<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>วช. | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%e0%b8%a7%e0%b8%8a/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Fri, 23 Jun 2023 02:46:36 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.1.4</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>วช. | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>วช. นำทีมส่งมอบนวัตกรรมยกระดับผลผลิตทางการเกษตร เพื่อชาวสกลนคร</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/nrct-2/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/nrct-2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rachanon M.]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 23 Jun 2023 02:46:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร]]></category>
		<category><![CDATA[วช.]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=27739</guid>

					<description><![CDATA[<p>วช. ร่วมกับ กมธ.การอุดมศึกษาฯ และ มรภ.สกลนคร เพื่อส่งมอบนวัตกรรมยกระดับผลผลิตทางการเกษตร ให้กับชุมชนท้องถิ่นในจังหวัดสกลนคร วันที่ 22 มิถุนายน 2566 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ คณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วุฒิสภา, จังหวัดสกลนคร และมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร (มรภ.สกลนคร) จัดพิธีส่งมอบนวัตกรรมและเทคโนโลยี ในโครงการ “การยกระดับผลผลิตทางการเกษตรในพื้นที่แล้งด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับชุมชนท้องถิ่นจังหวัดสกลนคร” ให้แก่วิสาหกิจชุมชนต่าง ๆ ในพื้นที่จังหวัดสกลนคร&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/nrct-2/">วช. นำทีมส่งมอบนวัตกรรมยกระดับผลผลิตทางการเกษตร เพื่อชาวสกลนคร</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>วช. ร่วมกับ กมธ.การอุดมศึกษาฯ และ มรภ.สกลนคร เพื่อส่งมอบนวัตกรรมยกระดับผลผลิตทางการเกษตร ให้กับชุมชนท้องถิ่นในจังหวัดสกลนคร</strong></p>
<p><span id="more-27739"></span></p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27743" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/วช.-ส่งมอบ-01.jpg" alt="นวัตกรรมยกระดับผลผลิตทางเกษตร" width="750" height="501" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/วช.-ส่งมอบ-01.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/วช.-ส่งมอบ-01-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/วช.-ส่งมอบ-01-768x513.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/วช.-ส่งมอบ-01-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/วช.-ส่งมอบ-01-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>วันที่ 22 มิถุนายน 2566 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ คณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วุฒิสภา, จังหวัดสกลนคร และมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร (มรภ.สกลนคร) จัดพิธีส่งมอบนวัตกรรมและเทคโนโลยี ในโครงการ “การยกระดับผลผลิตทางการเกษตรในพื้นที่แล้งด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับชุมชนท้องถิ่นจังหวัดสกลนคร” ให้แก่วิสาหกิจชุมชนต่าง ๆ ในพื้นที่จังหวัดสกลนคร เพื่อยกระดับผลผลิตทางการเกษตรในพื้นที่แล้งด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เหมาะสม</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-27746" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/วช.-ส่งมอบ-02.jpg" alt="นวัตกรรมยกระดับผลผลิตทางเกษตร" width="750" height="501" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/วช.-ส่งมอบ-02.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/วช.-ส่งมอบ-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/วช.-ส่งมอบ-02-768x513.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/วช.-ส่งมอบ-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/วช.-ส่งมอบ-02-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>โดยมี พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ประธานคณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วุฒิสภา มอบหมายให้ รศ.ศักดิ์ไทย สุรกิจบวร รองประธานคณะอนุกรรมาธิการบูรณาการบริการวิชาการอุดมศึกษาฯ เป็นประธาน พร้อมนี้ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มอบหมายให้ นายธีรวัฒน์ บุญสม ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม ร่วมการส่งมอบนวัตกรรมดังกล่าว และนางจุรีรัตน์ เทพอาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร มอบหมายให้ นายกฤษฎิ์ โสมปัดทุม นายอำเภอเต่างอย เป็นผู้แทนรับมอบนวัตกรรม ทั้งนี้ ผศ.ชาคริต ชาญชิตปรีชา รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร พร้อมด้วยผู้บริหารหน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่ให้การต้อนรับ ณ ที่ว่าการอำเภอเต่างอย จังหวัดสกลนคร</p>
