<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>วิกฤตโลกร้อน | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%95%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Fri, 19 Dec 2025 03:12:13 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>วิกฤตโลกร้อน | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>﻿ Thai SCP รวมพลังรัฐ–เอกชน เร่งเครื่องการผลิตและการบริโภคยั่งยืน ปูทาง Net Zero 2050</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/thai-scp-net-zero-2050/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 19 Dec 2025 03:10:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Report]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero 2050]]></category>
		<category><![CDATA[Thai SCP]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤตโลกร้อน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=42483</guid>

					<description><![CDATA[<p>แรงกดดันจาก วิกฤตโลกร้อน วิกฤตทรัพยากร และพฤติกรรมการผลิต รวมถึงการบริโภคที่ยังเกินขีดจำกัดของโลก คำถามสำคัญของสังคมไทยไม่ใช่เพียง “จะเติบโตอย่างไร” แต่คือ “จะเติบโตอย่างยั่งยืนได้จริงหรือไม่” ดังนั้นการประชุมวิชาการเครือข่ายส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืนแห่งประเทศไทยประจำปี 2568 ภายใต้หัวข้อ “การเติบโตที่ยั่งยืนด้วยนวัตกรรมการผลิตและการบริโภคอย่างรับผิดชอบ” จึงถูกจัดขึ้นในฐานะเวทีเชิงนโยบายและเชิงปฏิบัติการ เพื่อหาคำตอบร่วมกันของทุกภาคส่วน การประชุมครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง กรมควบคุมมลพิษ, กรุงเทพมหานคร และสมาคมส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน (ประเทศไทย) หรือ Thai SCP Network ร่วมกับ กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) และ สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/thai-scp-net-zero-2050/">﻿ Thai SCP รวมพลังรัฐ–เอกชน เร่งเครื่องการผลิตและการบริโภคยั่งยืน ปูทาง Net Zero 2050</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>แรงกดดันจาก วิกฤตโลกร้อน วิกฤตทรัพยากร และพฤติกรรมการผลิต รวมถึงการบริโภคที่ยังเกินขีดจำกัดของโลก คำถามสำคัญของสังคมไทยไม่ใช่เพียง “จะเติบโตอย่างไร” แต่คือ “จะเติบโตอย่างยั่งยืนได้จริงหรือไม่” ดังนั้นการประชุมวิชาการเครือข่ายส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืนแห่งประเทศไทยประจำปี 2568 ภายใต้หัวข้อ “การเติบโตที่ยั่งยืนด้วยนวัตกรรมการผลิตและการบริโภคอย่างรับผิดชอบ” จึงถูกจัดขึ้นในฐานะเวทีเชิงนโยบายและเชิงปฏิบัติการ เพื่อหาคำตอบร่วมกันของทุกภาคส่วน</strong></p>
<p><span id="more-42483"></span></p>
<p>การประชุมครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง กรมควบคุมมลพิษ, กรุงเทพมหานคร และสมาคมส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน (ประเทศไทย) หรือ Thai SCP Network ร่วมกับ กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) และ สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน พร้อมเร่งเครื่อง “เศรษฐกิจหมุนเวียน” ให้ก้าวทันเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และความท้าทายของโลกเดือด</p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42485" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/thai-scp-net-zero-2050-02.jpg" alt="ภัทรานันท์ ทองประพาฬ" width="740" height="494" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/thai-scp-net-zero-2050-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/thai-scp-net-zero-2050-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/thai-scp-net-zero-2050-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/thai-scp-net-zero-2050-02-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ภัทรานันท์ ทองประพาฬ</strong></span> <strong>รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง</strong> เปิดเผยว่า การพัฒนาในระยะต่อไปไม่อาจแยกเศรษฐกิจออกจากสิ่งแวดล้อมได้อีกต่อไป รัฐบาลจึงยกระดับความมุ่งมั่นด้านสภาพภูมิอากาศ ด้วยการปรับเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ให้เร็วขึ้นจากปี ค.ศ. 2065 เป็นภายในปี ค.ศ. 2050 หรือเร็วขึ้นถึง 15 ปี ซึ่งถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนของสังคม</p>
<p>นอกจากประเด็นคาร์บอนแล้ว รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับปัญหา “ขยะอาหาร” ซึ่งเป็นหนึ่งในต้นตอสำคัญของการสูญเสียทรัพยากรและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ผลักดันนโยบาย Zero Food Waste นำร่องในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ และเตรียมพิจารณามาตรการทางกฎหมาย เพื่อเชื่อมโยงการจัดการขยะอาหารเข้ากับกระบวนการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) สำหรับโครงการขนาดใหญ่ สร้าง “มาตรฐานใหม่” ให้การพัฒนาโครงการต้องคำนึงถึงผลกระทบตลอดวงจรชีวิตอย่างเป็นระบบ</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42486" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/thai-scp-net-zero-2050-03.jpg" alt="ดร.