<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เศรษฐกิจหมุนเวียน | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Tue, 12 May 2026 07:34:01 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.5</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>เศรษฐกิจหมุนเวียน | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>อัครา จับมือ 3 มหาวิทยาลัย ปลดล็อกศักยภาพ “หางแร่” ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน เพิ่มรายได้ชุมชน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/akara-resources-tailings/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 12 May 2026 07:26:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Report]]></category>
		<category><![CDATA[งานวิจัย]]></category>
		<category><![CDATA[จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[วัสดุก่อสร้างคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[หางแร่]]></category>
		<category><![CDATA[อัครา รีซอร์สเซส]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[เหมืองแร่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=44104</guid>

					<description><![CDATA[<p>“หางแร่” วัสดุที่ครั้งหนึ่งถูกมองว่าเป็นเพียงของเหลือทิ้ง กำลังถูกตีความใหม่ในฐานะ “ทรัพยากรแห่งอนาคต” ท่ามกลางกระแสการพัฒนาอย่างยั่งยืนและเศรษฐกิจหมุนเวียนที่ทั่วโลกให้ความสำคัญมากขึ้น โดยปัจจุบัน เหมืองแร่ทองคำชาตรีของ บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) มีหางแร่สะสมอยู่มากกว่า 20 ล้านตัน ซึ่งไม่เพียงเป็นผลผลิตคงเหลือจากกระบวนการสกัดทองคำและเงิน แต่ยังอาจกลายเป็นวัตถุดิบต้นน้ำสำหรับอุตสาหกรรมใหม่ในอนาคต ด้วยแนวคิด “เปลี่ยนของเหลือให้เป็นคุณค่า” บริษัทฯ จึงร่วมมือกับ 3 สถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศ ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี  (มจธ.) และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) &#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/akara-resources-tailings/">อัครา จับมือ 3 มหาวิทยาลัย ปลดล็อกศักยภาพ “หางแร่” ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน เพิ่มรายได้ชุมชน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>“หางแร่” </strong>วัสดุที่ครั้งหนึ่งถูกมองว่าเป็นเพียงของเหลือทิ้ง กำลังถูกตีความใหม่ในฐานะ “ทรัพยากรแห่งอนาคต” ท่ามกลางกระแสการพัฒนาอย่างยั่งยืนและเศรษฐกิจหมุนเวียนที่ทั่วโลกให้ความสำคัญมากขึ้น โดยปัจจุบัน เหมืองแร่ทองคำชาตรีของ <strong>บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) </strong>มีหางแร่สะสมอยู่มากกว่า 20 ล้านตัน ซึ่งไม่เพียงเป็นผลผลิตคงเหลือจากกระบวนการสกัดทองคำและเงิน แต่ยังอาจกลายเป็นวัตถุดิบต้นน้ำสำหรับอุตสาหกรรมใหม่ในอนาคต</p>
<p><span id="more-44104"></span></p>
<p>ด้วยแนวคิด “เปลี่ยนของเหลือให้เป็นคุณค่า” บริษัทฯ จึงร่วมมือกับ 3 สถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศ ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี  (มจธ.) และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.)  จัดเสวนาโต๊ะกลมในหัวข้อ <strong>“หางแร่: เสียงจาก 3 มหาวิทยาลัย  เพื่อสะท้</strong>อนแนวทางการทำงานของอัครา ที่สนับสนุนการทำงานวิจัยร่วมกับสถาบันการศึกษาอย่างต่อเนื่อง โดยเปิดพื้นที่เหมืองให้นักวิจัยเข้าถึงและเก็บตัวอย่างหางแร่ เพื่อนำไปศึกษาคุณสมบัติและพัฒนาเป็นนวัตกรรมที่สามารถใช้งานได้จริงในภาคก่อสร้าง พลังงาน และระดับชุมชน สู่การใช้ประโยชน์จริง” ที่มุ่งพลิก “หางแร่” ให้กลายเป็น “ทรัพยากรทางเลือก” สำหรับอุตสาหกรรมก่อสร้าง พลังงาน และวิสาหกิจชุมชน ตามมาตรฐานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (Environmental Health Impact Assessment: EHIA)</p>
<h3>เดินหน้างานวิจัย ต่อยอด “หางแร่” มุ่งสร้างนวัตกรรมเพื่อชุมชน</h3>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44106" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/akara-resources-tailings-02.jpg" alt="เชิดศักดิ์ อรรถอารุณ" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/akara-resources-tailings-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/akara-resources-tailings-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/akara-resources-tailings-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/akara-resources-tailings-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">เชิดศักดิ์ อรรถอารุณ</span> ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายความยั่งยืนขององค์กร บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด </strong><strong>(มหาชน</strong><strong>) </strong>กล่าวว่า เป้าหมายของเราคือการทำให้ทรัพยากรที่มีอยู่ถูกนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด การร่วมมือกับทั้ง 3 สถาบันการศึกษาในครั้งนี้ทำให้สิ่งที่เคยถูกมองข้าม อย่าง “หางแร่” ถูกนำมาศึกษาและต่อยอดเป็นทางเลือกใหม่ ทั้งในภาคก่อสร้างและภาคพลังงาน รวมถึงผลักดันให้นวัตกรรมเหล่านี้ถูกนำไปใช้จริงในระดับชุมชน เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ เพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับคนในพื้นที่ มุ่งลดความเหลื่อมล้ำและยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนอย่างยั่งยืน</p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ภูริวิทย์ สังข์ศิริ</span> หัวหน้าฝ่ายวิทยาศาสตร์และสุขภาพ บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด </strong><strong>(มหาชน</strong><strong>)</strong> กล่าวว่า ข้อมูลเชิงลึกจากงานวิจัยช่วยให้เราเข้าใจข้อกำหนดด้านเทคนิคและสัดส่วนที่เหมาะสมในการนำหางแร่ไปใช้ประโยชน์ ซึ่งถือเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เรามั่นใจว่า สามารถพัฒนาให้เป็นนวัตกรรมใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและตั้งอยู่บนมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด เพื่อสร้างประโยชน์ที่จับต้องได้จริงทั้งในระดับอุตสาหกรรมและชุมชน</p>
<p>“สิ่งที่เรากำลังพูดถึงวันนี้ ไม่ใช่การกำจัดของเสีย แต่คือการสร้างวงจรทรัพยากรใหม่ เพื่อนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้อย่างปลอดภัยและมั่นใจ การผลักดันนวัตกรรมเหล่านี้ให้เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่หน้าที่ของภาควิชาการหรือภาคเอกชนเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วนในการบูรณาการร่วมกัน เพื่อให้การนำทรัพยากรกลับมาใช้เกิดประโยชน์สูงสุดและได้รับความเชื่อมั่นจากสังคม” <strong>ภูริวิทย์ </strong>กล่าว</p>
<h3>3 โมเดลนวัตกรรม พลิกโฉมหางแร่ ให้เป็นโอกาสใหม่ของอุตสาหกรรม</h3>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44107" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/akara-resources-tailings-03.jpg" alt="ผศ.ดร. ธิดารัตน์ บุญศรี" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/akara-resources-tailings-03.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/akara-resources-tailings-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/akara-resources-tailings-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/akara-resources-tailings-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ผศ</strong><strong>.ดร</strong></span><strong><span style="color: #6cb742;">. ธิดารัตน์ บุญศรี</span> หัวหน้ากลุ่มวิจัยวัสดุชีวภาพอัจฉริยะและเทคโนโลยี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี</strong> <strong>(มจธ</strong><strong>.) </strong>กล่าวว่า นวัตกรรม “ไบโอซีเมนต์” เกิดจากการนำหางแร่ ผสานกับเปลือกไข่และจุลินทรีย์จากกากน้ำปลา จนกลายเป็นวัสดุก่อสร้างพลังงานต่ำที่ไม่ต้องผ่านกระบวนการเผาแบบซีเมนต์ทั่วไป มีคุณสมบัติทนดินเค็มและซ่อมแซมรอยแตกร้าวได้เอง โดยปัจจุบันได้รับการจดสิทธิบัตรและถูกนำไปใช้งานจริงในรูปแบบ “แผ่นหน่วงน้ำเค็ม” เพื่อฟื้นฟูพื้นที่เกษตรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  โดยใช้พื้นที่ทดลองในทุ่งกุลาร้องไห้ จังหวัดนครราชสีมา พบว่า หลังใช้นวัตกรรมดังกล่าวสามารถเพิ่มผลผลิตข้าวได้ถึง 53% ในปีแรก พร้อมช่วยเพิ่มสาร GABA ในข้าวกว่า 300 เท่า และลดค่าดัชนีน้ำตาลลงประมาณ 30% ขณะเดียวกันดินยังค่อย ๆ ฟื้นตัว มีอินทรีย์วัตถุเพิ่มขึ้น ระบบนิเวศกลับมาอุดมสมบูรณ์ จนสามารถทำนาปรังได้ในพื้นที่ดินเค็มเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี สะท้อนศักยภาพของนวัตกรรมที่ช่วยแก้ปัญหาทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และเศรษฐกิจชุมชนไปพร้อมกัน</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44108" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/akara-resources-tailings-04.jpg" alt="ดร.พีท หอมชื่น" width="751" height="563" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/akara-resources-tailings-04.jpg 751w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/akara-resources-tailings-04-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/akara-resources-tailings-04-150x112.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/akara-resources-tailings-04-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 751px) 100vw, 751px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ดร</strong></span><strong><span style="color: #6cb742;">.พีท หอมชื่น</span> อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</strong> กล่าวว่า หางแร่ที่ผ่านการบดละเอียดจากกระบวนการผลิตมีขนาดอนุภาคที่เหมาะสมต่อการใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมก่อสร้าง ทีมวิจัยจึงพัฒนาเป็น “วัสดุก่อสร้างคาร์บอนต่ำ” ในรูปแบบอิฐบล็อกและอิฐช่องลม โดยมีสัดส่วนหางแร่ประมาณ 25–75% ซึ่งนอกจากจะมีความแข็งแรงและทนทานแล้ว ยังมีคุณสมบัติและขนาดอนุภาคที่พร้อมใช้งาน ทำให้สามารถนำมาใช้เป็นวัตถุดิบได้โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการเตรียมเพิ่มเติม ช่วยลดต้นทุนและการใช้พลังงานในบางขั้นตอนการผลิตได้อย่างมีนัยสำคัญ</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44109" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/akara-resources-tailings-05.jpg" alt="วัสดุก่อสร้างคาร์บอนต่ำ" width="750" height="543" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/akara-resources-tailings-05.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/akara-resources-tailings-05-300x217.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/akara-resources-tailings-05-150x109.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/akara-resources-tailings-05-500x362.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>นอกจากนี้ วัสดุดังกล่าวยังช่วยลดอุณหภูมิภายในอาคารได้ประมาณ 1–2 องศาเซลเซียสเมื่อเทียบกับอิฐทั่วไปในท้องตลาด และสามารถลดคาร์บอนฟุตพรินท์ได้ราว 5–10% สอดรับเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและ Net Zero ได้อย่างเป็นรูปธรรม ปัจจุบันโครงการอยู่ระหว่างการขยายผลจากระดับห้องปฏิบัติการสู่โรงงานต้นแบบ (Pilot Scale) เพื่อประเมินการใช้งานจริง และเตรียมถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ชุมชนในระยะต่อไป มุ่งสร้างรายได้และเสริมศักยภาพการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44110" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/akara-resources-tailings-06.jpg" alt="ผศ.ดร.บุญณรงค์ อาศัยไร่" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/akara-resources-tailings-06.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/akara-resources-tailings-06-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/akara-resources-tailings-06-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/akara-resources-tailings-06-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ผศ</strong><strong>.ดร</strong></span><strong><span style="color: #6cb742;">.บุญณรงค์ อาศัยไร่</span> อาจารย์สาขาวิชาเทคโนโลยีธรณี สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี</strong>  (มทส.) กล่าวว่า สำหรับความเป็นไปได้ในการนำหางแร่ไปใช้เป็น “สารเติมแต่งในซีเมนต์พิเศษ” สำหรับอุตสาหกรรมสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ซึ่งต้องการวัสดุที่ทนทานต่อแรงดันสูงและสามารถป้องกันการรั่วไหลได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว จากผลการวิจัยพบว่า การใช้หางแร่ในสัดส่วน 30% สามารถเพิ่มความสามารถในการรับแรงอัดของซีเมนต์ได้มากกว่า 2 เท่าเมื่อเทียบกับวัสดุอ้างอิงที่ใช้ซิลิกาในสัดส่วนเดียวกัน อีกทั้งยังมีค่าความพรุนและการซึมผ่านต่ำ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันการรั่วซึมของของเหลวและก๊าซระหว่างชั้นวัสดุ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญด้านความปลอดภัยในงานวิศวกรรมปิโตรเลียม ตอกย้ำศักยภาพของหางแร่ในการก้าวสู่การเป็นวัสดุสำหรับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงที่ต้องการมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษาต่อยอดสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์</p>
<h3>เดินหน้าต่อยอดงานวิจัย สู่การใช้งานจริงเชิงพาณิชย์</h3>
<p>ทั้งนี้ อัครายังคงเดินหน้าความร่วมมือกับทั้ง 3 สถาบันการศึกษาอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งยกระดับงานวิจัยจากต้นแบบสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ ควบคู่ไปกับการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐเพื่อผลักดันให้วัสดุผ่านการรับรองและเป็นที่ยอมรับในระดับอุตสาหกรรม พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ชุมชน เพื่อให้การใช้ทรัพยากรเกิดประโยชน์สูงสุดทั้งในเชิงเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โครงการนำร่องเหล่านี้จึงเป็นกรณีศึกษาสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่าการต่อยอดทรัพยากรที่มีอยู่เดิมบนพื้นฐานของข้อมูลวิทยาศาสตร์ สามารถพัฒนาไปสู่การใช้งานจริงและสร้างคุณค่าได้อย่างยั่งยืน</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/akara-resources-tailings/">อัครา จับมือ 3 มหาวิทยาลัย ปลดล็อกศักยภาพ “หางแร่” ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน เพิ่มรายได้ชุมชน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วว. ผนึก อีโค่ เฟรนด์ลี่ ไทยฯ พัฒนากระบวนการทำความสะอาดกล่องบรรจุภัณฑ์ UHT ร่วมขับเคลื่อนไทยสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/tistr-eco-friendly-thai-uht-packaging/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 13 Jan 2026 09:54:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Packaging]]></category>
		<category><![CDATA[การทำความสะอาดกล่องบรรจุภัณฑ์ UHT]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=42845</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปทุมธานี -13 มกราคม 2569 : ดร.พัชทรา  มณีสินธุ์  รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านพัฒนาอย่างยั่งยืน สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย  (วว.)  กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)  ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงบริการวิจัยกับ สมยศ  วัฒน์พานิช  กรรมการ บริษัท อีโค่ เฟรนด์ลี่ ไทย จำกัด  ในโครงการพัฒนากระบวนการทำความสะอาดกล่องบรรจุภัณฑ์  UHT เพื่อพัฒนากระบวนการรวบรวม และทำความสะอาดกล่องบรรจุภัณฑ์ UHT ให้มีคุณภาพตรงตามความต้องการของอุตสาหกรรมปลายทาง  โดยใช้สารเร่งตกตะกอนโคแอกกูแลนด์&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/tistr-eco-friendly-thai-uht-packaging/">วว. ผนึก อีโค่ เฟรนด์ลี่ ไทยฯ พัฒนากระบวนการทำความสะอาดกล่องบรรจุภัณฑ์ UHT ร่วมขับเคลื่อนไทยสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ปทุมธานี -13 มกราคม 2569 : <strong>ดร.พัชทรา  มณีสินธุ์</strong>  <strong>รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านพัฒนาอย่างยั่งยืน สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย  (วว.)</strong><strong>  กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.</strong>)  ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงบริการวิจัยกับ <strong>สมยศ  วัฒน์พานิช</strong>  <strong>กรรมการ บริษัท อีโค่ เฟรนด์ลี่ ไทย จำกัด</strong>  ใน<strong>โครงการพัฒนากระบวนการทำความสะอาดกล่องบรรจุภัณฑ์  UHT </strong>เพื่อพัฒนากระบวนการรวบรวม และทำความสะอาดกล่องบรรจุภัณฑ์ UHT ให้มีคุณภาพตรงตามความต้องการของอุตสาหกรรมปลายทาง  โดยใช้สารเร่งตกตะกอนโคแอกกูแลนด์ ซึ่ง วว. มีองค์ความรู้และทรัพย์สินทางปัญญาด้านกรรมวิธีการผลิตสารเร่งตกตะกอนคอมโพสิทร่วมกับซีโอไลต์ชนิดโพลิอลูมินั่มซิลิเกตคลอไรด์ โดยใช้เครื่องซักล้างเกล็ดพลาสติกแบบต่อเนื่องระบบแปรงกวาดร่วมกับหัวฉีดละอองน้ำ  เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนตามหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และมุ่งสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน</p>
