<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>วิกฤติขยะ | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b0/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Tue, 17 Sep 2019 06:44:02 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>วิกฤติขยะ | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เดินหน้ายับยั้งวิกฤติขยะที่มาจากอาหาร</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/stop-food-watse/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/stop-food-watse/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 01 Mar 2018 23:37:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Report]]></category>
		<category><![CDATA[กระบวนการผลิต]]></category>
		<category><![CDATA[การลดขยะเศษอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะเศษอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการสูญเสียอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤติขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ห่วงโซ่อุปทาน]]></category>
		<category><![CDATA[เทสโก้ โลตัส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://greennetworkthailand.com/?p=64</guid>

					<description><![CDATA[<p>องค์การสหประชาชาติได้กำหนดเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals) ข้อที่ 12 ว่าด้วยการสร้างหลักประกันให้มีรูปแบบการบริโภคและผลิตที่ยั่งยืน โดยมีเป้าหมาย 12.3 ว่าด้วยการลดขยะเศษอาหารของโลกลงครึ่งหนึ่งในระดับค้าปลีกและผู้บริโภค และลดการสูญเสียอาหารจากกระบวนการผลิตและห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงการสูญเสียหลังการเก็บเกี่ยว ภายในปี พ.ศ. 2573 สถานการณ์ปัญหาขยะที่มาจากอาหารในระดับโลก จากข้อมูลขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาติ (FAO) 1 ใน 3 ของอาหารที่ถูกผลิตขึ้นเพื่อการบริโภคของมนุษย์ทั่วโลกหรือประมาณ 1,300 ล้านตัน ถูกทิ้ง อาหารที่ถูกทิ้งนี้มากเกินเพียงพอที่จะเป็นอาหารสำหรับประชากรที่หิวโหย 800 ล้านคนทั่วโลก แต่อาหารที่ยังรับประทานได้เหล่านี้ กลับมาจบลงที่บ่อขยะ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/stop-food-watse/">เดินหน้ายับยั้งวิกฤติขยะที่มาจากอาหาร</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>องค์การสหประชาชาติได้กำหนดเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals) ข้อที่ 12 ว่าด้วยการสร้างหลักประกันให้มีรูปแบบการบริโภคและผลิตที่ยั่งยืน โดยมีเป้าหมาย 12.3 ว่าด้วยการลดขยะเศษอาหารของโลกลงครึ่งหนึ่งในระดับค้าปลีกและผู้บริโภค และลดการสูญเสียอาหารจากกระบวนการผลิตและห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงการสูญเสียหลังการเก็บเกี่ยว ภายในปี พ.ศ. 2573</strong><span id="more-64"></span></p>
