<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สุขภาพ | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Thu, 25 Dec 2025 06:40:46 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>สุขภาพ | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>รพ.วิมุต เปิด 5 โรคยอดฮิตปี 2568 สะท้อนวิกฤตสุขภาพคนไทย NCDs ยังครองแชมป์ คนทำงาน–คนเมืองเสี่ยงสูง ชี้ปี 2569 ภาระสุขภาพเพิ่ม หากไทยไม่เร่งดูแลเชิงป้องกัน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/vimut-ncds/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 25 Dec 2025 06:40:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[NCDs]]></category>
		<category><![CDATA[รพ.วิมุต]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[โรคยอดฮิตปี 2568]]></category>
		<category><![CDATA[โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=42534</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ 25 ธันวาคม 2568 &#8211; ในช่วงที่เศรษฐกิจไทยยังเผชิญความผันผวน ค่าครองชีพสูง การแข่งขันในการทำงานรุนแรงขึ้น และสภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว “สุขภาพ” กลายเป็นหนึ่งในต้นทุนสำคัญที่กำหนดคุณภาพชีวิตของประชาชนและประสิทธิภาพเศรษฐกิจของประเทศ ล่าสุด โรงพยาบาลวิมุต เปิดข้อมูลภาพรวมผู้ป่วยปี 2568 พบว่า คนไทยยังคงเข้ารับการรักษาจำนวนมากจากโรคที่เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตและปัจจัยแวดล้อม โดยเฉพาะกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ซึ่งไม่เพียงเป็นปัญหาสาธารณสุข แต่ยังเป็นความเสี่ยงเชิงโครงสร้างต่อระบบเศรษฐกิจในระยะยาว จากข้อมูลผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในปี 2568 โรงพยาบาลวิมุตระบุว่า 5 โรคหรือกลุ่มโรคที่มีจำนวนผู้ป่วยมากที่สุด ได้แก่ 1.โรคความดันโลหิตสูง 2.โรคเบาหวาน 3.ภาวะไขมันในเลือดสูง&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/vimut-ncds/">รพ.วิมุต เปิด 5 โรคยอดฮิตปี 2568 สะท้อนวิกฤตสุขภาพคนไทย NCDs ยังครองแชมป์ คนทำงาน–คนเมืองเสี่ยงสูง ชี้ปี 2569 ภาระสุขภาพเพิ่ม หากไทยไม่เร่งดูแลเชิงป้องกัน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ 25 ธันวาคม 2568 &#8211; <strong>ในช่วงที่เศรษฐกิจไทยยังเผชิญความผันผวน ค่าครองชีพสูง การแข่งขันในการทำงานรุนแรงขึ้น และสภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว “สุขภาพ” กลายเป็นหนึ่งในต้นทุนสำคัญที่กำหนดคุณภาพชีวิตของประชาชนและประสิทธิภาพเศรษฐกิจของประเทศ ล่าสุด โรงพยาบาลวิมุต เปิดข้อมูลภาพรวมผู้ป่วยปี 2568 พบว่า คนไทยยังคงเข้ารับการรักษาจำนวนมากจากโรคที่เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตและปัจจัยแวดล้อม โดยเฉพาะกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ซึ่งไม่เพียงเป็นปัญหาสาธารณสุข แต่ยังเป็นความเสี่ยงเชิงโครงสร้างต่อระบบเศรษฐกิจในระยะยาว</strong></p>
<p><span id="more-42534"></span></p>
<p>จากข้อมูลผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในปี 2568 โรงพยาบาลวิมุตระบุว่า 5 โรคหรือกลุ่มโรคที่มีจำนวนผู้ป่วยมากที่สุด ได้แก่ 1.โรคความดันโลหิตสูง 2.โรคเบาหวาน 3.ภาวะไขมันในเลือดสูง 4.โรคหวัดและโรคทางเดินหายใจ และ 5.กลุ่มอาการออฟฟิศซินโดรม โดย 3 อันดับแรกเป็นกลุ่มโรค NCDs ซึ่งสะท้อนปัญหาสุขภาพจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนไทยอย่างชัดเจน ทั้งการบริโภคอาหารที่ไม่สมดุล การออกกำลังกายน้อย และความเครียดสะสม ขณะที่โรคหวัดและภูมิแพ้มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับสภาพอากาศที่แปรปรวนและปัญหาฝุ่น PM2.5 ส่วน ออฟฟิศซินโดรม กลายเป็นโรคประจำตัวของคนวัยทำงานในยุคเศรษฐกิจ</p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42537" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/vimut-ncds-02.jpg" alt="นายแพทย์สุวาณิช เตรียมชาญชูชัย" width="400" height="600" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/vimut-ncds-02.jpg 400w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/vimut-ncds-02-200x300.jpg 200w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/vimut-ncds-02-150x225.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/vimut-ncds-02-333x500.jpg 333w" sizes="(max-width: 400px) 100vw, 400px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายแพทย์สุวาณิช เตรียมชาญชูชัย</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวิมุต</strong> กล่าวว่า “ปัจจัยที่ทำให้โรคทั้ง 5 กลุ่มนี้กลายเป็นโรคยอดฮิตในปี 2568 มาจากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของสังคมไทย คนเมืองต้องใช้ชีวิตเร่งรีบ ทำงานหลายบทบาท มีเวลาพักผ่อนและดูแลตัวเองน้อยลง ขณะเดียวกันพฤติกรรมการกินยังคงพึ่งพาอาหารสำเร็จรูป อาหารแปรรูป และเครื่องดื่มหวานเป็นหลัก ซึ่งเป็นตัวเร่งสำคัญของโรค NCDs ส่วนปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อย ฝนตกสลับร้อน และปัญหาฝุ่น PM2.5 ในช่วงฤดูหนาว ส่งผลโดยตรงต่อโรคระบบทางเดินหายใจและภูมิแพ้ ขณะที่ออฟฟิศซินโดรมสะท้อนต้นทุนสุขภาพของแรงงานยุคดิจิทัลที่ต้องนั่งทำงานหน้าจอวันละหลายชั่วโมง และหากพฤติกรรมเหล่านี้ยังไม่เปลี่ยน แนวโน้มในปี 2569 โรคดังกล่าวจะยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และอาจพบผู้ป่วยในอายุน้อยลง”</p>
<p>“แม้โรคเหล่านี้จะพบได้บ่อย แต่สิ่งที่น่ากังวลคืออาการเริ่มต้นมักไม่ชัดเจน โรคความดัน เบาหวาน และไขมันในเลือดสูง อาจไม่มีอาการในระยะแรก หรือแสดงเพียงอาการเล็กน้อย หากปล่อยไว้โดยไม่ตรวจคัดกรอง อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงและค่าใช้จ่ายด้านการรักษาที่เพิ่มสูงขึ้นในอนาคต ขณะที่โรคหวัดและภูมิแพ้ หากมีอาการไอ จาม น้ำมูกเรื้อรัง หรือแน่นหน้าอกบ่อยครั้ง อาจสะท้อนผลกระทบจากมลพิษทางอากาศ ส่วนออฟฟิศซินโดรมที่เริ่มจากอาการปวดเมื่อยเล็กน้อย หากละเลย อาจพัฒนาเป็นอาการปวดเรื้อรัง และส่งผลต่อทั้งคุณภาพชีวิตและประสิทธิภาพการทำงาน” นายแพทย์สุวาณิช กล่าวสรุป</p>