วิจารย์ สิมาฉายา" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/thai-scp-net-zero-2050-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/thai-scp-net-zero-2050-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/thai-scp-net-zero-2050-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/thai-scp-net-zero-2050-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>ด้าน <span style="color: #6cb742;"><strong>ดร.วิจารย์ สิมาฉายา</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ในฐานะประธาน Thai SCP Network</strong> กล่าวว่า การประชุมวิชาการในปีนี้จัดขึ้นในช่วงเวลาที่มีนัยสำคัญ เนื่องจากโลกกำลังนับถอยหลังสู่เส้นตายของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ในปี 2030 โดยเฉพาะเป้าหมายที่ 12 (SDG 12) ว่าด้วยการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน ซึ่งเปรียบเสมือน “จุดเชื่อมกลาง” ของทุกมิติการพัฒนา หากสามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในระดับโครงสร้างพื้นฐานนี้ได้ จะส่งผลโดยตรงต่อการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมในระยะยาว</p>
<p>ในช่วงที่ผ่านมา Thai SCP Network ได้ยกระดับบทบาทจากเครือข่ายความร่วมมือเชิงจิตอาสา สู่การเป็น “สมาคม” อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการทำหน้าที่เป็นกลไกกลาง เชื่อมโยงนโยบายและนวัตกรรมระดับโลกสู่การลงมือปฏิบัติในระดับพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม หนึ่งในตัวอย่างสำคัญ คือ ความร่วมมือกับ Institute for Global Environmental Strategies (IGES) ประเทศญี่ปุ่น ในการขับเคลื่อนโครงการ “บูรณาการจัดการทรัพยากรพันธมิตรการท่องเที่ยวยั่งยืนกระบี่เพื่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน” (Krabi Sustainable Tourism Partnerships for Integrated Resource Management toward SDGs) จังหวัดกระบี่ ซึ่งสะท้อนการนำกรอบคิด SCP ไปประยุกต์ใช้กับบริบทพื้นที่จริง ควบคู่กับการเชื่อมโยงเครือข่ายความร่วมมือระดับภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิก ผ่านเครือข่าย APSCP เพื่อยกระดับบทบาทของประเทศไทยในเวทีภูมิภาค</p>
<p>“สำหรับทิศทางในอนาคต สมาคมฯ จะมุ่งเน้นการผลักดันนโยบายสู่การปฏิบัติจริง โดยล่าสุดได้ผนึกกำลังลงนาม MOU ร่วมกับ กรมบัญชีกลาง กรมควบคุมมลพิษ และองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก เพื่อขับเคลื่อนมาตรการ “การจัดซื้อจัดจ้างสีเขียวภาครัฐ (Green Public Procurement)” อย่างเป็นรูปธรรม โดยร่วมมือกับภาครัฐในการกำหนดทิศทางการข้อบังคับสำหรับการสร้างตลาดสีเขียวให้เกิดขึ้นในประเทศไทย เพื่อกระตุ้นให้ภาคอุตสาหกรรมเร่งปรับตัวสู่การผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและเกิดการแข่งขันที่เป็นธรรม” <strong>ดร.วิจารย์</strong> กล่าว</p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #6cb742;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42487" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/thai-scp-net-zero-2050-04.jpg" alt="ธนัญชัย วรรณสุข" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/thai-scp-net-zero-2050-04.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/thai-scp-net-zero-2050-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/thai-scp-net-zero-2050-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/thai-scp-net-zero-2050-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></span></p>
<p><strong>ธนัญชัย วรรณสุข</strong> <strong>รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ</strong> กล่าวถึง สนธิสัญญาพลาสติกโลก และระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนของประเทศไทยว่า ทิศทางกติกาโลกด้านการจัดการพลาสติกกำลังเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว และประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งปรับตัวให้ทันต่อความคาดหวังใหม่ของสังคมโลก โดยเฉพาะการขับเคลื่อนภายใต้ แผนปฏิบัติการด้านการจัดการขยะพลาสติก ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566–2570) ซึ่งตั้งเป้าหมายท้าทายสำคัญ คือ การนำขยะพลาสติกเป้าหมายกลับเข้าสู่ระบบรีไซเคิลให้ได้ 100% ภายในปี 2570 ควบคู่กับการลดปริมาณขยะพลาสติกที่ต้องนำไปฝังกลบ และป้องกันไม่ให้หลุดรอดลงสู่ทะเลและแหล่งน้ำ</p>
<p>“หัวใจของการขับเคลื่อนอยู่ที่การปรับทั้ง “ต้นทาง–กลางทาง–ปลายทาง” ตั้งแต่การส่งเสริมการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่รีไซเคิลได้ (Eco-design) การลดการใช้พลาสติกที่ไม่จำเป็น ไปจนถึงการยกระดับระบบจัดการและการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มข้นมากขึ้นในอนาคต เพื่อให้การจัดการพลาสติกเป็นไปอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน” ธนัญชัย กล่าว</p>
<p>ในภาพรวม การจัดการขยะพลาสติกกำลังกลายเป็นวาระร่วมของทุกภาคส่วนทั่วโลก ท่ามกลางสถานการณ์ที่มีขยะพลาสติกไหลลงสู่ทะเลและมหาสมุทรมากกว่า 11 ล้านตันต่อปี และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าในปี 2040 หากไม่มีมาตรการที่จริงจัง ซึ่งประเทศไทยมี “เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)” เป็นทุนเดิมสำคัญในการต่อยอดการแก้ปัญหา โดยถือเป็นหนึ่งในกลไกหลักของการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) และการสร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม</p>
