<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สวพส. | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%9E%E0%B8%AA/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Fri, 04 Mar 2022 07:17:15 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.5</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>สวพส. | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>วว. จับมือ สวพส. เพิ่มขีดความสามารถงานวิจัยพัฒนา มุ่งสร้างนวัตกรรมใหม่อย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/tistr-3/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/tistr-3/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 04 Mar 2022 07:17:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[tistr]]></category>
		<category><![CDATA[วว.]]></category>
		<category><![CDATA[สวพส.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=21456</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศ. (วิจัย) ดร. ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และ วิรัตน์ ปราบทุกข์ ผู้อำนวยการ สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านการวิจัยพัฒนาและต่อยอดงานวิจัย ให้สามารถนำไปพัฒนานวัตกรรมเพื่อการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน และร่วมกันสร้างนวัตกรรมใหม่ การแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี ความรู้ ทรัพยากร และบุคลากร ตลอดจนการผลิต/พัฒนาบุคลากร ให้มีคุณภาพ มาตรฐาน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/tistr-3/">วว. จับมือ สวพส. เพิ่มขีดความสามารถงานวิจัยพัฒนา มุ่งสร้างนวัตกรรมใหม่อย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ศ. (วิจัย) ดร. ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และ วิรัตน์ ปราบทุกข์ ผู้อำนวยการ สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านการวิจัยพัฒนาและต่อยอดงานวิจัย ให้สามารถนำไปพัฒนานวัตกรรมเพื่อการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน และร่วมกันสร้างนวัตกรรมใหม่ การแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี ความรู้ ทรัพยากร และบุคลากร ตลอดจนการผลิต/พัฒนาบุคลากร ให้มีคุณภาพ มาตรฐาน โดยมีระยะเวลาดำเนินงานร่วมกัน 5 ปี โดยมีสายันต์ ตันพานิช รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านอุตสาหกรรมชีวภาพ วว. นางสาวเพชรดา อยู่สุข รองผู้อำนวยการ สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูงฯ ดร.รจนา ตั้งกุลบริบูรณ์ ผู้อำนวยการ ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ วว. พร้อมผู้บริหาร บุคลากรทั้งสองฝ่ายร่วมเป็นเกียรติ</strong></p>
<p><span id="more-21456"></span></p>
<p>การลงนามบันทึกความเข้าใจของหนาวยงานทั้งสองในครั้งนี้ มีขอบเขตความร่วมมือมุ่งเน้นการส่งเสริมสนับสนุนด้านการศึกษาวิจัย การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม การวิจัยเพื่อการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืนในทุกมิติ และการส่งบุคลากรเข้าร่วมในการศึกษาวิจัย ประสานงานและอาศัยทรัพยากรของทั้งสองฝ่าย ร่วมพัฒนาบุคลากร โครงสร้างพื้นฐาน การถ่ายทอดองค์ความรู้ รวมทั้งการบริหารจัดการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และเสริมขีดความสามารถในการบริหารจัดการและบูรณาการด้านการวิจัยร่วมกัน</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21460" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/tista2-300x200.jpg" alt="" width="600" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/tista2-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/tista2-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/tista2-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/tista2-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/tista2.jpg 850w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>ศ. (วิจัย) ดร. ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว.</strong> กล่าวว่า วว. ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนประเทศด้วยโมเดลเศรษฐกิจใหม่ BCG (Bio-Circular-Green Economy) ที่มุ่งบูรณาการองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม พร้อมกันนี้ วว. ยังตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากควบคู่ไปด้วย โดยมุ่งทำงานเชิงบูรณาการร่วมกับหน่วยงานวิจัย ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคชุมชน สู่การส่งเสริมและสนับสนุนด้านการเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งนำงานวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตร สร้างความสมดุลทางเศรษฐกิจควบคู่กับการลดปัญหาด้านการเกษตรอย่างยั่งยืน การลงนามความเข้าใจครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะบูรณาการองค์ความรู้และทรัพยากรร่วมกัน โดยที่ วว. มีความพร้อมและความเชี่ยวชาญในการบูรณาการงานทางด้านเทคโนโลยีการเกษตรตลอดห่วงโซ่อุปทาน (Valued Chain) ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เริ่มจากเทคโนโลยีการปลูก การพัฒนาสายพันธุ์เทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว และการแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ตลอดจนเทคโนโลยีอื่นๆ ที่พร้อมส่งเสริมและสนับสนุนให้แก่เกษตรกรและผู้สนใจทั่วไป</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-21459" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/tista3-300x132.jpg" alt="" width="600" height="263" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/tista3-300x132.