<p>ท่ามกลางความท้าทายดังกล่าว ปี 2568 ถือเป็นปีที่โรงพยาบาลวิมุตเร่งลงทุนและปรับยุทธศาสตร์ธุรกิจสุขภาพอย่างจริงจัง ด้วยการเปิด 3 ศูนย์ความเป็นเลิศ (Excellence Centers) ได้แก่ ศูนย์สุขภาพปอด เพื่อรับมือโรคทางเดินหายใจจาก PM2.5 และภูมิแพ้ ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด เพื่อรองรับภาวะแทรกซ้อนจากโรคความดัน เบาหวาน และไขมันในเลือดสูง และศูนย์กระดูกและข้อ เพื่อดูแลปัญหากล้ามเนื้อ กระดูก และข้อ จากทั้งวัยทำงานและสังคมผู้สูงอายุ การเปิดศูนย์เหล่านี้สะท้อนทิศทางของวิมุตในการยกระดับการรักษาเฉพาะทาง ควบคู่กับการลงทุนด้านเทคโนโลยีและทีมแพทย์สหสาขาวิชาชีพ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการวินิจฉัย การรักษา และการฟื้นฟูสุขภาพ</p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/vimut-ncds-03.jpg'><img decoding="async" width="740" height="493" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/vimut-ncds-03.jpg" class="attachment-large size-large" alt="รพ.วิมุต" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/vimut-ncds-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/vimut-ncds-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/vimut-ncds-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/vimut-ncds-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/vimut-ncds-04.jpg'><img decoding="async" width="740" height="493" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/vimut-ncds-04.jpg" class="attachment-large size-large" alt="รพ.วิมุต" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/vimut-ncds-04.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/vimut-ncds-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/vimut-ncds-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/vimut-ncds-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/vimut-ncds-05.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="740" height="493" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/vimut-ncds-05.jpg" class="attachment-large size-large" alt="รพ.วิมุต" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/vimut-ncds-05.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/vimut-ncds-05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/vimut-ncds-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/vimut-ncds-05-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></a>

<p>สำหรับปี 2569 โรงพยาบาลวิมุตยังคงเดินหน้าขยายการลงทุนด้านบริการสุขภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับโครงสร้างประชากรและพฤติกรรมสุขภาพของคนไทยที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเตรียมเปิด ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ เพื่อตอบโจทย์โรคที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากพฤติกรรมการกิน ความเครียด และวิถีชีวิตคนเมือง ควบคู่กับการเปิด ศูนย์สมอง ที่ให้ความสำคัญกับโรคระบบประสาทซึ่งพบมากขึ้นตามการเข้าสู่สังคมสูงวัย ขณะเดียวกัน ยังมีแผนเปิด ศูนย์สุขภาพสตรี ที่ออกแบบการดูแลให้เข้าใจผู้หญิงในทุกช่วงวัย ตั้งแต่การดูแลสุขภาพภายใน การฟื้นฟูสมดุลร่างกาย ไปจนถึงการดูแลด้านความงามและคุณภาพชีวิต ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะสาขาที่มีประสบการณ์ ศูนย์เฉพาะทางเหล่านี้สะท้อนทิศทางเชิงกลยุทธ์ของโรงพยาบาลวิมุตในการพัฒนาบริการสุขภาพให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของประชากรไทย โดยมุ่งสร้างคุณค่าในระยะยาวทั้งต่อผู้ใช้บริการ ระบบสุขภาพ และการเติบโตของธุรกิจสุขภาพอย่างยั่งยืน</p>
<p>ทั้งนี้ โรงพยาบาลวิมุตย้ำว่า การตรวจสุขภาพประจำปีไม่ใช่ค่าใช้จ่ายที่สูญเปล่า แต่คือการลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว ยิ่งตรวจพบเร็ว ยิ่งมีโอกาสป้องกันและดูแลโรคได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น พร้อมเดินหน้าพัฒนาศูนย์ความเป็นเลิศและการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้คนไทยมีสุขภาพที่ดี แข็งแรง และพร้อมรับมือกับทุกความท้าทายทางเศรษฐกิจและสังคมในอนาคต</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/vimut-ncds/">รพ.วิมุต เปิด 5 โรคยอดฮิตปี 2568 สะท้อนวิกฤตสุขภาพคนไทย NCDs ยังครองแชมป์ คนทำงาน–คนเมืองเสี่ยงสูง ชี้ปี 2569 ภาระสุขภาพเพิ่ม หากไทยไม่เร่งดูแลเชิงป้องกัน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไต้หวัน ประกาศผลผู้ชนะในแคมเปญ Go Healthy with Taiwan ชูไอเดียสุดยอดนวัตกรรมและเทคโนโลยีสุขภาพแห่งอนาคต</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/go-healthy-with-taiwan-campaign-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 12 Dec 2025 06:24:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Go Healthy with Taiwan]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[ไต้หวัน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=42371</guid>

					<description><![CDATA[<p>การแข่งขันเพื่อเฟ้นหาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อสุขภาพในแคมเปญ Go Healthy with Taiwan เดินทางมาถึงรอบสุดท้ายเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา ณ กรุงไทเป ไต้หวัน โดย 6 ทีมจากทั่วโลกที่ฝ่าด่านการคัดเลือก ได้มารวมตัวกันเพื่อประชันที่สุดของไอเดียเพื่อปฏิวัติวงการสุขภาพในอนาคต บนเวทีของไต้หวัน ในฐานะสนามประลองนานาชาติ ด้านนวัตกรรมสุขภาพแห่งอนาคตที่โดดเด่น พิสูจน์ได้จากจำนวนผู้ส่งข้อเสนอเข้าประกวดกว่า 638 โครงการ จาก 55 ประเทศทั่วโลก สะท้อนบทบาทของไต้หวันในการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีสุขภาพระดับโลกอย่างแท้จริง สำหรับผู้ชนะทั้ง 3 ทีม&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/go-healthy-with-taiwan-campaign-2/">ไต้หวัน ประกาศผลผู้ชนะในแคมเปญ Go Healthy with Taiwan ชูไอเดียสุดยอดนวัตกรรมและเทคโนโลยีสุขภาพแห่งอนาคต</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>การแข่งขันเพื่อเฟ้นหาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อสุขภาพในแคมเปญ Go Healthy with Taiwan เดินทางมาถึงรอบสุดท้ายเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา ณ กรุงไทเป ไต้หวัน โดย 6 ทีมจากทั่วโลกที่ฝ่าด่านการคัดเลือก ได้มารวมตัวกันเพื่อประชันที่สุดของไอเดียเพื่อปฏิวัติวงการสุขภาพในอนาคต บนเวทีของไต้หวัน ในฐานะสนามประลองนานาชาติ ด้านนวัตกรรมสุขภาพแห่งอนาคตที่โดดเด่น พิสูจน์ได้จากจำนวนผู้ส่งข้อเสนอเข้าประกวดกว่า 638 โครงการ จาก 55 ประเทศทั่วโลก สะท้อนบทบาทของไต้หวันในการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีสุขภาพระดับโลกอย่างแท้จริง</strong></p>
<p><span id="more-42371"></span></p>
<p>สำหรับผู้ชนะทั้ง 3 ทีม มาจากประเทศสหรัฐอเมริกา ยูเครน และสวิตเซอร์แลนด์ คว้าเงินรางวัลทีมละ 30,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ พร้อมถ้วยเกียรติยศ จากไอเดียล้ำสมัยด้านสมาร์ทเฮลท์แคร์ นวัตกรรมจักรยาน และเทคโนโลยีกีฬาแบบบูรณาการ โดยทุกผลงานของผู้ชนะเลิศได้แสดงให้เห็นพลังนวัตกรรมที่พร้อมยกระดับอนาคตวงการสุขภาพโลกอย่างชัดเจน</p>
