<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สนพ. | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%9e/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Wed, 23 Apr 2025 01:38:36 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.5</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>สนพ. | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>สนพ. แจงการรับซื้อไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน 5,200 MW ไม่ทำให้ค่าไฟแพง กลับช่วยลดค่าไฟ – หนุนอนาคตพลังงานสะอาดของประเทศ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/eppo-re-big-lot-5200-mw/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/eppo-re-big-lot-5200-mw/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 23 Apr 2025 01:38:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[การรับซื้อไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าไฟฟ้าแพง]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[สนพ.]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=38801</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ชี้แจงถึงข้อเท็จจริงในประเด็นที่มีกระแสข่าวและความกังวลเกี่ยวกับการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (RE Big Lot) จำนวน 5,200 เมกะวัตต์ (MW) ว่าอาจทำให้ค่าไฟฟ้าแพงขึ้นและสร้างภาระงบประมาณแผ่นดินเป็นหลักแสนล้านบาท การยกเลิกการทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน 5,200 MW วัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน ระบุว่า การรับซื้อไฟฟ้าปริมาณ 5,203 เมกะวัตต์ RE Big Lot เป็นการดำเนินการจากมติ กพช. ในการประชุมเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2565&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/eppo-re-big-lot-5200-mw/">สนพ. แจงการรับซื้อไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน 5,200 MW ไม่ทำให้ค่าไฟแพง กลับช่วยลดค่าไฟ – หนุนอนาคตพลังงานสะอาดของประเทศ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ชี้แจงถึงข้อเท็จจริงในประเด็นที่มีกระแสข่าวและความกังวลเกี่ยวกับการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (RE Big Lot) จำนวน 5,200 เมกะวัตต์ (MW) ว่าอาจทำให้ค่าไฟฟ้าแพงขึ้นและสร้างภาระงบประมาณแผ่นดินเป็นหลักแสนล้านบาท</strong></p>
<p><span id="more-38801"></span></p>
<h3>การยกเลิกการทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน 5,200 MW</h3>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>วัฒนพงษ์ คุโรวาท</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน</strong> ระบุว่า การรับซื้อไฟฟ้าปริมาณ 5,203 เมกะวัตต์ RE Big Lot เป็นการดำเนินการจากมติ กพช. ในการประชุมเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2565 และได้มีการดำเนินการตามขั้นตอนต่าง ๆ ครบถ้วนไปก่อนแล้ว ปัจจุบันมีการลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) แล้วเป็นส่วนใหญ่และบางโครงการได้มีการจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) แล้ว การยกเลิกสัญญาของ RE Big Lot ที่ลงนามไปแล้วจึงไม่อาจจะทำได้ และหากจะมีการยกเลิกโครงการที่ไม่ลงนามในสัญญาส่วนที่เหลือกว่าสิบสัญญา จะทำให้เกิดข้อขัดแย้งกับสัญญาที่ลงนามไปแล้ว และเป็นการดำเนินการแบบ 2 มาตรฐานระหว่างกลุ่มโครงการที่ได้มีการลงนามในสัญญาแล้ว และโครงการที่ยังไม่ได้ลงนามในสัญญา</p>
<h3>การรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน 5,200 MW จะทำให้ค่าไฟฟ้าแพงหรือไม่?</h3>
<p>การรับซื้อไฟฟ้า RE Big Lot มีต้นทุนรับซื้อไฟฟ้าเฉลี่ยประมาณ 2.7 บาทต่อหน่วย (พลังงานแสงอาทิตย์มีอัตรา 2.18 บาทต่อหน่วย พลังงานลมมีอัตรา 3.10 บาทต่อหน่วย พลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับ BESS (ระบบเดินไฟในแบตเตอรี่) มีอัตรา 2.83 บาทต่อหน่วย) ซึ่งมีราคาที่ต่ำกว่าค่าไฟฟ้าขายส่งเฉลี่ย(Grid Parity) ที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ขายให้กับการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย (การไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค) โดย ณ เดือน มีนาคม 2568 มีค่าไฟฟ้าขายส่งเฉลี่ยประมาณ 3.18 บาทต่อหน่วย ดังนั้น การรับซื้อไฟฟ้า RE Big Lot จะไม่ทำให้ราคาค่าไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้น แต่ในทางตรงกันข้ามการรับซื้อไฟฟ้า RE Big Lot จะทำให้ค่าไฟฟ้าขายส่งเฉลี่ยลดลง เนื่องจากมีราคารับซื้อไฟฟ้าต่ำกว่าค่าไฟฟ้าขายส่งเฉลี่ย โดยการรับซื้อไฟฟ้าจาก RE Big Lot จะช่วยให้ค่าไฟฟ้าขายส่งเฉลี่ยลดลงประมาณ 4,574 ล้านบาทต่อปี ทั้งนี้ การรับซื้อไฟฟ้าจาก RE Big Lot จะช่วยให้ประเทศไม่เสียโอกาสในการลงทุนในพัฒนาพลังงานหมุนเวียนซึ่งเป็นเชื้อเพลิงพลังงานสะอาดที่มีอัตรารับซื้อในระดับที่เหมาะสมและสามารถแข่งขันได้ ไม่ส่งผลกระทบต่อค่าไฟฟ้าในภาพรวม และช่วยเสริมสร้างเสถียรภาพทางด้านราคาค่าไฟฟ้าของประเทศได้ในระยะยาว</p>
<h3>สนับสนุนเป้าหมายลดคาร์บอน และตอบโจทย์อนาคตพลังงานสะอาดของประเทศ</h3>
<p>เน้นว่าการรับซื้อไฟฟ้า RE Big Lot เป็นการช่วยเพิ่มปริมาณการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในระบบไฟฟ้า และจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยให้สามารถบรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกตามการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด (Nationally Determined Contribution: NDC) ร้อยละ 30 – 40 ภายในปี ค.ศ. 2030 (พ.ศ. 2573) การบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี ค.ศ. 2050 (พ.ศ. 2593) และบรรลุเป้าหมายการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero Carbon Emission) ภายในปี ค.ศ. 2065 (พ.ศ. 2608)</p>
<p><strong>อีกทั้งการเพิ่มการจัดหาไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน จะช่วยเสริมสร้างศักยภาพของประเทศไทยในการรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดของผู้ประกอบการภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม โดยเฉพาะธุรกิจส่งออกที่มีความจำเป็นต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของมาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (Carbon Border Adjustment Mechanism: CBAM) เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดการกีดกันทางการค้าระหว่างประเทศ และเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันทางด้านเศรษฐกิจและการลงทุนของประเทศด้วยการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/eppo-re-big-lot-5200-mw/">สนพ. แจงการรับซื้อไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน 5,200 MW ไม่ทำให้ค่าไฟแพง กลับช่วยลดค่าไฟ – หนุนอนาคตพลังงานสะอาดของประเทศ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/eppo-re-big-lot-5200-mw/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สนพ. เปิดรับฟังความคิดเห็น ร่างแผน PDP 2024 และ แผน Gas Plan 2024 หวังให้ไทยมีความมั่นคงด้านพลังงานในทุกรูปแบบ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/pdp-2024-and-gas-plan-2024/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/pdp-2024-and-gas-plan-2024/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 07 Jun 2024 02:38:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[Gas Plan 2024]]></category>
		<category><![CDATA[PDP 2024]]></category>
		<category><![CDATA[กำลังผลิตไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[สนพ.]]></category>
		<category><![CDATA[แผนบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[แผนพลังงานชาติ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=34164</guid>

					<description><![CDATA[<p>สนพ. เตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็น ร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย ปี 2567-2580 (PDP 2024) และร่างแผนบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ พ.ศ. 2567-2580 (Gas Plan 2024) โดยจะมุ่งเน้นประเด็นสำคัญ 3 ด้าน คือ ความมั่นคงของระบบไฟฟ้า ต้นทุนค่าไฟฟ้า และผลประทบสิ่งแวดล้อม 6 มิถุนายน 2567 &#8211; นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เป็นประธานในการเปิดงานสัมมนาให้ความรู้แก่สื่อมวลชน เรื่อง&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/pdp-2024-and-gas-plan-2024/">สนพ. เปิดรับฟังความคิดเห็น ร่างแผน PDP 2024 และ แผน Gas Plan 2024 หวังให้ไทยมีความมั่นคงด้านพลังงานในทุกรูปแบบ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สนพ. เตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็น ร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย ปี 2567-2580 (PDP 2024) และร่างแผนบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ พ.ศ. 2567-2580 (Gas Plan 2024) โดยจะมุ่งเน้นประเด็นสำคัญ 3 ด้าน คือ ความมั่นคงของระบบไฟฟ้า ต้นทุนค่าไฟฟ้า และผลประทบสิ่งแวดล้อม</strong></p>
