<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%b2%e0%b8%8b%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Tue, 12 May 2026 07:34:01 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.5</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>อัครา จับมือ 3 มหาวิทยาลัย ปลดล็อกศักยภาพ “หางแร่” ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน เพิ่มรายได้ชุมชน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/akara-resources-tailings/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 12 May 2026 07:26:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Report]]></category>
		<category><![CDATA[งานวิจัย]]></category>
		<category><![CDATA[จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[วัสดุก่อสร้างคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[หางแร่]]></category>
		<category><![CDATA[อัครา รีซอร์สเซส]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[เหมืองแร่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=44104</guid>

					<description><![CDATA[<p>“หางแร่” วัสดุที่ครั้งหนึ่งถูกมองว่าเป็นเพียงของเหลือทิ้ง กำลังถูกตีความใหม่ในฐานะ “ทรัพยากรแห่งอนาคต” ท่ามกลางกระแสการพัฒนาอย่างยั่งยืนและเศรษฐกิจหมุนเวียนที่ทั่วโลกให้ความสำคัญมากขึ้น โดยปัจจุบัน เหมืองแร่ทองคำชาตรีของ บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) มีหางแร่สะสมอยู่มากกว่า 20 ล้านตัน ซึ่งไม่เพียงเป็นผลผลิตคงเหลือจากกระบวนการสกัดทองคำและเงิน แต่ยังอาจกลายเป็นวัตถุดิบต้นน้ำสำหรับอุตสาหกรรมใหม่ในอนาคต ด้วยแนวคิด “เปลี่ยนของเหลือให้เป็นคุณค่า” บริษัทฯ จึงร่วมมือกับ 3 สถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศ ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี  (มจธ.) และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) &#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/akara-resources-tailings/">อัครา จับมือ 3 มหาวิทยาลัย ปลดล็อกศักยภาพ “หางแร่” ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน เพิ่มรายได้ชุมชน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>“หางแร่” </strong>วัสดุที่ครั้งหนึ่งถูกมองว่าเป็นเพียงของเหลือทิ้ง กำลังถูกตีความใหม่ในฐานะ “ทรัพยากรแห่งอนาคต” ท่ามกลางกระแสการพัฒนาอย่างยั่งยืนและเศรษฐกิจหมุนเวียนที่ทั่วโลกให้ความสำคัญมากขึ้น โดยปัจจุบัน เหมืองแร่ทองคำชาตรีของ <strong>บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) </strong>มีหางแร่สะสมอยู่มากกว่า 20 ล้านตัน ซึ่งไม่เพียงเป็นผลผลิตคงเหลือจากกระบวนการสกัดทองคำและเงิน แต่ยังอาจกลายเป็นวัตถุดิบต้นน้ำสำหรับอุตสาหกรรมใหม่ในอนาคต</p>
<p><span id="more-44104"></span></p>
<p>ด้วยแนวคิด “เปลี่ยนของเหลือให้เป็นคุณค่า” บริษัทฯ จึงร่วมมือกับ 3 สถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศ ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี  (มจธ.) และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.)  จัดเสวนาโต๊ะกลมในหัวข้อ <strong>“หางแร่: เสียงจาก 3 มหาวิทยาลัย  เพื่อสะท้</strong>อนแนวทางการทำงานของอัครา ที่สนับสนุนการทำงานวิจัยร่วมกับสถาบันการศึกษาอย่างต่อเนื่อง โดยเปิดพื้นที่เหมืองให้นักวิจัยเข้าถึงและเก็บตัวอย่างหางแร่ เพื่อนำไปศึกษาคุณสมบัติและพัฒนาเป็นนวัตกรรมที่สามารถใช้งานได้จริงในภาคก่อสร้าง พลังงาน และระดับชุมชน สู่การใช้ประโยชน์จริง” ที่มุ่งพลิก “หางแร่” ให้กลายเป็น “ทรัพยากรทางเลือก” สำหรับอุตสาหกรรมก่อสร้าง พลังงาน และวิสาหกิจชุมชน ตามมาตรฐานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (Environmental Health Impact Assessment: EHIA)</p>
<h3>เดินหน้างานวิจัย ต่อยอด “หางแร่” มุ่งสร้างนวัตกรรมเพื่อชุมชน</h3>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44106" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/akara-resources-tailings-02.jpg" alt="เชิดศักดิ์ อรรถอารุณ" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/akara-resources-tailings-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/akara-resources-tailings-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/akara-resources-tailings-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/akara-resources-tailings-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">เชิดศักดิ์ อรรถอารุณ</span> ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายความยั่งยืนขององค์กร บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด </strong><strong>(มหาชน</strong><strong>) </strong>กล่าวว่า เป้าหมายของเราคือการทำให้ทรัพยากรที่มีอยู่ถูกนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด การร่วมมือกับทั้ง 3 สถาบันการศึกษาในครั้งนี้ทำให้สิ่งที่เคยถูกมองข้าม อย่าง “หางแร่” ถูกนำมาศึกษาและต่อยอดเป็นทางเลือกใหม่ ทั้งในภาคก่อสร้างและภาคพลังงาน รวมถึงผลักดันให้นวัตกรรมเหล่านี้ถูกนำไปใช้จริงในระดับชุมชน เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ เพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับคนในพื้นที่ มุ่งลดความเหลื่อมล้ำและยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนอย่างยั่งยืน</p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ภูริวิทย์ สังข์ศิริ</span> หัวหน้าฝ่ายวิทยาศาสตร์และสุขภาพ บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด </strong><strong>(มหาชน</strong><strong>)</strong> กล่าวว่า ข้อมูลเชิงลึกจากงานวิจัยช่วยให้เราเข้าใจข้อกำหนดด้านเทคนิคและสัดส่วนที่เหมาะสมในการนำหางแร่ไปใช้ประโยชน์ ซึ่งถือเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เรามั่นใจว่า สามารถพัฒนาให้เป็นนวัตกรรมใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและตั้งอยู่บนมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด เพื่อสร้างประโยชน์ที่จับต้องได้จริงทั้งในระดับอุตสาหกรรมและชุมชน</p>
<p>“สิ่งที่เรากำลังพูดถึงวันนี้ ไม่ใช่การกำจัดของเสีย แต่คือการสร้างวงจรทรัพยากรใหม่ เพื่อนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้อย่างปลอดภัยและมั่นใจ การผลักดันนวัตกรรมเหล่านี้ให้เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่หน้าที่ของภาควิชาการหรือภาคเอกชนเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วนในการบูรณาการร่วมกัน เพื่อให้การนำทรัพยากรกลับมาใช้เกิดประโยชน์สูงสุดและได้รับความเชื่อมั่นจากสังคม” <strong>ภูริวิทย์ </strong>กล่าว</p>
<h3>3 โมเดลนวัตกรรม พลิกโฉมหางแร่ ให้เป็นโอกาสใหม่ของอุตสาหกรรม</h3>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44107" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/akara-resources-tailings-03.jpg" alt="ผศ.ดร. ธิดารัตน์ บุญศรี" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/akara-resources-tailings-03.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/akara-resources-tailings-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/akara-resources-tailings-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/akara-resources-tailings-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ผศ</strong><strong>.ดร</strong></span><strong><span style="color: #6cb742;">. ธิดารัตน์ บุญศรี</span> หัวหน้ากลุ่มวิจัยวัสดุชีวภาพอัจฉริยะและเทคโนโลยี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี</strong> <strong>(มจธ</strong><strong>.) </strong>กล่าวว่า นวัตกรรม “ไบโอซีเมนต์” เกิดจากการนำหางแร่ ผสานกับเปลือกไข่และจุลินทรีย์จากกากน้ำปลา จนกลายเป็นวัสดุก่อสร้างพลังงานต่ำที่ไม่ต้องผ่านกระบวนการเผาแบบซีเมนต์ทั่วไป มีคุณสมบัติทนดินเค็มและซ่อมแซมรอยแตกร้าวได้เอง โดยปัจจุบันได้รับการจดสิทธิบัตรและถูกนำไปใช้งานจริงในรูปแบบ “แผ่นหน่วงน้ำเค็ม” เพื่อฟื้นฟูพื้นที่เกษตรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  โดยใช้พื้นที่ทดลองในทุ่งกุลาร้องไห้ จังหวัดนครราชสีมา พบว่า หลังใช้นวัตกรรมดังกล่าวสามารถเพิ่มผลผลิตข้าวได้ถึง 53% ในปีแรก พร้อมช่วยเพิ่มสาร GABA ในข้าวกว่า 300 เท่า และลดค่าดัชนีน้ำตาลลงประมาณ 30% ขณะเดียวกันดินยังค่อย ๆ ฟื้นตัว มีอินทรีย์วัตถุเพิ่มขึ้น ระบบนิเวศกลับมาอุดมสมบูรณ์ จนสามารถทำนาปรังได้ในพื้นที่ดินเค็มเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี สะท้อนศักยภาพของนวัตกรรมที่ช่วยแก้ปัญหาทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และเศรษฐกิจชุมชนไปพร้อมกัน</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44108" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/akara-resources-tailings-04.jpg" alt="ดร.พีท หอมชื่น" width="751" height="563" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/akara-resources-tailings-04.jpg 751w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/akara-resources-tailings-04-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/akara-resources-tailings-04-150x112.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/akara-resources-tailings-04-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 751px) 100vw, 751px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ดร</strong></span><strong><span style="color: #6cb742;">.พีท หอมชื่น</span> อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</strong> กล่าวว่า หางแร่ที่ผ่านการบดละเอียดจากกระบวนการผลิตมีขนาดอนุภาคที่เหมาะสมต่อการใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมก่อสร้าง ทีมวิจัยจึงพัฒนาเป็น “วัสดุก่อสร้างคาร์บอนต่ำ” ในรูปแบบอิฐบล็อกและอิฐช่องลม โดยมีสัดส่วนหางแร่ประมาณ 25–75% ซึ่งนอกจากจะมีความแข็งแรงและทนทานแล้ว ยังมีคุณสมบัติและขนาดอนุภาคที่พร้อมใช้งาน ทำให้สามารถนำมาใช้เป็นวัตถุดิบได้โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการเตรียมเพิ่มเติม ช่วยลดต้นทุนและการใช้พลังงานในบางขั้นตอนการผลิตได้อย่างมีนัยสำคัญ</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44109" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/akara-resources-tailings-05.jpg" alt="วัสดุก่อสร้างคาร์บอนต่ำ" width="750" height="543" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/akara-resources-tailings-05.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/akara-resources-tailings-05-300x217.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/akara-resources-tailings-05-150x109.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/akara-resources-tailings-05-500x362.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>นอกจากนี้ วัสดุดังกล่าวยังช่วยลดอุณหภูมิภายในอาคารได้ประมาณ 1–2 องศาเซลเซียสเมื่อเทียบกับอิฐทั่วไปในท้องตลาด และสามารถลดคาร์บอนฟุตพรินท์ได้ราว 5–10% สอดรับเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและ Net Zero ได้อย่างเป็นรูปธรรม ปัจจุบันโครงการอยู่ระหว่างการขยายผลจากระดับห้องปฏิบัติการสู่โรงงานต้นแบบ (Pilot Scale) เพื่อประเมินการใช้งานจริง และเตรียมถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ชุมชนในระยะต่อไป มุ่งสร้างรายได้และเสริมศักยภาพการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44110" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/akara-resources-tailings-06.jpg" alt="ผศ.ดร.บุญณรงค์ อาศัยไร่" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/akara-resources-tailings-06.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/akara-resources-tailings-06-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/akara-resources-tailings-06-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/akara-resources-tailings-06-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ผศ</strong><strong>.ดร</strong></span><strong><span style="color: #6cb742;">.บุญณรงค์ อาศัยไร่</span> อาจารย์สาขาวิชาเทคโนโลยีธรณี สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี</strong>  (มทส.) กล่าวว่า สำหรับความเป็นไปได้ในการนำหางแร่ไปใช้เป็น “สารเติมแต่งในซีเมนต์พิเศษ” สำหรับอุตสาหกรรมสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ซึ่งต้องการวัสดุที่ทนทานต่อแรงดันสูงและสามารถป้องกันการรั่วไหลได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว จากผลการวิจัยพบว่า การใช้หางแร่ในสัดส่วน 30% สามารถเพิ่มความสามารถในการรับแรงอัดของซีเมนต์ได้มากกว่า 2 เท่าเมื่อเทียบกับวัสดุอ้างอิงที่ใช้ซิลิกาในสัดส่วนเดียวกัน อีกทั้งยังมีค่าความพรุนและการซึมผ่านต่ำ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันการรั่วซึมของของเหลวและก๊าซระหว่างชั้นวัสดุ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญด้านความปลอดภัยในงานวิศวกรรมปิโตรเลียม ตอกย้ำศักยภาพของหางแร่ในการก้าวสู่การเป็นวัสดุสำหรับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงที่ต้องการมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษาต่อยอดสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์</p>