<figure id="attachment_42373" aria-describedby="caption-attachment-42373" style="width: 750px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-42373" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/go-healthy-with-taiwan-campaign-02.jpg" alt="Ms.Susan Chi Chuan Hu" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/go-healthy-with-taiwan-campaign-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/go-healthy-with-taiwan-campaign-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/go-healthy-with-taiwan-campaign-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/go-healthy-with-taiwan-campaign-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /><figcaption id="caption-attachment-42373" class="wp-caption-text">นางสาว ซูซาน ชี-ชวน ฮู (Ms.Susan Chi Chuan Hu) รองอธิบดีกรมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงเศรษฐกิจไต้หวัน (TITA) ประกาศรายชื่อทีมชนะเลิศการแข่งขันทั้ง 3 ทีม และมอบรางวัลอย่างเป็นทางการ พร้อมกล่าวเน้นย้ำถึงภารกิจของ TITA ที่จะเดินหน้าร่วมมือกับพันธมิตรทั่วโลก เพื่อผลักดันสุขภาพและคุณภาพชีวิตของมนุษย์ให้ก้าวหน้าไปอีกขั้น</figcaption></figure>
<h3>เวทีขับเคลื่อนนวัตกรรมสุขภาพระดับโลก</h3>
<p>ในช่วงพิธีมอบรางวัล นางสาวซูซาน ชี-ชวน ฮู (Ms.Susan Chi Chuan Hu) รองอธิบดีกรมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงเศรษฐกิจไต้หวัน (TITA) ได้กล่าวเน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของแคมเปญ Go Healthy with Taiwan ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสุขภาพสู่เวทีโลก พร้อมยืนยันความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการผลักดันนวัตกรรม ส่งเสริมความยั่งยืนของภาคสุขภาพ และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อความร่วมมือระดับสากล</p>
<p>“Go Healthy with Taiwan ไม่ได้เป็นเพียงโครงการที่เปิดรับข้อเสนอจากนานาชาติเท่านั้น แต่คือเวทีที่เชื่อมโลกเข้าหากันด้วยพลังสร้างสรรค์ ผลักดันอุตสาหกรรมสุขภาพให้ก้าวหน้า โดยมีจุดแข็งด้านเทคโนโลยีของไต้หวันเป็นแรงดึงดูดให้ทั่วโลกมุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน คือการสร้างอนาคตสุขภาพที่ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม”</p>
<figure id="attachment_42374" aria-describedby="caption-attachment-42374" style="width: 750px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-42374" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/go-healthy-with-taiwan-campaign-03.jpg" alt="โฉมหน้าทีมผู้ชนะเลิศ" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/go-healthy-with-taiwan-campaign-03.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/go-healthy-with-taiwan-campaign-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/go-healthy-with-taiwan-campaign-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/go-healthy-with-taiwan-campaign-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /><figcaption id="caption-attachment-42374" class="wp-caption-text">โฉมหน้าทีมผู้ชนะเลิศจากประเทศสหรัฐอเมริกา, ยูเครน และสวิตเซอร์แลนด์ คว้ารางวัลจากแคมเปญ Go Healthy with Taiwan ซึ่งเป็นโครงการที่ได้รับการยอมรับระดับนานาชาติ</figcaption></figure>
<h3>6 ทีมสุดท้ายสะท้อนโจทย์ใหญ่วงการสุขภาพโลก</h3>
<p>6 ทีมสุดท้าย ได้ระดมความคิด และไอเดียสุดสร้างสรรค์ เพื่อตอบโจทย์ปัญหาสุขภาพเร่งด่วนของโลก ตั้งแต่สุขภาพแม่และเด็ก เทคโนโลยีกีฬา ไปจนถึงระบบการแพทย์ที่ยั่งยืน</p>
<p><strong>ผู้ชนะระดับโลก </strong><strong>3 ทีม ที่มีแนวคิดโดดเด่น ได้แก่</strong></p>
<p><strong>&#8211; สหรัฐอเมริกา</strong><strong>:</strong> นำเสนอสิ่งทออัจฉริยะสำหรับเก็บข้อมูลการเคลื่อนไหว ยกระดับความปลอดภัยและศักยภาพของนักกีฬา</p>
<p><strong>&#8211; ยูเครน</strong><strong>:</strong> นำเสนอแนวทางคงความต่อเนื่องของระบบสาธารณสุข ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์</p>
<p><strong>&#8211; สวิตเซอร์แลนด์</strong><strong>:</strong> นำเสนอเทคโนโลยีเฮลท์แคร์แบบยั่งยืนที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด</p>
<p>โดย 3 ทีมผู้ชนะประจำปีนี้ ได้แสดงผลงานที่โดดเด่นอย่างเป็นที่ประจักษ์ทั้งในด้านความคิดสร้างสรรค์ ความเป็นไปได้ในการต่อยอดขยายผล และการบูรณาการความร่วมมือข้ามภาคส่วน สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของไต้หวันในการก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านสุขภาพระดับโลก</p>
<figure id="attachment_42375" aria-describedby="caption-attachment-42375" style="width: 750px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-42375" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/go-healthy-with-taiwan-campaign-04.jpg" alt="Mr. Joe Chou" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/go-healthy-with-taiwan-campaign-04.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/go-healthy-with-taiwan-campaign-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/go-healthy-with-taiwan-campaign-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/go-healthy-with-taiwan-campaign-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /><figcaption id="caption-attachment-42375" class="wp-caption-text">นายโจ โจว (Mr. Joe Chou) รองประธานบริหารสภาส่งเสริมการค้า และการส่งออกไต้หวัน (TAITRA) ระบุถึงความสำเร็จของแคมเปญ ซึ่งมีผู้ส่งผลงานเข้าประกวด จากทั้ง 5 ทวีป โดยเป็นจำนวนที่เพิ่มขึ้น 60% เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนให้เห็นทิศทางของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านสุขภาพที่กำลังเติบโตอย่างชัดเจน</figcaption></figure>
<h3>ไต้หวัน ศูนย์กลางเชื่อมความร่วมมือระดับโลก</h3>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">นายโจ โจว</span> (Mr. Joe Chou)</strong> รองประธานบริหารสภาส่งเสริมการค้า และการส่งออกไต้หวัน (TAITRA) แสดงวิสัยทัศน์ชื่นชมศักยภาพของผู้เข้ารอบชิงชนะเลิศทุกทีม พร้อมเน้นย้ำบทบาทของไต้หวัน ในฐานะตัวกลางเชื่อมเหล่าผู้สร้างสรรค์นวัตกรรม อุตสาหกรรม และตลาดจากทั่วโลกเข้าหากัน เพื่อขับเคลื่อนเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านสุขภาพให้ขยายผลได้อย่างกว้างขวาง</p>
