<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เทรนด์พลังงาน | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B9%8C%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Tue, 13 Jun 2023 03:01:26 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.5</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>เทรนด์พลังงาน | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>บ้านปู เน็กซ์ อัปเดต 5 เทรนด์ ‘พลังงานสะอาดที่น่าจับตาในปี 2023’ หนุนธุรกิจปรับตัว มุ่งสู่สังคมไร้คาร์บอน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/banpu-next_5-clean-energy-trends-to-watch-in-2023/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/banpu-next_5-clean-energy-trends-to-watch-in-2023/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 18 Apr 2023 06:27:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[BESS]]></category>
		<category><![CDATA[Green Hydrogen]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู เน็กซ์]]></category>
		<category><![CDATA[ปี 2023]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานลม]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่]]></category>
		<category><![CDATA[เซลล์แสงอาทิตย์]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ไฮโดรเจนสีเขียว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=26368</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ : เมื่อโลกกำลังเข้าสู่ยุค Net-Zero ที่ “พลังงานสะอาด” จะกลายเป็นพลังงานหลักขับเคลื่อนโลก บ้านปู เน็กซ์ บริษัทลูกของกลุ่มบ้านปู ผู้ให้บริการโซลูชันพลังงานสะอาดชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และมุ่งเป็น Net-Zero Energy Provider ขอแนะนำ 5 เทรนด์ ‘พลังงานสะอาดรูปแบบใหม่’ ที่จะช่วยเปลี่ยนผ่านสังคมและภาคธุรกิจสู่ยุคไร้คาร์บอน พร้อมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับทุกคน นั่นก็คือ ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) เซลล์แสงอาทิตย์ผสานวัสดุอาคาร (BIPV) พลังงานลมนอกชายฝั่ง (Offshore Wind) การแปรรูปพลังงานไฟฟ้า&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/banpu-next_5-clean-energy-trends-to-watch-in-2023/">บ้านปู เน็กซ์ อัปเดต 5 เทรนด์ ‘พลังงานสะอาดที่น่าจับตาในปี 2023’ หนุนธุรกิจปรับตัว มุ่งสู่สังคมไร้คาร์บอน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26370" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/banpu-next_5-clean-energy-trends-to-watch-in-2023.jpg" alt="บ้านปู เน็กซ์ อัปเดต 5 เทรนด์ ‘พลังงานสะอาดที่น่าจับตาในปี 2023’" width="680" height="850" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/banpu-next_5-clean-energy-trends-to-watch-in-2023.jpg 819w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/banpu-next_5-clean-energy-trends-to-watch-in-2023-240x300.jpg 240w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/banpu-next_5-clean-energy-trends-to-watch-in-2023-768x960.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/banpu-next_5-clean-energy-trends-to-watch-in-2023-150x188.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/banpu-next_5-clean-energy-trends-to-watch-in-2023-400x500.jpg 400w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><strong>กรุงเทพฯ : เมื่อโลกกำลังเข้าสู่ยุค Net-Zero ที่ “พลังงานสะอาด” จะกลายเป็นพลังงานหลักขับเคลื่อนโลก บ้านปู เน็กซ์ บริษัทลูกของกลุ่มบ้านปู ผู้ให้บริการโซลูชันพลังงานสะอาดชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และมุ่งเป็น </strong><strong>Net-Zero Energy Provider </strong><strong>ขอแนะนำ 5 เทรนด์ ‘พลังงานสะอาดรูปแบบใหม่’ ที่จะช่วยเปลี่ยนผ่านสังคมและภาคธุรกิจสู่ยุคไร้คาร์บอน พร้อมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับทุกคน นั่นก็คือ ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) เซลล์แสงอาทิตย์ผสานวัสดุอาคาร (BIPV) พลังงานลมนอกชายฝั่ง (Offshore Wind) การแปรรูปพลังงานไฟฟ้า (Power-to-X) และไฮโดรเจนสีเขียว (</strong><strong>Green Hydrogen) </strong><span id="more-26368"></span></p>
<p>รายงานจากสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) เผยว่า หากทั่วโลกเดินหน้าพิชิตภารกิจ Net-Zero ตามคำสัญญาภายในปี 2030 ตลาดสำหรับเทคโนโลยีการผลิตพลังงานสะอาด เช่น ระบบโซลาร์ พลังงานลม แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า อิเล็กโทรไลเซอร์สำหรับผลิตไฮโดรเจน ฯลฯ จะมีมูลค่ารวมประมาณ 6.5 แสนล้านดอลลาร์ต่อปี* โดยบ้านปู เน็กซ์ เล็งเห็นว่า ในอนาคตเทคโนโลยีพลังงานจะถูกพัฒนาให้หลากหลาย ฉลาด และสะอาดยิ่งขึ้น (Greener &amp; Smarter) ซึ่ง 5 พลังงานสะอาดที่น่าจับตามอง มีดังนี้</p>
<h2>1. ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System: BESS) สร้างเสถียรภาพการจัดการไฟฟ้า</h2>
<p><strong>BESS</strong> เป็นระบบกักเก็บพลังงานที่ใช้แบตเตอรี่มาเป็นองค์ประกอบ ทำหน้าที่กักเก็บไฟฟ้าส่วนเกินและดึงกลับมาใช้ในช่วงที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง โดยจุดเด่นของ BESS คือ ช่วยลดความผันผวนของไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน รักษาเสถียรภาพ และเพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดการไฟฟ้า รวมไปถึงมีความจุพลังงานสูง สามารถติดตั้งได้ทุกพื้นที่ เคลื่อนย้ายง่าย และเชื่อมต่อการทำงานได้ทั้งระบบไฟฟ้าในครัวเรือนและโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ โดยบ้านปู เน็กซ์ได้นำ BESS ของดูราเพาเวอร์ ซึ่งเป็นบริษัทลูกและผู้นำด้านระบบแบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออนระดับโลก ไปใช้ในระบบโซลาร์ที่ประเทศอินโดนีเซีย เพื่อให้สามารถใช้ไฟฟ้าภายในไซต์ได้อย่างเสถียรตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-26371" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/solar-frame.jpg" alt="เซลล์แสงอาทิตย์" width="680" height="506" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/solar-frame.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/solar-frame-300x223.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/solar-frame-768x571.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/solar-frame-150x112.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/solar-frame-500x372.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<h2>2. เซลล์แสงอาทิตย์ผสานวัสดุอาคาร (Building Integrated Photovoltaics: BIPV) นวัตกรรมขับเคลื่อนอาคารคาร์บอนต่ำ</h2>
<p><strong>BIPV</strong> แตกต่างจากระบบโซลาร์ที่หลายคนคุ้นเคย โดยเป็นนวัตกรรมที่นำแผงโซลาร์มาออกแบบ สร้าง และติดตั้งไปในส่วนต่าง ๆ ของอาคาร เช่น หลังคา แนวกันสาด หน้าต่าง ฯลฯ ซึ่งนวัตกรรมนี้จะช่วยให้อาคารผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ได้เอง ช่วยลดค่าไฟฟ้า ป้องกันความร้อน ลดเสียงรบกวน และลดการปล่อย CO<sub>2 </sub>ได้มากขึ้น ทั้งยังช่วยยกระดับสู่อาคารคาร์บอนต่ำ หรืออาคารสีเขียว</p>
<h2>3. พลังงานลมนอกชายฝั่ง (Offshore Wind) แหล่งพลังงานที่ไม่มีวันหมด</h2>
<p>หลายประเทศวางแผนจะพัฒนาการใช้พลังงานลมเพิ่มขึ้น เนื่องจากเป็นแหล่งพลังงานสะอาดที่ไม่มีวันหมด ไม่มีค่าเชื้อเพลิง มีศักยภาพในการลดการปล่อย CO<sub>2 </sub>ได้มากที่สุด ช่วยสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งพลังงานลมนอกชายฝั่งมีความเร็วและกำลังลมแรงกว่าบนฝั่ง ทำให้สามารถผลิตพลังงานได้มากกว่า ปัจจุบันเริ่มมีการเปิดโครงการฟาร์มกังหันลมนอกชายฝั่งในหลาย ๆ ประเทศ เช่น เดนมาร์ก สหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น เป็นต้น</p>
<h2>4. Power-to-X หนทางสู่พลังงานสะอาดในอุตสาหกรรม</h2>
<p><strong>Power-to-X</strong> เป็นเทคโนโลยีในการเปลี่ยนไฟฟ้าส่วนเกินที่ผลิตจากพลังงานสะอาดต่าง ๆ อย่างพลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ ฯลฯ ไปเป็นเชื้อเพลิงรูปแบบอื่น เช่น ไฮโดรเจนสีเขียว แอมโมเนีย รวมถึงวัตถุดิบทางอุตสาหกรรมเคมี เป็นต้น โดยต่อยอดนำไปใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม ระบบขนส่งและการเดินทาง ระบบผลิตความเย็นแบบรวมศูนย์ (District Cooling System) และอีกมากมาย ถือเป็นเทคโนโลยีจะช่วยเพิ่มโอกาสในการยกระดับธุรกิจให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้มากขึ้น</p>
<h2>5. ไฮโดรเจนสีเขียว (Green Hydrogen) อีกหนึ่งจิ๊กซอว์สำคัญในการลดคาร์บอน</h2>
<p>ไฮโดรเจนสีเขียว (Green Hydrogen) คือ ไฮโดรเจนที่ผลิตขึ้นจากพลังงานหมุนเวียน ไม่ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจก สามารถนำไปปรับใช้ได้ในหลายภาคส่วน เช่น ใช้เป็นวัตถุดิบในการกลั่นน้ำมัน การผลิตปุ๋ย หรือเหล็ก หรือใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าและการขนส่ง ปัจจุบันต้นทุนในการผลิตไฮโดรเจนสีเขียวยังคงสูงกว่าไฮโดรเจนประเภทอื่น ๆ แต่เชื่อว่าในอนาคตต้นทุนการผลิตจะลดลงและไฮโดรเจนสีเขียวจะเป็นเชื้อเพลงสีเขียวที่มีการใช้อย่างแพร่หลาย</p>
<p><strong>นอกจากพลังงานสะอาดรูปแบบต่าง ๆ อีกหนึ่งสิ่งที่ขาดไม่ได้คือ การนำเทคโนโลยี เช่น AI IoT Big Data ระบบคลาวด์ ฯลฯ มาใช้ควบคู่กับการผลิตพลังงานสะอาด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ สามารถควบคุม-สั่งการ-มอนิเตอร์การใช้พลังงานได้แบบเรียลไทม์ ซึ่งบ้านปู เน็กซ์ นำเทคโนโลยีและดิจิทัลแพลตฟอร์มมาผนวกกับโซลูชันพลังงานสะอาดที่ออกแบบเหมาะสมกับแต่ละธุรกิจ เพื่อช่วยให้องค์กรต่าง ๆ ใช้พลังงานสะอาดได้อย่างไร้ขีดจำกัด ทรานส์ฟอร์มสู่ Smart Business และบรรลุเป้าหมายด้าน ESG ขณะเดียวกันก็เดินหน้าต่อยอดธุรกิจพลังงานสะอาดและพัฒนาโซลูชันพลังงานรูปแบบใหม่ ๆ เพื่อรองรับเทรนด์การใช้พลังงานในอนาคต และมีส่วนช่วยขับเคลื่อนสังคมไร้คาร์บอนให้เกิดขึ้นจริง</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/banpu-next_5-clean-energy-trends-to-watch-in-2023/">บ้านปู เน็กซ์ อัปเดต 5 เทรนด์ ‘พลังงานสะอาดที่น่าจับตาในปี 2023’ หนุนธุรกิจปรับตัว มุ่งสู่สังคมไร้คาร์บอน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/banpu-next_5-clean-energy-trends-to-watch-in-2023/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แนวโน้ม “พลังงานหมุนเวียน” ปี 2565</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2565/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2565/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 06 May 2022 02:46:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Renewable Energy]]></category>
		<category><![CDATA[GUNKUL]]></category>
		<category><![CDATA[WHAUP]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานลม]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานแสงอาทิตย์]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์พลังงาน ปี 2565]]></category>
		<category><![CDATA[แนวโน้มพลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=22056</guid>

					<description><![CDATA[<p>อุตสาหกรรมของพลังงานหมุนเวียนนั้นมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แค่ในทศวรรษที่ผ่านมาสหรัฐฯ ใช้พลังงานหมุนเวียนในการผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวจากร้อยละ 10 ในปี 2553 เป็นร้อยละ 20 ในปี 2563 และมีแนวโน้มว่าจะมากขึ้นในปี 2565 เนื่องจากความกังวลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) และความต้องการพลังงานสะอาดที่เพิ่มขึ้น จากรายงาน 2022 Renewable Energy Industry Outlook ของ Deloitte ที่ได้ทำการสำรวจผู้นำและผู้บริหารกว่า 500 รายในสหรัฐฯ ในกลุ่มอุตสาหกรรมเคมี&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2565/">แนวโน้ม “พลังงานหมุนเวียน” ปี 2565</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>อุตสาหกรรมของพลังงานหมุนเวียนนั้นมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แค่ในทศวรรษที่ผ่านมาสหรัฐฯ ใช้พลังงานหมุนเวียนในการผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวจากร้อยละ 10 ในปี 2553 เป็นร้อยละ 20 ในปี 2563 และมีแนวโน้มว่าจะมากขึ้นในปี 2565 เนื่องจากความกังวลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) และความต้องการพลังงานสะอาดที่เพิ่มขึ้น จากรายงาน 2022 Renewable Energy Industry Outlook ของ Deloitte ที่ได้ทำการสำรวจผู้นำและผู้บริหารกว่า 500 รายในสหรัฐฯ ในกลุ่มอุตสาหกรรมเคมี วิศวกรรมและการก่อสร้าง ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม น้ำมันและก๊าซ และพลังงานและสาธารณูปโภคสามารถสรุปเป็นแนวโน้มของพลังงานหมุนเวียนได้ 5 แนวโน้มในปี 2565 ดังนี้</strong><span id="more-22056"></span></p>
<h3>เทคโนโลยีด้านพลังงานสะอาดที่ทันสมัยกำลังได้รับความสนใจ</h3>
<p>เทคโนโลยีด้านพลังงานกำลังได้รับความสนใจจากนักลงทุน เช่น พลังงานลม และพลังงงานแสงอาทิตย์ที่สามารถจัดเก็บใน Electric Grid ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ Green Hydrogen แบตเตอรี่ชั้นสูง และการเก็บพลังงานแบบระยะยาวในรูปแบบต่างๆ อาจได้รับอานิสงค์โดยตรงจากการลงทุนนี้เพื่อนำมาใช้ในเชิงพาณิชย์ต่อไป รวมถึงเทคโนโลยีที่จะช่วยด้าน Zero-carbon Electricity การจัดเก็บพลังงานระยะยาวเพื่อป้องการการขาดแคลนในบางฤดูกาล ลดความแออัดกับสายส่งพลังงานไฟฟ้า และเพิ่มความน่าเชื่อถือในเทคโนโลยีพลังงานสะอาด</p>
<h3>พลังงานแสงอาทิตย์กับโมเดลธุรกิจใหม่</h3>
