<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%e0%b8%aa%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Fri, 09 Jan 2026 07:56:09 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.5</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ส.อ.ท. คาดเศรษฐกิจไทยปีม้าเปราะบาง เสนอเร่งปรับโครงสร้างประเทศผ่านกรอบ CRS (Competitiveness &#8211; Resilience &#8211; Sustainability )</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/fti-thai-economic-outlook-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 05 Jan 2026 09:01:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[CRS]]></category>
		<category><![CDATA[สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=42630</guid>

					<description><![CDATA[<p>สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมไทย ปี 2569 ว่ายังคงเผชิญแรงกดดันรอบด้านจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ นโยบายการค้าและสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น รวมถึงข้อจำกัดเชิงโครงสร้างภายในประเทศที่สะสมมาอย่างยาวนาน เปรียบเสมือนการเผชิญกับพายุเศรษฐกิจหรือ “Perfect Storm” ที่ท้าทายขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทยอย่างมีนัยสำคัญ เกรียงไกร เธียรนุกุล ประธาน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2569 มีแนวโน้มขยายตัวเพียง 1.6–2.0% ชะลอลงจากปี 2568 ที่คาดว่าจะเติบโตราว&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/fti-thai-economic-outlook-2026/">ส.อ.ท. คาดเศรษฐกิจไทยปีม้าเปราะบาง เสนอเร่งปรับโครงสร้างประเทศผ่านกรอบ CRS (Competitiveness – Resilience – Sustainability )</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมไทย ปี </strong><strong>2569 </strong><strong>ว่ายังคงเผชิญแรงกดดันรอบด้านจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ นโยบายการค้าและสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น รวมถึงข้อจำกัดเชิงโครงสร้างภายในประเทศที่สะสมมาอย่างยาวนาน เปรียบเสมือนการเผชิญกับพายุเศรษฐกิจหรือ “Perfect Storm”</strong> <strong>ที่ท้าทายขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทยอย่างมีนัยสำคัญ</strong></p>
<p><span id="more-42630"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42632" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/Kriengkrai-Thiennukul-FTI-e1767603596550.jpg" alt="เกรียงไกร เธียรนุกุล" width="427" height="640" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">เกรียงไกร เธียรนุกุล</span> ประธาน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)</strong> เปิดเผยว่า คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2569 มีแนวโน้มขยายตัวเพียง 1.6–2.0% ชะลอลงจากปี 2568 ที่คาดว่าจะเติบโตราว 2.% สะท้อนแรงกดดันต่อภาคการผลิต การจ้างงาน และกำลังซื้อในประเทศ โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมการผลิต ซึ่งดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ยังไม่สอดคล้องกับการขยายตัวของการส่งออก</p>
<p>ปัจจัยสำคัญมาจากปัญหาการลักลอบนำเข้าสินค้า การสวมสิทธิถิ่นกำเนิดสินค้า (Transshipment) และการไหลบ่าของสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศ ส่งผลให้ผู้ผลิตไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน และต้องปรับลดกำลังการผลิตหรือปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจ ทั้งนี้ ข้อมูลจากสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมพบว่า หลายอุตสาหกรรมมีอัตราการใช้กำลังการผลิตต่ำกว่า 60% ต่ำกว่าระดับปกติที่ควรอยู่ที่ 70–80% สะท้อนความเปราะบางของภาคการผลิตไทยในภาพรวม</p>
<p>ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการ SMEs ยังคงเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุน ทั้งพลังงาน วัตถุดิบ ค่าแรง และต้นทุนทางการเงิน ประกอบกับภาระหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ส่งผลให้กำลังซื้อฟื้นตัวได้อย่างจำกัด และรายได้ของ SMEs ฟื้นตัวช้ากว่าธุรกิจขนาดใหญ่</p>
<p>ด้านภาคการส่งออก กกร. คาดว่าในปี 2569 อาจหดตัวในช่วง -1.5 ถึง -0.5% จากผลกระทบของสงครามการค้า ความไม่แน่นอนด้านนโยบายเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าหลัก มาตรการกีดกันทางการค้าและสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น รวมถึงความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งอาจส่งผลให้ไทยสูญเสียมูลค่าการค้าชายแดนกว่า 140,000 ล้านบาท</p>
<p>นอกจากนี้ โครงสร้างการส่งออกของไทยที่ยังพึ่งพาสินค้ามูลค่าเพิ่มต่ำ ค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มแข็งค่าและผันผวน รวมถึงมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศคู่ค้า อาทิ มาตรการปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน  (CBAM) และกฎระเบียบว่าด้วยการตัดไม้ทำลายป่า (EUDR) ล้วนเพิ่มภาระต้นทุนให้กับภาคธุรกิจ โดยเฉพาะ SMEs ที่มีข้อจำกัดด้านเงินทุน เทคโนโลยี และบุคลากร</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ปี 2569 ยังมีสัญญาณบวกจาก การลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น ดิจิทัล ยานยนต์ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ อาหารแปรรูป และพลังงานสะอาด สะท้อนจากยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 ที่มีมูลค่ารวมกว่า 1.3 ล้านล้านบาท จากกว่า 2,600 โครงการ โดยเป็นเงินลงทุนจากต่างประเทศกว่า 9.8 แสนล้านบาท แสดงถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อศักยภาพประเทศไทย</p>
<p><strong>เกรียงไกร </strong>กล่าวว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่ง ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจภายใต้แนวคิด “Reinvent Thailand” โดยมุ่งยกระดับภาคการผลิตจากการรับจ้างผลิต (OEM) ไปสู่อุตสาหกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่มสูง ควบคู่กับการส่งเสริมเทคโนโลยี นวัตกรรม ระบบอัตโนมัติ และพลังงานสะอาด เพื่อเพิ่มผลิตภาพแรงงาน ลดต้นทุนในระยะยาว และเสริมความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทย ในเชิงนโยบาย ภาครัฐควรเร่งใช้มาตรการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา (R&amp;D)  การถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนา SMEs การจัดซื้อจัดจ้างสินค้า Made in Thailand (MiT) ให้ได้อย่างน้อย 30% ของงบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ตลอดจนบังคับใช้มาตรการทางการค้าอย่างเข้มงวด เพื่อปกป้องผู้ประกอบการไทยจากการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม</p>
<p>พร้อมกันนี้ ควรเร่งปฏิรูปกฎระเบียบและระบบราชการ (Regulatory Reform) ปราบปรามคอร์รัปชันอย่างเป็นรูปธรรม ผลักดัน BCG Model และอุตสาหกรรมชีวภาพเป้าหมาย 8 กลุ่ม ได้แก่ พลาสติกชีวภาพ (Bioplastics), เชื้อเพลิงชีวภาพ (Biofuel), เคมีชีวภาพ (Biochemical), ชีวเภสัชกรรม (Bio-Pharma), อาหารฟังก์ชันและอาหารใหม่ (Functional Food และ Novel Foods), เส้นใยชีวภาพ (Biofabrics), เครื่องสำอาง (Cosmetics) และปุ๋ยชีวภาพ (Biofertilizer) ซึ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่สามารถต่อยอดจากฐานทรัพยากรชีวภาพของประเทศได้อย่างมีศักยภาพ รวมถึงเร่งเจรจา FTA กระจายตลาดส่งออก พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม โลจิสติกส์ พลังงาน และยกระดับการบริหารจัดการน้ำให้เป็นวาระแห่งชาติ</p>
<p>นอกจากนี้ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ถือเป็นหัวใจสำคัญ โดยต้องเร่ง Upskill–Reskill–New Skill ให้สอดคล้องกับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยเฉพาะทักษะด้าน STEM ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และภาคการศึกษา</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42631" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/fti-thai-economic-outlook-2026-02.jpg" alt="แนวโน้มเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมไทย ปี 2569" width="750" height="750" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/fti-thai-economic-outlook-2026-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/fti-thai-economic-outlook-2026-02-300x300.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/fti-thai-economic-outlook-2026-02-150x150.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/fti-thai-economic-outlook-2026-02-500x500.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>ปี 2569 จึงเป็นทั้งปีแห่งความท้าทายและโอกาส ที่ประเทศไทยต้องเร่งสร้างความเข้มแข็งภายใต้กรอบ CRS ได้แก่ 1) Competitiveness การเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน (Competitiveness) ผ่านนวัตกรรม เทคโนโลยี มาตรฐานสากล และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ 2) Resilience การสร้างความยืดหยุ่นและความสามารถในการฟื้นตัว ด้วยการกระจายความเสี่ยงของห่วงโซ่อุปทาน การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ และกลไกรองรับความผันผวน 3) Sustainability การขับเคลื่อนสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนตามแนวคิด ESG เศรษฐกิจหมุนเวียน พลังงานสะอาด และการมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ในปี 2050 พร้อมผนึกกำลังทุกภาคส่วนภายใต้แนวคิด “ONE Thailand” เพื่อเปลี่ยนแรงกดดันจากความเปลี่ยนแปลงของโลก ให้เป็นโอกาสในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขัน และสร้างการเติบโตที่มั่นคง ยั่งยืน ให้กับเศรษฐกิจไทยในระยะยาว</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/fti-thai-economic-outlook-2026/">ส.อ.ท. คาดเศรษฐกิจไทยปีม้าเปราะบาง เสนอเร่งปรับโครงสร้างประเทศผ่านกรอบ CRS (Competitiveness – Resilience – Sustainability )</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ส.อ.ท. จัดงานใหญ่ “FIC 2025” เปิดเวทีธุรกิจ หนุนอุตสาหกรรมไทยสู่ศูนย์กลางลงทุนเอเชีย</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/fic-2025-2-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 25 Nov 2025 09:12:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Activities]]></category>
		<category><![CDATA[FIC 2025]]></category>
		<category><![CDATA[สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=42033</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ &#8211; 24 พฤศจิกายน 2568 : เกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) พร้อมด้วย วิเชาวน์ รักพงษ์ไพโรจน์ รองประธาน ส.อ.ท. และประธานจัดงาน Foreign Industrial Club (FIC) จัดงาน Foreign Industrial Club (FIC) 2025 ภายใต้แนวคิด “Leading Thailand Through&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/fic-2025-2-2/">ส.อ.ท. จัดงานใหญ่ “FIC 2025” เปิดเวทีธุรกิจ หนุนอุตสาหกรรมไทยสู่ศูนย์กลางลงทุนเอเชีย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ &#8211; 24 พฤศจิกายน 2568 : <strong>เกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) พร้อมด้วย วิเชาวน์ รักพงษ์ไพโรจน์ รองประธาน ส.อ.ท. และประธานจัดงาน Foreign Industrial Club (FIC) จัดงาน Foreign Industrial Club (FIC) 2025 ภายใต้แนวคิด “Leading Thailand Through Global Challenges” ณ โรงแรมดุสิตธานี</strong></p>
<p><span id="more-42033"></span></p>
<p><strong>Foreign Industrial Club (FIC) 2025</strong> เป็นเวทีต่อยอดความสำเร็จจาก FIC 2023 ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นจากนักลงทุนต่างชาติและภาคธุรกิจไทยและเป็นพื้นที่สำคัญในการแลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชนไทย และนักลงทุนต่างชาติในประเทศไทย สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของเศรษฐกิจไทยในฐานะศูนย์กลางการลงทุนในภูมิภาค</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42035" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/FIC-2023-02.jpg" alt="Foreign Industrial Club (FIC) 2025" width="570" height="426" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/FIC-2023-02.jpg 570w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/FIC-2023-02-300x224.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/FIC-2023-02-150x112.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/FIC-2023-02-500x374.jpg 500w" sizes="(max-width: 570px) 100vw, 570px" /></p>
<p>ภายในงาน ได้รับเกียรติจาก<strong>อนุทิน ชาญวีรกูล</strong> นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวปาฐกถาพิเศษ โดยมีตัวแทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน สถานทูตประจำประเทศไทยและนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่ที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยกว่า 300 คนเข้าร่วม</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42036" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/FIC-2023-03.jpg" alt="อนุทิน ชาญวีรกูล" width="570" height="426" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/FIC-2023-03.jpg 570w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/FIC-2023-03-300x224.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/FIC-2023-03-150x112.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/FIC-2023-03-500x374.jpg 500w" sizes="(max-width: 570px) 100vw, 570px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>อนุทิน ชาญวีรกูล</strong></span> <strong>นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย</strong> กล่าวว่า ประเทศไทยไม่ได้กำลังก้าวเข้าสู่ภาวะวิกฤติ แต่กำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่าน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่หากเราบริหารจัดการได้ดี จะกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญต่อประเทศของเรา</p>
<p>ตลอดสิบปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยเติบโตเฉลี่ย 1.8% แต่ปีนี้เริ่มเห็นสัญญาณเชิงบวก สภาพัฒน์คาดการณ์การเติบโตประมาณ 2% และกระทรวงการคลังคาดว่าจะอยู่ที่ 2.4% ในปี 2568 จากการส่งออกที่ดีขึ้นและการใช้จ่ายภาครัฐที่เดินหน้าเร็วขึ้น</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเศรษฐกิจไม่สามารถสะท้อนภาพรวมทั้งหมดได้ โลกกำลังเปลี่ยนแปลง โลกาภิวัตน์ชะลอตัว เทคโนโลยีก้าวเร็วกว่ากฎหมาย ประชากรสูงวัยเพิ่มขึ้น ผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศรุนแรงขึ้น และ “ความเชื่อมั่น” ทั้งระหว่างประเทศและระหว่างรัฐกับประชาชน ลดลงอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>“เพื่อรับมือกับโลกใบนี้ ไทยต้อง “คิดใหม่” ไม่สามารถใช้สูตรเดิมได้อีกต่อไป เราต้องออกแบบยุทธศาสตร์ตาม 3 แรงขับเคลื่อนอนาคต ได้แก่ <strong>การกระจายความเสี่ยง การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล และการลดคาร์บอน</strong> ” <strong>อนุทิน</strong> กล่าว</p>
<p>“ก<strong>ารกระจายความเสี่ยง</strong>” คือ การลดการพึ่งพาตลาดหรืออุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่ง จึงเป็นเหตุผลที่ไทยกำลังขยายความร่วมมือทางการค้าไปยังตะวันออกกลาง แอฟริกา ยุโรปตะวันออก เอเชียใต้ และลาตินอเมริกา</p>
<p>“<strong>การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล</strong>” คือ การใช้ AI และเทคโนโลยีขั้นสูงมาเพิ่มผลิตภาพ พร้อมเสริมทักษะดิจิทัลให้ประชาชน เพื่อรักษาความปลอดภัยและมาตรฐานความโปร่งใส</p>
<p>“<strong>การลดคาร์บอน</strong>” คือ การเตรียมพร้อมสู่ยุคที่ห่วงโซ่อุปทานสีเขียวกำหนดความสามารถในการเข้าถึงตลาดโลก</p>
<p><strong>การลดค่าครองชีพด้านพลังงานและขนส่ง</strong> ช่วยให้ภาคครัวเรือนและธุรกิจมีพื้นที่หายใจ</p>
<p><strong>การกระตุ้นอุปสงค์ในประเทศ</strong> ช่วยป้องกันเศรษฐกิจชะลอตัว</p>
<p><strong>การขยายการเข้าถึงสินเชื่อ SME</strong> ช่วยเสริมกระดูกสันหลังเศรษฐกิจไทย</p>
<p><strong>การฟื้นความเชื่อมั่นด้านท่องเที่ยว</strong> ช่วยให้มีรายได้จากต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>มาตรการเหล่านี้ไม่ใช่จุดหมายปลายทาง แต่เป็น “รันเวย์” สู่การปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจระยะยาว และเราต้องระบุให้ได้ว่าอุตสาหกรรมใดคือจุดแข็งที่ไทยสามารถ “ชนะได้จริง”</p>
<p><strong>ยานยนต์ไฟฟ้า (EV)</strong> คือหนึ่งในนั้น ไทยเป็นผู้นำอาเซียนทั้งด้านการใช้และผลิต EV หากเดินไปตามศูนย์การค้าหรือปั๊มน้ำมันขนาดใหญ่ จะเห็นสถานีชาร์จเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขั้นต่อไปคือการสร้าง “ระบบนิเวศเต็มรูปแบบ” ด้วยนวัตกรรมแบตเตอรี่ รีไซเคิล ยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ และโลจิสติกส์สีเขียว</p>
<p>อีกอุตสาหกรรม คือ <strong>เซมิคอนดักเตอร์</strong> เป้าหมายของเราไม่ใช่แข่งขันกับยักษ์ใหญ่ของโลก แต่เป็นการ “เสริม” พวกเขา โดยเฉพาะด้านแพ็กเกจจิ้ง การทดสอบ และชิปเฉพาะทาง (Specialty Chips)</p>