<figure id="attachment_42376" aria-describedby="caption-attachment-42376" style="width: 750px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-42376" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/go-healthy-with-taiwan-campaign-05.jpg" alt="Mr.Robert Wu" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/go-healthy-with-taiwan-campaign-05.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/go-healthy-with-taiwan-campaign-05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/go-healthy-with-taiwan-campaign-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/go-healthy-with-taiwan-campaign-05-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /><figcaption id="caption-attachment-42376" class="wp-caption-text">นายโรเบิร์ต วู (Mr.Robert Wu) ประธานสมาคมจักรยานไต้หวัน กล่าวแสดงความชื่นชมผลงานของผู้เข้าแข่งขันรอบสุดท้าย ในนามของคณะกรรมการตัดสิน</figcaption></figure>
<p>แคมเปญ Go Healthy with Taiwan รอบชิงชนะเลิศในปีนี้จัดขึ้นภายใต้ธีม Outstanding Proposals! Racing Toward the Finish Line! พรั่งพร้อมด้วยการรวมตัวของผู้นำจากภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และสถาบันการศึกษา นอกจากนี้ ยังมีผู้แทนจากสมาคมสำคัญ อาทิ นายโรเบิร์ต วู (Mr.Robert Wu) ประธานสมาคมจักรยานไต้หวัน และ นายหยง-ชวน หลี่ (Mr.Yung-Chuan Li) ประธานสมาคมอุตสาหกรรมการแพทย์และไบโอเทคไต้หวัน รวมถึงเอกอัครราชทูตและผู้แทนต่างประเทศประจำไต้หวัน มาร่วมเป็นสักขีพยานความสำเร็จของเหล่าผู้สร้างสรรค์นวัตกรรม</p>
<figure id="attachment_42377" aria-describedby="caption-attachment-42377" style="width: 750px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-42377" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/go-healthy-with-taiwan-campaign-06.jpg" alt="TITA" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/go-healthy-with-taiwan-campaign-06.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/go-healthy-with-taiwan-campaign-06-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/go-healthy-with-taiwan-campaign-06-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/go-healthy-with-taiwan-campaign-06-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /><figcaption id="caption-attachment-42377" class="wp-caption-text">กรมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงเศรษฐกิจไต้หวัน (TITA) และสภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน (TAITRA) ให้การต้อนรับแขกผู้มีเกียรติและผู้ทรงคุณวุฒิจากอุตสาหกรรมสุขภาพ คณะทูตจาก 10 ประเทศ พร้อมด้วยทีมผู้เข้าแข่งขันรอบชิงชนะเลิศทั้ง 6 ทีมจาก อินโดนีเซีย, เม็กซิโก, สหรัฐอเมริกา, ยูเครน, สวิตเซอร์แลนด์ และนิวซีแลนด์ อย่างอบอุ่น</figcaption></figure>
<h3>ก้าวต่อไป: มุ่งผลักดันสู่เวทีโลก</h3>
<p>ทุกไอเดียสุดล้ำจะไม่สูญเปล่า แต่จะถูกนำมาพัฒนาต่อยอดให้เกิดขึ้นจริง โดยกรมการค้าระหว่างประเทศยืนยันว่าไอเดียจากทุกทีมในรอบชิงชนะเลิศจะได้ต่อยอดพัฒนาจริงในภาคธุรกิจ รวมทั้งจะผลักดันอย่างเต็มที่ในตลาดระดับนานาชาติ เพื่อเปิดโอกาสทางพาณิชย์ และจุดประกายความร่วมมือใหม่ๆ อันจะนำไปสู่การบรรลุวัตถุประสงค์อย่างแท้จริงของ Go Healthy with Taiwan โครงการระยะยาวเพื่อคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพที่ดีของทุกคนบนโลก</p>
<p>สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ gohealthy.taiwanexcellence.org</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/go-healthy-with-taiwan-campaign-2/">ไต้หวัน ประกาศผลผู้ชนะในแคมเปญ Go Healthy with Taiwan ชูไอเดียสุดยอดนวัตกรรมและเทคโนโลยีสุขภาพแห่งอนาคต</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>AIHEF 2025 จุดกระแส! ไทยพร้อมลุย กัญชง–กัญชา–กระท่อม สร้างคลื่นเศรษฐกิจสุขภาพ–BCG ปลุกโอกาสใหม่สู่ตลาดโลก</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/aihef-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 10 Oct 2025 04:41:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[AIHEF 2025]]></category>
		<category><![CDATA[กระท่อม]]></category>
		<category><![CDATA[กัญชง]]></category>
		<category><![CDATA[กัญชา]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=41370</guid>

					<description><![CDATA[<p>สมาคมการค้าอุตสาหกรรมกัญชงไทย (TIHTA) ร่วมกับบริษัท เอ็น.ซี.ซี. เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์ จำกัด (NEO) เตรียมจัดงาน Asia International Hemp Expo &#38; Forum (AIHEF 2025) เวทีนานาชาติรวมนวัตกรรม ผลิตภัณฑ์ และโอกาสทางธุรกิจครบวงจรของอุตสาหกรรมกัญชง–กัญชา–กระท่อม ภายใต้แนวคิด “Making New Waves” ระหว่างวันที่ 5–7 พฤศจิกายน 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/aihef-2025/">AIHEF 2025 จุดกระแส! ไทยพร้อมลุย กัญชง–กัญชา–กระท่อม สร้างคลื่นเศรษฐกิจสุขภาพ–BCG ปลุกโอกาสใหม่สู่ตลาดโลก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สมาคมการค้าอุตสาหกรรมกัญชงไทย (</strong><strong>TIHTA) ร่วมกับบริษัท เอ็น.ซี.ซี. เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์ จำกัด (NEO) เตรียมจัดงาน Asia International Hemp Expo &amp; Forum (AIHEF 2025) เวทีนานาชาติรวมนวัตกรรม ผลิตภัณฑ์ และโอกาสทางธุรกิจครบวงจรของอุตสาหกรรมกัญชง–กัญชา–กระท่อม ภายใต้แนวคิด “Making New Waves” ระหว่างวันที่ 5–7 พฤศจิกายน 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ คาดดึงดูดผู้เข้าชมกว่า 10,000 คน จากทั่วโลก</strong></p>
<p><span id="more-41370"></span></p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/AIHEF-2025-01.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="225" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/AIHEF-2025-01-300x225.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="AIHEF 2025" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/AIHEF-2025-01-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/AIHEF-2025-01-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/AIHEF-2025-01-500x375.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/AIHEF-2025-01.jpg 624w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/AIHEF-2025-02.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="225" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/AIHEF-2025-02-300x225.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="AIHEF 2025" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/AIHEF-2025-02-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/AIHEF-2025-02-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/AIHEF-2025-02-500x375.