<h3>เดินหน้าต่อยอดงานวิจัย สู่การใช้งานจริงเชิงพาณิชย์</h3>
<p>ทั้งนี้ อัครายังคงเดินหน้าความร่วมมือกับทั้ง 3 สถาบันการศึกษาอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งยกระดับงานวิจัยจากต้นแบบสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ ควบคู่ไปกับการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐเพื่อผลักดันให้วัสดุผ่านการรับรองและเป็นที่ยอมรับในระดับอุตสาหกรรม พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ชุมชน เพื่อให้การใช้ทรัพยากรเกิดประโยชน์สูงสุดทั้งในเชิงเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โครงการนำร่องเหล่านี้จึงเป็นกรณีศึกษาสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่าการต่อยอดทรัพยากรที่มีอยู่เดิมบนพื้นฐานของข้อมูลวิทยาศาสตร์ สามารถพัฒนาไปสู่การใช้งานจริงและสร้างคุณค่าได้อย่างยั่งยืน</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/akara-resources-tailings/">อัครา จับมือ 3 มหาวิทยาลัย ปลดล็อกศักยภาพ “หางแร่” ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน เพิ่มรายได้ชุมชน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ธ.ก.ส. จับมือ GIZ จัดงาน “ปลูกข้าววิถีใหม่ มีทุนให้จาก ธ.ก.ส.” เติมทุนเกษตรกรปรับแนวทางปลูกข้าวลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/baac-x-giz-thai-rice-gcf/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 29 Jan 2026 10:00:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[GIZ]]></category>
		<category><![CDATA[Thai Rice GCF]]></category>
		<category><![CDATA[ธ.ก.ส.]]></category>
		<category><![CDATA[ปลูกข้าว]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[เงินอุดหนุนและสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=43084</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธ.ก.ส. ร่วม GIZ เปิดตัวเงินอุดหนุนและสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ภายใต้โครงการ Thai Rice GCF วงเงินกว่า 5,300 ล้านบาท สนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวไทย 40,000 ราย เพื่อปรับเปลี่ยนวิถีการปลูกข้าวที่เท่าทันต่อสภาพภูมิอากาศ ลดปัญหาโลกร้อน วันนี้ (29 มกราคม 2569) รองผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. ร่วมกับองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (Deutsche Gesellschaft für Internationale&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/baac-x-giz-thai-rice-gcf/">ธ.ก.ส. จับมือ GIZ จัดงาน “ปลูกข้าววิถีใหม่ มีทุนให้จาก ธ.ก.ส.” เติมทุนเกษตรกรปรับแนวทางปลูกข้าวลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ธ.ก.ส. ร่วม </strong><strong>GIZ เปิดตัวเงินอุดหนุนและสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ภายใต้โครงการ Thai Rice GCF วงเงินกว่า 5,300 ล้านบาท สนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวไทย 40,000 ราย เพื่อปรับเปลี่ยนวิถีการปลูกข้าวที่เท่าทันต่อสภาพภูมิอากาศ ลดปัญหาโลกร้อน</strong></p>
<p><span id="more-43084"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43087" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/baac-x-giz-thai-rice-gcf-02.jpg" alt="โครงการ Thai Rice GCF" width="800" height="533" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/baac-x-giz-thai-rice-gcf-02.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/baac-x-giz-thai-rice-gcf-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/baac-x-giz-thai-rice-gcf-02-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/baac-x-giz-thai-rice-gcf-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/baac-x-giz-thai-rice-gcf-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p><strong>วันนี้ (29 มกราคม 2569) รองผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. ร่วมกับองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน </strong><strong>(Deutsche Gesellschaft für Internationale Zusammenarbeit GmbH : GIZ)</strong> จัดงาน <strong>“ปลูกข้าววิถีใหม่ มีทุนให้จาก ธ.ก.ส. ภายใต้โครงการ </strong><strong>Thai Rice GCF”</strong> เปิดตัวรูปแบบเงินอุดหนุน และสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ภายใต้โครงการเพิ่มศักยภาพการปลูกข้าวที่เท่าทันต่อภูมิอากาศ (Thai Rice: Strengthening Climate-Smart Rice Farming Project) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์การปลูกข้าวของเกษตรกรให้เข้าสู่วิถีการปลูกข้าวที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมีความเท่าทันต่อสภาพภูมิอากาศ ด้วยการนำเทคโนโลยีที่เท่าทันต่อภูมิอากาศ (Climate Smart Technology: CST) มาปรับใช้ เพื่อสร้างความสามารถในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของเกษตรกรรายย่อย ภายใต้งบประมาณสนับสนุนจากกองทุนภูมิอากาศสีเขียว (Green Climate Fund: GCF) กระทรวงเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMZ) และภาคเอกชน พร้อมทั้งได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน อาทิ กรมการข้าว กรมส่งเสริมการเกษตร องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) และหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐ และเอกชน โดยมีพื้นที่เป้าหมาย 21 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ นครราชสีมา บุรีรัมย์ อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด สุรินทร์ ศรีสะเกษ กาฬสินธุ์ ชัยนาท อ่างทอง ปทุมธานี สิงห์บุรี อยุธยา สุพรรณบุรี อุทัยธานี นครสวรรค์ กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร และลพบุรี มีระยะเวลาดำเนินโครงการ 5 ปี (พ.ศ. 2566-2571) ทั้งนี้ มีผู้แทนจากกระทวงเกษตรและสหกรณ์ กรมการข้าว กรมส่งเสริมการเกษตร หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เข้าร่วมงาน ณ ห้องประชุมจำเนียรสาร ชั้น 24 เกษตรธนากร ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43088" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/baac-x-giz-thai-rice-gcf-03.jpg" alt="โครงการ Thai Rice GCF" width="800" height="533" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/baac-x-giz-thai-rice-gcf-03.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/baac-x-giz-thai-rice-gcf-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/baac-x-giz-thai-rice-gcf-03-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/baac-x-giz-thai-rice-gcf-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/baac-x-giz-thai-rice-gcf-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43089" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/baac-x-giz-thai-rice-gcf-04.jpg" alt="ไพศาล หงษ์ทอง" width="800" height="533" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/baac-x-giz-thai-rice-gcf-04.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/baac-x-giz-thai-rice-gcf-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/baac-x-giz-thai-rice-gcf-04-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/baac-x-giz-thai-rice-gcf-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/baac-x-giz-thai-rice-gcf-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p><strong><span style="color: #1b2f9f;">นายไพศาล หงษ์ทอง</span> รองผู้จัดการ ธ.ก.ส.กล่าวว่า </strong>วิธีการปลูกข้าวของเกษตรกรในปัจจุบันต้องใช้น้ำปริมาณมาก และขังน้ำในนาข้าวตลอดเวลา ก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซมีเทน ซึ่งเป็นหนึ่งในก๊าซเรือนกระจก โดยประเทศไทยเป็นหนึ่งใน 16 ประเทศที่ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มประเทศที่มีความเปราะบางต่อผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอีก 30 ปีข้างหน้า ซึ่งจะส่งผลให้ประสิทธิภาพในการผลิตข้าวของเกษตรกรลดลง นำไปสู่การสูญเสียรายได้ และส่งผล กระทบต่อการดำรงชีพของเกษตรกรและความมั่นคงด้านอาหารของโลก</p>
<p>ด้วยเหตุนี้ ธ.ก.ส. จึงให้ความสำคัญต่อการปรับเปลี่ยนการปลูกข้าววิถีใหม่ ซึ่งคาดว่า จะสามารถเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร เพิ่มรายได้ พัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกร และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนผ่านสู่การทำนาข้าวที่เท่าทันต่อสภาพภูมิอากาศนั้น เกษตรกรและผู้ให้บริการจำเป็นต้องตระหนัก และเข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นและเป็นภัยคุกคาม และพร้อมในการปรับเปลี่ยนและป้องกันผลกระทบ โดยคัดเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับพื้นที่ของตน รวมถึงสามารถวางแผนการลงทุนและบันทึกการดำเนินการได้อย่างเป็นระบบ ซึ่ง <strong>“มาตรการสนับสนุนทางด้านการเงิน (Climate Smart Package)” </strong>จะเป็นแรงจูงใจที่สำคัญให้เกษตรกรยอมรับ และนำไปปฏิบัติใช้ เพื่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนสู่การทำนาที่เท่าทันต่อสภาพภูมิอากาศ ประกอบด้วย 2 มาตรการหลัก ได้แก่</p>
<ol>
<li><strong> เงินอุดหนุนเพื่อการเปลี่ยนแปลงการปลูกข้าวที่เท่าทันต่อภูมิอากาศ</strong><strong> (CSI)</strong> เป็นเงินทุนภายใต้โครงการ Thai Rice GCF จำนวนประมาณ 300 ล้านบาท (7.6 ล้านยูโร) ซึ่งจะนำไปใช้เป็นเงินอุดหนุนบางส่วนเพื่อให้เกษตรกรประมาณ 40,000 ราย ทดลองปรับเปลี่ยนการทำนาของตนไปสู่วิถีการปลูกข้าวที่เท่าทันต่อภูมิอากาศ โดยเกษตรกรสามารถเลือกรูปแบบการรับเงินอุดหนุนได้ 3 แพ็กเกจ ได้แก่ แพ็กเกจ S 500 บาท/ต่อไร่ แพ็กเกจ M 1,000 บาท/ต่อไร่ และแพ็กเกจ L 1,600 บาท/ต่อไร่ โดยแต่ละครัวเรือนจะได้รับเงินอุดหนุนไม่เกิน 10 ไร่ต่อครัวเรือน</li>
<li><strong> สินเชื่อเพื่อการปรับเปลี่ยนสู่การเกษตรที่เท่าทันต่อภูมิอากาศ (</strong><strong>Climate Smart Loan: CSL) ได้แก่ สินเชื่อ Climate Smart Loan (CSL)</strong> วงเงิน 5,000 ล้านบาท สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษสำหรับเกษตรกรที่ได้ผ่านการอบรมหลักสูตรการปลูกข้าวด้วยเทคโนโลยีที่เท่าทันต่อสภาพภูมิอากาศ (Basic CST) จากกรมการข้าวและกรมส่งเสริมการเกษตร และ หลักสูตรต่อยอดด้านการลงทุนและการเงิน (Climate Smart Finance: CS-Fin) จาก ธ.ก.ส. ภายใต้โครงการ Thai Rice GCF เพื่อให้เกษตรกรผู้มีศักยภาพเข้าถึงแหล่งเงินต้นทุนต่ำเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายหมุนเวียนและ/หรือค่าลงทุนในเทคโนโลยีที่เท่าทันต่อภูมิอากาศ 10 เทคโนโลยีที่โครงการได้ให้การส่งเสริม <strong>และสินเชื่อภายใต้ </strong><strong>BCG Model </strong>สำหรับเกษตรกรที่ได้ผ่านการอบรมหลักสูตร Basic CST และมีความต้องการที่จะใช้เทคโนโลยีที่เท่าทันต่อภูมิอากาศ เพื่อปรับเปลี่ยนกระบวนการทำนา</li>
</ol>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43090" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/baac-x-giz-thai-rice-gcf-05.jpg" alt="โครงการ Thai Rice GCF" width="800" height="533" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/baac-x-giz-thai-rice-gcf-05.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/baac-x-giz-thai-rice-gcf-05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/baac-x-giz-thai-rice-gcf-05-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/baac-x-giz-thai-rice-gcf-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/baac-x-giz-thai-rice-gcf-05-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p>โดยเกษตรกรที่สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ Thai Rice GCF สามารถติดต่อได้ที่ สำนักงานเกษตรอำเภอ, สำนักงานเกษตรจังหวัด, ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว, ศูนย์วิจัยข้าว และสถาบันวิทยาศาสตร์ข้าวแห่งชาติ และเมื่อผ่านการอบรมทั้ง 2 หลักสูตรแล้ว จึงจะสามารถสมัครขอรับเงินอุดหนุน CSI ผ่านเจ้าหน้า ธ.ก.ส. ผู้จัดอบรม หรือ ธ.ก.ส. สาขาที่ขึ้นทะเบียนเป็นลูกค้า สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธ.ก.ส. สาขาใน 21 จังหวัดที่ร่วมโครงการ และสำนักกิจการระหว่างประเทศ 02 558 6555 ต่อ 8957, 8958</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/baac-x-giz-thai-rice-gcf/">ธ.ก.ส. จับมือ GIZ จัดงาน “ปลูกข้าววิถีใหม่ มีทุนให้จาก ธ.ก.ส.” เติมทุนเกษตรกรปรับแนวทางปลูกข้าวลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ครม. เห็นชอบ 2 เรื่องเร่งด่วน เชื่อมโยงไฟฟ้า 4 ประเทศอาเซียน จับมือพันธมิตรลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/asean-power-grid/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 15 Oct 2025 03:28:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[ซื้อขายไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[โครงข่ายสายส่งไฟฟ้าอาเซียน]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=41432</guid>

