<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เทรนด์ | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Mon, 21 Oct 2019 02:15:58 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0.5</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>เทรนด์ | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ระบบอัตโนมัติและการใช้พาหนะร่วมกัน การพลิกโฉมการผลิตในปี 2573</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2573/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2573/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 17 May 2019 06:31:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Auto Challenge]]></category>
		<category><![CDATA[การใช้พาหนะร่วมกัน]]></category>
		<category><![CDATA[คาดการเทรนด์อุตสาหกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ยานพาหนะ]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบอัตโนมัติ]]></category>
		<category><![CDATA[อนาคตอุตสาหกรรมยานยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมการผลิต]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมยานยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์อุตสาหกรรมยานยนต์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=6900</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท Strategy &#38; ของ PwC วางแนวคิดปฏิวัติวงการ อุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลกครั้งสำคัญ ดึงเทรนด์การใช้ ยานพาหนะร่วมกันและระบบอัตโนมัติ ในฐานะที่ไทยเป็นหนึ่ง ในประเทศที่เป็นฐานการผลิตและประกอบยานยนต์และชิ้นส่วน ยานยนต์ที่สำคัญของโลก ทำให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมจำเป็นต้องปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาการผลิตยานพาหนะที่เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ (Connected Car) รวมไปถึงการผลิตยานพาหนะตามความต้องการเฉพาะของผู้บริโภค และ การเป็นผู้ให้บริการธุรกิจเคลื่อนที่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะพลิกโฉมรูปแบบการผลิตยานยนต์ รวมถึง Mindset ในการเดินทางขนส่งให้เปลี่ยนไปจากเดิม โดยมีเป้าหมายที่จะ เปลี่ยนโฉมหน้าการผลิตและกำลังแรงงานของอุตสาหกรรมนี้ภายในปี พ.ศ. 2573 ซึ่งยานยนต์ที่ถูกออกแบบเฉพาะความต้องการของบุคคลและเชื่อมต่อกับเทคโนโลยี จะยิ่งเป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้น วิไลพร&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2573/">ระบบอัตโนมัติและการใช้พาหนะร่วมกัน การพลิกโฉมการผลิตในปี 2573</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท Strategy &amp; ของ PwC วางแนวคิดปฏิวัติวงการ อุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลกครั้งสำคัญ ดึงเทรนด์การใช้ ยานพาหนะร่วมกันและระบบอัตโนมัติ ในฐานะที่ไทยเป็นหนึ่ง ในประเทศที่เป็นฐานการผลิตและประกอบยานยนต์และชิ้นส่วน ยานยนต์ที่สำคัญของโลก ทำให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมจำเป็นต้องปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาการผลิตยานพาหนะ<span id="more-6900"></span>ที่เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ (Connected Car) รวมไปถึงการผลิตยานพาหนะตามความต้องการเฉพาะของผู้บริโภค และ การเป็นผู้ให้บริการธุรกิจเคลื่อนที่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะพลิกโฉมรูปแบบการผลิตยานยนต์ รวมถึง Mindset ในการเดินทางขนส่งให้เปลี่ยนไปจากเดิม โดยมีเป้าหมายที่จะ เปลี่ยนโฉมหน้าการผลิตและกำลังแรงงานของอุตสาหกรรมนี้ภายในปี พ.