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/AIHEF-2025-02.jpg 624w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/AIHEF-2025-03.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="225" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/AIHEF-2025-03-300x225.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="AIHEF 2025" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/AIHEF-2025-03-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/AIHEF-2025-03-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/AIHEF-2025-03-500x375.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/AIHEF-2025-03.jpg 624w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/AIHEF-2025-04.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="225" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/AIHEF-2025-04-300x225.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="AIHEF 2025" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/AIHEF-2025-04-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/AIHEF-2025-04-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/AIHEF-2025-04-500x375.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/AIHEF-2025-04.jpg 624w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>

<p><strong><span style="color: #6cb742;">นายภูมิใจ ขำภโต</span> นายกสมาคมการค้าอุตสาหกรรมกัญชงไทย (</strong><strong>TIHTA) </strong>กล่าวว่า อุตสาหกรรมกัญชงไทยกำลังก้าวสู่ยุคใหม่ของเศรษฐกิจสุขภาพและสิ่งแวดล้อม โดยมีการผลักดันกฎหมายในกว่า 40 ประเทศทั่วโลกให้ใช้ประโยชน์จากพืชกัญชงในเชิงสุขภาพและวัสดุทดแทน ซึ่งไทยมีศักยภาพสูงในฐานะศูนย์กลางการผลิตและการแปรรูปในภูมิภาคเอเชีย ภายใต้กรอบกฎหมายที่ชัดเจน และมาตรฐานการผลิตที่ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงสาธารณสุข โดยกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ทั้งในด้าน Thai Herbal Pharmacopoeia, Premium Herbal Products และ GACP มูลค่าการค้าปลีกผลิตภัณฑ์สมุนไพรในปี 2567 อยู่ที่ 44,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสมุนไพรที่มีมูลค่า 8,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% สะท้อนแนวโน้มผู้บริโภคที่หันมาใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติมากขึ้น</p>
<p>ในส่วนของตลาดวัสดุทดแทนจากพืชมีมูลค่ารวมประมาณ 47,000 ล้านบาท โดยวัสดุกัญชงแม้มีสัดส่วนยังไม่ถึง 1% ของอุตสาหกรรมก่อสร้าง แต่เติบโตเฉลี่ย 15–20% ต่อปี จากแรงหนุนของนโยบาย BCG Economy และแนวโน้มบ้านประหยัดพลังงาน สมาคมฯ จึงพัฒนามาตรฐานต้นน้ำผ่านพันธุ์ TIHTA 01 เพื่อสร้างความยั่งยืนและเสริมศักยภาพการแข่งขันระดับสากล พร้อมขอขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตรในปี 2568</p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">นายศักดิ์ชัย ภัทรปรีชากุล</span> กรรมการบริหาร บริษัท เอ็น.ซี.ซี. เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์ จำกัด (</strong><strong>NEO) </strong>กล่าวว่า งาน AIHEF 2025 จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมกัญชงไทยให้เป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ และต่อยอดสู่เศรษฐกิจสุขภาพและสิ่งแวดล้อมของไทย ภายใต้แนวคิด “Making New Waves” เพื่อสร้างคลื่นลูกใหม่จากพืชเศรษฐกิจแห่งอนาคต</p>
<p>ครอบคลุมตั้งแต่ภาคการปลูก การสกัด การแปรรูป ไปจนถึงภาคอุตสาหกรรมปลายน้ำ เช่น Wellness, Building Materials, และ Functional Food โดยมุ่งสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจ (Ecosystem) ที่เชื่อมโยงผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และนักลงทุนให้ครบวงจร</p>
<p>ภายในงานจะมีโซนไฮไลต์ ได้แก่ Dispensary Blueprint Showcase, “Flower Wall” การจัดแสดงช่อดอกจากฟาร์มมาตรฐานทั่วประเทศ และ Hemp Product Inspiring Showcase ที่นำเสนอเทคโนโลยีวัสดุกัญชงในเชิงอุตสาหกรรม พร้อมเปิดตัวโปรไฟล์ใหม่ “กระท่อม (Kratom)” สู่ตลาด Wellness และ Functional Food ที่กำลังขยายตัวทั่วโลก</p>
<p>นอกจากนี้ยังมีเวที AIHEF International Forum รวมผู้เชี่ยวชาญกว่า 20 ประเทศ และบริการ ให้คำปรึกษาแพทย์เพื่อออกใบ ภ.ท.33 โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย รวมถึงการสาธิต Hemp Crete วัสดุก่อสร้างจากกัญชงที่พัฒนาในระดับอุตสาหกรรม</p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">นายสมศักดิ์ กรีชัย</span> รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก </strong>กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขมุ่งผลักดันให้กัญชงเป็นพืชเศรษฐกิจสุขภาพ โดยยกระดับมาตรฐานการผลิตสู่ระดับสากล และมีฟาร์มที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการปลูกและการเก็บเกี่ยวแล้วกว่า 123 ฟาร์ม ภายในงานยังมีบริการนวดแผนไทยด้วยน้ำมันกัญชา การนวดบำบัดทางกีฬา และอบรมมาตรฐานสำหรับ Dispensary และ Budtender</p>
<p>ขณะที่ <strong><span style="color: #6cb742;">นายทรงเมท สังข์น้อย</span> ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยพืชกัญชา กัญชง และกระท่อม กรมวิชาการเกษตร</strong> ยืนยันว่ากรมฯ มุ่งพัฒนาสายพันธุ์กัญชงไทยให้ได้มาตรฐาน GAP/GACP เพื่อผลักดันให้กัญชงเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของ Green &amp; BCG Economy</p>
<p><strong>งาน</strong><strong> AIHEF 2025 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5–7 พฤศจิกายน 2568 เวลา 10.00–18.00 น. ที่ ฮอลล์ 2 ชั้น G ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าภายในวันที่ 4 พฤศจิกายน เพื่อเข้าชมงาน ฟรี ได้ที่ </strong><a href="http://www.asiahempexpo.com" target="_blank" rel="noopener"><strong>www.asiahempexpo.com</strong></a></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41376" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/AIHEF-2025-05.jpg" alt="AIHEF 2025" width="624" height="468" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/AIHEF-2025-05.jpg 624w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/AIHEF-2025-05-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/AIHEF-2025-05-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/AIHEF-2025-05-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 624px) 100vw, 624px" />]</p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/AIHEF-2025-06.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/AIHEF-2025-06-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="AIHEF 2025" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/AIHEF-2025-07.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/AIHEF-2025-07-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="AIHEF 2025" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/AIHEF-2025-08.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/AIHEF-2025-08-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="AIHEF 2025" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/AIHEF-2025-09.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/AIHEF-2025-09-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="AIHEF 2025" /></a>

