดปัญหาไฟป่า และการเผาในที่โล่ง</p>
<p style="padding-left: 40px;">&#8211; จัดตั้งอาสาสมัครและครือข่ายป้องกัน และแก้ไขปัญหา/ดับไฟป่า ระดับชุมชนหรือหมู่บ้าน</p>
<p style="padding-left: 40px;"><strong>2) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</strong></p>
<p style="padding-left: 40px;">&#8211; กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกรมป่าไม้ อำนวยการ/กำกับการ และสนับสนุนให้หน่วยป่าไม้ในพื้นที่รับผิดชอบ ดูแลป้องกันไฟป่าให้มีประสิทธิภาพสูงที่สุดและประสานอย่างใกล้ชิดกับศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ระดับจังหวัด ใช้ระบบพยากรณ์ระดับชั้นอันตรายของไฟประเมินความเสี่ยงพื้นที่ ระดมสรรพกำลังลาดตระเวนเฝ้าระวังการเผาป่าโดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยง หากพบไฟไหม้ ให้เข้าพื้นที่ดับไฟอย่างรวดเร็ว ไม่ให้ลุกลามเป็นวงกว้าง บริหารจัดการเชื้อเพลิงแบบครบวงจร ทั้งการจัดทำแนวกันไฟในพื้นที่เสี่ยงไฟป่า ขยายผลโครงการ “ชิงเก็บ ลดเผา” ในช่วงที่มีสถานการณ์ไฟป่ารุนแรง ให้ออกประกาศตามอำนาจกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ห้ามมิให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดเข้าไปกระทำการใดๆ ในพื้นที่ป่า</p>
<p style="padding-left: 40px;">&#8211; กรมควบคุมมลพิษ ติดตาม ตรวจสอบ คาดการณ์ ประเมิน และวิเคราะห์สถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา และสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและ ภูมิสารสนเทศ (GISTDA) พร้อมสื่อสารไปยังประชาชนอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว ประสานกระทรวงการต่างประเทศ ขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดนตามกลไกอาเซียน ผลักดันให้ประเทศสมาชิกตั้งเป้าหมายร่วมกันในการลดจุดความร้อนและพื้นที่เผาไหม้ ติดตามและกำกับการดำเนินงานให้เป็นไปตามแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ และแผนเฉพาะกิจเพื่อแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง ปี พ.ศ.2566 และรายงานผลการปฏิบัติอย่างเคร่งครัดและต่อเนื่อง</p>
<p style="padding-left: 40px;">&#8211; ร่วมกับท้องถิ่น อาสาสมัครและเครือข่ายภาคประชาชน ประชาสัมพันธ์เฝ้าระวังไม่ให้เกิดการเผาป่า และร่วมดับไฟในกรณีเกิดไฟ</p>
<p style="padding-left: 40px;"><strong>3) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong></p>
<p style="padding-left: 40px;">&#8211; เฝ้าระวัง ป้องปราม ระงับ ยับยั้ง การเผาในพื้นที่เกษตรกรรม<br />
อย่างเคร่งครัด โดยประชาสัมพันธ์เชิงรุกสร้างการรับรู้ให้แก่เกษตรกร</p>
<p style="padding-left: 40px;">&#8211; สร้างเครือข่ายเกษตรกรงดการเผา และขยายเครือข่าย เพื่อปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตให้เป็นเกษตรปลอดการเผา</p>
<p style="padding-left: 40px;">&#8211; ส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากเศษวัสดุทางการเกษตร สร้างมูลค่า พัฒนาเศรษฐกิจชุมชนบนหลักการ Bio-Circular-Green Economy (BCG)</p>
<p style="padding-left: 40px;"><strong>4) กระทรวงคมนาคม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ</strong></p>
<p style="padding-left: 40px;">&#8211; กำกับดูแล เข้มงวดกวดขัน และบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังกับรถยนต์ และจักรยานยนต์ ที่ระบายสารมลพิษ หรือควันดำ</p>
<p style="padding-left: 40px;">&#8211; จัดระบบการจราจรให้คล่องตัวในช่วงสภาวะอากาศปิด และประสานเอกชนในการช่วยเหลือประชาชนในการตรวจสภาพรถยนต์และเปลี่ยนอะไหล่ราคาถูก</p>
<p style="padding-left: 40px;"><strong>5) กระทรวงอุตสาหกรรม</strong></p>
<p style="padding-left: 40px;">&#8211; ตรวจสอบ กำกับ ดูแลโรงงานอุตสาหกรรมอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม ไม่ให้ระบายสารพิษออกสู่บรรยากาศ</p>
<p style="padding-left: 40px;">&#8211; ขยายผล/เพิ่มประสิทธิภาพให้มีการลดการเผาอ้อย ให้บรรลุเป้าหมายและมาตรการที่ตั้งไว้</p>
<p style="padding-left: 40px;"><strong>6) กระทรวงสาธารณสุข</strong></p>
<p style="padding-left: 40px;">&#8211; ยกระดับการเฝ้าระวัง แจ้งเตือน โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพของประชาชน จัดเตรียมอุปกรณ์ทางการแพทย์ ยารักษาโรคให้มีความพร้อมในพื้นที่ จัดสถานที่รองรับ  พี่น้องประชาชน หากเกิดสถานการณ์ปัญหาจากฝุ่นละอองที่รุนแรง ให้เพียงพอและครอบคลุมทุกพื้นที่</p>
<p style="padding-left: 40px;">&#8211; ตรวจสุขภาพของเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครในพื้นที่เสี่ยงที่ปฏิบัติการในการดับไฟป่า เพื่อให้เกิดการรักษาก่อนการปฏิบัติงานและระวังตัวเองในการปฏิบัติงาน (ป้องกันการสูญเสีย)</p>
<p style="padding-left: 40px;"><strong>7) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม</strong></p>
<p style="padding-left: 40px;">&#8211; กรมอุตุนิยมวิทยา ติดตามและวิเคราะห์สภาวะอากาศและการสะสมของ ฝุ่นละอองล่วงหน้า เพื่อประสานหน่วยงาน ในการแก้ไขปัญหาและแจ้งเตือนพี่น้องประชาชน ให้เกิดความแม่นยำและต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดการเฝ้าระวัง และแก้ไขปัญหาได้ทันเวลา</p>
<p style="padding-left: 40px;">&#8211; GISTDA จัดทำและรายงานข้อมูลจุดความร้อนและพื้นที่ไฟไหม้ซ้ำซากให้ทันต่อสถานการณ์ และประเมินพื้นที่เสี่ยงเกิดไฟให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ใช้ประกอบการวางแผนดำเนินงานและยกระดับมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหา รวมทั้งเผยแพร่สู่สาธารณะผ่านช่องทางที่เข้าถึงได้ง่าย และให้บำรุงรักษา พัฒนาต่อยอดระบบบริหารการเผาในที่โล่ง (Burn Check) อย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการใช้งานของพี่น้องประชาชน</p>
<p style="padding-left: 40px;"><strong>8) กระทรวงกลาโหม</strong></p>
<p style="padding-left: 40px;">กองทัพภาคที่ 3 และจังหวัดทหารบก ให้การสนับสนุนกำลังพลเพื่อการสนับสนุนภารกิจของจังหวัด และร่วมปฏิบัติการกับหน่วยงานและอาสาสมัครโดยเฉพาะการดับไฟป่า</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/thaigov-wildfire/">ครม. มีมติรับทราบสรุปผลการประชุมมอบนโยบายเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองในพื้นที่ภาคเหนือ ปี พ.ศ. 2566</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/thaigov-wildfire/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
