<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เทคโนโลยีชีวภาพ | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B9%82%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%A2%E0%B8%B5%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Wed, 11 Sep 2024 03:28:24 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.5</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>เทคโนโลยีชีวภาพ | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>“พันธุ์เทพ ฉัตรนะรัชต์” ชู “ควอนตัม ไบโอบริดจ์” ผู้พัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ BioEnhancz ดันไทยสู้ศึกเกษตรมูลค่าสูงให้มีศักยภาพในเชิงพาณิชย์</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/bioenhancz/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/bioenhancz/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 11 Sep 2024 03:27:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[BioEnhancz]]></category>
		<category><![CDATA[ควอนตัม ไบโอบริดจ์]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[พันธุ์เทพ ฉัตรนะรัชต์]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีชีวภาพทางการเกษตร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=35673</guid>

					<description><![CDATA[<p>รู้จัก ควอนตัม ไบโอบริดจ์ ภายใต้การบริหารของ &#8220;พันธุ์เทพ ฉัตรนะรัชต์&#8221; ผู้พัฒนานวัตกรรมเกษตรมูลค่าสูงของประเทศไทยให้มีศักยภาพในเชิงพาณิชย์ พร้อมผลักดัน BioEnhancz เทคโนโลยีชีวภาพทางการเกษตรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ รวมถึงประสิทธิผลให้กับอุตสาหกรรมยาและโภชนเภสัช นายพันธุ์เทพ ฉัตรนะรัชต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ควอนตัม ไบโอบริดจ์ จำกัด ผู้พัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีเกษตรมูลค่าสูงให้กลายเป็นโซลูชันที่มีศักยภาพในเชิงพาณิชย์ กล่าวว่า ปัจจุบันโภชนเภสัช หรือ Nutraceutical กำลังได้รับความนิยมจากทั่วโลก โดยมีการคาดการณ์ว่าในปี 2024 จะมีมูลค่าถึง 346 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และในปี 2030 จะมีมูลค่าสูงถึง 600 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ประมาณ 9.6% ในช่วงปี 2024-2030 เราจะเห็นได้ว่าตลาดนี้กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วเนื่องจากความตระหนักด้านสุขภาพเพิ่มมากขึ้น สังคมที่มีอายุเฉลี่ยสูงขึ้น ผู้บริโภคมองหาอาหารและผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพมีความปลอดภัย ที่ช่วยเสริมสุขภาพและสามารถป้องกันโรคภัยได้ สำหรับอุตสาหกรรมยาและ Nutraceutical ในประเทศไทย ถือว่ามีการเติบโตอย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน โดยในปี 2024 ตลาดยาของไทยจะมีมูลค่ามากกว่า 200,000 ล้านบาท และตลาด Nutraceutical มีมูลค่าประมาณ 10,000 ล้านบาท&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/bioenhancz/">“พันธุ์เทพ ฉัตรนะรัชต์” ชู “ควอนตัม ไบโอบริดจ์” ผู้พัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ BioEnhancz ดันไทยสู้ศึกเกษตรมูลค่าสูงให้มีศักยภาพในเชิงพาณิชย์</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>รู้จัก ควอนตัม ไบโอบริดจ์ ภายใต้การบริหารของ &#8220;พันธุ์เทพ ฉัตรนะรัชต์&#8221; ผู้พัฒนานวัตกรรมเกษตรมูลค่าสูงของประเทศไทยให้มีศักยภาพในเชิงพาณิชย์ พร้อมผลักดัน </strong><strong>BioEnhancz เทคโนโลยีชีวภาพทางการเกษตรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ รวมถึงประสิทธิผลให้กับอุตสาหกรรมยาและโภชนเภสัช</strong></p>
