<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศ | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%88/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Wed, 29 Sep 2021 08:29:46 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศ | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ไทย-เยอรมนี ร่วมพัฒนามาตรฐานความปลอดภัยให้กับบุคลากรทางการแพทย์ไทย</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 29 Sep 2021 08:29:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[คณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัทบี. บราวน์ (ประเทศไทย)]]></category>
		<category><![CDATA[บุคลากรทางการแพทย์]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=19034</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ : สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) คณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล สมาคมพยาบาลโรคมะเร็งแห่งประเทศไทย ชมรมเครือข่ายพยาบาลผู้ให้สารน้ำแห่งประเทศไทย บริษัทบี. บราวน์ (ประเทศไทย) จำกัด และองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ร่วมนำเสนอผลสำเร็จของการพัฒนามาตรฐานความปลอดภัยให้กับบุคลากรทางการแพทย์ของไทย ภายใต้การดำเนินโครงการ “การพัฒนามาตรฐานความปลอดภัยในการทำงานให้กับบุคลากรทางการแพทย์ในประเทศไทย” ในการประชุมสรุปผลการดำเนินโครงการ โดยโครงการฯ ได้พัฒนาคู่มือและแนวทางด้านความปลอดภัยในการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ พร้อมทั้งจัดการฝึกอบรมเพื่อเสริมสร้างศักยภาพให้กับบุคลากรทางการแพทย์รวม 998 คน ตลอดระยะเวลาการดำเนินงาน 4 ปี โครงการฯ ได้เสริมสร้างศักยภาพด้านความปลอดภัยในการทำงานให้กับบุคลากรทางการแพทย์ ผ่านการอบรมใน 4&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/">ไทย-เยอรมนี ร่วมพัฒนามาตรฐานความปลอดภัยให้กับบุคลากรทางการแพทย์ไทย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กรุงเทพฯ : สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) คณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล สมาคมพยาบาลโรคมะเร็งแห่งประเทศไทย ชมรมเครือข่ายพยาบาลผู้ให้สารน้ำแห่งประเทศไทย บริษัทบี. บราวน์ (ประเทศไทย) จำกัด และองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ร่วมนำเสนอผลสำเร็จของการพัฒนามาตรฐานความปลอดภัยให้กับบุคลากรทางการแพทย์ของไทย ภายใต้การดำเนินโครงการ “การพัฒนามาตรฐานความปลอดภัยในการทำงานให้กับบุคลากรทางการแพทย์ในประเทศไทย” ในการประชุมสรุปผลการดำเนินโครงการ โดยโครงการฯ ได้พัฒนาคู่มือและแนวทางด้านความปลอดภัยในการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ พร้อมทั้งจัดการฝึกอบรมเพื่อเสริมสร้างศักยภาพให้กับบุคลากรทางการแพทย์รวม 998 คน</strong></p>
<p><span id="more-19034"></span></p>
<p>ตลอดระยะเวลาการดำเนินงาน 4 ปี โครงการฯ ได้เสริมสร้างศักยภาพด้านความปลอดภัยในการทำงานให้กับบุคลากรทางการแพทย์ ผ่านการอบรมใน 4 หัวข้อ ได้แก่ 1) การทำความสะอาดมือของบุคลากรทางการแพทย์ 2) การให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำอย่างปลอดภัย 3) การให้ยาเคมีบำบัดในผู้ป่วยมะเร็งอย่างปลอดภัย และ 4) การเสริมสร้างศักยภาพให้แก่ผู้บริหารระดับสูงของโรงพยาบาลในด้านมาตรฐานความปลอดภัยในการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งเป็นการส่งเสริมองค์ความรู้ให้แก่บุคลากรผู้ปฏิบัติงาน และส่งเสริมให้เกิดการสนับสนุนด้านนโยบายความปลอดภัยจากผู้บริหาร โดยโรงพยาบาลนำร่อง 14 แห่ง จากจำนวนโรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมด 17 แห่ง ได้นำนโยบายลงสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมผ่านการดำเนินโครงการและกิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัยในด้านต่างๆ ในโรงพยาบาล<img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19036" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/GIZ1-300x193.jpg" alt="" width="600" height="386" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/GIZ1-300x193.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/GIZ1-768x494.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/GIZ1-150x97.