<p><span id="more-42845"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42847" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/tistr-eco-friendly-thai-uht-packaging-02.jpg" alt="วว. ผนึก อีโค่ เฟรนด์ลี่ ไทยฯ พัฒนากระบวนการทำความสะอาดกล่องบรรจุภัณฑ์ UHT ร่วมขับเคลื่อนไทยสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างยั่งยืน" width="750" height="356" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/tistr-eco-friendly-thai-uht-packaging-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/tistr-eco-friendly-thai-uht-packaging-02-300x142.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/tistr-eco-friendly-thai-uht-packaging-02-150x71.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/tistr-eco-friendly-thai-uht-packaging-02-500x237.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>โอกาสนี้ <strong>ดร.เรวดี  อนุวัฒนา</strong>  <strong>ผู้อำนวยการ  ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมวัสดุ  วว. </strong>ผู้บริหาร นักวิจัยและบุคลาการทั้งสองหน่วยงาน ร่วมเป็นเกียรติและแสดงความยินดีด้วย  ณ ห้องประชุม กวท.  ชั้น 8 อาคาร RD 1  วว. เทคโนธานี คลองห้า จ.ปทุมธานี</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42848" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/tistr-eco-friendly-thai-uht-packaging-03.jpg" alt="วว. ผนึก อีโค่ เฟรนด์ลี่ ไทยฯ พัฒนากระบวนการทำความสะอาดกล่องบรรจุภัณฑ์ UHT ร่วมขับเคลื่อนไทยสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างยั่งยืน" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/tistr-eco-friendly-thai-uht-packaging-03.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/tistr-eco-friendly-thai-uht-packaging-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/tistr-eco-friendly-thai-uht-packaging-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/tistr-eco-friendly-thai-uht-packaging-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ดร.พัชทรา  มณีสินธุ์</strong></span>  <strong>รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านพัฒนาอย่างยั่งยืน สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย  (วว.)</strong>  กล่าวว่า จากสถานการณ์ด้านขยะบรรจุภัณฑ์ของประเทศที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะปริมาณขยะพลาสติกและกล่อง UHT ที่ยังถูกจัดการอย่างไม่ครบวงจร ทำให้เราต้องยกระดับระบบบริหารจัดการตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ซึ่ง วว. ได้ให้ความสำคัญและพัฒนานวัตกรรมด้านการคัดแยก การทำความสะอาด และการแปรรูปวัตถุดิบรีไซเคิลมาโดยตลอด ทั้งในพื้นที่นำร่อง “ตาลเดี่ยวโมเดล” จังหวัดสระบุรี รวมถึงการขยายผลในระดับพื้นที่อื่นทั่วประเทศ</p>
<p>“ความร่วมมือครั้งนี้กับบริษัท อีโค่ เฟรนด์ลี่ ไทยฯ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่มีคุณค่ามาก เพราะเป็นความร่วมมือที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านวิจัย นวัตกรรม เทคโนโลยี ของ วว. เข้ากับศักยภาพภาคเอกชนผู้ประกอบกิจการรีไซเคิลอย่างจริงจัง เพื่อร่วมกันยกระดับคุณภาพการรวบรวมและทำความสะอาดกล่อง UHT ให้ได้ตามมาตรฐานอุตสาหกรรมปลายทาง พร้อมทั้งศึกษาระบบบำบัดน้ำเสียให้สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสอดคล้องต่อหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างสมบูรณ์” <strong>ดร.พัชทรา </strong>กล่าว</p>
<p>ด้าน<span style="color: #6cb742;"><strong>สมยศ  วัฒน์พานิช</strong></span> <strong>กรรมการ บริษัท อีโค่ เฟรนด์ลี่ ไทย จำกัด</strong>  กล่าวว่า  บริษัทฯ ดำเนินกิจการด้านการรีไซเคิลเยื่อจากกระดาษใช้แล้ว รวมถึงบรรจุภัณฑ์คัพ สต็อก และกล่อง UHT รวมถึงมีเครือข่ายด้านธุรกิจรีไซเคิลในการรับซื้อและต่อยอดผลิตภัณฑ์รีไซเคิล โดยรับซื้อขยะรีไซเคิล จากครัวเรือน ชุมชน โรงเรียน ร้านค้า ร้านสะดวกซื้อ ห้างสรรพสินค้า จากพื้นที่บริเวณโดยรอบจังหวัดสระบุรีและจังหวัดใกล้เคียง โดยเน้นการคัดแยกขยะแต่ละชนิด ได้แก่ ขยะพลาสติก กระดาษ กระป๋องอะลูมิเนียม และมีความสนใจในการพัฒนากระบวนการรวบรวมกล่องบรรจุภัณฑ์ UHT และทำความสะอาดให้มีคุณภาพตรงตามความต้องการของตลาด ร่วมกับการศึกษาสภาวะที่เหมาะสมในการบำบัดน้ำเสีย  จากกระบวนการทำความสะอาดกล่องบรรจุภัณฑ์ UHT จึงต้องการให้ วว. พัฒนากระบวนการ เพื่อรวบรวมและทำความสะอาดกล่องบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่ม UHT พร้อมระบบบำบัดน้ำเสีย ในพื้นที่จังหวัดราชบุรีและกรุงเทพฯ</p>
<p>สำหรับขอบเขตในการดำเนินงานโครงการ   ภายใต้ความร่วมมือของทั้งสองหน่วยงาน ประกอบด้วย  1) การจัดทำรูปแบบข้อมูลแสดงผลสำรวจการรวบรวมข้อมูลตัวอย่างกล่องบรรจุภัณฑ์ UHT ในพื้นที่จังหวัดสระบุรีและระยอง จำนวน 5 แห่ง ได้แก่ ตำบลเทศบาลเมือง ตำบลหนองแค ตำบลตาลเดี่ยวจังหวัดสระบุรี ตำบลบ้านฉางและตำบลสำนักท้อน จังหวัดระยอง   2) พัฒนากระบวนการทำความสะอาดกล่อง โดยใช้หลักการเดียวกับระบบซักล้างพลาสติกที่ติดตั้ง ณ ศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีการจัดการชุมชนแบบครบวงจร อาคารคัดแยกขยะตาลเดี่ยว จังหวัดสระบุรี 3) ศึกษาสภาวะที่เหมาะสมในการบำบัดน้ำเสียจากกระบวนการทำความสะอาดกล่อง UHT โดยใช้สารเร่งตกตะกอนโคแอกกูแลนด์ และทดสอบคุณสมบัติของน้ำภายหลังการบำบัด ได้แก่ ความเป็นกรดด่าง ซีโอดี บีโอดี oil and greeze ค่าการนำไฟฟ้า ค่าความขุ่น ค่าของแข็งละลายน้ำ เป็นต้น  และ 4) ออกแบบระบบและติดตั้งระบบทำความสะอาดกล่องบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่ม UHT และระบบบำบัดน้ำเสียทางเคมีด้วยวิธีการรวมตะกอนที่เหมาะสมในพื้นที่ต้นแบบจังหวัดราชบุรี เพื่อขยายผลระบบทำความสะอาดกล่องบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่ม UHT ไปยังเขตจอมทองกรุงเทพฯ</p>
<p>โครงการความร่วมมือดังกล่าวไม่เพียงแต่จะช่วยลดปัญหาขยะเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ เพิ่มคุณค่าของวัสดุรีไซเคิล และจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ในการช่วยลดปริมาณขยะ เพิ่มคุณภาพวัตถุดิบรีไซเคิล และเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/tistr-eco-friendly-thai-uht-packaging/">วว. ผนึก อีโค่ เฟรนด์ลี่ ไทยฯ พัฒนากระบวนการทำความสะอาดกล่องบรรจุภัณฑ์ UHT ร่วมขับเคลื่อนไทยสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การบินไทยจัดงาน “TG UPCYCLING DESIGN CAMP 2025” รอบชิงชนะเลิศ ต่อยอดเศรษฐกิจหมุนเวียนจากรถคาร์ท และแนวคิด Zero Waste Living</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/tg-upcycling-design-camp-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 17 Nov 2025 03:25:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[TG UPCYCLING DESIGN CAMP 2025]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste Living]]></category>
		<category><![CDATA[การบินไทย]]></category>
		<category><![CDATA[รถคาร์ท]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=41868</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง ภายใต้กรอบ Circular Economy และแนวคิด Zero Waste Living ผ่านการจัดกิจกรรม “TG UPCYCLING DESIGN CAMP 2025: From Cart to Creation” รอบชิงชนะเลิศ เมื่อเร็วๆ นี่ โดยร่วมมือกับคณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เพื่อแสดงให้เห็นว่า&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/tg-upcycling-design-camp-2025/">การบินไทยจัดงาน “TG UPCYCLING DESIGN CAMP 2025” รอบชิงชนะเลิศ ต่อยอดเศรษฐกิจหมุนเวียนจากรถคาร์ท และแนวคิด Zero Waste Living</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง ภายใต้กรอบ Circular Economy และแนวคิด Zero Waste Living ผ่านการจัดกิจกรรม “TG UPCYCLING DESIGN CAMP 2025: From Cart to Creation” รอบชิงชนะเลิศ เมื่อเร็วๆ นี่ โดยร่วมมือกับคณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เพื่อแสดงให้เห็นว่า “ขยะจากอุตสาหกรรมการบิน” สามารถถูกนำกลับมาสร้างคุณค่าใหม่ได้อย่างเป็นระบบ</strong></p>
<p><span id="more-41868"></span></p>
<p>หนึ่งในวัสดุเหลือใช้ที่ถูกหยิบมาพัฒนาต่อในปีนี้ คือ “<strong>รถคาร์ท</strong>” ที่สายการบินใช้ในงานบริการบนเครื่อง ซึ่งแม้จะหมดอายุการใช้งานในอุตสาหกรรมการบินแล้ว แต่ยังมีความแข็งแรง ทนไฟ น้ำหนักสมดุล และมีความเป็นโมดูลาร์สูง จึงเหมาะต่อการนำมาออกแบบใหม่ให้ใช้งานได้อีกหลายรูปแบบ โดยปกติแล้ววัสดุลักษณะนี้มักถูกกำจัดผ่านการขายแบบเศษวัสดุหรือถูกทิ้งเป็นของเสียอุตสาหกรรม ซึ่งก่อให้เกิด คาร์บอนฟุตพรินต์จากการขนส่งและการกำจัด ดังนั้น โครงการนี้จึงช่วย “หยุดการเป็นขยะตั้งแต่ต้นทาง” พร้อมขยายโอกาสในการนำกลับมาใช้ซ้ำอย่างสร้างสรรค์</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41870" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/TG-UPCYCLING-DESIGN-CAMP-2025-02.jpg" alt="ทวิโรจน์ ทรงกำพล" width="400" height="600" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/TG-UPCYCLING-DESIGN-CAMP-2025-02.jpg 400w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/TG-UPCYCLING-DESIGN-CAMP-2025-02-200x300.jpg 200w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/TG-UPCYCLING-DESIGN-CAMP-2025-02-150x225.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/TG-UPCYCLING-DESIGN-CAMP-2025-02-333x500.jpg 333w" sizes="(max-width: 400px) 100vw, 400px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ทวิโรจน์ ทรงกำพล</strong></span> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่สายกลยุทธ์องค์กร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)</strong> เปิดเผยว่า โครงการนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของการบินไทยด้านความยั่งยืน ทั้งสิ่งแวดล้อม สังคม และการบริหารจัดการองค์กร โดยมองว่าการนำวัสดุเหลือใช้กลับมาสร้างประโยชน์ คือการสร้างคุณค่าใหม่และแรงบันดาลใจให้สังคม</p>
<p>ทั้งนี้ ก่อนเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ผู้เข้าแข่งขันทั้ง 10 ทีมได้รับการอบรมเชิงปฏิบัติการจากคณาจารย์ สจล. โดยเน้นเรื่องหลักการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า (Resource Efficiency), การออกแบบเพื่อลดผลกระทบตลอดวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ (Life Cycle Thinking), การเลือกใช้วัสดุที่สามารถ Upcycle ได้จริง และการตีความวัสดุอุตสาหกรรมให้กลายเป็นงานสร้างสรรค์ที่มีมูลค่าเพิ่ม</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41872" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/TG-UPCYCLING-DESIGN-CAMP-2025-04.jpg" alt="TG UPCYCLING DESIGN CAMP 2025" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/TG-UPCYCLING-DESIGN-CAMP-2025-04.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/TG-UPCYCLING-DESIGN-CAMP-2025-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/TG-UPCYCLING-DESIGN-CAMP-2025-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/TG-UPCYCLING-DESIGN-CAMP-2025-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>สำหรับผลรางวัลประจำปี 2025 ได้แก่ มหาวิทยาลัยศิลปากรที่คว้ารางวัลชนะเลิศจากผลงาน TG.01/02 และ TG.00 ซึ่งโดดเด่นด้วยการนำส่วนประกอบของรถคาร์ทที่ปลดระวางมาออกแบบใหม่ให้เป็นชั้นวางของอเนกประสงค์ โคมไฟตั้งพื้น และป้ายไฟที่สวยงามและใช้งานได้จริง</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41871" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/TG-UPCYCLING-DESIGN-CAMP-2025-03.jpg" alt="TG UPCYCLING DESIGN CAMP 2025" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/TG-UPCYCLING-DESIGN-CAMP-2025-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/TG-UPCYCLING-DESIGN-CAMP-2025-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/TG-UPCYCLING-DESIGN-CAMP-2025-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/TG-UPCYCLING-DESIGN-CAMP-2025-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>ส่วนรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าฯ ลาดกระบัง กับผลงาน TG Photo Booth Memory ที่นำเสนอคอนเซปต์ “บันทึกความทรงจำ” ออกแบบให้ติดตั้งในเลาจ์รับรองเพื่อให้ผู้โดยสารถ่ายภาพก่อนออกเดินทาง ขณะที่รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ตกเป็นของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากผลงาน Cheeva Exclusive Home-Based Exercise Set ชุดเก็บอุปกรณ์ออกกำลังกายในบ้านที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ด้วยดีไซน์ที่เป็นระเบียบและประหยัดพื้นที่อย่างลงตัว</p>
<p>กิจกรรม “<strong>TG UPCYCLING DESIGN CAMP 2025</strong>” ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการบินไทยในการผลักดัน เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเปิดพื้นที่ให้เยาวชนไทยใช้พลังความคิดสร้างสรรค์ เปลี่ยนวัสดุหมดอายุการใช้งานให้กลับมามีชีวิตใหม่ สะท้อนอัตลักษณ์ของแบรนด์และความยั่งยืนที่จับต้องได้</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/tg-upcycling-design-camp-2025/">การบินไทยจัดงาน “TG UPCYCLING DESIGN CAMP 2025” รอบชิงชนะเลิศ ต่อยอดเศรษฐกิจหมุนเวียนจากรถคาร์ท และแนวคิด Zero Waste Living</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นักวิชาการชี้ไทยมีศักยภาพด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนพลาสติก ชู ‘EPR- PPP Plastics’ ขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/epr-ppp-plastics/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 22 Oct 2025 09:52:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Scoop]]></category>
		<category><![CDATA[EPR]]></category>
		<category><![CDATA[PPP Plastics]]></category>
		<category><![CDATA[การรีไซเคิลพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียนพลาสติก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=41536</guid>

					<description><![CDATA[<p>ท่ามกลางปัญหาขยะพลาสติก มลพิษสิ่งแวดล้อม และไมโครพลาสติกที่เริ่มส่งผลกระทบ แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ได้กลายเป็นหนึ่งในคำตอบสำคัญของโลกในการลดการใช้ทรัพยากรและจัดการของเสียอย่างยั่งยืน ประเทศไทยในฐานะผู้ผลิตพลาสติกรายสำคัญ กำลังเดินหน้าบนเส้นทางนี้ไปถึงไหน? รศ.ดร.สัญญา สิริวิทยาปกรณ์ จากภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้สะท้อนมุมมองที่น่าสนใจ ตั้งแต่ “ศักยภาพ”ของไทย ไปจนถึง“โจทย์ใหญ่”ที่ต้องเร่งปลดล็อค เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน ชี้ไทยมีศักยภาพ แต่ต้องเร่งสปีดขึ้น 2 – 4 เท่า รศ.ดร.สัญญา ชี้ว่า ประเทศไทยมีศักยภาพสูงในการสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนพลาสติกอย่างครบวงจร เนื่องจากมีพื้นฐานอุตสาหกรรมพลาสติกที่แข็งแกร่งและครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/epr-ppp-plastics/">นักวิชาการชี้ไทยมีศักยภาพด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนพลาสติก ชู ‘EPR- PPP Plastics’ ขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ท่ามกลางปัญหาขยะพลาสติก มลพิษสิ่งแวดล้อม และไมโครพลาสติกที่เริ่มส่งผลกระทบ แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ได้กลายเป็นหนึ่งในคำตอบสำคัญของโลกในการลดการใช้ทรัพยากรและจัดการของเสียอย่างยั่งยืน ประเทศไทยในฐานะผู้ผลิตพลาสติกรายสำคัญ กำลังเดินหน้าบนเส้นทางนี้ไปถึงไหน?</strong></p>
<p><span id="more-41536"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41538" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/EPR-PPP-Plastics-02.jpg" alt="รศ.ดร.สัญญา สิริวิทยาปกรณ์" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/EPR-PPP-Plastics-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/EPR-PPP-Plastics-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/EPR-PPP-Plastics-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/EPR-PPP-Plastics-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>รศ.ดร.สัญญา สิริวิทยาปกรณ์</strong></span> <strong>จากภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์</strong> ได้สะท้อนมุมมองที่น่าสนใจ ตั้งแต่ “ศักยภาพ”ของไทย ไปจนถึง“โจทย์ใหญ่”ที่ต้องเร่งปลดล็อค เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน</p>
<h3>ชี้ไทยมีศักยภาพ แต่ต้องเร่งสปีดขึ้น 2 – 4 เท่า</h3>
<p>รศ.ดร.สัญญา ชี้ว่า ประเทศไทยมีศักยภาพสูงในการสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนพลาสติกอย่างครบวงจร เนื่องจากมีพื้นฐานอุตสาหกรรมพลาสติกที่แข็งแกร่งและครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำ อีกทั้งยังมีกรณีศึกษาโครงการเศรษฐกิจหมุนเวียนพลาสติกขนาดเล็กในระดับชุมชนที่สามารถนำพลาสติกใช้แล้วกลับมาผลิตใหม่และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ แต่เมื่อมองในภาพใหญ่กลับพบความท้าทาย</p>
<p>​“ข้อมูลงานวิจัยชี้ว่า การขยายตัวของโครงการเหล่านี้ยังล่าช้ากว่าเป้าหมายระดับชาติตามแผนโรดแมปการจัดการขยะพลาสติกที่ตั้งเป้าไว้ว่าภายในปี พ.ศ. 2573 (ค.ศ. 2030) ประเทศไทยควรมีระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนพลาสติกที่สามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและครบวงจร</p>
<p>​หากจะก้าวให้ทันตามเป้าหมายดังกล่าว นับจากนี้ไทยต้องเร่งการดำเนินการหลายด้านให้เร็วขึ้น 2 &#8211; 4 เท่า ไม่ว่าจะเป็นการยุติการใช้พลาสติกบางประเภทในกลุ่มพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single-use Plastic), การเพิ่มอัตรารีไซเคิลพลาสติกให้ได้ 50-70%, การขยายขนาดของตลาดเศรษฐกิจหมุนเวียน รวมถึงผลักดันการนำหลักการ EPR หรือ Extended Producer Responsibility มาปรับใช้ในอุตสาหกรรมอย่างจริงจัง เพื่อให้ผู้ผลิตมีส่วนรับผิดชอบต่อผลิตภัณฑ์พลาสติกของตนตลอดวงจรชีวิต ” รศ.ดร.สัญญา กล่าว</p>
<h3>โจทย์ใหญ่ยังขาดโครงสร้างพื้นฐาน ระบบที่ทำให้ทุกอย่างหมุนเวียนได้จริง</h3>
<p>หนึ่งในอุปสรรคสำคัญคือ การขาด &#8220;โครงสร้างพื้นฐาน&#8221; ที่จะรองรับระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนในระดับประเทศ</p>
<p><strong>รศ.ดร.สัญญา ฉายภาพ</strong>ให้เห็นว่า แม้ประเทศไทยจะมีตัวอย่างโครงการเศรษฐกิจหมุนเวียนพลาสติกขนาดเล็กในระดับชุมชน แต่เมื่อต้องการขยายสู่ระดับที่ใหญ่ขึ้นในระดับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ กลับยังขาดการเชื่อมโยงที่เป็นระบบ</p>
<p>“เรายังขาดโครงสร้างพื้นฐานรองรับในระดับประเทศขาดระบบติดตามผลิตภัณฑ์พลาสติกตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางหลังการบริโภคพลาสติกส่วนใหญ่จะหลุดออกจากระบบ ไม่สามารถติดตามและรวบรวมกลับมาใช้ใหม่ได้ ทำให้ไม่เกิดวงจรเศรษฐกิจหมุนเวียนที่ต้องมีกิจกรรมในห่วงโซ่อุปทาน เช่น การขนส่ง การจัดเก็บ ฯลฯ ที่ต้องเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ” รศ.ดร.สัญญา กล่าว</p>
<p>อีกจุดอ่อนสำคัญ คือ ข้อมูลเศรษฐกิจที่ไม่ชัดเจน “ทุกวันนี้เรายังไม่มีตัวเลขมูลค่าทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุมกิจกรรมหมุนเวียนทั้งหมด รวมถึงข้อมูลการลดการใช้วัตถุดิบตั้งต้นจากปิโตรเลียม ซึ่งถือเป็นเป้าหมายสำคัญของเศรษฐกิจหมุนเวียน ปัจจุบันข้อมูลเหล่านี้ยังไม่ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน</p>
