<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>รายได้ | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Tue, 14 Nov 2023 03:41:13 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>รายได้ | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ผลการดำเนินงาน ปตท. และบริษัทย่อย 9 เดือนแรก ปี 66 ปรับตัวดีขึ้น รวมนำเงินส่งรัฐกว่า 4.8 หมื่นล้านบาท พร้อมสนับสนุนนโยบายลดค่าไฟช่วยเหลือภาคประชาชน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/ptt-performance-q1-q3-2566/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/ptt-performance-q1-q3-2566/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 14 Nov 2023 01:42:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[กำไร]]></category>
		<category><![CDATA[ปตท.]]></category>
		<category><![CDATA[ผลการดำเนินงาน]]></category>
		<category><![CDATA[รายได้]]></category>
		<category><![CDATA[เงินปันผล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=30950</guid>

					<description><![CDATA[<p>13 พฤศจิกายน 2566 – นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงผลการดำเนินงาน ปตท. และบริษัทย่อย ใน 9 เดือนแรกของปี 2566 มีรายได้ 2,337,438 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 79,259 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.3% จากช่วงเดียวกันของปี 2565 เนื่องจากขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์เพื่อป้องกันความเสี่ยงราคาสินค้าโภคภัณฑ์ลดลง และมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ptt-performance-q1-q3-2566/">ผลการดำเนินงาน ปตท. และบริษัทย่อย 9 เดือนแรก ปี 66 ปรับตัวดีขึ้น รวมนำเงินส่งรัฐกว่า 4.8 หมื่นล้านบาท พร้อมสนับสนุนนโยบายลดค่าไฟช่วยเหลือภาคประชาชน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>13 พฤศจิกายน 2566 – <strong><span style="color: #6cb742;">นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์</span> ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงผลการดำเนินงาน ปตท. และบริษัทย่อย ใน 9 เดือนแรกของปี 2566 มีรายได้ 2,337,438 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 79,259 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.3% จากช่วงเดียวกันของปี 2565 เนื่องจากขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์เพื่อป้องกันความเสี่ยงราคาสินค้าโภคภัณฑ์ลดลง และมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามราคาน้ำมันดิบมีการปรับตัวลดลงจากความกังวลด้านสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนที่เริ่มผ่อนคลาย รวมถึงความต้องการใช้น้ำมันที่ลดลงจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ทำให้กำไรจากการดำเนินงานก่อนค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย ต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้ (EBITDA) ของกลุ่ม ปตท. ปรับลดลง โดยหลักจากกลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น จากกำไรขั้นต้นจากการกลั่น (Market GRM) ที่ลดลงจากช่วงเดียวกันของปี 2565 และผลกำไรสต๊อกน้ำมันที่ลดลง ประกอบกับผลการดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมที่ปรับลดลงจากราคาขายเฉลี่ยที่ลดลง</strong></p>
<p><span id="more-30950"></span></p>
<p>โดยเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2566 คณะกรรมการ ปตท. มีมติอนุมัติการจ่ายปันผลระหว่างกาลส่งผลให้กระทรวงการคลังในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่และกองทุนวายุภักษ์จะได้รับเงินปันผลรวมประมาณ 14,000 ล้านบาท และเมื่อรวมกับภาษีเงินได้นิติบุคคลของ ปตท. และบริษัทในเครือ อีกประมาณ 34,000 ล้านบาท รวมกลุ่ม ปตท. นำส่งรายได้จากการดำเนินธุรกิจ 9 เดือนแรกของปี 2566 ให้กับรัฐ เพื่อใช้ในการพัฒนาประเทศด้านต่าง ๆ แล้วประมาณ 48,000 ล้านบาท โดยการจ่ายเงินปันผลจะพิจารณาให้เหมาะสมกับกำไร สถานะทางการเงิน สภาพคล่อง รวมถึงแผนการลงทุนในโครงการต่าง ๆ ที่สำคัญ เพื่อสร้างเสถียรภาพทางพลังงาน สนับสนุนประเทศไทยให้ก้าวหน้าอย่างมั่นคง ดังตลอดระยะเวลา 45 ปี ที่ผ่านมา พร้อมมุ่งจุดพลังชีวิต ขับเคลื่อนอนาคต สร้างการเติบโตทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ผ่านการพัฒนาธุรกิจพลังงานแห่งอนาคตและก้าวสู่ธุรกิจใหม่ที่ไกลกว่าพลังงาน</p>