<h2>สถานการณ์ปัญหาขยะที่มาจากอาหารในระดับโลก</h2>
<p>จากข้อมูลขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาติ (FAO) 1 ใน 3 ของอาหารที่ถูกผลิตขึ้นเพื่อการบริโภคของมนุษย์ทั่วโลกหรือประมาณ 1,300 ล้านตัน ถูกทิ้ง อาหารที่ถูกทิ้งนี้มากเกินเพียงพอที่จะเป็นอาหารสำหรับประชากรที่หิวโหย 800 ล้านคนทั่วโลก แต่อาหารที่ยังรับประทานได้เหล่านี้ กลับมาจบลงที่บ่อขยะ ซึ่งเมื่ออาหารจากบ่อขยะได้เข้าสู่กระบวนการย่อยสลายก็จะปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวมถึงก๊าซมีเทน ซึ่งมีศักยภาพทำให้โลกร้อนมากกว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 25 เท่า ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ ปัญหาขยะจากอาหารเป็นปัญหาที่เร่งด่วนและจำเป็นต้องได้รับการแก้ไข</p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ดร. มัชแท็ค มีมอน</span> ผู้แทนจากองค์การสิ่งแวดล้อม แห่งประชาชาติ</strong> กล่าวว่า ทั่วโลกมีการผลิตอาหารที่ให้พลังงาน 2,831 แคลลอรี่ต่อคนต่อวัน แต่ความเป็นจริงแล้วคนเราต้องการอาหารน้อยกว่า 2,000 แคลลอรี่ และ 1 ใน 3 ของทุกผลผลิตที่ปลูกบนโลกใบนี้ สูญเสียไปในระหว่างการเก็บเกี่ยวจนถึงมือผู้บริโภค ซึ่งมีจำนวนมากกว่า 1,300 ล้านตัน และในจำนวนนี้สามารถเลี้ยงดูผู้หิวโหยได้ถึง 870 ล้านคน ในขณะที่อีก 671 ล้านคนอ้วนเกินไป โดยถ้าการสูญเสียอาหารทั้งหมดเปรียบเทียบเป็นประเทศ 1 ประเทศ จะกลายเป็นประเทศที่ผลิตก๊าซเรือนกระจกมากเป็นอันดับที่ 3  ของโลก รองจากสหรัฐอเมริกา และจีน ทั้งนี้ โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติขอความร่วมมือจากประเทศสมาชิกและภาคเอกชนในการปฏิบัติตามเป้าหมาย 12.3 ของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งองค์การสหประชาชาติ</p>
<blockquote>
<p style="text-align: center;"><em>“ลดขยะอาหารของโลกลงครึ่งหนึ่งในระดับค้าปลีกและผู้บริโภค และลดการสูญเสียอาหารจากระบวนการผลิตและห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงการสูญเสียหลังการเก็บเกี่ยวภายในปี 2573”</em></p>
</blockquote>
<h2>คนไทยติดนิสัยการกินทิ้งกินขว้าง</h2>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">รศ.ดร. เจษฎา เด่นดวงบริพนธ์</span> คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</strong> กล่าวว่า หลังจากริเริ่มสำรวจตลาดต่างๆ พบว่ามีอาหารเหลือในปริมาณมาก นำไปสู่การทิ้งเป็นขยะ จึงเป็นจุดเริ่มต้นเชื่อมโยงกับองค์กรอื่นๆ เช่น มูลนิธิกระจกเงา และมูลนิธิการกุศลต่างๆ ในการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมด้วยการแบ่งปันอาหารหรือสินค้าที่ยังใช้ได้ดี ที่จะนำไปทิ้งเป็นขยะ เพื่อนำไปให้กับสังคม อย่างโครงการ “กินได้ ไม่ทิ้งกัน” ของเทสโก้ โลตัส นับเป็นเรื่องราวที่ดี และทำได้จริง ตั้งแต่การคำนวณการนำเข้าสินค้า การขายออกไปในแต่ละวัน โดยเริ่มต้นตั้งแต่ต้นน้ำไปสู่ปลายน้ำ รวมไปถึงการนำสินค้าที่ไม่ได้ขายแล้ว แต่ยังคงมีคุณภาพไปมอบให้แก่ชาวบ้านเพื่อนำไปบริโภคต่อ ที่นอกจากจะช่วยลดปริมาณขยะอาหารแล้ว ยังเป็นการแบ่งปันน้ำใจให้กับสังคมได้อีกด้วย</p>