<p>แม้แต่ข้อมูลตัวเลข&#8221;ปริมาณการรีไซเคิลพลาสติก&#8221; ในประเทศไทย ก็ยังมีความแตกต่างกันอยู่มาก บางรายงานระบุว่า มีอัตราการรีไซเคิลอยู่ที่ประมาณ 20% ในขณะที่บางข้อมูลอาจจะต่ำกว่านั้น ซึ่งตัวเลขนี้เป็นเพียงการวัดปริมาณวัตถุดิบที่ถูกนำกลับมาใช้ใหม่เท่านั้น ยังไม่ได้สะท้อนถึงมูลค่าทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจริง</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41540" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/EPR-PPP-Plastics-04.jpg" alt="ขยะพลาสติก" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/EPR-PPP-Plastics-04.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/EPR-PPP-Plastics-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/EPR-PPP-Plastics-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/EPR-PPP-Plastics-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<h3>เศรษฐกิจหมุนเวียน ครบวงจรกว่ารีไซเคิล</h3>
<p>นอกจากนี้ อีกอุปสรรคที่สำคัญไม่แพ้กัน คือความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนต่อแนวคิด &#8220;เศรษฐกิจหมุนเวียน&#8221; ที่เน้นแค่การรีไซเคิล โดยไม่พิจารณาระบบทั้งหมด จนนำไปสู่ปัญหาการนำเข้าขยะพลาสติกจากต่างประเทศเพื่อมารีไซเคิลในไทย โดยใช้คำว่าเศรษฐกิจหมุนเวียนมาเป็นใบเบิกทาง</p>
<p>​“ถามว่ามูลค่าทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นอยู่ตรงไหน? คนนำเข้ามาอาจมีรายได้จากการรับจ้างกำจัดขยะ หรือได้วัตถุดิบราคาถูกมาใช้ต่อ แต่ในความเป็นจริง เราตามไม่ได้เลยว่า ขยะเหล่านั้นถูกเอาไปทำอะไรบ้าง กำจัดถูกวิธีไหม และที่สำคัญคือ วัตถุดิบเหล่านี้มาจากประเทศอื่น ซึ่งไม่ตอบเป้าหมายของการลดการใช้ทรัพยากรในประเทศ และเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมซ้ำเติม” <strong>รศ.ดร.สัญญา</strong> กล่าว</p>
<p>​พร้อมกันนี้ได้ย้ำว่า “แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนเกิดขึ้นเพื่อตอบโจทย์ว่า เราจะยังคงสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ โดยใช้ทรัพยากรซ้ำ ลดการใช้ทรัพยากรใหม่ และจัดการของเสียให้กลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอีกครั้ง ดังนั้น เศรษฐกิจหมุนเวียนที่แท้จริงจึงไม่ได้หยุดอยู่แค่ขั้นตอนการรีไซเคิล แต่ต้องครอบคลุมทั้งระบบ ตั้งแต่การออกแบบ การผลิต การขนส่ง การรวบรวม การบำบัดมลพิษ ไปจนถึงการสร้างตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการหมุนเวียน”</p>
<p>อีกหนึ่งประเด็นที่ <strong>รศ.ดร.สัญญา</strong> ชี้ให้เห็นคือ ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับวัสดุทางเลือกอย่าง “พลาสติกที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ” (Biodegradable Plastic) หลายคนเข้าใจว่าสามารถทิ้งที่ไหนก็ได้ ซึ่งไม่จริง เพราะพลาสติกกลุ่มนี้ ไม่สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ แต่ถูกออกแบบมาให้ย่อยสลายได้ในสภาวะจำเพาะ เช่น ต้องผ่านกระบวนการหมัก หรืออยู่ในสภาวะที่มีแสง หรืออุณหภูมิที่เหมาะสม ดังนั้น ถ้าทิ้งโดยไม่คัดแยก หรือจัดการไม่เหมาะสม ก็สามารถกลายเป็นไมโครพลาสติก ซ้ำเติมปัญหาสิ่งแวดล้อมและก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกได้เช่นกัน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41539" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/EPR-PPP-Plastics-03.jpg" alt="ขยะพลาสติก" width="740" height="494" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/EPR-PPP-Plastics-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/EPR-PPP-Plastics-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/EPR-PPP-Plastics-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/EPR-PPP-Plastics-03-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>การแยกขยะในครัวเรือนและพฤติกรรมผู้บริโภคจึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ต้องส่งเสริม โดยปัญหาการคัดแยกขยะ ไม่ได้เกิดจากความไม่เชื่อมั่นว่าพลาสติกที่แยกไปจะถูกนำไปรีไซเคิลหรือไม่ แต่สิ่งที่เป็นปัจจัยสำคัญจริง ๆ คือ ความสับสนของผู้บริโภคว่าต้องแยกอย่างไร เพราะผลิตภัณฑ์มีความหลากหลายสูง และขาดแรงจูงใจชัดเจน ตัวอย่างเช่น ในยุโรปมีระบบค่ามัดจำคืนเมื่อคืนขวด จึงเกิดแรงจูงใจที่เป็นรูปธรรมในระดับผู้บริโภค</p>
<h3>จับตา EPR และ PPP Plastic กลไกสำคัญในการขับเคลื่อน</h3>
<p>ท่ามกลางโจทย์ความท้าทายที่เผชิญ รศ.ดร.สัญญา มองว่า การจะผลักดันเศรษฐกิจหมุนเวียนให้เกิดขึ้นจริงในระดับประเทศ ต้องอาศัยการลงทุนทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี รวมถึงต้องมีกิจกรรมที่เกี่ยวข้องครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบผลิตภัณฑ์ การผลิต การจัดเก็บ การบำบัดมลพิษ ไปจนถึงการสร้างตลาดเข้ามารองรับ ทั้งหมดนี้ต้องดำเนินไปด้วยกัน เพื่อให้เกิดเป็นวงจรเศรษฐกิจหมุนเวียนที่สมบูรณ์</p>
<p>หนึ่งในกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนพลาสติกในระดับประเทศ คือ หลักการ EPR (Extended Producer Responsibility) หรือการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิตให้ครอบคลุมตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ ซึ่งอยู่ระหว่างเตรียมบังคับใช้ในปี 2570 โดย EPR จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่สร้างทั้ง &#8216;ภาคบังคับ&#8217; และ &#8216;ภาคสมัครใจ&#8217; ให้เกิดขึ้นพร้อมกัน ทำให้เกิดแรงจูงใจเชิงระบบ และเอื้อให้เกิดความร่วมมือในระดับใหญ่</p>
<p>นอกจากนี้ การเชื่อมโยงเป้าหมายเศรษฐกิจหมุนเวียนเข้ากับวาระระดับโลกอย่าง &#8220;การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&#8221; (Climate Action) จะเป็นอีกแรงจูงใจที่สำคัญ ซึ่งประเทศไทยกำลังเดินหน้าสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) โดยกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ Climate Change จะเป็นกลไกที่ทำให้ผู้ประกอบการที่นำพลาสติกกลับเข้าสู่ระบบได้รับ &#8220;พลาสติกเครดิต&#8221; ซึ่งจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและแรงจูงใจโดยธรรมชาติ</p>
<p>ขณะที่ความพยายามในการเชื่อมโยงภาคส่วนต่างๆ ผ่านกลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคประชาสังคม ซึ่งเริ่มมีการจัดตั้งสมาคม PPP Plastics เพื่อผลักดันการจัดการขยะพลาสติกอย่างยั่งยืน ถือเป็นทิศทางที่ดีและเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อน อย่างไรก็ตาม แม้จะมีเจ้าภาพร่วมในลักษณะนี้แล้ว แต่การจะขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนให้เกิดขึ้นได้จริงในระดับประเทศ ยังจำเป็นต้องอาศัยการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีที่เชื่อมโยงกันทั้งระบบ เพื่อผลักดันให้เกิดผลในระดับที่ใหญ่และครอบคลุมยิ่งขึ้น</p>
<p>“สำหรับการขับเคลื่อนในระดับประเทศ กลไกที่สำคัญมากคือ EPR ที่สร้างทั้ง &#8216;ภาคบังคับ&#8217; และ &#8216;ภาคสมัครใจ&#8217; ให้เกิดขึ้นพร้อมกัน ซึ่งตอนนี้เราพร้อมแล้ว ถ้าจะเร่งเรื่องนี้ก็สามารถทำได้ เพราะมีการดำเนินงานมาระยะหนึ่งแล้ว เพียงแต่ต้องเติมแรงจูงใจ เป้าหมาย และการบังคับใช้อย่างจริงจัง และแน่นอนว่า พฤติกรรมของผู้บริโภคก็ยังเป็นหัวใจที่สำคัญ เพราะทุกคนคือผู้บริโภค ถ้าเข้าใจและให้ความร่วมมือ ก็จะทำให้การเปลี่ยนผ่านนี้เร็วขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ” รศ.ดร.สัญญา กล่าวย้ำ</p>
<p>อุตสาหกรรมพลาสติกไทยกำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนสำคัญ การเดินหน้าสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนต้องอาศัยพลังร่วมจากทุกภาคส่วน ทั้งผู้ผลิต ผู้บริโภค ภาครัฐ และภาคประชาสังคม เพื่อผลักดันให้การเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นระบบและยั่งยืน ..ไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่คือความจำเป็นเร่งด่วน ก่อนที่วิกฤตมลพิษพลาสติกจะส่งผลกระทบเกินเยียวยา</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/epr-ppp-plastics/">นักวิชาการชี้ไทยมีศักยภาพด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนพลาสติก ชู ‘EPR- PPP Plastics’ ขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แอปสัน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยกระดับธุรกิจสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน ชูความโปร่งใสในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/epson-fy2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 10 Oct 2025 04:17:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[ลดของเสีย]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[แอปสัน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=41365</guid>

					<description><![CDATA[<p>เอปสัน ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีการพิมพ์และโปรเจคเตอร์เปิดเผยรายงานความยั่งยืนประจำปีงบประมาณ 2567 (FY2024) ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEA) ซึ่งเผยให้เห็นความ ก้าวหน้าในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน การเพิ่มความโปร่งใสในการรายงานข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการขยายโครงการที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมทั่วภูมิภาค ทั้งหมดนี้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ระดับโลก Environmental Vision 2050 ของเอปสัน ที่มุ่งสู่การปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นลบ และเลิกพึ่งพาทรัพยากรใต้ดิน เอปสันเริ่มเก็บข้อมูลการปล่อยคาร์บอนจากทั่วภูมิภาคตั้งแต่ปีงบประมาณ 2566 และรายงานฉบับล่าสุดได้สรุปความก้าวหน้าใน 4 ด้านหลัก ได้แก่ การบรรลุความยั่งยืนผ่านเศรษฐกิจหมุนเวียน (Achieve Sustainability in a Circular Economy)&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/epson-fy2024/">แอปสัน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยกระดับธุรกิจสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน ชูความโปร่งใสในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เอปสัน ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีการพิมพ์และโปรเจคเตอร์เปิดเผยรายงานความยั่งยืนประจำปีงบประมาณ 2567 (FY2024) ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEA) ซึ่งเผยให้เห็นความ ก้าวหน้าในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน การเพิ่มความโปร่งใสในการรายงานข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการขยายโครงการที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมทั่วภูมิภาค ทั้งหมดนี้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ระดับโลก Environmental Vision 2050 ของเอปสัน ที่มุ่งสู่การปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นลบ และเลิกพึ่งพาทรัพยากรใต้ดิน</strong></p>
<p><span id="more-41365"></span></p>
<p>เอปสันเริ่มเก็บข้อมูลการปล่อยคาร์บอนจากทั่วภูมิภาคตั้งแต่ปีงบประมาณ 2566 และรายงานฉบับล่าสุดได้สรุปความก้าวหน้าใน 4 ด้านหลัก ได้แก่ การบรรลุความยั่งยืนผ่านเศรษฐกิจหมุนเวียน (Achieve Sustainability in a Circular Economy) การผลักดันอุตสาหกรรมสู่ขอบเขตใหม่ (Advance the Frontiers of Industry) การยกระดับคุณภาพชีวิต (Improve Quality of Life) และการขับเคลื่อนความรับผิดชอบต่อสังคม (Fulfil Social Responsibility) ทั้งสี่ด้านนี้สะท้อนถึงแนวทางแบบองค์รวมของเอปสันในการสร้างผลกระทบเชิงบวก ภายใต้กรอบการดำเนินงานนี้ เอปสันสามารถลดการใช้ไฟฟ้าได้ประมาณ 11% ในปีงบประมาณ 2567 ส่งผลให้การปล่อยคาร์บอนทางอ้อม (Scope 2) ลดลงเหลือ 814 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO2e) หรือใกล้เคียงกับการใช้พลังงานไฟฟ้าของตู้เย็นประมาณ 4,500 เครื่องต่อปี</p>
<h3>บรรลุความยั่งยืนผ่านเศรษฐกิจหมุนเวียน</h3>
<p>เอปสัน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เดินหน้าผลักดันวาระด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนให้ก้าวหน้าไปอีกขั้น ผ่านการลดของเสียและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการขนส่ง โดยเพียงลำพังการขยายการทำ Drop Shipping ก็สามารถช่วยหลีกเลี่ยงการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากถึง 113 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า เพิ่มขึ้นร้อยละ 21 เมื่อเทียบกับปีงบประมาณ 2566</p>
<p>เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและสนับสนุนการตัดสินใจด้านความยั่งยืนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เอปสันได้ขยายการติดตามการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 3 ซึ่งครอบคลุมการปล่อยที่เกิดขึ้นตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่การผลิตวัตถุดิบ การขนส่ง การใช้งานผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการจัดการซากผลิตภัณฑ์หลังการใช้งาน ข้อมูลที่ครอบคลุมมากขึ้นนี้จะสนับสนุนแนวทางการดำเนินงานที่ปรับให้เหมาะกับบริบทของแต่ละประเทศ โดยแต่ละตลาดจะขับเคลื่อนโครงการเฉพาะของตนเองเพื่อลดขยะ อนุรักษ์ทรัพยากร และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานด้านความยั่งยืน ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนถึงความก้าวหน้าระดับภูมิภาค โดยเอปสันสามารถรีไซเคิลวัสดุสิ้นเปลืองจากหมึกได้มากกว่า 1,600 กิโลกรัม และแปรรูปเศษอาหารกว่า 500 กิโลกรัมเป็นปุ๋ย ซึ่งเทียบเท่ากับมื้ออาหารราว 1,700 มื้อ</p>
<p>ความพยายามในการจัดการทรัพยากรหมุนเวียนภายในสำนักงานยังส่งผลให้สำนักงานแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้รับการรับรองมาตรฐาน BCA Green Mark ระดับ Gold ภายในช่วงเวลาการรายงาน และต่อมาอีก 5 สำนักงานก็ได้รับการรับรองเพิ่มเติม ความสำเร็จระดับภูมิภาคนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเอปสันต่อแนวปฏิบัติด้านอาคารที่ยั่งยืน ซึ่งมุ่งยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงานและลดการปล่อยคาร์บอนฟุตพรินต์</p>
<h3>เสริมสร้างธรรมาภิบาลและประสิทธิภาพเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรม</h3>
<p>รายการความยั่งยืนประจำปีงบประมาณ 2567 ยังนำเสนอความพยายามอย่างต่อเนื่องของบริษัทฯ ในการผสานความยั่งยืนเข้ากับการดำเนินงานผ่านการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล การกำกับดูแลตามหลักธรรมาภิบาล และการดูแลคุณภาพชีวิตของพนักงาน</p>
<p>โดยเฉพาะในการกำกับดูแลการดำเนินงานตามหลักธรรมาภิบาล พนักงานได้เข้าร่วมการอบรมด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบครบถ้วน 100% ควบคู่กับมาตรการต่อต้านการทุจริต และมาตรการด้านสุขภาพและความปลอดภัยที่เข้มงวด ที่สำคัญ ในปีงบประมาณ 2567 เอปสันสามารถบันทึกสถิติการเกิดอุบัติเหตุจากการทำงานเป็นศูนย์ อีกทั้งยังเดินหน้าลงทุนในการพัฒนาบุคลากร ผ่านการฝึกอบรมเฉพาะด้านและโครงการส่งเสริมคุณภาพชีวิต สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเอปสันต่อความเป็นเลิศในการดำเนินงานและความปลอดภัยของพนักงาน</p>
<h3>ยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชน</h3>
<p>เอปสันยังคงมุ่งมั่นในการยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนในพื้นที่ที่ดำเนินงาน ผ่านการสนับสนุนด้านการศึกษาและการเข้าถึงการเรียนรู้ ภายใต้โครงการ “Epson Goes to School” และการมอบเครื่องพิมพ์ เพื่อช่วยให้ครูและนักเรียนเข้าถึงสื่อการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ เอปสันยังสนับสนุนโครงการหุ่นยนต์ในหลายประเทศ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนก้าวสู่การเป็นนักนวัตกรรม และเตรียมความพร้อมสู่โลกดิจิทัลในอนาคต</p>
<h3>จัรมุ่งพันธกิจรับผิดชอบต่อสังคม</h3>
<p>รายงานยังเน้นย้ำถึงพันธกิจด้านความรับผิดชอบต่อสังคมของเอปสัน ผ่านความร่วมมือกับองค์กรภาคประชาสังคมและภาคีท้องถิ่น เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศและลดปริมาณขยะ อาทิ โครงการเก็บกู้ขยะกว่า 1,400 กิโลกรัม ทั้งพลาสติกและโฟม และกิจกรรมทำความสะอาดใน 6 ประเทศ ขณะที่ในอินโดนีเซีย เอปสันร่วมกับ WWF ในโครงการ “Trees for Life” ปลูกต้นไม้กว่า 200,000 ต้น บนพื้นที่กว่า 1,875 ไร่ เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศในระยะยาวและช่วยเหลือครอบ ครัวกว่า 300 ครัวเรือน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41368" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Epson-03.jpg" alt="ตัน เมย์ ลิน" width="736" height="491" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Epson-03.jpg 736w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Epson-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Epson-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Epson-03-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 736px) 100vw, 736px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ตัน เมย์ ลิน</strong></span> <strong>หัวหน้าคณะทำงานด้านความยั่งยืน เอปสัน เอเชียนตะวันออกเฉียงใต้</strong> กล่าวว่า สำหรับเอปสัน ความยั่งยืนคือการมอบพลังให้กับพนักงานและชุมชนในการขับเคลื่อนร่วมกันเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างความโปร่งใสด้านข้อมูลและความรับผิดชอบในภูมิภาค เพื่อให้เป้าหมายระดับโลกสอดคล้องกับการดำเนินงานในพื้นที่จริง</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41367" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Epson-02.jpg" alt="เอลวิน ตัน" width="366" height="564" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Epson-02.jpg 366w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Epson-02-195x300.jpg 195w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Epson-02-150x231.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Epson-02-324x500.jpg 324w" sizes="(max-width: 366px) 100vw, 366px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>เอลวิน ตัน</strong></span> <strong>ผู้รับผิดชอบโครงการในแต่ละประเทศ</strong> กล่าวว่า ความก้าวหน้าด้านความยั่งยืนต้องเกิดขึ้นจริงในทุกตลาดภายใต้การกำกับดูแลของเอปสัน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่ว่าจะเป็นการลดการปล่อยคาร์บอน ลดขยะพลาสติก หรือการขยายโอกาสทางการศึกษา วิธีการแบบลงมือทำจริงนี้ช่วยให้ทั้งพนักงานและชุมชนได้รับประโยชน์ที่จับต้องได้ ทั้งต่อผู้คนและสิ่งแวดล้อม</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/epson-fy2024/">แอปสัน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยกระดับธุรกิจสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน ชูความโปร่งใสในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผนึกกำลังภาครัฐ–เอกชน ลงนามผลักดันบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนผ่าน ‘Aluminium Loop Model’ หนุนหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ลดปล่อยคาร์บอนฯ มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/aluminium-loop-model/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 02 Oct 2025 06:28:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Industry]]></category>