<p>ใน<strong>อุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพ</strong> ไทยมีความได้เปรียบ เรากำลังเสริมแกร่งด้าน AI การแพทย์ ไบโอเทค การท่องเที่ยวเชิงฟื้นฟู และการดูแลผู้สูงอายุ เมื่อโลกชะลอตัวลง ประเทศต่างๆ ต้องการ “โซลูชัน” ไม่ใช่แค่บริการ และไทยค่อนข้างมีพร้อม</p>
<p><strong>อาหาร</strong> คือ อีกหนึ่งโอกาสเชิงยุทธศาสตร์ ไม่ใช่แค่อาหารแปรรูป แต่รวมถึงอาหารอนาคต เช่น โปรตีนจากพืช นวัตกรรมฮาลาล และการผลิตที่ทนต่อสภาพภูมิอากาศ</p>
<p><strong>ความมั่นคงทางอาหาร</strong>ไม่ใช่แค่ประเด็นเศรษฐกิจอีกต่อไป แต่เป็นประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ ประเทศไทยจะเป็นครัวของโลก และเรามีศักยภาพที่จะก้าวขึ้นสู่จุดนั้น</p>
<p>ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้หากไม่มี SMEs ที่แข็งแรง</p>
<p><strong>อนุทิน</strong> กล่าวต่อว่า กลยุทธ์ SME ของเราชัดเจน คือ เข้าถึงเงินทุนง่ายขึ้น ลดกฎระเบียบที่ซับซ้อน ผลักดันดิจิทัล และเชื่อม SMEs เข้ากับซัพพลายเชนของบริษัทใหญ่</p>
<p>มาตรการเหล่านี้ช่วยเสริมความเข้มแข็งทางการเงิน เพิ่มภูมิคุ้มกันในประเทศ และยกระดับสินค้าสู่มาตรฐาน “Made in Thailand” (MiT)</p>
<p>รัฐบาลกำลังขับเคลื่อนอุตสาหกรรมดิจิทัล ซึ่งจะทำให้ขั้นตอนต่างๆ โปร่งใสขึ้น รวดเร็วขึ้น และทำให้ผู้ประกอบการเติบโตเต็มศักยภาพ สร้างความเชื่อมั่นในซัพพลายเชน และช่วยผู้บริโภคได้สินค้าที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น</p>
<p>เครื่องมือเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงนโยบายการเงิน แต่เป็น “สัญญาณ” ว่าผู้ประกอบการทั่วประเทศไม่ได้เดินลำพัง และทุกธุรกิจที่มีศักยภาพ คือ แรงขับของเศรษฐกิจในประเทศ</p>
<p>ในโลกปัจจุบัน ความสามารถในการแข่งขันไม่ขึ้นอยู่กับอุตสาหกรรมอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือของรัฐบาลด้วย เราจะลดความล่าช้า ลดโอกาสคอร์รัปชัน และสร้างสภาพแวดล้อมที่คาดการณ์ได้สำหรับนักลงทุน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการยกระดับความเชื่อมั่นและสร้างเครดิตให้ไทยในห่วงโซ่อุปทานโลก</p>
<p>นี่คือเหตุผลที่ไทยกำลังก้าวสู่การเป็นสมาชิก OECD เพื่อยกระดับมาตรฐานด้านความโปร่งใส ความเป็นธรรม และการลงทุนระยะยาวตามมาตรฐานสากล และไทยได้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนและ APEC เมื่อเดือนที่ผ่านมา</p>
<p><strong>ที่อาเซียน</strong> เราเน้นย้ำความจำเป็นของห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแรงและยืดหยุ่น พร้อมความมุ่งมั่นต่อสันติภาพและเสถียรภาพ</p>
<p><strong>ที่ APEC</strong> ไทยผลักดันบทบาทในฐานะ “ตัวเชื่อมเศรษฐกิจ” ผู้นำอุตสาหกรรมอนาคต และผู้สนับสนุนการเติบโตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<p>ประเทศไทยพร้อมร่วมมือกับพันธมิตรที่มีวิสัยทัศน์ร่วมกันด้านนวัตกรรม ความเปิดกว้าง และความมั่งคั่งระยะยาว เป้าหมายของเรา คือ วางประเทศไทยไว้ใจกลางเอเชียที่เชื่อมโยง แข่งขันได้ และยั่งยืน</p>
<p>อนาคตของไทยจะถูกกำหนดจากพันธมิตรที่เราสร้างในวันนี้ และเราจะร่วมกันสร้างภูมิภาคที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่น ความเป็นไปได้ และความมั่นคง ไม่ใช่ความไม่แน่นอน</p>
<p>“ประเทศไทยไม่ต้องการ “เลือกข้าง” ประเทศไทยต้องการ “เลือกเสถียรภาพ ความร่วมมือ และโอกาส”คุณค่าของไทยที่มีต่อโลกไม่ใช่การเป็นผู้ตาม แต่การเป็นผู้เชื่อม ผู้ประสาน และผู้สร้างเสถียรภาพ” อนุทิน กล่าว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42037" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/FIC-2023-04.jpg" alt="เกรียงไกร เธียรนุกุล" width="570" height="426" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/FIC-2023-04.jpg 570w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/FIC-2023-04-300x224.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/FIC-2023-04-150x112.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/FIC-2023-04-500x374.jpg 500w" sizes="(max-width: 570px) 100vw, 570px" /></p>
<p>ด้าน<span style="color: #6cb742;"><strong>เกรียงไกร เธียรนุกุล</strong></span> <strong>ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)</strong> กล่าวว่า ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจที่ทั่วโลกกำลังเผชิญอย่างรอบด้าน ทั้งปัญหาการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี สงครามการค้า สงครามเทคโนโลยี ความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนปัญหาสังคม</p>
<p>ผู้สูงอายุ เป็นโจทย์สำคัญที่หลายประเทศ รวมถึงประเทศไทยต้องเตรียมพร้อมและปรับตัวให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้</p>
<p>เพื่อรับมือกับความท้าทายดังกล่าว ส.อ.ท. ได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐอย่างใกล้ชิดในการยกระดับอุตสาหกรรมเดิม (First Industries) สู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต (Next-Gen Industries) ครอบคลุม 12 อุตสาหกรรมเป้าหมาย S-Curve เช่น อุตสาหกรรมดิจิทัล ยานยนต์สมัยใหม่ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ หุ่นยนต์ การบินและโลจิสติกส์ เทคโนโลยีชีวภาพ และการแปรรูปอาหาร ตามข้อมูลจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 ระบุว่ามูลค่าการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนรวมอยู่ที่ 1.37 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 94% เมื่อเทียบกับปีก่อน และหากดูเฉพาะการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) มูลค่าการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนต่อเนื่องรวมเป็น 985,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 82% เมื่อเทียบกับปีก่อน การเติบโตส่วนใหญ่มาจากอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น อุตสาหกรรมดิจิทัล ดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) เซมิคอนดักเตอร์และแผงวงจรพิมพ์ (PCB) พลังงานหมุนเวียน และยานยนต์ไฟฟ้า สะท้อนศักยภาพของประเทศไทยในฐานะฐานลงทุนสำคัญและห่วงโซ่อุปทานที่พร้อมรองรับนักลงทุนทั่วโลก</p>
<p>นอกจากนี้ การขับเคลื่อนนโยบาย <strong>Quick Big Win </strong>ของภาครัฐ ทั้งการกระตุ้นเศรษฐกิจ การสร้างกำลังซื้อ การส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย รวมถึงระบบ FastPass เพื่ออำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ (Ease of Doing Business) ช่วยวางรากฐานความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจในระยะยาว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42038" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/FIC-2023-05.jpg" alt="งาน FIC 2025" width="570" height="426" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/FIC-2023-05.jpg 570w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/FIC-2023-05-300x224.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/FIC-2023-05-150x112.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/FIC-2023-05-500x374.jpg 500w" sizes="(max-width: 570px) 100vw, 570px" /></p>
<p>“การจัดงาน <strong>FIC 2025</strong> ครั้งนี้เป็นการสานต่อเจตนารมณ์ของ ส.อ.ท. ในการผลักดันประเทศไทยให้พร้อมรับมือกับความท้าทายของเศรษฐกิจโลก และก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการลงทุนในภูมิภาคเอเชีย โดย FIC จะเป็นเวทีสำคัญในการต่อยอดให้เกิดความร่วมมือ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการทำธุรกิจ และสร้างเครือข่ายทางธุรกิจระหว่างกัน เพื่อนำไปสู่ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การลงทุนใหม่ๆ และขยายการลงทุนเดิมในภาคอุตสาหกรรมไทยอย่างต่อเนื่อง” เกรียงไกร กล่าว</p>
<p>ขณะเดียวกัน ส.อ.ท. ยังคงมุ่งมั่นที่จะแสดงให้ทั่วโลกเห็นถึงศักยภาพและความก้าวหน้าของภาคอุตสาหกรรมไทย ผ่านนโยบาย “4GO” ที่ประกอบด้วย Go Digital &amp; AI ยกระดับอุตสาหกรรมด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) Go Innovation สร้างผู้ประกอบการ “จิ๋วแต่แจ๋ว” ด้วยนวัตกรรม Go Global พัฒนาสินค้าและบริการไทย เพื่อขยายโอกาสสู่ตลาดโลก และ Go Green ขับเคลื่อนองค์กรสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนและการปรับตัวสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050</p>
<p>“ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่างาน FIC 2025 จะสร้างโอกาสและส่งเสริมการลงทุนตามวิสัยทัศน์ของ ส.อ.ท. ที่เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้อุตสาหกรรมไทย เพื่อประเทศไทยที่เข้มแข็งกว่าเดิม มุ่งสู่เป้าหมาย ONE FTI ร่วมกันต่อไป เพราะเราคือหนึ่งเดียวกัน” เกรียงไกร กล่าว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42039" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/FIC-2023-06.jpg" alt="วิเชาวน์ รักพงษ์ไพโรจน์" width="570" height="426" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/FIC-2023-06.jpg 570w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/FIC-2023-06-300x224.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/FIC-2023-06-150x112.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/FIC-2023-06-500x374.jpg 500w" sizes="(max-width: 570px) 100vw, 570px" /></p>
<p>ด้าน<span style="color: #6cb742;"><strong>วิเชาวน์ รักพงษ์ไพโรจน์</strong></span> <strong>ประธานจัดงาน Foreign Industrial Club</strong> และรองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังก้าวสู่ยุคใหม่แห่งการเปลี่ยนผ่าน ทุกภาคส่วนเปิดรับโอกาสในอุตสาหกรรมเกิดใหม่ ตั้งแต่เทคโนโลยีสีเขียว นวัตกรรม ไปจนถึงการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งหมดสอดคล้องกับวาระโลกในการมุ่งสร้างห่วงโซ่อุปทานยืดหยุ่น ส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และพัฒนาเทคโนโลยีที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนและสังคม โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง</p>
<p>“ประเทศไทยพร้อมแล้วที่จะขยายบทบาทบนเวทีโลก เชื่อมโยงและร่วมมือกับทุกภาคส่วน เปลี่ยนความท้าทายให้เป็นโอกาสสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนและทั่วถึง” <strong>วิเชาวน์</strong> กล่าว</p>
<p>ส.อ.ท. มีความมุ่งมั่นที่จะเพิ่มโอกาสในการสร้างเครือข่ายระหว่างนักธุรกิจชาวไทยและต่างชาติ พร้อมทั้งได้หารือเกี่ยวกับกฎระเบียบด้านอุตสาหกรรม การค้า และการลงทุน เพื่ออำนวยความสะดวกในประสานงานระหว่างหน่วยงานไทยและต่างประเทศ สร้างธุรกิจที่แข็งแกร่ง ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย</p>
<p>“ด้วยจำนวนสมาชิก ส.อ.ท. กว่า 16,000 ราย ส.อ.ท. จะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างจุดแข็งของไทยกับพรมแดนใหม่ของอุตสาหกรรมโลก บนเวที FIC นี้ เพื่อสร้างรากฐานประเทศไทยที่แข็งแกร่ง และอนาคตที่ยั่งยืน มั่งคั่งทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก” วิเชาวน์ กล่าวทิ้งท้าย</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/fic-2025-2-2/">ส.อ.ท. จัดงานใหญ่ “FIC 2025” เปิดเวทีธุรกิจ หนุนอุตสาหกรรมไทยสู่ศูนย์กลางลงทุนเอเชีย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ส.อ.ท. เตรียมจัดงาน “FIC 2025” ผนึกเครือข่ายนักลงทุนต่างชาติ สร้างความเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทย ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจโลก</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/fic-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 20 Nov 2025 07:29:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[FIC 2025]]></category>
		<category><![CDATA[สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=41961</guid>

					<description><![CDATA[<p>เกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) พร้อมด้วยวิเชาวน์ รักพงษ์ไพโรจน์ รองประธาน ส.อ.ท. แถลงข่าวการจัดงาน Foreign Industrial Club (FIC) 2025 ภายใต้แนวคิด “Leading Thailand Through Global Challenges” ซึ่งเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนมุมมองและสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชนไทย และนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่ที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย งาน FIC 2025 ถือเป็นการต่อยอดความสำเร็จจาก FIC 2023 ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นจากภาคธุรกิจต่างชาติ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/fic-2025/">ส.อ.ท. เตรียมจัดงาน “FIC 2025” ผนึกเครือข่ายนักลงทุนต่างชาติ สร้างความเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทย ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจโลก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) พร้อมด้วยวิเชาวน์ รักพงษ์ไพโรจน์ รองประธาน ส.อ.ท. แถลงข่าวการจัดงาน Foreign Industrial Club (FIC) 2025 ภายใต้แนวคิด “Leading Thailand Through Global Challenges” ซึ่งเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนมุมมองและสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชนไทย และนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่ที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย</strong></p>
<p><span id="more-41961"></span></p>
<p>งาน <strong>FIC 2025</strong> ถือเป็นการต่อยอดความสำเร็จจาก FIC 2023 ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นจากภาคธุรกิจต่างชาติ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของเศรษฐกิจไทยในฐานะศูนย์กลางการลงทุนในภูมิภาค</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>เกรียงไกร เธียรนุกุล</strong></span> <strong>ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)</strong> กล่าวว่า การจัดงาน <strong>FIC 2025</strong> ครั้งนี้เป็นการสานต่อเจตนารมณ์ของ ส.อ.ท. ในการผลักดันประเทศไทยให้พร้อมรับมือกับความท้าทายของเศรษฐกิจโลก และก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการลงทุนในภูมิภาคเอเชีย FIC จะเป็นเวทีสำคัญในการสร้างเครือข่าย แลกเปลี่ยนมุมมอง และระดมแนวคิดเชิงนโยบาย เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน”</p>
<p>การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจและการจ้างงานในประเทศ อีกทั้งยังเป็นโอกาสสำคัญที่ประเทศไทยต้องเร่งต่อยอดเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันบนเวทีโลก โดย ส.อ.ท. เดินหน้าผลักดันนโยบาย “4 Go” ได้แก่ Go Digital &amp; AI ยกระดับอุตสาหกรรมด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI), Go Innovation สร้างผู้ประกอบการ “จิ๋วแต่แจ๋ว” ด้วยนวัตกรรม, Go Global พัฒนาสินค้าและบริการไทย เพื่อขยายโอกาสสู่ตลาดโลก และ Go Green ขับเคลื่อนองค์กรสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนและการปรับตัวสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 จากเดิม 2065</p>
<p>“แนวคิด 4 Go จะเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยทั้งในอุตสาหกรรมดั้งเดิมและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เสริมความแข็งแกร่งให้ผลิตภัณฑ์ Made in Thailand (MiT) ได้มาตรฐานระดับโลก ดึงดูดนักลงทุน และสร้างความเชื่อมั่นให้ทั่วโลกเห็นถึงศักยภาพของประเทศไทย” <strong>เกรียงไกร</strong> กล่าว</p>
<p>ด้าน<span style="color: #6cb742;"><strong>วิเชาวน์ รักพงษ์ไพโรจน์</strong></span> <strong>รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)</strong> กล่าวว่า งาน <strong>FIC 2025</strong> จะเป็นเวทีสำคัญในการเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และบริษัทต่างชาติรายใหญ่ที่ลงทุนในประเทศไทย เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงนโยบาย การค้า การลงทุน และแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมในอนาคต รวมถึงส่งเสริมความร่วมมือระหว่างนักธุรกิจไทยกับต่างชาติ ตลอดจนคณะทูตานุทูต และผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41962" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/FIC-2025-02.jpg" alt="FIC 2025" width="640" height="883" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/FIC-2025-02.jpg 640w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/FIC-2025-02-217x300.jpg 217w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/FIC-2025-02-150x207.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/FIC-2025-02-362x500.jpg 362w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></p>
<p>งาน <strong>FIC 2025</strong> ยังเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนและนักลงทุนต่างชาติได้รับฟังนโยบายเศรษฐกิจของประเทศไทยโดยตรงจากท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่น และทำให้เข้าใจทิศทางเศรษฐกิจและการลงทุนของประเทศในอนาคตได้ชัดเจนยิ่งขึ้น”</p>
