<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เชื้อเพลิง | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%87/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Tue, 03 Sep 2024 03:27:03 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>เชื้อเพลิง | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>1 ปี “พีระพันธุ์” เปลี่ยนผ่านพลังงานด้วยแนวทาง รื้อ-ลด-ปลด-สร้าง เดินหน้าลุยต่อ สู่เป้าหมาย “มั่นคง เป็นธรรม และยั่งยืน” เพื่อคนไทยทุกคน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/energy-news-update-2567/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/energy-news-update-2567/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 03 Sep 2024 03:25:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานแสงอาทิตย์]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาน้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิง]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=35603</guid>

					<description><![CDATA[<p>“พีระพันธุ์” สรุปผลงาน 1 ปีขับเคลื่อนกระทรวงพลังงานผ่านแนวทาง รื้อ-ลด-ปลด-สร้าง นำร่องใช้กลไกทางกฎหมายสะสางปัญหาหมักหมมในระบบพลังงานไทยตามทฤษฎีบันได 5 ขั้น ซึ่งสำเร็จลุล่วงไปแล้ว 3 ขั้น ขึ้นปีที่สองคาดบรรลุตามเป้าหมาย สามารถผลักดันทั้งกฎหมายกำกับดูแลการประกอบกิจการค้าน้ำมัน กฎหมายการสํารองน้ำมันของประเทศ และกฎหมายส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ที่จะช่วยสร้างรากฐานด้านพลังงานให้มั่นคง เป็นธรรม และยั่งยืนได้สำเร็จ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยในโอกาสครบ 1 ปีที่เป็นหัวขบวนขับเคลื่อนนโยบายพลังงานตามแนวทาง รื้อ-ลด-ปลด-สร้าง ซึ่งวางเป้าหมายไว้เป็นบันได 5 ขั้นว่า ในช่วง&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/energy-news-update-2567/">1 ปี “พีระพันธุ์” เปลี่ยนผ่านพลังงานด้วยแนวทาง รื้อ-ลด-ปลด-สร้าง เดินหน้าลุยต่อ สู่เป้าหมาย “มั่นคง เป็นธรรม และยั่งยืน” เพื่อคนไทยทุกคน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>“พีระพันธุ์” สรุปผลงาน 1 ปีขับเคลื่อนกระทรวงพลังงานผ่านแนวทาง รื้อ-ลด-ปลด-สร้าง นำร่องใช้กลไกทางกฎหมายสะสางปัญหาหมักหมมในระบบพลังงานไทยตามทฤษฎีบันได 5 ขั้น ซึ่งสำเร็จลุล่วงไปแล้ว 3 ขั้น ขึ้นปีที่สองคาดบรรลุตามเป้าหมาย สามารถผลักดันทั้งกฎหมายกำกับดูแลการประกอบกิจการค้าน้ำมัน กฎหมายการสํารองน้ำมันของประเทศ และกฎหมายส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ที่จะช่วยสร้างรากฐานด้านพลังงานให้มั่นคง เป็นธรรม และยั่งยืนได้สำเร็จ</strong></p>
<p><span id="more-35603"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค</strong></span> <strong>รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน</strong> เปิดเผยในโอกาสครบ 1 ปีที่เป็นหัวขบวนขับเคลื่อนนโยบายพลังงานตามแนวทาง รื้อ-ลด-ปลด-สร้าง ซึ่งวางเป้าหมายไว้เป็นบันได 5 ขั้นว่า ในช่วง 1 ปีแรกสามารถดำเนินการไปถึงบันไดขั้นที่ 3 แล้ว และคาดว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายทั้งหมดได้ในอนาคตอันใกล้นี้ โดยเป้าหมายของ ‘บันไดขั้นที่ 1’ ซึ่งเป็นช่วง 6 เดือนแรกของการทำงานในฐานะ รมว.พลังงาน ก็คือ การตรึงราคาพลังงานเชื้อเพลิง ทั้งค่าไฟฟ้า ราคาน้ำมัน และราคาก๊าซหุงต้ม เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานไม่ให้สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน ขณะเดียวกัน ก็ศึกษากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพลังงานทั้งหมด เพื่อเตรียมหาช่องทางแก้ไขปัญหาด้านพลังงานที่หมักหมมมานานไม่ต่ำกว่า 40 ปี โดยเฉพาะปัญหาเรื่องน้ำมัน และค้นหาวิธีการที่จะรู้ต้นทุนราคาน้ำมันที่กระทรวงพลังงานไม่มีข้อมูลที่แท้จริง และกฎหมายหลายฉบับยังไม่เอื้ออำนวยต่อการบริหารจัดการ ทำให้กระทรวงพลังงานไม่มีอำนาจในการดำเนินการ</p>
<p>‘บันไดขั้นที่ 2’ คือ การหาช่องทางตามกฎหมายปัจจุบันเพื่อให้รู้ต้นทุนราคาน้ำมัน และพบว่ามีช่องทางที่แฝงอยู่ในกฎหมายว่าด้วยการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง จนสามารถออกเป็นประกาศกระทรวงพลังงานที่กําหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจค้าน้ำมันต้องแจ้งต้นทุนราคาน้ำมัน เป็นครั้งแรกในรอบ 51 ปี โดยลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2567 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 เมษายน 2567 ที่ผ่านมา</p>
<p>ทั้งนี้ การรู้ต้นทุนราคาน้ำมันที่แท้จริงทำให้ทราบถึงปัญหาที่จะต้องแก้ไข และได้นำไปดำเนินการต่อใน ‘บันไดขั้นที่ 3’ คือ การรื้อระบบการค้าน้ำมัน ซึ่งต้องหาข้อมูลจำนวนมากเพื่อกำหนดแนวทางดำเนินการและการยกร่างกฎหมายใหม่ให้ครบวงจร โดยขณะนี้ได้ยกร่างต้นฉบับกฎหมายกำกับดูแลการประกอบกิจการค้าน้ำมันซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของ ‘บันไดขั้นที่ 5’ เสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยร่างกฎหมายมีทั้งหมด 180 มาตรา อยู่ในขั้นตอนตรวจสอบของคณะทำงานผู้เชี่ยวชาญกฎหมายและพลังงาน โดยกฎหมายฉบับนี้จะกำหนดให้การปรับราคาน้ำมันทำได้เดือนละหนึ่งครั้ง ไม่ใช่ปรับทุกวัน และให้ปรับราคาได้ตามความเป็นจริงของต้นทุนน้ำมัน โดยจะนำระบบ Cost Plus ซึ่งหมายถึงระบบที่คิดราคาตามต้นทุนที่แท้จริง เข้าใช้แทนการอ้างอิงราคาน้ำมันต่างประเทศและมีอีกหลายเรื่องที่เป็นประโยชน์กับประชาชน กฎหมายฉบับนี้จะดูแลไปถึงเรื่องของการจำหน่ายก๊าซหุงต้มด้วย</p>
<p>ในกฎหมายฉบับนี้จะเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการขนส่ง ผู้ให้บริการสาธารณะกุศล รวมไปถึงสหกรณ์การเกษตร การประมง สามารถจัดหาน้ำมันมาใช้ได้เอง เพราะถือเป็นการค้าเสรีอย่างแท้จริง ประชาชนต้องมีสิทธิเสรีในการหาพลังงานของตัวเอง ถ้าหากผู้ประกอบการสามารถจัดหาน้ำมันมาใช้เองได้ในราคาที่ถูกกว่าราคาจำหน่ายหน้าปั๊ม ก็สามารถดำเนินการได้เลย จะทำให้ต้นทุนน้ำมันของเกษตรกร ชาวประมง ผู้ประกอบการขนส่งลดลงได้ทันที เมื่อผู้ประกอบการสามารถจัดหาน้ำมันได้ในราคาถูก ต้นทุนก็จะลดลง และเมื่อลดภาระเรื่องราคาน้ำมันแล้ว ก็ต้องลดราคาสินค้าให้ประชาชนด้วย</p>
<p>“กฎหมายที่ผมพูดถึงข้างต้น ผมร่างเองทั้งหมด ผมเริ่มทำมาตั้งแต่เดือนเมษายน 2567 หลังจากที่ผมได้ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับต้นทุนราคาน้ำมัน ซึ่งผมใช้เวลาเที่ยงคืนถึงตี 3 แทบทุกคืน เพื่อร่างกฎหมายฉบับนี้” <strong>นายพีระพันธุ์</strong>กล่าว</p>
<p>สำหรับ ‘บันไดขั้นที่ 4’ ซึ่งกำลังเร่งดำเนินการในขณะนี้ คือ การจัดทำระบบสำรองน้ำมันทางยุทธศาสตร์เพื่อความมั่นคงของประเทศ หรือ SPR (Strategic Petroleum Reserve) เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันให้อยู่ในระดับที่รัฐบาลสามารถควบคุมราคาได้เอง อยู่ระหว่างจัดเตรียมร่างกฎหมายเกี่ยวกับการสํารองน้ำมันของประเทศ หลักการคือจะนำน้ำมันสำรองนี้มาดูแลปัญหาราคาน้ำมันแทนกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง จะเปลี่ยนกองทุนน้ำมันฯ ที่ใช้เงินและสร้างหนี้สาธารณะ ให้กลายมาเป็นทรัพย์สินของประเทศต่อไป</p>
<p>“กองทุนน้ำมันฯ ที่มีน้ำมันสํารองของประเทศ จะเป็นทรัพย์สินของประเทศไม่ใช่ภาระหนี้สินอีกต่อไป ซึ่งตอนนี้ผมเริ่มต้นทำเรื่องนี้แล้ว และเป็นที่น่ายินดีที่ผมนำเรื่องนี้หารือกับทางซาอุดิอาระเบียในช่วงที่เดินทางไปประชุม ทางซาอุฯ เขาเห็นด้วยในหลักการที่จะสนับสนุน พร้อมๆ กับเรื่องการลงทุนด้านการผลิตไฮโดรเจนที่จะเป็นพลังงานแห่งอนาคตอีกอย่างหนึ่ง” <strong>นายพีระพันธุ์</strong>กล่าว</p>
<p>ในปีที่ 2 ของการดำเนินงาน คาดว่าเป้าหมายสุดท้าย ‘บันไดขั้นที่ 5’ คือ การออกกฎหมายสร้างระบบสำรองน้ำมันทางยุทธศาสตร์เพื่อความมั่นคงของประเทศ และกฎหมายกำกับกิจการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง รวมถึงกฎหมายส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าจากพลังแสงอาทิตย์ เพื่อสร้างความเป็นธรรมและลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้ประชาชนอย่างยั่งยืน จะสำเร็จได้ในเร็ววัน</p>
<p>ด้านไฟฟ้า เรื่องราคาค่าไฟฟ้า ยังคงรักษานโยบายที่จะลดภาระค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าให้แก่ประชาชน โดยในช่วงแรกที่ได้ปรับราคาค่าไฟฟ้าให้ลงมาอยู่ที่ 3.99 บาทต่อหน่วย ก่อนที่จะขยับขึ้นมาเล็กน้อยเป็น 4.18 บาทต่อหน่วย สำหรับประชาชนทั่วไป เนื่องจากราคาก๊าซในตลาดโลกปรับเพิ่มสูงขึ้น แต่ประชาชนกลุ่มเปราะบางที่ใช้ไฟฟ้าต่ำกว่า 300 หน่วยต่อเดือน ก็ยังใช้ไฟฟ้าที่ราคา 3.99 บาทต่อหน่วยเหมือนเดิม โดยพยายามตรึงราคาค่าไฟฟ้าไว้ให้ถึงที่สุด หากไม่สามารถลดได้ก็ต้องไม่ปรับขึ้น</p>
<p>“ต้นทุนสำคัญที่เป็นตัวแปรให้ค่าไฟแพงอยู่ที่ราคาก๊าซธรรมชาติที่ใช้เป็นเชื้อเพลิง แต่ไม่มีใครลงมือแก้ไขทั้ง ๆ ที่ทราบปัญหา ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ผมได้บริหารจัดการหลายๆ ด้านรวมทั้งการปรับโยกการกำหนดราคาก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยให้ถูกต้องเหมาะสม เพราะที่ผ่านมา ก๊าซธรรมชาติที่ขุดได้จากอ่าวไทยจํานวนหนึ่งถูกนำไปใช้ในภาคอุตสาหกรรมปิโตรเคมี และซื้อขายในราคาเดียวกับก๊าซหุงต้มของประชาชน ซึ่งเป็นการกําหนดราคาแบบไม่ถูกต้อง” <strong>นายพีระพันธุ์</strong>กล่าว</p>
<p><strong>อย่างไรก็ดี เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงค่าไฟที่ถูกลงโดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์ที่ได้จากการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคา (Solar Rooftop) และขจัดปัญหาความยุ่งยากในการติดตั้งและการขออนุญาต กระทรวงพลังงานเตรียมออกกฎหมายฉบับใหม่เพื่อที่จะกํากับดูแลให้การติดตั้งระบบโซลาร์บนหลังคาบ้าน เพื่อติดตั้งได้สะดวกและง่ายขึ้น และมีมาตรการสนับสนุนเงินทุนในการติดตั้ง การหักค่าใช้จ่ายเพื่อลดหย่อนภาษี โดยคาดว่าจะเสร็จพร้อม ๆ กับกฎหมายน้ำมันภายในปลายปี 2567 นี้ เพื่อมีส่วนช่วยให้ประชาชนหลุดพ้นจากภาระค่าไฟหลักที่ต้องปรับทุก 4 เดือน รวมทั้ง เตรียมสนับสนุนการประดิษฐ์คิดค้นเทคโนโลยีและอุปกรณ์สำหรับการติดตั้งระบบ Solar Rooftop แบตเตอรี่สำหรับกักเก็บพลังงานไว้ใช้ในเวลากลางคืนในราคาถูก ซึ่งอยู่ระหว่างการทดลอง เบื้องต้นก็ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ระบบนี้สามารถใช้กับเครื่องแอร์ได้ 3 เครื่อง ตู้เย็น 1 เครื่อง ประกอบด้วยแผงโซลาร์ เครื่องอินเวอร์เตอร์ และแบตเตอรี่ ทั้งหมดจะอยู่ในวงเงินประมาณ 30,000 บาท ชึ่งจะเป็นราคาต้นทุนการผลิตไม่รวมค่าบริหารจัดการ สามารถใช้ไฟได้ทั้งกลางวันและกลางคืน “ผมมั่นใจว่าในรอบปีที่ 2 ที่ผมดูแลกระทรวงพลังงาน จะมีผลิตภัณฑ์เหล่านี้ออกมาจำหน่ายให้แก่พี่น้องประชาชนในราคาถูก ซึ่งจะลดภาระให้ประชาชนหลุดพ้นจากปัญหาค่าไฟแพงได้” นายพีระพันธุ์กล่าวในท้ายที่สุด</strong></p>
<hr />
<p>ที่มา: กระทรวงพลังงาน</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/energy-news-update-2567/">1 ปี “พีระพันธุ์” เปลี่ยนผ่านพลังงานด้วยแนวทาง รื้อ-ลด-ปลด-สร้าง เดินหน้าลุยต่อ สู่เป้าหมาย “มั่นคง เป็นธรรม และยั่งยืน” เพื่อคนไทยทุกคน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/energy-news-update-2567/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พลังงานดัน แหล่ง “เอราวัณ” ผลิตก๊าซได้ตามเป้าก่อนกำหนด เพื่อลดต้นทุนค่าไฟฟ้าเพื่อประชาชน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/erawan-gas-production/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/erawan-gas-production/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 21 Mar 2024 02:58:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซธรรมชาติม]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิง]]></category>
		<category><![CDATA[แหล่งก๊าซธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[แหล่งก๊าซเอราวัณ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=32884</guid>

					<description><![CDATA[<p>กระทรวงพลังงานเผยข่าวดี แหล่งก๊าซธรรมชาติ “เอราวัณ” ในอ่าวไทย สามารถเพิ่มอัตราการผลิตเป็น 800 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ในวันที่ 20 มีนาคม 2567 หลังจากที่ผู้รับสัญญาเร่งดำเนินงาน จนสามารถดำเนินการเพิ่มอัตราการผลิตได้เร็วกว่าแผนที่กำหนด ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ให้ความสำคัญและกำชับกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติติดตามอย่างใกล้ชิดเพื่อประโยชน์สูงสุดต่อความเป็นอยู่ของประชาชน นายพีระพันธ์ุ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า “การเพิ่มอัตราการผลิตก๊าซธรรมชาติของแปลง G1/61 ที่ 800 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ในวันที่ 20 มีนาคม 2567 นี้ เป็นการดำเนินการได้เร็วกว่าแผนที่กำหนด&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/erawan-gas-production/">พลังงานดัน แหล่ง “เอราวัณ” ผลิตก๊าซได้ตามเป้าก่อนกำหนด เพื่อลดต้นทุนค่าไฟฟ้าเพื่อประชาชน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กระทรวงพลังงานเผยข่าวดี แหล่งก๊าซธรรมชาติ “เอราวัณ” ในอ่าวไทย สามารถเพิ่มอัตราการผลิตเป็น 800 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ในวันที่ 20 มีนาคม 2567 หลังจากที่ผู้รับสัญญาเร่งดำเนินงาน จนสามารถดำเนินการเพิ่มอัตราการผลิตได้เร็วกว่าแผนที่กำหนด ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ให้ความสำคัญและกำชับกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติติดตามอย่างใกล้ชิดเพื่อประโยชน์สูงสุดต่อความเป็นอยู่ของประชาชน</strong></p>
<p><span id="more-32884"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายพีระพันธ์ุ สาลีรัฐวิภาค</strong></span> <strong>รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน</strong> เปิดเผยว่า “การเพิ่มอัตราการผลิตก๊าซธรรมชาติของแปลง G1/61 ที่ 800 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ในวันที่ 20 มีนาคม 2567 นี้ เป็นการดำเนินการได้เร็วกว่าแผนที่กำหนด ถือว่าเป็นการแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของทั้งภาครัฐ คือ กระทรวงพลังงานโดยกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ และผู้ได้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิต คือ บริษัท ปตท.สผ. เอนเนอร์ยี่ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (ปตท.สผ. อีดี) ในการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้กับประเทศ</p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32885" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/G1-G6-Gas.jpg" alt="G1/G6 Gas Profile" width="740" height="436" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/G1-G6-Gas.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/G1-G6-Gas-300x177.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/G1-G6-Gas-150x88.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/G1-G6-Gas-500x295.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงพลังงานได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยผมและทีมงานได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมแท่นผลิตก๊าซธรรมชาติโครงการ G/61 (แหล่งเอราวัณ) เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เพื่อติดตามให้มีการบริหารจัดการและเพิ่มการผลิตปิโตรเลียมอย่างเต็มกำลังให้ได้ปริมาณตามที่กำหนด รวมทั้งมอบหมายให้กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติกำกับดูแลการดำเนินงานของผู้รับสัญญาอย่างใกล้ชิด เพราะก๊าซธรรมชาติถือเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตกระแสไฟฟ้าของประเทศ ดังนั้น การเพิ่มอัตราการผลิตก๊าซธรรมชาติ ให้เป็นไปตามเป้าหมาย จะมีส่วนช่วย “ลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าและรักษาระดับค่าไฟฟ้าให้กับประชาชนได้”</p>
<p>ด้าน<span style="color: #6cb742;"><strong>นายวรากร พรหโมบล</strong></span> <strong>อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ</strong> กล่าวเพิ่มเติมว่า “กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ในฐานะที่กำกับดูแลการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในประเทศ ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่มาโดยตลอด โดยเฉพาะในช่วงเปลี่ยนผ่านการดำเนินงานของแปลงสำรวจในทะเลอ่าวไทยหมายเลข G1/61 ซึ่งนับเป็นงานที่มีความท้าทายอย่างมาก เนื่องจากเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่มีการใช้ระบบสัญญาแบ่งปันผลผลิตในกิจการปิโตรเลียม โดยได้มีการเตรียมโครงสร้างหน่วยงานและบุคลากรของกรมเพื่อรองรับภารกิจการดำเนินงานภายใต้ระบบสัญญาแบ่งปันผลผลิต ตลอดจนการติดตาม กำกับดูแล พร้อมทั้งสนับสนุนการดำเนินงานต่าง ๆ ของบริษัท ปตท.สผ. อีดี ให้เป็นไปอย่างราบรื่น เพื่อให้การผลิตปิโตรเลียมจากแปลงดังกล่าวเป็นไปตามเป้าหมาย ที่ 800 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน</p>
