<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เศรษฐ์ สัมภัตตะกุล | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b9%8c-%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%95%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a5/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Tue, 18 Feb 2020 06:40:24 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>เศรษฐ์ สัมภัตตะกุล | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>สภาวิศวกร ผนึกนักวิชาการและมหาวิทยาลัย กระทุ้งรัฐบาลเร่งแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ภัยพิบัติอันตรายถึงชีวิต</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%9d%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99-pm-2-5/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%9d%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99-pm-2-5/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 18 Feb 2020 06:40:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Scoop]]></category>
		<category><![CDATA[PM 2.5]]></category>
		<category><![CDATA[การแก้ไขฝุ่น PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[งานเสวนา]]></category>
		<category><![CDATA[ประพัทธ์พงษ์ อุปลา]]></category>
		<category><![CDATA[ประเสริฐ ตปนียางกูร]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่น PM 2.5]]></category>
		<category><![CDATA[พิสุทธิ์ เพียรมนกุล]]></category>
		<category><![CDATA[วงศ์พันธ์ ลิมปเสนีย์]]></category>
		<category><![CDATA[ศิวรักษ์ ศิวโมกษธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[สภาวิศวกร]]></category>
		<category><![CDATA[สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์]]></category>
		<category><![CDATA[สุพัฒน์ หวังวงศ์วัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[เจน ชาญณรงค์]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐ์ สัมภัตตะกุล]]></category>
		<category><![CDATA[แก้ปัญหา PM 2.5]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=12370</guid>

					<description><![CDATA[<p>สภาวิศวกร ผนึกกำลังนักวิชาการและมหาวิทยาลัย จัดเสวนา เรื่อง “รวมพลังปัญญา แก้ปัญหา ฝุ่นพิษ” ระดมความเห็นกระทุ้งรัฐบาล เร่งแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ภัยพิบัติระดับชาติ เสนอทางออก “รีดภาษีควันดำ &#8211; ลงทุนงานวิจัย &#8211; เผยข้อมูลฝุ่นแบบเรียลไทม์” จากสถานการณ์ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่สร้างผลกระทบต่อมลภาวะทางอากาศและสิ่งแวดล้อมเป็นพิษแล้ว ยังมีอีกหนึ่งปัจจัยทำให้เกิดมลพิษ คือ “ก๊าซโอโซน” (O3) ในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่พบว่ามีค่าเกินมาตรฐานกำหนดและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี นอกจากนี้ในภูมิภาคอื่น ๆ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%9d%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99-pm-2-5/">สภาวิศวกร ผนึกนักวิชาการและมหาวิทยาลัย กระทุ้งรัฐบาลเร่งแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ภัยพิบัติอันตรายถึงชีวิต</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สภาวิศวกร ผนึกกำลังนักวิชาการและมหาวิทยาลัย จัดเสวนา เรื่อง “รวมพลังปัญญา แก้ปัญหา ฝุ่นพิษ” ระดมความเห็นกระทุ้งรัฐบาล เร่งแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ภัยพิบัติระดับชาติ เสนอทางออก “รีดภาษีควันดำ &#8211; ลงทุนงานวิจัย &#8211; เผยข้อมูลฝุ่นแบบเรียลไทม์”</strong></p>