<p>คนไทยโดยส่วนใหญ่ยังไม่เห็นถึงปัญหาของขยะอาหาร มักกินทิ้งกินขว้างเป็นจำนวนมาก กินไม่หมดทำให้เหลืออาหารทิ้งจำนวนมาก รวมถึงการรับประทานอาหารไม่หมดจาน การกักตุนอาหารไว้ เมื่อเก็บไว้สักพักก็ทิ้ง สาเหตุมาจากผู้บริโภคส่วนใหญ่มีพฤติกรรมการซื้อที่ไม่เหมาะสม ทำให้ส่วนนี้เกิดเป็น Demand เทียมขึ้นมา ผู้ผลิตอาหารและสินค้าก็จะเพิ่มจำนวนผลผลิตให้มากขึ้นตาม Demand ของผู้บริโภค เพราะเข้าใจว่าผู้บริโภคต้องการซื้อในจำนวนมาก ในขณะที่ความเป็นจริงผู้บริโภคซื้อมาแล้วใช้ไม่หมดกลับทิ้งไปบ้าง ฉะนั้น จึงควรเริ่มจากตัวผู้บริโภคทุกคนก่อนเป็นลำดับแรก ด้วยการบริโภคอาหารและสินค้าตามความต้องการในปริมาณที่เหมาะสม จะทำให้กระบวนการตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำมีความสมดุลกัน ปัญหาขยะอาหารที่เกิดขึ้นก็จะค่อยๆลดลง</p>
<h2>ปัญหาขยะที่เกิดจากอาหาร</h2>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">วานิช สาวาโย</span> ผู้อำนวยการส่วนลดและใช้ประโยชน์ของเสีย กรมควบคุมมลพิษ</strong> กล่าวว่า ขยะอาหารเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องขยะมูลฝอย ซึ่งจากตัวเลขสถิติที่ผ่านมา เมื่อ 2559 พบว่า ปริมาณขยะมูลฝอยชุมชนเกิดขึ้นทั่วประเทศประมาณ 27 ล้านตัน หรือ 74,130 ตันต่อวัน ในองค์ประกอบของขยะที่ทิ้งไป สัดส่วนของผู้ที่ก่อให้เกิดขยะคือเราทุกคน พบว่า 1.14 กิโลกรัมต่อคนต่อวัน  โดยสามารถนำขยะส่วนนี้กลับมาใช้ประโยชน์ได้เพียง 22% ที่เหลือจะส่งให้กับหน่วยงานท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพมหานคร หรืออปท.ต่างๆทั่วประเทศ รวบรวมเพื่อนำไปกำจัดที่ปลายทางในรูปแบบฝังกลบต่อไป ซึ่งในบ้านเราประสิทธิภาพยังไม่ค่อยเต็มที่มากนัก ทั้งนี้ ใน 64% ของขยะมูลฝอยมาจากอาหารหรือที่เรียกว่าขยะอินทรีย์ ซึ่งประกอบไปด้วย ใบไม้ ดอกไม้ หญ้ากิ่งไม้ เปลือกผักผลไม้ และขยะอาหาร ซึ่งเป็นขยะที่เกิดจากการทิ้งอาหารที่บริโภคได้ แต่เป็นส่วนเกินหรือเสียหาย เช่น อาหารที่ปรุงแล้ว ผัก ผลไม้ ข้าว วัตถุดิบ ประกอบอาหารต่างๆ ในขณะเดียวกัน ความสามารถในการกำจัดขยะของประเทศไทยไม่สามารถกำจัดขยะได้ทั้งหมด โดย 42% ของขยะมูลฝอย ถูกกำจัดไม่ถูกวิธี นำไปสู่ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมตามมา ทั้งนี้ กรมควบคุมมลพิษพยายามทำงานร่วมกับภาคส่วนต่างๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อสำรวจปริมาณขยะอาหารออกมาเป็นตัวเลขที่แท้จริง นำไปสู่การวางแผนนโยบายเพื่อที่จะควบคุมหรือลดปริมาณขยะให้เหลือน้อยลง</p>
