<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เยอรมัน | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Tue, 30 Jan 2024 06:10:14 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>เยอรมัน | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ไทย-เยอรมัน ส่งเสริมชาวนาปลูกข้าวลดโลกร้อน เร่งปรับตัวสู่วิถีเกษตรยั่งยืน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/thai-german-cooperation-boosts-rice-farming/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/thai-german-cooperation-boosts-rice-farming/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 30 Jan 2024 06:10:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Special Scoop]]></category>
		<category><![CDATA[GIZ]]></category>
		<category><![CDATA[ปลูกข้าวลดโลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[วิถีเกษตรยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เยอรมัน]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการระบบการผลิตข้าวยั่งยืนแบบองค์รวม]]></category>
		<category><![CDATA[ไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=31872</guid>

					<description><![CDATA[<p>อุบลราชธานี :   ดร.ฟรังค์-วัลเทอร์ ชไตน์ไมเออร์ (H.E. Dr. Frank-Walter Steinmeier) ประธานาธิบดีแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี และภริยาพร้อมคณะ เดินทางเข้าเยี่ยมชมสวนตารมย์ บ้านดอนหมู อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นพื้นที่แปลงเกษตรสาธิตขนาด 35 ไร่ ของโครงการระบบการผลิตข้าวยั่งยืนแบบองค์รวม (Inclusive Sustainable Rice Landscape: ISRL) โดยมีร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย ณัฐวัฒน์ กฤษณามระ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/thai-german-cooperation-boosts-rice-farming/">ไทย-เยอรมัน ส่งเสริมชาวนาปลูกข้าวลดโลกร้อน เร่งปรับตัวสู่วิถีเกษตรยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>อุบลราชธานี :   <span style="color: #6cb742;">ดร.ฟรังค์-วัลเทอร์ ชไตน์ไมเออร์</span></strong> (H.E. Dr. Frank-Walter Steinmeier) ประธานาธิบดีแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี และภริยาพร้อมคณะ เดินทางเข้าเยี่ยมชมสวนตารมย์ บ้านดอนหมู อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นพื้นที่แปลงเกษตรสาธิตขนาด 35 ไร่ ของโครงการระบบการผลิตข้าวยั่งยืนแบบองค์รวม (Inclusive Sustainable Rice Landscape: ISRL) โดยมี<strong>ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า</strong> รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย <strong>ณัฐวัฒน์ กฤษณามระ</strong> เอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน พร้อมคณะผู้บริหาร ผู้แทนจากกระทรวงฯ และจังหวัดให้การต้อนรับ ตามกำหนดการเดินทางเยือนจังหวัดอุบลราชธานี อย่างเป็นทางการ</p>
<p><span id="more-31872"></span></p>
<figure id="attachment_31874" aria-describedby="caption-attachment-31874" style="width: 780px" class="wp-caption aligncenter"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="size-full wp-image-31874" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Thai-German-cooperation-boosts-rice-farming-02.jpg" alt="ดร.ฟรังค์-วัลเทอร์ ชไตน์ไมเออร์" width="780" height="532" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Thai-German-cooperation-boosts-rice-farming-02.jpg 780w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Thai-German-cooperation-boosts-rice-farming-02-300x205.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Thai-German-cooperation-boosts-rice-farming-02-768x524.jpg 768w" sizes="(max-width: 780px) 100vw, 780px" /><figcaption id="caption-attachment-31874" class="wp-caption-text">ดร.ฟรังค์-วัลเทอร์ ชไตน์ไมเออร์  (กลาง) ประธานาธิบดีแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี</figcaption></figure>
<p>อุบลราชธานีเป็นจังหวัดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างและมีพื้นที่สำหรับทำนาปลูกข้าวมากถึง 4.2 ล้านไร่ สำหรับกำหนดการเยี่ยมชมพื้นที่ครั้งนี้ ประธานาธิบดีและภริยาพร้อมคณะได้มีโอกาสพบปะกับเกษตรกรที่เป็นสมาชิกของโครงการ และผู้นำชุมชนเพื่อเรียนรู้แนวทางการทำงานผ่านฐานการเรียนรู้วิธีจัดการดินและน้ำ ประกอบด้วยการปรับระดับพื้นที่นาด้วยระบบเลเซอร์ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีหลักที่จะช่วยลดอัตราการสูญเสียปุ๋ยและทำให้ข้าวได้รับปุ๋ยสม่ำเสมอทั่วกันทั้งแปลงนา ลดการใช้น้ำและเชื้อเพลิงในการปลูกข้าว ด้วยวิธีจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้ง การใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน การทำปุ๋ยจากมูลสัตว์เพื่อลดต้นทุนการเกษตร การจัดการฟางข้าวเพื่อนำมาเป็นอาหารสัตว์ ลดการเผาฟางและตอซัง ขุดบ่อน้ำไว้ใช้ในพื้นที่เกษตร พร้อมเลี้ยงปลาเพื่อบริโภคและจำหน่ายเป็นรายได้เสริมของครัวเรือน และปลูกป่าไม้ยืนต้นบนคันนา ตามแนวทางวนเกษตร</p>