<h3><strong>ไฮไลท์กิจกรรม</strong></h3>
<p><strong>The Dispensary Blueprint</strong></p>
<p>ร้านจำหน่ายสมุนไพรกัญชาทางการแพทย์ต้นแบบ (Dispensary) ที่ให้บริการด้วยระบบบริหารการสั่งจ่ายผ่านระบบ POS การบริหารจัดการการสั่งจ่าย พร้อมการเก็บข้อมูลด้วย Blockchain เพื่อนำไปทำการวิเคราะห์ พร้อมที่จะเชื่อมต่อกับระบบของรัฐบาลในอนาคต ที่ผู้เข้าชมสามารถรับคำปรึกษาอาการ เพื่อ<strong>ขอรับใบสั่งจ่ายยา ภ</strong><strong>.ท. 33 ในงานโดยแพทย์ที่ได้รับการรับรอง โดยไม่มีค่าใชจ่าย</strong></p>
<p><strong>The Cannabis Flower Wall</strong></p>
<p>ส่วนการแสดงช่อดอกคุณภาพเพื่อการจำหน่ายทางการแพทย์จากฟาร์มปลูกทั่วประเทศ ที่ได้รับมาตรฐานที่กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กำหนด GACP, GAP และ Thailand Cannabis GACP จำนวน 30 ฟาร์ม ซึ่งจะเป็นการช่วยเปิดตลาดให้กับฟาร์มในเวลาเดียวกัน</p>
<p><strong>The Dispensary Blueprint</strong></p>
<p>ส่วนจัดแสดงร้านจำหน่ายสมุนไพรทางการแพทย์ต้นแบบ และระบบบริหารการการสั่งจ่าย รวมถึงการสั่งจ่ายช่อดอกจริงตามคำสั่งแพทย์ แก่ผู้ที่สนใจโดยไม่มีค่าใชจ่าย</p>
<p><strong>การอบรม</strong><strong>หลักสูตรมาตรฐานและการปฏิบัติตามกฎหมายสำหรับผู้ประกอบการร้านจำหน่ายกัญชา Dispensary และผู้ให้คำแนะนำกัญชาทางการแพทย์ Budtender (CDBS รุ่นที่ 3) </strong></p>
<p>โปรแกรมการอบรมภายใต้ความร่วมมือของกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และสมาคมการค้าอุตสาหกรรมกัญชงไทย เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องกับผู้ประกอบการ Dispensary (ในวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568)</p>
<p><strong>Hemp Product Inspiring Showcase</strong></p>
<p>พื้นที่จัดแสดงนวัตกรรมผลิตภัณฑ์จากส่วนประกอบของกัญชง “Hemp Inspiring showcase” ที่สะท้อนแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจ BCG Economy ของรัฐบาล และสอดคล้องกับโครงการส่งเสริมการใช้วัสดุทดแทนอย่างยั่งยืน เช่น</p>
<ul>
<li>วัสดุก่อสร้างจากกัญชง (Hemp Crete) ที่พัฒนาสู่การผลิตในระดับอุตสาหกรรม สำหรับการก่อสร้าง บ้านประหยัดพลังงาน บ้านสุขภาพ ที่ใช้วัสดุทดแทนซีเมนต์และฉนวนสังเคราะห์ และเวิร์กช็อปสาธิตการผสม การขึ้นรูป การใช้งานจริง โดยกูรูชื่อดังของโลก Sergiy Kovalenkov จากยูเครน</li>
<li>เฟอร์นิเจอร์ที่ออกแบบจากนวัตกรรมเส้นใยกัญชงคอมโพสิท</li>
</ul>
<p>ผลิตภัณฑ์สิ่งทอสมรรถนะสูง (Functional Textile) จากเส้นใยกัญชงที่ตอบโจทย์การใช้งานเฉพาะทาง เช่น ชุดผจญเพลิง เครื่องแบบทหาร และเปลเคลื่อนย้ายผู้ป่วย ด้วยคุณสมบัติเด่นของเส้นใยกัญชงที่มีความทนทาน ป้องกันแบคทีเรีย และทนต่อความร้อนและเปลวไฟ</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/aihef-2025/">AIHEF 2025 จุดกระแส! ไทยพร้อมลุย กัญชง–กัญชา–กระท่อม สร้างคลื่นเศรษฐกิจสุขภาพ–BCG ปลุกโอกาสใหม่สู่ตลาดโลก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“แดน บิวต์เนอร์” ชี้ความสุขและสุขภาพของประชาชน คือกุญแจสำคัญสู่ ‘Blue Zone’</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/blue-zone/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/blue-zone/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 25 Feb 2025 01:41:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Article]]></category>
		<category><![CDATA[Blue Zone]]></category>
		<category><![CDATA[ความสุข]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[แดน บิวต์เนอร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=38074</guid>

					<description><![CDATA[<p>แดน บิวต์เนอร์ หนึ่งในสมาชิกนักสำรวจของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก  และนักเขียนผู้ค้นพบพื้นที่ 5 แห่งทั่วโลก เรียกว่า “บลูโซน” (Blue Zone) หรือ “โซนสีน้ำเงิน” ซึ่งถือเป็นพื้นที่ที่มีผู้คนอายุยืนยาวและมีสุขภาพแข็งแรงที่สุด ได้แก่ ซาร์ดิเนีย ประเทศอิตาลี, อิคาเรีย ประเทศกรีซ, โอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น, คาบสมุทรนิโคยา ประเทศคอสตาริกา และโลมา ลินดา รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งพื้นที่เหล่านี้มีวัฒนธรรม และพฤติกรรมที่ส่งเสริมการมีสุขภาพที่ดี และอายุยืนยาวที่คล้ายคลึงกัน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/blue-zone/">“แดน บิวต์เนอร์” ชี้ความสุขและสุขภาพของประชาชน คือกุญแจสำคัญสู่ ‘Blue Zone’</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>แดน บิวต์เนอร์ หนึ่งในสมาชิกนักสำรวจของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก  และนักเขียนผู้ค้นพบพื้นที่ 5 แห่งทั่วโลก เรียกว่า “บลูโซน” (Blue Zone) หรือ “โซนสีน้ำเงิน” </strong>ซึ่งถือเป็นพื้นที่ที่มีผู้คนอายุยืนยาวและมีสุขภาพแข็งแรงที่สุด ได้แก่ ซาร์ดิเนีย ประเทศอิตาลี, อิคาเรีย ประเทศกรีซ, โอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น, คาบสมุทรนิโคยา ประเทศคอสตาริกา และโลมา ลินดา รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งพื้นที่เหล่านี้มีวัฒนธรรม และพฤติกรรมที่ส่งเสริมการมีสุขภาพที่ดี และอายุยืนยาวที่คล้ายคลึงกัน เช่น การกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ การออกกำลังกายสม่ำเสมอ และการมีสัมพันธ์ที่ดีทางสังคม</p>
<p><span id="more-38074"></span></p>
<h3>คนไทยอายุสั้นกว่าบลูโซน 17 ปี</h3>
<p><strong>แดน บิวต์เนอร์</strong> เปิดเผยว่า เมื่อ 25 ปีที่แล้วได้อ่านรายงานจากองค์การอนามัยโลกที่ระบุว่ามีหมู่บ้านแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีประชากรอายุยืนที่สุดในโลก โดยเฉพาะผู้หญิง ซึ่งมีจำนวนผู้หญิงที่มีอายุถึง 100 ปีมากกว่าผู้หญิงในสหรัฐอเมริกา ถึง 30 เท่า หมู่บ้านแห่งนั้นคือเมืองโอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น จากการวิจัยพบว่า<strong>ชาวโอกินาวา</strong>มียีนส์ในระดับปกติ และมีความหลากหลายทางเชื้อชาติ โดยสืบเชื้อสายมาจากหลากหลายพื้นที่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงจีนและไทย</p>