<p><span id="more-34164"></span></p>
<p>6 มิถุนายน 2567 &#8211; <span style="color: #6cb742;"><strong>นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู </strong></span><strong>ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.)</strong> เป็นประธานในการเปิดงานสัมมนาให้ความรู้แก่สื่อมวลชน เรื่อง การรับฟังความคิดเห็นต่อร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2567-2580 (PDP 2024) และร่างแผนบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ พ.ศ. 2567-2580 (Gas Plan 2024)</p>
<p>สำหรับสาระสำคัญแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2567-2580 (Power Development Plan: PDP 2024) นั้น จะให้ความสำคัญในประเด็นต่างๆ 3 ด้าน ได้แก่</p>
<ol>
<li>ด้านเน้นความมั่นคงของระบบไฟฟ้าของประเทศ (Security)</li>
<li>ด้านต้นทุนค่าไฟฟ้าอยู่ในระดับที่เหมาะสม (Economy)</li>
<li>ด้านผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (Ecology) เพื่อให้สอดคล้องกับแผนพลังงานชาติ (National Energy Plan) ที่ สนพ. กำลังจัดทำอยู่</li>
</ol>
<p>โดยแผน PDP 2024 จะมีการชี้ใช้เกณฑ์โอกาสเกิดไฟฟ้าดับ (LOLE) ต้องไม่เกิน 0.7 วันต่อปี หรือไม่เกิน 17 ชั่วโมง จาก 8,760 ชั่วโมง จากเดิมใช้เกณฑ์กำลังผลิตไฟฟ้าสำรอง (Reserve Margin) รวมทั้งยังกำหนดเป้าหมายของมาตรการเปลี่ยนแปลงพฤติกกรรมการใช้ไฟฟ้า (Demand response) 1,000 เมกะวัตต์ และมาตรการลดความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (Peak) รวมไปถึงจะมีโรงไฟฟ้าใหม่และเทคโนโลยีใหม่ที่จะนำมาพิจารณา ซึ่งได้แก่ โรงไฟฟ้าพลังน้ำสูบกลับ รับซื้อไฟฟ้าพลังน้ำจากต่างประเทศ โซลาร์ โซลาร์ลอยน้ำ และโซลาร์บวกด้วยระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System : BESS) มีพลังงานนิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) เป็นทางเลือก</p>
<p>สำหรับแผนบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ พ.ศ. 2567-2580 (Gas Plan 2024) มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดหาก๊าซธรรมชาติให้เพียงพอกับความต้องการใช้ของประเทศ และบริหารจัดการระบบโครงสร้างพื้นฐานก๊าซธรรมชาติให้มีความมั่นคงและมีประสิทธิภาพ โดย Gas Plan 2024 ได้ประมาณการความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติในระยะยาวจากปัจจัยที่เกี่ยวข้อง โดยพบว่าภาพรวมความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาตินั้น ลดลงจาก 4,859 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันในปี 2567 เป็น 4,747 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันในปี 2580 จากการใช้ก๊าซธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้าลดลง เนื่องจากการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนและไฮโดรเจน การใช้ในโรงแยกก๊าซธรรมชาติที่ลดลงตามปริมาณก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยและการใช้ในภาคขนส่ง ตามจำนวนรถ NGV ที่มีแนวโน้มลดลง</p>
<p>ทั้งนี้ เพื่อให้ได้รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากประชาชนทุกภาคส่วน สนพ. จะมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2567-2580 (Power Development Plan: PDP 2024) และร่างแผนบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ พ.ศ. 2567-2580 (Gas Plan 2024) ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยในวันที่ 12 – 13 มิถุนายน 2567 จะเป็นการเปิดรับฟังความคิดเห็นในกลุ่มภาคราชการ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน ผู้ประกอบการ ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพ และเปิดรับฟังความคิดเห็นรูปแบบออนไลน์ใน 4 ภูมิภาค ในวันที่ 17 มิถุนายน 2567 ช่วงเช้าสำหรับประชาชนภาคกลาง ช่วงบ่ายสำหรับประชาชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และวันที่ 19 มิถุนายน 2567 ช่วงเช้าสำหรับประชาชนภาคใต้ ช่วงบ่ายสำหรับประชาชนภาคเหนือ รวมทั้ง จะเปิดรับให้ประชาชนทุกภาคส่วนได้เข้ามาแสดงความเห็นผ่านช่องทาง Facebook : EPPO Thailand และเว็บไซต์ www.eppo.go.th ตั้งแต่วันที่ 19 &#8211; 23 มิถุนายน 2567 ซึ่งข้อเสนอแนะต่าง ๆ ที่ได้จากการรับฟังความคิดเห็น สนพ. จะนำไปประกอบการปรับปรุงแผน PDP 2024 และแผน Gas Plan 2024 ให้มีความครบถ้วนสมบูรณ์ต่อไป</p>
<hr />
<p>ที่มา: สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/pdp-2024-and-gas-plan-2024/">สนพ. เปิดรับฟังความคิดเห็น ร่างแผน PDP 2024 และ แผน Gas Plan 2024 หวังให้ไทยมีความมั่นคงด้านพลังงานในทุกรูปแบบ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/pdp-2024-and-gas-plan-2024/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สนพ. เผยราคาน้ำมันดิบตลาดโลกเดือน ก.พ. 67 ปรับตัวเพิ่มขึ้น เหตุจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/eppo-world-crude-oil-price-feb-67/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/eppo-world-crude-oil-price-feb-67/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 13 Mar 2024 04:35:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[EPPO]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาน้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาน้ำมันดิบ]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาน้ำมันดีเซล]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาน้ำมันสำเร็จรูป]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาน้ำมันเบนซิน]]></category>
		<category><![CDATA[สถานการณ์ราคาน้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[สนพ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=32724</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่า สนพ. ได้ติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันตลาดโลกในเดือนกุมภาพันธ์ 2567 พบว่า เดือนกุมภาพันธ์ 2567 ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย อาทิ สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อตลาดน้ำมัน รวมทั้งรายงานฉบับล่าสุดขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2567 ขึ้นจากระดับร้อยละ 2.7 มาอยู่ที่ระดับร้อยละ 2.9 หลัง OECD คาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาในปีนี้มีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้น ส่งผลให้ OECD คาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED)&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/eppo-world-crude-oil-price-feb-67/">สนพ. เผยราคาน้ำมันดิบตลาดโลกเดือน ก.พ. 67 ปรับตัวเพิ่มขึ้น เหตุจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.)</strong> เปิดเผยว่า <strong>สนพ. ได้ติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันตลาดโลกในเดือนกุมภาพันธ์ 2567 พบว่า เดือนกุมภาพันธ์ 2567 ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย อาทิ สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อตลาดน้ำมัน</strong> รวมทั้งรายงานฉบับล่าสุดขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2567 ขึ้นจากระดับร้อยละ 2.7 มาอยู่ที่ระดับร้อยละ 2.9 หลัง OECD คาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาในปีนี้มีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้น ส่งผลให้ OECD คาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) มีแนวโน้มปรับลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2567 อีกทั้งตลาดน้ำมันดิบได้รับแรงหนุนหลังจากโรงกลั่นสหรัฐฯ มีแผนเปิดดำเนินการผลิตอีกครั้ง หลังจากต้องปิดโรงกลั่นอย่างกระทันหันในช่วงปลายเดือนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามตลาดยังคงกังวลเกี่ยวกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์ว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศจีนจะชะลอตัวลงเหลือร้อยละ 4.6 ในปี 2567 และลดลงอีกในระยะกลางประมาณร้อยละ 3.5 ในปี 2571 นอกจากนี้โรงกลั่นน้ำมันของบริษัทบีพีในรัฐอินเดียนา ของสหรัฐฯ ประสบปัญหาไฟฟ้าขัดข้อง และกำลังทำการปิดโรงกลั่นแห่งนี้ชั่วคราว ซึ่งมีกำลังการผลิต 435,000 บาร์เรลต่อวัน</p>