<p>ประเทศไทยเป็นหนึ่งในผู้นำด้านข้าวของโลก โดยมีปริมาณการผลิตจำนวน 30 ล้านตัน และส่งออกข้าวจำนวน 10 ล้านตัน อย่างไรก็ตาม ปริมาณการผลิตข้าวที่เพิ่มขึ้นตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมาโดยไม่มีแนวทางในการบริหารจัดการพื้นที่อย่างยั่งยืนได้ส่งผลให้มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้น นอกจานั้น การปลูกพืชเชิงเดี่ยว การรุกล้ำพื้นที่ป่าไม้ ยังทำให้ระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพเสื่อมโทรมต่อแหล่งที่อยู่อาศัยสัตว์ป่าและแนวเชื่อมต่อระหว่างพื้นที่คุ้มครองภายในภูมิประเทศ</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-31875" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Thai-German-cooperation-boosts-rice-farming-03.jpg" alt="GIZ" width="780" height="520" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Thai-German-cooperation-boosts-rice-farming-03.jpg 780w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Thai-German-cooperation-boosts-rice-farming-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Thai-German-cooperation-boosts-rice-farming-03-768x512.jpg 768w" sizes="(max-width: 780px) 100vw, 780px" /></p>
<p>โครงการระบบการผลิตข้าวยั่งยืนแบบองค์รวม ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาสิ่งแวดล้อมโลก (Global Environment Facility) ผ่านโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Environment Programme) โดยมีองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน หรือ GIZ เป็นผู้ดำเนินโครงการในพื้นที่นำร่องที่จังหวัดอุบลราชธานีและจังหวัดเชียงราย เพื่อสนับสนุนประเด็นด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ลดความเสื่อมโทรมของที่ดิน และบรรเทาผลกระทบของสภาพภูมิอากาศ และเป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง GIZ กรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และบริษัทโอแลมอกริ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรเรียนรู้วิธีการจัดการระบบอาหาร ฟื้นฟูสภาพดิน และแนวทางการปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์เพื่อปลูกข้าวอย่างยั่งยืน ซึ่งจะนำมาสู่การปฏิบัติที่สามารถเพิ่มผลผลิตและรายได้อย่างมั่นคง พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคการเกษตรของไทยอย่างเป็นระบบ โดยคาดว่าเกษตรกรกว่า 45,000 คนจะได้รับประโยชน์จากการเข้าร่วมโครงการ นำมาสู่การพัฒนาพื้นที่กว่า 652,500 ไร่ ให้เป็นพื้นที่การปลูกข้าวยั่งยืนและสามารถฟื้นพื้นที่สำหรับการปลูกป่าและพืชหมุนเวียนได้มากกว่า 187,500 ไร่ และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคการเกษตรไทยได้มากถึง 3.2 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า และลดการใช้สารเคมีในกระบวนการเกษตรได้มากถึง 100 เมตริกตันภายในปีสิ้นสุดโครงการ พ.ศ. 2570</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-31876" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Thai-German-cooperation-boosts-rice-farming-04.jpg" alt="โครงการระบบการผลิตข้าวยั่งยืนแบบองค์รวม" width="780" height="520" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Thai-German-cooperation-boosts-rice-farming-04.jpg 780w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Thai-German-cooperation-boosts-rice-farming-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Thai-German-cooperation-boosts-rice-farming-04-768x512.jpg 768w" sizes="(max-width: 780px) 100vw, 780px" /></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/thai-german-cooperation-boosts-rice-farming/">ไทย-เยอรมัน ส่งเสริมชาวนาปลูกข้าวลดโลกร้อน เร่งปรับตัวสู่วิถีเกษตรยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/thai-german-cooperation-boosts-rice-farming/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มาตรการภาษีกระตุ้นผู้ผลิตรถประหยัดนํ้ามัน เยอรมันหนุนไทยเพิ่มความเข้มข้น-ลดคาร์บอน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5-%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%96/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5-%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%96/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 06 Mar 2019 07:22:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Scoop]]></category>