<p><span id="more-35673"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายพันธุ์เทพ ฉัตรนะรัชต์</strong></span> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ควอนตัม ไบโอบริดจ์ จำกัด</strong> ผู้พัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีเกษตรมูลค่าสูงให้กลายเป็นโซลูชันที่มีศักยภาพในเชิงพาณิชย์ กล่าวว่า ปัจจุบันโภชนเภสัช หรือ Nutraceutical กำลังได้รับความนิยมจากทั่วโลก โดยมีการคาดการณ์ว่าในปี 2024 จะมีมูลค่าถึง 346 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และในปี 2030 จะมีมูลค่าสูงถึง 600 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ประมาณ 9.6% ในช่วงปี 2024-2030 เราจะเห็นได้ว่าตลาดนี้กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วเนื่องจากความตระหนักด้านสุขภาพเพิ่มมากขึ้น สังคมที่มีอายุเฉลี่ยสูงขึ้น ผู้บริโภคมองหาอาหารและผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพมีความปลอดภัย ที่ช่วยเสริมสุขภาพและสามารถป้องกันโรคภัยได้</p>
<p>สำหรับอุตสาหกรรมยาและ Nutraceutical ในประเทศไทย ถือว่ามีการเติบโตอย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน โดยในปี 2024 ตลาดยาของไทยจะมีมูลค่ามากกว่า 200,000 ล้านบาท และตลาด Nutraceutical มีมูลค่าประมาณ 10,000 ล้านบาท ซึ่งเราจะเห็นได้ว่า ตลาดโภชนเภสัช มีอัตราการเติบโตต่อเนื่องอย่างมั่นคง เนื่องจากผู้บริโภคใส่ใจสุขภาพ ประกอบกับกลุ่มผู้สูงอายุนิยมใช้โภชนบำบัดหรืออาหารบำบัดมากกว่าการทานยา</p>
<p><strong>นายพันธุ์เทพ</strong> กล่าวว่า ในฐานะที่เราเป็นผู้นำในการพัฒนาและจัดจำหน่ายสินค้านวัตกรรม เทคโนโลยีและโซลูชันในกลุ่มโภชนเภสัชหรือโภชนบำบัด (Nutraceutical) รวมทั้งการผลิตยา จึงมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ ภายใต้วิสัยทัศน์ <strong>ACES คือ การมุ่งเน้นที่การนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีความล้ำสมัย (Advance) ภายใต้คุณภาพที่มั่นคง (Consistency) และมีประสิทธิภาพสูงสุด (Efficacy) โดยยึดหลักของการวิจัยและพัฒนาที่เข้มข้นด้วยความปลอดภัย และปลอดสารพิษขั้นสูงสุด (Safety &amp; Non-Toxicity) เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ของเราสามารถปรับปรุงคุณภาพชีวิตของผู้ที่ต้องการดูแลรักษาสุขภาพทั่วโลกได้อย่างปลอดภัย</strong></p>
<p>“ขณะเดียวกัน ประสบการณ์การทำงานของผมก็ล้วนแล้วแต่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเทคโนโลยี และนวัตกรรมไม่ว่าจะเป็นงานบริการโทรคมนาคม การบริหารระบบสารสนเทศต่างๆ รวมไปถึงการวางกลยุทธ์ การบริหารช่องทางการขายทั้งในประเทศและต่างประเทศมามากกว่า 20 ปี ทำให้ผมมองเห็นความสำคัญในการวิจัยเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ จึงทุ่มงบประมาณให้กับ ควอนตัม ไบโอบริดจ์ เป็นจำนวนมากเพื่อลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา หรือ R&amp;D เพื่อเปลี่ยนแปลงนวัตกรรมต่างๆ ให้กลายเป็นโซลูชันที่มีศักยภาพในเชิงพาณิชย์ ซึ่งผมเห็นความสำคัญของการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้พัฒนาเกษตรกรรมให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการสร้างนวัตกรรมที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ” <strong>นายพันธุ์เทพ</strong> กล่าว</p>
