<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>อุตสาหกรรมเกษตร | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Fri, 20 Jun 2025 07:57:32 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>อุตสาหกรรมเกษตร | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>มจธ. สวทช. พร้อมพันธมิตร เดินหน้ายกระดับอุตสาหกรรมมันสำปะหลังสู่ความยั่งยืน ผนึกความร่วมมือระดับโลกผ่านเวที Global Cassava Sustainability Forum 2025</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/global-cassava-sustainability-forum-2025/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/global-cassava-sustainability-forum-2025/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 20 Jun 2025 07:35:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Report]]></category>
		<category><![CDATA[Global Cassava Sustainability Forum 2025]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมเกษตร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=39668</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ, 16 มิถุนายน 2568 &#8211; ประเทศไทยตอกย้ำบทบาทผู้นำอุตสาหกรรมมันสำปะหลังระดับโลกในงาน Global Cassava Sustainability Forum 2025 ซึ่งจัดขึ้นในวันนี้ ณ โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ โดยความร่วมมือระหว่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) และศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) หน่วยงานภายใต้สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยงานนี้รวบรวมผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติ ผู้แทนจากภาคอุตสาหกรรม&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/global-cassava-sustainability-forum-2025/">มจธ. สวทช. พร้อมพันธมิตร เดินหน้ายกระดับอุตสาหกรรมมันสำปะหลังสู่ความยั่งยืน ผนึกความร่วมมือระดับโลกผ่านเวที Global Cassava Sustainability Forum 2025</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ, 16 มิถุนายน 2568 &#8211; <strong>ประเทศไทยตอกย้ำบทบาทผู้นำอุตสาหกรรมมันสำปะหลังระดับโลกในงาน </strong><strong>Global Cassava Sustainability Forum 2025 ซึ่งจัดขึ้นในวันนี้ ณ โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ โดยความร่วมมือระหว่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) และศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) หน่วยงานภายใต้สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยงานนี้รวบรวมผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติ ผู้แทนจากภาคอุตสาหกรรม และผู้กำหนดนโยบายจากหลากหลายประเทศทั่วโลก เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เสริมสร้างเครือข่าย และผลักดันความยั่งยืนในอุตสาหกรรมเกษตร โดยใช้มันสำปะหลังเป็นต้นแบบห่วงโซ่มูลค่า การจัดงาน Cassava Sustainability Forum 2025 ถือเป็นกิจกรรมสำคัญภายใต้โครงการ Reinventing University ที่ได้รับทุนจากกระทรวง อว. ซึ่งมีเป้าหมายยกระดับความสามารถในการแข่งขันของมหาวิทยาลัยไทยในระดับโลก และเสริมสร้างบทบาทของสถาบันอุดมศึกษาในการขับเคลื่อนประเทศ</strong></p>
