<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เป้าหมาย Net Zero | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2-net-zero/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Mon, 03 Nov 2025 02:40:14 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.1.4</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>เป้าหมาย Net Zero | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>บ้านปูเผยเฟสใหม่ของกลยุทธ์ Energy Symphonics มุ่งปลดล็อกมูลค่าและคว้าโอกาสการเติบโตของ AI</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/banpu-energy-symphonics/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 03 Nov 2025 02:40:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[เป้าหมาย Net Zero]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=41679</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลาย เปิดเผยถึงเฟสใหม่ของกลยุทธ์ Energy Symphonics ด้วยการปรับโครงสร้างกลุ่มธุรกิจเพื่อปลดล็อกมูลค่าในระยะยาวและคว้าโอกาสเติบโตจากการใช้ AI ที่เพิ่มสูงขึ้น การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ช่วยเสริมความคล่องตัวในการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายองค์กรภายในปี 2030 สะท้อนถึงการตอบสนองเชิงรุกของบ้านปูต่อภูมิทัศน์พลังงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง จากความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นอย่างมากเพื่อรองรับโครงสร้างพื้นายสินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) นฐานดิจิทัล และการมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero สำหรับความเคลื่อนไหวที่สำคัญในโครงสร้างของกลุ่มบริษัทครั้งนี้ บ้านปูกำลังเร่งผลักดันการเติบโตของกลุ่มธุรกิจที่เป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตหลัก ได้แก่ ธุรกิจก๊าซธรรมชาติและธุรกิจไฟฟ้า&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/banpu-energy-symphonics/">บ้านปูเผยเฟสใหม่ของกลยุทธ์ Energy Symphonics มุ่งปลดล็อกมูลค่าและคว้าโอกาสการเติบโตของ AI</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลาย เปิดเผยถึงเฟสใหม่ของกลยุทธ์ Energy Symphonics ด้วยการปรับโครงสร้างกลุ่มธุรกิจเพื่อปลดล็อกมูลค่าในระยะยาวและคว้าโอกาสเติบโตจากการใช้ AI ที่เพิ่มสูงขึ้น การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ช่วยเสริมความคล่องตัวในการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายองค์กรภายในปี 2030 สะท้อนถึงการตอบสนองเชิงรุกของบ้านปูต่อภูมิทัศน์พลังงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง จากความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นอย่างมากเพื่อรองรับโครงสร้างพื้นายสินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) นฐานดิจิทัล และการมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero</strong><span id="more-41679"></span></p>
<p>สำหรับความเคลื่อนไหวที่สำคัญในโครงสร้างของกลุ่มบริษัทครั้งนี้ บ้านปูกำลังเร่งผลักดันการเติบโตของกลุ่มธุรกิจที่เป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตหลัก ได้แก่ ธุรกิจก๊าซธรรมชาติและธุรกิจไฟฟ้า โดยการรวมสินทรัพย์ด้านโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ ไว้ภายใต้ BKV ซึ่งจะเป็นธุรกิจหลักที่สามารถปลดล็อกกลยุทธ์ก๊าซธรรมชาติครบวงจรในสหรัฐฯ ได้เต็มศักยภาพ ซึ่งครอบคลุมการผลิตก๊าซธรรมชาติ การดักจับคาร์บอน และการผลิตไฟฟ้า การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่เพียงแต่เสริมความแข็งแกร่งให้กับห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจก๊าซ แต่ยังช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจไฟฟ้าที่เพิ่มเข้ามาใหม่อีกด้วย ในขณะเดียวกัน ธุรกิจไฟฟ้าของบ้านปู ภายใต้ BPP จะถูกยกระดับเป็น Power+ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มธุรกิจไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ที่รวมการผลิตไฟฟ้าแบบดั้งเดิมและพลังงานใหม่ไว้ภายใต้เสาหลักธุรกิจนี้ ขณะที่การลงทุนในเทคโนโลยีเกิดใหม่และ โซลูชันดิจิทัลด้านพลังงานจะได้รับการบริหารจัดการภายใต้เสาหลักธุรกิจที่ชื่อว่า Future Tech ซึ่งครอบคลุมถึงธุรกิจ ใหม่ ๆ ที่มีโอกาสเติบโตที่เกี่ยวเนื่องกับ Data Center และเทคโนโลยีพลังงานที่สามารถสร้างพลังร่วมระหว่างกันได้</p>
