<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Tue, 23 Apr 2024 06:27:18 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>“กรุงไทย” แนะภาคธุรกิจเร่งปรับใช้โมเดลเศรษฐกิจหมุนเวียน ลดต้นทุน ตอบโจทย์ลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/krungthai-compass/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/krungthai-compass/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 23 Apr 2024 06:27:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[ลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=33551</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS แนะภาคธุรกิจเร่งปรับใช้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน รับมือความท้าทายจากกฎเกณฑ์ประเทศคู่ค้า สร้างโอกาสใหม่ๆ ในการเพิ่มรายได้ ลดต้นทุน  และตอบโจทย์การลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก ชี้ในอีก 6 ปีข้างหน้าเศรษฐกิจหมุนเวียนจะเพิ่มรายได้ทั่วโลกสูงถึง 10 ล้านล้านดอลลาร์ฯ ชู “การเงินเพื่อความยั่งยืนและการเงินเพื่อการเปลี่ยนผ่าน”  เป็นฟันเฟืองสำคัญช่วยธุรกิจปรับตัว ดร.พชรพจน์ นันทรามาศ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ และ Chief Economist ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular economy) เป็นเมกะเทรนด์โลกที่กำลังมาแรง ในยุคที่ทุกฝ่ายต่างมองหาการเติบโตที่ยั่งยืน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/krungthai-compass/">“กรุงไทย” แนะภาคธุรกิจเร่งปรับใช้โมเดลเศรษฐกิจหมุนเวียน ลดต้นทุน ตอบโจทย์ลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS</strong> แนะภาคธุรกิจเร่งปรับใช้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน รับมือความท้าทายจากกฎเกณฑ์ประเทศคู่ค้า สร้างโอกาสใหม่ๆ ในการเพิ่มรายได้ ลดต้นทุน  และตอบโจทย์การลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก ชี้ในอีก 6 ปีข้างหน้าเศรษฐกิจหมุนเวียนจะเพิ่มรายได้ทั่วโลกสูงถึง 10 ล้านล้านดอลลาร์ฯ ชู “การเงินเพื่อความยั่งยืนและการเงินเพื่อการเปลี่ยนผ่าน”  เป็นฟันเฟืองสำคัญช่วยธุรกิจปรับตัว</p>
<p><span id="more-33551"></span></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ดร.พชรพจน์ นันทรามาศ</span> ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ และ Chief Economist ธนาคารกรุงไทย</strong> เปิดเผยว่า แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular economy) เป็นเมกะเทรนด์โลกที่กำลังมาแรง ในยุคที่ทุกฝ่ายต่างมองหาการเติบโตที่ยั่งยืน และสร้างภูมิคุ้มกันจากปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบ และต้นทุนการผลิตที่อยู่ในระดับสูง จากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลกแบ่งขั้ว สะท้อนจากผลสำรวจผู้ประกอบการรายใหญ่ทั่วโลกต่อการยึดมั่นในแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน  ผู้ประกอบการไทย จึงควรเร่งปรับตัวสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน  เพื่อสร้างโอกาส และรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่มาพร้อมเมกะเทรนด์ดังกล่าว  โดยเฉพาะกฎระเบียบทั่วโลกที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากขึ้น เช่น ยุโรปที่เริ่มบังคับใช้กฎเกณฑ์การเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนฉบับใหม่ (Corporate Sustainability Reporting Directive หรือ CSRD) ในปีงบการเงิน 2567  ซึ่งเป็นครั้งแรกที่รวมปัจจัยเศรษฐกิจหมุนเวียน และมีผลกระทบกับบริษัทมากถึง 50,000 แห่ง ขณะที่ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ยุโรปอาจบังคับใช้มาตรการ Digital Product Passport ที่กำหนดให้ผู้ผลิตต้องเผยแพร่ข้อมูลผลิตภัณฑ์ให้ผู้บริโภคทราบ ซึ่งครอบคลุมด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนด้วย เป็นปัจจัยท้าทายต่อผู้ส่งออกของไทย</p>
<p>“เศรษฐกิจหมุนเวียนจะสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับผู้ประกอบการ ทั้งโอกาสในการลดต้นทุน โอกาสในการเพิ่มรายได้  และโอกาสในการลดก๊าซเรือนกระจก โดยงานวิจัยในต่างประเทศ ชี้ว่าเศรษฐกิจหมุนเวียนจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนจากการลดวัสดุในการผลิต 28% เพิ่มรายได้ทั่วโลกมากถึง 10 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2573 และช่วยลดก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกได้ถึง 39% ซึ่งประเทศไทยยังมีศักยภาพที่จะพัฒนาด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนได้อีกมาก สะท้อนจากอัตราการนำของเหลือทิ้งไปใช้ซ้ำหรือรีไซเคิลของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่เฉลี่ยอยู่ที่ 33% โดยธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ สื่อและสิ่งพิมพ์  ของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์ มีอัตราต่ำกว่า 10% เทียบกับยุโรปและเกาหลีใต้ที่สูงถึง 46% และ 60% ตามลำดับ” <strong>ดร.พชรพจน์ </strong>กล่าว</p>
<p>ด้าน<strong><span style="color: #6cb742;">ณัฐพร ศรีทอง นักวิเคราะห์</span> ศูนย์วิจัย  Krungthai COMPASS</strong>  กล่าวว่า  การเงินเพื่อความยั่งยืนและการเงินเพื่อการเปลี่ยนผ่าน (Sustainable and Transition Finance) เป็นฟันเฟืองสำคัญช่วยให้ภาคธุรกิจปรับตัวสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนและธุรกิจสีเขียว  โดยในปี 2566 ที่ผ่านมา ทั่วโลกมีการออกตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืนราว 9.84 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่ในไทยอยู่ที่เกือบ 1.8 แสนล้านบาท และคาดว่า ในระยะข้างหน้าจะขยายตัวมากขึ้น จากเทรนด์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net zero emission) เช่น ญี่ปุ่นวางแผนจะออก Transition bond มูลค่า 20 ล้านล้านเยน หรือ 1.35 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในอีก 10 ปีข้างหน้า</p>
<p>ขณะที่ในไทยมีปัจจัยสนับสนุนเพิ่มเติมจากการเปิดตัวกองทุน “Thai ESG”  รวมถึงภาคธนาคารไทยเตรียมนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางเงินที่สนับสนุนภาคธุรกิจเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม (Transition Finance Product) ในช่วงต้นไตรมาส 3 ของปี 2567 นี้</p>
<p>“ผู้ประกอบการไทยควรเร่งปรับตัวรับความท้าทายจากกฎเกณฑ์ของประเทศคู่ค้า โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมด้านข้อมูล เช่น ข้อมูลการใช้ปัจจัยการผลิตรีไซเคิล และข้อมูลการบริหารจัดการของเหลือทิ้ง ตลอดจนปรับตัวเพื่อแสวงหาโอกาสใหม่ๆ รวมถึงพิจารณาระดมทุนผ่าน Sustainable และ Transition Finance ขณะที่ภาครัฐควรมีมาตรการสนับสนุน เช่น มาตรการจูงใจ สนับสนุนองค์ความรู้แก่ภาคธุรกิจ โดยเฉพาะในกลุ่ม SME และมาตรการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจหมุนเวียนมากขึ้น” <strong>ณัฐพร </strong>กล่าว</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/krungthai-compass/">“กรุงไทย” แนะภาคธุรกิจเร่งปรับใช้โมเดลเศรษฐกิจหมุนเวียน ลดต้นทุน ตอบโจทย์ลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/krungthai-compass/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ส.อ.ท. จับมือ สมอ. พร้อมผู้ผลิต ผู้บริโภค ผู้รับรีไซเคิล เดินหน้ารีไซเคิลขวด PET ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/recycle-pet-bottles/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/recycle-pet-bottles/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 10 Aug 2023 09:42:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[BCG Model]]></category>
		<category><![CDATA[DEXON]]></category>
		<category><![CDATA[การดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์]]></category>
		<category><![CDATA[ความร่วมมือโครงการวิจัย]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิลขวด PET]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิลขวดพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิลขวดเครื่องดื่มพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=29082</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ – 10 สิงหาคม 2566 : สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ร่วมกับ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) จัดพิธีแสดงเจตนารมณ์องค์กรขับเคลื่อนการปฏิบัติตามข้อตกลงร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการขวดเครื่องดื่มจากพลาสติกพอลิเอทิลีนเทเรฟแทเลต (PET) ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีองค์กรผู้ร่วมขับเคลื่อนการปฏิบัติตามข้อตกลงฯ ประกอบด้วยสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทย สมาคมซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า กลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และเชอรี่ -เข็มอัปสร สิริสุขะ นักแสดง พิธีกร นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ร่วมแสดงเจตนารมณ์ในฐานะผู้ประกอบการธุรกิจเพื่อสังคมในมุมมองของผู้บริโภค ณ ห้องประชุม 200 สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/recycle-pet-bottles/">ส.อ.ท. จับมือ สมอ. พร้อมผู้ผลิต ผู้บริโภค ผู้รับรีไซเคิล เดินหน้ารีไซเคิลขวด PET ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ – 10 สิงหาคม 2566 : <strong>สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)</strong> ร่วมกับ <strong>สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.)</strong> จัด<strong>พิธีแสดงเจตนารมณ์องค์กรขับเคลื่อนการปฏิบัติตามข้อตกลงร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการขวดเครื่องดื่มจากพลาสติกพอลิเอทิลีนเทเรฟแทเลต (PET) ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</strong> โดยมีองค์กรผู้ร่วมขับเคลื่อนการปฏิบัติตามข้อตกลงฯ ประกอบด้วยส<strong>มาคมอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทย สมาคมซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า กลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย</strong> และ<strong>เชอรี่ -เข็มอัปสร สิริสุขะ นักแสดง พิธีกร นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม</strong> ร่วมแสดงเจตนารมณ์ในฐานะผู้ประกอบการธุรกิจเพื่อสังคมในมุมมองของผู้บริโภค ณ ห้องประชุม 200 สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม</p>
<p><span id="more-29082"></span></p>
<p>สำหรับข้อตกลงร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop Agreement) เป็นรูปแบบหนึ่งของการจัดทำมาตรฐานของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โดยคณะทำงาน BCG Model ได้นำแนวทางนี้ จัดประชุมจัดทำข้อตกลงร่วมระหว่างภาคส่วนต่างๆ ในห่วงโซ่อุปทานขวด PET ประกอบด้วยผู้ผลิตเม็ดพลาสติก ผู้แปรรูป เจ้าของสินค้า (Brand Owner) กลุ่มผู้จัดเก็บขยะ ธุรกิจรีไซเคิล หน่วยงานราชการ องค์กรวิชาการ และสมาคมต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ปัญหาขวดเครื่องดื่ม PET สี ที่มีแนวโน้มจะถูกละเลย ไม่ถูกเก็บเข้าสู่ระบบรีไซเคิล เนื่องจากขวดเครื่องดื่ม PET สีที่รีไซเคิลได้มีมูลค่าต่ำ ส่งผลต่อราคารับซื้อ</p>