<p><span id="more-39668"></span></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี</span> ผู้ช่วยปลัดกระทรวง อว.</strong> กล่าวว่า มันสำปะหลังเป็นพืชเศรษฐกิจที่สะท้อนศักยภาพด้านการเกษตรของไทย และมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจ BCG ของประเทศ ปัจจุบันไทยเป็นผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังอันดับหนึ่งของโลก โดยในปี 2567 มีมูลค่าการส่งออกกว่า 3.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และเมื่อรวมกับกัมพูชาและเวียดนาม เราครองตลาดโลกรวมกันถึง 90% ซึ่งมันสำปะหลังมีบทบาทสำคัญต่ออุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น พลังงานชีวภาพ เคมีชีวภาพ อาหาร และเภสัชภัณฑ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวง อว. ยังเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นด้านการสร้างความยั่งยืนให้กับสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย โดยกล่าวว่า “ในปี 2566 ไบโอเทค มจธ. และพันธมิตรภาคอุตสาหกรรม ได้ประกาศเจตจำนงร่วมกันในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากอุตสาหกรรมแป้งมันสำปะหลังลง 30% ภายในปี 2573 และตั้งเป้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2593 ซึ่งเป็นตัวอย่างของความร่วมมือภาครัฐและเอกชนเพื่อความยั่งยืน”</p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39670" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Cassava-Forum-04.jpg" alt="รองศาสตราจารย์ ดร.สุวิทย์ แซ่เตีย" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Cassava-Forum-04.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Cassava-Forum-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Cassava-Forum-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Cassava-Forum-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">รองศาสตราจารย์ ดร.สุวิทย์ แซ่เตีย</span> อธิการบดี มจธ. กล่าวถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยภายใต้โครงการ </strong><strong>Reinventing University</strong> ว่า มจธ. มุ่งพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้จริง โดยใช้มันสำปะหลังเป็นฐานในการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ ทั้งในด้านเทคโนโลยีชีวภาพ พลังงานทดแทน และการจัดการของเสีย ซึ่ง มจธ. และไบโอเทค สวทช. มีความร่วมมือในโครงการต่าง ๆ ที่ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เช่น โรงงานต้นแบบผลิตเอทานอล การสร้างองค์ความรู้และปรับปรุงกระบวนการผลิต และการประยุกต์ใช้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนกับภาคอุตสาหกรรมมันสำปะหลัง พร้อมระบุว่า “การจัดงาน Global Cassava Sustainability Forum 2025 ครั้งนี้ถือเป็นเวทีสำคัญสำหรับการสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ผ่านศูนย์มันสำปะหลังเพื่อความยั่งยืนอาเซียน (ASEAN Cassava Centre) ซึ่งมีบทบาทในการประสานความร่วมมือระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกภาคส่วน ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำของห่วงโซ่อุตสาหกรรมมันสำปะหลัง โดยมุ่งเน้นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับนานาชาติ และการวางรากฐานของอุตสาหกรรมที่ยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ งานดังกล่าวยังสะท้อนเจตนารมณ์ของ มจธ. ในการขยายความร่วมมือระดับนานาชาติ และร่วมกันสร้างองค์ความรู้เพื่อยกระดับห่วงโซ่คุณค่ามันสำปะหลังอย่างยั่งยืน โดยเรามีเครือข่ายพันธมิตรที่เข้มแข็งจากทุกทวีปทั่วโลกที่มาร่วมงานครั้งนี้ รวมถึงหน่วยงานและสมาคมที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมมันสำปะหลังตลอดห่วงโซ่มูลค่า และภาคเอกชนที่ร่วมสนับสนุนการจัดงาน ได้แก่ บริษัท อินกริดิออน (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท พูนผล จำกัด และบริษัท สงวนวงษ์อุตสาหกรรม จำกัด”</p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เชาวรีย์ อรรถลังรอง</span> ผู้อำนวยการ ไบโอเทค สวทช.