					<description><![CDATA[<p>คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างถ้อยแถลงร่วมสำหรับโครงการบูรณาการด้านไฟฟ้าระหว่าง สปป.ลาว ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ฉบับที่ 6 และแถลงการณ์ร่วมสำหรับการประชุมระดับรัฐมนตรีกลุ่มพันธมิตรเอเชียเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (เอเซค) ครั้งที่ 3 ตามที่ “พลังงาน” เสนอ เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2568 นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ถ้อยแถลงร่วมสำหรับโครงการบูรณาการด้านไฟฟ้าระหว่าง สปป.ลาว ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ฉบับที่ 6 เป็นการแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันของรัฐมนตรีพลังงานทั้ง&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/asean-power-grid/">ครม. เห็นชอบ 2 เรื่องเร่งด่วน เชื่อมโยงไฟฟ้า 4 ประเทศอาเซียน จับมือพันธมิตรลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างถ้อยแถลงร่วมสำหรับโครงการบูรณาการ</strong><strong>ด้านไฟฟ้าระหว่าง สปป.ลาว ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ฉบับที่ </strong><strong>6 และแถลงการณ์ร่วมสำหรับการประชุมระดับรัฐมนตรีกลุ่มพันธมิตรเอเชียเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (เอเซค) ครั้งที่ 3 ตามที่ “พลังงาน” เสนอ</strong><span id="more-41432"></span></p>
<p><strong>เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2568 <span style="color: #6cb742;">นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์</span> รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ถ้อยแถลงร่วมสำหรับโครงการบูรณาการด้านไฟฟ้าระหว่าง สปป.ลาว ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ฉบับที่ 6</strong> เป็นการแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันของรัฐมนตรีพลังงานทั้ง 4 ประเทศ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาการซื้อขายไฟฟ้าข้ามพรมแดนแบบพหุภาคีในภูมิภาคอาเซียน ถือเป็นรากฐานสำคัญของการเชื่อมโยงโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Power Grid: APG) สร้างความยืดหยุ่นของระบบโครงข่ายไฟฟ้า ช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านทางพลังงานของอาเซียนผ่านการลงทุนและส่งเสริมศักยภาพพลังงานหมุนเวียน โครงการระยะแรก สปป.ลาว ได้ขายไฟฟ้าไปยังสิงคโปร์ ผ่านสายส่งของไทยและมาเลเซีย ปริมาณสูงสุดที่ 100 เมกะวัตต์ และในระยะที่ 2 มาเลเซียจะขายไฟฟ้าเพิ่มเติมให้กับสิงคโปร์ ซึ่งจะเพิ่มปริมาณการซื้อขายไฟฟ้าเป็น 200 เมกะวัตต์ โครงการนี้เป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยในการสร้างรายได้จากค่าธรรมเนียมการผ่านสายส่งไฟฟ้า (Wheeling Charge) และเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานไฟฟ้าในระยะยาว ทั้งนี้ การรับรองร่างถ้อยแถลงร่วมฯ มีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 16 ตุลาคม 2568 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ สหพันธรัฐมาเลเซีย ในระหว่างการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านพลังงาน ครั้งที่ 43</p>
<p>ในส่วน<strong>ร่างแถลงการณ์ร่วมสำหรับการประชุมระดับรัฐมนตรีกลุ่มพันธมิตรเอเชียเพื่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ </strong>(Asia Zero Emission Community : AZEC) <strong>หรือ เอเซค ครั้งที่ </strong><strong>3</strong> เป็นการยืนยันความมุ่งมั่นร่วมกันของประเทศพันธมิตร 11 ประเทศ (ออสเตรเลีย บรูไน กัมพูชา  อินโดนีเซีย สปป. ลาว มาเลเซีย เมียนมา ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม) ในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศเพื่อบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายใต้แนวคิด <strong>“เป้าหมายเดียว หลากหลายแนวทาง”</strong> โดยมุ่งเน้นการหารือเพื่อแสวงหาแนวทางการลดก๊าซเรือนกระจกในภาคส่วนที่ลดได้ยาก ผ่านการพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานสะอาด รวมถึงสนับสนุนการพัฒนาตลาดคาร์บอนและการติดตามการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่อุปทาน และเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยในการเข้าถึงนวัตกรรมด้านการเงินสีเขียวและกลไกความช่วยเหลือด้านการเงินและความเชี่ยวชาญจากประเทศญี่ปุ่นและประเทศพันธมิตรเอเซค</p>
<p><strong>“ทั้ง 2 กิจกรรมที่จะเกิดขึ้นนี้ แสดงให้เห็นว่า ประเทศไทย โดยกระทรวงพลังงาน ให้ความสำคัญทั้งด้านความมั่นคงทางพลังงาน การสร้างรายได้ให้กับประเทศ รวมทั้งการใส่ใจสิ่งแวดล้อมผ่านเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ นับว่าเป็นเรื่องที่ดีที่นานาประเทศในภูมิภาคให้ความสำคัญและมีเป้าหมายที่จะดำเนินการร่วมกัน ซึ่งผลประโยชน์ที่เกิดขึ้น นอกจากประเทศไทยจะได้รับนวัตกรรมและรายได้จากทั้ง 2 กิจกรรมแล้ว ยังเป็นการสร้างพันธมิตรอันดีระหว่างประเทศในภูมิภาคอีกด้วย” นายอรรถพล กล่าว</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/asean-power-grid/">ครม. เห็นชอบ 2 เรื่องเร่งด่วน เชื่อมโยงไฟฟ้า 4 ประเทศอาเซียน จับมือพันธมิตรลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แอปสัน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยกระดับธุรกิจสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน ชูความโปร่งใสในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/epson-fy2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 10 Oct 2025 04:17:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[ลดของเสีย]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[แอปสัน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=41365</guid>

					<description><![CDATA[<p>เอปสัน ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีการพิมพ์และโปรเจคเตอร์เปิดเผยรายงานความยั่งยืนประจำปีงบประมาณ 2567 (FY2024) ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEA) ซึ่งเผยให้เห็นความ ก้าวหน้าในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน การเพิ่มความโปร่งใสในการรายงานข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการขยายโครงการที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมทั่วภูมิภาค ทั้งหมดนี้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ระดับโลก Environmental Vision 2050 ของเอปสัน ที่มุ่งสู่การปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นลบ และเลิกพึ่งพาทรัพยากรใต้ดิน เอปสันเริ่มเก็บข้อมูลการปล่อยคาร์บอนจากทั่วภูมิภาคตั้งแต่ปีงบประมาณ 2566 และรายงานฉบับล่าสุดได้สรุปความก้าวหน้าใน 4 ด้านหลัก ได้แก่ การบรรลุความยั่งยืนผ่านเศรษฐกิจหมุนเวียน (Achieve Sustainability in a Circular Economy)&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/epson-fy2024/">แอปสัน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยกระดับธุรกิจสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน ชูความโปร่งใสในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เอปสัน ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีการพิมพ์และโปรเจคเตอร์เปิดเผยรายงานความยั่งยืนประจำปีงบประมาณ 2567 (FY2024) ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEA) ซึ่งเผยให้เห็นความ ก้าวหน้าในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน การเพิ่มความโปร่งใสในการรายงานข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการขยายโครงการที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมทั่วภูมิภาค ทั้งหมดนี้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ระดับโลก Environmental Vision 2050 ของเอปสัน ที่มุ่งสู่การปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นลบ และเลิกพึ่งพาทรัพยากรใต้ดิน</strong></p>
<p><span id="more-41365"></span></p>
<p>เอปสันเริ่มเก็บข้อมูลการปล่อยคาร์บอนจากทั่วภูมิภาคตั้งแต่ปีงบประมาณ 2566 และรายงานฉบับล่าสุดได้สรุปความก้าวหน้าใน 4 ด้านหลัก ได้แก่ การบรรลุความยั่งยืนผ่านเศรษฐกิจหมุนเวียน (Achieve Sustainability in a Circular Economy) การผลักดันอุตสาหกรรมสู่ขอบเขตใหม่ (Advance the Frontiers of Industry) การยกระดับคุณภาพชีวิต (Improve Quality of Life) และการขับเคลื่อนความรับผิดชอบต่อสังคม (Fulfil Social Responsibility) ทั้งสี่ด้านนี้สะท้อนถึงแนวทางแบบองค์รวมของเอปสันในการสร้างผลกระทบเชิงบวก ภายใต้กรอบการดำเนินงานนี้ เอปสันสามารถลดการใช้ไฟฟ้าได้ประมาณ 11% ในปีงบประมาณ 2567 ส่งผลให้การปล่อยคาร์บอนทางอ้อม (Scope 2) ลดลงเหลือ 814 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO2e) หรือใกล้เคียงกับการใช้พลังงานไฟฟ้าของตู้เย็นประมาณ 4,500 เครื่องต่อปี</p>
<h3>บรรลุความยั่งยืนผ่านเศรษฐกิจหมุนเวียน</h3>
<p>เอปสัน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เดินหน้าผลักดันวาระด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนให้ก้าวหน้าไปอีกขั้น ผ่านการลดของเสียและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการขนส่ง โดยเพียงลำพังการขยายการทำ Drop Shipping ก็สามารถช่วยหลีกเลี่ยงการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากถึง 113 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า เพิ่มขึ้นร้อยละ 21 เมื่อเทียบกับปีงบประมาณ 2566</p>
<p>เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและสนับสนุนการตัดสินใจด้านความยั่งยืนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เอปสันได้ขยายการติดตามการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 3 ซึ่งครอบคลุมการปล่อยที่เกิดขึ้นตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่การผลิตวัตถุดิบ การขนส่ง การใช้งานผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการจัดการซากผลิตภัณฑ์หลังการใช้งาน ข้อมูลที่ครอบคลุมมากขึ้นนี้จะสนับสนุนแนวทางการดำเนินงานที่ปรับให้เหมาะกับบริบทของแต่ละประเทศ โดยแต่ละตลาดจะขับเคลื่อนโครงการเฉพาะของตนเองเพื่อลดขยะ อนุรักษ์ทรัพยากร และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานด้านความยั่งยืน ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนถึงความก้าวหน้าระดับภูมิภาค โดยเอปสันสามารถรีไซเคิลวัสดุสิ้นเปลืองจากหมึกได้มากกว่า 1,600 กิโลกรัม และแปรรูปเศษอาหารกว่า 500 กิโลกรัมเป็นปุ๋ย ซึ่งเทียบเท่ากับมื้ออาหารราว 1,700 มื้อ</p>
<p>ความพยายามในการจัดการทรัพยากรหมุนเวียนภายในสำนักงานยังส่งผลให้สำนักงานแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้รับการรับรองมาตรฐาน BCA Green Mark ระดับ Gold ภายในช่วงเวลาการรายงาน และต่อมาอีก 5 สำนักงานก็ได้รับการรับรองเพิ่มเติม ความสำเร็จระดับภูมิภาคนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเอปสันต่อแนวปฏิบัติด้านอาคารที่ยั่งยืน ซึ่งมุ่งยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงานและลดการปล่อยคาร์บอนฟุตพรินต์</p>
<h3>เสริมสร้างธรรมาภิบาลและประสิทธิภาพเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรม</h3>
<p>รายการความยั่งยืนประจำปีงบประมาณ 2567 ยังนำเสนอความพยายามอย่างต่อเนื่องของบริษัทฯ ในการผสานความยั่งยืนเข้ากับการดำเนินงานผ่านการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล การกำกับดูแลตามหลักธรรมาภิบาล และการดูแลคุณภาพชีวิตของพนักงาน</p>
<p>โดยเฉพาะในการกำกับดูแลการดำเนินงานตามหลักธรรมาภิบาล พนักงานได้เข้าร่วมการอบรมด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบครบถ้วน 100% ควบคู่กับมาตรการต่อต้านการทุจริต และมาตรการด้านสุขภาพและความปลอดภัยที่เข้มงวด ที่สำคัญ ในปีงบประมาณ 2567 เอปสันสามารถบันทึกสถิติการเกิดอุบัติเหตุจากการทำงานเป็นศูนย์ อีกทั้งยังเดินหน้าลงทุนในการพัฒนาบุคลากร ผ่านการฝึกอบรมเฉพาะด้านและโครงการส่งเสริมคุณภาพชีวิต สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเอปสันต่อความเป็นเลิศในการดำเนินงานและความปลอดภัยของพนักงาน</p>
<h3>ยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชน</h3>
<p>เอปสันยังคงมุ่งมั่นในการยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนในพื้นที่ที่ดำเนินงาน ผ่านการสนับสนุนด้านการศึกษาและการเข้าถึงการเรียนรู้ ภายใต้โครงการ “Epson Goes to School” และการมอบเครื่องพิมพ์ เพื่อช่วยให้ครูและนักเรียนเข้าถึงสื่อการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ เอปสันยังสนับสนุนโครงการหุ่นยนต์ในหลายประเทศ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนก้าวสู่การเป็นนักนวัตกรรม และเตรียมความพร้อมสู่โลกดิจิทัลในอนาคต</p>
<h3>จัรมุ่งพันธกิจรับผิดชอบต่อสังคม</h3>
