<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>แก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%9d%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99-pm2-5/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Thu, 18 Sep 2025 08:43:45 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>แก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>วว. ยกระดับนวัตกรรมรักษ์สิ่งแวดล้อม แก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ด้วยระบบ AI</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/tistr-pm-2-5-ai/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 18 Sep 2025 08:43:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Activities]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมรักษ์สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[แก้ปัญหาฝุ่น PM2.5]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=40953</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ผศ.ดร.วีรชัย อาจหาญ” ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) พร้อมด้วย “นางสาวปรีญาพร สุวรรณเกษ” อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) และ “นายปฐมภพ สุวรรณศิริ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THAICOM ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอวกาศและการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อการบริหารจัดการปัญหามลพิษทางอากาศ โดยมี “ดร.พัชทรา มณีสินธุ์” รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านพัฒนาอย่างยั่งยืน วว. พร้อมด้วย “นายปิยะวัฒน์ จริยเศรษฐพงศ์” หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการค้า&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/tistr-pm-2-5-ai/">วว. ยกระดับนวัตกรรมรักษ์สิ่งแวดล้อม แก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ด้วยระบบ AI</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40955" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/tistr-pm-2-5-ai-02.jpg" alt="ผศ.ดร.วีรชัย อาจหาญ" width="740" height="653" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/tistr-pm-2-5-ai-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/tistr-pm-2-5-ai-02-300x265.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/tistr-pm-2-5-ai-02-150x132.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/tistr-pm-2-5-ai-02-500x441.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><strong>“<span style="color: #6cb742;">ผศ.ดร.วีรชัย อาจหาญ</span>” ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) พร้อมด้วย “<span style="color: #6cb742;">นางสาวปรีญาพร สุวรรณเกษ</span>” อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) และ “นายปฐมภพ สุวรรณศิริ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THAICOM ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอวกาศและการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อการบริหารจัดการปัญหามลพิษทางอากาศ โดยมี “ดร.พัชทรา มณีสินธุ์” รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านพัฒนาอย่างยั่งยืน วว. พร้อมด้วย “นายปิยะวัฒน์ จริยเศรษฐพงศ์” หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการค้า THAICOM และนางกัญชลี นาวิกภูมิ รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ร่วมเป็นสักขีพยาน</strong></p>
<p><span id="more-40953"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40956" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/tistr-pm-2-5-ai-03.jpg" alt="วว. ยกระดับนวัตกรรมรักษ์สิ่งแวดล้อม แก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ด้วยระบบ AI" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/tistr-pm-2-5-ai-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/tistr-pm-2-5-ai-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/tistr-pm-2-5-ai-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/tistr-pm-2-5-ai-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40958" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/tistr-pm-2-5-ai-05.jpg" alt="วว. ยกระดับนวัตกรรมรักษ์สิ่งแวดล้อม แก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ด้วยระบบ AI" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/tistr-pm-2-5-ai-05.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/tistr-pm-2-5-ai-05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/tistr-pm-2-5-ai-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/tistr-pm-2-5-ai-05-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>ในการนี้ “ดร.สุวิทย์ อัจริยะเมต” ผู้อำนวยการศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมหุ่นยนต์และเครื่องจักรกล และ “นายจิรวัฒน์ วัฒนบุตร” ผู้อำนวยการกองบริการธุรกิจและนวัตกรรม วว. และคณะผู้บริหาร บุคลากรทั้งสามหน่วยงานร่วมมือเพื่อแก้ไขสถานการณ์ปัญหามลพิษทางอากาศ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและคุณภาพสิ่งแวดล้อมของประเทศโดยเฉพาะฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2. ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มีจุดมุ่งหมายสำคัญในการพัฒนาแบบจำลองคาดการณ์ฝุ่น PM2.5 แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อการพยากรณ์สำหรับการบริหารจัดการปัญหาฝุ่น PM 2.5 โดยใช้ข้อมูล Upper Air เช่น อุณหภูมิผกผันและความเร็วลม และข้อมูลค่าความเข้มข้นของ PM 2.5 จากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ โดยข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำมาวิเคราะห์ด้วยเทคนิค Machine Learning เพื่อคาดการณ์การเกิด Temperature Inversion และพื้นที่เสี่ยงต่อการสะสมล่วงหน้าได้ถึง 7 วัน พร้อมทั้งแสดงผลในรูปแบบ Dashboard ผ่านเว็บไซต์ โดยผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากโครงการนี้คือ ข้อมูลการคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงต่อการสะสมฝุ่นละอองจะถูกนำไปใช้เป็น “ข้อมูลหลังบ้าน” ของแอปพลิเคชัน Bum Check เพื่อสนับสนุนการพิจารณาอนุญาตการเผาให้มีความถูกต้อง เหมาะสม และตรงกับสภาพความเป็นจริงมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยให้การบริหารจัดการการเผาในที่โล่งของประเทศมีประสิทธิภาพ และลดความเสี่ยงต่อการเกิดฝุ่น PM2.5. ในระดับพื้นที่ได้เป็นอย่างยั่งยืน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40957" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/tistr-pm-2-5-ai-04.jpg" alt="วว. ยกระดับนวัตกรรมรักษ์สิ่งแวดล้อม แก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ด้วยระบบ AI" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/tistr-pm-2-5-ai-04.