</strong> กล่าวถึงผลสำเร็จของการวิจัยและพัฒนาในภาคมันสำปะหลังว่า “ความร่วมมือที่มีมายาวนานระหว่าง ไบโอเทค สวทช. และ มจธ. นำไปสู่งานวิจัยที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่นำไปใช้ประโยชน์ได้จริงมากมาย อาทิ ส่วนต้นน้ำ มีการพัฒนาสายพันธุ์มันสำปะหลังที่ให้ผลผลิตสูง ไซยาไนด์ต่ำ เช่น พันธุ์พิรุณ 1, 2 และ 4 ชุดตรวจวินิจฉัยโรคใบด่างมันสำปะหลังและการประยุกต์ใช้เพื่อเฝ้าระวังและจัดการควบคุมโรค ส่วนกลางน้ำ มีการดำเนินงานวิจัยกลางน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านการจัดการและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรมันสำปะหลัง รวมถึงการจัดการของเสีย (waste management) ที่เกิดขึ้น เช่น เทคโนโลยีในการเพิ่มความเข้มข้นและทำความสะอาดแป้งโดยเทคโนโลยีไฮโดรไซโคลนประสิทธิภาพสูง และเทคโนโลยีการผลิตก๊าซชีวภาพประสิทธิภาพสูงจากกากมันสำปะหลัง ส่วนปลายน้ำ มีการพัฒนาเทคโนโลยีกระบวนการผลิตทรีฮาโลสจากมอลโตสโดยใช้เอนไซม์ Trehalose synthase แบบขั้นตอนเดียว ซึ่งเป็นกระบวนการที่ง่าย ไม่ซับซ้อน และให้ผลผลิตสูง โดยใช้วัตถุดิบคือแป้งมันสำปะหลังในการนำมาเปลี่ยนเป็นน้ำเชื่อมมอลโตส</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39671" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Cassava-Forum-06.jpg" alt="ดร.วรินธร สงคศิริ" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Cassava-Forum-06.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Cassava-Forum-06-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Cassava-Forum-06-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Cassava-Forum-06-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>ด้าน <strong><span style="color: #6cb742;">ดร.วรินธร สงคศิริ</span> รักษาการรองผู้อำนวยการ ไบโอเทค สวทช. </strong>กล่าวปิดท้ายว่า เวที Global Cassava Sustainability Forum 2025 มีเป้าหมายในการจัดตั้งเครือข่ายระดับโลกด้านเศรษฐกิจชีวภาพอย่างยั่งยืนในภาคเกษตร (Global Network on Sustainable Bioeconomy in Agri-Business) โดยใช้มันสำปะหลังเป็นต้นแบบความยั่งยืนในการพัฒนาอุตสาหกรรมตลอดห่วงโซ่มูลค่าเพื่อบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิ โดยสามารถขยายผลสู่สินค้าเกษตรอื่น ๆ ความเคลื่อนไหวครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงบทบาทของประเทศไทยในฐานะผู้นำด้านความยั่งยืนทางการเกษตรระดับโลก และเป็นผู้ขับเคลื่อนความมั่นคงทางอาหาร เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมในภูมิภาคเอเชียและทั่วโลก</p>
<p><strong>งาน </strong><strong>Global Cassava Sustainability Forum 2025</strong> ตลอดการประชุม 3 วัน ผู้เข้าร่วมจะได้พบกับการนำเสนอกลยุทธ์เพื่อการสร้างห่วงโซ่คุณค่ามันสำปะหลังโลกที่เข้มแข็งและยั่งยืน ครอบคลุมตั้งแต่เทคโนโลยีการเพาะปลูกสมัยใหม่ ระบบบริหารจัดการโรคพืช การผลิตแป้งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การจัดการของเสีย และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงนวัตกรรมการประยุกต์ใช้แป้งมันสำปะหลังในการทำอาหาร และการแสดงผลิตภัณฑ์ล่าสุดจากบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรม พร้อมทั้งกิจกรรมศึกษาดูงาน ณ โรงงานผลิตผงชูรส โรงงานผลิตแป้งมันสำปะหลัง และศูนย์ไบโอเทค</p>