<p>รายงานยังเน้นย้ำถึงพันธกิจด้านความรับผิดชอบต่อสังคมของเอปสัน ผ่านความร่วมมือกับองค์กรภาคประชาสังคมและภาคีท้องถิ่น เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศและลดปริมาณขยะ อาทิ โครงการเก็บกู้ขยะกว่า 1,400 กิโลกรัม ทั้งพลาสติกและโฟม และกิจกรรมทำความสะอาดใน 6 ประเทศ ขณะที่ในอินโดนีเซีย เอปสันร่วมกับ WWF ในโครงการ “Trees for Life” ปลูกต้นไม้กว่า 200,000 ต้น บนพื้นที่กว่า 1,875 ไร่ เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศในระยะยาวและช่วยเหลือครอบ ครัวกว่า 300 ครัวเรือน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41368" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Epson-03.jpg" alt="ตัน เมย์ ลิน" width="736" height="491" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Epson-03.jpg 736w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Epson-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Epson-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Epson-03-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 736px) 100vw, 736px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ตัน เมย์ ลิน</strong></span> <strong>หัวหน้าคณะทำงานด้านความยั่งยืน เอปสัน เอเชียนตะวันออกเฉียงใต้</strong> กล่าวว่า สำหรับเอปสัน ความยั่งยืนคือการมอบพลังให้กับพนักงานและชุมชนในการขับเคลื่อนร่วมกันเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างความโปร่งใสด้านข้อมูลและความรับผิดชอบในภูมิภาค เพื่อให้เป้าหมายระดับโลกสอดคล้องกับการดำเนินงานในพื้นที่จริง</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41367" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Epson-02.jpg" alt="เอลวิน ตัน" width="366" height="564" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Epson-02.jpg 366w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Epson-02-195x300.jpg 195w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Epson-02-150x231.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Epson-02-324x500.jpg 324w" sizes="(max-width: 366px) 100vw, 366px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>เอลวิน ตัน</strong></span> <strong>ผู้รับผิดชอบโครงการในแต่ละประเทศ</strong> กล่าวว่า ความก้าวหน้าด้านความยั่งยืนต้องเกิดขึ้นจริงในทุกตลาดภายใต้การกำกับดูแลของเอปสัน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่ว่าจะเป็นการลดการปล่อยคาร์บอน ลดขยะพลาสติก หรือการขยายโอกาสทางการศึกษา วิธีการแบบลงมือทำจริงนี้ช่วยให้ทั้งพนักงานและชุมชนได้รับประโยชน์ที่จับต้องได้ ทั้งต่อผู้คนและสิ่งแวดล้อม</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/epson-fy2024/">แอปสัน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยกระดับธุรกิจสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน ชูความโปร่งใสในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สยามคูโบต้าหนุนเกษตรคาร์บอนต่ำ เปิดศูนย์เรียนรู้ฯ แห่งที่ 7 บ้านพระแก้ว จ.ชัยนาท</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/kubota-chai-nat/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 25 Sep 2025 09:18:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Agriculture]]></category>
		<category><![CDATA[ต้นแบบเกษตรคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์เรียนรู้ชุมชนพลังเกษตรสร้างสุขสยามคูโบต้า]]></category>
		<category><![CDATA[สยามคูโบต้า]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องจักรกลและนวัตกรรมการเกษตร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=41120</guid>

					<description><![CDATA[<p>ชัยนาท – บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด ร่วมกับวิสาหกิจชุมชนผลิตพันธุ์พืชบ้านพระแก้ว เปิดศูนย์เรียนรู้ชุมชนพลังเกษตรสร้างสุขสยามคูโบต้า แห่งที่ 7 ณ ต.แพรกศรีราชา อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท เพื่อยกระดับชุมชนสู่ต้นแบบเกษตรคาร์บอนต่ำครบวงจร ตามเป้าหมาย NET ZERO ศูนย์ฯ ขับเคลื่อนการพัฒนา 3 ด้าน คือ การเกษตรสมัยใหม่ การแปรรูปและการตลาด และการพัฒนาศักยภาพบุคลากร พร้อมนำ KUBOTA (Agri) Solutions (KAS) มาประยุกต์ใช้&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/kubota-chai-nat/">สยามคูโบต้าหนุนเกษตรคาร์บอนต่ำ เปิดศูนย์เรียนรู้ฯ แห่งที่ 7 บ้านพระแก้ว จ.ชัยนาท</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ชัยนาท – <strong>บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด ร่วมกับวิสาหกิจชุมชนผลิตพันธุ์<wbr />พืชบ้านพระแก้ว เปิดศูนย์เรียนรู้ชุมชนพลั<wbr />งเกษตรสร้างสุขสยามคูโบต้า แห่งที่ 7 ณ ต.แพรกศรีราชา อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท เพื่อยกระดับชุมชนสู่ต้<wbr />นแบบเกษตรคาร์บอนต่ำครบวงจร ตามเป้าหมาย NET ZERO</strong></p>
<p><span id="more-41120"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41124" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/KUBOTA-Chai-Nat-03.jpg" alt="สยามคูโบต้าหนุนเกษตรคาร์บอนต่ำ เปิดศูนย์เรียนรู้ฯ แห่งที่ 7 บ้านพระแก้ว จ.ชัยนาท" width="740" height="555" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/KUBOTA-Chai-Nat-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/KUBOTA-Chai-Nat-03-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/KUBOTA-Chai-Nat-03-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/KUBOTA-Chai-Nat-03-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>ศูนย์ฯ ขับเคลื่อนการพัฒนา 3 ด้าน คือ การเกษตรสมัยใหม่ การแปรรูปและการตลาด และการพัฒนาศักยภาพบุคลากร พร้อมนำ KUBOTA (Agri) Solutions (KAS) มาประยุกต์ใช้ อาทิ เกษตรปลอดนาหว่าน (Zero Broadcast) เกษตรปลอดการเผา (Zero Burn) การปลูกข้าวแบบเปียกสลับแห้ง (AWD) และการจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิ<wbr />ภาพ โดยตั้งเป้ารายได้วิสาหกิจชุ<wbr />มชนฯ เติบโต 40% ภายในปี 2569</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41128" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/KUBOTA-Chai-Nat-07.jpg" alt="นายคาซึโนริ ทานิ" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/KUBOTA-Chai-Nat-07.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/KUBOTA-Chai-Nat-07-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/KUBOTA-Chai-Nat-07-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/KUBOTA-Chai-Nat-07-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายคาซึโนริ ทานิ</strong></span> <strong>กรรมการผู้จัดการใหญ่ สยามคูโบต้า</strong> กล่าวว่า บริษัทมุ่งขับเคลื่อนธุรกิจเครื่<wbr />องจักรกลและนวั<wbr />ตกรรมการเกษตรควบคู่การพัฒนาอย่<wbr />างยั่งยืน ภายใต้หลัก K-ESG และ SDGs ของสหประชาชาติ เพื่อสร้างชุมชนต้นแบบเกษตรคาร์<wbr />บอนต่ำและช่วยลดการปล่อยก๊าซเรื<wbr />อนกระจก</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41129" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/KUBOTA-Chai-Nat-08.jpg" alt="นายวิทยา ชพานนท์" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/KUBOTA-Chai-Nat-08.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/KUBOTA-Chai-Nat-08-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/KUBOTA-Chai-Nat-08-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/KUBOTA-Chai-Nat-08-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายวิทยา ชพานนท์</strong></span> <strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท</strong> ระบุว่า จังหวัดเดินหน้า “ชัยนาทโมเดล” เน้น BCG Economy ส่งเสริมการปลูกข้าวรักษ์โลก เกษตรปลอดภัย และการท่องเที่ยวชุมชน การสนับสนุนจากสยามคูโบต้าจึ<wbr />งเป็นการต่อยอดให้เกิดผลเป็นรู<wbr />ปธรรมและสร้างความเข้มแข็งให้<wbr />เกษตรกรในพื้นที่</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41126" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/KUBOTA-Chai-Nat-05.jpg" alt="นางวราภรณ์ โอสถาพันธุ์" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/KUBOTA-Chai-Nat-05.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/KUBOTA-Chai-Nat-05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/KUBOTA-Chai-Nat-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/KUBOTA-Chai-Nat-05-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นางวราภรณ์ โอสถาพันธุ์</strong></span> <strong>กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส สยามคูโบต้า</strong> กล่าวเพิ่มเติมว่า ตลอด 14 ปีที่ผ่านมา บริษัทพัฒนาชุมชนพลังเกษตรสร้<wbr />างสุขเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิ<wbr />ตเกษตรกร สำหรับศูนย์ฯ บ้านพระแก้วแห่งนี้ เป็นแห่งแรกในภาคกลาง และยังมีการปลูกผักเชิงพาณิชย์<wbr />ควบคู่การปลูกข้าว โดยใช้มาตรฐาน GAP และระบบ IoT เพื่อควบคุมคุณภาพผลผลิต พร้อมผลักดันโครงการ Low Carbon Agriculture Farmily ที่เน้นการใช้ไบโอชาร์ การทำนาเปียกสลับแห้ง และการจัดการฟางเพื่อลดการปล่<wbr />อยก๊าซเรือนกระจก นำไปสู่ NET ZERO 2050 อย่างยั่งยืน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41123" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/KUBOTA-Chai-Nat-02.jpg" alt="นายบุญฤทธิ หอมจันทร์" width="740" height="520" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/KUBOTA-Chai-Nat-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/KUBOTA-Chai-Nat-02-300x211.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/KUBOTA-Chai-Nat-02-150x105.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/KUBOTA-Chai-Nat-02-500x351.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายบุญฤทธิ หอมจันทร์</strong></span> <strong>ประธานวิสาหกิจชุมชนผลิตพันธุ์<wbr />พืชบ้านพระแก้ว</strong> กล่าวว่า ชุมชนเผชิญปัญหาต้นทุนสู<wbr />งและสภาพอากาศแปรปรวน แต่การได้รับการสนับสนุ<wbr />นจากสยามคูโบต้าตั้งแต่ปี 2563 ช่วยให้เกษตรกรเข้าถึงเทคโนโลยี เช่น แทรกเตอร์ โดรน และรถเกี่ยวนวดข้าว ทำให้ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และได้มาตรฐานคุณภาพสูงขึ้น</p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/KUBOTA-Chai-Nat-04.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="740" height="493" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/KUBOTA-Chai-Nat-04.jpg" class="attachment-large size-large" alt="สยามคูโบต้าหนุนเกษตรคาร์บอนต่ำ เปิดศูนย์เรียนรู้ฯ แห่งที่ 7 บ้านพระแก้ว จ.ชัยนาท" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/KUBOTA-Chai-Nat-04.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/KUBOTA-Chai-Nat-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/KUBOTA-Chai-Nat-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/KUBOTA-Chai-Nat-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/KUBOTA-Chai-Nat-06.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="740" height="493" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/KUBOTA-Chai-Nat-06.jpg" class="attachment-large size-large" alt="สยามคูโบต้าหนุนเกษตรคาร์บอนต่ำ เปิดศูนย์เรียนรู้ฯ แห่งที่ 7 บ้านพระแก้ว จ.ชัยนาท" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/KUBOTA-Chai-Nat-06.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/KUBOTA-Chai-Nat-06-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/KUBOTA-Chai-Nat-06-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/KUBOTA-Chai-Nat-06-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></a>

<p><strong>ปัจจุบัน ศูนย์ฯ บ้านพระแก้วมีสมาชิก 42 คน ดูแลพื้นที่รวม 750 ไร่ โดยมีข้าวหอมปทุมธานีเป็นพืชหลั<wbr />ก และปลูกผักสวนครัวเชิงพาณิชย์<wbr />ควบคู่ เป้าหมายต่อไปคือการพัฒนาเป็น Smart Farming Model ระดับภูมิภาค และต้นแบบ “เกษตรคาร์บอนต่ำครบวงจร” ของไทย </strong></p>
<p style="text-align: center;"><iframe title="YouTube video player" src="https://www.youtube.com/embed/iQ5dwzfoC8w?si=4iqgn8JrcpKu7JgH" width="560" height="315" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/kubota-chai-nat/">สยามคูโบต้าหนุนเกษตรคาร์บอนต่ำ เปิดศูนย์เรียนรู้ฯ แห่งที่ 7 บ้านพระแก้ว จ.ชัยนาท</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘ปูนอินทรี’ คว้าฉลากลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์รวม 13 ผลิตภัณฑ์ เดินหน้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/insee-cfr/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 23 Sep 2025 02:39:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[CFR]]></category>
		<category><![CDATA[ฉลากลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์]]></category>