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/tistr-pm-2-5-ai-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/tistr-pm-2-5-ai-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/tistr-pm-2-5-ai-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/tistr-pm-2-5-ai/">วว. ยกระดับนวัตกรรมรักษ์สิ่งแวดล้อม แก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ด้วยระบบ AI</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทีดีอาร์ไอ ชำแหละปัญหา PM2.5 ใน กทม. – ภาคเหนือ เสนอตั้ง “คกก.นโยบายฝุ่นควัน PM2.5” ทำแซนด์บ็อกภาคเหนือตอนบน มีกม.พิเศษเหมือน EEC</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/tdri-pm2-5/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/tdri-pm2-5/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 22 Mar 2024 03:01:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Environment]]></category>
		<category><![CDATA[Highlight Stories]]></category>
		<category><![CDATA[PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[ทีดีอาร์ไอ]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายฝุ่นควัน PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหา PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาฝุ่น PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหามลพิษจากฝุ่น PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่น PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[แก้ปัญหาฝุ่น PM2.5]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=32953</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2567 สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ได้เผยแพร่บทความวิชาการ เรื่อง “ปัญหามลพิษจากฝุ่น PM2.5: แนวทางการป้องกันและลดการเผาในที่โล่ง และร่างงบประมาณ พ.ศ.2567” โดย ดร.นิพนธ์ พัวพงศกร นักวิชาการเกียรติคุณ. สุทธิภัทร ราชคม และกำพล ปั้นตะกั่ว นักวิจัยนโยบายเกษตรสมัยใหม่ ซึ่งเนื้อหาโดยสรุปได้ชี้ให้เห็นถึงสาเหตุการกำเนิดฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่กทม. และพื้นที่อื่นโดยเฉพาะภาคเหนือ แหล่งกำเนิดฝุ่นจากประเทศเพื่อนบ้าน การจัดสรรงบประมาณในการแก้ไขปัญหาฝุ่น ในร่างพ.ร.บ.ประมาณ 2567&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/tdri-pm2-5/">ทีดีอาร์ไอ ชำแหละปัญหา PM2.5 ใน กทม. – ภาคเหนือ เสนอตั้ง “คกก.นโยบายฝุ่นควัน PM2.5” ทำแซนด์บ็อกภาคเหนือตอนบน มีกม.พิเศษเหมือน EEC</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2567 <strong>สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) </strong>ได้เผยแพร่บทความวิชาการ เรื่อง “<strong>ปัญหามลพิษจากฝุ่น PM2.5: แนวทางการป้องกันและลดการเผาในที่โล่ง และร่างงบประมาณ พ.ศ.2567” </strong>โดย ดร.นิพนธ์ พัวพงศกร นักวิชาการเกียรติคุณ. สุทธิภัทร ราชคม และกำพล ปั้นตะกั่ว นักวิจัยนโยบายเกษตรสมัยใหม่ ซึ่งเนื้อหาโดยสรุปได้ชี้ให้เห็นถึงสาเหตุการกำเนิด<strong>ฝุ่น PM2.5</strong> ในพื้นที่กทม. และพื้นที่อื่นโดยเฉพาะภาคเหนือ แหล่งกำเนิดฝุ่นจากประเทศเพื่อนบ้าน การจัดสรรงบประมาณในการแก้ไขปัญหาฝุ่น ในร่างพ.ร.บ.ประมาณ 2567 ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร รวมทั้งข้อเสนอแนะและแนวทางในการแก้ไขปัญหา</p>
<p><span id="more-32953"></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-32955 alignright" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/TDRI-PM2.5-02.jpeg" alt="ปัญหามลพิษจากฝุ่น PM2.5" width="450" height="600" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/TDRI-PM2.5-02.jpeg 450w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/TDRI-PM2.5-02-225x300.jpeg 225w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/TDRI-PM2.5-02-150x200.jpeg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/TDRI-PM2.5-02-375x500.jpeg 375w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<h3>​4 เหตุทำเกิดฝุ่น PM2.5 ในกทม. “อุณหภูมิผกผัน-มลพิษรถยนต์-โรงงานรอบกรุง-ผลิตไฟจากพลังงานฟอสซิล”</h3>
<p>​ปัญหาการเกิด<strong>ฝุ่น PM2.5</strong> ในเขตเมืองกทม. สาเหตุหลักมาจาก 4 ปัจจัย คือ 1.จากปรากฎการณ์อุณหภูมิผกผัน (Temperature Inversion) คือ การระบายอากาศในเมืองอยู่ในอัตราต่ำกว่าปกติทำให้ชั้นอากาศเป็นฝาครอบกักอากาศที่ผิวพื้นไว้ ทำให้หมอกควันไม่เคลื่อนตัว สะสมอยู่ใกล้พื้น 2.จากปัญหาจราจรเป็นหลักในกทม. โดยเฉพาะจากพาหนะที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลที่มีกระบวนการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ เกิดเขม่าและฝุ่นควันมาก ซึ่งจากข้อมูลกรมขนส่ง (ธ.ค. 2566) พบว่า มียานพาหนะที่เป็นเครื่องยนต์ดีเซลในเขต กทม. มากถึง 3.28 ล้านคัน (คิดเป็น27.37%ของจำนวนยานพาหนะทั้งหมด) 3.การผลิตไฟฟ้าที่เกิดจากการใช้พลังงานฟอสซิล ขณะที่สัดส่วนการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนยังมีน้อย อยู่ที่ประมาณ 18% ต่อพลังงานทั้งหมดเท่านั้น และ4. โรงงานกระจุกตัวในเขตกทม.และปริมณฑลเป็นส่วนใหญ่ โดยโรงงานทั่วประเทศมี 72,699 แห่ง แต่อยู่ในพื้นที่สมุทรปราการ 7,004 แห่ง (9.6%) สมุทรสาคร 6,628 แห่ง (9.1%) กทม. 5,979 แห่ง (8.2%) ชลบุรี 5,106 แห่ง (7.0%) และ ปทุมธานี 3,460 แห่ง (4.8%) ซึ่งแม้จะมีกฎหมายและมาตรการกำกับดูแลการปล่อยมลพิษของโรงงาน อย่างจริงจังและเข้มข้นขึ้น แต่รัฐยังขาดการบังคับใช้กฎหมายด้านมาตรฐานคุณภาพสิ่งแวดล้อมสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมและโรงงานไฟฟ้าโดยรวมในแต่ละพื้นที่ และมาตรฐานคุณภาพอากาศของประเทศ ในการปกป้องคุ้มครองสุขภาพประชาชน และคุ้มครองพืช ป่า ความหลากหลายด้านชีวภาพ เพื่อมิให้เกิดความเสียหายและสูญเสียจากมลพิษชนิดต่างๆ</p>