<p>โครงสร้างใหม่นี้สร้างคุณค่าให้กับบ้านปูใน 3 มิติ อย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ ด้านโครงสร้าง ทำให้แต่ละธุรกิจหลักของกลุ่มมีความชัดเจน โดยมีการกำกับดูแลกิจการที่มีประสิทธิภาพเป็นกลไกสนับสนุน ด้านกลยุทธ์ สร้างโอกาสในการเติบโตและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารสินทรัพย์ ซึ่งเป็นตัวเร่งการเติบโตและการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของบ้านปู และด้านการเงิน ช่วยสะท้อนมูลค่าที่แท้จริงของสินทรัพย์ในตลาด และยังสร้างความแข็งแกร่งให้กับสถานะทางการเงินของบริษัทฯ ที่จะส่งผลให้บ้านปูอยู่ในจุดที่แข็งแกร่งในระยะยาว พร้อมรับกับโอกาสใหม่ ๆ</p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41681" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/banpu-energy-symphonics-02.jpg" alt="สินนท์ ว่องกุศลกิจ" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/banpu-energy-symphonics-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/banpu-energy-symphonics-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/banpu-energy-symphonics-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/banpu-energy-symphonics-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายสินนท์ ว่องกุศลกิจ</strong></span> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่า “แผนงานในครั้งนี้ช่วยให้เราสามารถจัดสรรเงินทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และทำให้เกิดแนวดำเนินกลยุทธ์ที่สอดคล้องกันระหว่าง 4 กลุ่มธุรกิจหลักที่ปรับขึ้นใหม่ ได้แก่ Next-Gen Mining (เหมืองยุคใหม่) U.S. Closed-Loop Gas (ก๊าซธรรมชาติครบวงจรในสหรัฐฯ) Power+ (ไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง) และ Future Tech (เทคโนโลยีแห่งอนาคต) เราเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะเปิดโอกาสใหม่ ๆ ที่น่าตื่นเต้น สอดรับกับแนวโน้มพลังงานของโลกและกระแสการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ เช่น ความต้องการ Data Center ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ตลอดจนความต้องการพลังงานที่มีความเสถียรที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถสร้างผลตอบแทนที่แข็งแกร่งและยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้นของเราได้”ในการสร้างความคล่องตัวและทำให้โครงสร้างของกลุ่มบ้านปูแข็งแกร่ง การปรับโครงสร้างดังกล่าวประกอบด้วย</p>
<p>การควบรวมกิจการระหว่างบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) และบริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) (BPP) จะเป็นไปตามกระบวนการควบบริษัทและจัดตั้ง “บริษัทใหม่” หรือ “NewCo” โดยจะมีการจัดสรรหุ้นของบริษัทใหม่ให้แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ และ BPP ในอัตราส่วนการแลกหุ้น (Swap Ratio) เบื้องต้น คือ 1 หุ้นเดิมในบริษัทฯ ต่อ 0.35575 หุ้นในบริษัทใหม่ และ 1 หุ้นเดิมใน BPP ต่อ 0.74615 หุ้นในบริษัทใหม่ และบริษัทฯ และ BPP ได้แต่งตั้งที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ (IFA) เพื่อให้ความเห็นในเรื่องความสมเหตุสมผลของรายการ ซึ่งบริษัทใหม่คาดว่าจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในไตรมาสที่ 3 ของปี 2569 การควบรวมนี้มีเป้าหมายเพื่อปรับโครงสร้างสินทรัพย์ของ BPP ให้มีกลยุทธ์ที่คมชัดมากขึ้น ลดความซับซ้อนของโครงสร้างการถือหุ้นบริษัทภายในกลุ่ม ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความคล่องตัว ความยืดหยุ่นเชิงกลยุทธ์ และความรวดเร็วในการตัดสินใจ เพื่อปลดล็อกคุณค่าจากทั้งโอกาสใหม่และทรัพย์สินที่มีอยู่</p>
<p>การรวมสินทรัพย์โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ เป็นการรวมการถือหุ้นส่วนใหญ่ จำนวนร้อยละ 75 ในธุรกิจโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ ขนาดกำลังผลิต 1.5 กิกะวัตต์ ไว้ภายใต้บริษัท BKV Corporation (BKV) ซึ่งเป็นบริษัทลูกของบ้านปูที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) โดย BPP อยู่ระหว่างการเตรียมขายสิทธิการลงทุน (Membership Interests) ร้อยละ 25 ในกิจการร่วมค้า BKV-BPP Power LLC (BKV-BPP) ให้แก่ BKV ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 230.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เทียบเท่าประมาณ 7,512 ล้านบาท) อย่างไรก็ตาม BPP ยังคงถือหุ้นร้อยละ 25 ในกิจการร่วมค้าดังกล่าว เพื่อสร้างโอกาสการเติบโตในธุรกิจโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในอนาคต โดยธุรกรรมนี้คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาสแรกของปี 2569 และจะดำเนินการชำระค่าตอบแทนจากการจำหน่ายสิทธิการลงทุนในรูปแบบของเงินสดจำนวนร้อยละ 50 และหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ BKV คิดเป็นร้อยละ 50 ของมูลค่ารวม</p>
<p>แผนการปรับโครงสร้างครั้งนี้ช่วยให้เกิดการจัดระเบียบกลุ่มธุรกิจหลักภายใต้กลยุทธ์ &#8216;Energy Symphonics&#8217; ใหม่เป็น 4 เสาธุรกิจ ได้แก่ Next-Gen Mining (เหมืองยุคใหม่) ยกระดับการทำเหมืองด้วยเทคโนโลยี AI และเปลี่ยนผ่านสู่การผลิตแร่แห่งอนาคต ที่จำเป็นต่อการเปลี่ยนผ่านพลังงาน US Closed-Loop Gas (ก๊าซธรรมชาติครบวงจรในสหรัฐฯ) ที่รวมสินทรัพย์ด้านพลังงานก๊าซในสหรัฐฯ ให้อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ BKV Power+ (ไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง) ขับเคลื่อนธุรกิจพลังงานหมุนเวียน ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) การซื้อขายพลังงาน โรงไฟฟ้าถ่านหิน และโครงสร้างพื้นฐานของก๊าซธรรมชาติ และ Future Tech (เทคโนโลยีแห่งอนาคต) มุ่งเน้นเทคโนโลยีพลังงานที่เชื่อมโยงกับศูนย์ข้อมูล (Data