<p>จากสถานการณ์<strong>ปัญหาฝุ่น PM 2.5</strong> ที่สร้างผลกระทบต่อมลภาวะทางอากาศและสิ่งแวดล้อมเป็นพิษแล้ว ยังมีอีกหนึ่งปัจจัยทำให้เกิดมลพิษ คือ “ก๊าซโอโซน” (O3) ในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่พบว่ามีค่าเกินมาตรฐานกำหนดและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี นอกจากนี้ในภูมิภาคอื่น ๆ ในพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ ของประเทศไทยที่เกิดจากการเผาเกษตร ได้ลุกลามเป็นวงกว้าง ทำให้ส่งผลกระทบอย่างหนักด้านสุขภาพปอดของคนไทย และเนื้อเยื่ออ่อน เมื่อสูดดมเข้าไปในปริมาณมาก ถือเป็นภัยเงียบที่อันตรายและหน่วยงานภาครัฐต้องให้ความสำคัญเร่งแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน จึงนำมาซึ่งการระดมความคิดเห็นเพื่อเสนอทางออกไปยังรัฐบาลให้เข้าไปดำเนินการแก้ไข จึงนำมาสู่การจัดเสวนา ระดมสมองนักวิชาการ หน่วยงานภาครัฐ มหาวิทยาลัย ซึ่งนำโดย สภาวิศวกร จัดเสวนา เรื่อง “รวมพลังปัญญา แก้ปัญหา ฝุ่นพิษ” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสนอแนะรัฐบาลให้ตระหนักถึงผลกระทบจาก<strong>ปัญหาฝุ่น PM 2.5</strong> ภัยพิบัติระดับชาติ โดยการเสวนาของเหล่านักวิชาการได้ชี้ทางออก 3 ด้านหลัก คือ ด้านกฎหมาย โดยการเก็บภาษีรถยนต์ปล่อยควันดำ พร้อมปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์รุ่นเก่า เป็น EURO 5-6 พร้อมจำกัดปริมาณรถบรรทุกในพื้นที่กรุงเทพฯ ขณะที่ทางออกด้านงานวิจัย ที่รัฐควรลงทุนกับการพัฒนานวัตกรรมแก้ปัญหาฝุ่น เพื่อลดการนำเข้าเทคโนโลยีที่มีราคาสูง และด้านการวางระบบผังเมืองใหม่ เน้นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้คนเมือง และเสนอเอกชนร่วมมือส่งเสริมสนับสนุนแสดงผลข้อมูลปริมาณฝุ่นผ่านจอโฆษณา LED แบบเรียลไทม์</p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-12378 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/02/pm-2-5-seminar-02.jpg" alt="สภาวิศวกร ผนึกกำลังนักวิชาการและมหาวิทยาลัย จัดเสวนา เรื่อง “รวมพลังปัญญา แก้ปัญหา ฝุ่นพิษ”" width="800" height="533" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/02/pm-2-5-seminar-02.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/02/pm-2-5-seminar-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/02/pm-2-5-seminar-02-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/02/pm-2-5-seminar-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/02/pm-2-5-seminar-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p>ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมเสวนา ประกอบด้วย <strong>ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์</strong> นายกสภาวิศวกร ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) นายกสมาคมนักเรียนทุนรัฐบาลไทย อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และประธานกรรมการบริหารสมาพันธ์สภาวิชาชีพแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย <strong>ดร.ประเสริฐ ตปนียางกูร</strong> เลขาธิการสภาวิศวกร และอดีตกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ รวมถึง <strong>ดร.ศิวรักษ์ ศิวโมกษธรรม</strong> ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศและการประยุกต์เชิงพาณิชย์ (NSD) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) <strong>ดร.สุพัฒน์ หวังวงศ์วัฒนา</strong> ผู้เชี่ยวชาญด้านมลพิษทางอากาศ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย รวมทั้ง <strong>ดร. เจน ชาญณรงค์</strong> หนึ่งในผู้ที่พยายามช่วยแก้ปัญหา PM 2.5 ในนามของชมรมผู้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดล <strong>รศ.ดร.ประพัทธ์พงษ์ อุปลา</strong> ผู้อำนวยการสำนักวิจัยนวัตกรรมเมืองอัจฉริยะ (SCiRA) สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.)</p>