<p>รศ.ศักดิ์ไทย สุรกิจบวร รองประธานคณะอนุกรรมาธิการบูรณาการบริการวิชาการอุดมศึกษาฯ กล่าวว่า โครงการนี้ได้รับทุนอุดหนุนการทำกิจกรรมส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เครือข่ายยกระดับศักยภาพผลิตภัณฑ์ชุมชน ประจำปี 2565 จาก วช. โดยเน้นโครงการที่ตอบโจทย์ความต้องการของพื้นที่ โดยมี ผศ.ชาคริต ชาญชิตปรีชา รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร เป็นหัวหน้าโครงการฯ ในการดำเนินงานที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วุฒิสภา ได้มีการติดตามผลการดำเนินงานของโครงการเห็นความตั้งใจของหัวหน้าโครงการฯ การสนับสนุนของส่วนราชการต่าง ๆ ในจังหวัดสกลนคร ที่สำคัญยิ่งคือ ความร่วมมือร่วมใจของพี่น้องชาวตำบลอุ่มจาน ตำบลเต่างอย และตำบลบึงทวาย ที่ช่วยกันดำเนินกิจกรรมโครงการนี้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ในการขยายผลองค์ความรู้จากผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปถ่ายทอดขยายผลเพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิต การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ซึ่งนวัตกรรมที่จะทำการส่งมอบนี้ล้วนเป็นฝีมือของนักวิจัยไทย ที่พัฒนาโดยทีมคณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยราชภัฎสกลนคร</p>
<p>นายกฤษฎิ์ โสมปัดทุม นายอำเภอเต่างอย กล่าวว่า พื้นที่อำเภอเต่างอยและอำเภอกุสุมาลย์ จังหวัดสกลนคร มีปัญหาสภาพพื้นดินที่แห้งแล้ง ขาดน้ำ เนื่องจากสภาวะทางฤดูกาลซึ่งเป็นปัจจัยในการผลิตและอีกทั้งยังขาดการจัดการทรัพยากรที่รองรับสถานการณ์ดังกล่าว ซึ่งทำให้เกษตรกรจำเป็นต้องหารายได้จากการประกอบอาชีพเสริม เช่น การรวมกลุ่มจัดตั้งเป็นวิสาหกิจเพื่อรองรับงบประมาณสนับสนุนจากภาครัฐ โดยมีกลุ่มแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร แต่กลุ่มยังขาดศักยภาพในการแข่งขันหลายด้าน เช่น องค์ความรู้ สิ่งที่เอื้ออำนวยหรือปัจจัยการผลิต มาตรฐานการผลิต การตลาด เป็นต้น จึงต้องนำองค์ความรู้ด้านต่าทง ๆ เข้าไปพัฒนาชุมชนดังกล่าว เพื่อให้ยกระดับผลผลิตทางการเกษตร กลุ่มมีรายได้เพิ่มขึ้น การดำรงชีวิตที่ดีขึ้น เกิดความเข้มแข็งสามารถแข่งกับตลาดภายนอกได้ ในวันนี้นับเป็นโอกาสอันดีของพี่น้องเกษตรกรชาวจังหวัดสกลนคร ที่จะได้รับองค์ความรู้จากการวิจัยและนวัตกรรมที่สนับสนุนโดย วช. ที่มาช่วยในการบริหารจัดการทรัพยากรท้องถิ่นผ่านทางมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร ที่นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีจากพลังงานทดแทนเพื่อช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพ ในกระบวนการผลิตให้ได้มาตรฐาน ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้สูงขึ้น</p>
<p>ผศ.ชาคริต ชาญชิตปรีชา รักษาราชการแทนอธิการบดี มรภ.สกลนคร กล่าวว่า จากการที่ วช. ได้ส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม โครงการเครือข่ายวิจัยและนวัตกรรมเพื่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศ : เครือข่ายยกระดับศักยภาพผลิตภัณฑ์ชุมชนเพื่อนำผลการวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ในการแก้ปัญหา พัฒนาประเทศ แลถ่ายทอดขยายผลองค์ความรู้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิต การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้สูงขึ้น โดยกลไกบูรณาการเชิงพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานพัฒนา หน่วยงานภาคปฏิบัติในพื้นที่ และหน่วยงานร่วมขยายผลและสนับสนุนผลผลิตการวิจัยเพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน ดังนั้น วช. จึงได้อนุมัติทุนอุดหนุนให้มหาวิทยาลัยราชภัฎสกลนคร ดำเนินโครงการ &#8220;การยกระดับผลผลิตทางการเกษตรในพื้นที่แลังด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับชุมชนท้องถิ่นจังหวัดสกลนคร&#8221; ซึ่งทางคณะอาจารย์ นักวิจัย ได้เล็งเห็นความสำคัญของการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี นวัดกรรมที่เหมาะสม ตอบโจทย์ความต้องการของชุมชน ประกอบด้วย กลุ่มคนจน กลุ่มเปราะบาง กลุ่มผู้สูงอายุ และผู้ขาดโอกาสในการเข้าถึง จากวิสาหกิจชุมชนเป้าหมายตำบลอุ่มจาน อำเภอกุสุมาลย์ ตำบลบึงทวาย และตำบลเต่างอย อำเภอเต่างอย ในพื้นที่จังหวัดสกลนคร</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-27744" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/วช.-ส่งมอบ-03.jpg" alt="นวัตกรรมยกระดับผลผลิตทางเกษตร" width="750" height="501" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/วช.-ส่งมอบ-03.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/วช.