<p>Solar photovoltaic (PV) systems หรือ Solar Cells ได้เป็นที่นิยมมากขึ้น ช่วงทศวรรษที่ผ่านมาสามารถลดต้นทุนในการผลิตไฟฟ้าได้มากกว่าร้อยละ 85 จึงเป็นไปได้ว่าจะมีการนำพลังงานแสงอาทิตย์นี้มาใช้ในโมเดลธุรกิจใหม่ๆ รวมทั้งการติดตั้งแบบใหม่ โดยในปี 2565 นี้เราอาจได้เห็น Solar-plus-storage หรือ Floating Solar PV เพิ่มขึ้น ซึ่งการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในการกักเก็บพลังงาน จะช่วยเรื่องประสิทธิภาพการดำเนินงานและการควบคุมต้นทุนอีกด้วย</p>
<h3>โครงสร้างพื้นฐานในการส่งไฟฟ้าเป็นปัจจัยสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับ Offshore Wind</h3>
<p>การพัฒนาการส่งไฟฟ้ามีแนวโน้มที่จะเป็นส่วนสำคัญของอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียนในปี 2565 นี้ การส่งไฟฟ้าจะเป็นปัจจัยหลักที่เชื่อมต่อพลังงานหมุนเวียนสู่แหล่งไฟฟ้าเพื่อการบริโภคใช้สอยต่างๆ ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องลดข้อจำกัดในการส่งให้เหลือน้อยที่สุด รวมถึงพลังงานลมนอกชายฝั่ง (Offshore Wind) ที่ต้องเชื่อมต่อกับโครงสร้างพื้นฐานชายฝั่ง (Coastal Infrastructure) ก็ควรมีการส่งไฟฟ้าและเข้าถึงที่สะดวก ทั้งนี้การเพิ่มกำลังการส่งจากเส้นทางปัจจุบัน หรือการเพิ่มเส้นทางใหม่ อาจช่วยลดปัญหาข้อจำกัดในการส่งได้ นอกจากนี้จากรายงานการสำรวจของ Deloitte พบว่า ร้อยละ 76 ของผู้ตอบแบบสอบถามในอุตสาหกรรมพลังงานและสาธารณูปโภคกำลังวางแผนหรือมีแผนที่จะดำเนินการด้านพลังงานหมุนเวียนโดยจะคำนึงถึงความสามารถในการเข้าถึงพลังงานหมุนเวียนจากโครงการส่งไฟฟ้าต่างๆ เป็นสำคัญ</p>
<h3>การพัฒนากลยุทธ์ทางห่วงโซ่อุปทาน</h3>
<p>อุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียนมีความเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานอื่นๆ ที่ต้องเผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการขนส่ง ในปี 2564 อุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนส่วนประกอบ (Semiconductors และ Modules) วัตถุดิบ (Polysilicon และสินค้าโภคภัณฑ์) และแรงงานตลอดจนค่าขนส่งที่สูงขึ้น ทำให้ราคาพลังงานแสงอาทิตย์ปรับตัวเพิ่มขึ้นสวนกระแสเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี</p>
<h3>เศรษฐกิจหมุนเวียนคือหัวใจสำคัญสำหรับการเติบโตอย่างยั่นยืนของอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน</h3>
<p>เมื่อความต้องการในการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม รวมทั้งการติดตั้งแบตเตอรี่เพิ่มขึ้น การจัดการขยะที่เกิดจากพลังงานหมุนเวียนหรือกระบวนการที่เกี่ยวข้องก็เป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องมีมาตรการรองรับ การรื้อถอนแผงโซล่าต่างๆ อาจก่อให้เกิดขยะกว่า 1 ล้านตันในปี 2573 รวมทั้งปริมาณแบตเตอรี่ลิเทียมไออนกว่า 80 กิโลตันที่รอนำไปรีไซเคิลต่อในสหรัฐ นอกจากนี้ยังมีใบพัดกังหันลมกว่า 8 พันชิ้น ที่กำลังจะหมดสภาพในปี 2565 นี้ และอาจรวมกันมากกว่า 2.2 ล้านตันในปี 2593</p>
<h2>พลังงานหมุนเวียนในประเทศไทย</h2>
<p>แม้ว่าปัจจุบันเชื้อเพลิงเพื่อผลิตไฟฟ้าส่วนมาก จะมาจากก๊าซธรรมชาติ และถ่านหิน (รวมลิกไนต์) ในปี 2564 นี้ได้มีสัดส่วนจากพลังงานหมุนเวียนในการผลิตไฟฟ้าที่ประมาณร้อยละ 10 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2554 ที่มีสัดส่วนอยู่ร้อยละ 2 และในพลังงานหมุนเวียนเพื่อผลิตไฟฟ้าใน 12 เดือนแรกของปี 2564 นี้ยังประกอบไปด้วยพลังงานจากชีวมวลร้อยละ 33 และพลังงานแสงอาทิตย์ร้อยละ 25 ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (Power Development Plan) ซึ่งพิจารณาเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเป็น 10,193 เมกะวัตต์ ในแผนพีดีพี 2565 หรือเพิ่มจากแผนเดิม (พีดีพี 2561 rev. 1) จำนวน 1,000 เมกะวัตต์</p>
<p>นอกจากนี้บริษัทในไทยต่างมีรายได้จากพลังงานแสงอาทิตย์เพิ่มขึ้นด้วย เช่น WHAUP มีรายได้ดังกล่าวเพิ่มขึ้นจาก 58.5 ล้านบาท ในปี 2563 เป็น 254.6 ล้านบาท ในปี 2564 เช่นเดียวกับ GUNKUL ที่มีรายได้จากพลังงานแสงอาทิตย์ในปี 2564 เพิ่มขึ้นร้อยละ 19.64 เมื่อเทียบกับปี 2563</p>
<p><strong>แนวโน้มของพลังงานหมุนเวียนอาจมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยมากขึ้น ผู้นำในทุกภาคส่วนควรจับตามองเพื่อนำไปประยุกต์ใช้กับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องอย่างเหมาะสมที่สุด</strong></p>
<hr />
<p><span style="text-decoration: underline;">โดย:</span><br />
<strong>โสภาพรรณ ทรัพย์ทิพยรัตนา<br />
</strong>พาร์ตเนอร์ด้านการสอบบัญชี ดีลอยท์ ประเทศไทย</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-22059" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/Sopapun.jpg" alt="โสภาพรรณ ทรัพย์ทิพยรัตนา" width="320" height="480" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/Sopapun.jpg 360w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/Sopapun-200x300.jpg 200w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/Sopapun-150x225.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/Sopapun-333x500.jpg 333w" sizes="(max-width: 320px) 100vw, 320px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="text-decoration: underline;">Sources:</span></p>
<ul>
<li>Deloitte 2022 renewable energy industry outlook Report<br />
www.eppo.go.th/index.php/en/en-energystatistics/indicators<br />
www.dede.go.th/ewt_news.php?nid=48247<br />
www.egat.co.th/index.php?option=com_content&amp;view=article&amp;id=3922:20210707-art01&amp;catid=49:public-articles-egat&amp;Itemid=251</li>
<li>US renewable energy transition | Deloitte Insights<br />
www.prachachat.net/economy/news-844114</li>
<li>WHAUP and GUNKUL Annual Report 2021</li>
</ul>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2565/">แนวโน้ม “พลังงานหมุนเวียน” ปี 2565</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2565/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แนวโน้มและนวัตกรรมพลังงานหมุนเวียน 10 อันดับแรกในปี 2022</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2022/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2022/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 02 Dec 2021 07:17:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Renewable Energy]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[Big Data]]></category>
		<category><![CDATA[Bioenergy]]></category>
		<category><![CDATA[Blockchain]]></category>
		<category><![CDATA[DESS]]></category>
		<category><![CDATA[Green Hydrogen]]></category>
		<category><![CDATA[Grid Integration]]></category>
		<category><![CDATA[Hydro Power]]></category>
		<category><![CDATA[PV]]></category>
		<category><![CDATA[Robotics]]></category>
		<category><![CDATA[Wind Energy]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมพลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[บล็อคเชน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานลม]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานแสงอาทิตย์]]></category>
		<category><![CDATA[พลังน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบกริด]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบจัดเก็บพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[หุ่นยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[แผงโซลาเซลล์]]></category>
		<category><![CDATA[โดรน]]></category>
		<category><![CDATA[ไฮโดรเจนสีเขียว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=20023</guid>

					<description><![CDATA[<p>รายงานจาก StartUs Insights บริษัทข่าวกรองด้านนวัตกรรมจากออสเตรีย เกี่ยวกับการวิจัยเชิงลึกในกลุ่มอุตสาหกรรมสตาร์ทอัพและบริษัทที่มีการเติบโตด้านพลังงานทดแทนกว่า 5,152 ราย ผลการวิจัยเผยให้เห็นถึงนวัตกรรมด้านข้อมูลที่ช่วยปรับปรุงการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ รวมถึงเทคโนโลยีเกิดใหม่ในอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียนที่ทำให้เห็นถึงภาพรวมของแนวโน้มและนวัตกรรมพลังงานหมุนเวียน 10 อันดับแรก ที่ส่งผลกระทบต่อบริษัทพลังงานหมุนเวียนทั่วโลก ข้อมูลจากงานวิจัยแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มพลังงานหมุนเวียน 10 อันดับแรกที่จะส่งผลกระทบต่อบริษัทต่าง ๆ ในปี ค.ศ. 2022 อาทิ นวัตกรรมแผงเซลล์แสงอาทิตย์ขั้นสูงมุ่งเน้นไปที่เทคโนโลยีที่ให้ประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่สูงขึ้น การใช้บิ๊กดาต้าและ AI เข้ามาช่วยในอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน เช่น การบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์และการจัดการที่ชาญฉลาด ระบบจัดเก็บพลังงานแบบกระจาย (DESS) ให้ความยืดหยุ่นและเสถียรภาพในการผลิตพลังงานหมุนเวียน เทคโนโลยีการรวมกริดทำให้กริดมีเสถียรภาพด้วยการควบคุมการสูญเสียการส่งสัญญาณ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2022/">แนวโน้มและนวัตกรรมพลังงานหมุนเวียน 10 อันดับแรกในปี 2022</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>รายงานจาก StartUs Insights บริษัทข่าวกรองด้านนวัตกรรมจากออสเตรีย เกี่ยวกับการวิจัยเชิงลึกในกลุ่มอุตสาหกรรมสตาร์ทอัพและบริษัทที่มีการเติบโตด้านพลังงานทดแทนกว่า 5,152 ราย ผลการวิจัยเผยให้เห็นถึงนวัตกรรมด้านข้อมูลที่ช่วยปรับปรุงการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ รวมถึงเทคโนโลยีเกิดใหม่ในอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียนที่ทำให้เห็นถึงภาพรวมของแนวโน้มและนวัตกรรมพลังงานหมุนเวียน 10 อันดับแรก ที่ส่งผลกระทบต่อบริษัทพลังงานหมุนเวียนทั่วโลก</strong><span id="more-20023"></span></p>
<p>ข้อมูลจากงานวิจัยแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มพลังงานหมุนเวียน 10 อันดับแรกที่จะส่งผลกระทบต่อบริษัทต่าง ๆ ในปี ค.ศ. 2022 อาทิ นวัตกรรมแผงเซลล์แสงอาทิตย์ขั้นสูงมุ่งเน้นไปที่เทคโนโลยีที่ให้ประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่สูงขึ้น การใช้บิ๊กดาต้าและ AI เข้ามาช่วยในอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน เช่น การบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์และการจัดการที่ชาญฉลาด ระบบจัดเก็บพลังงานแบบกระจาย (DESS) ให้ความยืดหยุ่นและเสถียรภาพในการผลิตพลังงานหมุนเวียน เทคโนโลยีการรวมกริดทำให้กริดมีเสถียรภาพด้วยการควบคุมการสูญเสียการส่งสัญญาณ ส่งผลให้มีการใช้แหล่งพลังงานนอกระบบอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น พลังงานลมและพลังน้ำ ซึ่งอยู่ห่างจากจุดที่ต้องใช้พลังงาน โดยทางอ้อมไฮโดรเจนสีเขียวจะกักเก็บพลังงานที่ได้รับจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนอื่น ๆ และยังอำนวยความสะดวกในการใช้พลังงานไฟฟ้าอีกด้วย</p>
<p>ด้านพลังงานชีวภาพยังคงเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมเนื่องจากการพัฒนาที่สามารถทำได้ด้วยแนวทางที่หลากหลาย บล็อกเชนจะเข้ามามีส่วนร่วมในภาคพลังงานหมุนเวียนในด้านการรักษาความปลอดภัย ตลอดจนวิทยาการหุ่นยนต์จะถูกนำมาใช้อย่างกว้างขวาง เพื่อทำให้พลังงานหมุนเวียนเข้าสู่ระบบอัตโนมัติ รวมถึงการใช้เทคโนโลยีอื่น ๆ</p>
<h2><strong>10 อันดับแนวโน้มพลังงานหมุนเวียนในปี 2022</strong></h2>
<h3>1. แผงโซล่าเซลล์ขั้นสูง (Advanced Photovoltaics: PV )</h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-20029" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/PV.jpg" alt="แผงโซล่าเซลล์" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/PV.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/PV-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/PV-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/PV-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p>บริษัทพลังงานแสงอาทิตย์พัฒนาระบบ PV ที่สามารถติดตั้งได้สะดวกมากขึ้นในทุกสภาพแวดล้อม ในขณะที่ช่วยลดพื้นที่ในการติดตั้งลง ซึ่งเป็นผลมาจากการพัฒนา PV, Floatovoltaics และAgrivoltaics ที่ผสานรวมเข้าด้วยกัน</p>
<p>นอกจากนี้ สตาร์ทอัพยังพัฒนาเซลล์แบบฟิล์มบางเพื่อให้แผงโซลาร์เซลล์มีความยืดหยุ่น คุ้มทุน น้ำหนักเบา และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของ PV โดยเริ่มมีการคิดค้นเทคโนโลยี ด้วยนวัตกรรมวัสดุ PV เพื่อรวบรวมพลังงานแสดงอาทิตย์ให้อยู่ในรูปแบบของกระจกและเลนส์ได้ เช่น การใช้<a title="เซลล์แสงอาทิตย์ Perovskite" href="https://www.greennetworkthailand.com/นาโนฟอสฟอรีน-perovskite-solar-cells/">เซลแสงอาทิตย์ชนิดเพอรอฟสไกต์ (Perovskite)</a> ซึ่งสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการแปลงพลังงานได้หลายเท่า</p>
<p>นวัตกรรมเหล่านี้ถูกพัฒนาควบคู่ไปกับการออกแบบเซลล์แสงอาทิตย์ที่ให้ประสิทธิภาพสูงสุดและผลผลิตสูงขึ้น อีกทั้งโซลูชั่นเหล่านี้ยังร่วมกันส่งเสริมความยั่งยืนผ่านการรีไซเคิล การใช้ทรัพยากรน้อยที่สุดและการใช้วัสดุทางเลือก</p>
<h3>2. ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และบิ๊กดาต้า (Big Data)</h3>
<p>กริดเป็นระบบโครงสร้างพื้นที่ฐานที่ซับซ้อน และต้องการการตัดสินใจที่รวดเร็วในแบบเรียลไทม์ ซึ่งข้อมูลจากบิ๊กดาต้า และอัลกอริทึมของ AI สามารถตอบสนอง วิเคราะห์และจัดการกริดได้อย่างรวดเร็ว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-20031" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/AI-BIG-DATA.jpg" alt="ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และบิ๊กดาต้า (Big Data)" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/AI-BIG-DATA.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/AI-BIG-DATA-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/AI-BIG-DATA-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/AI-BIG-DATA-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p>นอกเหนือจากการวิเคราะห์และการจัดการกริด แอพลิเคชั่น AI ในภาคพลังงานหมุนเวียนยังสามารถวิเคราะห์ คาดการณ์การใช้พลังงาน และช่วยในการบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ของแหล่งพลังงานงานหมุนเวียน แอปพลิเคชั่นด้านพลังงานยังสามารถคาดการณ์ปริมาณพลังงานของกริด กำหนดราคาและดำเนินการซื้อขายได้ตามเวลาโดยอัตโนมัติ</p>
