<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ลดการเผา | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%b2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Wed, 11 Mar 2026 01:21:15 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.5</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>ลดการเผา | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>TEI จับมือเชียงราย–เมียนมา Kick off ทำแนวกันไฟ 2 เมืองคู่ขนานแม่สาย–ท่าขี้เหล็ก หวังแก้หมอกควันข้ามแดนอย่างเป็นรูปธรรม</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/tei-kick-off-chiang-rai-myanmar/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 11 Mar 2026 01:21:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Report]]></category>
		<category><![CDATA[TEI]]></category>
		<category><![CDATA[ทำแนวกันไฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการเผา]]></category>
		<category><![CDATA[เชียงราย]]></category>
		<category><![CDATA[เมียนมา]]></category>
		<category><![CDATA[แก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=43418</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย หรือ TEI ร่วมกับ จังหวัดเชียงราย อำเภอแม่สาย เทศบาลตำบลเวียงพางคำ และผู้แทนจากเมืองท่าขี้เหล็กและรัฐฉาน สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา จัดกิจกรรม “Kick off ทำแนวกันไฟลดเผา 2 แผ่นดิน สัมพันธ์ไทย–เมียนมา และประชุมขับเคลื่อนความร่วมมือเมืองคู่ขนาน ลดหมอกควันข้ามแดน” ณ พื้นที่แนวกันไฟหมู่บ้านคู่ขนาน บ้านผาหมี อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย และบ้านสามปี เมืองท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงในการเกิดไฟป่า โดยมีเป้าหมายเสริมสร้างความร่วมมือไทย–เมียนมา ในการป้องกันไฟป่า ร่วมจัดทำแนวกันไฟตามแนวชายแดน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/tei-kick-off-chiang-rai-myanmar/">TEI จับมือเชียงราย–เมียนมา Kick off ทำแนวกันไฟ 2 เมืองคู่ขนานแม่สาย–ท่าขี้เหล็ก หวังแก้หมอกควันข้ามแดนอย่างเป็นรูปธรรม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย หรือ TEI </strong>ร่วมกับ <strong>จังหวัดเชียงราย อำเภอแม่สาย เทศบาลตำบลเวียงพางคำ และผู้แทนจากเมืองท่าขี้เหล็กและรัฐฉาน สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา </strong>จัดกิจกรรม<strong> “Kick off ทำแนวกันไฟลดเผา 2 แผ่นดิน สัมพันธ์ไทย–เมียนมา และประชุมขับเคลื่อนความร่วมมือเมืองคู่ขนาน ลดหมอกควันข้ามแดน” </strong>ณ พื้นที่แนวกันไฟหมู่บ้านคู่ขนาน บ้านผาหมี อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย และบ้านสามปี เมืองท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงในการเกิดไฟป่า</p>
<p><span id="more-43418"></span></p>
<p>โดยมีเป้าหมายเสริมสร้างความร่วมมือไทย–เมียนมา ในการป้องกันไฟป่า ร่วมจัดทำแนวกันไฟตามแนวชายแดน ลดการลุกลามของไฟในพื้นที่เสี่ยง และรณรงค์ลดการเผาในหมู่บ้านชายแดนและพื้นที่ใกล้เคียง พร้อมจัดประชุมหารือขับเคลื่อนกลไกความร่วมมือ “เมืองคู่ขนาน” ระหว่างแม่สาย–ท่าขี้เหล็ก เพื่อยกระดับการประสานงานและแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันในการแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดนอย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่องของสองประเทศในการดูแลผืนป่า ลดหมอกควันข้ามแดน และร่วมกันสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี เพื่อลมหายใจที่ดีร่วมกันต่อไป</p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43420" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/tei-kick-off-chiang-rai-myanmar-02.jpg" alt="ชูชีพ พงษ์ไชย" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/tei-kick-off-chiang-rai-myanmar-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/tei-kick-off-chiang-rai-myanmar-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/tei-kick-off-chiang-rai-myanmar-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/tei-kick-off-chiang-rai-myanmar-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ชูชีพ พงษ์ไชย</span> ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย  </strong>กล่าวว่า จังหวัดเชียงรายเป็นหนึ่งในพื้นที่วิกฤตไฟป่าและหมอกควันของภาคเหนือ เนื่องจากการเผาป่าและการเผาเตรียมพื้นที่เกษตรในช่วงฤดูแล้ง ประกอบกับลักษณะภูมิประเทศที่มีพรมแดนติดกับ สปป.