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/tista3-768x337.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/tista3-150x66.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/tista3-500x219.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/tista3.jpg 850w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>“วว. มีห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐาน การวิเคราะห์ทดสอบ โครงสร้างพื้นฐานต่างๆ รวมทั้งนักวิจัยและบุคลากรของ วว. ล้วนมีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ ที่พร้อมจะนำศักยภาพที่มีไปผลักดันให้เกิดประโยชน์ทั้งในเชิงพาณิชย์และเชิงสังคม ความร่วมมือนี้จะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและส่งผลให้เกิดการพัฒนางานวิจัย นวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้เกิดการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน” <strong>ผู้ว่า วว.</strong> กล่าว</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-21458" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/tista4-300x171.jpg" alt="" width="600" height="342" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/tista4-300x171.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/tista4-150x85.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/tista4-500x285.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/tista4.jpg 639w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ด้าน<strong>วิรัตน์ ปราบทุกข์ ผู้อำนวยการ สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน)</strong> กล่าวว่า สวพส. มีภารกิจสนับสนุนและรักษาซึ่งพันธกิจของโครงการหลวงในการวิจัยและพัฒนา เผยแพร่และสร้างเครือข่ายองค์ความรู้ของการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน ประกอบด้วย งานวิจัย งานส่งเสริมและขยายผล งานพัฒนาเครือข่ายและความเป็นหุ้นส่วนในความร่วมมือด้านต่าง ๆ โดยการสร้างเครือข่ายเพื่อสนับสนุนงานวิจัย งานพัฒนา อุทยานหลวงราชพฤกษ์ ทั้งภายในสถาบัน โครงการหลวง และหน่วยงานรัฐ สถาบันการศึกษาทั้งในและต่างประเทศ งานพัฒนาอุทยานหลวงราชพฤกษ์ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ เพื่อพัฒนาให้เป็นแหล่งเผยแพร่องค์ความรู้และเป็นจุดเชื่อมโยงการแสดงผลงานวิจัยและพัฒนาผลงานโครงการหลวงและพื้นที่สูง รวมทั้งด้านงานบริหารและพัฒนาองค์กร เพื่อเสริมสร้างองค์กรให้มีความเข้มแข็งและมั่นคง</p>
<p>“การดำเนินงานของ สวพส. มีความสัมพันธ์กับชาวบ้านในพื้นที่ ปัจจุบันประชาชนในพื้นที่หรือประเทศต้องการองค์ความรู้และนวัตกรรมเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะปัจจัยที่มีต่อการเปลี่ยนแปลง สวพส. ต้องการประสานความร่วมมือกับทุกหน่วยงาน เพื่อให้บุคลากรและเจ้าหน้าที่ทำงาน ได้มีเครื่องมือเข้าไปช่วยเหลือชาวบ้านเข้าไปพัฒนาพื้นที่สูง ขณะนี้ สวพส. ร่วมกับมูลนิธิโครงการหลวงได้ผลักดันแผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืนในระยะปี พ.ศ. 2566-2570 โดยแผนนี้จะครอบคลุมทั้งงานด้านการวิจัยและพัฒนาและภารกิจของทุกหน่วย มุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยี องค์ความรู้และความร่วมมือของทุกภาคส่วน</p>
<p><strong>“การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ จะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้แผนฯการพัฒนาพื้นที่สูงเกิดการเปลี่ยนแปลงได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ วว. และ สวพส. มีภารกิจที่ใกล้เคียงกันในการวิจัยพัฒนาค้นคว้าเทคโนโลยีและนวัตกรรม มุ่งนำผลงานไปสร้างประโยชน์อย่างกว้างขวางและรวดเร็ว วว. มีความโดดเด่นความเชี่ยวชาญด้านการวิจัยพัฒนา สวพส. จะเข้ามาเติมเต็มให้สมบูรณ์ขึ้นในด้านการมีพื้นที่เป้าหมาย ซึ่งมีการวิเคราะห์ปัญหา การวางเป้าหมายการพัฒนา จะทำให้นำความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ตรงจุดและสามารถแก้ไขปัญหาตรงกับความต้องการ จะทำให้เกิดการพัฒนาพื้นที่สูงได้อย่างเป็นรูปธรรม เกิดประโยชน์กับประชาชน เกิดประโยชน์กับประเทศชาติ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาความยากจน การเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สร้างความมั่นคงให้กับประชาชน โดยเฉพาะตามแนวชายแดนที่ห่างไกล” ผู้อำนวยการ สวพส. กล่าว</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/tistr-3/">วว. จับมือ สวพส. เพิ่มขีดความสามารถงานวิจัยพัฒนา มุ่งสร้างนวัตกรรมใหม่อย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/tistr-3/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สวพส. ชูองค์ความรู้จากโครงการหลวงสู่ชุมชนพื้นที่สูง ลดจุด Hotspot &#8211; ทำเกษตรกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%9e%e0%b8%aa-%e0%b8%8a%e0%b8%b9%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%82%e0%b8%84/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%9e%e0%b8%aa-%e0%b8%8a%e0%b8%b9%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%82%e0%b8%84/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 18 Feb 2022 09:52:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[สวพส.]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=21139</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. ตระหนักถึงปัญหาและผลกระทบของหมอกควันและไฟป่าที่เกิดขึ้น จึงนำองค์ความรู้จากโครงการหลวงมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของชุมชนบนพื้นที่สูง ให้คนกับป่าอยู่ร่วมกันได้โดยการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ลดการเผาเพื่อการเกษตร เน้นการทำเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นผลให้จุดความร้อน (Hotspot) ในพื้นที่สูงลดลง และมีแนวโน้มว่าจะลดลงอย่างต่อเนื่อง วิรัตน์ ปราบทุกข์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง กล่าวว่า หากพูดถึงปัญหาหมอกควันและไฟป่าในประเทศไทยคงจะทราบกันดีว่าปัญหานี้มีมานานหลายปี โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือนั้นนับว่าเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก โดยในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนพฤษาภาคม 2563 เกิดจุดความร้อนสะสมในพื้นที่การดูแลของ สวพส. 8 จังหวัด จำนวน 7,322 จุด ทำให้ป่าต้นน้ำลำธารเสียหาย และค่า&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%9e%e0%b8%aa-%e0%b8%8a%e0%b8%b9%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%82%e0%b8%84/">สวพส. ชูองค์ความรู้จากโครงการหลวงสู่ชุมชนพื้นที่สูง ลดจุด Hotspot – ทำเกษตรกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. ตระหนักถึงปัญหาและผลกระทบของหมอกควันและไฟป่าที่เกิดขึ้น จึงนำองค์ความรู้จากโครงการหลวงมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของชุมชนบนพื้นที่สูง ให้คนกับป่าอยู่ร่วมกันได้โดยการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ลดการเผาเพื่อการเกษตร เน้นการทำเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นผลให้จุดความร้อน (Hotspot) ในพื้นที่สูงลดลง และมีแนวโน้มว่าจะลดลงอย่างต่อเนื่อง</strong></p>
<p><span id="more-21139"></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21142" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/02/2.นายวิรัตน์-ปราบทุกข์-ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง-300x200.jpg" alt="" width="600" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/02/2.นายวิรัตน์-ปราบทุกข์-ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/02/2.นายวิรัตน์-ปราบทุกข์-ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/02/2.นายวิรัตน์-ปราบทุกข์-ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/02/2.นายวิรัตน์-ปราบทุกข์-ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/02/2.นายวิรัตน์-ปราบทุกข์-ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง.jpg 850w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>วิรัตน์ ปราบทุกข์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง</strong> กล่าวว่า หากพูดถึงปัญหาหมอกควันและไฟป่าในประเทศไทยคงจะทราบกันดีว่าปัญหานี้มีมานานหลายปี โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือนั้นนับว่าเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก โดยในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนพฤษาภาคม 2563 เกิดจุดความร้อนสะสมในพื้นที่การดูแลของ สวพส. 8 จังหวัด จำนวน 7,322 จุด ทำให้ป่าต้นน้ำลำธารเสียหาย และค่า PM 2.5 สูงมาก ก่อให้เกิดปัญหาในการใช้ชีวิตของประชาชน ซึ่งในส่วนของการแก้ไขปัญหานั้นทุกส่วนของภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีการแก้ไขปัญหาด้วยวิธีการต่าง ๆ และที่เห็นเป็นประจำทุกปีคือการพ่นน้ำ การดับไฟป่า การจัดทำแนวกันไฟ และอีกหลาย ๆ กิจกรรม ซึ่งยังไม่สามารถที่จะลดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและสิ่งแวดล้อมได้</p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%9e%e0%b8%aa-%e0%b8%8a%e0%b8%b9%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%82%e0%b8%84/7-%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%9e%e0%b8%aa-%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%82/'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/02/7.