<p>จากข้อมูลของผู้ประกอบธุรกิจ พบว่า ขวดเครื่องดื่ม PET สี มีราคา 1 บาท/กิโลกรัม ขณะที่ขวด PET ใส มีมูลค่า 6 – 7.50 บาท/กิโลกรัม ส่งผลต่อแรงจูงใจในการรับซื้อและการเก็บรวบรวม และอาจจะไม่คุ้มค่าเมื่อรวมกับต้นทุนการขนส่ง และนำไปสู่การประกาศคณะกรรมการกำหนดมาตรฐานการตรวจสอบและรับรอง โดยได้กำหนดข้อตกลงร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการขวดเครื่องดื่ม PET ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2566 เพื่อเป็นแนวทางให้กับผู้ประกอบการได้รับทราบ และเป็นแนวปฏิบัติโดยทั่วกัน โดยมีแนวคิดที่สำคัญ คือ <strong>การคงความใสและไม่มีสีของขวดพลาสติก PET เพื่อคงมูลค่าของพลาสติก PET ให้มากที่สุด เพื่อประโยชน์ในการเก็บกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล</strong></p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-29096" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/recycle-pet-bottles-02.jpg" alt="" width="720" height="480" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/recycle-pet-bottles-02.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/recycle-pet-bottles-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/recycle-pet-bottles-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/recycle-pet-bottles-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">เกรียงไกร เธียรนุกุล</span> ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) </strong> กล่าวว่า ในแต่ละปี ประเทศไทยใช้ขวดพลาสติกมากถึง 9,000 ล้านขวด มีนำมารีไซเคิลเพียง 60% ที่เหลือ 40%  คิดเป็น 3,600 ล้านขวดไหลไปกระแสน้ำและลงสู่ทะเล  หน้าที่ของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย คือ เก็บกลับมาใช้ประโยชน์มากที่สุด นอกจากเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจยังช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<p>ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่มาของการดำเนินงานการจัดทำข้อตกลงร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop Agreement) ขวดเครื่องดื่ม PET ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่ง ส.อ.ท. ได้นำแนวทางการจัดทำ Workshop Agreement สมอ. มาดำเนินงาน โดยรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับขวดเครื่องดื่ม PET เพื่อแก้ปัญหาและปิดช่องว่างของการจัดการบรรจุภัณฑ์หลังการบริโภค ให้สามารถกลับเข้าสู่ระบบรีไซเคิลได้มากยิ่งขึ้น และเป็นส่วนสำคัญในขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ของประเทศ ซึ่งแนวคิด Circular Economy นี้ เป็นแนวคิดที่ ส.อ.ท. ส่งเสริมและผลักดันไปยังสมาชิกของ ส.อ.ท. กว่า 15,000 ราย อย่างต่อเนื่อง ผ่าน 45 กลุ่มอุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมจังหวัดทุกจังหวัด สายงาน และสถาบันภายใต้ ส.อ.ท.  ตัวอย่างกิจกรรมที่สำคัญ อาทิ โครงการนำร่อง Extended Producer Responsibility (EPR) หรือโครงการ PackBack การศึกษาการทำถนนจากขยะพลาสติก (Plastic Road) การจัดการขยะภายใต้โครงการ MEGA City ซึ่งดำเนินงานที่จังหวัดระยอง และพื้นที่เขตคลองเตย กรุงเทพฯ เป็นต้น</p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">วิรัช เกลียวปฏินนท์</span> ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก</strong> <strong>สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)</strong> กล่าวว่า กลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก ซึ่งประกอบด้วยผู้ผลิตเม็ดพลาสติก ผู้แปรรูป เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับพลาสติกไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ข้อตกลงร่วมนี้ จะเป็นการส่งเสริมระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนของประเทศ และตอบสนองความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผลิต หรือมีส่วนผสมจากพลาสติกรีไซเคิลที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นในอนาคต</p>
<p>“กลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก ส.อ.ท. ยืนยันเจตนารมณ์ในการส่งเสริมการผลิตและการใช้ขวดเครื่องดื่มจากพลาสติก PET ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สนับสนุนแนวคิด และการดำเนินงานเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่เป็นแนวทางการใช้ทรัพยากรอย่างมีคุณค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด และพร้อมสนับสนุน ส่งเสริมให้สมาชิก มีการผลิตและใช้วัตถุดิบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงสื่อสารไปยังผู้มีส่วนเกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อขยายแนวคิดนี้ให้ครอบคลุมทั้งวงจรผลิตภัณฑ์” <strong>วิรัช </strong>กล่าว</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-29097 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/recycle-pet-bottles-03.jpg" alt="บรรจง สุกรีฑา" width="720" height="480" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/recycle-pet-bottles-03.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/recycle-pet-bottles-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/recycle-pet-bottles-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/recycle-pet-bottles-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">บรรจง สุกรีฑา</span> เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) </strong>กล่าวว่า ข้อตกลงร่วมฯ เรื่อง “<strong>ขวดเครื่องดื่ม จากพลาสติก PET ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” </strong>หรือข้อตกลงร่วม 4002-2565 นี้ ใช้กลไกการจัดทำในรูปแบบข้อตกลงร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการ ซึ่งเป็นรูปแบบที่สามารถตอบสนองต่อความจำเป็นเร่งด่วนในสถานการณ์ปัจจุบันได้ โดยข้อตกลงร่วมฯ นี้ จะเป็นแนวทางแก่ผู้ผลิตขวดเครื่องดื่มจากพลาสติก PET เพื่อให้ผลิตขวดเครื่องดื่มจากพลาสติก PET ที่สามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ โดย สมอ. คาดหวังว่าจะเป็นเครื่องมือและกลไกที่สำคัญในการขับเคลื่อนและการพัฒนาประเทศด้วยโมเดลเศรษฐกิจหมุนเวียนได้ตามเป้าหมายอย่างเป็นรูปธรรม สู่การลดการใช้ทรัพยากร การลดปริมาณของเสียและปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตลอดจนทำให้ประเทศไทยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ก้าวสู่ความเป็นผู้นำด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนในระดับภูมิภาคและสากล</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-29098 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/recycle-pet-bottles-04.jpg" alt="ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี" width="720" height="480" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/recycle-pet-bottles-04.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/recycle-pet-bottles-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/recycle-pet-bottles-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/recycle-pet-bottles-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี</strong></span> <strong>อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ</strong> กล่าวว่า Workshop Agreement ฉบับนี้ จะเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการเสริมภารกิจงานของกรมฯ และถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่ง ที่ภาคเอกชนให้ความสำคัญในการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยส่งเสริมให้มีการดึงขวด PET กลับมาเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้เพิ่มขึ้น ซึ่งประเทศไทยได้ตั้งเป้าหมายไว้ในแผนปฏิบัติการด้านการจัดการขยะพลาสติก ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566 – 2570) ว่าภายในปี 2570 ขวดพลาสติก (ทุกชนิด) จะต้องไม่พบในสถานที่ฝังกลบขยะและถูกนำเข้าสู่ระบบรีไซเคิล 100%</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29099 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/recycle-pet-bottles-05.jpg" alt="ธงชัย ศิริธร" width="720" height="480" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/recycle-pet-bottles-05.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/recycle-pet-bottles-05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/recycle-pet-bottles-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/recycle-pet-bottles-05-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ธงชัย ศิริธร</span> อุปนายกสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทย</strong> กล่าวว่า สมาคมฯ เป็นศูนย์รวมผู้ประกอบธุรกิจเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์และอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ปัจจุบันมีบริษัทสมาชิกทั้งสิ้น 47 บริษัท ซึ่งสมาคมฯ ให้ความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจที่ตระหนักถึงการสร้างผลกำไร ควบคู่ไปกับการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและสังคม โดยสมาคมฯ ยินดีงที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนให้สมาชิกของสมาคมฯ และผู้บริโภคตระหนักถึงความสำคัญในการใช้บรรจุภัณฑ์ที่เอื้อต่อการนำกลับมาใช้ใหม่ การออกแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Eco-Design) ภายใต้รายละเอียดตามข้อตกลงร่วมนี้ และสมาคมฯ ยังสนับสนุนให้สมาชิกของสมาคมฯ พิจารณาการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ผลิตจากพลาสติกแปรใช้ใหม่ (rPET) ร่วมด้วย ซึ่งในปัจจุบันมีสมาชิกของสมาคมฯ บางรายเริ่มดำเนินการแล้ว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29100 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/recycle-pet-bottles-06.jpg" alt="ชัยยุทธิ์ พลเสน" width="720" height="480" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/recycle-pet-bottles-06.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/recycle-pet-bottles-06-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/recycle-pet-bottles-06-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/recycle-pet-bottles-06-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ชัยยุทธิ์ พลเสน</span> นายกสมาคมซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า</strong> กล่าวว่า สมาคมซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า เป็นองค์กรผู้แทนของร้านรับซื้อของเก่าและซาเล้งรับซื้อของเก่าทั้งขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และรายย่อย ซึ่งมีจำนวนกว่า 30,000 ราย ทั่วประเทศ โดยสมาคมฯ ยินดีให้การสนับสนุนและยืนยันเจตนารมณ์ ในการส่งเสริมการผลิตและการใช้ขวดเครื่องดื่มจากพลาสติก PET ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ที่ยังคงคุณค่าของขวดเครื่องดื่มไว้หลังการบริโภค และเป็นประโยชน์ต่อวงการรีไซเคิลได้มากยิ่งขึ้น สำหรับข้อตกลงร่วมฯ นี้ จะเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการส่งเสริมภารกิจของสมาคมฯ ในการร่วมจัดการขยะตั้งแต่ต้นทางก่อน เพื่อลดปริมาณขยะที่จะหลุดลอดออกไปสู่สิ่งแวดล้อม และส่งเสริมให้เกิดระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ต่อไป</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-29101" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/recycle-pet-bottles-07.jpg" alt="" width="720" height="480" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/recycle-pet-bottles-07.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/recycle-pet-bottles-07-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/recycle-pet-bottles-07-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/recycle-pet-bottles-07-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<p>ด้าน<strong><span style="color: #6cb742;">เข็มอัปสร สิริสุขะ</span> (เชอรี่) นักแสดง นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม</strong> <strong>และผู้ประกอบธุรกิจเพื่อสังคม </strong><strong>EPR (Extended Producer Responsibility)</strong>  กล่าวว่า ในมุมมองผู้บริโภค และผู้ประกอบการธุรกิจเพื่อสังคม ประเทศไทยประสบกับปัญหาการจัดการขยะน้อยกว่า 10% ของขยะพลาสติกที่สามารถนำกลับเข้าสู่ระบบรีไซเคิลได้ ซึ่งหมายความว่าต้องเป็นขยะพลาสติกที่มีมูลค่าเท่านั้น จึงจะมีคนเก็บและนำส่งต่อไปได้ ได้แก่ ขวดพลาสติก PETเมื่อกลายเป็นขยะพลาสติกแล้ว สามารถนำกลับมารีไซเคิลได้มากกว่าถุงและแก้วพลาสติก ซึ่งปัจจุบันมีการนำกลับมารีไซเคิลเพียง 60%   ทางบริษัทธุรกิจเพื่อสังคมของเราจึงเลือกขวดพลาสติกในการบรรจุข้าวแทนถุงพลาสติกที่ใช้กันอยู่ทั่วไป หรือเลือกใช้พลาสติกใสในการบรรจุสบู่ เพื่อจะได้กลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล</p>
