<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เหมือง | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Tue, 07 Oct 2025 08:27:20 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.5</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>เหมือง | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เขื่อน-เหมืองลุ่มแม่น้ำโขง สะท้อนวิกฤตสิ่งแวดล้อมและสิทธิชุมชน จี้ไทยออกกฎหมายข้ามพรมแดนปิดช่องโหว่</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/dams-mines-mekong-region/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 02 Oct 2025 02:23:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Report]]></category>
		<category><![CDATA[ลุ่มแม่น้ำโขง]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤตสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[สิทธิชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[เขื่อน]]></category>
		<category><![CDATA[เหมือง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=41186</guid>

					<description><![CDATA[<p>ท่ามกลางกระแสการลงทุนด้านพลังงานข้ามพรมแดนในลุ่มน้ำโขง เสียงสะท้อนจากภาคประชาสังคมยังคงเตือนถึงความเปราะบางของระบบนิเวศและความเสี่ยงที่ประชาชนจะต้องเผชิญ รวมถึงช่องว่างของมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและสิทธิมนุษยชน แนวร่วมการเงินที่เป็นธรรมเอเชีย (Fair Finance Asia &#8211; FFA ) และ แนวร่วมการเงินที่เป็นธรรมประเทศไทย (Fair Finance Thailand &#8211; FFT) จึงร่วมกันแสดงจุดยืนเน้นย้ำให้สถาบันการเงินทั่วเอเชียจำเป็นต้องดำเนินการอย่างจริงจังและมีความรับผิดชอบมากขึ้น เพื่อ“รับมือกับผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดนที่เกิดจากการจัดหาเงินทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน” แม้โครงการเหล่านี้ได้รับการสนับสนุนจากธนาคารที่ลงนามตามหลักการสากลอย่าง Equator Principles แต่กลับยังมีข้อบกพร่องหลายด้าน ทั้งการไม่ประเมินผลกระทบเชิงสะสม การเพิกเฉยต่อความเสี่ยงจากสารพิษ ไปจนถึงการขาดหลักฐานการประเมินด้านสิทธิมนุษยชนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จับตาเขื่อน-เหมืองต้นทุนสิ่งแวดล้อมที่ชุมชนต้องจ่าย เบอร์นาเด็ต วิคตอริโอ หัวหน้าโครงการ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/dams-mines-mekong-region/">เขื่อน-เหมืองลุ่มแม่น้ำโขง สะท้อนวิกฤตสิ่งแวดล้อมและสิทธิชุมชน จี้ไทยออกกฎหมายข้ามพรมแดนปิดช่องโหว่</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ท่ามกลางกระแสการลงทุนด้านพลังงานข้ามพรมแดนในลุ่มน้ำโขง เสียงสะท้อนจากภาคประชาสังคมยังคงเตือนถึงความเปราะบางของระบบนิเวศและความเสี่ยงที่ประชาชนจะต้องเผชิญ รวมถึงช่องว่างของมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและสิทธิมนุษยชน แนวร่วมการเงินที่เป็นธรรมเอเชีย (Fair Finance Asia &#8211; FFA ) และ แนวร่วมการเงินที่เป็นธรรมประเทศไทย (Fair Finance Thailand &#8211; FFT) จึงร่วมกันแสดงจุดยืนเน้นย้ำให้สถาบันการเงินทั่วเอเชียจำเป็นต้องดำเนินการอย่างจริงจังและมีความรับผิดชอบมากขึ้น เพื่อ“รับมือกับผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดนที่เกิดจากการจัดหาเงินทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน”</strong></p>