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/GIZ1-500x322.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/GIZ1.jpg 850w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>นอกเหนือจากการฝึกอบรม โครงการฯ ยังได้พัฒนาคู่มือและแนวทางปฏิบัติ เพื่อเป็นมาตรฐานหรือแนวทางอ้างอิงเพื่อความปลอดภัยในการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์ ได้แก่ แนวทางปฏิบัติเพื่อป้องกันการบาดเจ็บจากเข็มตำและการสัมผัสสารคัดหลั่งจากการให้สารน้ำทางหลอดดำ ข้อเสนอแนะและแนวทางปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยในการให้ยาเคมีบำบัด และคู่มือวิธีประเมินการทำความสะอาดมือของบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งคู่มือและแนวทางปฏิบัติเหล่านี้จะถูกนำไปใช้อบรมและถ่ายทอดสู่โรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศต่อไป</p>
<p><strong>เกอร์มัน มูลเลอร์ ผู้อำนวยการโครงการของ GIZ</strong> กล่าวว่า GIZ ยินดีและภูมิใจที่โครงการฯ ได้มีส่วนช่วยพัฒนามาตรฐานความปลอดภัยในการทำงานให้กับบุคลากรทางการแพทย์ในประเทศไทย เราไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าจะเกิดการระบาดของเชื้อโควิด-19 ขึ้นในช่วงที่ดำเนินโครงการอยู่ แต่ก็ถือว่าโครงการมาถูกเวลา เพราะเราได้จัดฝึกอบรมและให้ความรู้ด้านการล้างมือแก่บุคลากรทางการแพทย์จำนวน 200 กว่าคน ครอบคลุมโรงพยาบาลกว่า 70 แห่งไปก่อนหน้าที่จะเกิดการระบาดแล้ว ซึ่งหวังว่าความรู้ที่ได้ถ่ายทอดไปนั้นจะช่วยให้พวกเขาได้เรียนรู้และป้องกันตัวเองจากการระบาดของเชื้อ COVID-19 ได้ทางหนึ่ง</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-19037" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/GIZ3-300x200.jpg" alt="" width="600" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/GIZ3-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/GIZ3-768x511.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/GIZ3-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/GIZ3-500x333.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/GIZ3.jpg 850w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>นอกจากนี้ โครงการฯ ยังได้พัฒนาศักยภาพให้บุคลากรทางการแพทย์จำนวน 93 คนให้พร้อมสู่การเป็นผู้ฝึกอบรมต้นแบบที่จะสามารถถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงานให้กับเพื่อนร่วมงานและเครือข่ายของตนเองได้ด้วย เราหวังว่าองค์ความรู้เหล่านี้ที่โครงการฯ ได้พัฒนาขึ้นจะถูกถ่ายทอดต่อไปและช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์ปฏิบัติงานได้อย่างปลอดภัย ทั้งนี้ GIZ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีโอกาสที่ช่วยส่งเสริมการดำเนินงานด้านการแพทย์และสาธารณสุขของประเทศไทยในอนาคต</p>
<p>ด้าน<strong>สายัณห์ รอย กรรมการผู้จัดการ บริษัท บี. บราวน์ (ประเทศไทย) จำกัด</strong> กล่าวว่า บริษัท บี. บราวน์ (ประเทศไทย) จำกัด ยังคงมุ่งมั่นที่จะปกป้องและพัฒนาความปลอดภัยในการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ ด้วยการเป็น Solution Partner ในการพัฒนาคุณภาพของบริการทางการแพทย์ รวมทั้งแบ่งปันความรู้ความเชี่ยวชาญและการอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพของบุคลากรทางการแพทย์ต่อไป จากที่บี. บราวน์ได้ดำเนินงานมาเป็นระยะเวลา 32 ปีแล้วในประเทศไทย ด้วยการเป็นพันธมิตรที่ดีของประเทศและพร้อมที่จะเป็นทูตการแพทย์ระหว่างประเทศเยอรมนีและประเทศไทย เรามีความยินดีในความสำเร็จของโครงการฯ ที่ได้ช่วยลดต้นทุนให้กับโรงพยาบาลพร้อมเพิ่มประสิทธิภาพของความปลอดภัยและสร้างการบริการด้านสุขภาพที่ยั่งยืนให้แก่ประเทศไทย นอกจากนี้แล้วบริษัท บี. บราวน์ ยังร่วมกับ GIZ และสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) สนับสนุนความปลอดภัยในการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ในสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 โดยมอบเจลล้างมือแอลกอฮอล์จำนวน 157,500 ขวด ให้แก่โรงพยาบาล 62 แห่ง ในพื้นที่สีแดง เมื่อเดือนพฤษภาคมและเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา รวมทั้งพัฒนาหลักสูตรออนไลน์เรื่องการล้างมือ และเผยแพร่ให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ทั่วประเทศ และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) รวมถึงเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ร้อยเอ็ด สุรินทร์ และสุพรรณบุรี</p>
