<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เอสพี กรุ๊ป | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%9e%e0%b8%b5-%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b9%8a%e0%b8%9b/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Thu, 16 Nov 2023 04:27:09 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.5</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>เอสพี กรุ๊ป | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เอสพี กรุ๊ป นำโซลูชันพลังงานแบบบูรณาการ มุ่งขับเคลื่อน “ม.รังสิต” เปลี่ยนผ่านพลังงานอัจฉริยะสู่มหาวิทยาลัยสีเขียว</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/sp-group-x-rsu-green-energy/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/sp-group-x-rsu-green-energy/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 16 Nov 2023 04:27:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยรังสิต]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบการจัดการและจัดเก็บพลังงานแบบรวมศูนย์]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบอัจฉริยะสำหรับอาคาร]]></category>
		<category><![CDATA[เอสพี กรุ๊ป]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=30991</guid>

					<description><![CDATA[<p>ประเทศไทย  &#8211; 15 พฤศจิกายน 2566 :  เอสพี กรุ๊ป (เอสพี) กลุ่มสาธารณูปโภคชั้นนำและผู้ให้บริการโซลูชันพลังงานที่ยั่งยืนในสิงคโปร์และเอเชียแปซิฟิก ร่วมกับ มหาวิทยาลัยรังสิต ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนชั้นนำของประเทศไทย  เดินหน้าขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านพลังงานอัจฉริยะสู่มหาวิทยาลัยสีเขียว โดยเอสพีจะเป็นผู้นำโซลูชันพลังงานแบบบูรณาการที่ยั่งยืนมาปรับใช้ให้ครอบคลุมทั้งมหาวิทยาลัย ตลอดจนให้คำแนะนำเพื่อไปสู่มหาวิทยาลัยสีเขียว ซึ่งประกอบไปด้วย การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (PV) พร้อมระบบการจัดการและจัดเก็บพลังงานแบบรวมศูนย์ รวมทั้งโซลูชัน GETTM (Green Energy Tech) ซึ่งเป็นระบบอัจฉริยะสำหรับอาคาร เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานของอาคารให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้อาคาร หากดำเนินการแล้วเสร็จในปี 2567&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/sp-group-x-rsu-green-energy/">เอสพี กรุ๊ป นำโซลูชันพลังงานแบบบูรณาการ มุ่งขับเคลื่อน “ม.รังสิต” เปลี่ยนผ่านพลังงานอัจฉริยะสู่มหาวิทยาลัยสีเขียว</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ประเทศไทย  &#8211; </strong><strong>15 </strong><strong>พฤศจิกายน </strong><strong>2566</strong> : <strong> </strong><strong>เอสพี กรุ๊ป (เอสพี) </strong>กลุ่มสาธารณูปโภคชั้นนำและผู้ให้บริการโซลูชันพลังงานที่ยั่งยืนในสิงคโปร์และเอเชียแปซิฟิก ร่วมกับ <strong>มหาวิทยาลัยรังสิต</strong> ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนชั้นนำของประเทศไทย  เดินหน้าขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านพลังงานอัจฉริยะสู่มหาวิทยาลัยสีเขียว โดยเอสพีจะเป็นผู้นำโซลูชันพลังงานแบบบูรณาการที่ยั่งยืนมาปรับใช้ให้ครอบคลุมทั้งมหาวิทยาลัย ตลอดจนให้คำแนะนำเพื่อไปสู่มหาวิทยาลัยสีเขียว ซึ่งประกอบไปด้วย การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (PV) พร้อมระบบการจัดการและจัดเก็บพลังงานแบบรวมศูนย์ รวมทั้งโซลูชัน GET<sup>TM</sup> (Green Energy Tech) ซึ่งเป็นระบบอัจฉริยะสำหรับอาคาร เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานของอาคารให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้อาคาร หากดำเนินการแล้วเสร็จในปี 2567 โซลูชันเหล่านี้จะช่วยให้มหาวิทยาลัยฯ มีสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาดถึงร้อยละ 21  ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนได้ 1,400 ตันต่อปี และลดต้นทุนพลังงาน 4 ล้านบาทต่อปี</p>