<h3>​ภาคเหนือค่าฝุ่นหนัก พบหลายสาเหตุ เผาป่า-การเกษตร-หวังเพิ่มงบ-บุกรุกพื้นที่ป่าโยงแนวเขต สปก.</h3>
<p>​ขณะที่วิกฤต<strong>ฝุ่น PM2.5</strong> ในพื้นที่ชนบท โดยเฉพาะภาคเหนือสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากภูมิประเทศที่มีลักษณะเหมือนแอ่งกระทะ แต่สาเหตุที่สำคัญที่สุดมาจากการเผาด้วยฝีมือมนุษย์ ในเขตพื้นที่ชนบทการเกิดหมอกควันมาจากการเผาไหม้ในป่ามากที่สุด รองลงมาคือการเผาเศษวัสดุการเกษตรในไร่นา ซึ่งมีข้อมูลระบุว่าพื้นที่ที่พบการเผาซ้ำซากเป็น 10 ปี มีมากกว่า 5.8 แสนไร่</p>
<p>ทั้งนี้การเผาป่ามีสาเหตุเชิงซ้อนหลายด้าน ทั้งมิติ สิ่งแวดล้อมทางกายภาพ ภูมิอากาศ สภาพเศรษฐกิจ-สังคม-การเมือง ตลอดจนนโยบายและมาตรการของรัฐด้านการใช้ทรัพยากรที่ดินและป่าไม้ฯ  นอกจากการเผาเพื่อหาของป่า เพราะความยากจน และการเผาเพื่อขยายพื้นที่การเกษตรแล้ว ยังพบว่ามีการเผาป่าเพื่อหวังเพิ่มงบประมาณของบางหน่วยงาน หรือเผาเพื่อกลั่นแกล้งเจ้าหน้าที่รัฐ และที่สำคัญน่าจะเป็นการเผาเพื่อบุกรุกพื้นที่ป่า ซึ่งการเปิดเผยเรื่องแนวเขตสปก.ในพื้นที่อุทยานเขาใหญ่ของชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ทำให้เข้าใจถึงมูลเหตุเบื้องหลังของการเผาป่ารอบเขตอุทยาน ว่าเป็นการทำให้พื้นที่ป่าอุทยานบางส่วนกลายเป็นป่าเสื่อมโทรมที่เข้าหลักเกณฑ์ของสปก.ที่จะนำมาจัดสรรให้คนยากจนได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32957" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/TDRI-PM2.5-04.jpeg" alt="ฝุ่น PM2.5" width="850" height="574" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/TDRI-PM2.5-04.jpeg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/TDRI-PM2.5-04-300x203.jpeg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/TDRI-PM2.5-04-768x519.jpeg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/TDRI-PM2.5-04-150x101.jpeg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/TDRI-PM2.5-04-500x338.jpeg 500w" sizes="(max-width: 850px) 100vw, 850px" /></p>
<p>​“กระบวนการนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าไม่มีความร่วมมือกันระหว่างข้าราชการบางคน นายทุนและนักการเมืองผู้มีอิทธิพลแม้ one map(การปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตราส่วน 1 : 4000)  ที่ริเริ่มตั้งแต่ปี 2559 จะเป็นทางแก้ไขที่น่าจะได้ผล แต่ประสบการณ์จัดทำ one map ที่ผ่านมาพิสูจน์ชัดว่าหากปราศจากความกล้าหาญของรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีในการแก้ปัญหาโดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของพรรคพวก one map ก็คงไร้ความหมาย เราคงเห็นแค่การยุติความขัดแย้งระหว่างหน่วยงานรัฐโดยไม่มีการแก้ไขปัญหาเผาป่าอุทยานเพื่อยึดครองที่ดินอย่างจริงจัง</p>
<p>​ทั้งนี้แนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าว รัฐบาลควรนำประสบการณ์ของภาคเอกชน ภาคประชาสังคมที่ประสบความสำเร็จในแก้ปัญหาการเผาป่าชุมชน ด้วยการทำมาตรการส่งเสริมและสนับสนุนให้ชุมชนทั้งที่อาศัยอยู่ใกล้ป่าอุทยานและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ามีบทบาทการอนุรักษ์พื้นที่ป่า สำหรับเกษตรกรบนที่สูงที่ปลูกข้าวโพดและจำเป็นต้องเผาตอซัง รัฐควรแสวงหาอาชีพทางเลือกที่คุ้มค่ากว่า เช่น การเปลี่ยนระบบการเกษตรเป็นแบบยั่งยืน การขายคาร์บอนเครดิต แต่รัฐบาลต้องเร่งจัดทำนโยบายภาษีคาร์บอนภาคบังคับก่อน ขณะที่ไร่อ้อยนั้น ควรมีมาตรการให้เงินอุดหนุนการตัดอ้อยสดโดยไม่เผา 120 บาทต่อตัน กับการที่โรงงานน้ำตาลสนับสนุนให้หัวหน้าโควต้าอ้อย เป็นผู้ให้บริการตัดอ้อย และอัดใบอ้อย โดยรับซื้อก้อนใบอ้อยที่เป็นเชื้อเพลิงชีวมวลจากชาวไร่อ้อย ซึ่งเป็นมาตรการที่มีประสิทธิผล เพราะลดพื้นที่การเผาไร่อ้อยได้อย่างจริงจัง แต่น่าเสียดายที่รัฐบาลไม่มีมาตรการอุดหนุนการตัดอ้อยสดในฤดูตัดอ้อยปี 2567 ทำให้มีการเผาไร่อ้อยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32956" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/TDRI-PM2.5-03.jpeg" alt="ฝุ่น PM2.5" width="740" height="569" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/TDRI-PM2.5-03.jpeg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/TDRI-PM2.5-03-300x231.jpeg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/TDRI-PM2.5-03-150x115.jpeg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/TDRI-PM2.5-03-500x384.jpeg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<h3>​ห่วงฝุ่นจากประเทศเพื่อนบ้าน ยากต่อการจัดการ</h3>
<p>​บทความชิ้นนี้ยังระบุถึง แหล่งเกิด<strong>ฝุ่น PM2.5</strong> จากนอกประเทศ โดยเฉพาะจากประเทศเมียนมาร์ ลาว และกัมพูชา ว่า <strong>ฝุ่น PM2.5</strong> จากการเผาในที่โล่ง ไม่ได้เกิดขึ้นแต่ภายในจังหวัด แต่มีกระแสลมพัดพามาทั้งจากจังหวัดใกล้เคียงและจากประเทศเพื่อนบ้าน แอ่งฝุ่นควัน PM2.5 นี้เรียกว่า “airshed” ซึ่งถือเป็นแหล่งเกิดมลพิษที่ยากต่อการจัดการสำหรับไทยมากที่สุด  โดยฝุ่นที่มาจากประเทศเพื่อนบ้านเกิดจากการเผาพื้นที่นา ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และอ้อย โดยเฉพาะการเผาพื้นที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในเมียนมาร์ ที่ไทยนำเข้าปริมาณมากขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2562 และการเผาป่าเพื่อลักลอบปลูกมันสำปะหลังเพื่อการส่งออกของประเทศลาว</p>
<h3>​ชี้ จุดอ่อน งบแก้ PM2.5 กระจุกตัวสูง ปภ.หน่วยงานเดียวได้ 89% &#8211; บริหารจัดการแยกส่วน</h3>