<p><strong>ทั้งนี้ แหล่งก๊าซธรรรมชาติเอราวัณ นับเป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติในทะเลอ่าวไทยที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และเป็นหัวใจสำคัญในการผลิตก๊าซธรรมชาติที่เป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งภายหลังจากนี้ กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติจะยังคงทำงานร่วมกับผู้รับสัญญาอย่างใกล้ชิด เพื่อรักษาระดับการผลิตก๊าซธรรมชาติจากแหล่งดังกล่าวให้มีความต่อเนื่อง และสามารถสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน เพื่อเป็นฐานในการพัฒนาระบบเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศให้แข็งแกร่งต่อไป</strong></p>
<hr />
<p>ที่มา: กระทรวงพลังงาน</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/erawan-gas-production/">พลังงานดัน แหล่ง “เอราวัณ” ผลิตก๊าซได้ตามเป้าก่อนกำหนด เพื่อลดต้นทุนค่าไฟฟ้าเพื่อประชาชน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/erawan-gas-production/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Cop28 : Transition Away Fossil Fuel โอกาสทองของเชื้อเพลิง RDF &#038; WOOD PELLETS</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/cop28-rdf-wood-pellets/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/cop28-rdf-wood-pellets/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 07 Mar 2024 02:13:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Article]]></category>
		<category><![CDATA[COP28]]></category>
		<category><![CDATA[RDF]]></category>
		<category><![CDATA[RDF & WOOD PELLETS]]></category>
		<category><![CDATA[WOOD PELLETS]]></category>
		<category><![CDATA[พิชัย ถิ่นสันติสุข]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=32587</guid>

					<description><![CDATA[<p>การประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 28 หรือ COP28 ณ นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จบลงแบบต้องขอต่อเวลานอกอีกหนึ่งวัน โดยค่ายที่จำหน่ายน้ำมันขอต่อรองมติจาก “Trade-Off Fossil Fuel” เป็น “Transition Away Fossil Fuel” เข้าใจง่ายๆ ก็คือ การเปลี่ยนผ่านจากเชื้อเพลิงที่เป็นฟอสซิลแบบค่อยเป็นค่อยไปนั่นเอง ส่วนเรื่องอื่นๆ ที่อ่าน จากกูรูหลายๆ ท่านสรุปกันมาก็เห็นจะเป็นเรื่องที่ทั่วโลกยังกังวลว่า เป้าหมายสู่ Carbon Neutrality ใน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/cop28-rdf-wood-pellets/">Cop28 : Transition Away Fossil Fuel โอกาสทองของเชื้อเพลิง RDF & WOOD PELLETS</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>การประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 28 หรือ COP28 ณ นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จบลงแบบต้องขอต่อเวลานอกอีกหนึ่งวัน โดยค่ายที่จำหน่ายน้ำมันขอต่อรองมติจาก “Trade-Off Fossil Fuel” เป็น “Transition Away Fossil Fuel” เข้าใจง่ายๆ ก็คือ การเปลี่ยนผ่านจากเชื้อเพลิงที่เป็นฟอสซิลแบบค่อยเป็นค่อยไปนั่นเอง ส่วนเรื่องอื่นๆ ที่อ่าน จากกูรูหลายๆ ท่านสรุปกันมาก็เห็นจะเป็นเรื่องที่ทั่วโลกยังกังวลว่า เป้าหมายสู่ Carbon Neutrality ใน ค.ศ. 2050 และ Net Zero ใน ค.ศ. 2065 อาจเป็นไปได้ยาก ถ้าจะถามว่าบทสรุปของ COP28 ใครได้ใครเสีย ขอยกสุภาษิตบทหนึ่งที่ว่า “สองคนยลตามช่อง คนหนึ่งมองเห็น โคลนตม คนหนึ่งตาแหลมคม มองเห็นดวงดาวอยู่พราวพราย” ดังนั้นบางประเทศจึงเห็นว่าเกิดธุรกิจใหม่ขึ้นมากมายจากผลการประชุมในครั้งน้ี ส่วนบางประเทศอาจเห็นว่าบทสรุปของการประชุมไม่ส่งผลดีต่อประเทศตนเลยก็ได้</strong></p>
<p><span id="more-32587"></span></p>
<p>กลับมาที่บ้านเราประเทศไทย ท่านนายกรัฐมนตรีประกาศชัดเจนต่อประชาคมโลกว่า จะใช้ RE เพิ่มขึ้น 3 เท่า และจะลดก๊าซเรือนกระจกลง 30% ใน ค.ศ. 2030 แต่สิ่งที่ภาคเอกชนยังกังวลใจอยู่ก็คือ แผนรองรับและแผนปฏิบัติการของภาครัฐยังไม่ชัดเจนเพียงพอ ทั้งๆ ที่ประเทศไทย เดินหน้าพัฒนาเศรษฐกิจด้วย BCG Model ซึ่งสอดคล้องกับการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อยู่แล้ว</p>
<p>ขอนำเสนอโอกาสทองของ 2 ธุรกิจ ซึ่งผู้ประกอบการส่วนใหญ่ เป็น SME นั่นคือ</p>
<ol>
<li><strong>RDF</strong> : <strong>Refuse Derived Fuel</strong> หรือเชื้อเพลิงจากขยะชุมชนและขยะอุตสาหกรรมที่ไม่อันตราย ราคาซื้อขาย ประมาณ 1,000-1,900 บาทต่อตัน ขึ้นอยู่กับคุณภาพของ เชื้อเพลิงพลังงาน</li>
<li><strong>Wood Pellets</strong> (<strong>ชีวมวลอัดแท่ง</strong>) ทั้งชนิด White Pellets และ Black Pellets ราคาขายประมาณ 3,500-4,500 บาท ต่อตัน ขึ้นอยู่กับคุณภาพของเชื้อเพลิง ภาครัฐควรผลักดัน ให้ต่างประเทศซื้อชีวมวลอัดแท่งตามมาตรฐาน มอก. เพื่อ ส่งเสริมให้ผลิตและสามารถส่งออกเชื้อเพลิงคุณภาพดีให้กับ ประเทศไทย</li>
</ol>
<p>เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น จะขอนำประกาศบางส่วนจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงของ (RDF) ตามหมายเลข มอก. 3460-2565 และหมายเลข มอก. 2772-2560 เชื้อเพลิงชีวมวล อัดเม็ดมาเป็นข้อมูล ดังนี้</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-32591" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/RDF.jpg" alt="RDF" width="460" height="498" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/RDF.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/RDF-277x300.jpg 277w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/RDF-150x163.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/RDF-462x500.jpg 462w" sizes="(max-width: 460px) 100vw, 460px" /></p>
<h3>มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เชื้อเพลิงขยะ RDF : Refuse Derived Fuel</h3>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32590" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/RDF_Table-01.png" alt="มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เชื้อเพลิงขยะ RDF : Refuse Derived Fuel" width="780" height="411" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/RDF_Table-01.png 780w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/RDF_Table-01-300x158.png 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/RDF_Table-01-768x405.png 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/RDF_Table-01-150x79.png 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/RDF_Table-01-500x263.png 500w" sizes="(max-width: 780px) 100vw, 780px" /></p>
<p>มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมนี้ ครอบคลุมเชื้อเพลิงที่ทำจากขยะมูลฝอยจากชุมชนหรือกากอุตสาหกรรมไม่อันตราย เช่น บรรจุภัณฑ์ เศษผ้า เศษยาง เศษพลาสติก กระดาษ เปลือกผลไม้ กากตะกอน แต่ไม่รวมถึงขยะอันตรายและขยะติดเชื้อ</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32588" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/Wood-Pellets.jpg" alt="Wood Pellets" width="334" height="316" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/Wood-Pellets.jpg 334w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/Wood-Pellets-300x284.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/Wood-Pellets-150x142.jpg 150w" sizes="(max-width: 334px) 100vw, 334px" /></p>
<h3>มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เชื้อเพลิงชีวมวลแข็งอัดเม็ด (Wood Pellets)</h3>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32589" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/RDF_Table-02.png" alt="มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เชื้อเพลิงชีวมวลแข็งอัดเม็ด (Wood Pellets)" width="780" height="942" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/RDF_Table-02.png 780w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/RDF_Table-02-248x300.png 248w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/RDF_Table-02-768x928.png 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/RDF_Table-02-150x181.png 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/RDF_Table-02-414x500.png 414w" sizes="(max-width: 780px) 100vw, 780px" /></p>
<p>เชื้อเพลิงพลังงานทั้ง 2 ชนิดดังกล่าวข้างต้นอาจไม่เป็นที่สนใจของฝ่ายการเมืองเท่าไรนัก แต่สำหรับผู้ประกอบการตัวจริงที่ต้องการลด Carbon Footprint ทั้งสินค้าและบริการแล้ว RDF และ Wood Pellets อาจเหมือนหนูตัวน้อยที่คอยช่วยราชสีห์ เนื่องจากการคำนวณ Footprint ใน Scope 2 หากเปรียบเทียบการใช้ไฟฟ้าจาก Grid และจากพลังงานหมุนเวียน (RE) แล้ว Factor ตัวคูณของ RE จะเท่ากับ 0 (ศูนย์) ดังนั้น ในอนาคตเชื้อเพลิงทั้ง 2 ชนิดนี้จะได้รับความนิยมมากขึ้นเมื่อสินค้าต่างๆ ต้องเสียภาษีคาร์บอน (Carbon Tax)</p>
<p>The COP28 Summit agrees to fade the use of fossil fuel. It might be the challenge to Thailand to meet the Carbon Neutrality in 2050 and Net Zero in 2065. I want to quote Mr.Frederick Langbridge’s proverbs as &#8220;Two men look out the same prison bars; one sees mud and the other stars.&#8221; There are the opportunities in RDF : Refuse Derived Fuel and Wood Pellets. Currently both feedstocks have their own Thailand Standard which are TISI 3460-2565 and 2772-2560 respectively. These fuels reduce the carbon footprint comparing to the fossil fuel electricity.</p>
<hr />
<p>Source: นิตยสาร Green Network ฉบับที่ 121 มกราคม – กุมภาพันธ์ 2567 คอลัมน์ บทความ โดย พิชัย ถิ่นสันติสุข</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/cop28-rdf-wood-pellets/">Cop28 : Transition Away Fossil Fuel โอกาสทองของเชื้อเพลิง RDF & WOOD PELLETS</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/cop28-rdf-wood-pellets/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บีไอจี  จับมือโรงไฟฟ้าราชบุรีศึกษาการผลิตกรีนไฮโดรเจนจาก “โซลาร์ฟาร์มลอยน้ำ” แห่งแรกในไทย</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/big-x-ratchgen/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/big-x-ratchgen/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 28 Feb 2024 04:24:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[กรีนไฮโดรเจน]]></category>
		<category><![CDATA[บีไอจี]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิง]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์ฟาร์มลอยน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้าราชบุรี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=32479</guid>

					<description><![CDATA[<p>บีไอจี ผู้นำนวัตกรรมก๊าซอุตสาหกรรม และเทคโนโลยีลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อสภาพภูมิอากาศ (Climate Technology Company) จับมือ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรี จำกัด  (โรงไฟฟ้าราชบุรี) ลงนามความร่วมมือศึกษาความเป็นไปได้ในการผลิตไฮโดรเจนจากโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำ เพื่อเป็นเชื้อเพลิงหลักในการขนส่ง  นับเป็นกระบวนการผลิตกรีนไฮโดรเจน ที่มาจากพลังงานหมุนเวียนโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำแห่งแรกในประเทศไทยที่ทั้งสองบริษัทมีความมุ่งมั่นในการผลักดันการเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน ด้วยการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำตามเป้าหมาย Net Zero จตุพร โสภารักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรี จำกัด กล่าวว่า บมจ.ราชกรุ๊ป ตั้งเป้าเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเพื่อลดก๊าซเรือนกระจก ขยายการลงทุนในธุรกิจสีเขียว ในโอกาสนี้โรงไฟฟ้าราชบุรีจึงได้ร่วมมือศึกษาความเป็นไปได้ในการผลิตไฮโดรเจนจากโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำ (Solar&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/big-x-ratchgen/">บีไอจี  จับมือโรงไฟฟ้าราชบุรีศึกษาการผลิตกรีนไฮโดรเจนจาก “โซลาร์ฟาร์มลอยน้ำ” แห่งแรกในไทย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บีไอจี</strong> <strong>ผู้นำนวัตกรรมก๊าซอุตสาหกรรม และเทคโนโลยีลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อสภาพภูมิอากาศ (Climate Technology Company) จับมือ </strong><strong>บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรี จำกัด  </strong><strong>(โรงไฟฟ้าราชบุรี)</strong> <strong>ลงนามความร่วมมือศึกษาความเป็นไปได้ในการผลิตไฮโดรเจนจากโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำ เพื่อเป็นเชื้อเพลิงหลักในการขนส่ง  นับเป็นกระบวนการผลิตกรีนไฮโดรเจน ที่มาจากพลังงานหมุนเวียนโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำแห่งแรกในประเทศไทยที่ทั้งสองบริษัทมีความมุ่งมั่นในการผลักดันการเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน ด้วยการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยี</strong><strong>มุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำตามเป้าหมาย Net Zero</strong></p>
<p><span id="more-32479"></span></p>
<p><strong>จตุพร โสภารักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรี จำกัด</strong><strong> </strong>กล่าวว่า บมจ.ราชกรุ๊ป ตั้งเป้าเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเพื่อลดก๊าซเรือนกระจก ขยายการลงทุนในธุรกิจสีเขียว ในโอกาสนี้โรงไฟฟ้าราชบุรีจึงได้ร่วมมือศึกษาความเป็นไปได้ในการผลิตไฮโดรเจนจากโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำ (Solar Floating Project) ขนาด 2 MW ซึ่งมีการติดตั้งอยู่แล้วในพื้นที่อ่างเก็บน้ำดิบของโรงไฟฟ้าราชบุรี เพื่อเป็นเชื้อเพลิงในการขนส่ง โดยการศึกษาครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการหาแนวทางการพัฒนาโครงการที่สามารถเป็นไปได้ในพื้นที่โรงไฟฟ้า หลังจากหมดอายุสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ กฟผ. แล้ว ยังเป็นการเตรียมความพร้อม สำหรับการประกาศความมุ่งมั่นความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี 2570 ของ บมจ.ราชกรุ๊ป เนื่องจากไฮโดรเจนจากกระบวนการผลิตนี้ จะเป็นกรีนไฮโดรเจน ซึ่งเรียกได้ว่า เป็นพลังงานสะอาด ที่เกิดจากการนำพลังงานหมุนเวียนอย่างพลังงานแสงอาทิตย์ มาใช้ในการแยกไฮโดรเจนจากน้ำ โดยไม่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในกระบวนการผลิต นับเป็นหนึ่งพลังงานทางเลือก ที่ทั่วโลกให้ความสนใจ เนื่องจากลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</p>