		<category><![CDATA[ฉลากลดโลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[ปูนอินทรี]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=41023</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) โดย เซเรอฟิน บูเจยา รองประธานอาวุโส สายงานกิจการสระบุรี บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) (ที่ 2 จากซ้าย) พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่าย Sustainability and Environmental Compliance เข้ารับประกาศนียบัตรเครื่องหมายรับรองฉลากลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint Reduction : CFR) หรือ ฉลากลดโลกร้อน รับรองโดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/insee-cfr/">‘ปูนอินทรี’ คว้าฉลากลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์รวม 13 ผลิตภัณฑ์ เดินหน้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) โดย เซเรอฟิน บูเจยา รองประธานอาวุโส สายงานกิจการสระบุรี บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) (ที่ 2 จากซ้าย) พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่าย Sustainability and Environmental Compliance เข้ารับประกาศนียบัตรเครื่องหมายรับรองฉลากลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint Reduction : CFR) หรือ ฉลากลดโลกร้อน รับรองโดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO โดยมี ณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO (คนกลาง) เป็นผู้มอบ ณ สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (องค์การมหาชน)</strong></p>
<p><span id="more-41023"></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41025" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/insee-cfr-02.jpg" alt="ปูนอินทรี คว้าฉลากลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ รวม 13 ผลิตภัณฑ์" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/insee-cfr-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/insee-cfr-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/insee-cfr-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/insee-cfr-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>การได้รับเครื่องหมายรับรองฉลากลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ที่ไม่หยุดนิ่งในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ได้มาตรฐาน ภายใต้การดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม รวมถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย บนพื้นฐานหลักธรรมาภิบาลที่พร้อมจะขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนและเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของกลุ่มบริษัทภายในปี 2573 (INSEE Sustainability Ambition 2030)</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41026" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/insee-cfr-03.jpg" alt="ปูนอินทรี คว้าฉลากลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ รวม 13 ผลิตภัณฑ์" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/insee-cfr-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/insee-cfr-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/insee-cfr-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/insee-cfr-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้รับเครื่องหมายรับรองฉลากลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ เพิ่มขึ้นรวม 13 ผลิตภัณฑ์ แบ่งเป็น ผลิตภัณฑ์ปูนถุง ได้แก่ อินทรีเพชร อินทรีดำ อินทรีเพชรพลัส อินทรีแดง อินทรีปูนเขียว อินทรีทอง อินทรีซูเปอร์ และลูกโลกเขียว ผลิตภัณฑ์ปูนผง ได้แก่ อินทรีเพชร อินทรีดำ และอินทรีเพชร Easy Flow และผลิตภัณฑ์ปูนถุง Big Bag ได้แก่ อินทรีเพชร และอินทรีเพชรพลัส</p>
<p>การรับรอง &#8220;<strong>ฉลากลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์</strong>&#8221; เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม โดย บริษัทฯ ได้ประเมินและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ตั้งแต่กระบวนการได้มาซึ่งวัตถุดิบ การขนส่ง การผลิต การใช้งาน ไปจนถึงการจัดการซากผลิตภัณฑ์หลังการใช้งาน การรับรองนี้จึงเป็นสิ่งยืนยันว่าเราได้ส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพสูงให้กับลูกค้า และยังช่วยให้ลูกค้าให้ความสำคัญกับความยั่งยืนสามารถบรรลุเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมของตนเองอีกด้วย</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/insee-cfr/">‘ปูนอินทรี’ คว้าฉลากลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์รวม 13 ผลิตภัณฑ์ เดินหน้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น โรงไฟฟ้าในเครือ CKPower รับประกาศนียบัตรฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นต์</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/bic/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 19 Sep 2025 04:54:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นต์]]></category>
		<category><![CDATA[บางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น]]></category>
		<category><![CDATA[ประกาศนียบัตรฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นต์]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=40967</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ 19 ก.ย. 2568 – เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท บางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น จำกัด (BIC) บริษัทในเครือ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower (ชื่อย่อหลักทรัพย์: CKP) ได้รับประกาศนียบัตรการรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นต์ของผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint of Products: CFP) ประจำปี 2568&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/bic/">บางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น โรงไฟฟ้าในเครือ CKPower รับประกาศนียบัตรฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นต์</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ 19 ก.ย. 2568 – <strong>เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท บางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น จำกัด (BIC) บริษัทในเครือ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower (ชื่อย่อหลักทรัพย์: CKP) ได้รับประกาศนียบัตรการรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นต์ของผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint of Products: CFP) ประจำปี 2568 จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. โดยมีนายวรวุฒิ อนุรักษ์วงศ์ศรี กรรมการผู้จัดการ เข้ารับมอบประกาศนียบัตรจาก นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก ณ สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (องค์การมหาชน) หรือ TIJ</strong></p>
<p><span id="more-40967"></span></p>
<p>ประกาศนียบัตรฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นต์ จัดขึ้นเพื่อยกย่ององค์กรที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสนับสนุนการขับเคลื่อนสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน โดยการได้รับประกาศนียบัตรฯ ในครั้งนี้ ส่งผลให้โรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น ได้รับรองฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นต์ผลิตภัณฑ์หลักครบถ้วน ทั้งไฟฟ้าและไอน้ำ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรม ลดการใช้พลังงาน เพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตไฟฟ้าตลอดห่วงโซ่คุณค่าขององค์กร เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี 2593</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/bic/">บางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น โรงไฟฟ้าในเครือ CKPower รับประกาศนียบัตรฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นต์</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>BCPG และบริษัทในกลุ่มบรรลุเป้าหมายคาร์บอนนิวทรัลต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ตอกย้ำองค์กรมุ่งมั่นสู่ความยั่งยืน และดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อสังคม</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/bcpg-092025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 11 Sep 2025 06:58:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[BCPG]]></category>
		<category><![CDATA[ความเป็นกลางทางคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[เป้าหมายคาร์บอนนิวทรัล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=40813</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) และ บริษัท เอเชียลิงค์ เทอร์มินัล จำกัด บริษัทในกลุ่ม ประสบความสำเร็จในการบรรลุเป้าหมายคาร์บอนนิวทรัล หรือความเป็นกลางทางคาร์บอน สะท้อนเจตนารมณ์ที่ชัดเจนของบีซีพีจีและบริษัทในกลุ่ม ในการบริหารจัดการและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม โดยในปี 2567 บีซีพีจีสามารถชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้รวม 2,697 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า บรรลุเป้าหมายคาร์บอนนิวทรัลต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ขณะที่เอเชียลิงค์ เทอร์มินัล สามารถชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 881 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า และประสบความสำเร็จในการรับรองคาร์บอนนิวทรัลเป็นครั้งแรกในปีนี้ ทั้งนี้ บีซีพีจี โดยคุณสมหญิง&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/bcpg-092025/">BCPG และบริษัทในกลุ่มบรรลุเป้าหมายคาร์บอนนิวทรัลต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ตอกย้ำองค์กรมุ่งมั่นสู่ความยั่งยืน และดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อสังคม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) และ บริษัท เอเชียลิงค์ เทอร์มินัล จำกัด บริษัทในกลุ่ม ประสบความสำเร็จในการบรรลุเป้าหมายคาร์บอนนิวทรัล หรือความเป็นกลางทางคาร์บอน สะท้อนเจตนารมณ์ที่ชัดเจนของบีซีพีจีและบริษัทในกลุ่ม ในการบริหารจัดการและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม</strong></p>
<p><span id="more-40813"></span></p>
<p>โดยในปี 2567 บีซีพีจีสามารถชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้รวม 2,697 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า บรรลุเป้าหมายคาร์บอนนิวทรัลต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ขณะที่เอเชียลิงค์ เทอร์มินัล สามารถชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 881 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า และประสบความสำเร็จในการรับรองคาร์บอนนิวทรัลเป็นครั้งแรกในปีนี้</p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/BCPG-092025-01.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="740" height="494" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/BCPG-092025-01.jpg" class="attachment-large size-large" alt="BCPG" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/BCPG-092025-01.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/BCPG-092025-01-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/BCPG-092025-01-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/BCPG-092025-01-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/BCPG-092025-02.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="740" height="493" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/BCPG-092025-02.jpg" class="attachment-large size-large" alt="BCPG" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/BCPG-092025-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/BCPG-092025-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/BCPG-092025-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/BCPG-092025-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></a>