-ส่งมอบ-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/วช.-ส่งมอบ-03-768x513.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/วช.-ส่งมอบ-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/วช.-ส่งมอบ-03-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>สำหรับนวัตกรรมที่ทำการส่งมอบในครั้งนี้ แบ่งเป็นการส่งมอบให้กับวิสาหกิจชุมชน 3 แห่ง ประกอบด้วย 1. กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มอนุรักษ์และฟื้นฟูข้าวพันธุ์พื้นเมือง “หอมดอกฮัง” บ้านโคกสะอาด ตำบลอุ่มจาน อำเภอกุสุมาลย์ จังหวัดสกลนคร รับมอบนวัตกรรม ดังนี้ 1) สถานีสูบน้ำพลังงานเซลล์แสงอาทิตย์ จำนวน 1 สถานี 2) รถไถไฟฟ้านั่งขับอเนกประสงค์ จำนวน 1 ชุด 3) เครื่องปักดำขนาดเล็ก แบบ 4 แถว ใช้ต้นกล้าล้างราก จำนวน 1 เครื่อง 4) เครื่องทำความสะอาดเมล็ดพันธุ์ข้าวเปลือกและคัดแยกข้าวกล้อง จำนวน 1 เครื่อง 5) หัวเชื้อจุลินทรีย์ท้องถิ่นที่ใช้ในการปรับปรุงดิน 2. กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรสุขใจสมุนไพรไทเต่างอย บ้านโพนปลาโหล ตำบลเต่างอย อำเภอเต่างอย จังหวัดสกลนคร รับมอบนวัตกรรม ดังนี้ 1) โรงงานเคลื่อนที่แบบตัวต่อพร้อมเครื่องจักรแปรรูปมาตรฐาน GMP จำนวน 1 โรงงาน 2) การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ใหม่ จำนวน 2 ผลิตภัณฑ์ 3) หัวเชื้อจุลินทรีย์ท้องถิ่นที่ใช้ในการปรับปรุงดิน 4) แปลงปลูกสมุนไพรที่มีมาตรฐานและมีสารสำคัญสูง และ 3. กลุ่มวิสาหกิจชุมชนสมุนไพรไทหนองบัว บ้านหนองบัว ตำบลบึงทวาย อำเภอเต่างอย จังหวัดสกลนคร รับมอบนวัตกรรม ดังนี้ 1) โรงเรือนปลูกพืชอัจฉริยะควบคุมสภาพอากาศแบบเลือกชนิดพืชได้ จำนวน 1 โรงเรือน 2) เครื่องอบอเนกประสงค์พลังงานเซลล์แสงอาทิตย์เคลื่อนที่ได้ จำนวน 2 เครื่อง 3) การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ใหม่ จำนวน 1 ผลิตภัณฑ์ 4) หัวเชื้อจุลินทรีย์ท้องถิ่นที่ใช้ในการปรับปรุงดิน 5) แปลงปลูกสมุนไพรที่มีมาตรฐานและมีสาระสำคัญสูง โดยนวัตกรรมที่ได้จากโครงการนี้มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ การเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย การพัฒนาสื่อเพื่อการรับรู้การเข้าถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยี รวมทั้งการติดตามและประเมินผล เพื่อพัฒนาอาชีพและสร้างรายได้ให้กับชุมชนกลุ่มเป้าหมายอย่างยั่งยืนต่อไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27745" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/วช.-ส่งมอบ-04.jpg" alt="นวัตกรรมยกระดับผลผลิตทางเกษตร" width="750" height="501" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/วช.-ส่งมอบ-04.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/วช.-ส่งมอบ-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/วช.-ส่งมอบ-04-768x513.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/วช.-ส่งมอบ-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/วช.-ส่งมอบ-04-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/nrct-2/">วช. นำทีมส่งมอบนวัตกรรมยกระดับผลผลิตทางการเกษตร เพื่อชาวสกลนคร</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/nrct-2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วช. ร่วมมือเครือข่ายเตรียมจัดงาน “มหกรรมงานวิจัยส่วนภูมิภาค 2566 ครั้งที่ 12” วิจัยนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/nrct/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/nrct/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rachanon M.]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 09 Jun 2023 04:01:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[จังหวัดนครศรีธรรมราช]]></category>
		<category><![CDATA[มหกรรมงานวิจัยส่วนภูมิภาค 2566 ครั้งที่ 12]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์]]></category>
		<category><![CDATA[วช.]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=27340</guid>

					<description><![CDATA[<p>วช. จับมือ ม.วลัยลักษณ์ และ จ.นครศรีธรรมราช พร้อมเครือข่ายวิจัยภาคใต้ เตรียมจัด “มหกรรมงานวิจัยส่วนภูมิภาค 2566 ครั้งที่ 12” ชูแนวคิด “ภาคใต้โมเดล” นำงานวิจัยพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2566 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมด้วยหน่วยงานเครือข่ายในระบบวิจัยภาคใต้ จัดงานแถลงข่าวการจัดงาน “มหกรรมงานวิจัยส่วนภูมิภาค ประจำปี 2566&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/nrct/">วช. ร่วมมือเครือข่ายเตรียมจัดงาน “มหกรรมงานวิจัยส่วนภูมิภาค 2566 ครั้งที่ 12” วิจัยนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>วช. จับมือ ม.วลัยลักษณ์ และ จ.นครศรีธรรมราช พร้อมเครือข่ายวิจัยภาคใต้ เตรียมจัด “มหกรรมงานวิจัยส่วนภูมิภาค 2566 ครั้งที่ 12” ชูแนวคิด “ภาคใต้โมเดล” นำงานวิจัยพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน</strong></p>