Centers) และนวัตกรรมด้านพลังงาน</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41682" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/banpu-energy-symphonics-03.jpg" alt="อิศรา นิโรภาส" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/banpu-energy-symphonics-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/banpu-energy-symphonics-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/banpu-energy-symphonics-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/banpu-energy-symphonics-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายอิศรา นิโรภาส</strong></span> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวเพิ่มเติมว่า “การควบรวมครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยน BPP จากผู้ผลิตไฟฟ้าระดับภูมิภาค สู่แพลตฟอร์มหลักในการขับเคลื่อนการเติบโตในกลุ่มบ้านปู ประกอบกับการขายสิทธิการลงทุนบางส่วนจำนวนร้อยละ 25 ใน BKV-BPP ก็จะช่วยปลดล็อกเงินทุนที่สามารถนำไปใช้ในการลดภาระหนี้หรือการลงทุนใหม่ในโอกาสการเติบโตใหม่ ๆ ได้ ทั้งยังรักษาตำแหน่งเชิงกลยุทธ์ในตลาดสหรัฐฯ เพื่อเปิดรับการเติบโตในระยะยาวในระดับภูมิภาค ทั้งนี้ ด้วยบทบาทของเราในฐานะเสาธุรกิจหลัก ‘Power+ (เพาเวอร์ พลัส)’ จะเปิดโอกาสให้เราเข้าถึงห่วงโซ่คุณค่าพลังงานแบบครบวงจรของกลุ่มบ้านปู เพิ่มความคล่องตัวทางการเงิน และขยายโอกาสในการเข้าถึงเงินทุนสำหรับการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าสูง ซึ่งจะช่วยปลดล็อกคุณค่าที่แท้จริงของสินทรัพย์ที่สะท้อนในตลาดได้อย่างดียิ่งขึ้น พร้อมทั้งเสริมสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุน และเพิ่มสภาพคล่องของหุ้น”</p>
<p>แผนเชิงกลยุทธ์นี้สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของบ้านปูไปสู่ธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยมีเป้าหมายที่ชัดเจนและสามารถวัดผลได้ ทั้งนี้ ภายในปี 2030 บริษัทฯ ตั้งเป้าเพิ่ม EBITDA เป็น 1.5 เท่า ลดสัดส่วนรายได้หรือ EBITDA ที่มาจากธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับถ่านหินให้ต่ำกว่าร้อยละ 50 และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกใน Scope 1 และ 2 มากกว่าร้อยละ 20 สำหรับเป้าหมายระยะยาว บ้านปูยังคงมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050 ภายใต้พันธสัญญา “Our Way in Energy” หรือ “พลังบ้านปู สู่พลังงานที่ยั่งยืน” โดยมุ่งเน้นการสร้างคุณค่าในระยะยาวให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม ผ่านการเติบโตอย่างรับผิดชอบ การเปลี่ยนผ่านอย่างยั่งยืน และโซลูชันพลังงานที่พร้อมรับมือกับโลกอนาคต</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/banpu-energy-symphonics/">บ้านปูเผยเฟสใหม่ของกลยุทธ์ Energy Symphonics มุ่งปลดล็อกมูลค่าและคว้าโอกาสการเติบโตของ AI</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เนสท์เล่ ประเทศไทย ประกาศความคืบหน้าด้านความยั่งยืนปี 2025 มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 พร้อมเปิดตัวแคมเปญ “เล็กน้อยเปลี่ยนโลกได้” สร้างแรงบันดาลใจให้คนไทยร่วมดูแลโลก</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/nestle-net-zero-2050/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/nestle-net-zero-2050/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 14 Mar 2025 01:45:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เนสท์เล่ ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เป้าหมาย Net Zero]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=38358</guid>

					<description><![CDATA[<p>สานต่อกลยุทธ์ขับเคลื่อนสิ่งดี ๆ เพื่อผู้บริโภค และเพื่อโลกของเรา สร้างความยั่งยืนแก่สังคมไทยอย่างเป็นรูปธรรม เนสท์เล่ ประเทศไทย ประกาศความคืบหน้าด้านความยั่งยืนในปี 2025 ตามแผนงาน Net Zero หรือการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี 2050 สานต่อกลยุทธ์ขับเคลื่อนสิ่งดี ๆ เพื่อผู้บริโภค (Good for You) และขับเคลื่อนสิ่งดี ๆ เพื่อโลกของเรา (Good for the Planet) มุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่อร่อยและมีคุณค่าทางโภชนาการ ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในทุกขั้นตอน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/nestle-net-zero-2050/">เนสท์เล่ ประเทศไทย ประกาศความคืบหน้าด้านความยั่งยืนปี 2025 มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 พร้อมเปิดตัวแคมเปญ “เล็กน้อยเปลี่ยนโลกได้” สร้างแรงบันดาลใจให้คนไทยร่วมดูแลโลก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><em><strong>สานต่อกลยุทธ์ขับเคลื่อนสิ่งดี ๆ เพื่อผู้บริโภค และเพื่อโลกของเรา สร้างความยั่งยืนแก่สังคมไทยอย่างเป็นรูปธรรม</strong></em></p>