<p>&#8220;สิ่งหนึ่งที่เราให้ความสำคัญมากที่สุด คือการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมการเกษตร ประเทศไทยมีความพร้อมในหลายๆ ด้าน ทั้งด้านทรัพยากรสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรคนที่มีความรู้ และ know how พร้อมที่จะผลักดันให้ภาคการเกษตรเจริญก้าวหน้ากว่าในอดีต เห็นได้จากเกษตรกรรุ่นใหม่ๆ ที่เข้ามาช่วยผลักดันวัฏจักรอุตสาหกรรมการเกษตรในหลาย ๆ ด้าน ซึ่งผมเชื่อว่าการนำนวัตกรรมมาพัฒนาให้เกิดโซลูชันด้านการเกษตร จะทำให้ไทยก้าวหน้าเป็นเบอร์ต้นๆ ของโลกได้&#8221;</p>
<p><strong>ผลักดันเกษตรมูลค่าสูงในไทยด้วยเทคโนโลยี </strong><strong>BioEnhancz</strong></p>
<p>สำหรับ BioEnhancz หรือ ไบโอเอนฮานซ์ ถือเป็นหนึ่งนวัตกรรมที่ ควอนตัม ไบโอบริดจ์ ได้ลงทุนพัฒนาเป็นโซลูชันในการเพิ่มประสิทธิภาพทางชีวภาพ โดย BioEnhancz ออกแบบมาเพื่อปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพของยาและสารเสริมอื่นๆ โดยทำงานผ่านกลไกต่างๆ ที่ช่วยให้ร่างกายดูดซึมและใช้ประโยชน์จากสารเหล่านี้ได้ดีขึ้น</p>
<p><strong>กลไกการทำงานของเทคโนโลยี </strong><strong>BioEnhancz</strong></p>
<ol>
<li><strong>เพิ่มการดูดซึม :</strong> ช่วยให้สารสำคัญถูกดูดซึมผ่านผนังเซลล์ในระบบย่อยอาหารได้ดีขึ้นโดยการปรับปรุงการซึมผ่านของเยื่อหุ้มเซลล์ ทำให้ร่างกายสามารถรับสารสำคัญได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น</li>
<li><strong>ป้องกันการสลายตัว :</strong> ช่วยลดการถูกทำลายของสารสำคัญโดยเอนไซม์หรือสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมในร่างกาย โดยการสร้างเกราะป้องกันหรือการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของสารสำคัญเพื่อเพิ่มความคงตัว</li>
<li><strong>เพิ่มการเข้าสู่เซลล์ :</strong> ช่วยนำพาสารสำคัญเข้าสู่เซลล์เป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยการเพิ่มการขนส่งของสารสำคัญผ่านเมมเบรนของเซลล์</li>
<li><strong>ปรับปรุงประสิทธิภาพ :</strong> เพิ่มผลลัพธ์ของสารสำคัญ ทำให้สามารถใช้ปริมาณน้อยลงแต่ได้ผลลัพธ์เท่าเดิมหรือดีกว่า ซึ่งช่วยลดผลข้างเคียงและเพิ่มความปลอดภัย</li>
</ol>
<p>ขณะเดียวกัน การใช้ BioEnhancz ยังสามารถช่วยให้การรักษาด้วยยาและการเสริมสร้างสุขภาพ มีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดผลข้างเคียง และปรับปรุงการตอบสนองของร่างกายต่อการรักษา และการเสริมสร้างสุขภาพนอกจากนี้เรายังได้นำเทคโนโลยี BioEnhancz ไปใช้ในอุตสาหกรรมยารักษาโรคและ Nutraceutical โดยมีรายละเอียดดังนี้</p>
<p><strong>การใช้ </strong><strong>BioEnhancz </strong><strong>กับ </strong><strong>Pharmaceutical </strong><strong>และ </strong><strong>Nutraceutical</strong></p>
<p><strong>BioEnhancz </strong><strong>กับ </strong><strong>Pharmaceutical:</strong></p>
<ol>
<li><strong> เพิ่มประสิทธิภาพของยา:</strong>BioEnhancz ช่วยเพิ่มการดูดซึมของยาผ่านทางเดินอาหาร ทำให้ตัวยาสามารถเข้าสู่กระแสเลือดได้มากขึ้น ซึ่งส่งผลให้ยามีประสิทธิภาพสูงขึ้นและลดขนาดของยา (dosage) ที่ต้องใช้</li>
<li><strong> ลดผลข้างเคียงจากยา:</strong>เนื่องจากBioEnhancz ทำให้ยาในขนาดที่น้อยลง ผลข้างเคียงจากยาก็จะลดลงตามไปด้วย</li>
<li><strong> เพิ่มเสถียรภาพของยา:</strong>BioEnhanczช่วยเพิ่มความเสถียรของยาต่อสภาพแวดล้อมต่างๆ ทำให้ยามีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น</li>