ศ. 2573 ซึ่งยานยนต์ที่ถูกออกแบบเฉพาะความต้องการของบุคคลและเชื่อมต่อกับเทคโนโลยี จะยิ่งเป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้น</strong></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>วิไลพร ทวีลาภพันทอง</strong> </span><strong>หุ้นส่วนสายงานธุรกิจที่ปรึกษา PwC Thailand</strong> เปิดเผยถึงรายงาน Transforming Vehicle Production by 2030 : How Shared Mobility and Automation will Revolutionize the Auto Industry ที่จัดทำโดย บริษัท Strategy &amp; (สแตร็ดติจี้ แอนด์) ของ PwC ว่า ได้คาดการณ์ถึงการเปลี่ยนแปลง ที่จะเกิดขึ้นอย่างมีนัยสำคัญต่อผู้ผลิตยานยนต์และชิ้นส่วน รวมถึงผู้ใช้ยานพาหนะในระยะข้างหน้า ภายในปี พ.ศ. 2573 การผลิตยานพาหนะจะถูกแบ่งออกเป็นการผลิตเพื่อใช้จำนวนมาก โดยส่วนใหญ่จะถูกผลิตออกมาแบบเรียบง่าย และผลิตตามความต้องการ (Cars on Demand) ซึ่งรถยนต์ในลักษณะนี้จะถูกนำไปใช้ให้เช่า เพื่อการเดินทางในแต่ละครั้ง (Journey-by-Journey) ในขณะที่อีกส่วนจะเป็นการผลิตยานพาหนะที่ออกแบบขึ้นมาโดยเฉพาะสำหรับผู้ใช้ที่ยังคงต้องการเป็นผู้ขับขี่ หรือเป็นผู้นั่งในยานพาหนะของตนเอง</p>
<p>แนวคิดการแบ่งปันยานพาหนะร่วมกัน (Shared Mobility) และระบบอัตโนมัติ ดังกล่าว จะทำให้ผู้ประกอบการที่รับจ้างผลิตสินค้าหรือชิ้นส่วนให้กับค่ายรถยนต์ (Original Equipment Manufacturers : OEM) ต่างต้องเร่งพัฒนารูปแบบของโรงงาน 2 ประเภท ประกอบด้วย</p>
<ol>
<li>โรงงานที่มุ่งเน้นไปที่การผลิตยานพาหนะที่เป็นแบบมาตรฐาน สามารถเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์และทำงานได้อย่างอัตโนมัติ (Plug and Play Vehicles) เพื่อดึงดูดผู้ใช้รถในเมืองที่มีอายุน้อย</li>
<li>โรงงานที่ผลิตยานพาหนะตามความต้องการเฉพาะของผู้บริโภค ซึ่งมี ความคล้ายคลึงกับตลาดรถหรูในปัจจุบัน</li>
</ol>
<figure id="attachment_6903" aria-describedby="caption-attachment-6903" style="width: 360px" class="wp-caption alignright"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/05/wilaiporn.jpg"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="wp-image-6903" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/05/wilaiporn.jpg" alt="วิไลพร ทวีลาภพันทอง " width="360" height="511" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/05/wilaiporn.jpg 480w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/05/wilaiporn-211x300.jpg 211w" sizes="(max-width: 360px) 100vw, 360px" /></a><figcaption id="caption-attachment-6903" class="wp-caption-text">วิไลพร ทวีลาภพันทอง</figcaption></figure>
