<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Wed, 14 Aug 2024 03:54:40 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>บีโอไอแจงส่งเสริม EV ดันไทยฐานผลิตยานยนต์โลก ชู 5 มาตรการช่วยอุตฯ ยานยนต์และชิ้นส่วนเปลี่ยนผ่าน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/boi-ev-hub/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/boi-ev-hub/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 14 Aug 2024 03:54:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[BOI]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[บีโอไอ]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=35196</guid>

					<description><![CDATA[<p>บีโอไอแจงเหตุผลในการส่งเสริมอุตสาหกรรม EV เพื่อรักษาการเป็นฐานการผลิตยานยนต์ที่สำคัญของโลก ชี้เงื่อนไขสำคัญ ต้องเข้ามาลงทุนผลิตชดเชยการนำเข้า 1 &#8211; 3 เท่า และใช้ชิ้นส่วนสำคัญที่ผลิตในประเทศ หากไม่ส่งเสริม อาจเสียโอกาสให้คู่แข่ง และไทยกลายเป็นเพียงผู้นำเข้า ย้ำพร้อมช่วยอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนด้วย 5 มาตรการสำคัญ เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมสมัยใหม่ นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ตามที่มีการตั้งคำถามต่อมาตรการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ว่าส่งผลกระทบต่อการเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ของประเทศไทย บีโอไอในฐานะฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ด EV) ขอชี้แจงข้อเท็จจริง ดังนี้&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/boi-ev-hub/">บีโอไอแจงส่งเสริม EV ดันไทยฐานผลิตยานยนต์โลก ชู 5 มาตรการช่วยอุตฯ ยานยนต์และชิ้นส่วนเปลี่ยนผ่าน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บีโอไอแจงเหตุผลในการส่งเสริมอุตสาหกรรม EV เพื่อรักษาการเป็นฐานการผลิตยานยนต์ที่สำคัญของโลก ชี้เงื่อนไขสำคัญ ต้องเข้ามาลงทุนผลิตชดเชยการนำเข้า 1 &#8211; 3 เท่า และใช้ชิ้นส่วนสำคัญที่ผลิตในประเทศ หากไม่ส่งเสริม อาจเสียโอกาสให้คู่แข่ง และไทยกลายเป็นเพียงผู้นำเข้า ย้ำพร้อมช่วยอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนด้วย 5 มาตรการสำคัญ เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมสมัยใหม่</strong></p>
<p><span id="more-35196"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์</strong></span> <strong>เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)</strong> เปิดเผยว่า ตามที่มีการตั้งคำถามต่อมาตรการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ว่าส่งผลกระทบต่อการเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ของประเทศไทย บีโอไอในฐานะฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ด EV) ขอชี้แจงข้อเท็จจริง ดังนี้</p>
<p><strong>1. เหตุผลในการส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า</strong> จากวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และภาคขนส่งก็เป็นหนึ่งในแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ใหญ่ที่สุด ทิศทางโลกจึงมุ่งสู่การใช้ยานยนต์ที่ใช้เทคโนโลยีสะอาด ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ต่ำ หลายประเทศเตรียมออกมาตรการห้ามนำเข้ารถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) หรือขึ้นภาษีเพื่อควบคุมการนำเข้ารถยนต์ที่ปล่อย CO2 สูง ขณะที่อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยยังคงผลิตรถยนต์ ICE เป็นหลัก</p>
<p>นอกจากนี้ ภายใต้กรอบความตกลงการค้าเสรีในปัจจุบัน การนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าจากบางประเทศมาจำหน่ายในไทย ไม่ต้องเสียอากรขาเข้าอยู่แล้ว หากไม่มีมาตรการใด ๆ ก็มีแนวโน้มจะเกิดการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้ามาจำหน่ายในประเทศเป็นจำนวนมาก โดยที่ไม่เกิดการตั้งฐานการผลิต และประเทศไทยก็จะไม่ได้รับประโยชน์ใด ๆ อีกทั้งอาจสูญเสียโอกาสในการดึงการลงทุนอุตสาหกรรม EV ให้แก่ประเทศคู่แข่ง และสูญเสียโอกาสที่จะเติบโตจากเทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น แบตเตอรี่ มอเตอร์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์สำหรับยานยนต์ ระบบเชื่อมต่อยานยนต์ ฯลฯ ส่งผลให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขันระยะยาว และประเทศไทยก็จะขาดฐานการผลิต EV ซึ่งจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนในอนาคต</p>
<p>ดังนั้น เพื่อให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยแข่งขันได้และสอดคล้องกับทิศทางโลก อีกทั้งสามารถรักษาการเป็นฐานการผลิตยานยนต์อันดับหนึ่งในอาเซียน และอันดับต้น ๆ ของโลกได้ในระยะยาว รัฐบาลมองเห็นความจำเป็นที่ต้องส่งเสริมให้เกิดฐานการผลิตยานยนต์สมัยใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จึงได้จัดตั้งคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ ตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา เพื่อศึกษาและกำหนดทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรม EV โดยได้กำหนดเป้าหมาย 30@30 ตั้งเป้าผลิตรถยนต์ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ (Zero Emission Vehicle) ให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 30 ของการผลิตรถยนต์ทั้งหมดในปี ค.ศ. 2030 เพื่อเป็นหมุดหมายให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยเริ่มเปลี่ยนผ่านสู่การผลิตยานยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<p>เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว รัฐบาลจึงได้กำหนดมาตรการส่งเสริมอุตสาหกรรม EV เพื่อต่อยอดจุดแข็งอุตสาหกรรมยานยนต์ที่มีอยู่ ไปสู่การเป็นฐานการผลิตยานยนต์และชิ้นส่วนที่ครบวงจร ไม่ว่าจะเป็น ICE, HEV, PHEV และ BEV เพื่อรักษาและต่อยอดการเป็นผู้นำอุตสาหกรรมยานยนต์ทุกประเภทในระยะยาว รวมถึงโอกาสในการเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออก EV ไปยังยุโรปและสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีการตั้งกำแพงภาษีนำเข้าจากบางประเทศ โดยมาตรการส่งเสริมอุตสาหกรรม EV ของไทย เปิดกว้างสำหรับผู้ลงทุนทั้งรายเดิมและรายใหม่ ทั้งไทยและต่างชาติทุกประเทศ ซึ่งที่ผ่านมามีผู้ผลิต EV ทั้งประเภทรถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถบรรทุก และรถบัส จากหลายประเทศเข้าร่วมมาตรการดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตจากไทย จีน ญี่ปุ่น ยุโรป และล่าสุดคือ เกาหลีใต้</p>
<p><strong>2. เหตุผลในการให้เงินอุดหนุนแก่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าตามมาตรการ EV3 และ EV3.5 โดยกรมสรรพสามิต</strong> มาตรการนี้มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมยานยนต์ไปสู่ EV ตามเป้าหมาย 30@30 และมุ่งผลักดันให้ไทยเป็นฐานการผลิตหลักของภูมิภาค โดยการสร้างตลาดรถยนต์ EV ในประเทศให้มีขนาดเหมาะสมกับการลงทุน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้ผลิตรถยนต์ใช้ในการตัดสินใจเลือกแหล่งลงทุน</p>
<p>มาตรการ EV3 และ EV3.5 จะอนุญาตให้มีการนำเข้าในช่วง 2 ปีแรก และกำหนดเงื่อนไขผูกโยงกับการลงทุนตั้งฐานการผลิต โดยผู้ที่เข้าร่วมมาตรการจะต้องผลิตรถยนต์ EV ในประเทศไทย เพื่อชดเชยการนำเข้าในสัดส่วนอย่างน้อย 1 – 3 เท่า แล้วแต่ระยะเวลา อีกทั้งยังกำหนดเงื่อนไขให้มีการใช้ชิ้นส่วนสำคัญที่ผลิตในประเทศ ซึ่งจะส่งเสริมให้ไทยเป็นฐานการผลิตและส่งออกยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนแบบครบวงจรด้วย</p>
<p><strong>3. เหตุผลที่ยอดขายรถยนต์ลดลงมากในปีนี้</strong> ในช่วงครึ่งแรกของปี 2567 ยอดขายรถยนต์ในประเทศลดลงร้อยละ 24 โดยในส่วนของรถกระบะ ลดลงถึงกว่าร้อยละ 40 ขณะที่รถยนต์ไฟฟ้า BEV ที่เข้ามาจำหน่ายในไทยมีสัดส่วนเพียงประมาณร้อยละ 10 ของยอดขายรถทั้งหมด จะเห็นว่าสาเหตุหลักไม่ได้เกิดจากการเข้ามาแทนที่ของรถยนต์ไฟฟ้า แต่ปัจจัยหลักที่ส่งผลทำให้ยอดขายรถยนต์ในไทยลดลงมาก และส่งผลกระทบถึงกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ คือ ปัญหาภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน การชะลอตัวของการบริโภค หนี้ครัวเรือนที่สูง และความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อซื้อรถยนต์ อย่างไรก็ตาม ภาครัฐได้หารือร่วมกับผู้ประกอบการ และออกมาตรการหลายด้านเพื่อช่วยกลุ่มผู้ผลิตยานยนต์และชิ้นส่วนในระยะเปลี่ยนผ่าน</p>
<p><strong>4. การสนับสนุนและดูแลผู้ผลิตรถยนต์สันดาปภายในและชิ้นส่วน</strong> เป้าหมายสำคัญของรัฐบาล คือ การขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตและการส่งออกรถยนต์ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น ICE, HEV, PHEV และ BEV รวมทั้งชิ้นส่วนยานยนต์แบบครบวงจร สะท้อนจากเป้าหมาย 30@30 ซึ่งจะเห็นได้ว่าร้อยละ 70 ที่เหลือยังคงเป็นการผลิตรถยนต์สันดาปภายใน แต่จะต้องมีการพัฒนาเทคโนโลยีที่มุ่งสู่ความสะอาด ประหยัดพลังงาน ปลอดภัย และการขับเคลื่อนอัจฉริยะ นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของผู้ผลิตรถยนต์สันดาปภายในที่มีต่อเศรษฐกิจไทย และพร้อมสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่การผลิตยานยนต์สมัยใหม่ โดยได้ออก 5 มาตรการ เพื่อช่วยผู้ผลิตรถยนต์และชิ้นส่วน ดังนี้</p>
<p><strong>1) มาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์</strong> (ประกาศ BOI ที่ 2/2566 ลงวันที่ 12 ธันวาคม 2566) เพื่อสนับสนุนให้ผู้ผลิตรถยนต์มีการลงทุนเพิ่มเติมเพื่อนำระบบอัตโนมัติหรือหุ่นยนต์ มาใช้เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตสำหรับการผลิตรถยนต์ ทั้งแบบ ICE, HEV และ PHEV โดยขณะนี้มีค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกายื่นขอรับการส่งเสริมแล้ว 4 โครงการ</p>
<p><strong>2) มาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์</strong> (ประกาศ BOI ที่ 11/2567 ลงวันที่ 28 มิถุนายน 2567) เพื่อส่งเสริมให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศมีการปรับเปลี่ยนเครื่องจักร ฝึกอบรมบุคลากร หรือนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพ หรือยกระดับมาตรฐาน เพื่อให้แข่งขันได้ หรือขยายธุรกิจไปสู่อุตสาหกรรมใหม่ ๆ เช่น ชิ้นส่วน EV อิเล็กทรอนิกส์ อากาศยาน เครื่องมือแพทย์ เครื่องจักรและอุปกรณ์</p>
<p><strong>3) มาตรการส่งเสริมการร่วมทุนระหว่างบริษัทไทยและต่างชาติในกิจการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์</strong> (ผ่านบอร์ด BOI เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2567) เพื่อสนับสนุนให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย มีโอกาสร่วมทุนกับบริษัทต่างชาติที่เข้ามาลงทุน โดยนิติบุคคลไทยต้องถือหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ซึ่งจะเป็นการสร้างโอกาสทางธุรกิจ และสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยสามารถยกระดับเทคโนโลยีการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงและตอบโจทย์ยานยนต์สมัยใหม่ได้</p>
<p><strong>4) มาตรการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตสำหรับรถยนต์แบบไฮบริด (HEV)</strong> (ผ่านบอร์ด EV เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2567) เพื่อสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์ ICE ไปสู่รถยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และ HEV เป็นอีกหนึ่ง segment ที่ไทยมีโอกาสเป็นฐานการผลิตระดับโลกได้ โดยมาตรการนี้มีเงื่อนไขสำคัญ 4 ด้าน คือ การลดการปล่อยคาร์บอน การลงทุนเพิ่มเติม การใช้ชิ้นส่วนสำคัญในประเทศ และการติดตั้งระบบความปลอดภัยของรถยนต์</p>
<p><strong>5) มาตรการส่งเสริมการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ</strong> กรมสรรพสามิตได้กำหนดเงื่อนไขให้ผู้ผลิตรถยนต์ที่ได้รับสิทธิตามมาตรการ EV3 และ EV3.5 ต้องมีการใช้แบตเตอรี่หรือชิ้นส่วนสำคัญที่ผลิตในประเทศ เช่น มอเตอร์ขับเคลื่อน ระบบ BMS DCU อินเวอร์เตอร์ เกียร์ทดรอบ หรือคอมเพรสเซอร์ระบบปรับอากาศ ขณะที่กรมศุลกากรและกระทรวงอุตสาหกรรมได้กำหนดให้ผู้ผลิตรถยนต์ EV ที่ตั้งในเขตปลอดอากรหรือเขตประกอบการเสรี จะต้องผ่านกระบวนการผลิตที่เป็นสาระสำคัญ เช่น การตรวจสอบคุณภาพ และการผลิตชิ้นส่วนสำคัญ โดยต้องใช้ชิ้นส่วนและวัตถุดิบที่ผลิตในประเทศไทยและอาเซียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของราคาหน้าโรงงาน</p>
<p>ในส่วนของบีโอไอ ได้กำหนดเงื่อนไขให้ผู้ผลิตรถยนต์ EV ที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน ต้องมีการผลิตหรือจัดหาแบตเตอรี่และชิ้นส่วนสำคัญจากผู้ผลิตในประเทศ รวมถึงแผนพัฒนาผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศที่มีหุ้นไทยข้างมาก (Local Supplier) โดยการฝึกอบรมด้านเทคโนโลยีและการสนับสนุนทางเทคนิค ซึ่งจะช่วยยกระดับผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยให้มีโอกาสเรียนรู้และพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ EV เพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่การเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนป้อนให้กับอุตสาหกรรม EV ต่อไป</p>
<p><strong>นอกจากนี้ บีโอไอยังเน้นจัดกิจกรรมจัดหาชิ้นส่วนในประเทศ (Sourcing Event) และงานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมสนับสนุน (Subcon Thailand) เพื่อสร้างเวทีจับคู่เจรจาธุรกิจ สนับสนุนให้เกิดการซื้อขายชิ้นส่วน การว่าจ้างผลิต หรือการร่วมทุนระหว่างไทยและต่างชาติ เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยเข้าไปมีบทบาท</strong><strong>ใน Supply Chain ของอุตสาหกรรม EV ให้มากที่สุด</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/boi-ev-hub/">บีโอไอแจงส่งเสริม EV ดันไทยฐานผลิตยานยนต์โลก ชู 5 มาตรการช่วยอุตฯ ยานยนต์และชิ้นส่วนเปลี่ยนผ่าน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/boi-ev-hub/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ฮุนไดทุ่ม 1,000 ล้าน ปักธงไทยฐานผลิต EV บีโอไอไฟเขียวลงทุนผลิต BEV – แบตเตอรี่</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/boi-hyundai-ev-bev-battery/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/boi-hyundai-ev-bev-battery/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 07 Aug 2024 08:12:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[BEV]]></category>