<figure id="attachment_32481" aria-describedby="caption-attachment-32481" style="width: 780px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-32481" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/big-x-ratchgen-02.jpg" alt="ปิยบุตร จารุเพ็ญ " width="780" height="452" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/big-x-ratchgen-02.jpg 780w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/big-x-ratchgen-02-300x174.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/big-x-ratchgen-02-768x445.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/big-x-ratchgen-02-150x87.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/big-x-ratchgen-02-500x290.jpg 500w" sizes="(max-width: 780px) 100vw, 780px" /><figcaption id="caption-attachment-32481" class="wp-caption-text">ปิยบุตร จารุเพ็ญ (ที่3จากซ้าย)  กรรมการผู้จัดการ บีไอจี</figcaption></figure>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ปิยบุตร</strong> <strong>จารุเพ็ญ</strong></span><strong> กรรมการผู้จัดการ</strong> <strong>บีไอจี</strong> กล่าวว่า บีไอจีเดินหน้าในการนำนวัตกรรมจากไฮโดรเจนที่บีไอจีและแอร์โปรดักส์ บริษัทแม่ของบีไอจีจากประเทศสหรัฐฯ มีความชำนาญและเป็นผู้ลงทุนโครงการกรีนไฮโดรเจนรายใหญ่ที่สุดของโลก มุ่งมั่นในการสร้างความยั่งยืนในระดับสากล มีกลยุทธ์ Generating A Cleaner Future ร่วมกับทุกภาคส่วน บีไอจีตระหนักถึงการใช้พลังงานสะอาดเพื่อร่วมผลักดันการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) ในประเทศไทยด้วยการผลักดันการผลิตและการใช้ประโยชน์จากพลังงานไฮโดรเจนซึ่งเป็นหนึ่งใน Climate Technology เพื่อเป็นแรงสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และการร่วมมือศึกษาธุรกิจและพัฒนาการผลิตไฮโดรเจนจากโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำนี้ จะเป็นการผลิตกรีนไฮโดรเจนจากโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำแห่งแรกในประเทศไทย อีกทั้งยังจะสามารถเพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียน ตามข้อตกลงระดับนานาชาติจากการประชุม COP28 ที่ผ่านมา มีการเรียกร้องให้เพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียนทั่วโลกเป็น 3 เท่าและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานเป็น 2 เท่าภายในปี พ.ศ. 2573</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32482" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/big-x-ratchgen-03.jpg" alt="บีไอจี  จับมือโรงไฟฟ้าราชบุรีศึกษาการผลิตกรีนไฮโดรเจนจาก “โซลาร์ฟาร์มลอยน้ำ” แห่งแรกในไทย" width="780" height="520" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/big-x-ratchgen-03.jpg 780w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/big-x-ratchgen-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/big-x-ratchgen-03-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/big-x-ratchgen-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/big-x-ratchgen-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 780px) 100vw, 780px" /></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/big-x-ratchgen/">บีไอจี  จับมือโรงไฟฟ้าราชบุรีศึกษาการผลิตกรีนไฮโดรเจนจาก “โซลาร์ฟาร์มลอยน้ำ” แห่งแรกในไทย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/big-x-ratchgen/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Black Pellets โอกาสทองของไทย</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/black-pellets/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/black-pellets/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 04 May 2023 03:41:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Article]]></category>
		<category><![CDATA[Highlight Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Bio Coal]]></category>
		<category><![CDATA[Black Pellets]]></category>
		<category><![CDATA[Torrefied Pellet]]></category>
		<category><![CDATA[การผลิตพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ชีวมวล]]></category>
		<category><![CDATA[ชีวมวลอัดแท่ง]]></category>
		<category><![CDATA[พิชัย ถิ่นสันติสุข]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิง]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิงชีวมวล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=26572</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อพลังงานกำลังกลายเป็นทุกสิ่งทุกอย่างที่มนุษย์จำเป็นต้องมี จำเป็นต้องใช้ พลังงานกลายเป็น ยุทธปัจจัยที่มนุษย์ต้องแย่งชิง แสวงหา เพื่อสร้างความได้เปรียบและมีความสำคัญไม่แตกต่างไปจากปัจจัย 4 ที่สำคัญต่อการดำรงชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งพลังงานทดแทน ซึ่งมีชื่อเรียกอย่างไพเราะน่าฟัง เช่น พลังงานสีเขียว พลังงานหมุนเวียน เหล่านี้กำลังทวีความจำเป็นสำหรับมนุษย์มากยิ่งขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องเพื่อให้โลกใบเก่าของเรามีอายุยืนยาวยิ่งขึ้น กว่าที่คนเราจะยอมรับได้ว่าภาวะโลกร้อนมีอยู่จริงก็ใช้เวลา ในการรณรงค์กว่า 10 ปี แต่ยังคงไม่สายเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พลังงานหมุนเวียนที่จะมาทดแทนฟอสซิล เมื่อกว่า 10 ปีที่แล้วกูรูผู้รู้ทั้งหลายได้ฟันธงเป็นเสียงเดียวกันว่า เชื้อเพลิงสำหรับโรงไฟฟ้าชีวมวลจากพืชปลูกใหม่มีราคาแพงกว่าเศษไม้เบญจพรรณและวัสดุเหลือใช้จากภาคเกษตรกรรม มาวันนี้โรงไฟฟ้าชุมชน 150 เมกะวัตต์ ที่กระทรวงพลังงานรับซื้อไฟฟ้า ซึ่งต้องใช้เชื้อเพลิงจากไม้ปลูกใหม่&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/black-pellets/">Black Pellets โอกาสทองของไทย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เมื่อพลังงานกำลังกลายเป็นทุกสิ่งทุกอย่างที่มนุษย์จำเป็นต้องมี จำเป็นต้องใช้ พลังงานกลายเป็น ยุทธปัจจัยที่มนุษย์ต้องแย่งชิง แสวงหา เพื่อสร้างความได้เปรียบและมีความสำคัญไม่แตกต่างไปจากปัจจัย 4 ที่สำคัญต่อการดำรงชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งพลังงานทดแทน ซึ่งมีชื่อเรียกอย่างไพเราะน่าฟัง เช่น พลังงานสีเขียว พลังงานหมุนเวียน เหล่านี้กำลังทวีความจำเป็นสำหรับมนุษย์มากยิ่งขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องเพื่อให้โลกใบเก่าของเรามีอายุยืนยาวยิ่งขึ้น</strong><span id="more-26572"></span></p>
<p>กว่าที่คนเราจะยอมรับได้ว่าภาวะโลกร้อนมีอยู่จริงก็ใช้เวลา ในการรณรงค์กว่า 10 ปี แต่ยังคงไม่สายเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พลังงานหมุนเวียนที่จะมาทดแทนฟอสซิล เมื่อกว่า 10 ปีที่แล้วกูรูผู้รู้ทั้งหลายได้ฟันธงเป็นเสียงเดียวกันว่า เชื้อเพลิงสำหรับโรงไฟฟ้าชีวมวลจากพืชปลูกใหม่มีราคาแพงกว่าเศษไม้เบญจพรรณและวัสดุเหลือใช้จากภาคเกษตรกรรม มาวันนี้โรงไฟฟ้าชุมชน 150 เมกะวัตต์ ที่กระทรวงพลังงานรับซื้อไฟฟ้า ซึ่งต้องใช้เชื้อเพลิงจากไม้ปลูกใหม่ เช่น กระถิน รวมถึงพืชล้มลุกอย่างหญ้าเนเปียร์ กลับมีราคาต่ำกว่าไม้เบญจพรรณ นอกจากนี้ โครงการโรงไฟฟ้าชุมชนดังกล่าวยังต้องแบ่งปันกำไรจากการขายไฟฟ้าให้กับชุมชนและหุ้นบุริมสิทธิ์อีก 10% อีกด้วย</p>
<p>เช่นเดียวกับชีวมวลอัดแท่ง (Wood Pellets) ซึ่งจะขอเรียกชื่อ ตามตลาดการซื้อขาย โดยจะเรียกชื่อชีวมวลอัดแท่งทั่วๆ ไปว่า White Pellets ส่วนชีวมวลที่ผ่านกระบวนการจะขอเรียกว่า Black Pellets ในอดีต Black Pellets นี้ก็ถูกกูรูทั้งหลายพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ยังไม่คุ้มค่าการลงทุน” สำหรับวันนี้แล้ว Black Pellets ในตลาดโลก โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่นประเทศเดียวมีความต้องการกว่า 30 ล้านตันต่อปี ในราคาที่ดีพอสมควร คือประมาณ 190 เหรียญสหรัฐฯ ต่อตัน (FOB) ถ้าจะคิดง่ายๆ White Pellets เปรียบเสมือนไม้ฟืน ส่วน Black Pellets เปรียบได้กับถ่าน กระบวนการเผาฟืนให้เป็นถ่านก็ต้องใช้วิธี อับอากาศเหมือนการเผาถ่าน แต่เรียกในชื่อเก๋ไก๋ว่า กระบวนการทอร์ริแฟคชั่น (Torrefaction Process) นอกจากตลาดต่างประเทศสนใจจะใช้ Black Pellets แล้ว โรงงานใหญ่ๆ ในประเทศไทยก็สนใจเช่นกัน</p>
<figure id="attachment_26581" aria-describedby="caption-attachment-26581" style="width: 250px" class="wp-caption alignright"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-26581" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Black-Pellets-P01.jpg" alt="ผู้ช่วยศาสตราจารย์วีระชัย ลิ้มพรชัยเจริญ" width="250" height="302" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Black-Pellets-P01.jpg 325w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Black-Pellets-P01-248x300.jpg 248w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Black-Pellets-P01-150x181.jpg 150w" sizes="(max-width: 250px) 100vw, 250px" /><figcaption id="caption-attachment-26581" class="wp-caption-text">ผู้ช่วยศาสตราจารย์วีระชัย ลิ้มพรชัยเจริญ ผู้เชี่ยวชาญด้านชีวมวล และ Black Pellets</figcaption></figure>
<p><span style="color: #339900;"><strong>Green Network</strong></span> ฉบับนี้เราได้รับเกียรติจาก <span style="color: #6cb742;"><strong>ผู้ช่วยศาสตราจารย์วีระชัย ลิ้มพรชัยเจริญ</strong></span> <strong>ผู้เชี่ยวชาญด้านชีวมวลและ Black Pellets</strong> พร้อมกับ <span style="color: #6cb742;"><strong>ดร.อดิศักดิ์ ชูสุข</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการกองวิจัยค้นคว้าพลังงาน กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน</strong> มาร่วมให้ข้อมูลและแนวนโยบายดังต่อไปนี้</p>
<p>Black Pellets, Torrefied Pellet, Bio Coal เป็นชื่อเรียกเชื้อเพลิงที่นำชีวมวลมาผ่านกระบวนการ Torrefaction เพื่อเพิ่มคุณสมบัติทางด้าน ความร้อนของเชื้อเพลิงให้มีคุณภาพสูงขึ้น</p>
<p>กระบวนการทอริแฟคชั่น (Torrefaction Process) เป็นกระบวนการปฏิกิริยาเคมีความร้อน (Thermochemical) เพื่อใช้สำหรับปรับปรุงคุณภาพ เชื้อเพลิงชีวมวล โดยจะมีการใช้ความร้อนแก่ชีวมวลจนมีอุณหภูมิสูงถึง 200-320๐C ที่สภาวะอับอากาศ เพื่อทำให้ชีวมวลมีคุณสมบัติทางเคมีและ ทางกายภาพดีขึ้น คุณสมบัติหลักๆ ที่จะได้รับคือ ค่าความร้อนที่สูงขึ้น คุณสมบัติทนต่อการเสียรูปจากการสัมผัสโดนความชื้นหรือน้ำ (Hydrophobic) รวมถึงคุณสมบัติในการบดย่อยที่ดีขึ้น ดังแสดงในตาราง</p>
<h3>ตารางแสดงการ เปรียบเทียบคุณสมบัติ ของเชื้อเพลิงชนิด ต่างๆ เมื่อเปรียบเทียบ กับ Black Pellets หรือ Torref ied Wood Pellets</h3>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-26580" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Black-Pellets-T01.jpg" alt="ตารางแสดงการ เปรียบเทียบคุณสมบัติ ของเชื้อเพลิงชนิด ต่างๆ เมื่อเปรียบเทียบ กับ Black Pellets หรือ Torref ied Wood Pellets" width="740" height="345" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Black-Pellets-T01.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Black-Pellets-T01-300x140.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Black-Pellets-T01-150x70.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Black-Pellets-T01-500x233.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<figure id="attachment_26579" aria-describedby="caption-attachment-26579" style="width: 650px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-26579" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Black-Pellets-01.jpg" alt="รูปแสดงคุณสมบัติทนต่อการเสียรูปจากการสัมผัสโดนความชื้นหรือน้ำ " width="650" height="641" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Black-Pellets-01.jpg 650w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Black-Pellets-01-300x296.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Black-Pellets-01-50x50.jpg 50w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Black-Pellets-01-150x148.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Black-Pellets-01-500x493.jpg 500w" sizes="(max-width: 650px) 100vw, 650px" /><figcaption id="caption-attachment-26579" class="wp-caption-text">รูปแสดงคุณสมบัติทนต่อการเสียรูปจากการสัมผัสโดนความชื้นหรือน้ำ (Hydrophobic)</figcaption></figure>
<p><strong>กระบวนการผลิต Torref ied Pellets หรือ Black Pellets</strong> สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 แบบ คือ</p>
<p><strong>1) Pellets Before Torrefaction Process (PBT Process)</strong> เป็นกระบวนการผลิตที่นำ ชีวมวลมาผ่านกระบวนการ อัดขึ้นรูปเป็นชีวมวลอัดแท่ง (Pelletizing) ก่อนที่จะนำเข้า กระบวนการ Torrefaction เพื่อให้ได้ Black Pellets</p>
<figure id="attachment_26578" aria-describedby="caption-attachment-26578" style="width: 740px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-26578" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Black-Pellets-02.jpg" alt="รูปแสดงการนำชีวมวลอัดแท่ง (White Pellets) เข้าสู่กระบวนการ Torrefaction Proces" width="740" height="480" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Black-Pellets-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Black-Pellets-02-300x195.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Black-Pellets-02-150x97.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Black-Pellets-02-500x324.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /><figcaption id="caption-attachment-26578" class="wp-caption-text">รูปแสดงการนำชีวมวลอัดแท่ง (White Pellets) เข้าสู่กระบวนการ Torrefaction Process ที่อุณหภูมิ 250-300๐C ในสภาวะอับอากาศที่ระยะเวลาต่างๆ กัน เพื่อผลิตเป็น Black Pellets</figcaption></figure>
<p><strong>2) Pellets After Torrefaction Process (PAT Process)</strong> เป็นกระบวนการผลิต Black Pellets ที่นำชีวมวลมาเข้า กระบวนการทอร์ริแฟคชั่นก่อน แล้วจึงเข้าสู่กระบวนการ อัดขึ้นรูปเป็นชีวมวลอัดแท่ง (Pelletizing) ในภายหลัง</p>
<figure id="attachment_26577" aria-describedby="caption-attachment-26577" style="width: 740px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-26577" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Black-Pellets-03.jpg" alt="รูปแสดงการนำไม้สับ (Wood Chips) เข้าสู่กระบวนการ Torrefaction Process" width="740" height="273" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Black-Pellets-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Black-Pellets-03-300x111.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Black-Pellets-03-150x55.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Black-Pellets-03-500x184.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /><figcaption id="caption-attachment-26577" class="wp-caption-text">รูปแสดงการนำไม้สับ (Wood Chips) เข้าสู่กระบวนการ Torrefaction Process ที่อุณหภูมิ 250-300๐C ในสภาวะอับอากาศที่ระยะเวลาต่างๆ กัน แล้วนำมาเพื่อผลิตเป็น Black Pellets</figcaption></figure>
<h3>ชนิดของเทคโนโลยีในการผลิต Black Pellets หรือ Torref ied Pellets</h3>
<p>สำหรับเทคโนโลยีที่ใช้ในกระบวนการ Torrefaction จะมีอยู่หลายวิธี โดยตารางด้านล่างจะเป็นตัวอย่างบางส่วนของเทคโนโลยีที่ใช้ในปัจจุบัน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-26576" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Black-Pellets-T02.jpg" alt="เทคโนโลยีในการผลิต Black Pellets หรือ Torref ied Pellets" width="740" height="650" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Black-Pellets-T02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Black-Pellets-T02-300x264.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Black-Pellets-T02-150x132.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Black-Pellets-T02-500x439.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-26575" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Black-Pellets-T03.jpg" alt="เทคโนโลยีในการผลิต Black Pellets หรือ Torref ied Pellets" width="740" height="526" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Black-Pellets-T03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Black-Pellets-T03-300x213.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Black-Pellets-T03-150x107.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Black-Pellets-T03-500x355.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>ในแต่ละเทคโนโลยีจะมีความเหมาะสมกับความต้องการนำไปใช้ เช่น ถ้าต้องการผลิต Black Pellets แบบ Pellet After Torrefaction (PAT) โดยใช้วัตถุดิบขี้เลื่อย สามารถใช้ชนิดของ Reactor เป็นแบบ (4) Cyclonic Reactor ได้ ซึ่งจะมีความเหมาะสมกว่าแบบอื่นๆ หรือหาก ต้องการผลิต Black Pellets แบบ Pellet Before Torrefaction (PBT) และอยู่ในพื้นที่ที่สามารถหาไฟฟ้าได้ในราคาไม่แพง การเลือกใช้ Reactor ชนิด (5) Electrical Heat-Resistance Vibrating Reactor ก็ถือเป็น ตัวเลือกที่เหมาะสม เพราะเป็นเทคโนโลยีที่มีราคาไม่สูงและมีขนาดของ Reactor ที่ไม่ใหญ่เกินไป ดังนั้นการเลือกใช้ชนิดของเทคโนโลยีที่เหมาะสม จะขึ้นอยู่กับปัจจัยของชนิดของวัตถุดิบ ชนิดของสินค้าที่ตลาดต้องการ (PAT หรือ PBT) ราคาค่าพลังงานไฟฟ้า และขนาดกำลังการผลิตที่ต้องการ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ ก่อนการตัดสินใจลงทุน</p>
<figure id="attachment_26574" aria-describedby="caption-attachment-26574" style="width: 250px" class="wp-caption alignright"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-26574" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Black-Pellets-P02.jpg" alt="ดร.อดิศักดิ์ ชูสุข" width="250" height="301" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Black-Pellets-P02.jpg 325w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Black-Pellets-P02-249x300.jpg 249w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Black-Pellets-P02-150x180.jpg 150w" sizes="(max-width: 250px) 100vw, 250px" /><figcaption id="caption-attachment-26574" class="wp-caption-text">ดร.อดิศักดิ์ ชูสุข ผู้อำนวยการกองวิจัยค้นคว้าพลังงาน กรมพัฒนาพลังงานทดแทน และอนุรักษ์พลังงาน (พพ.)</figcaption></figure>