<p>ด้านนวัตกรรมในคราวด์คอมพิวติ้งและโรงไฟฟ้าเสมือน (VPP) ช่วยเข้ามาสนับสนุนการผลิตไฟฟ้าให้เพียงพอต่อการบริโภคตามที่คาดการณ์ไว้</p>
<p>นอกจากนี้ สตาร์ทอัพยังใช้การวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) และ Machine Learning สำหรับการออกแบบแบบจำลองพลังงานหมุนเวียนและการวิเคราะห์ประสิทธิภาพ</p>
<h3>3. ระบบจัดเก็บพลังงานแบบกระจาย (Distributed Energy Storage Systems: DESS)</h3>
<p>DESS กำหนดการผลิตและการจัดเก็บพลังงานหมุนเวียนเพื่อเอาชนะความผิดปกติในการผลิต ตามข้อกำหนดด้านเศรษฐกิจและข้อกำหนดอื่น ๆ สตาร์ทอัพมีแบตเตอรี่และโซลูชั่นไร้แบตเตอรี่ที่หลากหลาย ตัวอย่างเช่น แบตเตอรี่เหลว ใช้พลังงานต่ำและสม่ำเสมอ ในขณะที่แบตเตอรี่แบบโซลิดสเตตมีน้ำหนักเบาและมีความหนาแน่นของพลังงานสูง สำหรับการใช้งานที่ต้องการพลังงานจำนวนมาก ในช่วงเวลาสั้น ๆ ก็ใช้ตัวเก็บประจุและตัวเก็บประจุยิ่งยวด</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-20037" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/DESS.jpg" alt="ระบบจัดเก็บพลังงานแบบกระจาย" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/DESS.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/DESS-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/DESS-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/DESS-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p>เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับการคายประจุ ความปลอดภัย และมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม จึงมีการคิดค้นทางเลือกในการจัดเก็บแบบไม่ใช้แบตเตอรี่ เช่น เทคโนโลยีสูบน้ำ (Pumped hydro) และเทคโนโลยีอากาศอัด (Compressed Air) ในทางกลับกัน พลังงานส่วนเกินจะถูกแปลงเป็นพลังงานรูปแบบอื่น เช่น ความร้อนหรือมีเทนสำหรับการจัดเก็บและการแปลงสภาพผ่านเทคโนโลยี Power-to-X (P2X)</p>
<h3>4. พลังน้ำ (Hydro Power)</h3>
<p>พลังงานน้ำคือ พลังงานที่ได้มาจากการเคลื่อนที่ของน้ำ พลังงานน้ำสามารถคาดการณ์ได้ไม่เหมือนกับแสงอาทิตย์และลม ดังนั้น จึงมีความน่าเชื่อถือมากกว่าเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำ เช่นเดียวกับพลังงานจากมหาสมุทรที่ควบคุมจากกระแสน้ำและคลื่นให้ความหนาแน่นของพลังงานสูงในขณะที่ลดการพึ่งพาแหล่งพลังงานแบบเดิม</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-20028" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/Hydro-Power.jpg" alt="พลังน้ำ" width="680" height="450" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/Hydro-Power.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/Hydro-Power-300x199.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/Hydro-Power-150x99.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/Hydro-Power-500x331.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p>นวัตกรรมในแหล่งพลังงานหมุนเวียนเหล่านี้มุ่งเน้นไปที่เครื่องแปลงพลังงานและการปรับปรุงส่วนประกอบเพื่อการเก็บเกี่ยวพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ภายในพลังน้ำ เขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็กและเขื่อนกั้นน้ำทำให้เกิดพลังงานแบบกระจายอำนาจ การแปลงพลังงานความร้อนจากมหาสมุทร (OETC) ใช้ประโยชน์จากพลังงานผ่านการไล่ระดับความร้อนที่สร้างขึ้นระหว่างพื้นผิวและน้ำลึก มีบริษัทสตาร์ทอัพเพียงไม่กี่รายที่เปลี่ยนความลาดชันของความเค็มที่เกิดขึ้นเนื่องจากความแตกต่างของแรงดันออสโมติกระหว่างน้ำทะเลและแม่น้ำสามารถแปลงให้เป็นพลังงานที่ใช้งานได้</p>
<h3>5. พลังงานลม (Wind Energy)</h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-20030" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/Wind-Energy.jpg" alt="พลังงานล" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/Wind-Energy.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/Wind-Energy-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/Wind-Energy-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/Wind-Energy-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p>แม้จะเป็นหนึ่งในแหล่งพลังงานที่เก่าแก่ที่สุด แต่ธรรมชาติของภาคพลังงานลมที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วทำให้เป็นหนึ่งในแนวโน้มหลัก สตาร์ทอัพกำลังคิดค้นกังหันลมนอกชายฝั่งและในอากาศเพื่อลดความต้องการพลังงานลมบนบก นวัตกรรมในสาขานี้มักจะรวมเข้ากับแหล่งพลังงานอื่น ๆ เช่น กังหันลมแบบลอยน้ำ พลังงานแสงอาทิตย์ หรือพลังงานน้ำขึ้นน้ำลงเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพให้ดียิ่งขึ้น มีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องในการออกแบบใบพัดตามหลักอากาศพลศาสตร์ สตาร์ทอัพยังพัฒนาเครื่องกำเนิดไฟฟ้าและกังหันที่มีประสิทธิภาพสำหรับการแปลงพลังงานสูง การพัฒนาวัสดุใบพัดของกังหันลมให้ตอบโจทย์ความยั่งยืนเป็นหนึ่งในความท้าทายที่อุตสาหกรรมต้องเผชิญในปัจจุบัน เพื่อแก้ไขปัญหานี้สตาร์ทอัพกำลังสร้างเทคโนโลยีไร้ใบพัดและวัสดุเทอร์โมพลาสติกเพื่อผลิตใบพัดกังหันลมที่รีไซเคิลได้</p>
<h3>6. พลังงานชีวภาพ (Bioenergy)</h3>
<p>พลังงานชีวภาพเป็นพลังงานหมุนเวียนชนิดหนึ่งที่ได้มาจากแหล่งชีวมวล เชื้อเพลิงชีวภาพเหลวที่มีคุณภาพเทียบเท่าน้ำมันเบนซินจะถูกผสมโดยตรงเพื่อใช้ในยานยนต์ เพื่อให้บรรลุคุณภาพนี้ บริษัทต่าง ๆ ได้ปรับปรุงกระบวนการเชื้อเพลิงชีวภาพและเทคนิคการอัพเกรด กระบวนการแปลงเชื้อเพลิงชีวภาพส่วนใหญ่ เช่น ไฮโดรเทอร์มอลเหลว (HTL) ไพโรไลซิส เทคโนโลยีพลาสมา การทำให้เป็นผงและการแปรสภาพเป็นแก๊ส ใช้การแปลงความร้อนเพื่อให้ได้เชื้อเพลิงชีวภาพ</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-20026" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/Bioenergy.jpg" alt="สาหร่าย ผลิตเป็นน้ำมันได้" width="680" height="454" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/Bioenergy.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/Bioenergy-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/Bioenergy-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/Bioenergy-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p>นอกจากนี้ เทคนิคการอัปเกรด เช่น การแยกสารด้วยความเย็น ไฮเดรต ในแหล่งกำเนิดและเมมเบรน ใช้สำหรับกำจัดปริมาณกำมะถันและไนโตรเจน ในทำนองเดียวกัน กระบวนการหมักทำให้เกิดไบโอเอทานอลซึ่งง่ายต่อการผสมกับน้ำมันเบนซินโดยตรง การหมักยังมีความสามารถในการแปลงของเสีย เมล็ดพืช อาหารและพืช ให้เป็นเอทานอลชีวภาพ ซึ่งทำให้สามารถใช้วิธีการและวัตถุดิบได้หลากหลาย แต่วัสดุตั้งต้นที่มีพลังงานหนาแน่นทำให้ได้คุณภาพเชื้อเพลิงที่เหมาะสมที่สุด ด้วยเหตุนี้ บริษัทสตาร์ทอัพและบริษัทขนาดใหญ่ จึงพิจารณาวัตถุดิบจากสาหร่ายและสาหร่ายขนาดเล็กเพื่อใช้ในกระบวนการแปลงดังกล่าว</p>
<h3>7. การรวมกริด (Grid Integration)</h3>
<p>เทคโนโลยีการรวมกริดส่วนใหญ่รวมถึงการส่ง การกระจาย และการรักษาเสถียรภาพของพลังงานหมุนเวียน การขยายขนาดการผลิตพลังงานหมุนเวียนแบบผันแปรมักจะห่างไกลจากจุดที่ต้องใช้พลังงาน ซึ่งส่งผลให้เกิดการสูญเสียการส่งและการกระจายเพื่อเอาชนะสิ่งนี้ เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์แบบกริดที่ประหยัดพลังงาน เช่น แกลเลียมไนไตรด์ (GaN) และเซมิคอนดักเตอร์ซิลิคอนคาร์ไบด์ (SiC) ถูกนำมาใช้ ความท้าทายของความผันผวนของความถี่และแรงดันไฟฟ้าอันเนื่องมาจากการผลิตพลังงานหมุนเวียนแบบแปรผันได้รับการแก้ไขโดยใช้โซลูชันที่ใช้ไมโครคอนโทรลเลอร์</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-20027" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/Grid-Integration.jpg" alt="การรวมกริด (Grid Integration)" width="680" height="425" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/Grid-Integration.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/Grid-Integration-300x188.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/Grid-Integration-150x94.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/Grid-Integration-500x313.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p>แม้จะมีเทคโนโลยีเหล่านี้ การรักษาเสถียรภาพของกริดก็เป็นความท้าทายอย่างมาก เนื่องจากการใช้พลังงานเป็นช่วง ๆ ยานพาหนะสู่กริด (V2G) เทคโนโลยีช่วยเพิ่มเสถียรภาพของกริดในช่วงเวลาที่มีการใช้งานสูงสุด ในขณะที่โซลูชันกริดสู่รถยนต์ (G2V) ใช้ประโยชน์จากยานพาหนะเป็นหน่วยจัดเก็บ ส่งผลให้ทั้งอุตสาหกรรมพลังงานและการขนส่งได้รับประโยชน์</p>
<h3>8. ไฮโดรเจนสีเขียว (Green Hydrogen)</h3>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-20035" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/Green-Hydrogen.jpg" alt="ไฮโดรเจนสีเขียว (Green Hydrogen)" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/Green-Hydrogen.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/Green-Hydrogen-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/Green-Hydrogen-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/Green-Hydrogen-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p>ก๊าซไฮโดรเจนมีความหนาแน่นพลังงานสูงสุดของเชื้อเพลิงทั้งหมดและปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ใกล้ศูนย์ (GHG) อย่างไรก็ตาม ไฮโดรเจนส่วนใหญ่ได้มาจากแหล่งที่ไม่สามารถหมุนเวียนได้ในรูปของไฮโดรเจนสีเทาและสีน้ำตาล ในทศวรรษที่ผ่านมา การพัฒนาพลังงานหมุนเวียนและเซลล์เชื้อเพลิงได้ผลักดันให้เปลี่ยนไปใช้<a title="ไฮโดรเจนสีเขียว" href="https://www.greennetworkthailand.com/ไฮโดรเจนสีเขียว-green-hydrogen/">ไฮโดรเจนสีเขียว</a> ซึ่งแม้จะเป็นพลังงานที่สะอาดกว่า แต่ยังมีอุปสรรคและปัญหาประสิทธิภาพด้านการแปลงพลังงานที่ยังผลิตได้ในปริมาณที่ต่ำ และยังมีความท้าทายในการขนส่ง ด้วยเหตุผลเหล่านี้ การพัฒนาไฮโดรเจนสีเขียวจึงมุ่งเน้นไปที่การปรับปรุงการจัดเก็บ การขนส่ง และการกระจายไฮโดรเจน</p>
<h3>9. วิทยาการหุ่นยนต์ขั้นสูง (Advanced Robotics)</h3>
<p>ประสิทธิภาพการผลิตและกระบวนการผลิตพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเป็นอุปสรรคสำคัญในการควบคุมพลังงานหมุนเวียน วิทยาการหุ่นยนต์สามารถเข้ามาช่วยให้เกิดความแม่นยำและการใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม เพื่อเอาชนะความท้าทายนี้ ตัวอย่างเช่น แผงโซลาร์ปรับทิศทางตัวเองอัตโนมัติเพื่อเพิ่มการแปลงพลังงานให้สูงสุด ระบบอัตโนมัติของอุปกรณ์ยังช่วยเร่งกระบวนการบำรุงรักษา ในขณะที่ลดความจำเป็นในการทำงานของมนุษย์ การตรวจสอบด้วยโดรนและการทำงานอัตโนมัติและการบำรุงรักษา (O&amp;M) ที่ใช้หุ่นยนต์เป็นฐานรองรับการทำงานซ้ำ ๆ ที่เป็นอันตราย ซึ่งจะช่วยปรับปรุงความปลอดภัยและประสิทธิภาพการทำงาน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-20033" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/Drone.jpg" alt="โดรน (Drone)" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/Drone.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/Drone-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/Drone-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/Drone-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p>ตัวอย่างที่ใช้ในปัจจุบันคือการใช้ข้อมูลจากโดรน ซึ่งอิงจากการสร้างภาพอัลตราโซนิกแบบค่อยเป็นค่อยไปเพื่อตรวจจับความเสียหายภายในหรือภายนอกของกังหันลมขนาดใหญ่อย่างเร่งด่วนได้ โดรนยังช่วยให้สามารถสร้างไซต์จำลองเสมือนจริงในรูปแบบดิจิทัล พร้อมแผนที่ 3 มิติ ผ่านการคำนวณข้อมูลภาพและระดับความสูง</p>
<h3>10. บล็อคเชน (Blockchain)</h3>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-20038" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/Blockchain.jpg" alt="บล็อคเชน (Blockchain)" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/Blockchain.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/Blockchain-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/Blockchain-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/Blockchain-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p>สตาร์ทอัพด้านพลังงานใช้เทคโนโลยีบล็อคเชนเพื่อพัฒนาธุรกรรมที่เชื่อถือได้ในภาคพลังงานหมุนเวียน ตัวอย่างเช่น สัญญาอัจฉริยะทำให้การซื้อขายไฟฟ้าแบบ Peer-to-Peer ล่วงหน้า สำหรับพลังงานทรานส์แอคทีฟ กริดมีความเสี่ยงต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์และบล็อคเชนถูกใช้เพื่อเข้ารหัสข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานกริดและการตรวจสอบ ด้วยการเข้ารหัสข้อมูล บล็อคเชนช่วยอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมทางดิจิทัล ผู้ให้บริการพลังงานหมุนเวียนยังใช้ประโยชน์จากบล็อคเชนเพื่อติดตามห่วงโซ่การดูแลวัสดุกริด นอกจากนี้ยังช่วยให้หน่วยงานกำกับดูแลสามารถเข้าถึงข้อมูลเพื่อการปฏิบัติตามกฎระเบียบได้อย่างง่ายดาย</p>
<table style="border: 5px solid #6cb742;" width="100%">
<tbody>
<tr valign="middle">
<td style="vertical-align: middle; padding: 10px;">ข้อมูลที่คุณอาจสนใจ</p>