<p>ด้วยแนวโน้มดังกล่าว การผลิตและกำลังแรงงานของอุตสาหกรรมที่ถูกออกแบบเชื่อมต่อกับเทคโนโลยีอัตโนมัติ จะทำให้ขนาดของกำลังแรงงานในสาย การประกอบ ตัวถัง และสีรถยนต์จะลดลงกว่าครึ่ง หลังระบบอัตโนมัติและยานพาหนะ ประเภทใหม่ถูกผลิตขึ้น บทบาทของพนักงานที่ดูแลระบบโลจิสติกส์ภายในพื้นที่หน้างานจะลดลงประมาณ 60% หลังถูกแทนที่ด้วยพาหนะลำเลียงอัตโนมัติ ความต้องการวิศวกรข้อมูลจะเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวในโรงงานบางประเภท และมากถึง 80% ในบางแห่ง ขณะที่วิศวกรซอฟต์แวร์จะเป็นที่ต้องการของตลาดเพิ่มขึ้นถึง 90% และยานพาหนะที่สามารถแบ่งปันและใช้ร่วมกันได้ จะมีสัดส่วนคิดเป็น 30% ของตลาดในยุโรป</p>
<p>&#8220;นอกจากนี้ แนวโน้มดังกล่าวจะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่แตกต่าง อย่างสิ้นเชิงต่อกำลังแรงงานในอุตสาหกรรมยานยนต์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน เพราะหุ่นยนต์ได้เข้ามามีบทบาทในการทำงานมากขึ้น ทั้งในส่วนของสายการประกอบและในด้านของการวิจัยและพัฒนา โดยคาดว่า 40-60% ของแรงงานที่มีทักษะร่วมสมัยจะเป็นที่ต้องการเพื่อประจำการในพื้นที่หน้างาน ขณะที่ จำนวนความต้องการวิศวกรข้อมูลและวิศวกรซอฟต์แวร์จะเพิ่มขึ้นถึง 90%&#8221; วิไลพร กล่าว</p>
<p>ไฮโค เวเบอร์ หุ้นส่วนบริษัท Strategy&amp; ของ PwC ประเทศเยอรมนี กล่าวว่า กระแสของการเปลี่ยนแปลงจะเริ่มทยอยเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564 เป็นต้นไป ซึ่งผู้ประกอบการ OEM ต้องเริ่มสร้างกำลังแรงงานที่ตัวเองจะต้องการ ในอีก 10 ปีข้างหน้าตั้งแต่ตอนนี้ ทั้งการจ้างบุคลากรที่มีทักษะที่ใช่ การรักษา Talent และการฝึกอบรมทักษะเดิมของพนักงานที่มีอยู่ โดยภายในปี พ.ศ. 2573 จำนวนความต้องการวิศวกรข้อมูลจะเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวในโรงงานที่ผลิตรถยนต์ตามความต้องการเฉพาะของลูกค้า และเพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 80% ในโรงงานที่ผลิตรถยนต์ประเภท Plug and Play และเช่นเดียวกัน ความต้องการวิศวกรซอฟต์แวร์จะเพิ่มขึ้นถึง 90% ในโรงงานที่ผลิตรถยนต์ตามความต้องการเฉพาะของลูกค้า และ 75% ในโรงงานผลิตประเภท Plug and Play ตามลำดับ</p>
<p><strong>ทั้งนี้ กระแสของการเปลี่ยนแปลงในด้านอื่นๆ จะมีให้เห็นด้วยเช่นกัน อาทิ ระยะเวลาระหว่างการทำวิจัยและพัฒนากับการผลิตจะสั้นลงเหลือแค่ 2 ปี เปรียบเทียบกับปัจจุบันที่ราว 3-5 ปี ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการผลิตแบบ OEM จะเผชิญกับภาวะการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากบริษัทด้านเทคโนโลยีที่เข้ามาให้บริการ ระบบขนส่งเคลื่อนที่ (Mobility-as-a-Service : MaaS) ทั้งในลักษณะของการบริการยานยนต์เคลื่อนที่ อัตโนมัติเชิงพาณิชย์ และบริการระบบ ขนส่งมวลชนเคลื่อนที่ให้แก่ลูกค้า ได้โดยตรง ซึ่งผู้ผลิตแบบ OEM จะได้รับแรงกดดันในการต้อง สร้างกระบวนการผลิตให้เกิด คุ้มค่ามากขึ้นกว่าเดิม เพื่อรองรับ กับรูปแบบของยวดยานพาหนะและการออกแบบที่มีความหลากหลายมากขึ้น</strong></p>
<hr />
