<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>หางแร่ | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B9%88/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Fri, 21 Nov 2025 07:55:43 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.5</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>หางแร่ | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>อัครา ผนึกพันธมิตร-จุฬาฯ เปลี่ยนหางแร่เป็นอิฐบล็อกคาร์บอนต่ำ ยกระดับอุตสาหกรรมทองคำไทย</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/akara/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 21 Nov 2025 07:55:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[GIT]]></category>
		<category><![CDATA[จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[ห้างทองแม่ทองสุก]]></category>
		<category><![CDATA[หางแร่]]></category>
		<category><![CDATA[อัครา รีซอร์สเซส]]></category>
		<category><![CDATA[อิฐบล็อกคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[เสวนาวิชาการ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=41989</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่ออุตสาหกรรมทองคำไทยกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญของการยกระดับทั้งระบบ บริษัท  อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบการเหมืองแร่ทองคำรายเดียวของประเทศ จับมือกับ GIT, ห้างทองแม่ทองสุก และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเวทีเสวนาวิชาการหัวข้อ “เหมืองแร่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเชื่อมมาตรฐานสากล สู่โอกาส Carbon Credit จากนวัตกรรมหางแร่” เพื่อร่วมกันวางทิศทางใหม่ของอุตสาหกรรมทองคำไทยให้ก้าวทันโลก ในฐานะผู้ดำเนินการเหมืองแร่ทองคำชาตรี อัครามีบทบาทเชิงยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุมทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เชื่อมสายธารการผลิตทองคำเข้ากับอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับของไทยอย่างเป็นระบบ ขณะเดียวกันยังสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจให้ประเทศกว่า 7.7 พันล้านบาทต่อปี และสร้างงานทั้งทางตรงและทางอ้อมกว่า 1,000 อัตราในพื้นที่รอบเหมือง แม้จะเป็นผู้ผลิตทองคำรายเดียว&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/akara/">อัครา ผนึกพันธมิตร-จุฬาฯ เปลี่ยนหางแร่เป็นอิฐบล็อกคาร์บอนต่ำ ยกระดับอุตสาหกรรมทองคำไทย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่ออุตสาหกรรมทองคำไทยกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญของการยกระดับทั้งระบบ <strong>บริษัท  อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน)</strong> ผู้ประกอบการเหมืองแร่ทองคำรายเดียวของประเทศ จับมือกับ GIT, ห้างทองแม่ทองสุก และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเวทีเสวนาวิชาการหัวข้อ<strong> “เหมืองแร่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเชื่อมมาตรฐานสากล สู่โอกาส Carbon Credit จากนวัตกรรมหางแร่” </strong>เพื่อร่วมกันวางทิศทางใหม่ของอุตสาหกรรมทองคำไทยให้ก้าวทันโลก</p>