<ul>
<li><a title="10 แหล่งพลังงานทดแทน เพื่อการผลิตไฟฟ้าแห่งอนาคต" href="https://www.greennetworkthailand.com/พลังงานทดแทน-แห่งอนาคต/">10 แหล่งพลังงานทดแทน เพื่อการผลิตไฟฟ้าแห่งอนาคต</a></li>
<li><a href="https://www.greennetworkthailand.com/ไฮโดรเจนสีเขียว-green-hydrogen/">“ไฮโดรเจนสีเขียว” พลังงานหมุนเวียนที่ต้องจับตามอง ในปี 2564</a></li>
<li><a title="คาดการณ์ภาพรวมตลาดพลังงานหมุนเวียน ปี 2021-2022" href="https://www.greennetworkthailand.com/พลังงานหมุนเวียน-renewable-energy-outlook-2021-2022/">คาดการณ์ภาพรวมตลาดพลังงานหมุนเวียน ปี 2021-2022</a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<hr />
<p>ที่มา: Top 10 Renewable Energy Trends &amp; Innovations in 2022<br />
www.startus-insights.com/innovators-guide/top-10-renewable-energy-trends-2022/</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2022/">แนวโน้มและนวัตกรรมพลังงานหมุนเวียน 10 อันดับแรกในปี 2022</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2022/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>หัวเว่ยเผยคาดการณ์ 10 เทรนด์มาแรงในอุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ในอีก5 ปีข้างหน้า</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/trends-%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a2%e0%b9%8c/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/trends-%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a2%e0%b9%8c/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 10 Mar 2020 08:19:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[การผลิตไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานแสงอาทิตย์]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบเซลล์แสงอาทิตย์]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้าเสมือน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=12742</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในช่วง 5 ถึง 10 ปีข้างหน้า พลังงานหมุนเวียนจะมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในฐานะแหล่งพลังงานหลักสำหรับการผลิตไฟฟ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งถือเป็นพลังงานหมุนเวียนที่มีความน่าสนใจ อีกทั้งยังเป็นอนาคตที่สดใสของแวดวงพลังงาน อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่พลังงานหมุนเวียนมีสัดส่วนของการผลิตพลังงานสูงกว่ายอดการผลิตพลังงานทุกประเภทรวมกัน ฉะนั้น การการันตีความปลอดภัย ความน่าเชื่อถือ และการคุ้มค่าของทรัพยากรที่ใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าจึงถือเป็นประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญมากที่สุด หลังจากที่เทคโนโลยี ICT พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็น AI คลาวด์ บิ๊กดาต้า หรือ 5G รวมถึงการพิจารณาถึงเทรนด์ใหม่ ๆ ด้านเทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้า หัวเว่ยจึงร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญในวงการเพื่อนำเสนอ 10&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/trends-%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a2%e0%b9%8c/">หัวเว่ยเผยคาดการณ์ 10 เทรนด์มาแรงในอุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ในอีก5 ปีข้างหน้า</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ในช่วง 5 ถึง 10 ปีข้างหน้า พลังงานหมุนเวียนจะมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในฐานะแหล่งพลังงานหลักสำหรับการผลิตไฟฟ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งถือเป็นพลังงานหมุนเวียนที่มีความน่าสนใจ อีกทั้งยังเป็นอนาคตที่สดใสของแวดวงพลังงาน อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่พลังงานหมุนเวียนมีสัดส่วนของการผลิตพลังงานสูงกว่ายอดการผลิตพลังงานทุกประเภทรวมกัน ฉะนั้น การการันตีความปลอดภัย ความน่าเชื่อถือ และการคุ้มค่าของทรัพยากรที่ใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าจึงถือเป็นประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญมากที่สุด</strong><span id="more-12742"></span></p>
<p>หลังจากที่เทคโนโลยี ICT พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็น AI คลาวด์ บิ๊กดาต้า หรือ 5G รวมถึงการพิจารณาถึงเทรนด์ใหม่ ๆ ด้านเทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้า หัวเว่ยจึงร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญในวงการเพื่อนำเสนอ 10 เทรนด์ที่น่าสนใจในแวดวงเซลล์แสงอาทิตย์อัจฉริยะในปี 2568 ซึ่งประกอบด้วย 4 หัวข้อหลัก ได้แก่ การลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ (LCOE), โรงไฟฟ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม, การหลอมรวมอัจฉริยะ ตลอดจนเรื่องของความมั่นคงและความซื่อสัตย์ โดยเทรนด์เหล่านี้มีจุดมุ่งหมายที่จะขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไปสู่ระบบอัจฉริยะและโซลูชันที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมมอบความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับนวัตกรรมและการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในอุตสาหกรรมพลังงานใหม่</p>
<h2>เทรนด์ที่ 1: การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-12746 size-full aligncenter" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/03/Huawei-Predicts-10-Trends_1.jpg" alt="การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล" width="600" height="324" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/03/Huawei-Predicts-10-Trends_1.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/03/Huawei-Predicts-10-Trends_1-300x162.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/03/Huawei-Predicts-10-Trends_1-150x81.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/03/Huawei-Predicts-10-Trends_1-500x270.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>ประเด็นสำคัญ: โรงไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์กว่า 90% ทั่วโลกจะเข้าสู่ระบบดิจิทัล</strong></p>
<p>แม้ตลาดเซลล์แสงอาทิตย์ทั่วโลกจะเติบโตมากขึ้น แต่เครื่องมือที่ใช้ในโรงไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์ยังไม่มีความก้าวล้ำมากพอ ตั้งแต่อุปกรณ์ที่ใช้ในกระบวนการผลิตไฟฟ้าไปจนถึงการสื่อสาร โดยอุปกรณ์เหล่านี้ยังคงไม่ได้รับการดูแลเท่าที่ควร อีกทั้งยังอาจแสดงผลลัพธ์ที่ผิดพลาดออกมาได้ ดังนั้น ในปัจจุบันที่เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างระบบ 5G และคลาวด์ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จึงมีแนวโน้มว่าโรงไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์กว่า 90% ทั่วโลกจะเข้าสู่ระบบดิจิทัลอย่างเต็มตัวภายในปี 2568 ซึ่งจะส่งผลให้การบริหารโรงไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์มีความสะดวก ฉลาด และมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิม</p>
<h2>เทรนด์ที่ 2: ยกระดับความอัจฉริยะด้วย AI</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-12747 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/03/Huawei-Predicts-10-Trends_2.jpg" alt="ยกระดับความอัจฉริยะด้วย AI" width="600" height="324" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/03/Huawei-Predicts-10-Trends_2.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/03/Huawei-Predicts-10-Trends_2-300x162.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/03/Huawei-Predicts-10-Trends_2-150x81.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/03/Huawei-Predicts-10-Trends_2-500x270.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>ประเด็นสำคัญ: โรงไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์กว่า 70% จะหันมาใช้เทคโนโลยี AI</strong></p>
<p>การนำ AI เข้ามาใช้กับเซลล์แสงอาทิตย์จะช่วยทำให้การทำงานของระบบตรวจจับและการเชื่อมต่อโครงข่ายระหว่างอุปกรณ์เป็นไปอย่างราบรื่น และจะช่วยยกระดับการผลิตพลังงานและประสิทธิภาพของ O&amp;M อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ เทคโนโลยี AI ยังมอบวิธีการทำงานใหม่ ๆ ให้กับระบบเซลล์แสงอาทิตย์ ประกอบด้วย การป้องกันโมดูลและระบุความผิดพลาดของเครื่องมือด้วยอัลกอริทึมการวิเคราะห์จาก AI, การติดตามการใช้งานอัลกอริทึมอย่างเหมาะสมด้วยข้อมูลมหาศาลและระบบการเรียนรู้ด้วยตัวเองเพื่อมอบผลตอบแทนที่มากขึ้น และการประสานงานกันของระบบจัดเก็บพลังงานแสงอาทิตย์ด้วย AI เพื่อสร้างรายได้สูงสุดให้กับโรงไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์ ทั้งนี้ ด้วยความที่ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ลดลง ขณะที่ความซับซ้อนของ O&amp;M มากขึ้น ผู้ประกอบการจึงมีแนวโน้มที่จะเลือกใช้เทคโนโลยี AI กันมากขึ้นในอนาคต</p>
<h2>เทรนด์ที่ 3: โรงไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์ไร้มนุษย์</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-12748 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/03/Huawei-Predicts-10-Trends_3.jpg" alt="โรงไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์ไร้มนุษย์" width="600" height="324" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/03/Huawei-Predicts-10-Trends_3.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/03/Huawei-Predicts-10-Trends_3-300x162.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/03/Huawei-Predicts-10-Trends_3-150x81.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/03/Huawei-Predicts-10-Trends_3-500x270.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>ประเด็นสำคัญ: ภาระงานในโรงไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์กว่า 80% จะไม่ต้องใช้มนุษย์อีกต่อไป</strong></p>
<p>ด้วยความสามารถของ AI และ IoT (Internet of Things) ผลิตภัณฑ์และบริการอัจฉริยะจะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับระบบการทำงานของเซลล์แสงอาทิตย์ทั้งหมด ด้วยการผสานรวมประสบการณ์ของผู้เชี่ยวชาญเข้ากับกระบวนการเรียนรู้ด้วยตนเอง โรงไฟฟ้าต่าง ๆ จึงมีแนวโน้มที่จะใช้ AI มาแทนที่ผู้เชี่ยวชาญด้าน O&amp;M ในแง่ของการวิเคราะห์และการตัดสินใจ ส่วนโดรนสำรวจและหุ่นยนต์ O&amp;M จะรับหน้าที่ดูแลงานที่อันตรายหรือต้องทำซ้ำ ๆ ซึ่งเป็นงานที่ต้องใช้ความแม่นยำสูงเพื่อยกระดับผลิตภาพและความปลอดภัยในโรงไฟฟ้า โดยหัวเว่ยคาดการณ์ว่า โรงไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์ในอนาคตจะไม่มีมนุษย์ทำงานเลย</p>
<h2>เทรนด์ที่ 4: สนับสนุนโรงงานไฟฟ้าอย่างเต็มกำลัง</h2>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-12749 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/03/Huawei-Predicts-10-Trends_4.jpg" alt="สนับสนุนโรงงานไฟฟ้าอย่างเต็มกำลัง" width="600" height="324" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/03/Huawei-Predicts-10-Trends_4.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/03/Huawei-Predicts-10-Trends_4-300x162.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/03/Huawei-Predicts-10-Trends_4-150x81.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/03/Huawei-Predicts-10-Trends_4-500x270.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>ประเด็นสำคัญ: โรงไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์จะเปลี่ยนบทบาทจาก &#8220;การปรับตัวตามโรงงานไฟฟ้า&#8221; สู่ &#8220;การสนับสนุนโรงงานไฟฟ้า&#8221;</strong></p>
<p>การเพิ่มขึ้นของพลังงานแบบ power-electronic-interfaced จะเข้ามาตีตลาดโรงงานไฟฟ้า และขัดขวางไม่ให้ผู้คนใช้งานระบบเซลล์แสงอาทิตย์ในวงกว้าง ด้วยเหตุนี้ ในอีก 5 ปีข้างหน้า โรงไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์จึงต้องเปลี่ยนตัวเองจากที่เคยปรับตัวตามโรงงานไฟฟ้า ให้กลายมาเป็นผู้สนับสนุนโรงงานไฟฟ้า ด้วยเหตุนี้ อินเวอร์เตอร์จึงต้องขยับขีดความสามารถ อาทิ เพิ่มความสามารถในการปรับอัตราส่วนลัดวงจร (SCR), ความสามารถในการควบคุมกระแสฮาร์มอนิกให้อยู่ในระดับไม่เกิน 1%, ความสามารถในการทนต่อสภาวะแรงดันสูง/ต่ำอย่างต่อเนื่อง และรักษาความถี่ของไฟฟ้าให้อยู่ในเกณฑ์ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญในการเชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้า</p>
<h2>เทรนด์ที่ 5: เซลล์แสงอาทิตย์ + การจัดเก็บ</h2>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-12750 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/03/Huawei-Predicts-10-Trends_5.jpg" alt="เซลล์แสงอาทิตย์ + การจัดเก็บ" width="600" height="324" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/03/Huawei-Predicts-10-Trends_5.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/03/Huawei-Predicts-10-Trends_5-300x162.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/03/Huawei-Predicts-10-Trends_5-150x81.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/03/Huawei-Predicts-10-Trends_5-500x270.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>ประเด็นสำคัญ: สัดส่วนของระบบเซลล์แสงอาทิตย์ที่มาคู่กับการกักเก็บพลังงานจะมีมากกว่า 30%</strong></p>
<p>การเข้าถึงแหล่งพลังงานใหม่ ๆ เพิ่มมากขึ้น จะทำให้กริดพลังงานมีข้อกำหนดที่เข้มงวดขึ้นสำหรับการควบคุมความถี่และลดความต้องการกำลังไฟฟ้าสูงสุด ในขณะเดียวกัน ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีก็จะทำให้แบตเตอรี่มีราคาถูกลง จึงคาดการณ์ได้ว่า การกักเก็บพลังงานจะทำงานสอดคล้องกับระบบเซลล์แสงอาทิตย์และกลายมาเป็นส่วนประกอบสำคัญ โดยคาดว่าภายในปี 2568 สัดส่วนของระบบเซลล์แสงอาทิตย์ที่มาคู่การกักเก็บพลังงานจะมีมากกว่า 30%</p>