<p>“อยากให้ทุกคนช่วยกันตั้งแต่ต้นทาง ตั้งแต่ลดการใช้พลาสติก อนาคตของพวกเรา จะได้เห็นภัยพิบัติที่เกิดขึ้นจากสิ่งแวดล้อมในยุคพวกเราไม่ใช่เจเนอเรชั่นต่อไป  ถ้าทำได้ในปัจเจกบุคคลควรทำ การมีองค์กรขนาดใหญ่  ซึ่งมีอำนาจในการนำพาสังคม เช่น สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเข้ามาสนใจในเรื่องนี้อย่างจริงจัง มีการกำหนดนโยบาย ก็จะทำให้เรื่องนี้ประสบผลสำเร็จมากขึ้น ” <strong>เข็มอัปสร  </strong>กล่าวสรุป</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/recycle-pet-bottles/">ส.อ.ท. จับมือ สมอ. พร้อมผู้ผลิต ผู้บริโภค ผู้รับรีไซเคิล เดินหน้ารีไซเคิลขวด PET ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/recycle-pet-bottles/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พานาโซนิค จับมือ ซีพี ออลล์ เปิดจุดบริการรับทิ้งถ่านไฟฉายที่ใช้แล้ว (Battery Collection) เพื่อรีไซเคิล ผ่านเซเว่น อีเลฟเว่น ร่วมริเริ่มแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/panasonic-x-cp-all/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/panasonic-x-cp-all/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 29 Mar 2023 14:28:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[จุดบริการรับทิ้งถ่านไฟฉายที่ใช้แล้ว]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพี ออลล์]]></category>
		<category><![CDATA[พานาโซนิค]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[เซเว่น อีเลฟเว่น]]></category>
		<category><![CDATA[แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=26152</guid>

					<description><![CDATA[<p>พานาโซนิค เอเนอร์จี และ ซีพี ออลล์ เดินหน้าจับมือร่วมกันผลักดันการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy ด้วยการเปิด “จุดบริการรับทิ้งถ่านไฟฉายที่ใช้แล้ว (Battery Collection) เพื่อรีไซเคิลผ่านเซเว่น อีเลฟเว่น” ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญของการร่วมมือครั้งแรกระหว่างผู้ผลิตถ่านไฟฉายและร้านค้าปลีก เพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคหันมาตระหนักปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมมีส่วนร่วมในการลดปริมาณถ่านไฟฉายที่ใช้แล้วและบรรเทาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว มร.ทาคุยะ ทานิโมโตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พานาโซนิค เอเนอร์จี (ประเทศไทย) จำกัด  กล่าวว่าพานาโซนิค เอเนอร์จี เป็นผู้นำด้านการผลิตและจัดจำหน่ายถ่านไฟฉายในประเทศไทยโดยเริ่มดำเนินการในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2504ซึ่งมีส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นอันดับ 1&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/panasonic-x-cp-all/">พานาโซนิค จับมือ ซีพี ออลล์ เปิดจุดบริการรับทิ้งถ่านไฟฉายที่ใช้แล้ว (Battery Collection) เพื่อรีไซเคิล ผ่านเซเว่น อีเลฟเว่น ร่วมริเริ่มแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>พานาโซนิค เอเนอร์จี และ ซีพี ออลล์ เดินหน้าจับมือร่วมกันผลักดันการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ </strong><strong>Circular Economy ด้วยการ</strong><strong>เปิด “จุดบริการรับทิ้งถ่านไฟฉายที่ใช้แล้ว </strong><strong>(Battery Collection) เพื่อรีไซเคิลผ่านเซเว่น อีเลฟเว่น” </strong><strong>ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญของการร่วมมือครั้งแรกระหว่างผู้ผลิตถ่านไฟฉายและร้านค้าปลีก เพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคหันมาตระหนักปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมมีส่วนร่วมในการลดปริมาณถ่านไฟฉายที่ใช้แล้วและบรรเทาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว</strong><span id="more-26152"></span></p>
<figure id="attachment_26153" aria-describedby="caption-attachment-26153" style="width: 740px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-26153" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/re_05.jpg" alt="มร.ทาคุยะ ทานิโมโตะ และ นางสาวอภิญญา บัญญัติทัศไนย" width="740" height="494" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/re_05.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/re_05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/re_05-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/re_05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/re_05-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /><figcaption id="caption-attachment-26153" class="wp-caption-text">มร.ทาคุยะ ทานิโมโตะ และ นางสาวอภิญญา บัญญัติทัศไนย</figcaption></figure>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">มร.ทาคุยะ ทานิโมโตะ</span> กรรมการผู้จัดการ บริษัท พานาโซนิค เอเนอร์จี (ประเทศไทย) จำกัด </strong> กล่าวว่า<strong>พานาโซนิค เอเนอร์จี </strong>เป็นผู้นำด้านการผลิตและจัดจำหน่ายถ่านไฟฉายในประเทศไทยโดยเริ่มดำเนินการในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2504ซึ่งมีส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นอันดับ 1 มาอย่างต่อเนื่อง ตลอดระยะเวลาการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงเพื่อสร้างสรรค์ความสุขให้กับผู้บริโภคและสังคมไทยควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมซึ่งในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2565 พานาโซนิค เอเนอร์จี เป็นบริษัทแรกของกลุ่มพานาโซนิคในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคที่บรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน หรือ Carbon Neutrality</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26157" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/re_09.jpg" alt="" width="740" height="494" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/re_09.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/re_09-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/re_09-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/re_09-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/re_09-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>นอกเหนือจากความสำเร็จดังกล่าว พานาโซนิค เอเนอร์จี ยังร่วมมือกับซีพี ออลล์เพื่อดำเนินการในมิติด้านสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 โดยดำเนินการออกแบบและจัดทำบรรจุภัณฑ์ถ่านไฟฉายรูปแบบใหม่ซึ่งช่วยลดการใช้พลาสติกในการผลิต ลดปัญหาขยะและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยสามารถลดปริมาณการใช้พลาสติกได้มากถึง 13.5 ตัน ภายในระยะเวลา 3 ปี</p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/re_08.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/re_08-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/re_08-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/re_08-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/re_08-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/re_08-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/re_08.jpg 910w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/re_07.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/re_07-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/re_07-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/re_07-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/re_07-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/re_07-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/re_07.jpg 910w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/re_06.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/re_06-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/re_06-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/re_06-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/re_06-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/re_06-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/re_06.jpg 910w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>