<p>​บทความยังระบุด้วยว่า หลักฐานเชิงประจักษ์ที่แสดงจุดอ่อนของการจัดทำนโยบายและระบบการบริหารจัดการเพื่อแก้ปัญหาฝุ่นควัน PM 2.5 มีด้วยกัน 3 ส่วน คือ 1.การจัดสรรงบประมาณปี 2567เพื่อดำเนินการตามนโยบายป้องกันและลดปัญหาฝุ่นควัน PM 2.5ที่พบว่ากระจุกตัวสูงมาก โดยปภ.ได้รับงบประมาณ คิดเป็น 89.2 % ของงบประมาณด้าน PM 2.5 ทั้งหมด สะท้อนแนวคิดของรัฐในการแก้ปัญหา PM 2.5 ที่ยังเชื่อว่าปัญหาฝุ่น PM 2.5 เป็นปัญหาสาธารณภัย ทั้งๆที่ในข้อเท็จจริงเป็นปัญหาโครงสร้างด้านเศรษฐกิจ-สังคม-ธรรมาภิบาล ที่สลับซับซ้อน นอกจากนี้งบประมาณเกือบทั้งหมด (96.2%) ตกอยู่กับหน่วยราชการส่วนกลางมีเพียง 11 จังหวัดและ 2 กลุ่มจังหวัดที่ได้รับงบประมาณเพียง 1.24% 2.ปัญหาโครงสร้างการบริหารจัดการแบบแยกส่วน การตั้งคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาไม่มีความต่อเนื่อง และ 3.ปัญหาด้านข้อมูล</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32958" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/TDRI-PM2.5-05.jpeg" alt="ฝุ่น PM2.5" width="800" height="615" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/TDRI-PM2.5-05.jpeg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/TDRI-PM2.5-05-300x231.jpeg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/TDRI-PM2.5-05-768x590.jpeg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/TDRI-PM2.5-05-150x115.jpeg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/TDRI-PM2.5-05-500x384.jpeg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h3>​เปิดข้อเสนอ 6 ข้อ ชงตั้ง “คกก.นโยบายฝุ่นควัน PM2.5” มีอำนาจเต็มแก้ปัญหา -เร่งแก้กม. ออกกลไกใหม่ -ทำแซนด์บ็อกภาคเหนือตอนบน -จับมือเพื่อนบ้านคุมเผาในที่โล่ง</h3>
<p>​นักวิชาการทีดีอาร์ไอ มีข้อเสนอแนะเพื่อแก้ไขปัญหาดังนี้</p>
<ol>
<li><strong>ควรการจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายฝุ่นควัน PM2.5</strong> (ที่เป็นฝ่ายการเมือง)และจัดตั้งหน่วยงานหลักทำหน้าที่เป็นศูนย์การบริหารจัดการPM2.5 แบบมืออาชีพ โดยได้รับมอบอำนาจเต็ม เพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการร่วมแก้ปัญหากับหน่วยงานที่มีหน้าที่ต่างๆ และรวบรวมข้อมูล big data  ถอดบทเรียน วิเคราะห์ติดตาม ประเมินผล และปรับปรุงแผน รวมทั้งจัดทำงบประมาณบูรณาการและอาจมีความจำเป็นที่จะต้องจัดตั้งกองทุนขึ้นในหน่วยงานนี้ เพราะในบางกรณีงบประมาณของรัฐ อาจไม่เพียงพอและมีข้อจำกัดในการใช้จ่าย</li>
<li><strong>เร่งรัดการแก้ไขกฎหมาย</strong> เพื่อให้มีเครื่องมือใหม่ด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ในการป้องกันและลดปัญหาฝุ่นควัน PM2.5 (เช่นการใช้ราคาและเงินอุดหนุนเป็นแรงจูงใจ/ บทลงโทษ)  เร่งออกกฎหมายภาษีคาร์บอนภาคบังคับ</li>
<li><strong>จัดทำโครงการทดลองรูปแบบการบริหารจัดการเพื่อการแก้ปัญหา PM2.5 (sand box) ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน </strong>โดยรวมกลุ่มจังหวัดที่คาดว่าอยู่ในพื้นที่แอ่ง<strong>ฝุ่น PM2.5</strong> เดียวกัน (airshed กล่าวคือ การเผาป่าหรือพื้นที่เกษตรในจังหวัดทำให้ฝุ่นพัดข้ามแดนไปยังจังหวัดใกล้เคียง) มีการตรากฎหมายพิเศษแบบเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่ให้อำนาจพิเศษในการดำเนินงานแก่หน่วยงานหลักตามข้อเสนอที่ 1 แต่มีกระบวนทำงานจากล่างสู่บน  เน้นกระจายอำนาจให้มากทุ่ด ควรมีภาคเอกชนภาคประชาสังคม และวิชาการในพื้นที่เข้าร่วมให้ข้อเสนอแนะในการจัดทำแผนปฏิบัติการ ส่วนหน่วยงานรัฐส่วนกลางเป็นผู้สนับสนุนในด้านทรัพยากร กำลังคน ข้อมูล และคำแนะนำด้านกฎระเบียบและวิชาการ</li>
<li><strong>การจัดทำข้อมูล big data</strong> รวมทั้งขอความร่วมมือจากธนาคารโลกในการศึกษาและระบุพื้นที่ airshed ในพื้นที่ชายแดนของประเทศเพื่อนบ้าน ที่มีกิจกรรมเผาในที่โล่งและฝุ่นควัน PM2.5พัดเข้ามาในพื้นที่ภาคเหนือ และรอบกทม.</li>
<li><strong>บูรณาการงบประมาณของหน่วยงานส่วนกลางและส่วนท้องถิ่น</strong></li>
<li><strong> มีนโยบายร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในการกำหนดมาตรการลดการเผาในที่โล่ง </strong>หรือการปรับเปลี่ยนระบบการเกษตรเป็นแบบยั่งยืน ทั้งนี้ข้อควรระวังคือ ไทยเป็นสมาชิก WTO และต้องทำตามข้อตกลงระหว่างประเทศ ดังนั้นไม่สามารถเปิดปิดประตูการค้าตามอำเภอใจ โดยขัดกับหลักการ most favored nation (หลักการปฏิบัติเยี่ยงชาติที่ได้รับความอนุเคราะห์อย่างยิ่ง) ของ WTO</li>
</ol>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32959" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/TDRI-PM2.5-06.jpeg" alt="ฝุ่น PM2.5" width="770" height="502" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/TDRI-PM2.5-06.jpeg 770w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/TDRI-PM2.5-06-300x196.jpeg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/TDRI-PM2.5-06-768x501.jpeg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/TDRI-PM2.5-06-150x98.jpeg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/TDRI-PM2.5-06-500x326.jpeg 500w" sizes="(max-width: 770px) 100vw, 770px" /></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/tdri-pm2-5/">ทีดีอาร์ไอ ชำแหละปัญหา PM2.5 ใน กทม. – ภาคเหนือ เสนอตั้ง “คกก.นโยบายฝุ่นควัน PM2.5” ทำแซนด์บ็อกภาคเหนือตอนบน มีกม.พิเศษเหมือน EEC</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/tdri-pm2-5/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ปลัด ทส. เผย 11 มาตรการเร่งด่วนแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม และมีประสิทธิภาพ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/thaigov-mnre-19122566/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/thaigov-mnre-19122566/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 20 Dec 2023 01:47:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[แก้ปัญหาฝุ่น PM2.5]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=31583</guid>