<p>ทั้งนี้ ปตท. ขานรับนโยบายลดผลกระทบค่าไฟฟ้าให้แก่ประชาชน โดยที่ประชุมคณะกรรมการ ปตท. วันที่ 19 ตุลาคม 2566 มีมติเห็นชอบให้ ปตท. เรียกเก็บค่าเชื้อเพลิงตามค่าควบคุม และยืดระยะเวลาการชำระหนี้ให้กลุ่มภาคไฟฟ้าในช่วง 4 เดือนสุดท้ายของปี 2566 ตามมติ ครม. พร้อมให้ทยอยจ่ายคืนส่วนต่างในการกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับรอบถัดไปตามที่ กกพ. เห็นชอบ มีผลย้อนหลังตั้งแต่เดือนกันยายน 2566 โดยตั้งแต่ปี 2563 ถึงปัจจุบัน ปตท. สนับสนุนงบประมาณบรรเทาผลกระทบต้นทุนด้านพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นจากภาวะวิกฤตต่าง ๆ ให้กับประชาชนแล้ว กว่า 25,000 ล้านบาท โดยเมื่อช่วงต้นปีนี้ ปตท. ยังได้มีการจัดสรรก๊าซธรรมชาติเพิ่มเติมเพื่อใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้า ตลอดจนจัดหา LNG ในราคาที่เหมาะสม ช่วยลดต้นทุนเชื้อเพลิงการผลิตไฟฟ้าเทียบเท่า 6,000 ล้านบาท รวมถึงช่วยเหลือผู้ใช้พลังงานในภาคส่วนอื่น ๆ ทั้ง LPG NGV และสนับสนุนเงินเข้ากองทุนน้ำมัน เพื่อร่วมดูแลผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนอย่างสมดุล พร้อมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน และขยายการเติบโตทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน</p>
<hr />
<p>ที่มา: บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ptt-performance-q1-q3-2566/">ผลการดำเนินงาน ปตท. และบริษัทย่อย 9 เดือนแรก ปี 66 ปรับตัวดีขึ้น รวมนำเงินส่งรัฐกว่า 4.8 หมื่นล้านบาท พร้อมสนับสนุนนโยบายลดค่าไฟช่วยเหลือภาคประชาชน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/ptt-performance-q1-q3-2566/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“ราช กรุ๊ป” เผยผลประกอบการครึ่งปีแรก กำไรก่อนผลกระทบอัตราแลกเปลี่ยน 2,516.29 ล้านบาท เดินหน้าลงทุน 11,300 ล้านบาท  เพิ่มการผลิตอีก 537 เมกะวัตต์ในช่วงครึ่งปีหลัง</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a-%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b9%8a%e0%b8%9b-%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a-%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b9%8a%e0%b8%9b-%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 17 Aug 2020 06:14:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[RATCH]]></category>
		<category><![CDATA[RATCH Group]]></category>
		<category><![CDATA[กำไร]]></category>
		<category><![CDATA[กิจจา ศรีพัฑฒางกุระ]]></category>
		<category><![CDATA[ผลประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[ราช กรุ๊ป]]></category>
		<category><![CDATA[รายได้]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=13976</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH บริษัทชั้นนำด้านพลังงานและสาธารณูปโภคพื้นฐาน เผยผลประกอบการ 6 เดือนแรกขอ ปี พ.ศ. 2563 บริษัทฯ มีกำไรก่อนผลกระทบอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 2,516.29 ล้านบาท และกำไรส่วนของบริษัทฯ จำนวน 2,434.98 ล้านบาท ลดลง 34.1 % จากงวดเดียวกันของปีพ.