<p>Source: นิตยสาร Green Network ฉบับที่ 92 มีนาคม-เมษายน 2562 คอลัมน์ AUTO Challenge โดย กองบรรณาธิการ</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2573/">ระบบอัตโนมัติและการใช้พาหนะร่วมกัน การพลิกโฉมการผลิตในปี 2573</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2573/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มาร์ค บัคลี่ย์ นำเทรนด์ปฏิวัติอุตสาหกรรมอาหาร รณรงค์เพื่อโลกยั่งยืน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c-%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c-%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 09 Jan 2019 01:50:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green World]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Safety Net]]></category>
		<category><![CDATA[มาร์ค บัคลี่ย์]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์อาหารแห่งอนาคต]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์อาหารโลก]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://greennetworkthailand.com/?p=3907</guid>

					<description><![CDATA[<p>องค์การสหประชาชาติ (UN) ประมาณการว่าในปี ค.ศ. 2030 ประชากรโลกจะเพิ่มจำนวนเป็น 8,500 ล้านคน นั่นหมายความว่าจำนวนอาหารที่ผู้คนทั่วโลกบริโภคต้องทวีจำนวนเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว อุตสาหกรรมอาหารจึงถือเป็นกุญแจหลักสำคัญ ที่จะชี้วัดความยั่งยืนของมนุษย์ในอนาคต จึงมีการรณรงค์ให้อุตสาหกรรมอาหารในอนาคตเน้นกระบวนการผลิตเพื่อสร้างความยั่งยืน ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน Circular Economy หากแต่ปัจจุบันอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มที่มีการผลิตยังไม่ตอบโจทย์ความยั่งยืนใช้ทรัพยากรเกินความต้องการ เกิดของเสีย ก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ สาเหตุใหญ่ที่ทำให้โลกใบนี้แปรปรวนเพราะขาดความสมดุล ที่สำคัญการผลิตแบบอุตสาหกรรมอาหารในแบบเดิม กลับไม่ได้สร้างผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มที่ปลอดภัย มีคุณค่าอาหารสร้างเสริมสุขภาพที่ดีให้กับมนุษย์ในยุคปัจจุบัน The Future of Food = กระบวนการผลิตอาหารที่ยั่งยืน มาร์ค บัคลี่ย์&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c-%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/">มาร์ค บัคลี่ย์ นำเทรนด์ปฏิวัติอุตสาหกรรมอาหาร รณรงค์เพื่อโลกยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>องค์การสหประชาชาติ (UN) ประมาณการว่าในปี ค.ศ. 2030 ประชากรโลกจะเพิ่มจำนวนเป็น 8,500 ล้านคน นั่นหมายความว่าจำนวนอาหารที่ผู้คนทั่วโลกบริโภคต้องทวีจำนวนเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว อุตสาหกรรมอาหารจึงถือเป็นกุญแจหลักสำคัญ ที่จะชี้วัดความยั่งยืนของมนุษย์ในอนาคต จึงมีการรณรงค์ให้อุตสาหกรรมอาหารในอนาคตเน้นกระบวนการผลิตเพื่อสร้างความยั่งยืน ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน Circular Economy</strong><span id="more-3907"></span></p>
<p>หากแต่ปัจจุบันอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มที่มีการผลิตยังไม่ตอบโจทย์ความยั่งยืนใช้ทรัพยากรเกินความต้องการ เกิดของเสีย ก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ สาเหตุใหญ่ที่ทำให้โลกใบนี้แปรปรวนเพราะขาดความสมดุล ที่สำคัญการผลิตแบบอุตสาหกรรมอาหารในแบบเดิม กลับไม่ได้สร้างผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มที่ปลอดภัย มีคุณค่าอาหารสร้างเสริมสุขภาพที่ดีให้กับมนุษย์ในยุคปัจจุบัน</p>