</ol>
<p><strong>BioEnhancz </strong><strong>กับ </strong><strong>Nutraceutical:</strong></p>
<ol>
<li><strong> เพิ่มการดูดซึมสารสำคัญ:</strong>BioEnhancz ช่วยเพิ่มการดูดซึมของสารอาหารที่สำคัญ เช่น วิตามิน เกลือแร่ และสารต้านอนุมูลอิสระ ที่มีคุณประโยชน์ส่งผลทำให้ร่างกายได้รับประโยชน์สูงสุดจากผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร</li>
<li><strong> เพิ่มความสามารถของผลิตภัณฑ์:</strong>BioEnhancz ทำให้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมีประสิทธิภาพสูงขึ้นในเรื่องของการบำรุงสุขภาพและการป้องกันโรค การสร้างสรรค์สารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น วิตามิน แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระ ด้วยประสิทธิภาพที่สูงขึ้น</li>
<li><strong> ลดปริมาณการบริโภค:</strong>BioEnhancz ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถได้รับสารสำคัญในปริมาณเพียงพอต่อต้องการ โดยการบริโภคผลิตภัณฑ์ในปริมาณที่น้อยลงและให้คุณค่าที่มากเพื่อลดความยุ่งยากในการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร</li>
<li><strong>เกิดผลิตภัณฑ์ที่มีความเฉพาะตัว:</strong>การออกแบบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารด้วย BioEnhancz ทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ที่มีความจำเพาะตรงตามความต้องการของกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ</li>
</ol>
<p>&#8220;สิ่งที่น่าสนใจของเทคโนโลยี BioEnhancz ที่ว่านี้ เราผลิตและพัฒนาจากผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรของไทยที่ปลูกโดยเกษตรกรไทย ที่สำคัญผลผลิตทางการเกษตรบางชนิดที่เรานำมาใช้นั้น ถือเป็นการช่วยตลาดระบายสินค้าเกษตร เพื่อช่วยพยุงราคาในช่วงที่ผลผลิตนั้นๆ ผลิตมากจนเกินความต้องการอีกด้วย&#8221;</p>
<p><strong>นายพันธุ์เทพ</strong> ทิ้งท้ายว่า มีคำพูดที่ว่า <strong>You are what you eat</strong> หรือ สุภาษิตจีนที่ว่า <strong>โรคเข้ามาทางปาก เคราะห์เข้ามาทางคำพูด</strong> ผมคิดว่าเป็นสุภาษิตที่สะท้อนถึงความสำคัญของการระมัดระวังทั้งในเรื่องการกินอาหาร และการใช้คำพูด</p>
<p>หากเราลองนึกตาม โรคเข้ามาทางปาก นั่นหมายถึงอาหารการกินที่ไม่สะอาดหรือไม่ถูกสุขลักษณะ ซึ่งสามารถนำไปสู่การเกิดโรคได้ ขณะเดียวกัน การกินอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการไม่เหมาะสมก็สามารถส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ ดังนั้น เราควรเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์และปลอดภัย เพื่อรักษาสุขภาพและป้องกันการเจ็บป่วย ซึ่งเราสามารถนำมาปรับปรุงปฏิบัติใช้ชีวิตประจำวัน เพื่อสุขภาพที่ดีของตัวเราเอง&#8221; <strong>นายพันธุ์เทพ กล่าวปิดท้าย</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/bioenhancz/">“พันธุ์เทพ ฉัตรนะรัชต์” ชู “ควอนตัม ไบโอบริดจ์” ผู้พัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ BioEnhancz ดันไทยสู้ศึกเกษตรมูลค่าสูงให้มีศักยภาพในเชิงพาณิชย์</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/bioenhancz/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นักวิจัย มจธ.พัฒนา “เทคโนโลยีอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงและเคมีชีวภาพแบบบูรณาการ” แปรสภาพชีวมวลและพืชน้ำมันเป็นผลิตภัณฑ์-สารเคมีมูลค่าสูงแบบไร้ของเสียอย่างยั่งยืน รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ Carbon Neutrality</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 12 Nov 2021 07:43:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Technology & Innovation]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutrality]]></category>