		<category><![CDATA[Aluminium Loop]]></category>
		<category><![CDATA[Aluminium Loop Model]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการบรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มอลูมิเนียม]]></category>
		<category><![CDATA[รรจุภัณฑ์อลูมิเนียม]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบรีไซเคิลวงจรปิด]]></category>
		<category><![CDATA[ลดคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=41212</guid>

					<description><![CDATA[<p>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยหน่วยงานภาครัฐ และกลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรมการผลิตและการจัดการกระป๋องอลูมิเนียมตลอดห่วงโซ่อุปทาน (Aluminium Can Supply Chain) ร่วมลงนามประกาศเจตนารมณ์ความร่วมมือ เพื่อขับเคลื่อนการจัดการบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มอย่างยั่งยืน โดยใช้ “Aluminium Loop” เป็นต้นแบบการรีไซเคิลวงจรปิด (Closed Loop Recycling) ที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ พร้อมสนับสนุนข้อมูลภาคอุตสาหกรรมการผลิตบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มอลูมิเนียม รองรับมาตรการปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของประเทศไทย (TH-CBAM) มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 ของประเทศ ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการสร้างระบบหมุนเวียนบรรจุภัณฑ์อย่างครบวงจร&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/aluminium-loop-model/">กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผนึกกำลังภาครัฐ–เอกชน ลงนามผลักดันบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนผ่าน ‘Aluminium Loop Model’ หนุนหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ลดปล่อยคาร์บอนฯ มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยหน่วยงานภาครัฐ และกลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรมการผลิตและการจัดการกระป๋องอลูมิเนียมตลอดห่วงโซ่อุปทาน (Aluminium Can Supply Chain) ร่วมลงนามประกาศเจตนารมณ์ความร่วมมือ เพื่อขับเคลื่อนการจัดการบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มอย่างยั่งยืน โดยใช้ “Aluminium Loop” เป็นต้นแบบการรีไซเคิลวงจรปิด (Closed Loop Recycling) ที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ พร้อมสนับสนุนข้อมูลภาคอุตสาหกรรมการผลิตบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มอลูมิเนียม รองรับมาตรการปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของประเทศไทย (TH-CBAM) มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 ของประเทศ</strong></p>
<p><span id="more-41212"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41216" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Thailand-MOU-on-ERP-Climate-Action-Ceremony-01.jpg" alt="ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Thailand-MOU-on-ERP-Climate-Action-Ceremony-01.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Thailand-MOU-on-ERP-Climate-Action-Ceremony-01-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Thailand-MOU-on-ERP-Climate-Action-Ceremony-01-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Thailand-MOU-on-ERP-Climate-Action-Ceremony-01-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์</strong></span> <strong>ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</strong> เปิดเผยว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการสร้างระบบหมุนเวียนบรรจุภัณฑ์อย่างครบวงจร เชื่อมโยงตั้งแต่การผลิต การบริโภค การคัดแยกเก็บกลับ ไปจนถึงการนำเข้าสู่ระบบการรีไซเคิล โดยมีเป้าหมายชัดเจนในการลดปริมาณขยะตกค้าง และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคอุตสาหกรรม โดยมูลนิธิ 3R จะเป็นผู้ประสานงานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาควิชาการ รวมถึงองค์กรด้านสิ่งแวดล้อมและสื่อสาธารณะ เพื่อร่วมกันผลักดันการศึกษา การพัฒนา และบริหารจัดการบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจรสอดคล้องตามหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เป็นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคอุตสาหกรรมตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ</p>
<p>สำหรับภาครัฐและบทบาทในการดำเนินการ อาทิ กรมควบคุมมลพิษ เร่งผลักดันกฎหมายการจัดการบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน ซึ่งเป็นไปตามหลักการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต (Extended Producer Responsibility: EPR) และแผนปฏิบัติการจัดการขยะของประเทศ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม สนับสนุนการ บูรณาการฐานข้อมูลก๊าซเรือนกระจก ผลักดันมาตรการคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของประเทศไทย (TH-CBAM) กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ร่วมติดตามผลกระทบต่อชายฝั่งทะเลและสนับสนุนมาตรฐานทะเลสะอาด และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ทำงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างครอบคลุมมากขึ้น เพื่อสนับสนุนการคัดแยกบรรจุภัณฑ์ออกจากขยะมูลฝอยอย่างมีประสิทธิภาพ และนำแนวทางหรือนโยบายไปปฏิบัติจริงในพื้นที่</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41217" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Thailand-MOU-on-ERP-Climate-Action-Ceremony-02.jpg" alt="ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Thailand-MOU-on-ERP-Climate-Action-Ceremony-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Thailand-MOU-on-ERP-Climate-Action-Ceremony-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Thailand-MOU-on-ERP-Climate-Action-Ceremony-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Thailand-MOU-on-ERP-Climate-Action-Ceremony-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>ขณะที่ภาคเอกชนจะทำหน้าที่ในการพัฒนาระบบการจัดการและจัดทำฐานข้อมูลการจัดการบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มอลูมิเนียมที่ครอบคลุมตลอดทั้งวงจร ตั้งแต่การผลิต การบริโภค การคัดแยก การเก็บกลับ และการรีไซเคิล เพื่อให้สามารถกำหนดกรอบและแนวทางการบริหารจัดการข้อมูลที่สอดคล้องกับการพัฒนาระบบบริหารจัดการองค์กรรับผิดชอบจัดการบรรจุภัณฑ์ (PRO: Producer Responsibility Organization) และการประเมินค่าบริการ (EPR Fee) ที่เป็นธรรม ผ่านกลไกแบบจำลองการรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มอลูมิเนียมวงจรปิด (Closed Loop Recycling) ของ Aluminium Loop ซึ่งเกิดขึ้นจากกลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรมการผลิตและจัดการกระป๋องอลูมิเนียมตลอดห่วงโซ่คุณค่า (Aluminium Can Supply Chain) ได้แก่ บริษัท ไทยเบเวอร์เรจแคน จำกัด ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มอลูมิเนียม บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ รีไซเคิล จำกัด ผู้เก็บรวบรวมบรรจุภัณฑ์ใช้แล้ว บริษัท แองโกล เอเซีย เทรดดิ้ง จำกัด ผู้รีไซเคิลบรรจุภัณฑ์อลูมิเนียม และ บริษัท ยูเอซีเจ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตแผ่นอลูมิเนียม โดยมีผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเครื่องดื่มชั้นนำเข้าร่วม อาทิ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท ที.ซี.ฟาร์มาซูติคอล อุตสาหกรรม จำกัด เป็นต้น</p>
<p>นอกจากนี้ ยังได้รับความร่วมมือจากภาควิชาการ โดย สถาบันวิจัยสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการคำนวณค่าบริหารจัดการบรรจุภัณฑ์ (EPR Fee) เพื่อสะท้อนถึงต้นทุนการจัดการขยะ รองรับการพัฒนาสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และบริษัท วีกรีน เคยู จำกัด จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จะสนับสนุนข้อมูลเชิงวิชาการเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาระบบฐานข้อมูลบัญชีรายการสิ่งแวดล้อมของบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มอลูมิเนียมและอุตสาหกรรมอลูมิเนียม ให้เป็นต้นแบบในการกำหนดเกณฑ์และบริหารจัดการ TH-CBAM ตามมาตรฐานสากล โดยใช้ Aluminium Loop เป็นแบบจำลอง</p>
<p>“เราเชื่อว่า Aluminium Loop เป็นทั้งนวัตกรรมด้านการรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มอลูมิเนียมแบบวงจรปิด ทั้งยังเป็นเครื่องมือการผลักดันการบริหารจัดการบรรจุภัณฑ์ตามหลักการ EPR และรองรับร่างพระราชบัญญัติการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืนในอนาคต ซึ่งการลงนามความร่วมมือครั้งนี้ของภาครัฐและเอกชน จะผลักดันให้เกิดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม” <strong>ดร.ชญานันท์</strong> กล่าว</p>
<p>ทั้งนี้ ประกาศเจตนารมณ์ความร่วมมือจะมีผลบังคับใช้เป็นเวลา 5 ปี (พ.ศ. 2568 – 2572) โดยทุกฝ่ายจะจัดตั้งคณะกรรมการและคณะทำงานเพื่อกำหนดแผนปฏิบัติงานรายปี พร้อมกำหนดเป้าหมายชัดเจน โดยจะมีการทบทวนผลการดำเนินงานทุก 2 ปี เพื่อปรับปรุงและยกระดับให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป สำหรับความร่วมมือดังกล่าวนี้ จะช่วยยกระดับการจัดการบรรจุภัณฑ์ของประเทศไทยให้ก้าวสู่มาตรฐานสากล ช่วยลดปริมาณขยะตกค้าง ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสนับสนุนหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนที่เข้มแข็ง อีกทั้งยังเป็นการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม เพื่อเป้าหมาย Net Zero ของประเทศไทย</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41218" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Thailand-MOU-on-ERP-Climate-Action-Ceremony-03.jpg" alt="นางกิติยา แสนทวีสุข" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Thailand-MOU-on-ERP-Climate-Action-Ceremony-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Thailand-MOU-on-ERP-Climate-Action-Ceremony-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Thailand-MOU-on-ERP-Climate-Action-Ceremony-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Thailand-MOU-on-ERP-Climate-Action-Ceremony-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นางกิติยา แสนทวีสุข</strong></span> <strong>ผู้ช่วยรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยเบเวอร์เรจแคน จำกัด</strong> เปิดเผยว่า ในนามตัวแทนกลุ่มอุตสาหกรรมอลูมิเนียม ความร่วมมือในครั้งนี้นับเป็นการสร้างระบบรีไซเคิลที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืนให้เกิดขึ้นในประเทศไทย ช่วยยกระดับความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยในตลาดโลก เนื่องจากมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม อาทิ TH-CBAM และมาตรฐานการลดก๊าซเรือนกระจกของสหภาพยุโรป กำลังเป็นเงื่อนไขสำคัญของการค้าโลกในอนาคต ซึ่งถือเป็นการเร่งให้เกิดการพัฒนาระบบ Closed Loop Recycling ในระดับประเทศอย่างเต็มประสิทธิผล โดยจะทำให้อุตสาหกรรมสามารถใช้อลูมิเนียมรีไซเคิลกลับเข้าสู่การผลิตบรรจุภัณฑ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดการพึ่งพาทรัพยากรใหม่ และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างสูงสุด เรามุ่งมั่นผลักดันวงการบรรจุภัณฑ์ให้ก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ ซึ่ง Aluminium Loop ได้ก่อตั้งขึ้นในปี 2564 จากการผลักดันของภาครัฐและความร่วมมือของภาคเอกชนในห่วงโซ่คุณค่าของบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มอลูมิเนียม โดยเราเป็นผู้ริเริ่มสร้างระบบรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มอลูมิเนียมแบบวงจรปิดแห่งแรกในประเทศไทย ซึ่งนับเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศในเอเชียที่มีโครงสร้างพื้นฐานครบวงจร สิ่งที่ทำให้ระบบของ Aluminium Loop แตกต่างจากระบบรีไซเคิลทั่วไป คือ ระบบที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ (Transparency &amp; Traceability) โดยจะติดตามข้อมูลตั้งแต่จำนวนกระป๋องที่ผลิตออกสู่ตลาด ไปจนถึงจำนวนที่ถูกเก็บกลับมารีไซเคิลได้จริงในปริมาณเทียบเท่าโดยน้ำหนัก</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41219" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Thailand-MOU-on-ERP-Climate-Action-Ceremony-04.jpg" alt="เครื่องดื่มเข้าร่วมระบบรีไซเคิลแบบวงจร" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Thailand-MOU-on-ERP-Climate-Action-Ceremony-04.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Thailand-MOU-on-ERP-Climate-Action-Ceremony-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Thailand-MOU-on-ERP-Climate-Action-Ceremony-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Thailand-MOU-on-ERP-Climate-Action-Ceremony-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>ปัจจุบันมีแบรนด์เครื่องดื่มเข้าร่วมระบบรีไซเคิลแบบวงจรปิดนี้มากกว่า 100 แบรนด์ และสามารถเก็บกลับบรรจุภัณฑ์อลูมิเนียมใช้แล้วเข้าสู่ระบบได้มากกว่า 1,500 ล้านใบ ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่า 130 ล้านกิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ขณะที่เป้าหมายความร่วมมือครั้งนี้ได้วางแนวทางหลักไว้ 3 ด้าน ได้แก่ การพัฒนาฐานข้อมูลและระบบบริหารจัดการ โดยจะจัดทำฐานข้อมูลบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มอลูมิเนียมตลอดวงจร ตั้งแต่การผลิต การบริโภค การเก็บกลับ การรีไซเคิล ไปจนถึงการจัดทำระบบบัญชีก๊าซเรือนกระจกที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพื่อรองรับมาตรการ TH-CBAM และนโยบายการลดก๊าซเรือนกระจกของไทย รวมถึงการใช้ระบบรีไซเคิลวงจรปิดของ Aluminium Loop ซึ่งสอดคล้องกับร่างกฎหมายด้านการจัดการบรรจุภัณฑ์และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อเป็นต้นแบบให้กับอุตสาหกรรมอื่นๆ ส่งเสริมการสร้างมาตรฐานใหม่ของการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน และสุดท้ายคือ การจัดการขยะในพื้นที่จัดการยาก ด้วยการนำหลักเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม (Behavioral Economics) มาประยุกต์ใช้เพื่อกระตุ้นพฤติกรรมผู้บริโภคให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เร่งพัฒนาระบบการจัดการขยะบนพื้นที่ชายฝั่งทะเล สนับสนุนมาตรฐาน “ทะเลสะอาด” และสร้างจิตสำนึกของประชาชนให้พร้อมปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง ความร่วมมือนี้จึงไม่เพียงเป็นกลไกในการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการผนึกกำลังทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับมาตรฐานสิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยในตลาดโลก ตอกย้ำเส้นทางที่ประเทศไทยจะก้าวไปสู่เป้าหมาย Net Zero ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/aluminium-loop-model/">กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผนึกกำลังภาครัฐ–เอกชน ลงนามผลักดันบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนผ่าน ‘Aluminium Loop Model’ หนุนหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ลดปล่อยคาร์บอนฯ มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อัครา ร่วมกับจุฬาฯ พัฒนานวัตกรรมหางแร่เหลือใช้สู่อิฐก่อสร้าง เดินหน้า Zero Waste Mining ต่อยอดเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อชุมชน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/akara-chula-zero-waste-mining/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/akara-chula-zero-waste-mining/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 16 Jul 2025 08:58:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[จุฬาฯ]]></category>
		<category><![CDATA[หางแร่เหลือใช้]]></category>
		<category><![CDATA[อัครา]]></category>
		<category><![CDATA[อิฐก่อสร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=40053</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในแต่ละปี ประเทศไทยผลิต “หางแร่” หรือของเหลือจากกระบวนการทำเหมืองแร่จำนวนมหาศาล โดยเฉพาะจากการสกัดทองคำและเงิน แม้หางแร่จะถูกจัดการอย่างเป็นระบบ แต่ในทางปฏิบัติกลับถูกทิ้งไว้โดยไร้มูลค่า ซึ่งสวนทางกับแนวโน้มการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และความจำเป็นในการลดของเสียตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน และการทำเหมืองแบบไร้ของเสีย ขณะที่ต้นทุนวัสดุก่อสร้างในหลายภูมิภาคของไทย โดยเฉพาะพื้นที่ห่างไกล เช่น จังหวัดพิจิตรและเพชรบูรณ์ เพิ่มสูงขึ้นจากค่าขนส่งและความขาดแคลนวัตถุดิบในพื้นที่ ส่งผลให้ชุมชนท้องถิ่นไม่สามารถเข้าถึงวัสดุก่อสร้างคุณภาพในราคาย่อมเยาได้ เพื่อพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบการเหมืองแร่ทองคำและเงินแห่งเดียวของประเทศไทย จึงร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผ่านการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อร่วมบูรณาการองค์ความรู้จากงานวิจัยในการศึกษาความเป็นไปได้ของการใช้ประโยชน์จาก ‘หางแร่ (Tailings)” ที่เกิดจากการกระบวนการผลิตแร่ทองคำและเงินให้กลายเป็นแร่เศรษฐกิจ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/akara-chula-zero-waste-mining/">อัครา ร่วมกับจุฬาฯ พัฒนานวัตกรรมหางแร่เหลือใช้สู่อิฐก่อสร้าง เดินหน้า Zero Waste Mining ต่อยอดเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อชุมชน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ในแต่ละปี ประเทศไทยผลิต “หางแร่” หรือของเหลือจากกระบวนการทำเหมืองแร่จำนวนมหาศาล โดยเฉพาะจากการสกัดทองคำและเงิน แม้หางแร่จะถูกจัดการอย่างเป็นระบบ แต่ในทางปฏิบัติกลับถูกทิ้งไว้โดยไร้มูลค่า ซึ่งสวนทางกับแนวโน้มการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และความจำเป็นในการลดของเสียตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน และการทำเหมืองแบบไร้ของเสีย ขณะที่ต้นทุนวัสดุก่อสร้างในหลายภูมิภาคของไทย โดยเฉพาะพื้นที่ห่างไกล เช่น จังหวัดพิจิตรและเพชรบูรณ์ เพิ่มสูงขึ้นจากค่าขนส่งและความขาดแคลนวัตถุดิบในพื้นที่ ส่งผลให้ชุมชนท้องถิ่นไม่สามารถเข้าถึงวัสดุก่อสร้างคุณภาพในราคาย่อมเยาได้</strong></p>