<p>“ผมเชื่อมั่นว่า FIC จะเป็นกลไกสำคัญในการเปิดพื้นที่ให้ภาคเอกชนได้แลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ พัฒนาเครือข่ายความร่วมมือ และร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน” <strong>วิเชาวน์</strong> กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>ทั้งนี้ งาน <strong>Foreign Industrial Club (FIC) 2025</strong>: “Leading Thailand Through Global Challenges” จะจัดขึ้นในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 เวลา 17.30–21.00 น. ณ ห้องนภาลัย แกรนด์ บอลรูม โรงแรมดุสิตธานี โดยได้รับเกียรติจากอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษ คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานจากภาครัฐ ภาคเอกชนไทย และนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่กว่า 300 คน</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/fic-2025/">ส.อ.ท. เตรียมจัดงาน “FIC 2025” ผนึกเครือข่ายนักลงทุนต่างชาติ สร้างความเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทย ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจโลก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ส.อ.ท.จับมือสมาคมธนาคารไทย จัดตั้งสินเชื่อเพื่อการเปลี่ยนผ่าน เฟสแรก 5,000 ล้านบาท หนุน SME ไทยสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/fti-x-tba/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/fti-x-tba/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 08 Aug 2025 08:41:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Report]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมธนาคารไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สินเชื่อ]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=40355</guid>

					<description><![CDATA[<p>สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ร่วมกับสมาคมธนาคารไทย แถลงข่าวความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของประเทศไทยสู่อุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการจัดตั้งกลไก สินเชื่อเพื่อการเปลี่ยนผ่าน (Transition Finance) เฟสแรกมูลค่ารวมกว่า 5,000 ล้านบาท เพื่อเสริมสร้างศักยภาพให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อการลงทุนในโครงการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีสะอาดและการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และปรับตัวให้พร้อมรับมือกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นความท้าทายเชิงระบบที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชน ณ ห้องประชุม 802 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โดยภาคอุตสาหกรรมซึ่งเป็นหนึ่งในภาคส่วนหลักที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง จะได้รับการสนับสนุนใน 2 มิติหลัก&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/fti-x-tba/">ส.อ.ท.จับมือสมาคมธนาคารไทย จัดตั้งสินเชื่อเพื่อการเปลี่ยนผ่าน เฟสแรก 5,000 ล้านบาท หนุน SME ไทยสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) </strong>ร่วมกับ<strong>สมาคมธนาคารไทย</strong> แถลงข่าวความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของประเทศไทยสู่อุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการจัดตั้งกลไก สินเชื่อเพื่อการเปลี่ยนผ่าน (Transition Finance) เฟสแรกมูลค่ารวมกว่า 5,000 ล้านบาท เพื่อเสริมสร้างศักยภาพให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อการลงทุนในโครงการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีสะอาดและการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และปรับตัวให้พร้อมรับมือกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นความท้าทายเชิงระบบที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชน ณ ห้องประชุม 802 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย</p>
<p><span id="more-40355"></span></p>
<p>โดย<strong>ภาคอุตสาหกรรมซึ่งเป็นหนึ่งในภาคส่วนหลักที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง จะได้รับการสนับสนุนใน 2 มิติหลัก ได้แก่  </strong>1<strong>. การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Mitigation) </strong>ผ่านการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด การปรับเปลี่ยนเครื่องจักรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การลงทุนในพลังงานหมุนเวียน และการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดของเสีย    และ<strong>2. การปรับตัวเพื่อรับมือ (Adaptation)</strong> เช่น การออกแบบระบบการผลิตและโลจิสติกส์ให้มีความยืดหยุ่นและทนทานต่อภัยพิบัติ การจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน และการพัฒนาโครงการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม เช่น การปลูกต้นไม้และกิจกรรมคาร์บอนเครดิต Transition Finance ภายใต้ความร่วมมือนี้จะไม่ใช่เพียงแค่แหล่งเงินทุนทั่วไป แต่ยังครอบคลุมถึงการให้คำปรึกษา การประเมินความเหมาะสมของโครงการ ตลอดจนการเชื่อมโยงกับกลไกตลาดคาร์บอนเครดิตและมาตรฐานสากล เพื่อสร้างความโปร่งใสและประสิทธิภาพสูงสุดในการใช้เงินทุน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40357" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/fti-x-tba-02.jpg" alt="ประกอบ เพียรเจริญ" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/fti-x-tba-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/fti-x-tba-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/fti-x-tba-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/fti-x-tba-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ประกอบ เพียรเจริญ</span> รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ และวาณิชธนกิจ บมจ. ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ผู้แทนสมาคมธนาคารไทย </strong> กล่าวว่า บทบาทของสถาบันการเงินในวันนี้เปลี่ยนไปจากเดิมที่เป็นเพียงผู้ให้สินเชื่อ แต่ต้องเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างเศรษฐกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างยั่งยืน โดยธนาคารพาณิชย์ได้ร่วมกันออกแบบผลิตภัณฑ์สินเชื่อเพื่อความยั่งยืน ซึ่งจะถูกส่งต่อไปยังผู้ประกอบการที่มีศักยภาพผ่านช่องทางของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โดยมีเป้าหมายวงเงินสินเชื่อในเฟสแรก รวมไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรม สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อพัฒนาโครงการที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ บนพื้นฐานของความรับผิดชอบต่อโลกและสังคม เราเชื่อว่าการลงทุนในวันนี้จะช่วยลดความเสี่ยงในอนาคตและสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจไทยได้อย่างแท้จริง</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40358" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/fti-x-tba-03.jpg" alt="เกรียงไกร เธียรนุกุล" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/fti-x-tba-03.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/fti-x-tba-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/fti-x-tba-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/fti-x-tba-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">เกรียงไกร เธียรนุกุล</span> ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)  </strong>กล่าวว่า ความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคอุตสาหกรรมไทย ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนสีเขียวได้ง่ายขึ้น เพื่อลงทุนในเทคโนโลยีสะอาดและระบบการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับ นโยบาย 4 GO ของ ส.อ.ท. โดยเฉพาะ GO Green ที่มุ่งขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทยสู่การผลิตที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และรักษาสมดุลสิ่งแวดล้อม นอกจากจะช่วยลดต้นทุนระยะยาว ยังเป็นการยกระดับศักยภาพการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยในตลาดโลก ที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนมากขึ้น เชื่อว่าความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการเปลี่ยนผ่านภาคอุตสาหกรรมไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40359" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/fti-x-tba-04.jpg" alt="ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/fti-x-tba-04.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/fti-x-tba-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/fti-x-tba-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/fti-x-tba-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช</span> ประธานสถาบันการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) </strong>กล่าวว่า ประเทศไทยปล่อยก๊าซเรือนกระจกประมาณ 350 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี โดยภาคพลังงานและอุตสาหกรรมรวมกันมีสัดส่วนมากกว่า 75% แม้จะคิดเป็นเพียงไม่ถึง 1% ของการปล่อยทั่วโลก แต่หากเราสามารถเปลี่ยนความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศให้เป็นโอกาสในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน ก็จะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระยะยาว</p>
<p>ในขณะเดียวกัน เรากำลังเผชิญแรงกดดันจากมาตรการสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ เช่น มาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป หรือ Carbon Border Adjustment Mechanism (CBAM)  ของสหภาพยุโรป ซึ่งกระทบการส่งออกสินค้ามูลค่ากว่า 3 แสนล้านบาทต่อปี แม้สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์จะทำให้บางอย่างล่าช้า แต่สุดท้ายมาตรการเหล่านี้จะถูกบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบ ดังนั้น การเตรียมความพร้อมล่วงหน้าจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพราะการเปลี่ยนผ่านต้องใช้เวลา</p>
<p>ทั้งนี้ หลายประเทศได้พัฒนากลไกสนับสนุน Transition Finance ที่ตอบโจทย์บริบทของตน เช่น ญี่ปุ่นมีแนวทาง Basic Guidelines on Climate Transition Finance สำหรับอุตสาหกรรมที่ยังใช้พลังงานดั้งเดิมแต่มีแผนลดคาร์บอนในระยะยาว สหภาพยุโรปมี EU Green Taxonomy ควบคู่ Just Transition Mechanism และสิงคโปร์มี Green and Sustainability-Linked Loan Grant Scheme เพื่อเร่งการเข้าถึงสินเชื่อของภาคธุรกิจ โดยเฉพาะ SMEs</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40360" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/fti-x-tba-05.jpg" alt="ส.อ.ท.จับมือสมาคมธนาคารไทย จัดตั้งสินเชื่อเพื่อการเปลี่ยนผ่าน เฟสแรก 5,000 ล้านบาท หนุน SME ไทยสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/fti-x-tba-05.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/fti-x-tba-05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/fti-x-tba-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/fti-x-tba-05-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>สำหรับประเทศไทย ความท้าทายสำคัญ คือ การขาดข้อมูลและการสนับสนุนทางเทคนิคที่เป็นระบบ ส่วนหนึ่งของภารกิจของสถาบันฯ คือ การสนับสนุนผู้ประกอบการโดยเฉพาะ SMEs ให้เข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง พัฒนาบัญชีคาร์บอน และปรับกระบวนการผลิตให้สอดคล้องกับเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) และในวันนี้ เราได้ก้าวไปอีกขั้น ด้วยการทำหน้าที่เป็นกลไกกลางในการเชื่อมโยงภาคอุตสาหกรรมกับภาคการเงิน จัดหา Transition Finance และร่วมสนับสนุนการให้ข้อมูล บริการให้คำปรึกษา เพื่อขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทยสู่ความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม”</p>
<p>ความร่วมมือนี้นับเป็นต้นแบบของการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาคการเงินและภาคอุตสาหกรรม เพื่อเดินหน้าประเทศไทยสู่เป้าหมายการเป็นเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำที่มีความมั่นคงและแข่งขันได้ในระดับสากล</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/fti-x-tba/">ส.อ.ท.จับมือสมาคมธนาคารไทย จัดตั้งสินเชื่อเพื่อการเปลี่ยนผ่าน เฟสแรก 5,000 ล้านบาท หนุน SME ไทยสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/fti-x-tba/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ส.อ.ท.ผนึกกำลัง 9 พันธมิตร บูรณาการบริหารจัดการน้ำ รับมือความท้าทายในอนาคต</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/fti-news-update-052025/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/fti-news-update-052025/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 09 May 2025 08:46:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[MOU]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหารจัดการน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ทรัพยากรน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=39122</guid>

					<description><![CDATA[<p>สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ 9 หน่วยงานหลักด้านน้ำ ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ,กรมชลประทาน, กรมทรัพยากรน้ำ, กรมทรัพยากรน้ำบาดาล, สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.), กรมอุตุนิยมวิทยา, กรมควบคุมมลพิษ, การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) และสมาคมนิคมอุตสาหกรรมไทย   เพื่อเร่งผลักดันการบริหารจัดการน้ำอย่างบูรณาการ ภายใต้แนวคิด “น้ำมั่นคง น้ำยั่งยืน” สะท้อนความมุ่งมั่นของทุกภาคส่วนในการสร้างระบบเศรษฐกิจน้ำที่พร้อมรับมือกับความท้าทายของอนาคต ไม่ว่าจะเป็นภัยแล้ง น้ำท่วม หรือผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/fti-news-update-052025/">ส.อ.ท.ผนึกกำลัง 9 พันธมิตร บูรณาการบริหารจัดการน้ำ รับมือความท้าทายในอนาคต</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)</strong> ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ 9 หน่วยงานหลักด้านน้ำ <strong>ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ,กรมชลประทาน, กรมทรัพยากรน้ำ, กรมทรัพยากรน้ำบาดาล, สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.), กรมอุตุนิยมวิทยา, กรมควบคุมมลพิษ, การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) </strong>และ<strong>สมาคมนิคมอุตสาหกรรมไทย </strong>  เพื่อเร่งผลักดันการบริหารจัดการน้ำอย่างบูรณาการ<strong> ภายใต้แนวคิด “น้ำมั่นคง น้ำยั่งยืน” </strong>สะท้อนความมุ่งมั่นของทุกภาคส่วนในการสร้างระบบเศรษฐกิจน้ำที่พร้อมรับมือกับความท้าทายของอนาคต ไม่ว่าจะเป็นภัยแล้ง น้ำท่วม หรือผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์</p>
<p><span id="more-39122"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39124" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/fti-news-update-052025-02.jpg" alt="ดร.ชนะ ภูมี" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/fti-news-update-052025-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/fti-news-update-052025-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/fti-news-update-052025-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/fti-news-update-052025-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ดร.ชนะ ภูมี</span> ประธานสถาบันน้ำและสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) </strong>กล่าวว่า สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เล็งเห็นถึงความสำคัญอย่างยิ่งของการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพต่อการเติบโตของภาคอุตสาหกรรม และความยั่งยืนของเศรษฐกิจโดยรวม เราต้องยกระดับประสิทธิภาพการใช้น้ำและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจจากทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง</p>
<p>ข้อมูลจากสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สนทช.) ปี 2564 ชี้ให้เห็นว่า ประเทศไทยยังมีประสิทธิภาพการใช้น้ำเฉลี่ยเพียง 7.5 ดอลลาร์สหรัฐต่อลูกบาศก์เมตร หรือประมาณ 238 บาท (คิดจากอัตราแลกเปลี่ยน 31.76 บาทต่อดอลลาร์) ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลกถึงเกือบ 3 เท่า โดยเฉพาะในภาคเกษตรกรรมซึ่งมีการใช้น้ำถึง 75% ของประเทศ แต่สร้างมูลค่าเพียง 11.4 บาท/ลบ.ม. ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมและบริการ ใช้น้ำน้อยกว่า (รวม 25%) แต่สร้างมูลค่าสูงถึง 1,059 และ 931 บาท/ลบ.ม. ตามลำดับ สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสในการพัฒนาและเพิ่มมูลค่าจากการใช้ทรัพยากรน้ำที่มีอยู่อย่างจำกัด และความจำเป็นในการวางแผนจัดการทรัพยากรน้ำอย่างรอบด้าน เพื่อตอบโจทย์ทั้งด้านเศรษฐกิจ การอุปโภคบริโภค และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน</p>