<h2>เทรนด์ที่ 6: โรงไฟฟ้าเสมือน</h2>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-12751 size-full aligncenter" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/03/Huawei-Predicts-10-Trends_6.jpg" alt="" width="600" height="324" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/03/Huawei-Predicts-10-Trends_6.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/03/Huawei-Predicts-10-Trends_6-300x162.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/03/Huawei-Predicts-10-Trends_6-150x81.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/03/Huawei-Predicts-10-Trends_6-500x270.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>ประเด็นสำคัญ: ระบบที่อยู่อาศัยกว่า 80% จะเชื่อมต่อกับเครือข่ายโรงไฟฟ้าเสมือน (VPP)</strong></p>
<p>ใน 5 ปีข้างหน้า จะมีการนำเทคโนโลยี ICT เช่น 5G บล็อกเชน และบริการคลาวด์ไปใช้กันอย่างกว้างขวางในโรงไฟฟ้าที่กระจายอยู่ทั่วไป จึงต้องมีการสร้าง VPP ขึ้นมาเพื่อดูแลการบริหารจัดการร่วมกัน และช่วยกันกำหนดในเรื่องเวลา การทำธุรกรรม และบริการเสริมสำหรับระบบพลังงาน นอกจากนี้ การพัฒนาขึ้นของเทคโนโลยี VPP ยังจะก่อให้เกิดรูปแบบธุรกิจใหม่ ๆ และดึงดูดผู้เล่นหน้าใหม่เข้าสู่ตลาดการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งจะกลายมาเป็นกลไกการเติบโตของอุตสาหกรรมไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ต่อไป</p>
<h2>เทรนด์ที่ 7: ความปลอดภัยในการใช้งาน</h2>
<p style="text-align: center;"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/03/Huawei-Predicts-10-Trends_7.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-12752 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/03/Huawei-Predicts-10-Trends_7.jpg" alt="" width="600" height="324" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/03/Huawei-Predicts-10-Trends_7.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/03/Huawei-Predicts-10-Trends_7-300x162.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/03/Huawei-Predicts-10-Trends_7-150x81.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/03/Huawei-Predicts-10-Trends_7-500x270.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></a></p>
<p><strong>ประเด็นสำคัญ: เทคโนโลยีตัดวงจรอาร์กฟอลต์ (AFCI) จะกลายเป็นฟีเจอร์ที่ต้องมีในระบบการจำหน่ายไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา และจะกลายมาเป็นมาตรฐานของอุตสาหกรรมระหว่างประเทศ</strong></p>
<p>การใช้งานไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ทำให้ความปลอดภัยของตัวอาคารและบุคคลถูกยกมาประเด็นสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องของอาร์กเซลล์แสงอาทิตย์ที่มีความเสี่ยงจากสัมผัสของโหนดในโมดูลเซลล์แสงอาทิตย์ที่ไม่ดีจากขั้วเซลล์แสงอาทิตย์ รวมถึงการชำรุดแตกหักของสายเคเบิลที่เก่าหรือไม่พร้อมใช้งาน ซึ่งได้กลายเป็นความกังวลสำคัญในอุตสาหกรรม ดังนั้น เพื่อลดความเสี่ยงดังกล่าว AFCI จึงจะเข้ามาเป็นฟังก์ชันมาตรฐานสำหรับระบบไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา และจะกลายเป็นมาตรฐานของอุตสาหกรรมระหว่างประเทศต่อไป</p>
<h2>เทรนด์ที่ 8: ความหนาแน่นของพลังงานที่สูงกว่าเดิม</h2>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-12753 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/03/Huawei-Predicts-10-Trends_8.jpg" alt="ความหนาแน่นของพลังงานที่สูงกว่าเดิม" width="600" height="324" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/03/Huawei-Predicts-10-Trends_8.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/03/Huawei-Predicts-10-Trends_8-300x162.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/03/Huawei-Predicts-10-Trends_8-150x81.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/03/Huawei-Predicts-10-Trends_8-500x270.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>ประเด็นสำคัญ: ความหนาแน่นพลังงานของอินเวอร์เตอร์จะเพิ่มขึ้นกว่า 50%</strong></p>
<p>ด้วยแนวโน้มการลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าต่อหน่วยไฟฟ้าปรับเฉลี่ย (LCOE) ของเซลล์แสงอาทิตย์ ทำให้โมดูลเดี่ยวมีความต้องการพลังงานที่สูงขึ้น ในขณะเดียวกันการซ่อมบำรุงอินเวอร์เตอร์ก็ควรที่จะง่ายขึ้นกว่าเดิม เพื่อให้เป็นไปตามนั้น พลังงานจึงจำเป็นที่จะต้องถูกพัฒนาให้มีความหนาแน่นมากขึ้น โดยอาศัยความก้าวหน้าในการวิจัยเซมิคอนดักเตอร์แบบ wide-bandgap เช่น SiC และ GaN รวมถึงอัลกอริทึมการควบคุมชั้นสูง ซึ่งคาดว่าจะทำให้อินเวอร์เตอร์มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นกว่า 50% ใน 5 ปีข้างหน้า</p>
<h2>เทรนด์ที่ 9: ดีไซน์แบบแยกส่วน</h2>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-12755 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/03/Huawei-Predicts-10-Trends_9.jpg" alt="ดีไซน์แบบแยกส่วน" width="600" height="324" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/03/Huawei-Predicts-10-Trends_9.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/03/Huawei-Predicts-10-Trends_9-300x162.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/03/Huawei-Predicts-10-Trends_9-150x81.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/03/Huawei-Predicts-10-Trends_9-500x270.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>ประเด็นสำคัญ: ส่วนประกอบหลัก เช่น อินเวอร์เตอร์, PCS และอุปกรณ์กักเก็บพลังงานได้รับการออกแบบให้สามารถแยกส่วนได้</strong></p>
<p>อินเวอร์เตอร์, PCS และอุปกรณ์กักเก็บพลังงานเป็นส่วนประกอบสำคัญในโรงไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์ที่มีผลต่อความพร้อมใช้งานของระบบโรงไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์เป็นอย่างมาก แต่ด้วยความที่โรงไฟฟ้ามีกำลังผลิตและความซับซ้อนเพิ่มมากขึ้น การบำรุงรักษาแบบเดิมที่ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญในการดำเนินการเลยต้องอาศัยค่าใช้จ่ายจำนวนมาก จึงทำให้การออกแบบโมดูลให้สามารถแยกส่วนได้กลายมาเป็นที่นิยม เนื่องจากมีความยืดหยุ่นในการติดตั้ง สามารถขยายได้อย่างราบรื่น และบำรุงรักษาได้โดยไม่ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนทั้งในแง่ของการดำเนินงาน, การบำรุงรักษา (O&amp;M) และการปรับปรุงระบบเดิมให้ดีขึ้น</p>
<h2>เทรนด์ที่ 10: ความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือ</h2>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-12756 size-medium aligncenter" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/03/Huawei-Predicts-10-Trends_10.jpg" alt="ความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือ" width="600" height="324" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/03/Huawei-Predicts-10-Trends_10.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/03/Huawei-Predicts-10-Trends_10-300x162.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/03/Huawei-Predicts-10-Trends_10-150x81.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/03/Huawei-Predicts-10-Trends_10-500x270.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>ประเด็นสำคัญ: ความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือได้กลายเป็นข้อกำหนดที่จำเป็นสำหรับโรงไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์</strong></p>
<p>การเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวมของโรงไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์ทั่วโลก และความซับซ้อนของสถาปัตยกรรมเครือข่ายที่มากขึ้น ได้เข้าไปเพิ่มความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของเครือข่ายของโรงไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์ ในขณะเดียวกัน ก็มีข้อกำหนดที่เข้มงวดขึ้นในส่วนของความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของผู้ใช้งานโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่กระจายอยู่ตามที่ต่าง ๆ เทรนด์เหล่านี้จึงชี้ให้เห็นว่า โรงไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์จะต้องมีความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือในแง่ของความไว้วางใจ, ความพร้อมใช้งาน ความปลอดภัย, ความยืดหยุ่น และความเป็นส่วนตัวมากขึ้นกว่าเดิม</p>
<p><strong>ความปรารถนาของมนุษย์ทุกคนที่ต้องการสำรวจสิ่งใหม่ ๆ นั้นไม่มีขีดจำกัด พวกเรามักมองหนหาทางที่ทำให้สามารถทะยานได้สูงขึ้น, ดำดิ่งลงไปได้ลึกกว่าเดิม และค้นหาความจริงใหม่ ๆ อยู่เสมอ ในขณะที่การผสมผสานระหว่างเทคโนโลยี 5G คลาวด์ และ AI กำลังสร้างโลกที่ซึ่งทุกอย่างถูกสัมผัส, เชื่อมต่อ และชาญฉลาดด้วยความเร็วที่มากกว่าที่เราคิด หัวเว่ยจึงเปิดเผย 10 อันดับเทรนด์ของอุตสาหกรรมเซลล์แสงอาทิตย์สำหรับปี 2568 นี้ออกมา ด้วยหวังว่าจะมีส่วนช่วยในการส่งเสริมการสร้างโลกสีเขียวอัจฉริยะ ที่สามารถแบ่งปันศักยภาพอันไร้ขีดจำกัดของโซลูชันพลังงานใหม่นี้ให้กับสังคมได้อย่างทั่วถึง</strong></p>
<table style="border: 5px solid #6cb742;" width="100%">
<tbody>
<tr valign="middle">
<td style="vertical-align: middle; padding: 10px;"><strong>ข้อมูลที่คุณอาจสนใจ</strong></p>
<ul>
<li style="list-style-type: none;">
<ul>
<li><a title="10 แหล่งพลังงานทดแทน เพื่อการผลิตไฟฟ้าแห่งอนาคต" href="https://www.greennetworkthailand.com/พลังงานทดแทน-แห่งอนาคต/">10 แหล่งพลังงานทดแทน เพื่อการผลิตไฟฟ้าแห่งอนาคต</a></li>
<li><a title="คาดการณ์ 10 เทรนด์มาแรงในอุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ในอีก5 ปีข้างหน้า" href="https://www.greennetworkthailand.com/trends-พลังงานแสงอาทิตย์/">หัวเว่ยเผยคาดการณ์ 10 เทรนด์มาแรงในอุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ในอีก5 ปีข้างหน้า</a></li>
<li><a href="https://www.greennetworkthailand.com/แนวโน้ม-เทรนด์พลังงาน-2020/">แนวโน้มพลังงานแห่งอนาคต (Future Energy Trend)</a></li>
<li><a title="การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานชีวมวลในประเทศไทย" href="https://www.greennetworkthailand.com/bionic-power-in-thailand/">โอกาสและความท้าทาย การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานชีวมวลในประเทศไทย</a></li>
</ul>
</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/trends-%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a2%e0%b9%8c/">หัวเว่ยเผยคาดการณ์ 10 เทรนด์มาแรงในอุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ในอีก5 ปีข้างหน้า</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/trends-%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a2%e0%b9%8c/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>หัวเว่ยคาดการณ์ ‘10 เทรนด์เกิดใหม่’ ในระบบพลังงานด้านโทรคมนาคมภายในปี 2025</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c-%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-telecom-energy/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c-%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-telecom-energy/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 19 Feb 2020 04:38:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Green Energy]]></category>
		<category><![CDATA[telecom energy]]></category>
		<category><![CDATA[การอนุรักษ์พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญญาประดิษฐ์]]></category>
		<category><![CDATA[ปี 2025]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานด้านโทรคมนาคม]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานไฟฟ้าไอซีที]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบพลังงานด้านโทรคมนาคม]]></category>
		<category><![CDATA[หัวเว่ย]]></category>
		<category><![CDATA[เครือข่ายโทรคมนาคม]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[แบตเตอรี่ลิเทียม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=12394</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อไม่นานมานี้ หัวเว่ยได้เปิดเผย 10 เทรนด์เกิดใหม่ที่กำลังจะกลายเป็นกระแสนิยมในเรื่องระบบพลังงานด้านโทรคมนาคม (telecom energy) ภายในปี ค.ศ. 2025 โดยทางหัวเว่ยหวังให้ใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงสำหรับการวางโครงสร้างพื้นฐานของไซต์เครือข่ายหรือจุดกระจายสัญญาณของผู้ให้บริการ เมื่อเทคโนโลยี 5G กำลังจะมาถึง เครือข่ายโทรคมนาคมจำเป็นต้องผ่านการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ 3 ประการ นั่นคือการทำความรู้จักคลื่นความถี่ใหม่และเทคโนโลยีใหม่ การเกิดไซต์เครือข่ายแห่งใหม่ๆ จำนวนมาก และเทคโนโลยี mobile edge computing (MEC) กำลังจะหมดความสำคัญลง ขณะเดียวกัน เนื่องจากเทคโนโลยี 5G จะถูกนำไปประยุกต์ใช้กับหลากหลายภาคอุตสาหกรรม ดังนั้น&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c-%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-telecom-energy/">หัวเว่ยคาดการณ์ ‘10 เทรนด์เกิดใหม่’ ในระบบพลังงานด้านโทรคมนาคมภายในปี 2025</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เมื่อไม่นานมานี้ หัวเว่ยได้เปิดเผย 10 เทรนด์เกิดใหม่ที่กำลังจะกลายเป็นกระแสนิยมในเรื่องระบบพลังงานด้านโทรคมนาคม (telecom energy) ภายในปี ค.ศ. 2025 โดยทางหัวเว่ยหวังให้ใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงสำหรับการวางโครงสร้างพื้นฐานของไซต์เครือข่ายหรือจุดกระจายสัญญาณของผู้ให้บริการ</strong><span id="more-12394"></span></p>