<p><span id="more-40053"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40055" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/Akara-Chula-Zero-Waste-Mining-02.jpg" alt="อัครา ร่วมกับจุฬาฯ พัฒนานวัตกรรมหางแร่เหลือใช้สู่อิฐก่อสร้า" width="749" height="501" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/Akara-Chula-Zero-Waste-Mining-02.jpg 749w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/Akara-Chula-Zero-Waste-Mining-02-300x201.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/Akara-Chula-Zero-Waste-Mining-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/Akara-Chula-Zero-Waste-Mining-02-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 749px) 100vw, 749px" /></p>
<p>เพื่อพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบการเหมืองแร่ทองคำและเงินแห่งเดียวของประเทศไทย จึงร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผ่านการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อร่วมบูรณาการองค์ความรู้จากงานวิจัยในการศึกษาความเป็นไปได้ของการใช้ประโยชน์จาก ‘หางแร่ (Tailings)” ที่เกิดจากการกระบวนการผลิตแร่ทองคำและเงินให้กลายเป็นแร่เศรษฐกิจ (Economic Minerals) แห่งอนาคตที่สามารถนำมาผลิตวัสดุก่อสร้างคุณภาพสูง พร้อมเตรียมแผนกรุยทางสร้างโอกาสธุรกิจของวิสาหกิจในชุมชนนำร่อง เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) สู่การเป็นต้นแบบของอุตสาหกรรมเหมืองแร่ที่มีการบริหารจัดการของเสียให้เกิดประโยชน์สูงสุดอย่างยั่งยืน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40056" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/Akara-Chula-Zero-Waste-Mining-03.jpg" alt="เชิดศักดิ์ อรรถอารุณ" width="749" height="499" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/Akara-Chula-Zero-Waste-Mining-03.jpg 749w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/Akara-Chula-Zero-Waste-Mining-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/Akara-Chula-Zero-Waste-Mining-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/Akara-Chula-Zero-Waste-Mining-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 749px) 100vw, 749px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">เชิดศักดิ์ อรรถอารุณ</span> ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายความยั่งยืนขององค์กร บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน)</strong> เปิดเผยว่า ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจและแรงกดดันด้านสิ่งแวดล้อม บริษัทให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะ “หางแร่” หรือของเหลือจากกระบวนการทำเหมืองทองคำชาตรี ซึ่งเป็นเหมืองทองคำขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศ เพื่อไม่ให้กลายเป็นของเสีย อัคราจึงร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พัฒนาแนวทางการนำหางแร่มาใช้ผลิตเป็นอิฐบล็อกที่มีความแข็งแรงกว่าทั่วไป พร้อมถ่ายทอดความรู้สู่ชุมชนในจังหวัดพิจิตรและเพชรบูรณ์ เพื่อสร้างอาชีพ กระจายรายได้ และต่อยอดเศรษฐกิจหมุนเวียนในระดับท้องถิ่น</p>
<p>สำหรับกระบวนการผลิตทองคำของอัครานั้น ทองคำจากเหมืองจะถูกถลุงเป็น “แท่งโดเร่” ซึ่งประกอบด้วยทองคำประมาณ 10–12% และเงินกว่า 80% ก่อนจะส่งต่อไปยังโรงงานแปรรูป เพื่อสกัดเป็นทองคำบริสุทธิ์ 99% และเงินบริสุทธิ์ 95% แล้วเข้าสู่อุตสาหกรรมอัญมณีของไทย ทำให้เกิดมูลค่าเพิ่มในประเทศตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ สะท้อนเป้าหมายของบริษัทที่ต้องการเติบโตควบคู่กับชุมชนรอบเหมืองในรัศมี 5 กิโลเมตรรอบเหมือง ซึ่งมีประชากรราว 15,000 คน ผ่านการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด และสร้างความไว้วางใจด้วยข้อมูลที่เชื่อถือได้</p>
<p><strong>เชิดศักดิ์ กล่าวอีกว่า </strong>อัครายังยึดแนวคิด “Zero Waste Mining” ด้วยการนำหางแร่ที่ได้จากหินภูเขาไฟ ซึ่งมีความแข็งแรงกว่าหินปูนทั่วไป และผ่านการบดละเอียดจนมีลักษณะคล้ายแป้งฝุ่น มาใช้เป็นวัสดุก่อสร้างโดยไม่ต้องมีต้นทุนเพิ่มเติม จุดเด่นของอิฐจากหางแร่คือนอกจากจะแข็งแรง ยังช่วยลดต้นทุนการขนส่งวัสดุก่อสร้างในพื้นที่ห่างไกล เช่น พิจิตรและเพชรบูรณ์ ซึ่งปกติจะมีราคาสูงเพราะอยู่ไกลจากแหล่งผลิตหินก่อสร้าง</p>
<p>ด้านความปลอดภัย บริษัทฯ ได้ร่วมมือกับจุฬาฯ ทำการวิจัยหางแร่อย่างละเอียด ทั้งการตรวจสารไซยาไนด์ โลหะหนัก และคุณสมบัติทางเคมีต่าง ๆ เพื่อยืนยันว่าไม่มีผลกระทบต่อชุมชน โดยใช้มาตรฐานจากห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรอง สร้างความมั่นใจจากข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และผลการใช้งานจริงในพื้นที่</p>
<p>“แนวคิด ‘Zero Waste Mining’ มีโอกาสต่อยอดได้อีกมากในอนาคต ไม่เพียงแค่ในวงการก่อสร้าง แต่รวมถึงอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่สามารถใช้ประโยชน์จากหางแร่ได้ โดยคาดว่าในปีหน้า จะได้เห็นผลิตภัณฑ์ต้นแบบจากโครงการนี้ในพื้นที่นำร่อง และเมื่อผ่านมาตรฐาน มอก. แล้ว จะสามารถขยายผลได้อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป” <strong>เชิดศักดิ์ </strong>กล่าว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40057" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/Akara-Chula-Zero-Waste-Mining-04.jpg" alt="ดร.พีท หอมชื่น" width="749" height="499" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/Akara-Chula-Zero-Waste-Mining-04.jpg 749w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/Akara-Chula-Zero-Waste-Mining-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/Akara-Chula-Zero-Waste-Mining-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/Akara-Chula-Zero-Waste-Mining-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 749px) 100vw, 749px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ดร.พีท หอมชื่น</span> อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย </strong>กล่าวว่า โครงการนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการบูรณาการองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมเหมืองแร่กับแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับหางแร่ซึ่งเป็นวัสดุเหลือทิ้งจากกระบวนการแต่งแร่ โดยการนำมาพัฒนาเป็นอิฐบล็อกคุณภาพสูงที่มีความแข็งแรงและทนทานกว่าอิฐทั่วไป</p>
<p>นอกจากจะช่วยลดการใช้ทรัพยากรจากธรรมชาติแล้ว ยังช่วยลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ในกระบวนการก่อสร้าง สร้างศักยภาพของชุมชนและรายได้ให้กับชุมชนรอบเหมือง ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตในระยะยาว ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย Net Zero และ SDGs ด้าน Sustainable Cities &amp; Communities และ Responsible Consumption &amp; Production</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40058" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/Akara-Chula-Zero-Waste-Mining-05.jpg" alt="รศ.ดร.จิรวัฒน์ ชีวรุ่งโรจน์" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/Akara-Chula-Zero-Waste-Mining-05.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/Akara-Chula-Zero-Waste-Mining-05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/Akara-Chula-Zero-Waste-Mining-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/Akara-Chula-Zero-Waste-Mining-05-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>ด้าน<strong><span style="color: #6cb742;"> รศ.ดร.จิรวัฒน์ ชีวรุ่งโรจน์</span> หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</strong> กล่าวว่า ในอดีตการทำเหมืองแร่จะมุ่งเน้นไปที่การแสวงหาวัตถุดิบหลักเพื่อส่งต่อสู่อุตสาหกรรม แต่ปัจจุบันเรามองหางแร่เป็นทรัพยากรอง ที่สามารถนำมาต่อได้หลากหลาย และมีโอกาสสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคมได้จริง ทางคณะได้ศึกษาลักษณะของหางแร่จากเหมืองทั่วประเทศ เพื่อออกแบบแนวทางการใช้ประโยชน์ให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะโครงการร่วมกับเหมืองแร่ทองคำชาตรี ได้ใช้องค์ความรู้จากหลายศาสตร์ เช่น วัสดุศาสตร์ วิศวกรรมสิ่งแวดล้อม และสังคมศาสตร์ มาพัฒนาแนวทางการแปรรูปหางแร่ให้ปลอดภัยและเป็นประโยชน์ พร้อมทั้งถ่ายทอดความรู้นั้นสู่ชุมชนในรูปแบบที่เข้าใจง่ายและนำไปใช้ได้จริง</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40059" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/Akara-Chula-Zero-Waste-Mining-06.jpg" alt="อัครา ร่วมกับจุฬาฯ พัฒนานวัตกรรมหางแร่เหลือใช้สู่อิฐก่อสร้าง เดินหน้า Zero Waste Mining ต่อยอดเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อชุมชน" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/Akara-Chula-Zero-Waste-Mining-06.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/Akara-Chula-Zero-Waste-Mining-06-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/Akara-Chula-Zero-Waste-Mining-06-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/Akara-Chula-Zero-Waste-Mining-06-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>นอกจากการผลิตอิฐบล็อกจากหางแร่แล้ว ยังมีการวิจัยต่อยอดเพื่อพัฒนาเป็นวัสดุอื่น เช่น ฉนวนคอนกรีตน้ำหนักเบา โดยความท้าทายไม่ได้อยู่แค่ในเชิงเทคนิค แต่รวมถึงการวิเคราะห์ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ และความเป็นไปได้ในการขยายผลในระยะยาว เป้าหมายในอนาคต คือการสร้าง “วิสาหกิจชุมชน” ที่ช่วยให้ชุมชนในจังหวัดนำร่องมีรายได้จากการใช้ทรัพยากรที่เคยถูกมองข้าม และสามารถนำไปปรับใช้ในพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศ</p>
<p>ภายใต้ความร่วมมือในครั้งนี้มีการร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ว่าด้วยเรื่อง การใช้ประโยชน์จากหางแร่ของ บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ที่จะให้การสนับสนุนงบประมาณการวิจัยปีละ 3 ล้านบาท ต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 3 ปี เพื่อผลักดันการศึกษาเชิงลึกและพัฒนานวัตกรรมอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่สะท้อนความมุ่งมั่นของ  อัคราในการเดินหน้าดำเนินกิจการเหมืองแร่อย่างมีความรับผิดชอบ พยายามลดปริมาณของเสียโดยมีกระบวนการหมุนเวียนกลับไปใช้เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ สร้างความมั่นใจให้กลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากการบริหารงานที่ปลอดภัยและโปร่งใส พร้อมส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชนโดยรอบ ยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมเหมืองแร่ให้ก้าวสู่ความยั่งยืน โดยคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/akara-chula-zero-waste-mining/">อัครา ร่วมกับจุฬาฯ พัฒนานวัตกรรมหางแร่เหลือใช้สู่อิฐก่อสร้าง เดินหน้า Zero Waste Mining ต่อยอดเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อชุมชน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/akara-chula-zero-waste-mining/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>GIZ ผนึกกำลังพันธมิตร ปลุกพลัง Eco-Design จุดประกายนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/giz-eco-design-sustainable-packaging/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/giz-eco-design-sustainable-packaging/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 12 Jun 2025 06:18:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Packaging]]></category>
		<category><![CDATA[Eco -Design]]></category>
		<category><![CDATA[GIZ]]></category>
		<category><![CDATA[การรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์พลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตภัณฑ์ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=39520</guid>

					<description><![CDATA[<p>องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ประจำประเทศไทย จัดพิธีมอบรางวัล “Eco-Design Sparking Innovation Award” ภายใต้โครงการ “การลดการใช้ การออกแบบที่ยั่งยืน และการรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์พลาสติกเพื่อป้องกันขยะในทะเล (MA-RE-DESIGN)” เพื่อส่งเสริมแนวคิดการออกแบบบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน และสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในระบบนิเวศของพลาสติกในประเทศไทย งานนี้ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของการผลักดันนโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียนผ่านการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดยเน้นหลักการ Eco-Design และ Design for Recycling (D4R) ซึ่งจะช่วยวางรากฐานการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยให้ก้าวสู่ความยั่งยืน พร้อมเชื่อมโยงความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ลิกกี้-ลี พิทเซน เลขานุการเอกฝ่ายการเมืองและวัฒนธรรม สถานเอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำประเทศไทย กล่าวว่า ในเยอรมนี Eco-design ไม่ใช่เพียงทฤษฎี แต่เป็นแนวทางปฏิบัติที่พิจารณาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอนของวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่การเลือกใช้วัสดุ กระบวนการผลิต การใช้งาน ไปจนถึงการนำกลับมาใช้ใหม่หรือการจัดการของเสียอย่างเหมาะสม โดยหลักการนี้มีส่วนช่วยลดของเสีย ลดการปล่อยคาร์บอน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/giz-eco-design-sustainable-packaging/">GIZ ผนึกกำลังพันธมิตร ปลุกพลัง Eco-Design จุดประกายนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ประจำประเทศไทย จัดพิธีมอบรางวัล “Eco-Design Sparking Innovation Award” ภายใต้โครงการ “การลดการใช้ การออกแบบที่ยั่งยืน และการรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์พลาสติกเพื่อป้องกันขยะในทะเล (MA-RE-DESIGN)” เพื่อส่งเสริมแนวคิดการออกแบบบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน และสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในระบบนิเวศของพลาสติกในประเทศไทย งานนี้ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของการผลักดันนโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียนผ่านการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดยเน้นหลักการ Eco-Design และ Design for Recycling (D4R) ซึ่งจะช่วยวางรากฐานการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยให้ก้าวสู่ความยั่งยืน พร้อมเชื่อมโยงความร่วมมือจากทุกภาคส่วน</strong></p>
<p><span id="more-39520"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39522" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/GIZ-Eco-Design-02.jpg" alt="ลิกกี้-ลี พิทเซน" width="751" height="501" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/GIZ-Eco-Design-02.jpg 751w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/GIZ-Eco-Design-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/GIZ-Eco-Design-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/GIZ-Eco-Design-02-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 751px) 100vw, 751px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ลิกกี้-ลี พิทเซน</span> เลขานุการเอกฝ่ายการเมืองและวัฒนธรรม สถานเอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำประเทศไทย</strong> กล่าวว่า ในเยอรมนี Eco-design ไม่ใช่เพียงทฤษฎี แต่เป็นแนวทางปฏิบัติที่พิจารณาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอนของวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่การเลือกใช้วัสดุ กระบวนการผลิต การใช้งาน ไปจนถึงการนำกลับมาใช้ใหม่หรือการจัดการของเสียอย่างเหมาะสม โดยหลักการนี้มีส่วนช่วยลดของเสีย ลดการปล่อยคาร์บอน และใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งท่ามกลางความท้าทายระดับโลก เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและปัญหาทรัพยากรขาดแคลน</p>
<p>รัฐบาลเยอรมนียังมีบทบาทในการส่งเสริมแนวคิดดังกล่าวสู่เวทีนานาชาติ ผ่านความร่วมมือกับประเทศพันธมิตร โดยเฉพาะประเทศไทย ผ่านโครงการที่ดำเนินการโดย GIZ ร่วมกับกรมควบคุมมลพิษ (PCP) และภาคีเครือข่ายต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน การจัดการขยะพลาสติก และการออกแบบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตัวอย่างความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม การมีส่วนร่วมของสถานเอกอัครราชทูตเยอรมนีในกิจกรรมสำคัญ อย่าง พิธีมอบรางวัล Eco-Design Sparking Innovation Award จึงสะท้อนถึงความตั้งใจของรัฐบาลเยอรมนีในการสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมเปิดเวทีให้กับนักออกแบบรุ่นใหม่และนวัตกรไทยได้นำเสนอแนวคิดสู่ภาคอุตสาหกรรมและตลาดสากล</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39523" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/GIZ-Eco-Design-03.jpg" alt="ผานิต รัตสุข" width="751" height="501" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/GIZ-Eco-Design-03.jpg 751w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/GIZ-Eco-Design-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/GIZ-Eco-Design-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/GIZ-Eco-Design-03-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 751px) 100vw, 751px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ผานิต รัตสุข</span> ผู้อำนวยการกองจัดการกากของเสียและสารอันตราย กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</strong> กล่าวว่า หนึ่งในกลยุทธ์การดำเนินงานตามแผน ซึ่งประเทศไทยโดยกรมควบคุมมลพิษใช้เป็นนโยบายในการขับเคลื่อนในเรื่องการจัดการของเสีย ซึ่งเป็นการดำเนินการตามแนวทางการจัดการขยะพลาสติก 2561-2570 สำหรับเรื่องของพลาสติกก็จะเป็นการดำเนินการภายใต้การปฏิบัติการด้านการจัดการขยะพลาสติกในระยะที่ 2 ปี 2566-2570 ซึ่งเป็นนโยบายหลักในเรื่องของการจัดการของเสีย โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อลดและยุติการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว (single-use plastics) ส่งเสริมการใช้ซ้ำ และเพิ่มอัตราการรีไซเคิลในประเทศไทย</p>