ศ. 2562 จากปัจจัยอัตราแลกเปลี่ยน, สถานการณ์ COVID-19&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a-%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b9%8a%e0%b8%9b-%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3/">“ราช กรุ๊ป” เผยผลประกอบการครึ่งปีแรก กำไรก่อนผลกระทบอัตราแลกเปลี่ยน 2,516.29 ล้านบาท เดินหน้าลงทุน 11,300 ล้านบาท  เพิ่มการผลิตอีก 537 เมกะวัตต์ในช่วงครึ่งปีหลัง</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH บริษัทชั้นนำด้านพลังงานและสาธารณูปโภคพื้นฐาน เผยผลประกอบการ 6 เดือนแรกขอ ปี พ.ศ. 2563 บริษัทฯ มีกำไรก่อนผลกระทบอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 2,516.29 ล้านบาท และกำไรส่วนของบริษัทฯ จำนวน 2,434.98 ล้านบาท ลดลง 34.1 % จากงวดเดียวกันของปีพ.ศ. 2562 จากปัจจัยอัตราแลกเปลี่ยน, สถานการณ์ COVID-19 และการหยุดเดินเครื่องตามแผนการซ่อมบำรุงของโรงไฟฟ้าหงสา และโรงไฟฟ้าราชบุรี ส่งผลให้รายได้ลดลง สำหรับทิศทางของบริษัทฯในการดำเนินธุรกิจช่วงครึ่งปีหลังของปี พ.ศ. 2563 พร้อมเดินหน้าเพิ่มการผลิตอีก 537 เมกะวัตต์ เพื่อบรรลุเป้าหมาย 780 เมกะวัตต์ที่วางไว้ทั้งปี ด้วยเงินลงการลงทุน 11,300 ล้านบาท</strong><span id="more-13976"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>กิจจา ศรีพัฑฒางกุระ</strong></span> <strong>กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวถึงผลประกอบการ 6 เดือนแรกของปีพ.ศ. 2563 ว่า บริษัทฯ มีกำไรก่อนผลกระทบอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 2,516.29 ล้านบาท และกำไรส่วนของบริษัทฯ จำนวน 2,434.98 ล้านบาท ลดลง 34.1 % จากงวดเดียวกันของปีพ.ศ. 2562 จากปัจจัยอัตราแลกเปลี่ยน, สถานการณ์ COVID-19 และการหยุดเดินเครื่องตามแผนการซ่อมบำรุงของโรงไฟฟ้าหงสา และโรงไฟฟ้าราชบุรี ส่งผลให้รายได้ลดลง แต่ยังมั่นใจว่าผลการดำเนินของบริษัทฯจะเป็นไปตามเป้าการลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ที่วางเอาไว้ที่ 780 เมกะวัตต์ ซึ่งใน 6 เดือนแรกสามารถดำเนินโครงการไปได้แล้ว 243 เมกะวัตต์ ทั้งในประเทศ เช่น โรงไฟฟ้าเน็กส์ ซิฟ เอ็นเนอร์จี, โรงไฟฟ้า อาร์ อี เอน โคราช (IPS) และโรงไฟฟ้าราชโคเจนเนอเรชั่น ส่วนขยาย สำหรับในต่างประเทศนั้นมีการลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ที่ประเทศเวียดนาม ได้แก่ โรงไฟฟ้าพลังงานงานลม Thanh Phong ด้วยงบการลงทุนประมาณ 3,700 ล้านบาท ส่วนอีก 6 เดือนที่เหลือของปีพ.ศ. 2563 จะเร่งดำเนินการลงทุนอีก 537 เมกะวัตต์ ด้วยงบการลงทุนประมาณ 11,300 ล้านบาท</p>
<p>สำหรับทิศทางและเป้าหมายในการดำเนินธุรกิจในช่วง 6 เดอืนหลังของปี พ.ศ.2563 นั้น บริษัทฯ จะเร่งดำเนินธุรกิจที่มีอยู่ทั้งที่ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้วและอยู่ระหว่างการดำเนินการก่อสร้าง และอยู่ระหว่างการศึกษาโครงการต่างๆทั้งในและต่างประเทศเพื่อสร้างรายได้ให้บริษัทฯตามเป้าหมายที่วางเอาไว้ ทั้งนี้คาดว่าในช่วง 6 เดือนหลังของปีพ.ศ. 2563 นี้บริษัทฯ จะเริ่มรับรู้รายได้จาก 3 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการส่วนขยายของโรงไฟฟ้านวนคร กำลังการผลิต 60 เมกะวัตต์ และกำลังผลิตไอน้ำ 10 ตันต่อชั่วโมง ซึ่งจะจำหน่ายไฟฟ้าให้กับลูกค้าในเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมนวนคร ซึ่งปัจจุบันมีลูกค้าที่ได้เจรจาลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าแล้ว 9 ราย 2.โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมยานดิน กำลังการผลิต 214.2 เมกะวัตต์ ในออสเตรเลีย ซึ่งมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับบริษัท Alinta Sales Pty Ltd. และ3.โรงไฟฟ้าพลังความร้อน Thang Long ในเวียดนาม หลังจากที่บริษัทฯ ลงทุนในกองทุน An Binh Energy and Infrastructure Fund (ABEIF) นอกจากนี้ บริษัทฯ พร้อมที่จะเดินหน้าเจรจาการร่วมลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงหลักและพลังงานทดแทนต่างประเทศที่มีอยู่ในมือขณะนี้แล้ว โดยเฉพาะอินโดนีเซีย และเวียดนาม ซึ่งจะสามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้อีก 400 เมกะวัตต์ และบรรลุเป้าหมายในปีนี้ 537 เมกะวัตต์ได้ตามแผน, ส่วนธุรกิจระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน วางแผนที่จะสร้างฐานและขยายฐานลูกค้าเพื่อสร้างรายได้ของบริษัทร่วมทุนที่ดำเนินธุรกิจด้านโทรคมนาคมและเทคโนโลยีดิจิทัล ได้แก่ บริษัท สมาร์ท อินฟราเนท จำกัด และบริษัท ติงส์ ออน เน็ท จำกัด</p>