<p>ทั้งนี้ บีซีพีจี โดย<span style="color: #6cb742;"><strong>คุณสมหญิง ปัญญาชีวิตา</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการฝ่ายยุทธศาสตร์องค์กร และ เอเชียลิงค์ เทอร์มินัล</strong> โดย<span style="color: #6cb742;"><strong>คุณเสรี น้าวัฒนไพบูลย์</strong></span> <strong>ผู้จัดการทั่วไป</strong> เข้ารับมอบประกาศนียบัตร “เครื่องหมายคาร์บอนนิวทรัล ประเภทองค์กร” ในงานพิธีมอบประกาศนียบัตรเครื่องหมายรับรองฉลากคาร์บอน จัดโดย องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ณ ห้อง Conference Hall สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) ถนนแจ้งวัฒนะ โดยมี นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก เป็นประธานในพิธี</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40817" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/BCPG-092025-03.jpg" alt="BCPG" width="740" height="494" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/BCPG-092025-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/BCPG-092025-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/BCPG-092025-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/BCPG-092025-03-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>ความสำเร็จในการบรรลุคาร์บอนนิวทรัลอย่างต่อเนื่อง เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ของบีซีพีจีในฐานะผู้นำด้านพลังงานสะอาดของไทยที่ดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม และยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าสู่เป้าหมาย การบรรลุคาร์บอนนิวทรัลในทุกประเทศที่บริษัทดำเนินงานภายในปี 2573</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/bcpg-092025/">BCPG และบริษัทในกลุ่มบรรลุเป้าหมายคาร์บอนนิวทรัลต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ตอกย้ำองค์กรมุ่งมั่นสู่ความยั่งยืน และดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อสังคม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“ซีพีเอฟ” ยกระดับมาตรฐานโครงการก่อสร้าง “อาคารเขียว” ระดับ PLATINUM จับมือแบรนด์สีนวัตกรรมรักษ์โลก “นิปปอนเพนต์” มุ่งสู่ความยั่งยืน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/cpf-x-nippon-paint-green-building-trees/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 05 Sep 2025 03:06:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[TREES]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพีเอฟ]]></category>
		<category><![CDATA[นิปปอนเพนต์]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรฐานอาคารเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[สีนวัตกรรมรักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[อาคารเขียว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=40633</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ซีพีเอฟ” มุ่งสู่เป้าหมายบนเส้นทางแห่งความยั่งยืน ยกระดับโครงการก่อสร้างอาคาร-โรงงานด้วยมาตรฐาน “อาคารเขียว” (TREES) ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เน้นสร้างความยั่งยืนด้านการใช้พลังงานของอาคาร พร้อมส่งเสริมสุขภาวะอนามัยที่ดีของผู้ใช้อาคาร ชูไฮไลต์โครงการ “ศูนย์ความเป็นเลิศด้านวิศวกรรมหนองจอก” โครงการอาคารเขียว ระดับ PLATINUM โดยซีพีเอฟได้ผนึกกำลังกับผู้นำด้านสีนวัตกรรมทาอาคารรักษ์โลก “นิปปอนเพนต์” ร่วมกันยกระดับมาตรฐานการก่อสร้างสู่สังคมที่ยั่งยืน คุณพีรพงศ์ กรินชัย ผู้บริหารสูงสุด สายงานวิศวกรรมกลาง บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เปิดเผยถึงพันธกิจด้านความยั่งยืนของซีพีเอฟที่ได้วางเป้าหมายมุ่งสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero Emissions) ภายในปี&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/cpf-x-nippon-paint-green-building-trees/">“ซีพีเอฟ” ยกระดับมาตรฐานโครงการก่อสร้าง “อาคารเขียว” ระดับ PLATINUM จับมือแบรนด์สีนวัตกรรมรักษ์โลก “นิปปอนเพนต์” มุ่งสู่ความยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>“ซีพีเอฟ” มุ่งสู่เป้าหมายบนเส้นทางแห่งความยั่งยืน ยกระดับโครงการก่อสร้างอาคาร-โรงงานด้วยมาตรฐาน “อาคารเขียว” (TREES) ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เน้นสร้างความยั่งยืนด้านการใช้พลังงานของอาคาร พร้อมส่งเสริมสุขภาวะอนามัยที่ดีของผู้ใช้อาคาร ชูไฮไลต์โครงการ “ศูนย์ความเป็นเลิศด้านวิศวกรรมหนองจอก” โครงการอาคารเขียว ระดับ PLATINUM โดยซีพีเอฟได้ผนึกกำลังกับผู้นำด้านสีนวัตกรรมทาอาคารรักษ์โลก “นิปปอนเพนต์” ร่วมกันยกระดับมาตรฐานการก่อสร้างสู่สังคมที่ยั่งยืน</strong></p>
<p><span id="more-40633"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>คุณพีรพงศ์ กรินชัย</strong></span> <strong>ผู้บริหารสูงสุด สายงานวิศวกรรมกลาง บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)</strong> <strong>หรือ ซีพีเอฟ</strong> เปิดเผยถึงพันธกิจด้านความยั่งยืนของซีพีเอฟที่ได้วางเป้าหมายมุ่งสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero Emissions) ภายในปี 2050 โดยส่วนหนึ่งของพันธกิจนี้ ซีพีเอฟได้มีการยกระดับการก่อสร้างอาคารและโรงงานต่างๆ ของบริษัทฯ ให้ได้มาตรฐาน “อาคารเขียว” ของสถาบันอาคารเขียวไทย หรือ TREES</p>
<p>ทั้งนี้ การรับรองมาตรฐานอาคารเขียว TREES จะมอบให้กับอาคารที่ก่อสร้างโดยคำนึงถึงการใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมด้านความยั่งยืน ซึ่งจะต้องผ่านการประเมินตามเกณฑ์ เช่น ด้านการใช้วัสดุก่อสร้างรักษ์โลก ด้านประสิทธิภาพการใช้พลังงานโดยรวมของอาคาร รวมถึงด้านสุขภาพอนามัยและความปลอดภัยของผู้ใช้อาคาร เป็นต้น</p>
<p><strong>คุณพีรพงศ์</strong>กล่าวต่อว่า ด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนา ซีพีเอฟจึงมีแนวทางความร่วมมือกับพันธมิตรตลอดซัพพลายเชนในการก่อสร้าง เพื่อยกระดับมาตรฐานวัสดุก่อสร้างรักษ์โลกให้สอดคล้องกับเกณฑ์การประเมินอาคารเขียว โดยหนึ่งในพันธมิตรที่จะร่วมเดินทางกับซีพีเอฟบนเส้นทางแห่งความยั่งยืนนี้ คือ “นิปปอนเพนต์” แบรนด์สีนวัตกรรมทาอาคารที่มีแนวคิดด้านการส่งเสริมความยั่งยืนที่สอดคล้องกันและมีผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของซีพีเอฟตามพันธกิจ จากความร่วมมือดังกล่าว ซีพีเอฟได้นำผลิตภัณฑ์สีจากนิปปอนเพนต์มาใช้ในการก่อสร้างอาคารและโรงงานของซีพีเอฟ 3 โครงการสำคัญ ได้แก่</p>
<ul>
<li>อาคารห้องปฏิบัติการและวิจัยพัฒนา แอ๊ดว้านซ์ฟาร์ม่า อาคารห้องปฏิบัติการด้านเวชภัณฑ์แห่งใหม่ที่มีความทันสมัยและมีเทคโนโลยีด้านห้องปฏิบัติการ โครงการนี้ได้รับการรับรองมาตรฐานอาคารเขียว TREES ในระดับ GOLD</li>
<li>โรงงานธุรกิจห้าดาว จ.นครราชสีมา โรงงานที่มีกระบวนการผลิตและเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดของธุรกิจร้านอาหารห้าดาว อาคารประเภทโรงงานแห่งแรกของซีพีเอฟและของประเทศไทยที่ยื่นขอรับการรับรองมาตรฐานอาคารเขียว TREES ในระดับ PLATINUM</li>
<li>ศูนย์ความเป็นเลิศด้านวิศวกรรม หนองจอก ศูนย์กลางด้านนวัตกรรมทางเทคโนโลยีแห่งแรกของซีพีเอฟ แหล่งรวมบุคลากรเพื่อวิจัยพัฒนาและทดลองทางวิศวกรรมและเทคโนโลยีแห่งอนาคตในหลายด้าน ซึ่งจะเป็นแกนกลางในการสร้างความเป็นเลิศให้กับบุคลากร เป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีให้กับองค์กร โดยอาคารแห่งนี้ถือเป็นอาคารต้นแบบด้านการอนุรักษ์พลังงาน และเป็นโครงการอาคารเขียว TREES ระดับ PLATINUM มาตรฐานอาคารเขียวระดับสูงสุด ที่จะนำไปต่อยอดและยกระดับเป็นมาตรฐานโครงการก่อสร้างของซีพีเอฟต่อไป</li>
</ul>
<p>“ซีพีเอฟมีความมุ่งมั่นและดำเนินการพัฒนาตลอดห่วงโซ่อุปทานการผลิตสินค้า เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050 โครงการอาคารเขียว ถือเป็นส่วนสำคัญ ที่จะช่วยยกระดับมาตรฐานโครงการก่อสร้างของซีพีเอฟ ครอบคลุมตลอดวัฏจักรของการก่อสร้างและการใช้งานอาคาร เราจึงมีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้จับมือกับ นิปปอนเพนต์ พันธมิตรที่มีวิสัยทัศน์ตรงกัน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางการพัฒนาด้านความยั่งยืนของซีพีเอฟ” คุณพีรพงศ์ กล่าว</p>
<p>ด้าน <span style="color: #6cb742;"><strong>คุณวัชระ ศิริฤทธิชัย</strong></span> <strong>ผู้จัดการทั่วไป บริษัท นิปปอนเพนต์ เดคโคเรทีฟ โคทติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด</strong> แบรนด์สีนวัตกรรมทาอาคารอันดับ 1 ของเอเชียที่มีประวัติยาวนานจากญี่ปุ่น เปิดเผยว่า นิปปอนเพนต์มีวิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืนที่สอดคล้องกับซีพีเอฟ ด้วยบริษัทฯ ได้ดำเนินการตามแผนการ “Green Plan” ที่มีเป้าหมายสูงสุดเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero Emissions) เช่นเดียวกัน ซึ่งแผนการดังกล่าวนี้จะครอบคลุมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์สีทาอาคารนิปปอนเพนต์ให้เป็นสีนวัตกรรมคุณภาพสูงที่ทั้ง ‘เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม’ และ ‘เป็นมิตรต่อสุขภาวะของผู้ใช้งาน’</p>
<p>สำหรับผลิตภัณฑ์สีนวัตกรรมรักษ์โลกของนิปปอนเพนต์ที่มีการใช้งานในอาคารและโรงงานของซีพีเอฟที่ได้รับการรับรองมาตรฐานอาคารเขียว TREES ในระดับ GOLD หรือมีเป้าหมายรับการรับรองในระดับ PLATINUM รวม 3 แห่ง ได้แก่ สีทาภายนอก นิปปอนเพนต์ เวเธอร์บอนด์, สีทาภายในเพื่อสุขภาพ นิปปอนเพนต์ แอร์แคร์, สีทาเหล็ก นิปปอนเพนต์ โบเดแลค และ สีรองพื้น นิปปอนเพนต์ เรด ออกไซด์ ไพรเมอร์ โดยทุกรุ่นเป็นสีเกรดอัลตร้าพรีเมียมที่มีส่วนช่วยในด้านความยั่งยืนและส่งเสริมการรับรองมาตรฐานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์สี เช่น</p>
<ul>
<li>ลด Embodied Carbon ตั้งแต่ขั้นตอนการก่อสร้างอาคาร ด้วยสีนิปปอนเพนต์มีคุณสมบัติการปลดปล่อยคาร์บอนฯ ในปริมาณต่ำ เช่น นิปปอนเพนต์ เวเธอร์บอนด์ และ นิปปอนเพนต์ แอร์แคร์ โดยสีนวัตกรรมทั้งสองยังได้รับการรับรอง ฉลากเขียว จากสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย การันตีเป็นสีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย</li>
<li>ลด Operational Carbon หลังจากเริ่มใช้งานอาคาร เนื่องจากนิปปอนเพนต์เป็นสีนวัตกรรมคุณภาพสูงที่มีความทนทานยาวนาน จึงไม่ต้องทาซ้ำบ่อยครั้ง ลดการสิ้นเปลืองทรัพยากรเพื่อบำรุงรักษาอาคาร พิเศษสำหรับสีทาภายนอก นิปปอนเพนต์ เวเธอร์บอนด์ มีคุณสมบัติช่วยระบายความร้อนในอาคารได้ถึง 90% ซึ่งจะช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าสำหรับทำความเย็นได้ โดยได้รับ ฉลากประหยัดพลังงานประสิทธิภาพสูง จากกระทรวงพลังงาน การันตีความสามารถของสีที่ช่วยลดความร้อนภายในอาคารได้</li>
<li>มีสารอินทรีย์ระเหยง่ายในระดับต่ำ (Low VOCs) ลดต้นเหตุในการก่อมลพิษทางอากาศ พิเศษสำหรับสีทาภายใน นิปปอนเพนต์ แอร์แคร์ เหนือชั้นกว่าด้วยเป็นสีที่ไม่มีสารอินทรีย์ระเหยง่าย (Zero VOCs) ซึ่งได้รับการรับรอง GREENGUARD GOLD Certification จากสถาบัน UL สหรัฐอเมริกา การันตีเป็นสีที่ปล่อยสารระเหยในระดับต่ำมาก เอื้อต่อสุขภาพที่ดีกว่าและปลอดภัยสูงสุดต่อสุขภาพผู้ใช้งานอาคาร</li>
<li>สีนิปปอนเพนต์ทั้งหมดเป็นสีไร้สารตะกั่วและโลหะหนัก ช่วยลดอันตรายต่อร่างกายและสร้างเสริมสุขภาวะที่ดีขึ้นให้กับผู้ใช้งานอาคาร</li>
</ul>
<p>“นิปปอนเพนต์มีความภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในภารกิจการก่อสร้างโครงการต่างๆ ของซีพีเอฟให้เป็นอาคารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและได้รับการรับรองมาตรฐานอาคารเขียว โดยนิปปอนเพนต์มีความพร้อมทั้งด้านวิสัยทัศน์และผลิตภัณฑ์สีนวัตกรรมที่จะเดินเคียงข้างไปพร้อมกับคู่ค้า เพื่อส่งเสริมให้คู่ค้าบรรลุวัตถุประสงค์บนเส้นทางแห่งความยั่งยืนและพัฒนาไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำร่วมกัน” <strong>คุณวัชระ</strong> กล่าวทิ้งท้าย</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/cpf-x-nippon-paint-green-building-trees/">“ซีพีเอฟ” ยกระดับมาตรฐานโครงการก่อสร้าง “อาคารเขียว” ระดับ PLATINUM จับมือแบรนด์สีนวัตกรรมรักษ์โลก “นิปปอนเพนต์” มุ่งสู่ความยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย ชูเทคโนโลยี AI ขับเคลื่อนธุรกิจสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2039</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/unilever-ai-net-zero/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 29 Aug 2025 04:10:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[Biomass Boiler]]></category>
		<category><![CDATA[Solar roof]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[ยูนิลีเวอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=40577</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ  : ยูนิลีเวอร์ ผู้นำตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคระดับโลกและนวัตกรรมดิจิทัล นำเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI)  ขับเคลื่อนธุรกิจสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี พ.ศ. 2582  พร้อมนำร่องความสำเร็จจากการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขต (Scope) ที่ 1 และ 2 ได้แล้วถึง 72% นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 เพื่อยกระดับการดำเนินงานด้านความยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อุปทานการจัดการพลาสติก รวมถึงการติดตามผลอย่างมีประสิทธิภาพ ณัฏฐิณี เนตรอำไพ ที่ปรึกษาอาวุโสฝ่ายสื่อสารองค์กร องค์กรสัมพันธ์ และความยั่งยืน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/unilever-ai-net-zero/">ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย ชูเทคโนโลยี AI ขับเคลื่อนธุรกิจสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2039</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ  : <strong>ยูนิลีเวอร์</strong> <strong>ผู้นำตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคระดับโลกและนวัตกรรมดิจิทัล นำเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI)  ขับเคลื่อนธุรกิจสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี พ.ศ. 2582  พร้อมนำร่องความสำเร็จจากการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขต (Scope) ที่ 1 และ 2 ได้แล้วถึง 72% นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 เพื่อยกระดับการดำเนินงานด้านความยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อุปทานการจัดการพลาสติก รวมถึงการติดตามผลอย่างมีประสิทธิภาพ</strong></p>