<p>เพื่อสานต่อความมุ่งมั่นในการดูแลสิ่งแวดล้อม พานาโซนิค เอเนอร์จี และ ซีพี ออลล์ ได้ตระหนักถึงปัญหาของจำนวนถ่านไฟฉายที่ใช้แล้วจำนวนมากที่มักถูกทิ้งหรือทำลายโดยการฝังกลบ ซึ่งปัจจุบันพื้นที่ในการฝังกลบนอกจากจะไม่เพียงพอแล้ว การกระทำดังกล่าวยังส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาวอีกด้วย ทั้ง 2 บริษัทจึงได้ร่วมกันจัดตั้ง “จุดบริการรับทิ้งถ่านไฟฉายที่ใช้แล้ว (Battery Collection) เพื่อรีไซเคิลผ่านเซเว่น อีเลฟเว่น” โดยเป็นการดำเนินงานภายใต้แนวคิดสนับสนุนการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างคุ้มค่า ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy ซึ่งมีเป้าหมายในการรับคืนถ่านไฟฉายที่ใช้แล้วจากผู้บริโภคและนำถ่านไฟฉายที่ใช้แล้วกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลอย่างถูกวิธีทั้งยังนำกลับมาใช้ใหม่เพื่อความยั่งยืน ซึ่งได้มีการนำร่องจัดตั้งจุดบริการบริเวณหน้าร้านเซเว่นอีเลฟเว่น จำนวน 31 แห่ง ในพื้นที่เขตมหาวิทยาลัยในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล และจังหวัดเชียงใหม่ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2565 ที่ผ่านมา  ทั้งนี้ พานาโซนิค เอเนอร์จี และซีพี ออลล์พร้อมที่จะเดินหน้าและขับเคลื่อนโครงการนี้ โดยนอกเหนือจากการรวบรวมถ่านไฟฉายที่ใช้แล้วจากผู้บริโภคผ่านจุดบริการที่เตรียมไว้ ถ่านไฟฉายเหล่านี้จะถูกนำกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลอย่างเป็นระบบ โดยจะผ่านการคัดแยก และนำส่งให้กับโรงงานผลิตเหล็กเพื่อแปลงสภาพเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ และนำกลับมาใช้ต่อไป  นอกจากนี้ เพื่อเป็นการส่งเสริมการใช้ซ้ำ และการรีไซเคิลถ่านไฟฉายที่ใช้แล้ว  โครงการนี้มีแผนที่จะขยายจุดบริการรับทิ้งถ่านไฟฉายที่ใช้แล้วให้เพิ่มมากขึ้น นอกเหนือจากจุดบริการภายในมหาวิทยาลัย  โดย พานาโซนิค เอเนอร์จี และซีพี ออลล์วางแผนที่จะติดตั้งจุดบริการรับทิ้งถ่านไฟฉายที่ใช้แล้ว (Battery Collection) เพื่อรีไซเคิล ผ่าน เซเว่น อีเลฟเว่นให้ครบ 50 แห่งภายในปี 2566 เพื่อสร้างความตระหนักรู้ต่อสิ่งแวดล้อมของผู้บริโภค</p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">นางสาวอภิญญา บัญญัติทัศไนย</span> ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด(มหาชน) ผู้บริหารเซเว่นอีเลฟเว่น และ เซเว่นเดลิเวอรี่</strong>กล่าวว่า ซีพี ออลล์ มีความมุ่งมั่นที่จะร่วมพัฒนาชุมชนและสังคมควบคู่ไปกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนโดยมีเป้าหมายการดำเนินธุรกิจภายใต้นโยบาย <strong>7 GO Green เพื่อสิ่งแวดล้อม 24 ชั่วโมง</strong>ประกอบด้วย <strong>1.Green Store &amp; Building, 2.Green Packaging, 3.Green Logistics </strong>และ <strong>4.Green Living</strong>ซึ่งการดำเนินกลยุทธ์ดังกล่าวจะเน้นสร้างความร่วมมือกับผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ลูกค้า ชุมชน สังคม<strong> </strong> ซึ่งโครงการ “<strong>จุดบริการรับทิ้งถ่านไฟฉายที่ไม่ใช้แล้ว </strong><strong>(Battery Collection)</strong><strong>เพื่อรีไซเคิล ผ่าน เซเว่น อีเลฟเว่น</strong>” นี้ อยู่ภายใต้นโยบาย 7 Go Green และเป็นการประสานงานร่วมกันระหว่าง<strong>ซีพี ออลล์</strong>และ<strong>พานาโซนิค เอเนอร์จี</strong>ซึ่งนับเป็นหุ้นส่วนพันธมิตรทางธุรกิจมานานกว่า 24 ปี และมีจุดมุ่งหมายเดียวกันในการแก้ไข ลดปัญหาสิ่งแวดล้อมให้กับสังคมและโลกอย่างยั่งยืนในการนำเสนอแนวคิดเกี่ยวกับ Circular Economy หรือ เศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อถ่านไฟฉายเก่ากลับมาใช้ใหม่เพื่อลดปริมาณถ่านไฟฉายที่ใช้แล้วที่ส่งผลกระทบด้านลบต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26158" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/re_10_Kong-Green-Green.jpg" alt="จุดบริการรับทิ้งถ่านไฟฉายที่ใช้แล้ว (Battery Collection)" width="433" height="650" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/re_10_Kong-Green-Green.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/re_10_Kong-Green-Green-200x300.jpg 200w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/re_10_Kong-Green-Green-683x1024.jpg 683w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/re_10_Kong-Green-Green-768x1152.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/re_10_Kong-Green-Green-150x225.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/re_10_Kong-Green-Green-333x500.jpg 333w" sizes="(max-width: 433px) 100vw, 433px" /></p>
<p>ทั้งนี้โครงการดังกล่าวได้เริ่มนำร่องมาตั้งแต่ปี 2565 โดยมีจุดรับทิ้งถ่านไฟฉายบริเวณหน้าร้านเซเว่น อีเลฟเว่นในบริเวณมหาวิทยาลัยชั้นนำในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล และจังหวัดเชียงใหม่รวมจำนวน 31 แห่ง อาทิ <em>สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์,มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน</em><em>, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ องครักษ์, มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา, มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร, มหาวิทยาลัยรามคำแหง, มหาวิทยาลัยศิลปากร, มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย</em>เป็นต้น</p>
<p>โดย ซีพี ออลล์ และ พานาโซนิค เอเนอร์จี มุ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่า โครงการนี้จะช่วยกระตุ้นความรับผิดชอบในด้านสิ่งแวดล้อมของผู้บริโภค ส่งเสริมให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วมในการลดปริมาณขยะและสร้างแรงจูงใจในการนำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่ออนาคตในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน เป็นไปตามปณิธานองค์กร<strong> &#8220;ร่วมสร้างสรรค์และแบ่งปันโอกาสต่อกัน”</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/panasonic-x-cp-all/">พานาโซนิค จับมือ ซีพี ออลล์ เปิดจุดบริการรับทิ้งถ่านไฟฉายที่ใช้แล้ว (Battery Collection) เพื่อรีไซเคิล ผ่านเซเว่น อีเลฟเว่น ร่วมริเริ่มแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/panasonic-x-cp-all/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไลอ้อน 1 ใน 8 โรงงานต้นแบบแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ภายใต้โครงการพัฒนาอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำในพื้นที่ EEC</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/lion-mou-tgo-cmu-eec/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/lion-mou-tgo-cmu-eec/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 01 Mar 2023 01:51:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[EEC]]></category>
		<category><![CDATA[พื้นที่ EEC]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[ไลอ้อน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=25650</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด 1 ใน 8 โรงงานอุตสาหกรรมต้นแบบที่มีการบริหารจัดการด้วยแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)  และ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมเดินหน้า “โครงการพัฒนาอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน” ส่งเสริมให้เกิดอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำในประเทศไทย  เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน  ดร.กิตติวัตร โสมวดี รองผู้จัดการบริหารการผลิต บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคเพื่อคนไทย มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจพัฒนาสินค้านวัตกรรม เพื่อสุขภาวะที่ดีของผู้บริโภค&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/lion-mou-tgo-cmu-eec/">ไลอ้อน 1 ใน 8 โรงงานต้นแบบแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ภายใต้โครงการพัฒนาอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำในพื้นที่ EEC</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด </strong><strong>1 ใน 8 โรงงานอุตสาหกรรมต้นแบบที่มีการบริหารจัดการด้วยแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)  และ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมเดินหน้า “โครงการพัฒนาอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน” ส่งเสริมให้เกิดอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำในประเทศไทย  เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน  </strong><span id="more-25650"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-25652" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Lion-MOU-EEC-02.jpg" alt="" width="680" height="486" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Lion-MOU-EEC-02.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Lion-MOU-EEC-02-300x214.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Lion-MOU-EEC-02-150x107.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Lion-MOU-EEC-02-500x357.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ดร</strong></span><strong><span style="color: #6cb742;">.กิตติวัตร โสมวดี</span> รองผู้จัดการบริหารการผลิต บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด</strong> ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคเพื่อคนไทย มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจพัฒนาสินค้านวัตกรรม เพื่อสุขภาวะที่ดีของผู้บริโภค สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง เปิดเผยว่า บริษัท ไลอ้อน ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) กับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) และ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อเดินหน้า<strong>“โครงการพัฒนาอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน”</strong> เป็นการส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (CE-EEC Model) โดยมีเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดความเสี่ยงจากการขาดแคลนวัตถุดิบ ลดของเสีย และลดต้นทุนการผลิต รวมถึงลดการใช้ทรัพยากร เพื่อส่งเสริมให้เกิดอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำในประเทศ ซึ่งเป็นการพัฒนาแนวทางรูปแบบใหม่ที่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-25653" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Lion-MOU-EEC-03.jpg" alt="ไลอ้อน" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Lion-MOU-EEC-03.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Lion-MOU-EEC-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Lion-MOU-EEC-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Lion-MOU-EEC-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p>ทั้งนี้ บริษัท ไลอ้อน ได้ตั้งเป้าหมายในการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ ภายในโรงงานให้ได้ 55% ในปี 2030 และ มุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral) ในปี 2050 โดยบริษัท ฯ ได้ดำเนินการพัฒนาโครงการใช้ทรัพยากรหมุนเวียนเพื่อลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ เช่น โครงการ Recovering Wastewater to detergent process และโครงการการนำลมร้อนที่ปล่อยทิ้งในกระบวนการผลิต หมุนเวียนกลับมาใช้ในการผลิต เป็นต้น  นับเป็นเจตนารมณ์อันมุ่งมั่นในการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด ตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมแบบยั่งยืน สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน Sustainable Development Goal ร่วมสร้างสังคมที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero)</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-25654" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Lion-MOU-EEC-04.jpg" alt="ไลอ้อน" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Lion-MOU-EEC-04.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Lion-MOU-EEC-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Lion-MOU-EEC-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Lion-MOU-EEC-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><strong>อย่างไรก็ดี โครงการฯ ดังกล่าว ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2564 และสำหรับเป้าหมายการดำเนินงานในโครงการ ปี 2566 จะมุ่งพัฒนาต้นแบบอุตสาหกรรมเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อลดก๊าซเรือนกระจกในเขตพื้นที่ EEC ส่งเสริมให้โรงงานอุตสาหกรรมในเขต EEC ได้แก่ จังหวัดระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา เข้าร่วม โดยในปีนี้ได้คัดเลือกโรงงานอุตสาหกรรมต้นแบบ จำนวนทั้งสิ้น 8 แห่ง ซึ่ง ไลอ้อน (ประเทศไทย) เป็น 1 ใน 8 โรงงานอุตสาหกรรมต้นแบบ พร้อมเตรียมขยายผลสู่การดำเนินงานในนิคมอุตสาหกรรมอื่น ๆ ทั่วประเทศต่อไป</strong></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-25655" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Lion-MOU-EEC-05.jpg" alt="ไลอ้อน" width="680" height="370" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Lion-MOU-EEC-05.