<p><strong>กิจจา</strong> กล่าวถึงสำหรับความคืบหน้าโรงไฟฟ้าหินกอง ขนาดกำลังผลิตรวม 1,400 เมกะวัตต์ว่า ขณะนี้ได้ผ่านการอนุมัติการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) จากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) แล้ว และอยู่ระหว่างเตรียมลงนามกับผู้รับเหมาก่อสร้าง คาดว่าจะจบได้ภายในไตรมาส4 ปีพ.ศ. 2563 และลงนามเงินกู้ได้ในปีพ.ศ. 2564 ซึ่งหากเป็นไปตามการคาดการณ์ดังกล่าวจะเริ่มก่อสร้างเฟสแรกได้ไตรมาส 2 ปีพ.ศ. 2564 และใช้เวลาก่อสร้าง 3 ปี เพื่อให้เสร็จตามกำหนดการหน่วยผลิตไฟฟ้าแรก 700 เมกะวัตต์ เดือนมีนาคม พ.ศ. 2567 และเฟสที่ 2 อีก 700 เมกะวัตต์ในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2568</p>
<p>“ในส่วนของการลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานรากนั้น บริษัทฯ ยังให้ความสนใจร่วมลงทุน แต่ต้องรอความชัดเจนของนายสุพัฒนพงษ์ พันธุ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานคนใหม่ว่าจะเดินหน้าโครงการดังกล่าวอย่างไร” <strong>กิจจา</strong> กล่าวทิ้งท้าย</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a-%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b9%8a%e0%b8%9b-%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3/">“ราช กรุ๊ป” เผยผลประกอบการครึ่งปีแรก กำไรก่อนผลกระทบอัตราแลกเปลี่ยน 2,516.29 ล้านบาท เดินหน้าลงทุน 11,300 ล้านบาท  เพิ่มการผลิตอีก 537 เมกะวัตต์ในช่วงครึ่งปีหลัง</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a-%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b9%8a%e0%b8%9b-%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ครึ่งปีแรกแดดดี ดันกำไร SPCG แตะ 1,584 ล้านบาท พร้อมประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.55 บาทต่อหุ้น</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%81-spcg/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%81-spcg/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Aug 2020 04:17:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[Solar roof]]></category>
		<category><![CDATA[SPCG]]></category>
		<category><![CDATA[กำไร]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา]]></category>
		<category><![CDATA[ผลประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา]]></category>
		<category><![CDATA[รายได้]]></category>
		<category><![CDATA[เอสพีซีจี]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการโซลาร์ฟาร์ม]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์รูฟ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=13922</guid>

					<description><![CDATA[<p>ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ “SPCG” เปิดเผยผลประกอบการงวด 6 เดือนหรือครึ่งปีแรก สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2563 บริษัทมีกำไรสุทธิกว่า 1,584.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 จากงวดเดียวกันของปีก่อน และรายได้รวมกว่า 2,629.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 1 จากงวดเดียวกันของปีก่อน ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%81-spcg/">ครึ่งปีแรกแดดดี ดันกำไร SPCG แตะ 1,584 ล้านบาท พร้อมประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.55 บาทต่อหุ้น</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ “SPCG” เปิดเผยผลประกอบการงวด 6 เดือนหรือครึ่งปีแรก สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2563 บริษัทมีกำไรสุทธิกว่า 1,584.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 จากงวดเดียวกันของปีก่อน และรายได้รวมกว่า 2,629.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 1 จากงวดเดียวกันของปีก่อน</strong><span id="more-13922"></span></p>