ลาว และเมียนมา ทำให้สถานการณ์หมอกควันข้ามแดนมีความรุนแรงและซับซ้อนยิ่งขึ้น ส่งผลให้การควบคุมมลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะ PM<sub>2.5</sub> เป็นความท้าทายเชิงโครงสร้างที่ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศ กิจกรรม “<strong>Kick off ทำแนวกันไฟลดเผา 2 แผ่นดิน สัมพันธ์ไทย–เมียนมา และประชุมขับเคลื่อนความร่วมมือเมืองคู่ขนาน ลดหมอกควันข้ามแดน” </strong>ในครั้งนี้ จึงถือเป็นการยกระดับความร่วมมือเชิงพื้นที่สู่กลไกเชิงนโยบาย โดยมุ่งลดการเผาในพื้นที่เสี่ยง ควบคู่กับการสร้างความร่วมมือแบบ “เมืองคู่ขนาน” ระหว่างพื้นที่ชายแดนของทั้งสองประเทศ</p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ติ้น เหว่ ต่ง</span> ผู้ว่าราชการจังหวัดท่าขี้เหล็ก </strong>กล่าวว่า จังหวัดท่าขี้เหล็กในฐานะ <strong>“เมืองคู่ขนานชายแดน” </strong>ที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับจังหวัดเชียงราย ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม การคมนาคม และการใช้ทรัพยากรร่วมกัน มีความพร้อมและยินดีอย่างยิ่งที่จะสนับสนุนความร่วมมือในการลดหมอกควันข้ามพรมแดน เนื่องจากทั้งสองพื้นที่ต่างได้รับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และเศรษฐกิจของประชาชนร่วมกัน การดำเนินงานดังกล่าวจะมุ่งลดมลพิษทางอากาศจากทุกแหล่งกำเนิด ภายใต้กรอบความร่วมมือของอาเซียน และภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ฟ้าไส (CLEAR Sky Strategy) เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการแก้ไขปัญหาและสร้างความยั่งยืนในระยะยาวให้กับพื้นที่ชายแดนของทั้งสองประเทศ</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43421" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/tei-kick-off-chiang-rai-myanmar-03.jpg" alt="ดร.วิจารย์ สิมาฉายา" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/tei-kick-off-chiang-rai-myanmar-03.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/tei-kick-off-chiang-rai-myanmar-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/tei-kick-off-chiang-rai-myanmar-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/tei-kick-off-chiang-rai-myanmar-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ดร.วิจารย์ สิมาฉายา</span> ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย </strong>กล่าวว่า กิจกรรมในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือเชิงปฏิบัติที่ทุกภาคส่วนจะร่วมกันทำงานอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันไฟป่าตั้งแต่แหล่งกำเนิด ลดการเผาในพื้นที่เสี่ยง และสร้างกลไกการประสานงานอย่างใกล้ชิดระหว่างเมืองคู่ขนานของทั้งสองประเทศ โดยการดำเนินงานมุ่งขยายความร่วมมือของเมืองชายแดนในรูปแบบ <strong>“เมืองคู่ขนาน” </strong>ควบคู่กับการเสริมสร้างศักยภาพและกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ผ่านการดำเนินงานโครงการพัฒนาความร่วมมือเมืองคู่ขนาน ไทย–ลาว–เมียนมา เพื่อการจัดการและลดมลพิษหมอกควันข้ามแดน และ โครงการพัฒนากลไกความร่วมมือขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการร่วมยุทธศาสตร์ฟ้าใส หรือ CLEAR Sky Strategy เพื่อลดมลพิษหมอกควันข้ามแดน ให้เกิดการจัดการปัญหาหมอกควันข้ามแดนให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ทั้งในระดับนโยบายและระดับพื้นที่ โดยเฉพาะในจังหวัดเชียงรายและพื้นที่ชายแดนประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่องต่อไป</p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">วรายุทธ ค่อมบุญ</span> นายอำเภอแม่สาย </strong>กล่าวว่า