<p><strong>พญ.ปิยวรรณ ลิ้มปัญญาเลิศ รองผู้อำนวยการ สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน)</strong> กล่าวว่า สำหรับความยั่งยืนและการขยายผลจากความสำเร็จของโครงการนั้น สรพ. มีระบบในการรายงานอุบัติการณ์ต่างๆ เป็นระบบการรายงานและเรียนรู้อุบัติการณ์ความเสี่ยงทางคลินิกและเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ของประเทศไทยอยู่แล้ว ซึ่งรวมถึงการรายงานเรื่องการล้างมือของบุคลากรทางการแพทย์ และการรายงานอุบัติการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการให้สารน้ำหรือยาเคมีบำบัดทางหลอดเลือดดำด้วย โดยมีโรงพยาบาลกว่า 700 แห่งทั่วประเทศรายงานเข้าระบบนี้ และสรพ.ยังเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยของบุคลากรสาธารณสุข (Personnel Safety) ด้านการติดเชื้อในบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งกำหนดให้เป็นมาตรฐานที่สำคัญและจำเป็นต่อความปลอดภัย เนื่องจากปัจจุบันพบว่าบุคลากรมีความเสี่ยงสูงสุดที่จะเกิดการติดเชื้อจากการแพร่ผ่านละอองฝอย (Droplet Transmission) ของเชื้อ COVID -19 ขณะปฏิบัติหน้าที่</p>
<p>“ดังนั้น สิ่งที่ควรจะผลักดันในความร่วมมือต่อไปในอนาคต คือ ความปลอดภัยของบุคลากรทางการแพทย์ในสถานการณ์ COVID -19 (Personnel Safety in COVID-19 situation) และเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงและความร่วมมือจะก่อให้เกิดความยั่งยืนในอนาคต” <strong>พญ.ปิยวรรณ</strong> กล่าว</p>
<p><strong>จินตนารักษ์ สมสกุลชัย หัวหน้าหอผู้ป่วยเคมีบำบัด โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี</strong> ผู้เข้ารับการอบรมเรื่องความปลอดภัยในการให้ยาเคมีบำบัด กล่าวถึงประโยชน์ที่ได้รับจากโครงการฯ ว่า จากการอบรม ทำให้ได้รับทักษะความรู้จากวิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ รวมทั้งองค์ความรู้ที่เป็นสากลซึ่งนำมาปรับใช้กับบริบทการทำงานในประเทศไทย อีกทั้งการที่โครงการฯ ได้เชิญผู้บริหารให้เข้ามารับฟังและมีส่วนร่วม ทำให้ผู้บริหารเห็นความสำคัญและบุคลากรทางการพยาบาลก็ได้รับการสนับสนุนชุดอุปกรณ์ป้องกันในการบริหารยาเคมีบำบัดครบถ้วนตามมาตรฐาน ทำให้เกิดความปลอดภัย บุคลากรมีความมั่นใจในการปฏิบัติงานเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้การมีมาตรฐานแนวทางตามหลักสากลให้บุคลากรปฏิบัติไปในแนวทางเดียวกัน จะช่วยให้โรงพยาบาลมีการพัฒนาคุณภาพการให้บริการ ส่งผลให้ผู้ป่วยและบุคลากรมีความปลอดภัย ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายความปลอดภัยของผู้ป่วยและบุคลากรสาธารณสุข (Patient and Personnel Safety: 2P Safety) ด้วย</p>
<p><strong>*หมายเหตุภาพถ่ายก่อนเกิดสถานการณ์ COVID-19</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/">ไทย-เยอรมนี ร่วมพัฒนามาตรฐานความปลอดภัยให้กับบุคลากรทางการแพทย์ไทย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มาตรการภาษีกระตุ้นผู้ผลิตรถประหยัดนํ้ามัน เยอรมันหนุนไทยเพิ่มความเข้มข้น-ลดคาร์บอน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5-%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%96/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5-%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%96/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 06 Mar 2019 07:22:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Scoop]]></category>
		<category><![CDATA[GIZ]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ผลิตรถยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรการภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[รถประหยัดนํ้ามัน]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[เยอรมัน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=5512</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ร่วมกับองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) จัดพิธีปิดโครงการ “การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสำหรับภาคการขนส่งทางบกในภูมิภาคอาเซียน” พร้อมรายงานความสำเร็จและถอดบทเรียนที่ได้จากการดำเนินงานด้านการลดการใช้นํ้ามันของยานพาหนะและลดการปล่อยมลพิษจากภาคการขนส่ง สำหรับประเทศไทย พบว่าการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตตามอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของยานพาหนะ ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2559 โดยโครงการฯ ได้เข้ามาผลักดันให้เกิดการปรับปรุงมาตรการการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตดังกล่าว พบว่ามาตรการนี้กระตุ้นให้ผู้ผลิตรถยนต์เกิดการปรับตัวที่จะผลิตรถใหม่ซึ่งช่วยประหยัดพลังงาน ส่งผลให้เกิดการลดการใช้นํ้ามันเฉลี่ยจาก 7.08 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร ในปี พ.