<h2><span style="color: #6cb742;"><strong>The Future of Food = กระบวนการผลิตอาหารที่ยั่งยืน</strong></span></h2>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>มาร์ค บัคลี่ย์</strong></span> <strong>ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Adaptive Nutrition Joint</strong> ในฐานะผู้ก่อตั้งบริษัทฯ ผลิตอาหารและเครื่องดื่มที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 100% ผู้ที่มีความปรารถนาจะเปลี่ยนแปลงโลก ที่อาจจะกำลังเดินไปสู่ทางตัน โดยมีวิสัยทัศน์ในการดำเนินธุรกิจภายใต้<strong>แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน</strong> <strong>Circular Economy</strong> คือ ต้องปรับเปลี่ยนไปสู่โลกที่ดีกว่า สวยงามกว่า โดยที่ผู้คนมีอาหารดีกิน สุขภาพดี หายใจรับอากาศอันบริสุทธิ์ มีอายุยืนยาว ตามมาด้วยสังคมที่ดี</p>
<p>มาร์ค ได้นำเรื่องของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เข้ามาช่วยในเรื่องของกระบวนการผลิตและการบริหารธุรกิจ และเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนให้คำปรึกษาด้านระบบนวัตกรรม การรีไซเคิล บรรจุภัณฑ์ ออร์แกนิค และผลิตภัณฑ์</p>
<p>มาร์คกล่าวถึง<strong>เทรนด์อาหารแห่งอนาคต</strong>ว่า “ปกติเวลาที่คนทั่วไปพูดถึง<strong>เทรนด์อาหารโลก</strong> หลายคนมักพูดถึงเทรนด์การรับประทานอาหารวีแกน กีโต มังสวิรัติ ออร์แกนิก หรือการบริโภคอาหารท้องถิ่นตามฤดูกาล แต่ผมคิดว่าอาหารแห่งอนาคต (The Future of Food) ควรหันมาให้ความสำคัญกับการคิดค้นกระบวนการผลิตที่ยั่งยืนมากกว่าประเภทของอาหาร และควรทำในลักษณะเศรษฐกิจแบบหมุนเวียน (Circular Economy) ที่ยังทำให้แร่ธาตุและวิตามินของอาหารยังอยู่ครบ สูญเสียทรัพยากรให้น้อยที่สุด และหาทางนำทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่”</p>
<p>ทั้งนี้มาร์ค ชี้ว่า อาหารถือเป็นปัจจัยที่จำเป็นมากที่สุดซึ่งอยู่ใต้ฐานปิรามิด หากคนในสังคมผลิตอาหารเพื่อความยั่งยืนแล้วก็จะกลายเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะทำให้เกิดความยั่งยืนด้านอื่นๆ ตามมา</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/01/Mindmap-Marc-Buckley.jpg"><img decoding="async" class="alignnone wp-image-3911 size-full" src="http://greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/01/Mindmap-Marc-Buckley.jpg" alt="Mindmap ของ มาร์ค บัคลี่ย์ นำเทรนด์ปฏิวัติอุตสาหกรรมอาหาร รณรงค์เพื่อโลกยั่งยืน" width="900" height="621" data-id="3911" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/01/Mindmap-Marc-Buckley.jpg 900w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/01/Mindmap-Marc-Buckley-300x207.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/01/Mindmap-Marc-Buckley-768x530.jpg 768w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></a></p>
<h2><strong><span style="color: #6cb742;">ความยั่งยืนเริ่มต้นจาก เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม</span></strong></h2>
