<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>อุตสาหกรรมการบิน | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Wed, 28 Jan 2026 03:01:54 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.5</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>อุตสาหกรรมการบิน | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>โตชิบา คอร์ปอเรชั่น จับมือแอร์บัส ชูมอเตอร์ตัวนำยิ่งยวดใช้พลังงานไฮโดรเจน ขับเคลื่อนอนาคตอุตสาหกรรมการบินโลกที่ยั่งยืน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/toyota-x-airbus/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 28 Jan 2026 03:01:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Technology & Innovation]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานไฮโดรเจน]]></category>
		<category><![CDATA[มอเตอร์ตัวนำยิ่งยวด]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมการบิน]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[แอร์บัส]]></category>
		<category><![CDATA[โตชิบา คอร์ปอเรชั่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=43040</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในขณะที่ภาคอุตสาหกรรมการบินเร่งรีบปรับตัว เพื่อให้บรรลุการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) สุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593 นวัตกรรมที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดในการใช้เชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืนถือได้ว่ามีส่วนสำคัญเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ “มอเตอร์ตัวนำยิ่งยวด” ของโตชิบานั้นมีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก ด้วยมีขนาดที่กะทัดรัด และน้ำหนักเบา มีผลลัพธ์ของการทำงานที่สูงสำหรับระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า ด้วยน้ำหนักที่เบากว่าหนึ่งในสิบ และขนาดที่เล็กกว่ามอเตอร์ระดับ 2MW-class แบบทั่วไป ซึ่งขนาดและน้ำหนักที่ลดลงอย่างมากนี้ ถือเป็นตัวเปลี่ยนเกมของอุตสาหกรรมการบิน ซึ่งทุกกิโลกรัมมีความสำคัญและต้องใช้กำลังขับเคลื่อนที่สูง ด้วยความตระหนักถึงคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ของมอเตอร์ต้นแบบตั้งแต่การนำเสนอครั้งแรกในปี 2565 แอร์บัส ผู้ผลิตเครื่องบินรายใหญ่ที่สุดของโลก ได้ร่วมมือกับโตชิบาในปี 2567 เพื่อวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี สู่การลงนามข้อตกลงความร่วมมือกันที่งาน Japan International Aerospace&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/toyota-x-airbus/">โตชิบา คอร์ปอเรชั่น จับมือแอร์บัส ชูมอเตอร์ตัวนำยิ่งยวดใช้พลังงานไฮโดรเจน ขับเคลื่อนอนาคตอุตสาหกรรมการบินโลกที่ยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<figure id="attachment_43042" aria-describedby="caption-attachment-43042" style="width: 740px" class="wp-caption aligncenter"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="size-full wp-image-43042" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/toyota-x-airbus-02.jpg" alt="ภาพที่ 1 มอเตอร์ตัวนำยิ่งยวด: นำพาความฝันของเครื่องบินพลังงานไฮโดรเจนสู่ความเป็นจริง" width="740" height="298" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/toyota-x-airbus-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/toyota-x-airbus-02-300x121.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/toyota-x-airbus-02-150x60.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/toyota-x-airbus-02-500x201.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /><figcaption id="caption-attachment-43042" class="wp-caption-text">ภาพที่ 1 มอเตอร์ตัวนำยิ่งยวด: นำพาความฝันของเครื่องบินพลังงานไฮโดรเจนสู่ความเป็นจริง</figcaption></figure>
<p><strong>ในขณะที่ภาคอุตสาหกรรมการบินเร่งรีบปรับตัว เพื่อให้บรรลุการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) สุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593 นวัตกรรมที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดในการใช้เชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืนถือได้ว่ามีส่วนสำคัญเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ “มอเตอร์ตัวนำยิ่งยวด” ของโตชิบานั้นมีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก ด้วยมีขนาดที่กะทัดรัด และน้ำหนักเบา มีผลลัพธ์ของการทำงานที่สูงสำหรับระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า ด้วยน้ำหนักที่เบากว่าหนึ่งในสิบ และขนาดที่เล็กกว่ามอเตอร์ระดับ 2MW-class แบบทั่วไป ซึ่งขนาดและน้ำหนักที่ลดลงอย่างมากนี้ ถือเป็นตัวเปลี่ยนเกมของอุตสาหกรรมการบิน ซึ่งทุกกิโลกรัมมีความสำคัญและต้องใช้กำลังขับเคลื่อนที่สูง</strong></p>
<p><span id="more-43040"></span></p>
<figure id="attachment_43043" aria-describedby="caption-attachment-43043" style="width: 740px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="wp-image-43043 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/toyota-x-airbus-03.jpg" alt="ภาพที่ 2 เครื่องบินที่ติดตั้งมอเตอร์ตัวนำยิ่งยวดจากโตชิบา" width="740" height="234" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/toyota-x-airbus-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/toyota-x-airbus-03-300x95.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/toyota-x-airbus-03-150x47.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/toyota-x-airbus-03-500x158.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /><figcaption id="caption-attachment-43043" class="wp-caption-text">ภาพที่ 2 เครื่องบินที่ติดตั้งมอเตอร์ตัวนำยิ่งยวดจากโตชิบา</figcaption></figure>