<p><strong>เนสท์เล่ ประเทศไทย ประกาศความคืบหน้าด้านความยั่งยืนในปี 2025 ตามแผนงาน Net Zero หรือการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี 2050 สานต่อกลยุทธ์ขับเคลื่อนสิ่งดี ๆ เพื่อผู้บริโภค (Good for You) และขับเคลื่อนสิ่งดี ๆ เพื่อโลกของเรา (Good for the Planet) มุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่อร่อยและมีคุณค่าทางโภชนาการ ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในทุกขั้นตอน จากฟาร์มจนถึงมือผู้บริโภค พร้อมเปิดตัวแคมเปญ “เล็กน้อยเปลี่ยนโลกได้” เป็นปีที่ 4 มุ่งสร้างแรงบันดาลใจให้คนไทยปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์คนละเล็กละน้อย เพื่อรวมพลังสร้างการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายให้โลกน่าอยู่ยิ่งขึ้น</strong></p>
<p><span id="more-38358"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38361" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/Nestle-Net-Zero-2050-02.jpg" alt="นายวิคเตอร์ เซียห์" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/Nestle-Net-Zero-2050-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/Nestle-Net-Zero-2050-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/Nestle-Net-Zero-2050-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/Nestle-Net-Zero-2050-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">นายวิคเตอร์ เซียห์</span></strong> <strong>ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เนสท์เล่ อินโดไชน่า</strong> กล่าวว่า “ในฐานะบริษัทอาหารและเครื่องดื่มชั้นนำระดับโลก เนสท์เล่เชื่อมั่นในการมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาฟื้นฟูระบบอาหารและสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีให้แก่เกษตรกร ชุมชน และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคด้วยผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มที่มีคุณภาพ รสชาติอร่อยและมีคุณค่าทางโภชนาการ จากแหล่งผลิตที่ยั่งยืน โดย เนสท์เล่ ประเทศไทย ได้ดำเนินงานตามสองกลยุทธ์หลักที่สอดคล้องกับแนวทางดังกล่าว คือ ขับเคลื่อนสิ่งดี ๆ เพื่อผู้บริโภค (Good for You) และขับเคลื่อนสิ่งดี ๆ เพื่อโลกของเรา (Good for the Planet) ที่มุ่งสู่ Net Zero หรือการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 ซึ่งในปี 2025 นี้ เนสท์เล่ ประเทศไทย มีความคืบหน้าด้านการขับเคลื่อนความยั่งยืนในทุกมิติอย่างต่อเนื่อง”</p>
<p>เนสท์เล่ ประเทศไทยเผยความสำเร็จภายใต้กลยุทธ์ขับเคลื่อนสิ่งดีๆ เพื่อผู้บริโภค “Good for You” ภายใต้กลยุทธ์ &#8220;Good for You&#8221; เนสท์เล่ ประเทศไทย ประสบความสำเร็จในการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ได้รับสัญลักษณ์ &#8220;ทางเลือกสุขภาพ&#8221; ในปริมาณมากกว่า 4,600 ล้านหน่วยบริโภคในปี 2024 โดยมีผลิตภัณฑ์ 115 รายการที่ได้รับสัญลักษณ์โภชนาการ &#8220;ทางเลือกสุขภาพ&#8221; สูงสุดในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มในประเทศไทย นอกจากนี้ ยังส่งมอบอาหารและเครื่องดื่มที่เสริมแร่ธาตุและวิตามิน จำนวน 3,400 ล้านหน่วยบริโภคในปี 2024 ด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์ด้านโภชนาการเฉพาะกลุ่มครอบคลุมตั้งแต่ทารก เด็กเล็ก ไปจนถึงผู้ใหญ่ เพื่อช่วยต่อสู้กับภาวะทุพโภชนาการและเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการให้กับคนไทย</p>
<p>นอกจากพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพของคนไทยแล้ว เนสท์เล่ ยังเน้นการส่งเสริม “การกินอยู่อย่างสมดุล” มุ่งให้ความรู้ด้านสุขภาพ โภชนาการ และคุณภาพชีวิตที่ดีแก่คนไทยกว่า 5.48 ล้านคนตลอดเวลากว่า 16 ปี ผ่านโครงการเนสท์เล่ คาราวานครอบครัวแข็งแรง และโครงการภารกิจพิชิตสุขภาพดี</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38362" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/Nestle-Net-Zero-2050-03.jpg" alt="เนสท์เล่ ประเทศไทย" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/Nestle-Net-Zero-2050-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/Nestle-Net-Zero-2050-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/Nestle-Net-Zero-2050-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/Nestle-Net-Zero-2050-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<h3>เปิดความคืบหน้าด้านความยั่งยืนในปี 2025 ตามแผนงานสู่เป้าหมาย Net Zero 2050</h3>
<p>สำหรับกลยุทธ์ Good for the Planet เนสท์เล่ได้มุ่งมั่นที่จะทำให้ผลิตภัณฑ์และการดำเนินงานของเรามีความยั่งยืน ตั้งแต่ฟาร์มไปสู่มือผู้บริโภค เพื่อพัฒนาและฟื้นฟูระบบอาหารอย่างยั่งยืนในวงกว้าง โดยในปี 2021 เนสท์เล่ ประเทศไทย ได้เปิดเแผนการดำเนินงานด้านความยั่งยืนสู่เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิจนเหลือศูนย์ภายในปี 2050 (Nestlé Thailand Net Zero 2050 Roadmap) และมีความคืบหน้าในปี 2025 ตามแผนงานใน 4 มิติ ดังนี้</p>
<p><strong>1. จัดหาวัตถุดิบอย่างยั่งยืน</strong><br />
เนสท์เล่ ประเทศไทย ใช้เมล็ดกาแฟและน้ำนมดิบที่ได้ผ่านการรับรองมาตรฐานการจัดหาวัตถุดิบอย่างมีความรับผิดชอบ 100% นอกจากนี้ 20% ของเมล็ดกาแฟสดที่ใช้มาจากการเพาะปลูกด้วยการเกษตรเชิงฟื้นฟู หรือ Regenerative Agriculture ส่วนน้ำนมดิบ เนสท์เล่ ประเทศไทย จะสามารถจัดหาน้ำนมดิบจากการเกษตรเชิงฟื้นฟูให้ถึง 20% ภายในสิ้นปี 2025</p>