<p>“ก่อนอื่นทุกคนต้องเข้าใจก่อนว่า <strong>Circular Economy คืออะไร</strong> Circular Economy คือเศรษฐกิจแบบระบบปิด (Close Loop) นั่นหมายถึง การทำให้ระบบเศรษฐกิจไม่มีขยะ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยพลังงานหมุนเวียน การให้ความสำคัญต่อประสิทธิภาพของกระบวนการผลิต และตั้งราคาที่สะท้อนถึงต้นทุนที่แท้จริงซึ่ง Circular Economy สามารถทำได้ทั้งในระดับบุคคล ภาคธุรกิจ สังคม ประเทศ และนำมาประยุกต์ได้ทั้งทุกภาคส่วน ในระดับบุคคล แค่ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และทำให้เกิดการสูญเสียให้น้อยที่สุด ภาคธุรกิจ ถือเป็นความรับผิดชอบที่จะต้องคิดแทนผู้บริโภคด้วยการหาวิธีที่ทำให้สินค้า หรือบรรจุภัณฑ์ที่ตนผลิตนั้นย่อยสลายให้ได้มากที่สุด หรือนำมากลับมาใช้ใหม่อย่างไรได้บ้าง เช่น ผู้ผลิตเครื่องดื่มอาจจะใช้บรรจุภัณฑ์ขวดแก้วแทนพลาสติก โดยใช้น้ำฝนในการล้างบรรจุภัณฑ์ที่นำกลับมาบรรจุใหม่ หรือ การออกแบบบรรจุภัณฑ์เฉพาะที่สามารถนำไปเติมเครื่องดื่มได้ตามตู้กดเมื่อต้องการ เป็นต้น”</p>
<p>มาร์ค ยกตัวอย่าง <strong>กระบวนการผลิตอาหารตามแนวคิด Circular Economy</strong> ว่าที่ผ่านมาบริษัทมีกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งถูกคิดค้นขึ้นเองเป็นแห่งแรก เช่น การทำการเกษตรแนวดิ่ง (Vertical Farming) ด้วยการนำน้ำฝนมาใช้รดน้ำต้นไม้ นับได้ว่าเป็นการทำการเกษตรระบบปิดที่นำทรัพยากรที่สามารถนำมาใช้ใหม่ได้มาใช้ในการผลิตอาหาร โดยไม่ต้องกังวลกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงแปรปรวนไปตลอดทั้งปี ทำให้สามารถปลูกผลการผลิตได้ถึง 30 ครั้ง ถ้าเทียบกับการทำการเกษตรแบบดั้งเดิมที่พึ่งพึงธรรมชาติ</p>
<p>นอกจากนี้ยังมีกระบวนการผลิตทางเลือกอีกมายมายที่เข้ามาช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนอาหารอันเกิดจากวิธีการทำการเกษตรหรือประมงที่ไม่มีความยั่งยืน (เช่น Over Fishing) และมีการนำมาทำแล้วในหลายประเทศ เช่น การปลูกพืชควบคู่ไปกับการเลี้ยงปลา (Aquaponics) การทำฟาร์มแนวดิ่ง (Vertical Farming) เนื้อสัตว์เทียม (Memphis Meats) และการผลิตเนื้อสัตว์จากพืช (Plant-Based Meat) เป็นต้น</p>
<h2><strong><span style="color: #6cb742;">Circular Economy กับอุตสาหกรรมอาหารในประเทศไทย</span></strong></h2>
<p>สำหรับแนวทางการประยุกต์ <strong>Circular Economy</strong> มาใช้ใน<strong>อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม</strong>ในประเทศไทยนั้น นายมาร์ค ได้ยกตัวอย่างจากเวที World Economic Forum ที่มีนวัตกรรมเข้ามาเปลี่ยนแปลงการกระบวนการผลิตอาหารในภูมิภาคเอเชียแปซิกฟิก ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ในประเทศไทยได้ เช่น <strong>Safety Net</strong> เป็นนวัตกรรมอวนที่มีแสงสเปกตรัมเฉพาะที่ถูกออกแบบมาเพื่อดึงดูดประเภทปลาที่ผู้ประกอบการต้องการ ช่วยป้องกันปลาประเภทอื่นที่ไม่ต้องการติดอวนขึ้นมา</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/01/Marc-Buckley.jpg"><img decoding="async" class="alignnone wp-image-3910 size-full" src="http://greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/01/Marc-Buckley.jpg" alt="มาร์ค