		<category><![CDATA[BOI]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[บีโอไอ]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ฮุนได]]></category>
		<category><![CDATA[แบตเตอรี่]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=35133</guid>

					<description><![CDATA[<p>ค่ายรถยนต์อันดับหนึ่งของเกาหลีใต้ “ฮุนได” เชื่อมั่นนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของรัฐบาลไทย หนุนประเทศไทยฐานผลิต EV ระดับโลก ทุ่มงบ 1,000 ล้านบาท ผุดโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า BEV และแบตเตอรี่ครบวงจร พร้อมเดินเครื่องผลิตต้นปี 2569 นับเป็นผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าระดับโลกรายล่าสุดที่ได้ตัดสินใจลงทุนในประเทศไทย นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า บีโอไอได้อนุมัติส่งเสริมการลงทุนโครงการของบริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตรถยนต์อันดับหนึ่งจากประเทศเกาหลีใต้ เพื่อผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) และผลิตแบตเตอรี่โดยเริ่มจากขั้นตอนการประกอบโมดูล&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/boi-hyundai-ev-bev-battery/">ฮุนไดทุ่ม 1,000 ล้าน ปักธงไทยฐานผลิต EV บีโอไอไฟเขียวลงทุนผลิต BEV – แบตเตอรี่</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ค่ายรถยนต์อันดับหนึ่งของเกาหลีใต้ “ฮุนได” เชื่อมั่นนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของรัฐบาลไทย หนุนประเทศไทยฐานผลิต EV ระดับโลก ทุ่มงบ 1,000 ล้านบาท ผุดโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า BEV และแบตเตอรี่ครบวงจร พร้อมเดินเครื่องผลิตต้นปี 2569 นับเป็นผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าระดับโลกรายล่าสุดที่ได้ตัดสินใจลงทุนในประเทศไทย</strong></p>
<p><span id="more-35133"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์</strong></span> <strong>เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)</strong> เปิดเผยว่า บีโอไอได้อนุมัติส่งเสริมการลงทุนโครงการของบริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตรถยนต์อันดับหนึ่งจากประเทศเกาหลีใต้ เพื่อผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) และผลิตแบตเตอรี่โดยเริ่มจากขั้นตอนการประกอบโมดูล เพื่อป้อนให้กับสายการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย รวมมูลค่าเงินลงทุนกว่า 1,000 ล้านบาท โดยมีบริษัท ธนบุรีประกอบรถยนต์ จำกัด และบริษัท ธนบุรี เอ็นเนอร์ยี่ สตอเรจ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด เป็นพันธมิตรสำคัญในการลงทุนครั้งนี้ ซึ่งบริษัทพร้อมจะเริ่มลงทุนทันที และตั้งเป้าจะเริ่มผลิตในช่วงต้นปี 2569 นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างการพิจารณาแผนจัดหาชิ้นส่วนจากผู้ผลิตในประเทศไทย ซึ่งบีโอไอจะทำงานร่วมกับบริษัทอย่างใกล้ชิด เพื่อเชื่อมโยง Supply Chain ในประเทศให้ได้มากที่สุด</p>
<p>“เกาหลีใต้เป็นหนึ่งในผู้นำอุตสาหกรรมยานยนต์ของโลก และค่ายรถยนต์รายใหญ่อย่างฮุนได ก็ถือเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล การลงทุนสร้างฐานการผลิตรถยนต์ EV ของค่ายเกาหลีในครั้งนี้ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของไทยและนโยบายสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของรัฐบาลไทย นอกจากนี้ ยังแสดงถึงทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ และความต้องการยานยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การลงทุนของฮุนไดในครั้งนี้จะช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับไทยเพื่อมุ่งสู่ศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าทุกประเภทในระดับโลก และจะช่วยสร้างโอกาสให้กับผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยในการเข้าสู่ Supply Chain ของอุตสาหกรรมระดับโลกด้วย” นายนฤตม์ กล่าว</p>
<p>ทั้งนี้ แนวโน้มตลาด EV ทั่วโลกยังเติบโตต่อเนื่อง จากข้อมูล Global EV Outlook 2024 โดย IEA พบว่าในไตรมาสแรกของปีนี้ ยอดขายรถยนต์ EV ทั่วโลก มีอัตราเติบโตร้อยละ 25 และคาดว่าสิ้นปี 2567 จะมียอดขายรถยนต์ EV รวมกันกว่า 17 ล้านคัน หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 20 ของยอดขายรถยนต์ทั่วโลก โดยปัจจุบันบีโอไอได้อนุมัติให้การส่งเสริมการลงทุนโครงการในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ทั้งการผลิตยานยนต์ BEV ประเภทต่าง ๆ แบตเตอรี่และชิ้นส่วนสำคัญ รวมทั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า รวมมูลค่าเงินลงทุนกว่า 80,000 ล้านบาท</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/boi-hyundai-ev-bev-battery/">ฮุนไดทุ่ม 1,000 ล้าน ปักธงไทยฐานผลิต EV บีโอไอไฟเขียวลงทุนผลิต BEV – แบตเตอรี่</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/boi-hyundai-ev-bev-battery/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อว.ผนึกกำลังอุตฯ ยกระดับมาตรฐาน EV ไทย ผสานความร่วมมือด้านวิจัยกับ CAERI หนุนไทยเป็น EV Hub ใหญ่ที่สุดในเอเชียแปซิฟิก</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/ev-caeri/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/ev-caeri/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 26 Jun 2024 09:58:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรฐานยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=34569</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ  26 มิ.ย.67 : ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)  พร้อมด้วย พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และ หวัง ซือ ซือ เลขานุการ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ร่วมเป็นสักขีพยานและกล่าวแสดงความยินดี ในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ โครงการพัฒนายกระดับมาตรฐานยานยนต์ไฟฟ้า ระหว่าง สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กับ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) และพิธีบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ev-caeri/">อว.ผนึกกำลังอุตฯ ยกระดับมาตรฐาน EV ไทย ผสานความร่วมมือด้านวิจัยกับ CAERI หนุนไทยเป็น EV Hub ใหญ่ที่สุดในเอเชียแปซิฟิก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ  26 มิ.ย.67 : <strong>ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)</strong>  พร้อมด้วย <strong>พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม </strong>และ <strong>หวัง ซือ ซือ เลขานุการ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย</strong> ร่วมเป็นสักขีพยานและกล่าวแสดงความยินดี ใน<strong>พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ โครงการพัฒนายกระดับมาตรฐานยานยนต์ไฟฟ้า </strong>ระหว่าง <strong>สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) </strong>กับ<strong> สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) </strong>และ<strong>พิธีบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ด้านการวิเคราะห์ทดสอบยานยนต์ไฟฟ้าและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ของศูนย์ความเป็นเลิศด้านยานยนต์ไฟฟ้าประเทศไทย (Thailand EV Center of Excellence: TECE) </strong>ระหว่าง<strong> สวทช.</strong> กับ <strong>China Automotive Engineering Research Institute (CAERI)</strong> โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสวทช. และวีรพงษ์ เอี่ยมเจริญชัย รองเลขาธิการ สมอ. ลงนามในบันทึกความร่วมมือชุดแรก และ  ผู้อำนวยการสวทช ร่วมกับ โจหยูหลิน (Mr. Zhou Yu Lin) Chairman and Party Secretary of China Automotive Engineering Research Institute (CAERI) ร่วมลงนามในบันทึกชุดที่สองโดย มีเพิ่มสุข สัจจาภิวัฒน์ ปลัดกระทรวง อว. ผู้แทนหน่วยงานรัฐ และเอกชน เข้าร่วมงานคับคั่ง ณ ห้องแถลงข่าวชั้น 1 อาคารพระจอมเกล้า กระทรวง อว. ถ.พระรามที่ 6</p>
<p><span id="more-34569"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-34571" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/EV-CAERI-02.jpg" alt="ศุภมาส อิศรภักดี" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/EV-CAERI-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/EV-CAERI-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/EV-CAERI-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/EV-CAERI-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ศุภมาส อิศรภักดี</span> รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)</strong>  กล่าวว่า  พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือของกระทรวง อว. โดย สวทช. และกระทรวงอุตสาหกรรมโดย สมอ. เป็นการทำงานร่วมกันในการพัฒนายกระดับมาตรฐานยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามนโยบายรัฐบาล และสอดรับกับเป้าหมายการพาประเทศไทยไปสู่ Carbon Neutrality โดยกระทรวง อว. มีนโยบาย “อว. for EV” ซึ่งประกอบด้วย 3 เสาหลัก คือ 1.การพัฒนาบุคลากรด้านอีวี (EV-HRD) 2.การเปลี่ยนผ่านจากการใช้รถยนต์ไอซีอีมาเป็นอีวีในมหาวิทยาลัยและหน่วยงานในกระทรวง (EV-Transformation) และ 3.การวิจัยพัฒนาเพื่อสร้างนวัตกรรมในอีวี (EV-Innovation)</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-34572" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/EV-CAERI-03.jpg" alt="อว.ผนึกกำลังอุตฯ ยกระดับมาตรฐาน EV ไทย ผสานความร่วมมือด้านวิจัยกับ CAERI หนุนไทยเป็น EV Hub ใหญ่ที่สุดในเอเชียแปซิฟิก" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/EV-CAERI-03.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/EV-CAERI-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/EV-CAERI-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/EV-CAERI-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>“สวทช. ในฐานะหน่วยงานในกระทรวง อว. มีบทบาทสำคัญในการทำงานสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์มากว่า 20 ปี ได้ขานรับนโยบายของ อว. for EV โดยบูรณาการการทำงานของ สวทช. ทั้งการวิจัย พัฒนากำลังคน ให้คำปรึกษา และบริการวิเคราะห์ทดสอบ โดยจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศด้านยานยนต์ไฟฟ้าประเทศไทย Thailand EV Center of Excellence หรือ TECE เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของภาคอุตสาหกรรม ซึ่งถือเป็นหนึ่งในนโยบายของกระทรวง อว. เพื่อขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลที่นำโดยเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ซึ่งมีนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมอีวี โดยตั้งเป้าหมายให้ประเทศไทยเป็น EV Hub ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก” <strong>ศุภมาส</strong> กล่าว</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-34573" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/EV-CAERI-04.jpg" alt="พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/EV-CAERI-04.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/EV-CAERI-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/EV-CAERI-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/EV-CAERI-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล</span> รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม </strong>กล่าวว่า กระทรวง อก. ยินดีร่วมมือกับกระทรวง อว. ในทุกด้านเพื่อร่วมผลักดันให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ของไทย ก้าวสู่ความเป็นศูนย์กลางของอาเซียนตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่ด้วยศักยภาพของ สมอ. ได้บูรณาการความร่วมมือกับ สวทช. ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ประกอบกับศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ (ATTRIC) ที่กระทรวง อก. เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการ จะร่วมเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวให้เกิดผลสำเร็จได้ ซึ่งจะช่วยผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคอาเซียน ดึงดูดนักลงทุนรายใหม่ให้เข้ามาตั้งฐานการผลิตในประเทศ สร้างความยั่งยืนให้กับภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ และทำให้ไทยสามารถรักษาความเป็นผู้นำด้านยานยนต์อันดับ 1 ในอาเซียน และ 1 ใน 10 ของโลก รวมทั้งสนับสนุนเป้าหมายของประเทศไทยในการลดก๊าซเรือนกระจก และก้าวสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี ค.ศ. 2050 ด้วย</p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์</span> ผู้อำนวยการสวทช.</strong> กล่าวว่า การร่วมมือในครั้งนี้นับเป็นโอกาสอันสำคัญในการเดินหน้าความร่วมมือกันระหว่าง สวทช.และ สมอ. ในการพัฒนายกระดับมาตรฐานยานยนต์ไฟฟ้า เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าสมัยใหม่ การส่งเสริมให้เกิดการสนับสนุนการกำกับดูแลผลิตภัณฑ์ยานยนต์ไฟฟ้า และสนับสนุนให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลมาตรฐานยานยนต์ไฟฟ้าระหว่างกัน และอีกโอกาสสำคัญหนึ่งของสวทช. คือการเปิดตัวศูนย์ความเป็นเลิศด้านยานยนต์ไฟฟ้าประเทศไทย หรือ TECE โดยศูนย์นี้ถูกจัดตั้งขึ้นภายใต้กระทรวง อว. ดำเนินการโดย สวทช. ความร่วมมือของทุกภาคส่วนในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อดำเนินการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานพาหนะไฟฟ้าของไทยด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ด้วยกลไกของ สวทช. และเครือข่ายพันธมิตรทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจในประเทศและสร้างความสามารถทางการแข่งขันอย่างยั่งยืน</p>