<p><span id="more-41186"></span></p>
<p>แม้โครงการเหล่านี้ได้รับการสนับสนุนจากธนาคารที่ลงนามตามหลักการสากลอย่าง Equator Principles แต่กลับยังมีข้อบกพร่องหลายด้าน ทั้งการไม่ประเมินผลกระทบเชิงสะสม การเพิกเฉยต่อความเสี่ยงจากสารพิษ ไปจนถึงการขาดหลักฐานการประเมินด้านสิทธิมนุษยชนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</p>
<h3>จับตาเขื่อน-เหมืองต้นทุนสิ่งแวดล้อมที่ชุมชนต้องจ่าย</h3>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41188" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/dams-mines-mekong-region-02.jpg" alt="เบอร์นาเด็ต วิคตอริโอ" width="740" height="492" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/dams-mines-mekong-region-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/dams-mines-mekong-region-02-300x199.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/dams-mines-mekong-region-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/dams-mines-mekong-region-02-500x332.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>เบอร์นาเด็ต วิคตอริโอ</strong> </span><strong>หัวหน้าโครงการ แนวร่วมการเงินที่เป็นธรรมเอเชีย</strong> เปิดเผยว่า “วิกฤตสภาพภูมิอากาศเป็นปัญหาข้ามพรมแดน” ถือเป็นความจำเป็นที่ทุกฝ่ายต้องมีความรับผิดชอบในระดับสากล สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเอเชีย การลงทุนข้ามพรมแดนในโครงการขนาดใหญ่ เช่น เขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำและอุตสาหกรรมสกัดทรัพยากรธรรมชาติ มักนำมาซึ่งต้นทุนทางสังคมและสิ่งแวดล้อมที่รุนแรงและฝังลึก ซึ่งส่งผลกระทบกับชุมชนโดยตรง การเปลี่ยนผ่านพลังงานเหล่านี้คือผลกระทบที่ผู้คนในชุมชนต้องจ่ายในราคาที่สูงลิ่ว เช่น การสูญเสียวิถีชีวิต บ้านเรือน และมรดกทางวัฒนธรรม โดยแทบไม่มีแนวทางการเยียวยาที่ชัดเจน</p>
<p>สถาบันการเงินในฐานะผู้ขับเคลื่อนและผู้สนับสนุนโครงการเหล่านี้มีทั้งความรับผิดชอบและอำนาจต่อรองที่จะทำให้แน่ใจว่าบริษัทที่พวกเขาสนับสนุนด้านการเงินมีแนวปฏิบัติที่สอดคล้องกับหลักการความยั่งยืนที่ยึดโยงกับความเป็นธรรมและการตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน</p>
<p>“วันนี้เราขอเรียกร้องให้สถาบันการเงินบูรณาการนโยบายด้านการตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมไว้ในกลยุทธ์การปล่อยกู้และการจัดหาเงินทุน และเปลี่ยนทิศทางการลงทุนไปสู่โครงการที่ยั่งยืน แท้จริง ครอบคลุม และเป็นธรรม เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” <strong>เบอร์นาเด็ต</strong> กล่าว</p>
<h3>ชุมชนไทยยังไร้สิทธิ์คุ้มครอง</h3>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41189" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/dams-mines-mekong-region-03.jpg" alt="ปิยะนันท์ จิตแจ้ง" width="740" height="492" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/dams-mines-mekong-region-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/dams-mines-mekong-region-03-300x199.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/dams-mines-mekong-region-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/dams-mines-mekong-region-03-500x332.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ปิยะนันท์ จิตต์แจ้ง</strong></span> <strong>ตัวแทนกลุ่มรักษ์เชียงของ</strong> กล่าวว่า การต่อสู้กับผลกระทบจากการพัฒนาเขื่อนในแม่น้ำโขงดำเนินมาอย่างยาวนาน นับตั้งแต่มีการสร้างเขื่อนตอนบนในจีนที่ทำให้กระแสน้ำผิดปกติ เกิดภาวะแห้งแล้งนอกฤดูกาลและน้ำท่วมเกินกว่าปกติ ก่อนจะตามมาด้วยการสร้างเขื่อนไซยะบุรีในลาวที่ส่งผลกระทบต่อชายแดนไทย-ลาว แต่ไทยไม่สามารถดำเนินการทางกฎหมายได้เต็มที่เพราะอยู่นอกเขตอธิปไตย</p>