<p>“เรากำลังเผชิญกับโจทย์ใหญ่ด้านทรัพยากรน้ำในทุกมิติ การร่วมมือกันในวันนี้คือจุดเริ่มต้นสำคัญของการขับเคลื่อนให้การจัดการน้ำไม่ใช่เพียงเรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง แต่คือภารกิจร่วมของทั้งสังคมไทย ที่สะท้อนถึงความตระหนักร่วมกันของทุกภาคส่วน ต่อความสำคัญของการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน ท่ามกลางความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การเติบโตทางเศรษฐกิจ และความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้น แม้ประเทศไทยจะมีประสบการณ์ในการรับมือกับปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งมาโดยตลอด แต่การผนึกกำลังครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบบริหารจัดการน้ำของประเทศอย่างรอบด้าน เพื่อสร้างระบบบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพ ครอบคลุม และยั่งยืน”<strong>ดร.ชนะ</strong> กล่าว</p>
<p>สำหรับการขับเคลื่อนการบริหารจัดการน้ำของประเทศ จะมีการดำเนินงานผ่าน 5 เสาหลักสำคัญ ได้แก่</p>
<ol>
<li><strong>สมดุลน้ำและข้อมูล (Water Balance &amp; Data):</strong> ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนข้อมูล การติดตาม ประเมิน และคาดการณ์สถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพ</li>
<li><strong>การบริหารจัดการเชิงระบบ (Systematic Management):</strong> สนับสนุนข้อมูลและการบริหารจัดการแบบบูรณาการ สร้างสมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทานของน้ำทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ</li>
<li><strong>องค์ความรู้และนวัตกรรม (Water Innovation):</strong> ส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีและองค์ความรู้ผ่านการฝึกอบรมและศึกษาดูงานทั้งในและต่างประเทศ</li>
<li><strong>เครือข่าย WARROOM ระดับพื้นที่ (Local Water War Room):</strong> ยกระดับการทำงานร่วมกันในระดับพื้นที่ด้วยการสร้างเครือข่ายแลกเปลี่ยนข้อมูลและการประเมินสถานการณ์น้ำ</li>
<li><strong>การสื่อสารข้อมูล (Water Communication):</strong> สังเคราะห์และนำเสนอข้อมูลสถานการณ์น้ำและแนวทางการบริหารจัดการความเสี่ยงให้เข้าใจง่ายและเข้าถึงทุกกลุ่มเป้าหมาย</li>
</ol>
<p>ความร่วมมือครั้งนี้มีพันธมิตรจาก 3 กลุ่มหลัก ได้แก่</p>
<ul>
<li><strong>ด้านนโยบายและแหล่งน้ำ:</strong> สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC), กรมชลประทาน, กรมทรัพยากรน้ำ, กรมทรัพยากรน้ำบาดาล</li>
<li><strong>ด้านข้อมูลและการพยากรณ์:</strong> สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.), กรมอุตุนิยมวิทยา, กรมควบคุมมลพิษ</li>
<li><strong>ด้านการใช้น้ำและภาคเอกชน:</strong> การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.), สมาคมผู้ประกอบการนิคมอุตสาหกรรมเอกชน, สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)</li>
</ul>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39125" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/fti-news-update-052025-03.jpg" alt="ส.อ.ท.ผนึกกำลัง 9 พันธมิตร บูรณาการบริหารจัดการน้ำ รับมือความท้าทายในอนาคต" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/fti-news-update-052025-03.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/fti-news-update-052025-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/fti-news-update-052025-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/fti-news-update-052025-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>อย่างไรก็ตามการขับเคลื่อนในครั้งนี้ มีเป้าหมายสำคัญเพื่อยกระดับศักยภาพในการบริหารจัดการน้ำ (Water Management) และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจากการใช้น้ำ (Water Productivity) อย่างยั่งยืน โดยเฉพาะในพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศ เช่น เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ลุ่มน้ำแม่กลอง และลุ่มน้ำท่าจีน เพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจ ลดความเสี่ยง และเสริมสร้างความมั่นคงด้านน้ำในระยะยาว พร้อมกันนี้ ส.อ.ท. เชื่อมั่นว่าความร่วมมือในครั้งนี้ จะเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการบริหารจัดการน้ำของประเทศไปสู่ความยั่งยืน สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยอย่างแท้จริง</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/fti-news-update-052025/">ส.อ.ท.ผนึกกำลัง 9 พันธมิตร บูรณาการบริหารจัดการน้ำ รับมือความท้าทายในอนาคต</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/fti-news-update-052025/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ส.อ.ท. เปิดตัวสถาบัน CISPI ส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และซอฟต์พาวเวอร์ไทย</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/cispi/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/cispi/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 15 Jan 2025 01:29:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[CISPI]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบัน CISPI]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ]]></category>
		<category><![CDATA[สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=37440</guid>

					<description><![CDATA[<p>สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) จัดงานแถลงข่าวเปิดตัว “สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และซอฟต์พาวเวอร์” หรือ Creative Industry and Soft Power Institute (CISPI) โดยได้รับเกียรติจากนายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ประธานกรรมการคณะพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ เข้าร่วมงานเปิดตัวพร้อมกล่าวแสดงวิสัยทัศน์การพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ  โดย (CISPI) ภายใต้สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ถูกจัดตั้งขึ้น มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเชื่อมโยงภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวเนื่องในการสร้างระบบนิเวศ (Enabling Ecosystem) ของอุตสาหกรรมไทยสู่อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ด้วยซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) ซึ่งจะรวมถึงวัฒนธรรม (Culture) ประเพณีที่ตกทอด&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/cispi/">ส.อ.ท. เปิดตัวสถาบัน CISPI ส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และซอฟต์พาวเวอร์ไทย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) จัดงานแถลงข่าวเปิดตัว “สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และซอฟต์พาวเวอร์” หรือ Creative Industry and Soft Power Institute (CISPI) โดยได้รับเกียรติจากนายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ประธานกรรมการคณะพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ เข้าร่วมงานเปิดตัวพร้อมกล่าวแสดงวิสัยทัศน์การพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ  โดย (CISPI) ภายใต้สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ถูกจัดตั้งขึ้น มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเชื่อมโยงภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวเนื่องในการสร้างระบบนิเวศ (Enabling Ecosystem) ของอุตสาหกรรมไทยสู่อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ด้วยซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) ซึ่งจะรวมถึงวัฒนธรรม (Culture) ประเพณีที่ตกทอด (Heritage) และภูมิปัญญา (Wisdom) ของไทย เพื่อผลักดันให้เป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ (New Growth Engine) ที่จะช่วยผลักดันเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศสู่อุตสาหกรรมยุคใหม่ที่เพิ่มคุณค่าและมูลค่าด้วยอัตลักษณ์ไทย ตลอดจนส่งเสริมเรื่องการสร้างแบรนด์ของสินค้าไทยเพื่อให้สามารถแข่งขันในเวทีโลกระยะยาว</strong></p>
<p><span id="more-37440"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37442" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/CISPI-02.jpg" alt="นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/CISPI-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/CISPI-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/CISPI-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/CISPI-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี</span> ประธานคณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ</strong> ได้กล่าวถึงนโยบายของรัฐบาลในการเพิ่มความสามารถการแข่งขันและวางรากฐานสู่การพัฒนาประเทศในอนาคตว่า มีองค์ประกอบที่สำคัญ คือ การส่งเสริมยกระดับภูมิปัญญาไทย ไปสู่วัฒนธรรมสร้างสรรค์ (Creative Culture) เพื่อส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) ของประเทศ ซึ่งในการนี้ THACCA (Thailand Creative Culture Agency)จะเป็นหน่วยงานกลางที่ทำหน้าที่ส่งเสริมอุตสาหกรรมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ทั้งระบบ เพื่อให้ไทยก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลาง ผ่านวัฒนธรรมสร้างสรรค์ (Creative Culture) และเป็นหนึ่งในผู้นำด้านซอฟต์พาวเวอร์ระดับโลก</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37443" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/CISPI-03.jpg" alt="เกรียงไกร เธียรนุกุล " width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/CISPI-03.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/CISPI-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/CISPI-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/CISPI-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">เกรียงไกร เธียรนุกุล</span> ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า </strong>เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบมากมายจากการเปลี่ยนแปลงระดับโลกที่สร้างความท้าทายในช่วงเวลาที่ผ่านมา เช่น สงครามการค้า ปัญหาทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงก้าวกระโดดทางเทคโนโลยี การก่อจารกรรมทางไซเบอร์ เป็นต้น อีกทั้งความท้าทายเหล่านี้ มีแนวโน้มส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมไทยปี 2568 ในหลายๆ ด้านทั้งปัจจัยด้านบวกและลบ โดย ส.อ.ท. ตระหนักถึงความสำคัญของอุตสาหกรรมที่จะกลายเป็นดาวเด่นในปีนี้และอนาคต ซึ่งอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่ขับเคลื่อนด้วยนโยบาย Soft Power ถือเป็นหนึ่งในนั้น เพราะมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อภาคเศรษฐกิจการท่องเที่ยวที่ถือว่าเป็นแรงส่งทางเศรษฐกิจที่สำคัญ“ในแง่ของการพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ด้วยซอฟต์พาวเวอร์ไทย ประเทศไทยถือว่ามีความโดดเด่นในเรื่องของวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ การผลิตที่ละเอียดลออ งดงามผ่านความคิดสร้างสรรค์ และไทยมีโอกาสในการสร้างอุตสาหกรรมการผลิตสู่อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ซึ่งมีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงถึง 1.46 ล้านล้านบาท และคาดว่าจะมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ปี” ปัจจัยที่มีผลต่ออุตสาหกรรมในปี2025 ในด้านลบยัยังคงมองเป็น 1 นโยบายทรัมป์ 2.0 ที่สร้างแรงกดดันต่อเศรษฐกิจและการค้าโลกเกิดมาตรการกีดกันทางการค้า 2. ปัญหาสินค้าตลาดทุ่มตลาด (Anti-dumping: AD) ที่เป็นมาตรการทางการค้าที่ประเทศผู้นำเข้าใช้เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมภายในที่ได้รับความเสียหาย ลดทอนขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ 3. ต้นทุนการผลิตที่ยังอยู่ในระดับสูง อาทิ ค่าแรง ราคาพลังงาน ราวัตถุดิบรวมถึงภาระหนี้ครัวเรือนและหนี้ธุรกิจกระทบกำลังซื้อภายในประเทศและสภาพคล่องทางการเงิน และ 4.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงภัยธรรมชาติ ที่ส่งผลต่อผลผลิตทางการเกษตรที่อาจจะลดลงได้  แต่อย่างไรก็ดีปัจจัยที่มีผลต่ออุตสาหกรรในเชิงบวก ได้แก่ 1. การส่งปรับตัวได้ดีขึ้นสามารถฟื้นตัวตามทิศทางการค้าโลกและแรงส่งจากวัฎจักรขาขึ้นของสินค้าอิเล็กรอนิกส์  2. การลงทุนมีการขยายตัวได้อย่างต่อเนื่องจากการจัดระเบียบ Supply Chain ใหม่ของโลกรวมถึงการกระจายฐานการผลิต 3. ภาคการท่องเที่ยวฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง จะเห็นได้จากจำนวนนักท่องเที่ยวเที่ยวต่างชาติ เพิ่มขึ้นใกล้เคียงจากช่วงก่อนโควิด ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายต่อหัวและ 4.นโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่ส่งผลให้เศรษฐกิจเติบโตใน 5 มิติ ได้แก่ อสังหาฯ การเกศตร การบริโภค การลงทุน-ท่องเที่ยว</p>
<p>อีกทั้งอุตสาหกรรมดาวเด่นในปี 2025 ที่มาอันดับ 1 ยังคงเป็นเรื่องอุตสาหกรรมอาหาร ที่สามารถเพิ่มโอกาสการขยายตัว กลุ่ม Future Food ที่คาดว่าจะสามารถส่งออกขยายตัวได้ถึง +7.3% YoY ดาวเด่นที่2 คือ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ถือว่าได้รับอานิสงส์มาจากการย้านฐานผลิตมาลงทุนไทย คาดการผลิตขยายตัว +9.12% YoY ภาคการส่งออกขยายตัวได้ถึง +10-12%  3. อุสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าที่มีการเข้ามาลงทุนตั้งฐานการผลิต EV และโอกาสพัฒนา Future CEที่สามารถประเมินยอดขายได้ถึง 2.1 แสนคัน คิดเป็น30% ของยอดขายในประเทศ 4. อุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน เติบโตจากการเพิ่มสัดส่วนตามเป้าหมาย Net Zero Emission ที่คาดว่าการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนจะขยายตัวราว 5% YoY และ 5. อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ตามนโยบายขับเคลื่อน Soft Power และ Digital Economy ตั้งเป้าหมายนักท่องเที่ยวต่างชาติ 39 ล้านคน จากแรงส่งสำคัญในปี2024 ที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสม 35.54 ล้านคน มูลค่าเติบโต 26.27% YoY แบ่งเป็นรายได้จากนักท่องเที่ยว ต่างชาติ 1.67 ล้านล้านบาท คนไทย 0.95 ล้านล้านบาท ที่ครองอันดับ1ยังคงเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีน 6,733,165 คน แต่อย่างไรก็ดียังคงอยู่ในระดับที่น้อยเมื่อเที่ยบกับช่วงก่อนโควิด ดังนั้นต้องเร่งมาตรการพัฒนาอุสาหกรรมสร้างสรรค์ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลกให้เกิดการเดินทางเข้ามาในประเทศ จะสามารถเพิ่มสัดส่วน GDP ให้กับประเทศได้ อีกทั้งยังเน้นย้ำการพัฒนาอุตสาหกรรมผ่านแนวทาง <strong>4</strong><strong> Go</strong>  Goที่ 1 คือ <strong>GO Digital &amp;AI</strong> โดยการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยในการเข้าถึง วิเคราะห์กลุ่มลูกค้า หรือการอำนวยความสะดวกและประชาสัมพันธ์ Soft power AR&amp;VR Technology  <strong>2. </strong><strong>Go Innovation</strong> คือการนำนวัตกรรมสมัยใหม่มาสร้างสรรค์และการแปรรูปสินค้าเพื่อเพิ่มมูลค่าทาบการตลาด รวมถึงพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้ทันสมัยมากชึ้น <strong>3.</strong><strong> GO Green</strong> คือ ปรับกระบวนการการผลิตและใช้วัตถุดิบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างจุดแข็งของสินค้าผ่านกระแสรักษ์โลก และ<strong>4.</strong><strong> Go Global </strong> คือการพัฒนามาตรฐานสินค้าในระดับสากล และมีการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ รวมทั้งการสนับสนุนการตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ การเปิดตลาดต่างประเทศและจัดกิจกรรมระดับโลก เป็นต้น</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37444" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/CISPI-04.jpg" alt="พิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/CISPI-04.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/CISPI-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/CISPI-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/CISPI-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">พิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล</span> ประธานสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และซอฟต์พาวเวอร์ </strong>กล่าวว่า ภายใต้บริบทของความเปลี่ยนแปลงระดับโลกที่ท้าทายและส่งผลต่อระบบโครงสร้างทางเศรษฐกิจของประเทศไทย ภารกิจของสถาบันฯ คือ การผลักดันเอกลักษณ์ไทย โดยสร้างแบรนด์ Thailand as a Brand และหา Product Champion รวมทั้งสร้างระบบนิเวศแห่งความร่วมมือ โดยในระยะเริ่มต้น สถาบันฯ ได้กำหนด 6 กลุ่มงานนำร่องในการพัฒนา ได้แก่ อาหาร แฟชั่น อัญมณี เกม ความเป็นอยู่ที่ดี (Wellness) และซอฟต์พาวเวอร์ภูมิภาค โดยมีรายละเอียดดังนี้</p>
<p>1) อาหาร เป้าหมาย คือ อาหารไทยสู่ Top 10 โลก โดยใช้ “THAI SELECT” ของกระทรวงพาณิชย์เป็น Umbrella Brand รับรองมาตรฐานรสชาติอาหารไทย ตั้งแต่ระดับปลายน้ำ คือ ร้านอาหาร จนถึงต้นน้ำของซัพพลายเชน คือ วัตถุดิบ เครื่องปรุงอาหารไทยที่มาจากภาคการเกษตร โดยมีโครงการฟู้ดวัลเลย์ (Food Valley) และโครงการอุตสาหกรรมเกษตรอัจฉริยะ หรือ Smart Agriculture Industry (SAI) ของ ส.อ.ท. ร่วมพัฒนา</p>
<p>2) แฟชั่น เป้าหมาย คือ การสร้างแบรนด์แฟชั่นไทย สู่ Top 10 โลก โดยพัฒนาร่วมกับผู้ออกแบบและซัพพลายเชน ตลอดจนส่งเสริมการทำนวัตกรรมในอุตสาหกรรมแฟชั่น การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการออกแบบ ตลอดจนการพัฒนาวัสดุที่ยั่งยืน</p>