<p>แผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก พ.ศ. 2561-2580 มีเป้าหมายในการนำชีวมวลมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตพลังงานใน 2 รูปแบบ ได้แก่ การผลิตไฟฟ้า 5,790 เมกะวัตต์ และการผลิตความร้อน 23,000 ktoe ผลการดำเนินการเม่ือพฤศจิกายน 2565 สามารถนำชีวมวล ไปใช้ผลิตไฟฟ้าได้ 3,725 เมกะวัตต์ และนำชีวมวลไปใช้เป็นเชื้อเพลิง ในรูปของความร้อนได้ 4,418 ktoe ปัจจุบันชีวมวลที่นำมาใช้เป็นเชื้อเพลิง ท้ัง 2 ส่วนน้ัน ส่วนใหญ่ได้มาจากผลพลอยได้จากการแปรรูปผลผลิต ทางการเกษตร เช่น โรงน้ำตาลจะได้ชานอ้อย โรงสกัดน้ำมันปาล์มจะได้ กะลาปาล์ม เส้นใยปาล์ม ทลายปาล์ม ลานสีข้าวโพดจะได้เปลือกและ ฝักข้าวโพด และสวนยางพาราที่หมดอายุ (ให้น้ำยางน้อย) จะได้เศษไม้ ยางพารา ขี้เลื่อย เป็นต้น ซึ่งเชื้อเพลิงชีวมวลเหล่านี้จะต้องมีการบริหาร จัดการในการใช้ โดยจะต้องใช้ในพื้นที่ที่ใกล้กับแหล่งเกิดชีวมวลให้มาก ที่สุด แต่หากมีความจำเป็นต้องนำไปใช้ในพื้นที่อื่น จะต้องมีการแปรรูป เพื่อการขนส่งและการนำไปใช้งานของปลายทาง เช่น การแปรรูปขี้เลื่อย เป็นชีวมวลการอัดแท่ง (Pellets) เพื่อนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงของหม้อไอน้ำ ทดแทนการใช้ถ่านหินหรือน้ำมันเตา การแปรรูปเปลือกข้าวโพดในรูปก้อน อัดแน่นเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงของโรงไฟฟ้า เป็นต้น โดยรูปแบบของการ แปรรูปชีวมวลเพื่อนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิง สามารถแปรรูปและประยุกต์ ใช้งานได้หลายรูปแบบ อาทิ สับ บด อัดก้อน รวมถึงกระบวนการ ทอร์รีแฟกช่ัน (Torrefaction) เพ่ือเพ่ิมคุณภาพและระยะเวลาการจัดเก็บ ซึ่งแต่ละรูปแบบจะมีต้นทุน ระยะเวลาการจัดเก็บ และความเหมาะสม ในการใช้งานที่แตกต่างกันไป จะต้องพิจารณาในรายละเอียด</p>
<p>ในระยะต่อไป เพื่อความมั่นคงและเกิดความยั่งยืนในการใช้ เชื้อเพลิงชีวมวล จะต้องมีการวางแผนร่วมกันระหว่างผู้ปลูก ผู้ใช้ และ ภาครัฐอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การปลูก การตัด การแปรรูป และการนำ ไปใช้ โดยพื้นที่เป้าหมายจะต้องส่งเสริมให้เกษตรกรที่ทำการเกษตร ในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมปรับเปลี่ยนมาปลูกพืชพลังงาน (แต่จะไม่ใช้พื้นท่ี ที่เหมาะสมในการปลูกพืชอาหารมาปลูกพืชพลังงาน) ซึ่งเกษตรกรที่ปลูก พืชอาหารในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมเหล่านี้ ภาครัฐต้องชดเชยรายได้ให้กับ เกษตรกรเป็นประจำทุกปี เป็นการใช้งบประมาณโดยไม่เกิดผลผลิต ดังนั้น หากมีการบริหารร่วมกันจะทำให้ภาคเอกชนมีเชื้อเพลิงชีวมวล ใช้อย่างต่อเนื่อง ทำให้มีความมั่นคงทางด้านเชื้อเพลิง ภาคเกษตรกร มีรายได้ที่แน่นอนและสม่ำเสมอ ทำให้มีความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจ มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และลดรายจ่ายของภาครัฐลงได้ ทั้งนี้ การส่งเสริม สนับสนุนดังกล่าวเพื่อให้ประเทศไทยมีการผลิตและการใช้พลังงาน สะอาดเพื่อให้บรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Greenhouse Gas Emission)</p>
<p>ภาพฝันของปวงชนชาวไทยในวันนี้ นอกจากจะถามหารัฐบาล ที่สามารถแก้จนให้กับประเทศไทยได้แล้ว ภาพความฝันที่มีฉากทัศน์ พร้อมแล้วก็คือ ราคาไฟฟ้าที่ต่ำกว่าหน่วยละ 4 บาท ช่วยคนจน เพิ่ม การแข่งขันให้กับภาคอุตสาหกรรมในอาเซียนและรองรับยานยนต์ไฟฟ้าที่ทุกรัฐบาลไม่อาจปฏิเสธได้ ค่าไฟฟ้าแบบ Low Cost กำลังรอคอยรัฐบาล จากการเลือกตั้งที่มีวิสัยทัศน์มา “ผ่าตัดใหญ่โครงสร้างการผลิตและ จำหน่ายไฟฟ้าของประเทศไทย”</p>
<table style="border: 5px solid #6cb742;" width="100%">
<tbody>
<tr valign="middle">
<td style="vertical-align: middle; padding: 10px;">Black Pellets might become the rising stars in this high energy price era. <strong>Mr.Weerachai Limpornchaicharoen</strong>, Biomass and Black Pellets Expert, has given 6 various black pellet production technologies. He strongly recommended to do the research in feedstock, market, and customers prior to invest. <strong>Mr.Adisak Choosuk</strong>, Ph.D. from DEDE suggested that the black pellets might support the economy when everyone in the supply chain (growers, producers, and users) come to discuss the possibility to move forward. Let the new government decides. Summarized by Sarah Sunshine</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>&nbsp;</p>
<hr />
<p>Source: นิตยสาร Green Network ฉบับที่ 116 มีนาคม &#8211; เมษายน 2566 คอลัมน์ บทความ โดย พิชัย ถิ่นสันติสุข</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/black-pellets/">Black Pellets โอกาสทองของไทย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/black-pellets/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สนพ.เปิดตัวเลขการใช้พลังงาน 9 เดือนแรก ปี&#8217;64 เพิ่มขึ้น 0.01%และทั้งปีเพิ่มแค่ 0.2% เหตุเศรษฐกิจชะลอตัว &#8211; COVID-19 ระบาด</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%82%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%82%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 24 Nov 2021 08:27:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[LPG]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[ตัวเลขการใช้พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[ปี 2564]]></category>
		<category><![CDATA[พลังไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[สถานการณ์พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิง]]></category>
		<category><![CDATA[แนวโน้มการใช้พลังงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=19863</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กล่าวถึงสถานการณ์พลังงานในช่วง 9 เดือนแรก(มกราคม-กันยายน) ปี 2564 พบว่า การใช้พลังงานขั้นต้นเพิ่มขึ้น 0.01% จากการใช้ก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน/ลิกไนต์ ไฟฟ้าพลังน้ำและไฟฟ้านำเข้า เพิ่มขึ้นตามสภาวะเศรษฐกิจในช่วงต้นปี ในขณะที่การใช้น้ำมันลดลงเนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ซึ่งภาครัฐมีการประกาศใช้มาตรการต่างๆ อาทิ การทำงานจากที่บ้าน การจำกัดการเดินทางข้ามจังหวัด และการประกาศเคอร์ฟิว เมื่อแยกรายประเภทพบว่า การใช้น้ำมันสำเร็จรูป ลดลง8.3% น้ำมันเตา เพิ่มขึ้น 13.7% LPG&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%82%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/">สนพ.เปิดตัวเลขการใช้พลังงาน 9 เดือนแรก ปี’64 เพิ่มขึ้น 0.01%และทั้งปีเพิ่มแค่ 0.2% เหตุเศรษฐกิจชะลอตัว – COVID-19 ระบาด</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong><span style="color: #6cb742;">นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท</span> ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กล่าวถึงสถานการณ์พลังงานในช่วง 9 เดือนแรก(มกราคม-กันยายน) ปี 2564 พบว่า การใช้พลังงานขั้นต้นเพิ่มขึ้น 0.01% จากการใช้ก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน/ลิกไนต์ ไฟฟ้าพลังน้ำและไฟฟ้านำเข้า เพิ่มขึ้นตามสภาวะเศรษฐกิจในช่วงต้นปี ในขณะที่การใช้น้ำมันลดลงเนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ซึ่งภาครัฐมีการประกาศใช้มาตรการต่างๆ อาทิ การทำงานจากที่บ้าน การจำกัดการเดินทางข้ามจังหวัด และการประกาศเคอร์ฟิว เมื่อแยกรายประเภทพบว่า การใช้น้ำมันสำเร็จรูป ลดลง8.3% น้ำมันเตา เพิ่มขึ้น 13.7% LPG โพรเพน และบิวเทน เพิ่มขึ้น 8.1% ก๊าซธรรมชาติ เพิ่มขึ้น 1.1% ด้านการใช้ไฟฟ้า อยู่ที่ 143,663 ล้านหน่วย เพิ่มขึ้น 1% ส่วนใหญ่อยูในภาคอุตสาหกรรม</strong><span id="more-19863"></span></p>
<figure id="attachment_17723" aria-describedby="caption-attachment-17723" style="width: 680px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-17723" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/06/Wattanapong.jpg" alt="วัฒนพงษ์ คุโรวาท" width="680" height="408" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/06/Wattanapong.jpg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/06/Wattanapong-300x180.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/06/Wattanapong-768x461.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/06/Wattanapong-150x90.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/06/Wattanapong-500x300.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /><figcaption id="caption-attachment-17723" class="wp-caption-text">นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.)</figcaption></figure>
<h3><strong>สำหรับสถานการณ์พลังงานรายเชื้อเพลิงในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2564 สรุปได้ ดังนี้</strong></h3>
<p><strong>การใช้น้ำมันสำเร็จรูป</strong> ลดลง 8.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 โดยเฉพาะอย่างยิ่งการระบาดระลอก 3 ในเดือนเมษายน 2564 ต่อเนื่องมาจนถึงเดือนกันยายน โดยการใช้น้ำมันดีเซลลดลง 6.5% การใช้น้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล ลดลง 9.2% และการใช้น้ำมันเครื่องบิน ลดลง 44.9% ขณะที่การใช้น้ำมันเตา เพิ่มขึ้น 13.7% โดยส่วนใหญ่เป็นการใช้ในภาคขนส่ง</p>
<p><strong>การใช้ LPG โพรเพน และบิวเทน</strong> เพิ่มขึ้น 8.1% โดยการใช้เพิ่มขึ้นจากฐานการใช้ที่ต่ำมากกว่าปกติในปี 2563 จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 โดยการใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีมีการใช้เพิ่มขึ้น 24.3% สอดคล้องกับภาคอุตสาหกรรม มีการใช้เพิ่มขึ้น 11.9% ตามการขยายตัวของการส่งออก และภาคครัวเรือน มีการใช้เพิ่มขึ้น 1.4% ขณะที่ภาคขนส่ง มีการใช้ลดลงร้ 16.9% จากข้อจำกัดในการเดินทางในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 และการใช้เอง มีการใช้ลดลง 36.8%</p>
<p><strong>การใช้ก๊าซธรรมชาติ</strong> เพิ่มขึ้น 1.1% โดยการใช้ก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้นเกือบทุกสาขาเศรษฐกิจยกเว้นการใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์ (NGV) ทั้งนี้การใช้เพื่อผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 0.2% ตามความต้องการใช้ไฟฟ้าที่มีแนวโน้มฟื้นตัว การใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมและการใช้เป็นเชื้อเพลิงในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี เพิ่มขึ้น 7.7% และ 1.6% ตามลำดับ ตามการส่งออกที่ขยายตัวได้ดี ขณะที่การใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์ (NGV) ลดลง 19.7% จากผลกระทบการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 เป็นข้อจำกัดทำให้การใช้ NGV ในการเดินทางลดลง</p>
<p>ด้าน<strong>การใช้ไฟฟ้า</strong> ความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุดในระบบ 3 การไฟฟ้า (System Peak) ของปี 2564 เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2564 เวลา 14.49 น. อยู่ที่ระดับ 31,023 เมกะวัตต์ เพิ่มขึ้น 2.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยการใช้ไฟฟ้าในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2564 อยู่ที่ 143,663 ล้านหน่วย เพิ่มขึ้น 1.0% ซึ่งการใช้ไฟฟ้าส่วนใหญ่ 45% อยู่ในสาขาอุตสาหกรรม การใช้เพิ่มขึ้น 5.5% จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกส่งผลให้การผลิตสินค้าเพื่อส่งออกขยายตัวได้ดี ส่วนการใช้ในครัวเรือนเพิ่มขึ้น 0.7% จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ที่ส่งผลให้ยังคงมีมาตรการ Work From Home และการจำกัดการเดินทาง ขณะที่การใช้ไฟฟ้าในสาขาธุรกิจลดลง 7.0% จากปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2563 โดยธุรกิจที่ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน อาทิ ธุรกิจโรงแรม ห้างสรรพสินค้า และภัตตาคาร เป็นต้น</p>
<p>สำหรับ <strong>แนวโน้มการใช้พลังงานปี 2564</strong> ซึ่ง สนพ. ได้มีการพยากรณ์โดยอ้างอิงสมมุติฐานจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) คาดว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2564 จะขยายตัว 1.2% เนื่องจาก 1. การขยายตัวจากการส่งออกสินค้า 2. แรงขับเคลื่อนจากการใช้จ่าย การลงทุน และมาตรการเศรษฐกิจสำคัญของภาครัฐ และ 3. ฐานการขยายตัวที่ต่ำผิดปกติของปี 2563 สำหรับราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยในปี 2564 อยู่ที่ 70.0 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และอัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ยในปี 2564 อยู่ที่ 31.9 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนั้นเมื่อกลางเดือนตุลาคม 2564 กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้เผยแพร่คาดการณ์เศรษฐกิจโลกปี 2564 ขยายตัว 5.9% ทั้งนี้ สนพ.คาดการณ์ว่าการใช้พลังงานขั้นต้นทั้งปีจะเพิ่มเพียง 0.2% ตามภาวะเศรษฐกิจของประเทศที่เริ่มฟื้นตัวในช่วงต้นปี และการเติบโตของเศรษฐกิจโลก</p>
<p>โดยปี 2564 การใช้ก๊าซธรรมชาติและถ่านหิน/ลิกไนต์ คาดว่ามีการใช้เพิ่มขึ้น 2.7% และ 8.1% ตามลำดับ ส่วนการใช้ไฟฟ้าพลังน้ำและไฟฟ้านำเข้า คาดว่าเพิ่มขึ้น 15.4% ขณะที่การใช้น้ำมัน คาดว่าลดลง 7.8% อันเป็นผลจากการยกระดับมาตรการล็อกดาวน์และการประกาศพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดในเดือนกรกฎาคม 2564 การใช้ LPG ในภาคครัวเรือน คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.5% ภาคอุตสาหกรรมและการใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี คาดว่าจะเพิ่มขึ้น10.9% และ 24.2% ตามลำดับ ขณะที่ภาคขนส่งคาดว่ามีการใช้ลดลง 18.7% ส่วนก๊าซธรรมชาติ คาดว่าการใช้จะเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.6 และการใช้ไฟฟ้าคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 1.5% เมื่อเทียบกับปี2563 จากการฟื้นตัวของการใช้ไฟฟ้าในภาคอุตสาหกรรม</p>
<p>“สนพ. ยังคงจับตาสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และปัจจัยอื่นๆ ที่จะส่งผลต่อการใช้พลังงานของประเทศอย่างใกล้ชิด เช่น อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ ราคาน้ำมันดิบตลาดโลก มาตรการในการป้องกัน โควิด-19 ทั้งในและต่างประเทศ อย่างต่อเนื่อง”</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%82%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/">สนพ.เปิดตัวเลขการใช้พลังงาน 9 เดือนแรก ปี’64 เพิ่มขึ้น 0.01%และทั้งปีเพิ่มแค่ 0.2% เหตุเศรษฐกิจชะลอตัว – COVID-19 ระบาด</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%82%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สนพ. เผยยอดใช้พลังงาน 6 เดือนแรกปี 64 เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.8 คาดการใช้พลังงานทั้งปีเพิ่มเพียงร้อยละ 0.1</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-q1-q2-2564/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-q1-q2-2564/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 16 Aug 2021 08:34:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[LPG]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ยอดการใช้พลังงาน ปี 2564]]></category>
		<category><![CDATA[สรุปสถานการณ์พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิง]]></category>