<p>การประชุมครั้งนี้ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากทุกภูมิภาคทั่วโลกกว่า 40 ท่าน อาทิ Prof. Dr. Lene Lange ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจชีวภาพระดับนานาชาติจากเดนมาร์ก Prof. em. Dr. Wilhelm Gruissem นักวิจัยผู้มีบทบาทสำคัญในการปรับปรุงพันธุกรรมของมันสำปะหลัง Prof. Dr. Ulrich Schurr ผู้นำศูนย์วิทยาศาสตร์เศรษฐกิจชีวภาพจากเยอรมนี และ Prof. Dr. Hidenari Yasui ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบการจัดการน้ำเสียในอุตสาหกรรมเกษตร</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39672" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Cassava-Forum-07.jpg" alt="Global Cassava Sustainability Forum 2025" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Cassava-Forum-07.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Cassava-Forum-07-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Cassava-Forum-07-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Cassava-Forum-07-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Cassava-Forum-15.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Cassava-Forum-15-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="Global Cassava Sustainability Forum 2025" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Cassava-Forum-13.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Cassava-Forum-13-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="Global Cassava Sustainability Forum 2025" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Cassava-Forum-11.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Cassava-Forum-11-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="Global Cassava Sustainability Forum 2025" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Cassava-Forum-09.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Cassava-Forum-09-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="Global Cassava Sustainability Forum 2025" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Cassava-Forum-08.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Cassava-Forum-08-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="Global Cassava Sustainability Forum 2025" /></a>

<p>นอกจากนี้ ในวันเดียวกัน <strong>สวทช. และ สถาบัน </strong><strong>Forschungszentrum Jülich ประเทศเยอรมนี</strong> ได้แถลงข่าวเปิดตัว <strong>“ฐานข้อมูลฟีโนไทป์ จีโนไทป์ แหล่งข้อมูลทางพันธุกรรมของการเจริญพัฒนาของรากสะสมอาหารของมันสำปะหลัง (</strong><strong>Manihot esculenta Crantz) ภายใต้โครงการ CASSAVASTORE”</strong> แก่สื่อมวลชน นักวิจัย และผู้ที่สนใจ โดยหลังจากโครงการสิ้นสุด ประเทศไทยได้ข้อมูลที่สำคัญของมันสำปะหลังทั้งพันธุ์ไทยและพันธุ์จากต่างประเทศกว่า 600 พันธุ์/สายพันธุ์ ที่เก็บรวมรวมไว้ที่ศูนย์วิจัยพืชไร่ระยอง กรมวิชาการเกษตร ซึ่งข้อมูลเหล่านี้สำคัญต่อการวิจัยและพัฒนาพันธุ์มันสำปะหลังเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในอนาคต เทคนิค Magnetic Resonance Imaging (MRI) ได้ถูกนำมาประยุกต์ใช้ในการวิเคราะห์ฟีโนไทป์และสรีรวิทยาร่วมกับการพัฒนา VDO box เพื่อถ่ายภาพการเจริญพัฒนาของรากสะสมอาหารของมันสำปะหลังทั้ง 600 