<p>แผนงานต่อไป เนสท์เล่ ประเทศไทย จะมุ่งส่งเสริมการปลูกกาแฟและการเลี้ยงโคนมตามหลักการเกษตรเชิงฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง และจะขยายพื้นที่การเพาะปลูกกาแฟโรบัสต้าสู่จังหวัดอื่น ๆ เช่น จังหวัดตากและจังหวัดเลย นอกจากนี้ เนสท์เล่ จะสนับสนุนเกษตรกรโคนมในการพัฒนาคุณภาพน้ำนมและลดต้นทุน ด้วยการจัดหาแหล่งหญ้าอาหารสัตว์มาป้อนฟาร์มโคนม พร้อมขยายการทำลานปูนสำหรับตากมูลโค และส่งเสริมการนำมูลโคบางส่วนไปเลี้ยงไส้เดือนเป็นปุ๋ยคุณภาพสูง สร้างรายได้ที่สูงขึ้นให้เกษตรกร</p>
<p><strong>2. ดูแลและจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน</strong><br />
โรงงานผลิตน้ำดื่มทั้ง 2 แห่งของเนสท์เล่ที่ จ.พระนครศรีอยุธยาและสุราษฎร์ธานี จะสามารถชดเชยน้ำกลับคืนสู่ธรรมชาติและชุมชน ในปริมาณเท่ากับที่เราใช้ในการดำเนินธุรกิจน้ำดื่มทั้งหมด 100% ภายในสิ้นปี 2025 นี้ โดยคิดเป็นปริมาณมากกว่า 1ล้านลูกบาศก์เมตร ผ่านการดำเนินโครงการเนสท์เล่ น้ำรักษ์น้ำ ในทั้ง 2 จังหวัด อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ โรงงานผลิตน้ำดื่มของเนสท์เล่ ได้รับมาตรฐานการจัดการน้ำอย่างยั่งยืนจาก Alliance for Water Stewardship (AWS) ซึ่งเป็นองค์กรพันธมิตรด้านการจัดการและดูแลทรัพยากรน้ำระดับโลก</p>
<p>สำหรับก้าวต่อไป เนสท์เล่จะมุ่งผลักดันการฟื้นฟูระบบนิเวศ และเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพให้กับพื้นที่โดยรอบคลองขนมจีน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และหนองทุ่งทองในจังหวัดสุราษฎร์ธานี และยกระดับการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนในการพิทักษ์สายน้ำให้คงอยู่กับเราอย่างยั่งยืน ผ่านการเรียนรู้ ปกป้อง และฟื้นฟู</p>
<p><strong>3. ความยั่งยืนด้านบรรจุภัณฑ์</strong><br />
เนสท์เล่ ประเทศไทย ได้ดำเนินงานอย่างต่อเนื่องในการสร้างความยั่งยืนด้านบรรจุภัณฑ์ และได้เน้นการขับเคลื่อน 3 ด้าน ได้แก่ ลดการใช้พลาสติกผลิตใหม่ (Virgin Plastic Reduction) ด้วยการเปลี่ยนไปใช้พลาสติกรีไซเคิล หรือ rPET ในขวดน้ำดื่มมิเนเร่และเนสท์เล่ เพียวไลฟ์ รวมทั้งการใช้ฟิล์มหุ้มบรรจุภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ rPE เพื่อเดินหน้าสู่การลดการใช้พลาสติกผลิตใหม่ลง 1 ใน 3 ออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้รีไซเคิลได้ (Designed for Recycling) ได้แก่ ซองบรรจุภัณฑ์แบบ Mono Structure ที่ผลิตจากพลาสติกประเภทเดียวกัน กระป๋องอะลูมิเนียม สำหรับเนสกาแฟกระป๋องพร้อมดื่ม รีไซเคิลได้ 100% และส่งเสริมระบบการจัดการขยะเพื่อการรีไซเคิล (System for Recycling) ผ่านโครงการต่างๆ อาทิ แคมเปญ &#8220;BOTTLE MADE FROM BOTTLES&#8221; จากมิเนเร่ โครงการ &#8220;Careton กล่องนมรักษ์โลก&#8221; จากไมโล รวมทั้งการเข้าร่วม &#8220;PRO-Thailand Network&#8221; เพื่อขับเคลื่อนการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืนตามหลัก EPR และความร่วมมือกับเวสท์บาย เดลิเวอรี่ในการส่งเสริมให้คนในชุมชนนำขยะมาขายแลกเปลี่ยนเป็นเงิน ซึ่งเนสท์เล่ ประเทศไทย จะมุ่งสานต่อการดำเนินงานเพื่อความยั่งยืนด้านบรรจุภัณฑ์ใน 3 ด้านนี้อย่างต่อเนื่อง</p>
<p><strong>4. ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก</strong><br />
ภายใต้แผนงาน Net Zero เนสท์เล่ ประเทศไทย สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 20% แล้วเมื่อเทียบกับปี 2018 และโรงงานทั้งหมดของเนสท์เล่ทั้ง 8 แห่งกำลังใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน 100% รวมถึงศูนย์กระจายสินค้าด้วย ซึ่งความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากการดำเนินงานในหลายมิติร่วมกันตลอดห่วงโซ่คุณค่าตั้งแต่ต้นจนจบ</p>
<p>ก้าวต่อไป เนสท์เล่ ประเทศไทย จะยังคงเลือกใช้เทคโนโลยีการผลิตใหม่ ๆ ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยลดการใช้พลังงาน ลดการปล่อยคาร์บอน เดินหน้าสู่เป้าหมายต่อไป คือการลดการปล่อยคาร์บอน 50% ภายในปี 2030</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38363" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/Nestle-Net-Zero-2050-04.jpg" alt="แคมเปญ “เล็กน้อยเปลี่ยนโลกได้”" width="740" height="416" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/Nestle-Net-Zero-2050-04.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/Nestle-Net-Zero-2050-04-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/Nestle-Net-Zero-2050-04-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/Nestle-Net-Zero-2050-04-500x281.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<h3>เดินหน้าสานต่อแคมเปญ “เล็กน้อยเปลี่ยนโลกได้” สร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน</h3>