		<category><![CDATA[แนวโน้มการใช้พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=18505</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยถึงสถานการณ์พลังงานครึ่งปีแรก 2564 ยอดการใช้พลังงานขั้นต้นเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.8 จากเศรษฐกิจที่เริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวในช่วงต้นปี โดยมองว่าการใช้พลังงานทั้งปีจะเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 0.1 ตามภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งสาขาการผลิตเพื่อการส่งออก คาดการณ์ว่าการใช้พลังงานจะเพิ่มขึ้นเกือบทุกประเภทยกเว้นการใช้น้ำมัน นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยถึงสถานการณ์พลังงานในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2564 พบว่า การใช้พลังงานขั้นต้นเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.8 จากการใช้ก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน/ลิกไนต์ ไฟฟ้าพลังน้ำและไฟฟ้านำเข้า เพิ่มขึ้นตามสภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัว ในขณะที่การใช้น้ำมันลดลงเนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งภาครัฐมีมาตรการต่างๆ อาทิ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-q1-q2-2564/">สนพ. เผยยอดใช้พลังงาน 6 เดือนแรกปี 64 เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.8 คาดการใช้พลังงานทั้งปีเพิ่มเพียงร้อยละ 0.1</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยถึงสถานการณ์พลังงานครึ่งปีแรก 2564 ยอดการใช้พลังงานขั้นต้นเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.8 จากเศรษฐกิจที่เริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวในช่วงต้นปี โดยมองว่าการใช้พลังงานทั้งปีจะเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 0.1 ตามภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งสาขาการผลิตเพื่อการส่งออก คาดการณ์ว่าการใช้พลังงานจะเพิ่มขึ้นเกือบทุกประเภทยกเว้นการใช้น้ำมัน</strong><span id="more-18505"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.)</strong> เปิดเผยถึงสถานการณ์พลังงานในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2564 พบว่า การใช้พลังงานขั้นต้นเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.8 จากการใช้ก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน/ลิกไนต์ ไฟฟ้าพลังน้ำและไฟฟ้านำเข้า เพิ่มขึ้นตามสภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัว ในขณะที่การใช้น้ำมันลดลงเนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งภาครัฐมีมาตรการต่างๆ อาทิ การทำงานจากที่บ้าน (Work From Home) การประกาศพื้นที่ควบคุมสูงสุดและการจำกัดการเดินทางข้ามจังหวัด เป็นต้น ส่งผลอย่างชัดเจนต่อการใช้น้ำมันในสาขาขนส่ง</p>
<h2>สรุปสถานการณ์พลังงานรายเชื้อเพลิงในช่วง 6 เดือนแรก ปี 2564</h2>
<ul>
<li><strong>การใช้น้ำมันสำเร็จรูป</strong> ลดลงร้อยละ 3.9 ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอก 3 ในเดือนเมษายน 2564 และจากมาตรการต่างๆ ของภาครัฐ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาด อาทิ Work From Home และจำกัดการเดินทางข้ามจังหวัดต่อเนื่องมาจนถึงเดือนมิถุนายน โดยการใช้น้ำมันดีเซลลดลงร้อยละ 1.1 เนื่องจากการขนส่งลดลงในช่วงดังกล่าว การใช้น้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.2 เนื่องจากการใช้เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติในไตรมาสแรกของปี 2564 และลดลงอย่างชัดเจนภายหลังการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในระลอก 3 สำหรับการใช้น้ำมันเครื่องบิน ลดลงร้อยละ 53.0 เนื่องด้วยสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการบินอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเที่ยวบินระหว่างประเทศที่ลดลงอย่างชัดเจนและต่อเนื่อง น้ำมันเตา เพิ่มขึ้นร้อยละ 19.6 จากการใช้ที่เพิ่มขึ้นของทั้งภาคขนส่ง อุตสาหกรรม และการผลิตไฟฟ้า</li>
<li><strong>การใช้ LPG โพรเพน และบิวเทน</strong> เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.7 จากเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มฟื้นตัวและฐานการใช้ที่ต่ำมากกว่าปกติในปี 2563 โดยการใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี มีการใช้เพิ่มขึ้นร้อยละ 21.2 และภาคครัวเรือน มีการใช้เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.8 ขณะที่ภาคขนส่ง มีการใช้ลดลงร้อยละ 12.0 ซึ่งลดลงมาอย่างต่อเนื่องจากการที่ผู้ใช้รถยนต์ LPG บางส่วนหันมาใช้น้ำมันทดแทน ประกอบกับข้อจำกัดในการเดินทางตามมาตรการของรัฐ</li>
<li><strong>การใช้ก๊าซธรรมชาติ</strong> เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.1 โดยการใช้ก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้นเกือบทุกสาขาเศรษฐกิจยกเว้นการใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์ (NGV) การใช้เพื่อผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.9 ตามความต้องการใช้ไฟฟ้าที่มีแนวโน้มฟื้นตัวจากการใช้ไฟฟ้าในโรงงานอุตสาหกรรมและการใช้เป็นเชื้อเพลิงในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.2 และร้อยละ 6.0 ตามลำดับ ตามการส่งออกที่ขยายตัวได้ดี ขณะที่การใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์ (NGV) ลดลงร้อยละ 18.9 ซึ่งลดลงมาอย่างต่อเนื่อง จากผู้ใช้รถยนต์ NGV บางส่วนหันมาใช้น้ำมันทดแทน อีกทั้งผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นข้อจำกัดทำให้การใช้ NGV ในการเดินทางลดลง ส่วนการใช้ถ่านหิน/ลิกไนต์ เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.9 ตามภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัว</li>
<li><strong>การใช้ไฟฟ้า</strong> ความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุดในระบบ 3 การไฟฟ้า1 (System Peak) ของปี 2564 เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2564 เวลา 14.49 น. อยู่ที่ระดับ 31,023 MW เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.2 เมื่อเทียบกับปีก่อน เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.8 โดยการใช้ไฟฟ้าส่วนใหญ่ร้อยละ 45 อยู่ในสาขาอุตสาหกรรม เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.1 จากเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัว ในครัวเรือนลดลงร้อยละ 1.9 จากฐานปี 2563 ที่ค่อนข้างสูงในช่วงล็อกดาวน์และเคอร์ฟิว ประกอบกับในช่วงเดือนพฤษภาคม 2564 เริ่มมีฝนตกทำให้อุณหภูมิไม่สูงนัก การใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนและการใช้ไฟฟ้าในสาขาธุรกิจลดลงร้อยละ 5.0 จากปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2563 อย่างชัดเจน อาทิ ธุรกิจโรงแรม ภัตตาคาร ก่อสร้าง อสังหาริมทรัพย์ และค้าปลีก และค่าเอฟที ช่วงเดือนมกราคม – สิงหาคม 2564 อยู่ที่อัตรา -15.32 สตางค์ต่อหน่วย ปรับลดลง 2.89 สตางค์ต่อหน่วย จากรอบเดือนกันยายน – ธันวาคม 2563</li>
</ul>
<p><strong>สำหรับแนวโน้มการใช้พลังงาน ปี 2564</strong> ซึ่ง สนพ. ได้มีการพยากรณ์โดยอ้างอิงสมมุติฐานจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) คาดว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2564 จะปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงร้อยละ 0.7 – 1.5 เนื่องจาก (1) แนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและปริมาณการค้าโลก (2) แรงขับเคลื่อนจากการใช้จ่ายภาครัฐ และ (3) การปรับตัวตามฐานการขยายตัวที่ต่ำผิดปกติในปี 2563 ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก สศช. คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยในปี 2564 จะอยู่ในช่วง 62 – 72 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จากสมมุติฐานดังกล่าว จะส่งผลให้การใช้พลังงานขั้นต้นในปี 2564 เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.1 ตามภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งสาขาการผลิตเพื่อการส่งออกจากเศรษฐกิจโลกและประเทศคู่ค้าที่เริ่มฟื้นตัว คาดการณ์ว่าการใช้พลังงานจะเพิ่มขึ้นเกือบทุกประเภทยกเว้นการใช้น้ำมัน</p>
<p>โดยปี 2564 การใช้ก๊าซธรรมชาติและถ่านหิน/ลิกไนต์ คาดว่ามีการใช้เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.5 และ 1.8 ตามลำดับ ส่วนการใช้ไฟฟ้าพลังน้ำและไฟฟ้านำเข้า คาดว่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.7 ขณะที่การใช้น้ำมัน คาดว่าลดลงร้อยละ 5.5 อันเป็นผลจากการยกระดับมาตรการล็อกดาวน์และการประกาศพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดในเดือนกรกฎาคม 2564 การใช้ LPG ในภาคครัวเรือน คาดว่าจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.9 ภาคอุตสาหกรรมและการใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี คาดว่าจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.3 และ 11.5 ตามลำดับ ขณะที่ภาคขนส่งคาดว่ามีการใช้ลดลงร้อยละ 24.0 ก๊าซธรรมชาติ คาดว่าการใช้จะเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.5 และการใช้ไฟฟ้า คาดว่าจะมีการใช้ไฟฟ้าลดลงเล็กน้อยที่ร้อยละ 0.4</p>
<p><strong>อย่างไรก็ตาม สนพ. ยังคงจับตาสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และปัจจัยอื่นๆ ที่จะส่งผลต่อการใช้พลังงานของประเทศอย่างใกล้ชิด อาทิ อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ ราคาน้ำมันดิบตลาดโลก มาตรการในการป้องกัน โควิด-19 ทั้งในและต่างประเทศ</strong></p>
<hr />
<p>ที่มา: สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.)</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-q1-q2-2564/">สนพ. เผยยอดใช้พลังงาน 6 เดือนแรกปี 64 เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.8 คาดการใช้พลังงานทั้งปีเพิ่มเพียงร้อยละ 0.1</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-q1-q2-2564/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สนพ. สรุปสถานการณ์พลังงานปี 2563 และแนวโน้มปี 2564</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2563-2564/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2563-2564/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 21 Jan 2021 03:15:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[LPG]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[ความต้องการใช้พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ถ่านหิน]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[ปี 2563]]></category>
		<category><![CDATA[ปี 2564]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนพงษ์ คุโรวาท]]></category>
		<category><![CDATA[สถานการณ์พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิง]]></category>
		<category><![CDATA[แนวโน้มพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=15781</guid>

					<description><![CDATA[<p>สนพ. เปิดเผยถึงสถานการณ์พลังงานปี 2563 ความต้องการใช้พลังงานลดลง 5.8% จากการใช้น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และถ่านหิน/ลิกไนต์ ที่ลดลง ในขณะที่การใช้พลังงานทดแทนเพิ่มขึ้น 0.4% ด้านแนวโน้มการใช้พลังงานในปี 2564 สนพ. ได้มีการพยากรณ์โดยอ้างอิงสมมุติฐานด้านเศรษฐกิจ และนโยบายที่เกี่ยวข้องมาเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการใช้พลังงาน คำนึงถึงภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ที่เกิดขึ้น โดยประมาณการความต้องการใช้พลังงานค่อนข้างทรงตัว โดยคาดการณ์เพิ่มขึ้น 0.1-0.4% ส่วนความต้องการใช้พลังงานทดแทนคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 5% จากนโยบายส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนของภาครัฐ นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน เปิดเผยถึงสถานการณ์พลังงานปี 2563 พบว่า&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2563-2564/">สนพ. สรุปสถานการณ์พลังงานปี 2563 และแนวโน้มปี 2564</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สนพ. เปิดเผยถึงสถานการณ์พลังงานปี 2563 ความต้องการใช้พลังงานลดลง 5.8% จากการใช้น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และถ่านหิน/ลิกไนต์ ที่ลดลง ในขณะที่การใช้พลังงานทดแทนเพิ่มขึ้น 0.4% ด้านแนวโน้มการใช้พลังงานในปี 2564 สนพ. ได้มีการพยากรณ์โดยอ้างอิงสมมุติฐานด้านเศรษฐกิจ และนโยบายที่เกี่ยวข้องมาเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการใช้พลังงาน คำนึงถึงภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ที่เกิดขึ้น โดยประมาณการความต้องการใช้พลังงานค่อนข้างทรงตัว โดยคาดการณ์เพิ่มขึ้น 0.1-0.4% ส่วนความต้องการใช้พลังงานทดแทนคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 5% จากนโยบายส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนของภาครัฐ</strong><span id="more-15781"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน</strong> เปิดเผยถึงสถานการณ์พลังงานปี 2563 พบว่า ความต้องการใช้พลังงานเกือบทุกชนิดเชื้อเพลิงลดลง ในขณะที่พลังงานทดแทนมีการใช้เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.4 ไฟฟ้านำเข้ามีการใช้เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.1 เนื่องจากปลายปี 2562 มีโรงไฟฟ้าพลังน้ำของประเทศลาวเริ่มจ่ายเข้าระบบจำนวน 3 โรง</p>
<h2>สรุปสถานการณ์พลังงานรายเชื้อเพลิงในปี 2563</h2>
<ul>
<li><strong>การใช้น้ำมันสำเร็จรูป</strong> ลดลงร้อยละ 11.5 โดยการใช้น้ำมันดีเซลลดลงร้อยละ 2.6 ส่วนหนึ่งมาจากการขนส่งผลผลิตทางการเกษตรที่ลดลงจากสถานการณ์ภัยแล้งช่วงต้นปี ประกอบกับปัญหาน้ำท่วมในหลายพื้นที่ในช่วงปลายปี รวมถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลให้การใช้รถเพื่อเดินทางลดลง การใช้น้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ ลดลงร้อยละ 1.2 จากมาตรการทำงานจากที่บ้าน (Work From Home) และลดการเดินทางข้ามจังหวัด การใช้น้ำมันเครื่องบิน ลดลงร้อยละ 61.8 เนื่องจากมาตรการระงับการบินจากต่างประเทศและลดการบินในประเทศ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนการท่องเที่ยวในช่วงปลายปีทำให้การบินในประเทศเพิ่มขึ้น ขณะที่ การใช้ LPG ลดลงเกือบทุกสาขา โดยเฉพาะการใช้ในภาคขนส่ง ลดลงร้อยละ 26.3 จากการปรับลดลงของราคาขายปลีกน้ำมัน ส่งผลให้ผู้ใช้รถยนต์ LPG บางส่วนหันมาใช้น้ำมันทดแทน การใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ลดลงร้อยละ 17.7 การใช้ในภาคอุตสาหกรรม ลดลงร้อยละ 7.9 และภาคครัวเรือนมีการใช้ลดลงร้อยละ 4.5</li>
<li><strong>การใช้ก๊าซธรรมชาติ</strong> ลดลงร้อยละ 8.2 โดยลดลงทุกสาขาเศรษฐกิจ ซึ่งลดลงตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ด้านการใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์ (NGV) ลดลงร้อยละ 28.5 จากผู้ใช้รถยนต์ NGV บางส่วนเปลี่ยนมาใช้น้ำมันเนื่องจากราคาไม่สูงมากนัก</li>
<li><strong>การใช้ถ่านหิน/ลิกไนต์</strong> เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.2 โดยเป็นการเพิ่มขึ้นจากการใช้ถ่านหินในภาคอุตสาหกรรม</li>
<li><strong>การใช้ไฟฟ้า</strong> ลดลงร้อยละ 2.9 โดยลดลงเกือบทุกสาขา โดยกลุ่มธุรกิจหลักที่มีการใช้ไฟฟ้าลดลงอย่างชัดเจน ได้แก่ โรงแรม ห้างสรรพสินค้า ภัตตาคารและไนต์คลับ ซึ่งมีผลมาจากมาตรการ Lock Down</li>
<li><strong>การปล่อยก๊าซ CO2</strong> จากการใช้พลังงานของประเทศไทย ปี 2563 ลดลงในทุกภาคเศรษฐกิจ ทั้งการผลิตไฟฟ้า ภาคขนส่ง ภาคอุตสาหกรรม และภาคเศรษฐกิจอื่นๆ โดยคาดว่าการปล่อย CO2 จากการใช้พลังงานอยู่ที่ระดับ 222.8 ล้านตัน CO2 ลดลงจากปีก่อนร้อยละ 11.1</li>
</ul>
<h2>แนวโน้มการใช้พลังงานปี 2564</h2>
<p><strong>นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท </strong>กล่าวถึงแนวโน้มการใช้พลังงานปี 2564 ซึ่ง สนพ. ได้มีการพยากรณ์โดยอ้างอิงสมมุติฐานด้านเศรษฐกิจ และนโยบายที่เกี่ยวข้องมาเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการใช้พลังงาน โดย สศช. คาดว่าในปี 2564 อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจจะขยายตัวร้อยละ 3.5 &#8211; 4.5 ด้านราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก สศช. คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยในปี 2564 คาดว่าจะอยู่ในช่วง 41.0 – 51.0 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล สำหรับอัตราแลกเปลี่ยนคาดว่าจะอยู่ในช่วง 30.3 – 31.3 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าเศรษฐกิจโลกปี 2564 จะขยายตัวลดลงร้อยละ 4.9 ทั้งนี้ สนพ. ได้คำนึงถึงภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวเนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ที่เกิดขึ้น โดย สนพ. ได้ประมาณการความต้องการใช้พลังงานในปี 2564 ออกเป็น 2 กรณี คือกรณีที่เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ 1 ครั้ง และกรณีที่เกิดการระบาดมากกว่า 1 ครั้ง ในรอบปี 2564 ซึ่งสามารถสรุปได้ดังนี้</p>
<ul>
<li><strong>การใช้พลังงานขั้นต้น ปี 2564</strong> คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยร้อยละ 02 ถึง 19 จากการเพิ่มขึ้นของพลังงานเกือบทุกประเภท ยกเว้นการใช้น้ำมันที่ลดลงร้อยละ -19 ถึง -29 โดยคาดการณ์ว่าการใช้ก๊าซธรรมชาติจะมีการใช้เพิ่มขึ้นร้อยละ 01 ถึง 41 การใช้ถ่านหิน/ลิกไนต์คาดว่าจะมีการใช้ค่อนข้างทรงตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ร้อยละ 01 ถึง 04 ส่วนการใช้พลังงานทดแทน คาดว่าจะมีการใช้เพิ่มขึ้นร้อยละ 50 จากนโยบายส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนของภาครัฐ และไฟฟ้านำเข้า คาดว่าจะมีการใช้เพิ่มขึ้นร้อยละ 01</li>