<p>โดยศูนย์ TECE มีพันธกิจ 4 ข้อ ได้แก่ 1.ดำเนินการพัฒนางานวิจัยด้านชิ้นส่วนยานพาหนะไฟฟ้า และอุปกรณ์ความปลอดภัยในการใช้รถและถนนที่ร่วมกับผู้ประกอบการไทยเพื่อให้เกิดการผลิตในประเทศ 2.พัฒนากำลังคนเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมยานพาหนะไฟฟ้าในประเทศ 3.เชื่อมโยงเครือข่ายการให้บริการวิเคราะห์และทดสอบยานพาหนะไฟฟ้าและชิ้นส่วนร่วมกับพันธมิตรหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ และ 4.บริการให้คำปรึกษาและจัดหาผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคเพื่อการออกแบบ และพัฒนาชิ้นส่วนยานพาหนะไฟฟ้าให้แก่ผู้ประกอบการไทย</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-34574" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/EV-CAERI-05.jpg" alt="อว.ผนึกกำลังอุตฯ ยกระดับมาตรฐาน EV ไทย ผสานความร่วมมือด้านวิจัยกับ CAERI หนุนไทยเป็น EV Hub ใหญ่ที่สุดในเอเชียแปซิฟิก" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/EV-CAERI-05.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/EV-CAERI-05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/EV-CAERI-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/EV-CAERI-05-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>นอกจากนี้ TECE ยังได้รับความร่วมมือจาก Chairman and Party Secretary of China Automotive Engineering Research Institute (CAERI) ซึ่งเป็นหน่วยงานชั้นนำด้านการวิเคราะห์ทดสอบยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศจีน อันเป็นอีกที่มาของพิธีลงนามความร่วมมือระหว่าง สวทช. และ CAERI ในครั้งนี้ เพื่อสนับสนุนศูนย์ TECE ในเรื่องเทคโนโลยีการวิเคราะห์ทดสอบยานยนต์ไฟฟ้า รวมถึงความร่วมมือด้านการวิจัยพัฒนาในอนาคต</p>
<p>ในส่วนของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.)  ในฐานะสถาบันมาตรฐานแห่งชาติ ได้กำหนดมาตรฐานเพื่อรองรับการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าแล้ว จำนวน 159 มาตรฐาน รวมทั้งดำเนินการจัดตั้งศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ (ATTRIC) ณ จังหวัดฉะเชิงเทรา ด้วยเงินลงทุน 9,000 ล้านบาท  ซึ่งเป็นศูนย์ทดสอบมาตรฐานโลกแห่งแรกในอาเซียน รองรับการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ เพื่อให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมยานยนต์และยานยนต์ไฟฟ้าที่สำคัญของโลก ซึ่งพร้อมเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบในปี 2569</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ev-caeri/">อว.ผนึกกำลังอุตฯ ยกระดับมาตรฐาน EV ไทย ผสานความร่วมมือด้านวิจัยกับ CAERI หนุนไทยเป็น EV Hub ใหญ่ที่สุดในเอเชียแปซิฟิก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/ev-caeri/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อินฟอร์มาฯ สานต่อความร่วมมือ สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย จัดงาน “Electric Vehicle Asia 2024” ยกระดับการผลิตไทยสู่การเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าระดับโลก</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/electric-vehicle-asia-2024/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/electric-vehicle-asia-2024/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 07 Mar 2024 02:39:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Electric Vehicle Asia 2024]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[EVA]]></category>
		<category><![CDATA[EVA 2024]]></category>
		<category><![CDATA[EVAT]]></category>
		<category><![CDATA[iEVTech 2024]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย]]></category>
		<category><![CDATA[อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=32596</guid>

					<description><![CDATA[<p>อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย พร้อมด้วยสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) สานต่อความร่วมมือจัดงาน “Electric Vehicle Asia (EVA) และ iEVTech 2024” งานแสดงเทคโนโลยีด้านยานยนต์ไฟฟ้างานแรกที่จัดมาอย่างยาวนานที่สุดในไทย รวบรวมเทคโนโลยีและการประชุมเฉพาะทางด้านยานยนต์ไฟฟ้าระดับนานาชาติไว้อย่างครบวงจร เป็นงานที่ได้รับการสนับสนุนจาก กระทรวงพลังงาน กระทรวงอุตสาหกรรม และหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง วางเป้าเสริมแกร่งผู้ประกอบการใน ตลาด EV และภาคการผลิตเพื่อขานรับการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า พร้อมเสริมศักยภาพอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทยในระดับภูมิภาค ปักธงเตรียมจัดงานใหญ่ ระหว่างวันที่ 3-5 กรกฎาคม 2567 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/electric-vehicle-asia-2024/">อินฟอร์มาฯ สานต่อความร่วมมือ สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย จัดงาน “Electric Vehicle Asia 2024” ยกระดับการผลิตไทยสู่การเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าระดับโลก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย พร้อมด้วยสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) สานต่อความร่วมมือจัดงาน “Electric Vehicle Asia (EVA) และ iEVTech 2024” งานแสดงเทคโนโลยีด้านยานยนต์ไฟฟ้างานแรกที่จัดมาอย่างยาวนานที่สุดในไทย รวบรวมเทคโนโลยีและการประชุมเฉพาะทางด้านยานยนต์ไฟฟ้าระดับนานาชาติไว้อย่างครบวงจร เป็นงานที่ได้รับการสนับสนุนจาก กระทรวงพลังงาน กระทรวงอุตสาหกรรม และหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง วางเป้าเสริมแกร่งผู้ประกอบการใน ตลาด EV และภาคการผลิตเพื่อขานรับการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า พร้อมเสริมศักยภาพอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทยในระดับภูมิภาค ปักธงเตรียมจัดงานใหญ่ ระหว่างวันที่ 3-5 กรกฎาคม 2567 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมีหมุดหมายในการสร้างเครือข่าย ต่อยอดธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า และเตรียมความพร้อมไทยสู่การเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) อย่างยั่งยืนในอนาคต</strong></p>
<p><span id="more-32596"></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32599" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/Electric-Vehicle-Asia-2024-03.jpg" alt="Electric Vehicle Asia 2024" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/Electric-Vehicle-Asia-2024-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/Electric-Vehicle-Asia-2024-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/Electric-Vehicle-Asia-2024-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/Electric-Vehicle-Asia-2024-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><strong>นายกฤษฎา อุตตโมทย์ นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย </strong><strong>(</strong><strong>EVAT) </strong>กล่าวว่า ปัจจุบันรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกมีอัตราเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลจาก EV-Volumes.com ระบุว่า ยอดการส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลก ทั้งแบบใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ (BEV) และแบบปลั๊กอิน-ไฮบริด (PHEV) ในปี 2023 มีปริมาณ 14.2 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 35% เมื่อเทียบกับปี 2022 และในปี 2024 คาดการณ์ว่าจะมียอดการส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าทั้ง 2 ประเภท รวมกันราว 17.8 ล้านคัน ส่งผลให้จำนวนรถยนต์ไฟฟ้าสะสมทั่วโลกอยู่ที่ราว 40 ล้านคัน โดยเฉพาะประเทศไทยในปี 2023 กลุ่มยานยนต์ไฟฟ้าในประเภทรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่จดทะเบียนใหม่มีอัตราการเติบโตในภาพรวมจากปีก่อนราว 690% หรือราว 76,366 คัน ขณะที่รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ามียอดการเติบโตที่ 121% หรือราว 21,927 คัน ซึ่งปัจจัยบวกสำคัญมาจากนโยบายของภาครัฐในการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า อย่าง มาตรการ EV 3.0 และ 3.5 ที่ให้เงินอุดหนุน ลดภาษีนำเข้า และลดภาษีสรรพสามิตสำหรับค่ายรถยนต์ที่ลงนามในข้อตกลง MoU กับกรมสรรพสามิต เพื่อผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศตามมาตรการสนับสนุน ยกระดับให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาค โดยมาตรการ EV 3.5 มีผลบังคับใช้ในปี 2024-2027 เพื่อสนับสนุนการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ ที่กำหนดการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า BEV ภายในประเทศ ในปี 2026 ที่อัตราส่วนการผลิต 2 คัน ต่อการนำเข้า 1 คัน และในปี 2027 กำหนดการผลิตภายในประเทศ 3 คันต่อการนำเข้า 1 คัน นอกจากนี้แล้วยังมีแนวโน้มการลงทุนเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่น่าสนใจ อาทิ ยานยนต์ไร้คนขับ (Autonomous Driving) ข้อมูลสำหรับเชื่อมต่อยานยนต์กับการสื่อสาร (Data-Driven &amp; Connected Service) และ การแบ่งปันการใช้งาน (Shared Service) จะเข้ามาช่วยในการสนับสนุนการเติบโตทางธุรกิจของยานยนต์สมัยใหม่</p>
<p>&#8220;โดยที่ผ่านมาสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยได้ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อสนับสนุนองค์ความรู้ในด้านต่างๆเกี่ยวข้อง ทั้งระบบขับเคลื่อน แบตเตอรี่ ระบบการชาร์จ รวมถึงเทคโนโลยี simulation ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านการผลิต เราทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายต่างๆ อย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน โดยหนึ่งเวทีที่สำคัญ คือ การจัดการประชุมนานาชาติ iEVTech 2024 ร่วมกับทางอินฟอร์มาฯ ในงาน Electric Vehicle Asia ต่อเนื่องทุกปี โดยในปีนี้จัดขึ้นในหัวข้อ &#8220;Global EV Industry Transformation Towards  Decarbonization &#8221; เป็นเวทีที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญระดับโลก นักวิจัย นักพัฒนา ผู้กำหนดนโยบาย และซัพพลายเออร์ที่เกี่ยวข้องในแวดวงยานยนต์ไฟฟ้ามาร่วมแลกเปลี่ยน องค์ความรู้ใหม่ๆร่วมกัน ถือเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองในการพัฒนาเทคโนโลยีในอุตสาหกรรม EV อย่างครบวงจรและเป็นก้าวที่สำคัญในการยกระดับการขนส่งพลังงานสะอาดของไทยสู่การเป็นผู้นำในอาเซียนต่อไป&#8221; <strong>นายกฤษฎา</strong> กล่าวเสริม</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32602" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/Electric-Vehicle-Asia-2024-06.jpg" alt="Electric Vehicle Asia 2024" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/Electric-Vehicle-Asia-2024-06.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/Electric-Vehicle-Asia-2024-06-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/Electric-Vehicle-Asia-2024-06-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/Electric-Vehicle-Asia-2024-06-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><strong>นายสรรชาย นุ่มบุญนำ ผู้จัดการทั่วไป อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ </strong><strong>– </strong><strong>ประเทศไทย </strong>กล่าวว่า อินฟอร์มาฯ เล็งเห็นโอกาสและมองเห็นทิศทางการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานมาอย่างต่อเนื่องและได้เริ่มจัดแสดงเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าเป็นรายแรกในไทยผ่านการจัดงาน &#8220;Electric Vehicle Asia&#8221; โดยจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 ซึ่งในระยะแรกมีเป้าหมายที่สำคัญในการชี้เทรนด์รวมถึงสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับยานยนต์ดังกล่าว ปัจจุบันงานนี้กลายเป็นเวทีที่ได้รับการยอมรับในระดับภูมิภาค โดยได้ขนทัพเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัยด้านยานยนต์ไฟฟ้ามาจัดแสดงจากกว่า 25 ประเทศทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น มอเตอร์ แบตเตอรี่ สถานีชาร์จ ชิ้นส่วน รวมถึงยานยนต์ต้นแบบ อาทิ  ABB, Bossard, Delta, Grob, Trumpf, Carl Zeiss, Wima เป็นต้น พร้อมกันนี้ยังมีพาวิเลียนนานาชาติกว่า 7 ประเทศ ทั้ง เยอรมนี ญี่ปุ่น เกาหลี จีน สวิตเซอร์แลนด์ สิงคโปร์ และไต้หวัน ทั้งนี้ยังได้รวบรวมผู้นำและผู้เชี่ยวชาญจากเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าจากทั่วทุกมุมโลกครอบคลุมในมิติของระบบนิเวศทางธุรกิจของยานยนต์ไฟฟ้าหรือ EV Eco System ตั้งแต่ต้นน้ำ จนถึงปลายน้ำในทุกห่วงโซ่อุปทาน เพื่อเสริมแกร่งให้ผู้ประกอบการไทยโดยเฉพาะในภาคการผลิตมีความพร้อมในทุกด้านสู่การเป็นฐานการผลิตและเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมในอนาคตของภูมิภาค</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32598" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/Electric-Vehicle-Asia-2024-02.jpg" alt="Electric Vehicle Asia 2024" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/Electric-Vehicle-Asia-2024-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/Electric-Vehicle-Asia-2024-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/Electric-Vehicle-Asia-2024-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/Electric-Vehicle-Asia-2024-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>ปีนี้งาน EVA 2024 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด <strong>“EV Ecosystem Transformation Towards Net Zero”</strong> หรือ การเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศน์ยานยนต์ไฟฟ้าสู่คาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ ด้วยปัจจุบันทุกภาคส่วนมีการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และหนึ่งปัจจัยในการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ทั้งระบบนิเวศน์ต้องมีการปรับตัวรับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด และปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ อีกทั้งในฐานะผู้จัดงานเราให้ความสำคัญในการสร้างเครือข่ายเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าภายในประเทศ เรามีการเชิญ Delegation จากหลายประเทศในกลุ่มอาเซียน รวมทั้งประชาสัมพันธ์งานสู่ผู้ซื้อคุณภาพทั่วโลก ผ่านเครือข่ายและฐานข้อมูลในแวดวงยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อตอกย้ำความพร้อมการเป็นศูนย์กลางในการสร้างเครือข่ายพันธมิตรในทุกห่วงโซ่อุปทานด้าน EV เรายังมีไฮไลต์สำคัญ คือ การประชุมนานาชาติด้านยานยนต์ไฟฟ้า iEVTech ที่รวบรวมหัวข้อเทรนด์ยานยนต์ไฟฟ้าต่างๆอย่างครอบคลุม เราเชื่อมั่นว่า งานนี้จะเป็นจุดเชื่อมโยงที่สำคัญของทั้งผู้ผลิต ผู้ขาย รวมทั้งผู้ซื้อ ในการขับเคลื่อนศักยภาพของไทยในฐานะผู้นำด้านการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาค <strong>นายสรรชาย</strong> กล่าวเสริม</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32601" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/Electric-Vehicle-Asia-2024-05.jpg" alt="Electric Vehicle Asia 2024" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/Electric-Vehicle-Asia-2024-05.