<p>ในระดับประเทศ ไทยได้ดำเนินการตามแผนปฏิบัติการด้านการจัดการขยะพลาสติกมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่แผนระยะที่ 1 (พ.ศ. 2563–2565) จนถึงระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566–2570) และขณะนี้กำลังเข้าสู่ช่วงเตรียมจัดทำแผนยุทธศาสตร์ใหม่ภายใต้กรอบปี พ.ศ. 2567–2573 โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการเปลี่ยนระบบการจัดการพลาสติกจากเศรษฐกิจเชิงเส้น ไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบภายในปี 2573 ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและโมเดลเศรษฐกิจที่เน้นการเติบโตควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตประชาชน</p>
<p>การเดินหน้าสู่ “สนธิสัญญาพลาสติกโลก” จึงได้สะท้อนชัดว่าประเทศต่าง ๆ กำลังยกระดับการจัดการพลาสติกอย่างจริงจังและเข้มข้นมากขึ้น ซึ่งสอดรับกับทิศทางของประเทศไทยในการลดการใช้พลาสติกที่ไม่จำเป็น ออกแบบผลิตภัณฑ์ให้รีไซเคิลได้ และบูรณาการนโยบายระดับโลกเข้ากับการดำเนินงานในประเทศ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน กระตุ้นการลงทุนในอุตสาหกรรมสีเขียว และมีส่วนร่วมอย่างเป็นรูปธรรมในการแก้ปัญหาขยะพลาสติกของโลกอย่างยั่งยืน</p>
<p>ความสำเร็จของการประชุมในวันนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ตอกย้ำว่า การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน (SDG 12) เป็นทางรอดของประเทศไทยในการรับมือกับวิกฤตโลกเดือด โดยสมาคมส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน (ประเทศไทย) หรือ Thai SCP พร้อมยืนหยัดทำหน้าที่เป็นที่แข็งแกร่งในการเชื่อมโยงนโยบายระดับประเทศสู่นวัตกรรมและการปฏิบัติในระดับพื้นที่ เพื่อผนึกกำลังภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนให้ก้าวไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำ และสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนให้กับลูกหลานไทยในอนาคตได้อย่างมั่นคง</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/thai-scp-net-zero-2050/">﻿ Thai SCP รวมพลังรัฐ–เอกชน เร่งเครื่องการผลิตและการบริโภคยั่งยืน ปูทาง Net Zero 2050</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Bangkok Climate Action Week (BKKCAW) รวมพลังคนกรุง สู้วิกฤตโลกร้อน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/bangkok-climate-action-week/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/bangkok-climate-action-week/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 25 Apr 2025 04:56:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[BKKCAW]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพฯ]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤตโลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[สภาพภูมิอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[แก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=38870</guid>

					<description><![CDATA[<p>Bangkok Climate Action Week (BKKCAW) รวมพลังคนกรุง สู้วิกฤตโลกร้อน เทศกาลด้านสภาพภูมิอากาศใหม่ของกรุงเทพฯ จุดประกายการเปลี่ยนแปลงสู่อนาคตที่ยั่งยืนและเป็นธรรมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มุ่งสร้างการมีส่วนร่วมกับภาคส่วนต่างๆ ในสังคม เป็นพื้นที่ทดลองเพื่อการลงมือแก้ปัญหาและสร้างอนาคตสีเขียวด้วยพลังของพลเมือง นักสร้างสรรค์ และผู้ผลักดันการเปลี่ยนแปลงทางสังคมทั่วทั้งภูมิภาค กรุงเทพฯ ประเทศไทย – 24 เมษายน 2568 — การขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศด้วยพลังของชุมชน กำลังจะเริ่มต้นขึ้นเมื่อ Bangkok Climate Action Week (BKKCAW) ประกาศจัดเทศกาลครั้งแรก ระหว่างวันที่&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/bangkok-climate-action-week/">Bangkok Climate Action Week (BKKCAW) รวมพลังคนกรุง สู้วิกฤตโลกร้อน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>Bangkok Climate Action Week (BKKCAW) รวมพลังคนกรุง สู้วิกฤตโลกร้อน เทศกาลด้านสภาพภูมิอากาศใหม่ของกรุงเทพฯ จุดประกายการเปลี่ยนแปลงสู่อนาคตที่ยั่งยืนและเป็นธรรมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</strong> มุ่งสร้างการมีส่วนร่วมกับภาคส่วนต่างๆ ในสังคม เป็นพื้นที่ทดลองเพื่อการลงมือแก้ปัญหาและสร้างอนาคตสีเขียวด้วยพลังของพลเมือง นักสร้างสรรค์ และผู้ผลักดันการเปลี่ยนแปลงทางสังคมทั่วทั้งภูมิภาค</p>
<p><span id="more-38870"></span></p>
<p><strong>กรุงเทพฯ ประเทศไทย – </strong><strong>24 เมษายน 2568</strong> — การขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศด้วยพลังของชุมชน กำลังจะเริ่มต้นขึ้นเมื่อ Bangkok Climate Action Week (BKKCAW) ประกาศจัดเทศกาลครั้งแรก ระหว่างวันที่ 28 กันยายน ถึง 4 ตุลาคม 2568 นี้</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38871" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/BKKCAW-Banner.jpg" alt="BKKCAW" width="740" height="416" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/BKKCAW-Banner.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/BKKCAW-Banner-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/BKKCAW-Banner-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/BKKCAW-Banner-500x281.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><strong>BKKCAW</strong> ไม่ใช่เพียงแค่งานที่จัดขึ้นในช่วงระยะเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์เท่านั้น แต่จะเป็นเวทีที่มีชีวิตชีวาที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในสังคมเพื่อสร้างอนาคตสีเขียวที่ครอบคลุมและยั่งยืน</p>