<p>เมื่อ<strong>เทคโนโลยี 5G</strong> กำลังจะมาถึง <strong>เครือข่ายโทรคมนาคม</strong>จำเป็นต้องผ่านการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ 3 ประการ นั่นคือการทำความรู้จักคลื่นความถี่ใหม่และเทคโนโลยีใหม่ การเกิดไซต์เครือข่ายแห่งใหม่ๆ จำนวนมาก และเทคโนโลยี mobile edge computing (MEC) กำลังจะหมดความสำคัญลง ขณะเดียวกัน เนื่องจากเทคโนโลยี 5G จะถูกนำไปประยุกต์ใช้กับหลากหลายภาคอุตสาหกรรม ดังนั้น เทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) และเทคโนโลยีการสื่อสาร (CT) จะยิ่งซ้อนทับกันมากขึ้น และจะยิ่งใช้โครงสร้างพื้นฐานของเครือข่ายร่วมกันมากขึ้น เช่นนั้นแล้ว ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะมีส่วนผลักดันระบบพลังงานด้านโทรคมนาคมได้อย่างไรบ้าง</p>
<h2>เทรนด์ที่ 1 การเปลี่ยนระบบพลังงานให้เป็นดิจิทัล (Energy Digitalization)</h2>
<p><strong>สาระสำคัญ</strong>: ร้อยละ 90 ของไซต์เครือข่ายสัญญาณทั่วโลกจะเปลี่ยนระบบพลังงานให้เป็นดิจิทัล</p>
<p>ด้วยการมาถึงของเทคโนโลยี 5G จำนวนของไซต์เครือข่ายจึงได้พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว งานด้านการเดินเครื่องและบำรุงรักษาก็ซับซ้อนยิ่งขึ้น ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มสูงขึ้นจะกลืนกินกำไรของผู้ให้บริการเครือข่าย การเปลี่ยนระบบพลังงานให้เป็นดิจิทัลสำคัญอย่างยิ่งต่อการทำให้งานด้านการเดินเครื่องและการบำรุงรักษาซับซ้อนน้อยลง รวมถึงการลดต้นทุนดังกล่าวในไซต์เครือข่ายให้น้อยลง ด้วยเทคโนโลยีระบบสัมผัส ควบคุม และประมวลผลด้วยระบบดิจิทัล จึงคาดว่าร้อยละ 90 ของไซต์ทั่วโลกจะเปลี่ยนระบบพลังงานให้เป็นดิจิทัลภายในปี ค.ศ. 2025 และจะทำให้ผู้ให้บริการสามารถสร้างเครือข่ายขับเคลื่อนอัตโนมัติที่ไม่ซับซ้อนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้</p>
<h2>เทรนด์ที่ 2: การประยุกต์ใช้พลังงานสีเขียว(Green Energy)จะเพิ่มขึ้น</h2>
<p><strong>สาระสำคัญ</strong>: การประยุกต์ใช้พลังงานสีเขียวจะส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและลดการปล่อยมลพิษเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนของอุตสาหกรรม</p>
<p>เพื่อควบคุมปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals หรือ SDGs) ของสหประชาชาติ ผู้ให้บริการเครือข่ายหลายรายทั่วโลกต่างใช้กลยุทธ์การประหยัดเชื้อเพลิง ลดการซ่อมบำรุง ใช้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าเครื่องยนต์ดีเซลให้เป็นศูนย์ตลอดทั้งเครือข่าย ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน และมุ่งเน้นการพัฒนาอย่างยั่งยืน ด้วยเหตุนี้การลงทุนในพลังงานสีเขียวจึงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เทคโนโลยีด้านพลังงานใหม่ เช่น พลังงานเซลล์แสงอาทิตย์ พลังงานลม เซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน และแบตเตอรี่ลิเทียม ล้วนกำลังเติบโต แม้ว่าเทคโนโลยีเหล่านี้จะต้องใช้เม็ดเงินลงทุนเป็นปริมาณมากในเบื้องต้น แต่ก็เป็นที่ชื่นชอบของบรรดาผู้ให้บริการเครือข่ายมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะประโยชน์ในตัวของเทคโนโลยีเหล่านี้เอง อย่างเช่น ความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การปล่อยมลพิษต่ำ การไม่จำเป็นต้องดูแลรักษา และการใช้ต้นทุนด้านพลังงานไฟฟ้าที่ต่ำ เป็นต้น</p>
<h2>เทรนด์ที่ 3: แบตเตอรี่ลิเทียมจะมาแทนแบตเตอรี่ตะกั่ว-กรด</h2>
<p><strong>สาระสำคัญ</strong>: แบตเตอรี่แบบตะกั่ว-กรด (Lead-acid batteries) จะถูกแบตเตอรี่ลิเทียมแทนที่ และแบตเตอรี่จะถูกใช้เป็นแหล่งพลังงานหลักมากขึ้นเรื่อยๆ จากเดิมที่ถูกใช้เป็นพลังงานสำรอง</p>
<p>เนื่องจากเทคโนโลยี 5G กำลังพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ปริมาณการใช้ไฟฟ้าของไซต์ยิ่งทวีคูณ ดังนั้นจึงต้องการระบบการจัดเก็บพลังงานที่มีความหนาแน่นของพลังงานสูง และแบตเตอรี่ลิเทียมก็เป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบ ปัจจุบัน แบตเตอรี่ลิเทียมมีจำนวนรอบ (cycle life) มากกว่าแบตเตอรี่ตะกั่ว-กรดถึง 5 เท่า อายุการใช้งานสำหรับการชาร์จแบบโฟลท (float charge) ของแบตเตอรี่ลิเทียมนั้นมากกว่าแบตเตอรี่ตะกั่ว-กรดเป็น 2 เท่า และต้นทุนวงจรอายุ (life cycle cost) ของแบตเตอรี่ลิเทียมต่ำกว่าแบตเตอรี่ตะกั่ว-กรด ภายในอีก 3 ปีข้างหน้า ราคาของแบตเตอรี่ลิเทียมจะลดลงอีกกว่าร้อยละ 30 และคาดว่าราคาของแบตเตอรี่ลิเทียมจะลดลงมาเท่ากับแบตเตอรี่ตะกั่ว-กรดภายในปี ค.ศ. 2022 นอกจากนี้ ฟีเจอร์จำนวนรอบของแบตเตอรี่ลิเทียมสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ การตัดยอดโหลด (peak shaving) ยังสามารถหลีกเลี่ยงการขยายกำลังการผลิตหลัก การสร้างใหม่ รวมถึงราคาค่าไฟฟ้าที่ไม่แน่นอนซึ่งทำให้เกิดอุปสรรคต่อการลดค่าไฟฟ้า ซึ่งฟีเจอร์ดังกล่าวนี้จะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านการก่อสร้างเครือข่ายและการให้บริการได้มากขึ้นไปอีก</p>
<h2>เทรนด์ที่ 4: ระบบพลังงานด้านโทรคมนาคมจะแทรกซึมเข้าไปในอีกหลากหลายอุตสาหกรรมจากการมาถึงของ 5G</h2>
<p><strong>สาระสำคัญ</strong>: โครงการระดับองค์กรขนาดใหญ่หลากหลายรูปแบบจะต้องการโซลูชันด้านการจ่ายไฟที่ยืดหยุ่นได้</p>
<p>เทคโนโลยี 5G จะนำอุปกรณ์สถานีฐานเข้าไปปรับใช้กับโครงการระดับองค์กรขนาดใหญ่หลากหลายรูปแบบ เช่น ท่าเรือ เหมือง กำลังไฟฟ้า การคมนาคมขนส่ง หรือแม้แต่วิทยาลัย โรงพยาบาล และชุมชนต่างๆ ทั้งนี้ การจะปรับใช้ได้กับหลากหลายสถานการณ์จะต้องใช้โซลูชันระบบพลังงานด้านโทรคมนาคมที่ยืดหยุ่นและหลากหลาย ซึ่งจะผลักดันระบบพลังงานด้านโทรคมนาคมให้เป็นดิจิทัล เป็นโมดูลาร์ และยืดหยุ่นได้</p>
<h2>เทรนด์ที่ 5: การหลอมรวมของการจ่ายพลังงานไฟฟ้าไอซีที</h2>
<p><strong>สาระสำคัญ</strong>: การหลอมรวมของไอซีทีต้องการโซลูชันด้านการจ่ายพลังงานไฟฟ้าที่หลากหลาย</p>
<p>ความแพร่หลายของเทคโนโลยี 5G ทำให้การกลายเป็นข้อมูลข่าวสาร (informatization) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้าไปบูรณาการอยู่ในทุกแง่มุมของสังคม ขณะนี้บริษัทไอทีหลายแห่งเริ่มใช้เครือข่ายการสื่อสารพัฒนาแอปพลิเคชันจำนวนมาก เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าการหลอมรวมของไอซีทีคือกระแสอันไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ การเปลี่ยนผ่านนี้ทำให้เกิดความต้องการอันหลากหลายต่อการจ่ายพลังงานไฟฟ้า และการแบ็คอัปไซต์เดิมและห้องเก็บอุปกรณ์ ระบบพลังงานด้านโทรคมนาคมจะต้องสนับสนุนการจ่ายพลังงานไฟฟ้า ช่วยสำรองกำลังไฟฟ้า การจัดการความร้อน การจัดการพื้นที่ และการจัดการเดินสายเคเบิลของอุปกรณ์ CT และอุปกรณ์ IT ทั้งยังจะต้องเผชิญกับอุปสรรคใหม่ๆ ในงานด้านการเดินเครื่องและการบำรุงรักษาอีกด้วย</p>
<h2>เทรนด์ที่ 6: การร่วมมือกับปัญญาประดิษฐ์ (AI Collaboration)</h2>
<p><strong>สาระสำคัญ</strong>: รูปแบบความร่วมมือระหว่าง NetEngine และ AI จะเกิดเป็นต้นทุนการเป็นเจ้าของ (TCO) ที่ดีที่สุดสำหรับเครือข่ายพลังงาน</p>
<p>การเพิ่มจำนวนของไซต์เครือข่าย 5G และการใช้พลังงานไฟฟ้ามากขึ้น นำไปสู่ต้นทุนด้านการเดินเครื่องและบำรุงรักษาและต้นทุนด้านพลังงานที่สูงลิ่ว เป็นอุปสรรคที่ขัดขวางไม่ให้เทคโนโลยี 5G แพร่หลายได้อย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีความร่วมมือของ AI จะมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการแก้ปัญหานี้ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีนี้ในระบบพลังงานด้านโทรคมนาคมรวมถึงอัลกอริทึม AI ที่ออกแบบให้ใช้โครงร่างทรัพยากรของไซต์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดสำหรับเครือข่ายแยกส่วน (sliced networks) รวมทั้งใช้ประสิทธิภาพด้านพลังงานและการวิเคราะห์ของ AI เพื่อสร้างเครือข่ายที่ขับเคลื่อนโดยอัตโนมัติ</p>
<h2>เทรนด์ที่ 7: เครือข่ายแบบครบวงจรที่มีความซับซ้อนน้อยลง (Full-Stack Simplified)</h2>
<p><strong>สาระสำคัญ</strong>: เครือข่ายพลังงานแบบครบวงจรจะมีความซับซ้อนน้อยลง</p>
<p>ในอนาคต การเชื่อมต่อจะครอบคลุมทุกหนแห่ง จะมีคลื่นความถี่ถูกนำมาใช้งานอีกเป็นจำนวนมาก และจะมีการสร้างไซต์เครือข่ายอย่างหนาแน่นมากขึ้นเรื่อยๆ ในยุคแห่ง 5G ระบบพลังงานต่างๆ นับจากไซต์ไปจนถึง</p>
<p>Bearer Network และ Core Networks จะมีขนาดใหญ่และซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นจึงจำเป็นจะต้องมีการทำให้ซับซ้อนน้อยลงและมีการควบคุมต้นทุนการเป็นเจ้าของ (TCO) ในอนาคต เทคโนโลยีเครือข่ายพลังงานแบบครบวงจรที่มีความซับซ้อนน้อยลง อย่างเช่น มีตู้จัดเก็บอุปกรณ์ 1 ตู้ต่อ 1 ไซต์ มีเบลดสำหรับจ่ายพลังงาน 1 เบลดต่อ 1 ไซต์ และเครือข่ายขับเคลื่อนโดยอัตโนมัติ จะถูกนำไปใช้ในวงกว้าง ซึ่งจะเสริมสร้างศักยภาพของการติดตั้งไซต์และการขยายกำลังการผลิตได้เป็นอย่างมาก ทำให้งานด้านการเดินเครื่องและบำรุงรักษาระบบพลังงานมีความซับซ้อนน้อยลง และทำให้เครือข่ายพลังงานมีความซับซ้อนน้อยลงไปอีกได้</p>
<h2>เทรนด์ที่ 8: สถาปัตยกรรมหลายรูปแบบ (Multi-pattern Architecture)</h2>
<p><strong>สาระสำคัญ</strong>: เนื่องจาก input และ output ด้านพลังงานจะมีความหลากหลาย การใช้สถาปัตยกรรมหลายรูปแบบจะกลายเป็นกระแสนิยม</p>
<p>ปัจจุบันแหล่งจ่ายพลังงานไฟฟ้าส่วนใหญ่ไม่รองรับ input และ output หลายรูปแบบ อุปกรณ์แปลงพลังงานรูปแบบต่างๆ จะต้องถูกรวมเป็นระบบเดียว ซึ่งจะมีขนาดใหญ่ ศักยภาพต่ำ และต้องบำรุงรักษาในหลายส่วน นอกจากนี้ ต้นทุนค่าอุปกรณ์และต้นทุนด้านการเดินเครื่องและการบำรุงรักษาต่างสูงลิ่ว สถาปัตยกรรมหลายรูปแบบจะมีความหนาแน่นและมีประสิทธิภาพของระบบที่สูงขึ้น ติดตั้งง่ายขึ้น มีการเดินเครื่องและบำรุงรักษาที่ชาญฉลาดขึ้น และคาดว่าจะใช้กันอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมพลังงานในอนาคต</p>
<h2>เทรนด์ที่ 9: ประสิทธิภาพที่สูงขึ้น</h2>
<p><strong>สาระสำคัญ</strong>: ประสิทธิภาพตัวเรียงกระแสวงจร (Rectifier) จะได้รับการพัฒนาให้ดีถึงขีดสุด ทุกฝ่ายจะให้ความสนใจในเรื่องประสิทธิภาพในระดับไซต์และระดับเครือข่ายมากยิ่งขึ้น</p>
<p>ปัจจุบัน การพัฒนาประสิทธิภาพของระบบการจ่ายไฟฟ้าสำหรับโทรคมนาคมส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับตัวเรียงกระแสวงจร (rectifier) ประสิทธิภาพตัวเรียงกระแสจากอุปกรณ์ของผู้จัดจำหน่ายโดยทั่วไปอยู่ที่ร้อยละ 90-98 ในอนาคตประสิทธิภาพสูงสุดจะได้รับการพัฒนาขึ้นไปอยู่ที่ร้อยละ 98-99 (หมายความว่าจะขาดทุนกับตัวเรียงกระแสวงจรน้อยลงร้อยละ 50) อย่างไรก็ดี ส่วนใหญ่การใช้พลังงานของทั้งไซต์จะเกิดจากระบบกำเนิดพลังงาน ระบบควบคุมอุณหภูมิ และเส้นทางการจ่ายกระแสไฟฟ้า ผู้ให้บริการจะใส่ใจกับการปรับปรุงประสิทธิภาพพลังงานในระดับไซต์และระดับเครือข่ายกันมากขึ้น การแลกเปลี่ยนความร้อนอย่างมีประสิทธิภาพและการกระจายความร้อนด้วยธรรมชาติจะเข้ามาแทนที่เครื่องปรับอากาศและจะกลายเป็นวิธีหลักในการจัดการความร้อน</p>
<h2>เทรนด์ที่ 10: ความน่าเชื่อถือ</h2>
<p><strong>ประเด็นสำคัญ</strong>: ความน่าเชื่อถือกลายเป็นส่วนประกอบสำคัญของพลังงานด้านโทรคมนาคม</p>
<p>เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ได้ผลักดันพลังงานโทรคมนาคมให้พัฒนาจากไซต์เครือข่ายแบบแยกมาเป็นรูปแบบเครือข่ายพลังงาน ความหลากหลายของแหล่งพลังงานและความต้องการในด้านการสำรองกำลังไฟฟ้า รูปแบบการติดตั้งโปรเจกต์ที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น และสภาพแวดล้อมในด้านเครือข่ายแบบดิจิทัลทำให้มาตรฐานที่ต้องการในเรื่องความน่าเชื่อถือของเครือข่ายพลังงานเพิ่มสูงขึ้น เทคโนโลยีที่น่าเชื่อถือต่างๆ ทั้งในด้านความปลอดภัย ความเชื่อถือได้ การเข้าถึงได้ การรักษาความปลอดภัย ความเป็นส่วนตัว และความไว้วางใจได้ จะกลายเป็นคุณสมบัติสำคัญสำหรับเครือข่ายพลังงานที่มีความน่าเชื่อถือ</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c-%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-telecom-energy/">หัวเว่ยคาดการณ์ ‘10 เทรนด์เกิดใหม่’ ในระบบพลังงานด้านโทรคมนาคมภายในปี 2025</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c-%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-telecom-energy/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แนวโน้มพลังงานแห่งอนาคต (Future Energy Trend)</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%a1-%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-2020/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%a1-%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-2020/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 18 Dec 2019 06:55:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Article]]></category>
		<category><![CDATA[Big Data]]></category>
		<category><![CDATA[Energy Storage]]></category>
		<category><![CDATA[Future Energy Trend]]></category>
		<category><![CDATA[Micro Grid]]></category>
		<category><![CDATA[Smart City]]></category>
		<category><![CDATA[Smart Grid]]></category>
		<category><![CDATA[การเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานแสงอาทิตย์]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานแห่งอนาคต]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[สุนีรัตน์ ฟูกุดะ]]></category>
		<category><![CDATA[อนาคตพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[แนวโน้มพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[แนวโน้มพลังงาน ปี 2020]]></category>
		<category><![CDATA[แนวโน้มพลังงานแห่งอนาคต]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้าขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้าชีวมวล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=11420</guid>