<p>อีกหนึ่งภารกิจสำคัญคือการส่งเสริมการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่สามารถรีไซเคิลได้ (Design for Recycling – D4R) โดยได้จัดทำแนวทางสำหรับบรรจุภัณฑ์ 3 ประเภท ได้แก่ ขวด PET (พอลิเอทิลีน เทเรฟทาเลต) สำหรับน้ำดื่ม, บรรจุภัณฑ์ HDPE (พอลิเอทิลีนความหนาแน่นสูง) สำหรับผลิตภัณฑ์ของใช้ในบ้าน และของใช้ส่วนบุคคล และภาชนะพลาสติก PP (โพลีโพพีลิน) ชนิดแข็งสำหรับอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งล้วนเป็นบรรจุภัณฑ์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย และมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมาก แนวทาง D4R ไม่ได้เป็นเพียงเอกสารเชิงนโยบาย แต่ได้ถูกบูรณาการไว้ในการประกวด Eco-Design ครั้งนี้โดยเฉพาะในหมวดบรรจุภัณฑ์ ผู้เข้าแข่งขันได้รับการส่งเสริมให้นำหลักการ D4R ไปประยุกต์ใช้จริง ซึ่งช่วยส่งเสริมความเข้าใจในเชิงปฏิบัติให้กับนักออกแบบรุ่นใหม่ และขยายผลไปยังภาคธุรกิจอย่างต่อเนื่อง</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39524" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/GIZ-Eco-Design-04.jpg" alt="อัลวาโร ซูริตา" width="751" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/GIZ-Eco-Design-04.jpg 751w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/GIZ-Eco-Design-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/GIZ-Eco-Design-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/GIZ-Eco-Design-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 751px) 100vw, 751px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">อัลวาโร ซูริตา</span> ผู้อำนวยการโครงการ </strong><strong>MA-RE-DESIGN, ผู้แทน GIZ ประเทศไทย</strong> กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่าง GIZ และกรมควบคุมมลพิษ (PCP) ในด้านการจัดการขยะ พลาสติก และการส่งเสริมการผลิตและบริโภคอย่างยั่งยืน ได้เริ่มต้นมานานหลายปี โดยเฉพาะในช่วงปี 2562–2565 ที่ทั้งสองหน่วยงานได้ร่วมกันดำเนินโครงการระดับภูมิภาค “Rethinking Plastics” ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากสหภาพยุโรปและรัฐบาลเยอรมนี เพื่อวางรากฐานนโยบายเกี่ยวกับพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว แนวคิด Eco-design และความรับผิดชอบของผู้ผลิต (EPR) ในเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</p>
<p>นอกจากนี้ GIZ ยังดำเนินโครงการ CAPS ที่ได้รับทุนจากรัฐบาลเยอรมนี โดยมุ่งพัฒนาแนวทาง Design for Recycling และระบบการใช้ซ้ำ (Reuse Systems) ในระดับเมือง เช่น กรุงเทพมหานคร ส่วนรางวัล Eco-Design ที่จัดขึ้นในวันนี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ MA-RE-DESIGN ซึ่งได้รับการสนับสนุนโดยกระทรวงสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความมั่นคงของเทศบาลแห่งประเทศเยอรมนี (BMU-KM) เพื่อส่งเสริมการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน</p>
<p>ทั้งนี้ ยังมีการผลักดันระบบ EPR สำหรับบรรจุภัณฑ์ โดยทำงานร่วมกับ WWF ประเทศไทย และ WWF เยอรมนี ในพื้นที่นำร่องสองแห่ง คือ เกาะเต่าและจังหวัดตรัง โดยไม่เพียงเน้นกิจกรรมเก็บขยะชายหาด แต่ยังรวมถึงการพัฒนาระบบจัดการพลาสติกเชิงระบบในแหล่งท่องเที่ยวด้วย นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือกับเครือข่าย COPSI ภายใต้โครงการของ UNEP ซึ่งเป็นความร่วมมือระดับภูมิภาคของ 9 ประเทศในเอเชีย เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านนโยบายและการปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อม</p>
<p>ตัวอย่างเช่น ระบบ “Green Dot” ในเยอรมนี ซึ่งให้ผู้ผลิตที่นำบรรจุภัณฑ์ออกสู่ตลาดรับผิดชอบต่อการจัดเก็บและการจัดการขยะทั้งหมดแทนภาครัฐ ถือเป็นต้นแบบของการนำหลักการ EPR ไปใช้จริง ช่วยลดภาระของเทศบาลและผู้เสียภาษี เป้าหมายของความร่วมมือทั้งหมดนี้ คือ การสนับสนุนให้ประเทศไทยสามารถปรับตัวให้สอดคล้องกับแนวโน้มและมาตรฐานความยั่งยืนระดับโลก เช่น ข้อกำหนดด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์อย่างยั่งยืนของสหภาพยุโรป (ESPR และ EWR) ที่กำลังจะมีผลบังคับใช้ในอนาคตอันใกล้</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39525" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/GIZ-Eco-Design-05.jpg" alt="สุนทร ยงค์วิบูลศิริ" width="751" height="501" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/GIZ-Eco-Design-05.jpg 751w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/GIZ-Eco-Design-05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/GIZ-Eco-Design-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/GIZ-Eco-Design-05-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 751px) 100vw, 751px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">สุนทร ยงค์วิบูลศิริ</span> ที่ปรึกษาและผู้ประสานงานกลุ่ม </strong><strong>Eco-design จากสถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อม (TIPMSE) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท)</strong> กล่าวว่า TIPMSE กำลังทำงานอย่างใกล้ชิดกับภาคีภายในประเทศและเครือข่ายระดับสากล เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมไทยในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน โดยสถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อม (TIPMSE) นอกจากการพัฒนากลไก EPR สำหรับบรรจุภัณฑ์ เรากำลังขยายแนวทาง D4R ซึ่งจะช่วยสนับสนุน EPR ให้เกิดประสิทธิภาพไปยังบรรจุภัณฑ์ประเภทอื่น ๆ มากขึ้น พร้อมผลักดันให้เกิดไกด์ไลน์และพัฒนาสู่มาตรฐานในอนาคต โดยที่สามารถนำไปใช้ได้จริง มีพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ และสามารถส่งออกได้อย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ เรายังจัดกิจกรรมรับฟังความคิดเห็นในการร่างไกด์ไลน์ Eco-Design สำหรับผู้ประกอบการรายใหญ่และ SME เพื่อสนับสนุนการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ทั้งสามารถรีไซเคิลได้ และตอบโจทย์ตลาดโลก พร้อมทั้งสร้างเวทีความร่วมมือระหว่างผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ ผู้แปรรูปวัสดุ เจ้าของแบรนด์ ผู้จัดการของเสีย และภาคการรีไซเคิล เพื่อขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p>“บรรจุภัณฑ์ไม่ใช่ศัตรู พลาสติกไม่ใช่ผู้ร้าย เราอยากให้มันกลับมาใช้อย่างคุ้มค่าหรือใช้ซ้ำ  เพื่อลดการเกิดขยะ แต่ยังมีบรรจุภัณฑ์บางส่วนที่หลุดรอดออกสู่สิ่งแวดล้อม ซึ่งการจะทำให้บรรจุภัณฑ์หมุนเวียนกลับมาใช้อย่างคุ้มค่าจำเป็นต้องอาศัยความรู้และความเข้าใจของผู้บริโภคตั้งแต่ต้นทาง โดยเฉพาะเรื่องการคัดแยกและการเก็บรวบรวมที่เหมาะสม ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการขับเคลื่อนร่วมกันจากทุกภาคส่วนในสังคม” <strong>สุนทร กล่าว</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/giz-eco-design-sustainable-packaging/">GIZ ผนึกกำลังพันธมิตร ปลุกพลัง Eco-Design จุดประกายนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/giz-eco-design-sustainable-packaging/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อาคาร ซีดับเบิ้ลยู ทาวเวอร์ จับมือ สำนักงานเขตห้วยขวาง เปิดตัวโครงการ “CW Eco Bloom: ขยะอินทรีย์สู่พืชพรรณ”เดินหน้าสู่เป้าหมาย Zero Waste to Landfill</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/cw-eco-bloom/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/cw-eco-bloom/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 09 Jun 2025 07:53:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[CW Eco Bloom]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอินทรีย์สู่พืชพรรณ]]></category>
		<category><![CDATA[ลดขยะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=39475</guid>

					<description><![CDATA[<p>อาคาร ซีดับเบิ้ลยู ทาวเวอร์ ร่วมกับ สำนักงานเขตห้วยขวาง เดินหน้าขับเคลื่อนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และสร้างความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม เปิดตัวโครงการ “CW Eco Bloom: ขยะอินทรีย์สู่พืชพรรณ” เชิญชวนประชาชนในเขตห้วยขวาง ร่วมแยกขยะอินทรีย์และนำส่งที่ อาคาร ซีดับเบิ้ลยู ทาวเวอร์ เพื่อนำมาแปรรูปเป็นวิตามินบำรุงพืช ซึ่งสามารถนำกลับไปใช้ในครัวเรือนหรือพื้นที่สีเขียวของชุมชนได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย พร้อมตั้งเป้าให้ เขตห้วยขวางเป็นพื้นที่ต้นแบบ “ลดขยะอาหารให้เป็นศูนย์” นักรบ กุลพนิชย์ ผู้จัดการทั่วไป อาคาร ซีดับเบิ้ลยู ทาวเวอร์&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/cw-eco-bloom/">อาคาร ซีดับเบิ้ลยู ทาวเวอร์ จับมือ สำนักงานเขตห้วยขวาง เปิดตัวโครงการ “CW Eco Bloom: ขยะอินทรีย์สู่พืชพรรณ”เดินหน้าสู่เป้าหมาย Zero Waste to Landfill</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>อาคาร ซีดับเบิ้ลยู ทาวเวอร์ ร่วมกับ สำนักงานเขตห้วยขวาง เดินหน้าขับเคลื่อนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และสร้างความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม เปิดตัวโครงการ “CW Eco Bloom: ขยะอินทรีย์สู่พืชพรรณ” เชิญชวนประชาชนในเขตห้วยขวาง ร่วมแยกขยะอินทรีย์และนำส่งที่ อาคาร ซีดับเบิ้ลยู ทาวเวอร์ เพื่อนำมาแปรรูปเป็นวิตามินบำรุงพืช ซึ่งสามารถนำกลับไปใช้ในครัวเรือนหรือพื้นที่สีเขียวของชุมชนได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย พร้อมตั้งเป้าให้ เขตห้วยขวางเป็นพื้นที่ต้นแบบ “ลดขยะอาหารให้เป็นศูนย์”</strong></p>
<p><span id="more-39475"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นักรบ กุลพนิชย์</strong></span> <strong>ผู้จัดการทั่วไป อาคาร ซีดับเบิ้ลยู ทาวเวอร์</strong> เปิดเผยว่า อาคาร ซีดับเบิ้ลยู ทาวเวอร์ มุ่งมั่นในการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการใส่ใจพื้นที่ชุมชนโดยรอบ ด้วยการมีส่วนร่วมในการช่วยรักษาสภาพแวดล้อม ทั้งลดปริมาณขยะฝังกลบ ลดปริมาณการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดปัญหาโลกร้อน ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการจัดกิจกรรมด้านการรักษาสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งทางอาคารฯ เล็งเห็นศักยภาพของชุมชนและองค์กรภาคี ในการร่วมกันสร้างเมืองสีเขียวอย่างยั่งยืน จึงร่วมกับ สำนักงานเขตห้วยขวาง เปิดตัวโครงการ “CW Eco Bloom : ขยะอินทรีย์สู่พืชพรรณ” ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นของการขับเคลื่อนเป้าหมาย Zero Waste to Landfill เพื่ออนาคตของเมืองที่สะอาด ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง และยังสอดคล้องกับแนวคิดของโครงการ ‘ไม่เทรวม’ ที่กรุงเทพมหานครกำลังผลักดันอยู่ในขณะนี้ เพื่อให้ประชาชนแยกขยะก่อนทิ้งอย่างถูกวิธี และเปลี่ยนขยะให้กลายเป็นคุณค่าที่กลับคืนสู่ชุมชนได้อย่างยั่งยืน</p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/cw-eco-bloom-02.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="194" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/cw-eco-bloom-02-300x194.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="CW Eco Bloom" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/cw-eco-bloom-02-300x194.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/cw-eco-bloom-02-150x97.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/cw-eco-bloom-02-500x324.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/cw-eco-bloom-02.jpg 740w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/cw-eco-bloom-03.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/cw-eco-bloom-03-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="CW Eco Bloom" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/cw-eco-bloom-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/cw-eco-bloom-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/cw-eco-bloom-03-500x333.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/cw-eco-bloom-03.jpg 740w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/cw-eco-bloom-04.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/cw-eco-bloom-04-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="CW Eco Bloom" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/cw-eco-bloom-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/cw-eco-bloom-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/cw-eco-bloom-04-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/cw-eco-bloom-04.jpg 740w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/cw-eco-bloom-05.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/cw-eco-bloom-05-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="CW Eco Bloom" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/cw-eco-bloom-05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/cw-eco-bloom-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/cw-eco-bloom-05-500x333.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/cw-eco-bloom-05.jpg 740w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/cw-eco-bloom-06.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="205" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/cw-eco-bloom-06-300x205.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="CW Eco Bloom" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/cw-eco-bloom-06-300x205.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/cw-eco-bloom-06-150x102.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/cw-eco-bloom-06-500x341.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/cw-eco-bloom-06.jpg 740w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/cw-eco-bloom-07.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/cw-eco-bloom-07-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="CW Eco Bloom" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/cw-eco-bloom-07-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/cw-eco-bloom-07-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/cw-eco-bloom-07-500x333.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/cw-eco-bloom-07.jpg 740w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>