<p>3) อัญมณี มีหมุดหมายให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านอัญมณีและเครื่องประดับ (Gem &amp; Jewelry)</p>
<p>4) เกม มีเป้าหมายทดแทนเกมนำเข้าด้วยเกมไทยในสัดส่วน 10% ของยอดนำเข้า ซึ่งประเมินมูลค่าได้ถึงเกือบ 4 หมื่นล้านบาท โดยนักสร้างสรรค์เกมไทยที่มีศักยภาพ</p>
<p>5) ความเป็นอยู่ที่ดี (Wellness) มีเป้าหมายเพื่อนำเสน่ห์แห่ง Wellness ของไทยให้เป็นแบรนด์ที่สร้างความประทับใจและพึงพอใจทั่วโลก</p>
<p>6) ซอฟต์พาวเวอร์ภูมิภาค ด้วยการสร้างโมเดลผ่านการสร้างสื่อเข้าถึงง่าย ทั้งทางรายการโทรทัศน์และช่องทางออนไลน์ เป็นรายจังหวัดสู่สาธารณะในวงกว้าง การแนะนำ Soft Power ของจังหวัดในรูปแบบคนท้องถิ่น รวมทั้งการแนะนำผลิตภัณฑ์อัตลักษณ์ของจังหวัดและกำหนดแบรนด์</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37445" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/CISPI-05.jpg" alt="ส.อ.ท. เปิดตัวสถาบัน CISPI ส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และซอฟต์พาวเวอร์ไทย" width="750" height="562" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/CISPI-05.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/CISPI-05-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/CISPI-05-150x112.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/CISPI-05-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>“ขอขอบคุณภาครัฐที่ให้ความสำคัญต่อสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โดยแต่งตั้งกรรมการเป็นผู้แทนในคณะยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติและคณะพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติและแต่งตั้งผู้แทนเป็นอนุกรรมการในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร แฟชั่น เกม และ Wellness ตลอดจนส่งเสริมให้มีผู้แทนร่วมในทั้ง 12 กลุ่มอุตสาหกรรมเพื่อความคล่องตัวในการประสานงาน สถาบัน CISPI พร้อมสร้าง Enabling Eco-system เพื่อเป็น New Growth Engine ของอุตสาหกรรมไทย ด้วย Soft Power ไทยตามแนวคิด Thainess: High Tech to High Touch จากความเก่าเก๋าที่มี เป็นความใหม่ที่สร้างสรรค์ ทำอัตลักษณ์ไทยให้จดจำง่าย สร้างความพึงพอใจและความสุขสู่โลก” <strong>พิมพ์ใจ</strong> กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37446" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/CISPI-06.jpg" alt="ส.อ.ท. เปิดตัวสถาบัน CISPI ส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และซอฟต์พาวเวอร์ไทย" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/CISPI-06.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/CISPI-06-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/CISPI-06-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/CISPI-06-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/cispi/">ส.อ.ท. เปิดตัวสถาบัน CISPI ส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และซอฟต์พาวเวอร์ไทย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/cispi/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ส.อ.ท. ผนึกองค์กรเครือข่ายสิ่งแวดล้อมเตรียมจัดงาน Enwast Expo 2024 ชูแนวคิด “ร่วมขับเคลื่อนสู่โลกที่ดีกว่า</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/fti-enwast-expo-2024/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/fti-enwast-expo-2024/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 14 Aug 2024 04:10:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Enwast Expo 2024]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการของเสีย]]></category>
		<category><![CDATA[สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมการจัดการสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=35205</guid>

					<description><![CDATA[<p>สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ผนึกเครือข่ายด้านสิ่งแวดล้อมเตรียมจัดใหญ่ EnwastExpo 2024 (Environmental &#38; Waste Management Expo 2024) งานแสดงสินค้าบริการและสัมมนาด้านสิ่งแวดล้อม และการจัดการของเสีย ชูแนวคิด “ร่วมขับเคลื่อนสู่โลกที่ดีกว่า Episode 2: Future We Care” ระหว่างวันที่ 13-15 พฤศจิกายน 2567 ณ อาคาร 5-6 อิมแพ็ค เมืองทองธานี  เกรียงไกร&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/fti-enwast-expo-2024/">ส.อ.ท. ผนึกองค์กรเครือข่ายสิ่งแวดล้อมเตรียมจัดงาน Enwast Expo 2024 ชูแนวคิด “ร่วมขับเคลื่อนสู่โลกที่ดีกว่า</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ผนึกเครือข่ายด้านสิ่งแวดล้อมเตรียมจัดใหญ่ EnwastExpo 2024 (Environmental &amp; Waste Management Expo 2024) งานแสดงสินค้าบริการและสัมมนาด้านสิ่งแวดล้อม และการจัดการของเสีย ชูแนวคิด “ร่วมขับเคลื่อนสู่โลกที่ดีกว่า Episode 2: Future We Care” ระหว่างวันที่ 13-15 พฤศจิกายน 2567 ณ อาคาร 5-6 อิมแพ็ค เมืองทองธานี </strong></p>
<p><span id="more-35205"></span></p>
<p style="text-align: center;"><strong><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35207" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/FTI-Enwast-Expo-2024-02.jpg" alt="เกรียงไกร เธียรนุกุล" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/FTI-Enwast-Expo-2024-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/FTI-Enwast-Expo-2024-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/FTI-Enwast-Expo-2024-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/FTI-Enwast-Expo-2024-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></strong></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;"> เกรียงไกร เธียรนุกุล</span> ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)</strong> กล่าวว่า ปัจจุบันปริมาณขยะและกากของเสียเพิ่มขึ้นทุกๆ ปี จากข้อมูลของกระทรวงอุตสาหกรรม ในปี 2566 พบว่า ภาคอุตสาหกรรมได้สร้างปริมาณกากอุตสาหกรรมขึ้นปีละ 25 ล้านตัน โดยในจำนวนนี้ประกอบไปด้วยกากอุตสาหกรรมที่ไม่อันตราย และที่เป็นอันตราย นอกจากนี้ จากข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษในปี 2566 พบว่าประเทศไทยมีขยะชุมชนประมาณ 30 ล้านตัน ซึ่งเป็นผลมาจากสถานการณ์สิ่งแวดล้อมโลกที่เปลี่ยนไป ส่วนหนึ่งเกิดจากการเพิ่มขึ้นของประชากรโลก ทำให้ต้องหาวิธีผลิตสินค้าอุปโภค บริโภคให้เพียงพอ ซึ่งทำให้เกิดขยะและกากของเสียที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นทุกๆ ปี ดังนั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการจัดการขยะหรือกากอุตสาหกรรมเหล่านี้อย่างถูกวิธี ให้สอดคล้องตามแนวทาง BCG (Bio-Circular-Green) และ SDG (Sustainable Development Goals) รวมไปถึงการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมการจัดการทางด้านสิ่งแวดล้อม</p>
<p>“สำหรับนโยบายของ ส.อ.ท. ในระหว่างปี 2567-2569 จะมุ่งเน้นเรื่องการส่งเสริมความรู้และขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม  การยกระดับระบบการบริหารจัดการของเสียอุตสาหกรรมให้ได้มาตรฐานระดับสากล การผลักดันและขับเคลื่อนแพลตฟอร์มการใช้ประโยชน์วัสดุหมุนเวียน หรือ Circular Material Hub ให้เกิดการใช้ประโยชน์จากวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว มาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่” <strong>เกรียงไกร</strong> กล่าว</p>
<p>นอกจากนี้  ส.อ.ท. ยังส่งเสริมให้สมาชิกใน ส.อ.ท. ดำเนินการจัดการกากอุตสาหกรรมให้ถูกต้องตามหลักวิธี และเป็นไปตามกฎหมาย โดยส่งเสริมให้สมาชิกใช้บริการจากบริษัทฯ ที่ได้รับรองมาตรฐาน Eco Factory for Waste Processor หรือบริษัทที่มีมาตรฐานการจัดการกากอุตสาหกรรมที่ดี</p>
<p>“ส.อ.ท. จะต้องเร่งปรับโครงสร้างการผลิตของไทย โดยผลักดันให้สมาชิกมีการผลิตสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูง ตอบโจทย์เทรนด์ใหม่ๆ ของโลกเพื่อความยั่งยืน โดยใช้พลังงานสะอาด สู่การเป็นอุตสาหกรรมสีเขียว ตาม BCG Model และเป็นอุตสาหกรรมที่ช่วยลดโลกร้อน ปล่อยก๊าซคาร์บอนเป็นศูนย์ (Net Zero) เพื่อสร้างมูลค่าเศรษฐกิจใหม่ให้กับประเทศไทยให้สามารถขับเคลื่อนผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ให้ขยายตัวได้ไม่ตํ่ากว่า 5% ต่อปีในอนาคต เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน”<strong> เกรียงไกร</strong> กล่าว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35208" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/FTI-Enwast-Expo-2024-03.jpg" alt="ธนาธร ตรงสิทธิวิทู" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/FTI-Enwast-Expo-2024-03.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/FTI-Enwast-Expo-2024-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/FTI-Enwast-Expo-2024-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/FTI-Enwast-Expo-2024-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ธนาธร ตรงสิทธิวิทู</span> ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมการจัดการสิ่งแวดล้อม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) </strong>กล่าวว่า กลุ่มอุตสาหกรรมการจัดการสิ่งแวดล้อม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย  มีพันธกิจที่สำคัญในการขับเคลื่อนมาตรฐานการจัดการกากอุตสาหกรรมของประเทศไทยพัฒนาไปในระดับสากล โดยให้กลุ่มอุตสาหกรรมการจัดการเพื่อสิ่งแวดล้อมเป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับในสังคม ตลอดจนขยายเครือข่ายพันธมิตรและสมาชิกที่มีคุณภาพให้กับกลุ่มอุตสาหกรรมการจัดการเพื่อสิ่งแวดล้อม จึงได้ร่วมกับองค์กรเครือข่ายด้านสิ่งแวดล้อม จัดงานดังกล่าวขึ้นภายใต้ธีม ร่วมขับเคลื่อนสู่โลก ที่ดีกว่า <em> </em>Episode 2: Future We Care เพื่อนำเสนอสินค้าและบริการ เทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาใช้ในการจัดการทางด้านสิ่งแวดล้อม การจัดการกากของเสียอุตสาหกรรม การจัดการขยะชุมชน รวมไปถึงการจัดการของเสียที่เกิดจากภาคครัวเรือน</p>
<p>สำหรับไฮไลท์ภายในงาน ได้มีการเตรียมจัดแสดงสินค้า ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อม รวมทั้งมีการจัดสัมมนาและเวิร์คช้อป เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้ขั้นตอนการจัดการสิ่งแวดล้อมแบบ 360 องศา มีกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจกับคู่ค้าคุณภาพที่จะเข้ามาช่วยยกระดับมาตรฐานของธุรกิจตลอด 3 วัน โดยคาดว่าจะมีผู้เยี่ยมชมงานไม่ต่ำกว่า 10,000 คน ซึ่งประกอบด้วยเจ้าของธุรกิจ โรงงานอุตสาหกรรม หน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน และประชาชนผู้สนใจทั่วไป</p>
<p>“ปีนี้ได้ขยายพื้นที่การจัดงานเพิ่มขึ้นจากเดิม 5,000 ตร.ม. เป็น 8,000 ตร.ม. เพื่อรองรับความต้องการของผู้ประกอบการและองค์กรที่สนใจเข้าร่วมเป็นจำนวนมากกว่า 150 บริษัท สำหรับจำนวนพื้นที่จัดแสดงสินค้าในงานตอนนี้เหลือเพียง 30% เท่านั้น จึงอยากเชิญชวนผู้ประกอบการและองค์กรเครือข่ายด้านสิ่งแวดล้อมที่สนใจมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานครับ”<strong> ธนาธร</strong> กล่าว</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/fti-enwast-expo-2024/">ส.อ.ท. ผนึกองค์กรเครือข่ายสิ่งแวดล้อมเตรียมจัดงาน Enwast Expo 2024 ชูแนวคิด “ร่วมขับเคลื่อนสู่โลกที่ดีกว่า</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/fti-enwast-expo-2024/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ส.อ.ท. ออกมาตรฐานรับรองผู้รับบำบัดและรีไซเคิลของเสีย 16 แห่ง ป้องกันการกำจัดกากแคดเมียมที่ไม่ได้คุณภาพ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/fti-cadmium/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/fti-cadmium/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 17 Apr 2024 08:15:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มอุตสาหกรรมการจัดการเพื่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[กากอุตสาหกรรมอันตราย]]></category>
		<category><![CDATA[กากแคดเมียม]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันน้ำและสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=33422</guid>

					<description><![CDATA[<p>เกรียงไกร เธียรนุกุล ประธาน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) พร้อมด้วย มนตรี มหาพฤกษ์พงศ์ กรรมการ ส.อ.ท.  พรรรัตน์ เพชรภักดี รักษาการผู้อำนวยการใหญ่ ส.อ.ท. และ ธีระพล ติรวศิน ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมการจัดการเพื่อสิ่งแวดล้อม ส.อ.ท. แถลงข่าวปัญหาการขนกากแคดเมียม จากโรงงานถลุงแร่สังกะสีและแคดเมียม จังหวัดตากไปยังโรงงานที่ได้รับอนุญาตหลอมหล่ออลูมิเนียม ที่จังหวัดสมุทรสาคร ณ ห้องประชุม PASSION (802) ชั้น 8 อาคารปฏิบัติการเทคโนโลยีเชิงสร้างสรรค์&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/fti-cadmium/">ส.อ.ท. ออกมาตรฐานรับรองผู้รับบำบัดและรีไซเคิลของเสีย 16 แห่ง ป้องกันการกำจัดกากแคดเมียมที่ไม่ได้คุณภาพ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เกรียงไกร เธียรนุกุล ประธาน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) พร้อมด้วย มนตรี มหาพฤกษ์พงศ์ กรรมการ ส.อ.ท.  พรรรัตน์ เพชรภักดี รักษาการผู้อำนวยการใหญ่ ส.อ.ท. และ ธีระพล ติรวศิน ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมการจัดการเพื่อสิ่งแวดล้อม ส.อ.ท. แถลงข่าวปัญหาการขนกากแคดเมียม จากโรงงานถลุงแร่สังกะสีและแคดเมียม จังหวัดตากไปยังโรงงานที่ได้รับอนุญาตหลอมหล่ออลูมิเนียม ที่จังหวัดสมุทรสาคร ณ ห้องประชุม PASSION (802) ชั้น 8 อาคารปฏิบัติการเทคโนโลยีเชิงสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ ถนนนางลิ้นจี่</strong></p>
<p><span id="more-33422"></span></p>
<figure id="attachment_33424" aria-describedby="caption-attachment-33424" style="width: 792px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-33424" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/fti-cadmium-02.jpg" alt="ธีระพล ติรวศิน ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมการจัดการเพื่อสิ่งแวดล้อม ส.อ.ท. " width="792" height="528" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/fti-cadmium-02.jpg 792w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/fti-cadmium-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/fti-cadmium-02-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/fti-cadmium-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/fti-cadmium-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 792px) 100vw, 792px" /><figcaption id="caption-attachment-33424" class="wp-caption-text">ธีระพล ติรวศิน ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมการจัดการเพื่อสิ่งแวดล้อม ส.อ.ท.</figcaption></figure>
<p>สถาบันน้ำและสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน และ กลุ่มอุตสาหกรรมการจัดการเพื่อสิ่งแวดล้อม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยได้จัดข้อมูลสรุปได้ดังนี้ ในส่วนของผู้ก่อกำเนิดของเสีย (โรงงานถลุงแร่สังกะสีและแคดเมียม จังหวัดตาก) มีภาระความรับผิดตาม ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมปี 2566 โดยได้มีการดำเนินงานดังนี้</p>
<ul>
<li>ในกรณีนี้ มีการขออนุญาตนำของเสียออกนอกโรงงานกับอุตสาหกรรมจังหวัดแล้ว</li>
<li>มีการขนกากแคดเมียม จากโรงงานถลุงแร่สังกะสีและแคดเมียม จังหวัดตาก ซึ่งขุดขึ้นมาจากหลุมฝังกลบกากอันตราย (Hazardous waste) ของโรงงานต้นทาง ไปยังปลายทาง โรงงาน 106 ที่ได้รับอนุญาตหลอมหล่ออลูมิเนียม ที่จังหวัดสมุทรสาคร (ผู้รับบำบัดกำจัดกากอุตสาหกรรม (Waste Processor : WP) จำนวน 13,xxx ตัน ซึ่งในกรณีที่ของเสียยังไม่ได้รับการบำบัดกำจัดแล้วเสร็จ ผู้ก่อกำเนิดของเสีย (Waste Generator–WG) จึงยังมีภาระความรับผิดตาม ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมปี 2566</li>
<li>ตามรายงาน EIA ของโรงงานถลุงสังกะสี จังหวัดตาก ได้ระบุว่าเป็นกากอุตสาหกรรมอันตรายให้ฝังกลบแบบถาวร</li>
</ul>
<p>ด้านผู้รับบำบัดจำกัด (โรงงานประเภท 106) และรับหลอมหล่ออลูมิเนียม (โรงงานประเภท 60) จังหวัดสมุทรสาคร</p>
<ol>
<li>กากของเสียฯ ต้องมีการจัดการตามที่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงอุตสาหกรรม และต้องทำ Mass Balance เพื่อป้องกันการสูญหายจากกระบวนการรีไซเคิล ซึ่งกรณีนี้แสดงให้เห็นว่า การจัดทำ Mass Balance ควรจะต้องมีระบบรายงานที่ทันเหตุการณ์มากกว่าระบบ Offline ดังเช่นในปัจจุบัน</li>
<li>ในทางกฎหมาย ร้านค้าของเก่าไม่สามารถรับของเสียอันตรายจาก โรงงาน 106 ได้ ในกรณีนี้เกิดจากการขาดความรู้เกี่ยวกับของเสียอันตรายที่ถูกต้อง และการกำกับดูแลร้านค้าของเก่าที่ไม่ทั่วถึง ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการสื่อสารและให้ความรู้ที่ถูกต้องมากขึ้น รวมถึงการกำกับดูแลที่ชัดเจนมากขึ้น</li>
<li>นักลงทุนต่างประเทศ นำกากของเสียฯ นี้ไปหลอมหรือส่งออกไปในช่องทางที่ไม่ถูกต้อง โดยไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนเป็นโรงงาน กรณีนี้ จำเป็นต้องมีการดำเนินการอย่างเด็ดขาด เพราะเป็นต้นเหตุของปัญหาหลายเรื่องนอกจากเรื่อง กากแคดเมียม ในปัจจุบัน รวมทั้งเป็นปลายทางให้กับร้านค้าของเก่าในข้อ 2</li>