<p><span id="more-32724"></span></p>
<p><strong>นายวีรพัฒน์</strong> กล่าวว่า ปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันที่น่าจับตามองในด้านต่าง ๆ อาทิ สถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจส่งผลให้อุปทานน้ำมันดิบ โดยเฉพาะในตะวันออกกลางมีความตึงตัวมากขึ้น นอกจากนี้ นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ได้ขึ้นกล่าวแถลงการณ์รอบครึ่งปีว่าด้วยนโยบายการเงินและภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ ต่อสภาคองเกรสเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (7 มีนาคม) โดยพาวเวลล์ยอมรับว่า Fed อาจต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงกว่าที่เจ้าหน้าที่ FED คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งจำเป็นต้องดำเนินนโยบายทางการเงินที่เข้มงวดผ่านการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับร้อยละ 5.25 – 5.50 จนกว่าอัตราเงินเฟ้อจะส่งสัญญาณที่ชะลอตัวลงอย่างชัดเจน นอกจากนี้ ความท้าทายจากสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์โดยเฉพาะบริเวณภูมิภาคตะวันออกกลาง ยังคงเป็นอีกปัจจัยที่หนุนอัตราเงินเฟ้อให้อยู่ในระดับสูงที่อาจจะส่งผลต่อราคาน้ำมันดิบในอนาคตได้</p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32726" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/eppo-world-crude-oil-price-feb-67-01.jpg" alt="ราคาขายปลีกน้ำมันเบนซินและดีเซลของประเทศไทยและต่างประเทศ ณ วันที่ 26 กุมภาพันธ์2567" width="740" height="557" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/eppo-world-crude-oil-price-feb-67-01.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/eppo-world-crude-oil-price-feb-67-01-300x226.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/eppo-world-crude-oil-price-feb-67-01-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/eppo-world-crude-oil-price-feb-67-01-500x376.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><strong>นายวีรพัฒน์</strong> กล่าวว่า สำหรับราคาขายปลีกน้ำมันเบนซินและดีเซลของประเทศไทยและต่างประเทศ ณ วันที่ 26 กุมภาพันธ์2567 พบว่า ราคาขายปลีกน้ำมันเบนซิน ประเทศสิงคโปร์มีระดับสูงสุดในกลุ่มอาเซียน อยู่ที่ระดับ 77.45 บาทต่อลิตร ขณะที่ประเทศไทยอยู่ในอันดับ 6 ของกลุ่มอาเซียน อยู่ที่ระดับ 38.05 บาทต่อลิตร ส่วนราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลนั้น ประเทศสิงคโปร์ มีระดับสูงสุดในกลุ่มอาเซียน อยู่ที่ระดับ 72.36 บาทต่อลิตร ขณะที่ประเทศไทยอยู่ในอันดับ 8 ของกลุ่มอาเซียน อยู่ที่ระดับ 29.94 บาทต่อลิตร อย่างไรก็ตาม ราคาขายปลีกน้ำมันสำเร็จรูปในแต่ละประเทศจะแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับโครงสร้าง มาตรการด้านภาษี และนโยบายการชดเชยราคาน้ำมันของประเทศนั้น</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32727" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/eppo-world-crude-oil-price-feb-67-02.jpg" alt="ราคาน้ำมันดิบตลาดโลก" width="617" height="566" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/eppo-world-crude-oil-price-feb-67-02.jpg 617w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/eppo-world-crude-oil-price-feb-67-02-300x275.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/eppo-world-crude-oil-price-feb-67-02-150x138.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/eppo-world-crude-oil-price-feb-67-02-500x459.jpg 500w" sizes="(max-width: 617px) 100vw, 617px" /></p>
<p><strong>นายวีรพัฒน์</strong> กล่าวเพิ่มเติมว่า สนพ. ยังได้ติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลก (ระหว่างวันที่ 26 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2567) พบว่า ราคาน้ำมันดิบยังคงผันผวน โดยราคาน้ำมันดิบดูไบ เฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 81.53 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ที่แล้ว 0.69 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส ทรงตัวอยู่ที่ระดับ 78.64 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล สำหรับสถานการณ์ราคากลางน้ำมันสำเร็จรูปตลาดภูมิภาคเอเชีย พบว่า ราคาน้ำมันเบนซินออกเทน 95 ทรงตัวอยู่ที่ระดับ 100.54 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว (10 PPM) เฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 104.01 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ที่แล้ว 1.91 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32728" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/eppo-world-crude-oil-price-feb-67-03.jpg" alt="ราคาน้ำมันสำเร็จรูปตลาดภูมิภาค" width="617" height="424" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/eppo-world-crude-oil-price-feb-67-03.jpg 617w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/eppo-world-crude-oil-price-feb-67-03-300x206.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/eppo-world-crude-oil-price-feb-67-03-150x103.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/eppo-world-crude-oil-price-feb-67-03-500x344.jpg 500w" sizes="(max-width: 617px) 100vw, 617px" /></p>
<p><strong>นายวีรพัฒน์</strong> กล่าวเพิ่มเติมว่า เนื่องจากค่าเงินบาทของไทยแข็งค่าขึ้นจากสัปดาห์ที่แล้ว 0.06 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ มาอยู่ที่ระดับเฉลี่ย 36.08 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ ทำให้ต้นทุนน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น 0.09 บาทต่อลิตร และต้นทุนน้ำมันดีเซลลดลง 0.48 บาทต่อลิตร จึงส่งผลทำให้ค่าการตลาดเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของน้ำมันกลุ่มเบนซินและน้ำมันดีเซล อยู่ที่ระดับ 2.43 บาท/ลิตร ทั้งนี้ ฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 10 มีนาคม 2567 กองทุนฯ มีสินทรัพย์รวม 29,709 ล้านบาท หนี้สินกองทุนฯ 124,592 ล้านบาท ฐานะกองทุนฯ สุทธิติดลบ 94,883 ล้านบาท แบ่งเป็นติดลบจากบัญชีน้ำมัน 48,047 ล้านบาท บัญชี LPG 46,836 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม สนพ. จะติดตามสถานการณ์ราคาพลังงานอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ราคาสะท้อนกับสถานการณ์ปัจจุบันและเป็นธรรมกับทุกภาคส่วน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32729" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/eppo-world-crude-oil-price-feb-67-04.jpg" alt="ราคาน้ำมัน" width="617" height="573" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/eppo-world-crude-oil-price-feb-67-04.jpg 617w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/eppo-world-crude-oil-price-feb-67-04-300x279.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/eppo-world-crude-oil-price-feb-67-04-150x139.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/eppo-world-crude-oil-price-feb-67-04-500x464.jpg 500w" sizes="(max-width: 617px) 100vw, 617px" /></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/eppo-world-crude-oil-price-feb-67/">สนพ. เผยราคาน้ำมันดิบตลาดโลกเดือน ก.พ. 67 ปรับตัวเพิ่มขึ้น เหตุจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/eppo-world-crude-oil-price-feb-67/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สนพ. สรุปสถานการณ์พลังงานครึ่งปีเเรกของปี 2566 และเเนวโน้มการใช้พลังงาน ปี 2566</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/eppo-update-2566/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/eppo-update-2566/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 06 Sep 2023 09:17:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[PG]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[การใช้พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[สถานการณ์พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[สนพ.]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=29722</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยสถานการณ์พลังงานในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2566 พบว่า ภาพรวมการใช้พลังงานขั้นต้นเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.5 จากภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศที่ปรับตัวดีขึ้น 6 กันยายน 2566 &#8211; นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เป็นประธานแถลงข่าว “สถานการณ์พลังงานครึ่งปีเเรกของปี 2566 และเเนวโน้มการใช้พลังงาน ปี 2566” ณ ห้องเดจาวู โรงแรมพูลแมน คิงเพาเวอร์ กรุงเทพ โดยมีผู้บริหารและเจ้าหน้าที่&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/eppo-update-2566/">สนพ. สรุปสถานการณ์พลังงานครึ่งปีเเรกของปี 2566 และเเนวโน้มการใช้พลังงาน ปี 2566</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยสถานการณ์พลังงานในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2566 พบว่า ภาพรวมการใช้พลังงานขั้นต้นเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.5 จากภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศที่ปรับตัวดีขึ้น</strong></p>