<p>โครงการ <strong>CW Eco Bloom</strong>: ขยะอินทรีย์สู่พืชพรรณ คือการคัดแยกขยะเศษอาหารมาเข้าสู่กระบวนการแปรรูปเป็นวิตามินบำรุงพืช ที่จะช่วยลดปริมาณขยะชุมชน และยังเป็นการคัดแยกประเภทขยะตามโครงการไม่เทรวม เพื่อนำขยะที่แยกแล้วนำกลับมาใช้ใหม่ ตามแนวทาง 3R: Reduce-Reuse-Recycle อาคาร ซีดับเบิ้ลยู ทาวเวอร์ และสำนักงานเขตห้วยขวาง ยังได้ลงพื้นที่ชุมชนเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องการคัดแยกขยะอย่างถูกวิธี “ฮาวทูทิ้ง” ซึ่งเป็นวิธีการแยกขยะในกรุงเทพมหานคร เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง พร้อมทั้งเชิญชวนให้ประชาชนนำเศษผัก เปลือกผลไม้ หรือเศษอาหารที่แยกออกมาแล้ว มาส่งที่จุดรับขยะเพื่อนำเข้าสู่กระบวนการแปรรูปเป็นวิตามินบำรุงพืช ที่สามารถนำกลับไปใช้ที่ครัวเรือนของตนเอง หรือนำไปใช้กับพื้นที่สาธารณะในเขตห้วยขวาง</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>สมบัติ เครือกีรติธรรม</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการเขตห้วยขวาง</strong> กล่าวว่า ตามที่กรุงเทพมหานครได้มีนโยบายรณรงค์ให้มีการคัดแยกขยะเพื่อช่วยลดปริมาณขยะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และลดค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บขยะ ซึ่งเป็นการพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการขยะทั้งระบบ อีกทั้งยังเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนกรุงเทพฯ และยังเป็นการลดการเกิดก๊าซเรือนกระจกให้ลดน้อยลงตามปริมาณขยะนั้น สำนักงานเขตห้วยขวางได้ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการขยะในระดับพื้นที่ โดยเฉพาะขยะอินทรีย์ที่สามารถนำกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้จริง นอกจากการสนับสนุนเชิงนโยบายและการประสานงานกับชุมชนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดระบบจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการส่งเสริมความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมให้แก่ประชาชนแล้วนั้น ยังได้ร่วมมือกับ อาคาร ซีดับเบิ้ลยู ทาวเวอร์ ภายใต้โครงการ CW Eco Bloom ที่จะเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการช่วยส่งเสริมให้ประชาชนตระหนักถึงคุณค่าของการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง ซึ่งไม่เพียงช่วยลดภาระด้านสิ่งแวดล้อม แต่ยังสร้างประโยชน์กลับคืนสู่ชุมชนในรูปแบบของวิตามินบำรุงพืช เราหวังว่าโครงการนี้จะเป็นแรงกระตุ้นให้เกิดความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในระดับครัวเรือน และสามารถขยายผลได้ในระยะยาว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39484" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/cw-eco-bloom-08.jpg" alt="CW Eco Bloom" width="740" height="508" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/cw-eco-bloom-08.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/cw-eco-bloom-08-300x206.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/cw-eco-bloom-08-150x103.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/cw-eco-bloom-08-500x343.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><strong>การเปิดตัวโครงการ “CW Eco Bloom: ขยะอินทรีย์สู่พืชพรรณ” นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ อาคาร ซีดับเบิ้ลยู ทาวเวอร์ ในการสานต่อพันธกิจด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง โดยต่อยอดจากโครงการ Perks from Trash ที่มุ่งเน้นการจัดการขยะภายในอาคารอย่างมีระบบ พร้อมทั้งขยายความร่วมมือกับพันธมิตรจากภาคสังคมและภาคธุรกิจในหลากหลายโครงการ เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายร่วมกันในการสร้างเมืองที่สะอาด น่าอยู่ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/cw-eco-bloom/">อาคาร ซีดับเบิ้ลยู ทาวเวอร์ จับมือ สำนักงานเขตห้วยขวาง เปิดตัวโครงการ “CW Eco Bloom: ขยะอินทรีย์สู่พืชพรรณ”เดินหน้าสู่เป้าหมาย Zero Waste to Landfill</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/cw-eco-bloom/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กพร.ร่วมกับ เอ็มเทค จัดสัมมนาเสริมธุรกิจไทยสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน เสริมแกร่งความสามารถการแข่งขันยั่งยืนต่อเนื่องเป็นปีที่ 3</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/opdc-mtec-circular-economy-seminar/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/opdc-mtec-circular-economy-seminar/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 13 Nov 2024 05:24:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[การออกแบบผลิตภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[ลดใช้ทรัพยากร]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=36605</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) กระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกับ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดสัมมนาสร้างโอกาสทางธุรกิจด้วยการออกแบบสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน (Creating Business Opportunities through Circular Economy Design) ย้ำความสำเร็จของโครงการฯ การประยุกต์ใช้หลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ และกระบวนการของสถานประกอบการเพื่อลดใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ณ ศูนย์ประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/opdc-mtec-circular-economy-seminar/">กพร.ร่วมกับ เอ็มเทค จัดสัมมนาเสริมธุรกิจไทยสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน เสริมแกร่งความสามารถการแข่งขันยั่งยืนต่อเนื่องเป็นปีที่ 3</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) กระทรวงอุตสาหกรรม </strong>ร่วมกับ <strong>ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค)</strong> สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดสัมมนาสร้างโอกาสทางธุรกิจด้วยการออกแบบสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน (Creating Business Opportunities through Circular Economy Design) ย้ำความสำเร็จของโครงการฯ การประยุกต์ใช้หลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ และกระบวนการของสถานประกอบการเพื่อลดใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ณ ศูนย์ประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จังหวัดปทุมธานี</p>
<p><span id="more-36605"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36607" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/circular-economy-seminar-02.jpg" alt="ดร.ธีรวุธ  ตันนุกิจ" width="738" height="492" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/circular-economy-seminar-02.jpg 738w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/circular-economy-seminar-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/circular-economy-seminar-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/circular-economy-seminar-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 738px) 100vw, 738px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ดร.ธีรวุธ  ตันนุกิจ</span> ผู้อำนวยการกองนวัตกรรมวัตถุดิบและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.)</strong> กล่าวว่า เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ถือเป็นหนึ่งในนโยบายหลักที่สำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ตามนโยบายโมเดลเศรษฐกิจใหม่ หรือที่เรียกว่า BCG Model โดยมุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่จำกัดให้น้อยที่สุดและเกิดประโยชน์สูงสุด เพิ่มสัดส่วนการใช้ทรัพยากรหมุนเวียนให้มากขึ้น รักษาคุณค่าของทรัพยากรในระบบและหมุนเวียนใช้ให้นานที่สุดและลดการปลดปล่อยของเสียออกจากระบบให้น้อยที่สุด เพื่อก่อให้เกิดรูปแบบการผลิตและการบริโภคอย่างยั่งยืน</p>
<p>กพร. จึงได้จัดทำโครงการนี้ขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดัน Circular Economy ของประเทศ โดยมี เอ็มเทค เป็นที่ปรึกษาโครงการ ซึ่งเป็นการดำเนินโครงการในปีที่ 3 ภายหลังจากผลการดำเนินโครงการในช่วงปี 2565 – 2566 ที่ผ่านมานั้นประสบผลสำเร็จในการดำเนินงานเป็นอย่างมาก ในการส่งเสริมและพัฒนาให้ผู้ประกอบการนำหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียนมาประยุกต์ใช้ในการออกแบบ (Design for Circular Economy) ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ กระบวนการผลิต การเลือกใช้วัตถุดิบ การใช้งาน การจัดการเมื่อสิ้นอายุการใช้งานหรือไม่ใช้แล้ว ซึ่งรวมถึงการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ง่ายต่อการซ่อมแซม ยืดอายุการใช้งาน หรือรีไซเคิล</p>
<p>“ในปีนี้ผลของการดำเนินโครงการได้ประสบผลสำเร็จเป็นอย่างมาก และมีตัวอย่างผลสำเร็จที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมจากผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการและได้รับคำปรึกษาแนะนำเชิงลึกจาก เอ็มเทค จำนวน 3 ราย ได้แก่ บริษัท กรีนสปอต จำกัด, บริษัท ยูเนี่ยนไพโอเนียร์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท คอทโก้ พลาสติกส์ จำกัด  เบื้องต้นคาดว่าจะก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจจากต้นทุนที่ลดลงหรือรายได้ที่เพิ่มขึ้น รวมไม่ต่ำกว่า 142.45 ล้านบาทต่อปี และหากมีการนำต้นแบบที่ได้พัฒนาตามแนวคิดนี้ไปประยุกต์ใช้ จะสามารถลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ ไม่ต่ำกว่า 880 ตันก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (เทียบเท่า) ต่อปี ยังไม่นับรวมมูลค่าทางเศรษฐศาสตร์ที่เกิดขึ้นจากการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า การลดปัญหามลพิษต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม และจากผลสำเร็จที่เกิดขึ้นประกอบกับยังมีผู้ประกอบการอีกเป็นจำนวนมากให้ความสนใจ กพร. จึงได้พิจารณาขยายผลการดำเนินโครงการไปสู่ปีที่ 4 ในปีงบประมาณ 2568 เพื่อขยายเครือข่ายผู้ประกอบการที่นำหลักการ Circular Economy ไปประยุกต์ใช้ในการออกแบบ เพื่อร่วมกันสร้างสังคมคาร์บอนต่ำที่มีการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน” <strong>ดร.ธีรวุธ</strong> กล่าว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36608" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/circular-economy-seminar-03.jpg" alt="ดร.อศิรา เฟื่องฟูชาติ" width="738" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/circular-economy-seminar-03.jpg 738w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/circular-economy-seminar-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/circular-economy-seminar-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/circular-economy-seminar-03-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 738px) 100vw, 738px" /></p>
<p>ด้าน<strong><span style="color: #6cb742;">ดร.อศิรา เฟื่องฟูชาติ</span> รองผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สวทช. </strong>กล่าวว่า โครงการนี้เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการผลักดันการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไปสู่ Circular Economy ที่มีการหมุนเวียนการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด ให้เกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม สอดคล้องกับนโยบายและทิศทางการพัฒนาประเทศของรัฐบาล ถ่ายทอดประสบการณ์การประยุกต์ใช้แนวทาง Design for Circular Economy ของอุตสาหกรรมไทย  เพื่อพัฒนาและยกระดับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมให้มีการประยุกต์หลักคิด Circular Economy ในการออกแบบ โดยเอ็มเทค ได้ใช้ความเชี่ยวชาญด้านวัสดุศาสตร์ของกลุ่มวิจัย ผนวกกับการใช้กลไกเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการของเอ็มเทคที่มีอยู่ทั้งในและต่างประเทศ เป็นพี่เลี้ยงให้แก่ผู้ประกอบการ โดยถ่ายทอดข้อมูลและความรู้ที่ถูกต้องในรูปแบบการให้คำปรึกษาแนะนำเชิงลึกผ่านการจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ เพื่อการปรับปรุงและพัฒนาผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ กระบวนการผลิต การเลือกใช้วัตถุดิบ การใช้งาน การจัดการเมื่อสิ้นอายุการใช้งานหรือไม่ใช้แล้ว ตามหลักคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36609" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/circular-economy-seminar-04.jpg" alt="บริษัท คอทโก้ พลาสติกส์ จำกัด" width="738" height="492" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/circular-economy-seminar-04.jpg 738w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/circular-economy-seminar-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/circular-economy-seminar-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/circular-economy-seminar-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 738px) 100vw, 738px" /></p>
<p>สำหรับความสำเร็จของผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ อย่าง<strong>บริษัท คอทโก้ พลาสติกส์ จำกัด</strong> ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์หนังเทียม และแผ่นพลาสติกพีวีซี ชั้นนำ ทั้งในไทยและต่างประเทศ โดยบริษัทฯ ได้วิจัยพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เหมาะกับการใช้งานในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ซึ่งบริษัทฯ ได้ร่วมเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการต้นแบบของโครงการฯ เพื่อพัฒนาหนังเทียมพีวีซีคุณภาพสูงที่ปราศจากสารอันตราย เพื่อรองรับกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย และมาตรการของประเทศที่บังคับไม่ให้มีสาร Phthalate และ CPs และสามารถเข้าสู่กระบวนการหมุนเวียนเป็น “วัสดุรอบสอง (Secondary Materials) ได้อย่างปลอดภัย โดยทีมวิจัยเอ็มเทค สวทช. และบริษัทฯ ร่วมมือพัฒนาหนังเทียมพีวีซีสูตรใหม่ที่ปลอดสารอันตรายอย่าง Phthalate และ Chlorinated Paraffins ซึ่งผ่านการทดสอบการลามไฟและมีสมบัติเชิงกลใกล้เคียงกับสูตรเดิม  หนังเทียมสูตรใหม่นี้สามารถใช้ทดแทนสูตรเดิมได้อย่างมีประสิทธิภาพ สะท้อนถึงการสร้างและคงคุณค่าของทรัพยากรหมุนเวียน ตั้งแต่กระบวนการผลิตต้นทางไปจนถึงการใช้ประโยชน์สูงสุด ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียนและเป้าหมายการพัฒนาประเทศสู่ความยั่งยืน</p>
<p>ด้าน<strong>บริษัท ยูเนี่ยนไพโอเนียร์ จำกัด (มหาชน)</strong> ต้นแบบผลสำเร็จการจัดการน้ำเหลือทิ้งและน้ำเสียที่เกิดจากจากกระบวนการย้อม ซึ่งส่งผลให้เกิดการสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในการบำบัด ด้วยการพัฒนากระบวนการย้อมเพื่อลดปริมาณน้ำเหลือทิ้ง และเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการย้อม โดยการหาความสามารถในการดูดซึมน้ำสีย้อม (%Wet pick-up) ของแถบยางยืดเพื่อปรับปริมาณน้ำสีให้สอดคล้องกับความสามารถในการดูดซึมน้ำสีย้อมของผ้าแถบยางยืดแต่ละชนิดและเพิ่มประสิทธิภาพการติดสีของผ้าแถบยางยืด ผ่านการเพิ่มอุณหภูมิของน้ำสีย้อมก่อนเข้าสู่อ่างย้อมในขั้นการจุ่มอัด ผลจากการดำเนินการดังกล่าว ทำให้มีน้ำเสียเหลือน้อยลง 90% หลังการย้อม สำหรับการย้อมแถบยางยืดในต้นแบบที่ศึกษา ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการบำบัดลดน้อยลง  และเพิ่มประสิทธิภาพการย้อมโดยไม่ต้องทำซ้ำ ทั้งยังช่วยประหยัดเวลา ทรัพยากร และต้นทุน</p>
<p>อีกหนึ่งบริษัทต้นแบบผลสำเร็จ อย่าง<strong>บริษัท กรีนสปอต จำกัด</strong>  ที่ได้ออกแบบการจัดการ Circular Performance ด้วย Circular Indicator เพื่อลดการใช้ทรัพยากรและเพิ่มมูลค่าผลพลอยได้จากกระบวนการผลิต โดยสามารถลดการใช้พลังงานไฟฟ้า 6% พลังงานความร้อน 8% การใช้น้ำ 6% และช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ถึง 23 ล้านบาทต่อปี นอกจากนี้บริษัทฯ ยังได้นำกากถั่วเหลืองที่มีโปรตีนและใยอาหาร (Dietary Fiber) มาพัฒนาเป็น Soy Fiber ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตภัณฑ์อาหารฟังก์ชันสำหรับผลิตภัณฑ์อาหารหลายชนิด เช่น เนื้อสัตว์เทียมจากโปรตีนพืช ที่มีคุณค่าทางโภชนาการและมูลค่าสูงกว่าการขายเป็นอาหารสัตว์</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/opdc-mtec-circular-economy-seminar/">กพร.ร่วมกับ เอ็มเทค จัดสัมมนาเสริมธุรกิจไทยสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน เสริมแกร่งความสามารถการแข่งขันยั่งยืนต่อเนื่องเป็นปีที่ 3</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/opdc-mtec-circular-economy-seminar/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สวทช.  เปิดฐานข้อมูล CO2, CE, SDGs ขับเคลื่อนไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/co2-ce-sdgs/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/co2-ce-sdgs/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 23 Sep 2024 01:59:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Report]]></category>
		<category><![CDATA[ฉลากคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[ดัชนี MCI]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=35835</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) จัดกิจกรรม NSTDA Meets the Press นักวิจัยพบปะสื่อมวลชน เพื่อสัมภาษณ์พูดคุยในหัวข้อ &#8220;ชวนรู้จัก ฐานข้อมูลด้าน CO2, CE, SDGs เพื่อการค้าและความยั่งยืน นำประเทศไทยสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนและสังคมคาร์บอนต่ำ&#8221; ณ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สถาบัน TIIS ถือเป็นหน่วยงานที่ให้บริการครบวงจร (One stop Service) ด้านข้อมูลและสารสนเทศเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/co2-ce-sdgs/">สวทช.  เปิดฐานข้อมูล CO2, CE, SDGs ขับเคลื่อนไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) จัดกิจกรรม NSTDA Meets the Press นักวิจัยพบปะสื่อมวลชน เพื่อสัมภาษณ์พูดคุยในหัวข้อ <strong>&#8220;ชวนรู้จัก ฐานข้อมูลด้าน </strong><strong>CO<sub>2</sub>, CE, SDGs เพื่อการค้าและความยั่งยืน นำประเทศไทยสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนและสังคมคาร์บอนต่ำ&#8221;</strong> ณ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)</p>
<p><span id="more-35835"></span></p>
<p>สถาบัน TIIS ถือเป็นหน่วยงานที่ให้บริการครบวงจร (One stop Service) ด้านข้อมูลและสารสนเทศเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม การค้าและความยั่งยืน เพื่อให้สาธารณชนภาคส่วนต่าง ๆ เข้าใจบทบาทสำคัญของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ รวมถึงการสร้างความร่วมมือและพัฒนาศักยภาพ เพื่อให้ทุกภาคส่วนในสังคมสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากข้อมูลและเครื่องมือต่างๆ เพื่อการตัดสินใจและการดำเนินงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจในระยะยาว โดยฐานข้อมูล CO2, CE, SDGs เป็นฐานข้อมูลที่รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ 3 ด้านหลัก ได้แก่ <strong>CO2 (Carbon Dioxide) </strong>ข้อมูลเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ <strong>CE (Circular Economy) </strong>ข้อมูลเกี่ยวกับเศรษฐกิจหมุนเวียน และ <strong>SDGs (Sustainable Development Goals) </strong> ข้อมูลเกี่ยวกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งฐานข้อมูลทั้ง 3 ด้านนี้ช่วยให้รัฐบาล ภาคธุรกิจ และประชาชนสามารถติดตาม ประเมินความคืบหน้าของประเทศในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน และบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35837" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/nstda-meets-the-press-02.jpg" alt="ดร.นงนุช พูลสวัสดิ์" width="750" height="501" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/nstda-meets-the-press-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/nstda-meets-the-press-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/nstda-meets-the-press-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/nstda-meets-the-press-02-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<h3>ยกระดับฐานข้อมูล สู่เศรษฐกิจหมุนเวียนและสังคมคาร์บอนต่ำ</h3>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ดร.นงนุช พูลสวัสดิ์</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัย สถาบันเทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (</strong><strong>TIIS) เอ็มเทค สวทช.</strong> กล่าวว่า สวทช. มุ่งมั่นที่จะพัฒนาและปรับปรุงฐานข้อมูลอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเชื่อว่าการใช้ข้อมูลที่แม่นยำและครอบคลุมจะเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนและสังคมคาร์บอนต่ำ ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน พร้อมเปิดเผยถึงความก้าวหน้าล่าสุดของฐานข้อมูล CO<sub>2</sub>, CE, SDGs ว่า สถาบัน TIIS ได้พัฒนาชุดข้อมูลค่าสัมประสิทธิ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Emission Factor: EF) ที่ครอบคลุม 22 กลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศ ซึ่งเป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับการออกแบบและรับรองฉลากสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์</p>