<li>ในมุมของ “การกำกับดูแลกิจการที่ดี (Corporate Governance: CG)” ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งภาคเอกชนและภาครัฐทุกระดับตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ต้องตระหนักและยึดหลัก Corporate Governance: CG ในการปฎิบัติงานที่มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และต้องมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมที่เป็นธรรม เพื่อสามารถติดตามเส้นทางและป้องกันการสูญหายระหว่างทาง และสามารถควบคุมผลกระทบที่อาจจะมีต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพได้มีประสิทธิภาพขึ้น</li>
</ol>
<p>จากบทเรียนนี้ประเด็นสำคัญ คือ โรงงานผู้ก่อกำเนิดกากอุตสาหกรรม (Waste Generator : WG)  มีภาระความรับผิดในระยะยาวตามกฎหมาย ดังนั้น จึงต้องเลือกผู้รับบำบัดกำจัดกากอุตสาหกรรม (Waste Processor : WP) ที่น่าเชื่อถือและมีระบบการจัดการที่ได้มาตรฐาน</p>
<figure id="attachment_33425" aria-describedby="caption-attachment-33425" style="width: 780px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-33425" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/fti-cadmium-03.jpg" alt="พรรรัตน์ เพชรภักดี รักษาการผู้อำนวยการใหญ่ ส.อ.ท." width="780" height="520" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/fti-cadmium-03.jpg 780w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/fti-cadmium-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/fti-cadmium-03-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/fti-cadmium-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/fti-cadmium-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 780px) 100vw, 780px" /><figcaption id="caption-attachment-33425" class="wp-caption-text">พรรรัตน์ เพชรภักดี รักษาการผู้อำนวยการใหญ่ ส.อ.ท.</figcaption></figure>
<p>สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) จึงร่วมกับ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.)  ออกมาตรฐานและมอบตราสัญลักษณ์ Eco Factory for Waste Processor ซึ่งจะช่วยให้ผู้ก่อกำเนิดกากอุตสาหกรรมสามารถแยกแยะผู้ประกอบการโรงงานรับบำบัดกำจัดและรีไซเคิลของเสียที่มีคุณภาพกับไม่มีคุณภาพออกจากกันได้ชัดเจนขึ้น</p>
<p>ปัจจุบันมีโรงงานรับบำบัดกำจัดและรีไซเคิลของเสียได้รับการรับรองมาตรฐาน Eco Factory for Waste Processor แล้วทั้งสิ้น 16 แห่ง และอยู่ระหว่างการเตรียมขอการรับรองอีก 16 แห่งภายในปี 2568 โรงงาน 101,105 และ 106 ที่เป็นสมาชิกกลุ่มอุตสาหกรรมการจัดการเพื่อสิ่งแวดล้อม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (จำนวน 76 แห่ง) และโรงงาน 101,105 และ 106 ในนิคมอุตสาหกรรม จะเข้าสู่ระบบนี้ทั้งหมด ซึ่งเกินกว่า 80% ของผู้ให้บริการบำบัดกำจัดและรีไซเคิลกากอุตสาหกรรมในตลาดปัจจุบัน จะทำใหัโรงงานผู้ก่อกำเนิดของเสียสามารถคัดเลือกโรงงานปลายทางที่เป็นผู้รับบำบัดกำจัดและรีไซเคิลกากอุตสาหกรรมที่มีคุณภาพได้ง่ายขึ้น และช่วยลดปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบันได้มาก</p>
<p>นอกจากนี้ ส.อ.ท. และกนอ. ได้เชิญชวนบริษัทชั้นนำในประเทศไทย 4 องค์กร (SCGC, IRPC, PTTGC, TCMA) และสมาชิกกลุ่มอุตสาหกรรมภายใต้ส.อ.ท. 11 กลุ่มอุตสาหกรรม ร่วมประกาศเจตนารมณ์การสนับสนุนเลือกใช้บริการ Waste Processor ที่ได้รับรองมาตรฐาน Eco Factory for Waste Processor เพื่อให้สอดคล้องนโยบายการผลิตและบริโภคอย่างยั่งยืน (Sustainable Supply Chain) และส.อ.ท.ยังสนับสนุนการรวมกลุ่มของผู้ประกอบการด้านสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย ให้เป็นสมาชิกของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเพื่อรวมศูนย์การพัฒนา สื่อสาร ส่งเสริมและป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในด้านต่างๆ</p>
<p>เนื่องจากอุตสาหกรรมประเภท 101, 105 และ 106 มีความอ่อนไหวต่อผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขอนามัยของประชาชน  จึงจำเป็นต้องมีศูนย์กลางการพัฒนา สื่อสาร การส่งเสริมและการป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในด้านต่างๆ ซึ่งสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย มีความพร้อมในการเป็นศูนย์กลางในเรื่องนี้  ซึ่งจะช่วยลดภาระการกำกับดูแลของภาครัฐลงได้อีกมาก ถ้าได้รับการส่งเสริมให้สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เป็นศูนย์การการจัดการในเรื่องสิ่งแวดล้อมคู่ขนานไปกับกฎหมายและมาตรการต่างๆของภาครัฐ</p>
<p>พร้อมกันนีั้มีการผลักดันการนำแนวคิดระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ให้เกิดการหมุนเวียนใช้ประโยชน์จากวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว ผลิตภัณฑ์พลอยได้ที่มีศักยภาพมาพัฒนาเป็นวัสดุหมุนเวียน (Circular Materials) ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตามคุณสมบัติของการสิ้นสุดความเป็นของเสีย (End of Waste)  คือ 1) เป็นวัสดุที่มีวัตถุประสงค์การใช้งานเฉพาะ 2) มีตลาดหรือความต้องการใช้ 3) เป็นไปตามกฎหมายหรือมาตรฐานที่มีคุณสมบัติทางเทคนิคตามข้อกำหนด และ 4) ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพ อนามัยหรือสิ่งแวดล้อม โดยการต่อยอดงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์ได้จริง เพื่อลดการนำกากของเสียไปฝังกลบ</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/fti-cadmium/">ส.อ.ท. ออกมาตรฐานรับรองผู้รับบำบัดและรีไซเคิลของเสีย 16 แห่ง ป้องกันการกำจัดกากแคดเมียมที่ไม่ได้คุณภาพ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/fti-cadmium/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กลุ่ม ปตท. และกลุ่มฯ โรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม ส.อ.ท. เดินหน้าสู่ยุคพลังงานแห่งอนาคต และคาดการณ์ราคาน้ำมันในปี 67</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/the-annual-petroleum-outlook-forum/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/the-annual-petroleum-outlook-forum/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Nov 2023 07:21:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[PRISM Experts]]></category>
		<category><![CDATA[The Annual Petroleum Outlook Forum]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่ม ปตท.]]></category>
		<category><![CDATA[สถานการณ์พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[แนวโน้มทิศทางราคาน้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=31128</guid>

					<description><![CDATA[<p>ทีมนักวิเคราะห์สถานการณ์น้ำมัน กลุ่ม ปตท. (PRISM Experts) ร่วมกับ กลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบดูไบในปี 2567 อยู่ที่ 75 &#8211; 85 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ขณะที่ยังต้องจับตานโยบายควบคุมกำลังการผลิตน้ำมันดิบของกลุ่ม OPEC+ เพื่อรักษาระดับราคาน้ำมันดิบ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีน และการดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดของกลุ่มประเทศตะวันตกในการควบคุมอัตราเงินเฟ้อ รวมทั้งการแสวงหาโอกาสและแนวทางปรับตัวของกลุ่มบริษัทพลังงานในยุคการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) วันนี้ (22 พฤศจิกายน 2566) นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/the-annual-petroleum-outlook-forum/">กลุ่ม ปตท. และกลุ่มฯ โรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม ส.อ.ท. เดินหน้าสู่ยุคพลังงานแห่งอนาคต และคาดการณ์ราคาน้ำมันในปี 67</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ทีมนักวิเคราะห์สถานการณ์น้ำมัน กลุ่ม ปตท. (PRISM Experts) ร่วมกับ กลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบดูไบในปี 2567 อยู่ที่ 75 &#8211; 85 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ขณะที่ยังต้องจับตานโยบายควบคุมกำลังการผลิตน้ำมันดิบของกลุ่ม OPEC+ เพื่อรักษาระดับราคาน้ำมันดิบ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีน และการดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดของกลุ่มประเทศตะวันตกในการควบคุมอัตราเงินเฟ้อ รวมทั้งการแสวงหาโอกาสและแนวทางปรับตัวของกลุ่มบริษัทพลังงานในยุคการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition)</strong></p>
<p><span id="more-31128"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-31132" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/the-annual-petroleum-outlook-forum-p1.jpg" alt="อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/the-annual-petroleum-outlook-forum-p1.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/the-annual-petroleum-outlook-forum-p1-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/the-annual-petroleum-outlook-forum-p1-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/the-annual-petroleum-outlook-forum-p1-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p>วันนี้ (22 พฤศจิกายน 2566) <span style="color: #6cb742;"><strong>นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์</strong></span> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)</strong> เป็นประธานเปิดงานสัมมนา 2023 The Annual Petroleum Outlook Forum ที่จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Change for Chance: ปรับ เปลี่ยน เพื่อไปต่อ สู่ยุคพลังงานแห่งอนาคต” พร้อมเปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลา 45 ปี ปตท. ยังคงมุ่งมั่นรักษาความมั่นคงด้านพลังงานพร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยปัจจุบัน กลุ่ม ปตท. ขับเคลื่อนกลยุทธ์สู่ธุรกิจพลังงานแห่งอนาคตและขยายสู่ธุรกิจใหม่ ๆ ที่ไกลกว่าพลังงาน เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์โลกและเตรียมรับมือกับความท้าทายต่าง ๆ ทั้งการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ สภาวะเศรษฐกิจและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ทั้งนี้ แนวโน้มความต้องการใช้น้ำมันในปีหน้ายังมีทิศทางเพิ่มขึ้นโดยมีปัจจัยสนับสนุน ได้แก่ กำลังซื้อในสหรัฐอเมริกา การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในยุโรป และการใช้น้ำมันในภาคการบินของจีนที่เพิ่มขึ้นหลังเปิดประเทศ ขณะเดียวกัน อุปสงค์น้ำมันยังคงเติบโตในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงานฟอสซิล อย่างไรก็ตาม การใช้พลังงานสะอาดที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มประเทศที่มีความพร้อมด้านเทคโนโลยีและกฎหมายรองรับ มีส่วนทำให้อุปทานน้ำมันเติบโตอย่างจำกัด โดยคาดการณ์ว่าอุปทานน้ำมันในปี 2567 จะเติบโตเพิ่มขึ้นประมาณ 1.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน ส่งผลให้ราคาน้ำมันในปี 2567 อยู่ที่ 75 – 85 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล</p>
<p>นอกจากนี้ ปตท. ยังได้ร่วมผลักดันการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิจนเป็นศูนย์ มุ่งบรรลุเป้าหมาย Net Zero Emissions ภายในปี 2050 ซึ่งเร็วกว่าเป้าหมายที่ประเทศกำหนด ถือเป็นความท้าทายในการขับเคลื่อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการรักษาความมั่นคงด้านพลังงาน รวมถึงการดูแลสิ่งแวดล้อมเพื่อช่วยลดปัญหาภาวะโลกร้อนอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้การสนับสนุนจากภาครัฐ และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ พร้อมทั้งยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคมและสิ่งแวดล้อมให้เติบโตไปด้วยกันได้อย่างยั่งยืน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-31133" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/the-annual-petroleum-outlook-forum-p2.jpg" alt="บัณฑิต ธรรมประจำจิต" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/the-annual-petroleum-outlook-forum-p2.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/the-annual-petroleum-outlook-forum-p2-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/the-annual-petroleum-outlook-forum-p2-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/the-annual-petroleum-outlook-forum-p2-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายบัณฑิต ธรรมประจำจิต</strong></span> <strong>ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม</strong> กล่าวว่า แม้ในปัจจุบันสถานการณ์โควิด-19 ได้คลี่คลายลง แต่โลกยังต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างมาก ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ระหว่างรัสเซียและยูเครน สหรัฐอเมริกากับจีน สงครามระหว่างอิสราเอลกับฮามาส ผลกระทบเชิงเศรษฐกิจจากการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางต่าง ๆ เพื่อสกัดเงินเฟ้อ และวิกฤตภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ขาดสภาพคล่องในประเทศจีนจากการที่รัฐบาลเข้ามาแทรกแซงโดยสร้างกฎระเบียบให้เข้มงวดมากขึ้น รวมทั้งนโยบายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์หรือ “Net Zero” ของประเทศต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม การเดินหน้าสู่ยุคพลังงานแห่งอนาคต ให้เกิด “ความยั่งยืนด้านพลังงาน” จะเป็นการสร้างสมดุลระหว่างความท้าทายด้านพลังงาน 3 ประการ หรือ “Energy Trilemma” คือ 1) ความมั่นคงทางพลังงาน (Energy Security) คือการจัดหาพลังงานพื้นฐานและความสามารถที่จะตอบสนองความต้องการทั้งในปัจจุบันและอนาคต 2) ความเป็นธรรมทางพลังงาน (Energy Equity) คือการจัดหาพลังงานที่สามารถเข้าถึงได้ในราคาที่เหมาะสม และ 3) ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Sustainability) เป็นการจัดหาพลังงานที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปริมาณที่ต่ำ นับเป็นความท้าทายของกลุ่มบริษัทพลังงาน ในการปรับตัวเพื่อเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน จึงเป็นที่มาของแนวคิด “Change for Chance: ปรับ เปลี่ยน เพื่อไปต่อ สู่ยุคพลังงานแห่งอนาคต” ของงานสัมมนาในปีนี้ โดยนักวิเคราะห์สถานการณ์พลังงาน กลุ่ม ปตท. หรือ “PRISM Experts” ยังคงมุ่งมั่นนำเสนอข้อมูลและวิเคราะห์ทิศทางราคาน้ำมัน รวมถึงความท้าทายที่อุตสาหกรรมพลังงานต้องเผชิญ</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-31131" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/the-annual-petroleum-outlook-forum-04.jpg" alt="งานสัมมนา The Annual Petroleum Outlook Forum" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/the-annual-petroleum-outlook-forum-04.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/the-annual-petroleum-outlook-forum-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/the-annual-petroleum-outlook-forum-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/the-annual-petroleum-outlook-forum-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p>ภายในงานยังได้รับเกียรติจาก <span style="color: #6cb742;"><strong>นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน</strong> <span style="color: #6cb742;"><strong>นายเกรียงไกร เธียรนุกุล</strong></span> <strong>ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย</strong> และ <span style="color: #6cb742;"><strong>นายสมชาย มีเสน</strong></span> <strong>รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท เนชั่น กรุ๊ป (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)</strong> ร่วมเสวนาในหัวข้อ “Enable Everyone’s Engagement in Energy Transition” และ <span style="color: #6cb742;"><strong>นายสุโรจน์ แสงสนิท</strong></span> <strong>รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด</strong> บรรยายพิเศษในหัวข้อ “Thailand is Ready for EV’s Supply Chain?” วิเคราะห์ทิศทางการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทย พร้อมแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับกลยุทธ์และความท้าทายของการเติมเต็มระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยเข้าสู่สังคมยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-31130" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/the-annual-petroleum-outlook-forum-03.jpg" alt="งานสัมมนา The Annual Petroleum Outlook Forum" width="680" height="417" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/the-annual-petroleum-outlook-forum-03.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/the-annual-petroleum-outlook-forum-03-300x184.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/the-annual-petroleum-outlook-forum-03-150x92.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/the-annual-petroleum-outlook-forum-03-500x307.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><strong>งานสัมมนา The Annual Petroleum Outlook Forum เกิดจากความร่วมมือของกลุ่มอุตสาหกรรม โรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและบริษัทในกลุ่ม ปตท. เพื่อนำเสนอบทวิเคราะห์และแนวโน้มทิศทางราคาน้ำมัน สถานการณ์พลังงาน และความท้าทายที่กระทบต่ออุตสาหกรรมพลังงานทั่วโลก โดยทีมนักวิเคราะห์สถานการณ์น้ำมัน หรือ “PRISM Experts” ที่ได้ดำเนินงานต่อเนื่อง เป็นปีที่ 12 ผู้สนใจสามารถติดตามการนำเสนอข้อมูลต่าง ๆ ได้ผ่านทาง https://prism.pttgrp.com, YouTube และ Facebook : PRISM</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/the-annual-petroleum-outlook-forum/">กลุ่ม ปตท. และกลุ่มฯ โรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม ส.อ.ท. เดินหน้าสู่ยุคพลังงานแห่งอนาคต และคาดการณ์ราคาน้ำมันในปี 67</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/the-annual-petroleum-outlook-forum/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ส.อ.ท. &#8211; กนอ. ร่วมจัดงาน Eco Innovation Forum 2023 ภายใต้แนวคิด “MIND INSPIRE for Eco 2023” ยกระดับโรงงานสู่ความยั่งยืน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/eco-innovation-forum-2023/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/eco-innovation-forum-2023/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 06 Oct 2023 03:24:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Eco Innovation Forum 2023]]></category>