<p>นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติวิทยากรจากหลากหลายมหาวิทยาลัยร่วมเสวนา อาทิ <strong>ผศ.ดร.พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์</strong> ภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย <strong>รศ.วงศ์พันธ์ ลิมปเสนีย์</strong> วิทยาลัยพัฒนามหานคร มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ผู้เชี่ยวชาญควบคุมฝุ่นจากแหล่งกำเนิดไอเสียรถยนต์ รวมทั้ง <strong>รศ.นพ.นิธิพัฒน์ เจียรกุล</strong> หัวหน้าสาขาวิชาระบบทางเดินหายใจและวัณโรค ภาควิชาอายุรศาสตร์ ศิริราชพยาบาล อีกทั้ง <strong>รศ.ดร.เศรษฐ์ สัมภัตตะกุล</strong> หัวหน้าศูนย์ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ <strong>ศ.ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล </strong>รองคณบดี ด้านยุทธศาสตร์นวัตกรรม คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์ สภาวิศวกร ฯลฯ</p>
<figure id="attachment_12380" aria-describedby="caption-attachment-12380" style="width: 800px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="wp-image-12380 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/02/suchatchawee.jpg" alt="ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์" width="800" height="533" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/02/suchatchawee.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/02/suchatchawee-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/02/suchatchawee-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/02/suchatchawee-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/02/suchatchawee-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /><figcaption id="caption-attachment-12380" class="wp-caption-text">ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์</figcaption></figure>
<p>ทั้งนี้ <span style="color: #6cb742;"><strong>ศ.ดร.สุชัชวีร์ </strong></span>กล่าวว่า “<strong>ปัญหาฝุ่น PM 2.5</strong> นับเป็นภัยพิบัติระดับชาติที่ภาครัฐ เอกชน ประชาชน ต้องตระหนักถึงความสำคัญ และร่วมดำเนินการแก้ไขอย่างจริงจัง โดยทางภาครัฐจะต้องยกระดับปัญหาฝุ่นเป็นภัยพิบัติของประเทศ ต้องเอาจริงในการสร้างมาตรการแก้ไขปัญหา ทั้งด้านกฎหมาย โดยการเก็บภาษีรถยนต์ปล่อยควันดำ พร้อมปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์รุ่นเก่าจาก EURO 4 เป็น EURO 5-6 รวมถึงจำกัดปริมาณรถบรรทุกในพื้นที่กรุงเทพฯ ขณะที่ข้อเสนอด้านงานวิจัยซึ่งรัฐบาลควรลงทุนกับการพัฒนานวัตกรรมแก้ปัญหาฝุ่น เช่น ป้ายรถเมล์อัจฉริยะจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เครื่องวัดฝุ่นขนาดเล็กจาก สวทช. เพื่อลดการนำเข้าเทคโนโลยีที่มีราคาสูง และด้านการวางระบบผังเมืองใหม่ ควรเน้นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวจากปัจจุบัน 2-3 ตารางเมตรต่อคน เพิ่มเป็นอย่างน้อย 9-10 ตารางเมตรต่อคน และควรให้ความร่วมมือในการแสดงผลข้อมูลปริมาณฝุ่นผ่านจอโฆษณา LED แบบเรียลไทม์ เพื่อให้ภาคประชาชน ควรตระหนักถึงผลกระทบถึง<strong>ฝุ่น PM 2.5</strong> ว่าเป็นเรื่องใกล้ตัว และสามารถส่งผลกระทบร้ายแรงถึงชีวิตของทั้งตนเอง รวมถึงบุคคลในครอบครัว”</p>