<p>หัวใจของ BKKCAW คือการเฉลิมฉลองพลังของการลงมือทำร่วมกัน ความคิดสร้างสรรค์ และความเข้มแข็งของชุมชน งานนี้ออกแบบในรูปแบบของเทศกาลในระดับเมือง ที่เชิญชวนชุมชนท้องถิ่น นักสร้างสรรค์ เยาวชน นักวิทยาศาสตร์ ผู้กำหนดนโยบาย นักกิจกรรม และสังคมในการร่วมสร้างสรรค์แนวทางแก้ไขปัญหาภูมิอากาศที่ทุกคนมีส่วนร่วม สนุกสนานและยืดหยุ่น พร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงในอนาคต</p>
<p>&#8220;การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลกระทบต่อทุกคน และเราทุกคนต้องลงมือ ไม่ใช่เรื่องที่ควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น&#8221; ลีโอ ฮอร์น-พัธโนทัย ผู้ดำเนินงานหลัก BKKCAW กล่าว</p>
<p>&#8220;จุดมุ่งหมายของ Bangkok Climate Action Week คือการกระตุ้นและเสริมพลังให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนสีเขียว ซึ่งหมายถึงการวางผู้คนไว้ที่ศูนย์กลาง ยกระดับเสียงสะท้อนและแนวทางของชุมชนท้องถิ่น เพื่อสร้างพื้นที่ที่ผู้มีบทบาทในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สามารถร่วมกันกำหนดอนาคตได้&#8221;</p>
<p>เทศกาลนี้จัดโดย จัสท์ ทรานสิชั่นส์ อินคิวเบเตอร์ (Just Transitions Incubator &#8211; JUTI) ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร (กทม.) โดยตระหนักถึงบทบาทสำคัญของเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ ที่อยู่แนวหน้าในการรับมือกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ BKKCAW ตั้งเป้าจะใช้พลังงาน ความคิดสร้างสรรค์ และความมุ่งมั่นของผู้คนในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน</p>
<h3>เวทีขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบผ่านความร่วมมือ</h3>
<p>BKKCAW ท้าทายแนวคิดแบบเดิมๆ ที่มักนำโดยผู้เชี่ยวชาญ ภาครัฐ หรือองค์กรขนาดใหญ่เป็นแกนหลักในการออกแบบวิธีแก้ปัญหา แต่เน้นการยกระดับเสียงสะท้อนและแนวทางที่เริ่มจากรากฐาน ที่สามารถผลักดันการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบได้อย่างแท้จริง</p>
<p>BKKCAW ขอเชิญชวนร่วมค้นหามุมมองใหม่เกี่ยวกับเมือง ระบบเศรษฐกิจ และโครงสร้างทางสังคมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยใส่ใจความห่วงใย ความเป็นธรรม และความยืดหยุ่นพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในระยะยาวให้เป็นส่วนหนึ่งในทุกการขับเคลื่อนเพื่อสภาพภูมิอากาศ</p>
<p>ในงานจะมีการจัดกิจกรรมรูปแบบต่าง ๆ ที่เปิดให้สาธารณชนเข้าร่วม เช่น เวิร์กชอป นิทรรศการ การแสดง ห้องทดลองนโยบาย และงานทดลองที่นำโดยชุมชน เพื่อสร้างพื้นที่ให้กลุ่มคนที่หลากหลายได้แลกเปลี่ยนความคิด สร้างเครือข่าย เรียนรู้ และลงมือทำร่วมกัน</p>
<h3>เอเชียตะวันออกเฉียงใต้: จุดศูนย์กลางแห่งการเปลี่ยนแปลง</h3>
<p>ในขณะที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต้องเผชิญกับภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง — ตั้งแต่น้ำท่วม คลื่นความร้อน มลพิษทางอากาศ ไปจนถึงการขาดแคลนทรัพยากร — BKKCAW ขอเชิญชวนให้เกิดความร่วมมือร่วมใจและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในระดับภูมิภาค เชิญชวนให้เมืองและชุมชนต่าง ๆ ได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน ร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรม และลงมือทำไปด้วยกัน</p>
<p>“ถ้าเราสามารถหาเพื่อนร่วมเดินทางไปด้วยกัน ก็จะทำให้เกิดผลอย่างจริงจังและยั่งยืน และการที่เราเริ่มลงมือก่อนก็ยิ่งดี และตอนนี้ก็ถึงเวลาที่เราจะร่วมต้อนรับผู้คนให้มาร่วมเดินทางกับเรา” <span style="color: #6cb742;"><strong>ชัชชาติ สิทธิพันธุ์</strong></span> <strong>ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร</strong> กล่าว</p>
<p>เปิดรับสมัครผู้ร่วมจัดกิจกรรมในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมทาง<a href="mailto:info@bangkokclimateactionweek.org" target="_blank" rel="noopener">อีเมล</a><br />
ลงทะเบียนเพื่อสมัครรับข่าวสารผ่าน<a href="https://bangkokclimateactionweek.org" target="_blank" rel="noopener">เว็บไซต์ของเรา</a><br />
ติดตาม BKKCAW บนช่องทาง <a href="https://www.instagram.com/bangkokclimateactionweek/" target="_blank" rel="noopener">Instagram</a>, Facebook และ <a href="https://www.linkedin.com/company/bangkok-climate-action-week/" target="_blank" rel="noopener">LinkedIn</a></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/bangkok-climate-action-week/">Bangkok Climate Action Week (BKKCAW) รวมพลังคนกรุง สู้วิกฤตโลกร้อน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/bangkok-climate-action-week/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จุดประเด็นร้อน ! รายงานใหม่จาก IPCC ชี้ สภาพภูมิอากาศเข้าขั้นวิกฤต</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a8/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a8/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 20 Aug 2021 03:12:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[การบริโภคผลิตภัณฑ์จากสัตว์]]></category>
		<category><![CDATA[การปศุสัตว์]]></category>
		<category><![CDATA[การผลิตอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[การผลิตเนื้อวัว]]></category>