<p>ด้วยความตระหนักถึงคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ของมอเตอร์ต้นแบบตั้งแต่การนำเสนอครั้งแรกในปี 2565 แอร์บัส ผู้ผลิตเครื่องบินรายใหญ่ที่สุดของโลก ได้ร่วมมือกับโตชิบาในปี 2567 เพื่อวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี สู่การลงนามข้อตกลงความร่วมมือกันที่งาน Japan International Aerospace Expo 2024 ตอกย้ำความมุ่งมั่นของทั้งสองบริษัทในการส่งเสริมนวัตกรรมด้านการบินและอวกาศ ด้วยประสบการณ์กว่า 50 ปี ในด้านเทคโนโลยีตัวนำยิ่งยวด ความร่วมมือครั้งนี้ได้สะท้อนถึงความเชี่ยวชาญในด้านนวัตกรรมทั้งของโตชิบาและแอร์บัส ในโครงการขับเคลื่อนด้วยไฮโดรเจนและการใช้พลังงานไฟฟ้าของเครื่องบิน ซึ่งเป็นก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมการบินที่ปล่อยก๊าซเป็นศูนย์</p>
<figure id="attachment_43044" aria-describedby="caption-attachment-43044" style="width: 740px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="size-full wp-image-43044" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/toyota-x-airbus-04.jpg" alt="ภาพที่ 3 มอเตอร์ตัวนำยิ่งยวดมีน้ำหนักเบากว่าหนึ่งในสิบ และขนาดเล็กกว่ามอเตอร์ระดับ 2MW-class แบบทั่วไป แต่ให้กำลังขับเทียบเท่า" width="740" height="374" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/toyota-x-airbus-04.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/toyota-x-airbus-04-300x152.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/toyota-x-airbus-04-150x76.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/toyota-x-airbus-04-500x253.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /><figcaption id="caption-attachment-43044" class="wp-caption-text">ภาพที่ 3 มอเตอร์ตัวนำยิ่งยวดมีน้ำหนักเบากว่าหนึ่งในสิบ และขนาดเล็กกว่ามอเตอร์ระดับ 2MW-class แบบทั่วไป แต่ให้กำลังขับเทียบเท่า</figcaption></figure>
<p>เครื่องบินที่ใช้พลังงานไฮโดรเจนจะเป็นตัวพลิกโฉมรูปแบบการเดินทาง โดยแทนที่เชื้อเพลิงฟอสซิลด้วยโซลูชันพลังงานสะอาด ไฮโดรเจนสามารถให้พลังงานแก่เครื่องบินได้สองวิธี ซึ่งวิธีแรกได้พลังงานจากการเผาไหม้ไฮโดรเจนในกังหัน และวิธีที่สองแปลงเป็นพลังงานไฟฟ้าในเซลล์เชื้อเพลิง โดยวิธีที่สองมีประสิทธิภาพที่สูงกว่ามาก เนื่องจากขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าโดยไม่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) หรือก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นศูนย์ มอเตอร์ตัวนำยิ่งยวดของโตชิบาเสริมข้อได้เปรียบนี้ โดยการทำงานที่อุณหภูมิเยือกแข็ง ดังนั้นจึงไม่มีแรงต้านทานไฟฟ้า ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานได้สูงสุด ไฮโดรเจนเหลวที่เก็บไว้ในอุณหภูมิ -253°C ทำหน้าที่เป็นทั้งเชื้อเพลิงและสารหล่อเย็น ทำให้เกิดการทำงานร่วมกันที่สมบูรณ์แบบถือเป็นการปรับปรุงประสิทธิภาพในขณะที่น้ำหนักลดลง เพื่อปูทางไปสู่การบินที่ยั่งยืน</p>
<p>นอกเหนือจากอุตสาหกรรมการบินแล้ว โตชิบาเล็งเห็นเทคโนโลยีมอเตอร์ตัวนำยิ่งยวดนี้ เป็นขุมพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการสัญจรอย่างยั่งยืนในหลากหลายการใช้งาน ด้วยการออกแบบให้มีน้ำหนักเบา ให้ประสิทธิภาพสูง ทำให้เหมาะสำหรับการใช้งานในพาหนะขนาดใหญ่ที่ต้องคำนึงถึงประสิทธิภาพด้านน้ำหนักและพลังงานเป็นสิ่งสำคัญ การใช้งานที่เป็นไปได้ในอนาคต ได้แก่การขับเคลื่อนเรือในยุคอนาคต เพื่อการขนส่งทางทะเลที่สะอาด และการขับเคลื่อนสำหรับการเดินทางในอวกาศ</p>
<figure id="attachment_43045" aria-describedby="caption-attachment-43045" style="width: 740px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-43045" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/toyota-x-airbus-05.jpg" alt="ภาพที่ 4 โตชิบาผสานเทคโนโลยี เพื่อสร้างคุณค่าที่เหนือกว่า" width="740" height="416" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/toyota-x-airbus-05.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/toyota-x-airbus-05-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/toyota-x-airbus-05-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/toyota-x-airbus-05-500x281.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /><figcaption id="caption-attachment-43045" class="wp-caption-text">ภาพที่ 4 โตชิบาผสานเทคโนโลยี เพื่อสร้างคุณค่าที่เหนือกว่า</figcaption></figure>