<p>ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา เครือข่ายชุมชนได้ติดตามโครงการก่อสร้างเขื่อนปากแบง ห่างจากเชียงรายเพียง 97 กิโลเมตร ซึ่งถูกตั้งข้อกังวลเรื่องผลกระทบข้ามแดน 3 ประเด็นสำคัญ</p>
<p>ประเด็นแรก คือปัญหาน้ำท่วมถาวร จากการกักเก็บน้ำ ซึ่งอาจทำให้พื้นที่การเกษตรและชุมชนในฝั่งไทยถูกน้ำท่วมย้อนกลับ โดยเฉพาะพื้นที่แม่น้ำสาขาที่เชื่อมกับแม่น้ำโขง แม้จะมีการร้องขอให้เปิดเผยข้อมูลว่าพื้นที่ใดบ้างจะได้รับผลกระทบ แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีการประเมินที่แน่ชัด</p>
<p>ประเด็นที่ 2 คือการล่มสลายของระบบนิเวศ เนื่องจากระดับน้ำที่ขึ้นลงผิดฤดูกาลเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า ทำให้ฤดูน้ำหลากมีน้ำต่ำเกินไปจนปลาวางไข่ไม่ได้ และในฤดูแล้งน้ำกลับสูงเกินไป กระทบต่อพืชพันธุ์ สาหร่าย และวิถีชีวิตเกษตรริมฝั่งโขงที่ต้องปรับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง</p>
<p>ประเด็นที่ 3 คือการบริหารจัดการน้ำที่ไม่ชัดเจน เครือข่ายชุมชนเคยยื่นข้อเรียกร้องให้มีการประสานงานระหว่างเขื่อนจีนตอนบนและเขื่อนใหม่ในลาว แต่ยังไม่มีคำตอบ หากเกิดการกักและปล่อยน้ำพร้อมกันย่อมสร้างความเสี่ยงมหาศาล โดยเฉพาะอุทกภัยเช่นที่เชียงรายเคยประสบในปีที่ผ่านมา ซึ่งมีพื้นที่การเกษตรถูกน้ำท่วมและแช่ขังนับหมื่นไร่นานหลายเดือน</p>
<h3>เขื่อนเร่งให้เกิดวิกฤตสารพิษกระทบสิทธิชุมชน</h3>
<p>อีกหนึ่งภัยคุกคามที่น่ากังวลคือสารพิษสะสม ทั้งสารหนู ปรอท และแคดเมียมจากเหมืองผิดกฎหมาย หากน้ำในลุ่มน้ำโขงไหลช้าลงเพราะเขื่อน อาจทำให้สารเหล่านี้เข้มข้นขึ้น จนเชียงรายเสี่ยงกลายเป็น “อ่างพิษ” โดยที่ยังไม่มีมาตรการแก้ไขต้นเหตุอย่างจริงจัง</p>
<p>“ขณะนี้ชาวบ้านสับสนว่าควรหันไปพึ่งใคร ทั้งหน่วยงานรัฐ ศาลปกครอง หรือกลไกตรวจสอบทางการเงิน เช่น Fair Finance ซึ่งจำเป็นต้องเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการเปิดเผยข้อมูลและสร้างความเข้าใจกับชุมชน เพื่อปกป้องสิทธิของประชาชนในลุ่มน้ำโขง ขณะเดียวกันพื้นที่อีสานและเชียงแสนก็ยังเสี่ยงต่อการปนเปื้อนของสารพิษในน้ำโขง โดยทั้งหมดเชื่อมโยงไปถึงห่วงโซ่อุปทานระดับโลก เนื่องจากความต้องการแร่และแรร์เอิร์ธยังเป็นแรงผลักสำคัญของภูมิรัฐศาสตร์โลกในปัจจุบัน” <strong>ปิยะนันท์</strong> กล่าว</p>
<h3>เผยช่องโหว่กฎหมายไทย เมื่อมาตรฐานสากลไม่เพียงพอ</h3>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41190" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/dams-mines-mekong-region-04.jpg" alt="สฤณี อาชวานันทกุล" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/dams-mines-mekong-region-04.