<p>นอกจากนี้ ยังได้พัฒนาฐานข้อมูลและตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจหมุนเวียน ได้แก่ ดัชนีการหมุนเวียนวัสดุ (Material Circularity Index, MCI) ในผลิตภัณฑ์เป้าหมาย 12 ประเภทของอุตสาหกรรมก่อสร้าง เพื่อสนับสนุนการประเมินและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม  ซึ่งฐานข้อมูลเหล่านี้ล้วนมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อน BCG Economy และการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทย โดยช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนผ่านการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ปรับปรุงกระบวนการผลิตให้เกิดการใช้วัตถุดิบรอบสอง ส่งเสริมโมเดลธุรกิจหมุนเวียน รวมทั้งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก</p>
<h3>ฉลากคาร์บอน (CO<sub>2</sub>) สำคัญอย่างไร?</h3>
<p><strong>ดร.นงนุช</strong> กล่าวว่า ฉลากคาร์บอนมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันให้กับสินค้าไทยในตลาดโลก จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่แสดงข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ ครอบคลุมตั้งแต่การได้มาซึ่งวัตถุดิบ กระบวนการผลิต การกระจายสินค้า การใช้งาน ไปจนถึงการจัดการของเสีย ไม่เพียงช่วยให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังกระตุ้นให้ผู้ประกอบการไทยปรับปรุงเทคโนโลยีการผลิตให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ซึ่งเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกที่ให้ความสำคัญกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ สถาบัน TIIS ได้จัดทำชุดข้อมูลค่าสัมประสิทธิ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่พร้อมให้บริการ ประกอบด้วยค่ากลางจาก 22 กลุ่มอุตสาหกรรมที่ครอบคลุมอุตสาหกรรมพื้นฐานสำคัญของประเทศ โดยได้แปลงค่าผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้อยู่ในหน่วย &#8220;กิโลกรัมก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า&#8221; หรือ &#8220;kgCO<sub>2</sub>eq.&#8221;</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35838" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/nstda-meets-the-press-03.jpg" alt="ดร.เอนกประชา แก้วมณี" width="750" height="501" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/nstda-meets-the-press-03.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/nstda-meets-the-press-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/nstda-meets-the-press-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/nstda-meets-the-press-03-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<h3>ฉลากคาร์บอนเปิดทางให้สินค้าไทยก้าวสู่ตลาดโลก</h3>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ดร</strong></span><strong><span style="color: #6cb742;">.เอนกประชา แก้วมณี</span> ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์และพัฒนาธุรกิจโรงกลั่น บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่า บางจากฯ ตระหนักถึงประเด็นเรื่องวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเพื่อแสดงความมุ่งมั่นในการตอบสนองประเด็นนี้ บริษัทฯ ได้กำหนดเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในปี 2030 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG Emissions) ในปี 2050 โดยผ่านแผนงาน <strong>BCP 316 NET</strong> ครอบคลุมการดำเนินงาน 4 แนวทาง ได้แก่ <strong>B</strong>reakthrough Performance (30%)  <strong>C</strong>onserving Nature and Society (10%) <strong>P</strong>roactive Business Growth and Transition (60%) และ <strong>N</strong>et Zero Ecosystem</p>
<p>เช่นเดียวกับโรงกลั่นพระโขนง ที่มีการปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดการใช้พลังงานในการผลิตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งเพื่อจะสามารถบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ได้ ทั้งนี้การประเมินปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาตลอดวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint of Product) นั้นเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยให้บริษัทฯ สามารถวิเคราะห์ถึง hotspot ที่มีการใช้พลังงานมากและนำไปพัฒนาในการลดการใช้พลังงานต่อเนื่อง ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ที่ขอการรับรองฉลากคาร์บอนทั้ง 5 ผลิตภัณฑ์ได้แก่ น้ำมันเตา , ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) , น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว , น้ำมันแก๊สโซลีนพื้นฐาน และน้ำมันก๊าดหรือน้ำมันเครื่องบิน</p>
<p>“การเลือกใช้วัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์ที่มีการปลดปล่อยคาร์บอนต่ำตั้งแต่ต้นทาง จึงมีความสำคัญเป็นอย่างมากสำหรับผู้ประกอบการของประเทศไทย ขณะเดียวกันผู้ประกอบการไทยควรศึกษาข้อมูลและแนวทางการขอรับฉลากคาร์บอน เพื่อนำไปปรับใช้กับผลิตภัณฑ์ของตนเอง และร่วมกันผลักดันให้ประเทศไทยเป็นผู้นำด้านการผลิตสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” <strong>ดร.เอนกประชา</strong> กล่าว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35839" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/nstda-meets-the-press-04.jpg" alt="วิชัย รายรัตน์" width="750" height="501" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/nstda-meets-the-press-04.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/nstda-meets-the-press-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/nstda-meets-the-press-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/nstda-meets-the-press-04-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<h3>MCI ดัชนีสำคัญ ลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่จำกัด</h3>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>วิชัย รายรัตน์ </strong></span><strong>Sustainable Development Director บริษัท เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด</strong> กล่าวว่า การนำดัชนี MCI มาประยุกต์ใช้ในกระบวนการผลิตของบริษัท  ถือเป็นสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในทุก ๆ ด้าน ทั้งการปรับปรุงกระบวนการผลิตเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ การนำพลังงานหมุนเวียนมาใช้ทดแทนถ่านหินและก๊าซธรรมชาติ การลดการใช้ทรัพยากรน้ำ และรวมถึงการลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่ใช้แล้วหมดไป (Nonrenewable resources) โดยนำวัสดุหมุนเวียนมาใช้ทดแทน ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนที่เอสซีจีใช้เป็นตัวขับเคลื่อนหลักควบคู่กับการมุ่งไปสู่ Net Zero  โดยค่าประสิทธิภาพหมุนเวียนของวัสดุก่อสร้าง (Material Circularity Indicator: MCI) หรือที่เรียกว่า ดัชนี MCI คือ ตัวชี้วัดที่บ่งบอกถึงระดับการหมุนเวียนของวัสดุในผลิตภัณฑ์หนึ่ง ๆ โดยเปรียบเทียบกับวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่การผลิต การใช้งาน จนถึงการจัดการของเสีย หากผลิตภัณฑ์ใดมีค่า MCI สูง แสดงว่าผลิตภัณฑ์นั้นสามารถนำกลับมาใช้ใหม่หรือรีไซเคิลได้มากขึ้น</p>
<p>สำหรับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน เอสซีจีได้มีการตั้งเป้าหมายให้แต่ละธุรกิจต้องมีการนำวัสดุทดแทนมาใช้ โดยตั้งเป้าหมายในปี 2030 ให้มีการนำวัสดุหมุนเวียนมาใช้ทดแทนวัตถุดิบธรรมชาติให้ได้ 10% ซึ่งในปี 2023 เอสซีจีสามารถใช้วัสดุหมุนเวียนได้ 6.64% ซึ่งแนวทางสำคัญคือการนำวัสดุที่เป็นของเสียที่ไม่เป็นอันตรายทั้งจากภายในและภายนอกเอสซีจีหรือสินค้าที่หมดอายุการใช้งาน กลับมาใช้เป็นวัตถุดิบทดแทน ในสัดส่วนที่สินค้ายังได้คุณภาพและเป็นไปตามมาตรฐาน นอกจากนี้ยังพัฒนาวิจัยที่จะนำวัสดุธรรมชาติที่สามารถทดแทนใหม่ได้ (Renewable resources) มาทดแทนเพิ่มเติมอีกด้วย โดยใช้ดัชนี MCI มาเป็นเครื่องมือในการประเมินประสิทธิผลของการหมุนเวียนวัสดุทดแทนของสินค้าแต่ละประเภท เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีค่า MCI สูงขึ้น ตัวอย่างเช่น ปูนเอสซีจี คาร์บอนต่ำ มีการนำเถ้าลอย (Fly ash) มาทดแทนหินปูน และใช้ยิปซั่มสังเคราะห์มาทดแทนแร่ยิปซั่มธรรมชาติ</p>
<p><strong>“</strong>ผลลัพธ์ที่ได้จากการนำดัชนี MCI มาใช้ เป็นข้อมูลในการประเมินประสิทธิผลการหมุนเวียนวัสดุของสินค้าวัสดุก่อสร้างของเอสซีจีแต่ละประเภท ทำให้กรอบการดำเนินงานด้านเศรษกิจหมุนเวียนของเอสซีจีมีความชัดเจนมากขึ้น และอีกองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญในการวัดค่าดัชนี MCI คือการหมุนเวียนสินค้าที่หมดอายุการใช้งานหรือเป็นของเสียในระหว่างติดตั้งให้มีการนำกลับมาสู่ระบบการหมุนเวียน ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่เอสซีจีให้ความสำคัญและดำเนินการ เช่น การนำเศษคอนกรีตจากการก่อสร้างหรือทุบทำลายมาย่อยและนำกลับมาใช้ทดแทนหินปูนในการทำคอนกรีต การนำโถสุขภัณฑ์ที่ไม่ใช้แล้วซึ่งทำงานร่วมกันกับโฮมโปร นำมาย่อยและนำกลับมาใช้เป็นวัตถุดิบทดแทนดินในการทำกระเบื้อง การนำเศษอิฐมวลเบาหรือเศษกระเบื้องหลังคาคอนกรีต มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์หรือนำกลับมาใช้เป็นวัตถุดิบในโรงงาน” <strong>วิชัย</strong> กล่าวทิ้งท้าย</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/co2-ce-sdgs/">สวทช.  เปิดฐานข้อมูล CO2, CE, SDGs ขับเคลื่อนไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/co2-ce-sdgs/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เป๊ปซี่โคประกาศสตาร์ตอัปที่เข้ารอบสุดท้าย 10 ราย ภายใต้โครงการ Greenhouse Accelerator ครั้งที่สอง ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมด้านอาหารและเครื่องดื่มที่ยั่งยืน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/pepsico-greenhouse-accelerator-2567/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/pepsico-greenhouse-accelerator-2567/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 14 May 2024 01:59:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Greenhouse Accelerator]]></category>
		<category><![CDATA[การรับมือด้านสภาพภูมิอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[สตาร์ตอัป]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรกรรมยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เป๊ปซี่โค]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=33808</guid>

					<description><![CDATA[<p>เป๊ปซี่โคประกาศผู้เข้ารอบสุดท้าย 10 ราย ภายใต้โครงการ Greenhouse Accelerator ปี 2567 ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ผู้เข้ารอบในปีนี้มาจากออสเตรเลีย จีน เวียดนาม ไทย และฟิลิปปินส์ ที่พร้อมนำเสนอโซลูชันหลากหลายแบบ เพื่อขจัดอุปสรรคสำคัญด้านความยั่งยืนในภูมิภาค ในปี 2567 นี้ เป๊ปซี่โคได้รับใบสมัครเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวเมื่อเทียบกับโครงการแรก ที่ประสบความสำเร็จอย่างดีเมื่อปี 2566 กรุงเทพฯ &#8211; 9 พ.ค. 2567 – เป๊ปซี่โค ผู้นำระดับโลกด้านเครื่องดื่มและอาหารสำเร็จรูป&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/pepsico-greenhouse-accelerator-2567/">เป๊ปซี่โคประกาศสตาร์ตอัปที่เข้ารอบสุดท้าย 10 ราย ภายใต้โครงการ Greenhouse Accelerator ครั้งที่สอง ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมด้านอาหารและเครื่องดื่มที่ยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<ul>
<li>เป๊ปซี่โคประกาศผู้เข้ารอบสุดท้าย 10 ราย ภายใต้โครงการ Greenhouse Accelerator ปี 2567 ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก</li>
<li>ผู้เข้ารอบในปีนี้มาจากออสเตรเลีย จีน เวียดนาม ไทย และฟิลิปปินส์ ที่พร้อมนำเสนอโซลูชันหลากหลายแบบ เพื่อขจัดอุปสรรคสำคัญด้านความยั่งยืนในภูมิภาค</li>
<li>ในปี 2567 นี้ เป๊ปซี่โคได้รับใบสมัครเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวเมื่อเทียบกับโครงการแรก ที่ประสบความสำเร็จอย่างดีเมื่อปี 2566</li>
</ul>
<p><span id="more-33808"></span></p>
<p>กรุงเทพฯ &#8211; 9 พ.ค. 2567 – <strong>เป๊ปซี่โค ผู้นำระดับโลกด้านเครื่องดื่มและอาหารสำเร็จรูป ประกาศรายชื่อผู้เข้ารอบสุดท้าย 10 ราย ที่ผ่านการคัดเลือกภายใต้โครงการ Greenhouse Accelerator ปี 2567 ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยได้เปิดรับใบสมัครจากสตาร์ตอัปทั่วเอเชียแปซิฟิกตั้งแต่เมื่อเดือนมกราคมปีนี้ ผู้เข้ารอบสุดท้ายผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการที่ล้วนเป็นผู้บริหารของเป๊ปซี่โค โดยพิจารณาจากความสามารถในการนำเสนอโซลูชันที่มีนวัตกรรมด้านเกษตรกรรมยั่งยืน เศรษฐกิจหมุนเวียน และการรับมือด้านสภาพภูมิอากาศ</strong></p>
<p>การคัดเลือกผู้เข้ารอบสุดท้ายแต่ละรายดูจากแนวทางที่แปลกใหม่ในการจัดการกับปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ซึ่งเป็นเกณฑ์หลักภายใต้เป้าหมาย pep+ เพื่อการทำทรานส์ฟอร์เมชันของเป๊ปซี่โค (PepsiCO Positive) โครงการนี้เน้นย้ำปณิธานของเป๊ปซี่โคที่มีต่อระบบอาหารในยุคหน้าเพื่อความรุ่งเรืองของผู้คนและโลกไปพร้อมกัน</p>
<p>ปี 2567 เป๊ปซี่โคได้ขยายโครงการ Greenhouse Accelerator ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกให้ครอบคลุมหัวข้อใหม่ที่สำคัญอย่างเรื่องเกษตรกรรมยั่งยืน เกษตรกรรมมีบทบาทสำคัญในระบบอาหารของเรา ดังนั้น เป๊ปซี่โคจึงเฟ้นหาสตาร์ตอัปผู้บุกเบิกในภาคส่วนนี้ให้ผ่านเข้ารอบสุดท้าย 2 ราย โดยแต่ละรายล้วนมีแนวทางอันทันสมัยในด้านการทำสวนทำไร่อย่างยั่งยืน</p>
<p>นอกจากนี้ เป๊ปซี่โคยังได้ขยายขอบเขตของโครงการให้ครอบคลุมยิ่งยึ้นด้วยการจับมือกับพันธมิตรใหม่ซึ่งเป็นผู้บรรจุขวดอย่างซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ ทั้งในประเทศไทยและเวียดนาม โดยทั้งสองบริษัทมีความตั้งใจอันแรงกล้าในการสร้างสิ่งดีๆ ต่อสิ่งแวดล้อม และขับเคลื่อนโครงการด้านความยั่งยืนที่ส่งผลต่อการดำเนินงานของตนเองในทุกส่วน ความร่วมมือดังกล่าวมุ่งเน้นการผสานความยั่งยืนทั่วทั้งภูมิภาคและครอบคลุมผู้มีส่วนร่วมทุกฝ่าย เพื่อขยายผลลัพธ์จากความร่วมมือให้ก่อเกิดประโยชน์ในวงกว้าง</p>
<p>Greenhouse Accelerator ตั้งเป้าหมายในการกระตุ้นให้สตาร์ตอัปเหล่านี้เติบโตและเสริมสร้างโอกาสในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมต่างๆ อย่างมีความหมาย บรรดาผู้เข้ารอบสุดท้ายถือเป็นตัวแทนของผู้ประกอบการที่มากความสามารถหลากหลายด้าน ในเอเชียแปซิฟิก และช่วยสานภารกิจของเป๊ปซี่โคในการเฟ้นหาโซลูชันด้านสิ่งแวดล้อมที่หลากหลายและมีศักยภาพ</p>
<p>พันธกิจหลักของเป๊ปซี่โคก็คือ การบูรณาการแนวทางที่ทันสมัยเหล่านี้ไว้ในห่วงโซ่คุณค่าทั่วโลกของบริษัท เพื่อต่อยอดความมุ่งมั่นที่จะยกระดับรอยเท้านิเวศ (Ecological footprint) ให้ดียิ่งขึ้น โดยภายในปี 2568 เป๊ปซี่โคตั้งใจที่จะทำให้บรรจุภัณฑ์ทั้งหมดรีไซเคิลได้ สลายตัวได้ ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ หรือใช้ซ้ำได้ พร้อมด้วยเป้าหมายการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 40% ภายในปี 2573</p>
<p>โครงการ Greenhouse Accelerator ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มีเป้าหมายเพื่อสร้างระบบนิเวศที่เกื้อหนุนและเชื่อมโยงผู้เข้ารอบสุดท้ายให้เข้าถึงเครือข่ายที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม และทรัพยากรต่างๆ อันนับไม่ถ้วนของเป๊ปซี่โค กรอบการทำงานดังกล่าวออกแบบมาเพื่อสนับสนุนการพัฒนา ร่นระยะเวลาเข้าสู่ตลาด และเพิ่มศักยภาพในการขยับขยายโซลูชันให้ครอบคลุมการใช้งานในวงกว้าง</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-33810" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/Wern-Yuen-Tan.jpg" alt="เหวิน หยวน ตัน" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/Wern-Yuen-Tan.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/Wern-Yuen-Tan-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/Wern-Yuen-Tan-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/Wern-Yuen-Tan-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>เหวิน หยวน ตัน</strong></span> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพาณิชย์ของเป๊ปซี่โค เอเชียแปซิฟิก</strong> กล่าวว่า &#8220;เรามีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับสตาร์ตอัปรายใหม่ๆ ในโครงการ Greenhouse Accelerator ปี 2567 ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และตื่นเต้นที่ได้เห็นนวัตกรรมต่างๆ จากบริษัทเหล่านี้&#8221; โซลูชันที่ล้ำหน้าเหล่านี้ จะช่วยจัดการกับปัญหาด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน เกษตรกรรมยั่งยืน และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งทั้งหมดล้วนมีความสำคัญกับวาระ pep+ ของเรา เราเชื่อมั่นว่าความร่วมมือเหล่านี้จะทำให้ทุกอย่างรุดหน้าได้รวดเร็ว โดยในปีนี้ความร่วมมือระหว่างเรากับผู้บรรจุขวดทำให้เราสามารถขยายการทดลองโซลูชันที่ทันสมัยเหล่านี้ออกไปได้ในวงกว้างยิ่งกว่าเดิม</p>
<p>ที่ผ่านมามี 7 โครงการจากปี 2566 ในเอเชียแปซิฟิกที่ได้ทดลองดำเนินการในเครือข่ายบริษัทของเป๊ปซี่โค ทำให้ผู้เข้ารอบสุดท้ายดังกล่าวเติบโต 110% และมียอดขายเพิ่มขึ้น 1.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ</p>
<p>โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Greenhouse Accelerator ของเป๊ปซี่โคได้ที่ https://greenhouseaccelerator.com/, LinkedIn หรือ X</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/pepsico-greenhouse-accelerator-2567/">เป๊ปซี่โคประกาศสตาร์ตอัปที่เข้ารอบสุดท้าย 10 ราย ภายใต้โครงการ Greenhouse Accelerator ครั้งที่สอง ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมด้านอาหารและเครื่องดื่มที่ยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/pepsico-greenhouse-accelerator-2567/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