<p><span id="more-30991"></span></p>
<p>เพื่อส่งเสริมความร่วมมือที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมดังกล่าว เอสพีและมหาวิทยาลัยรังสิตยังได้ร่วมกันศึกษาความเป็นไปได้ในการปรับใช้โซลูชันพลังงานแบบบูรณาการที่ยั่งยืนให้มากขึ้นทั่วทั้งมหาวิทยาลัย ซึ่งรวมถึงระบบการทำความเย็นแบบศูนย์รวม (District Cooling)  เพื่อให้ระบบปรับอากาศสามารถประหยัดพลังงานมากขึ้น การเพิ่มพื้นที่การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์และระบบกักเก็บพลังงาน รวมทั้งต่อยอดการปรับใช้ชุดระบบการจัดการพลังงานแบบดิจิทัลอัจฉริยะของ GET<sup>TM</sup> ซึ่งใช้ประโยชน์จากข้อมูลเชิงลึกอัจฉริยะเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและการดำเนินการอย่างยั่งยืน รวมถึงยกระดับประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้อาคาร</p>
<p>ภายใต้โครงการความร่วมมือนี้ เอสพีจะติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ (PV) บนหลังคาขนาด 2 เมกะวัตต์ (MWp) บนอาคารจำนวน 9 หลัง และติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบทุ่นลอยน้ำบริเวณสระน้ำ อาคาร 7 รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ทั่วทุกอาคารของมหาวิทยาลัย  โดยโครงการนี้จะมีการติดตั้งระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage)  ช่วยให้สามารถจ่ายพลังงานแสงอาทิตย์ได้ตามความต้องการ ซึ่งคาดว่าระบบโซลาร์เซลล์ที่ติดตั้งเพิ่มจะสามารถผลิตไฟฟ้าได้ 2,749 เมกะวัตต์ชั่วโมงต่อปี  เมื่อดำเนินการติดตั้งเสร็จสมบูรณ์ อาคารที่ตั้งของสำนักงานอาคารและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยรังสิต (อาคาร 13)   จะเป็นอาคารต้นแบบที่ถูกขับเคลื่อนด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ 100 เปอร์เซ็นต์ และจะเป็นอาคารแห่งแรกของสถาบันการศึกษาในประเทศไทยที่จะได้รับสถานะการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์</p>
<p>นอกจากนี้เอสพียังนำระบบ GET<sup>TM</sup> Control ซึ่งเป็นระบบร่วมศึกษาควบคุมคุณภาพสภาพแวดล้อมในอาคารอัจฉริยะมาใช้ศึกษาประสิทธิภาพการใช้พลังงานของเครื่องปรับอากาศในอาคาร เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยโซลูชันดังกล่าวได้ผสานความสามารถของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์  (AI) และ IoT (Internet of Things) เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและควบคุมเครื่องปรับอากาศผ่านการคำนวณจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น จำนวนผู้ใช้อาคารและสภาพแวดล้อมโดยรอบ เพื่อปรับปรุงการไหลเวียนของอากาศให้เหมาะสมและกระจายความเย็นทั่วทั้งพื้นที่  จากการใช้ระยะเวลาทดลอง 2 เดือน นำร่องใน 2 อาคาร ได้แก่ พื้นที่ชั้น 2 อาคาร 12/1 และพื้นที่ชั้น 10 อาคาร 11 พบว่ามีประสิทธิภาพการประหยัดพลังงานร้อยละ 40  และยกระดับความสะดวกสบายให้ผู้อาศัยในอาคารได้ร้อยละ 14</p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-30993" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/SP-GROUP-P1.jpg" alt="" width="780" height="520" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/SP-GROUP-P1.jpg 780w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/SP-GROUP-P1-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/SP-GROUP-P1-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/SP-GROUP-P1-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/SP-GROUP-P1-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 780px) 100vw, 780px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">แบรนดอน เจีย</span> กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และออสเตรเลีย เอสพี กรุ๊ป </strong>กล่าวว่า อาคารต่าง ๆ อย่างอาคารสำนักงาน โรงงาน โรงพยาบาล และมหาวิทยาลัยล้วนมีความต้องการด้านการด้านการดำเนินงานและด้านพลังงานที่แตกต่าง ความเชี่ยวชาญของเราในการส่งมอบบริการด้านพลังงานแบบบูรณาการที่ครอบคลุมทุกขั้นตอนและสามารถกำหนดเองได้จะช่วยให้อาคารต่าง ๆ ได้รับประโยชน์สูงสุดจากแหล่งพลังงานที่หลากหลาย ทั้งยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดและช่วยให้บรรลุผลประโยชน์ทางสิ่งแวดล้อมอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนด้วย</p>