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/dams-mines-mekong-region-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/dams-mines-mekong-region-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/dams-mines-mekong-region-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>สฤณี อาชวานันทกุล</strong></span> <strong>หัวหน้าทีมวิจัยแนวร่วมการเงินที่เป็นธรรมประเทศไทย (Fair Finance Thailand)</strong> กล่าวถึงช่องว่างระหว่างเอกสารของบริษัทผู้พัฒนาโครงการเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำใน สปป.ลาว กับหลักการ Equator Principles ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่ธนาคารพาณิชย์ทั่วโลก รวมถึงธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ลงนามรับรอง โดยชี้ว่าโครงการเขื่อนหลวงพระบางและเขื่อนปากแบงมีข้อบกพร่องอย่างมีนัยสำคัญ เช่น การขาดการประเมินผลกระทบเชิงสะสม การไม่ชี้แจงความเสี่ยงจากสารพิษที่อาจมาจากเหมืองแร่หายากในเมียนมา รวมถึงความไม่ชัดเจนในการนำข้อเสนอแนะจากรายงานการทบทวนทางเทคนิคของคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRC) ไปปฏิบัติจริง</p>
<p>ทั้งนี้ โครงการทั้งสองยังไม่แสดงหลักฐานการประเมินผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนและความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งที่เป็นข้อกำหนดสำคัญของ Equator Principles นอกจากนี้ หากพิจารณาย้อนกลับไปยังกรณีเขื่อนไซยะบุรีจนถึงเขื่อนปากแบง จะเห็นตัวอย่างชัดเจนว่ากลไกการคุ้มครองทั้งทางกฎหมายและมาตรฐานสากลที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอในการป้องกันความเสี่ยงต่อประชาชน</p>
<p>หนึ่งในปัญหาหลัก คือกฎหมายไทยยังไม่รองรับการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดน ศาลปกครองสูงสุดเคยมีคำวินิจฉัยในปี 2564 ว่าข้อตกลงแม่น้ำโขง (PNPCA) เป็นพันธกรณีระหว่างประเทศ จึงไม่สามารถนำมาใช้บังคับตามกฎหมายไทยได้ ทำให้การผลักดันให้มีการประเมินผลกระทบข้ามพรมแดนเป็นเพียงข้อเรียกร้องจากภาคประชาสังคม เช่น ในกรณีเขื่อนหลวงพระบางที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กดดันให้ผู้ดำเนินโครงการจัดทำรายงาน แต่ไม่มีมาตรฐานหรือหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน จึงไม่สามารถสะท้อนผลกระทบที่แท้จริงได้ โดยเฉพาะผลกระทบสะสมจากเขื่อนจีนตอนบน</p>
<h3>ผลักดันกฎหมายสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดน</h3>
<p><strong>สฤณี</strong> กล่าวว่า ในอนาคตประเทศไทยควรมีกฎหมายกำกับให้บริษัทไทยที่ลงทุนโครงการข้ามพรมแดนต้องจัดทำการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดนอย่างจริงจัง รวมถึงต้องมีกฎหมายบังคับการประเมินผลกระทบสิทธิมนุษยชนรอบด้าน (Human Rights Due Diligence) สำหรับบริษัทขนาดใหญ่ที่ลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มโลก โดยเฉพาะสหภาพยุโรปที่เตรียมออกกฎหมายบังคับด้านนี้</p>
<p>“แม้ Equator Principles จะเป็นมาตรฐานที่มีประโยชน์ เพราะบังคับให้โครงการขนาดใหญ่ต้องมีการประเมินผลกระทบและเปิดเผยข้อมูล แต่ก็ยังเป็นเพียงมาตรการสมัครใจ ไม่เพียงพอในการจัดการกับความเสี่ยงที่ชุมชนกังวล ดังนั้น ภาคประชาสังคมจำเป็นต้องเรียกร้องต่อไป เพื่อให้เกิดการยกระดับมาตรการเหล่านี้ให้เป็นข้อบังคับตามกฎหมายไทยในอนาคต” <strong>สฤณี</strong> กล่าว</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/dams-mines-mekong-region/">เขื่อน-เหมืองลุ่มแม่น้ำโขง สะท้อนวิกฤตสิ่งแวดล้อมและสิทธิชุมชน จี้ไทยออกกฎหมายข้ามพรมแดนปิดช่องโหว่</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