<p><span id="more-29722"></span></p>
<p>6 กันยายน 2566 &#8211; <span style="color: #6cb742;"><strong>นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท</strong></span> ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เป็นประธานแถลงข่าว “สถานการณ์พลังงานครึ่งปีเเรกของปี 2566 และเเนวโน้มการใช้พลังงาน ปี 2566” ณ ห้องเดจาวู โรงแรมพูลแมน คิงเพาเวอร์ กรุงเทพ โดยมีผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สนพ. เข้าร่วมงานในครั้งนี้ด้วย</p>
<p>สำหรับภาพรวมการใช้พลังงานขั้นต้นครึ่งปีแรกของปี 2566 พบว่า มีปริมาณการใช้ อยู่ที่ระดับ 2,059 พันบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.5 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากสภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศที่ปรับตัวดีขึ้น โดยสรุปเป็นรายเชื้อเพลิงได้ ดังนี้</p>
<p>การใช้น้ำมันสำเร็จรูป เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.7  การใช้ LPG โพรเพนและบิวเทน ลดลงเล็กน้อยร้อยละ 0.5 การใช้ก๊าซธรรมชาติ เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.3  การใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.2 การใช้ในครัวเรือนเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.8 และการใช้ในภาคอุตสาหกรรม ลดลงร้อยละ 3.8</p>
<p>ทั้งนี้ คาดการณ์ความต้องการพลังงานขั้นต้นของปี 2566 คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 2,033 พันบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.1</p>
<p><strong>อย่างไรก็ตาม สนพ. ยังคงติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศ และแนวโน้มเศรษฐกิจโลก รวมทั้งราคาพลังงานอย่างใกล้ชิดเพื่อหาแนวทางและมาตรการในการช่วยเหลือประชาชนในช่วงวิกฤติพลังงานในอนาคตต่อไป</strong></p>
<hr />
<p>ที่มา: EPPO Thailand</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/eppo-update-2566/">สนพ. สรุปสถานการณ์พลังงานครึ่งปีเเรกของปี 2566 และเเนวโน้มการใช้พลังงาน ปี 2566</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/eppo-update-2566/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สนพ. เผยร่างแผนพัฒนาสถานีอัดประจุไฟฟ้า รองรับการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ไทยในอนาคต</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-ev-%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-ev-%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 18 Feb 2022 03:16:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[การส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[สถานีอัดประจุไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[สนพ.]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[แผนพลังงานชาติ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=21117</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยร่างแผนการพัฒนาสถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า รองรับเป้าหมายการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศ ตามนโยบายการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า 30@30 ซึ่งเป็นนโยบายสนับสนุนเป้าหมายการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ผ่านการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานในภาคขนส่งให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น โดยเปลี่ยนรูปแบบเชื้อเพลิงจากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นพลังงานไฟฟ้าสีเขียว จากผลการศึกษาของโครงการจัดทำแผนการพัฒนาสถานีประจุแบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อรองรับเป้าหมายการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศ พบว่าปี 2030 ประเทศไทยควรจะมีการติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้าแบบ Fast Charge ในหัวเมืองใหญ่ จำนวน 8,227 เครื่อง และการติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้าในเขตพื้นที่ทางหลวง (Highway) จำนวน 5,024 เครื่อง นอกจากนี้ ยังมีการติดตั้งเครื่องสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ทั่วประเทศอีก 8,291 เครื่อง ปัจจุบันกระแสของโลกกำลังมุ่งเข้าไปสู่รูปแบบของการใช้ชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-ev-%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/">สนพ. เผยร่างแผนพัฒนาสถานีอัดประจุไฟฟ้า รองรับการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ไทยในอนาคต</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยร่างแผนการพัฒนาสถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า รองรับเป้าหมายการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศ ตามนโยบายการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า 30@30 ซึ่งเป็นนโยบายสนับสนุนเป้าหมายการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ผ่านการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานในภาคขนส่งให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น โดยเปลี่ยนรูปแบบเชื้อเพลิงจากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นพลังงานไฟฟ้าสีเขียว จากผลการศึกษาของโครงการจัดทำแผนการพัฒนาสถานีประจุแบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อรองรับเป้าหมายการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศ พบว่าปี 2030 ประเทศไทยควรจะมีการติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้าแบบ Fast Charge ในหัวเมืองใหญ่ จำนวน 8,227 เครื่อง และการติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้าในเขตพื้นที่ทางหลวง (Highway) จำนวน 5,024 เครื่อง นอกจากนี้ ยังมีการติดตั้งเครื่องสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ทั่วประเทศอีก 8,291 เครื่อง</strong><span id="more-21117"></span></p>
<p>ปัจจุบันกระแสของโลกกำลังมุ่งเข้าไปสู่รูปแบบของการใช้ชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ เพราะหลายทศวรรษที่ผ่านมายานยนต์สารพัดชนิดต่างใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงที่เป็นฟอสซิล ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประเทศไทยเองก็มีการกำหนดนโยบายเพื่อให้สอดรับกับเจตจำนงของนานาชาติในการบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก และสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) จึงได้เห็นชอบกรอบ “<strong>แผนพลังงานชาติ</strong>” โดยได้กำหนดแนวนโยบายภาคพลังงาน ที่จะมีผลต่อทิศทางการพัฒนาพลังงานที่สำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ (1) เพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าใหม่โดยมีสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนไม่น้อยกว่า ร้อยละ 50 (2) ปรับเปลี่ยนการใช้พลังงานภาคขนส่งเป็นพลังงานไฟฟ้าสีเขียว ผ่านเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าตามนโยบาย 30@30 (3) ปรับเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานมากกว่าร้อยละ 30 และ (4) ปรับโครงสร้างกิจการพลังงานรองรับแนวโน้มการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ตามแนวทาง 4D1E</p>