สวพส.-นำองค์ความรู้จากโครงการหลวงสู่ชุมชนพื้นที่สูง-ลดจุด-Hotspot-เพิ่มพื้นที่สีเขียว-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/02/7.สวพส.-นำองค์ความรู้จากโครงการหลวงสู่ชุมชนพื้นที่สูง-ลดจุด-Hotspot-เพิ่มพื้นที่สีเขียว-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/02/7.สวพส.-นำองค์ความรู้จากโครงการหลวงสู่ชุมชนพื้นที่สูง-ลดจุด-Hotspot-เพิ่มพื้นที่สีเขียว-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/02/7.สวพส.-นำองค์ความรู้จากโครงการหลวงสู่ชุมชนพื้นที่สูง-ลดจุด-Hotspot-เพิ่มพื้นที่สีเขียว-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/02/7.สวพส.-นำองค์ความรู้จากโครงการหลวงสู่ชุมชนพื้นที่สูง-ลดจุด-Hotspot-เพิ่มพื้นที่สีเขียว-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/02/7.สวพส.-นำองค์ความรู้จากโครงการหลวงสู่ชุมชนพื้นที่สูง-ลดจุด-Hotspot-เพิ่มพื้นที่สีเขียว.jpg 850w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%9e%e0%b8%aa-%e0%b8%8a%e0%b8%b9%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%82%e0%b8%84/8-%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%9e%e0%b8%aa-%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%82/'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/02/8.สวพส.-นำองค์ความรู้จากโครงการหลวงสู่ชุมชนพื้นที่สูง-ลดจุด-Hotspot-เพิ่มพื้นที่สีเขียว-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/02/8.สวพส.-นำองค์ความรู้จากโครงการหลวงสู่ชุมชนพื้นที่สูง-ลดจุด-Hotspot-เพิ่มพื้นที่สีเขียว-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/02/8.สวพส.-นำองค์ความรู้จากโครงการหลวงสู่ชุมชนพื้นที่สูง-ลดจุด-Hotspot-เพิ่มพื้นที่สีเขียว-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/02/8.สวพส.-นำองค์ความรู้จากโครงการหลวงสู่ชุมชนพื้นที่สูง-ลดจุด-Hotspot-เพิ่มพื้นที่สีเขียว-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/02/8.สวพส.-นำองค์ความรู้จากโครงการหลวงสู่ชุมชนพื้นที่สูง-ลดจุด-Hotspot-เพิ่มพื้นที่สีเขียว-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/02/8.สวพส.-นำองค์ความรู้จากโครงการหลวงสู่ชุมชนพื้นที่สูง-ลดจุด-Hotspot-เพิ่มพื้นที่สีเขียว.jpg 850w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%9e%e0%b8%aa-%e0%b8%8a%e0%b8%b9%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%82%e0%b8%84/1-%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%9e%e0%b8%aa-%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%82/'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/02/1.สวพส.-นำองค์ความรู้จากโครงการหลวงสู่ชุมชนพื้นที่สูง-ลดจุด-Hotspot-เพิ่มพื้นที่สีเขียว-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/02/1.สวพส.-นำองค์ความรู้จากโครงการหลวงสู่ชุมชนพื้นที่สูง-ลดจุด-Hotspot-เพิ่มพื้นที่สีเขียว-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/02/1.สวพส.-นำองค์ความรู้จากโครงการหลวงสู่ชุมชนพื้นที่สูง-ลดจุด-Hotspot-เพิ่มพื้นที่สีเขียว-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/02/1.สวพส.-นำองค์ความรู้จากโครงการหลวงสู่ชุมชนพื้นที่สูง-ลดจุด-Hotspot-เพิ่มพื้นที่สีเขียว-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/02/1.สวพส.-นำองค์ความรู้จากโครงการหลวงสู่ชุมชนพื้นที่สูง-ลดจุด-Hotspot-เพิ่มพื้นที่สีเขียว-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/02/1.สวพส.-นำองค์ความรู้จากโครงการหลวงสู่ชุมชนพื้นที่สูง-ลดจุด-Hotspot-เพิ่มพื้นที่สีเขียว.jpg 850w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>

<p>จากปัญหาดังกล่าว สวพส. ได้ขยายองค์ความรู้จากโครงการหลวงมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ทั้งการทำการเกษตรแบบไม่เผา โดยการจัดพื้นที่รายแปลงที่เหมาะสม เน้นการใช้พื้นที่น้อยให้มีรายได้มาก ใช้พืชผักที่ขายได้ในราคาสูงและทำได้ตลอดทั้งปี</p>