					<description><![CDATA[<p>การผลิตพลังงานยังคงเป็นหนึ่งในสิ่งจำเป็นต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมและความเจริญเติบโตของเมืองใหญ่ และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้น ที่ผ่านมาเราคงได้สัมผัสรับรู้ถึงการเข้ามาของเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและการแทนที่รูปแบบเทคโนโลยีแบบเดิมที่พัฒนาและใช้กันมาเป็นเวลาหลายทศวรรษ ซึ่งการเข้ามาของเทคโนโลยีเหล่านั้นอาจพลิกโฉมรูปแบบพลังงานอย่างสิ้นเชิง (Energy Disruption) และในอนาคตอันใกล้กว่าที่เราคาดคิด การพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานเหล่านั้น ด้านหนึ่งก็เป็นความพยายามในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การสร้างความมั่นคงเชิงพลังงาน เช่น พลังงานทดแทน การเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน ยานยนต์ไฟฟ้า แต่อีกด้านหนึ่งก็ควรคำนึงถึงผลกระทบและการเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงด้วยเช่นกัน แนวโน้มพลังงานที่จะเห็นในปี ค.ศ. 2020 พลังงานทดแทนและการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน จะยังคงเป็นส่วนสำคัญของการผลิตและใช้พลังงานของประเทศ กระแสการลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจะแพร่หลายมากขึ้นในอุตสาหกรรม Blockchain และ Artificial Intelligence (AI) จะมีบทบาทมากขึ้นต่อรูปแบบนวัตกรรมของเทคโนโลยีพลังงาน รูปแบบการซื้อขายพลังงาน การผลักดันความเป็น&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%a1-%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-2020/">แนวโน้มพลังงานแห่งอนาคต (Future Energy Trend)</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>การผลิตพลังงานยังคงเป็นหนึ่งในสิ่งจำเป็นต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมและความเจริญเติบโตของเมืองใหญ่ และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้น ที่ผ่านมาเราคงได้สัมผัสรับรู้ถึงการเข้ามาของเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและการแทนที่รูปแบบเทคโนโลยีแบบเดิมที่พัฒนาและใช้กันมาเป็นเวลาหลายทศวรรษ ซึ่งการเข้ามาของเทคโนโลยีเหล่านั้นอาจพลิกโฉมรูปแบบพลังงานอย่างสิ้นเชิง (Energy Disruption) และในอนาคตอันใกล้กว่าที่เราคาดคิด การพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานเหล่านั้น ด้านหนึ่งก็เป็นความพยายามในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การสร้างความมั่นคงเชิงพลังงาน เช่น พลังงานทดแทน การเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน ยานยนต์ไฟฟ้า แต่อีกด้านหนึ่งก็ควรคำนึงถึงผลกระทบและการเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงด้วยเช่นกัน</strong><span id="more-11420"></span></p>
<h2>แนวโน้มพลังงานที่จะเห็นในปี ค.ศ. 2020</h2>
<p><strong>พลังงานทดแทน</strong>และ<strong>การเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน</strong> จะยังคงเป็นส่วนสำคัญของการผลิตและใช้พลังงานของประเทศ กระแสการลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจะแพร่หลายมากขึ้นในอุตสาหกรรม Blockchain และ Artificial Intelligence (AI) จะมีบทบาทมากขึ้นต่อรูปแบบนวัตกรรมของเทคโนโลยีพลังงาน รูปแบบการซื้อขายพลังงาน การผลักดันความเป็น Smart City จะมีส่วนในการกำหนดรูปแบบการผลิตและใช้พลังงานเช่นกัน</p>
<ul>
<li><span style="color: #6cb742;"><strong>Solar + Energy Storage</strong></span> ด้วยต้นทุน<strong>แผงโซลาร์</strong>ที่ถูกลงมากผนวกกับการพัฒนาและผลิตแบตเตอรี่สำหรับกักเก็บพลังงานกันอย่างจริงจัง ทำให้เกิดความเชื่อมั่นในการบริหารจัดการพลังงานทดแทนได้อย่างมีเสถียรภาพมากขึ้น การผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จึงเป็นทางเลือกของอุตสาหกรรมและแม้แต่บ้านเรือนที่อยู่อาศัย ซึ่งในอนาคตการซื้อขายไฟฟ้าอาจจะมีอิสระมากขึ้น โดยทุกคนมีฐานะเป็น Prosumer คือผลิตไฟใช้เอง และอาจจะสามารถขายกันระหว่างบุคคลได้อีกด้วย ระบบ <strong>Energy Storage</strong> มีรูปแบบอื่นๆ เช่น ระบบผสมผสาน Solar/Hydro ของประเทศไทย ระบบก๊าซชีวภาพที่มีใช้ในประเทศเยอรมนีหรือออสเตรเลีย</li>
<li><span style="color: #6cb742;"><strong>Electric Vehicles</strong> </span>ด้วยการทำงานของ<strong>ยานยนต์ไฟฟ้า</strong>ไม่มีการปลดปล่อยมลพิษ จึงมีข้อดีในการช่วยลดปัญหาหมอกควันพิษในเมืองใหญ่ซึ่งมีประชากรอยู่หนาแน่น ปัจจุบันในหลายประเทศมีการพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าให้สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคได้เหมือนยานยนต์ที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง เช่น เดินทางได้ระยะทางไกลขึ้นต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ราคาขายที่ถูกลง และในส่วนของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ได้แก่ สถานีชาร์จประจุที่กระจายทั่วถึง ระบบหัวชาร์จประจุแบบเร็ว</li>
<li><span style="color: #6cb742;"><strong>Digitization and Energy Big Data</strong></span> การเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลพลังงานแบบดิจิทัลและอย่างถูกต้อง จะมีส่วนช่วยในการลดการใช้และเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานได้อย่างดี ข้อมูลจะสามารถนำมาใช้ในการบริหารจัดการการผลิตและใช้พลังงานได้อย่างสมดุล สามารถลดการสูญเสียพลังงานได้ นอกจากนี้ การใช้ AI เข้ามาช่วยจะก้าวข้ามขีดจำกัดในการวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูล ทำนายแนวโน้มและเพิ่มศักยภาพของการควบคุมระบบพลังงานให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น เช่น Supply Chain Digitization จะทำให้สามารถรับทราบข้อมูลได้ตลอดกระบวนการและใช้ระบบอัตโนมัติจัดการได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ รวมทั้งลดต้นทุน AI ยังสามารถช่วยในการทำ Predictive Maintenance เพื่อลดการสูญเสียพลังงานและ<br />
การหยุดดำเนินการอย่างฉับพลันของอุตสาหกรรมการผลิต</li>
<li><span style="color: #6cb742;"><strong>Smart Grid/Micro Grid</strong></span> แนวคิดของระบบผลิตพลังงานขนาดเล็ก ทั้งการผลิตไฟฟ้าจาก<strong>พลังงานแสงอาทิตย์</strong> <strong>โรงไฟฟ้าชีวมวล</strong>ระดับชุมชน จะถูกบริหารจัดการในภาพรวมด้วยเทคโนโลยี Grid ที่ชาญฉลาดและรองรับการเปลี่ยนแปลงได้ดี (Flexible Grid) และด้วย Blockchain Network ที่ทำให้ทุกคนสามารถซื้อขายพลังงานกับผู้ผลิตหรือระหว่างกันเอง ณ เวลาที่เหมาะสม</li>
<li><span style="color: #6cb742;"><strong>Smart City</strong></span> ด้วยการผลักดันของการพัฒนา<strong>เมืองอัจฉริยะ</strong>ซึ่งจะเป็นต้นแบบของการนำเทคโนโลยีดิจิทัล อินเทอร์เน็ตและ AI มาใช้ในการบริหารจัดการเมือง ทั้งทางด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อม คุณภาพชีวิตความเป็นอยู่และอื่นๆ ซึ่งภาคเอกชนมีความตื่นตัวสูงในการพัฒนาและช่วยผลักดันอย่างมาก</li>
<li><span style="color: #6cb742;"><strong>โรงไฟฟ้าขยะ</strong></span> จะเป็นอีกหนึ่งแหล่งพลังงานที่เพิ่มมากขึ้น ด้วยความจำเป็นในด้านการจัดการขยะชุมชนทั้งขยะใหม่และขยะเก่าอย่างมีประสิทธิภาพ และไม่ก่อให้เกิดมลพิษ โรงไฟฟ้าขยะจึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ ในขณะที่การบริหารจัดการอย่างเต็มรูปแบบตามแนวนโยบาย Circular Economy ต้องใช้เวลาในการพัฒนากว่าจะเป็นรูปธรรม</li>
</ul>
<p><strong>จึงไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่า เทคโนโลยีสมัยใหม่เหล่านี้ได้เริ่มเข้ามาทำให้อุตสาหกรรมต้องพัฒนาปรับตัวให้พร้อมต่อการเปลี่ยนแปลง เพราะจะเป็นปัจจัยต่อความสามารถในการแข่งขันสำหรับทั้งอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอุตสาหกรรมการผลิต นอกจากนี้ การเข้ามาของเทคโนโลยีต่างๆ ควรจะต้องศึกษาอย่างรอบคอบถึงผลกระทบในด้านอื่นในระยะยาว เช่น ความต้องการการใช้ไฟฟ้าโดยรวมที่อาจจะเพิ่มขึ้นเมื่อประยุกต์ใช้ระบบดิจิทัล ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมของการใช้ Solar PV</strong></p>
<table style="border: 5px solid #6cb742;" width="100%">
<tbody>
<tr valign="middle">
<td style="vertical-align: middle; padding: 10px;"><strong>ข้อมูลที่คุณอาจสนใจ</strong></p>
<ul>
<li style="list-style-type: none;">
<ul>
<li><a title="แนวโน้มและนวัตกรรมพลังงานหมุนเวียน 10 อันดับแรกในปี 2022" href="https://www.greennetworkthailand.com/พลังงานหมุนเวียน-ปี-2022/">แนวโน้มและนวัตกรรมพลังงานหมุนเวียน 10 อันดับแรกในปี 2022</a></li>
<li><a title="10 แหล่งพลังงานทดแทน เพื่อการผลิตไฟฟ้าแห่งอนาคต" href="https://www.greennetworkthailand.com/พลังงานทดแทน-แห่งอนาคต/">10 แหล่งพลังงานทดแทน เพื่อการผลิตไฟฟ้าแห่งอนาคต</a></li>
<li><a title="คาดการณ์ 10 เทรนด์มาแรงในอุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ในอีก5 ปีข้างหน้า" href="https://www.greennetworkthailand.com/trends-พลังงานแสงอาทิตย์/">หัวเว่ยเผยคาดการณ์ 10 เทรนด์มาแรงในอุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ในอีก5 ปีข้างหน้า</a></li>
<li><a title="การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานชีวมวลในประเทศไทย" href="https://www.greennetworkthailand.com/bionic-power-in-thailand/">โอกาสและความท้าทาย การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานชีวมวลในประเทศไทย</a></li>
<li><a title="พลังงานชุมชนวิถีใหม่" href="https://www.greennetworkthailand.com/พลังงานชุมชนวิถีใหม่/">พลังงานชุมชนวิถีใหม่</a></li>
</ul>
</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<hr />
<p>Source: นิตยสาร Green Network ฉบับที่ 96 พฤศจิกายน-ธันวาคม 2562 คอลัมน์ GREEN Article<br />
โดย รศ. ดร.สุนีรัตน์ ฟูกุดะ ผู้อำนวยการบัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%a1-%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-2020/">แนวโน้มพลังงานแห่งอนาคต (Future Energy Trend)</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%a1-%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-2020/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จับตาเทรนด์พลังงานไทย ปี 2019</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-2019/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-2019/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 07 Jan 2019 06:38:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Scoop]]></category>
		<category><![CDATA[กระแสอนุรักษ์ธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[กฤษฎา อุตตโมทย์]]></category>
		<category><![CDATA[การประหยัดพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ดุสิต เครืองาม]]></category>
		<category><![CDATA[ธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทางเลือก]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานแสงอาทิตย์]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ศิริ จิระพงษ์พันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์เซลล์]]></category>
		<category><![CDATA[โรลันด์ โฟลเกอร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://greennetworkthailand.com/?p=3802</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากข่าวสารด้านพลังงานในปี 2561 ที่ผ่านมา ก็พอจะทำให้เห็นภาพทิศทางของพลังงานไทยได้ว่าจะมีแนวโน้มไปทางใด ด้วยกระแสอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่พุ่งแรงน่าน่าดีใจ ทำให้พลังงานทดแทนและพลังงานสะอาดกำลังเข้ามามีบทบาทในชีวิตมากขึ้น เรามาดูกันว่า ในปีพ.ศ. 2562 เทรนด์ใหญ่ๆ อะไรบ้าง ที่น่าจับตามอง Go Green รักษ์โลก ประหยัดพลังงาน ในช่วงผ่านมา เราปฏิเสธไม่ได้ว่า กระแส Go Green หรือกระแสอนุรักษ์ธรรมชาตินั้นค่อนข้างมาแรง ซึ่งความจริงการรณรงค์นี้ได้เกิดขึ้นมานานมากแล้ว แต่เพิ่งจะกลับมาฮือฮาและน่าสนใจอีกครั้ง เมื่อทุกส่วน ทุกฝ่ายเปิดประตูรับกระแสรักษ์โลกดังกล่าว เพราะเล็งเห็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของขยะ หรือพลังงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-2019/">จับตาเทรนด์พลังงานไทย ปี 2019</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>จากข่าวสารด้านพลังงานในปี 2561 ที่ผ่านมา ก็พอจะทำให้เห็นภาพทิศทางของพลังงานไทยได้ว่าจะมีแนวโน้มไปทางใด ด้วยกระแสอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่พุ่งแรงน่าน่าดีใจ ทำให้พลังงานทดแทนและพลังงานสะอาดกำลังเข้ามามีบทบาทในชีวิตมากขึ้น เรามาดูกันว่า ในปีพ.ศ. 2562 เทรนด์ใหญ่ๆ อะไรบ้าง ที่น่าจับตามอง</strong><span id="more-3802"></span></p>
<h2><strong><span style="color: #6cb742;">Go Green รักษ์โลก ประหยัดพลังงาน</span></strong></h2>
<p>ในช่วงผ่านมา เราปฏิเสธไม่ได้ว่า กระแส Go Green หรือกระแสอนุรักษ์ธรรมชาตินั้นค่อนข้างมาแรง ซึ่งความจริงการรณรงค์นี้ได้เกิดขึ้นมานานมากแล้ว แต่เพิ่งจะกลับมาฮือฮาและน่าสนใจอีกครั้ง เมื่อทุกส่วน ทุกฝ่ายเปิดประตูรับกระแสรักษ์โลกดังกล่าว เพราะเล็งเห็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของขยะ หรือพลังงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การที่รัฐบาลมีนโยบายไทยนิยมยั่งยืน ทำให้เอกชนเริ่มมีการเคลื่อนไหว และกลายเป็นเทรนด์ที่น่าจับตามอง</p>