<p>และเพื่อให้มีการดำเนินการที่สอดรับกับเป้าหมายการพัฒนาสถานีอัดประจุไฟฟ้าสาธารณะของคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ ซึ่งกำหนดเป้าหมายในปี 2568 จะมีจำนวนเครื่องอัดประจุไฟฟ้าสาธารณะแบบ Fast Charge 2,200-4,400 เครื่อง และในปี 2573 จะมี 12,000 เครื่อง ครอบคลุมทั้งเมืองใหญ่ พื้นที่ท่องเที่ยว จุดแวะพัก และพื้นที่ชุมชน ทาง สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) จึงได้มีการจัดทำร่างแผนการพัฒนาสถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าขึ้น เพื่อรองรับเป้าหมายการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศ ตามนโยบายการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า 30@30 ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญอย่างมากในอนาคตเพื่อสนับสนุนให้ประเทศไทยสามารถบรรลุเป้าหมายการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศในระยะยาว ผ่านการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานในภาคขนส่งให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น การเพิ่มความสามารถในการเปลี่ยนรูปแบบเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นพลังงานไฟฟ้าสีเขียว และยังช่วยแก้ไขปัญหาสภาพอากาศจากภาวะฝุ่นละออง PM 2.5 ได้อีกด้วย</p>
<p>ซึ่งจากผลการศึกษาของโครงการจัดทำแผนการพัฒนาสถานีประจุแบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อรองรับเป้าหมายการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศ พบว่า ในปี 2030 ประเทศไทยควรจะมีการติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้าแบบ Fast Charge ในหัวเมืองใหญ่ จำนวน 8,227 เครื่อง และการติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้าในเขตพื้นที่ทางหลวง (Highway) จำนวน 5,024 เครื่อง นอกจากนี้ ยังมีการติดตั้งเครื่องสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ทั่วประเทศอีก 8,291 เครื่อง</p>
<p>สำหรับสาระสำคัญของร่างแผนฉบับนี้ จะแบ่งการพัฒนาออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่</p>
<ol>
<li><strong>ด้านนโยบาย</strong> ได้กำหนดเป้าหมายและสนับสนุนการพัฒนาสถานีอัดประจุสาธารณะให้เพียงพอต่อความต้องการ ควบคู่การอุดหนุน สนับสนุนอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับสถานีอัดประจุ</li>
<li><strong>ด้านกฎระเบียบ</strong> ได้กำหนดมาตรฐานการติดตั้งเครื่องอัดประจุและสถานีฯ มาตรฐานความปลอดภัยในการให้บริการของสถานีอัดประจุไฟฟ้าฯ สาธารณะ อีกทั้งยังปรับปรุงขั้นตอนขออนุญาตประกอบกิจการ การศึกษาและจัดทำกรอบหลักเกณฑ์ที่จำเป็นและเกี่ยวข้องกับการบูรณาการ EV ในรูปแบบต่าง ๆ</li>
<li><strong>ด้านเทคโนโลยี</strong> ได้กำหนดการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโครงข่ายไฟฟ้าให้สามารถรองรับการใช้งานได้ รวมทั้งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านระบบสื่อสารเพื่อรองรับการบูรณาการที่จะเกิดขึ้นในอนาคต</li>
</ol>
<p>ทั้งนี้ <strong>สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.)</strong> ได้มีการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นแนวทางการลดผลกระทบและการวางแผนการพัฒนาสถานีอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้าผ่านช่องทางออนไลน์ โดยเชิญกลุ่มเป้าหมายที่เกี่ยวข้อง 4 กลุ่ม ประกอบด้วย (1) หน่วยงานภาครัฐ (2) หน่วยงานภาคขนส่งและผู้ให้บริการอัดประจุ EV (3) หน่วยงานเอกชนที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ไฟฟ้า และ (4) กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ โดยจากการรับฟังความคิดเห็นพบว่า ประชาชนอยากให้ภาครัฐสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการติดตั้งเครื่องอัดประจุในที่อยู่อาศัยเป็นหลัก ทั้งในเรื่องของราคาเครื่องอัดประจุ ค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง หม้อไฟ ค่าขยายไฟ ค่าไฟ พร้อมทั้งให้คำปรึกษาในเรื่องกฎระเบียบ และด้านเทคนิค รวมถึงแนวทางการสนับสนุนการติดตั้งเครื่องอัดประจุในกลุ่มผู้อยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมหรือหอพัก ในส่วนของผู้ประกอบการในเชิงพาณิชย์ต้องการให้ภาครัฐช่วยลดความยุ่งยากในการขออนุมัติติดตั้งสถานีอัดประจุ โดยเสนอให้มีการจัดตั้งหน่วยงานจัดการแบบ One Stop Service รวมทั้งเสนอให้มีการตรวจสอบด้านความปลอดภัยของสถานีอัดประจุเป็นรายปี และไม่ควรควบคุมราคาจำหน่าย แต่ควรปล่อยให้ราคาเป็นไปตามกลไกการตลาด</p>
<p><strong>อย่างไรก็ตามด้วยการจัดทำแผนฉบับนี้ คาดว่าจะสามารถรองรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและมีความสอดคล้องกับทิศทางภาพรวมในการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศ เพื่อให้เกิดการพัฒนาสถานีอัดประจุไฟฟ้าที่มีเพียงพอต่อความต้องการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้า และไม่เกิดภาระต่อผู้ใช้ไฟฟ้าในระยะยาว อีกทั้งยังตอบสนองทิศทางของยานยนต์ไฟฟ้าที่กำลังจะมีความสำคัญอย่างยิ่งกับคนไทยทุกคน</strong></p>
<hr />
<p>ที่มา: สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.)</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-ev-%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/">สนพ. เผยร่างแผนพัฒนาสถานีอัดประจุไฟฟ้า รองรับการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ไทยในอนาคต</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-ev-%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สนพ. เดินหน้าเปิดรับฟังความคิดเห็นกรอบแผนพลังงานชาติ (National Energy Plan 2022)</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%99-national-energy-plan-2022/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%99-national-energy-plan-2022/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 17 Nov 2021 02:53:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[National Energy Plan 2022]]></category>
		<category><![CDATA[กรอบแผนพลังงานชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[สนพ.]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[เปิดรับฟังความคิดเห็น]]></category>
		<category><![CDATA[แผนพลังงานชาติ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=19757</guid>

					<description><![CDATA[<p>สนพ. เดินหน้าเปิดรับฟังความคิดเห็น “กรอบแผนพลังงานชาติ” (National Energy Plan 2022) ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ จากกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย อาทิ สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย (TAIA) กลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่น / กลุ่มผู้ค้ามาตรา 7 และสถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย 15 พฤศจิกายน 2564 &#8211; สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นกรอบแผนพลังงานชาติ (National Energy Plan 2022)&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%99-national-energy-plan-2022/">สนพ. เดินหน้าเปิดรับฟังความคิดเห็นกรอบแผนพลังงานชาติ (National Energy Plan 2022)</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สนพ. เดินหน้าเปิดรับฟังความคิดเห็น “กรอบแผนพลังงานชาติ” (National Energy Plan 2022) ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ จากกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย อาทิ สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย (TAIA) กลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่น / กลุ่มผู้ค้ามาตรา 7 และสถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย</strong> <span id="more-19757"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-19760" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/National-Energy-Plan-2022-Update16112021-02.jpg" alt="นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท" width="680" height="383" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/National-Energy-Plan-2022-Update16112021-02.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/National-Energy-Plan-2022-Update16112021-02-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/National-Energy-Plan-2022-Update16112021-02-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/National-Energy-Plan-2022-Update16112021-02-500x282.