					<description><![CDATA[<p>19 ธันวาคม 2566 &#8211; นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แถลงข่าวมาตรการเร่งด่วนแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ณ ห้องแถลงข่าว 101 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อรับมือและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองได้ทันต่อสถานการณ์และเพื่อลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมและปกป้องสุขภาพอนามัยของประชาชน โดยมาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 ปี 2567 ได้รวมถึงการจัดการไฟในป่า ไฟในพื้นที่เกษตรกรรม การควบคุมฝุ่นละอองในเมือง การสนับสนุนและการลงทุน รวม 11 มาตรการ คือ 1) การเตรียมความพร้อมการควบคุมพื้นที่เสี่ยงต่อการเผาใน 11 ป่าอนุรักษ์&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/thaigov-mnre-19122566/">ปลัด ทส. เผย 11 มาตรการเร่งด่วนแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม และมีประสิทธิภาพ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>19 ธันวาคม 2566 &#8211; <span style="color: #6cb742;"><strong>นายจตุพร บุรุษพัฒน์</strong></span> <strong>ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</strong> แถลงข่าวมาตรการเร่งด่วนแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ณ ห้องแถลงข่าว 101 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อรับมือและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองได้ทันต่อสถานการณ์และเพื่อลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมและปกป้องสุขภาพอนามัยของประชาชน โดยมาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 ปี 2567 ได้รวมถึงการจัดการไฟในป่า ไฟในพื้นที่เกษตรกรรม การควบคุมฝุ่นละอองในเมือง การสนับสนุนและการลงทุน รวม 11 มาตรการ คือ</p>
<p><span id="more-31583"></span></p>
<p>1) การเตรียมความพร้อมการควบคุมพื้นที่เสี่ยงต่อการเผาใน 11 ป่าอนุรักษ์ 10 ป่าสงวนแห่งชาติ โดยจัดทำแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิงในพื้นที่ป่า จัดระเบียบควบคุมผู้เข้าใช้ประโยชน์พื้นที่ 2) การเตรียมความพร้อมการกำหนดเงื่อนไขการอนุญาตการเผาและการบริหารจัดการการเผาในพื้นที่เกษตร โดยสร้างการมีส่วนร่วมกับประชาชนในพื้นที่ 3) การนำระบบการรับรองผลผลิตทางการเกษตรแบบไม่เผา (GAP PM2.5 Free) มาใช้กับการปลูกอ้อย ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 4) จัดหาและสนับสนุนเครื่องจักรกลทางการเกษตรที่เหมาะสมในการจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของเกษตร และมาตรการไม่รับอ้อยไฟไหม้เข้าหีบ 5) การบริหารจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร โดยนำมาแปรรูปเพื่อสร้างรายได้ และจัดตั้งศูนย์รับซื้อวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร 6) การพิจารณาเพิ่มเงื่อนไขเรื่องการเผาในพื้นที่ป่าและพื้นที่เกษตรในการนำเข้า-ส่งออกสินค้า เพื่อแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดน</p>
<p>7) การพิจารณาสิทธิประโยชน์หรือแรงจูงใจให้ภาคเอกชนที่ร่วมสนับสนุนการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 8) การผลิตและจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงให้เป็นไปตามมาตรฐานยูโร 5 9) การลดปริมาณฝุ่นละอองจากรถบรรทุก รถยนต์ รถจักรยานยนต์ โดยเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสภาพรถยนต์ประจำปีและการตรวจจับควันดำ การเข้มงวดวินัยจราจร การคืนพื้นผิวจราจรบริเวณการก่อสร้างรถไฟฟ้า การลดจำนวนรถยนต์ในท้องถนนโดยเฉพาะในพื้นที่เมือง สร้างจุดจอดแล้วจร และสนับสนุนการปรับเปลี่ยนใช้รถยนต์ไฟฟ้า 10) การลดปริมาณฝุ่นละอองจากการประกอบกิจการโรงงานอุตสาหกรรม การก่อสร้างและอื่นใด 11) การกำหนดหลักเกณฑ์ในการประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน โดยได้เน้นย้ำการปรับแนวทางการสื่อสารจากระดับนโยบายสู่การปฏิบัติในพื้นที่ เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงการทำงานร่วมกันมากขึ้น และสามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นให้กับประชาชนได้อย่างทันท่วงที</p>
<hr />
<p>ที่มา: สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/thaigov-mnre-19122566/">ปลัด ทส. เผย 11 มาตรการเร่งด่วนแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม และมีประสิทธิภาพ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/thaigov-mnre-19122566/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ถึงเวลาคนไทยร่วมใจปรับเปลี่ยนพฤติกรรมช่วงหน้าหนาวสู้ภัยฝุ่นจิ๋ว</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9d%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99-pm-2-5-%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a7/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9d%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99-pm-2-5-%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a7/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 23 Dec 2020 04:09:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Report]]></category>
		<category><![CDATA[PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหา PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาฝุ่น PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่น PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[สุรีย์พร วงศ์ศรีตระกูล]]></category>
		<category><![CDATA[แก้ปัญหาฝุ่น PM2.5]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=15580</guid>

					<description><![CDATA[<p>เช้าวันจันทร์ที่ 14 ธันวาคม ที่ผ่านมา กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง กรมควบคุมมลพิษ ได้รายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล พบว่าพื้นที่มีปริมาณฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐาน (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม.) และเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพถึง 56 พื้นที่ (พื้นที่สีส้ม) จากนั้นในวันรุ่งขึ้น (15 ธันวาคม 2563) ตรวจวัดได้ 42-102 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) พบว่าเกินมาตรฐาน (มาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม.) มากถึง 66 พื้นที่&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9d%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99-pm-2-5-%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a7/">ถึงเวลาคนไทยร่วมใจปรับเปลี่ยนพฤติกรรมช่วงหน้าหนาวสู้ภัยฝุ่นจิ๋ว</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เช้าวันจันทร์ที่ 