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/Electric-Vehicle-Asia-2024-05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/Electric-Vehicle-Asia-2024-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/Electric-Vehicle-Asia-2024-05-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/Electric-Vehicle-Asia-2024-07.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/Electric-Vehicle-Asia-2024-07-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="Electric Vehicle Asia 2024" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/Electric-Vehicle-Asia-2024-07-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/Electric-Vehicle-Asia-2024-07-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/Electric-Vehicle-Asia-2024-07-500x333.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/Electric-Vehicle-Asia-2024-07.jpg 740w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/Electric-Vehicle-Asia-2024-08.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/Electric-Vehicle-Asia-2024-08-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="Electric Vehicle Asia 2024" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/Electric-Vehicle-Asia-2024-08-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/Electric-Vehicle-Asia-2024-08-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/Electric-Vehicle-Asia-2024-08-500x333.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/Electric-Vehicle-Asia-2024-08.jpg 740w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/Electric-Vehicle-Asia-2024-04.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/Electric-Vehicle-Asia-2024-04-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="Electric Vehicle Asia 2024" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/Electric-Vehicle-Asia-2024-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/Electric-Vehicle-Asia-2024-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/Electric-Vehicle-Asia-2024-04-500x333.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/Electric-Vehicle-Asia-2024-04.jpg 740w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>

<p><strong>ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทยสู่ระดับโลกที่งาน </strong><strong>&#8220;</strong><strong>Electric Vehicle Asia&#8221; </strong><strong>และ </strong><strong>&#8220;</strong><strong>iEVTech 2024&#8243; </strong><strong>โดยจัดขึ้นพร้อมกับงาน </strong><strong>ASEAN Sustainable Energy Week 2024 (ASEW) </strong><strong>งานแสดงนิทรรศการเทคโนโลยีและการประชุมนานาชาติด้านพลังงานทดแทน การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ</strong> <strong>และระบบกักเก็บพลังงานที่ครบครันที่สุดในภูมิภาค</strong> <strong>ซึ่งทั้ง </strong><strong>2 </strong><strong>งานนี้จะเสริมสร้างอนาคตความมั่นคงด้านพลังงานและอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า มุ่งสู่สังคมคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์</strong><strong> (</strong><strong>Net Zero) </strong><strong>อย่างยั่งยืน จัดขึ้นระหว่างวันที่ </strong><strong>3-5 </strong><strong>กรกฎาคม </strong><strong>2567 </strong><strong>ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์</strong> <strong>กรุงเทพฯ ติดตามข่าวสารที่</strong> <strong>www.evasia-expo.com</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/electric-vehicle-asia-2024/">อินฟอร์มาฯ สานต่อความร่วมมือ สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย จัดงาน “Electric Vehicle Asia 2024” ยกระดับการผลิตไทยสู่การเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าระดับโลก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/electric-vehicle-asia-2024/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บอร์ดอีวี เคาะมาตรการหนุนใช้รถบัส-รถบรรทุก EV พร้อมสร้างฐานแบตเตอรี่ ดันไทยศูนย์กลาง EV ภูมิภาค</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/thaigov-ev-board-boi/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/thaigov-ev-board-boi/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 21 Feb 2024 08:31:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Highlight Stories]]></category>
		<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[BOI]]></category>
		<category><![CDATA[E-Bus]]></category>
		<category><![CDATA[E-Truck]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[บอร์ดอีวี]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถบรรทุกอีวี]]></category>
		<category><![CDATA[รถบรรทุกไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถบัสอีวี]]></category>
		<category><![CDATA[รถโดยสารไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบกักเก็บพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=32347</guid>

					<description><![CDATA[<p>บอร์ดอีวีเคาะ 2 มาตรการสำคัญ สนับสนุนการใช้ EV เชิงพาณิชย์ ทั้งรถโดยสารไฟฟ้า (E-Bus) และรถบรรทุกไฟฟ้า (E-Truck) พร้อมออกแพ็กเกจสนับสนุนผู้ผลิตแบตเตอรี่ระดับเซลล์สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าและระบบกักเก็บพลังงาน เสริมแกร่งอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทย 21 กุมภาพันธ์ 2567 &#8211; นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ดอีวี) ครั้งที่ 1/2567 โดยมีนางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/thaigov-ev-board-boi/">บอร์ดอีวี เคาะมาตรการหนุนใช้รถบัส-รถบรรทุก EV พร้อมสร้างฐานแบตเตอรี่ ดันไทยศูนย์กลาง EV ภูมิภาค</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บอร์ดอีวีเคาะ 2 มาตรการสำคัญ สนับสนุนการใช้ EV เชิงพาณิชย์ ทั้งรถโดยสารไฟฟ้า (E-Bus) และรถบรรทุกไฟฟ้า (E-Truck) พร้อมออกแพ็กเกจสนับสนุนผู้ผลิตแบตเตอรี่ระดับเซลล์สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าและระบบกักเก็บพลังงาน เสริมแกร่งอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทย</strong></p>
<p><span id="more-32347"></span></p>
<p>21 กุมภาพันธ์ 2567 &#8211; นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ดอีวี) ครั้งที่ 1/2567 โดยมีนางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ร่วมกับผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignleft wp-image-29249" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Mr.Narit-Therdsteerasukdi-BOI.jpg" alt="นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์" width="380" height="570" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Mr.Narit-Therdsteerasukdi-BOI.jpg 520w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Mr.Narit-Therdsteerasukdi-BOI-200x300.jpg 200w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Mr.Narit-Therdsteerasukdi-BOI-150x225.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Mr.Narit-Therdsteerasukdi-BOI-333x500.jpg 333w" sizes="(max-width: 380px) 100vw, 380px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์</strong></span> <strong>เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)</strong> ในฐานะกรรมการและเลขานุการ คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ดอีวี) เปิดเผยว่า ที่ประชุมบอร์ดอีวี ซึ่งมีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้เห็นชอบมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ ทั้งรถโดยสารไฟฟ้า (E-Bus) และรถบรรทุกไฟฟ้า (E-Truck) เพื่อสนับสนุนภาคธุรกิจในการลดการปล่อยคาร์บอน ช่วยให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน รวมถึงช่วยสร้างฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ในประเทศ มาตรการดังกล่าวจะอนุญาตให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลสามารถหักค่าใช้จ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับการซื้อรถโดยสารไฟฟ้าและรถบรรทุกไฟฟ้ามาใช้งาน โดยไม่กำหนดเพดานราคาขั้นสูง ในกรณีซื้อรถที่ผลิต/ประกอบในประเทศ สามารถนำมาหักค่าใช้จ่ายได้ 2 เท่า และในกรณีนำเข้ารถสำเร็จรูปจากต่างประเทศ สามารถหักค่าใช้จ่ายได้ 1.5 เท่า โดยมาตรการนี้จะมีผลใช้บังคับจนถึงสิ้นปี 2568 และที่ประชุมได้มอบหมายให้กระทรวงการคลังโดยกรมสรรพากร พิจารณากำหนดแนวทางปฏิบัติและดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป</p>
<p>“การที่บอร์ดอีวีได้ออกมาตรการสนับสนุนการใช้รถโดยสารไฟฟ้าและรถบรรทุกไฟฟ้าในครั้งนี้ ถือเป็นการต่อยอดจากมาตรการ EV3 และ EV3.5 ที่เน้นกลุ่มรถยนต์นั่ง รถจักรยานยนต์ และรถกระบะเป็นหลัก คาดว่ามาตรการนี้จะช่วยเร่งให้เกิดการปรับเปลี่ยนรถยนต์เชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้าได้ไม่ต่ำกว่า 10,000 คัน ช่วยลดการปล่อยมลภาวะในภาคการขนส่ง และตอกย้ำการเป็นศูนย์กลางอีวีของภูมิภาคในรถยนต์ทุกประเภท” <strong>นายนฤตม์</strong> กล่าว</p>
<p>นอกจากนี้ บอร์ดอีวี ยังได้เห็นชอบมาตรการส่งเสริมการลงทุนผลิตแบตเตอรี่ระดับเซลล์สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าและระบบกักเก็บพลังงาน (ESS) เพื่อดึงดูดให้ผู้ผลิตแบตเตอรี่ระดับเซลล์ ซึ่งเป็นการผลิตต้นน้ำที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเข้ามาลงทุนในประเทศไทย โดยผู้ลงทุนจะสามารถขอรับสิทธิประโยชน์และเงินสนับสนุนจากกองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศฯ ภายใต้บีโอไอ โดยมีเงื่อนไขเบื้องต้นสำหรับผู้ลงทุน ดังนี้ (1) ต้องเป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่ชั้นนำที่มีการใช้งานโดยผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (2) ต้องมีแผนการผลิตเซลล์แบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า โดยสามารถผลิตเซลล์แบตเตอรี่สำหรับระบบกักเก็บพลังงาน (ESS) ด้วยได้ (3) ต้องผลิตเซลล์แบตเตอรี่ที่มีค่าพลังงานจำเพาะ ไม่น้อยกว่า 150 Wh/Kg และ (4) ต้องมีจำนวนรอบการอัดประจุ (Life Cycle) ไม่น้อยกว่า 1,000 รอบ โดยกำหนดเวลายื่นข้อเสนอโครงการลงทุนภายในปี 2570 ทั้งนี้ คณะกรรมการนโยบายเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศฯ จะพิจารณากำหนดรายละเอียดของหลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติต่อไป</p>
<p>“แบตเตอรี่ ถือเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมอีวี ปัจจุบันมีผู้ผลิตแบตเตอรี่ในระดับโมดูลและแพ็คในประเทศหลายราย แต่เรายังขาดต้นน้ำที่สำคัญ คือ การผลิตแบตเตอรี่ในระดับเซลล์ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและใช้เงินลงทุนสูง การออกมาตรการส่งเสริมในครั้งนี้ เพื่อดึงบริษัทชั้นนำของโลกเข้ามาตั้งฐานการผลิตในไทย ซึ่งไม่เพียงจะช่วยเติมเต็มห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมอีวีไทย แต่ยังช่วยต่อยอดไปยังอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่ใช้ระบบกักเก็บพลังงาน (ESS) ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางโลกที่มุ่งให้เกิดการใช้พลังงานสะอาดในการดำเนินธุรกิจ” <strong>นายนฤตม์</strong> กล่าว</p>
<p>ทั้งนี้ บอร์ดอีวี ยังได้เห็นชอบให้ปรับปรุงมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าระยะที่ 2 หรือ EV 3.5 เช่น ขยายขอบเขตของรถยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับสิทธิให้ครอบคลุมรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน และเพิ่มคุณสมบัติของรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า กรณีที่มีขนาดแบตเตอรี่ต่ำกว่า 3 kWh แต่มีระยะทางวิ่งมากกว่า 75 กิโลเมตรต่อรอบการชาร์จ รวมทั้งมีมาตรฐานความปลอดภัย สามารถเข้าร่วมมาตรการ EV3.5 ได้ เพื่อตอบโจทย์ผู้ประกอบการมากขึ้น ที่ผ่านมา มาตรการส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของภาครัฐสามารถกระตุ้นตลาดอีวีในประเทศให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด เห็นได้จากยอดจดทะเบียนรถยนต์อีวีที่สูงถึงกว่า 76,000 คันในปี 2566 เพิ่มขึ้น 6.5 เท่าจากปีก่อน นำมาสู่การลงทุนในอุตสาหกรรมอีวีแบบครบวงจร โดยข้อมูล ณ สิ้นปี 2566 บีโอไอได้ให้การส่งเสริมอุตสาหกรรมอีวี จำนวน 103 โครงการ เงินลงทุนรวม 77,192 ล้านบาท แบ่งเป็น รถยนต์อีวี 18 โครงการ 40,004 ล้านบาท รถจักรยานยนต์อีวี 9 โครงการ 848 ล้านบาท รถบัสอีวีและรถบรรทุกอีวี 3 โครงการ 2,200 ล้านบาท แบตเตอรี่สำหรับรถอีวีและ ESS 39 โครงการ 23,904 ล้านบาท ชิ้นส่วนสำคัญ 20 โครงการ 6,031 ล้านบาท และสถานีอัดประจุไฟฟ้า 14 โครงการ 4,205 ล้านบาท</p>
<hr />