<p>สวพส. ได้ดำเนินงานการเพิ่มพื้นที่สีเขียว โดยส่งเสริมการปลูกไม้ผลและกาแฟใต้ร่มเงาในพื้นที่ป่า และการประสานกับหน่วยงานภาคีในการช่วยเหลือชุมชนบนพื้นที่สูงให้มีวิถีชีวิตที่ดีและพอมีพอกินตามหลักปรัชญาเศรฐกิจพอเพียง โดยการทำการเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม กล่าวคือ เมื่อชาวบ้านมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ทำให้ชาวบ้านมีเวลาที่จะดูแลป่าไม้ที่อยู่รอบชุมชนมากขึ้น เพิ่มพื้นที่สีเขียวและพื้นที่ทำการเกษตรที่มีไม้ยืนต้น ไม่บุกรุกทำลายป่า โดยทำการเกษตรแบบไม่เผา ส่งผลให้ในปี พ.ศ.2564 จุดความร้อน (Hotspot) ในพื้นที่การดูแลของ สวพส. 8 จังหวัด มีจำนวนลดลงมากถึง 70 % เมื่อเทียบกับปี พ.ศ.2563 และบางพื้นที่ไม่มีจุดความร้อนเกิดขึ้นเลย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21143" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/02/3.นายเดชธพล-กล่อมจอหอ-นักวิชาการส่งเสริมและพัฒนา-สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง-300x210.jpg" alt="" width="600" height="421" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/02/3.นายเดชธพล-กล่อมจอหอ-นักวิชาการส่งเสริมและพัฒนา-สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง-300x210.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/02/3.นายเดชธพล-กล่อมจอหอ-นักวิชาการส่งเสริมและพัฒนา-สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง-768x539.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/02/3.นายเดชธพล-กล่อมจอหอ-นักวิชาการส่งเสริมและพัฒนา-สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง-150x105.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/02/3.นายเดชธพล-กล่อมจอหอ-นักวิชาการส่งเสริมและพัฒนา-สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง-500x351.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/02/3.นายเดชธพล-กล่อมจอหอ-นักวิชาการส่งเสริมและพัฒนา-สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง.jpg 850w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ด้าน<strong>เดชธพล กล่อมจอหอ นักวิชาการส่งเสริมและพัฒนา สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง</strong> กล่าวว่า โครงการลุ่มน้ำสาละวินที่ทางสวพส. เข้าไปดำเนินการ มีพื้นที่ทั้งหมดล้านกว่าไร่ ครอบคุมพื้นที่จังหวัดตากและแม่ฮ่องสอน ซึ่งเมื่อย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา มีปัญหาเรื่องการเผาเพื่อทำการเกษตรเกิดขึ้นเยอะมาก สวพส. จึงส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปดำเนินงานด้วยการสร้างความคุ้นเคยกับผู้นำชุมชนและชาวบ้าน และการนำองค์ความรู้จากโครงการหลวงมาเป็นต้นแบบในการพัฒนาพื้นที่สูงในทุกมิติ เพื่อให้ชุมชนมีวิถีชีวิตที่ดีขึ้น ให้คนอยู่กับป่าได้อย่างลงตัว ส่งผลให้ปัจจุบันการเผาป่าและจุด Hotspot ในพื้นที่ลุ่มน้ำสาละวินลดลงอย่างต่อเนื่อง และบางพื้นที่อย่างพื้นที่โครงการพัฒนาพื้นที่สูงตามแบบโครงการหลวงสบโขงไม่เกิดจุดความร้อนแม้แต่จุดเดียว ส่งผลให้ชุมชนในพื้นที่ลุ่มน้ำสาละวินมีวิถีชีวิตที่ดีขึ้น มีการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทำให้มีรายได้ตลอดทั้งปี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21141" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/02/132-300x181.jpg" alt="" width="600" height="363" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/02/132-300x181.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/02/132-768x464.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/02/132-150x91.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/02/132-500x302.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/02/132.jpg 850w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>“จะเห็นได้ว่าการดำเนินงานของ สวพส. คือการลงพื้นที่และเข้าให้ถึงตัวชาวบ้าน โดยเริ่มจากผู้นำชุมชนก่อน ด้วยสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่น ซึ่งเป็นผู้มีส่วนสำคัญในทุกขั้นตอนของการพัฒนา ทำให้ชาวบ้านเปิดใจยอมรับพร้อมที่จะปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ และเห็นความสำคัญของปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตร ทั้งนี้ทรัพยากรธรรมชาติเป็นของทุกคนและเพื่อให้คงอยู่สืบต่อไปให้ลูกหลานในอนาคต ทางเดียวที่เราจะสู้ได้ คือ การนำองค์ความรู้เข้าไปแก้ปัญหา ซึ่งสิ่งนี้เป็นความตั้งใจของสวพส. ร่วมกับ มูลนิธิโครงการหลวง ชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยตั้งเป้าลดจุด Hotspot ในพื้นที่ให้ได้มากที่สุด ให้คนและป่าอยู่ร่วมกันเพื่อการรักษาสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน” วิรัตน์ กล่าวสรุปทิ้งท้าย</p>
<p>&nbsp;</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%9e%e0%b8%aa-%e0%b8%8a%e0%b8%b9%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%82%e0%b8%84/">สวพส. ชูองค์ความรู้จากโครงการหลวงสู่ชุมชนพื้นที่สูง ลดจุด Hotspot – ทำเกษตรกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%9e%e0%b8%aa-%e0%b8%8a%e0%b8%b9%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%82%e0%b8%84/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สวพส. แนะ 7 แนวทางปลูกพืชผักบนพื้นที่สูงให้ได้คุณภาพ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b8%8a%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%87/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b8%8a%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%87/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 04 Jun 2021 07:40:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Report]]></category>
