<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เงินเฟ้อ | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%ad/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Mon, 20 Feb 2023 05:02:33 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>เงินเฟ้อ | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>สตาร์ทเศรษฐกิจไทย… ก้าวไปยืนบนเวทีโลก ส่งเสริมการลงทุน ดัน SME เตรียมพร้อมรับมือ เงินเฟ้อ-โลกร้อน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/economic-drives/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/economic-drives/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 20 Feb 2023 04:49:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Economy]]></category>
		<category><![CDATA[SME]]></category>
		<category><![CDATA[การฟื้นฟูเศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[การลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[การลงทุนธุรกิจพลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ศุภชัย พานิชภักดิ์]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[เงินเฟ้อ]]></category>
		<category><![CDATA[เนชั่นทีวี ช่อง 22]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจไทย]]></category>
		<category><![CDATA[แนวทางการรับมือวิกฤตเศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[แหล่งพลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[โพสต์ทูเดย์]]></category>
		<category><![CDATA[โลกร้อน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=25488</guid>

					<description><![CDATA[<p>ดร.ศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีตผู้อำนวยการองค์การการค้าโลก (WTO) และอดีตเลขาธิการการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (UNCTAD) ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษในงานสัมมนาหัวข้อ &#8220;อนาคตประเทศไทย Economic Drives เศรษฐกิจไทย..สตาร์ทอย่างไรให้ก้าวนำโลก” จัดขึ้นโดย โพสต์ทูเดย์ และ เนชั่นทีวี ช่อง 22 ซึ่งมีการนำเสนอแนวทางการรับมือวิกฤติที่เกิดขึ้นและการฟื้นฟูเศรษฐกิจไว้ดังนี้ ในช่วงเวลา 20 ปีที่ผ่านมา เป็นช่วงเวลาที่โลกได้เรียนรู้มากมาย มีวิกฤติการณ์สำคัญทางเศรษฐกิจ เกิดขึ้นหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นวิกฤติการเงินปี 1997 ปัญหา Y2K ช่วงก่อนที่จะก้าวเข้าสู่ปีค.ศ. 2000&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/economic-drives/">สตาร์ทเศรษฐกิจไทย… ก้าวไปยืนบนเวทีโลก ส่งเสริมการลงทุน ดัน SME เตรียมพร้อมรับมือ เงินเฟ้อ-โลกร้อน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ดร.ศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีตผู้อำนวยการองค์การการค้าโลก (WTO) และอดีตเลขาธิการการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (UNCTAD) ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษในงานสัมมนาหัวข้อ &#8220;อนาคตประเทศไทย Economic Drives เศรษฐกิจไทย..สตาร์ทอย่างไรให้ก้าวนำโลก” จัดขึ้นโดย โพสต์ทูเดย์ และ เนชั่นทีวี ช่อง 22 ซึ่งมีการนำเสนอแนวทางการรับมือวิกฤติที่เกิดขึ้นและการฟื้นฟูเศรษฐกิจไว้ดังนี้</strong><span id="more-25488"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://img.youtube.com/vi/VAp2y_jDelo/maxres1.jpg" width="780" /></p>