<p><span id="more-27340"></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27345" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/มหกรรมงานวิจัยส่วนภูมิภาค-02.jpg" alt="วช. จับมือ ม.วลัยลักษณ์" width="750" height="455" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/มหกรรมงานวิจัยส่วนภูมิภาค-02.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/มหกรรมงานวิจัยส่วนภูมิภาค-02-300x182.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/มหกรรมงานวิจัยส่วนภูมิภาค-02-768x466.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/มหกรรมงานวิจัยส่วนภูมิภาค-02-150x91.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/มหกรรมงานวิจัยส่วนภูมิภาค-02-500x303.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2566 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมด้วยหน่วยงานเครือข่ายในระบบวิจัยภาคใต้ จัดงานแถลงข่าวการจัดงาน “มหกรรมงานวิจัยส่วนภูมิภาค ประจำปี 2566 (Regional Research Expo 2023) ครั้งที่ 12” ภายใต้แนวคิด “วิจัย นวัตกรรมเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน ภาคใต้โมเดล” ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 – 30 มิถุนายน 2566 ณ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จ.นครศรีธรรมราช</p>
<p>การแถลงข่าวมุ่งเน้นการขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมในการพัฒนาท้องถิ่นภาคใต้ โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธาน และ ศ.ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ พร้อมกับนายสมพงษ์ มากมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมแถลงข่าวการเตรียมจัดงานดังกล่าวในปลายเดือนมิถุนายน 2566 นี้ ณ โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จ.นครศรีธรรมราช</p>
<p>ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า สำหรับ “มหกรรมงานวิจัยส่วนภูมิภาค ประจำปี 2566 (Regional Research Expo 2023) ครั้งที่ 12” ที่กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 – 30 มิถุนายน 2566 ณ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จ.นครศรีธรรมราช ได้รับเกียรติจากท่าน ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มาเป็นประธานเปิดงานฯ ซึ่งวช. ภายใต้กระทรวง อว. ได้เริ่มจัดมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ (Thailand Research Expo) ตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีระดับชาติในการแสดงผลงานวิจัยและนวัตกรรมและกิจกรรมการวิจัยที่มีคุณภาพของหน่วยงานเครือข่ายระบบวิจัยทั่วประเทศ ซึ่งประกอบด้วยหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรอิสระ เพื่อมุ่งหวังให้ผลงานวิจัยและกิจกรรมการวิจัยได้เผยแพร่สู่ผู้ใช้ประโยชน์ ดังนั้น เพื่อเป็นการขยายขอบเขตของการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยในภูมิภาคต่างๆ จึงได้กำหนดให้มีการจัดงานนำเสนอผลงานวิจัยและนวัตกรรมในภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศด้วย ทั้งนี้ การจัดงาน “มหกรรมงานวิจัยส่วนภูมิภาค (Regional Research Expo)” ได้ดำเนินการจัดขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 ถึงปัจจุบัน ซึ่งได้หมุนเวียนการจัดงานไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศ โดยมีมหาวิทยาลัยในแต่ละภูมิภาค เป็นเจ้าภาพหลักในการจัดงาน โดยการสนับสนุนของ วช.</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27346" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/มหกรรมงานวิจัยส่วนภูมิภาค-01.jpg" alt="วช. จับมือ ม.วลัยลักษณ์" width="750" height="590" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/มหกรรมงานวิจัยส่วนภูมิภาค-01.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/มหกรรมงานวิจัยส่วนภูมิภาค-01-300x236.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/มหกรรมงานวิจัยส่วนภูมิภาค-01-768x604.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/มหกรรมงานวิจัยส่วนภูมิภาค-01-150x118.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/มหกรรมงานวิจัยส่วนภูมิภาค-01-500x393.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>ทั้งนี้งาน “มหกรรมงานวิจัยส่วนภูมิภาค (Regional Research Expo)” ครั้งที่ 12 กำหนดจัดขึ้นในภาคใต้ ณ จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เป็นเจ้าภาพในการจัดงาน ภายใต้แนวคิด “วิจัย นวัตกรรมเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน ภาคใต้โมเดล” เพื่อเป็นกลไกขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมในการพัฒนาท้องถิ่นภาคใต้ โดยใช้การวิจัยพัฒนาเชิงพื้นที่และสร้างเศรษฐกิจภูมิภาคบริหารจัดการตนเองได้อย่างยั่งยืนและต่อเนื่องไปสู่อนาคตต่อไป</p>