<p>จากการสำรวจ Kantar’s Sustainability Sector Index 2023 พบว่า คนไทยให้ความสำคัญกับการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ตามด้วยการส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี และการบริโภคและการผลิตอย่างรับผิดชอบ โดยผู้บริโภคไทย 76% ให้ความสนใจกับปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ยังมีช่องว่างระหว่างค่านิยมและการกระทำจริง แม้ว่า ผู้บริโภค 91% อยากใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน แต่มีเพียง 42% ที่มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมจริงจัง เนื่องจากผู้บริโภคไม่ต้องการหรือไม่สามารถประนีประนอมเรื่องเวลา งบประมาณ รสชาติ คุณภาพ และความเพลิดเพลินจากผลิตภัณฑ์ ให้กับความยั่งยืนเพียงอย่างเดียวได้</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38364" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/Nestle-Net-Zero-2050-05.jpg" alt="นางสาวเจนิกา คอนเด ครูซ" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/Nestle-Net-Zero-2050-05.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/Nestle-Net-Zero-2050-05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/Nestle-Net-Zero-2050-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/Nestle-Net-Zero-2050-05-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นางสาวเจนิกา คอนเด ครูซ</strong></span> หั<strong>วหน้าฝ่ายนวัตกรรมองค์กรและความยั่งยืน บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด</strong> เปิดเผยว่า “นอกจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์และมุ่งมั่นดำเนินงานอย่างยั่งยืนแล้ว เนสท์เล่ยังให้ความสำคัญในการส่งเสริมให้ผู้บริโภคใช้ชีวิตอย่างยั่งยืนมากขึ้น ด้วยการสานต่อแคมเปญการสื่อสารครบวงจร “ Every Little Act Matters เล็กน้อยเปลี่ยนโลกได้” เป็นปีที่ 4 เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้คนไทยทำสิ่งเล็กน้อย ง่ายๆ ในชีวิตประจำวัน เพื่อการมีส่วนร่วมในการดูแลและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม และสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นเพื่อโลกของเราอย่างต่อเนื่อง”</p>
<p>“แนวคิดหลักของแคมเปญในปีนี้มาจากอินไซต์ผู้บริโภคที่พบว่าทุกคนต้องการสร้างการเปลี่ยนแปลง แต่บางครั้งเรายังสงสัยว่า คน ๆ เดียว หรือการกระทำเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเราจะมีความหมายหรือไม่ เนสท์เล่จึงมุ่งทำให้ทุกคนมั่นใจว่า การทำสิ่งเล็กน้อย ง่าย ๆ ในทุกวัน สามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายได้ เมื่อทุกคนร่วมมือกัน โดยเนสท์เล่ จะลงทุนในการสื่อสารครบวงจรเพื่อให้เข้าถึงคนไทยมากกว่า 20 ล้านคนทั่วประเทศ”</p>
<p><strong>นายวิคเตอร์ เซียห์</strong> กล่าวทิ้งท้ายว่า “เนสท์เล่ ประเทศไทยจะยังคงดำเนินงานด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายต่อไปในปี 2030 ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิ 50% และก้าวสู่เป้าหมาย Net Zero ในปี 2050 ให้สำเร็จ การดำเนินงานด้านความยั่งยืนของเราทั้งหมด จะช่วยสร้างคุณค่าร่วมกับผู้คน ชุมชนและโลกของเราให้เติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกัน และขับเคลื่อนตามหลักการ ESG ด้วยการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลที่ดี ตามที่เราได้ยึดมั่นมาตลอดการดำเนินงานในประเทศไทยมากกว่า 130 ปี ตามเจตนารมณ์ในการ “เปิดพลังแห่งอาหารเพื่อเพิ่มพูนคุณภาพชีวิตที่ดี เพื่อทุกคนในวันนี้และในอนาคต”</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/nestle-net-zero-2050/">เนสท์เล่ ประเทศไทย ประกาศความคืบหน้าด้านความยั่งยืนปี 2025 มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 พร้อมเปิดตัวแคมเปญ “เล็กน้อยเปลี่ยนโลกได้” สร้างแรงบันดาลใจให้คนไทยร่วมดูแลโลก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/nestle-net-zero-2050/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กลุ่มมิตรผล ก้าวสู่ผู้นำด้านความยั่งยืนอันดับ 1 ของโลก จัดอันดับโดย S&#038;P Global พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมาย Net Zero ส่งต่อความยั่งยืนจากภาคเกษตรสู่สังคมและสิ่งแวดล้อม</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/mitr-phol-group-sp-global-net-zero/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/mitr-phol-group-sp-global-net-zero/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 26 Mar 2024 06:31:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[S&P Global]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มมิตรผล]]></category>