<p>ในช่วงเวลา 20 ปีที่ผ่านมา เป็นช่วงเวลาที่โลกได้เรียนรู้มากมาย มีวิกฤติการณ์สำคัญทางเศรษฐกิจ เกิดขึ้นหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นวิกฤติการเงินปี 1997 ปัญหา Y2K ช่วงก่อนที่จะก้าวเข้าสู่ปีค.ศ. 2000  ที่เกิดจากการลงทุนมากเกินไปในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสูง รวมถึง The Great Recession 2008 ภาวะเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่ ในสหรัฐฯ จากการเปิดตลาดเสรีแบบที่ไม่มีขอบเขตที่นำไปสู่วิกฤติ Subprime crisis ที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลก</p>
<p>10 ปีหลังจากนั้น ขณะที่เรากำลังจะฟื้นตัวได้  ก็กลับมาเจอปัญหาที่ไม่มีใครคาดคิดว่ามันจะย้อนกลับมาอีกในยุคนี้ นั่นก็คือการระบาดของ โคโรน่า ไวรัส หรือ โควิด-19 ในปี 2020 ที่ทำให้เศรษฐกิจทั่วโลกเกือบล่มสลาย วิกฤตการณ์ครั้งนี้ มันทำให้เรามองเห็นทั้งส่วนดีและส่วนไม่ดีของโลกยุคโลกาภิวัตน์ ข้อดีคือ เรื่องที่เราสามารถค้าขายกันได้ทั่วโลก เชื่อมโยงถึงกันได้อย่างง่ายดาย ส่วนข้อเสีย ก็อย่างที่เราเห็นว่า เมื่อมันเกิดโรคระบาดแล้ว กระบวนการที่เราสามารถเชื่อมโยงกันได้ มันทำให้เราไปบังคับแก้ไขปัญหานี้เกือบจะไม่ได้</p>
<p>จากเหตุการณ์วิกฤตเศรษฐกิจในแต่ละครั้ง ทำให้นักเศรษฐศาสตร์เองก็ยากที่จะคาดการณ์ได้ว่า แต่ละปีจะเกิดปัญหาหรือวิฤตเศรษฐกิจใดบ้าง เช่นเดียวกับ กรณีสงครามรัสเซียและยูเครน แม้จะมีการคาดการณ์ในเบื้องต้นไว้บ้าง แต่คาดไม่ถึงว่าจะยืดเยื้อมาจนทุกวันนี้ และยิ่งระยะหลัง เริ่มมีเหตุการณ์ใหญ่ๆ เกิดถี่ขึ้น ทำให้หลายคนเชื่อว่าปีนี้ จะเป็นปีที่เศรษฐกิจโลกจะต้องล่มสลายอีกแน่นอน เพราะว่าเหตุการณ์ทั้งหลายรุมเร้า ทั้งปัญหาเงินเฟ้อ เศรษฐกิจที่ยังชะลอตัวไม่ฟื้น สงครามก็ทำให้ทุกอย่างแพงขึ้น ปัญหาการเมือง ภูมิศาสตร์ สิ่งแวดล้อม ปัญหาทางด้านโรคระบาด ปัญหาทางด้านสังคม ปัญหาทางด้านสุขภาพ ที่ส่อแววว่าจะเลวร้ายลงไปทุกปี ทำให้เกิดคำว่า Polycrisis หรือภาวะหลายวิกฤติ ซึ่งเกิดขึ้นจากปัญหาหลายด้าน</p>
<p>ยิ่งในปีที่เกิดวิกฤติโควิด-19 เศรษฐกิจโลกได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง ซึ่งเห็นได้จากดัชนีตลาดหลักทรัพย์โลก (MSCI) ที่ลดลงถึง 20% โดยเฉพาะกลุ่มเมกะเทค จากปัญหาเหล่านี้ทำให้ต้องมองกลับมาว่า แล้วจะสตาร์ทอย่างไรให้ก้าวนำโลกได้ ซึ่งในการประชุม World Economic Forum ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ในปี 2023 มีการพูดถึง polycrisis ค่อนข้างมาก มันไม่ใช่เรื่องของเศรษฐศาสตร์โดยตรง แต่ในเมื่อเศรษฐกิจโลกทรุดลง เราต้องรีบลุกขึ้นมาสู้เพื่อให้เศรษฐกิจขับเคลื่อนให้ได้เร็วที่สุด และยังมีการพูดถึงการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้งเรื่องคน สิ่งแวดล้อม การค้า ที่ต้องพัฒนาให้ยั่งยืนต่อเนื่อง ซึ่งคนทั่วโลกกว่า 7,000 ล้านคน ต้องอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน</p>
<p>ทั้งนี้ ยังมีหลายคนที่มองว่า เศรษฐกิจโลกในปีนี้ไม่เลวร้ายมากนัก โดยมองจาก 3 เรื่อง</p>
<p><strong>1.จีนเปิดประเทศแล้ว</strong> หลังจากที่ใช้นโยบายซีโรโควิดมาหลายปี ซึ่งเศรษฐกิจของจีนใหญ่ ถึง 19% ของเศรษฐกิจโลก และเมื่อจีนเปลี่ยนแปลงนโยบายอะไรก็จะมีผลต่อเศรษฐกิจโลกและภายในประเทศไทยแน่นอน</p>