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Lion-MOU-EEC-05-300x163.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Lion-MOU-EEC-05-150x82.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Lion-MOU-EEC-05-500x272.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/lion-mou-tgo-cmu-eec/">ไลอ้อน 1 ใน 8 โรงงานต้นแบบแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ภายใต้โครงการพัฒนาอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำในพื้นที่ EEC</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/lion-mou-tgo-cmu-eec/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>DITP ส่งเสริม SME ไทยเชิงรุกใช้ระบบบรรจุภัณฑ์หมุนเวียนรับเทรนด์โลกเปลี่ยน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c-circular-packaging-towards-bcg/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c-circular-packaging-towards-bcg/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Sep 2021 07:29:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Scoop]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Packaging towards BCG]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการระบบหีบห่อ]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบบรรจุภัณฑ์หมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการใช้พลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=18978</guid>

					<description><![CDATA[<p>DITP ร่วมกับสมาคมการบรรจุภัณฑ์ไทย ผลักดันผู้ประกอบการสินค้าไทยมุ่งสู่ “เศรษฐกิจหมุนเวียน” (Circular Economy) ตอบรับกระแสการค้าโลก ด้วยการจัดระบบหีบห่อและการใช้วัสดุของบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สถานการณ์ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นทั่วโลก ไม่ว่าจะกับสิ่งมีชีวิตในท้องทะเล สภาพภูมิอากาศ หรือการผลิตปศุสัตว์ ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ได้กระตุ้นให้ผู้คนหันกลับมามองวิถีการดำรงชีวิตของตัวเองว่าไปกระทบกับสิ่งแวดล้อมหรือไม่ นานาประเทศต่างตื่นตัวโดยเฉพาะการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single-Use Plastic) ผู้คนตระหนักและเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต ลดการใช้ผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ใช้ครั้งเดียวทิ้ง “แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน” กลายเป็นแนวคิดที่ผู้ผลิตและผู้บริโภคทั่วโลกต้องหันมาให้ความสำคัญ นอกจากนี้หลายประเทศยังออกกฎระเบียบมากมาย กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ จึงได้ร่วมกับสมาคมการบรรจุภัณฑ์ไทยจัด “กิจกรรมส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการจัดการระบบหีบห่อ และการใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c-circular-packaging-towards-bcg/">DITP ส่งเสริม SME ไทยเชิงรุกใช้ระบบบรรจุภัณฑ์หมุนเวียนรับเทรนด์โลกเปลี่ยน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>DITP ร่วมกับสมาคมการบรรจุภัณฑ์ไทย ผลักดันผู้ประกอบการสินค้าไทยมุ่งสู่ “เศรษฐกิจหมุนเวียน” (Circular Economy) ตอบรับกระแสการค้าโลก ด้วยการจัดระบบหีบห่อและการใช้วัสดุของบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม</strong><span id="more-18978"></span></p>
<p>สถานการณ์ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นทั่วโลก ไม่ว่าจะกับสิ่งมีชีวิตในท้องทะเล สภาพภูมิอากาศ หรือการผลิตปศุสัตว์ ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ได้กระตุ้นให้ผู้คนหันกลับมามองวิถีการดำรงชีวิตของตัวเองว่าไปกระทบกับสิ่งแวดล้อมหรือไม่ นานาประเทศต่างตื่นตัวโดยเฉพาะการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single-Use Plastic) ผู้คนตระหนักและเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต ลดการใช้ผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ใช้ครั้งเดียวทิ้ง “<strong>แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน</strong>” กลายเป็นแนวคิดที่ผู้ผลิตและผู้บริโภคทั่วโลกต้องหันมาให้ความสำคัญ นอกจากนี้หลายประเทศยังออกกฎระเบียบมากมาย</p>
<p>กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ จึงได้ร่วมกับสมาคมการบรรจุภัณฑ์ไทยจัด “<strong>กิจกรรมส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการจัดการระบบหีบห่อ และการใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม</strong> หรือ <strong>Circular Packaging towards BCG</strong> ภายใต้แนวคิด <strong>The Future is Circular</strong> สอดรับกับโมเดลเศรษฐกิจแบบ BCG (Bio-Circular-Green Economy) ของรัฐบาล และนโยบาย “ตลาดนำการผลิต” ของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์) เพื่อเสริมสร้างศักยภาพผู้ประกอบการส่งออกไทยให้ได้ปรับตัวและเตรียมพร้อมสู่การค้าในระดับโลกอย่างเข้มแข็งจากการปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ให้สอดคล้องกับเทรนด์ตลาดโลก โดยมีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยกว่า 20 แบรนด์ เข้าร่วมกิจกรรมอบรมสัมมนา ให้คำปรึกษาเชิงลึก พร้อมทั้งนำไอเดียใหม่ๆ จากผู้เชี่ยวชาญไปปรับการจัดการหีบห่อและกระบวนการผลิตบรรจุภัณฑ์ของตนเอง เพื่อนำไปใช้กับสินค้าที่กำลังจะผลิตออกมา</p>
<h3>การเป็นมากกว่ากล่องสินค้าของ PASAYA</h3>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นางสาวตะวันนา บานแย้ม</strong> </span><strong>Senior Visual Merchandising บริษัท เท็กซ์ไทล์ แกลลอรี่ จำกัด</strong> หรือ <strong>พาซาญ่า</strong> (<strong>PASAYA</strong>) เล่าถึงเป้าหมายของการเป็น Circular ที่ครบวงจรว่า พยายามหาบรรจุภัณฑ์ในรูปแบบที่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุดมาสักระยะหนึ่งแล้ว เคยคิดจะหนีออกไปจากพลาสติกแต่ก็ไม่อยากใช้กระดาษเพราะจะมีปัญหาเรื่องความชื้นเนื่องจากสินค้าเป็นผ้า พอมาทำรูปแบบถุงซิบล็อกเพื่อให้เกิดการนำกลับมาใช้ใหม่ (reuse) ก็พบปัญหาเรื่องการจัดแสดงสินค้า การจัดเก็บ การขนส่ง และมีความเสียหายเกิดขึ้นระหว่างทาง อาจเพราะว่าดีไซน์ที่ออกแบบไปยังไม่เหมาะสมเท่าไร จึงปรึกษา นายธีรชัย ศุภเมธีกุลวัฒน์ ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบ แบรนด์ Qualy ผู้เชี่ยวชาญของโครงการถึงปัญหานี้ ซึ่งได้รับคอมเม้นต์ในสิ่งที่เคยทำไปอย่างจริงใจว่าเกิดจากอะไร และจะแก้ปัญหาไปในทิศทางใด ซึ่งวิธีการแก้ปัญหานั้นใช้ได้จริงและเอาไปปรับใช้กับส่วนอื่นได้</p>
<p>“เดิมทีกล่องสินค้าที่เลือกมาพัฒนารูปแบบคือกล่องของรุ่น PASAYA BAZICS ที่เป็นพลาสติกแบบ PP แต่เมื่อคุยไปเรื่อยๆ จึงพบว่ากล่องสินค้าอีกรุ่นที่มีแบรนด์ PASAYA บนกล่องเลยนั้นเป็นพลาสติกแบบ PET ที่ย่อยสลายได้ จึงหันมาพัฒนารุ่นนี้แทนเพื่อใช้กับสินค้าทุกรุ่น จะทำให้ต้นทุนต่ำลงเพราะผลิตได้มากขึ้น โดยดีไซน์ของกล่องแบบใหม่จะเปลี่ยนจากฝาล็อกเดิม เป็นลิ้นเสียบให้ดูเป็นแฟ้มหรือกระเป๋าเอกสารมากขึ้น เจาะรูเพิ่มสายริบบิ้นที่เป็นแบรนด์ PASAYA สำหรับไวใช้เป็นหูกระเป๋า เพราะจะไม่มีแบรนด์ที่กล่องอีกแล้ว และจะแนบกระดาษอธิบายถึงไอเดียการ reuse กล่องสินค้าเข้าไปด้วย แต่ลูกค้าก็สามารถ DIY การใช้งานในแบบที่ตัวเองชอบได้เช่นกัน ตั้งใจจะนำไปใช้กับสินค้าคอลเล็กชั่นใหม่ที่จะออกในเดือนตุลาคม – พฤศจิกายนนี้เลย แม้จะต้องใช้เวลาในการสื่อสารกับลูกค้าสักระยะในเรื่องการเปลี่ยนแปลง แต่แบรนด์ก็มองถึงประโยชน์ในระยะยาว ที่จะเกิดขึ้นทั้ง ecosystem”</p>
<h3>ลังใหญ่ที่ต้องใช้ได้ทุกขนาดสินค้า</h3>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นางสาวณัฐวรินทร์ จงมนรุ่งโรจน์</strong></span> <strong>เจ้าของแบรนด์นาโรเซ่ (Narosé)</strong> ผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมที่ทำจากธรรมชาติ กล่าวว่า ช่วงหลายปีที่ผ่านมาได้ไปออกงานแฟร์ที่ต่างประเทศและการได้จับคู่เจรจาธุรกิจ โดยเฉพาะกับลูกค้ายุโรป ทำให้ทราบถึงความต้องการสินค้าที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม เน้นแนวคิด Zero Waste หรือสามารถรียูสได้ ดังนั้นเมื่อแบรนด์ผลิตสินค้าเพื่อส่งออกเป็นหลัก ก็ต้องคำนึงถึงเรื่องนี้เป็นสำคัญ และประกอบกับเป็นสิ่งที่ทางแบรนด์มีความตั้งใจในเรื่องรักษ์โลกอยู่แล้ว จึงเริ่มปรับเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ให้เป็นธรรมชาติมากที่สุดขนาดที่หากทิ้งลงไปในน้ำก็ไม่เกิดผลเสียต่อธรรมชาติและเลือกใช้ขวด PET แต่ยังมีปัญหาเรื่องกล่องบรรจุสินค้าขนาด 12 ชิ้น ที่พบว่าเมื่อจำหน่ายสินค้าปลีกไม่ถึง 12 ชิ้นต้องไปซื้อกล่องใหม่มาบรรจุเพื่อส่งให้ลูกค้า ทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นอีกทั้งกล่องที่มีอยู่ก็นำไปใช้อะไรต่อไม่ได้กลายเป็นขยะ ผศ.ธนารักษ์ จันทรประสิทธิ์ หัวหน้าภาควิชาศิลปอุตสาหกรรม คณะสถาปัตยกรรมศิลปะและการออกแบบ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ผู้เชี่ยวชาญ จึงช่วยออกแบบกล่องให้ใส่ได้ 12 ชิ้นเหมือนเดิม แต่เพิ่มผนังกล่องเข้ามาเพื่อให้สามารถแยกใส่ได้แบบ 6 ชิ้น สามารถดึงออกมาเพื่อส่งไปรษณีย์ได้เลย อีกทั้งยังทำรอยปรุให้พับลงมาได้สำหรับการบรรจุสินค้าที่มีขนาดความสูงต่างจากรุ่นอื่นได้ด้วย ทำให้ไม่ต้องซื้อกล่องมาใหม่ กล่องขนาดเดียวนี้แต่บรรจุได้ทุกขนาดและได้จำนวนที่ต้องการ สามารถลดต้นทุน Zero Waste และไม่ต้องติดกาว ขณะเดียวกันกล่องสินค้าแบบชิ้นเดียวก็มีการเปลี่ยนด้านในเป็นเยื่อไม้ที่ย่อยสลายได้ดีขึ้น ไม่เน้นความสวยงามด้านในที่ต้องเป็นกระดาษขาวเพราะต้องนำกระดาษมาติดอีกชั้น แต่ให้ความสำคัญกับลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติมากกว่า นวัตกรรมและการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะช่วยทำให้แบรนด์มีคุณค่า มีเรื่องราวในการนำเสนอสินค้ากับคู่ค้าได้มากขึ้น มั่นใจว่าจะช่วยเพิ่มโอกาสในการจำหน่ายสินค้าเมื่อมีโอกาสได้ไปออกงานแฟร์ที่ต่างประเทศในอนาคต</p>
<p>“สิ่งสำคัญที่ได้รับจากการเข้าร่วมกิจกรรมนี้นอกจากความรู้แล้ว ยังเป็นทางลัด (short cut) ที่ไม่ต้องเสียเวลาและเสียต้นทุนกับการซื้อมาทดลองเอง แต่ได้ผู้เชี่ยวชาญที่เป็นมืออาชีพให้คำปรึกษา ทำให้ขั้นตอนชัดเจนและไปถูกทาง การสร้างแบรนด์นั้นยาก แต่รักษาแบรนด์ให้คงอยู่ยิ่งยากกว่า เมื่อลูกค้าซื้อสินค้าแล้วก็อยากให้ประทับใจในทุกส่วนของผลิตภัณฑ์ คุณค่าที่ได้รับคือความภูมิใจและภาพลักษณ์ที่ดีของแบรนด์ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการทำให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน”</p>
<h3>เปลี่ยนบรรจุภัณฑ์เพื่อการส่งออก</h3>