		<category><![CDATA[GIZ]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ผลิตรถยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรการภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[รถประหยัดนํ้ามัน]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[เยอรมัน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=5512</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ร่วมกับองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) จัดพิธีปิดโครงการ “การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสำหรับภาคการขนส่งทางบกในภูมิภาคอาเซียน” พร้อมรายงานความสำเร็จและถอดบทเรียนที่ได้จากการดำเนินงานด้านการลดการใช้นํ้ามันของยานพาหนะและลดการปล่อยมลพิษจากภาคการขนส่ง สำหรับประเทศไทย พบว่าการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตตามอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของยานพาหนะ ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2559 โดยโครงการฯ ได้เข้ามาผลักดันให้เกิดการปรับปรุงมาตรการการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตดังกล่าว พบว่ามาตรการนี้กระตุ้นให้ผู้ผลิตรถยนต์เกิดการปรับตัวที่จะผลิตรถใหม่ซึ่งช่วยประหยัดพลังงาน ส่งผลให้เกิดการลดการใช้นํ้ามันเฉลี่ยจาก 7.08 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร ในปี พ.ศ. 2558 เหลือเพียง 6.75 ลิตรต่อ 100&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5-%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%96/">มาตรการภาษีกระตุ้นผู้ผลิตรถประหยัดนํ้ามัน เยอรมันหนุนไทยเพิ่มความเข้มข้น-ลดคาร์บอน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ร่วมกับองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) จัดพิธีปิดโครงการ “การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสำหรับภาคการขนส่งทางบกในภูมิภาคอาเซียน” พร้อมรายงานความสำเร็จและถอดบทเรียนที่ได้จากการดำเนินงานด้านการลดการใช้นํ้ามันของยานพาหนะและลดการปล่อยมลพิษจากภาคการขนส่ง</strong><span id="more-5512"></span></p>
<p>สำหรับประเทศไทย พบว่าการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตตามอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของยานพาหนะ ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2559 โดยโครงการฯ ได้เข้ามาผลักดันให้เกิดการปรับปรุงมาตรการการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตดังกล่าว พบว่ามาตรการนี้กระตุ้นให้ผู้ผลิตรถยนต์เกิดการปรับตัวที่จะผลิตรถใหม่ซึ่งช่วยประหยัดพลังงาน ส่งผลให้เกิดการลดการใช้นํ้ามันเฉลี่ยจาก 7.08 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร ในปี พ.ศ. 2558 เหลือเพียง 6.75 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร ในปี พ.ศ. 2560 สำหรับรถใหม่ทุกคันที่จำหน่าย</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>คาโรลิน คาโพน</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการโครงการ การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสำหรับภาคการขนส่งทางบกในภูมิภาคอาเซียน</strong> เปิดเผยว่า ประเทศไทยมีนโยบายการขนส่งยั่งยืนที่พัฒนาไปมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ เช่น นโยบายการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตตามอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ที่โครงการฯ เข้ามาผลักดันให้เกิดการปรับปรุงมาตรการดังกล่าวให้ดีขึ้น ส่งผลให้เกิดการลดการใช้นํ้ามันเฉลี่ยในรถยนต์ใหม่ทุกคัน ทั้งนี้หากมีการดำเนินมาตรการจัดเก็บภาษีในลักษณะนี้ต่อไป คาดว่าในปี พ.ศ. 2573 จะสามารถลดก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 4.2 ล้านตันคาร์บอน-ไดออกไซด์เทียบเท่า</p>
<p>ขณะเดียวกัน หากมีการปรับปรุงมาตรการทางภาษีที่เข้มข้นขึ้นร่วมกับมาตรการอื่นๆ เช่น การจัดเก็บภาษีสรรพสามิตตามอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอน-ไดออกไซด์ของรถจักรยานยนต์ การปรับปรุงอัตราการเก็บภาษีรถยนต์ประจำปีตามอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และการปรับปรุงอัตราการเก็บภาษีสรรพสามิตรถยนต์นั่งส่วนบุคคลให้เข้มข้นขึ้น ก็จะช่วยลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้อีก 4.75 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ในปี พ.ศ. 2573 หรือคิดเป็น 29% ของเป้าการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคขนส่ง ตามข้อตกลงที่รัฐบาลไทยได้ให้ไว้ในการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสมัยที่ 21 (COP21)</p>