<p><span id="more-41989"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41991" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/akara-02.jpg" alt="อัครา ผนึกพันธมิตร-จุฬาฯ เปลี่ยนหางแร่เป็นอิฐบล็อกคาร์บอนต่ำ ยกระดับอุตสาหกรรมทองคำไทย" width="600" height="375" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/akara-02.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/akara-02-300x188.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/akara-02-150x94.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/akara-02-500x313.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ในฐานะผู้ดำเนินการเหมืองแร่ทองคำชาตรี อัครามีบทบาทเชิงยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุมทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เชื่อมสายธารการผลิตทองคำเข้ากับอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับของไทยอย่างเป็นระบบ ขณะเดียวกันยังสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจให้ประเทศกว่า 7.7 พันล้านบาทต่อปี และสร้างงานทั้งทางตรงและทางอ้อมกว่า 1,000 อัตราในพื้นที่รอบเหมือง แม้จะเป็นผู้ผลิตทองคำรายเดียว แต่สามารถสร้างรายได้กลับคืนรัฐผ่านค่าภาคหลวงติดอันดับ Top 5 ของประเทศในกลุ่มอุตสาหกรรมเหมืองแร่ สะท้อนความสำคัญของอุตสาหกรรมทองคำต่อเศรษฐกิจและโอกาสใหม่ทางสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง</p>
<h3>เร่งฟื้นศักยภาพการผลิตทองคำ เดินหน้าอุตสาหกรรมไทยสู่ความยั่งยืน</h3>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">เชิดศักดิ์ อรรถอารุณ</span> ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายความยั่งยืนขององค์กร บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) </strong>เปิดเผยว่า การพัฒนาอุตสาหกรรมทองคำไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน ต้องอาศัยความร่วมมือจากทั้งห่วงโซ่การผลิต ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ไปจนถึงปลายน้ำ การจัดเวทีเสวนาครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่เราจะได้พูดคุยประเด็นสำคัญเกี่ยวกับมาตรฐานและแนวทางพัฒนาอุตสาหกรรมทองคำไทยให้ก้าวหน้าอย่างมีความรับผิดชอบและมั่นคง เพื่อให้ทองคำเป็นสินค้าเศรษฐกิจที่สร้างรายได้และชื่อเสียงให้แก่ประเทศไทยในระยะยาว</p>
<p>หลังกลับมาเดินเครื่องผลิตอีกครั้งตั้งแต่เดือนมีนาคม 2566 บริษัทฯ ได้เร่งปรับปรุงกระบวนการผลิตอย่างต่อเนื่อง แม้ยังไม่กลับไปสู่ระดับสูงสุดเท่าช่วงก่อนปิดเหมืองเมื่อปี 2558 ที่เคยผลิตได้กว่า 120,000 ออนซ์ต่อปี แต่ปีนี้คาดว่าจะทำได้ราว 96,000 ออนซ์ หรืออาจแตะระดับใกล้เคียงหากปัจจัยเอื้ออำนวย โดยมองว่ายังต้องใช้เวลาอีกระยะก่อนที่กำลังการผลิตจะกลับสู่จุดสูงสุดเดิม</p>
<p>ขณะที่ศักยภาพทรัพยากรทองคำของไทยยังมีโอกาสเติบโต โดยพื้นที่ที่พาดผ่านตั้งแต่จังหวัดเลย เพชรบูรณ์ พิจิตร ลพบุรี สระบุรี ไปจนถึงสระแก้วและปราจีนบุรี ซึ่งเคยมีผลสำรวจของกรมทรัพยากรธรณียืนยันการพบแหล่งสะสมแร่หลายแห่ง แต่อัตราการพบแหล่งแร่ที่มีความสมบูรณ์พอสำหรับพัฒนาเป็นเหมืองทองคำจริงมีน้อยกว่า 1% และต้องใช้เวลาสำรวจยาวนานมาก ตัวอย่างเหมืองอัคราฯ เองใช้เวลากว่า 13 ปี และเงินลงทุนราว 600–700 ล้านบาท ก่อนสรุปได้ว่าพื้นที่มีแร่เพียงพอต่อการลงทุนผลิตเชิงพาณิชย์</p>