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p>15 พฤศจิกายน 2564 &#8211; สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นกรอบแผนพลังงานชาติ (National Energy Plan 2022) ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีนายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน ให้เกียรติเป็นประธานกล่าวเปิดงาน ร่วมด้วยนายอนิรุทธิ์ ธนกรมนตรี และ ดร.วีระพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน ร่วมรับฟังความคิดเห็นจากกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย อาทิ สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย (TAIA) กลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่น / กลุ่มผู้ค้ามาตรา 7 และสถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-19761" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/National-Energy-Plan-2022-Update16112021-03.jpg" alt="การเปิดรับฟังความคิดเห็นกรอบแผนพลังงาน" width="680" height="510" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/National-Energy-Plan-2022-Update16112021-03.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/National-Energy-Plan-2022-Update16112021-03-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/National-Energy-Plan-2022-Update16112021-03-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/National-Energy-Plan-2022-Update16112021-03-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p>สำหรับการเปิดรับฟังความคิดเห็นกรอบแผนพลังงานในครั้งนี้ มีจุดประสงค์เพื่อให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมต่อการเสนอแนะข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อการนำไปจัดทำแผนพลังงานชาติให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น</p>
<p><strong>ทั้งนี้ สนพ. จะเดินหน้าเปิดรับฟังความเห็นจากประชาชนทั่ง 4 ภาค ทั่วประเทศ NGO หน่วยงานภาครัฐ และสื่อมวลชน หลังจากนั้นจะนำมาปรับปรุงแผนฯ และมอบหมายให้แต่ละหน่วยงานนำแผนฯ ไปจัดทำแผนย่อย โดยผลที่ได้จากการรับฟังความคิดเห็นจะถูกนำไปใช้เป็นข้อมูลในการจัดทำแผนพลังงานชาติ ซึ่งต้องนำเสนอต่อที่ประชุม กพช. ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และนำเสนอคณะรัฐมนตรี ต่อไป</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%99-national-energy-plan-2022/">สนพ. เดินหน้าเปิดรับฟังความคิดเห็นกรอบแผนพลังงานชาติ (National Energy Plan 2022)</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%99-national-energy-plan-2022/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สนพ. จับมือ ส.อ.ท. ลงนาม MOU ทำฐานข้อมูลการใช้พลังงาน หวังลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคอุตสาหกรรม</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%b2%e0%b8%8b%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%88%e0%b8%81/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%b2%e0%b8%8b%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%88%e0%b8%81/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 18 Feb 2021 02:53:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[MOU]]></category>
		<category><![CDATA[ฐานข้อมูลการใช้พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ภาคอุตสาหกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[ส.อ.ท.]]></category>
		<category><![CDATA[สนพ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=16218</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ร่วมกับ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ร่วมลงนาม MOU จัดทำฐานข้อมูลการใช้พลังงาน กำหนดมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคอุตสาหกรรมอย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพ โดยให้สอดคล้องกับนโยบายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ 17 กุมภาพันธ์ 2564 &#8211; นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน และ นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการเชื่อมโยงข้อมูลสารสนเทศโดยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของภาคอุตสาหกรรมในประเทศไทย หวังสร้างฐานข้อมูลการใช้พลังงานของสมาชิกสภาอุตสาหกรรมฯ เพื่อกำหนดมาตรการที่เหมาะสมในการส่งเสริมศักยภาพของผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมและสมาชิกสภาอุตสาหกรรมฯ ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้สอดคล้องกับนโยบายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ นายสุพันธุ์&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%b2%e0%b8%8b%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%88%e0%b8%81/">สนพ. จับมือ ส.อ.ท. ลงนาม MOU ทำฐานข้อมูลการใช้พลังงาน หวังลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคอุตสาหกรรม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ร่วมกับ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ร่วมลงนาม MOU จัดทำฐานข้อมูลการใช้พลังงาน กำหนดมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคอุตสาหกรรมอย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพ โดยให้สอดคล้องกับนโยบายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ</strong><span id="more-16218"></span></p>
<p>17 กุมภาพันธ์ 2564 &#8211; <span style="color: #6cb742;"><strong>นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน</strong> และ <span style="color: #6cb742;"><strong>นายสุพันธุ์ มงคลสุธี</strong></span> <strong>ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)</strong> ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการเชื่อมโยงข้อมูลสารสนเทศโดยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของภาคอุตสาหกรรมในประเทศไทย หวังสร้างฐานข้อมูลการใช้พลังงานของสมาชิกสภาอุตสาหกรรมฯ เพื่อกำหนดมาตรการที่เหมาะสมในการส่งเสริมศักยภาพของผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมและสมาชิกสภาอุตสาหกรรมฯ ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้สอดคล้องกับนโยบายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายสุพันธุ์ มงคลสุธี</strong></span> <strong>ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย</strong> เปิดเผยว่า สภาอุตสาหกรรมฯ ตระหนักถึงปัญหาภาวะโลกร้อนในปัจจุบัน สาเหตุเกิดจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เพิ่มขึ้นจากการทำกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการเผาเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าและการเผาเชื้อเพลิงในภาคขนส่ง เป็นต้น สภาอุตสาหกรรมฯ ได้มีการดำเนินงานด้านการส่งเสริมและสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของภาคอุตสาหกรรมมาโดยตลอด ซึ่งได้มีการแต่งตั้ง “คณะทำงานส่งเสริมและสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของภาคอุตสาหกรรม” ขึ้นมาเพื่อร่วมกำหนดแนวทางการดำเนินงานที่เหมาะสมในการส่งเสริมศักยภาพของผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมและสมาชิกสภาอุตสาหกรรมฯให้เกิดการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพ โดยสอดคล้องกับนโยบายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวมีความจำเป็นต้องจัดทำฐานข้อมูล (Database) การใช้พลังงานของผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมที่เป็นสมาชิกสภาอุตสาหกรรมฯเพื่อทราบถึงข้อมูลการใช้พลังงาน ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สามารถกำหนดเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้บรรลุวัตถุประสงค์และสามารถนำข้อมูลดังกล่าวมาวางแผนการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศไทย โดยความร่วมมือระหว่างสภาอุตสาหกรรมฯและสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน</strong> ได้กล่าวว่า สนพ. มีภารกิจในการเสนอแนะการกำหนดนโยบายและแผนเกี่ยวกับพลังงานของประเทศ รวมทั้งมาตรการทางด้านพลังงาน เพื่อให้ประเทศมีพลังงานใช้อย่างมั่นคง ยั่งยืน เหมาะสม มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับสถานการณ์ของประเทศ และได้รับมอบหมายจากกระทรวงพลังงานให้เป็นหน่วยประสานงานในการดำเนินงานรายงานการติดตามประเมินผลการลดก๊าซเรือนกระจกจากมาตรการพลังงาน ตามเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยภายใต้การมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด (Nationally Determined Contribution: NDC) ฉบับปรับปรุงของประเทศไทย (Thailand’s Updated NDC) ซึ่งได้กำหนดเป้าหมาย</p>