พันธุ์/สายพันธุ์โดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) สามารถตรวจสอบปัจจัยและกระบวนการสำคัญที่มีผลในการเจริญเติบโตและการพัฒนารากสะสมอาหารของมันสำปะหลังได้อย่างแม่นยำ ซึ่งนับเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญในงานวิจัยด้านการเกษตรไทย มากไปกว่านั้น ข้อมูลจีโนไทป์ของเชื้อพันธุกรรมของมันสำปะหลังได้ถูกจัดเก็บไว้อย่างเป็นระบบที่ธนาคารทรัพยากรชีวภาพแห่งชาติ (National Biobank of Thailand) ไบโอเทค โดยมุ่งหวังให้เป็นแหล่งข้อมูลทางพันธุกรรมของมันสำปะหลังขนาดใหญ่แห่งหนึ่งของโลก เพื่อรองรับการเข้าถึงแหล่งข้อมูลของนักปรับปรุงพันธุ์มันสำปะหลัง รวมทั้งนักวิจัยที่สนใจงานวิจัยที่เกี่ยวข้องทางด้านมันสำปะหลัง ยกระดับความสามารถของนักปรับปรุงพันธุ์พืชไทย เพิ่มผลผลิตของมันสำปะหลัง และเสริมสร้างความมั่นคงทางการเกษตรทั้งในระดับประเทศ ระดับภูมิภาค และระดับโลก</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/global-cassava-sustainability-forum-2025/">มจธ. สวทช. พร้อมพันธมิตร เดินหน้ายกระดับอุตสาหกรรมมันสำปะหลังสู่ความยั่งยืน ผนึกความร่วมมือระดับโลกผ่านเวที Global Cassava Sustainability Forum 2025</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/global-cassava-sustainability-forum-2025/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เกษตรกรรมสีเขียว</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/green-agriculture-2/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/green-agriculture-2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 24 Aug 2023 02:44:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Article]]></category>
		<category><![CDATA[ดร. วิฑูรย์ สิมะโชคดี]]></category>
		<category><![CDATA[วิฑูรย์ สิมะโชคดี]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรกรรมสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรอุตสาหกรรม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=29411</guid>

					<description><![CDATA[<p>ทุกวันนี้ประเทศไทยตั้งอยู่ในบริเวณพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ ที่ดีมากสําหรับการเกษตรกรรม เพราะมีปัจจัยตามธรรมชาติ เช่น ดิน นํ้า แสงแดด อุณหภูมิ มีชายฝั่งทะเลสองด้าน (ด้าน ทิศตะวันออก คือ อ่าวไทย ทะเลจีนใต้ ส่วนด้านทิศตะวันตก คือ ทะเลอันดามัน) และมีลมมรสุมพัดผ่านสองทิศทาง (ลมมรสุม ตะวันตกเฉียงใต้ (พ.ค.-ต.ค.) หรือ ลมฝน และลมมรสุม ตะวันออกเฉียงเหนือ (พ.ย.-ม.ค.) หรือ ลมหนาว) พัดเอา ความชื้นและฝนมาตกตามฤดูกาล&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/green-agriculture-2/">เกษตรกรรมสีเขียว</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ทุกวันนี้ประเทศไทยตั้งอยู่ในบริเวณพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ ที่ดีมากสําหรับการเกษตรกรรม เพราะมีปัจจัยตามธรรมชาติ เช่น ดิน นํ้า แสงแดด อุณหภูมิ มีชายฝั่งทะเลสองด้าน (ด้าน ทิศตะวันออก คือ อ่าวไทย ทะเลจีนใต้ ส่วนด้านทิศตะวันตก คือ ทะเลอันดามัน) และมีลมมรสุมพัดผ่านสองทิศทาง (ลมมรสุม ตะวันตกเฉียงใต้ (พ.ค.-ต.ค.) หรือ ลมฝน และลมมรสุม ตะวันออกเฉียงเหนือ (พ.ย.-ม.ค.) หรือ ลมหนาว) พัดเอา ความชื้นและฝนมาตกตามฤดูกาล ทําให้เกิดสภาพแวดล้อมที่ เหมาะสมกับการทํานา (ปลูกข้าวนาปีและนาปรังได้ปีละหลาย ครั้ง) รวมทั้งการทําพืชไร่ พืชสวน การประมง และการปศุสัตว์ ด้วย</strong></p>
<p><span id="more-29411"></span></p>