<p>นายสมพงษ์ มากมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า จังหวัดนครศรีธรรมราชมีความยินดีและพร้อมให้การสนับสนุน วช. และ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ในการดำเนินการจัดงาน “มหกรรมงานวิจัยส่วนภูมิภาค ประจำปี 2566 (Regional Research Expo 2023)” ครั้งที่ 12 ที่กำหนดจัดระหว่างวันที่ 28 &#8211; 30 มิถุนายน 2566 ถือเป็นโอกาสอันดี ที่พี่น้องชาวนครศรีธรรมราชได้ต้อนรับประชาคมวิจัย ตลอดจนประชาชนทั่วไปทุกจังหวัดในภาคใต้ รวมถึงภูมิภาคอื่น ๆ ที่เดินทางมาร่วมงานในครั้งนี้ ในนามของจังหวัดนครศรีธรรมราช ขอเชิญผู้มาเยือนทุกท่านได้ใช้ช่วงเวลานี้สัมผัสกับวิถีชีวิต วัฒนธรรม ตลอดจนแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดนครศรีธรรมราช</p>
<p>ศ.ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ได้รับเกียรติจาก วช. ในการสนับสนุนเป็นเจ้าภาพจัดงาน “มหกรรมงานวิจัยส่วนภูมิภาค ประจำปี 2566 (Regional Research Expo 2023)” ครั้งที่ 12 ถือเป็นสิ่งที่น่ายินดียิ่ง การจัดมหกรรมในครั้งนี้ได้สร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานเครือข่ายวิจัยในพื้นที่ภูมิภาค : ภาคใต้ และเป็นการขับเคลื่อนการทำงานของเครือข่ายมหาวิทยาลัย เพื่อส่งเสริมและเร่งให้เกิดการขยายผลในการใช้ประโยชน์จากผลงานวิจัยและนวัตกรรมอย่างเป็นรูปธรรมต่อเนื่องในทุกพื้นนี้ได้อย่างครอบคลุมและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด และการนำองค์ความรู้จากผลงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม ไปสู่การใช้ประโยชน์ระดับพื้นที่ในวงกว้าง และเป็นกลไกขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมในการพัฒนาชุมชนต่อไป</p>
<p>ภายหลังการแถลงข่าว คณะผู้บริหาร วช. และหน่วยงานต่าง ๆ ได้เยี่ยมชมการจัดแสดงนิทรรศการตัวอย่างผลงานวิจัยและกิจกรรม Highlight จำนวน 4 ผลงาน ประกอบด้วย<br />
-“ธนาคารปูม้า” โดย ผศ.ดร.อมรศักดิ์ สวัสดี ผู้อำนวยการศูนย์บริการวิชาการ มวล.<br />
-“วิธีการอบและการใช้ประโยชน์ไม้ปาล์มน้ำมันในรูปแบบใหม่แบบครบวงจร” โดย รศ.ดร.นิรันดร มาแทน หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศด้านไม้และวัสดุชีวภาพ มวล.<br />
-“ยกระดับน้ำมันปาล์มดิบ จากเกรดอาหารสัตว์เป็นเกรดเวชสำอาง” โดย รศ.ดร.หมุดตอเล็บ หนิสอ หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการธุรกิจท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ มวล.<br />
-“งานวิจัยเด่นด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมอาหาร” โดย รศ.ดร.มนัส ชัยจันทร์ หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมอาหาร มวล.</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27348" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/มหกรรมงานวิจัยส่วนภูมิภาค-04.jpg" alt="วช. จับมือ ม.วลัยลักษณ์" width="750" height="414" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/มหกรรมงานวิจัยส่วนภูมิภาค-04.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/มหกรรมงานวิจัยส่วนภูมิภาค-04-300x165.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/มหกรรมงานวิจัยส่วนภูมิภาค-04-768x424.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/มหกรรมงานวิจัยส่วนภูมิภาค-04-150x83.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/มหกรรมงานวิจัยส่วนภูมิภาค-04-500x276.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>สำหรับ “มหกรรมงานวิจัยส่วนภูมิภาค ประจำปี 2566 (Regional Research Expo 2023) ครั้งที่ 12” กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 – 30 มิถุนายน 2566 ณ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จ.นครศรีธรรมราช ครั้งนี้มีกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ, การนำเสนอผลงานวิจัย ในด้านการเกษตรและอาหารแนวใหม่ ด้านพลังงานและวัสดุ ด้านการท่องเที่ยว บริการและการพัฒนาสังคม และด้านการแพทย์และสุขภาพ, การจัดแสดงผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่ได้รับการสนับสนุนจาก วช., การจัดแสดงผลงานวิจัยของหน่วยงานและนักวิจัยในพื้นที่โดยเครือข่ายการวิจัยในภูมิภาค, กิจกรรมการประชุมและเสวนาในหัวข้ออันโดดเด่นที่เกี่ยวกับภูมิภาค, การประกวดผลงานวิจัยและนวัตกรรมของนักเรียนระดับมัธยมศึกษา, นิทรรศการ Highlight เพื่อแสดงอัตลักษณ์ของภูมิภาค, พื้นที่ให้คำปรึกษาความรู้จากงานวิจัย และตลาดนัดสินค้าชุมชน ทั้งนี้ ผู้สนใจเข้าร่วม “มหกรรมงานวิจัยส่วนภูมิภาค ครั้งที่ 12” สามารถติดตามข่าวสารการจัดมหกรรมฯ ได้ที่ <a