<li><strong>การใช้น้ำมันสำเร็จรูป ปี 2564</strong> คาดว่ามีการใช้ลดลงร้อยละ -19 ถึง -29 โดยคาดว่าการใช้น้ำมันเครื่องบิน จะลดลงร้อยละ -458 ถึง -515 ตามการหดตัวของการท่องเที่ยว และ การใช้ LPG ในส่วนที่ไม่รวมการใช้เป็น Feed stocks ของอุตสาหกรรมปิโตรเคมี คาดว่าจะลดลงร้อยละ -07 ถึง -27 ส่วนการใช้น้ำมันดีเซล คาดว่าจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 08 ถึง 13 ส่วนการใช้เบนซินและแก๊สโซฮอล คาดว่าจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 03 ถึง 08</li>
<li><strong>การใช้ LPG โพรเพน และบิวเทน ปี 2564</strong> คาดว่าจะมีการใช้ลดลงร้อยละ -10 ถึง -55 โดยการใช้ในภาคครัวเรือน คาดว่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 11 ถึง 25 และภาคอุตสาหกรรม คาดว่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 12 ถึง 36 ในขณะที่การใช้ในรถยนต์คาดว่าจะลดลงร้อยละ -122<br />
ถึง -158</li>
<li><strong>ก๊าซธรรมชาติ ปี 2564</strong> คาดว่าการใช้จะเพิ่มขึ้นร้อยละ 01 ถึง 41 โดยเพิ่มขึ้นเกือบทุกสาขาเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตามการใช้ในภาคขนส่งคาดว่าจะยังคงลดลงต่อเนื่องจากการที่ผู้ใช้ NGV เปลี่ยนกลับมาใช้น้ำมันเชื้อเพลิง เนื่องจากคาดว่าราคาน้ำมันยังคงไม่สูงมากนัก</li>
<li><strong>การใช้ไฟฟ้า ปี 2564</strong> คาดว่าจะมีการใช้ไฟฟ้าอยู่ที่ 191,029 ล้านหน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 20 ตามภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศและตามการดำเนินมาตรการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภาครัฐ</li>
</ul>
<p><strong>ทั้งนี้ ผอ. สนพ. กล่าวปิดท้ายว่า อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องจับตาสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และปัจจัยอื่นๆ อาทิ อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ ราคาน้ำมันดิบตลาดโลก มาตรการในการป้องกันโควิด-19 ทั้งในและต่างประเทศ ที่จะส่งผลต่อการใช้พลังงานของประเทศต่อไป </strong></p>
<hr />
<p>Source: สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2563-2564/">สนพ. สรุปสถานการณ์พลังงานปี 2563 และแนวโน้มปี 2564</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2563-2564/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สนพ. สรุปสถานการณ์พลังงาน 6 เดือนแรกของปี 2563 และเผยทิศทางพลังงานปี 63”</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Aug 2020 04:01:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[การใช้ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ถ่านหิน]]></category>
		<category><![CDATA[ทิศทางพลังงานปี 63]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันเบนซิน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[ลิกไนต์]]></category>
		<category><![CDATA[สถานการณ์พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[สนพ.]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิง]]></category>
		<category><![CDATA[แก๊สโซฮอล]]></category>
		<category><![CDATA[แนวโน้มการใช้พลังงานปี 2563]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=13919</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยสถานการณ์พลังงานในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2563 พบว่า ภาพรวมการใช้พลังงานขั้นต้นลดลงร้อยละ 10.1 ตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงเนื่องจากผลกระทบจากสถานการณ์ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้ความต้องการใช้พลังงานและการเติบโตทางเศรษฐกิจภายในประเทศหยุดชะงัก นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน เปิดเผยถึงสถานการณ์พลังงานในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2563 พบว่า การใช้พลังงานขั้นต้นลดลงร้อยละ 10.1 จากการใช้น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติที่ลดลง เนื่องจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ห่วงโซ่การดำเนินธุรกิจได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ความต้องการใช้พลังงาน และการเติบโตทางเศรษฐกิจภายในประเทศหยุดชะงัก ในขณะที่ไฟฟ้านำเข้ามีการใช้เพิ่มขึ้นและพลังงานทดแทนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย สำหรับสถานการณ์พลังงานรายเชื้อเพลิงในช่วง 6&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/">สนพ. สรุปสถานการณ์พลังงาน 6 เดือนแรกของปี 2563 และเผยทิศทางพลังงานปี 63”</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยสถานการณ์พลังงานในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2563 พบว่า ภาพรวมการใช้พลังงานขั้นต้นลดลงร้อยละ 10.1 ตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงเนื่องจากผลกระทบจากสถานการณ์ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้ความต้องการใช้พลังงานและการเติบโตทางเศรษฐกิจภายในประเทศหยุดชะงัก</strong><span id="more-13919"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน</strong> เปิดเผยถึงสถานการณ์พลังงานในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2563 พบว่า การใช้พลังงานขั้นต้นลดลงร้อยละ 10.1 จากการใช้น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติที่ลดลง เนื่องจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ห่วงโซ่การดำเนินธุรกิจได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ความต้องการใช้พลังงาน และการเติบโตทางเศรษฐกิจภายในประเทศหยุดชะงัก ในขณะที่ไฟฟ้านำเข้ามีการใช้เพิ่มขึ้นและพลังงานทดแทนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย</p>
<h2>สำหรับสถานการณ์พลังงานรายเชื้อเพลิงในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2563 สรุปได้ดังนี้</h2>
<ul>
<li><strong>การใช้น้ำมันสำเร็จรูป</strong> ลดลงร้อยละ 12.6 โดยการใช้น้ำมันดีเซลลดลงร้อยละ 4.3 เนื่องจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันในช่วงเวลาดังกล่าวลดลง อีกทั้ง การลดลงของผลผลิตสินค้าเกษตรเนื่องจากปัญหาภัยแล้ง จึงทำให้การขนส่งสินค้าลดลง การใช้น้ำมันเบนซิน และแก๊สโซฮอล ลดลงร้อยละ 7.1 ซึ่งปัจจัยหลักมาจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ประเทศไทยต้องประกาศ พ.ร.ก. สถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อควบคุมการแพร่ระบาด โดยภาครัฐได้ออกมาตรการที่มีการเว้นระยะห่างทางสังคม การทำงานที่บ้าน (Work From Home) และลดการเดินทางข้ามจังหวัด ส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันเบนซินลดลง การใช้น้ำมันเครื่องบิน ลดลงร้อยละ 48.6 เนื่องจากข้อจำกัดของการอนุญาตให้ทำการบินในช่วงของการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันเครื่องบินลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ การใช้ LPG ลดลงเกือบทุกสาขา โดยเฉพาะการใช้ในภาคขนส่ง ลดลงร้อยละ 30.2 จากการปรับลดลงของราคาขายปลีกน้ำมันส่งผลให้ผู้ใช้รถยนต์ LPG บางส่วนหันมาใช้น้ำมันทดแทน ประกอบกับปริมาณรถยนต์ LPG ที่มีแนวโน้มลดลง การใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ซึ่งมีสัดส่วนการใช้สูงสุดคิดเป็นร้อยละ 39 มีการใช้ลดลงร้อยละ 18.8 ส่วนภาคอุตสาหกรรม มีการใช้ลดลงร้อยละ 9.9 ตามการชะลอตัวของเศรษฐกิจ และภาคครัวเรือนมีการใช้ลดลงร้อยละ 5.9</li>
<li><strong>การใช้ก๊าซธรรมชาติ</strong> ลดลงร้อยละ 8.5 โดยลดลงทุกสาขาเศรษฐกิจ ทั้งการใช้เป็นเชื้อเพลิง<br />
ในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี การใช้เพื่อผลิตไฟฟ้า การใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งลดลงตามภาวะเศรษฐกิจที่<br />
ชะลอตัว ด้านการใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์ (NGV) ลดลงร้อยละ 28.8 จากผู้ใช้รถยนต์ NGV บางส่วนเปลี่ยนมาใช้น้ำมัน เนื่องจากราคาอยู่ในระดับไม่สูงมากนัก อีกทั้งผลจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้การใช้ NGV ในการเดินทางลดลง</li>
<li><strong>การใช้ถ่านหิน/ลิกไนต์</strong> ลดลงร้อยละ 0.3 ตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว</li>
<li><strong>ด้านการใช้ไฟฟ้า</strong> ลดลงร้อยละ 3.9 โดยลดลงในเกือบทุกสาขา โดยเฉพาะสาขาอุตสาหกรรมและธุรกิจ จากปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ และภาคการท่องเที่ยว โดยกลุ่มธุรกิจหลักที่มีการใช้ไฟฟ้าลดลงอย่างชัดเจน ซึ่งมีผลมาจากมาตรการ Lock Down ได้แก่ โรงแรม และห้างสรรพสินค้า อย่างไรก็ตาม ภาคครัวเรือนมีการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นค่อนข้างสูง และอุณหภูมิที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ประกอบกับมาตรการอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ และมาตรการทำงานที่บ้าน (Work From Home)</li>
</ul>
<p><strong>ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน</strong> ยังกล่าวถึงแนวโน้มการใช้พลังงานปี 2563 ซึ่ง สนพ. ได้มีการพยากรณ์โดยอ้างอิงสมมุติฐานด้านเศรษฐกิจ และนโยบายที่เกี่ยวข้องมาเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการใช้พลังงาน โดยเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2563 สภาพัฒน์ฯ คาดว่าในปี 2563 อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจจะมีการปรับตัวลดลงในช่วงร้อยละ (-5.0) – (-6.0) เนื่องจาก (1) การปรับตัวลดลงรุนแรงของเศรษฐกิจและปริมาณการค้าโลก (2) การลดลงรุนแรงของจำนวน และรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ (3) เงื่อนไขข้อจำกัดที่เกิดจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 รวมทั้ง (4) ปัญหาภัยแล้ง ซึ่งจากสมมุติฐานดังกล่าว จะส่งผลให้<br />
การใช้พลังงานขั้นต้นในปี 2563 ลดลงร้อยละ 5.3 ตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยคาดการณ์ว่าการใช้พลังงานจะลดลงเกือบทุกประเภท โดยการใช้น้ำมันลดลงร้อยละ 14.2 การใช้ก๊าซธรรมชาติ ลดลงร้อยละ 5.4 การใช้ถ่านหิน/ลิกไนต์ลดลงร้อยละ 1.0 ขณะที่การใช้พลังงานไฟฟ้าในปี 2563 คาดว่าจะลดลงร้อยละ 2.3 เมื่อเทียบกับปีก่อน</p>
<p>ในกรณีที่อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปีนี้ปรับตัวลดลงรุนแรงถึงร้อยละ (-9.0) &#8211; (-10.0) คาดว่าจะส่งผลให้การใช้พลังงานของประเทศลดลงร้อยละ 7.9 โดยการใช้น้ำมันเบนซินลดลงร้อยละ 6.3 การใช้น้ำมันดีเซล ลดลงร้อยละ 4.0 การใช้น้ำมันเครื่องบิน ลดลงร้อยละ 43.5 การใช้ LPG ลดลงร้อยละ 10.9 การใช้น้ำมันเตาลดลงร้อยละ 10.0 และการใช้ไฟฟ้าลดลงร้อยละ 3.0</p>
<p><strong>อย่างไรก็ตาม สนพ. ยังคงจับตาสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และปัจจัยอื่นๆ ที่จะส่งผลต่อการใช้พลังงานของประเทศอย่างใกล้ชิด อาทิ อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ ราคาน้ำมันดิบตลาดโลก มาตรการในการป้องกัน โควิด-19 ทั้งในและต่างประเทศ นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท กล่าวปิดท้าย</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/">สนพ. สรุปสถานการณ์พลังงาน 6 เดือนแรกของปี 2563 และเผยทิศทางพลังงานปี 63”</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>10 แหล่งพลังงานทดแทน เพื่อการผลิตไฟฟ้าแห่งอนาคต</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b8%99-%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%95/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b8%99-%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%95/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 20 Nov 2019 02:00:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Renewable Energy]]></category>
		<category><![CDATA[กังหันลมแบบลอยบนอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานของกากนิวเคลียร์]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานคลื่น]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานจากร่างกายมนุษย์]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานชีวภาพจากสาหร่าย]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานฟิวชั่น]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานเซลล์แสงอาทิตย์]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานแสงอาทิตย์]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานไฮโดรเจน]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิง]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิงชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[แหล่งพลังงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=10947</guid>

					<description><![CDATA[<p>เราทราบกันดีว่าเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด และคาดว่าในไม่ช้า เชื้อเพลิงชนิดนี้จะหมดไป เมื่อถึงตอนนั้นเราจะใช้เชื้อเพลิงจากที่ไหนเพื่อเป็นแหล่งพลังงาน…. คำตอบก็คือ “พลังงานทดแทน” ซึ่งจะกลายเป็นแหล่งพลังงานหลักต่อไป แต่เมื่อกล่าวถึง “พลังงานทดแทน” คนส่วนใหญ่อาจจะนึกไปถึงพลังงานอย่าง พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และพลังงานน้ำ ซึ่งเป็นพลังงานทางเลือกที่เป็นพลังงานทดแทนที่ใช้กันมานานแล้ว แต่นอกจากพลังงานเหล่านี้ ยังมีคนอีกจำนวนหนึ่งที่พยายามค้นคว้า วิจัย และศึกษาหาความเป็นไปได้ที่จะนำพลังงานทางเลือกรูปแบบอื่น ๆ ที่เป็นพลังงานสะอาดและมีประสิทธิภาพสูงกว่าที่มีใช้อยู่ในปัจจุบันมาเป็นพลังงานทดแทนของเรา ซึ่ง 10 แหล่งพลังงานทดแทน ที่คาดว่าในอีก 50 ปีข้างหน้า อาจกลายเป็นหนึ่งในแหล่งพลังงานทางเลือกที่มนุษย์จะสามารถนำมาใช้ได้ ประกอบด้วย 1. พลังงานเซลล์แสงอาทิตย์จากห้วงอวกาศ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b8%99-%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%95/">10 แหล่งพลังงานทดแทน เพื่อการผลิตไฟฟ้าแห่งอนาคต</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เราทราบกันดีว่าเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด และคาดว่าในไม่ช้า เชื้อเพลิงชนิดนี้จะหมดไป เมื่อถึงตอนนั้นเราจะใช้เชื้อเพลิงจากที่ไหนเพื่อเป็นแหล่งพลังงาน…. คำตอบก็คือ “พลังงานทดแทน” ซึ่งจะกลายเป็นแหล่งพลังงานหลักต่อไป แต่เมื่อกล่าวถึง “พลังงานทดแทน” คนส่วนใหญ่อาจจะนึกไปถึงพลังงานอย่าง พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และพลังงานน้ำ ซึ่งเป็นพลังงานทางเลือกที่เป็นพลังงานทดแทนที่ใช้กันมานานแล้ว แต่นอกจากพลังงานเหล่านี้ ยังมีคนอีกจำนวนหนึ่งที่พยายามค้นคว้า วิจัย และศึกษาหาความเป็นไปได้ที่จะนำพลังงานทางเลือกรูปแบบอื่น ๆ ที่เป็นพลังงานสะอาดและมีประสิทธิภาพสูงกว่าที่มีใช้อยู่ในปัจจุบันมาเป็นพลังงานทดแทนของเรา ซึ่ง 10 แหล่งพลังงานทดแทน ที่คาดว่าในอีก 50 ปีข้างหน้า อาจกลายเป็นหนึ่งในแหล่งพลังงานทางเลือกที่มนุษย์จะสามารถนำมาใช้ได้ ประกอบด้วย</strong><span id="more-10947"></span></p>
<h2>1. พลังงานเซลล์แสงอาทิตย์จากห้วงอวกาศ (Space-Based Solar Power)</h2>
<p>จากข้อเท็จจริงที่ว่า พลังงานแสงอาทิตย์กว่า 55-60% นั้น ไม่สามารถผ่านชั้นบรรยากาศของโลกมาได้ ดังนั้น การผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ที่อยู่บนพื้นโลกจึงใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ได้ไม่เต็มที่ นอกจากนี้ การผลิตไฟฟ้าบนพื้นโลกยังมีข้อจำกัด เพราะผลิตได้เฉพาะในช่วงกลางวัน พื้นที่ตั้งก็ต้องเป็นพื้นที่เปิดโล่ง สภาพภูมิอากาศก็ต้องเหมาะสม ทำให้บางประเทศไม่สามารถผลิตพลังงานจากแสงอาทิตย์ได้ ด้วยข้อจำกัดนี้ จึงมีผู้คิดค้นว่าหากสามารถติดตั้งโซลาร์เซลล์นอกโลก เช่นเดียวกับการติดตั้งเซลล์แสงอาทิตย์ของดาวเทียมแล้ว ข้อจำกัดเหล่านี้จะหมดไป อีกทั้งยังสามารถผลิตไฟฟ้าได้อย่างมหาศาลอีกด้วย</p>
<p>ปัจจุบันนักวิจัยจึงมีความพยายามที่จะทดลอง วิจัยหาความเป็นไปได้ ที่จะติดตั้งโซลาร์เซลล์ในอวกาศ เพื่อผลิตไฟฟ้าและส่งพลังงานที่ผลิตได้กลับมายังสถานีพลังงานบนพื้นโลกในรูปแบบของคลื่นไมโครเวฟ โดยให้แน่ใจว่าการส่งพลังงานดังกล่าวจะไม่เกิดการสูญเสียพลังงาน และไม่ส่งผลกระทบใด ๆ ต่อโลก</p>
<p>ซึ่งก็มีความคืบหน้าเกี่ยวกับการทดลองวิจัยในเรื่องนี้ โดยเมื่อเดือนมีนาคม ปี 2015 สำนักงานสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA) เปิดเผยว่าพวกเขาประสบความสำเร็จในการแปลงกระแสไฟฟ้าขนาด 1.8 กิโลวัตต์ให้เป็นไมโครเวฟ หลังจากที่พวกเขาส่งพลังงานแบบไร้สายเป็นระยะทาง 50 เมตรได้แล้ว</p>
<p>นอกจากนี้ ในปีนี้ (2019) จีนก็เป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีความพยายามที่จะทำการทดลองผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์จากห้วงอวกาศ โดยล่าสุดได้เริ่มทดลองตามแนวคิดนี้แล้วที่เมืองฉงชิ่ง ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน บนพื้นที่กว่า 33 เอเคอร์ ด้วยทุนสนับสนุนเริ่มต้นที่ 15 ล้านเหรียญฯ เพื่อทำการทดสอบหาวิธีการที่ดีที่สุดในการส่งพลังงานจากวงโคจรในห้วงอวกาศรอบโลกมายังพื้นโลก</p>