<p>การร่วมมือของโตชิบาและแอร์บัสในครั้งนี้ ได้ก้าวไปสู่การปฏิวัติท้องฟ้าที่ปราศจากคาร์บอน โดยปรับโฉมการบินด้วยมอเตอร์ตัวนำยิ่งยวดและระบบขับเคลื่อนที่ใช้พลังงานไฮโดรเจน ซึ่งเป็นมากกว่าความร่วมมือทางด้านวิศวกรรม แต่เป็นการรวบรวมวิสัยทัศน์ของการขับเคลื่อนที่ปราศจากการปล่อยก๊าซคาร์บอน ด้วยการจับคู่ตัวนำยิ่งยวดกับศักยภาพของไฮโดรเจนในฐานะแหล่งพลังงานสะอาด สู่ความร่วมมือที่กำลังจะกำหนดอนาคตที่เครื่องบินจะบินได้ไกลขึ้น สะอาดขึ้น และชาญฉลาดยิ่งขึ้น</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/toyota-x-airbus/">โตชิบา คอร์ปอเรชั่น จับมือแอร์บัส ชูมอเตอร์ตัวนำยิ่งยวดใช้พลังงานไฮโดรเจน ขับเคลื่อนอนาคตอุตสาหกรรมการบินโลกที่ยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>BAFS จับมือ CAO แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ต่อยอดเทคโนโลยี ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการบินสู่ความยั่งยืน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/bafs-x-cao/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/bafs-x-cao/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Jun 2024 01:48:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[BAFS]]></category>
		<category><![CDATA[CAO]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดเก็บน้ำมันอากาศยาน]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมการบิน]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=34193</guid>

					<description><![CDATA[<p>ม.ล. ณัฐสิทธิ์ ดิศกุล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท เชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BAFS ลงนามความร่วมมือ (MOU) “Knowledge Sharing Partnership” กับ Mr. Shi Yanliang (นายชิ หยานเหลียง) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท China Aviation Oil (Singapore) Corporation จำกัด (มหาชน)&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/bafs-x-cao/">BAFS จับมือ CAO แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ต่อยอดเทคโนโลยี ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการบินสู่ความยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ม.ล. ณัฐสิทธิ์ ดิศกุล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท เชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BAFS ลงนามความร่วมมือ (MOU) “Knowledge Sharing Partnership” กับ Mr. Shi Yanliang (นายชิ หยานเหลียง) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท China Aviation Oil (Singapore) Corporation จำกัด (มหาชน) หรือ CAO บริษัทผู้ค้าและให้บริการน้ำมันอากาศยานรายใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2567 ณ อาคาร Suntec Tower 3 ประเทศสิงคโปร์</strong></p>
<p><span id="more-34193"></span></p>
<p>ความร่วมมือในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ในการถ่ายทอดองค์ความรู้ เพื่อพัฒนาและยกระดับการให้บริการด้านธุรกิจน้ำมันอากาศยาน ผ่านกระบวนการแลกเปลี่ยนบุคลากรเพื่อพัฒนาศักยภาพทรัพยากรบุคคลทั้งสององค์กร พร้อมต่อยอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีระบบการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานแบบครบวงจร การจัดเก็บน้ำมันอากาศยานด้วยระบบ Hydrant Pipeline Network การเก็บรักษาและขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงผ่านระบบท่อขนส่งน้ำมันใต้ดิน รวมไปถึงการพัฒนาเชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน (SAF) เพื่อมุ่งผลักดันอุตสาหกรรมการบินสู่การใช้พลังงานสะอาดในอนาคต</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/bafs-x-cao/">BAFS จับมือ CAO แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ต่อยอดเทคโนโลยี ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการบินสู่ความยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/bafs-x-cao/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การลดคาร์บอน (decarbonization) ในอุตสาหกรรมการบิน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/sustainability-in-aviation-industry/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/sustainability-in-aviation-industry/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 22 Mar 2023 09:48:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Article]]></category>
		<category><![CDATA[Highlight Stories]]></category>
		<category><![CDATA[net aviation carbon emissions]]></category>
		<category><![CDATA[การขนส่งทางอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[การลดคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[การลดคาร์บอนในอุตสาหกรรมการบิน]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการปลดปล่อยคาร์บอนการบินสุทธิ]]></category>
		<category><![CDATA[สายการบิน]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมการบิน]]></category>
		<category><![CDATA[เป้าหมายลดการปลดปล่อยคาร์บอนการบินสุทธิ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=26057</guid>