		<category><![CDATA[การปลูกพืชผักบนพื้นที่สูง]]></category>
		<category><![CDATA[การผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[งานวิจัย]]></category>
		<category><![CDATA[วิรัตน์ ปราบทุกข์]]></category>
		<category><![CDATA[สวพส.]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการหลวง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=17362</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. เสนอแนะ 7 แนวทางปลูกพืชผักบนพื้นที่สูงให้ได้คุณภาพ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อความยั่งยืนของการประกอบอาชีพปลูกพืชผัก เผยโครงการหลวงและสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง ได้ส่งเสริมให้เกษตรกรบนพื้นที่สูงจำนวนมาก ปลูกพืชผักเป็นอาชีพมาเป็นระยะเวลายาวนาน โดยในปีหนึ่ง ๆ มีผลิตผลที่ผ่านระบบบริหารจัดการด้านการตลาดรวมมากกว่า 25,552 ตัน มูลค่าประมาณ 646 ล้านบาท วิรัตน์ ปราบทุกข์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. กล่าวว่า ตามที่เพชรดา อยู่สุข รองผู้อำนวยการสถาบัน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b8%8a%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%87/">สวพส. แนะ 7 แนวทางปลูกพืชผักบนพื้นที่สูงให้ได้คุณภาพ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. เสนอแนะ 7 แนวทางปลูกพืชผักบนพื้นที่สูงให้ได้คุณภาพ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อความยั่งยืนของการประกอบอาชีพปลูกพืชผัก เผยโครงการหลวงและสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง ได้ส่งเสริมให้เกษตรกรบนพื้นที่สูงจำนวนมาก ปลูกพืชผักเป็นอาชีพมาเป็นระยะเวลายาวนาน โดยในปีหนึ่ง ๆ มีผลิตผลที่ผ่านระบบบริหารจัดการด้านการตลาดรวมมากกว่า 25,552 ตัน มูลค่าประมาณ 646 ล้านบาท</strong><span id="more-17362"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>วิรัตน์ ปราบทุกข์</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน)</strong> หรือ<strong> สวพส.</strong> กล่าวว่า ตามที่เพชรดา อยู่สุข รองผู้อำนวยการสถาบัน ด้านการพัฒนา และ อิทธิพล โพธิ์ศรี นักวิชาการ สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง ได้ทำการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการปลูกพืชของเกษตรกรบนพื้นที่สูง พบว่าพื้นที่สูงของประเทศไทยซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในเขตภาคเหนือนั้นมีสภาพพื้นที่และภูมิอากาศต่างจากพื้นที่ราบเป็นอย่างมาก โดยเป็นเทือกเขาที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเล ตั้งแต่ 500 ถึงมากกว่า 1,000 เมตร ทำให้มีสภาพภูมิอากาศที่หนาวเย็นและมีฝนตกชุก นอกจากนี้ยังเป็นพื้นที่ที่อยู่ห่างไกลและอยู่ในถิ่นทุรกันดาร ประชาชนที่อยู่อาศัยบนพื้นที่สูงส่วนใหญ่เป็นชาวไทยภูเขาเผ่าต่าง ๆ จึงมีความเป็นอยู่ที่ยากลำบาก โดยในอดีตดำรงชีวิตอยู่ด้วยการทำไร่เลื่อนลอย และปลูกพืชเพียงไม่กี่ชนิด คือ ข้าว ข้าวโพด และพืชผักท้องถิ่น เพื่อเป็นพืชอาหารเป็นหลัก ส่วนพืชรายได้มีน้อยมาก จึงเกิดปัญหาการปลูกฝิ่น ซึ่งเป็นพืชเสพติดที่สร้างปัญหาให้กับคนทั้งโลก</p>
<figure id="attachment_17410" aria-describedby="caption-attachment-17410" style="width: 602px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-17410" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/06/Virat.jpg" alt="วิรัตน์ ปราบทุกข์" width="602" height="408" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/06/Virat.jpg 602w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/06/Virat-300x203.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/06/Virat-150x102.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/06/Virat-500x339.jpg 500w" sizes="(max-width: 602px) 100vw, 602px" /><figcaption id="caption-attachment-17410" class="wp-caption-text">วิรัตน์ ปราบทุกข์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส.</figcaption></figure>
<p>ในการนี้พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จึงทรงก่อตั้ง“โครงการหลวง” เพื่อส่งเสริมให้คนบนพื้นที่สูงปลูกพืชทดแทนฝิ่น โดยพืชส่วนใหญ่ที่ปลูกทดแทนฝิ่นเป็นพืชเมืองหนาว หากปลูกพืชผักเขตร้อนจะไม่สามารถแข่งขันทางการตลาดกับพื้นที่ราบได้ แต่ในอดีตพืชผักเขตหนาวเป็นของใหม่สำหรับประเทศไทย เราขาดองค์ความรู้ว่าจะปลูกพืชผักอะไร วิธีการเพาะปลูกอย่างไร และยังไม่มีตลาด โครงการหลวงเป็นหน่วยงานหลักที่ได้วิจัย ส่งเสริม และสร้างตลาด จนทุกวันนี้เป็นที่รู้จัก มีการปลูกและบริโภคกันอย่างแพร่หลาย ต่อมารัฐบาลได้ตั้ง สวพส. ขึ้นเพื่อสนับสนุนงานโครงการหลวง และขยายผลสำเร็จไปพัฒนาพื้นที่สูงต่าง ๆ ปัจจุบันพืชพันธุ์ใหม่ ๆ และวิธีการเพาะปลูกที่ประณีตและปลอดภัย ได้รับการวิจัยและพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง และส่งเสริมแก่เกษตรกรอย่างกว้างขวาง</p>