บัคลี่ย์ นำเทรนด์ปฏิวัติอุตสาหกรรมอาหาร รณรงค์เพื่อโลกยั่งยืน" width="900" height="601" data-id="3910" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/01/Marc-Buckley.jpg 900w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/01/Marc-Buckley-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/01/Marc-Buckley-768x513.jpg 768w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></a></p>
<p>“ปัญหาการประมงทุกวันนี้ คือ ชาวประมงใช้อวนตาถี่ที่ทำให้สัตว์น้ำทั้งที่ต้องการและไม่ต้องการติดอวนขึ้นมา และชาวประมงจะเลือกเฉพาะที่ตัวเองต้องการเท่านั้น และทิ้งสัตว์ทะเลชนิดอื่นที่ไม่ต้องการลงทะเล ซึ่งสัตว์เหล่านั้นก็จะตายโดยไม่ได้ถูกนำมาใช้ประโยชน์ แต่ <strong>Safety Net</strong> เป็นนวัตกรรมใหม่ที่ใช้สีที่เป็นสเปกตรัมต่างๆ โดยมีการศึกษากันว่าสปีชีส์ไหนมองเห็นแสงสีอะไร ก็ใช้แสงสีนั้นล่อให้มาติดอวนอีกด้านหนึ่ง ประเทศไทยเป็นประเทศที่ฝนตกชุก และมีอากาศชื้น ควรนำสิ่งเหล่านี้มาใช้ประโยชน์ได้ เช่น เก็บความชื้นในอากาศในเมืองมาแปรเป็นขั้นตอนหนึ่งในการผลิตเครื่องดื่มได้”</p>
<p>รวมถึงการเสนอแนวทางปฏิรูปกระบวนการผลิตอาหารในระดับโลก เพราะทุกวันนี้ในทุกๆ การผลิตอาหารและเครื่องดื่มจะมีของเหลือจากการผลิตมากถึง 1 ใน 3 ของเหล่านี้ถูกทิ้งไปโดยไม่ถูกกลับนำมาใช้ประโยชน์ และวิธีที่ผู้บริโภคทิ้งมี 3 ทางด้วยกันคือ ฝังกลบ เผา และทิ้งลงน้ำ ซึ่งนอกจากจะทำให้ผืนดินขาดออกซิเจน ก่อให้เกิดแก๊สมีเทนที่ทำให้เกิดความร้อนมากยิ่งกว่าแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์แล้ว ยังเท่ากับว่าโลกสูญเสียทั้ง 2 รูปแบบคือ ทรัพยากรธรรมชาติ และพลังงานของคนที่ผลิต/ทำการตลาดพลังงานที่ใช้ในการผลิตและขนส่ง</p>
<p>สุดท้ายมาร์ค ให้แง่คิดอย่างน่าสนใจว่า ทุกวันนี้ผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มส่วนใหญ่มักมีวิธีคิดเพื่อลดต้นทุนการผลิตให้ได้มากที่สุด แต่นั่นอาจหมายถึงการเข้าไปเพิ่มต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อมให้กับโลกหลายเท่า</p>
<p>“<em>ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การหากระบวนการผลิตที่ยั่งยืนซึ่งผมยอมรับว่ามันค่อนข้างมีความซับซ้อนและเป็นระบบซึ่งมีความสัมพันธ์กันอย่างแยกไม่ได้ แต่หากทุกคนหาเจอแล้ว นอกจากจะสร้างการพัฒนาอย่างยั่งยืน ยังช่วยลดต้นทุนการผลิตได้ด้วย พิสูจน์ได้จากผลิตภัณฑ์ที่บริษัทฯ ของผมได้ผลิตขึ้นมา พบว่าวิธีการผลิตเพื่อความยั่งยืนไม่ได้ใช้ต้นทุนมากเช่นในอดีต</em>”</p>
<hr>
<p><span style="text-decoration: underline;">ข้อมูล</span> : งานสัมมนา Global Business Dialogue 2018 : Innovating the Sustainable Future จัดโดย สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) ในหัวข้อ “Circular Economy: The Future of Food”</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c-%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/">มาร์ค บัคลี่ย์ นำเทรนด์ปฏิวัติอุตสาหกรรมอาหาร รณรงค์เพื่อโลกยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c-%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