href="https://southresearchexpo2023.wu.ac.th/">https://southresearchexpo2023.wu.ac.th</a></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/nrct/">วช. ร่วมมือเครือข่ายเตรียมจัดงาน “มหกรรมงานวิจัยส่วนภูมิภาค 2566 ครั้งที่ 12” วิจัยนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/nrct/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ENTEC จับมือ วช. ส่งมอบ Encase เครื่องผลิตน้ำยาฆ่าเชื้อด้วยวิธีการผลิตทางไฟฟ้าเคมีให้ รพ. 10 แห่ง ทำลายเชื้อโรคในขยะติดเชื้อ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/entec-2/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/entec-2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 22 Feb 2022 10:00:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Technology & Innovation]]></category>
		<category><![CDATA[ENTEC]]></category>
		<category><![CDATA[วช.]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องผลิตน้ำยาฆ่าเชื้อ]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อโรคในขยะติดเชื้อ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=21172</guid>

					<description><![CDATA[<p>ดร.สุมิตรา จรสโรจน์กุล ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยนวัตกรรมพลังงาน ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย พร้อมด้วย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมแถลงข่าวส่งมอบนวัตกรรม &#8220;ENcase&#8221; เครื่องผลิตน้ำยาฆ่าเชื้อด้วยวิธีการผลิตทางไฟฟ้าเคมีให้แก่โรงพยาบาล 10 แห่ง ใน 4 จังหวัด เพื่อให้โรงพยาบาลสามารถผลิตน้ำยาฆ่าเชื้ออิเล็กโทรไลต์ &#8220;ENERclean&#8221; ได้เอง สำหรับใช้ทำลายเชื้อโรคในขั้นตอนการบำบัดมูลฝอยติดเชื้อภายในโรงพยาบาลและใช้ประโยชน์ในสถานการณ์ COVID-19 ณ อาคารพระจอมเกล้า กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/entec-2/">ENTEC จับมือ วช. ส่งมอบ Encase เครื่องผลิตน้ำยาฆ่าเชื้อด้วยวิธีการผลิตทางไฟฟ้าเคมีให้ รพ. 10 แห่ง ทำลายเชื้อโรคในขยะติดเชื้อ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ดร.สุมิตรา จรสโรจน์กุล ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยนวัตกรรมพลังงาน ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย พร้อมด้วย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมแถลงข่าวส่งมอบนวัตกรรม &#8220;ENcase&#8221; เครื่องผลิตน้ำยาฆ่าเชื้อด้วยวิธีการผลิตทางไฟฟ้าเคมีให้แก่โรงพยาบาล 10 แห่ง ใน 4 จังหวัด เพื่อให้โรงพยาบาลสามารถผลิตน้ำยาฆ่าเชื้ออิเล็กโทรไลต์ &#8220;ENERclean&#8221; ได้เอง สำหรับใช้ทำลายเชื้อโรคในขั้นตอนการบำบัดมูลฝอยติดเชื้อภายในโรงพยาบาลและใช้ประโยชน์ในสถานการณ์ COVID-19 ณ อาคารพระจอมเกล้า กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ถนนโยธี</strong></p>
<p><span id="more-21172"></span></p>
<p><strong>ดร.สุมิตรา จรสโรจน์กุล ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยนวัตกรรมพลังงาน ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC)</strong> กล่าวว่า การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ COVID-19 ก่อให้เกิดปัญหาด้านการแพทย์และสาธารณสุขเป็นอย่างมาก สาเหตุมาจากการควบคุมและป้องกันที่ทำได้ค่อนข้างยาก เชื้อจึงมีโอกาสแพร่ระบาดอย่างกว้างขวาง สถานประกอบการด้านสาธารณสุข เช่น โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลชุมชน ตลอดจนห้องปฏิบัติการแพทย์ ถือเป็นแหล่งของการแพร่กระจายและกำเนิดมูลฝอยติดเชื้อจำนวนมาก ดังนั้นการบำบัดมูลฝอยติดเชื้อที่แหล่งกำเนิด จึงเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นต้องพิจารณาเพื่อป้องกันอันตรายหรือผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยและสิ่งแวดล้อม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21175" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/02/ENTEC2-300x200.jpg" alt="" width="600" height="401" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/02/ENTEC2-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/02/ENTEC2-768x513.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/02/ENTEC2-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/02/ENTEC2-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/02/ENTEC2.jpg 850w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 มีผลต่อสัดส่วนปริมาณมูลฝอยติดเชื้อและมูลฝอยทั่วไปที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ไม่สอดคล้องกับพื้นที่กักเก็บและประสิทธิภาพการทำงานของเตาเผากำจัดขยะที่ทำได้ต่อวัน ก่อให้เกิดการคงเหลือมูลฝอยติดเชื้อต่อวันที่ไม่ได้ถูกกำจัดในระบบ จนอาจเกิดการปะปนรวมไปกับ มูลฝอยทั่วไปในชุมชน ทำให้เพิ่มความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อโรค โครงการวิจัยนี้จึงมุ่งเน้นพัฒนาเครื่องผลิตน้ำยาฆ่าเชื้อที่มีสารประกอบคลอรีนเป็นส่วนประกอบ ด้วยวิธีทางไฟฟ้าเคมี หรือ &#8220;ENcase&#8221; เพื่อผลิตน้ำยาฆ่าเชื้ออิเล็กโทรไลต์ &#8220;ENERclean&#8221; ที่มีความพร้อมสำหรับการนำไปใช้งานจริงกับสถานประกอบการด้านสาธารณสุข สำหรับทำลายเชื้อโรคในขั้นตอนการบำบัดมูลฝอยติดเชื้อที่แหล่งกำเนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเชื้อ SARs-CoV-2</p>