<p>ทางด้าน <span style="color: #6cb742;"><strong>ดร.ประเสริฐ ตปนียางกูร</strong></span> กล่าวว่า “<strong>ฝุ่น PM 2.5</strong> ถือเป็นภัยที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคนเมือง และเป็นอันตรายถึงชีวิต ซึ่งพบว่า 91% มีผู้เสียชีวิตก่อนวัยอันควร อาศัยอยู่ในพื้นที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเป็นกลุ่มคนที่มีรายได้ปานกลาง-น้อย ขณะที่ปี 2559 ทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตจากปัญหาดังกล่าว ถึง 4.2 ล้านคน ดังนั้น ประเทศไทย จึงควรยกระดับมาตรฐานฝุ่นที่ 25 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร หรือวัดเฉลี่ย 24 ชั่วโมง แต่ในปัจจุบันประเทศไทย พบมีค่าฝุ่นสูงถึง 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร จึงเสนอแนวทางการแก้ไขมหันตภัยฝุ่น PM 2.5 โดยประเทศไทยต้องแก้ไขกฎหมายต่าง ๆ เพื่อแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุดถึงต้นตอ ดังนั้น ประเทศไทยควรยกระดับมาตรฐานรถยูโร 4 สู่มาตรฐาน EURO 5-6 ควบคู่กับการปรับค่ามาตรฐานน้ำมันเพื่อสามารถใช้งานกับเครื่องยนต์ EURO 5-6 โดยขั้นแรกควรส่งเสริมการใช้รถยนต์ EURO 5 นำร่องก่อน ซึ่งพบว่าภายในปี 2564 คาดว่าจะมีรถยนต์ขนาดเล็กเป็นเครื่องยนต์ EURO 5 มาใช้ในประเทศไทย ทั้งนี้ การดำเนินการตามมาตรฐานดังกล่าว จะช่วยลดปริมาณรถยนต์รุ่นเก่า ทั้งจากรถขนส่งมวลชนในกรุงเทพฯ รถบรรทุก และรถยนต์ส่วนบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพ”</p>
<figure id="attachment_12379" aria-describedby="caption-attachment-12379" style="width: 800px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="wp-image-12379 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/02/siwaruk.jpg" alt="ดร.ศิวรักษ์ ศิวโมกษธรรม" width="800" height="533" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/02/siwaruk.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/02/siwaruk-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/02/siwaruk-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/02/siwaruk-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/02/siwaruk-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /><figcaption id="caption-attachment-12379" class="wp-caption-text">ดร.ศิวรักษ์ ศิวโมกษธรรม</figcaption></figure>
<p>ขณะที่ <span style="color: #6cb742;"><strong>ดร.ศิวรักษ์</strong></span> กล่าวว่า “ด้วยข้อจำกัดของไทยด้านการผลิตหน้ากากอนามัยที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการ ทาง สวทช. จึงได้พัฒนาเครื่องกรองฝุ่นด้วยเทคโนโลยีการตกตะกอนเชิงไฟฟ้าสถิตเพื่อลดปริมาณการเกิดฝุ่นพิษ โดยที่ทุกชิ้นส่วนสามารถผลิตได้ภายในไทย และสามารถนำไปติดตามสถานที่ต่าง ๆ เพื่อทำให้เกิดอากาศบริสุทธิ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยที่ผ่านมา สวทช. ได้ร่วมกับบริษัทภาคเอกชนพัฒนาหน้ากากอนามัยกรอง<strong>ฝุ่น PM2.5</strong> และ เครื่องวัดฝุ่นแบบกระเจิงแสงขนาดจิ๋ว หรือ My Air ที่พกพาสะดวก มีความแม่นยำสูง และประหยัดพลังงาน นอกจากนี้ ยังเตรียมดำเนินการวิจัยและพัฒนาลูกบอลดับเพลิง ขนาด 5-10 กิโลกรัม ที่ใช้ติดตั้งกับโดรนเพื่อทำหน้าที่ดับเพลิงไฟป่า”</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ดร.สุพัฒน์ หวังวงศ์วัฒนา</strong></span> <strong>ผู้เชี่ยวชาญด้านมลพิษทางอากาศ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย</strong> ได้เสนอ 2 แนวทางสำคัญเพื่อลดมลภาวะฝุ่น คือ 1. รถยนต์ปลอดควันดำ โดยปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์ดีเซลเป็นเชื้อเพลิงจากก๊าซธรรมชาติ หรือพลังงานไฟฟ้า และ 2. เกษตรปลอดการเผา โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร กรมพัฒนาที่ดิน ฯลฯ ประสานงานร่วมกับภาคการศึกษาเพื่อทำการวิจัยและพัฒนาร่วมกัน พร้อมส่งต่อองค์ความรู้พร้อมส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากสิ่งเหลือทิ้งจากภาคการเกษตร เพื่อลดการเผาที่ก่อให้เกิดฝุ่น อย่างไรก็ตาม ปัจจัยหลักของการเกิดฝุ่นนั้น ยังคงเกิดจากรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลกว่า 70-80% โดยเฉพาะรถบรรทุกกว่า 140,000 คัน รถโดยสารสาธารณะของ ขสมก. กว่า 10,000 คัน และรถโดยสารไม่ประจำทางอีก 30,000 คัน รวมถึงการเผาในที่โล่งแจ้งจากแหล่งกำเนิดในสถานที่ต่าง ๆ ทั้งภาคเหนือ และภาคกลางของไทย</p>