<p><span id="more-40577"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40579" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/unilever-ai-net-zero-02.jpg" alt="ณัฏฐิณี เนตรอำไพ" width="750" height="562" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/unilever-ai-net-zero-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/unilever-ai-net-zero-02-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/unilever-ai-net-zero-02-150x112.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/unilever-ai-net-zero-02-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ณัฏฐิณี เนตรอำไพ</span> ที่ปรึกษาอาวุโสฝ่ายสื่อสารองค์กร องค์กรสัมพันธ์ และความยั่งยืน กลุ่มบริษัทยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย</strong> กล่าวว่า ยูนิลีเวอร์เป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำของโลกด้านผลิตภัณฑ์ความงามและการดูแลส่วนบุคคล ผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน รวมถึงอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งมียอดขายในกว่า 190 ประเทศและเข้าถึงผู้บริโภค 3.4 พันล้านคนต่อวัน และมีพนักงาน 128,000 คน ในปี 2567 มียอดขาย 60.8 พันล้านยูโร</p>
<p>ยูนิลีเวอร์ได้ Refocus เฉพาะสิ่งที่สร้างผลกระทบต่อโลกและสังคม โดยตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขตที่ 1 และ 2 ให้ได้ 100% ภายในปี พ.ศ. 2573 พร้อมทั้งมุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขตที่ 3 ซึ่งครอบคลุมกิจกรรมในห่วงโซ่อุปทานและการใช้ผลิตภัณฑ์ให้ได้ 42% ภายในปีเดียวกัน นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีเป้าหมายด้านการจัดการพลาสติกที่ชัดเจน โดยมุ่งเพิ่มสัดส่วนพลาสติกรีไซเคิลในบรรจุภัณฑ์ให้ได้ 25% ภายในปี พ.ศ. 2568 ลดการใช้พลาสติกใหม่ (Virgin Plastic) ลง 30% ภายในปี พ.ศ. 2569 และ 40% ภายในปี พ.ศ. 2571 เทียบกับปีฐาน พ.ศ. 2562 รวมถึงดำเนินการตามแผนที่จะทำให้บรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบแข็งทั้งหมดสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำ รีไซเคิล หรือย่อยสลายได้ภายในปี พ.ศ. 2573 และบรรจุภัณฑ์แบบยืดหยุ่นภายในปี พ.ศ. 2578</p>
<p>“ยูนิลีเวอร์ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการนำเสนอทางเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งด้านประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์และการรักษ์โลกให้กับผู้บริโภค ปัจจุบันบรรจุภัณฑ์พลาสติกจากยูนิลีเวอร์  57% สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำ รีไซเคิล หรือย่อยสลายได้ พร้อมทั้งเก็บกลับคืนบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ใช้แล้วทั้งของยูนิลีเวอร์และอื่นๆ ราว 110%” <strong>ณัฏฐิณี  </strong>กล่าว</p>
<p>ภายใต้โครงการ Bright Future ซึ่งต่อยอดมาจาก Clean Future ที่ริเริ่มแนวคิดเมื่อปี พ.ศ. 2562 ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ทั้งการพัฒนาบรรจุภัณฑ์และส่วนผสมให้ยั่งยืนมากขึ้น เช่น ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติและย่อยสลายได้ อย่างซันไลต์ RHAMNO Clean เพื่อช่วยลด CO<sub>2</sub> ในขอบเขตที่ 3</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40580" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/unilever-ai-net-zero-03.jpg" alt="ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย" width="750" height="422" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/unilever-ai-net-zero-03.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/unilever-ai-net-zero-03-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/unilever-ai-net-zero-03-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/unilever-ai-net-zero-03-500x281.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>ที่สำคัญ ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทยได้นำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI มาประยุกต์ใช้ในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบอย่างยั่งยืน การผลิตที่มีประสิทธิภาพสูง ไปจนถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทั้งผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม ซึ่งสามารถOptimize การผลิต ช่วยเพิ่ม Productivity  40% ประกอบกับบริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายด้านความยั่งยืน ทำให้ไม่มีปรับราคาเพิ่มแต่อย่างใด</p>
<p>“เรานำ AI เข้ามาช่วยในการจัด Foot Print  ช่วยในเรื่องข้อมูล เพื่อช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ของเรา สามารถหาสารที่เป็นรมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจาก Journal ต่างประเทศ  ช่วยในการผลิตสินค้าโดยมีภาพจำลองเสมือนผลิตจริง ผ่าน  Digital Twin</p>
<p>เรียกได้ว่ามีการนำ AI มา Embedในทุกมิติ ทั้งการวิจัยและพัฒนา การผลิต การตลาด และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในการดำเนินงาน 72% รวมทั้งใช้วัตถุดิบที่ไม่ทำลายป่าพรุ 97%  ไม่มีการปล่อยของเสียไปที่แหล่งน้ำ และบ่อขยะ และบรรจุภัณฑ์ของบริษัทฯ สามารถใช้ซ้ำ รีไซเคิลและย่อยสลายได้ถึง 57%” <strong>ณัฏฐิณี  </strong>กล่าว</p>
<p>อย่างไรก็ตาม AI ใช้พลังงานไฟฟ้าจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพลังงานจากฟอสซิลที่ไม่ใช่กรีน เป็นโจทย์ที่บริษัทฯ ซึ่งใช้ AI จะต้องหาแหล่งพลังงานสีเขียวต่อไป</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40581" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/unilever-ai-net-zero-04.jpg" alt="โรงงานยูนิลีเวอร์ ประเทศไทยที่นิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ จังหวัดฉะเชิงเทรา" width="750" height="562" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/unilever-ai-net-zero-04.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/unilever-ai-net-zero-04-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/unilever-ai-net-zero-04-150x112.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/unilever-ai-net-zero-04-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>นอกจากนี้ โรงงานยูนิลีเวอร์ ประเทศไทยที่นิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ จังหวัดฉะเชิงเทรา ยังได้รับการรับรองการใช้พลังงานหมุนเวียน 100% ตั้งแต่ปี 2566 ผ่านการพัฒนา Biomass Boiler, Solar Roof เพื่อจัดหาพลังงานหมุนเวียน รวมทั้งใช้ระบบทำความเย็นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการนำเทคโนโลยี Digital Twin มาจำลองการผลิตและออกแบบบรรจุภัณฑ์ ทำให้ลดต้นทุน ลดของเสีย และเพิ่มคุณภาพโดยไม่ต้องใช้การทดลองจริง นับเป็นโรงงานแห่งที่3 จากโรงงาน ทั้งหมดทั่วโลก</p>
<p>“ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย กำลังพิสูจน์ให้เห็นว่าความยั่งยืนไม่ใช่เพียง พันธกิจด้านสังคม แต่ความยั่งยืนคือหัวใจของธุรกิจในการเติบโตอย่างมั่นคง และยังเป็นกลยุทธ์ทางธุรกิจ ที่เพิ่มศักยภาพการแข่งขันในระยะยาว โดยการบูรณาการ เทคโนโลยี AI และดิจิทัลเข้ากับทุกห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนที่แท้จริง” <strong>ณัฏฐิณี</strong> กล่าวทิ้งท้าย</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/unilever-ai-net-zero/">ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย ชูเทคโนโลยี AI ขับเคลื่อนธุรกิจสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2039</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“อินโนพาวเวอร์” เล็งขยายธุรกิจสู่ภาคการเงินสีเขียว เดินหน้าศึกษามาตรฐาน PCAF สนับสนุนอุตสาหกรรมการเงิน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/innopower-pcaf-3/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 29 Aug 2025 03:30:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[PCAF]]></category>
		<category><![CDATA[การเงินสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนฟุตพริ้นท์]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรฐาน PCAF]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[อินโนพาวเวอร์]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมการเงิน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=40573</guid>

					<description><![CDATA[<p>อินโนพาวเวอร์ ศึกษาการประยุกต์ใช้มาตรฐาน PCAF เตรียมขยายโซลูชันด้านความยั่งยืนสู่ภาคการเงินสีเขียว สนับสนุนอุตสาหกรรมการเงินวัดคาร์บอนฟุตพริ้นท์จากพอร์ตสินเชื่อ พร้อมยกระดับความสามารถขององค์กรในการวางแผนการเปลี่ยนผ่านสภาพภูมิอากาศที่ดีขึ้น ตอบโจทย์เป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน นายอธิป ตันติวรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินโนพาวเวอร์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯ เดินหน้าตามกลยุทธ์การเป็น ‘พันธมิตรพิชิตคาร์บอน’ (Decarbonization Partner) โดยตระหนักว่าการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ไม่ใช่เรื่องของภาคพลังงานเพียงอย่างเดียว แต่สถาบันการเงินเองก็มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการวิเคราะห์และบริหารจัดการความเสี่ยงจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกผ่านพอร์ตการเงิน โดยอินโนพาวเวอร์มีแผนที่จะนำธุรกิจด้านวิธีการคำนวณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการจัดหาแหล่งเงินทุนของสถาบันการเงิน และกำลังศึกษาในเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของบริษัทฯ ในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่อนาคตคาร์บอนต่ำในทุกภาคส่วน ปัจจุบันมาตรฐาน PCAF (Partnership&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/innopower-pcaf-3/">“อินโนพาวเวอร์” เล็งขยายธุรกิจสู่ภาคการเงินสีเขียว เดินหน้าศึกษามาตรฐาน PCAF สนับสนุนอุตสาหกรรมการเงิน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>อินโนพาวเวอร์ ศึกษาการประยุกต์ใช้มาตรฐาน PCAF เตรียมขยายโซลูชันด้านความยั่งยืนสู่ภาคการเงินสีเขียว สนับสนุนอุตสาหกรรมการเงินวัดคาร์บอนฟุตพริ้นท์จากพอร์ตสินเชื่อ พร้อมยกระดับความสามารถขององค์กรในการวางแผนการเปลี่ยนผ่านสภาพภูมิอากาศที่ดีขึ้น ตอบโจทย์เป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน</strong></p>
<p><span id="more-40573"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายอธิป ตันติวรวงศ์</strong></span> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินโนพาวเวอร์ จำกัด</strong> เปิดเผยว่า บริษัทฯ เดินหน้าตามกลยุทธ์การเป็น ‘พันธมิตรพิชิตคาร์บอน’ (Decarbonization Partner) โดยตระหนักว่าการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ไม่ใช่เรื่องของภาคพลังงานเพียงอย่างเดียว แต่สถาบันการเงินเองก็มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการวิเคราะห์และบริหารจัดการความเสี่ยงจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกผ่านพอร์ตการเงิน โดยอินโนพาวเวอร์มีแผนที่จะนำธุรกิจด้านวิธีการคำนวณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการจัดหาแหล่งเงินทุนของสถาบันการเงิน และกำลังศึกษาในเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของบริษัทฯ ในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่อนาคตคาร์บอนต่ำในทุกภาคส่วน</p>
<p>ปัจจุบัน<strong>มาตรฐาน PCAF</strong> (Partnership for Carbon Accounting Financials) เป็นมาตรฐานสากลที่ช่วยให้ธนาคารหรือสถาบันการเงินสามารถวัดและรายงาน “คาร์บอนฟุตพริ้นท์ทางการเงิน” ได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในส่วนของการปล่อยสินเชื่อหรือการลงทุน ซึ่งแต่เดิมแต่ละธนาคารอาจใช้วิธีการคำนวณแตกต่างกันในแต่ละธนาคาร ดังนั้น การมีมาตรฐานการคำนวณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจึงมีบทบาทในการยกระดับความสม่ำเสมอและความโปร่งใสของข้อมูล ด้วยแนวทางปฏิบัติที่เป็นระบบ ตรวจสอบได้ และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล</p>