<p>โครงการวิจัยดังกล่าว เป็นผลงานวิจัยและพัฒนา โดย ดร.สมศักดิ์ สุภสิทธิ์มงคล และทีมวิจัยศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) ร่วมกับ ดร.ฐนียา รอยตระกูล และทีมวิจัยชีววิทยาโมเลกุลของไวรัสเด็งกี่และฟลาวีไวรัส ดร.สิทธิรักษ์ รอยตระกูล และภัททิยา ลักษณะเจริญ ทีมวิจัยเทคโนโลยีโปรตีโอมิกส์เชิงหน้าที่ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (BIOTEC) ภายใต้โครงการวิจัย &#8220;การพัฒนาชุดผลิตน้ำยาฆ่าเชื้อที่มีสารประกอบคลอรีนเป็นส่วนประกอบด้วยวิธีทางไฟฟ้าเคมี สำหรับบำบัดขยะมูลฝอยติดเชื้อภายในสถานประกอบการสาธารณสุข&#8221; ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)</p>
<p>ปัจจุบันทีมวิจัยได้ดำเนินการติดตั้งเครื่อง &#8220;ENcase&#8221; ให้กับโรงพยาบาลต่างๆ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์แล้ว 10 โรงพยาบาล ใน 4 จังหวัด ได้แก่ 1. โรงพยาบาลยางชุมน้อย จังหวัดศรีสะเกษ 2. โรงพยาบาลเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ 3. โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโนนคูณ จังหวัดศรีสะเกษ 4. โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลยางชุมใหญ่ จังหวัดศรีสะเกษ 5. โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านผักขะ จังหวัดศรีสะเกษ 6. โรงพยาบาลศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ 7. โรงพยาบาลปากน้ำหลังสวน จังหวัดชุมพร<br />
8. โรงพยาบาลพะโต๊ะ จังหวัดชุมพร 9. โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา จังหวัดกาญจนบุรี และ10. โรงพยาบาลวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี</p>
<p>“ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) สวทช. และทีมวิจัย หวังว่า &#8220;ENcase&#8221; เครื่องผลิตน้ำยาฆ่าเชื้ออิเล็กโทรไลต์ จะเป็นนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ช่วยให้โรงพยาบาลสามารถผลิตน้ำยาฆ่าเชื้อได้เองและนำไปใช้ในกิจกรรมต่างๆ เพื่อลดความเสี่ยงของการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อในโรงพยาบาล โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์ COVID-19 รวมทั้งเป็นการลดต้นทุนของโรงพยาบาลเองด้วย” <strong>ดร.สุมิตรา</strong> กล่าว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21174" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/02/ENTEC3-300x200.jpg" alt="" width="600" height="401" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/02/ENTEC3-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/02/ENTEC3-768x513.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/02/ENTEC3-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/02/ENTEC3-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/02/ENTEC3.jpg 850w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ด้าน<strong>ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กล่าวว่า</strong> วช. ได้สนับสนุนงานวิจัย ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) ในการดำเนินโครงการ &#8220;การพัฒนาชุดผลิตน้ำยาฆ่าเชื้อที่มีสารประกอบคลอรีนเป็นส่วนประกอบด้วยวิธีทางไฟฟ้าเคมี สำหรับบำบัดมูลฝอยติดเชื้อภายในสถานประกอบการด้านสาธารณสุข&#8221; ซึ่งทีมนักวิจัย ENTEC ประสบความสำเร็จในการพัฒนา &#8220;ENcase&#8221; เครื่องผลิตน้ำยาฆ่าเชื้ออิเล็กโทรไลต์&#8221;ENERclean&#8221; มีความพร้อมสำหรับนำไปใช้งานจริงในสถานประกอบการด้านสาธารณสุข ในการทำลายเชื้อโรคในขั้นตอนการบำบัดมูลฝอยติดเชื้อ โดยเฉพาะในสถานการณ์โรคระบาดCOVID-19 ที่ยังคงมีความรุนแรงในปัจจุบัน ซึ่งจะช่วยให้การปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น</p>