		<category><![CDATA[การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[งานสัมมนาวิชาการ]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันน้ำและสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=30299</guid>

					<description><![CDATA[<p>สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) โดยสถาบันน้ำและสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน ร่วมกับสถาบัน กนอ. การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) จัดงานสัมมนาวิชาการประจำปี (Eco Innovation Forum) โดยในปี 2566 นี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “MIND INSPIRE for Eco 2023” ซึ่งได้รับเกียรติจาก นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดงาน และกล่าวปาฐกถาพิเศษ “MIND &#38; INSPIRE ขับเคลื่อน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/eco-innovation-forum-2023/">ส.อ.ท. – กนอ. ร่วมจัดงาน Eco Innovation Forum 2023 ภายใต้แนวคิด “MIND INSPIRE for Eco 2023” ยกระดับโรงงานสู่ความยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) โดยสถาบันน้ำและสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน ร่วมกับสถาบัน กนอ. การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) จัดงานสัมมนาวิชาการประจำปี (Eco Innovation Forum) โดยในปี 2566 นี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “MIND INSPIRE for Eco 2023” ซึ่งได้รับเกียรติจาก นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดงาน และกล่าวปาฐกถาพิเศษ “MIND &amp; INSPIRE ขับเคลื่อน Eco Industrial for Carbon Neutrality” นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) รศ.ดร. วีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และผู้บริหารระดับสูงของส.อ.ท. กระทรวงอุตสาหกรรมและกนอ. เข้าร่วม ณ ห้องแกรนด์ฮอลล์ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพมหานคร</strong></p>
<p><span id="more-30299"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-30303" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Eco-Innovation-Forum-2023-04.jpg" alt="" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Eco-Innovation-Forum-2023-04.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Eco-Innovation-Forum-2023-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Eco-Innovation-Forum-2023-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Eco-Innovation-Forum-2023-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายณัฐพล รังสิตพล</strong></span> <strong>ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม</strong> ได้มอบนโยบาย “MIND &amp; INSPIRE ขับเคลื่อน Eco Industrial for Carbon Neutrality” ด้วยการส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจใหม่ของรัฐบาล และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ โดยให้ความสำคัญต่อการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม นำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนซึ่งจะเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรมได้มีการปฏิรูปการทำงานตามนโยบาย MIND ในการใช้หัวและใจขับเคลื่อนการปฏิบัติงานเพื่อก้าวสู่ Eco Industrial for Carbon Neutrality โดยยกระดับ “อุตสาหกรรมดี อยู่คู่กับชุมชนอย่างยั่งยืน” วาง 4 มิติ ได้แก่ ส่งเสริมธุรกิจ ดูแลชุมชน รักษาสิ่งแวดล้อม และกระจายรายได้ เพื่อคุณภาพชีวิตที่สมดุลกับสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ ภายใต้ BCG Model มุ่งสู่เป้าหมายอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การวางระบบดูแล ควบคุม และกำจัดของเสียในภาคอุตสาหกรรมที่ไม่ส่งผลกระทบต่อชุมชน การใช้พลังงานทางเลือก สู่การเป็นอุตสาหกรรมไบโอชีวภาพ (Bio-Circular Economy) เพื่อขับเคลื่อนให้เกิดต้นแบบอุตสาหกรรมคาร์บอนเป็นศูนย์ (Zero Carbon Industry)</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-30305" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Eco-Innovation-Forum-2023-06.jpg" alt="เกรียงไกร เธียรนุกุล" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Eco-Innovation-Forum-2023-06.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Eco-Innovation-Forum-2023-06-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Eco-Innovation-Forum-2023-06-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Eco-Innovation-Forum-2023-06-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายเกรียงไกร เธียรนุกุล</strong></span> <strong>ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)</strong> กล่าวว่า การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เป็นพันธมิตรร่วมจัดงานสัมมนาวิชาการ “Eco Innovation Forum” กับ ส.อ.ท. มาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 โดยในปีนี้การจัดงานภายใต้แนวคิด “MIND INSPIRE for Eco 2023” ท่ามกลางความท้าทายด้านเศรษฐกิจที่ทั่วโลกกำลังเผชิญกับความเสี่ยงที่มากขึ้น ภาคอุตสาหกรรมไทยยังคงได้รับแรงกดดันต่อเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว อีกทั้งปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ทวีความรุนแรงและส่งผลกระทบมากขึ้น โดยประเทศไทยได้ประกาศความมุ่งมั่นที่จะมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน หรือ Carbon Neutrality ภายในปีพ.ศ. 2593 (ค.ศ. 2050) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero Emission ภายในปีพ.ศ. 2608 (ค.ศ. 2065) ทำให้ภาคอุตสาหกรรมต้องเร่งปรับตัว และเตรียมพร้อมทั้งการมุ่งสู่การเป็นโรงงานอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Eco Factory) การพัฒนานิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Eco Industrial Town) เพื่อให้มีการใช้ทรัพยากรและพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินกิจกรรมขององค์กร</p>
<p>“ส.อ.ท. ได้ให้ความสำคัญต่อประเด็นดังกล่าว และพัฒนา Platform (FTIX) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการซื้อขายพลังงานสะอาดและคาร์บอนเครดิต รวมทั้งพัฒนาแพลตฟอร์มการแลกเปลี่ยนของเสีย หรือ Circular Material Hub (CMH) สำหรับเป็นช่องทางการนำของเสียหรือวัสดุไม่ใช้แล้วกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างงานผ่านสตาร์ทอัพ (Startup) รวมถึงมีกองทุนอินโนเวชั่นวัน (Innovation one) สำหรับให้ทุนในธีม BCG และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate change) ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นกลไกสนับสนุนให้ภาคอุตสาหกรรมไทยพัฒนาตนเองและเติบโตอย่างยั่งยืน รวดเร็ว และเกิดความคล่องตัว”</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-30304" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Eco-Innovation-Forum-2023-05.jpg" alt="รศ.ดร. วีริศ อัมระปาล" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Eco-Innovation-Forum-2023-05.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Eco-Innovation-Forum-2023-05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Eco-Innovation-Forum-2023-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Eco-Innovation-Forum-2023-05-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>รศ.ดร. วีริศ อัมระปาล</strong></span> <strong>ผู้ว่าการ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย</strong> กล่าวว่า “การจัดงานในปีนี้ นอกจากจะเป็นงานสัมมนาวิชาการแล้ว ยังเป็นเวทีเผยแพร่ผลการดำเนินงานเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศในระดับนิคมอุตสาหกรรมและโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตามนโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศไทย ด้วย BCG Model ของกระทรวงอุตสาหกรรม และการยกระดับเพื่อมุ่งสู่ Carbon Neutrality ซึ่งสอดรับกับวิสัยทัศน์ “นำนิคมอุตสาหกรรมสู่มาตรฐานสากล ด้วยนวัตกรรมอย่างยั่งยืน” ของ กนอ.ที่มุ่งมั่นในการเพิ่มคุณค่าให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทั้งทางด้านสังคม และสิ่งแวดล้อมบนหลักธรรมาภิบาล (Environmental, Social, and Governance :ESG) ด้วยการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน”</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-30302" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Eco-Innovation-Forum-2023-03.jpg" alt="งาน Eco Innovation Forum 2023" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Eco-Innovation-Forum-2023-03.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Eco-Innovation-Forum-2023-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Eco-Innovation-Forum-2023-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Eco-Innovation-Forum-2023-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p>ทั้งนี้ ภายในงาน ยังได้มีการมอบโล่เกียรติยศและประกาศเกียรติคุณประจำปี 2566 เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติแก่นิคมอุตสาหกรรม โรงงานอุตสาหกรรม และผู้เกี่ยวข้องที่มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนและพัฒนาอุตสาหกรรมสู่เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศอย่างยั่งยืน โดยเป็นรางวัลสำหรับนิคมอุตสาหกรรมที่ยกระดับเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ระดับ Eco-World Class 7 แห่ง ระดับ Eco-Excellence 22 แห่ง ระดับ Eco-Champion 39 แห่ง โรงงานอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Eco Factory) 50 แห่ง โรงงานเครือข่ายลดก๊าซเรือนกระจกดีเด่น 6 แห่ง และวอเตอร์ฟุตพริ้น (Water Footprint) 16 แห่ง โดยมีผู้เข้าร่วมการสัมมนาวิชาการกว่า 600 ราย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-30300" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Eco-Innovation-Forum-2023-01.jpg" alt="" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Eco-Innovation-Forum-2023-01.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Eco-Innovation-Forum-2023-01-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Eco-Innovation-Forum-2023-01-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Eco-Innovation-Forum-2023-01-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><strong>นอกจากนี้ ยังมีการแสดงนิทรรศการต่างๆ อาทิ MIND &amp; INSPIRE ให้ หัว และ ใจ นำนิคมอุตสาหกรรมสู่มาตรฐานสากลด้วยนวัตกรรมอย่างยั่งยืน บูธแสดงผลงานด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) การนำของเสียมาใช้ประโยชน์ เพื่อเพิ่มคุณค่าให้กับผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปมาจากวัสดุเหลือใช้ และตัวอย่างโรงงานที่มีการดำเนินงานด้าน Industrial symbiosis ที่เป็นความสัมพันธ์ที่พึ่งพาอาศัยกันและกัน ระหว่างตั้งแต่ 2 โรงงานขึ้นไป โดยมีการแลกเปลี่ยนพลังงาน สสาร ในลักษณะของต่างฝ่ายต่างได้รับประโยชน์ อีกด้วย</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/eco-innovation-forum-2023/">ส.อ.ท. – กนอ. ร่วมจัดงาน Eco Innovation Forum 2023 ภายใต้แนวคิด “MIND INSPIRE for Eco 2023” ยกระดับโรงงานสู่ความยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/eco-innovation-forum-2023/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ส.อ.ท. ชูจุดเปลี่ยนของไทย สู่การเป็น Hub ของอาเซียน พร้อมใส่ใจวิกฤตโลกร้อน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/fti-2/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/fti-2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rachanon M.]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 07 Aug 2023 09:04:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[fti]]></category>
		<category><![CDATA[นายเกรียงไกร เธียรนุกุล]]></category>
		<category><![CDATA[ส.อ.ท.]]></category>
		<category><![CDATA[สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=28888</guid>

					<description><![CDATA[<p>ส.อ.ท. ชูจุดเปลี่ยนของไทย สู่การเป็น Hub ของอาเซียน และหันกลับมามองในด้านการพัฒนาอุตสาหกรรม พร้อมกับการใส่ใจสิ่งแวดล้อม  เมื่อวันเสาร์ที่ 5 สิงหาคม 2566 นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เข้าร่วมเสวนาในงาน The Future of Aviation Industry การเสวนาดังกล่าว มีผู้ทรงคุณวุฒิร่วมเสวนา ได้แก่ พลอากาศเอก พิธพร กลิ่นเฟื่อง คณบดีวิทยาลัยการบินและคมนาคม ดร.จุฬา สุขมานพงเลขาธิการคณะกรรมการนโยบาย&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/fti-2/">ส.อ.ท. ชูจุดเปลี่ยนของไทย สู่การเป็น Hub ของอาเซียน พร้อมใส่ใจวิกฤตโลกร้อน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ส.อ.ท. ชูจุดเปลี่ยนของไทย สู่การเป็น Hub ของอาเซียน และหันกลับมามองในด้านการพัฒนาอุตสาหกรรม พร้อมกับการใส่ใจสิ่งแวดล้อม </strong></p>
<p><span id="more-28888"></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28897" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/fti-1.jpg" alt="The Future of Aviation Industry" width="750" height="563" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/fti-1.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/fti-1-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/fti-1-768x576.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/fti-1-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/fti-1-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>เมื่อวันเสาร์ที่ 5 สิงหาคม 2566 นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เข้าร่วมเสวนาในงาน The Future of Aviation Industry การเสวนาดังกล่าว มีผู้ทรงคุณวุฒิร่วมเสวนา ได้แก่ พลอากาศเอก พิธพร กลิ่นเฟื่อง คณบดีวิทยาลัยการบินและคมนาคม ดร.จุฬา สุขมานพงเลขาธิการคณะกรรมการนโยบาย เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) นายหลุยส์ มอเซอร์ ที่ปรึกษา NAA : Narita International Airport Corporation Company ในโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก และนายวรพจน์ ยศะทัตต์ Advisor Aviation Consultancy Group และ Chairman Indra Sistemas S.A (Thailand) รวมถึงได้รับเกียรติจาก ดร.รัชนีพร พุคยาภรณ์ พุกกะมาน อธิการบดี มหาวิทยาลัยศรีปทุม ร่วมกล่าวเปิดงาน ณ ห้อง Auditorium 1 อาคาร 11 ชั้น 14 มหาวิทยาลัยศรีปทุม จัดโดยวิทยาลัยการบินและคมนาคม มหาวิทยาลัยศรีปทุม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28898" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/fti-3.jpg" alt="The Future of Aviation Industry" width="750" height="563" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/fti-3.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/fti-3-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/fti-3-768x576.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/fti-3-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/fti-3-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>นายเกรียงไกร ได้นำเสนอถึงการเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยีการบินจากอดีตสู่ปัจจุบัน และแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจการบินของไทย ที่มีอัตราการเติบโตสูงขึ้น เนื่องจากการท่องเที่ยวของไทยกลับมาฟื้นตัวอีกครั้งหลังจากการระบาดของโรค COVID-19 ทำให้ประเทศไทยต้องหันกลับมามองในด้านการพัฒนาอุตสาหกรรม และธุรกิจการบินภายในประเทศมากขึ้น ซึ่งอุตสาหกรรมการบินนั้น ยังอยู่ใน 7 อุตสาหกรรมที่เป็น New S-Curve ที่ไทยต้องเร่งพัฒนา และยกระดับมูลค่า เพื่อให้สอดรับกับอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในอนาคต นำไปสู่การแข่งขันกับประเทศอื่นๆ</p>