<p>แม้ตัวโครงการฯ จะสิ้นสุดลง แต่ความร่วมมือระหว่างไทยและเยอรมนีจะยังคงอยู่ โดยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 เป็นต้นไป GIZ จะดำเนินงานเกี่ยวกับการขนส่งในเมืองอย่างยั่งยืน การแก้ไขการจราจรติดขัด การลดมลพิษทางอากาศ และการทำให้ชีวิตในเมืองน่าอยู่มากขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาการขนส่งในเมือง โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครและในเมืองรองที่เติบโตอย่างรวดเร็ว” คาโรลิน กล่าว</p>
<p><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/03/GIZ-02.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-5515 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/03/GIZ-02.jpg" alt="มาตรการภาษี กระตุ้นผู้ผลิตรถประหยัดนํ้ามัน เยอรมันหนุนไทยเพิ่มความเข้มข้น-ลดคาร์บอน" width="900" height="480" data-id="5515" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/03/GIZ-02.jpg 900w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/03/GIZ-02-300x160.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/03/GIZ-02-768x410.jpg 768w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></a></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>อาคม เติมพิทยาไพสิฐ</strong></span> <strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม</strong> กล่าวว่า การใช้พลังงานและการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากภาคการขนส่งของไทย สูงถึง 61 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า หรือคิดเป็น 19.2% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดของประเทศ จึงเป็นประเด็นสำคัญที่ทุกคนควรใส่ใจอย่างยิ่ง เนื่องจากก๊าซเรือนกระจกส่งผลต่อโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระยะยาว ขณะเดียวกันยังส่งผลต่อปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ซึ่งกำลังเป็นปัญหาในขณะนี้อีกด้วย</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ชุตินธร มั่นคง</strong></span> <strong>หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมการขนส่งที่ยั่งยืน สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.)</strong> กล่าวว่า แหล่งกำเนิดก๊าซเรือนกระจกในประเทศไทยจำนวนมากมาจากการคมนาคม ซึ่งประเทศไทยเองมุ่งมั่นที่จะลดให้ได้ 20-25% ภายในปี 2579 โดยหลักการการลดก๊าซเรือนกระจกในการเดินทางมีอยู่ 3 ส่วนหลักๆ คือ 1.ลด มาตรการในการจัดเก็บภาษี การห้ามรถเข้าพื้นที่ต่างๆ 2.เปลี่ยน เปลี่ยนการเดินทางจากรถส่วนตัวเป็นการขนส่งสาธารณะ 3.ปรับปรุง ปรับให้มีการใช้พลังงานทางเลือกมากขึ้น</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>สยามณัฐ พนัสสรณ์</strong></span> <strong>ผู้จัดการส่วนนโยบายวิศวกรรมและวางแผนธุรกิจ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด</strong> กล่าวว่า เห็นด้วยกับการเก็บภาษีสรรพสามิตตามอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพราะภาษีฯ คือต้นทุนก้อนใหญ่ที่ฝังอยู่ในรถยนต์ ดังนั้นการเก็บภาษีจำนวนมากจากการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จะทำให้ก๊าซเรือนกระจกลดลงได้ ซึ่งทางบริษัทฯ ได้จัดเปลี่ยนขนาดเครื่องยนต์ให้เล็กลง จากเดิม 2.5 ลิตร ลดลงเหลือ 1.9 ลิตร จากการคำนวณพบว่าสามารถช่วยประหยัดนํ้ามันได้คันละกว่า 700 ลิตร นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังพร้อมที่จะผลิตรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงไบโอดีเซล B20 หากภาครัฐมีมาตรการชัดเจน</p>
<p><strong>อนึ่ง โครงการฯ ดังกล่าว ได้รับเงินทุนสนับสนุนจากกระทรวงเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาของสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMZ) ในการดำเนินงานด้านการพัฒนากลยุทธ์และแผนปฏิบัติการ เพื่อปรับปรุงการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคการขนส่งทางบก รวมถึงวิเคราะห์นโยบายการประหยัดเชื้อเพลิง และการติดตาม ทวนสอบ และรายงานผลจากการดำเนินนโยบายในประเทศฟิลิปปินส์ เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย และไทย โดยได้ดำเนินตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 และสิ้นสุดในปี พ.ศ. 2562</strong></p>
<hr />
<p>Source: นิตยสาร Green Network ฉบับที่ 91 มกราคม-กุมภาพันธ์ 2562 คอลัมน์ GREEN Scoop โดย กองบรรณาธิการ</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5-%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%96/">มาตรการภาษีกระตุ้นผู้ผลิตรถประหยัดนํ้ามัน เยอรมันหนุนไทยเพิ่มความเข้มข้น-ลดคาร์บอน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5-%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%96/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