		<category><![CDATA[การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[การเพิ่มของอุณหภูมิโลก]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤตสภาพภูมิอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤตโลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[สภาพภูมิอากาศ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=18583</guid>

					<description><![CDATA[<p>หน่วยงานระหว่างรัฐบาลของสหประชาชาติถึงกับกล่าวว่า ‘การจำกัดการเพิ่มของอุณหภูมิ ที่ 1.5 °C แทบจะไม่น่าเป็นไปได้’ หากทุกฝ่ายไม่ร่วมมือกัน กรุงเทพมหานคร: 18 สิงหาคม 2564 รายงานการประเมินประจำปีของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (The Intergovernmental Panel on Climate Change- IPCC) ซึ่งเผยแพร่ในสัปดาห์ที่ผ่านมาทำให้การอภิปรายเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศลุกเป็นไฟ โดย IPCC เชื่อว่าหากไม่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับมหัพภาคให้ทันท่วงที การจำกัดอุณหภูมิไม่ให้สูงขึ้นเกินกว่า 1.5 องศาเซลเซียส หรือแม้แต่ 2 องศาเซลเซียส จะเป็นไปไม่ได้เลย&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a8/">จุดประเด็นร้อน ! รายงานใหม่จาก IPCC ชี้ สภาพภูมิอากาศเข้าขั้นวิกฤต</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>หน่วยงานระหว่างรัฐบาลของสหประชาชาติถึงกับกล่าวว่า ‘การจำกัดการเพิ่มของอุณหภูมิ ที่ 1.5 °C แทบจะไม่น่าเป็นไปได้’ หากทุกฝ่ายไม่ร่วมมือกัน</strong></p>
<p>กรุงเทพมหานคร: 18 สิงหาคม 2564 รายงานการประเมินประจำปีของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (The Intergovernmental Panel on Climate Change- IPCC) ซึ่งเผยแพร่ในสัปดาห์ที่ผ่านมาทำให้การอภิปรายเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศลุกเป็นไฟ โดย IPCC เชื่อว่าหากไม่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับมหัพภาคให้ทันท่วงที การจำกัดอุณหภูมิไม่ให้สูงขึ้นเกินกว่า 1.5 องศาเซลเซียส หรือแม้แต่ 2 องศาเซลเซียส จะเป็นไปไม่ได้เลย<span id="more-18583"></span></p>
<p>การเปลี่ยนแปลงหลายอย่างของสภาพภูมิอากาศไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรอบหลายพันปี และการเปลี่ยนแปลงบางอย่างสร้างผลกระทบที่ไม่อาจแก้ไข่ได้ <span style="color: #6cb742;"><strong>ผานเหมา ไจ่</strong></span> (Panmao Zhai) <strong>ประธานร่วมของคณะกรรมการ IPCC</strong> กล่าวว่า “การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศได้ส่งผลกระทบต่อทุกภูมิภาคบนโลกแล้วในหลายๆ ด้าน และการเปลี่ยนแปลงก็มีแต่จะเกิดบ่อยขึ้นพร้อมกับอุณหภูมิที่สูงขึ้น”</p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/ipcc2.jpeg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-18585" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/ipcc2.jpeg" alt="น้ำท่วมจากวิกฤติโลกร้อน" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/ipcc2.jpeg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/ipcc2-300x200.jpeg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/ipcc2-150x100.jpeg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/ipcc2-500x333.jpeg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></a></p>
<p>รายงานคาดว่าจะมีคลื่นความร้อนเพิ่มขึ้น ฤดูร้อนยาวนานขึ้น และฤดูหนาวสั้นลง ฝนตกอย่างหนักจะทำให้เกิดอุทกภัย ในขณะที่หลายๆ ภูมิภาคจะประสบภัยแล้งรุนแรง รายงานกล่าวเตือนถึงระดับน้ำทะเลซึ่งจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และระบบนิเวศน์ในมหาสมุทรจะถูกคุกคามจากน้ำที่มีอุณหภูมิสูงขึ้น การกลายเป็นกรดของน้ำทะเล และระดับออกซิเจนที่ลดลง</p>
<p>“การเปลี่ยนแปลงเช่นนี้อาจนำไปสู่หายนะซึ่งคาดว่าเกิดจากวิกฤต<a title="14 วิธีเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change)" href="https://www.greennetworkthailand.com/วิธี-ลดโลกร้อน-climate-change/">การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</a> ซึ่งจะเกิดรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ในปีนี้ เช่น น้ำท่วมในเยอรมนีและเบลเยียมที่คร่าชีวิตผู้คนไป 209 คน และในจีนอีก 33 คน ภัยแล้งครั้งรุนแรงที่สุดเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์ของมลรัฐแคลิฟอร์เนีย และคลื่นความร้อนที่คร่าชีวิตผู้คน 815 คนในแคนาดา” กล่าวโดย <span style="color: #6cb742;"><strong>ชิสากัญญ์ อารีพิพัฒน์</strong></span>, <strong>ผู้จัดการโครงการท้าลอง 22 วัน จาก ซิเนอร์เจีย แอนิมอล องค์กรพัฒนาเอกชนระหว่างประเทศ</strong> ซึ่งทำงานในลาตินอเมริกาและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อส่งเสริมการเลือกอาหารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อช่วยต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/ipcc3.jpeg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-18586" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/ipcc3.jpeg" alt="น้ำแข็งขั้วโลกละลายจากวิกฤติโลกร้อน" width="680" height="340" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/ipcc3.jpeg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/ipcc3-300x150.jpeg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/ipcc3-150x75.jpeg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/ipcc3-500x250.jpeg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></a></p>