<p>ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากงวดผลดำเนินงาน วันที่ 1 มกราคม – 30 มิถุนายน 2563 ในอัตราหุ้นละ 0.55 บาท ทั้งนี้ บริษัทได้กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผลระหว่างกาล (Record Date) ในวันที่ 25 สิงหาคม 2563 และกำหนดจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในวันที่ 4 กันยายน 2563</p>
<p><strong>ดร.วันดี</strong> กล่าวว่าภาพรวมธุรกิจในครึ่งปีแรกนี้ บริษัทฯ เติบโตอย่างมีเสถียรภาพ โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากธุรกิจ ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ หรือ โซลาร์ฟาร์ม ทั้ง 36 โครงการ รวมกำลังการผลิตกว่า 260 เมกะวัตต์ โดยในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2563 มีจำนวนกระแสไฟฟ้าที่ผลิตและจำหน่ายได้จำนวน 200.3 ล้านหน่วย เพิ่มขึ้นจากปี 2562 (199.8 ล้านหน่วย) จำนวน 0.5 ล้านหน่วย หรือคิดเป็นร้อยละ 0.2 ในขณะที่บริษัท โซลาร์ เพาเวอร์ รูฟ จำกัด (SPR) ซึ่งดำเนินธุรกิจติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Roof) สำหรับบ้านพักอาศัย สำนักงาน อาคารธุรกิจขนาดเล็ก ธุรกิจขนาดกลางและธุรกิจขนาดใหญ่ รวมถึงโรงงานอุตสาหกรรม ในปี 2563 มีรายได้จำนวน 308.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2562 (262.6 ล้านบาท) จำนวน 46.3 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 18</p>
<figure id="attachment_13925" aria-describedby="caption-attachment-13925" style="width: 800px" class="wp-caption aligncenter"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="wp-image-13925 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/08/Wandee.jpg" alt="ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ" width="800" height="533" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/08/Wandee.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/08/Wandee-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/08/Wandee-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/08/Wandee-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/08/Wandee-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /><figcaption id="caption-attachment-13925" class="wp-caption-text">ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ</figcaption></figure>
<p>บริษัทฯ ยังคงมองหาโครงการใหม่ๆ เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องเพื่อขยายฐานธุรกิจ โดยได้ตั้งเป้าหมายในปี 2580 จะมีกำลังการผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้นเป็น 3,000 เมกะวัตต์ ซึ่งจะยังคงมุ่งเน้นไปที่ธุรกิจโซลาร์ฟาร์มเป็นหลัก ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่น สำหรับแนวโน้มผลประกอบการในปี 2563 บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้ทั้งปีไม่ต่ำกว่า 5,500 ล้านบาท</p>
<p>สำหรับความคืบหน้าของ<strong>โครงการโซลาร์ฟาร์ม Ukujima ประเทศญี่ปุ่น</strong> ขนาดกำลังการผลิตรวม 480 เมกะวัตต์ ซึ่งมีผู้ร่วมลงทุนได้แก่ Kyocera Corporation, Kyudenko Corporation, Tokyo Century Corporation, Furukawa Electric Company Limited, Tsuboi Corporation และผู้ถือหุ้นรายย่อยอื่นๆ งบการลงทุนทั้งหมด 178,758,689,000 เยน หรือ ประมาณ 53,379,489,639 บาท (อัตราแลกเปลี่ยนเท่ากับ 29.8612 บาทต่อ 100 เยน ณ วันที่ 10 สิงหาคม 2563) ซึ่งบริษัทฯ ถือหุ้นร้อยละ 17.92 เป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น 9,000,000,000 เยน ปัจจุบันบริษัทฯ ได้ชำระทุนไปแล้วจำนวน 2 ครั้ง เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2563 และวันที่ 18 พฤษภาคม 2563 เป็นจำนวนเงิน 2,289,680,925 เยน และ 1,924,187,000 เยน ตามลำดับ และมีแผนจะชำระทุนงวดที่ 3 จำนวน 64,828,000 เยน หรือประมาณ 19,358,418 บาท ภายในเดือนกันยายน 2563 นี้ ปัจจุบันโครงการดังกล่าวอยู่ระหว่างขั้นตอนการก่อสร้าง และคาดว่าจะสามารถรับรู้รายได้ในปี 2566 เป็นต้นไป</p>