<p>ที่มา: สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/thaigov-ev-board-boi/">บอร์ดอีวี เคาะมาตรการหนุนใช้รถบัส-รถบรรทุก EV พร้อมสร้างฐานแบตเตอรี่ ดันไทยศูนย์กลาง EV ภูมิภาค</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/thaigov-ev-board-boi/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรรพสามิต MOU 3 ค่ายรถยนต์ ส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าตามมาตรการ EV3.5 ดันไทยเป็นศูนย์กลางผลิตอีวีในภูมิภาค</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/excise-ev3-5-mou/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/excise-ev3-5-mou/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 19 Jan 2024 06:28:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[ฉางอาน]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรการ EV3.5]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[สรรพสามิต]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[เกรท วอลล์ มอเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[เอสเอไอซี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=31779</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมสรรพสามิตเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าตามมาตรการ EV3.5 ส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนสำคัญในประเทศไทย ขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางผลิตอีวีในภูมิภาค ล่าสุด ประเดิมบันทึกข้อตกลง (MOU) ตามมาตรการ EV 3.5 กับ ฉางอาน เอสเอไอซี และ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า EV3.5 ในช่วงปี 2567-2570 ในการส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนสำคัญในประเทศไทยนั้น กรมสรรพสามิตได้เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว โดยเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2567 ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/excise-ev3-5-mou/">สรรพสามิต MOU 3 ค่ายรถยนต์ ส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าตามมาตรการ EV3.5 ดันไทยเป็นศูนย์กลางผลิตอีวีในภูมิภาค</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กรมสรรพสามิตเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าตามมาตรการ EV3.5 ส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนสำคัญในประเทศไทย ขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางผลิตอีวีในภูมิภาค ล่าสุด ประเดิมบันทึกข้อตกลง (MOU) ตามมาตรการ EV 3.5 กับ ฉางอาน เอสเอไอซี และ เกรท วอลล์ มอเตอร์</strong></p>
<p><span id="more-31779"></span></p>
<p>ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า EV3.5 ในช่วงปี 2567-2570 ในการส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนสำคัญในประเทศไทยนั้น กรมสรรพสามิตได้เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว โดยเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2567 ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพสามิต ร่วมลงนามในข้อตกลงการรับสิทธิตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ระยะที่ 2 หรือ EV 3.5 กับ 3 บริษัท ประกอบด้วย บริษัท ฉางอาน ออโต้ เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด และบริษัท เกรท วอลล์ มอเตอร์ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ</strong></span> <strong>อธิบดีกรมสรรพสามิต</strong> กล่าวว่า กรมสรรพสามิตได้เดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า EV 3.5 ในช่วงปี 2567 – 2570 เพื่อส่งเสริมและ สร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน ควบคู่กับการขยายโอกาสของประเทศไทยในเวทีโลกในการส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนสำคัญในประเทศไทย ให้เกิดการขยายตัวและเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งระบบไปสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า และผลักดันให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาค ตามนโยบาย 30@30 ที่ตั้งเป้าการผลิตยานยนต์ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ (Zero Emission Vehicle: ZEV) ให้ได้อย่างน้อย 30% ในปี พ.ศ. 2573 (ค.ศ. 2030) และยังมีอีกหลายบริษัทที่อยู่ระหว่างการดำเนินการร่วมลงนามในข้อตกลงรับสิทธิ</p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Excise-EV3.5-01.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="169" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Excise-EV3.5-01-300x169.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="สรรพสามิตส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าตามมาตรการ EV3.5" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Excise-EV3.5-01-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Excise-EV3.5-01-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Excise-EV3.5-01-500x281.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Excise-EV3.5-01.jpg 740w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Excise-EV3.5-02.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="169" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Excise-EV3.5-02-300x169.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="สรรพสามิตส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าตามมาตรการ EV3.5" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Excise-EV3.5-02-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Excise-EV3.5-02-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Excise-EV3.5-02-500x281.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Excise-EV3.5-02.jpg 740w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Excise-EV3.5-03.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="169" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Excise-EV3.5-03-300x169.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="สรรพสามิตส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าตามมาตรการ EV3.5" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Excise-EV3.5-03-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Excise-EV3.5-03-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Excise-EV3.5-03-500x281.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Excise-EV3.5-03.jpg 740w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>

<p><strong>สำหรับบริษัทฯ ที่เข้าร่วมมาตรการ EV 3.5 จะได้รับการสนับสนุนจากกรมสรรพสามิตดังนี้</strong></p>
<p><strong>1. รถยนต์นั่ง (ราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท)</strong> จะได้รับสิทธิประโยชน์ ดังนี้<br />
1.1 สิทธิเงินอุดหนุน<br />
1) ขนาดแบตเตอรี่ ตั้งแต่ 10 kWh แต่ไม่เกิน 50 kWh<br />
1.1) ปี 2567 จะได้รับเงินอุดหนุน 50,000 บาท/คัน<br />
1.2) ปี 2568 จะได้รับเงินอุดหนุน 35,000 บาท/คัน<br />
1.3) ปี 2569 &#8211; 2570 จะได้รับเงินอุดหนุน 25,000 บาท/คัน<br />
2) ขนาดแบตเตอรี่ ตั้งแต่ 50 kWh ขึ้นไป<br />
2.1) ปี 2567 จะได้รับเงินอุดหนุน 100,000 บาท/คัน<br />
2.2) ปี 2568 จะได้รับเงินอุดหนุน 75,000 บาท/คัน<br />
2.3) ปี 2569 &#8211; 2570 จะได้รับเงินอุดหนุน 50,000 บาท/คัน<br />
1.2 สิทธิลดอัตราอากรขาเข้าไม่เกินร้อยละ 40 (สำหรับรถที่ราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท ที่มีการนำเข้าในช่วงปี 2567 &#8211; 2568)<br />
1.3 สิทธิลดภาษีสรรพสามิตจากร้อยละ 8 เหลือร้อยละ 2 ในปี 2567 &#8211; 2570</p>
<p><strong>2. รถยนต์นั่ง (ราคาตั้งแต่ 2 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 7 ล้านบาท)</strong> ที่มีขนาดแบตเตอรี่ตั้งแต่ 50 kWh ขึ้นไป จะได้รับสิทธิลดภาษีสรรพสามิตจากร้อยละ 8 เหลือร้อยละ 2</p>
<p><strong>3. รถกระบะ (เฉพาะที่ผลิตภายในประเทศ และราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท)</strong> ที่มีขนาดแบตเตอรี่ตั้งแต่ 50 kWh ขึ้นไป จะได้รับเงินอุดหนุน 100,000 บาท/คัน และได้รับสิทธิอัตราภาษีสรรพสามิตร้อยละ 0 ในปี 2567 &#8211; 2568 และอัตราภาษีร้อยละ 2 ในปี 2569 &#8211; 2570</p>
<p><strong>4. รถจักรยานยนต์ (เฉพาะที่ผลิตภายในประเทศ และราคาไม่เกิน 150,000 บาท)</strong> ที่มีขนาดแบตเตอรี่ตั้งแต่ 3 kWh ขึ้นไป จะได้รับเงินอุดหนุน 10,000 บาท/คัน และได้รับสิทธิอัตราภาษีสรรพสามิตร้อยละ 1 ในปี 2567 &#8211; 2570</p>
<p>และเพื่อเป็นการส่งเสริมการลงทุนในประเทศ กรมสรรพสามิตได้กำหนดเงื่อนไขให้ผู้เข้าร่วมมาตรการ EV 3.5 จะต้องทำการผลิตรถยนต์เพื่อชดเชยการนำเข้าภายในปี 2569 ในอัตราส่วน 1 : 2 ของจำนวนนำเข้าในช่วงปี 2567 – 2568 (นำเข้า 1 คัน ผลิตชดเชย 2 คัน) และผลิตชดเชยการนำเข้าภายในปี 2570 ในอัตราส่วน 1 : 3 (นำเข้า 1 คัน ผลิตชดเชย 3 คัน)</p>
<p><strong>ดร. เอกนิติ </strong>กล่าวเพิ่มเติมว่า คาดการณ์การนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าจากมาตรการ EV 3.5 ประมาณ 175,000 คัน ในปี 2567-2568 ส่งผลให้เกิดการผลิตรถยนต์ภายในประเทศ ประมาณ 350,000 – 525,000 คัน ภายในปี 2570 โดยมียอดประมาณการเงินอุดหนุนในมาตรการ EV 3.5 อยู่ที่ 34,060 ล้านบาท อย่างไรก็ดี มาตรการ EV 3.5 ในครั้งนี้ จะเป็นการช่วยส่งเสริมและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันควบคู่กับการสร้างโอกาสในการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งระบบไปสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า รวมถึงสนับสนุนและส่งเสริมในเรื่องความเป็นกลางทางคาร์บอน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตามยุทธศาสตร์กรมสรรพสามิต ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศด้วยภาษีสรรพสามิต มุ่งเน้นสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล เพื่อเดินหน้าประเทศไทยสู่ความยั่งยืน</p>
<hr />
<p>ที่มา: กรมสรรพสามิต</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/excise-ev3-5-mou/">สรรพสามิต MOU 3 ค่ายรถยนต์ ส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าตามมาตรการ EV3.5 ดันไทยเป็นศูนย์กลางผลิตอีวีในภูมิภาค</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/excise-ev3-5-mou/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คณะสถาปัตย์ สจล. สานฝันคนไทยหัวใจ EV เปิดหลักสูตรออกแบบยานยนต์ไฟฟ้า&#8230;ยุคเศรษฐกิจสร้างสรรค์</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/architecture-kmitl-ev/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/architecture-kmitl-ev/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 21 Sep 2023 06:46:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[คณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[งานวิจัยพัฒนาและการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง]]></category>
		<category><![CDATA[หลักสูตรออกแบบยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=30065</guid>

					<description><![CDATA[<p>ประเทศไทยได้รับฉายาเป็น “ดีทรอยต์แห่งเอเชีย” และมีศักยภาพในการพัฒนา ‘อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า’ รองรับอนาคต สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) โดยคณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ ตอบรับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เปิดหลักสูตร “การออกแบบยานยนต์ไฟฟ้า สจล. แบบ Non-Degree” เสริมแกร่งงานวิจัยพัฒนาและการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทย ผลิตกำลังคนสมรรถนะสูงตามนโยบายการปฏิรูปอุดมศึกษาไทย ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าอย่างยั่งยืน รศ. ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวว่า เราอยู่ในยุคของการเปลี่ยนผ่านจากยานยนต์เชื้อเพลิงสันดาปมาเป็นยานยนต์ไฟฟ้า สจล. โดยคณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ ได้พัฒนาหลักสูตรการออกแบบยานยนต์ไฟฟ้าแบบ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/architecture-kmitl-ev/">คณะสถาปัตย์ สจล. สานฝันคนไทยหัวใจ EV เปิดหลักสูตรออกแบบยานยนต์ไฟฟ้า…ยุคเศรษฐกิจสร้างสรรค์</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ประเทศไทยได้รับฉายาเป็น <strong>“ดีทรอยต์แห่งเอเชีย”</strong> และมีศักยภาพในการพัฒนา ‘<strong>อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า’</strong> รองรับอนาคต <strong>สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.)</strong> โดย<strong>คณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ</strong> ตอบรับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เปิดหลักสูตร <strong>“การออกแบบยานยนต์ไฟฟ้า สจล. แบบ Non-Degree”</strong> เสริมแกร่งงานวิจัยพัฒนาและการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทย ผลิตกำลังคนสมรรถนะสูงตามนโยบายการปฏิรูปอุดมศึกษาไทย ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าอย่างยั่งยืน<span id="more-30065"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30068 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/Architecture-KMITL-EV-03-2.jpg" alt="รศ. ดร.คมสัน มาลีสี" width="720" height="480" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/Architecture-KMITL-EV-03-2.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/Architecture-KMITL-EV-03-2-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/Architecture-KMITL-EV-03-2-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/Architecture-KMITL-EV-03-2-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">รศ. ดร.คมสัน มาลีสี</span> อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) </strong>กล่าวว่า เราอยู่ในยุคของการเปลี่ยนผ่านจากยานยนต์เชื้อเพลิงสันดาปมาเป็นยานยนต์ไฟฟ้า <strong>สจล. </strong>โดย<strong>คณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ </strong>ได้พัฒนา<strong>หลักสูตรการออกแบบยานยนต์ไฟฟ้าแบบ Non-Degree </strong>สอดรับกับเทรนด์ทั่วโลก ซึ่งให้ความสำคัญกับพลังงานสะอาดและวิกฤตการณ์อุณหภูมิโลกที่สูงขึ้น การพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้านับเป็นการเปลี่ยนโครงสร้างการผลิตและเทคโนโลยีที่สำคัญ หากแต่ความสนใจเรื่องการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยยังไม่มีการรวมตัวกันเป็นกลุ่มใหญ่หรือในระดับอุตสาหกรรมเพื่อการพาณิชย์ ซึ่ง ‘ยานยนต์ไฟฟ้า’ เป็นเป้าหมายเร่งด่วนของการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ตามยุทธศาสตร์ชาติที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจนวัตกรรมและเทคโนโลยีของประเทศ <strong>‘หลักสูตรออกแบบยานยนต์ไฟฟ้าแบบ Non-Degree’</strong> ของ สจล.