การจัดกิจกรรมทำแนวกันไฟร่วมกันในครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและเมียนมา ในการป้องกันไฟป่า ลดการเผา และลดการลุกลามของไฟในพื้นที่ชายแดนอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ อำเภอแม่สายและเมืองท่าขี้เหล็ก ในฐานะเมืองคู่ขนาน ได้ร่วมประชุมกำหนดกรอบความร่วมมือและประกาศเจตนารมณ์ในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดนไปพร้อมกัน ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างการประสานงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคท้องถิ่น และชุมชนของทั้งสองฝั่งชายแดน</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43422" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/tei-kick-off-chiang-rai-myanmar-04.jpg" alt="ความร่วมมือ การแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดน ไทย-เมียนมา" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/tei-kick-off-chiang-rai-myanmar-04.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/tei-kick-off-chiang-rai-myanmar-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/tei-kick-off-chiang-rai-myanmar-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/tei-kick-off-chiang-rai-myanmar-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>“ความร่วมมือครั้งนี้ จะช่วยให้การแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดนเป็นไปอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน พร้อมยืนยันความพร้อมของอำเภอแม่สายในการสนับสนุนการดำเนินงานร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทั้งสองประเทศในระยะยาว” <strong>วรายุทธ </strong> กล่าว</p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ฉัตรชัย ชัยศิริ</span> นายกเทศมนตรีตำบลเวียงพางคำ </strong>กล่าวว่า กิจกรรมในครั้งนี้มีผู้บริหารและผู้แทนหน่วยงานจากจังหวัดเชียงราย ประเทศไทย และเมืองท่าขี้เหล็ก สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เข้าร่วมอย่างเป็นทางการทั้งสองฝ่าย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือที่ก้าวข้ามการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ สู่การดำเนินงานที่เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้นการรวมพลังของทั้งสองพื้นที่ชายแดน พร้อมระบุว่าความร่วมมือดังกล่าวมีศักยภาพพัฒนาไปสู่ต้นแบบของการจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดน ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจ ความไว้วางใจ และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะพลังของชุมชนท้องถิ่น ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างความยั่งยืนร่วมกันต่อไป</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43423" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/tei-kick-off-chiang-rai-myanmar-05.jpg" alt="ความร่วมมือ การแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดน ไทย-เมียนมา" width="750" height="296" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/tei-kick-off-chiang-rai-myanmar-05.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/tei-kick-off-chiang-rai-myanmar-05-300x118.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/tei-kick-off-chiang-rai-myanmar-05-150x59.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/tei-kick-off-chiang-rai-myanmar-05-500x197.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">นพเกล้า รุ่งเพชร สาคร</span> ผู้ใหญ่บ้านผาหมี หมู่ 6 </strong>กล่าวเพิ่มเติมว่า การที่บ้านผาหมีได้รับเลือกเป็นพื้นที่หลักในการจัดกิจกรรมทำแนวกันไฟ 2 แผ่นดิน ร่วมกับบ้านสามปี ฝั่งเมียนมา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงบทบาทสำคัญของชุมชนชายแดนในการร่วมป้องกันไฟป่าและลดการเผาอย่างจริงจัง การดำเนินงานในครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับความร่วมมือจากระดับชุมชนสู่ความร่วมมือเชิงพื้นที่ที่เข้มแข็งยิ่งขึ้น พร้อมตอกย้ำความสัมพันธ์อันดีของ “เมืองคู่ขนาน” ไทย–เมียนมา ในระดับฐานราก ซึ่งประชาชนทั้งสองฝั่งชายแดนมีส่วนร่วมโดยตรง ผู้ใหญ่บ้านผาหมียังย้ำว่า พลังของชุมชนคือกลไกสำคัญในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และลดความเสี่ยงไฟป่าในพื้นที่ หากทั้งสองฝ่ายยังคงร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด เชื่อมั่นว่าจะสามารถลดผลกระทบจากหมอกควันข้ามแดน และสร้างความยั่งยืนให้กับผืนป่าและคุณภาพชีวิตของประชาชนทั้งสองประเทศได้ในระยะยาว</p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ดร.