<p><strong>2.เรื่องพลังงาน </strong>สิ่งที่ทำให้เกิดปัญหาเงินเฟ้อไม่ใช่เพราะธนาคารกลางของสหรัฐ (เฟด) ปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มขึ้น 0.25% แต่เป็นเพราะเรื่องพลังงาน ปัจจุบันพบว่าราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) อยู่ที่บาร์เรลละ 78 ดอลลาร์ ขณะที่ราคาแก๊สลดลงจากเดิมอยู่ที่ 80% แต่พบว่าทางยุโรปมีการกดราคาน้ำมันน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ไม่เกินบาร์เรลละ 60 ดอลลาร์ ทำให้ราคาพลังงานลดลงมา ถือเป็นเรื่องที่ดี ทำให้ความตึงเครียดด้านพลังงานลดลงไป</p>
<p><strong>3.นายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐ ออกกฎหมายที่ชื่อว่า Inflation Reduction Act เพื่อปรับลดเงินเฟ้อ </strong>เพื่อต่อสู้กับปัญหาโลกร้อนโดยจะเน้นขึ้นภาษี รวมถึงลงทุนพลังงานสะอาด แม้ว่าจะเป็นเรื่องที่ดีที่จะอุดหนุนเศรษฐกิจสีเขียว ซึ่งแตกต่างกับยุโรปที่เก็บภาษีก๊าซเรือนกระจกก่อนข้ามพรมแดน</p>
<p>ทั้ง 3 เรื่องนี้ ทำให้เกิดความรู้สึกที่ดีขึ้นว่าจะทำให้เศรษฐกิจโลกในปีนี้ไม่ได้เลวร้ายไปกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งในส่วนของเอเชียเมื่อเทียบกับยุโรปปัญหาด้านเศรษฐกิจน้อยกว่า แต่มีสิ่งที่ ดร. ศุภชัยได้แนะให้เราต้องเตรียมตัวรับสิ่งที่เกิดขึ้นในเรื่องต่างๆ ดังนี้</p>
<p><strong><em>ด้านโยบายทางการเงินของไทย</em></strong> เห็นด้วยกับการทยอยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป ของธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อดูแลอัตราเงินเฟ้อให้เป็นไปตามเป้าหมาย โดยไม่จำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยในอัตราสูงตามธนาคารกลางของสหรัฐ (เฟด) เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจไม่เหมือนกัน  เรามีความจำเป็นมากกว่าที่จะต้องฟื้นฟูเศรษฐกิจ แทนที่จะเอานโยบายการเงินไปกดดันเศรษฐกิจ ให้มันยิ่งตึงขึ้นไปกว่าเดิม การที่เรามีนโยบายการเงินที่ช่วยปัญหาNPL โดยเฉพาะSME ซึ่งช่วยให้ SME ไทยฟื้นตัวได้ใหม่ แม้ว่าปัญหาเงินเฟ้อจะเป็นเรื่องไม่ดี แต่ปัญหาความยากจนและปัญหาเศรษฐกิจทรุดตัวคือปัญหาที่หนักกว่า ดังนั้นนโยบายการเงินต้องรับมือด้วยส่งเสริมการลงทุน โดยการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ใหม่ของไทยค่อนข้างฝืดมาก เราเคยมีการลงทุนถึง 30-35% ของ GDP แต่ปัจจุบันเหลือเพียง 15% ของ GDP ถือว่าน้อย โดยจะต้องเร่งลงทุนขึ้นไปถึง 20% ขณะที่เศรษฐกิจโลกในอนาคตยังมีความไม่แน่นอนสูง เราต้องมาดูความสมดุลทางเศรษฐกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะเรื่องการส่งออก ยังเป็นตัวขับเคลื่อนต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย</p>
<p>ประเทศไทยเข้าสู่ Aged Society หรือสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ โดยขณะนี้ไทยและจีนมีจำนวนผู้สูงอายุเกิน 20% ของประชากรแล้ว ขณะที่ประชากรวัยแรงงานของเราลดลงต่อเนื่อง แต่มีผู้สูงอายุมากขึ้น ทำให้คนวัยทำงานต้งแบกภาระผู้สูงอายุมากขึ้น ดังนั้นเราจำเป็นต้องสร้างการกระตุ้นในภาคแรงงานให้มากขึ้น ให้ความสำคัญในการ upskill และ reskill เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตให้ได้มากที่สุด ส่วนผู้สูงอายุ เราต้องดูแลให้เขามีสุขภาพดีที่สุด เพื่อที่จะให้เขาทำงานยืดอายุการเกษียณออกไปให้ได้ เป็นต้น เราต้องสร้างการขับเคลื่อนของเศรษฐกิจภายใน ด้วยการส่งเสริม เราต้องสนับสนุน Creative Economy อย่างเต็มที่ รวมถึงเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เป็นเรื่องที่รอช้าไม่ได้ เนื่องจากส่วนใหญ่การระดมเงินจากต่างประเทศราว 40% ซึ่งเป็นสัดส่วนที่มีการลงทุนที่EEC</p>