<h2>2. พลังงานจากร่างกายมนุษย์ (Human Power)</h2>
<p>ผู้เชียวชาญหลายคนเชื่อว่าวิธีการที่ง่ายที่สุดในการสร้างพลังงานหมุนเวียน คือ ผ่านร่างกายของมนุษย์เอง โดยแนวคิดนี้มาจากแนวคิดที่ว่า ในปัจจุบันอุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ ใช้ไฟฟ้าที่น้อยกว่าในอดีตมาก ดังนั้น การผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กก็เพียงพอที่จะจ่ายเป็นพลังงานให้กับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็กจำนวนมากได้ โดยผลิตพลังงานผ่านการเคลื่อนไหวของร่างกายเราเอง เพียงแค่ใช้ระบบที่จะสามารถรวบรวมและแปลงพลังงานได้</p>
<p>ซึ่งนักวิจัยจากสหราชอาณาจักรได้พัฒนาอุปกรณ์พยุงหัวเข่า ที่สามารถรวบรวมอิเล็กตรอนในขณะเดินไว้ โดยทุกครั้งที่เดิน หัวเข่าโค้ง โลหะแบบใบพัดจากอุปกรณ์จะมีการสั้นสะเทือนเหมือนสายกีตาร์ และเกิดการผลิตกระแสไฟฟ้าขึ้น สามารถนำไปใช้กับอุปกรณ์ที่ใช้พลังงานไม่มาก</p>
<h2>3. พลังงานคลื่น (Wave Power)</h2>
<p>ความคิดที่จะนำพลังงานคลื่นมาใช้นั้นมีแนวคิดมานานแล้ว ซึ่งทางเทคนิคนั้นคลื่น คือรูปแบบที่เกิดขึ้นจากพลังงานลมที่พัดผ่านทะเล พลังงานคลื่นถูกวัดเป็นกิโลวัตต์ (KW) ต่อหนึ่งเมตรของแนวชายฝั่ง โดยชายฝังทะเลของสหรัฐฯ นั้น มีศักยภาพพลังงานคลื่นประมาณ 252 พันล้านกิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี</p>
<p>ปัจจุบันมีกว่า 5 ประเทศ ที่พยายามดำเนินการสร้างฟาร์มผลิตไฟฟ้าจากพลังงานคลื่น หนึ่งในนั้นที่นำไปปฏิบัติ คือประเทศโปรตุเกส ที่ได้ตั้งฟาร์มผลิตไฟฟ้าจากพลังงานคลื่นในเชิงพาณิชย์เป็นแห่งแรกในโลก ตั้งแต่ปี 2008 มีกำลังผลิตติดตั้งรวม 2.25 เมกะวัตต์</p>
<h2>4. พลังงานไฮโดรเจน (Hydrogen Power)</h2>
<p>ไฮโดรเจนเป็นก๊าซไม่มีสี ไม่มีกลิ่น และมีมากถึง 74% จากทั้งหมดในจักรวาล ในขณะที่บนโลกพบได้เฉพาะเมื่อรวมกับออกซิเจน คาร์บอน และไนโตรเจน โดยหากต้องการใช้ไฮโดรเจนจะต้องแยกออกมาจากองค์ประกอบอื่น ๆ ซึ่งก๊าซที่ได้จะให้พลังงานสูง แต่เป็นก๊าซที่ไม่มีมลพิษ</p>
<p>ดังนั้นจึงมีความพยายามที่จะพัฒนาเซลล์เชื้อเพลิงที่แปลงไฮโดรเจนให้เป็นพลังงานไฟฟ้า เพื่อนำมาใช้เป็นแหล่งพลังงานสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า เครื่องบิน ยานพาหนะอื่น ๆ รวมถึงเป็นพลังงานที่ใช้ในบ้านและอาคาร ปัจจุบันนี้ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ ค่ายญี่ปุ่นอย่าง โตโยต้า ฮอนด้า และฮุนได ได้มีการลงทุนวิจัยในเทคโนโลยีที่ใช้ไฮโดรเจนเป็นพลังงานอย่างต่อเนื่อง</p>
<h2>5. พลังงานความร้อนใต้พิภพ (Magma Power)</h2>
<p>พลังงานจากความร้อนที่อยู่ลึกใต้พื้นพิภพ สามารถผลิตไอน้ำเพื่อใช้หมุนกังหันและผลิตกระแสไฟฟ้าได้ โดยพลังงานความร้อนใต้พิภพ 10,700 เมกะวัตต์ ถูกสร้างขึ้นทั่วโลกในปี 2010 โดยมีไอซ์แลนด์ ฟิลิปปินส์และเอลซัลวาดอร์ได้นำแนวคิดนี้ไปปฏิบัติแล้ว<br />
แนวคิดพลังงานความร้อนใต้พิภพเริ่มได้รับความสนใจในปี 2008 จากการค้นพบด้วยความบังเอิญจากโครงการขุดเจาะ IDDP1 ของไอซ์แลนด์ และภายหลังได้รับการปรับปรุงเป็นระบบแรกที่ให้ความร้อนโดยตรงจากแมกมาหลอมเหลว สามารถสร้างพลังงานไฟฟ้าได้ 36 เมกะวัตต์</p>
<h2>6. พลังงานจากกากนิวเคลียร์ (Nuclear Waste Power)</h2>
<p>อะตอมยูเรเนียมเพียงห้าเปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ถูกนำไปใช้ในปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิชชัน ส่วนที่เหลือจะถูกเก็บเพิ่มเข้าไปยังคลังขยะนิวเคลียร์ มีกากของเสียจากกัมมันตรังสีกว่า 77,000 ตัน ที่ถูกเก็บสะสมจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของอเมริกา ในขณะที่เครื่องปฏิกรณ์เร็ว ซึ่งเป็นเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขั้นสูงที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ มีประสิทธิภาพที่สูงขึ้นกว่าเครื่องปฏิกรณ์แบบเดิม และสามารถแก้ปัญหานี้ได้ในอนาคตข้างหน้า ซึ่งจะทำให้การใช้ยูเรเนียมที่มีอยู่เดิมมีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถใช้พลังงานจากแร่ยูเรเนียมได้ถึง 95% ของเชื้อเพลิงพลังงานนิวเคลียร์ที่ผลิตได้</p>
<p>จากแนวคิดที่ต้องการนำกากนิวเคลียร์ที่มีเก็บไว้ปริมาณมหาศาลมาใช้ผลิตพลังงานทางเลือก ทำให้ทาง ฮิตาชิ ได้ออกแบบเครื่องปฏิกรณ์เร็ว Gen-IV ที่เรียกว่า PRISM ซึ่งเป็นโมดูลเครื่องปฏิกรณ์นวัตกรรมพลังงานขนาดเล็ก ที่สามารถเปลี่ยนกากนิวเคลียร์ให้กลายเป็นพลังงานได้ และยังช่วยทำให้ Half Life ของกัมมันตภาพรังสี (ระยะเวลาที่สารสลายตัวไปจนเหลือเพียงครึ่งหนึ่งของปริมาณเดิม) เหลือเพียง 30 ปีแทนที่จะเป็นพันปีด้วย</p>
<h2>7. พลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งได้ในทุกพื้นผิว (Embeddable Solar Power)</h2>
<p>เทคโนโลยีที่สามารถฝังหรือเคลือบเซลล์แสงอาทิตย์ลงบนพื้นผิวของวัตถุต่างๆ ในลักษณะที่โปร่งแสงไม่สามารถมองเห็นได้ แต่สามารถรับแสงอาทิตย์และแปลงเป็นพลังงานไฟฟ้าได้ แนวคิดนี้ ปัจจุบันถูกพัฒนาอย่างรวดเร็ว โดยคาดว่าจะสามารถนำมาเคลือบบนพื้นผิวของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น หน้าจอคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน หรือพัฒนาเพิ่มเติมสำหรับการใช้งานในรูปแบบอื่น ๆ อาทิ เคลือบบนหน้าต่าง หรือกระจกของอาคาร เพื่อเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าให้แก่อาคาร เป็นต้น</p>
<h2>8. พลังงานชีวภาพจากสาหร่าย (Algae Power)</h2>
<p>สาหร่ายถือเป็นแหล่งพลังงานที่น่าประหลาดใจมาก เพราะมันอุดมไปน้ำมัน ที่สามารถดัดแปลงพันธุกรรมเพื่อผลิตเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพได้โดยตรง แม้น้ำเสียจะเป็นอุปสรรคต่อการเจริญเติบโตของพืช แต่มันกลับมีประสิทธิภาพสูงในการปลูกพืชชนิดนี้ โดยในพื้นที่ขนาดหนึ่งเอเคอร์ สามารถให้ผลผลิตได้สูงถึง 9,000 แกลลอน ดังนั้น เชื้อเพลิงจากสาหร่ายจึงถือเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพที่สามารถปลูกและสร้างขึ้นได้</p>
<p><center><iframe src="https://www.youtube.com/embed/D-HfUxwTAu0" width="560" height="315" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></center>Alabama สามารถสร้างระบบเชื้อเพลิงชีวภาพจากสาหร่ายได้เป็นแห่งแรกของโลก โดยใช้เครื่องปฏิกรณ์ชีวภาพแบบลอยตัว โดยการปลูกสาหร่ายยังช่วยบำบัดน้ำเสียจากเทศบาล และหลังจากการเก็บเกี่ยวแล้ว น้ำสะอาดที่ได้จากการบำบัดจะถูกปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติต่อไป</p>
<h2>9. กังหันลมแบบลอยบนอากาศ (Flying Wind Power)</h2>
<p>ฟาร์มกังหันลมตามแนวคิดนี้จะเป็นกังหันลมที่ติดตั้งลอยตัวอยู่สูงในระดับเดียวกับตึกระฟ้า หรืออยู่สูงเหนือระดับพื้นดินที่ 1,000 &#8211; 2,000 ฟุต เพื่อรับความแรงลมที่แรงกว่าห้าถึงแปดเท่าของระดับความแรงลมแบบติดตั้งแบบทาวเวอร์ และกังหันเหล่านี้จะผลิตพลังงานได้สองเท่าเมื่อเทียบกับกังหันลมขนาดใกล้เคียงกันที่ตั้งแบบทาวเวอร์</p>
<p><center><iframe src="https://www.youtube.com/embed/hD9Nk9M71ik" width="560" height="315" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></center>โดย Altaeros Energie ได้พัฒนากังหันลมแบบลอยบนอากาศในเชิงพาณิชย์เครื่องแรก ที่เรียกว่า Buoyant Air Turbine หรือ BAT ซึ่งเป็นเซลล์พองลมแบบกลมยาว 35 ฟุต ที่ทำจากผ้าที่มีความแข็งแรงสูง โดย BAT มีกำลังการผลิต 30 กิโลวัตต์</p>
<h2>10. พลังงานฟิวชั่น (Fusion Power)</h2>
<p>ฟิวชั่น เป็นกระบวนการเดียวกันกับการเกิดขึ้นของดวงอาทิตย์ และมีศักยภาพที่สามารถผลิตพลังงานได้แบบไม่มีที่สิ้นสุด อีกทั้งไม่ปล่อยมลพิษ หรือก๊าซเรือนกระจก และไม่มีการคุกคามจากการหลอมละลายแบบนิวเคลียร์ ซึ่งแตกต่างจากเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟิชชั่นในปัจจุบัน ฟิวชั่นทำงานโดยการหลอมรวมไอโซโทปไฮโดรเจนสองอัน คือ ดิวทีเรียมและทริเทียมซึ่งมีอยู่มากมาย</p>
<p>ในปัจจุบัน ITER เครื่องปฏิกรณ์ทดลองความร้อนระหว่างประเทศ ได้ถูกสร้างขึ้นในประเทศฝรั่งเศสโดยได้รับทุนจาก7 ประเทศ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2027 และหวังว่าจะเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานฟิวชั่นแห่งแรกของโลกในเชิงพาณิชย์</p>
<table style="border: 5px solid #6cb742;" width="100%">
<tbody>
<tr valign="middle">
<td style="vertical-align: middle; padding: 10px;">ข้อมูลที่คุณอาจสนใจ</p>
<ul>
<li><a title="แนวโน้มและนวัตกรรมพลังงานหมุนเวียน 10 อันดับแรกในปี 2022" href="https://www.greennetworkthailand.com/พลังงานหมุนเวียน-ปี-2022/">แนวโน้มและนวัตกรรมพลังงานหมุนเวียน 10 อันดับแรกในปี 2022</a></li>
<li><a title="ไฮโดรเจนสีเขียว พลังงานหมุนเวียนที่ต้องจับตามอง ในปี 2564" href="https://www.greennetworkthailand.com/ไฮโดรเจนสีเขียว-green-hydrogen/">“ไฮโดรเจนสีเขียว” พลังงานหมุนเวียนที่ต้องจับตามอง ในปี 2564</a></li>
<li><a title="คาดการณ์ภาพรวมตลาดพลังงานหมุนเวียน ปี 2021-2022" href="https://www.greennetworkthailand.com/พลังงานหมุนเวียน-renewable-energy-outlook-2021-2022/">คาดการณ์ภาพรวมตลาดพลังงานหมุนเวียน ปี 2021-2022</a></li>
<li><a title="ลดรถยนต์ที่่ใช้เครื่องยนต์สันดาปมุ่งสู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV)" href="https://www.greennetworkthailand.com/บอร์ดอีวี-ยานยนต์ไฟฟ้า/">ก.พลังงาน ร่วม ก.อุตฯ ประชุมบอร์ดอีวี กำหนดทิศทางการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า เตรียมลดรถยนต์ที่่ใช้เครื่องยนต์สันดาปมุ่งสู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV)</a></li>
<li><a title="แผนพลังงานแห่งชาติ (National Energy Plan)" href="https://www.greennetworkthailand.com/แผนพลังงานแห่งชาติ-national-energy-plan/">พลังงานเตรียมยื่นแผนพลังงานแห่งชาติ (National Energy Plan) วางกรอบแนวทางนโยบายด้านพลังงานของประเทศในอนาคต</a></li>
<li><a title="พันธุ์พืชและเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าชุมชน" href="https://www.greennetworkthailand.com/โรงไฟฟ้าชุมชน-ชีวมวล/">โรงไฟฟ้าชุมชนได้เวลาพัฒนาพันธุ์พืชและเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าชุมชน “หญ้ายักษ์ VS กระถินยักษ์”</a></li>
<li><a title="เกณฑ์โรงไฟฟ้าชุมชน ตั้งเป้า 700 MW อัตรารับซื้อ 3-5 บาทต่อหน่วย" href="https://www.greennetworkthailand.com/เกณฑ์โรงไฟฟ้าชุมชน-2563/">เกณฑ์โรงไฟฟ้าชุมชน ตั้งเป้า 700 MW อัตรารับซื้อ 3-5 บาทต่อหน่วย</a></li>
<li><a title="หญ้าเนเปียร์ พลิกผืนดินอีสาน เขียวขจีอย่างยั่งยืน" href="https://www.greennetworkthailand.com/หญ้าเนเปียร์-โรงไฟฟ้า/">หญ้าเนเปียร์ พลิกผืนดินอีสาน เขียวขจีอย่างยั่งยืน</a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<hr />
<p>Source: เรียบเรียงจากงานเสวนา เรื่อง โรงไฟฟ้าชุมชนนวัตกรรมพลังงานทดแทน และการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน<br />
โดย ดร.นุวงศ์ ชลคุป ในหัวข้อ นวัตกรรมพลังงานทดแทนแห่งอนาคต ภายในงานวิศวกรรมแห่งชาติ 2562<br />
Reference: The Top Alternative Energy Sources of the Future (Infographic)<br />
https://futurism.com/images/renewable-energy-sources-of-the-future-infographic</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b8%99-%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%95/">10 แหล่งพลังงานทดแทน เพื่อการผลิตไฟฟ้าแห่งอนาคต</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b8%99-%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%95/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โรงไฟฟ้าชุมชน สวัสดิการแห่งรัฐ&#8230; รูปแบบใหม่</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 28 Oct 2019 03:24:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Focus]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[การผลิตไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานความร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[พิชัย ถิ่นสันติสุข]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิง]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการโรงไฟฟ้าชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้าชุมชน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=10470</guid>

					<description><![CDATA[<p>สิบกว่าปีมานี้ที่ประเทศไทยได้สนับสนุนให้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน โดยให้เหตุผลว่าเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านไฟฟ้าในประเทศ ตลอดระยะเวลาอันยาวนานประเทศไทยก็ไม่เคยขาดแคลนไฟฟ้าเลย ในทางกลับกันกำลังไฟฟ้าที่สำรองไว้กลับเกินกว่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ 15% กว่าเท่าตัว ดังนั้นประโยชน์ของการเสริมพลังงานทดแทนอย่างมากมาย คงไม่ได้ช่วยด้านความมั่นคง แต่เป็นการเปิดประตูสู่ธุรกิจใหม่ด้านพลังงานเสริมสร้างความมั่นคงด้านเศรษฐกิจ ทำให้เกิดมหาเศรษฐีเพิ่มขึ้นในระดับประเทศและระดับโลกหลายท่าน อันเนื่องมาจากธุรกิจขายไฟฟ้าให้ภาครัฐแท้ที่จริงเป็นธุรกิจสัมปทาน ซื้อขายล่วงหน้ากันถึง 20 ปี และในหลายๆ ช่วงเวลาที่ผ่านมา รัฐก็ขาดประสบการณ์ เสียค่าโง่ ซื้อไฟฟ้าแพงเกินความจำเป็น มาวันนี้ รัฐอยากจะแบ่งปันเศษสตางค์จากพลังงานทดแทนให้กับชุมชนที่มีฐานะยากจนกระจายอยูทั่วประเทศบ้าง กลับมีคำถามมากมาย แต่ไม่เคยมีใครถามว่า แท้จริงแล้วชุมชนต้องการอะไร และใครคือชุมชนเป้าหมายที่รัฐสมควรจะแบ่งปันให้ โรงไฟฟ้าชุมชนคืออะไร? และใคร คือชุมชนคนนั้น! 1. โรงไฟฟ้าชุมชน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/">โรงไฟฟ้าชุมชน สวัสดิการแห่งรัฐ… รูปแบบใหม่</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สิบกว่าปีมานี้ที่ประเทศไทยได้สนับสนุนให้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน โดยให้เหตุผลว่าเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านไฟฟ้าในประเทศ ตลอดระยะเวลาอันยาวนานประเทศไทยก็ไม่เคยขาดแคลนไฟฟ้าเลย ในทางกลับกันกำลังไฟฟ้าที่สำรองไว้กลับเกินกว่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ 15% กว่าเท่าตัว ดังนั้นประโยชน์ของการเสริมพลังงานทดแทนอย่างมากมาย คงไม่ได้ช่วยด้านความมั่นคง แต่เป็นการเปิดประตูสู่ธุรกิจใหม่ด้านพลังงานเสริมสร้างความมั่นคงด้านเศรษฐกิจ ทำให้เกิดมหาเศรษฐีเพิ่มขึ้นในระดับประเทศและระดับโลกหลายท่าน อันเนื่องมาจากธุรกิจขายไฟฟ้าให้ภาครัฐแท้ที่จริงเป็นธุรกิจสัมปทาน ซื้อขายล่วงหน้ากันถึง 20 ปี และในหลายๆ ช่วงเวลาที่ผ่านมา รัฐก็ขาดประสบการณ์ เสียค่าโง่ ซื้อไฟฟ้าแพงเกินความจำเป็น</strong></p>
<p><span id="more-10470"></span></p>
<p>มาวันนี้ รัฐอยากจะแบ่งปันเศษสตางค์จาก<strong>พลังงานทดแทน</strong>ให้กับชุมชนที่มีฐานะยากจนกระจายอยูทั่วประเทศบ้าง กลับมีคำถามมากมาย แต่ไม่เคยมีใครถามว่า แท้จริงแล้วชุมชนต้องการอะไร และใครคือชุมชนเป้าหมายที่รัฐสมควรจะแบ่งปันให้</p>
<h2><strong>โรงไฟฟ้าชุมชนคืออะไร? และใคร คือชุมชนคนนั้น!</strong></h2>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>1. โรงไฟฟ้าชุมชน</strong></span> ควรเป็นโรงไฟฟ้าขนาดเล็กๆ ไม่เกิน 3 เมกะวัตต์ จะมีการขายไฟฟ้าให้ภาครัฐหรือใช้ไฟฟ้ากันเองในชุมชน ขึ้นอยู่กับสภาพของท้องถิ่นนั้นๆ ส่วนเชื้อเพลิง ควรหาได้ในชุมชนนั้นๆ หรือรอบบริเวณนั้น จะเป็นเศษเหลือทิ้งหรือวัสดุเหลือใช้จากภาคเกษตรหรืออุตสาหกรรมเกษตรในท้องถิ่นนั้นก็ได้ รวมถึงการปลูกพืชโตเร็วเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>2. เทคโนโลยี</strong></span> การนำพลังงานธรรมชาติจากดวงอาทิตย์ที่สะสมไว้บนผิวโลกมาใช้ มี 2 วิธีง่ายๆ ก็คือ การหมักและการเผา ดังนั้นด้านเทคโนโลยีจึงควรเปิดกว้างไว้รองรับเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่าง Disruptive Technology ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีการหมักก๊าซ หรือการเผาตรง หรือเผาแบบควบคุมอากาศ ก็น่าจะใช้ได้ด้วยกันทั้งหมด แต่ควรคำนึงถึงด้านสิ่งแวดล้อมและงบประมาณที่เหมาะสม สิ่งที่ รัฐต้องกำหนด ไว้ในเงื่อนไขครั้งนี้ก็คือ เครื่องจักรและอุปกรณ์ต้องเป็นของใหม่ ไม่เคยใช้งานมาก่อนเท่านั้น จะได้ไม่มีโรงไฟฟ้าเล็กๆ ที่ใช้งานไม่ได้อันเนื่องจากใช้เครื่องจักรอุปกรณ์เก่ามากๆ กระจายอยู่ทั่วประเทศเหมือนในขณะนี้</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>3. เชื้อเพลิง</strong></span> ควรเป็นแบบหลากหลายเชื้อเพลิง (Multi-Feedstock) หรือที่ทางกระทรวงพลังงานมักใช้คำว่าไฮบริด คือใช้เชื้อเพลิงได้หลากหลาย เช่น ถ้าเป็นระบบการเผาให้ความร้อน นอกจากชีวมวลแล้ว ก็ยังสามารถใช้กับ RDF: Refuse Derived Fuel ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงที่คัดแยกจากบ่อฝังกลบในชุมชนนั้นๆ ในปริมาณที่เหมาะสม หากเป็นการหมักอาจใช้พืชพลังงาน เช่น หญ้าเนเปียร์ รวมทั้งขยะอินทรีย์หรือกากผลไม้จากเกษตรอุตสาหกรรม รวมทั้งนํ้าเสียชุมชน</p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/energy-re.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-10473 size-full aligncenter" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/energy-re.jpg" alt="โรงไฟฟ้าชุมชน" width="680" height="501" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/energy-re.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/energy-re-300x221.jpg 300w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></a></p>