<p>การลดก๊าซเรือนกระจกร้อยละ ๒๐ &#8211; ๒๕ จากปริมาณการปล่อยในกรณีปกติภายในปี พ.ศ. ๒๕๗๓ ซึ่งผลการลดก๊าซเรือนกระจกดังกล่าวจะสอดคล้องกับมาตรการพัฒนาพลังงานทดแทนและการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน รวมถึงการอนุรักษ์พลังงานในสาขาอุตสาหกรรมที่เป็นสาขาเศรษฐกิจหลักที่มีศักยภาพการอนุรักษ์พลังงานสูงเป็นอันดับหนึ่ง นอกจากนี้ สนพ. ยังได้รับมอบหมายให้จัดตั้งศูนย์สารสนเทศพลังงานแห่งชาติ หรือ National Energy Information Center (NEIC) ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นหน่วยงานให้บริการข้อมูลด้านพลังงาน และพัฒนาระบบข้อมูลพลังงานของประเทศ (Big Data) ให้เกิดการบูรณาการเชื่อมโยงข้อมูลจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านพลังงานให้อยู่ภายใต้ระบบเดียวกันและเป็นหน่วยงานหลักในการนำข้อมูลด้านพลังงานมาวิเคราะห์เพื่อยกระดับการสื่อสารกับหน่วยงาน สื่อสารมวลชน และ ภาคประชาชน รวมถึงการใช้ประโยชน์ในด้านการกำหนดนโยบาย การกำกับดูแล และการสร้างความรู้ความเข้าใจในเรื่องพลังงานของสังคมให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ การดำเนินงานภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือฉบับนี้ จึงถือเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาระบบข้อมูลพลังงานของภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทย ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการดำเนินงานตามภารกิจของศูนย์สารสนเทศพลังงานแห่งชาติ และภารกิจด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของกระทรวงพลังงาน รวมถึงภารกิจในการบริหารนโยบายด้านพลังงานของประเทศ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการกำหนดนโยบายและมาตรการการลดการใช้พลังงาน และการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคอุตสาหกรรม อีกทั้งการมีส่วนช่วยส่งเสริมและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันด้านอุตสาหกรรมของประเทศไทยต่อไป</p>
<p><strong>ทั้งนี้ พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการเชื่อมโยงข้อมูลสารสนเทศโดยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของภาคอุตสาหกรรมในประเทศไทย ระหว่าง ส.อ.ท. และ สนพ. ในครั้งนี้ของสองหน่วยงานนับเป็นอีกหนึ่งก้าวแรกที่สำคัญในการบูรณาการข้อมูลการใช้พลังงานของภาคอุตสาหกรรมเพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการนโยบายและมาตรการด้านการอนุรักษ์พลังงาน และนำไปสู่การลดการใช้พลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของภาคอุตสาหกรรมในประเทศไทยให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ</strong></p>
<hr />
<p>Source: สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.)</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%b2%e0%b8%8b%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%88%e0%b8%81/">สนพ. จับมือ ส.อ.ท. ลงนาม MOU ทำฐานข้อมูลการใช้พลังงาน หวังลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคอุตสาหกรรม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%b2%e0%b8%8b%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%88%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สนพ. สรุปสถานการณ์พลังงาน 6 เดือนแรกของปี 2563 และเผยทิศทางพลังงานปี 63”</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Aug 2020 04:01:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[การใช้ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ถ่านหิน]]></category>
		<category><![CDATA[ทิศทางพลังงานปี 63]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันเบนซิน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[ลิกไนต์]]></category>
		<category><![CDATA[สถานการณ์พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[สนพ.]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิง]]></category>
		<category><![CDATA[แก๊สโซฮอล]]></category>
		<category><![CDATA[แนวโน้มการใช้พลังงานปี 2563]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=13919</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยสถานการณ์พลังงานในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2563 พบว่า ภาพรวมการใช้พลังงานขั้นต้นลดลงร้อยละ 10.1 ตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงเนื่องจากผลกระทบจากสถานการณ์ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้ความต้องการใช้พลังงานและการเติบโตทางเศรษฐกิจภายในประเทศหยุดชะงัก นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน เปิดเผยถึงสถานการณ์พลังงานในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2563 พบว่า การใช้พลังงานขั้นต้นลดลงร้อยละ 10.1 จากการใช้น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติที่ลดลง เนื่องจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ห่วงโซ่การดำเนินธุรกิจได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ความต้องการใช้พลังงาน และการเติบโตทางเศรษฐกิจภายในประเทศหยุดชะงัก ในขณะที่ไฟฟ้านำเข้ามีการใช้เพิ่มขึ้นและพลังงานทดแทนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย สำหรับสถานการณ์พลังงานรายเชื้อเพลิงในช่วง 6&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/">สนพ. สรุปสถานการณ์พลังงาน 6 เดือนแรกของปี 2563 และเผยทิศทางพลังงานปี 63”</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยสถานการณ์พลังงานในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2563 พบว่า ภาพรวมการใช้พลังงานขั้นต้นลดลงร้อยละ 10.1 ตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงเนื่องจากผลกระทบจากสถานการณ์ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้ความต้องการใช้พลังงานและการเติบโตทางเศรษฐกิจภายในประเทศหยุดชะงัก</strong><span id="more-13919"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน</strong> เปิดเผยถึงสถานการณ์พลังงานในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2563 พบว่า การใช้พลังงานขั้นต้นลดลงร้อยละ 10.1 จากการใช้น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติที่ลดลง เนื่องจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ห่วงโซ่การดำเนินธุรกิจได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ความต้องการใช้พลังงาน และการเติบโตทางเศรษฐกิจภายในประเทศหยุดชะงัก ในขณะที่ไฟฟ้านำเข้ามีการใช้เพิ่มขึ้นและพลังงานทดแทนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย</p>
<h2>สำหรับสถานการณ์พลังงานรายเชื้อเพลิงในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2563 สรุปได้ดังนี้</h2>
<ul>
<li><strong>การใช้น้ำมันสำเร็จรูป</strong> ลดลงร้อยละ 12.6 โดยการใช้น้ำมันดีเซลลดลงร้อยละ 4.3 เนื่องจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันในช่วงเวลาดังกล่าวลดลง อีกทั้ง การลดลงของผลผลิตสินค้าเกษตรเนื่องจากปัญหาภัยแล้ง จึงทำให้การขนส่งสินค้าลดลง การใช้น้ำมันเบนซิน และแก๊สโซฮอล ลดลงร้อยละ 7.1 ซึ่งปัจจัยหลักมาจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ประเทศไทยต้องประกาศ พ.ร.ก. สถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อควบคุมการแพร่ระบาด โดยภาครัฐได้ออกมาตรการที่มีการเว้นระยะห่างทางสังคม การทำงานที่บ้าน (Work From Home) และลดการเดินทางข้ามจังหวัด ส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันเบนซินลดลง การใช้น้ำมันเครื่องบิน ลดลงร้อยละ 48.6 เนื่องจากข้อจำกัดของการอนุญาตให้ทำการบินในช่วงของการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันเครื่องบินลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ การใช้ LPG ลดลงเกือบทุกสาขา โดยเฉพาะการใช้ในภาคขนส่ง ลดลงร้อยละ 30.2 จากการปรับลดลงของราคาขายปลีกน้ำมันส่งผลให้ผู้ใช้รถยนต์ LPG บางส่วนหันมาใช้น้ำมันทดแทน ประกอบกับปริมาณรถยนต์ LPG ที่มีแนวโน้มลดลง การใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ซึ่งมีสัดส่วนการใช้สูงสุดคิดเป็นร้อยละ 39 มีการใช้ลดลงร้อยละ 18.8 ส่วนภาคอุตสาหกรรม มีการใช้ลดลงร้อยละ 9.9 ตามการชะลอตัวของเศรษฐกิจ และภาคครัวเรือนมีการใช้ลดลงร้อยละ 5.9</li>