		<category><![CDATA[ความเป็นกลางทางคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[งานวิจัย]]></category>
		<category><![CDATA[นวดล เหล่าศิริพจน์]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[เคมีวิศวกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิงชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีพลังงานชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เอทานอล]]></category>
		<category><![CDATA[ไบโอดีเซล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=19709</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อการใช้พลังงานกำลังเปลี่ยนแปลงไป ประกอบกับข้อตกลงร่วมกันของประชาคมโลกในการแก้ปัญหาภาวะโลกร้อนซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) จึงประกาศให้ทุกประเทศจะต้องมีความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ล่าสุด ประเทศไทยได้แสดงจุดยืนสนับสนุนนโยบายการใช้พลังงานสะอาด และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี ค.ศ. 2065-2070 ซึ่งถือเป็นวาระสำคัญของโลกและเป็นก้าวสำคัญด้านพลังงานของประเทศ ทำให้ภาคธุรกิจต่างเร่งปรับแผนการใช้พลังงานทั้งในภาคการผลิต อาทิ การผลิตไฟฟ้าที่ใช้ถ่านหินทยอยเปลี่ยนมาใช้พลังงานหมุนเวียนหรือพลังงานทดแทนในสัดส่วนที่เพิ่มมากขึ้น ในภาคการขนส่งปัจจุบันส่วนใหญ่ยังคงใช้น้ำมัน แต่แน่นอนว่าเมื่อรถยนต์ไฟฟ้าเข้ามาแทนที่เครื่องยนต์สันดาป ทำให้อนาคตความต้องการใช้พลังงานน้ำมันจะค่อยๆลดลง ซึ่งน้ำมันดีเซลและแก๊สโซลีน(น้ำมันเบนซิน) จะมี Biofuel คือ เชื้อเพลิงที่ได้จากชีวมวล (Biomass) เข้าไปผสมในสัดส่วนที่ภาครัฐกำหนด แต่หลังจากนี้อีก 10-20 ปี&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/">นักวิจัย มจธ.พัฒนา “เทคโนโลยีอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงและเคมีชีวภาพแบบบูรณาการ” แปรสภาพชีวมวลและพืชน้ำมันเป็นผลิตภัณฑ์-สารเคมีมูลค่าสูงแบบไร้ของเสียอย่างยั่งยืน รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ Carbon Neutrality</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เมื่อการใช้พลังงานกำลังเปลี่ยนแปลงไป ประกอบกับข้อตกลงร่วมกันของประชาคมโลกในการแก้ปัญหาภาวะโลกร้อนซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) จึงประกาศให้ทุกประเทศจะต้องมีความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality)</strong><span id="more-19709"></span></p>
<p>ล่าสุด ประเทศไทยได้แสดงจุดยืนสนับสนุนนโยบายการใช้พลังงานสะอาด และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี ค.ศ. 2065-2070 ซึ่งถือเป็นวาระสำคัญของโลกและเป็นก้าวสำคัญด้านพลังงานของประเทศ ทำให้ภาคธุรกิจต่างเร่งปรับแผนการใช้พลังงานทั้งในภาคการผลิต อาทิ การผลิตไฟฟ้าที่ใช้ถ่านหินทยอยเปลี่ยนมาใช้พลังงานหมุนเวียนหรือพลังงานทดแทนในสัดส่วนที่เพิ่มมากขึ้น</p>