นี้ มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะและเพิ่มประสิทธิภาพแก่ผู้เรียน เปิดรับผู้สนใจรุ่นละ 50 คน แต่ละรุ่นจะมีผู้เรียนจากหลากหลายสาขาอาชีพ อาทิ วิศวกร นักออกแบบ นักเรียนมัธยม นักศึกษา ผู้ประกอบการ นักการตลาด รวมถึงประชาชนทั่วไปที่สนใจยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งได้ดำเนินการผ่านไปแล้ว 5 รุ่น เพื่อสร้างเสริมบุคลากรที่มีสมรรถนะสูงตอบรับกลไกขับเคลื่อนอุตสาหกรรมใหม่ (New Growth Engine) ตามนโยบายของประเทศ Thailand 4.0 พร้อมไปกับส่งเสริมภาคการศึกษาไทยและการเรียนรู้ตลอดชีวิต</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30067 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/Architecture-KMITL-EV-03-1.jpg" alt="ปวิณ รุจิเกียรติกำจร" width="720" height="480" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/Architecture-KMITL-EV-03-1.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/Architecture-KMITL-EV-03-1-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/Architecture-KMITL-EV-03-1-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/Architecture-KMITL-EV-03-1-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<p>ด้าน<strong><span style="color: #6cb742;">ปวิณ รุจิเกียรติกำจร</span> อาจารย์ประจำภาควิชาศิลปอุตสาหกรรม คณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ</strong> <strong>สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) </strong>กล่าวว่า จุดเด่นของ <strong>‘หลักสูตรการออกแบบยานยนต์ไฟฟ้า สจล.’</strong> คือ การค้นหาเป้าหมายของผู้เรียนได้อย่างตรงจุด ทำให้เกิดการพัฒนากลุ่มผู้นำที่ลงมือทำจริงๆ เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยมีกลุ่มนักประดิษฐ์ยานพาหนะที่ใช้พลังงานไฟฟ้าอยู่ไม่น้อย รวมถึงกลุ่มชมรมที่ชื่นชอบการดัดแปลงเครื่องยนต์ ได้มีโอกาสมาต่อยอดคิดค้นนวัตกรรมเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อให้ง่ายและคล่องตัวกับการใช้งานและเป็นเทคโนโลยีที่สามารถจับต้องได้ตรงความต้องการ</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-30069" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/Architecture-KMITL-EV-04.jpg" alt="" width="720" height="480" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/Architecture-KMITL-EV-04.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/Architecture-KMITL-EV-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/Architecture-KMITL-EV-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/Architecture-KMITL-EV-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<p>‘หลักสูตรการออกแบบยานยนต์ไฟฟ้า แบบ Non-Degree’ สจล. สถาปัตย์ฯ เน้นการผสานประสบการณ์ที่ผู้เรียนมีอยู่ รวมเข้ากับไอเดียการออกแบบและการปรับใช้ให้เกิดประสิทธิภาพได้มากที่สุด ทำให้เกิดเป็นผลงานนวัตกรรมที่สามารถใช้ได้จริง ผู้เรียนจะได้พัฒนาองค์ความรู้หลักการออกแบบ สามารถเลือกออกแบบประเภทยานยนต์ได้ตามความต้องการและความถนัด หรือฟังก์ชันการใช้งานเฉพาะทางของแต่ละบุคคล อาทิ สกูตเตอร์ มอเตอร์ไซค์ รถยนต์ เรือไฟฟ้า และอื่นๆ รวมถึงรูปลักษณ์ดีไซน์และวิศวกรรมโครงสร้างยานยนต์ในแต่ละประเภทเพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งาน กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ประวัติศาสตร์และประเภทของรถยนต์ไฟฟ้า ตลอดจนความรู้เบื้องต้นด้านเครื่องยนต์ไฟฟ้า</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-30070" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/Architecture-KMITL-EV-05.jpg" alt="" width="720" height="480" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/Architecture-KMITL-EV-05.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/Architecture-KMITL-EV-05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/Architecture-KMITL-EV-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/Architecture-KMITL-EV-05-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<p>ในส่วนการเรียนจะแบ่งเป็นทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ ใช้เวลาเรียนทุกๆ วันเสาร์ ระยะเวลา 4 เดือน มีอาจารย์จากทั้งภายในคณะและอาจารย์พิเศษที่อยู่ในภาคธุรกิจ เมื่อสำเร็จการฝึกอบรมจะได้รับ Certificate ผลจากการระดมความคิดและเวิร์คชอปตามหลักสูตรที่ผ่านมาได้สร้าง 3 นวัตกรรมให้กลายเป็นจริง ได้แก่ มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า, รถสามล้อเครื่อง และ รถ 4 ล้อ ต้นแบบยานยนต์ไฟฟ้าแห่งอนาคตที่เหมาะกับการใช้ในสถานที่ท่องเที่ยวในภูมิประเทศที่แตกต่างกัน</p>
<p>นอกจากนี้ หลักสูตรการออกแบบยานยนต์ไฟฟ้า สจล. สถาปัตย์ฯ ยังพัฒนาศักยภาพบุคคล เพิ่มความรู้และทักษะ Soft-Skills เช่น การเรียนรู้การวิจัย, การหาข้อมูลเพื่อวิเคราะห์ความต้องการของกลุ่มเป้าหมายได้อย่างถูกต้อง, หลักการทำ Desktop Research, วิธีการนำเสนอผลงาน เป็นต้น เพื่อให้ผู้เรียนก้าวสู่ความเป็นมืออาชีพ ยกระดับมาตรฐานเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมในชุมชน ธุรกิจขนาดเล็ก (SMEs) ที่ต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าได้ และก้าวสู่การเป็นสตาร์ทอัปต่อไปในอนาคต</p>
<p><strong> สนใจสมัครเรียนหลักสูตรการออกแบบยานยนต์ไฟฟ้า สจล. สถาปัตย์ฯ ดูรายละเอียดที่เว็บไซต์ <a href="https://www.aad.kmitl.ac.th" target="_blank" rel="noopener">https://www.aad.kmitl.ac.th</a> โทร 089-376-0427</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/architecture-kmitl-ev/">คณะสถาปัตย์ สจล. สานฝันคนไทยหัวใจ EV เปิดหลักสูตรออกแบบยานยนต์ไฟฟ้า…ยุคเศรษฐกิจสร้างสรรค์</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/architecture-kmitl-ev/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ออมสิน จับมือ ส.ยานยนต์ไฟฟ้าไทย ออกสินเชื่อ “GSB EV Supply Chain” หนุนผู้ประกอบการยานยนต์ EV</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/gsb-ev-supply-chain/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/gsb-ev-supply-chain/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rachanon M.]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 22 Aug 2023 04:18:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[GSB EV Supply Chain]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารออมสิน]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=29357</guid>

					<description><![CDATA[<p>ออมสิน ร่วมมือกับ สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ออกสินเชื่อ “GSB EV Supply Chain” ดอกเบี้ยต่ำ 3.745% ต่อปี หนุนผู้ประกอบการยานยนต์ EV และ Supply Chain เข้าถึงแหล่งทุนผลักดันภาคธุรกิจร่วมสร้างสังคมคาร์บอนต่ำ ธนาคารออมสิน เปิดตัวสินเชื่อ GSB EV Supply Chain เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (อีวี) และธุรกิจที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมอีวี เข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยพิเศษ ปรับตัวก้าวสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า โดยตั้งเป้าหมายจะปล่อยสินเชื่อไม่ต่ำกว่า 5,000-10,000&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/gsb-ev-supply-chain/">ออมสิน จับมือ ส.ยานยนต์ไฟฟ้าไทย ออกสินเชื่อ “GSB EV Supply Chain” หนุนผู้ประกอบการยานยนต์ EV</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ออมสิน ร่วมมือกับ สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ออกสินเชื่อ “GSB EV Supply Chain” ดอกเบี้ยต่ำ 3.745% ต่อปี หนุนผู้ประกอบการยานยนต์ EV และ Supply Chain เข้าถึงแหล่งทุนผลักดันภาคธุรกิจร่วมสร้างสังคมคาร์บอนต่ำ</strong></p>
<p><span id="more-29357"></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29359" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/ev-3.jpg" alt="GSB EV Supply Chain" width="750" height="563" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/ev-3.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/ev-3-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/ev-3-768x576.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/ev-3-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/ev-3-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>ธนาคารออมสิน เปิดตัวสินเชื่อ GSB EV Supply Chain เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (อีวี) และธุรกิจที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมอีวี เข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยพิเศษ ปรับตัวก้าวสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า โดยตั้งเป้าหมายจะปล่อยสินเชื่อไม่ต่ำกว่า 5,000-10,000 ล้านบาท วงเงินกู้สูงสุด 50 ล้านบาท ดอกเบี้ยเริ่มต้น 3.745 %ต่อปี ระยะเวลากู้ 10 ปี ปลอดชำระเงินต้นสูงสุด 2 ปี และสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการวงเงินมากกว่า 50 ล้านบาท<br />
และเล็งเห็นถึงการเติบโตของรถยนต์พลังงานสะอาด เพื่อเป็นการส่งเสริมการรักษ์โลก และเป็นการลดมลภาวะทางอากาศ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29360" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/ev-2.jpg" alt="GSB EV Supply Chain" width="750" height="562" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/ev-2.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/ev-2-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/ev-2-768x576.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/ev-2-150x112.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/ev-2-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>ทั้งนี้ ทาง บาเซโลนา มอเตอร์ ได้มีส่วนร่วมในการส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า และ BMW มีรถยนต์หลากหลายรุ่น ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ได้นำรถ BMW ไปออกงานให้ได้สัมผัสคันจริง รวมถึงเข้าร่วมโครงการ “GSB EV Supply Chain” ในครั้งนี้ด้วย</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/gsb-ev-supply-chain/">ออมสิน จับมือ ส.ยานยนต์ไฟฟ้าไทย ออกสินเชื่อ “GSB EV Supply Chain” หนุนผู้ประกอบการยานยนต์ EV</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/gsb-ev-supply-chain/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มิลเลนเนียม กรุ๊ปฯ จัดงาน ‘MGC-ASIA Mobility Expo 2023’ ยิ่งใหญ่ ระดมทัพยานยนต์และโมบิลิตี้ระดับโลกครบวงจรทั้งทางบก-ทางน้ำ-ทางอากาศ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/mgc-asia-mobility-expo-2023/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/mgc-asia-mobility-expo-2023/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 07 Jun 2023 01:57:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Seminar & Exhibitions]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[MGC-ASIA Mobility Expo 2023]]></category>
		<category><![CDATA[มิลเลนเนียม กรุ๊ปฯ]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[โมบิลิตี้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=27243</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ &#8211; 6 มิถุนายน 2566  : ‘มิลเลนเนียม กรุ๊ปฯ MGC-ASIA’ ผู้ให้บริการธุรกิจไลฟ์สไตล์โมบิลิตี้ครบวงจร จัดงานมหกรรมไลฟ์สไตล์โมบิลิตี้ยิ่งใหญ่ ‘MGC-ASIA Mobility Expo 2023’  ระดมทัพยานยนต์และโมบิลิตี้ระดับโลก หลากหลายแบรนด์ในเครือฯ พร้อมแบรนด์พันธมิตร จัดแสดงพร้อมจำหน่ายภายใต้แคมเปญสุดพิเศษ ระหว่างวันที่ 14-18 มิถุนายน  ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน เดินหน้าขยายระบบนิเวศทางธุรกิจเต็มสูบ รับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เติบโต ดร.สัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/mgc-asia-mobility-expo-2023/">มิลเลนเนียม กรุ๊ปฯ จัดงาน ‘MGC-ASIA Mobility Expo 2023’ ยิ่งใหญ่ ระดมทัพยานยนต์และโมบิลิตี้ระดับโลกครบวงจรทั้งทางบก-ทางน้ำ-ทางอากาศ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กรุงเทพฯ &#8211; 6 มิถุนายน 2566  : </strong><strong>‘มิลเลนเนียม กรุ๊ปฯ </strong><strong>MGC-ASIA</strong><strong>’</strong> <strong>ผู้ให้บริการธุรกิจไลฟ์สไตล์โมบิลิตี้ครบวงจร จัดงานมหกรรมไลฟ์สไตล์โมบิลิตี้ยิ่งใหญ่ ‘</strong><strong>MGC-ASIA Mobility Expo </strong><strong>2023’  ระดมทัพยานยนต์และโมบิลิตี้ระดับโลก หลากหลายแบรนด์ในเครือฯ พร้อมแบรนด์พันธมิตร จัดแสดงพร้อมจำหน่ายภายใต้แคมเปญสุดพิเศษ ระหว่างวันที่ 14-18 มิถุนายน  ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน เดินหน้าขยายระบบนิเวศทางธุรกิจเต็มสูบ รับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เติบโต</strong></p>
<p><span id="more-27243"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-27245" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/MGC-Mobility-Expo-2023-02.jpg" alt="" width="720" height="480" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/MGC-Mobility-Expo-2023-02.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/MGC-Mobility-Expo-2023-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/MGC-Mobility-Expo-2023-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/MGC-Mobility-Expo-2023-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<p><strong>ดร.สัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน)</strong> เปิดเผยว่า ทิศทางตลาดรถยนต์ในประเทศไทยมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากการทยอยส่งมอบรถยนต์ที่จองในงานบางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 44 รวมถึงปัจจัยหนุนจากเศรษฐกิจในประเทศและผลกระทบจากปัญหาซัพพลายเชนคลี่คลาย โดยความต้องการรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ยังขยายตัวได้อย่างต่อเนื่องจากกระแสการดูแลสิ่งแวดล้อม ภาวะราคาน้ำมันผันผวน และนโยบายสนับสนุนของภาครัฐที่ตั้งเป้าให้ไทยผลิตรถยนต์ EV ให้ได้ 30% ภายในปี พ.ศ. 2573 คาดว่าจะทำให้ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น</p>