<p><strong>นายปริยะ ศิริกุล</strong> <strong>เจ้าของแบรนด์มัดใจ (Mudjai)</strong> ผู้ผลิตอาหารจากพืช (Plant based) โดยใช้เห็ดแครงแทนถั่ว เล่าว่า มีเป้าหมายที่จะขยายตลาดไปต่างประเทศโดยเฉพาะยุโรปและอเมริกา อีกทั้งมีแนวคิดว่าในเมื่อผลิตอาหารที่ทำมาจากพืชที่ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมอยู่แล้วก็ควรมีบรรจุภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การย่อยสลายในธรรมชาติได้ด้วยเช่นกัน ของเดิมเป็นพลาสติกธรรมดาที่ไม่สามารถย่อยสลายได้ ก็ได้รับคำแนะนำจาก นายโชตินรินทร์ วิภาดา ผู้เชี่ยวชาญของสมาคมการบรรจุภัณฑ์ไทย ผู้เชี่ยวชาญของโครงการในการเปลี่ยนวัสดุเป็นพลาสติกแบบย่อยสลายได้ แต่ในประเทศไทยยังไม่มีผู้ผลิตจึงต้องประสานกับซัพพลายเออร์ที่ต่างประเทศ โดยได้รับความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ แม้จะทำให้ต้นทุนสูงขึ้นแต่ยังอยู่ในเกณฑ์ที่แข่งขันในตลาดและเดินต่อได้ ผู้ประกอบการหลายคนอาจจะคิดว่าแนวคิดเศรษฐกิจแบบ BCG นั้นไกลตัว แต่จริงๆ เริ่มใกล้เข้ามามาก เพราะตลาดต่างประเทศให้ความสำคัญเรื่องนี้ สินค้าที่จะนำไปขึ้นชั้นสินค้าที่ยุโรปได้จะต้องเป็นสินค้าที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และเป็นสินค้าหมุนเวียน ซึ่งผู้ที่ต้องการส่งออกต้องปรับตัวให้ทันต่อสถานการณ์โลก</p>
<h3>Craft ตั้งแต่หีบห่อถึงผลิตภัณฑ์</h3>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นางจิรายุณัฐ อัจฉริยะขจร</strong></span> เจ้าของแบรนด์ช็อกโกแลตทำมือที่มีชื่อเสียงของจังหวัดนครศรีธรรมราชอย่าง<strong>วัน มอร์ ไทย คราฟท์ ช็อกโกแลต (One More Thai Craft Chocolates)</strong> ซึ่งทำด้วยวิธีโฮมเมดตั้งแต่ต้นจนจบด้วยความประณีตพิถีพิถัน ได้เล่าว่า เป็นความตั้งใจและใฝ่ฝันอยากจะมีรูปแบบของบรรจุภัณฑ์ Circular Packaging ซึ่งสอดคล้องกับสินค้าและวิธีคิดของแบรนด์ตั้งแต่แรกแต่ยังไม่มีโอกาสพัฒนาอย่างจริงจัง จากวิธีเดิมในงานช็อกโกแลตของแบรนด์คือใช้ฟอยล์ห่อปกป้องช็อกโกแลตบาร์ก่อนห่อกระดาษอีกชั้น และติดสติ๊กเกอร์ อีกวิธีคือบรรจุในถุงฟอยล์หน้าพลาสติกซิปล็อก ซึ่งพบว่ารีไซเคิลได้ยาก ทั้งยังส่งมอบถึงมือลูกค้าได้ไม่สวยงามและดีพอเท่าที่ตั้งใจไว้ และไม่สามารถสื่อสารถึงคุณค่าของสินค้าได้มากเท่าที่ควรจะเป็น</p>
<p>“บรรจุภัณฑ์รุ่นใหม่ที่ได้พัฒนาต่อยอดจากโครงการนี้ จะช่วยลดการใช้ถุงฟอยล์พลาสติกและสติ๊กเกอร์ลงอย่างมาก โดยจะใช้ฟอยล์ซึ่งรีไซเคิลได้เฉพาะแค่ในการห่อตัวช็อกโกแลตแล้วนำบรรจุในกล่องกระดาษรักษ์โลก จะทำให้สะดวกปลอดภัยในการนำส่งช็อกโกแลตถึงมือลูกค้าและยังมีความสวยงามด้วยโลโก้แบรนด์ที่เป็นลายเส้นไม่เน้นสีสันมากนัก ทั้งหมดจะสะท้อนความเป็นคราฟท์ตั้งแต่บรรจุภัณฑ์ภายนอกจนถึงสินค้าภายใน และพิเศษยิ่งกว่านั้นคือแนวคิดการจัดโปรโมชั่นช็อกโกแลตรักษ์โลกให้ลูกค้าสะสมฟอยล์แล้วส่งกลับมาแลกเป็น Special chocolate Bars จากนั้นทางแบรนด์จะรวบรวมฟอยล์จนมีน้ำหนักมากพอเพื่อนำเข้าไปสู่กระบวนการรีไซเคิลต่อไป ทั้งนี้เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยปลูกจิตสำนึกให้ผู้บริโภคได้ร่วมกันตระหนักถึงการรักษาสิ่งแวดล้อมโลก”</p>
<p>การเข้าร่วมกิจกรรมนี้ นางสาวภัทรา คุณวัฒน์ รองเลขาธิการสมาคมการบรรจุภัณฑ์ไทย ผู้เชี่ยวชาญจากโครงการได้ช่วยแนะนำและให้ไอเดียการเลือกวัสดุธรรมชาติมาทำบรรจุภัณฑ์เพื่อตอบโจทย์ได้หลายแนวทาง ซึ่งเป็นการเปิดโลกทรรศน์ให้ แบรนด์ช็อกโกแลตท้องถิ่นเตรียมตัวก้าวสู่ตลาดโลกในระดับสากลตามแนวทาง BCG แม้วันนี้กำลังการผลิตยังไม่พร้อมส่งออก แต่ตั้งใจเตรียมความพร้อมให้แบรนด์ก้าวหน้าต่อไปบนรากฐานที่แข็งแรง ผู้ประกอบการไทยไม่ว่าจะรายเล็กหรือใหญ่ หากมีโอกาสได้เข้าร่วมกิจกรรมจะเป็นประโยชน์และสามารถนำไปสู่การปรับภาพลักษณ์ของแบรนด์ช่วยพัฒนาต่อยอดเพิ่มมูลค่าทางการตลาดได้อย่างแน่นอน</p>
<h3>Refill Bag in Box เจาะตลาดรักษ์โลก</h3>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายธวีโรจน์ ธนธรธรรม</strong></span> <strong>เจ้าของแบรนด์ออร์ก้า (ORGA)</strong> ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหนังสัตว์เลี้ยงที่ผลิตจากสารสกัดจากผลไม้ตามธรรมชาติปราศจากสารมีที่เป็นอันตรายต่อผิวหนังมนุษย์และสัตว์เลี้ยง (SLS, SLES) ที่เป็นสาเหตุขนร่วง ผื่นคัน และมะเร็งผิวหนัง เล่าว่า ผู้เลี้ยงสัตว์เลี้ยงในต่างประเทศโดยเฉพาะในสหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และไต้หวันให้ความสนใจผลิตภัณฑ์ที่มาจากธรรมชาติ เพราะตระหนักแล้วว่าสารเคมีที่มาจากปิโตรเลียมเป็นอันตรายต่อ มนุษย์ สัตว์ และสิ่งแวดล้อม หลังจากค้นคว้าข้อมูลพบว่าการที่ผู้เลี้ยงสัตว์ใช้สินค้ามากขึ้นจะก่อให้เกิดขยะจากบรรจุภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นขวด พลาสติกฟิล์มหด สติกเกอร์ฉลากมากขึ้นด้วยเช่นกัน และในสหภาพยุโรปขณะนี้เทรนด์การเติมสินค้า (Products Refill) กำลังได้รับความนิยมเพราะช่วยลดขยะและพลาสติกได้มาก จึงปรึกษากับ อ.ศุภเดช หิมะมาน หัวหน้าสาขาวิชาออกแบบผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ศิลปะและการออกแบบ มหาวิทยาลัยนเรศวร ผู้เชี่ยวชาญ เกิดเป็นไอเดียการจำหน่ายสินค้าในรูปแบบ Refill โดยเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ขนาด 5 ลิตรจากแกลลอนพลาสติก ไปเป็นถุงบิ๊กแบ๊กรีไซเคิล มีจุกก๊อกให้น้ำยาไหลออกมา แล้วบรรจุในกล่องอีกชั้นเพื่อความปลอดภัยต่อการขนส่ง มีน้ำหนักที่เบาขึ้น ซึ่งช่วยลดวัสดุสิ้นเปลืองและสามารถรีไซเคิลได้ทั้งหมด</p>
<p>“สำหรับผลิตภัณฑ์รูปแบบ Refill Bag in Box ขนาด 5 ลิตร จะช่วยลดการใช้ขวดพลาสติกได้ถึง 20 ขวด และไมโครพลาสติกที่เป็นฉลากได้ถึง 20 ชิ้นเหมาะสำหรับบ้านที่เลี้ยงสุนัขหลายตัวหรือเลี้ยงสุนัขพันธุ์ใหญ่ ตลอดจนร้าน Grooming ที่ต้องใช้จำนวนมาก อีกทั้งในต่างประเทศเริ่มมีการขยายตัวตลาดของร้านสินค้าสัตว์เลี้ยงแบบ Refill คาดว่าบรรจุภัณฑ์ในรูปแบบนี้จะตอบโจทย์ผู้บริโภคที่มีแนวคิดให้มนุษย์ สัตว์ และสิ่งแวดล้อม อยู่ร่วมกันได้อย่างรื่นรมย์ การปรับเปลี่ยนครั้งนี้ไม่ทำให้ต้นทุนต่างจากเดิมมากนักแต่สามารถช่วยทำให้โลกดีขึ้น แบรนด์จะได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมในระดับโลก คาดว่าหลังจากผลิตต้นแบบมาแล้วจะนำไปใช้ทันทีหลังจากเคลียร์สต็อกสินค้าเดิมหมด”</p>
<p><strong>ทั้งหมดนี้คือการเปลี่ยนแปลง ecosystem ของธุรกิจที่เริ่มต้นจากแบรนด์เล็กๆ แต่มีเป้าหมายยิ่งใหญ่ ที่มากกว่าการส่งออกสินค้าไทยไปต่างประเทศ คือการสร้างความตระหนักรู้ต่อผู้คน ทั้งคู่ค้า ลูกค้า และส่งต่อความมุ่งมั่นนี้สู่ผู้ประกอบการรายอื่นๆ ให้หันมาใส่ใจโลก เพราะนั่นหมายถึงการใส่ใจชีวิตของมนุษย์ทุกคน สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมดีๆ เช่นนี้ในปีถัดไป สามารถติดตามรายละเอียดได้ทางสำนักส่งเสริมนวัตกรรมและสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อการค้า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โทรศัพท์ 0 2507 8267 อีเมล innovation@ditp.go.th เว็ปไซต์ www.ditp-design.com</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c-circular-packaging-towards-bcg/">DITP ส่งเสริม SME ไทยเชิงรุกใช้ระบบบรรจุภัณฑ์หมุนเวียนรับเทรนด์โลกเปลี่ยน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c-circular-packaging-towards-bcg/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สศอ. ตั้งเป้าพัฒนาอุตสาหกรรมไทย ตามแผนโมเดลเศรษฐกิจใหม่ BCG โมเดลวาระแห่งชาติ ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/bcg-%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/bcg-%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 29 Mar 2021 09:48:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[BCG Economy Model]]></category>
		<category><![CDATA[BCG Model]]></category>
		<category><![CDATA[BCG โมเดล]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงอุตสาหกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ทองชัย ชวลิตพิเชฐ]]></category>
		<category><![CDATA[สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[โมเดลเศรษฐกิจใหม่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=16733</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เร่งขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจใหม่ BCG Economy Model หลังรัฐบาลได้ประกาศให้เป็นวาระแห่งชาติ ชูแนวคิดดึงคนรุ่นใหม่ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปพร้อมกันมุ่งเน้นการสร้างเศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) เพื่อเพิ่มมูลค่าเน้นพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) คำนึงถึงการนำวัสดุต่าง ๆ กลับมาใช้ประโยชน์ให้มากที่สุดอยู่ภายใต้เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) เป็นการพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคมและรักษาสิ่งแวดล้อมได้อย่างสมดุล พร้อมทั้งพัฒนายกระดับอุตสาหกรรมไทยให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาประเทศให้เกิดความมั่นคงและยั่งยืน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า หลังรัฐบาลได้ประกาศให้ BCG Model เป็นวาระแห่งชาติ กระทรวงอุตสาหกรรมได้แต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/bcg-%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4/">สศอ. ตั้งเป้าพัฒนาอุตสาหกรรมไทย ตามแผนโมเดลเศรษฐกิจใหม่ BCG โมเดลวาระแห่งชาติ ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เร่งขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจใหม่ BCG Economy Model หลังรัฐบาลได้ประกาศให้เป็นวาระแห่งชาติ ชูแนวคิดดึงคนรุ่นใหม่ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปพร้อมกันมุ่งเน้นการสร้างเศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) เพื่อเพิ่มมูลค่าเน้นพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) คำนึงถึงการนำวัสดุต่าง ๆ กลับมาใช้ประโยชน์ให้มากที่สุดอยู่ภายใต้เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) เป็นการพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคมและรักษาสิ่งแวดล้อมได้อย่างสมดุล พร้อมทั้งพัฒนายกระดับอุตสาหกรรมไทยให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาประเทศให้เกิดความมั่นคงและยั่งยืน</strong></p>
<p><span id="more-16733"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ</strong></span> <strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม</strong> เปิดเผยว่า หลังรัฐบาลได้ประกาศให้ <strong>BCG Model</strong> เป็นวาระแห่งชาติ กระทรวงอุตสาหกรรมได้แต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจสีเขียวเพื่อกำหนดแนวทางและบูรณาการจัดทำแผนงานโครงการให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทันต่อสถานการณ์และสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล โดยกระทรวงฯ มุ่งเน้นไปที่ 4 เป้าหมายหลัก</p>
<h3>BCG Model วาระแห่งชาติ มุ่งเน้น 4 เป้าหมายหลัก</h3>
<ol>
<li>สร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ เน้นเพิ่มผลผลิต สร้างมูลค่าเพิ่มสร้างโมเดลธุรกิจและผู้ประกอบการใหม่</li>
<li>สร้างความยั่งยืนทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วยการลดการใช้ทรัพยากรและพลังงานลดของเสียและมลพิษสิ่งแวดล้อม</li>
<li>สร้างความยั่งยืนให้ภาคอุตสาหกรรมตามนโยบายตลาดและนวัตกรรมนำอุตสาหกรรมไทย และ</li>
<li>ตอบโจทย์การพัฒนาที่ยั่งยืน ภายใต้แนวคิดเพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมนำไปใช้ประโยชน์ในองค์กรและเกิดประโยชน์สูงสุด เนื่องจากปัญหาสิ่งแวดล้อมถือเป็นปัญหาระดับโลกที่ทุกคนให้ความสำคัญ พร้อมสั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรมเร่งดำเนินการให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป</li>