<p>“การส่งมอบ Encase เครื่องผลิตน้ำยาฆ่าเชื้อด้วยวิธีการผลิตทางไฟฟ้าเคมี ให้แก่โรงพยาบาล 10 แห่งใน 4 จังหวัดครั้งนี้ เชื่อว่าจะสามารถช่วยให้โรงพยาบาลต่าง ๆ สามารถผลิตน้ำยาฆ่าเชื้อได้เองและนำไปใช้ประโยชน์ในกิจกรรมต่าง ๆ ช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อในโรงพยาบาล รวมถึงช่วยให้ระบบการจัดการมูลฝอย ติดเชื้อภายในโรงพยาบาลเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด” ดร.วิภารัตน์ กล่าว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21173" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/02/ENTEC4-300x201.jpg" alt="" width="600" height="402" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/02/ENTEC4-300x201.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/02/ENTEC4-768x515.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/02/ENTEC4-150x101.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/02/ENTEC4-500x335.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/02/ENTEC4.jpg 850w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>ดร.สมศักดิ์ สุภสิทธิ์มงคล นักวิจัยศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC)</strong> กล่าวว่า ENcase เป็นนวัตกรรมเครื่องผลิตน้ำยาฆ่าเชื้ออิเล็กโทรไลต์ ถูกออกแบบให้สามารถผลิตน้ำยาได้ทั้งกรดและด่างจากการทำปฏิกิริยาไฟฟ้าเคมี โดยมีน้ำและเกลือโซเดียมคลอไรด์เป็นวัตถุดิบสำคัญ ภายในเครื่องมีการติดตั้งเซลล์ประจุไฟฟ้าบวกทำให้เกิดน้ำยาที่เป็นกรด และประจุไฟฟ้าลบทำให้เกิดน้ำยาที่เป็นด่าง รวมทั้งยังมีการติดตั้งระบบ Reverse Osmosis (RO) เพื่อปรับสภาพน้ำให้บริสุทธิ์ก่อนทำปฏิกิริยาเคมีไฟฟ้ากับเกลือหรือโซเดียมคลอไรด์ ทำให้เครื่องสามารถผลิตน้ำยาออกมาได้ทั้งที่เป็นกรดและด่างในเวลาเดียวกัน มีกำลังผลิตน้ำยาได้ถึง 30 ลิตรต่อชั่วโมง แบ่งเป็นกรด 15 ลิตร และด่าง 15 ลิตร โดยกรดที่ผลิตออกมาจะเป็นกรดอ่อนในช่วง pH 4-6 ซึ่งไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ มีคุณสมบัติเป็นน้ำยาฆ่าเชื้อ ประกอบด้วยกรดไฮโปคลอรัส (Hypochlorous acid, HOCl) เป็นองค์ประกอบหลัก มีปริมาณคลอรีนมากกว่า 400 ppm และค่า Oxidation-Reduction Potential (ORP) ในช่วง 900-1200 mV ส่วนน้ำยาที่เป็นด่าง ประกอบด้วยโซเดียมไฮดรอกไซด์ (Sodium hydroxide, NaOH) หรือโซดาไฟเป็นองค์ประกอบหลัก สามารถนำไปใช้ทำความสะอาดพื้นผิวหรือล้างคราบไขมันได้</p>
<p>น้ำยาฆ่าเชื้อที่เป็นกรดที่ได้จากกระบวนการผลิตของเครื่อง ENcase ทีมนักวิจัยตั้งชื่อว่า ENERcleanเนื่องจากผ่านการทดสอบแล้วพบว่า มีประสิทธิภาพในการยับยั้งและฆ่าเชื้อแบคทีเรียส่วนใหญ่ที่พบในโรงพยาบาล ผ่านตามเกณฑ์มาตรฐานทดสอบผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรค (AOAC 955.14, 955.15, 955.17 และ 964.02) ตามประกาศสำนักงานคณะกรรมอาหารและยา และมีประสิทธิภาพในการยับยั้ง/ฆ่าเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (SARS-CoV-2) บนพื้นผิวสิ่งแวดล้อมที่ไม่มีรูพรุนได้ 99.9% ตามมาตรฐาน ASTM E1053-20 ทำให้สามารถประยุกต์ใช้งานด้านการแพทย์และอุตสาหกรรมอาหารได้ และจุดประสงค์สำคัญของการผลิตน้ำยา ENERclean ก็เพื่อใช้ฆ่าเชื้อขยะติดเชื้อในโรงพยาบาลก่อนนำไปทิ้งหรือกำจัดในช่วงที่มีการระบาดของโรคติดเชื้อ COVID-19 เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อก่อโรคต่างๆ</p>
<p>นอกจากนี้ ENERclean ยังสามารถนำไปใช้ฆ่าเชื้อทดแทนแอลกอฮอล์ล้างมือ ทดแทนสารฆ่าเชื้อที่เป็นอันตราย จำพวกสารฟอกขาวคลอรีน สำหรับทำความสะอาดพื้นผิวบริเวณอาคาร รวมถึงฆ่าเชื้อในอาหาร เช่น ผักผลไม้ ปลา และอาหารทะเล ทั้งนี้ขึ้นกับปริมาณความเข้มข้นของคลอรีน เช่น การผสม ENERclean กับน้ำในสัดส่วน (1:1) หรือคิดเป็นความเข้มข้นคลอรีน 150-200 ppm เหมาะสำหรับฆ่าเชื้อทดแทนแอลกอฮอล์ล้างมือ การผสม ENERclean กับน้ำในสัดส่วน (1:10) หรือคิดเป็นความเข้มข้นคลอรีน 10-50 ppm เหมาะสำหรับฆ่าเชื้อในอาหาร ขณะที่การใช้งาน ENERclean ที่ระดับ 300-500 ppm เหมาะสำหรับฆ่าเชื้อกับขยะติดเชื้อ</p>
<p><strong>ณัฐพล เดชสายบัว ผู้อำนวยการโรงพยายาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลบ้านผักขะ ต.ลิ้นฟ้า อ.ยางชุมน้อย จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า ในช่วงการระบาดของโรคติดเชื้อ COVID-19 มีผู้ป่วย COVID -19 เดินทางเข้ามาในพื้นที่ตำบลลิ้นฟ้าเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้การจัดการขยะติดเชื้อและการใช้แอลกกอฮอล์เพิ่มจำนวนมากขึ้น จึงเล็งเห็นว่าหากต้องการลดค่าใช้จ่ายในโรงพยาบาล โดยเข้าร่วมโครงการใช้เครื่องผลิตน้ำยาฆ่าเชื้ออิเล็กโทรไลต์กับทาง สวทช. ซึ่งภายหลังจากที่นักวิจัยและทีมงานมาติดตั้งเครื่องและอบรมการใช้งาน ทำให้สามารถผลิตน้ำยาฆ่าเชื้อขยะมูลฝอยติดเชื้อ รวมทั้งการนำไปใช้กับคนหรือผู้ป่วย COVID -19 ในการล้างมือได้ดี ลดการใช้แอลกอฮอล์ โดยใช้วัตถุดิบตั้งต้นเพียงแค่เกลือบริโภคและน้ำเป็นส่วนผสมเท่านั้น ทำให้ต้นทุนจะน้อยมากเมื่อเทียบกับการใช้แอลกอฮอล์ในการฆ่าเชื้อ</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/entec-2/">ENTEC จับมือ วช. ส่งมอบ Encase เครื่องผลิตน้ำยาฆ่าเชื้อด้วยวิธีการผลิตทางไฟฟ้าเคมีให้ รพ. 10 แห่ง ทำลายเชื้อโรคในขยะติดเชื้อ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/entec-2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