					<description><![CDATA[<p>การขนส่งทางอากาศเป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญของมนุษย์ที่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปลดปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ออกสู่ชั้นบรรยากาศ ซึ่งมีปริมาณสูงถึงปีละ 915 ตัน (ข้อมูลเมื่อปี 2019) ทั้งนี้องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Aviation Organization หรือ ICAO) ได้คาดการณ์ว่าปริมาณ CO2 ที่ถูกปลดปล่อยออกสู่ชั้นบรรยากาศจากการขนส่งทางอากาศในปี 2050 จะเพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่า เมื่อเทียบกับปริมาณ CO2 ที่ถูกปลดปล่อยในปี 2015 อันเป็นผลมาจากแนวโน้มการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องของการขนส่งทางอากาศในปัจจุบัน ด้วยเหตุนี้ ICAO&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/sustainability-in-aviation-industry/">การลดคาร์บอน (decarbonization) ในอุตสาหกรรมการบิน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>การขนส่งทางอากาศเป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญของมนุษย์ที่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปลดปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ (CO<sub>2</sub>) ออกสู่ชั้นบรรยากาศ ซึ่งมีปริมาณสูงถึงปีละ 915 ตัน (ข้อมูลเมื่อปี 2019) ทั้งนี้องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Aviation Organization หรือ ICAO) ได้คาดการณ์ว่าปริมาณ CO<sub>2 </sub>ที่ถูกปลดปล่อยออกสู่ชั้นบรรยากาศจากการขนส่งทางอากาศในปี 2050 จะเพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่า เมื่อเทียบกับปริมาณ CO<sub>2</sub> ที่ถูกปลดปล่อยในปี 2015 อันเป็นผลมาจากแนวโน้มการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องของการขนส่งทางอากาศในปัจจุบัน ด้วยเหตุนี้ ICAO จึงได้กำหนดแผนการชดเชยและลดคาร์บอนสำหรับการบินระหว่างประเทศ (Carbon Offsetting and Reduction Scheme for International Aviation หรือ CORSIA) โดยมีเป้าหมายเพื่อควบคุมการปลดปล่อยคาร์บอนจากการบินระหว่างประเทศไม่ให้เกินจากระดับที่ปลดปล่อยในปี 2020 นอกจากนี้สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (International Air Transportation Association หรือ IATA) ได้กำหนดเป้าหมายลดการปลดปล่อยคาร์บอนการบินสุทธิ (net aviation carbon emissions) ให้ได้ร้อยละ 50 จากระดับที่ปลดปล่อยเมื่อปี 2005 ภายในปี 2050 อีกด้วย เพื่อตอบสนองต่อเป้าหมายและข้อกำหนดข้างต้น สายการบินต่าง ๆ ทั่วโลกได้เริ่มปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินงานและบริการให้สอดคล้องกับแนวคิด “ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม” มากขึ้น ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 4 รูปแบบ ดังนี้</strong><span id="more-26057"></span></p>
<ol>
<li><strong><em> การใช้เชื้อเพลิงการบินยั่งยืน (sustainable aviation fuel หรือ SAF)</em></strong> อันหมายถึงเชื้อเพลิงการบินทางเลือกที่ผลิตขึ้นจากทรัพยากรชีวภาพ (biological resources) ซึ่งใช้แล้วไม่หมดไปเมื่อเทียบกับเชื้อเพลิงการบินดั้งเดิมที่ผลิตขึ้นจากฟอสซิล หรือเรียกอีกอย่างว่าเชื้อเพลิงการบินชีวภาพ (bio-jet fuels) ที่เป็นไปตามมาตรฐานและได้รับการรับรองจากสมาคมการทดสอบและวัสดุแห่งอเมริกา (American Society for Testing and Materials หรือ ASTM) การใช้ SAF สามารถลดการปลดปล่อยคาร์บอนได้มากถึงร้อยละ 80 เมื่อเทียบกับการใช้เชื้อเพลิงการบินดั้งเดิม</li>
</ol>
<ul>
<li>หนึ่งในบริษัทผู้ผลิตเครื่องบินรายใหญ่ของโลกอย่างแอร์บัสได้ทดสอบการใช้ SAF มาระยะหนึ่งแล้ว โดยในช่วงแรกเป็นการใช้ SAF แบบผสม (ผสม SAF เข้ากับเชื้อเพลิงการบินดั้งเดิม) ในฝูงบิน BELUGA (เครื่องบินขนส่งชิ้นส่วนเครื่องบินเพื่อนำไปประกอบ) ทั้ง 5 ลำตั้งแต่เดือนธันวาคม 2019 ต่อมาแอร์บัสประสบความสำเร็จในการทดสอบการใช้ SAF 100% (ไม่ได้ผสม SAF เข้ากับเชื้อเพลิงการบินดั้งเดิม) กับเครื่องบินทั้งหมด 4 รุ่น คือ [1] A350 ซึ่งเป็นเครื่องบินโดยสารตระกูลใหม่ล่าสุดของแอร์บัสในเดือนมีนาคม 2021 [2] A319neo ซึ่งเป็นเครื่องบินโดยสารขนาดเล็กที่สุดในตระกูล A320 ที่ได้รับการพัฒนาต่อยอดด้วยการติดตั้งเครื่องยนต์รุ่นใหม่ (new engine option หรือ neo) ในเดือนตุลาคมของปีเดียวกัน [3] A380 ซึ่งเป็นเครื่องบินโดยสารที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกในปี 2022 และ [4] A321neo LR (LR ย่อมาจาก long range) ซึ่งเป็นเครื่องบินโดยสารขนาดใหญ่ที่สุดในตระกูล A320 เมื่อต้นเดือนมีนาคม 2023 ที่ผ่านมา</li>
<li>สายการบิน Emirates ประสบความสำเร็จในการทดสอบการใช้ SAF 100% บนเครื่องบิน BOEING 777-300ER (ER ย่อมาจาก extended range) เมื่อต้นปี 2023 ที่ผ่านมา ซึ่งการทดสอบนี้เป็นส่วนหนึ่งของการตอบสนองต่อเจตนารมณ์ในการขับเคลื่อนประเทศไปสู่ “ความยั่งยืน” ของประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ที่ได้ประกาศให้ปี 2023 เป็นปีแห่งความยั่งยืน</li>
</ul>
<figure id="attachment_26059" aria-describedby="caption-attachment-26059" style="width: 720px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-26059 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-01.jpg" alt="สายการบิน Emirates" width="720" height="480" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-01.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-01-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-01-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-01-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /><figcaption id="caption-attachment-26059" class="wp-caption-text">ที่มาของภาพ: https://www.emirates.com/media-centre/emirates-operates-milestone-demonstration-flight-powered-with-100-sustainable-aviation-fuel</figcaption></figure>
<ul>
<li>17 มิถุนายน 2021 สายการบิน JAPAN AIRLINES ได้สาธิตการใช้ SAF บนเครื่องบิน AIRBUS A350-941 ในเที่ยวบินที่ JL515 ด้วยการผสม SAF กว่า 3,132 ลิตรเข้ากับเชื้อเพลิงการบินดั้งเดิม ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 1 ของเชื้อเพลิงทั้งหมดที่ใช้ในเที่ยวบินนี้ ซึ่งการสาธิตนี้เป็นการใช้ SAF กับเที่ยวบินที่ให้บริการผู้โดยสารจริงไม่ใช่เที่ยวบินทดสอบแต่อย่างใด</li>