<p>นอกจากไฮบริดเชื้อเพลิงแล้ว ในแต่ละ<strong>โรงไฟฟ้าชุมชน</strong> ยังควรเปิดโอกาสให้เป็นไฮบริดด้านเทคโนโลยีอีกด้วย อาทิ มีการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพร่วมกับโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อน ก็จะช่วยให้โรงไฟฟ้ามีประสิทธิภาพดีขึ้น</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>4. ใครคือชุมชน..ส้มหล่น..คนนั้น!</strong></span> อาจเป็นเกษตรกร ชาวไร่ ชาวนา คนหาเช้ากินคํ่าที่รวมตัวเป็นวิสาหกิจชุมชนหรือองค์กรอื่นๆ ตามกฎหมายจะเป็นสหกรณ์ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วยหรือไม่ ก็ขึ้นอยูกั่บนโยบายรัฐในการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะนี่คือ สวัสดิการแห่งรัฐอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งเห็นเนื้อเห็นนํ้ามากกว่า “บัตรคนจน” อีกทั้งชุมชนที่ขยันก็ยังมีโอกาสเพิ่มรายได้จากการหาเชื้อเพลิงมาจำหน่ายให้กับโรงไฟฟ้าอีกด้วย</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>5. แนวทางการร่วมลงทุน</strong></span> <strong>โรงไฟฟ้าชุมชน</strong>นั้น ต่างจากโรงไฟฟ้าประชารัฐ คือ ภาครัฐไม่ต้องลงทุนด้วยงบประมาณใดๆ เนื่องจากภาคเอกชนพร้อมลงทุนทั้ง 100% จัดสรรหุ้นให้ชุมชนที่เข้าหลักเกณฑ์ถือหุ้น 30% โดยไม่ต้องชำระค่าหุ้นใดๆ หน้าที่ของภาครัฐ คือ จัดหาสายส่งและสัญญาขายไฟฟ้า (PPA) และอำนวยความสะดวกด้านกฎระเบียบ</p>
<p><strong>ประโยชน์ที่ได้จากแนวคิดนี้ คือ</strong></p>
<ul>
<li>รัฐไม่ต้องลงทุนด้วยงบประมาณเป็นก้อน ซึ่งอาจมีการใช้จ่ายได้ไม่เต็ม ประสิทธิภาพเท่ากับภาคเอกชน</li>
<li>ทำให้เอกชนผู้ทุนต้องคำนึงถึงประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้า เนื่องจากต้องนำรายได้จากการขายไฟฟ้าไปชำระคืนงบลงทุน และใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการซื้อเชื้อเพลิง รวมทั้งการเดินระบบในโรงไฟฟ้า (O&amp;M)</li>
<li>เป็นการลดโอกาสการนำโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนไปขายเปลี่ยนมือทำกำไรเป็นทอดๆ</li>
</ul>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>6. อัตรารับซื้อไฟฟ้า</strong></span> ควรเป็นแบบ FIT ระยะเวลาขายไฟฟ้า 20 ปี ราคารับซื้อไฟฟ้าไม่ควรตํ่ากว่าอัตราปกติของโรงไฟฟ้าที่เปิดดำเนินการแล้ว เพื่อให้โรงไฟฟ้าชุมชนไม่เสียเปรียบด้านต้นทุนราคาเชื้อเพลิง ซึ่งในอนาคตอาจมีการแข่งขันด้านราคาเชื้อเพลิงกันมากขึ้น โดยควรกำหนดให้โรงไฟฟ้าขนาดเล็กได้ราคาขายไฟฟ้าที่สูงกว่า ตัวอย่างเช่น โรงไฟฟ้าขนาด 1.5 เมกะวัตต์ สามารถขายไฟฟ้าได้ในราคาหน่วยละ 5.50 บาท ส่วนโรงไฟฟ้าขนาด 3 เมกะวัตต์ อาจขายไฟฟ้าได้เพียงหน่วยละ 4.50 บาท เป็นต้น</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>7. การพิจารณาคัดเลือกโครงการ</strong></span> ควรจะเปิดโอกาสให้ชุมชนที่มีความพร้อมมีส่วนร่วมในการคัดเลือกเอกชนที่สนใจลงทุนด้วย แทนที่ชุมชนจะถูกคลุมถุงชนเหมือนในอดีตที่ผ่านมา และที่สำคัญ คณะกรรมการคัดเลือกควรมาจากองค์กรที่เป็นกลางไม่มีส่วนได้เสีย และเปิดเผยวิธีคัดเลือก ไม่ควรผลักภาระให้ สกพ. (สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน) เนื่องจากทาง สกพ.มีบุคลากรน้อย จึงอาจพิจารณาโดยถือความครบถ้วนของเอกสารเป็นสำคัญ แต่สำหรับโรงไฟฟ้าชุมชนแล้วควรมุ่งเน้นไปที่โอกาสความสำเร็จของโครงการเป็นสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นเชื้อเพลิง เทคโนโลยี ความพร้อมในการลงทุน สำหรับเอกสารควรเป็นเพียงส่วนประกอบในการพิจารณา</p>
<p><strong>ไม่ว่าโรงไฟฟ้าชุมชนของคนที่จนกระจายทั่วประเทศ จะได้รับการตัดสินใจทางการเมืองให้มีหน้าตาออกมาเป็น เช่นไรก็ตาม ผู้เขียนในฐานะภาคเอกชนคนหนึ่งขอเคารพการตัดสินใจนั้น หลังจากที่ได้พยายามสื่อสารทุกช่องทางให้ผู้มีอำนาจได้ทราบข้อมูล ด้วยการถอดบทเรียนในอดีตที่ล้มเหลว…เราคาดหวังให้โครงการดีๆ อย่างโรงไฟฟ้าชุมชน มาช่วยปูพื้นฐานเศรษฐกิจฐานรากในรูปแบบใหม่ เป็นต้นแบบของการแบ่งปัน ช่วยลดช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจน</strong></p>
<table style="border: 5px solid #6cb742;" width="100%">
<tbody>
<tr valign="middle">
<td style="vertical-align: middle; padding: 10px;"><strong>ข้อมูลที่คุณอาจสนใจ</strong></p>
<ul>
<li style="list-style-type: none;">
<ul>
<li><a title="โครงการโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานราก (โครงการนำร่อง) พ.ศ. 2564" href="https://www.greennetworkthailand.com/โรงไฟฟ้าชุมชน-นำร่อง-150-mw/">กกพ. เปิดให้ยื่นเสนอขายไฟฟ้า โครงการโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานราก (โครงการนำร่อง) พ.ศ. 2564</a></li>
<li><a title="หญ้าเนเปียร์ โรงไฟฟ้าชุมชน" href="https://www.greennetworkthailand.com/หญ้าเนเปียร์-โรงไฟฟ้า/">หญ้าเนเปียร์ พลิกผืนดินอีสาน เขียวขจีอย่างยั่งยืน</a></li>
<li><a title="โรงไฟฟ้าชุมชนชีวมวล" href="https://www.greennetworkthailand.com/โรงไฟฟ้าชุมชนชีวมวล/">โรงไฟฟ้าชุมชนชีวมวล ขึ้นต้นเป็นมะลิซ้อน พอแตกใบอ่อนเป็นมะลิลา ?</a></li>
<li><a title="การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานชีวมวลในประเทศไทย" href="https://www.greennetworkthailand.com/bionic-power-in-thailand/">โอกาสและความท้าทาย การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานชีวมวลในประเทศไทย</a></li>
<li><a title="โรงไฟฟ้าชุมชน" href="https://www.greennetworkthailand.com/big-rock-โรงไฟฟ้าชุมชน/">ชุมชนปลูกป่าปลูกหญ้า สร้างโรงไฟฟ้า เพิ่มรายได้ ลดความเหลื่อมล้ำ</a></li>
<li><a title="พลังงานชุมชนวิถีใหม่" href="https://www.greennetworkthailand.com/พลังงานชุมชนวิถีใหม่/">พลังงานชุมชนวิถีใหม่</a></li>
<li><a title="แนวโน้มพลังงานแห่งอนาคต (Future Energy Trend)" href="https://www.greennetworkthailand.com/แนวโน้ม-เทรนด์พลังงาน-2020/">แนวโน้มพลังงานแห่งอนาคต (Future Energy Trend)</a></li>
<li><a title="โรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานราก" href="https://www.greennetworkthailand.com/โรงไฟฟ้าชุมชน-หลักเกณฑ์/">โรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานราก หนึ่งในนโยบายพลังงานเพื่อทุกคน Energy For All</a></li>
</ul>
</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<hr />
<p>Source: นิตยสาร Green Network ฉบับที่ 95 กันยายน-ตุลาคม 2562 คอลัมน์ GREEN Focus โดย พิชัย ถิ่นสันติสุข</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/">โรงไฟฟ้าชุมชน สวัสดิการแห่งรัฐ… รูปแบบใหม่</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กฟผ. จับมือ Stadtwerke Rosenheim พัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าชุมชน เน้นเชื้อเพลิงชีวมวล (Biomass) และก๊าซชีวภาพ (Biogas)</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%99/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%99/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 03 Oct 2019 09:05:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[Biogas]]></category>
		<category><![CDATA[Biomass]]></category>
		<category><![CDATA[Stadtwerke Rosenheim]]></category>
		<category><![CDATA[กฟผ]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหารจัดการระบบไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหารจัดการโรงไฟฟ้าชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[การผลิตไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนาโรงไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ชีวมวล]]></category>
		<category><![CDATA[นายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย]]></category>
		<category><![CDATA[สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิง]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีโรงไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการโรงไฟฟ้าชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้าชุมชน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=9725</guid>

					<description><![CDATA[<p>กฟผ. ร่วมกับ Stadtwerke Rosenheim ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อร่วมกันศึกษาพัฒนาโรงไฟฟ้าชุมชนประเภทชีวมวล (Biomass) และก๊าซชีวภาพ (Biogas) ตามนโยบายพลังงานเพื่อเศรษฐกิจฐานราก มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชน และสร้างความมั่นคงทางพลังงาน 2 ตุลาคม 2562 &#8211; นายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับ Dr. Goetz Bruehl ประธานกรรมการบริษัท Stadtwerke Rosenheim&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%99/">กฟผ. จับมือ Stadtwerke Rosenheim พัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าชุมชน เน้นเชื้อเพลิงชีวมวล (Biomass) และก๊าซชีวภาพ (Biogas)</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กฟผ. ร่วมกับ Stadtwerke Rosenheim ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อร่วมกันศึกษาพัฒนาโรงไฟฟ้าชุมชนประเภทชีวมวล (Biomass) และก๊าซชีวภาพ (Biogas) ตามนโยบายพลังงานเพื่อเศรษฐกิจฐานราก มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชน และสร้างความมั่นคงทางพลังงาน</strong></p>
<p><span id="more-9725"></span></p>
<p>2 ตุลาคม 2562 &#8211; นายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับ Dr. Goetz Bruehl ประธานกรรมการบริษัท Stadtwerke Rosenheim เพื่อร่วมกันศึกษาพัฒนา<strong>โครงการโรงไฟฟ้าชุมชน</strong> โดยมุ่งเน้น<strong>เชื้อเพลิงประเภทชีวมวล</strong> (<strong>Biomass</strong>) และ<strong>ก๊าซชีวภาพ</strong> (<strong>Biogas</strong>) โดยมีนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และ Ms. Gabriele Bauer นายกเทศมนตรี เมือง Rosenheim ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ เมือง Rosenheim สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี</p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/Biomass-Biogas-Power-Plant-03.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-9728 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/Biomass-Biogas-Power-Plant-03.jpg" alt="โรงไฟฟ้าชุมชน" width="900" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/Biomass-Biogas-Power-Plant-03.jpg 900w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/Biomass-Biogas-Power-Plant-03-300x167.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/Biomass-Biogas-Power-Plant-03-768x427.jpg 768w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></a></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์</strong></span> <strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน</strong> กล่าวว่า โรงไฟฟ้าเทศบาล <strong>Stadtwerke Rosenheim</strong> เป็นโรงไฟฟ้าที่ประสบความสำเร็จใน<strong>การบริหารจัดการโรงไฟฟ้าชุมชน</strong>จากการนำขยะในท้องถิ่นมาผลิตไฟฟ้าได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยชุมชนร่วมเป็นเจ้าของ มี<strong>การบริหารจัดการระบบไฟฟ้า</strong>จาก<strong>เชื้อเพลิงชีวมวล</strong> <strong>ก๊าซชีวภาพ</strong>ร่วมกับโซลาร์เซลล์และพลังงานลมเพื่อจ่ายไฟฟ้าให้กับคนในชุมชน หากนำรูปแบบความสำเร็จมาบูรณาการกับ<strong>โรงไฟฟ้าชุมชน</strong>ในประเทศไทยให้เหมาะกับเศษวัสดุทางการเกษตรที่มีอยู่ในท้องถิ่น อาทิ ซังข้าวโพด แกลบ หญ้าเนเปียร์ ทะลายปาล์ม ก็จะทำให้คนในชุมชนมีแหล่งพลังงานที่มั่นคง มีรายได้จากการเป็นเจ้าของโรงไฟฟ้าและจำหน่ายวัสดุทางการเกษตรเป็นเชื้อเพลิง ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก สร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน ตามนโยบายพลังงานเพื่อเศรษฐกิจฐานราก</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย</strong></span> <strong>ผู้ว่าการ กฟผ.</strong> กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ระหว่าง กฟผ. กับบริษัท <strong>Stadtwerke Rosenheim</strong> เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการเดินหน้าตามนโยบาย<strong>โรงไฟฟ้าชุมชน</strong> เนื่องจากบริษัท Stadtwerke Rosenheim มีความเชี่ยวชาญด้าน<strong>การพัฒนาโรงไฟฟ้า</strong>ประเภท<strong>ชีวมวล</strong> และ<strong>ก๊าซชีวภาพ</strong> โดยทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ในการพัฒนาโรงไฟฟ้าชุมชนประเภทชีวมวล และก๊าซชีวภาพ ตลอดจนการออกแบบเทคโนโลยีโรงไฟฟ้าที่เหมาะสมต่อชุมชนแต่ละแห่ง รวมถึงศึกษาพื้นที่ที่มีศักยภาพในประเทศไทยสำหรับการสร้าง<strong>โรงไฟฟ้าชุมชน</strong> เป็นระยะเวลา 2 ปี เพื่อพัฒนา<strong>โรงไฟฟ้าชุมชน</strong>ต้นแบบ โดยชุมชนร่วมเป็นเจ้าของ มีการบริหารจัดการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สร้างรายได้ สร้างงานให้กับท้องถิ่น ร่วมกับการน้อมนำ “ศาสตร์พระราชา” ในเรื่องของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นหลักคิดในการดำเนินงาน ก็จะสามารถแก้ปัญหาด้านน้ำ อาหาร และพลังงาน ซึ่งเป็นความท้าทายสำคัญของโลกในอนาคต <strong>โรงไฟฟ้าชุมชน</strong>ในแนวทางของ กฟผ. มิใช่มิติแค่เรื่องพลังงานเท่านั้น แต่คือการยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างความยั่งยืนต่อชีวิตของคนไทยอย่างแท้จริง อีกทั้งในบางพื้นที่ยังสามารถบูรณาการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับกับชีวมวล หรือก๊าซชีวภาพ ช่วยเสริมความมั่นคงให้กับระบบไฟฟ้า โดยไม่กระทบกับระบบไฟฟ้าหลักได้อีกด้วย</p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/Biomass-Biogas-Power-Plant-02.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-9727 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/Biomass-Biogas-Power-Plant-02.jpg" alt="โรงไฟฟ้าชุมชน" width="900" height="599" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/Biomass-Biogas-Power-Plant-02.jpg 900w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/Biomass-Biogas-Power-Plant-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/Biomass-Biogas-Power-Plant-02-768x511.jpg 768w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></a></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>Dr. Goetz Bruehl</strong></span> ประธานกรรมการบริษัท Stadtwerke Rosenheim กล่าวว่า มีความยินดีที่เมืองโรเซนไฮม์ ได้ร่วมมือกับประเทศไทยในการพัฒนาโรงไฟฟ้าเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์กับคนในชุมชน เช่นเดียวกับโรงไฟฟ้าของโรเซนไฮม์ที่ได้นำขยะจากชุมชนและวัสดุทางการเกษตรมาผลิตไฟฟ้าและความร้อนส่งให้กับคนในเมือง โดยไม่สร้างมลพิษต่อชุมชน ทางโรเซนไฮม์เชื่อว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นก้าวสำคัญในการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างกันเพื่อพัฒนา<strong>โรงไฟฟ้าชุมชน</strong>ของไทยอย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/Biomass-Biogas-Power-Plant-04.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-9729 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/Biomass-Biogas-Power-Plant-04.jpg" alt="เชื้อเพลิงชีวมวล (Biomass)" width="900" height="600" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/Biomass-Biogas-Power-Plant-04.jpg 900w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/Biomass-Biogas-Power-Plant-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/Biomass-Biogas-Power-Plant-04-768x512.jpg 768w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></a></p>
<hr />
<p>Source: การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%99/">กฟผ. จับมือ Stadtwerke Rosenheim พัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าชุมชน เน้นเชื้อเพลิงชีวมวล (Biomass) และก๊าซชีวภาพ (Biogas)</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