<p>โดยทั่วไปแล้ว มนุษย์ที่มียีนส์ปกติและดูแลสุขภาพดี จะมีอายุขัยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 95 ปี โดยผู้หญิงอาจมีอายุยืนถึง 96 ปี ขณะที่ผู้ชายอยู่ที่ประมาณ 93 ปี อย่างไรก็ตาม สถิติของสำนักงานสถิติแห่งชาติระบุว่า คนไทยมีอายุขัยเฉลี่ยต่ำกว่านั้น โดยผู้ชายมีอายุเฉลี่ยที่ 73.5 ปี และผู้หญิงที่ 80.5 ปี ความแตกต่างกว่า 17 ปีนี้เกิดจากคุณภาพชีวิตและสุขภาพ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ควรค่าแก่การรักษาไว้ ไม่ใช่สูญเสียไปกับโรคภัยไข้เจ็บหรือต้องนอนติดเตียง</p>
<p>นอกจากโอกินาวาที่มีผู้หญิงอายุยืนที่สุดในโลกแล้ว ยังมีพื้นที่อื่นที่ประชากรมีอายุยืนและสุขภาพดีเช่นกัน เช่น ซาร์ดิเนีย ประเทศอิตาลี ซึ่งมีผู้ชายอายุยืนมาก คาบสมุทรนิโคยา ประเทศคอสตาริกา อิคาเรีย ประเทศกรีซ และโลมา ลินดา รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐฯ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็น “บลูโซน” หรือพื้นที่ที่ประชากรมีอายุยืนและสุขภาพดีโดยปราศจากโรคร้าย</p>
<h3>กินแบบไหน ใช้ชีวิตอย่างไรให้อายุยืน?</h3>
<p>ปัจจัยที่ทำให้คนในBlue Zone อายุยืน คืออาหารที่พวกเขากินมาตั้งแต่วัยเด็ก โดยแบบสำรวจด้านอาหารกว่า 155 ฉบับ ซึ่งได้จัดทำขึ้นตลอด 100 ปีที่ผ่านมา แบบสำรวจเหล่านี้ได้สอบถามเกี่ยวกับอาหารที่พวกเขากินในช่วงปี 1930, 1950 และ 1970  และพบว่าคนในบลูโซนมักกินอาหารจากธรรมชาติเป็นหลัก เช่น ถั่ว ข้าว และขนมปังโฮลวีท ในเมืองโอกินาวา ผู้สูงอายุรับประทานอาหารที่ทำจากถั่วเหลือง เช่น ซุปมิโซะ เต้าหู้ เต้าเจี้ยว และถั่วหมัก รวมถึงดื่มน้ำมากกว่า 2 ลิตรต่อวัน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38077" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Blue-Zone-02.jpg" alt="อาหาร" width="750" height="499" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Blue-Zone-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Blue-Zone-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Blue-Zone-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Blue-Zone-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>แม้ว่าคนในBlue Zone จะกินเนื้อสัตว์และน้ำตาล แต่พวกเขากินในปริมาณที่เหมาะสม ต่างจากชาวอเมริกันที่บริโภคเนื้อสัตว์มากถึง 100 กิโลแคลอรีต่อวัน ขณะที่คนในBlue Zone กินเพียง 10 กิโลแคลอรีต่อปี น้ำตาลก็เช่นกัน พวกเขาบริโภคเพียง 15% ของปริมาณที่คนอเมริกันกิน และส่วนใหญ่จะกินเฉพาะในโอกาสพิเศษ เช่น วันเกิดหรืองานเฉลิมฉลอง อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือวัฒนธรรมการกินที่ให้ความสำคัญกับการรับประทานอาหารร่วมกับครอบครัว ซึ่งช่วยสร้างความสุขและความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น</p>
<p>ด้านการออกกำลังกาย คนในBlue Zoneไม่ได้เข้ายิมหรือเล่นโยคะ แต่พวกเขาใช้ชีวิตอย่างธรรมชาติ เช่น ปลูกผัก ทำอาหาร และเดิน ซึ่งทำให้พวกเขามีสุขภาพดีโดยไม่ต้องรู้สึกว่ากำลังออกกำลังกาย นอกจากนี้ สถิติยังพบว่าอัตราการเกิดโรคเบาหวานในBlue Zoneมีเพียง 2% เมื่อเทียบกับ 42% ในสหรัฐฯ แสดงให้เห็นว่าการใช้ชีวิตที่เรียบง่ายและใกล้ชิดธรรมชาติมีบทบาทสำคัญต่ออายุขัยและสุขภาพของมนุษย์</p>
<p>อย่างไรก็ตาม แม้ความเศร้าและความเหงาจะมีผลกระทบต่ออายุขัยถึง 8 ปี ดังนั้นการอยู่ร่วมกันและการมีปฏิสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดภายในครอบครัวจึงเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสำหรับผู้สูงอายุ ในพื้นที่ Blue Zone ผู้สูงอายุไม่รู้สึกโดดเดี่ยว เพราะพวกเขายังมีบทบาทในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเลี้ยงหลานหรือทำกิจกรรมภายในบ้าน ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น นอกจากนี้ การเข้าร่วมกิจกรรมในชุมชน เช่น งานสังสรรค์ ก็ช่วยให้ผู้สูงอายุมีความสุขและรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของสังคมเช่นเดียวกัน</p>
<p>“สิ่งสำคัญคือการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและให้ผู้สูงอายุมีบทบาทที่คาดหวังจากสังคม ไม่ใช่ปล่อยให้พวกเขาอยู่ตามลำพัง ใช้โซเชียลมีเดีย หรือดูทีวีเพียงอย่างเดียว ในโอกินาว่า ประเทศญี่ปุ่น มีแนวคิดที่เรียกว่า <strong>“อิกิไก”</strong> (ikigai) ซึ่งหมายถึง “เหตุผลที่ทำให้ฉันตื่นขึ้นมาในตอนเช้า” คนในบลูโซนทุกแห่งมีแนวคิดเกี่ยวกับจุดมุ่งหมายของชีวิต ซึ่งช่วยให้พวกเขาไม่ต้องเผชิญกับความเครียดทางอารมณ์หรือสงสัยในคุณค่าของตนเอง การศึกษาจาก National Institutes of Health ในสหรัฐฯ ยังพบว่า ผู้ที่สามารถอธิบายจุดมุ่งหมายของชีวิตตัวเองได้จะมีอายุยืนยาวกว่าคนที่ไม่มีเป้าหมายถึง 7 ปี” <strong>แดน บิวต์เนอร์ </strong>กล่าว</p>
<h3>พลิกโฉมประเทศไทยสู่ ‘Blue Zone’</h3>
<p>อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยสามารถกลายเป็นพื้นที่ Blue Zoneได้ แต่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ จะเห็นว่าการคาดหวังให้คน 10 ล้านคนในกรุงเทพฯ เห็นพ้องต้องกันเรื่องอาหาร ทรัพยากร และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เป็นแนวคิดที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง เพราะอายุยืนไม่มีทางลัด ไม่มียา อาหารเสริม หรือโปรแกรมออกกำลังกายใดที่จะส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว หากไม่เป็นสิ่งที่สามารถทำได้ทุกวันเป็นเวลาหลายสิบปี ขั้นตอนแรกในการทำให้ประเทศไทยกลายเป็นบลูโซน คือ<strong>การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมและระบบนิเวศ</strong> ให้เอื้อต่อการเลือกวิถีชีวิตที่ดีต่อสุขภาพโดยอัตโนมัติ ไม่ใช่การบังคับให้ทำ แต่เป็นการออกแบบสภาพแวดล้อมที่ทำให้ผู้คนตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีขึ้นได้เองอย่างเป็นธรรมชาติในระยะยาว ซึ่งแนวคิดนี้สามารถเกิดขึ้นได้จริง</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38078" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Blue-Zone-03.jpg" alt="แดน บิวต์เนอร์" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Blue-Zone-03.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Blue-Zone-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Blue-Zone-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Blue-Zone-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<h3>สิงคโปร์ก้าวสู่ “New Blue Zone” แห่งที่ 6 ด้วยแนวคิดพลิกเมือง</h3>