<p>ในภาคการขนส่งปัจจุบันส่วนใหญ่ยังคงใช้น้ำมัน แต่แน่นอนว่าเมื่อรถยนต์ไฟฟ้าเข้ามาแทนที่เครื่องยนต์สันดาป ทำให้อนาคตความต้องการใช้พลังงานน้ำมันจะค่อยๆลดลง ซึ่งน้ำมันดีเซลและแก๊สโซลีน(น้ำมันเบนซิน) จะมี Biofuel คือ เชื้อเพลิงที่ได้จากชีวมวล (Biomass) เข้าไปผสมในสัดส่วนที่ภาครัฐกำหนด แต่หลังจากนี้อีก 10-20 ปี เมื่อเครื่องยนต์สันดาปภายในหมดไปและจะถูกแทนที่ด้วยรถยนต์ไฟฟ้า (EV) นั่นหมายความว่าจะส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องตามมา</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ศ. ดร.นวดล เหล่าศิริพจน์</strong></span> <strong>อาจารย์ประจำบัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม (JGSEE) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีพลังงานชีวภาพ</strong> กล่าวว่า ในอดีตกว่าสิบปีที่ผ่านมารัฐบาลมีนโยบายเพิ่มการปลูกอ้อยและปาล์ม ทำให้มีอุตสาหกรรมผลิต เชื้อเพลิงชีวภาพค่อนข้างมาก แต่เมื่อสถานการณ์พลังงานโลกจากนี้จะถูกกระตุ้นด้วยความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการมาของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) สิ่งที่จะเกิดขึ้น คือ ความต้องการเอทานอลและไบโอดีเซลในตลาดพลังงานจะถูกปรับลดลง ซึ่งก็จะส่งผลกระทบต่อผลผลิตและเกษตรกรได้หากไม่มีการเตรียมความพร้อม ดังนั้น หากจะไปสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกสู่ชั้นบรรยากาศ (Net Zero Greenhouse Gas Emissions ) รัฐบาลจำเป็นต้องมีนโยบายและแผนออกมารองรับระหว่างทางว่าจะทำอะไรหรือมีมาตรการอะไรมาช่วยลดผลกระทบให้กับภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพ</p>
<p>“ชุดโครงการวิจัยที่เราทำมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 10 ปีนี้ เป็นความพยายามที่จะนำปาล์มน้ำมันและชีวมวลจากอ้อยมาเพิ่มมูลค่า จากจุดเริ่มต้นงานวิจัยเพื่อแก้ปัญหาเรื่องของราคาเอทานอลและไบโอดีเซลที่ผันผวน จนถึงงานวิจัยเพื่อรองรับและหาแนวทางการใช้เอทานอลและไบโอดีเซลในกรณีที่ความต้องการเอทานอลและไบโอดีเซลลดลง ซึ่งจะก่อให้เกิดผลกระทบกับเกษตรกรรวมถึงอุตสาหกรรมผู้ผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ จึงมีแนวคิดการนำเอาชีวมวล รวมถึงเชื้อเพลิงชีวภาพ (เอทานอลและน้ำมันปาล์ม) ไปแปรสภาพเป็นผลิตภัณฑ์หรือสารเคมีที่มีมูลค่าสูงแทน โดยชุดโรงการที่มีการดำเนินการในอดีตที่ผ่านมา ได้แก่ งานวิจัยและพัฒนากระบวนการแปรสภาพชีวมวลจากซังข้าวโพด ชานอ้อย ฟางข้าว กะลาปาล์ม และเศษวัสดุเหลือจากการเกษตร หรือกากจากกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมการเกษตรมาเป็นเชื้อเพลิงและผลิตสารเคมีมูลค่าสูง การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีพื้นฐานและต้นแบบสำหรับอุตสาหกรรมพืชน้ำมันเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรม Bio-complex เป็นต้น โดยบูรณาการความเชี่ยวชาญทางด้านเคมีวิศวกรรม เทคโนโลยีชีวภาพ ร่วมกันระหว่าง มจธ.และ สวทช.”</p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-19710" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/IBL-Products.jpg" alt="IBL Products" width="750" height="422" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/IBL-Products.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/IBL-Products-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/IBL-Products-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/IBL-Products-500x281.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong>ศ. ดร.นวดล</strong> กล่าวอีกว่า “ ในรายละเอียดคณะวิจัยพยายามหาแนวทางที่เหมาะสมในการเพิ่มมูลค่าของวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์จากอุตสาหกรรมพืชน้ำมัน อันได้แก่ น้ำมันปาล์มและน้ำมันมะพร้าว เพื่อแปรสภาพเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงตามโจทย์ของแต่ละอุตสาหกรรม เช่น สารหล่อลื่นชีวภาพ สารทำความสะอาดในระดับอุตสาหกรรม สารเปลี่ยนสถานะ เป็นต้น โดย มจธ. และหน่วยงานเครือข่ายเข้าไปเป็นที่ปรึกษาและดำเนินงานวิจัยร่วมกับพันธมิตรในภาคอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่องในระยะที่ผ่านมา”</p>