<h3>พืชผักกับการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมบนพื้นที่สูง</h3>
<p>พื้นที่สูงเป็นป่าต้นน้ำลำธารที่สำคัญของประเทศ แม้ว่ามีความจำเป็นต้องส่งเสริมอาชีพ เพื่อพัฒนาชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชน ซึ่งอาศัยอยู่มากกว่า 4,000 ชุมชน มีประชากรประมาณ 1 ล้านคน ยังต้องคำนึงถึงการไม่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยใช้ทรัพยากรธรรมชาติให้น้อยและคุ้มค่าที่สุด และได้ผลตอบแทนเพียงพอต่อการดำรงชีวิต แต่ที่ผ่านมาพืชเศรษฐกิจส่วนใหญ่เป็นพืชไร่ เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ใช้พื้นที่และแรงงานจำนวนมาก ถึงจะมีรายได้เพียงพอต่อการดำรงชีวิต จึงเป็นสาเหตุของการบุกรุกป่า เกิดการเผาและปัญหาหมอกควัน พืชผักจึงสามารถตอบโจทย์ได้ดี เพราะมีความต้องการของตลาดสูง จึงสามารถสร้างอาชีพให้กับประชาชนได้กว้างขวาง การเพาะปลูกไม่มีปัญหาการเผา สามารถให้ผลตอบแทนสูงในพื้นที่จำกัดและได้ตลอดปี โดยเฉพาะเมื่อปลูกในระบบที่ประณีต จะยิ่งใช้พื้นที่และน้ำน้อยมาก ดังจะเห็นได้ชัดเจนในพื้นที่ดำเนินงานของ สวพส. หลายแห่ง เช่น น่าน เชียงใหม่ ตาก และแม่ฮ่องสอน ที่ปรับระบบเกษตรเป็นพืชผักและพืชอื่น ๆ ที่เหมาะสมแล้ว สามารถลดการบุกรุกป่า และการเผาได้อย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งทำให้เกษตรกรมีรายได้และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-17406" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/06/agriculture-01.jpg" alt="แนวทางการปลูกพืชผักบนพื้นที่สูงให้ได้คุณภาพ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม" width="602" height="408" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/06/agriculture-01.jpg 602w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/06/agriculture-01-300x203.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/06/agriculture-01-150x102.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/06/agriculture-01-500x339.jpg 500w" sizes="(max-width: 602px) 100vw, 602px" /></p>
<h3>ผลิตพืชผักคุณภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</h3>
<p>สำหรับความยั่งยืนของการประกอบอาชีพปลูกพืชผักนั้น คุณภาพของผลผลิต และวิธีการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งจากการที่โครงการหลวงและสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูงได้ส่งเสริมให้เกษตรกรบนพื้นที่สูงจำนวนมาก ปลูกพืชผักเป็นอาชีพมาเป็นระยะเวลายาวนาน โดยในปีหนึ่ง ๆ มีผลิตผลที่ผ่านระบบบริหารจัดการด้านการตลาดรวมมากกว่า 25,552 ตัน มูลค่า ประมาณ 646 ล้านบาท โดยมีหลักการและแนวทางที่เหมาะสมในการปลูกพืชผักบนพื้นที่สูง ดังนี้</p>
<ol>
<li><strong>การวางแผนการใช้ประโยชน์ที่ดิน</strong> และแปลงของเกษตรกร บนพื้นที่สูงพื้นที่ของเกษตรกรส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ลาดชัน ไม่มีแหล่งกักเก็บน้ำ จึงต้องวางแผนการใช้พื้นที่ให้มีการทำการเกษตรที่หลากหลาย ตามความเหมาะสมและศักยภาพของพื้นที่ ควบคู่ไปกับการทำระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ</li>
<li><strong>การวางแผนการผลิตและตลาด</strong> ความสำเร็จของการทำการเกษตรคือเกษตรกรจะต้องสามารถขายผลผลิตได้และราคาเป็นธรรม การส่งเสริมอาชีพแก่เกษตรกรในพื้นที่ดำเนินงานของสวพส. จะยึดหลักตลาดนำการผลิต หรือเป็นพืชหรือพันธุ์ใหม่ จะเริ่มส่งเสริมจากจำนวนที่ไม่มาก ควบคู่กับการสร้างตลาด สำหรับพืชผักเป็นพืชที่มีช่วงเวลาปลูกสั้น และต้องมีการวางแผนการผลิตและการตลาดให้สัมพันธ์กัน<br />
<img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-17407" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/06/agriculture-02.jpg" alt="แนวทางการปลูกพืชผักบนพื้นที่สูงให้ได้คุณภาพ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม" width="602" height="408" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/06/agriculture-02.jpg 602w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/06/agriculture-02-300x203.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/06/agriculture-02-150x102.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/06/agriculture-02-500x339.jpg 500w" sizes="(max-width: 602px) 100vw, 602px" /></li>
<li><strong>การเพาะปลูกภายใต้ระบบมาตรฐานอาหารปลอดภัย</strong> หรือ พืชผักที่ปลูกภายใต้ระบบการเพาะปลูกที่ดี (GAP) หรือเกษตรอินทรีย์ ซึ่งจะเป็นจุดแข็งและเพิ่มโอกาสทางการตลาด โดยเฉพาะความตระหนักเรื่องสุขภาพ และการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุในปัจจุบัน</li>