ศ. 2558 เหลือเพียง 6.75 ลิตรต่อ 100&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5-%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%96/">มาตรการภาษีกระตุ้นผู้ผลิตรถประหยัดนํ้ามัน เยอรมันหนุนไทยเพิ่มความเข้มข้น-ลดคาร์บอน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ร่วมกับองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) จัดพิธีปิดโครงการ “การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสำหรับภาคการขนส่งทางบกในภูมิภาคอาเซียน” พร้อมรายงานความสำเร็จและถอดบทเรียนที่ได้จากการดำเนินงานด้านการลดการใช้นํ้ามันของยานพาหนะและลดการปล่อยมลพิษจากภาคการขนส่ง</strong><span id="more-5512"></span></p>
<p>สำหรับประเทศไทย พบว่าการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตตามอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของยานพาหนะ ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2559 โดยโครงการฯ ได้เข้ามาผลักดันให้เกิดการปรับปรุงมาตรการการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตดังกล่าว พบว่ามาตรการนี้กระตุ้นให้ผู้ผลิตรถยนต์เกิดการปรับตัวที่จะผลิตรถใหม่ซึ่งช่วยประหยัดพลังงาน ส่งผลให้เกิดการลดการใช้นํ้ามันเฉลี่ยจาก 7.08 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร ในปี พ.ศ. 2558 เหลือเพียง 6.75 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร ในปี พ.ศ. 2560 สำหรับรถใหม่ทุกคันที่จำหน่าย</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>คาโรลิน คาโพน</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการโครงการ การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสำหรับภาคการขนส่งทางบกในภูมิภาคอาเซียน</strong> เปิดเผยว่า ประเทศไทยมีนโยบายการขนส่งยั่งยืนที่พัฒนาไปมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ เช่น นโยบายการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตตามอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ที่โครงการฯ เข้ามาผลักดันให้เกิดการปรับปรุงมาตรการดังกล่าวให้ดีขึ้น ส่งผลให้เกิดการลดการใช้นํ้ามันเฉลี่ยในรถยนต์ใหม่ทุกคัน ทั้งนี้หากมีการดำเนินมาตรการจัดเก็บภาษีในลักษณะนี้ต่อไป คาดว่าในปี พ.ศ. 2573 จะสามารถลดก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 4.2 ล้านตันคาร์บอน-ไดออกไซด์เทียบเท่า</p>
<p>ขณะเดียวกัน หากมีการปรับปรุงมาตรการทางภาษีที่เข้มข้นขึ้นร่วมกับมาตรการอื่นๆ เช่น การจัดเก็บภาษีสรรพสามิตตามอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอน-ไดออกไซด์ของรถจักรยานยนต์ การปรับปรุงอัตราการเก็บภาษีรถยนต์ประจำปีตามอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และการปรับปรุงอัตราการเก็บภาษีสรรพสามิตรถยนต์นั่งส่วนบุคคลให้เข้มข้นขึ้น ก็จะช่วยลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้อีก 4.75 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ในปี พ.ศ. 2573 หรือคิดเป็น 29% ของเป้าการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคขนส่ง ตามข้อตกลงที่รัฐบาลไทยได้ให้ไว้ในการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสมัยที่ 21 (COP21)</p>
<p>แม้ตัวโครงการฯ จะสิ้นสุดลง แต่ความร่วมมือระหว่างไทยและเยอรมนีจะยังคงอยู่ โดยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 เป็นต้นไป GIZ จะดำเนินงานเกี่ยวกับการขนส่งในเมืองอย่างยั่งยืน การแก้ไขการจราจรติดขัด การลดมลพิษทางอากาศ และการทำให้ชีวิตในเมืองน่าอยู่มากขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาการขนส่งในเมือง โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครและในเมืองรองที่เติบโตอย่างรวดเร็ว” คาโรลิน กล่าว</p>