<p>ขณะนี้มีบางมหาวิทยาลัยในสิงคโปร์ที่ Go Green และเกือบจะเป็น Net Zero เหมือนกัน โดยเอสพี กรุ๊ปได้ร่วมมือกับสถาบัน Institute of Technology  ซึ่งให้บริการ Micro Grid  หรือโครงข่ายไฟฟ้าขนาดเล็ก เป็น Digital Energy Solution ที่ใช้ในการวัดว่ามีการใช้พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy :RE)  เท่าใด  ทำให้สามารถรู้ว่าลดใช้พลังงานแบบธรรมดาที่ไม่ใช่พลังงานแบบ REเท่าใด เพื่อวางแผนการใช้พลังงานอย่างเหมาะสม</p>
<p>“ในส่วนของมหาวิทยาลัยรังสิต การที่จะไปสู่ Net Zero ได้เป็นหนทางระยะไกล ถ้าต้องการให้เป็น Net Zero  ในขณะนี้ โซลูชันต่างๆ ราคาแพงมาก  ทั้งนี้การใช้พลังงานหมุนเวียนเป็นหนทางหนึ่งที่จะนำไปสู่ Net Zero  แต่ไม่ได้เพียงแค่เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนเท่านั้น แต่จะต้องผสมผสานกันกับการลดการใช้พลังงานด้วยเช่นกัน เพื่อการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน   สำหรับเอสพี กรุ๊ป มีแผนกวิจัยและพัฒนาโดยตรง เพื่อตรวจเช็คว่าสามารถลดค่าใช้จ่ายพลังงานโดยรวมอย่างไรบ้าง นั่นเป็นเหตุผลสำคัญทำให้เราต้องร่วมมือกับมหาวิทยาลัย ผู้ใช้งานโซลูชันต่างๆ ของเรา  เพื่อที่จะได้ค้นหาว่าใช้งานจริงหรือไม่และช่วยลดการใช้พลังงานได้อย่างไร  เราจึงรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับมหาวิทยาลัยรังสิต  เพื่อช่วยให้มหาวิทยาลัยสามารถมุ่งสู่เป้าหมายด้านความยั่งยืน พร้อมมุ่งหวังที่จะได้ร่วมมือกันในการพัฒนาอื่น ๆ เพิ่มเติม เพื่อช่วยขับเคลื่อนการลดปริมาณคาร์บอนในสภาพแวดล้อมที่สร้างขึ้นได้ของประเทศไทย”  <strong>แบรนดอน เจีย </strong>กล่าว</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-30992 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/RSU-P1.jpg" alt="รศ.ดร.ธรรมศักดิ์ รุจิระยรรยง" width="529" height="720" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/RSU-P1.jpg 529w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/RSU-P1-220x300.jpg 220w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/RSU-P1-150x204.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/RSU-P1-367x500.jpg 367w" sizes="(max-width: 529px) 100vw, 529px" /></p>
<p>ด้าน<strong><span style="color: #6cb742;">รศ.ดร.ธรรมศักดิ์ รุจิระยรรยง</span> ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายอาคารและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยรังสิต </strong>กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วน รวมถึงสถาบันการศึกษาด้วย จึงเป็นเรื่องจำเป็นที่มหาวิทยาลัยฯ ต้องเร่งยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงานของอาคาร และพัฒนาเป้าหมายด้านความยั่งยืน  สำหรับมหาวิทยาลัยรังสิตเป็นมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่ ใช้พลังงานไฟฟ้าปริมาณมาถึง2.4 ล้านหน่วยต่อเดือน คิดเป็นค่าไฟ 10 ล้านบาทต่อเดือน หรือราว 120 ล้านบาทต่อปี  จากมาตรการประหยัดพลังงาน ใช้หลอด LED  สามารถลดค่าไฟฟ้าได้ 12 ล้านบาทต่อปี</p>