<p><strong>นอกจากนี้ ไทยควรพร้อมรับมือความเสี่ยงจากสถานการณ์ฉุกเฉินใน 4 ด้าน</strong></p>
<p>1.สร้างความพร้อมด้านพลังงาน หาแหล่งพลังงานทดแทนมากขึ้น</p>
<p>2.สร้างความพร้อมด้านอาหาร รักษาตำแหน่งแหล่งอาหารโลก หลังจากที่ไทยถูกลดอันดับไป 13 อันดับกลายเป็นอันดับที่ 5 ของอาเซียนในด้านความมั่นคงและความปลอดภัยทางอาหาร ซึ่งเมื่อรวมค่าเฉลี่ยแล้วไทยต่ำกว่าอินโดนีเซียและเวียดนาม ทั้งนี้ควรเร่งแก้ปัญหาว่าจะทำอย่างไรให้สามารถกลับมาอยู่ในอันดับต้นได้</p>
<p>3.ด้านสุขภาพที่ไทยถือว่าแข็งแกร่งมาก โดยปัจจุบันไทยสามารถนำ Compulsory Licensing มาผลิตยาที่สำคัญ (Essential Medicines)ในประเทศได้ ซึ่งปัจจุบัน WTO อยู่ระหว่างการเจรจาในเรื่องนี้ โดยอยากให้ลงทุนในเรื่องนี้ให้มากขึ้น</p>
<p>4.ต้องพยายามต่อสู้บนเวทีโลกให้มากขึ้น ถ้าโดดเดี่ยวไทยจะไม่ประสบความสำเร็จในเวทีโลก ซึ่งที่ผ่านมานายสีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ได้มีการประชุมในไทย โดยมีการนำเสนอความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ร่วมกับความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (CPTPP) เราต้องปรับตัวให้อาเซียนเป็นศูนย์กลาร่วมกันผลักดันเศรษฐกิจโลก และอยากทำให้ไทยเป็นผู้นำ องค์กร FAO เพื่อเป็นผู้นำโลกด้านอาหาร</p>
<p>เรื่องของเศรษฐศาสตร์นั้น ห้องทดลองก็คือโลก ที่เราต้องเรียนรู้จากสิ่งที่มันเกิดขึ้น เรียนรู้จากสิ่งที่เราทำถูก ทำผิด แล้วก็กลับมาปรับปรุงแก้ไขปัญหา ร่วมมือกับคนอื่นทั่วโลกเพื่อแก้ไขปัญหา เป็นเรื่องที่ต้องพยายามเดินไปด้วยกัน แน่นอนว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยนั้น เราไม่สามารถต่อสู้ในเวทีโลกได้อย่างโดดเดี่ยว จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องจับมือกับประเทศในภาคีและประเทศมหาอำนาจ ในการพัฒนาพื้นที่ หรือการพัฒนารูปแบบการลงทุนที่จะก่อให้เกิดมูลค่าและโอกาส  เพราะความร่วมมือหมายถึงการเปิดโอกาสให้ประเทศไทย สามารถพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจที่ยั่งยืน รวมทั้งยังมีโอกาสในการที่จะก้าวไปอยู่ในแถวหน้าของประเทศมหาอำนาจด้านเศรษฐกิจโลกได้” ดร.ศุภชัย กล่าวทิ้งท้าย</p>
<hr />
<p>ที่มา: งานสัมมนาหัวข้อ &#8220;อนาคตประเทศไทย Economic Drives เศรษฐกิจไทย..สตาร์ทอย่างไรให้ก้าวนำโลก”<br />
จัดโดย โพสต์ทูเดย์ และ เนชั่นทีวี ช่อง 22 <a href="https://www.youtube.com/watch?v=VAp2y_jDelo" target="_blank" rel="noopener">https://www.youtube.com/watch?v=VAp2y_jDelo</a></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/economic-drives/">สตาร์ทเศรษฐกิจไทย… ก้าวไปยืนบนเวทีโลก ส่งเสริมการลงทุน ดัน SME เตรียมพร้อมรับมือ เงินเฟ้อ-โลกร้อน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/economic-drives/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“หอการค้าไทยจีน” คาดเศรษฐกิจไตรมาส 2 ชะลอตัว ปัจจัยลบจากเงินเฟ้อกระทบทั่วโลก ผู้ประกอบการจ่อปรับราคารับต้นทุนเพิ่ม</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/thai-chinese-chamber-of-commerce-2/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/thai-chinese-chamber-of-commerce-2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 08 Mar 2022 08:48:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[ผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่น]]></category>