<h3>พื้นที่จำกัดและชุมชน คือปัจจัยตัดสินอนาคต</h3>
<p>อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญของการทำเหมืองโลหะในประเทศไทยคือข้อจำกัดด้านพื้นที่และความหนาแน่นของชุมชน การพัฒนาแหล่งแร่ใหม่จำเป็นต้องพิจารณาร่วมกับการอยู่ร่วมกับชุมชน (Co-existing Resource) และทิศทางนโยบายของรัฐ เพราะการทำเหมืองไม่สามารถดำเนินโดยละเลยผลกระทบด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมได้</p>
<p><strong>เชิดศักดิ์</strong> กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันเหมืองอัคราฯ มีพื้นที่ราว กว่า 10,000 ไร่ และชุมชนใกล้เคียงอยู่ห่างออกไปราวหนึ่งกิโลเมตร ทำให้สามารถบริหารจัดการผลกระทบได้ดีกว่าแหล่งแร่ที่ตั้งชิดชุมชนมากกว่านี้ ผู้บริหารประเมินว่า ด้วยราคาทองคำปัจจุบัน เหมืองยังสามารถเดินหน้าต่อได้อีก 7–8 ปี อย่างมั่นคง หลังจากที่ดำเนินงานมายาวนานถึง 24 ปี จากเดิมที่ประเมินว่าจะทำได้เพียง 5 ปีตามราคาทองช่วงเริ่มผลิต</p>
<h3>วางกรอบพัฒนาชุมชน รับผิดชอบสิ่งแวดล้อม</h3>
<p>ด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน บริษัทฯ ระบุว่าได้นำกรอบ ESG Framework มาประยุกต์ใช้เต็มรูปแบบ โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับมิติ Social Responsibility เพื่อสร้างประโยชน์กลับคืนสู่ชุมชนในพื้นที่รอยต่อระหว่างพิจิตรและเพชรบูรณ์ ซึ่งอยู่ไกลจากศูนย์กลางการบริหารราชการระดับจังหวัด ทั้งนี้ บริษัทฯ มีแผนต่อยอด “หางแร่” ที่เก็บในบ่อเก็บที่ปิดใช้งานแล้ว (บ่อที่ 1) ซึ่งมีราว 22 ล้านตัน ให้กลายเป็นวัตถุดิบสร้างอาชีพพื้นฐานในชุมชน ผ่านงานวิจัยที่สามารถพัฒนาเป็นกิจการท้องถิ่นได้ ไม่จำเป็นต้องสร้างมูลค่าเพิ่มสูง แต่เน้นสร้างระบบเศรษฐกิจชุมชนที่ยืนได้ด้วยตนเองในระยะยาวหลังเหมืองยุติการดำเนินงาน</p>
<h3>ต้นแบบ “Green Gold” เสริมแกร่งเศรษฐกิจหมุนเวียน</h3>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">กีรดิต หิรัณยศิริ</span> ประธานฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด  (MTS) </strong>กล่าวว่า ห้างทองแม่ทองสุก ในฐานะผู้ค้าทองคำรายแรกของไทยที่ได้รับการรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ ระบุว่าอุตสาหกรรมทองคำไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคของ “ทองคำสีเขียว (Green Gold)” ซึ่งให้ความสำคัญกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การทำเหมือง การถลุง การผลิต ไปจนถึงการจำหน่าย โดยมองว่านี่คือทิศทางสำคัญที่จะช่วยยกระดับอุตสาหกรรมทองคำไทยสู่มาตรฐานสากล</p>
<p>ทองคำรีไซเคิลเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยโรงงานสามารถดึงวัสดุจากทองเก่ากลับมาได้กว่า 50 ตันต่อปี ผ่านกระบวนการหลอมและแยกแร่จนได้มาตรฐาน 99.99% พร้อมสแตมป์รองรับเพื่อการส่งออก ทั้งหมดผ่านระบบ Water Treatment และมาตรฐาน CE Mark 100% ทำให้ผลิตภัณฑ์สะอาด ปลอดของเสีย และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ</p>