		<category><![CDATA[เป้าหมาย Net Zero]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=33025</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพมหานคร, 25 มีนาคม 2567 – กลุ่มมิตรผล ก้าวสู่ผู้นำด้านความยั่งยืนอันดับ 1 ของโลก เป็น Industry Leader ในกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหาร จากผลการประเมินด้านความยั่งยืนขององค์กร หรือ S&#38;P Global Corporate Sustainability Assessment (CSA) Score 2023 ซึ่งมีกว่า 9,400 บริษัททั่วโลกเข้ารับการประเมินใน 62 อุตสาหกรรม นอกจากนี้กลุ่มมิตรผลยังได้รับคัดเลือกให้เป็นสมาชิกในรายงานความยั่งยืน “The&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/mitr-phol-group-sp-global-net-zero/">กลุ่มมิตรผล ก้าวสู่ผู้นำด้านความยั่งยืนอันดับ 1 ของโลก จัดอันดับโดย S&P Global พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมาย Net Zero ส่งต่อความยั่งยืนจากภาคเกษตรสู่สังคมและสิ่งแวดล้อม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กรุงเทพมหานคร, 25 มีนาคม 2567 – <strong>กลุ่มมิตรผล ก้าวสู่ผู้นำด้านความยั่งยืนอันดับ 1 ของโลก เป็น Industry Leader ในกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหาร จากผลการประเมินด้านความยั่งยืนขององค์กร หรือ S&amp;P Global Corporate Sustainability Assessment (CSA) Score 2023 ซึ่งมีกว่า 9,400 บริษัททั่วโลกเข้ารับการประเมินใน 62 อุตสาหกรรม นอกจากนี้กลุ่มมิตรผลยังได้รับคัดเลือกให้เป็นสมาชิกในรายงานความยั่งยืน “The Sustainability Yearbook Member 2024” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ตอกย้ำความมุ่งมั่นสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืนควบคู่กับการดำเนินธุรกิจ จนทำให้ได้รับผลการประเมินสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการกำหนดเป้าหมายและสร้างผลลัพธ์การพัฒนาที่ยั่งยืนจากภาคเกษตรไทยให้กับเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม พร้อมเดินหน้าปักหมุดสู่การเป็นองค์กรที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ในปี 2050</strong></p>
<p><span id="more-33025"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-33026" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/mitr-phol-group.jpg" alt="บรรเทิง ว่องกุศลกิจ" width="450" height="675" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/mitr-phol-group.jpg 450w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/mitr-phol-group-200x300.jpg 200w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/mitr-phol-group-150x225.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/mitr-phol-group-333x500.jpg 333w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายบรรเทิง ว่องกุศลกิจ</strong></span> <strong>ประธานกรรมการ กลุ่มมิตรผล</strong> กล่าวว่า “การพัฒนาเพื่อความยั่งยืนเป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจของกลุ่มมิตรผลที่เราให้ความสำคัญและลงมือปฏิบัติจริงมาโดยตลอด ซึ่งจากการที่กลุ่มมิตรผลเติบโตมาจากภาคเกษตร ทำให้เราตระหนักเป็นอย่างดีว่าภาคอุตสาหกรรมนี้มีความเกี่ยวข้องกับผู้คนจำนวนมาก ตั้งแต่ต้นทางของวัตถุดิบการเกษตร จนถึงผู้บริโภค เราจึงใช้แนวคิด “ร่วมอยู่ ร่วมเจริญ (Grow Together)” ในการดำเนินธุรกิจมาตั้งแต่แรก และปรับปรุงให้เข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป พร้อมยกระดับให้เทียบเท่ามาตรฐานโลกในหลากหลายมิติด้วยการใช้ความรู้ด้านการวิจัย เทคโนโลยีดิจิตอล และนวัตกรรมสมัยใหม่เข้ามาช่วยบริหารจัดการ โดยเฉพาะมาตรฐานด้านความยั่งยืนระดับโลกที่กลุ่มมิตรผลได้เข้าร่วมการประเมินความยั่งยืนขององค์กร (CSA) ซึ่งเป็นเกณฑ์การประเมินแบบเดียวกับบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ ที่มีการประเมินผล Dow Jones Sustainability Indices (DJSI) โดย S&amp;P Global เช่นเดียวกัน ซึ่งจากการเข้าร่วมการประเมิน ทำให้เราเห็นโอกาสในการพัฒนาและยกระดับมาตรฐานในมิติต่างๆ ให้ดียิ่งขึ้น จนสามารถพัฒนาอันดับได้ดีขึ้นเรื่อยๆ จากอันดับ 17 ในการเข้าร่วมการประเมินครั้งแรกเมื่อ 6 ปีก่อน จนได้รับอันดับ 2 ในปีที่แล้ว และอันดับ 1 ในปีนี้ โดยแนวคิดเบื้องหลังการพัฒนางานด้านความยั่งยืนทั้งหมดนี้คือความเชื่อที่ว่าเราไม่สามารถเติบโตบนโลกนี้ได้เพียงลำพัง เราจึงอยากเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนผ่านการพัฒนาภาคเกษตรไทยให้เป็นแหล่งผลิตอาหารและพลังงานทดแทนที่มั่นคง รวมถึงโอกาสในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมชีวภาพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ที่จะช่วยสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับสังคมต่อไป”</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-33028" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/MPG-Key-Visual_World-No.1-SD-by-SP-Global_TH.jpg" alt="กลุ่มมิตรผล ก้าวสู่ผู้นำด้านความยั่งยืนอันดับ 1 ของโลก จัดอันดับโดย S&amp;P Global" width="680" height="1020" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/MPG-Key-Visual_World-No.1-SD-by-SP-Global_TH.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/MPG-Key-Visual_World-No.1-SD-by-SP-Global_TH-200x300.jpg 200w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/MPG-Key-Visual_World-No.1-SD-by-SP-Global_TH-150x225.