		<category><![CDATA[หอการค้าไทยจีน]]></category>
		<category><![CDATA[เงินเฟ้อ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=21491</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่น หอการค้าไทยจีน ประเมิน ภาวะเงินเฟ้อ และเหตุการณ์ความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและบริการ ใน ไตรมาส 2 ปีพ.ศ.2565 ผู้ประกอบการเตรียมปรับราคาสินค้าและบริการ ภายใน 1-3 เดือน คาดการณ์เศรษฐกิจไทย เกิดภาวะการชะลอตัว จากปัจจัย ในและต่างประเทศ และการแพร่ระบาดโควิดยังต้องเฝ้าระวัง ณรงค์ศักดิ์ พุทธพรมงคล ประธานกรรมการ หอการค้าไทย เปิดเผยว่า หอการค้าไทย-จีน และคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ทำการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นจาก คณะกรรมการกิตติมศักดิ์ คณะกรรมการบริหาร&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/thai-chinese-chamber-of-commerce-2/">“หอการค้าไทยจีน” คาดเศรษฐกิจไตรมาส 2 ชะลอตัว ปัจจัยลบจากเงินเฟ้อกระทบทั่วโลก ผู้ประกอบการจ่อปรับราคารับต้นทุนเพิ่ม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่น หอการค้าไทยจีน ประเมิน ภาวะเงินเฟ้อ และเหตุการณ์ความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและบริการ ใน ไตรมาส 2 ปีพ.</strong><strong>ศ.2565 ผู้ประกอบการเตรียมปรับราคาสินค้าและบริการ ภายใน 1-3 เดือน คาดการณ์เศรษฐกิจไทย เกิดภาวะการชะลอตัว จากปัจจัย ในและต่างประเทศ และการแพร่ระบาดโควิดยังต้องเฝ้าระวัง</strong></p>
<p><span id="more-21491"></span></p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21492" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Thai-Chinese-Chamber-of-Commerce1-300x200.jpg" alt="" width="600" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Thai-Chinese-Chamber-of-Commerce1-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Thai-Chinese-Chamber-of-Commerce1-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Thai-Chinese-Chamber-of-Commerce1-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Thai-Chinese-Chamber-of-Commerce1-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Thai-Chinese-Chamber-of-Commerce1.jpg 850w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>ณรงค์ศักดิ์ พุทธพรมงคล ประธานกรรมการ หอการค้าไทย</strong> เปิดเผยว่า หอการค้าไทย-จีน และคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ทำการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นจาก คณะกรรมการกิตติมศักดิ์ คณะกรรมการบริหาร และสมาชิกหอการค้าไทยจีน และประธาน ผู้บริหาร กรรมการสมาพันธ์หอการค้าไทยจีน และกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่หอการค้าไทยจีน ช่วงไตรมาสที่ 1 ปี พ.ศ.2565 เพื่อคาดการณ์ทิศทางเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 2 ปี พ.ศ.2565 โดยประเด็นพิเศษที่ได้ให้ความสำคัญ 2 เรื่องด้วยกัน คือ 1) การติดตามสถานการณ์เงินเฟ้อ และ 2) โอกาสในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทย</p>