วิน  เตง</span> ผู้แทนกรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา</strong> กล่าวว่า ฤดูการเผาเพื่อเตรียมพื้นที่เพาะปลูกในหลายรัฐของประเทศเมียนมาได้เริ่มต้นขึ้น และส่งผลต่อการเกิดหมอกควันข้ามแดน ซึ่งทางรัฐบาลพม่าได้ดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อป้องกันและควบคุมการเผาในที่โล่ง กรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านคุณภาพอากาศพร้อมที่จะสนับสนุนการดำเนินงานและจะเดินหน้าเพื่อส่งเสริมความร่วมมือของทั้งสองประเทศในการจัดการปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนทั้งในระดับนโยบายและระดับพื้นที่</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/tei-kick-off-chiang-rai-myanmar/">TEI จับมือเชียงราย–เมียนมา Kick off ทำแนวกันไฟ 2 เมืองคู่ขนานแม่สาย–ท่าขี้เหล็ก หวังแก้หมอกควันข้ามแดนอย่างเป็นรูปธรรม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สวพส.บูรณาการถ่ายทอดองค์ความรู้ ณ บ้านแม่วาก จ.เชียงใหม่ มุ่งแก้ไขปัญหาความยากจน ลดการเผา ต้นเหตุฝุ่น PM 2.5</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/hrdi-pm2-5/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/hrdi-pm2-5/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 22 Feb 2024 07:30:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Report]]></category>
		<category><![CDATA[ต้นเหตุฝุ่น PM 2.5]]></category>
		<category><![CDATA[ถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนเรียนรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการเผา]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=32378</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อเร็วๆ นี้  สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. จัดงาน “วันถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน ลดการเผา และฝุ่นละออง PM 2.5  แบบบูรณาการและมุ่งเป้า” ณ บ้านแม่วาก ตำบลแม่นาจร อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่  โดยได้รับเกียรติจาก ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิด เพื่อร่วมบูรณาการแก้ปัญหาการเผาในพื้นที่การทำเกษตรอย่างครบวงจรและยั่งยืน ด้วยการจัดทำแผนที่การใช้ประโยชน์รายแปลง กำหนดเขตพื้นที่ป่า พื้นที่เกษตร พื้นที่ทำกิน พร้อมกับการปรับระบบเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยปลูกพืชผักในโรงเรือนซึ่งใช้พื้นที่น้อยสร้างรายได้สูง เบญจพร&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/hrdi-pm2-5/">สวพส.บูรณาการถ่ายทอดองค์ความรู้ ณ บ้านแม่วาก จ.เชียงใหม่ มุ่งแก้ไขปัญหาความยากจน ลดการเผา ต้นเหตุฝุ่น PM 2.5</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อเร็วๆ นี้  <strong>สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส.</strong> จัดงาน “<strong>วันถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน ลดการเผา และฝุ่นละออง PM 2.5  แบบบูรณาการและมุ่งเป้า”</strong> ณ บ้านแม่วาก ตำบลแม่นาจร อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่  โดยได้รับเกียรติจาก ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิด เพื่อร่วมบูรณาการแก้ปัญหาการเผาในพื้นที่การทำเกษตรอย่างครบวงจรและยั่งยืน ด้วยการจัดทำแผนที่การใช้ประโยชน์รายแปลง กำหนดเขตพื้นที่ป่า พื้นที่เกษตร พื้นที่ทำกิน พร้อมกับการปรับระบบเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยปลูกพืชผักในโรงเรือนซึ่งใช้พื้นที่น้อยสร้างรายได้สูง</p>