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/MPG-Key-Visual_World-No.1-SD-by-SP-Global_TH-333x500.jpg 333w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p>สำหรับการประเมิน S&amp;P Global ในปีนี้ กลุ่มมิตรผลได้คะแนนรวมสูงสุดเป็นอันดับ 1 (Top 1%) และยังทำคะแนนสูงสุดเป็นอันดับ 1 ในมิติสิ่งแวดล้อมและสังคม สำหรับการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม กลุ่มมิตรผลมีความโดดเด่นจากการดำเนินงานเพื่อลดภาวะโลกร้อน หรือ Climate Actions ที่ได้กำหนดเป้าหมายมุ่งสู่องค์กรที่มีการปล่อย ก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ หรือ Net Zero ในปี 2050 และได้มีการยื่นการดำเนินงานอย่างเป็นทางการกับ Science Based Targets initiative (SBTi) ซึ่งเป็นองค์กรระหว่างประเทศที่กำกับการดำเนินงานด้าน Net Zero โดยกลุ่มมิตรผลมีแผนงานที่ครอบคลุม และมีการปฏิบัติที่เห็นผลจริงได้อย่างชัดเจน จากการดำเนินงานของอุทยานมิตรผลด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี ที่สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกกว่า 270,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า นับเป็นคอมเพล็กซ์แห่งแรกของประเทศไทยที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality Complex) ผ่านการรับรองโดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) โดยมีแนวทางดำเนินการหลัก คือ 1) การใช้พลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจากการหมุนเวียนวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร และการใช้ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ในการผลิตไฟฟ้า ช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 185,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า 2) ระบบบริหารจัดการน้ำเสียที่นำเทคโนโลยีการบำบัดแบบตะกอนเร่ง ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงมาใช้แทนระบบเดิม ทำให้สามารถนำน้ำที่ผ่านการบำบัดกลับมาใช้ประโยชน์ได้ และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 10,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า และ 3) การชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจำนวน 75,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า จากคาร์บอนเครดิตที่กลุ่มมิตรผลได้รับจากการเข้าร่วมโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจ ตามมาตรฐานของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program: T-VER) นอกจากนี้ยังมีเป้าหมายในการขับเคลื่อนอุทยานมิตรผลภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ รวมถึงโรงงานในกลุ่มมิตรผลให้ก้าวสู่การเป็น Carbon Neutral Complex และขยายผลการดำเนินงานเพื่อสร้างระบบนิเวศที่ลดคาร์บอน ครอบคลุมตั้งแต่การดำเนินงานภายในโรงงาน กลุ่มซัพพลายเชน การชดเชยการปล่อยคาร์บอนฯ ไปจนถึงการลงทุนในธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการสร้างพันธมิตรในการเพิ่มคุณค่าทางเศรษฐกิจ</p>
<p>ไม่เพียงเท่านี้ กลุ่มมิตรผลยังได้รับผลการประเมินดัชนีชี้วัดความยั่งยืนด้านการบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในกลุ่ม Food &amp; Beverage Process จาก CDP (Carbon Disclosure Project) ในระดับ B ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลกและภูมิภาคเอเชียที่อยู่ในระดับ C โดย CDP เป็นองค์กรเพื่อสาธารณประโยชน์ด้านการบริหารการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีมาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลคาร์บอนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่สำคัญต่อโลก และยังเป็นองค์กรที่นักลงทุนและผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มต่างๆ ให้ความเชื่อมั่นมากที่สุดองค์กรหนึ่งของโลกอีกด้วย</p>
<p>สำหรับด้านสังคม กลุ่มมิตรผลมุ่งมั่นส่งเสริมเกษตรกรให้มีความรู้ มีทักษะ สามารถปรับตัวให้เท่าทันสถานการณ์ด้านสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป ผ่านการถ่ายทอดแนวทางการทำไร่สมัยใหม่ “มิตรผล โมเดิร์นฟาร์ม” ที่นำเทคโนโลยีดิจิตอล และนวัตกรรมการบริหารจัดการ มาผสมผสานให้เป็นแนวทางทำเกษตรที่แม่นยำ เพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน รวมถึงรับซื้อใบอ้อยหลังตัดเพื่อนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าชีวมวลและเป็นรายได้เสริมให้เกษตรกรซึ่งเป็นทางหนึ่งในการสนับสนุนให้เกษตรกรตัดอ้อยสด ลดการเผา อีกทั้งยังส่งเสริมการพัฒนาชุมชนเพื่อสร้างแหล่งอาหารปลอดภัยและสร้างกลุ่มอาชีพให้ชุมชนเข้มแข็งพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน</p>
<p>กลุ่มมิตรผล ยังคงมุ่งมั่นขับเคลื่อนการดำเนินงานเพื่อสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืนตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ (SDG Goals) ในด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมายการเป็นองค์กร Net Zero ในปี 2050 เพื่อสนับสนุนการแก้ไขภาวะโลกร้อนของประเทศไทยและนานาประเทศทั่วโลก</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/mitr-phol-group-sp-global-net-zero/">กลุ่มมิตรผล ก้าวสู่ผู้นำด้านความยั่งยืนอันดับ 1 ของโลก จัดอันดับโดย S&P Global พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมาย Net Zero ส่งต่อความยั่งยืนจากภาคเกษตรสู่สังคมและสิ่งแวดล้อม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/mitr-phol-group-sp-global-net-zero/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