</ul>
<ol start="2">
<li><strong><em> การปรับเปลี่ยนโครงสร้างของเครื่องบินเพื่อลดการใช้เชื้อเพลิง</em></strong></li>
</ol>
<ul>
<li>ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา สายการบิน RYANAIR ซึ่งเป็นสายการบินราคาประหยัดของประเทศไอร์แลนด์ ตัดสินใจติดตั้ง Split Scimitar Winglets ซึ่งเป็นปลายปีกรูปแบบใหม่บนเครื่องบิน BOEING 737-800 จำนวนกว่า 400 ลำในฝูงบิน โดยปลายปีกรูปแบบใหม่นี้ช่วยลดแรงต้านที่เกิดขึ้นระหว่างทำการบินได้ อันส่งผลทำให้สายการบินสามารถลดการใช้เชื้อเพลิงลงได้ถึงร้อยละ 5 หรือคิดเป็นการประหยัดเชื้อเพลิงได้สูงถึงปีละ 65 ล้านลิตรและลดการปล่อยคาร์บอนได้มากถึงปีละ 165,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า</li>
</ul>
<figure id="attachment_26060" aria-describedby="caption-attachment-26060" style="width: 720px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-26060 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-02.jpg" alt="สายการบิน RYANAIR" width="720" height="452" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-02.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-02-300x188.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-02-150x94.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-02-500x314.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /><figcaption id="caption-attachment-26060" class="wp-caption-text">ที่มาของภาพ: https://corporate.ryanair.com/news/ryanair-cuts-carbon-emissions-by-165000-tonnes-with-winglet-retrofit</figcaption></figure>
<ul>
<li>สายการบิน SWISS เป็นสายการบินแรกของโลกที่ได้ติดตั้งเทคโนโลยีฟิล์ม AeroSHARK บนพื้นผิวลำตัว (fuselage) และกระเปาะเครื่องยนต์ (engine nacelles) ของเครื่องบิน BOEING 777-300ER ซึ่งฟิล์ม AeroSHARK ช่วยลดแรงเสียดทานบนพื้นผิวของเครื่องบินระหว่างทำการบินได้ ส่งผลทำให้สามารถลดการใช้เชื้อเพลิงได้มากกว่าร้อยละ 1 ของปริมาณเชื้อเพลิงที่ใช้ตามปกติ ซึ่งคิดเป็นการประหยัดเชื้อเพลิงได้สูงถึง 4,800 ตันต่อปี และลดการปลดปล่อย CO<sub>2</sub> ได้มากถึงปีละ 15,200 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า การติดตั้ง AeroSHARK บนเครื่องบิน BOEING 777-300ER ลำแรกได้ดำเนินการเสร็จสิ้น และเครื่องบินลำดังกล่าวได้กลับมาให้บริการอีกครั้งเมื่อ 14 ตุลาคม 2022 เป็นวันแรก ทั้งนี้สายการบิน SWISS ได้วางแผนติดตั้งฟิล์ม AeroSHARK บนเครื่องบิน BOEING 777-300ER ทั้งหมด 12 ลำในฝูงบิน</li>
</ul>
<figure id="attachment_26061" aria-describedby="caption-attachment-26061" style="width: 720px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-26061 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-03.png" alt="สายการบิน SWISS" width="720" height="480" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-03.png 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-03-300x200.png 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-03-150x100.png 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-03-500x333.png 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /><figcaption id="caption-attachment-26061" class="wp-caption-text">ที่มาของภาพ: https://www.swiss.com/magazine/en/inside-swiss/sustainability/aeroshark-how-we-further-reduce-our-carbon-emissions</figcaption></figure>
<ol start="3">
<li><strong><em> การให้บริการด้วยบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม</em></strong></li>
</ol>
<ul>
<li>ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2022 สายการบิน SINGAPORE AIRLINES ได้เริ่มทดลองใช้ภาชนะบรรจุอาหารกระดาษที่ผ่านการรับรองจากองค์กรพิทักษ์ป่าไม้ (Forest Stewardship Council หรือ FSC) สำหรับให้บริการผู้โดยสารในชั้นประหยัด (economy) และชั้นประหยัดบริการพิเศษ (premium economy) ของบางเที่ยวบิน เพื่อลดการใช้ภาชนะพลาสติกใช้แล้วทิ้ง ทั้งนี้สายการบินจะรวบรวมความคิดเห็นของผู้โดยสารต่อภาชนะกระดาษนี้ภายในสิ้นเดือนมีนาคม 2023 เพื่อประกอบการตัดสินใจขยายผลการใช้ภาชนะกระดาษนี้บนทุกเที่ยวบินระยะกลางและระยะไกล เนื่องด้วยการใช้ภาชนะบรรจุอาหารกระดาษนี้กำลังอยู่ในช่วงการทดลองใช้ ทางสายการบินจึงยังไม่ได้สรุปตัวเลขการลดลงของคาร์บอนฟุตพริ้นท์</li>
</ul>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-26062" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-04.jpg" alt="" width="720" height="480" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-04.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<ul>
<li>เมื่อปลายเดือนมกราคม 2023 ที่ผ่านมา สายการบิน Alaska ได้ประกาศยกเลิกการใช้แก้วน้ำพลาสติกบนทุกเที่ยวบินเป็นสายการบินแรกของสหรัฐอเมริกา ซึ่งสามารถลดขยะแก้วน้ำพลาสติกได้มากถึงปีละกว่า 55 ล้านใบ นอกจากนี้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2021 สายการบินได้เริ่มปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ขวดน้ำพลาสติกมาเป็นบรรจุภัณฑ์กล่องกระดาษ โดยบรรจุภัณฑ์กล่องกระดาษนี้ผลิตจากพืชในอัตราส่วนที่มากถึงร้อยละ 92 การใช้บรรจุภัณฑ์กล่องกระดาษนี้สามารถลดขยะขวดน้ำพลาสติกได้มากถึงปีละ 2 ล้านขวด และลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ได้มากถึงร้อยละ 36 เมื่อเทียบกับกระบวนการผลิตบรรจุภัณฑ์ขวดพลาสติกแบบเดิม</li>