<p>ดังนั้น <strong>การเกษตรบ้านเราจึงมีความได้เปรียบเชิงภูมิศาสตร์ หรือเชิงพื้นที่ ซึ่งเป็นต้นทุนเดิมที่สูงมาก</strong></p>
<p>แม้ว่าแต่ละปีเกษตรกรจะเป็นผู้ผลิตพืชผลทางการเกษตร ได้จํานวนมาก แต่ตราบใดที่เกษตรกรผลิตและขายผลผลิตเป็น วัตถุดิบเลย ก็จะพบกับปัญหาด้านราคาสินค้าเกษตรตกตํ่า และ เกษตรกรจะมีอํานาจต่อรองราคาผลผลิตน้อยด้วย</p>
<p>การที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องราคาพืชผลตกตํ่าและสามารถ สร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อเพิ่มรายได้แก่เกษตรกรผู้ผลิตซึ่งเป็น “ต้นนํ้า” นั้น นอกเหนือจากการประกันราคาและการใช้เงิน อุดหนุนพืชผลทางเกษตรแล้ว เราควรจะต้องทําอย่างครบวงจร ด้วย “วิถีทางอุตสาหกรรม” ด้วย (คือการเชื่อมโยงผลผลิต จากต้นนํ้าเข้าสู่กลางนํ้าจนถึงปลายนํ้า เป็นกระบวนการผลิตที่ ต่อเนื่องกันจนถึงการขายผลิตภัณฑ์หรือสินค้าได้อย่างยั่งยืน)</p>
<p><strong>หลักการสําคัญก็คือ การสร้างกลไกที่สามารถสร้าง มูลค่าเพิ่มให้พืชผลทางการเกษตรอย่างเป็นระบบแบบ ครบวงจร เพื่อลดต้นทุนการผลิตและสร้างอํานาจการต่อรอง ให้เกษตรกร แทนที่จะขายเป็นวัตถุดิบเบื้องต้นเท่านั้น</strong></p>
<p>ถึงแม้ว่าปัจจุบันเกษตรกรจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จากการขายพืชผลทางการเกษตรได้มากขึ้น แต่ก็เป็นเพียง “ต้นนํ้า” เท่านั้น ส่วนกลางนํ้าและปลายนํ้ายังขาดการเชื่อมโยง (เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม) และขาดเทคโนโลยี (เพื่อเพิ่มผลิตภาพ) ซึ่งต้องอาศัยหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อช่วยกัน สร้าง <strong>“ห่วงโซ่แห่งคุณค่า” (Value Chain)</strong> ให้ครบวงจร</p>
<h3>“เกษตรอุตสาหกรรม”(Agro-Industry) จึงเป็น “คําตอบ” ในวันนี้</h3>
<p>“เกษตรอุตสาหกรรม” (Agro-Industry) (หลายท่าน เรียกว่า “อุตสาหกรรมเกษตร”) หมายถึง การดําเนินการ ผลิตพืช ผลิตสัตว์ และการแปรรูปวัตถุดิบที่เป็นพืชและสัตว์ ให้เป็นผลิตภัณฑ์เพื่อใช้ในการอุปโภคและบริโภค โดยผ่าน กระบวนการแปรรูปด้วยวิธีการต่างๆ ซึ่งใช้เครื่องจักกลหรือ หลายๆ วิธีร่วมกันก็ได้ รวมตลอดถึงการจําหน่ายผลิตภัณฑ์ ที่ผลิตได้นั้นด้วย เช่น การผลิตอาหารสําเร็จรูปจากโรงงาน หรือในรูปแบบต่างๆ เป็นต้น</p>
<p>องค์ประกอบที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ให้เป็นทุนเดิมใน การผลิตพืชผลทางการเกษตรของไทย จึงเปรียบเสมือนเป็น “สุวรรณภูมิ” โดยแท้ เช่น พื้นที่ลุ่มภาคกลางของประเทศไทย เป็นแผ่นดินทองที่เหมาะกับการปลูกข้าวที่ดีที่สุดแห่งหนึ่ง ในโลก เป็นต้น</p>
<p>แต่ปัจจัยที่มนุษย์เราจะต้องเสาะหาเพื่อเพิ่มความ สามารถในการแข่งขันก็คือ “พันธุ์พืชและชนิดพืช” ที่เหมาะสม กับพื้นที่เกษตรแต่ละแห่ง จากนั้นก็ใช้เทคโนโลยีและ การบริหารจัดการใส่เข้าไปในกระบวนการผลิตเพื่อให้ได้ ผลผลิตที่ดี มีคุณภาพในปริมาณสูง และใช้บริโภคเป็นอาหาร ที่ปลอดภัยต่อคนและสัตว์ และที่สําคัญก็คือ กระบวนการ ผลิตนั้นๆ จะต้องไม่ก่อให้เกิดขยะ นํ้าเสีย มลพิษทางอากาศ และสภาพแวดล้อมที่ไม่ดีเกิดขึ้นด้วย มิฉะนั้นจะเกิดผลกระทบ ระยะยาว และมีผลต่อสภาพการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ (Climate Change) ที่เป็นปัญหาของโลกในปัจจุบัน ครับผม!</p>
<hr />
<p>Source: นิตยสาร Green Network ฉบับที่ 118 กรกฎาคม – สิงหาคม 2566 คอลัมน์ Productivity โดย ดร. วิฑูรย์ สิมะโชคดี</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/green-agriculture-2/">เกษตรกรรมสีเขียว</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/green-agriculture-2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