</ol>
<figure id="attachment_16735" aria-describedby="caption-attachment-16735" style="width: 680px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-16735" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/Thongchai-Chawalitpichaet.jpg" alt="นายทองชัย ชวลิตพิเชฐ" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/Thongchai-Chawalitpichaet.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/Thongchai-Chawalitpichaet-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/Thongchai-Chawalitpichaet-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/Thongchai-Chawalitpichaet-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /><figcaption id="caption-attachment-16735" class="wp-caption-text">นายทองชัย ชวลิตพิเชฐ</figcaption></figure>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายทองชัย ชวลิตพิเชฐ</strong> </span><strong>ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม</strong> กล่าวว่า สศอ. ได้เล็งเห็นความสำคัญของระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาทั้งในระดับสากลและวาระแห่งชาติเรื่อง BCG Economy Model จึงได้จัดทำแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อเป็นกรอบแนวทางในการขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยการบูรณาการทำงานของทุกภาคส่วน ภายใต้วิสัยทัศน์ มุ่งสร้างมูลค่าสูงสุดจากทรัพยากรธรรมชาติ ควบคู่กับการลดของเสียให้เหลือน้อยที่สุดหรือเป็นศูนย์ (Zero Waste) เน้นการปรับโครงสร้างการผลิตสู่รูปแบบใหม่ที่คำนึงถึงการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและครบวงจร ตั้งแต่การผลิต การบริโภค การจัดการของเสีย จนถึงการนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่ เพื่อลดปัญหาสิ่งแวดล้อม ลดของเสีย และสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจแก่ประเทศด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดการใช้ทรัพยากร ปรับกระบวนการผลิตและการออกแบบให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมโดยนำเทคโนโลยี นวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ การเพิ่มมูลค่าอุตสาหกรรมหรือสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่โดยนำของเสีย/วัสดุเหลือใช้มาใช้ประโยชน์ รวมทั้งการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการปรับรูปแบบธุรกิจสู่โมเดลธุรกิจหมุนเวียน และการสร้าง Circular Startup</p>
<p><strong>นายทองชัย</strong> กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมข้างต้นแล้ว สศอ. ยังได้นำเสนอมาตรการส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการพัฒนา (Cross-cutting Measures) ครอบคลุมทั้งในเรื่องกฎหมาย กฎระเบียบ สิทธิประโยชน์ และการพัฒนาระบบนิเวศ (Eco-system) ต่างๆ เช่น การพัฒนาระบบการมาตรฐานสำหรับเศรษฐกิจหมุนเวียน การปรับปรุงกฎระเบียบ เพื่อสนับสนุนการนำขยะ/ของเสียไปใช้เป็นทรัพยากรในการผลิต มาตรการการเงินการคลังเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมชีวภาพและอุตสาหกรรมตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน เป็นต้น โดย สศอ. ได้ผลักดันข้อเสนอมาตรการเหล่านี้ผ่านกลไกขับเคลื่อน BCG Model ในระดับประเทศ ควบคู่กับการผลักดันการดำเนินงานผ่านกลไกความร่วมมือเชิงบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งที่ผ่านมา สศอ. มีการขับเคลื่อนการดำเนินงานที่สำคัญ อาทิ มาตรการทางภาษีเพื่อกระตุ้นการใช้ผลิตภัณฑ์พลาสติกย่อยสลายได้ทางชีวภาพ โดยให้การรับรองผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพแก่ผู้ประกอบการ</p>
<p><strong>นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างดำเนินโครงการจัดทำแผนขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) สู่การพัฒนาในระดับพื้นที่กลุ่มจังหวัด ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 เพื่อจัดทำแผนขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนนำร่องในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน รวมทั้งกำหนดรูปแบบความเชื่อมโยงตลอดห่วงโซ่อุปทานและโมเดลต้นแบบการพัฒนาอุตสาหกรรมตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนในสาขาผลิตภัณฑ์เป้าหมายที่มีศักยภาพ ที่พร้อมนำไปขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติและขยายผลไปยังพื้นที่อื่นๆ ต่อไป</strong></p>
<hr />
<p>Source: สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/bcg-%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4/">สศอ. ตั้งเป้าพัฒนาอุตสาหกรรมไทย ตามแผนโมเดลเศรษฐกิจใหม่ BCG โมเดลวาระแห่งชาติ ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/bcg-%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สฟอ. จับมือ กฟผ. และพันธมิตร เดินหน้าดันการจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในไทย ตอบโจทย์เศรษฐกิจหมุนเวียน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%8b%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%8b%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 17 Sep 2020 03:31:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการซากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์]]></category>
		<category><![CDATA[การนำกลับมาใช้ใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนาที่ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอิเล็กทรอนิกส์]]></category>
		<category><![CDATA[ซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=14333</guid>

					<description><![CDATA[<p>สฟอ. ร่วมกับ กฟผ. ผนึกกำลังภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา เปิดตัวโครงการ “ศึกษาวิจัยจำลองกระบวนการจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์” เพื่อผลักดันให้เกิดระบบการจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ ขยะอิเล็กทรอนิกส์ ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน มุ่งให้เกิดการนำกลับมาใช้ใหม่ อย่างเป็นรูปธรรม ยั่งยืน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตามร่าง พ.ร.บ.ฯ ของกรมควบคุมมลพิษ นายณรัฐ รุจิรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (สฟอ.) เปิดเผยว่า โครงการศึกษาวิจัยจำลองกระบวนการจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ มุ่งหมายที่จะส่งเสริมให้เกิดระบบการจัดการซากผลิตภัณฑ์ฯ อย่างเป็นระบบและยั่งยืน และสอดคล้องกับร่าง พ.ร.บ. การจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของประเทศไทย&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%8b%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c/">สฟอ. จับมือ กฟผ. และพันธมิตร เดินหน้าดันการจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในไทย ตอบโจทย์เศรษฐกิจหมุนเวียน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สฟอ. ร่วมกับ กฟผ. ผนึกกำลังภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา เปิดตัวโครงการ “ศึกษาวิจัยจำลองกระบวนการจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์” เพื่อผลักดันให้เกิดระบบการจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ ขยะอิเล็กทรอนิกส์ ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน มุ่งให้เกิดการนำกลับมาใช้ใหม่ อย่างเป็นรูปธรรม ยั่งยืน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตามร่าง พ.ร.บ.ฯ ของกรมควบคุมมลพิษ</strong></p>
<p><span id="more-14333"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-14335" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/09/Narat.jpg" alt="นายณรัฐ รุจิรัตน์" width="600" height="528" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/09/Narat.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/09/Narat-300x264.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/09/Narat-150x132.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/09/Narat-500x440.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายณรัฐ รุจิรัตน์</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการสถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (สฟอ.)</strong> เปิดเผยว่า <strong>โครงการศึกษาวิจัยจำลองกระบวนการจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์</strong> มุ่งหมายที่จะส่งเสริมให้เกิดระบบการจัดการซากผลิตภัณฑ์ฯ อย่างเป็นระบบและยั่งยืน และสอดคล้องกับร่าง พ.ร.บ. การจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของประเทศไทย ซึ่งกำหนดประเภทของเครื่องใช้ไฟฟ้าที่สำคัญไว้ 5 ประเภท ได้แก่ 1) คอมพิวเตอร์ 2) เครื่องโทรศัพท์และโทรศัพท์ไร้สาย 3) เครื่องปรับอากาศ 4) เครื่องรับโทรทัศน์ 5) ตู้เย็น เนื่องจากปัจจุบันการใช้ผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มีอัตราเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-14337" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/09/Roleplay-Simulation-Waste-Electrical-Electronic-Equipment-Talk.jpg" alt="สฟอ. จับมือ กฟผ. และพันธมิตร เดินหน้าดันการจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในไทย ตอบโจทย์เศรษฐกิจหมุนเวียน" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/09/Roleplay-Simulation-Waste-Electrical-Electronic-Equipment-Talk.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/09/Roleplay-Simulation-Waste-Electrical-Electronic-Equipment-Talk-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/09/Roleplay-Simulation-Waste-Electrical-Electronic-Equipment-Talk-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/09/Roleplay-Simulation-Waste-Electrical-Electronic-Equipment-Talk-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p>จากข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษ ประเทศไทยเกิดซากผลิตภัณฑ์ฯ เป็นจำนวนมากกว่า 400,000 ตันต่อปี ซากผลิตภัณฑ์ฯ เหล่านี้มีส่วนประกอบทั้งส่วนที่มีมูลค่าและส่วนที่มีความเป็นพิษต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ซึ่งในปัจจุบันประเทศไทยก็ยังไม่มีระบบการจัดการซากผลิตภัณฑ์ฯ ที่เหมาะสมและครอบคลุมทั้งการจัดเก็บ การรวบรวม การคัดแยก การถอดแยกชิ้นส่วน และการกำจัดซากผลิตภัณฑ์ฯ อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการและเป็นระบบทำให้ประชาชนทิ้งซากผลิตภัณฑ์ฯ ปนอยู่กับสิ่งปฏิกูลและขยะมูลฝอย หรือมีการจัดการที่ไม่เหมาะสม ส่งผลให้เกิดการปนเปื้อนออกสู่สิ่งแวดล้อม และอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพอนามัยของผู้ถอดแยกและสะสมในสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลในการผลักดันให้เกิดระบบการจัดการซากผลิตภัณฑ์ฯ ที่สอดคล้องกับร่าง พ.ร.บ.