<h3>ป้องกันความเสียหายในอนาคต</h3>
<p>ขณะนี้คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) แนะนำว่าต้องใช้มาตรการที่เข้มงวดต่อกรกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพื่อป้องกันความเสียหายในอนาคต เพราะหากอุณหภูมิโลกสูงขึ้นถึง 2 องศาเศลเซียสจะมีผลกระทบต่อการเกษตรและสุขภาพ</p>
<p>นักวิจัยคาดการณ์ว่าการผลิตอาหารปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากกว่าหนึ่งในสี่ของของก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดในโลก โดยปศุสัตว์และการประมงปล่อยก๊าซเรือนกระจกถึง 31% ของปริมาณดังกล่าว “เพื่อลดคาร์บอนฟุ๊ตปริ้นท์ เราต้องใช้มาตรการที่เข้มงวดขึ้น ซึ่งรวมถึงในระดับบุคคลด้วย หนึ่งในสิ่งที่ดีที่สุดที่แต่ละคนจะทำได้เพื่อลดผลกระทบคือการลดหรืองดการบริโภคผลิตภัณฑ์จากสัตว์ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักที่ก่อให้เกิดมลพิษมากที่สุด&#8221; <strong>ชิสากัญญ์</strong> กล่าว</p>
<p>การลดการผลิตและบริโภคอาหารที่ทำจากสัตว์จะช่วยลดการปล่อยก๊าซมีเทนได้อย่างมาก ก๊าซมีเทนยังเป็นหนึ่งในข้อกังวลหลักซึ่งระบุไว้ในรายงานของ IPCC เนื่องจากมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วเกิดจากการผลิตเชื้อเพลิงฟอสซิลและภาคปศุสัตว์ นอกจากนี้ ก๊าซมีเทนยังส่งผลกระทบในระยะยาวมากกว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 25 เท่า</p>
<p>เมื่อพูดถึงการปศุสัตว์ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ส่วนใหญ่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน ตัวอย่างเช่น การตัดไม้ทำลายป่าเพื่อใช้เป็นทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ หรือปลูกพืชอาหารสัตว์ เช่น ถั่วเหลือง ในขณะที่ก๊าซมีเทนส่วนใหญ่เกิดจากการย่อยอาหารของสัตว์ในการปศุสัตว์</p>
<p>เนื้อวัวที่ผลิตได้แต่ละกิโลกรัมปล่อยก๊าซเรือนกระจก 60 กิโลกรัม ชีสหนึ่งกิโลกรัม ปล่อยก๊าซเรือนกระจก 21 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับการผลิตเต้าหู้ ซึ่งเป็นแหล่งโปรตีนจากพืชในน้ำหนักที่เท่ากันแล้ว การผลิตเนื้อวัวปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากกว่าเต้าหู้ 20 เท่า ส่วนชีสปล่อยก๊าซเรือนกระจก มากกว่าเต้าหู้ 7 เท่า การผลิตนมวัว 1 กิโลกรัมปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากถึง 2.8 กิโลกรัม ในขณะที่นมถั่วเหลืองปริมาณเท่ากันปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพียง 1 กิโลกรัมเท่านั้น</p>
<p><strong>ซิเนอร์เจีย แอนิมอล</strong> ขอเชิญชวนทุกคนให้ลองปรับพฤติกรรมการบริโภค หันมาเริ่มไลฟ์สไตล์ใหม่ ที่ยั่งยืนและดีต่อโลกมากกว่าเดิม หนึ่งในนั้นคือการเปลี่ยนอาหารเพื่อช่วยบรรเทาวิกฤตสภาพภูมิอากาศ เราขอเชิญให้คุณเข้าร่วมโครงการ ท้าลอง 22 วัน และบริโภคอาหารจากพืชเป็นเวลา 22 วัน โดยผู้เข้าร่วมจะได้รับคำปรึกษาจากนักกำหนดอาหารพร้อมเคล็ดลับ และสูตรอาหารอร่อยๆ เป็นเวลา 22 วัน ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ที่ www.thaichallenge22.org</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a8/">จุดประเด็นร้อน ! รายงานใหม่จาก IPCC ชี้ สภาพภูมิอากาศเข้าขั้นวิกฤต</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a8/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิกฤตโลกร้อนกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียว</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 06 Aug 2019 06:20:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Scoop]]></category>
		<category><![CDATA[Green Economy]]></category>
		<category><![CDATA[จิระศักดิ์ ชูความดี]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤตสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤตโลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมเศรษฐกิจสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[โลกร้อน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=8294</guid>

					<description><![CDATA[<p>ความเสี่ยงจากสภาพอากาศโลกเปลี่ยนแปลงตามสภาพภูมิอากาศโลก Global Climate Risk Index 2018 ขององค์กร Germ Watch ในระหว่างปี พ.ศ.2540-2559 ได้ระบุว่าในปี พ.ศ. 2561 ประเทศไทยได้ถูกตัดให้อยู่ในอันดับ 9 ของประเทศที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดในโลก ซึ่งได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระยะยาว โดยจะส่งผลกระทบต่อต่อการดำรงชีวิตของคน สัตว์และพืช อันเนื่องมาจากสถานการณ์ภัยทางธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นอุทกภัย ภัยแห้งแล้ง และวาตภัยที่เกิดรุนแรงและบ่อยครั้งขึ้น ดังนั้นเพื่อบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และท้องถิ่นในการสร้างความตระหนักถึงความเสี่ยงและผลของภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในอนาคต รวมทั้งดำเนินการแก้ไขปัญหาวิกฤตโลกร้อนที่ยั่งยืน โดยการเพิ่มพื้นที่สีเขียวของประเทศให้เป็นไปตามเป้าหมายของยุทธศาสตร์ชาติให้ร้อยละ 55&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7/">วิกฤตโลกร้อนกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียว</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ความเสี่ยงจากสภาพอากาศโลกเปลี่ยนแปลงตามสภาพภูมิอากาศโลก Global Climate Risk Index 2018 ขององค์กร Germ Watch ในระหว่างปี พ.ศ.2540-2559 ได้ระบุว่าในปี พ.ศ. 2561 ประเทศไทยได้ถูกตัดให้อยู่ในอันดับ 9 ของประเทศที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดในโลก ซึ่งได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระยะยาว โดยจะส่งผลกระทบต่อต่อการดำรงชีวิตของคน สัตว์และพืช อันเนื่องมาจากสถานการณ์ภัยทางธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นอุทกภัย ภัยแห้งแล้ง และวาตภัยที่เกิดรุนแรงและบ่อยครั้งขึ้น<span id="more-8294"></span></strong></p>