<p>บริษัทฯ นับเป็นหนึ่งในผู้นำธุรกิจให้บริการไลฟ์สไตล์โมบิลิตี้ครบวงจร มีสินค้าให้บริการครอบคลุมทุกเซกเมนต์ และมุ่งขยายระบบนิเวศทางธุรกิจผ่านการขยายฐานสินค้า เพิ่มความหลากหลายของรุ่นรถยนต์ และขยายไปสู่รถยนต์ไฟฟ้าซึ่งกำลังเป็นเมกะเทรนด์ของโลก ทั้งด้านผลิตภัณฑ์ และบริการหลังการขยายและซ่อมบำรุงอย่างครบวงจร ปีนี้ บริษัทฯ จึงเตรียมจัดมหกรรมโมบิลิตี้สุดยิ่งใหญ่ประจำปี ‘MGC-ASIA Mobility Expo 2023’ ระหว่างวันที่ 14-18 มิถุนายน ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน ภายในงานมีการนำเสนอเทคโนโลยี และจำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้า ภายใต้แคมเปญสุดพิเศษมากมายจากแบรนด์ในเครือฯ ได้แก่รถยนต์ Rolls-Royce, BMW, MINI และ Honda, เรือยอชท์ Azimut และเรือ Chris-Craft รวมถึงบริการเช่าเหมาลำสายการบิน VistaJet และการเป็นผู้แทนจำหน่ายบัตรโดยสารสายการบินชั้นนำ พร้อมแบรนด์พันธมิตร ได้แก่ Aston Martin, Maserati, Peugeot และ Jeep</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-27246" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/MGC-Mobility-Expo-2023-03.jpg" alt="BMW" width="540" height="720" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/MGC-Mobility-Expo-2023-03.jpg 540w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/MGC-Mobility-Expo-2023-03-225x300.jpg 225w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/MGC-Mobility-Expo-2023-03-150x200.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/MGC-Mobility-Expo-2023-03-375x500.jpg 375w" sizes="(max-width: 540px) 100vw, 540px" /></p>
<p>ไฮไลท์สำคัญในงานพบกับยนตรกรรมมากมาย ทั้ง Rolls-Royce Ghost และ CULLINAN จากโรลส์-รอยซ์ มอเตอร์ คาร์ส แบงคอก ผู้นำเข้าและจำหน่ายรถยนต์ โรลส์-รอยซ์ อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย บริษัท มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู, มินิ และมอเตอร์ไซค์ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด อย่างเป็นทางการ พบขีดสุดแห่งสมรรถนะ ครั้งแรกในประเทศไทย กับ ‘BMW M3 Competition M xDrive Touring’ สมทบด้วย M2 และ M240i xDrive พร้อมก้าวสู่โลก EV กับนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า เทคโนโลยีล้ำสมัย Fully Electric [EV] BMW i4 eDrive M Sport, BMW iX xDrive40 Sport, BMW iX3 M Sport รวมถึงยนตรกรรมระดับผู้นำที่แตกต่าง BMW X7 xDrive40d M Sport (PRE-LCI) และเปิดประสบการณ์ผจญภัยครั้งใหม่ กับ All-New BMW X1 และ มินิ พลังงานไฟฟ้า MINI Cooper SE ตกแต่งพิเศษภายใต้แรงบันดาลใจจากรุ่น ‘Paul Smith’ และ MINI John Cooper Works Countryman ที่ผ่านการตกแต่งภายใต้แรงบันดาลใจจากรุ่น ‘GT Edition’</p>
<p>พร้อมกันนี้เชิญสัมผัสความสง่างามแบบคลาสสิคของมอเตอร์ไซค์ BMW R18 B ที่มาพร้อมระบบเสียง Marshall Gold Series Stage 1 พร้อมบูสเตอร์ 180 วัตต์ รวมไปถึงที่สุดแห่งทัวริ่ง R 1250 GS/GSA และ F 850GS/GSA ที่มาพร้อมเทคโนโลยีอันทันสมัย ตอบโจทย์มารีนไลฟ์สไตล์ กับโมเดลเรือยอชท์ อะซิมุท (Azimut) และ คริส-คราฟท์ (Chris-Craft) มาจัดแสดงภายในงานพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ นำโดยเรือยอชท์ อะซิมุท ‘The New S7’ เรือทรงสปอร์ต สุดหรูหรา หนึ่งในตระกูล S Collection โดดเด่นด้วยดีไซน์ล้ำสมัย ขณะที่ คริส-คราฟท์ นำโมเดลเรือรุ่น ‘Launch 27’ สุดคลาสสิคที่ได้รับความนิยม และแสดงถึงอัตลักษณ์ความเป็น คริส-คราฟท์ รวมถึง ‘Boat Ownership Program’ แบบครบวงจร รวมถึงมีโปรแกรมเช่าซื้อสุดพิเศษ โดย ‘อัลฟา เอกซ์’ และประกันภัยเรือ โดย ‘ฮาวเด้น แมกซี่’</p>
<p>“มิลเลนเนียม กรุ๊ปฯ MGC-ASIA ยังมุ่งดำเนินงานผ่านแผนยุทธศาสตร์ที่วางไว้ เพื่อขยายระบบนิเวศทางธุรกิจ และสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี พ.ศ. 2566 เราวางเป้าหมายสร้างการเติบโต ผ่านการขยายระบบนิเวศทางธุรกิจ ทั้งการขยายการเติบโตของกลุ่มธุรกิจหลัก ซึ่งมหกรรม ‘MGC-ASIA Mobility Expo 2023’ เป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่จะทำให้เราบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ รวมทั้งการแสวงหาโอกาสทางธุรกิจใหม่เพื่อเข้ามาเสริมทัพความแข็งแกร่งในระบบนิเวศทางธุรกิจของกลุ่ม MGC-ASIA เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป” <strong>ดร.สัณหวุฒิ</strong> กล่าวทิ้งท้าย</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/mgc-asia-mobility-expo-2023/">มิลเลนเนียม กรุ๊ปฯ จัดงาน ‘MGC-ASIA Mobility Expo 2023’ ยิ่งใหญ่ ระดมทัพยานยนต์และโมบิลิตี้ระดับโลกครบวงจรทั้งทางบก-ทางน้ำ-ทางอากาศ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/mgc-asia-mobility-expo-2023/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นักลงทุนเกาหลีขานรับยุทธศาสตร์ใหม่บีโอไอ พร้อมลงทุนอุตสาหกรรมเป้าหมาย สร้างคลื่นลงทุนลูกใหม่ในไทย</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/boi-thailand-investment-promotion-strategy/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/boi-thailand-investment-promotion-strategy/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 17 May 2023 04:53:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[BOI]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[งานสัมมนาการลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[นักลงทุนเกาหลี]]></category>
		<category><![CDATA[บีโอไอ]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบจัดการแบตเตอรี่]]></category>
		<category><![CDATA[สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[อีวี]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมเป้าหมาย]]></category>
		<category><![CDATA[เซมิคอนดัคเตอร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=26793</guid>

					<description><![CDATA[<p>บีโอไอรุกจัดงานสัมมนาการลงทุนที่เกาหลีใต้ ตอกย้ำศักยภาพและโอกาสทางธุรกิจในไทย พร้อมจับมือ กนอ. และเอกชนยักษ์ใหญ่ไทย ร่วมดึงการลงทุนเกาหลี สร้างคลื่นการลงทุนลูกที่สามในไทย โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอีวี เซมิคอนดัคเตอร์ การแพทย์และเทคโนโลยีชีวภาพ ดิจิทัล และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ นักธุรกิจชั้นนำของเกาหลีตบเท้าเข้าร่วมงานกว่า 180 คน นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า บีโอไอได้เดินทางจัดสัมมนาการลงทุนในหัวข้อ “Thailand Investment Promotion Strategy: NEW Economy, NEW Opportunities” ณ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/boi-thailand-investment-promotion-strategy/">นักลงทุนเกาหลีขานรับยุทธศาสตร์ใหม่บีโอไอ พร้อมลงทุนอุตสาหกรรมเป้าหมาย สร้างคลื่นลงทุนลูกใหม่ในไทย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บีโอไอรุกจัดงานสัมมนาการลงทุนที่เกาหลีใต้ ตอกย้ำศักยภาพและโอกาสทางธุรกิจในไทย พร้อมจับมือ กนอ. และเอกชนยักษ์ใหญ่ไทย ร่วมดึงการลงทุนเกาหลี สร้างคลื่นการลงทุนลูกที่สามในไทย โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอีวี เซมิคอนดัคเตอร์ การแพทย์และเทคโนโลยีชีวภาพ ดิจิทัล และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ นักธุรกิจชั้นนำของเกาหลีตบเท้าเข้าร่วมงานกว่า 180 คน</strong><span id="more-26793"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-26795" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Narit-Therdsteerasukdi-BOI-1.jpg" alt="" width="740" height="477" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Narit-Therdsteerasukdi-BOI-1.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Narit-Therdsteerasukdi-BOI-1-300x193.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Narit-Therdsteerasukdi-BOI-1-150x97.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Narit-Therdsteerasukdi-BOI-1-500x322.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์</strong></span> <strong>เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)</strong> เปิดเผยว่า บีโอไอได้เดินทางจัดสัมมนาการลงทุนในหัวข้อ “Thailand Investment Promotion Strategy: NEW Economy, NEW Opportunities” ณ กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2566 โดยมีพันธมิตรทั้งการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) และบริษัทชั้นนำของไทย ทั้งกลุ่ม ปตท. และเครือซีพี เข้าร่วมบรรยายให้ข้อมูลการลงทุนและโอกาสในการร่วมมือทางธุรกิจระหว่างไทย &#8211; เกาหลี รวมถึงเปิดการเจรจาธุรกิจและให้คำปรึกษาด้านการลงทุนเป็นรายบริษัท โดยมีนักลงทุนเข้าร่วมสัมมนามากกว่า 180 คน</p>
<p>“ปัจจุบันมีบริษัทเกาหลีมากกว่า 400 ราย ที่เข้ามาลงทุนในไทยและประสบความสำเร็จอย่างดี โดยบริษัทรายใหญ่หรือกลุ่มแชโบล เช่น ซัมซุง แอลจี พอสโก ฮันวา และฮันซอล ถือเป็นคลื่นการลงทุนลูกแรกจากเกาหลีที่เข้ามาไทยเมื่อกว่า 30 ปีที่แล้ว และได้ขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง หลังจากกลุ่มนี้เข้ามาตั้งฐานได้มั่นคงแล้ว ก็ได้เริ่มนำกลุ่ม Supplier และพันธมิตรทางธุรกิจ ตามเข้ามาลงทุนเป็นคลื่นลูกที่สอง ทำให้ในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา มีโครงการลงทุนจากเกาหลีเข้ามาอย่างต่อเนื่องปีละเฉลี่ย 30 โครงการ เงินลงทุนราว 5 พันล้านบาทต่อปี แต่จากนี้ไป จะเป็นช่วงเวลาสำคัญของโลกยุคหลังโควิดที่มีความท้าทายมากมาย โดยเฉพาะสงครามการค้าและความขัดแย้งระหว่างประเทศ จะเป็นโอกาสที่ไทยและเกาหลีจะร่วมกันสร้างคลื่นลูกที่สามของการลงทุนเกาหลีในไทย โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมใหม่ ๆ ที่ทั้งสองประเทศมีความสนใจร่วมกัน และเกาหลีมีความเชี่ยวชาญ เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เซมิคอนดัคเตอร์ ระบบอัตโนมัติ เทคโนโลยีชีวภาพ ดิจิทัล โดยเฉพาะการพัฒนาเกมและระบบอัจฉริยะใน Smart City รวมทั้งอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เช่น กรณีที่เครือซีพี ได้จับมือกับบริษัทเกาหลีหลายราย ทั้งกลุ่ม SM Entertainment, CJ Entertainment และล่าสุดคือ The Black Label ซึ่งอุตสาหกรรมเป้าหมายสาขาต่าง ๆ นี้ เป็นที่สนใจของนักลงทุนเกาหลีอย่างมาก และยุทธศาสตร์ใหม่ของบีโอไอก็จะช่วยสนับสนุนให้เกิดคลื่นการลงทุนลูกที่สามจากเกาหลีได้ด้วย”<br />
<strong>นายนฤตม์</strong> กล่าว</p>
<p>ในการจัดงานสัมมนาดังกล่าว บีโอไอได้ชี้ให้นักลงทุนเห็นถึงศักยภาพของประเทศไทยในด้านต่าง ๆ ทั้งในแง่ที่ตั้งซึ่งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ของภูมิภาค มีระบบโลจิสติกส์เชื่อมโยงกับประเทศต่าง ๆ มีโครงสร้างพื้นฐานที่มีคุณภาพสูง โดยเฉพาะในพื้นที่ EEC ซึ่งมีบริษัทเกาหลีตั้งอยู่จำนวนมาก อีกทั้งมีซัพพลายเชนที่ครบวงจร มีมาตรการสนับสนุนและสิทธิประโยชน์จากรัฐบาล มีขีดความสามารถในการจัดหาพลังงานสะอาดให้กับภาคอุตสาหกรรมเพื่อช่วยให้บริษัทชั้นนำของเกาหลีสามารถบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนที่ตั้งไว้ได้ รวมถึงการใช้ประโยชน์จากความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (Regional Comprehensive Economic Partnership: RCEP) ที่ประเทศไทยเข้าร่วม ซึ่งทั้งหมดนี้ส่งผลให้ประเทศไทยสามารถเป็นสะพานเชื่อมนักลงทุนเกาหลีกับภูมิภาคอาเซียนได้เป็นอย่างดี</p>
<p>“นอกจากดึงการลงทุนในอุตสาหกรรมการผลิตแล้ว บีโอไอยังชี้ให้บริษัทเกาหลีโดยเฉพาะกลุ่มที่มีฐานการผลิตในไทยอยู่แล้ว มองเห็นโอกาสและข้อได้เปรียบในการเข้ามาจัดตั้งสำนักงานภูมิภาค (Regional Headquarter) และศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ในประเทศไทยด้วย โดยไทยมีมาตรการเตรียมพร้อมบุคลากรเพื่อรองรับธุรกิจทั้งสองสาขานี้ ซึ่งจะช่วยทำให้ฐานธุรกิจของเกาหลีในไทยมีประสิทธิภาพมากขึ้นและมีความมั่นคงในระยะยาว” <strong>นายนฤตม์</strong> กล่าวเพิ่มเติม</p>
<p>นอกจากนี้ ในงานดังกล่าว ยังมีการบรรยายถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและเกาหลีในมิติต่าง ๆ โดย นายวิชชุ เวชชาชีวะ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซล อีกทั้งมีการบรรยายถึงความพร้อมของนิคมอุตสาหกรรมในการรองรับการลงทุน โดย นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการ กนอ. และการบรรยายเกี่ยวกับโอกาสความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างไทย &#8211; เกาหลี โดยผู้บริหารภาคเอกชนชั้นนำของไทยและเกาหลี ได้แก่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) บริษัท โมนามิ ผู้ผลิตเครื่องเขียนชั้นนำจากเกาหลี และสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของเกาหลี ซึ่งผู้แทนภาคเอกชนต่างได้ชี้ให้เห็นถึงความเหมาะสมของสภาพแวดล้อมในการลงทุนของประเทศไทย และโอกาสการร่วมลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ การแพทย์ ดิจิทัล และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เป็นต้น</p>
<p>“อุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าเป็นอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญ ทั้งต่อการตอบโจทย์เรื่องการดูแลสิ่งแวดล้อมและการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยเฉลี่ยแล้วอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้ามีอัตราการเติบโตสูงถึงกว่าร้อยละ 30 &#8211; 40 ต่อปี แสดงถึงศักยภาพที่มีสูงมาก ทั้งเกาหลีใต้และไทยต่างได้ตั้งเป้าหมายอีวีที่ชัดเจน โดยเกาหลีใต้ได้ตั้งเป้าให้บริษัทเกาหลีผลิตรถยนต์ไฟฟ้าไม่ต่ำกว่า 3.3 ล้านคันภายในปี 2030 ขณะที่ประเทศไทยได้ตั้งเป้าหมายผลิตรถยนต์ไฟฟ้าไม่ต่ำกว่าร้อยละ 30 ของการผลิตรถยนต์ทั้งหมดภายในปี 2030 ดังนั้น เกาหลีใต้และไทยในฐานะผู้ผลิตรถยนต์อันดับ 5 และ 10 ของโลกตามลำดับ จึงควรร่วมมือกันในการพัฒนาอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าและระบบนิเวศ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของทั้งสองประเทศ” นายปาร์ค แจฮอง ประธานสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าของเกาหลี กล่าวในงานสัมมนา</p>