<p>ขณะเดียวกัน <span style="color: #6cb742;"><strong>ดร. เจน ชาญณรงค์</strong></span> หนึ่งในผู้ที่พยายามช่วย<strong>แก้ปัญหา PM 2.5</strong> ในนามของชมรมผู้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดล กล่าวว่า ปัญหาหลักของการเผาไฟในภาคการเกษตรนั้น เกิดจากปัญหาปากท้องของประชาชน โดยพื้นที่ที่มีการเผาป่ามากที่สุดพบในพื้นที่ภาคเหนือ เช่น จังหวัดตาก ลำพูน ลำปาง โดยที่ผ่านมาชมรมฯได้ดำเนินการถ่ายทอดองค์ความรู้แก่ประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ ผ่านการน้อมนำศาสตร์พระราชาอย่างหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ เช่น การปรับปรุงระบบชลประทาน เพื่อให้ประชาชนมีน้ำใช้สำหรับการเกษตร อุปโภค-บริโภค ส่งเสริมการปลูกพืชแทน เพื่อลดการบุกรุกพื้นที่ป่าพร้อมสร้างความยั่งยืน ถ่ายทอดความรู้แก่เยาวชนในโรงเรียน เพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึงผลกระทบจากการเผาป่า เป็นต้น</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-12377 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/02/pm-2-5-seminar-01.jpg" alt="สภาวิศวกร ผนึกกำลังนักวิชาการและมหาวิทยาลัย จัดเสวนา เรื่อง “รวมพลังปัญญา แก้ปัญหา ฝุ่นพิษ”" width="800" height="533" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/02/pm-2-5-seminar-01.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/02/pm-2-5-seminar-01-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/02/pm-2-5-seminar-01-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/02/pm-2-5-seminar-01-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/02/pm-2-5-seminar-01-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>รศ.ดร.ประพัทธ์พงษ์ อุปลา</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการสำนักวิจัยนวัตกรรมเมืองอัจฉริยะ (SCiRA) สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.)</strong> กล่าวว่า “สจล. ได้พัฒนาป้ายรถเมล์อัจฉริยะนวัตกรรมตรวจวัดและเตือนภัยฝุ่นละอองขนาดเล็กแบบเรียลไทม์ ณ ป้ายรถเมล์คณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. ที่มาพร้อมความสามารถในการตรวจจับปริมาณฝุ่น สั่งการพัดลมโคจรติดเพดานช่วยระบายฝุ่น พร้อมแสดงผลปริมาณฝุ่นและเฉดสีผ่านจอมอนิเตอร์ โดยล่าสุด สจล. ยังได้ร่วมมือกับ กรุงเทพมหานคร ดำเนินติดตั้งนวัตกรรมดังกล่าว ในพื้นที่ 9 จุดเสี่ยงที่พบปริมาณฝุ่นสะสมหนาแน่น ได้แก่ บางซื่อ บางเขน บางกะปิ มีนบุรี ดินแดง พระโขนง ภาษีเจริญ ป้อมปราบศัตรูพ่าย และบางคอแหลม เพื่อเป็นการบรรเทาฝุ่นและสร้างการเข้าถึงข้อมูลฝุ่นแบบเรียลไทม์ในภาคประชาชน”</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ศ.ดร.พิสุทธิ์</strong></span><strong> วิทยากรผู้ร่วมเสวนา</strong> กล่าวว่า “แหล่งกำเนิดปัญหามลพิษทางอากาศ ส่วนใหญ่ยังคงเป็นเรื่องของรถบรรทุกที่ปล่อยควันดำ รวมไปถึงสภาพอากาศปิดในพื้นที่จุดเสี่ยง การวางผังเมืองที่ไม่สอดคล้องต่อสภาพอากาศ ลม และพื้นที่สีเขียวมีน้อย ดังนั้น ควนนำเทคโนโลยีและระบบซอร์ฟแวร์ Big Data ระบบ Sensor For All เข้ามาช่วยแก้ไขในด้านข้อมูลที่สะดวกรวดเร็ว และให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่าย และการออกกฎหมายอย่างเข้มงวดเข้ามาควบคุมจัดการแก้ปัญหาอย่างจริงจัง”</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ผศ.ดร.พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์</strong></span> <strong>ภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</strong> กล่าวว่า ที่ผ่านมาภาครัฐดำเนินมาตรการมาอย่างต่อเนื่อง แต่ปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม จากการเก็บข้อมูลมา 2 เดือน (ธันวาคม 2562 – มกราคม 2563) มีค่าฝุ่นสูงสุดในเขตลาดกระบัง บางซื่อ บางกอกน้อย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่อยู่อาศัยหนาแน่น ดังนั้นต้องมีมาตรฐานการวางผังเมืองต้องลงลึกที่ระดับเขต ต้องทำให้ประชาชนรู้สึกว่าเป็นปัญหา เพื่อนำมาสู่ระดับนโยบายของการอยู่ร่วมกับชุมชน และภาคประชาสังคมต้องติดตามข้อมูลข่าวสาร ทำงานเชิงสร้างสรรค์ และมหาวิทยาลัยต้องส่งเสริมสังคม</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>รศ. วงศ์พันธ์ ลิมปเสนีย์</strong></span> <strong>วิทยาลัยพัฒนามหานคร มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ผู้เชี่ยวชาญควบคุมฝุ่นจากแหล่งกำเนิดไอเสีย รถยนต์</strong> กล่าวว่า ปัจจุบัน<strong>การแก้ไขฝุ่น PM2.5</strong> ยังเป็นการควบคุมที่ปลายทาง แต่การแก้ไขที่ถูกต้องนั้น จะต้องแก้ที่แหล่งกำเนิดฝุ่น ซึ่งรถยนต์ดีเซลเป็น 1 ใน 3 ของการก่อให้เกิด<strong>ฝุ่น PM 2.5</strong> ในปี 2547 ควบคุมปริมาณกัมมะถันกระทั่งลดลง 20% จาก 2537-2547 มาตรฐานรถยนต์ที่เทียบกับ EURO 1 เทียบเท่ากับมาตรฐานต่างประเทศ แต่หลังจากนั้น ยูโร 4 เหลือ 1ใน 5 เท่า แต่ถ้าปัจจุบันมีรถยนต์ที่ใช้ EURO 1 จำนวนมากอยู่ ถ้าปรับปรุงมาตรฐานและรถยนต์ต้องใช้งบประมาณสูงเกือบหมื่นล้านบาท และทุกคนพร้อมจ่ายราคาน้ำมันที่สูงขึ้น สรุปแนวทางการปรับปรุงรถยนต์ให้เป็น ยูโร 5 และ 6 ในปี 2566-2567 ลดลง 10 เท่า หรือลดฝุ่น PM 1ใน 3 และปรับปรุงรถยนต์ให้เป็นยูโร 4 และส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า เพื่อให้ปราศจากสารที่ก่อให้เกิดฝุ่น</p>
<p>ขณะเดียวกัน <span style="color: #6cb742;"><strong>รศ.นพ.นิธิพัฒน์ เจียรกุล</strong></span> <strong>หัวหน้าสาขาวิชาระบบทางเดินหายใจและวัณโรค ภาควิชาอายุรศาสตร์ ศิริราชพยาบาล</strong> กล่าวว่า “กรณีที่ฝุ่นขนาดเล็กกว่า <strong>PM 2.5</strong> สามารถเล็ดรอดเข้าไปสู่ในกระแสเลือดนั้น จะมีพิษร้ายแรงเท่ากับสูบควันบุหรี่ ซึ่ง<strong>ฝุ่น PM2.5</strong> สามารถทำปฏิกิริยากับร่างกายได้ นอกจากนี้ ยังมีเรื่องก๊าซโอโซนที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นและสามารถกัดเนื้อเยื้ออ่อนอย่างหลอดลม โดยเมื่อปีที่ผ่านมาประชาชนเริ่มตื่นตัวเกี่ยวกับการเผา การจุดประทัด ซึ่งภาครัฐควรส่งเสริมหรือรณรงค์ในภาคประชาชนอย่างต่อเนื่อง การกำหนดคุณภาพมาตรฐานของประเทศไทยใน 500 เมืองใหญ่ทั่วโลก ประเทศไทยเพิ่งเริ่มติดมาที่ 50 ไมโครกรัมต่อลูกบากศ์เมตร ซึ่งมีผลต่อกลุ่มเสี่ยงต่อเด็กเล็ก คนชรา เมื่อเทียบกับค่ามาตรฐานฝุ่นของสหรัฐอเมริกา”</p>
<p><strong>อย่างไรก็ตาม สภาวิศวกร ในฐานะเป็นเจ้าภาพในการจัดเสวนา ยังได้แบ่งเวทีออกเป็น 3 หัวข้อ ดังนี้ เวทีที่ 1 เรื่อง “ถกปัญหาและวิกฤตฝุ่น” เวทีที่ 2 หัวข้อ “ชงรัฐ ตีกรอบมาตรการการจัดการฝุ่นอย่างเป็นรูปธรรม” และเวทีที่ 3 เสวนาหัวข้อเรื่อง “เทคโนโลยีพิชิตฝุ่น” ก่อนจะสรุปผลการเสวนา “รวมพลังปัญญา แก้ปัญหา ฝุ่นพิษ” โดยได้จัดขึ้นที่โรงแรมเดอะ สุโกศล พร้อมกับได้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมรับฟังเสนอความคิดเห็นเพื่อเปิดมุมมองสาธารณะผ่านไปยังรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมฝ่าวิกฤตฝุ่นพิษ เพื่อชาติ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%9d%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99-pm-2-5/">สภาวิศวกร ผนึกนักวิชาการและมหาวิทยาลัย กระทุ้งรัฐบาลเร่งแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ภัยพิบัติอันตรายถึงชีวิต</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%9d%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99-pm-2-5/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