<p>การประหยัดพลังงานของภาคเอกชน ถือว่าเป็นเรื่องที่ทุกบริษัท หรือทุกโรงงานตระหนัก และเห็นถึงความสำคัญ เพราะนอกจากจะเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กรแล้ว ยังช่วยประหยัดพลังงานได้จริงๆ ลดการใช้และการจ่ายเงินออกจากกระเป๋า ซึ่งโครงการที่จะช่วยสนับสนุนในเรื่องนี้มีมากมายหลายโครงการ เพราะทุกหน่วยงานของภาครัฐเองก็เห็นความสำคัญในเรื่องนี้ด้วย ทั้งนี้กระทรวงพลังงาน โดย กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมให้ภาครัฐและเอกชนร่วมกันตระหนักถึงการอนุรักษ์พลังงานและการใช้พลังงานทดแทนในไทยมาอย่างต่อเนื่อง ตามยุทธศาสตร์กระทรวงพลังงาน ภายใต้แผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (AEDP 2015)</p>
<figure id="attachment_3814" aria-describedby="caption-attachment-3814" style="width: 250px" class="wp-caption alignleft"><a href="http://greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/01/siri-jirapongpan.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-3814 size-medium" src="http://greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/01/siri-jirapongpan-250x300.jpg" alt="ดร. ศิริ จิระพงษ์พันธ์" width="250" height="300" data-id="3814" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/01/siri-jirapongpan-250x300.jpg 250w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/01/siri-jirapongpan.jpg 400w" sizes="(max-width: 250px) 100vw, 250px" /></a><figcaption id="caption-attachment-3814" class="wp-caption-text"><em>ดร. ศิริ จิระพงษ์พันธ์</em></figcaption></figure>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ดร. ศิริ จิระพงษ์พันธ์</strong></span>&nbsp;<strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน</strong>&nbsp;กล่าวว่า การดำเนินการตามโครงการไทยนิยมยั่งยืนของรัฐบาล ที่มุ่งเน้นการพัฒนาประเทศตรงตามความต้องการของประชาชนในแต่ละพื้นที่ ในส่วนของกระทรวงพลังงานเรามุ่งเน้นการพัฒนา เกี่ยวกับการใช้พลังงานทดแทน เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายของประชาชน ให้ชุมชนรู้คุณค่าของพลังงานที่มีอยู่ในพื้นที่ โดยร่วมกับกระทรวงมหาดไทย สำรวจศักยภาพด้านพลังงานทดแทนในแต่ละพื้นที่ที่แตกต่างกัน จากนั้นจะเข้าไปแนะนำให้ประชาชนใช้สิ่งที่มีอยู่ในชุมชุนทั้งขยะ ชีวมวล หรือแม้แต่แสงอาทิตย์ เพื่อพัฒนาเป็นพลังงานทดแทน ต้องส่งเสริมให้ประชาชนเชื่อมั่นเกี่ยวกับการใช้พลังงานทดแทน จนพร้อมให้ความร่วมมือในการพัฒนาชุมชนผ่านโครงการต่างๆ เช่น ระบบสูบน้ำบาดาลด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ที่ผ่านมาประชาชนขานรับนโยบายเป็นอย่างดี ชุมชนไหนมีความพร้อมรัฐบาลพร้อมจะเข้าไปส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนให้เป็นรูปธรรม เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชน</p>
<p>“กระทรวงพลังงานพร้อมส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนให้เพิ่มขึ้นเป็นสัดส่วน 30% ในอนาคตจากระดับ 10% ในปัจจุบัน โดยจะส่งเสริมการพัฒนาพลังงานชีวมวล ควบคู่พลังงานแสงอาทิตย์ โดยกระทรวงพลังงานเตรียมกำหนดกรอบระยะยาวไม่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลใน 10-20 ปีข้างหน้า โดยจะพัฒนาทั้งพลังงานทดแทนในส่วนของไฟฟ้าและยานยนต์ ซึ่งกรอบแผนงานจะกำหนดเสร็จสิ้นภายในสิ้นปี 2561” ศิริกล่าว</p>
<h2><strong><span style="color: #6cb742;">โซลาร์เซลส์ พลังงานทดแทนที่มาแรงที่สุด</span></strong></h2>
<p style="text-align: center;"><a href="http://greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/01/solar-cell.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-3815 size-full" src="http://greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/01/solar-cell.jpg" alt="โซลาร์เซลล์ พลังงานแสงอาทิตย์" width="900" height="600" data-id="3815" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/01/solar-cell.jpg 900w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/01/solar-cell-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/01/solar-cell-768x512.jpg 768w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></a></p>
<p>เรารู้จักคำว่า โซลาร์เซลล์หรือพลังงานแสงอาทิตย์ กันมานานมากแล้ว แต่ในแง่ของความเข้าใจ และการติดตั้งโซลาร์ในประเทศไทยจริงๆ นั้น ยังไม่ถือว่าเป็นที่นิยมนัก อาจเป็นเพราะราคาที่ค่อนข้างสูง และความกังวลต่างๆ ทั้งในเรื่องต้นทุน และความไม่เสถียร แต่กระแสแนวโน้มของโซลาร์ก็ดีขึ้นทันตาเห็น เมื่อหลายปีมานี้ มีการติดตั้งโซลาร์เซลส์เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้เองมากขึ้น โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรม ที่เป็นโมเดลนำร่องชี้ให้เห็นว่า โซลาร์เซลส์ ติดตั้งแล้วคุ้มค่า ประหยัดค่าไฟฟ้า และเป็นพลังงานสะอาดรักษ์โลกอีกด้วย และเมื่อมีความต้องการติดตั้งเพิ่มมากขึ้น ก็มีการผลิตเพิ่มมากขึ้น จนกลายเป็นการแข่งขันทางการตลาด แน่นอนว่า ข้อดีของการแข่งขันคือ ทำให้ราคาการติดตั้งโซลาร์เซลส์ในปัจจุบันถูกลงหลายเท่าตัว ทำให้ภาคประชาชนเริ่มหันมาให้ความสนใจ เรื่องการลงทุนติดตั้งโซลาร์เซลส์มากขึ้น โดยเฉพาะโซลาร์รูฟท็อป</p>
<figure id="attachment_3810" aria-describedby="caption-attachment-3810" style="width: 250px" class="wp-caption alignright"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-3810 size-medium" src="http://greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/01/dusit-250x300.jpg" alt="ดร.ดุสิต เครืองาม" width="250" height="300" data-id="3810" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/01/dusit-250x300.jpg 250w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/01/dusit.jpg 400w" sizes="(max-width: 250px) 100vw, 250px" /><figcaption id="caption-attachment-3810" class="wp-caption-text"><em>ดร.ดุสิต เครืองาม</em></figcaption></figure>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ดร.ดุสิต เครืองาม</strong></span> <strong>นายกสมาคมอุตสาหกรรมเซลล์แสงอาทิตย์ไทย</strong> ได้กล่าวสรุปไว้ ในงานสัมมนา ไทยแลนด์ไลท์ติ้งแฟร์ว่า จุดเด่นของโซลาร์รูฟของประเทศไทยที่คาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นในปี 2562 คือ</p>
<p>&#8211; จะมีการติดตั้งโซลาร์รูฟระดับ 700-1000 MWp<br />
&#8211; ค่าลงทุนลดลงจากอดีตมาก เหลือเพียง 30,000-40,000-50,000 บาท ต่อกิโลวัตต์ KWp&nbsp;และคืนทุนภายใน 4-6-7 ปี<br />
&#8211; ต้นทุนค่าไฟฟ้า ต่ำกว่าซื้อไฟจากการไฟฟ้า<br />
&#8211; โครงการโซลาร์รูฟเสรี คือใช้ไฟฟ้าเองทั้งหมด<br />
&#8211; โครงการโซล่ารูฟภาคประชาชน คือ สามารถขายไฟส่วนเกินจากการใช้ให้ กฟน. กฟภ.<br />
&#8211; เอกชนทำธุรกิจซื้อขายไฟฟ้าที่ผลิตจากโซล่าเสรีกันเอง<br />
&#8211; Third Party Access คือ เอชนจะสามารถใช้สายไฟฟ้า ของการไฟฟ้าฯ ในการขนส่งกระแสไฟซื้อขายกัน โดยจ่ายผ่านค่าสายไฟให้กับการไฟฟ้า<br />
&#8211; จะเริ่มมีการใช้ Battery ในการเก็บไฟฟ้า เพื่อใช้ในเวลาที่ต้องการและเหมาะสม<br />
&#8211; หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้อมัการแก้ไขกฎระเบขียบต่างๆ เกี่ยวกับการให้บริการ</p>
<p>จะเห็นได้ว่า โซลาร์เซลส์ชนิดติดตั้งบนหลังคา นับเป็นเทรนด์พลังงานที่ใกล้ตัวขึ้นมาทุกทีและเป็นพลังงานธรรมชาติที่ดูมีความหวังมากที่สุด และน่าจับตามองเป็นอย่างมาก ในปี 2562 นี้</p>
<h2><strong><span style="color: #6cb742;">รถยนต์ไฟฟ้ามาแน่นอน</span></strong></h2>
<p>กระแสรถยนต์ไฟฟ้าในไทย ยังคงมีความตื่นตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง <span style="color: #6cb742;"><strong>ผศ.ดร.ยศพงษ์ ลออนวล</strong></span> <strong>นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย อีวี (EV)</strong> กล่าวว่า ปัจจัยความสำเร็จของรถยนต์ไฟฟ้าในเมืองไทย จะเป็นไปได้ ด้วยเหตุผลดังนี้</p>
<ol>
<li>สินค้าหรือเทคโนโลยีเหล่านั้นต้องใช้งานง่าย สะดวกสบาย เพื่อง่ายต่อการปรับเปลี่ยนไปใช้ ยกตัวอย่างเช่น การชาร์จไฟได้ง่ายที่บ้านเหมือนกับการชาร์จโทรศัพท์มือถือ ก็จะช่วยผลักดันให้มีการใช้งานมากขึ้น รวมไปถึง</li>
<li>การมีจุดชาร์จที่ครอบคลุมเส้นทางของผู้ใช้งาน (ในกรณีที่ใช้รถเป็นระยะ) และ</li>
<li>แรงสนับสนุนจากภาครัฐ ที่จะทำให้ Cost ราคาของรถยนต์ไฟฟ้านั้นถูกลง เป็นตัวเร่งให้เกิดตลาดเกิดผู้ใช้โดยเร็วยิ่งขึ้น</li>
</ol>
<p style="text-align: center;"><a href="http://greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/01/ev.png"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-3811 size-full" src="http://greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/01/ev.png" alt="ยานยนต์ไฟฟ้า" width="900" height="384" data-id="3811" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/01/ev.png 900w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/01/ev-300x128.png 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/01/ev-768x328.png 768w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></a></p>
<p>“สำหรับประเทศไทยอยู่ในขั้นเพิ่งเริ่มโดยเป็นลักษณะนำเข้า ราคาสูง และยังถูกนำมาใช้ไม่มากนัก ส่วนจุดชาร์จในประเทศจะมีมากกว่า 200 จุดในสิ้นปีนี้ และคาดว่าปี 2019 จะเริ่มเห็นการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าอย่างจริงจัง และไทยจะกลายเป็นตลาดหลักและผู้นำอาเซียน”ผศ.ดร.ยศพงษ์กล่าว</p>
<p>แม้จะยังมีความกังวลในหลายๆ เรื่องสำหรับผู้ใช้ แต่บรรดาค่ายรถทั้งหลาย กลับมุ่งหน้าที่จะนำรถยนต์ไฟฟ้าเข้ามาถึงมือคนไทยอย่างไม่รีรอ</p>
<table style="border: 5px solid #92d050;" width="100%" cellpadding="10">
<tbody>
<tr valign="middle">
<td style="vertical-align: middle; padding: 10px;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignleft wp-image-3813" src="http://greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/01/Roland-250x300.jpg" alt="โรลันด์ โฟลเกอร์" width="180" height="216" data-id="3813" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/01/Roland-250x300.jpg 250w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/01/Roland.jpg 400w" sizes="(max-width: 180px) 100vw, 180px" /><br />
<span style="color: #6cb742;"><strong>โรลันด์ โฟลเกอร์</strong></span> <strong>ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด</strong> กล่าวว่า บริษัทฯ เตรียมความพร้อมในการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าให้สามารถใช้ได้จริงในประเทศไทย ซึ่งในปี 2562 บริษัทจะลงทุนกว่า 1,180 ล้านดอลลาร์ ในการสร้างโรงงานแบตเตอรี่ในประเทศไทย เพื่อผลิตไฟฟ้าและรองรับความต้องการในประเทศ และเพื่อการส่งออกไปยังประเทศอื่นๆ และยังมีแผนจะสร้างเครือข่ายขยายจุดติดตั้งสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าให้ครอบคลุมพื้นที่มากที่สุด โดยวางแผนจะสร้างสถานีชาร์จรวมกว่า 200 จุด ครอบคลุมพื้นที่ผู้จัดจำหน่ายทั้ง 32 แห่งทั่วประเทศ</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>&nbsp;</p>
<table style="border: 5px solid #92d050;" width="100%">
<tbody>
<tr valign="middle">
<td style="vertical-align: middle; padding: 10px;"><span style="color: #6cb742;"><strong><img loading="lazy" decoding="async" class="alignleft wp-image-3812" src="http://greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/01/kitsada-249x300.jpg" alt="กฤษฎา อุตตโมทย์" width="180" height="216" data-id="3812" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/01/kitsada-249x300.jpg 249w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/01/kitsada.jpg 306w" sizes="(max-width: 180px) 100vw, 180px" /><br />
กฤษฎา อุตตโมทย์</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารกิจการองค์กร บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู (ประเทศไทย) จำกัด</strong> กล่าวว่า ปัจจุบันค่ายรถยนต์ต่างเดินตามกระแสโลก โดยเฉพาะกลุ่มรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นตัวขับเคลื่อน ในบ้านเราบีเอ็มฯได้ลงทุนตั้งสถานีชาร์จไฟฟ้าทั่วประเทศ 50 สถานี ซึ่งจะดำเนินการได้ครบถ้วนภายในปีนี้ ผลของการดำเนินยุทธศาสตร์ดังกล่าวส่งผลให้ปีนี้รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู ปลั๊ก-อิน ไฮบริด มีอัตราการเติบโตสูงถึง 112%</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>&nbsp;</p>
<table style="border: 5px solid #92d050;" width="100%">
<tbody>
<tr valign="middle">
<td style="vertical-align: middle; padding: 10px;"><span style="color: #6cb742;"><strong><img loading="lazy" decoding="async" class="alignleft wp-image-3816" src="http://greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/01/tee-250x300.jpg" alt="ธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์" width="180" height="216" data-id="3816" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/01/tee-250x300.jpg 250w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/01/tee.jpg 400w" sizes="(max-width: 180px) 100vw, 180px" /><br />
ธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์</strong></span> <strong>รองประธานฝ่ายการตลาดและรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด</strong> กล่าวว่า ปี 2573 จะลดการผลิตรถที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปให้ได้ 50% และในปี 2593 จะลดเหลือเพียง 90% โดยตั้งเป้าหมายให้การผลิตรถยนต์เป็นรถไฟฟ้าแบบไฮบริด หรือปลั๊ก-อิน ไฮบริด รวมไปทั้ง EV ให้ได้ 95% ของการผลิตรถทั้งหมด</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-2019/">จับตาเทรนด์พลังงานไทย ปี 2019</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-2019/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