<p>เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายเพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย มหาวิทยาลัยรังสิตได้คัดเลือกเอสพี กรุ๊ป โดยพิจารณาจากผลงานที่ประสบความสำเร็จ รวมทั้งประทับใจในความมุ่งมั่นและโซลูชันที่ครอบคลุมของบริษัทฯ  เมื่อดำเนินการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ (PV) บนหลังคาขนาด 2 เมกะวัตต์ (Mwp)  เสร็จสมบูรณ์ ภายใน 7 เดือนข้างหน้า หรือประมาณไตรมาส 2 ของปี 2567 อาคาร 13  ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานอาคารและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยรังสิต  ขนาดพื้นที่กว่า 2,000 ตรม. ปัจจุบันใช้ไฟฟ้า 150 กิโลวัตต์ จะเป็นอาคารต้นแบบที่ถูกขับเคลื่อนด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ 100 เปอร์เซ็นต์   นับเป็นอาคารแห่งแรกของสถาบันการศึกษาในประเทศไทยที่มุ่งหวังจะได้รับสถานะการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์  เพื่อเป็นต้นแบบของอาคารอื่นๆ ในอนาคต</p>
<p>“มหาวิทยาลัยรังสิตหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความสำเร็จในการนำโซลูชันพลังงานแบบบูรณาการของเอสพี กรุ๊ปมาปรับใช้ที่มหาวิทยาลัยรังสิตจะช่วยเป็นต้นแบบให้สถาบันการศึกษาอื่น ๆ สามารถนำไปปฏิบัติตามได้ ทั้งนี้มหาวิทยาลัยรังสิตมีจุดมุ่งหมายในการเป็นมหาวิทยาลัยสีเขียว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและความรับผิดชอบต่อสังคม รวมถึงการพัฒนาแบบยั่งยืนตามการประชุม COP 26  ที่มีเป้าหมายเพื่อความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี 2050  และบรรลุเป้าหมายสูงสุดคือปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero)ในปี 2065”  <strong>รศ.ดร.ธรรมศักดิ์ </strong>กล่าว</p>
<p>ทั้งนี้ เอสพี กรุ๊ป ได้สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสีเขียวให้กับบริษัทพันธมิตรในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2565 โดยมีโครงการด้านพลังงานแสงอาทิตย์มากกว่า 40 MWp ที่อยู่ในขั้นตอนการดำเนินการและการก่อสร้าง รวมทั้งมีโครงการพลังงานแสงอาทิตย์อื่น ๆ ที่อยู่ภายใต้การควบคุมมากกว่า 100MWp ทั่วประเทศไทย ซึ่งพันธมิตรหลักของบริษัทฯ ได้แก่ มาลี กรุ๊ป, บริษัทเอเชีย คอมโพสิต แมททีเรียล (Asia Composite Material), บริษัทคอมแพ็ค อินเตอร์เนชั่นแนล (Compact International) และบริษัทสยามอุตสาหกรรมเกษตรอาหาร จำกัด (มหาชน) หรือSAICO  ซึ่งบริษัทเหล่านี้ได้ใช้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมที่แข็งแกร่ง ประสบการณ์ระดับภูมิภาค และความเป็นเลิศในการปฏิบัติงานของเอสพี กรุ๊ป เพื่อเริ่มดำเนินการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสีเขียว</p>
<p>เมื่อเร็ว ๆ นี้ เอสพี กรุ๊ป ได้ประกาศติดตั้งระบบผลิตความเย็นจากส่วนกลางแห่งแรกในประเทศไทยให้กับศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ โซนซี ซึ่งเป็นโครงการที่ร่วมมือกับ บ้านปู เน็กซ์ โดยเมื่อติดตั้งระบบผลิตความเย็นจากส่วนกลางเสร็จสิ้นในปี 2567 จะสามารถทำความเย็นสูงสุดถึง 14,000 ตันความเย็น (RT) และทำให้โครงการฯ สามารถประหยัดค่าไฟฟ้าได้ประมาณ 40 ล้านบาท  คิดเป็น1.12 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี พร้อมบรรลุเป้าหมายในการประหยัดพลังงานได้ร้อยละ 20 และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนได้มากถึง 3,000 ตันต่อปี</p>
<hr />
<p>หมายเหตุ &#8211; ภาพที่ 1 <strong>แบรนดอน เจีย</strong> (ขวา) กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และออสเตรเลียของเอสพี กรุ๊ป และ <strong>รศ.ดร.ธรรมศักดิ์ รุจิระยรรยง</strong> (ซ้าย) ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายอาคารและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยรังสิต</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/sp-group-x-rsu-green-energy/">เอสพี กรุ๊ป นำโซลูชันพลังงานแบบบูรณาการ มุ่งขับเคลื่อน “ม.รังสิต” เปลี่ยนผ่านพลังงานอัจฉริยะสู่มหาวิทยาลัยสีเขียว</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/sp-group-x-rsu-green-energy/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