<p><strong>ดร.วันดี</strong> กล่าวต่อถึงความคืบหน้าธุรกิจด้านการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (โซลาร์รูฟ) ว่าในปีนี้บริษัทมีเป้าหมายเพิ่มกำลังการผลิตติดตั้งเป็น 50 เมกะวัตต์ โดยจะเน้นการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าในภาคโรงงานอุตสาหกรรมเป็นหลัก ภายใต้รูปแบบ Private PPA จากปัจจุบันมีกำลังการผลิตติดตั้งอยู่ที่ 35 &#8211; 40 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นภายใต้ การดำเนินงานของบริษัท โซลาร์ เพาเวอร์ รูฟ จำกัด หรือ SPR ประมาณ 20 เมกะวัตต์ โดยเน้นกลุ่มบ้านที่อยู่อาศัยและอาคารพาณิชย์ และภายใต้บริษัท MSEK Power โดยเน้นกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันมีงานในมือรวม 15 &#8211; 20 เมกะวัตต์ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 400 &#8211; 500 ล้านบาท</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%81-spcg/">ครึ่งปีแรกแดดดี ดันกำไร SPCG แตะ 1,584 ล้านบาท พร้อมประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.55 บาทต่อหุ้น</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%81-spcg/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>BGRIM งบเด่น Q1/63 กำไรพุ่งโต 54% เงินสดล้นมือ 2.1 หมื่นล้านบาท</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/bgrim-q1-63-%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%87/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/bgrim-q1-63-%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%87/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 13 May 2020 04:20:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[BGRIM]]></category>
		<category><![CDATA[กำไรสุทธิ]]></category>
		<category><![CDATA[บี.กริม]]></category>
		<category><![CDATA[บี.กริม เพาเวอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ปรียนาถ สุนทรวาทะ]]></category>
		<category><![CDATA[ปี 2563]]></category>
		<category><![CDATA[ผลการดำเนินงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ผลประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[รายได้]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ไตรมาส 1]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=13304</guid>

					<description><![CDATA[<p>BGRIM เติบโตท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจ กำไรจากการดำเนินงานในไตรมาส 1/2563 เติบโต 54% จากขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง พร้อมการเข้าซื้อกิจการหนุน รวมไปถึงมีลูกค้าอุตสาหกรรมเข้ามาเพิ่มทุกไตรมาสต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาส 4/2563 ย้ำธุรกิจมีความแข็งแกร่ง มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาวกับภาครัฐ พร้อมจำนวนลูกค้าเติบโตขึ้น กระแสเงินสดแข็งแกร่งไม่มีห่วง มีเงินสดถึง 2.1 หมื่นล้านบาท เดินหน้าสร้างโรงไฟฟ้าตามแผน คงเป้าหมายขยายไฟฟ้า 5 พันเมกะวัตต์ เน้นการลงทุนอย่างมีคุณภาพหนุนการเติบโตระยะยาวอย่างยั่งยืน นางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บี.