<p><span id="more-32378"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32380" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/hrdi-pm2.5-02.jpg" alt="เบญจพร ชาครานนท์" width="720" height="540" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/hrdi-pm2.5-02.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/hrdi-pm2.5-02-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/hrdi-pm2.5-02-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/hrdi-pm2.5-02-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">เบญจพร ชาครานนท์</span> ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong> กล่าวเปิดงานว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีนโยบายสำคัญในการสร้างรายได้ สร้างโอกาส และสร้างคุณภาพชีวิต ทำการเกษตรที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะปัญหาเรื่องฝุ่นละออง PM 2.5   ทั้งนี้สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน)  ถือเป็นหน่วยงานหลักในการพัฒนาพื้นที่สูง ป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5  ในภาคการเกษตรโดยประยุกต์ใช้องค์ความรู้จากโครงการหลวง และจากผลงานวิจัยในการปรับระบบเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างรายได้และยังช่วยลดการเผาในพื้นที่เกษตร ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดฝุ่น PM 2.5 ภายใต้กระบวนการมีส่วนร่วมกับชุมชนและหน่วยงานต่างๆ โดยการบริหารจัดการฐานข้อมูล การพัฒนาแหล่งน้ำ การจัดการเศษวัสดุการเกษตรเพื่อนำไปทำปุ๋ยปรับปรุงบำรุงดิน และชีวมวล ตลอดจนการรับรองมาตรฐานอาหารปลอดภัย (GAP PM 2.5 Free) การตลาดและโลจิสติกส์  อย่างเป็นระบบครบวงจร ภายใต้กระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32381" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/hrdi-pm2.5-03.jpg" alt="เพชรดา อยู่สุข" width="720" height="480" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/hrdi-pm2.5-03.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/hrdi-pm2.5-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/hrdi-pm2.5-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/hrdi-pm2.5-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">เพชรดา อยู่สุข</span> รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (สวพส.)</strong> กล่าวว่า สวพส. ได้ดำเนิน  “<strong>โครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวง</strong>” มุ่งเน้นการดำเนินงานแก้ไขปัญหาให้กับชุมชนตามบริบทเชิงพื้นที่อย่างยั่งยืน โดยกระบวนการมีส่วนร่วมกับชุมชนและหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ตลอดจนสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น การประยุกต์ใช้องค์ความรู้จากผลงานวิจัยเพื่อสนับสนุนการพัฒนา โดยเฉพาะ <strong>“การปรับระบบเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม”</strong> ส่งเสริมและพัฒนาการปลูกพืชเศรษฐกิจชนิดเดิม และเพิ่มชนิดพืชทดแทนการปลูกข้าวโพด เช่น พืชผัก ไม้ผลยืนต้น เงาะ ส้มโอ มะม่วง อะโวคาโด รวมถึงการพัฒนาอาชีพบนฐานความรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยนำผลการวิจัยที่สำเร็จแล้วถ่ายทอดสู่เกษตรกร เช่น การส่งเสริมการปลูกข้าวโพดเหลื่อมด้วยพืชตระกูลถั่ว เพื่อลดการเผาและเพิ่มธาตุอาหารในดิน ส่งเสริมการปลูกพืชทางเลือกใหม่ที่ให้ผลตอบแทนเร็ว ใช้พื้นที่จำกัด ใช้ปริมาณน้ำน้อย  ซึ่งมีชุมชนหรือพื้นที่ต้นแบบที่ประสบผลสำเร็จ (Good Practice) ได้รับการยอมรับทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ</p>