<p>นอกจากนี้ ยังเป็นการเสริมสร้างศักยภาพของไทยในการลงทุนในอุตสาหกรรมซ่อมบำรุงฯ MRO (Maintenance, Repair and Overhual) ช่วยให้เกิดการสร้างแรงงานที่มีทักษะสูงในการซ่อมบำรุงเครื่องบินอีก 2,500-3,000 ตำแหน่ง ซึ่งจะทำให้เกิดอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนซ่อมบำรุงอากาศยานฯ ในอนาคต</p>
<p>การสร้างและพัฒนาอุตสาหกรรรมการบิน ไม่ใช่เพียงเฉพาะเครื่องบินเพื่อการพาณิชย์เท่านั้น แต่ปัจจุบันยังมี “โดรน” ที่เข้ามาช่วยให้การดำเนินงานหลายๆ ด้าน เพื่อให้เกิดความสะดวก และรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยมีการนำไปประยุกต์ใช้ในด้านอื่นๆ เช่น การเกษตร การทหาร การขนส่ง หรือการสำรวจในพื้นที่ที่เข้าถึงยาก เป็นต้น ซึ่งช่วยในเรื่องความปลอดภัยของบุคลากร รวมถึงต้นทุนการผลิตอีกด้วย รวมถึงไทยยังพัฒนาไปถึงธุรกิจผลิตสีทาเครื่องบิน และบรรจุภัณฑ์สำหรับอาหารและเครื่องดื่มที่ให้บริการบนเครื่องบินให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย</p>
<p>นโยบายที่ทั่วโลกต่างให้ความสำคัญ คือ การลดวิกฤตโลกร้อน ด้วยการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยหันมาใช้พลังงานสีเขียว ที่ปล่อยคาร์บอนต่ำแทน ส.อ.ท. เองได้มีนโยบายในการศึกษา และพัฒนาให้มีการรับรองวัตถุดิบชีวภาพเพื่อใช้เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงของอุตสาหกรรมการบิน (SAF : Sustainable Aviation Fuel) ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการลดการปล่อยคาร์บอนในภาคการบิน และมีแผนที่จะจัดตั้งกลุ่มอุตสาหกรรมการบินให้เกิดขึ้นในประเทศไทย</p>
<p>ในการเสวนา ยังกล่าวถึงประเด็นที่ธุรกิจการบิน และการแข่งขันที่จะเป็น Airline Hub หรือ Hub Airport ที่ต้องดำเนินการควบคู่กันไป อีกทั้งกฎระเบียบต่างๆ ต้องเป็นไปตามระเบียบอย่างสากลที่ได้รับการยอมรับ และการส่งเสริมให้พื้นที่ EEC และพื้นที่โดยรอบ เพื่อสนับสนุนด้านการท่องเที่ยวของไทย ให้เกิดความสะดวก และดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าประเทศเพิ่มมากขึ้น</p>
<p>ข้อมูลจาก : FTI</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/fti-2/">ส.อ.ท. ชูจุดเปลี่ยนของไทย สู่การเป็น Hub ของอาเซียน พร้อมใส่ใจวิกฤตโลกร้อน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/fti-2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Taiwan Excellence นำเทคโนโลยีโซลูชันการผลิตที่ทันสมัย เพื่อช่วยยกระดับการผลิตสำหรับอุตสาหกรรม 4.0 ของประเทศไทย จัดแสดงในงาน Manufacturing Expo 2023</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/taiwan-excellence-technology-solution-manufacturing-expo-2023/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/taiwan-excellence-technology-solution-manufacturing-expo-2023/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 27 Jun 2023 06:51:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Highlight Stories]]></category>
		<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Empowering Smart Manufacturing]]></category>
		<category><![CDATA[Manufacturing Expo 2023]]></category>
		<category><![CDATA[TAITRA]]></category>
		<category><![CDATA[Taiwan Excellence]]></category>
		<category><![CDATA[ดร. สมสิทธิ์ มูลสถาน]]></category>
		<category><![CDATA[พรศักดิ์ พุทธราชา]]></category>
		<category><![CDATA[วิก ชาง]]></category>
		<category><![CDATA[สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกแห่งไต้หวัน]]></category>
		<category><![CDATA[สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[หนิ่ว หยง ฉือ]]></category>
		<category><![CDATA[อดัม เจิง]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรม 4.0]]></category>
		<category><![CDATA[เสริมพลังการผลิตอัจฉริยะ]]></category>
		<category><![CDATA[แม็กซ์ จาง]]></category>
		<category><![CDATA[โชติเวท เพียรพบสุข]]></category>
		<category><![CDATA[ไมเคิล ลี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=27857</guid>

					<description><![CDATA[<p>สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกแห่งไต้หวันประจําประเทศไทย (TAITRA) จัดงาน เปิดตัวผลิตภัณฑ์ Taiwan Excellence ภายใต้ แนวคิด “เสริมพลังการผลิตอัจฉริยะ” (Empowering Smart Manufacturing) ในงาน Manufacturing Expo 2023 โดยบริษัทที่มีศักยภาพทางโซลูชันในกระบวนการผลิตชั้นนำ เช่น SOLOMON ADVANTECH TECHMAN ROBOT GMT และ PLANETนำเสนอโซลูชันระบบอุตสาหกรรมอัตโนมัติล่าสุด โซลูชันเหล่านี้ประกอบด้วยอุปกรณ์ปัญญาประดิษฐ์แบบสวมใส่สำหรับใช้ในอุตสาหกรรม Wearable AI เซนเซอร์ตรวจจับการสั่นสะเทือนแบบไร้สาย LoRaWAN&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/taiwan-excellence-technology-solution-manufacturing-expo-2023/">Taiwan Excellence นำเทคโนโลยีโซลูชันการผลิตที่ทันสมัย เพื่อช่วยยกระดับการผลิตสำหรับอุตสาหกรรม 4.0 ของประเทศไทย จัดแสดงในงาน Manufacturing Expo 2023</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกแห่งไต้หวันประจําประเทศไทย (TAITRA)</strong> จัดงาน เปิดตัวผลิตภัณฑ์ <strong>Taiwan Excellence</strong> ภายใต้ แนวคิด <strong>“เสริมพลังการผลิตอัจฉริยะ” (Empowering Smart Manufacturing) ในงาน Manufacturing Expo 2023</strong> โดยบริษัทที่มีศักยภาพทางโซลูชันในกระบวนการผลิตชั้นนำ เช่น SOLOMON ADVANTECH TECHMAN ROBOT GMT และ PLANETนำเสนอโซลูชันระบบอุตสาหกรรมอัตโนมัติล่าสุด โซลูชันเหล่านี้ประกอบด้วยอุปกรณ์ปัญญาประดิษฐ์แบบสวมใส่สำหรับใช้ในอุตสาหกรรม Wearable AI เซนเซอร์ตรวจจับการสั่นสะเทือนแบบไร้สาย LoRaWAN หุ่นยนต์ร่วมปฏิบัติงานปัญญาประดิษฐ์ AI Cobotส่วนประกอบความแม่นยำสำหรับระบบอัตโนมัติ และโซลูชัน IIoTที่ขับเคลื่อนด้วย 5G และ LoRaWAN นำเข้าร่วมงานภายในบูธ Taiwan Excellence Pavilion ในระหว่าง วันที่ 21-24 มิถุนายน พ.ศ. 2566 น.ณ ฮอลล์ 98 บูธ 8G09 ศูนย์แสดงนิทรรศการและ การประชุมไบเทค<span id="more-27857"></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27859" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Taiwan-Excellence_02.jpg" alt="" width="640" height="426" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Taiwan-Excellence_02.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Taiwan-Excellence_02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Taiwan-Excellence_02-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Taiwan-Excellence_02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Taiwan-Excellence_02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></p>
<p><strong>หนิ่ว หยง ฉือ รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายเศรษฐกิจ สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกแห่งไต้หวัน ประจำประเทศไทย (TAITRA)</strong> กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับตราสัญลักษณ์ผลิตภัณฑ์ยอดเยี่ยมของไต้หวัน หรือTaiwan Excellence เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการคัดเลือกความเป็นเลิศ 4 ด้าน ได้แก่ การวิจัยพัฒนา การออกแบบ คุณภาพสินค้า และการตลาด จากคณะกรรมการที่มีความเชี่ยวชาญเพื่อให้ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการคัดเลือกสร้างความมั่นใจให้กับผู้ผลิตภาคอุตสาหกรรมและภาคส่วนต่างๆทีเลือกนำไปใช้งานว่ามีศักยภาพ ประสิทธิภาพในการช่วยให้ผลผลิต การทำงานมีความสะดวก รวดเร็ว ลดการสูญเสีย มีผลกำไรเติบโตในทิศทางที่ดีขึ้นและช่วยให้การประมวลผลของข้อมูลในการทำงานมีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27860" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Taiwan-Excellence_03.jpg" alt="" width="426" height="640" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Taiwan-Excellence_03.jpg 533w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Taiwan-Excellence_03-200x300.jpg 200w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Taiwan-Excellence_03-150x225.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Taiwan-Excellence_03-333x500.jpg 333w" sizes="(max-width: 426px) 100vw, 426px" /></p>
<p><strong>แม็กซ์ จาง ผู้อำนวยการ สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกแห่งไต้หวัน ประจำประเทศไทย (TAITRA)</strong> กล่าวว่า ยินดีที่ผลิตภัณฑ์โซลูชันต่างๆของไต้หวันจะเป็นส่วนสำคัญในการช่วยเติมเต็มให้กระบวนการผลิต ตั้งแต่ต้นน้ำสู่ปลายน้ำในภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น อุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมสิ่งทอ และอุตสาหกรรมอาหาร มีศักยภาพเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27861" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Taiwan-Excellence_04.jpg" alt="" width="640" height="504" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Taiwan-Excellence_04.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Taiwan-Excellence_04-300x236.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Taiwan-Excellence_04-768x605.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Taiwan-Excellence_04-150x118.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Taiwan-Excellence_04-500x394.jpg 500w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></p>
<p><strong>ดร. สมสิทธิ์ มูลสถาน ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องจักรและโลหะการ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)</strong> กล่าวว่า ประเทศไต้หวันเป็นคู่ค้าที่สำคัญอีกประเทศหนึ่งของไทย มีการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีและถ่ายทอดเทคโนโลยีโซลูชันภาคอุตสาหกรรมมาอย่างยาวนาน อีกทั้งเครื่องจักรและเทคโนโลยีของไต้หวันราคาไม่แพงมากทำให้ผู้ประกอบการไทยที่มีเงินทุนไม่มากนักโดยเฉพาะผู้ประกอบการรายเล็กๆสามารถที่จะเลือกใช้เทคโนโลยีและโซลูชันเพื่อนำไปใช้ปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับอุตสาหกรรมของผู้ประกอบการไทยได้ ที่สำคัญโซลูชันต่างๆนี้จะช่วยผลักดันมาตรฐานการผลิตต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไทยเปลี่ยนผ่านเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27862" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Taiwan-Excellence_05.jpg" alt="" width="640" height="426" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Taiwan-Excellence_05.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Taiwan-Excellence_05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Taiwan-Excellence_05-768x511.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Taiwan-Excellence_05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Taiwan-Excellence_05-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></p>
<p><strong>ไมเคิล ลี กรรมการ บริษัท โซโลมอน เทคโนโลยี คอร์ปอเรชั่น</strong> กล่าวว่า เทคโนโลยีและนวัตกรรมได้พัฒนาไปอย่างรวดเร็วมากเพื่อนำมาใช้งานในภาคอุตสาหกรรมที่ต้องการรายละเอียดความรอบคอบ ความสะอาดปราศจากเชื้อโรค เช่น อุตสาหกรรมอาหาร และอุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ซึ่งทางบริษัทฯจึงได้คิดค้น แว่นตา META-aivi ขึ้น โดยแว่นตานี้เป็นระบบอนุมาน AI เมื่อสวมใส่ก็จะทำหน้าที่เหมือนดวงตา ที่สามารถตรวจสอบ บันทึก วิเคราะห์ข้อมูลการผลิต ช่วยลดโอกาสเกิดความผิดพลาดโดยมนุษย์ เป็นการยกระดับประสิทธิภาพการทำงานด้วยระบบ AI ให้มีศักยภาพตอบโจทย์การใช้งาน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27863" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Taiwan-Excellence_06.jpg" alt="" width="640" height="581" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Taiwan-Excellence_06.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Taiwan-Excellence_06-300x272.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Taiwan-Excellence_06-768x697.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Taiwan-Excellence_06-150x136.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Taiwan-Excellence_06-500x454.jpg 500w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></p>
<p><strong>โชติเวท เพียรพบสุข หัวหน้าส่วนงาน IIoT บริษัท แอดวานซ์เทค (ประเทศไทย)</strong> กล่าวว่า LoRaWAN เป็นอุปกรณ์เซนเซอร์อัจฉริยะไร้สาย ใช้จับความสั่นสะเทือนมอเตอร์ในภาคอุตสาหกรรม สามารถเชื่อมต่อระยะไกลทำให้ตรวจจับความสั่นสะเทือนระยะไกลและแบบเรียลไทม์ ช่วยประหยัดพลังงานและที่สำคัญไม่ต้องเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุระหว่างปฏิบัติงานของพนักงานในการตรวจสอบมอเตอร์ไฟฟ้าและมอเตอร์ปั๊มน้ำ เป็นต้น โดยเครื่องมือชนิดนี้เหมาะสำหรับนำไปติดตั้งใช้งานในทุกภาคส่วนอุตสาหกรรมโดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมยานยนต์และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิสก์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27864" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Taiwan-Excellence_07.jpg" alt="" width="640" height="490" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Taiwan-Excellence_07.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Taiwan-Excellence_07-300x230.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Taiwan-Excellence_07-768x588.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Taiwan-Excellence_07-150x115.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Taiwan-Excellence_07-500x383.jpg 500w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></p>
<p><strong>อดัม เจิง ผู้อำนวยการฝ่ายขายประจำภูมิภาคเอเชีย บริษัท เทคแมน โรบอท กล่าวว่า</strong> บริษัทฯคิดค้นแขนกลมี ระบบประมวลผลด้วยปัญญาประดิษฐ์ ระบบสมาร์ทวิชัน และชุดซอฟต์แวร์ที่มีความครอบคลุมการทำงานให้มีความแม่นยำและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับนำไปในด้านต่าง ๆ ของอุตสาหกรรมการผลิต เช่น การประกอบรถยนต์ การแปรรูปโลหะ และการวางพาเลท</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27865" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Taiwan-Excellence_08.jpg" alt="" width="640" height="426" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Taiwan-Excellence_08.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Taiwan-Excellence_08-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Taiwan-Excellence_08-768x511.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Taiwan-Excellence_08-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Taiwan-Excellence_08-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></p>
<p><strong>วิก ชาง ตัวเเทนขาย บริษัท จีเอ็มที โกลบอล</strong> กล่าวว่า เป็นครั้งแรกที่บริษัทฯได้นำผลิตภัณฑ์จัดแสดงภายในงาน โดยเป็นตัวต้นแบบในการเป็นส่วนประกอบสำหรับนำไปติดตั้งในอุตสาหกรรมต่างๆเพื่อตรวจวัดความแม่นยำ สามารถนำไปใช้งานติดตั้งที่กระบอกไฟฟ้า แท่นหมุนมอเตอร์ในอุตสาหกรรมยานยนต์ เซมิคอนดักเตอร์และใยแก้วนำแสงได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27866" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Taiwan-Excellence_09.jpg" alt="" width="469" height="640" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Taiwan-Excellence_09.jpg 586w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Taiwan-Excellence_09-220x300.jpg 220w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Taiwan-Excellence_09-150x205.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Taiwan-Excellence_09-366x500.jpg 366w" sizes="(max-width: 469px) 100vw, 469px" /></p>
<p><strong>พรศักดิ์ พุทธราชา กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินดิโก้ ดิสทริบิวชั่น จำกัด ผู้จัดจำหน่ายของ บริษัท PLANET Technology</strong> กล่าวว่า บริษัทฯนำโซลูชันอีเทอร์เน็ตสำหรับอุตสาหกรรม ติดตั้งเชื่อมต่อไร้สาย มีระบบช่วยกระจายสัญญาณครอบคลุมทั่วทั้งสถานที่ใช้งานทั้งระยะใกล้และไกลตามเซนเซอร์ติดตั้ง ช่วยให้ผู้ผลิตในประเทศไทยสร้างระบบเครือข่ายความเร็วสูงและคุ้มค่าโดยใช้เทคโนโลยี 5G และ LoRaWAN</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/taiwan-excellence-technology-solution-manufacturing-expo-2023/">Taiwan Excellence นำเทคโนโลยีโซลูชันการผลิตที่ทันสมัย เพื่อช่วยยกระดับการผลิตสำหรับอุตสาหกรรม 4.0 ของประเทศไทย จัดแสดงในงาน Manufacturing Expo 2023</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/taiwan-excellence-technology-solution-manufacturing-expo-2023/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