กริม เพาเวอร์ หรือ BGRIM ผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนชั้นนำของไทย&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/bgrim-q1-63-%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%87/">BGRIM งบเด่น Q1/63 กำไรพุ่งโต 54% เงินสดล้นมือ 2.1 หมื่นล้านบาท</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>BGRIM เติบโตท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจ กำไรจากการดำเนินงานในไตรมาส 1/2563 เติบโต 54% จากขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง พร้อมการเข้าซื้อกิจการหนุน รวมไปถึงมีลูกค้าอุตสาหกรรมเข้ามาเพิ่มทุกไตรมาสต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาส 4/2563 ย้ำธุรกิจมีความแข็งแกร่ง มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาวกับภาครัฐ พร้อมจำนวนลูกค้าเติบโตขึ้น กระแสเงินสดแข็งแกร่งไม่มีห่วง มีเงินสดถึง 2.1 หมื่นล้านบาท เดินหน้าสร้างโรงไฟฟ้าตามแผน คงเป้าหมายขยายไฟฟ้า 5 พันเมกะวัตต์ เน้นการลงทุนอย่างมีคุณภาพหนุนการเติบโตระยะยาวอย่างยั่งยืน</strong><span id="more-13304"></span></p>
<figure id="attachment_13306" aria-describedby="caption-attachment-13306" style="width: 400px" class="wp-caption alignright"><img decoding="async" class="wp-image-13306 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/05/Preeyanart.jpg" alt="ปรียนาถ สุนทรวาทะ" width="400" height="600" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/05/Preeyanart.jpg 400w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/05/Preeyanart-200x300.jpg 200w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/05/Preeyanart-150x225.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/05/Preeyanart-333x500.jpg 333w" sizes="(max-width: 400px) 100vw, 400px" /><figcaption id="caption-attachment-13306" class="wp-caption-text">ปรียนาถ สุนทรวาทะ</figcaption></figure>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นางปรียนาถ สุนทรวาทะ</strong></span> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บี.กริม เพาเวอร์</strong> หรือ <strong>BGRIM</strong> ผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนชั้นนำของไทย เปิดเผยว่า บริษัทประกาศผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2563 มีรายได้จากการขายและการให้บริการ เติบโต 9.4% ที่ 11,223 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่องถึง 944 เมกะวัตต์ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา จากสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ 4 โครงการ ในปีที่แล้ว และการเข้าซื้อโครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม 2 แห่งได้แก่ โครงการ SPP1 ในปี 2562 และล่าสุดโครงการโรงไฟฟ้าอ่างทองเพาเวอร์ ขนาด 123 เมกะวัตต์ ในเดือนมีนาคม 2563 โดยปริมาณการใช้ไฟฟ้าของลูกค้าอุตสาหกรรมยังคงมีความแข็งแกร่งในระดับใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ด้วยผลจากการมีสัดส่วนอุตสาหกรรมที่หลากหลาย มีกลุ่มลูกค้ามีการเติบโต ได้แก่ เช่น กลุ่มบรรจุภัณฑ์ โต 15.1% กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้น 13.2% จากลูกค้าใหม่ กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านเพิ่มขึ้น 8.0% กลุ่มยางรถยนต์เพิ่มขึ้น 3.2% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และมีการทยอยจ่ายไฟให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมใหม่ภายใต้สัญญาซื้อขายไฟใหม่รวม 26 เมกะวัตต์ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมาด้วย</p>
<p>ขณะที่อัตรากำไร EBITDA เพิ่มสู่ระดับสูงสุดที่ 29.2% จากการบริหารต้นทุนที่ดีขึ้น ผลจากทยอยปรับปรุงประสิทธิภาพเครื่องผลิตไฟฟ้ากังหันก๊าซเป็นโครงการที่ 3 ในช่วงต้นปีนี้ และการรับรู้ผลการดำเนินงานโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศเวียดนามที่ให้อัตรากำไร EBITDA ที่สูง</p>