</ul>
<figure id="attachment_26063" aria-describedby="caption-attachment-26063" style="width: 720px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-26063 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-05.jpg" alt="สายการบิน Alaska" width="720" height="480" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-05.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-05-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /><figcaption id="caption-attachment-26063" class="wp-caption-text">ที่มาของภาพ: https://news.alaskaair.com/sustainability/boxed-water</figcaption></figure>
<ol start="4">
<li><strong><em> การปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ภาคพื้น (ground equipment)</em></strong></li>
</ol>
<ul>
<li>สายการบิน JAPAN AIRLINES ได้เริ่มใช้ยานพาหนะที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า (electric-powered vehicles) สำหรับงานบริการภาคพื้นในสนามบินหลายแห่งของประเทศญี่ปุ่น เพื่อแทนที่ยานพาหนะแบบเดิมที่ขับเคลื่อนด้วยเชื้อเพลิงฟอสซิล นอกจากนี้ยังมีการใช้เชื้อเพลิงดีเซลทางเลือก เช่น B-30 (ผสมเชื้อเพลิงไบโอดีเซลจากน้ำมันใช้แล้วจากการประกอบอาหารในอัตราส่วนร้อยละ 30 กับเชื้อเพลิงดีเซลปกติ) ที่สนามบินคุมาโมโตะ และ B-100 (เชื้อเพลิงไบโอดีเซลร้อยละ 100) ที่สนามบินนาริตะ เป็นต้น ซึ่งการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ภาคพื้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของการบรรลุเป้าหมาย “การปลดปล่อย CO<sub>2</sub> สุทธิเป็นศูนย์” ในปี 2050</li>
</ul>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-26064" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-06.jpg" alt="ยานพาหนะที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า" width="720" height="480" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-06.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-06-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-06-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-06-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<p>นอกจากนี้ บางสายการบินยังได้ดำเนิน “<strong>โครงการที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน”</strong> โดยบางกิจกรรมของโครงการอาจทับซ้อนกับรูปแบบการดำเนินงานและกิจกรรมที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้น</p>
<ul>
<li><strong>“โปรแกรม Greenliner”</strong> ของสายการบิน ETIHAD ซึ่งได้เริ่มดำเนินงานมาตั้งแต่ปี 2019 โดยมีเน้นการสร้างความร่วมมือและเครือข่ายพันธมิตรในอุตสาหกรรมการบิน เพื่อร่วมกันดำเนินงานและขับเคลื่อน “ความยั่งยืน” ในอุตสาหกรรมการบินทั้งระบบ ปัจจุบันเครือข่ายพันธมิตรที่เข้าร่วมโปรแกรมนี้มีจำนวนไม่น้อยกว่า 25 หน่วยงาน ซึ่งในจำนวนนี้รวมไปถึงบริษัทผู้ผลิตเครื่องบินรายใหญ่ของโลกอย่างโบอิ้ง และบริษัทผลิตเครื่องยนต์เครื่องบินอย่าง General Electric หรือ GE</li>
</ul>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-26065" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-07.jpg" alt="เครื่องบิน BOEING 787-10 DREAMLINER ของสายการบิน ETIHAD ในลวดลายพิเศษ “Greenliner” ซึ่งสายการบินรับมอบเครื่องบินลำนี้เมื่อปลายเดือนมกราคม 2020 โดยเชื้อเพลิงที่ใช้สำหรับเที่ยวบินส่งมอบ (delivery flight) ได้มีการผสม SAF ในอัตราส่วนร้อยละ 30 ของเชื้อเพลิงทั้งหมด" width="720" height="480" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-07.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-07-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-07-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-07-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<ul>
<li><strong>“โครงการ </strong><strong>ANA Future Promise”</strong> ของสายการบิน ANA เพื่อบรรลุเป้าหมาย SDGs โดยหนึ่งในหมุดหมายสำคัญคือลดการปลดปล่อยคาร์บอนการบินสุทธิให้เป็นศูนย์ภายในปี 2050 ซึ่งกิจกรรมที่เริ่มดำเนินงานไปแล้ว เช่น การใช้ SAF การใช้ภาชนะบรรจุอาหารที่ทำจากกระดาษเพื่อลดการใช้พลาสติกใช้แล้วทิ้ง การเสิร์ฟอาหารที่ทำมาจากพืช (plant-based food) บนเที่ยวบิน และการปรับเปลี่ยนสื่อสิ่งพิมพ์บนเที่ยวบินให้เป็นรูปแบบดิจิดัลเพื่อลดการใช้กระดาษ เป็นต้น</li>
</ul>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-26066" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-08.jpg" alt="เครื่องบิน BOEING 787-9 DREAMLINER ของสายการบิน ANA ในลวดลายพิเศษ “ANA Future Promise” ที่เพิ่งเปิดตัวต่อสาธารณชนเมื่อเดือนตุลาคม 2022 ที่ผ่านมา" width="720" height="480" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-08.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-08-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-08-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-08-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<p>ทั้งนี้การดำเนินงานและบริการเหล่านี้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals หรือ SDGs) โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป้าหมายที่ 7 การเข้าถึงพลังงานสะอาด, 12 การบริโภคและผลิตอย่างมีความรับผิดชอบ, 13 การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และ 14 การอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากมหาสมุทร ทะเล และทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังสอดคล้องกับแนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยในปัจจุบันอย่าง BCG (ย่อมาจาก Bio-Circular-Green) Economy</p>