14 ธันวาคม ที่ผ่านมา กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง กรมควบคุมมลพิษ ได้รายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล พบว่าพื้นที่มีปริมาณฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐาน (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม.) และเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพถึง 56 พื้นที่ (พื้นที่สีส้ม) จากนั้นในวันรุ่งขึ้น (15 ธันวาคม 2563) ตรวจวัดได้ 42-102 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) พบว่าเกินมาตรฐาน (มาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม.) มากถึง 66 พื้นที่ ขณะที่วันที่ 16 ธันวาคม ค่าฝุ่นละอองในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลปรับตัวลดลงจากเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม ในหลายพื้นที่ แต่ภาพรวมยังอยู่ระดับสูงที่ต้องเฝ้าระวังจากปัจจัยสภาพการจราจรที่หนาแน่น และสภาพอุตุนิยมวิทยา เกิดความกดอากาศในรูปแบบฝาชีครอบ ความเร็วลมต่ำ ความชื้นสัมพัทธ์สูง การยกตัวของอากาศไม่ดี และอากาศนิ่ง เนื่องจากความกดอากาศสูงจากประเทศจีนอ่อนกำลังลง ส่งผลให้ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) กระจายตัวได้ยาก และสะสมมากขึ้น</strong><span id="more-15580"></span></p>
<p>รัฐบาล โดย <strong>ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ</strong> ซึ่งจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2563 ได้เข้ามาเร่งแก้ปัญหามลพิษทางอากาศ เนื่องจากในช่วงเข้าฤดูหนาวไทยต้องเผชิญ<strong>ปัญหาค่าฝุ่น PM2.5</strong> เป็นประจำทุกปี แต่ในปีนี้จะแตกต่างกว่าทุกปีตรงที่ต้องรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ไปพร้อม ๆ กัน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพของคนไทยทุกคน</p>
<h2>สภาวิศวกร จี้รัฐใช้มาตรการ ‘รีดภาษีฝุ่นรถยนต์’ หลังพบค่าฝุ่น PM2.5 เกินมาตรฐาน-มีผลต่อสุขภาพ</h2>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ศ. ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์</strong></span> <strong>นายกสภาวิศวกร และอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.)</strong> กล่าวว่า <strong>ฝุ่น PM2.5</strong> ยังคงเป็นวาระแห่งชาติเนื่องจากเสี่ยงกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะคนที่มีภูมิต้านทานต่ำ อย่างเด็กเล็กและผู้สูงอายุโดยหากเล็ดลอดเข้าไปในกระแสเลือดอาจจะอันตรายถึงชีวิต ซึ่งมีพิษร้ายเทียบเท่าควันบุหรี่โดยเฉพาะช่วงอากาศปิด ค่าฝุ่นจะยิ่งทวีคูณสูงขึ้น ซึ่งล่าสุดจากรายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศ โดยสำนักวิจัยนวัตกรรมเมืองอัจฉริยะ (SCiRA) สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ณ วันที่ 14 ธันวาคม 2563 เวลา 09.00 น. พบค่า<strong>ฝุ่น PM2.5</strong> พุ่งสูงมากกว่า 200 ไมโครกรัมต่อลูกบาศเมตร (มคก./ลบ.ม.) หรืออยู่ในระดับ 5 (สีแดง) ซึ่งถือเป็นคุณภาพอากาศที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ</p>
<p>แนะ 3 ทางออกแก้ปัญหาฝุ่นพิษ สำหรับปัจจัยหลักของการเกิดฝุ่นนั้นยังคงเป็นปัญหาเดิม โดยเฉพาะรถยนต์และเครื่องจักรที่ใช้น้ำมันดีเซล รวมถึงการเผาในที่โล่งแจ้ง จากแหล่งกำเนิดในสถานทีต่างๆ เพื่อให้ <strong>PM2.5</strong> ภัยพิบัติระดับชาติ ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจังจริงจัง เพื่อคุณภาพชีวิตของประชาชนคนไทยที่ยั่งยืนในระยะยาว สภาวิศวกรจึงแนะ 3 ทางออกไว้ดังรายละเอียดต่อไปนี้ ภาครัฐ ต้องยกระดับปัญหาฝุ่นเป็นภัยพิบัติของประเทศ ในทางด้านกฎหมาย ผ่านการเก็บภาษีรถยนต์ปล่อยควันดำยกระดับมาตรฐานรถยูโร 4 สู่มาตรฐาน EURO 5-6 ปรับค่ามาตรฐานน้ำมันเพื่อสามารถใช้งานกับเครื่องยนต์ EURO 5-6 ปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์ดีเซลเป็นเชื้อเพลิงจากก๊าซธรรมชาติ หรือพลังงานไฟฟ้า รวมถึงจำกัดปริมาณรถบรรทุกในพื้นที่กรุงเทพฯ ด้านงานวิจัย ควรลงทุนงบประมาณในการพัฒนานวัตกรรมแก้ปัญหาฝุ่น เพื่อลดการนำเข้าเทคโนโลยีต่างประเทศ เช่น ป้ายรถเมล์อัจฉริยะจาก สจล. เครื่องวัดฝุ่นขนาดเล็กจาก สวทช. ฯลฯ และด้านการวางระบบผังเมืองใหม่ ที่เน้นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวจากปัจจุบัน 2-3 ตร.ม.ต่อคน เพิ่มเป็นอย่างน้อย 9-10 ตร.ม.ต่อคน</p>
<p>ขณะที่ ภาคเอกชน ควรให้ความร่วมมือในการแสดงผลข้อมูลปริมาณฝุ่นผ่านจอโฆษณา LED แบบเรียลไทม์ และ ภาคประชาชน ควรตระหนักถึงผลกระทบถึง<strong>ฝุ่น PM2.5</strong> ว่าเป็นเรื่องใกล้ตัว และสามารถส่งผลกระทบร้ายแรงถึงชีวิตของทั้งตนเอง รวมถึงบุคคลในครอบครัว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-15584 alignright" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/12/bangkok-pm-2.5.jpg" alt="ปัญหามลภาวะทางอากาศจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล" width="426" height="600" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/12/bangkok-pm-2.5.jpg 426w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/12/bangkok-pm-2.5-213x300.jpg 213w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/12/bangkok-pm-2.5-150x211.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/12/bangkok-pm-2.5-355x500.jpg 355w" sizes="(max-width: 426px) 100vw, 426px" /></p>
<h2>เผย กทม. รถติด ยิ่งปล่อย CO2 เพิ่มเป็น 2 เท่า ปริมาณปล่อยก๊าซเทียบเท่าตึกมหานคร 23,000 ตึกต่อปี</h2>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ผศ. ดร.นิรมล เสรีสกุล</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง (UddC-CEUS)</strong> กล่าวว่า ปัญหามลภาวะทางอากาศจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก <strong>PM2.5</strong> ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีสาเหตุสำคัญจากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ของรถยนต์บนท้องถนน ด้วยกรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีปริมาณรถยนต์มหาศาล สวนทางกับสัดส่วนพื้นที่ถนน ก่อให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัดและยิ่งเป็นสาเหตุของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และมลภาวะทางอากาศที่เกิดขึ้นซ้ำเป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะช่วงปลายปีถึงต้นปี</p>