<p>กำไรสุทธิจากการดำเนินงาน (ไม่รวมผลกำไร/ขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากมูลค่าทางบัญชีของเงินกู้สกุลต่างประเทศ) อยู่ที่ 1,158 ล้านบาท เป็นส่วนของผู้ถือหุ้นใหญ่ที่ 682 ล้านบาท เติบโตถึง 54.0% จากช่วงเดียวกันปีก่อน จากปัจจัยบวกดังที่กล่าวมา อย่างไรก็ดี เนื่องจากบริษัทกู้เงินสกุลต่างประเทศเพื่อป้องกันความเสี่ยงในส่วนของรายได้สกุลต่างประเทศ (natural hedge) โดยในช่วงไตรมาส 1/2563 เงินบาทอ่อนค่าลงเมื่อเปรียบเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ จึงเกิดรายการขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากอัตราแลกเปลี่ยน 886 ล้านบาท ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายทางบัญชีที่ไม่กระทบกระแสเงินสด เป็นสาเหตุหลักทำให้กำไรสุทธิจากอยู่ที่ 159 ล้านบาท และ 81 ล้านบาทในส่วนของผู้ถือหุ้นใหญ่</p>
<p>ด้านการรับมือกับวิกฤตโควิค-19 นั้น บริษัทมีฐานะการเงินแข็งแกร่งมีเงินสดในมือถึง 2.1 หมื่นล้านบาท มีการประเมินกระแสเงินสดอย่างละเอียดภายใต้สมมติฐานสถานการณ์ต่างๆ มั่นใจแข็งแกร่งต่อเนื่อง ไม่ส่งผลกระทบต่อการชำระหนี้ และแผนการลงทุน ขณะเดียวกันบริษัทยังได้รับวงเงินสำหรับเป็นเงินทุนหมุนเวียนเพิ่มเติม 4 พันล้านบาทรวมเป็น 9 พันล้านบาท พร้อมรับหากวิกฤตโควิค – 19 มีความยืดเยื้อ</p>
<p><strong>บี.กริม</strong> พร้อมยืนหยัดเคียงข้างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อข้ามผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน บริษัทจัดตั้งทีมงานผู้รับผิดชอบเพื่อติดตามปฎิบัติการตอบสนองนโยบายภาครัฐอย่างใกล้ชิด โดยให้ความช่วยเหลือทั้งทางการแพทย์และสังคมรวมไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท อีกทั้งมีมาตรการต่างๆเพื่อดูแลความปลอดภัยของพนักงาน ควบคู่ไปกับการรักษาระดับคุณภาพของบริการอย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีการปลดพนักงาน ด้านธุรกิจรายได้ส่วนใหญ่มาจากสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาวกับหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากสถานการณ์โควิค-19 สำหรับส่วนของลูกค้าอุตสาหกรรม ปริมาณการใช้ไฟฟ้าโดยรวมคงที่จากช่วงเดียวกันปีก่อน และยังมีลูกค้าใหม่ทยอยเข้ามาอีกในช่วงที่เหลือของปีรวม 30 เมกะวัตต์ตามสัญญาการซื้อขายไฟ นอกจากนี้มีการใช้แผนเชิงรุกในการลดต้นทุน คาดว่าจะสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้ 34 ล้านบาท จากการขยายอายุการใช้งานของชิ้นส่วนอุปกรณ์บางชนิด และการประหยัดต้นทุนค่าก๊าซธรรมชาติไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาทต่อปี จากการปรับปรุงประสิทธิภาพเครื่องผลิตไฟฟ้ากังหันก๊าซของโครงการต่างๆ ในช่วงปี 2562-2563</p>
<p>ขณะเดียวกันยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง อาทิ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ Ray Power ในประเทศกัมพูชาขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 39 เมกะวัตต์ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ติดตั้งบนทุ่นลอยน้ำหลักชัย กำลังการผลิตติดตั้ง 13 เมกะวัตต์ และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมบ่อวิน วินด์ฟาร์ม 1&amp;2 กำลังการผลิตติดตั้ง 16 เมกะวัตต์ มีกำหนดการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในช่วงไตรมาส 4/2563 ถึง ไตรมาส 1/2564 โดยบริษัทมุ่งเน้นวิเคราะห์การลงทุนและการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างรอบคอบ เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทจะเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ที่จะมีกำลังการผลิตไฟฟ้า 5 พันเมกะวัตต์ (จากโครงการที่เปิดดำเนินการแล้วและอยู่ระหว่างพัฒนา) ในปี 2565</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/bgrim-q1-63-%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%87/">BGRIM งบเด่น Q1/63 กำไรพุ่งโต 54% เงินสดล้นมือ 2.1 หมื่นล้านบาท</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/bgrim-q1-63-%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