<p>ทั้งนี้ จากการสำรวจความคิดเห็นของสมาชิก เพื่อประเมินสถานการณ์กับเหตุการณ์ที่เป็นปัจจัยที่มีผลต่อการดำเนินธุรกิจมากที่สุด โดยเฉพาะหลังจากที่สถานการณ์รัสเซียเข้าโจมตียูเครนเป็นไปอย่างตึงเครียด พบว่า มี 2 ปัจจัยหลัก ที่สมาชิกมีความกังวล คือ 1. จากสถานการณ์เงินเฟ้อในหลายประเทศทั่วโลก ที่มีแนวโน้มขยับตัวสูงขึ้น รวมถึงประเทศไทย ผลสำรวจพบว่า มีการเพิ่มขึ้นของต้นทุนการผลิตสินค้าและบริการ ในไตรมาสแรกของปี พ.ศ.2565 หากเปรียบเทียบไตรมาสสุดท้ายของปี พ.ศ.2564 ผู้ประกอบการในสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 78 มีผลกระทบต่อต้นทุนมากกว่าร้อยละ 10 ขึ้นไป (ประมาณร้อยละ 52 ของผู้ประกอบการได้รับผลกระทบต้นทุนระหว่างร้อยละ 10-20)</p>
<p>ส่วนผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบต้นทุนเพิ่มขึ้นแต่น้อยกว่าร้อยละ 10 มี คิดเป็นร้อยละ 22 เมื่อพิจารณาถึงการปรับราคาสินค้าจากการที่ต้นทุนเพิ่มสูงขึ้น และประกอบกับเหตุการณ์ความขัดแย้งของรัสเซียและยูเครนมีผลกระทบต่อราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น</p>
<p>ผลการสำรวจพบว่าประมาณร้อยละ 88 จะต้องปรับราคาขึ้น โดยร้อยละ 53.9 คิดว่าจะขึ้นราคาภายใน 3 เดือน และมีมากถึงร้อยละ 33.9 คิดว่าจะปรับราคาขึ้นภายใน 1 เดือน มีเพียงเล็กน้อยที่คิดจะปรับราคาขึ้นหลังจาก 3 เดือนไปแล้ว เนื่องจากภาวะเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้ให้ข้อมูลร้อยละ 49 คาดว่าเงินเฟ้อจะขึ้นไปถึงจุดสูงสุดในปี พ.ศ.2565 ในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ขณะที่ร้อยละ 19 ในสัดส่วนที่เท่ากัน ที่คาดว่าเงินเฟ้อน่าจะถึงจุดสูงที่สุดในไตรมาสที่ 2 และไตรมาสที่ 3 ในปี 2565 ทั้งนี้ความเคลื่อนไหวของภาวะเงินเฟ้อเป็นเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด</p>
<p>ในส่วนของโอกาสพลิกฟื้นของเศรษฐกิจไทย ณรงค์ศักดิ์ กล่าวว่า ได้มีการสำรวจทั้งประเด็นภายในประเทศและประเด็นจากต่างประเทศ ประเด็นในประเทศ ประกอบด้วย ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ COVID-19 เสียงส่วนใหญ่ร้อยละ 69 ยังมีความกังวลที่คนไทยส่วนหนึ่งยังไม่เข้าถึงการบริการและการรับวัคซีนที่เพียงพอ จะมีผลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และร้อยละ 51.7 ยังมีความกังวลต่อการระบาดของสายพันธุ์โอไมครอน แม้ว่ามีแนวโน้มว่าเป็นโรคประจำถิ่น ส่วนปัจจัยหลักจะทำให้เศรษฐกิจไทยพลิกฟื้นในปี พ.ศ.2565 คือการกลับมาของนักท่องเที่ยว การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ ที่ติดเชื้อ COVID -19 มีความสำคัญเป็น 3 อันดับแรก และการลดลงของผู้ป่วย</p>
<p>สำหรับมาตรการ Test &amp; Go ที่เริ่มตั้งแต่ 1 มีนาคม ที่ผ่านมา เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว โดยให้มีแต่การตรวจด้วย RT-PCR และกักตัวระยะสั้น และตรวจซ้ำด้วยตัวเอง (ใช้วิธี ATK ในวันที่ 5 หลังจากมาถึงเมืองไทย) ได้รับคะแนนเห็นด้วยร้อยละ 94.8 ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศไทย เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย</p>