<p>จากข้อมูลของกรมการขนส่งทางบก ระบุว่า ตัวเลขรถยนต์จดทะเบียนในกรุงเทพฯ มีสูงถึง 11 ล้านคัน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นถึงปีละกว่า 300,000 คัน หรือร้อยละ 17 ซึ่งสูงกว่าทุกเมืองในโลก ขณะที่ข้อมูลของ UddC-CEUS ยังชี้ว่า สัดส่วนรถยนต์ในกรุงเทพฯ ไม่สอดคล้องกับพื้นที่ถนนที่มีเพียงร้อยละ 7 ขณะที่เมืองที่ดีควรมีพื้นที่ถนนร้อยละ 25-30 ของพื้นที่ทั้งหมด ประกอบกับเป็นเมืองที่ผู้คนต้องพึ่งพารถยนต์ตลอดเวลา จึงทำให้กรุงเทพฯ มีสภาพการจราจรติดขัด ทั้งนี้ ยิ่งรถติดยิ่งปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็น 2 เท่า ข้อมูลชี้ว่าเมื่อรถติดจะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ 400 กรัม ต่อ 1 กิโลเมตร ขณะที่ผลสำรวจของศูนย์วิจัยกสิกรไทยบอกว่า รถยนต์ในกรุงเทพฯ ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากเท่ากับตึกมหานคร 23,000 ตึกต่อปี ซึ่งเป็นปัญหาของเมืองที่น่ากังวลและต้องเร่งหาทางออกอย่างเร่งด่วน</p>
<h2>ยูดีดีซี เสนอเมืองเดินได้-เมืองกระชับ” แก้วิกฤตจากฝุ่น PM2.5 อย่างยั่งยืน</h2>
<p>อย่างไรก็ตาม การศึกษาของโครงการเมืองเดินได้-เมืองเดินดี (Goodwalk) โดย UddC-CEUS ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พบว่า คนกรุงเทพฯ ยินดีเดินเท้าในระยะ 800 เมตร ซึ่งเทียบเท่าผู้คนในเมืองพัฒนาแล้ว อาทิ ฮ่องกงโตเกียว นิวยอร์ก ฯลฯ จึงควรสนับสนุนให้เกิดการฟื้นฟูเมืองเพื่อส่งเสริมห้ผู้คนหันมาเลือกวิธีการสัญจรด้วยการเดินเท้าและปั่นจักรยานพร้อมกับพัฒนาระบบขนส่งมวลชนคุณภาพ อันเป็นแนวทางสำคัญในการแก้ไขปัญหามลภาวะทางอากาศและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน</p>
<p><strong>ผศ. ดร.นิรมล</strong> กล่าวว่า UddC-CEUS มีข้อเสนอแนวทางแก้ไขมลภาวะทางอากาศ 2 ประการ ประการแรก ส่งเสริมให้คนลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลเดินทาง นั่นแปลว่าต้องส่งเสริมระบบขนส่งมวลชนที่มีคุณภาพ รวมทั้งส่งเสริมการเดินทางที่ไม่ใช้รถยนต์ (Non-motorized Transportation) อย่างการเดินเท้าและการปั่นจักรยาน ประการที่สอง เมืองต้องลดการเดินทางของผู้คน ต้องเป็นเมืองกระชับ (Compact City) ที่บ้านและงานอยู่ไม่ไกลกันภายในย่านมีทั้งที่อยู่อาศัย แหล่งงาน แหล่งพักผ่อนหย่อนใจ แหล่งจับจ่ายใช้สอย เพื่อเอื้อให้ผู้คนใช้ชีวิตในย่านนั้น ๆ ได้โดยไม่ต้องเดินทางไกล หรือถ้าต้องการเดินข้ามย่าน ก็ใช้ระบบขนส่งมวลชนที่มีคุณภาพ โดยที่ปัญหามลภาวะทางอากาศถือเป็น wake up call ที่ทำให้ทุกฝ่ายตื่นตัว และยอมรับว่าปัญหาเมืองเป็นเรื่องของทุกคน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-15586 alignright" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/12/pm-2.5-car.jpg" alt="กทม. รถติด ยิ่งปล่อย CO2 เพิ่มเป็น 2 เท่า" width="360" height="661" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/12/pm-2.5-car.jpg 360w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/12/pm-2.5-car-163x300.jpg 163w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/12/pm-2.5-car-150x275.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/12/pm-2.5-car-272x500.jpg 272w" sizes="(max-width: 360px) 100vw, 360px" /></p>
<h2>มองสุขภาพเป็นเรื่องของทุกคนแก้ปัญหาฝุ่นพิษได้</h2>
<p>เมื่อเร็ว ๆ นี้ ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย จัดเสวนา PM2.5 Series 7 หัวขอ้ “ราษฎร์-รฐั ร่วมใจสูภั้ยฝุ่นจิ๋ว” โดยมี นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ ที่ปรึกษากระทรวงสาธารณสุขระดับ 11 และโฆษกกระทรวงสาธารณสุข ศ. พญ.อรุณวรรณ พฤทธิพันธุ์ กรรมการราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย และ อรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ร่วมเสวนาให้ความรู้ ดำเนินรายการโดย นพ.ไพศาล เลิศฤดีพร กุมารเวชศาสตร์โรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน โรงพยาบาลกรุงเทพ</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ</strong></span> <strong>ที่ปรึกษากระทรวงสาธารณสุขระดับ 11 และโฆษกกระทรวงสาธารณสุข</strong> กล่าวว่า จากรายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศ พบค่า<strong>ฝุ่น PM2.5</strong> อยู่ในระดับสีแดงมากๆ หากไม่มีความจำเป็นต้องออกนอกบ้านให้อยู่ที่บ้าน ในส่วนของผู้ที่ออกกำลังกายกลางแจ้งให้เฝ้าระวัง พร้อมแนะนำให้ออกกำลังกายที่บ้าน อย่างไรก็ตาม หากหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมนอกบ้านไม่ได้ ให้ใส่เครื่องป้องกันและรีบเดินทางกลับบ้าน ส่วนการทำกิจกรรมกลางแจ้งให้เปลี่ยนมาทำในที่ร่มแทน สำหรับกลุ่มเสี่ยง คือ 1. เด็กเล็ก 2. ผู้สูงอายุ 3. คนมีโรคประจำตัว ได้แก่ หอบหืด หัวใจ ภูมิแพ้ และโรคเส้นเลือดในสมองตีบซึ่งมีความเสี่ยงที่จะแตกและตันได้</p>
<p>“<strong>PM2.5</strong> แก้ได้ต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ครอบครัวต้องช่วยกันใช้รถยนต์คันเดียวกัน ดูแลรักษารถยนต์ สำหรับช่วงนี้ให้งดการเผา โดยฝังกลบไปก่อน ต้องมองในเชิงระดับนโยบายดูแลพี่น้องประชาชนให้สุขภาพดี เพราะสุขภาพเป็นเรื่องของเราทุกคน ถ้าเราใช้หลักคิดแบบนี้ จะแก้ไขได้” <strong>นพ.รุ่งเรือง</strong> กล่าว</p>