<p>การนำ<strong>มาตรฐาน PCAF</strong> มาใช้ ถือเป็นแนวทางที่สำคัญอย่างยิ่งในการวัดและจัดการ “Financed Emissions” หรือการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากพอร์ตการเงิน ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้ว คิดเป็นสัดส่วนถึง 98-99% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดของธนาคาร (Scope 1, 2 และ 3) ดังนั้น หากสถาบันการเงินต้องการบริหารจัดการผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง การให้ความสำคัญกับ Financed Emissions จึงเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ นอกจากนี้ PCAF ยังเป็นแนวทางที่เข้ากันได้กับมาตรฐานการรายงานอื่น ๆ เช่น TCFD (Task Force on Climate-related Financial Disclosures), ISSB (International Sustainability Standards Board) และ GHG Protocol ซึ่งช่วยให้สถาบันการเงินสามารถบูรณาการข้อมูลเพื่อจัดทำรายงานความยั่งยืนได้อย่างครบถ้วนและเป็นสากล</p>
<p><strong>PCAF</strong> ยังช่วยสนับสนุนแนวทางการดำเนินงานด้าน ESG และเป้าหมาย Net Zero ได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยการคำนวณที่แม่นยำจะช่วยให้สามารถวิเคราะห์ผลกระทบจากสินเชื่อในแต่ละพอร์ตการลงทุนได้ดีขึ้น ตอบสนองความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งนักลงทุน ลูกค้า และคู่ค้า ที่ให้ความสำคัญกับความโปร่งใสด้านสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น</p>
<p>การประยุกต์ใช้มาตรฐาน PCAF ยังเปิดโอกาสให้สถาบันการเงินสามารถระบุโอกาสในการพัฒนา “สินเชื่อสีเขียว” และผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่สอดรับกับเป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอน ซึ่งไม่เพียงช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังส่งเสริมศักยภาพทางธุรกิจอย่างยั่งยืน</p>
<p><strong>อินโนพาวเวอร์พร้อมสนับสนุนภาคการเงินไทย ด้วยการต่อยอดแพลตฟอร์ม GHG หรือ Greenhouse Gas Report ซึ่งเป็นเครื่องมือคำนวณและแสดงผลลัพธ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสำหรับภาคธุรกิจ สู่การใช้งานในภาคการเงิน โดยเฉพาะการวิเคราะห์คาร์บอนฟุตพริ้นท์ของลูกหนี้จากข้อมูลพอร์ตสินเชื่อ ตามแนวทางปฏิบัติและมาตรฐานของ PCAF เพื่อให้ธนาคารสามารถประเมินผลกระทบความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม วางแผนลดการปล่อยคาร์บอนได้อย่างแม่นยำและยั่งยืน</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/innopower-pcaf-3/">“อินโนพาวเวอร์” เล็งขยายธุรกิจสู่ภาคการเงินสีเขียว เดินหน้าศึกษามาตรฐาน PCAF สนับสนุนอุตสาหกรรมการเงิน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สยามคูโบต้า ชูบทบาทเทรนด์เซ็ตเตอร์การเกษตรยั่งยืน ลุยต่อ ขยายความรู้นวัตกรรมเกษตร ทดแทนการเผา จับมือ “ลำปาง” สร้างเมืองต้นแบบปลอดการเผาสู่ Net Zero Emission</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/kubota-agri-zero-burn/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/kubota-agri-zero-burn/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 25 Aug 2025 03:26:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Report]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero Emission]]></category>
		<category><![CDATA[การเกษตรยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[สยามคูโบต้า]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองต้นแบบปลอดการเผา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=40504</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ 22 สิงหาคม 2568 &#8211; บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด ลุยต่อแผน KUBOTA NET ZERO EMISSION มุ่งมั่นสร้างโลกเกษตรที่ยั่งยืน ขยายองค์ความรู้เกษตรปลอดการเผา สู่นโยบายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคการเกษตรสุทธิเป็นศูนย์ จับมือหน่วยงานภาครัฐและเอกชนของจังหวัดลำปาง ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฯ “ลำปาง เมืองต้นแบบปลอดการเผาสู่ Net Zero Emission&#8221; เป็นจังหวัดที่ 13 ดึงองค์ความรู้ KUBOTA (Agri) Solutions เกษตรครบวงจร แก้ปัญหามลพิษจากฝุ่นละอองในภาคการเกษตร&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/kubota-agri-zero-burn/">สยามคูโบต้า ชูบทบาทเทรนด์เซ็ตเตอร์การเกษตรยั่งยืน ลุยต่อ ขยายความรู้นวัตกรรมเกษตร ทดแทนการเผา จับมือ “ลำปาง” สร้างเมืองต้นแบบปลอดการเผาสู่ Net Zero Emission</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ 22 สิงหาคม 2568 &#8211; <strong>บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด ลุยต่อแผน KUBOTA NET ZERO EMISSION มุ่งมั่นสร้างโลกเกษตรที่ยั่งยืน ขยายองค์ความรู้เกษตรปลอดการเผา สู่นโยบายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคการเกษตรสุทธิเป็นศูนย์ จับมือหน่วยงานภาครัฐและเอกชนของจังหวัดลำปาง ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฯ “ลำปาง เมืองต้นแบบปลอดการเผาสู่ Net Zero Emission&#8221; เป็นจังหวัดที่ 13 ดึงองค์ความรู้ KUBOTA (Agri) Solutions เกษตรครบวงจร แก้ปัญหามลพิษจากฝุ่นละอองในภาคการเกษตร ตลอดจนบริหารจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร</strong></p>
<p><span id="more-40504"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40507" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/MOU-Net-Zero-Emission-01-e1756092318209.jpg" alt="นายรัชกฤต สงวนชีวิน" width="740" height="446" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">นายรัชกฤต สงวนชีวิน</span> ผู้จัดการฝ่าย </strong><strong>Sustainability Development บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด</strong> เปิดเผยว่า ปัจจุบันปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่ทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นประเด็นภาวะโลกร้อน สภาพอากาศแปรปรวน ไปจนถึงมลพิษในอากาศอย่าง “ฝุ่นละออง PM 2.5” ซึ่งพบว่าสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการเผาในพื้นที่การเกษตร สยามคูโบต้าจึงได้ดำเนินกิจกรรมโซลูชันเกษตรปลอดการเผาตั้งแต่ปี 2559 เพื่อรณรงค์และพัฒนากระบวนการผลิตโดยวิธีการทำเกษตรปลอดการเผา ตลอดจนการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่วัสดุเหลือใช้หลังการเก็บเกี่ยว เช่น ฟางข้าว ตอซังข้าว และใบอ้อย ด้วยการนำเอานวัตกรมเครื่องจักรกลการเกษตรและองค์ความรู้ด้านการเกษตร ภายใต้องค์ความรู้ KUBOTA (Agri) Solutions เกษตรครบวงจรมาปรับใช้ รวมถึงร่วมกันบูรณาการกิจกรรม Net Zero Emission หรือการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ผ่านโซลูชันการเกษตร อย่างการสนับสนุนการทำนาเปียกสลับแห้งลดการขังน้ำ</p>
<p>ที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2563 ได้จัดกิจกรรมรณรงค์และสัมมนาโครงการฯ รวมถึงดำเนินการจัดลงนามความร่วมมือโครงการเกษตรปลอดการเผา (Zero Burn) ไปแล้ว 12 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดราชบุรี จังหวัดเชียงราย จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดอุดรธานี จังหวัดสุโขทัย จังหวัดหนองคาย จังหวัดเลย และจังหวัดสระแก้ว ส่งผลให้ลดจุดการเผาในภาคการเกษตรในจังหวัดที่เข้าร่วมโครงการได้อย่างยั่งยืน อีกทั้งยังสร้างรายได้และคืนสุขภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้พี่น้องเกษตรกร สยามคูโบต้าจึงได้ต่อยอดความสำเร็จมายังจังหวัดลำปางเป็นจังหวัดที่ 13 ทั้งนี้เรามุ่งหวังยกระดับโครงการเกษตรปลอดการเผา (Zero Burn) สู่เป้าหมาย KUBOTA NET ZERO EMISSION มุ่งมั่นสร้างโลกเกษตรที่ยั่งยืน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคการเกษตรสุทธิเป็นศูนย์ อย่างไรก็ดียังมีการเร่งศึกษาทดลองนวัตกรรมและเทคโนโลยี และโซลูชันการเกษตรต่างๆ เพื่อทำให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้น เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถนำไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40508 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/MOU-Net-Zero-Emission-02-e1756092286657.jpg" alt="นายชุติเดช มีจันทร์" width="400" height="600" /></p>
<p>ด้าน <strong><span style="color: #6cb742;">นายชุติเดช มีจันทร์</span> ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง </strong>กล่าวว่า ภาคการเกษตรมีความสำคัญต่อ การเติบโตทางด้านเศรษฐกิจของจังหวัดลำปาง เนื่องจากจังหวัดมีพื้นที่ทำการเกษตรทั้งหมดกว่า 1.7 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 22.74 ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่พืชไร่ นาข้าว ไม้ยืนต้น สำหรับประเด็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพื่อมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ของจังหวัดลำปาง ที่ผ่านมาได้ดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม โดยได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้ รณรงค์ ส่งเสริมให้มีการลดการเผาในพื้นที่เกษตร และบูรณาการเครือข่ายหยุดเผา ภายใต้แนวทาง 3R Model ประกอบด้วย การเปลี่ยนพฤติกรรม Re-Habit ให้ปลูกพืชชนิดเดิมแบบไม่เผา โดยใช้เครื่องจักร ส่งเสริมการแปรรูป และเพิ่มมูลค่าเศษวัสดุทางการเกษตรเพื่อลดการเผา ได้แก่ การไถกลบตอซังและอัดก้อนฟางข้าวและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ และการจำหน่ายเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรในพื้นที่ การเปลี่ยนชนิดพืช Replace with High Value Crops ที่ปลูกบนพื้นที่สูง จากพืชไร่เป็นไม้ผล พืชเศรษฐกิจ/แบบผสมผสาน ที่มีมูลค่าสูง เช่น กาแฟ และการเปลี่ยนเป็นพืชทางเลือก Replace with Alternate Crops เป็นพื้นที่ราบจากพื้นที่นาปรังหรือพื้นที่นอกเขตชลประทาน ให้ปลูกข้าวโพดหรือพืชตระกูลถั่ว ทั้งนี้ในปี 2568 จังหวัดลำปางมีเป้าหมายการลดจุดความร้อน Hot Spot ในพื้นที่การเกษตร ลงร้อยละ 30 จากปี 2567 ผลการดำเนินงานในปี 2568 สามารถลดจุดเผาไหม้ได้ร้อยละ 30.94 เมื่อเปรียบเทียบในช่วงเดียวกัน สะสมเพียง 125 จุด จากปีที่ผ่านมาจำนวน 181 จุด แต่ยังมีเกษตรกรจำนวนมากที่ใช้การเผาเป็นวิธีจัดการเศษวัสดุทางการเกษตร ซึ่งนอกจากจะสร้างมลพิษทางอากาศและปัญหาฝุ่น PM 2.5 แล้ว ยังเป็นหนึ่งในปัจจัยที่เร่งให้เกิดภาวะโลกร้อน จึงต้องสร้างความตระหนักถึงผลกระทบ ให้มีการปรับตัว และรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีในปัจจุบันต่อไป</p>
<p>จังหวัดลำปาง มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ทางบริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด ได้เล็งเห็นความสำคัญในการดำเนินโครงการ มีการบูรณาการระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชน และมีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกัน เพื่อรณรงค์และส่งเสริมให้เกษตรกรตระหนักถึงความสำคัญของการทำเกษตรปลอดการเผา (Zero Burn) และนำนวัตกรรมเครื่องจักรกลการเกษตรควบคู่กับองค์ความรู้ด้านการเกษตรมาประยุกต์ใช้ในกระบวนการเพาะปลูก เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และแก้ปัญหามลพิษทางอากาศอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ โครงการยังมุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ซึ่งในจังหวัดลำปางมีโอกาสในการซื้อขายวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น สามารถนำไปจำหน่ายให้กับตลาดเลี้ยงสัตว์ หรือแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงชีวมวลเพื่อส่งโรงไฟฟ้าภายในจังหวัด อันจะช่วยสร้างรายได้หมุนเวียนให้กับเกษตรกรและชุมชน พร้อมก้าวสู่เป้าหมาย “ลำปาง เมืองต้นแบบปลอดการเผาสู่ Net Zero Emission” อย่างเป็นรูปธรรม”</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40509" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/MOU-Net-Zero-Emission-03-e1756092341103.jpg" alt="MOU Net Zero Emission" width="740" height="494" /></p>
<p><strong>อย่างไรก็ตามสยามคูโบต้ายังคงมุ่งมั่นผลักดันแนวคิดเกษตรปลอดการเผาสู่การสร้าง “เมืองต้นแบบปลอดการเผาสู่ Net Zero Emission” ด้วยการขยายพื้นที่ความร่วมมือของโครงการฯ ในปี 2568 เพิ่มอีก 2 จังหวัด ได้แก่จังหวัดพิจิตร จังหวัดลพบุรี นอกจากนี้ยังมีการผลักดันองค์กรและสินค้าของคูโบต้าให้เป็นองค์กรที่มีนโยบายเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตลอดจนหาแนวทางการแก้ไขประเด็นเรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อมอยู่เสมอ ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมาย ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 50% ภายในปี 2573 พร้อมขยายผลให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero Emission ภายในปี 2593 สอดรับกับเป้าหมายแผนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยและเพื่อดำเนินตามนโยบายคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น ในการมุ่งสู่แบรนด์ชั้นนำระดับโลกหรือ Global Major Brand (GMB)</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/kubota-agri-zero-burn/">สยามคูโบต้า ชูบทบาทเทรนด์เซ็ตเตอร์การเกษตรยั่งยืน ลุยต่อ ขยายความรู้นวัตกรรมเกษตร ทดแทนการเผา จับมือ “ลำปาง” สร้างเมืองต้นแบบปลอดการเผาสู่ Net Zero Emission</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/kubota-agri-zero-burn/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