<p>อย่างไรก็ตาม การบรรลุเป้าหมายด้านการลดการปลดปล่อยคาร์บอน (decarbonization) ยังคงเป็นเรื่องท้าทายอย่างยิ่งสำหรับอุตสาหกรรมการบินของประเทศไทย ทำให้อุตสาหกรรมดังกล่าวต้องเร่งปรับตัวเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับประเด็นสำคัญข้างต้น โดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้พัฒนาหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (ปริญญาโท) <strong>สหสาขาวิชานวัตวิศวกรรมเพื่อความยั่งยืน (</strong><strong>Innovative Engineering for Sustainability)</strong> ซึ่งเป็นหลักสูตรที่เปิดกว้างสำหรับผู้สนใจศึกษาต่อในด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน นอกจากนี้ยังได้จัดตั้ง <strong>สถาบันคาร์บอนเพื่อความยั่งยืน (</strong><strong>Carbon Institute for Sustainability)</strong> เพื่อให้คำปรึกษาด้านการบริหารจัดการคาร์บอนและความยั่งยืนขององค์กร นำไปสู่การเตรียมความพร้อมในการรับมือกับเรื่องดังกล่าวอีกด้วย</p>
<hr />
<p><strong>บทความโดย:</strong></p>
<ul>
<li>ดร.วุฒิวงศ์ วิมลศักดิ์เจริญ ภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</li>
<li>ศาสตราจารย์ ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน</li>
</ul>
<p><strong>ข้อมูลและรูปภาพบางส่วนที่ได้นำเสนอในบทความนี้รวบรวมมาจากข่าวสารที่ได้เผยแพร่บนเฟซบุ๊กแฟนเพจ Outsider’s Aviation</strong> (https://www.facebook.com/outsidersaviation) ซึ่งนำเสนอข้อมูลข่าวสารด้านการบินที่ “ทุกคน” สามารถเข้าถึงได้ เพื่อให้ “การบิน” เป็นเรื่องใกล้ตัวของทุกคน โดยก่อตั้งเมื่อ 19 กรกฎาคม 2018 จากผู้ที่รักและชื่นชอบการบิน แต่มิได้ทำงานเกี่ยวข้องกับการบินแต่อย่างใด จึงเป็นที่มาของชื่อ “Outsider” หรือคนนอก (วงการบิน) นั่นเอง</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/sustainability-in-aviation-industry/">การลดคาร์บอน (decarbonization) ในอุตสาหกรรมการบิน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/sustainability-in-aviation-industry/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8220;อลิซ&#8221; เครื่องบินพลังงานไฟฟ้า อนาคตของเที่ยวบินระยะสั้น ที่ช่วยลดมลพิษทางอากาศ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 16 Aug 2019 03:36:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Logistic]]></category>
		<category><![CDATA[การปล่อยมลพิษ]]></category>
		<category><![CDATA[ปารีส แอร์โชว์]]></category>
		<category><![CDATA[อลิซ]]></category>
		<category><![CDATA[อิเวียเอชั่น]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมการขนส่ง]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมการบิน]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องบินพลังงานไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องบินไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=8493</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผลกระทบของภาวะโลกร้อนที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน กำลังก่อให้เกิดอันตรายต่อทั้งผู้คนและระบบนิเวศ ไม่ว่าจะเป็นการละลายของธารน้ำแข็งขั้วโลกซึ่งส่งผลต่อการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล การเคลื่อนตัวของคลื่นความร้อนที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ และทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งวิกฤตเหล่านี้มีสาเหตุหลักๆ มาจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างไม่มีการควบคุมขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ ผ่านพฤติกรรมการใช้ชีวิตของมนุษย์เอง ทั้งจากการขนส่ง และการผลิตในภาคอุตสาหกรรม วิกฤตโลกร้อนที่กำลังเกิดขึ้นทำให้หลายฝ่ายหันมาตะหนักถึงปัญหา ซึ่งรวมถึงอุตสาหกรรมการบิน หนึ่งในภาคอุตสาหกรรมการขนส่งที่ส่งผลกระทบต่อภาวะโลกร้อน เนื่องจากมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในแต่ละปีเป็นจำนวนมาก โดยจากตัวเลขการบินพบว่า ในทุกๆ นาทีมีเทียวบินกว่า 84 เที่ยวบินทั่วโลกที่กำลังปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และจากข้อมูลในปีที่ผ่านมามีการเดินทางโดยเครื่องบินมากกว่า 4 พันล้านครั้งตลอดทั้งปี การเดินทางทางอากาศเป็นอุตสาหกรรมที่ช่วยสนับสนุนให้เกิดการเติบโตทางการท่องเที่ยว และเป็นผลดีทางด้านเศรษฐกิจ แต่ในขณะเดียวกันอุตสาหกรรมนี้ ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งบริษัทผลิตเครื่องบินก็ตระหนักถึงเรื่องนี้ และมีความพยายามที่จะพัฒนาเครื่องบินที่สามารถขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้ามากขึ้น ซึ่งนอกจากจะช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องการปล่อยมลพิษทางอากาศแล้ว ยังเป็นการช่วยลดต้นทุนค่าเชื้อเพลิงอีกทางหนึ่งด้วย&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/">“อลิซ” เครื่องบินพลังงานไฟฟ้า อนาคตของเที่ยวบินระยะสั้น ที่ช่วยลดมลพิษทางอากาศ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ผลกระทบของภาวะโลกร้อนที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน กำลังก่อให้เกิดอันตรายต่อทั้งผู้คนและระบบนิเวศ ไม่ว่าจะเป็นการละลายของธารน้ำแข็งขั้วโลกซึ่งส่งผลต่อการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล การเคลื่อนตัวของคลื่นความร้อนที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ และทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งวิกฤตเหล่านี้มีสาเหตุหลักๆ มาจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างไม่มีการควบคุมขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ ผ่านพฤติกรรมการใช้ชีวิตของมนุษย์เอง ทั้งจากการขนส่ง และการผลิตในภาคอุตสาหกรรม</strong><span id="more-8493"></span></p>