<blockquote>
<p style="text-align: center;"><em>“กรมควบคุมมลพิษมีนโยบายการจัดการขยะอาหารที่สอดคล้องกับสหประชาชาติ สู่เป้าหมายของการพัฒนายั่งยืน ในข้อ 12.3 นั่นคือ พยายามลดขยะอาหารให้ได้ครึ่งหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตาม ยังต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา ภาคเอกชน เข้ามาร่วมกันเพื่อช่วยลดปริมาณขยะอาหาร ถือเป็นนโยบายในการแก้ไขปัญหาในภายภาคหน้า”</em></p>
</blockquote>
<h2>กลยุทธ์จากฟาร์มถึงโต๊ะอาหาร</h2>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">มร.จอห์น คริสตี้</span> ประธานกรรมการบริหาร เทสโก้ โลตัส</strong> กล่าวว่า เทสโก้ โลตัสในฐานะห้างค้าปลีกชั้นนำของประเทศไทย ที่จำหน่ายสินค้าประเภทอาหารในปริมาณมาก ตระหนักถึงบทบาทของเราในการช่วยลดการสูญเสียอาหารตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่แหล่งเพาะปลูกจนถึงมือผู้บริโภค จากการศึกษาวิจัยขององค์การเกษตรและอาหารแห่งสหประชาชาติ 54% ของขยะอาหาร เกิดขึ้นจากต้นน้ำ ในกระบวนการเพาะปลูก เก็บเกี่ยว และการจัดเก็บ ในขณะที่ 46% เกิดขึ้นกลางน้ำและปลายน้ำ จากกระบวนการตัดแต่ง และขนส่ง จำหน่าย และเหลือจากการบริโภค</p>
<p>ตั้งแต่ปี 2552 เทสโก้ โลตัส ได้ริเริ่มซื้อผลผลิตโดยตรงจากเกษตรกร ตลอดจนทำงานอย่างใกล้ชิดกับเกษตรกรทั่วประเทศ ในการวางแผนการเพาะปลูกเพื่อให้ได้ผลผลิตที่ได้คุณภาพตามมาตรฐานเทสโก้ โลตัส ในปริมาณที่เหมาะสมตามความต้องการของตลาด ลดความปัญหาผลิตผลทางการเกษตรล้นตลาด และลดการสูญเสียในกระบวนการผลิตจนเกิดเป็นศูนย์เทสโก้ โลตัส สร้างโรงบรรจุที่แหล่งเพาะปลูกหรือใกล้แหล่งเพาะปลูกที่สุด เพื่อตัดแต่งและบรรจุ จึงช่วยรักษาความสดของสินค้า ให้เก็บไว้รับประทานได้มากยิ่งขึ้น หลังจากนั้นผักและผลไม้จะถูกส่งมายังศูนย์กระจายสินค้า โดยใช้รถบรรทุกสินค้าควบคุมอุณหภูมิตลอดเส้นทาง ซึ่งช่วยยืดอายุและความสดของสินค้า จนกระทั่งถึงมือผู้บริโภค ในสาขาทั่วประเทศของเรา</p>
<h2>เทสโก้ โลตัส เริ่มโครงการ “กินได้ ไม่ทิ้งกัน” ลดปัญหาขยะจากอาหาร</h2>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-386 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2018/03/FormatFactoryimage1-1.jpg" alt="" width="600" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2018/03/FormatFactoryimage1-1.