<p>ดังนั้นเพื่อบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และท้องถิ่นในการสร้างความตระหนักถึงความเสี่ยงและผลของภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในอนาคต รวมทั้งดำเนินการแก้ไขปัญหาวิกฤตโลกร้อนที่ยั่งยืน โดยการเพิ่มพื้นที่สีเขียวของประเทศให้เป็นไปตามเป้าหมายของยุทธศาสตร์ชาติให้ร้อยละ 55 ของพื้นที่ประเทศภายในปี 2579 นั้นเอง ซึ่งการจัดเสวนาในครั้งนี้ เพื่อเป็นการตอกย้ำให้ทุกฝ่ายเห็นถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาล่วงหน้าให้ทันเหตุการณ์</p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/Green-Economy-01.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-8298 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/Green-Economy-01.jpg" alt="วิกฤตโลกร้อนกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียว" width="900" height="508" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/Green-Economy-01.jpg 900w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/Green-Economy-01-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/Green-Economy-01-768x433.jpg 768w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></a></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>จิระศักดิ์ ชูความดี</strong></span> <strong>รองอธิบดีกรมป่าไม้</strong> ได้กล่าวในงานเสวนา &#8220;<strong>วิกฤตโลกร้อนกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียว</strong>&#8221; ว่า ประเด็นของปัญหาวิกฤติของโลกร้อนที่เป็นเรื่องที่สำคัญมีผลกระทบต่อมวลมนุษยชาติทั่วโลก ซึ่งในเวทีการประชุมระดับโลก เช่น การประชุมสหประชาชาติ (UN) และ การประชุมองค์กรเศรษฐกิจระดับโลก (World Economic Forum : WEF) ในช่วงระยะที่ผ่านมาก็ได้สะท้อนถึงความห่วงใยในประเด็นความเสี่ยงของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีผลต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของมวลมนุษยชาติในโลกที่จะต้องเผชิญกับการเสี่ยงภัยจากภัยธรรมชาติ อุทกภัย ภัยแล้ง และวาตภัยซึ่งเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่นับวันจะทวีความรุนแรง และเกิดบ่อยครั้งในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วโลก</p>
<p>เมื่อเร็วๆนี้ (17 พ.ค. 2562) สำนักหนังสือพิมพ์ เดอะการ์เดียน ได้เปลี่ยนภาษาที่ใช้สื่อสารเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมจาก คำว่า &#8220;การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ &#8221; หรือ &#8220;Climate Change&#8221; เป็นคำว่า &#8220;ภาวะคับขันของสภาพภูมิอากาศ&#8221; หรือ &#8220;Climate Emergency&#8221; และเปลี่ยนจากคำว่า &#8220;โลกร้อน&#8221; หรือ &#8220;Global Warming&#8221; มาเป็นคำว่า &#8220;วิกฤตโลกร้อน หรือ &#8220;Global Heating&#8221; เพื่อย้ำเตือน และสื่อสารให้เห็นถึงความรุนแรงของโลกร้อนที่จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อมวลมนุษยชาติ</p>
<p><strong>จิระศักดิ์</strong> กล่าวต่อว่า ในการเสวนาในครั้งนี้คณะผู้จัดการเสวนาต้องการให้ประชาชนคนไทยทุกคนได้รับรู้ ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์ของโลกร้อน และผลกระทบที่จะเกิดขึ้นทั้งในปัจจุบัน และในอนาคต จึงเป็นเรื่องที่สอดคล้องกับวิกฤตของสถานการณ์ของโลกร้อนที่เผชิญอยู่ในปัจจุบันตามที่ท่านทั้งหลายอาจจะประสบ เช่น การที่อุณหภูมิของอากาศร้อนสูงขึ้นในบางวันหรือบางพื้นที่กว่า 40 องศาเซลเซียส ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาอาจจะไม่รู้สึกว่าอากาศร้อนเช่นนี้ และในหลายประเทศที่มีอุณหภูมิของอากาศร้อนสูงกว่า 50 องศาเซลเซียส เช่น ประเทศอินเดีย และประเทศในกลุ่มตะวันออกกลาง</p>
<p>นอกจากนี้ จะเห็นได้ว่าในปัจจุบัน การเปลี่ยนแปลงสภาพดินฟ้าอากาศที่แปรปรวนในทั่วทุกภูมิภาค เช่น ฝนตก ฝนแล้ง น้ำท่วมเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นรุนแรงและบ่อยครั้งก็เป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศของโลกที่ได้รับผลกระทบจากโลกร้อน ซึ่งมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับบทบาทของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกรมป่าไม้ ซึ่งได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะประเด็นที่เป็นกรอบแนวคิดในการเสวนา คือ</p>
<p>1) <strong>ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 4.1</strong> สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนบนสังคมเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ข้อ 4.1.4 รักษาและเพิ่มพื้นที่สีเขียวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยการส่งเสริมการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเขตเมือง และชุมชน การส่งเสริมปลูกป่าเศรษฐกิจ</p>