<p>จากผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ก่อให้เกิดผลสำเร็จและประโยชน์ในด้านต่าง ๆ แก่ชุมชนบนพื้นที่สูงจำนวนมาก จึงได้นำผลสำเร็จจากพื้นที่ต้นแบบบ้านแม่วาก มาขยายผลไปยังชุมชนบนพื้นที่สูงอื่น ๆ ภายใต้ความร่วมมือของ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือสวก. ชุมชนและหน่วยงานทุกภาคส่วน ควบคู่กับการประยุกต์ใช้งานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม ให้สอดคล้องกับปัญหาและบริบทภูมิสังคมของแต่ละพื้นที่ นำไปสู่การลดปัญหาและบริหารจัดการจุดความร้อน (Hotspot) และพื้นที่เผาไหม้ (Burn Scar) ในพื้นที่เกษตรกรรมซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแหล่งกำเนิดของฝุ่นละออง PM 2.5 ในพื้นที่เป้าหมายเร่งด่วนภาคเหนือตอนบนโดยเฉพาะพื้นที่อำเภอแม่แจ่ม ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญ</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32382" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/hrdi-pm2.5-04.jpg" alt="สวพส.บูรณาการถ่ายทอดองค์ความรู้ ณ บ้านแม่วาก จ.เชียงใหม่" width="720" height="480" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/hrdi-pm2.5-04.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/hrdi-pm2.5-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/hrdi-pm2.5-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/hrdi-pm2.5-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<p><strong>เพชรดา  </strong>กล่าวถึงการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ มีผู้แทนจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คณะผู้ทรงคุณวุฒิจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร  เจ้าหน้าที่สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง คณะทำงานบริหารจัดการดิน น้ำ ป่า เพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาพื้นที่อำเภอแม่แจ่ม ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เกษตรกรในพื้นที่อำเภอแม่แจ่ม กลุ่มเกษตรกรเครือข่าย และประชาชนทั่วไป โดยมีกิจกรรมฐานเรียนรู้ 6 ฐาน ประกอบด้วย  1.การจัดทำและบริหารจัดการฐานข้อมูลนิทรรศการแสดงผลสำเร็จของงานวิจัยและงานพัฒนาที่สำคัญ ทั้งในเชิงพื้นที่โครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวง และในแต่ละมิติของการพัฒนา  2.สร้างป่าสร้างรายได้ ไม้เศรษฐกิจ ไม้ผล ไม้ยืนต้น กาแฟ   3.การจัดการเศษวัสดุทางการเกษตร (อัดก้อน ชีวมวล อาหารสัตว์) 4. การจัดการเศษวัสดุทางการเกษตร (ไถกลบ คันปุ๋ย ปุ๋ยหมัก) 5.พืชไร่ในระบบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม  และ 6.ผักอินทรีย์ในโรงเรือน + Eco Brand</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32383" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/hrdi-pm2.5-05.jpg" alt="สวพส.บูรณาการถ่ายทอดองค์ความรู้ ณ บ้านแม่วาก จ.เชียงใหม่ มุ่งแก้ไขปัญหาความยากจน ลดการเผา ต้นเหตุฝุ่น PM 2.5" width="720" height="479" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/hrdi-pm2.5-05.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/hrdi-pm2.5-05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/hrdi-pm2.5-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/hrdi-pm2.5-05-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/hrdi-pm2-5/">สวพส.บูรณาการถ่ายทอดองค์ความรู้ ณ บ้านแม่วาก จ.เชียงใหม่ มุ่งแก้ไขปัญหาความยากจน ลดการเผา ต้นเหตุฝุ่น PM 2.5</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/hrdi-pm2-5/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ACE ขานรับนโยบายภาครัฐร่วมลด PM 2.5 ชูแนวทาง “ลดเผา รายได้เพิ่ม”</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%a5-ace-%e0%b8%a5%e0%b8%94-pm-2-5/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%a5-ace-%e0%b8%a5%e0%b8%94-pm-2-5/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 09 Nov 2020 09:53:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[ACE]]></category>
		<category><![CDATA[PM 2.5]]></category>
		<category><![CDATA[การผลิตไฟฟ้าจากชีวมวล]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่น PM 2.5]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่นละออง PM 2.5]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการเผา]]></category>
		<category><![CDATA[วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[แก้ปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้าชีวมวล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=14940</guid>