<p>“เชื่อว่าการผลิต “ทองคำที่คลีนที่สุด” เพื่อสิ่งแวดล้อม และแนวคิด Ethical &amp; Sustainable Gold จะตอบโจทย์นักลงทุนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความโปร่งใสและความรับผิดชอบต่อสังคม ช่วยเสริมความน่าเชื่อถือและความสามารถแข่งขันของทองคำไทยในตลาดโลก พร้อมผลักดันให้อุตสาหกรรมทองคำไทยเดินหน้าเข้าสู่เศรษฐกิจสีเขียวอย่างยั่งยืนในระยะยาว” <strong>กีรดิต</strong> กล่าว</p>
<h3>ชูมาตรฐานทองคำยุคใหม่ หนุนภาพลักษณ์ไทย</h3>
<p><strong>สุเมธ ประสงค์พงษ์ชัย จากสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (GIT) </strong>กล่าวว่า GIT ให้ความสำคัญกับการยกระดับจริยธรรม และมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมในห่วงโซ่อุตสาหกรรมทองคำ โดยปีนี้ได้เพิ่มมาตรฐานคาร์บอนฟุตพรินต์ รวมถึงพัฒนามาตรฐานทองแท่ง เพื่อยกระดับความโปร่งใส ความยั่งยืน และความน่าเชื่อถือของทองคำไทยในตลาดโลก</p>
<h3>เดินหน้า “อิฐบล็อกจากหางแร่”</h3>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ดร.พีช หอมชื่น</span> อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย </strong>กล่าวถึงความคืบหน้าการวิจัยต่อยอด “หางแร่” สู่การใช้งานเชิงพาณิชย์ ว่า ตั้งแต่ “ขั้นตอนการสำรวจแร่” ไปจนถึงการดำเนินงานทุกกระบวนการ ทำให้อัครากลายเป็นต้นแบบของเหมืองที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และถูกใช้เป็น “โรงเรียนภาคสนาม” สำหรับนิสิตและผู้ประกอบการที่ต้องการเรียนรู้แนวทางเหมืองยุคใหม่</p>
<p>หนึ่งในผลงานที่โดดเด่นคือ “อิฐบล็อกจากหางแร่” ที่เกิดจากการนำของเสียจากกระบวนการผลิต ซึ่งมีทองคำเพียง 0.3–0.5 กรัมต่อหินหนึ่งตัน กลับมาใช้ประโยชน์แทนการทิ้ง โดยวัสดุดังกล่าวผ่านการทดสอบด้านโยธา ทั้งความแข็งแรง การดูดซึมน้ำ และมาตรฐานงานก่อสร้างที่จำเป็น พร้อมพัฒนาให้ปรับใช้ได้มากที่สุดเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ช่วยลดของเสียและเพิ่มคุณค่าให้กับวัสดุเหลือทิ้งอย่างยั่งยืน</p>
<p><strong>ก้าวใหม่ของงานวิจัยซีเมนต์ชีวภาพ</strong></p>
<p><strong>ดร.พีช</strong> กล่าวอีกว่า ขณะนี้โครงการวิจัยก้าวเข้าสู่ ปีที่ 2 โดยมุ่งทดสอบความเป็นไปได้ของการนำหางแร่ไปใช้เป็นส่วนประกอบ วัสดุดักคาร์บอน และเป็นวัตถุดิบทดแทนซีเมนต์ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่ปล่อยคาร์บอนสูงที่สุดในภาคก่อสร้าง ทั้งนี้เงื่อนไขสำคัญที่บริษัทฯ วางไว้คือ วัสดุต้อง ปลอดภัย ไม่ก่อสารรั่วไหล เมื่อนำไปใช้เป็นชิ้นส่วนก่อสร้างหรือผลิตภัณฑ์ชุมชน</p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยที่มีพัฒนาการโดดเด่น คือการนำหางแร่ผสมทราย แบคทีเรียจุลินทรีย์ และเปลือกไข่ พัฒนาเป็น “ซีเมนต์ชีวภาพ” (self-healing bio-cement) ที่สามารถซ่อมแซมรอยแตกร้าวเองได้ โดยกำลังทดสอบการใช้งานสำหรับงานโครงสร้างขนาดเล็ก เช่น คลองส่งน้ำ หรือพื้นที่ป้องกันการไหลซึมของน้ำจืด–น้ำเค็ม</p>
<p>“หากผลทดสอบเชิงอุตสาหกรรมให้ตัวเลขชัดเจน ก็พร้อมเดินหน้าระยะต่อไปทันที และจะต่อยอดเพื่อทดแทนการใช้ซีเมนต์ในบางส่วนของคอนกรีต ซึ่งมีศักยภาพในการลดคาร์บอนอย่างมีนัยสำคัญ” <strong>ดร.พีช </strong>กล่าว</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/akara/">อัครา ผนึกพันธมิตร-จุฬาฯ เปลี่ยนหางแร่เป็นอิฐบล็อกคาร์บอนต่ำ ยกระดับอุตสาหกรรมทองคำไทย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