<p>นอกจากนี้ยังมีชุดโครงงานวิจัยเพื่อแปรสภาพเอทานอล และชีวมวลจำพวกอ้อยไปเป็นผลิตภัณฑ์หรือสารเคมีที่มีมูลค่าสูงเช่นกัน ศ. ดร.นวดล กล่าวว่า “นอกเหนือจากการนำอ้อยไปผลิตเป็นน้ำตาล สารให้ความหวานอื่นๆ รวมถึงเอทานอลแล้ว ชีวมวลจากอ้อยยังสามารถนำไปแยกส่วนเพื่อสกัดเซลลูโลส เฮมิเซลลูโลส และลิกนิน ซึ่งสารทั้งสามกลุ่มนี้สามารถนำไปต่อยอดแปรสภาพใช้ผลิตเป็นวัสดุชีวภาพต่างๆ ได้อย่างหลากหลาย เช่น บรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ สารทนไฟ และสาร anti-oxidant ที่สามารถนำไปใช้ร่วมกับผลิตภัณฑ์พลาสติกและโฟม เป็นต้น”</p>
<p>งานวิจัยดังกล่าวเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2554 วัตถุประสงค์หลัก คือต้องการเพิ่มมูลค่าของเศษวัสดุทางการเกษตรในประเทศ โดยทำการศึกษาวิจัยเชิงลึกเพื่อหากระบวนการในการแยกส่วนและแปรสภาพชีวมวลที่มีประสิทธิภาพและต้นทุนต่ำ รวมถึงความเหมาะสมกับชีวมวลที่มีอยู่ในประเทศไทยภายใต้แนวคิดการสร้างกระบวนการใช้ประโยชน์จากชีวมวลของประเทศแบบไร้ของเสียในอนาคต ผลงานวิจัยนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติแล้วกว่า 200 ฉบับ อีกทั้งเป็นงานวิจัยที่เชื่อมกับภาคอุตสาหกรรม และพร้อมรับโจทย์จากอุตสาหกรรมมาต่อยอด โดยมีการนำผลงานวิจัยไปจดสิทธิบัตรในต่างประเทศร่วมกับอุตสาหกรรมเครือข่าย 3 เรื่องในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา</p>
<p><strong>จากผลงานวิจัยชุดนี้ ศ.ดร.นวดล ยังได้รับ “รางวัลวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี” ประเภทบุคคลประจำปี 2563 จากมูลนิธิโทเรเพื่อการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ ประเทศไทย ในฐานะนักวิจัยผู้ที่มีความมุ่งมั่นในการทำวิจัยในด้านการบูรณาการการแปรสภาพวัตถุดิบทางการเกษตรเป็นเชื้อเพลิงควบคู่กับการผลิตสารเคมีมูลค่าสูง ที่นอกจากช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับเศษเหลือทิ้งทางการเกษตรแล้ว ยังสามารถสร้างความเข้มแข็งและเสริมศักยภาพในการแข่งขันให้กับภาคอุตสาหกรรมในประเทศได้ สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ด้านที่ 7 พลังงานสะอาดที่ทุกคนเข้าถึงได้ (Affordable and clean energy), ด้านที่ 9 อุตสาหกรรม นวัตกรรม โครงสร้างพื้นฐาน (Industry, innovation, and infrastructure), ด้านที่ 12 แผนการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน (Responsible consumption and production) และด้านที่ 13 การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate action)</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/">นักวิจัย มจธ.พัฒนา “เทคโนโลยีอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงและเคมีชีวภาพแบบบูรณาการ” แปรสภาพชีวมวลและพืชน้ำมันเป็นผลิตภัณฑ์-สารเคมีมูลค่าสูงแบบไร้ของเสียอย่างยั่งยืน รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ Carbon Neutrality</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