<p><strong>ณรงค์ศักดิ์</strong> กล่าวว่า ส่วนประเด็นทางด้านต่างประเทศ มีทั้งปัจจัยบวกและลบดังนี้ ปัญหาหนี้สินของบริษัทขนาดใหญ่และบริษัทอสังหาริมทรัพย์ในจีนที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจในภูมิภาค ผู้ตอบการสำรวจร้อยละ 56.7 คาดว่าจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยโดยพอประมาณ ขณะที่ร้อยละ 28.6 คาดว่าจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยน้อยมาก นอกจากนี้ การเปิดเส้นทางเดินรถไฟความเร็วสูงระหว่าง สปป ลาว และจีนตั้งแต่ ธันวาคม 2564 พบว่าเป็นการเปิดโอกาสในการส่งออกสินค้าของไทย โดยร้อยละ 28.6 ของผู้ตอบการสำรวจคิดว่าจะเป็นโอกาสที่ดีมากสำหรับประเทศไทยในการส่งออกสินค้า และร้อยละ 39.3 คิดว่าเป็นโอกาสที่ดี</p>
<p>ส่วนในประเด็นข้อตกลงการค้าเสรี RCEP (Regional Comprehensive Economic Partnership) ที่ได้เริ่มตั้งแต่ต้นปี พ.ศ.2565 จากการสำรวจพบว่าธุรกิจอาหาร สินค้าเกษตร และธุรกิจยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์จะได้รับประโยชน์มากอย่างโดดเด่น และยังมีเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และยางพาราและผลิตภัณฑ์ยางพารา ผู้ตอบการสำรวจยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าการที่จะได้ใช้ประโยชน์จากข้อตกลงนี้สามารถทำได้ทันที ถึงร้อยละ 30.4</p>
<p>ทั้งนี้ ปัจจัยลบที่ต้องเฝ้าระวัง คือ สถานการณ์ความตึงเครียดของสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนที่รบกันแล้ว ผู้ให้ข้อมูลร้อยละ 90 มีความกังวล โดยแบ่งเป็น ร้อยละ 53.9 ได้แสดงความกังวลมาก าจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย ขณะที่ร้อยละ 36.5 มีความกังวลปานกลาง</p>
<p><strong>ณรงค์ศักดิ์</strong> กล่าวย้ำว่า เมื่อพิจารณาถึงความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างจีนและไทย จากการสำรวจพบว่าร้อยละ 44.4 คาดว่าเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนโดยรวมของจีนในไตรมาสที่ 2 ปี พ.ศ.2565 จะดีขึ้น เมื่อเทียบกับไตรมาสปัจจุบัน ซึ่งผลการประเมินดังกล่าวได้สะท้อนถึงการคาดคะเนการส่งออกของไทยไปยังประเทศจีนในไตรมาสหน้า ร้อยละ 49.4 คาดว่าการส่งออกของไทยไปยังจีนจะเพิ่มขึ้น และ ร้อยละ 30.9 ยังไม่เปลี่ยนแปลงไปจากปัจจุบัน</p>
<p>การขยายตัวของธุรกิจออนไลน์ พืชผลการเกษตร ธุรกิจโลจิสติกส์ ธุรกิจท่องเที่ยว และการบริการยังเป็นตัวหนุนขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกของปีนี้ คือ ส่วนธุรกิจที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน คือ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และที่ตามมาคือ อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ และพืชผลการเกษตร ส่วนค่าเงินบาทจะอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐอเมริกาในไตรมาส 2</p>
<p><strong>“แม้ว่าความสัมพันธ์การค้า การลงทุน ระหว่างไทยจีนคาดว่าจะเดินหน้าอย่างราบรื่น ขณะที่ปัญหาเรื่องเงินเฟ้อเป็นเรื่องที่สำคัญ ซึ่งสถานการณ์เงินเฟ้อนั้นเป็นปัญหาที่ต่อเนื่องมาจากการระบาดของCIOVID-19 และความขัดแย้งของชาติมหาอำนาจส่งผลให้ต้นทุนราคาน้ำมันและวัตถุดิบเพิ่มสูงขึ้น เศรษฐกิจไทยในระยะสั้นไตรมาสที่สองของปี 2565 น่าจะชะลอตัวอย่างหลีกเลี่ยงได้ยาก” ณรงค์ศักดิ์ กล่าวสรุป</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/thai-chinese-chamber-of-commerce-2/">“หอการค้าไทยจีน” คาดเศรษฐกิจไตรมาส 2 ชะลอตัว ปัจจัยลบจากเงินเฟ้อกระทบทั่วโลก ผู้ประกอบการจ่อปรับราคารับต้นทุนเพิ่ม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/thai-chinese-chamber-of-commerce-2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