<p>วิกฤตโลกร้อนที่กำลังเกิดขึ้นทำให้หลายฝ่ายหันมาตะหนักถึงปัญหา ซึ่งรวมถึงอุตสาหกรรมการบิน หนึ่งในภาคอุตสาหกรรมการขนส่งที่ส่งผลกระทบต่อภาวะโลกร้อน เนื่องจากมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในแต่ละปีเป็นจำนวนมาก โดยจากตัวเลขการบินพบว่า ในทุกๆ นาทีมีเทียวบินกว่า 84 เที่ยวบินทั่วโลกที่กำลังปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และจากข้อมูลในปีที่ผ่านมามีการเดินทางโดยเครื่องบินมากกว่า 4 พันล้านครั้งตลอดทั้งปี</p>
<p>การเดินทางทางอากาศเป็นอุตสาหกรรมที่ช่วยสนับสนุนให้เกิดการเติบโตทางการท่องเที่ยว และเป็นผลดีทางด้านเศรษฐกิจ แต่ในขณะเดียวกันอุตสาหกรรมนี้ ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งบริษัทผลิตเครื่องบินก็ตระหนักถึงเรื่องนี้ และมีความพยายามที่จะพัฒนาเครื่องบินที่สามารถขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้ามากขึ้น ซึ่งนอกจากจะช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องการปล่อยมลพิษทางอากาศแล้ว ยังเป็นการช่วยลดต้นทุนค่าเชื้อเพลิงอีกทางหนึ่งด้วย</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://assets.weforum.org/editor/large_372DkoJnhsgJL2XKu-6xawT6iA9ZODBVHx-qnWAJo-M.png" /></p>
<p style="text-align: center;"><em>Image: Eviation</em></p>
<p>โดยล่าสุดในงานแสดงนวัตกรรมการบินและอวกาศนานาชาติ “<strong>ปารีส แอร์โชว์</strong>” ครั้งที่ 53 ที่ประเทศฝรั่งเศสเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา “<span style="color: #6cb742;"><strong>อิเวียเอชั่น</strong></span>” บริษัทผู้ผลิตเครื่องบินจากอิสราเอลได้มีการเปิดตัว “<strong>อลิซ</strong>” เครื่องบินโดยสารขนาด 9 ที่นั่ง ที่สามารถทำระยะการบินได้ 1,046 กม. ที่ระดับความสูง 3,000 เมตร ด้วยความเร็ว 440 กม./ชม. ออกแบบขับเคลื่อนด้วยใบพัดส่วนหาง 1 ใบ และอีก 2 ใบในส่วนของปีกเพื่อควบคุมทิศทาง ซึ่งผลิตโดย “ซีเมนส์” บริษัทด้านวิศวกรรมพลังงานจากเยอรมนี และ “แม็กนิเอ็กซ์” บริษัทวิจัยออกแบบระบบพลังงานไฟฟ้าจากสหรัฐอเมริกาเป็นผู้ร่วมออกแบบมอเตอร์ และมี “เคปแอร์” สายการบินระดับภูมิภาคของสหรัฐฯได้สั่งจองอลิซ เพื่อให้บริการสำหรับเที่ยวบินระยะสั้น ซึ่งคาดว่าจะขึ้นบินได้จริงในปี 2022</p>
<p>“<strong>อิเวียเอชั่น</strong>” ต้องการทำให้การบินด้วยไฟฟ้าเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ เนื่องจากมองว่าการเปลี่ยนมาใช้ไฟฟ้านั้นสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานได้อย่างมีนัยสำคัญ ในขณะเดียวกันก็ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้ แต่ด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบันที่ยังคงมีข้อจำกัด ทำให้ในขณะนี้เครื่องบินไฟฟ้าอย่างอลิซยังทำระยะการบินได้ในระยะทางสั้นๆ เท่านั้น แต่ในอนาคตก็มีแผนที่จะพัฒนาอลิซให้สามารถบินได้ไกลมากขึ้นถึง 1,500 กม.</p>
<p>และไม่ใช่ “อิเวียเอชั่น” เพียงรายเดียวเท่านั้นที่กำลังสนใจในเรื่องของการพัฒนาเครื่องบินไฟฟ้า แต่ความท้าทายของการบินด้วยพลังงานไฟฟ้านี้ กำลังอยู่ในความสนใจของยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมการบินอย่าง &#8220;โบอิ้ง&#8221; ซึ่งเมื่อต้นปีที่ผ่านมาได้เปิดตัวต้นแบบเครื่องบินพลังงานไฟฟ้าไปแล้ว รวมถึง &#8220;แอร์บัส&#8221; ซึ่งก็มีโปรเจคพัฒนาระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าไฮบริดไปเมื่อปีที่ผ่านมาเช่นกัน</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://assets.weforum.org/editor/large_wdb3o8TVcEDV0Jb_-wGcwF9zUlJYFlf_lNqIfCg2cxM.jpg" /><br />
<em>Image: Statista</em></p>
<p><strong>ในขณะที่มีการคำนวณว่าอุตสาหกรรมการบินมีส่วนในการปล่อยมลพิษทั่วโลกประมาณ 2% โดยกลุ่มการขนส่งทางอากาศประมาณ 80% ของการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ มาจากการบินที่มีเที่ยวบินระยะทางมากกว่า 1,500 กิโลเมตร (932 ไมล์) ซึ่งอุตสาหกรรมการบินพยายามต่อสู้กับผลกระทบในเรื่องนี้ ผ่านทางการปรับปรุงประสิทธิภาพ การใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ รวมถึงการเลือกใช้เชื้อเพลิงที่ยั่งยืน โดยทาง IATA (International Air Transport Association) หรือสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ ได้ให้คำมั่นที่จะลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในการเดินทางทางอากาศลง โดยตั้งเป้าให้เหลือเพียงครึ่งหนึ่งของปี 2005 ภายในปี 2050</strong></p>
<hr />
<p>Source: weforum.org, Image: Eviation<br />
https://www.weforum.org/agenda/2019/08/aviation-electric-planes-climate-change<br />
https://www.eviation.co/alice/</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/">“อลิซ” เครื่องบินพลังงานไฟฟ้า อนาคตของเที่ยวบินระยะสั้น ที่ช่วยลดมลพิษทางอากาศ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