<p>2) <strong>ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 4.3</strong> สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนบนสังคมที่เป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศซึ่งมุ่งเน้นการปล่อยก๊าชเรือนกระจก และสร้างสังคมคาร์บอนต่ำ และการสร้างขีดความสามารถของประชาชนในการรับมือ และปรับตัวเพื่อลดความสูญเสีย และเสียหายจากภัยธรรมชาติ และผลกระทบที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 ประเด็น เป็นหน้าที่ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกรมป่าไม้โดยตรงที่จะต้องมาเผยแพร่ความรู้ สื่อสารข่าวสารข้อมูล ให้ท่านทั้งหลายได้ทราบ ผมก็ต้องขอขอบคุณคณะผู้จัดงานที่ได้หยิบยกประเด็นนี้มาขยายผลได้ทันเหตุการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการริเริ่มโครงการ &#8220;คนไทยร่วมใจปลูกต้นไม้ลดโลกร้อนอย่างยั่งยืน&#8221; &#8220;Sustainable Green Growth Cooperation Declaration :SGGC&#8221; ให้เป็น &#8220;วาระแห่งชาติ&#8221; ของภาคประชาชน เพื่อจุดกระแส และขับเคลื่อนวาระการปลูกต้นไม้ให้เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องร่วมมือร่วมใจกันปลูกต้นไม้ในทุกวาระ ทุกโอกาสของวันสำคัญ ๆ ของประเทศ</p>
<p>“ในฐานะตัวแทนของหน่วยงานของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกรมป่าไม้ ใคร่ขอชื่นชมในความริเริ่มจัดทำคำประกาศเจตนารมณ์การเพิ่มพื้นที่สีเขียว (Sustainable Green Growth Cooperation Declaration: SGGC) ให้เป็นวาระแห่งชาติของคนไทยทุกคนในการสร้างพลังของคนไทยให้มีจุดมุ่งหมายอย่างเดียวกัน คือ &#8220;ความยั่งยืน&#8221; ไว้ ณ เวทีการเสวนาแห่งนี้” จิระศักดิ์ กล่าว</p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/Green-Economy-03.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-8300 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/Green-Economy-03.jpg" alt="วิกฤตโลกร้อนกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียว" width="900" height="600" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/Green-Economy-03.jpg 900w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/Green-Economy-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/Green-Economy-03-768x512.jpg 768w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></a></p>
<p>สำหรับในประเด็นหัวข้อเรื่อง &#8220;<strong>การปลูกต้นไม้เป็นทุนหมุนเวียน และเป็นเงินออมเพื่อเกษียณอายุ</strong>&#8221; เป็นเรื่องใหม่ที่น่าสนใจอย่างยิ่งให้แก่ผู้ที่มีที่ดินปล่อยไว้ว่างเปล่าหรือใช้ประโยชน์ในที่ดินไม่คุ้มค่า ซึ่งอาจจะต้องถูกจัดเก็บภาษีที่ดินหากปล่อยทิ้งที่ดินไว้ว่างเปล่าในอัตราที่สูงขึ้นตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นไป ให้หันมาปลูกไม้มีค่า เช่น ไม้สัก ไม้ยางนา พะยูง ชิงชัน ประดู่ ฯลฯ ซึ่งขณะนี้กรมป่าไม้ได้มีการปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 7 ให้ไม้มีค่าตามพระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้าม พ.ศ. 2530 ที่ปลูกในที่ดินกรรมสิทธิ์และสิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายที่ดินไม่เป็นไม้หวงห้ามอีกต่อไป (พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2562</p>
<p>ซึ่งขณะนี้ได้มีผลบังคับใช้แล้วเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยเจตนารมณ์ของกฎหมายต้องการให้ผู้ปลูกไม้มีค่าสามารถตัดได้ ขายคล่องเพียงแต่ต้องสำแดงแหล่งที่มาของไม้ให้ถูกต้องตามความเป็นจริงและถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ประชาชนที่หันมาปลูกต้นไม้มีค่าทางเศรษฐกิจกันมากขึ้น ทั้งเพื่อประโยชน์ใช้สอยส่วนตัว หรือเพื่อปลูกไว้เป็นแหล่งรายได้หรือเก็บเป็นทรัพย์สินเพื่อเป็นมรดกให้ลูกหลาน นอกจากจะทำให้ประเทศได้พื้นที่สีเขียวเพิ่มขึ้นแล้ว ยังทำให้ภาคป่าไม้สามารถเป็นแหล่งดูดซับก๊าชเรือนกระจกที่ชดเชยการปล่อยก๊าชเรือนกระจก (CO2) ในภาคการผลิต เช่น ภาคพลังงาน ภาคขนส่ง และภาคอุตสาหกรรม ได้ในอีกทางหนึ่งด้วย</p>
<p><strong>จิระศักดิ์</strong> ได้กล่าวทิ้งท้ายถึงการสร้างกระแสการตื่นตัวเรื่องการปลูกต้นไม้ว่า เพื่อสร้างแหล่งทุนหมุนเวียนเป็นเงินออมให้ผู้ที่สนใจปลูกไม้มีค่าเพื่อเป็นแหล่งรายได้ และส่งมอบให้เป็นมรดกแก่ลูกหลาน จึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งจากผลการวิจัยของธนาคารแห่งประเทศไทยพบว่าคนไทยส่วนใหญ่มีเงินเก็บเพื่อการเกษียณอายุไม่เพียงพอต่อการครองชีพในอนาคตในอีก 20 ปีข้างหน้า</p>
<p>จึงถือเป็นเรื่องที่สำคัญที่จะต้องมีการวางแผนการปลูกต้นไม้เพื่อเป็นหลักประกันชีวิตในอนาคต ซึ่งจะต้องยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 คือจะต้องให้มีความสมดุลทั้งในเชิงเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม โดย &#8220;มีความพอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกัน&#8221; ซึ่งเป็นหลักการของความยั่งยืน ดังนั้น จึงใคร่ขอให้ทุกท่านน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพระองค์ท่าน ไปใช้ให้เกิดประโยชน์สุขในส่วนตน และส่วนรวมของประเทศให้ยั่งยืนต่อไป</p>
<p><strong>มนุษยชาติไม่เคยถูกกดดันให้ยื้อยุดกับวิกฤตสิ่งแวดล้อมที่หนักหน่วงเช่นนี้มาก่อน ถ้าเราไม่ลงมือทำอย่างเร่งด่วน และทันทีเพื่อหยุดภาวะโลกร้อน อาจทำให้เกิดความเสียหายที่ไม่สามารถย้อนกลับคืนได้</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7/">วิกฤตโลกร้อนกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียว</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