<li><strong>การเลือกพันธุ์และผลิตต้นกล้าแบบประณีต</strong> ความแม่นยำของปริมาณผลิตผลและช่วงเวลาที่ตลาดต้องการ มาจากพื้นฐานสำคัญ คือ การผลิตต้นกล้าให้ได้ตรงตามพันธุ์ ปริมาณ และช่วงเวลา ซึ่งการผลิตต้นกล้าแบบประณีตในโรงเรือนเพาะกล้าโดยใช้วัสดุปลูกที่ดี ช่วยให้ได้ต้นกล้าที่มีคุณภาพ มีจำนวน และระยะเวลาที่แน่นอน รวมทั้งยังช่วยให้ใช้เมล็ดพืชผักพันธุ์ดีซึ่งมีราคาสูงได้อย่างคุ้มค่า<br />
<img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-17408" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/06/agriculture-04.jpg" alt="แนวทางการปลูกพืชผักบนพื้นที่สูงให้ได้คุณภาพ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม" width="602" height="408" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/06/agriculture-04.jpg 602w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/06/agriculture-04-300x203.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/06/agriculture-04-150x102.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/06/agriculture-04-500x339.jpg 500w" sizes="(max-width: 602px) 100vw, 602px" /></li>
<li><strong>โรงเรือน</strong> คือ หัวใจของคุณภาพและความปลอดภัย การปลูกผักในโรงเรือนช่วยลดผลกระทบจากสภาพอากาศที่มีความแปรปรวนโดยเฉพาะบนพื้นที่สูง และยังใช้พื้นที่น้อยแต่ให้ผลตอบแทนที่สูงมากกว่าการปลูกนอกโรงเรือนประมาณ 2-5 เท่า สามารถควบคุมการผลิตได้ค่อนข้างแม่นยำและผลผลิตมีคุณภาพดี ช่วยลดการใช้สารเคมีในกระบวนการผลิตมากถึง 30-50 % ลดการใช้สารป้องกันและกำจัดวัชพืชได้ร้อยละ 100 ควบคุมการใช้น้ำและปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพ และแก้ปัญหาเรื่องของสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมได้</li>
<li><strong>การปลูกและดูแลรักษาอย่างประณีต</strong> โดยเริ่มจากการปลูกในโรงเรือน ใช้ต้นกล้าที่คุณภาพดีสม่ำเสมอ ปลูกอย่างเป็นระบบระเบียบ เพื่อให้ทุกต้นมีพื้นที่และได้รับสภาพแวดล้อมที่เหมือนกัน ให้น้ำและปุ๋ยอย่างทั่วถึงและสม่ำเสมอด้วยการให้ปุ๋ยทางระบบการน้ำ และการดูแลและป้องกันกำจัดศัตรูพืชอย่างใกล้ชิด สำหรับพืชผักใบส่วนใหญ่จะปลูกลงแปลง (ดิน) โดยตรง สำหรับผักผลบางชนิด เช่น พริกหวาน และมะเขือเทศ นิยมที่จะปลูกในวัสดุปลูก (Substrate Culture)<br />
<img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-17409" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/06/agriculture-05.jpg" alt="แนวทางการปลูกพืชผักบนพื้นที่สูงให้ได้คุณภาพ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม" width="602" height="408" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/06/agriculture-05.jpg 602w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/06/agriculture-05-300x203.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/06/agriculture-05-150x102.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/06/agriculture-05-500x339.jpg 500w" sizes="(max-width: 602px) 100vw, 602px" /></li>
<li><strong>การจัดการหลังเก็บเกี่ยวและการตลาดที่ดี</strong> นอกจากการผลิตในแปลงปลูกอย่างประณีตและปลอดภัยแล้ว ต้องมีการเก็บเกี่ยวและการจัดการหลังเก็บเกี่ยวที่ดี ทั้งการรวบรวมและการคัดคุณภาพของผลิตผลให้เป็นไปตามที่กำหนด การบรรจุหีบห่อ และการขนส่งไปสู่ตลาด ซึ่งกระบวนการทั้งหมดต้องทำอย่างประณีตและรวดเร็ว เพื่อให้ผลิตผลถึงตลาดและผู้บริโภคด้วยคุณภาพดีที่สุด นอกจากนี้ยังมีขั้นตอนการตรวจสอบความปลอดภัยของผลผลิต โดยตรวจสารเคมีตกค้างทั้งก่อนและหลังเก็บเกี่ยว การจัดการหลังการเก็บเกี่ยวที่เป็นระบบแบบนี้จำเป็นต้องมีโครงสร้างพื้นฐานรองรับ เช่น โรงคัดบรรจุ ห้องเย็น ห้องวิเคราะห์สารเคมี หรือรถขนส่งผลผลิต ซึ่งเกษตรกรควรรวมกันเป็นวิสาหกิจชุมชนหรือสหกรณ์ เพื่อให้รัฐสามารถให้สนับสนุนได้ง่าย รวมถึงการขอรับรองมาตรฐาน</li>
</ol>
<p>“การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ความใส่ใจและห่วงใยสุขภาพของผู้บริโภคในปัจจุบันนี้ พืชผักจะเป็นอาหารอันดับแรก ๆ ที่มีความสำคัญ แต่เกษตรกรจะสามารถปลูกพืชผักเป็นอาชีพอย่างมั่นคงได้ ความปลอดภัยของผลิตผล และการเพาะปลูกแบบประณีต เป็นสิ่งที่จะต้องคำนึงถึงอยู่เสมอ เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันทางการตลาด และความพร้อมสำหรับรองรับการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ เช่น สภาพภูมิอากาศ การเสื่อมโทรมและจำกัดของทรัพยากรธรรมชาติ รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงของกฎและกติกาการค้าต่างๆที่จะเกิดขึ้นในอนาคต” <strong>วิรัตน์</strong> กล่าวทิ้งท้าย</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b8%8a%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%87/">สวพส. แนะ 7 แนวทางปลูกพืชผักบนพื้นที่สูงให้ได้คุณภาพ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b8%8a%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