<h2>ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์ฯ แนะเด็ก-หญิงมีครรภ์หลีกเลี่ยงเผชิญฝุ่นพิษ</h2>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ศ.พญ.อรุณวรรณ พฤทธิพันธุ์</strong></span> <strong>กรรมการราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย</strong> กล่าวว่า ทางราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย ได้ออก Infographic พร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพเด็กและหญิงตั้งครรภ์ในการรับมือ<strong>ฝุ่น PM2.5</strong> ดังต่อไปนี้ 1. ทารกในครรภ์มารดา มีการเจริญเติบโตและอยู่ในช่วงกำลังพัฒนาอวัยวะต่าง ๆ เช่น ปอด และสมอง การได้รับมลพิษในช่วงนี้อาจส่งผลระยะยาวต่อการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ดังนั้นหญิงตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยงมลพิษเป็นพิเศษ โดยเฉพาะหญิงที่มีอายุครรภ์น้อยกว่า 6 เดือน 2. ในเด็กปกติระดับคุณภาพอากาศที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพและกิจกรรมในชีวิตประจำวันคือ ระดับ AQI มากกว่า 100 หรือ <strong>PM2.5</strong> มากกว่า 50 มคก./ลบ.ม. 3. เด็กที่มีปัญหาทางระบบหายใจเรื้อรัง เช่น โรคหืด โรคปอด เรื้อรัง เยื่อบุจมูกอักเสบจากภูมิแพ้และโรคหัวใจ ระดับคุณภาพอากาศที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพและกิจกรรมในชีวิตประจำวันคือ ระดับ AQI มากกว่า 50 หรือ <strong>PM2.5</strong> มากกว่า 37 มคก./ลบ.ม. 4. ระดับคุณภาพอากาศในอาคารที่เหมาะสม คือ ระดับ AQI ไม่เกิน 50 หรือ <strong>PM2.5</strong> ไม่เกิน 37 มคก./ลบ.ม. เมื่อระดับคุณภาพอากาศภายนอกเกินเกณฑ์มาตรฐาน ควรปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิด โดยระวังอย่าให้ห้องร้อนเกินไป ไม่สูบบุหรี่หรือจุดธูปในอาคาร ถูพื้นโดยใช้ผ้าเปียกเพื่อลดการฟุ้งกระจายของฝุ่นละออง หากภายในอาคารมีมลพิษสูง ควรใช้เครื่องปรับอากาศหรือเครื่องฟอกอากาศที่สามารถกำจัด <strong>PM2.5</strong> ได้ไม่ควรใช้เครื่องปรับอากาศหรือเครื่องฟอกอากาศที่มีการผลิตโอโซนเพราะโอโซนในปริมาณมากเป็นมลพิษอย่างหนึ่ง และ 5.โรงเรียนควรติดตามรายงานคุณภาพอากาศของกรมควบคุมมลพิษ และพิจารณาปรับกิจกรรมต่าง ๆ เช่น เมื่อระดับ AQI มากกว่า 100 หรือ <strong>PM2.5</strong> มากกว่า 50 มคก./ลบ.ม. ควรสวมหน้ากากอนามัยและไม่ควรออกกำลังกายกลางแจ้ง เมื่อระดับ AQI มากกว่า 200 หรือ <strong>PM2.5</strong> มากกว่า90 มคก./ลบ.ม. ควรหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้งและพิจารณาหยุดเรียน</p>
<p>สำหรับการเลือกใช้หน้ากากป้องกัน<strong>ฝุ่น PM2.5</strong> หากเป็นหน้ากากผ้าที่มีเส้นใยยิ่งแน่นจะยิ่งกรองได้มาก ส่วน Surgical Mask กรองได้ดีแต่ถ้าใส่ไม่แนบก็จะไม่มีประโยชน์ ขณะที่หน้ากาก N95 กรองได้ดีมากแต่ใส่แล้วอาจจะอึดอัดได้ ทั้งนี้เลือกใช้ให้เหมาะสมกับสุขภาพ ส่วนต้นไม้ มีต้นไม้สำคัญบางชนิดช่วยดูดฝุ่นได้ ซึ่งทางราชวิทยาลัยกุมารแพทย์ฯ จะจัดให้ความรู้อีกครั้งในเดือนมกราคมปีหน้า</p>
<h2>คพ. เผยหากประชาชนไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแก้ปัญหาฝุ่นพิษได้ยาก</h2>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>อรรถพล เจริญชันษา</strong></span> <strong>อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</strong> ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ กล่าวว่า รัฐบาลได้บรรจุ<strong>การแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5</strong> เป็นแผนวาระแห่งชาติทั้งระยะสั้นและระยะยาว ระยะสั้น แก้ปัญหาทันที ส่วนระยะยาว จุดเปลี่ยนอยู่ที่การใช้เครื่องยนต์ที่ได้มาตรฐานยูโร 5-6 ซึ่งทำให้เกิด <strong>PM2.5</strong> น้อยที่สุด ซึ่งต้องใช้เวลา</p>
<p>“สำหรับแผนระยะสั้น ถ้าออกแผนแต่ประชาชนไม่ร่วมมือ ยังใช้รถไม่ได้คุณภาพ น้ำมันคุณภาพต่ำ ก็แก้ไขปัญหาได้ลำบาก สิ่งแรกต้องให้ประชาชนให้ความร่วมมือ เปลี่ยน ยอมรับว่าจะกระทบต่อชีวิตปัจจุบัน ใช้รถสาธารณะ ใช้แอปพลิเคชันวางแผนเดินทาง รถที่มีควันดำอาจต้องตั้งจุดสกัดร่วมกัน กรมการขนส่ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติและ กทม. ถ้าทุกคนช่วยจะเบาบางลง ระยะยาว เปลี่ยนจากรถไฟฟ้าจากใช้รถสันดาปไปใช้รถไฟฟ้า” <strong>อรรถพล</strong> กล่าว</p>
<p><strong>นอกจากนี้ภาครัฐยังร่วมมือกับเอกชน 2 รายผลิตน้ำมันกำมะถันต่ำ ลดฝุ่น PM2.5 เกรดพรีเมี่ยมจำหน่ายให้ประชาชน ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม-28 กุมภาพันธ์ 2564 เท่านั้น ซึ่งเป็นช่วงเข้าสู่ฤดูหนาวของประเทศไทยในทุกปี เพื่อลดการเกิดวิกฤตฝุ่นละอองลงซึ่งน้ำมันชนิดนี้ใช้ได้กับรถยนต์ทุกรุ่นทั้งรถเก่าและรถใหม่โดยไม่ส่งผลกระทบต่อเครื่องยนต์</strong></p>
<hr />
<p>Source: นิตยสาร Green Network ฉบับที่ 102 พฤศจิกายน-ธันวาคม 2563 คอลัมน์ Green Report โดย สุรีย์พร วงศ์ศรีตระกูล</p>
<table style="border: 5px solid #6cb742;" width="100%">
<tbody>
<tr valign="middle">
<td style="vertical-align: middle; padding: 10px;"><strong style="font-family: inherit; font-size: inherit;">เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง </strong><span style="color: #ff0000;">Update!!</span></p>
<ul>
<li><a title="ฝุ่น pm 2.5" href="https://www.greennetworkthailand.com/มลพิษฝุ่นจิ๋ว-pm-2-5/">ผลกระทบต่อชีวิตและสุขภาพจากมลพิษฝุ่นจิ๋ว PM 2.5 และข้อปฏิบัติตัวที่สำคัญ</a></li>
<li><a title="ฝุ่น pm 2.5" href="https://www.greennetworkthailand.com/ฝุ่น-pm2-5-ค่า-aqi-ตัวชี้วัด/">ดราม่า เรื่อง PM 2.5 ตอน 6 : PM 2.5 กับ AQI</a></li>
<li><a title="ฝุ่น pm 2.5" href="https://www.greennetworkthailand.com/pm2-5-ข้อคิดเห็น-ข้อเสนอแนะ/">ดราม่า เรื่อง PM 2.5 ตอน 5 : ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ</a></li>
<li><a title="ฝุ่น pm 2.5" href="https://www.greennetworkthailand.com/ฝุ่น-pm-2-5-รู้ให้ไว-ไหวให้ทัน/">ดราม่า เรื่อง PM 2.5 ตอน 4 : รู้ให้ไว ไหวให้ทัน</a></li>
<li><a title="ฝุ่น pm 2.5" href="https://www.greennetworkthailand.com/ฝุ่น-pm-2-5-สถานการณ์-กทม/">ดราม่า เรื่อง PM 2.5 ตอน 3 : สถานการณ์ของ กทม.</a></li>
<li><a title="ฝุ่น pm 2.5" href="https://www.greennetworkthailand.com/ฝุ่น-pm-2-5-มาตรฐานที่ต่างกัน/">ดราม่า เรื่อง PM 2.5 ตอน 2 : มาตรฐานที่ต่างกัน</a></li>
<li><a title="ฝุ่น pm 2.5" href="https://www.greennetworkthailand.com/ฝุ่น-pm-2-5-ความเข้าใจพื้นฐาน/">ดราม่า เรื่อง PM 2.5 ตอน 1 : ความเข้าใจพื้นฐาน</a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9d%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99-pm-2-5-%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a7/">ถึงเวลาคนไทยร่วมใจปรับเปลี่ยนพฤติกรรมช่วงหน้าหนาวสู้ภัยฝุ่นจิ๋ว</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9d%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99-pm-2-5-%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a7/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