<p><strong>แดน บิวต์เนอร์ </strong>กล่าวอีกว่า สิงคโปร์ถูกยกให้เป็น <strong>“New Blue Zone”</strong> หรือดินแดน Blue Zoneแห่งที่ 6 ที่เกิดขึ้นจากการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมและนโยบายของภาครัฐ โดยชาวสิงคโปร์มีอายุยืนกว่าคนทั่วไปเกือบ 10 ปี และที่สำคัญกว่านั้น พวกเขามีช่วงชีวิตที่มีสุขภาพดีนานกว่าคนในกรุงเทพฯ ถึง 10 ปี หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนี้คือแนวคิดของ ลี กวน ยู อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ตัดสินใจสร้างถนนเพื่อ <strong>“คน”</strong> ไม่ใช่เพื่อ <strong>“รถ” </strong>แม้ว่าสิงคโปร์จะมีสภาพอากาศร้อน แต่พวกเขาเลือกปลูกต้นไม้จำนวนมากเพื่อให้ร่มเงาแก่คนเดินเท้า และบางพื้นที่ยังติดตั้งระบบพ่นละอองน้ำเพื่อทำให้อากาศเย็นลง ทำให้การเดินในเมืองเป็นเรื่องสะดวกสบาย</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38079" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Blue-Zone-04.jpg" alt="สิงคโปร์" width="750" height="428" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Blue-Zone-04.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Blue-Zone-04-300x171.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Blue-Zone-04-150x86.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Blue-Zone-04-500x285.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>นอกจากการส่งเสริมให้คนเดินเท้ามากขึ้นแล้ว สิงคโปร์ยังมีมาตรการที่ทำให้การใช้รถยนต์เป็นทางเลือกที่ไม่สะดวกนัก เช่น การเก็บภาษีรถยนต์สูงถึง 300% และภาษีน้ำมันที่ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงถึง 10 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อลิตร ส่งผลให้คนส่วนใหญ่ไม่สามารถเป็นเจ้าของรถยนต์ได้ง่าย ๆ อย่างไรก็ตาม รายได้จากภาษีเหล่านี้ถูกนำไปพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะให้รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ สะอาด ปลอดภัย และครอบคลุมทั่วเมือง โดยไม่มีใครอยู่ห่างจากระบบขนส่งสาธารณะเกิน 300 เมตร การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้สิงคโปร์ก้าวข้ามปัญหาที่เคยเกิดขึ้นในช่วงปี 1970-1980 ซึ่งในเวลานั้น เมืองเต็มไปด้วยปัญหารถติด ควันพิษ และอุบัติเหตุบนท้องถนน ปัจจุบัน สิงคโปร์กลายเป็นเมืองที่อากาศสะอาด เดินได้อย่างปลอดภัย และน่าอยู่ ซึ่งช่วยเพิ่มอายุขัยของประชากรได้ถึง 3-4 ปี</p>
<p>“นโยบายเหล่านี้ทำให้ประชาชนเดินมากขึ้นโดยไม่ต้องคิดมาก โดยเฉลี่ยอาจเดินถึง 8,000 ก้าวต่อวันโดยอัตโนมัติ ซึ่งเป็นการออกกำลังกายแบบไม่รู้ตัว เพราะเมืองถูกออกแบบให้เดินได้ง่ายและปลอดภัย แนวคิดนี้ไม่ได้เป็นไปไม่ได้ สิ่งที่จำเป็นมีเพียงการตัดสินใจของผู้กำหนดนโยบาย ที่จะค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนโครงสร้างเมืองให้ให้ความสำคัญกับคนเดินเท้าก่อน แล้วจึงคำนึงถึงรถยนต์เป็นลำดับรอง เพราะหากสร้างถนนเพื่อคน คนก็จะมา แต่หากสร้างถนนเพื่อรถยนต์ จำนวนรถก็จะเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ สิงคโปร์ยังมีมาตรการด้านสุขภาพ เช่น การเก็บภาษีน้ำตาลสูง เพื่อลดปริมาณการบริโภคน้ำตาลในประเทศ โดยโรงงานผลิตเครื่องดื่ม เช่น โคคา-โคล่า ยังต้องกำหนดให้ผลิตภัณฑ์ที่ขายในประเทศมีน้ำตาลไม่เกิน 20% ซึ่งเป็นอีกหนึ่งมาตรการที่ช่วยให้ประชาชนมีสุขภาพดีและอายุยืนยาวขึ้น” <strong>แดน บิวต์เนอร์ </strong>กล่าว</p>
<h3>เปลี่ยนมุมมองผู้สูงอายุ จาก ‘ภาระ’ เป็น ‘พลัง’</h3>
<p><strong>แดน บิวต์เนอร์ </strong>กล่าวว่า ประเทศไทยควรเปลี่ยนมุมมองจากการกังวลว่าผู้สูงอายุจะเป็นภาระทางเศรษฐกิจ มาเป็นการมองว่าพวกเขาสามารถเป็นทรัพยากรทางเศรษฐกิจได้อย่างไร ไม่เพียงเท่านั้น ผู้สูงอายุยังเป็นคลังแห่งปัญญา เป็นแหล่งของความเข้มแข็ง และเป็น “กองทัพดูแลเด็ก” (Army of Child Care) ที่มีบทบาทสำคัญในครอบครัวและสังคม ซึ่งมีคุณค่ามากกว่าเพียงแค่การเติบโตทางเศรษฐกิจ</p>
<p>อีกประเด็นที่สำคัญคือ ความมั่งคั่งของประเทศไม่ได้เป็นตัวชี้วัดความสุขที่แท้จริงของประชาชน เมื่อถึงจุดหนึ่ง GDP จะไม่มีผลต่อระดับความสุขหรือสุขภาพของคนในสังคมอีกต่อไป ทุกพื้นที่ที่เป็น “Blue Zone” มักเป็นชุมชนที่มีรายได้ต่ำกว่ามาตรฐานความยากจนของสหรัฐฯ แต่กลับมีอายุขัยที่ยืนยาวและคุณภาพชีวิตที่ดี</p>
<p>“สิ่งสำคัญคือการเลิกยึดติดกับแนวคิดเรื่อง “เกษียณอายุ” แล้วหันมาคิดว่าจะทำอย่างไรให้ผู้สูงอายุมีบทบาทในสังคมต่อไป ไม่ใช่แค่ในเชิงเศรษฐกิจ แต่รวมถึงการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับครอบครัวและชุมชน นี่คือการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของสังคม ที่ต้องหันมาให้ความสำคัญกับเป้าหมายที่ถูกต้อง แทนที่จะเน้นแต่การเติบโตทางเศรษฐกิจโดยหวังว่ามันจะเป็นคำตอบของทุกปัญหา ซึ่งในความเป็นจริง มันไม่เคยได้ผล หากมองในมุมของผู้กำหนดนโยบายของประเทศไทย ควรให้ความสำคัญกับสองสิ่งเป็นหลัก นั่นคือ<strong> “ความสุขของประชาชน” </strong>และ <strong>“สุขภาพของประชาชน” </strong>ซึ่งไม่ว่าอย่างไร ผู้สูงอายุก็จะต้องเป็นส่วนสำคัญของสมการนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้” <strong>แดน บิวต์เนอร์ </strong>กล่าว</p>
<h3>คำตอบของอายุยืนที่ AI ก็เลียนแบบไม่ได้</h3>
<p><strong>แดน บิวต์เนอร์ </strong>กล่าวว่า เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มีศักยภาพสูง โดยเฉพาะในด้านพันธุศาสตร์ เช่น การพัฒนาเทคนิคใหม่ ๆ อย่างสเต็มเซลล์ โปรแกรมสุขภาพ หรือยาที่ช่วยยืดอายุขัยของมนุษย์ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ AI ไม่สามารถมอบให้ได้คือแนวคิดของการมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างเป็นธรรมชาติและกลมกลืนกับโลก ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของ Blue Zone</p>
<p>“พื้นที่ Blue Zone ไม่เพียงแต่มอบอายุขัยที่ยืนยาวขึ้นถึง 10 ปี แต่ยังเป็น 10 ปีที่เต็มไปด้วยคุณภาพชีวิตและความสุข ความลับของอายุยืนใน Blue Zone ไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีล้ำสมัยหรือการแทรกแซงทางวิทยาศาสตร์เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากวิถีชีวิตประจำวันที่สมดุล ตั้งแต่การกินอาหารที่ดี เคลื่อนไหวอย่างเป็นธรรมชาติ ใช้ชีวิตร่วมกับชุมชน และมีเป้าหมายในชีวิต ดังนั้น การเดินทางสู่ 10 ปีแห่งคุณภาพชีวิตใน Blue Zone ไม่ได้เริ่มต้นในอนาคต แต่เป็นสิ่งที่เราสร้างขึ้นในวันนี้ ผ่านวิถีชีวิตประจำวันที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยความหมาย”  <strong>แดน บิวต์เนอร์ </strong>กล่าวทิ้งท้าย</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/blue-zone/">“แดน บิวต์เนอร์” ชี้ความสุขและสุขภาพของประชาชน คือกุญแจสำคัญสู่ ‘Blue Zone’</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/blue-zone/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