					<description><![CDATA[<p>ACE ขานรับบอร์ดสิ่งแวดล้อม ลด PM 2.5 ชูแนวทาง “ลดเผา รายได้เพิ่ม” ประสานผู้นำชุมชน-หน่วยงานรัฐ-เกษตรกร รับซื้อวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรกว่า 50 ชนิดรอบโรงไฟฟ้าชีวมวล 12 แห่งทั่วประเทศราคายุติธรรมโดยตั้งเป้าซื้อเข้าสต็อกต่อปีไม่ต่ำกว่า 1.7 ล้านตัน ช่วยลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากเชื้อเพลิงฟอสซิลได้มากกว่า 434 ล้านกิโลกรัม พร้อมสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนในพื้นที่ เพิ่มรายได้ให้เกษตรกรแล้วตลอด 9 ปี มากกว่า 5,000 ล้านบาท นางสาวจิรฐา ทรงเมตตา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%a5-ace-%e0%b8%a5%e0%b8%94-pm-2-5/">ACE ขานรับนโยบายภาครัฐร่วมลด PM 2.5 ชูแนวทาง “ลดเผา รายได้เพิ่ม”</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ACE ขานรับบอร์ดสิ่งแวดล้อม ลด PM 2.5 ชูแนวทาง “ลดเผา รายได้เพิ่ม” ประสานผู้นำชุมชน-หน่วยงานรัฐ-เกษตรกร รับซื้อวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรกว่า 50 ชนิดรอบโรงไฟฟ้าชีวมวล 12 แห่งทั่วประเทศราคายุติธรรมโดยตั้งเป้าซื้อเข้าสต็อกต่อปีไม่ต่ำกว่า 1.7 ล้านตัน ช่วยลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากเชื้อเพลิงฟอสซิลได้มากกว่า 434 ล้านกิโลกรัม พร้อมสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนในพื้นที่ เพิ่มรายได้ให้เกษตรกรแล้วตลอด 9 ปี มากกว่า 5,000 ล้านบาท</strong><span id="more-14940"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-14943" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/Jiratha.jpg" alt="นางสาวจิรฐา ทรงเมตตา" width="650" height="433" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/Jiratha.jpg 650w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/Jiratha-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/Jiratha-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/Jiratha-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 650px) 100vw, 650px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นางสาวจิรฐา ทรงเมตตา</strong></span> <strong>ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แอ๊บโซลูท คลีน เอ็นเนอร์จี้ จำกัด (มหาชน)</strong> หรือ <strong>ACE</strong> ผู้นำด้านพลังงานสะอาด เปิดเผยว่า บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมแก้ปัญหา<strong>ฝุ่นละออง PM 2.5</strong> ที่ลุกลามรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งล่าสุดที่ประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เมื่อวันที่ 4 พ.ย. 2563 มีมติเห็นชอบให้จัดทำแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ การแก้ไขปัญหามลพิษด้าน<strong>ฝุ่นละออง PM 2.5</strong> โดยเร่งด่วน</p>
<p><strong>ACE</strong> ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ของประเทศ และทำต่อเนื่องมาหลายปีบนหลักการ ESG (Environmental, Social, and Governance) ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม บรรษัทภิบาล โดยดำเนินการภายใต้แนวทาง “ลดเผา รายได้เพิ่ม” เปิดรับซื้อวัสดุเหลือใช้จากภาคการเกษตรที่หลากหลายกว่า 50 ชนิด อาทิ ฟางข้าว แกลบ ใบอ้อย ต้นข้าวโพด ซังข้าวโพด ฯลฯ เพื่อนำมาเป็นเชื้อเพลิงในโรงไฟฟ้าชีวมวลของบริษัทฯ รวม 12 แห่ง ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ต่างๆ ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ<br />
ในปี 2563 และ 2564 ตั้งเป้าหมายรับซื้อวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรไม่ต่ำกว่า 1.7 ล้านตัน โดยเฉพาะช่วงหน้าแล้ง ซึ่งมักเกิดฝุ่นละออง PM 2.5 บริษัทฯ จะรับซื้อในปริมาณมากขึ้น 40-50% ของปริมาณรับซื้อปกติ ทั้งนี้แม้จะเกินปริมาณการนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงในโรงไฟฟ้าในเดือนนั้นก็ตาม แต่มีวัตถุประสงค์จะดำเนินการ เพื่อลดฝุ่นละออง และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งที่ผ่านมาในแต่ละปีสามารถช่วยลดได้มากกว่า 434 ล้านกิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า</p>