<p><strong>ทั้งนี้ การจัดสัมมนาเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมส่งเสริมการลงทุน ณ กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี ระหว่างวันที่ 15 – 18 พฤษภาคม 2566 โดยบีโอไอจะเข้าพบกับผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้ารายสำคัญ และผู้ผลิตผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ต้นน้ำแบบครบวงจร เพื่อหารือถึงโอกาสและแผนการลงทุนในประเทศไทย พร้อมทั้งจัดประชุมโต๊ะกลมกับสมาชิกของสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของเกาหลี ทั้งผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าประเภทต่าง ๆ ผู้ผลิตชิ้นส่วนสำคัญ ผู้พัฒนาระบบจัดการแบตเตอรี่ และผู้ให้บริการสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/boi-thailand-investment-promotion-strategy/">นักลงทุนเกาหลีขานรับยุทธศาสตร์ใหม่บีโอไอ พร้อมลงทุนอุตสาหกรรมเป้าหมาย สร้างคลื่นลงทุนลูกใหม่ในไทย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/boi-thailand-investment-promotion-strategy/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บอร์ด EV อนุมัติตั้งคณะอนุฯ ยานยนต์ไฟฟ้าดัดแปลง พร้อมดึง 29 หน่วยงานร่วมกำหนดแนวทางการขับเคลื่อน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/ev-conversion/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/ev-conversion/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 22 Feb 2023 06:32:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[EV Conversion]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรฐานยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้าดัดแปลง]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=25549</guid>

					<description><![CDATA[<p>บอร์ด EV ไฟเขียวให้กระทรวงอุตสาหกรรมแต่งตั้งคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินงาน ยานยนต์ไฟฟ้าดัดแปลง (EV Conversion) ดึง 29 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกำหนดแนวทางในการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าดัดแปลงในประเทศให้แข่งขันได้อย่างยั่งยืน ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ด EV) เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2566 เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2566 ที่ผ่านมา ได้มีการพิจารณามาตรการขับเคลื่อนการผลิตรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน ซึ่งเป็นรถยนต์กลุ่มใหญ่ของประเทศ ให้สามารถเปลี่ยนผ่านไปสู่การผลิตรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าได้ โดยได้มีมติให้กระทรวงอุตสาหกรรมแต่งตั้งคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินงานยานยนต์ไฟฟ้าดัดแปลง (EV Conversion)&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ev-conversion/">บอร์ด EV อนุมัติตั้งคณะอนุฯ ยานยนต์ไฟฟ้าดัดแปลง พร้อมดึง 29 หน่วยงานร่วมกำหนดแนวทางการขับเคลื่อน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บอร์ด EV ไฟเขียวให้กระทรวงอุตสาหกรรมแต่งตั้งคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินงาน ยานยนต์ไฟฟ้าดัดแปลง (EV Conversion) ดึง 29 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกำหนดแนวทางในการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าดัดแปลงในประเทศให้แข่งขันได้อย่างยั่งยืน</strong><span id="more-25549"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ดร.ณัฐพล รังสิตพล</strong></span> <strong>ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม</strong> ในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ด EV) เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2566 เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2566 ที่ผ่านมา ได้มีการพิจารณามาตรการขับเคลื่อนการผลิตรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน ซึ่งเป็นรถยนต์กลุ่มใหญ่ของประเทศ ให้สามารถเปลี่ยนผ่านไปสู่การผลิตรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าได้ โดยได้มีมติให้กระทรวงอุตสาหกรรมแต่งตั้งคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินงานยานยนต์ไฟฟ้าดัดแปลง (EV Conversion) ภายใต้บอร์ด EV ซึ่งประกอบไปด้วย 29 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงการคลัง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สำนักงบประมาณ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กรมการขนส่งทางบก กรมควบคุมมลพิษ กรมบัญชีกลาง กรมสรรพสามิต กรมศุลกากร กรมสรรพากร สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม สถาบันยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย คณะกรรมการอาชีวศึกษา คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก และสมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย เป็นต้น โดยมีสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เป็นเลขานุการในคณะอนุกรรมการฯ ดังกล่าว โดยมีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดแนวทางในการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าดัดแปลง ได้แก่ รถยนต์ รถกระบะ รถจักรยานยนต์ รถสามล้อ รถโดยสาร รถบรรทุก เรือ รถไฟไฟฟ้า และชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศให้แข่งขันได้อย่างยั่งยืน จัดทำมาตรการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าดัดแปลง เพื่อเตรียมการเปลี่ยนผ่านการพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคอาเซียน รวมถึงการบริหารและการพัฒนาแรงงานที่มีทักษะเพื่อรองรับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าดัดแปลงและชิ้นส่วน หรือภารกิจอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องตามที่คณะกรรมการฯ มอบหมาย โดยหลังจากนี้จะดำเนินการเสนอรายชื่อคณะอนุกรรมการฯ แก่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมเพื่อลงนามคำสั่งแต่งตั้ง และจะดำเนินการวางแผนงานกำหนดแนวทางในการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าดัดแปลงร่วมกับคณะอนุกรรมการฯ ทั้ง 29 หน่วยงานต่อไป</p>
<p>ด้าน <span style="color: #6cb742;"><strong>นายบรรจง สุกรีฑา</strong></span> <strong>เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.)</strong> กล่าวเพิ่มเติมว่า สมอ. ได้จัดทำมาตรฐานยานยนต์ไฟฟ้าและมาตรฐานที่เกี่ยวข้องยานยนต์ไฟฟ้าออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยดำเนินการจัดทำมาตรฐาน ซึ่งมีทั้งที่อยู่ระหว่างการจัดทำและประกาศใช้แล้ว รวมจำนวน 138 มาตรฐาน เช่น สถานีชาร์จ รถยนต์ไฟฟ้า จักรยานยนต์ไฟฟ้า รถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า ระบบการสื่อสารระหว่างรถยนต์ไฟฟ้ากับโครงข่ายไฟฟ้า ระบบขับเคลื่อนรถยนต์ไฟฟ้า ระบบเบรกของรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า เต้าเสียบและเต้ารับสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า และการป้องกันผู้โดยสารเมื่อเกิดการชนจากด้านหน้าและด้านข้าง เป็นต้น โดยมี 3 มาตรฐานที่อยู่ระหว่างดำเนินการเป็นมาตรฐานบังคับ ได้แก่ สถานีชาร์จ แบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า และการป้องกันผู้โดยสารเมื่อเกิดการชนจากด้านหน้าและด้านข้าง และขณะนี้ สมอ. อยู่ระหว่างดำเนินการจัดทำมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ไฟฟ้าดัดแปลง ได้แก่ ชุดชิ้นส่วนสำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าดัดแปลง นอกจากนี้ ยังได้จัดทำมาตรฐานอุตสาหกรรมเอสสำหรับผู้ประกอบการ SMEs จำนวน 2 มาตรฐาน ได้แก่ การบริการดัดแปลงรถยนต์ไฟฟ้า มอก. เอส 221-2566 มีผู้ประกอบการยื่นขอการรับรองแล้ว จำนวน 3 ราย และการบริการดัดแปลงรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า มอก. เอส 222-2566 มีผู้ประกอบการยื่นขอการรับรองแล้ว จำนวน 1 รายซึ่งการดำเนินงานด้านการมาตรฐานของ สมอ. จะเป็นส่วนหนึ่งเพื่อร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้สามารถเปลี่ยนผ่านไปสู่การเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าที่สำคัญของโลกต่อไป เลขาธิการ สมอ. กล่าว</p>
<hr />
<p>ที่มา: กระทรวงอุตสาหกรรม</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ev-conversion/">บอร์ด EV อนุมัติตั้งคณะอนุฯ ยานยนต์ไฟฟ้าดัดแปลง พร้อมดึง 29 หน่วยงานร่วมกำหนดแนวทางการขับเคลื่อน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/ev-conversion/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทิศทางเทคโนโลยีพลังงานปี 66 “นโยบายยานยนต์ไฟฟ้า 30@30 เดินหน้าลดคาร์บอน”</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/ev-30-30-carbon-neutrality/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/ev-30-30-carbon-neutrality/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 20 Jan 2023 02:24:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[ทิศทางพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[สถานีอัดประจุไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=25191</guid>

					<description><![CDATA[<p>ตามที่ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึง ทิศทางของนโยบายพลังงานในปี 2566 ว่า กระทรวงพลังงานต้องปรับบทบาทองค์กรก้าวสู่ยุคเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) นอกจากจะต้องสร้างความมั่นคงด้านพลังงานแล้ว ยังต้องเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายและการดำเนินการหลายด้านเพื่อขับเคลื่อนประเทศเข้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ทั้งการส่งเสริมการผลิตพลังงานสะอาดให้เป็นไปตามเป้าหมาย การปรับตัวเพื่อรองรับและส่งเสริมการผลิตและการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) พร้อมๆ ไปกับติดตามและบริหารจัดการสถานการณ์ราคาพลังงาน รวมทั้งสร้างพันธมิตรและร่วมมือกับทุกภาคส่วนขับเคลื่อนการพัฒนาเพื่อให้เกิดการลงทุนธุรกิจพลังงานใหม่ๆ ตามเป้าหมาย สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน ในฐานะผู้รับผิดชอบโครงสร้างพื้นฐานแผนพัฒนาสถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า และเลขานุการร่วมของบอร์ดอีวี พร้อมด้วยหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ev-30-30-carbon-neutrality/">ทิศทางเทคโนโลยีพลังงานปี 66 “นโยบายยานยนต์ไฟฟ้า 30@30 เดินหน้าลดคาร์บอน”</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ตามที่ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึง ทิศทางของนโยบายพลังงานในปี 2566 ว่า กระทรวงพลังงานต้องปรับบทบาทองค์กรก้าวสู่ยุคเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) นอกจากจะต้องสร้างความมั่นคงด้านพลังงานแล้ว ยังต้องเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายและการดำเนินการหลายด้านเพื่อขับเคลื่อนประเทศเข้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ทั้งการส่งเสริมการผลิตพลังงานสะอาดให้เป็นไปตามเป้าหมาย การปรับตัวเพื่อรองรับและส่งเสริมการผลิตและการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) พร้อมๆ ไปกับติดตามและบริหารจัดการสถานการณ์ราคาพลังงาน รวมทั้งสร้างพันธมิตรและร่วมมือกับทุกภาคส่วนขับเคลื่อนการพัฒนาเพื่อให้เกิดการลงทุนธุรกิจพลังงานใหม่ๆ ตามเป้าหมาย</strong><span id="more-25191"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25193" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/EV-30@30.jpg" alt="นโยบายยานยนต์ไฟฟ้า 30@30 เดินหน้าลดคาร์บอน" width="740" height="740" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/EV-30@30.jpg 843w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/EV-30@30-300x300.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/EV-30@30-150x150.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/EV-30@30-768x768.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/EV-30@30-50x50.jpg 50w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/EV-30@30-500x500.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><strong>สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน</strong> ในฐานะผู้รับผิดชอบโครงสร้างพื้นฐานแผนพัฒนาสถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า และเลขานุการร่วมของบอร์ดอีวี พร้อมด้วยหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน รวมถึงผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง จึงร่วมมือเร่งเดินหน้าพัฒนาส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิด Supply Chain ของอุตสากรรมยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle : EV) ของประเทศ โดยได้กำหนดนโยบายและวางแผนขับเคลื่อนมาตรการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าให้เกิดผลเป็นรูปธรรมบรรลุตามนโยบาย 30@30 ตั้งเป้าหมายภายในปี พ.ศ. 2573 จะผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ZEV (Zero Emission Vehicle) หรือรถยนต์ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ ให้ได้ร้อยละ 30 ของการผลิตยานยนต์ทั้งหมด โดยมีสถานีอัดประจุไฟฟ้าที่มีหัวจ่ายแบบ Fast Charge จำนวน 12,000 หัวจ่ายทั่วประเทศ และจะเร่งส่งเสริมและสนับสนุนให้มีติดตั้งการสร้างสถานีอัดประจุไฟฟ้าทั่วประเทศ (EV Charging Station) ในพื้นที่สาธารณะหรือในปั๊มให้มากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคต และยังเร่งเดิ นหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาและลงทุนแบตเตอรี่ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของยานยนต์ไฟฟ้า รวมถึงมาตรการส่งเสริมสนับสนุนและพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตแบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าและการใช้แบตเตอรี่ที่ผลิตในประเทศ เพื่อช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าสร้างฐานรายได้ใหม่ให้กับประเทศ และจะช่วยสนับสนุนให้ประเทศไทยสามารถมุ่งไปสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี ค.ศ. 2050 รวมถึงการใช้พลังงานสะอาดตามกรอบแผนพลังงานชาติด้วย</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ev-30-30-carbon-neutrality/">ทิศทางเทคโนโลยีพลังงานปี 66 “นโยบายยานยนต์ไฟฟ้า 30@30 เดินหน้าลดคาร์บอน”</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/ev-30-30-carbon-neutrality/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