<li><strong>การใช้ก๊าซธรรมชาติ</strong> ลดลงร้อยละ 8.5 โดยลดลงทุกสาขาเศรษฐกิจ ทั้งการใช้เป็นเชื้อเพลิง<br />
ในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี การใช้เพื่อผลิตไฟฟ้า การใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งลดลงตามภาวะเศรษฐกิจที่<br />
ชะลอตัว ด้านการใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์ (NGV) ลดลงร้อยละ 28.8 จากผู้ใช้รถยนต์ NGV บางส่วนเปลี่ยนมาใช้น้ำมัน เนื่องจากราคาอยู่ในระดับไม่สูงมากนัก อีกทั้งผลจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้การใช้ NGV ในการเดินทางลดลง</li>
<li><strong>การใช้ถ่านหิน/ลิกไนต์</strong> ลดลงร้อยละ 0.3 ตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว</li>
<li><strong>ด้านการใช้ไฟฟ้า</strong> ลดลงร้อยละ 3.9 โดยลดลงในเกือบทุกสาขา โดยเฉพาะสาขาอุตสาหกรรมและธุรกิจ จากปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ และภาคการท่องเที่ยว โดยกลุ่มธุรกิจหลักที่มีการใช้ไฟฟ้าลดลงอย่างชัดเจน ซึ่งมีผลมาจากมาตรการ Lock Down ได้แก่ โรงแรม และห้างสรรพสินค้า อย่างไรก็ตาม ภาคครัวเรือนมีการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นค่อนข้างสูง และอุณหภูมิที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ประกอบกับมาตรการอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ และมาตรการทำงานที่บ้าน (Work From Home)</li>
</ul>
<p><strong>ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน</strong> ยังกล่าวถึงแนวโน้มการใช้พลังงานปี 2563 ซึ่ง สนพ. ได้มีการพยากรณ์โดยอ้างอิงสมมุติฐานด้านเศรษฐกิจ และนโยบายที่เกี่ยวข้องมาเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการใช้พลังงาน โดยเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2563 สภาพัฒน์ฯ คาดว่าในปี 2563 อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจจะมีการปรับตัวลดลงในช่วงร้อยละ (-5.0) – (-6.0) เนื่องจาก (1) การปรับตัวลดลงรุนแรงของเศรษฐกิจและปริมาณการค้าโลก (2) การลดลงรุนแรงของจำนวน และรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ (3) เงื่อนไขข้อจำกัดที่เกิดจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 รวมทั้ง (4) ปัญหาภัยแล้ง ซึ่งจากสมมุติฐานดังกล่าว จะส่งผลให้<br />
การใช้พลังงานขั้นต้นในปี 2563 ลดลงร้อยละ 5.3 ตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยคาดการณ์ว่าการใช้พลังงานจะลดลงเกือบทุกประเภท โดยการใช้น้ำมันลดลงร้อยละ 14.2 การใช้ก๊าซธรรมชาติ ลดลงร้อยละ 5.4 การใช้ถ่านหิน/ลิกไนต์ลดลงร้อยละ 1.0 ขณะที่การใช้พลังงานไฟฟ้าในปี 2563 คาดว่าจะลดลงร้อยละ 2.3 เมื่อเทียบกับปีก่อน</p>
<p>ในกรณีที่อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปีนี้ปรับตัวลดลงรุนแรงถึงร้อยละ (-9.0) &#8211; (-10.0) คาดว่าจะส่งผลให้การใช้พลังงานของประเทศลดลงร้อยละ 7.9 โดยการใช้น้ำมันเบนซินลดลงร้อยละ 6.3 การใช้น้ำมันดีเซล ลดลงร้อยละ 4.0 การใช้น้ำมันเครื่องบิน ลดลงร้อยละ 43.5 การใช้ LPG ลดลงร้อยละ 10.9 การใช้น้ำมันเตาลดลงร้อยละ 10.0 และการใช้ไฟฟ้าลดลงร้อยละ 3.0</p>
<p><strong>อย่างไรก็ตาม สนพ. ยังคงจับตาสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และปัจจัยอื่นๆ ที่จะส่งผลต่อการใช้พลังงานของประเทศอย่างใกล้ชิด อาทิ อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ ราคาน้ำมันดิบตลาดโลก มาตรการในการป้องกัน โควิด-19 ทั้งในและต่างประเทศ นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท กล่าวปิดท้าย</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/">สนพ. สรุปสถานการณ์พลังงาน 6 เดือนแรกของปี 2563 และเผยทิศทางพลังงานปี 63”</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สนพ. เลิกหนุนลงทุนติดตั้งสถานีชาร์จ EV</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%9e-%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%88-ev/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%9e-%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%88-ev/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 16 May 2019 09:20:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[Charging Station]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[สถานีอัดประจุไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[สนพ.]]></category>
		<category><![CDATA[เงินสนับสนุน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=6858</guid>

					<description><![CDATA[<p>สนพ. เตรียมปิดโครงการสนับสนุนการลงทุนสถานีอัดประจุไฟฟ้า (Charging Station) สำหรับหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจและเอกชน หลังเปิดโครงการรอบที่ 1-6 มีผู้สนใจยื่นขอรับเงินสนับสนุนประมาณ 80 หัวจ่าย ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 100 หัวจ่าย นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการสนับสนุนการลงทุนสถานีอัดประจุไฟฟ้า (Charging Station) สำหรับหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจและเอกชน เพื่อรองรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ว่า หลังจาก สนพ. ได้มอบหมายให้สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยดำเนินโครงการ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%9e-%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%88-ev/">สนพ. เลิกหนุนลงทุนติดตั้งสถานีชาร์จ EV</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สนพ. เตรียมปิดโครงการสนับสนุนการลงทุนสถานีอัดประจุไฟฟ้า (Charging Station) สำหรับหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจและเอกชน หลังเปิดโครงการรอบที่ 1-6 มีผู้สนใจยื่นขอรับเงินสนับสนุนประมาณ 80 หัวจ่าย ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 100 หัวจ่าย</strong><span id="more-6858"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน (สนพ.)</strong> เปิดเผยถึงความคืบหน้า<strong>โครงการสนับสนุนการลงทุนสถานีอัดประจุไฟฟ้า</strong> (Charging Station) สำหรับหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจและเอกชน เพื่อรองรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ว่า หลังจาก สนพ. ได้มอบหมายให้สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยดำเนินโครงการ โดยได้รับเงินสนับสนุนจากกองทุนเพื่อส่งเสริมอนุรักษ์พลังงาน ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2559 จนถึงปัจจุบันนั้น ได้มีการเปิดรับสมัครโครงการฯ ทั้งหมด 6 รอบ โดยเมื่อจบการเปิดยื่นสมัครในรอบที่ 6 แล้ว จะไม่มีการเปิดโครงการในรอบต่อไปแล้ว เนื่องจากปัจจุบันเอกชนสามารถลงทุนติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้าได้เอง โดยไม่จำเป็นต้องขอรับงบสนับสนุนจากรัฐ โดยปัจจุบันทางเอกชนได้หันไปขอรับการสนันสนุนด้านสิทธิประโยชน์จากสำนักคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) แทน</p>
<p>ด้าน <span style="color: #6cb742;"><strong>นายยศพงษ์ ลออนวล</strong></span> <strong>นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย</strong> กล่าวว่า หน่วยงานรัฐและรัฐวิสาหกิจได้รับเงินสนับสนุนจากโครงการนี้ 100% แต่เอกชนจะได้รับการสนับสนุนแบ่งเป็น 3 รอบ โดยรอบแรกจะได้รับการสนับสนุน 70% ของวงเงินลงทุน และในรอบที่ 2 จำนวน 50% และรอบที่ 3 จำนวน 30% ซึ่งในระยะหลังเอกชนให้ความสนใจขอรับงบสนับสนุนน้อยลง เนื่องจากได้รับเงินสนับสนุนแค่เพียง 30% ทำให้หันไปขอใช้สิทธิประโยชน์อื่นซึ่งได้งบสนับสนุนมากกว่าแทน</p>
<p><strong>สำหรับโครงการสนับสนุนการลงทุนสถานีอัดประจุไฟฟ้า สำหรับหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจและเอกชน  ดังกล่าว มีผู้ยื่นขอรับการสนับสนุนประมาณ 80-81 หัวจ่าย ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 100 หัวจ่าย ซึ่งลดลงจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ตอนเริ่มโครงการที่ 150 หัวจ่าย และใช้งบสนับสนุนไปทั้งสิ้นประมาณ 46 ล้านบาท จากที่ได้รับเงินสนุบสนุนทั้งสิ้น 47 ล้านบาท</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%9e-%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%88-ev/">สนพ. เลิกหนุนลงทุนติดตั้งสถานีชาร์จ EV</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%9e-%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%88-ev/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