<p><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/03/GIZ-02.jpg"><img decoding="async" class="alignnone wp-image-5515 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/03/GIZ-02.jpg" alt="มาตรการภาษี กระตุ้นผู้ผลิตรถประหยัดนํ้ามัน เยอรมันหนุนไทยเพิ่มความเข้มข้น-ลดคาร์บอน" width="900" height="480" data-id="5515" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/03/GIZ-02.jpg 900w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/03/GIZ-02-300x160.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/03/GIZ-02-768x410.jpg 768w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></a></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>อาคม เติมพิทยาไพสิฐ</strong></span> <strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม</strong> กล่าวว่า การใช้พลังงานและการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากภาคการขนส่งของไทย สูงถึง 61 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า หรือคิดเป็น 19.2% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดของประเทศ จึงเป็นประเด็นสำคัญที่ทุกคนควรใส่ใจอย่างยิ่ง เนื่องจากก๊าซเรือนกระจกส่งผลต่อโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระยะยาว ขณะเดียวกันยังส่งผลต่อปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ซึ่งกำลังเป็นปัญหาในขณะนี้อีกด้วย</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ชุตินธร มั่นคง</strong></span> <strong>หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมการขนส่งที่ยั่งยืน สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.)</strong> กล่าวว่า แหล่งกำเนิดก๊าซเรือนกระจกในประเทศไทยจำนวนมากมาจากการคมนาคม ซึ่งประเทศไทยเองมุ่งมั่นที่จะลดให้ได้ 20-25% ภายในปี 2579 โดยหลักการการลดก๊าซเรือนกระจกในการเดินทางมีอยู่ 3 ส่วนหลักๆ คือ 1.ลด มาตรการในการจัดเก็บภาษี การห้ามรถเข้าพื้นที่ต่างๆ 2.เปลี่ยน เปลี่ยนการเดินทางจากรถส่วนตัวเป็นการขนส่งสาธารณะ 3.ปรับปรุง ปรับให้มีการใช้พลังงานทางเลือกมากขึ้น</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>สยามณัฐ พนัสสรณ์</strong></span> <strong>ผู้จัดการส่วนนโยบายวิศวกรรมและวางแผนธุรกิจ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด</strong> กล่าวว่า เห็นด้วยกับการเก็บภาษีสรรพสามิตตามอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพราะภาษีฯ คือต้นทุนก้อนใหญ่ที่ฝังอยู่ในรถยนต์ ดังนั้นการเก็บภาษีจำนวนมากจากการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จะทำให้ก๊าซเรือนกระจกลดลงได้ ซึ่งทางบริษัทฯ ได้จัดเปลี่ยนขนาดเครื่องยนต์ให้เล็กลง จากเดิม 2.5 ลิตร ลดลงเหลือ 1.9 ลิตร จากการคำนวณพบว่าสามารถช่วยประหยัดนํ้ามันได้คันละกว่า 700 ลิตร นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังพร้อมที่จะผลิตรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงไบโอดีเซล B20 หากภาครัฐมีมาตรการชัดเจน</p>
<p><strong>อนึ่ง โครงการฯ ดังกล่าว ได้รับเงินทุนสนับสนุนจากกระทรวงเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาของสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMZ) ในการดำเนินงานด้านการพัฒนากลยุทธ์และแผนปฏิบัติการ เพื่อปรับปรุงการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคการขนส่งทางบก รวมถึงวิเคราะห์นโยบายการประหยัดเชื้อเพลิง และการติดตาม ทวนสอบ และรายงานผลจากการดำเนินนโยบายในประเทศฟิลิปปินส์ เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย และไทย โดยได้ดำเนินตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 และสิ้นสุดในปี พ.ศ. 2562</strong></p>
<hr />
<p>Source: นิตยสาร Green Network ฉบับที่ 91 มกราคม-กุมภาพันธ์ 2562 คอลัมน์ GREEN Scoop โดย กองบรรณาธิการ</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5-%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%96/">มาตรการภาษีกระตุ้นผู้ผลิตรถประหยัดนํ้ามัน เยอรมันหนุนไทยเพิ่มความเข้มข้น-ลดคาร์บอน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5-%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%96/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