<p>“ช่วงหน้าแล้งเราซื้อวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเกินกว่าที่ใช้จริงและนำมาเก็บสต็อก เพราะต้องการลดการเผาในไร่นา ไร่อ้อย และไร่ข้าวโพด โดยประสานผู้นำชุมชน หน่วยงานรัฐและเกษตรกรโดยตรง เชิญชวนนำมาขายให้ <strong>ACE</strong> ซึ่งรับซื้อในราคายุติธรรมและรับซื้อเกือบทุกชนิดที่มีในประเทศไทย โดยนอกจากมีส่วนร่วมลดฝุ่น PM 2.5 และการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์แล้วยังสร้างรายได้เพิ่มให้เกษตรกรทั่วประเทศด้วย”</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-14942" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/Biomass.jpg" alt="รับซื้อวัสดุเหลือใช้จากภาคการเกษตร" width="640" height="480" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/Biomass.jpg 640w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/Biomass-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/Biomass-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/Biomass-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></p>
<p>ทั้งนี้ตลอด 9 ปีตั้งแต่ปี 2555 <strong>การผลิตไฟฟ้าจากชีวมวล</strong>ของ <strong>ACE</strong> ได้รับซื้อเศษวัสดุทางการเกษตรในปริมาณรวมแล้วมากกว่า 5 ล้านตัน มีส่วนช่วยลดการเผาเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรในที่โล่งเทียบเท่าปริมาณ PM 2.5 ที่เกิดจากการเผาฟางข้าว ตอซังข้าวในนาข้าวเนื้อที่รวมกว่า 10.8 ล้านไร่/ปี</p>
<p>ขณะเดียวกันยังเป็นช่องทางให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่ม ทดแทนการเผาได้ปีละมากกว่า 1,200 ล้านบาท ช่วยให้สร้างมูลค่าเพิ่มกระตุ้นให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในชุมชน มากกว่า 5,000 ล้านบาท</p>
<p>ทั้งนี้การที่ <strong>ACE</strong> สามารถรับซื้อวัสดุได้ในปริมาณมาก และหลากหลายกว่า 50 ชนิด ครอบคลุมวัสดุทางการเกษตรเกือบทุกประเภทที่มีในประเทศไทย ขณะที่โรงไฟฟ้าชีวมวลส่วนใหญ่จะรับซื้อไม่กี่ชนิด เพราะ ACE มีเทคโนโลยีในการผลิตไฟฟ้าจากชีวมวลที่ทันสมัยและบุคลากรที่มีประสบการณ์ มีความรู้จริงเกี่ยวกับการเดินโรงไฟฟ้าชีวมวลมากว่า 30 ปี ทำให้สามารถผสมผสานใช้เชื้อเพลิงได้หลากหลาย จนถึงวันนี้การเดินเครื่อ<strong>งโรงไฟฟ้าชีวมวล</strong>ของบริษัทฯ ยังเป็นไปอย่างต่อเนื่องทุกวัน พร้อมจะเปิดรับซื้อวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเพิ่มมากขึ้น เป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหา PM 2.5 อย่างยั่งยืน</p>
<p>ปัจจุบัน<strong>โรงไฟฟ้าชีวมวลของ ACE</strong> ทั้งหมด 12 โครงการ รวมกำลังผลิต 988 ล้านหน่วยต่อปี กระจายอยู่ในจังหวัดต่างๆ อาทิ ชลบุรี, ขอนแก่น, สุรินทร์, นครราชสีมา, ร้อยเอ็ด, บุรีรัมย์, ลำปาง, หนองคาย, อุบลราชธานี, กาญจนบุรี ซึ่งแต่ละพื้นที่ล้วนเป็นพื้นที่เพาะปลูกทางการเกษตรที่สำคัญของประเทศ</p>
<p><strong>อนึ่ง บริษัท แอ๊บโซลูท คลีน เอ็นเนอร์จี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ACE คือ ผู้ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าและไอน้ำจากพลังงานสะอาดที่ครอบคลุม ตั้งแต่โรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวล พลังงานขยะ ก๊าซธรรมชาติ พลังงานแสงอาทิตย์ รวมถึงธุรกิจซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน ปัจจุบันมีโรงไฟฟ้าที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ แล้ว จำนวน 18 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้งรวม 239.91 เมกะวัตต์ จากในแผน 36 โครงการ ทั้งมีเป้าหมายที่จะเพิ่มกำลังการผลิตให้มากกว่า 1,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2567</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%a5-ace-%e0%b8%a5%e0%b8%94-pm-2-5/">ACE ขานรับนโยบายภาครัฐร่วมลด PM 2.5 ชูแนวทาง “ลดเผา รายได้เพิ่ม”</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%a5-ace-%e0%b8%a5%e0%b8%94-pm-2-5/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