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2018/03/FormatFactoryimage1-1-300x200.jpg 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>เทสโก้ในสหราชอาณาจักร เป็นผู้นำร่องโครงการและได้ประกาศเจตนารมณ์ว่า ภายในปี 2560 ร้านค้าของเทสโก้ในสหราชอาณาจักรทุกสาขาจะไม่ทิ้งอาหารที่ยังรับประทานได้ โดยบริจาคอาหารที่จำหน่ายไม่หมดให้กับองค์กรการกุศลและกลุ่มชุมชนกว่า 5,000 องค์กร เพื่อนำสินค้าที่บริจาคไปประกอบเป็นอาหารให้กับผู้ยากไร้</p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ชาคริต ดิเรกวัฒนชัย</span> รองประธานกรรมการแผนกสื่อสารองค์กรและความยั่งยืน เทสโก้ โลตัส</strong> กล่าวว่า เทสโก้ โลตัส เป็นผู้ประกอบการค้าปลีกรายแรกของประเทศไทยที่ประกาศเจตนารมณ์ในการไม่ทิ้งอาหารที่ยังรับประทานได้ เพื่อบริจาคให้กับผู้ด้อยโอกาส ภายใต้โครงการ “กินได้ ไม่ทิ้งกัน” เพื่อลดปริมาณขยะที่เกิดจากอาหารและสามารถช่วยเหลือผู้ยากไร้ทั่วประเทศ โดยได้เริ่มบริจาคอาหารที่จำหน่ายไม่หมดให้กับผู้ยากไร้ตั้งแต่ปีที่ 2559 อาทิ ข้าวสารเฉลี่ย 500 กิโลกรัมต่อเดือน ผักและผลไม้สด อาหารแห้ง ซึ่งจะถูกเปลี่ยนเป็นมื้ออาหารให้กับผู้ด้อยโอกาสถึงเกือบ 1 ล้านมื้อ โดยอาหารและสินค้าเหล่านี้จะส่งผ่านทางฮอลไทยแท็กซี่ไปยังมูลนิธิกระจกเงา และองค์กรไทยฮาร์เวส เอสโอเอส เพื่อนำไปปรุงเป็นอาหารให้กับประชาชนต่อไป</p>
<h2>SOS เปลี่ยนอาหารที่ถูกทิ้ง กลับมาสู่ชุมชนที่ต้องการ</h2>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">โปว้ เจาฉิน</span> เจ้าหน้าที่ประสานงานชุมชน องค์กรไทยฮาร์เวส เอสโอเอส</strong> กล่าวว่า ไทยฮาร์เวส เอสโอเอส เริ่มทำงานโดยการรับบริจาคอาหารทางโรงแรม ภัตตาคาร ซุปเปอร์มาเก็ต โดยเป้าหมายแรกเริ่มคือการนำอาหารไปใช้ให้เป็นประโยชน์ แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ เน้นเรื่องการสร้างความมั่นคงทางอาหาร โดยการอำนวยความสะดวกในด้านการบริจาคอาหารให้กับผู้รับ โดยหลักๆจะรับเป็นอาหารสด เพื่อจะช่วยยืดอายุอาหารในการนำไปบริจาค ทั้งนี้ ทีมงานไทยฮาร์เวส เอสโอเอส จะทำงานร่วมกับมูลธิอื่นๆอย่างมูลนิธิผู้ลี้ภัย โดยกลุ่มคนหลักๆเป็นผู้ที่ไม่สามารถทำงานได้ การซื้ออาหารก็จะเป็นภาระอย่างหนึ่ง หรือแม้แต่ชุมชนเด็กเล็ก ซึ่งต้องมีผู้ดูแล ดังนั้นผู้ที่ดูแลกลุ่มคนเหล่านั้น ต้องดูแลทั้งเรื่องอาหารการกิน ถ้าสามารถนำอาหารไปบริจาคให้คนเหล่านี้ได้ จากปกติจะต้องนำเงินไปซื้ออาหาร ก็สามารถนำไปพัฒนาคุณภาพชีวิตของพวกเขาได้อีกทีหนึ่ง</p>
<p><strong>ขยะที่มาจากอาหารอาจจะค่อยๆหมดไปในอนาคต หากเริ่มตั้งแต่วันนี้ โดยผู้บริโภคทุกคนรู้หลักของการบริโภคที่พอเพียง บริโภคตามการใช้งานที่เหมาะสม รวมไปถึงผู้ผลิตที่เข้าถึงกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำไปถึงปลายน้ำ เพื่อส่งต่ออาหารและสินค้าตามความต้องการในผู้บริโภค โดยไม่ก่อให้เกิดปัญหาสินค้าล้นตลาด เพียงเท่านี้ก็เชื่อว่าประเทศไทยจะสามารถลดปริมาณขยะอาหารได้อย่างแน่นอน</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/stop-food-watse/">เดินหน้ายับยั้งวิกฤติขยะที่มาจากอาหาร</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/stop-food-watse/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