ฯ ต้องอาศัยความร่วมมือจากทั้งกลุ่มผู้ผลิต ผู้รวบรวม ผู้ขนส่งและโรงงานถอดแยกชิ้นส่วน จึงต้องทำการศึกษาวิจัยและดำเนินโครงการศึกษาวิจัยจำลองกระบวนการจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โดยมีระยะเวลาดำเนินโครงการ 15 เดือน ตั้งแต่เดือนกันยายน 2563 – พฤศจิกายน 2564 ทั้งนี้ โครงการฯ จะเริ่มดำเนินกิจกรรมรับคืนซาก ประมาณการไว้ในช่วงเดือนมกราคม – มีนาคม 2564 และดำเนินการขั้นตอนต่าง ๆ ผ่านระบบฐานข้อมูล Digital WEEE Manifest ซึ่งเป็นระบบที่พัฒนาเพื่อเป็นเครื่องมือติดตามซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางและจะดำเนินการนำร่องในพื้นที่ตัวอย่าง 2 พื้นที่ได้แก่ จังหวัดนนทบุรี และจังหวัดบุรีรัมย์</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-14339" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/09/Yongyut.jpg" alt="นายยงยุทธ ศรีชัย" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/09/Yongyut.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/09/Yongyut-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/09/Yongyut-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/09/Yongyut-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายยงยุทธ ศรีชัย</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารด้านการใช้ไฟฟ้าและกิจการเพื่อสังคม กฟผ.</strong> กล่าวถึงการมีส่วนร่วมของ กฟผ. ในฐานะผู้สนับสนุนหลักโครงการศึกษาวิจัยฯ ครั้งนี้ว่า นอกจากการผลิตและจัดหาพลังงานไฟฟ้าให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนคนไทยแล้ว กฟผ. ยังมีอีกหนึ่งบทบาทในการส่งเสริมให้ประชาชนใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพผ่านมาตรการติดฉลากแสดงระดับประสิทธิภาพกับผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าหรือ “โครงการฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5” รวมถึงมีความตระหนักต่อการพัฒนาที่สมดุลตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสอดรับกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals; SDGs) ตลอดจนสร้างความตระหนักให้ผู้ประกอบการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เกิดการปรับปรุง พัฒนากระบวนการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และลดการใช้สารอันตรายในเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ทำให้เกิดการนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) อย่างเป็นรูปธรรม ยั่งยืน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อันเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างความยั่งยืนด้านทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และพลังงานของประเทศไทย</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-14336" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/09/Roleplay-Simulation-Waste-Electrical-Electronic-Equipment-Excusive-Group.jpg" alt="สฟอ. จับมือ กฟผ. และพันธมิตร เดินหน้าดันการจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในไทย ตอบโจทย์เศรษฐกิจหมุนเวียน" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/09/Roleplay-Simulation-Waste-Electrical-Electronic-Equipment-Excusive-Group.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/09/Roleplay-Simulation-Waste-Electrical-Electronic-Equipment-Excusive-Group-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/09/Roleplay-Simulation-Waste-Electrical-Electronic-Equipment-Excusive-Group-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/09/Roleplay-Simulation-Waste-Electrical-Electronic-Equipment-Excusive-Group-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%8b%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c/">สฟอ. จับมือ กฟผ. และพันธมิตร เดินหน้าดันการจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในไทย ตอบโจทย์เศรษฐกิจหมุนเวียน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%8b%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เอสซีจี ชวน วุ้นเส้นตราต้นสน ร่วมส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน เลือกใช้ถุงกระดาษรีไซเคิลแทนถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%96%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%84%e0%b8%8b%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%a5/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%96%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%84%e0%b8%8b%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%a5/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 26 Nov 2019 03:38:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Single – Use Plastic]]></category>
		<category><![CDATA[ถุงกระดาษจากวัสดุรีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการใช้ถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[วุ้นเส้นตราต้นสน]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี]]></category>
		<category><![CDATA[แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=11008</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธุรกิจแพคเกจจิ้ง เอสซีจี โดย นายเอกราช นิโรจน์ ผู้อำนวยการสำนักงานการตลาด บริษัทสยามคราฟท์อุตสาหกรรม จำกัด ร่วมกับ ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์จากถั่วเขียว และวุ้นเส้นตราต้นสน ต้นถั่ว ต้นไผ่ โดย นางพรรณา ปัญจวีณิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท สิทธินันท์ จำกัด รักษาสิ่งแวดล้อมตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยลดการใช้ถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single-use plastic) และเลือกใช้ถุงกระดาษจากวัสดุรีไซเคิลจากเอสซีจี เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าในการใช้บรรจุสินค้า สร้างการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้ถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง และสร้างการมีส่วนร่วมในการรักษาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่อย่างยั่งยืน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%96%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%84%e0%b8%8b%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%a5/">เอสซีจี ชวน วุ้นเส้นตราต้นสน ร่วมส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน เลือกใช้ถุงกระดาษรีไซเคิลแทนถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ธุรกิจแพคเกจจิ้ง เอสซีจี โดย นายเอกราช นิโรจน์ ผู้อำนวยการสำนักงานการตลาด บริษัทสยามคราฟท์อุตสาหกรรม จำกัด ร่วมกับ ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์จากถั่วเขียว และวุ้นเส้นตราต้นสน ต้นถั่ว ต้นไผ่ โดย นางพรรณา ปัญจวีณิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท สิทธินันท์ จำกัด รักษาสิ่งแวดล้อมตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยลดการใช้ถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single-use plastic) และเลือกใช้ถุงกระดาษจากวัสดุรีไซเคิลจากเอสซีจี เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าในการใช้บรรจุสินค้า สร้างการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้ถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง และสร้างการมีส่วนร่วมในการรักษาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่อย่างยั่งยืน</strong><span id="more-11008"></span></p>
<p>ซึ่งได้เริ่มใช้งานเป็นครั้งแรกที่บูธจำหน่ายผลิตภัณฑ์วุ้นเส้นตราต้นสน ในงานกาชาดประจำปี 2562 ณ สวนลุมพินี เมื่อวันที่ 15 &#8211; 24 พ.ย. 2562 ที่ผ่านมา และจะดำเนินการส่งเสริมการใช้ถุงกระดาษรีไซเคิลให้มากขึ้นต่อไป จึงนับเป็นการเริ่มต้นความร่วมมืออันดีของวุ้นเส้นตราต้นสน และธุรกิจแพคเกจจิ้ง เอสซีจี ในการผสานพลังเพื่อตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อมตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียนของเอสซีจี หรือ SCG Circular Way</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%96%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%84%e0%b8%8b%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%a5/">เอสซีจี ชวน วุ้นเส้นตราต้นสน ร่วมส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน เลือกใช้ถุงกระดาษรีไซเคิลแทนถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%96%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%84%e0%b8%8b%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%a5/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การประเมินวัฏจักรชีวิต : เครื่องมือเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียน ที่ยั่งยืนของอุตสาหกรรม</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%8f%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%8f%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 30 Oct 2019 02:35:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Article]]></category>
		<category><![CDATA[Biorefinery]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[LCA]]></category>
		<category><![CDATA[Life Cycle Assessment]]></category>
		<category><![CDATA[การประเมินวัฏจักรชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[ธภัทร ศิลาเลิศรักษา]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบการผลิต]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมการผลิต]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[ไบโอรีไฟเนอรี่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=10546</guid>

					<description><![CDATA[<p>ช่วงนี้เราอาจได้ยินการพูดถึงกันมากเกี่ยวกับเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ซึ่งกำลังเป็นที่กระแสที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง โดยเชื่อกันว่าเป็นแนวทางที่อุตสาหกรรมควรนำมาใช้เพื่อมาทดแทนระบบเศรษฐกิจเก่า ซึ่งมักเป็นแบบเส้นตรง (Linear Economy) เป็นระบบการผลิตที่มุ่งเน้นการสร้างผลประกอบการทางธุรกิจโดยการนำทรัพยากรมาใช้เพื่อผลิตสินค้าไปสู่ผู้ใช้งานและเมื่อสินค้าหมดอายุก็จะถูกนำไปกำจัด หรือที่เรียกว่า “Take-Make-Dispose” ส่วนใหญ่มักจบลงที่การนำไปฝังกลบ แต่เศรษฐกิจหมุนเวียนเป็นกลยุทธ์ที่เกิดจากแรงบันดาลใจว่าเราจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ สังคม หรือทางธุรกิจอย่างไร ในขณะที่สามารถลดการใช้ทรัพยากรและผลกระทบสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปด้วยซึ่งแนวทางอาจไม่จำกัดเฉพาะเรื่องของการลด (Reduce) การนำกลับมาใช้ซ้ำ (Reuse) และการนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) อย่างที่อุตสาหกรรมเคยพยายามทำอยู่แล้วในอดีต แต่เศรษฐกิจหมุนเวียนในที่นี้จะหมายรวมไปถึงโมเดลธุรกิจแบบอื่นๆ ทั้งเรื่องของ (1) Circular Supply เช่น การใช้วัสดุรีไซเคิล ใช้พลังงานหมุนเวียน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%8f%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95/">การประเมินวัฏจักรชีวิต : เครื่องมือเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียน ที่ยั่งยืนของอุตสาหกรรม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ช่วงนี้เราอาจได้ยินการพูดถึงกันมากเกี่ยวกับเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ซึ่งกำลังเป็นที่กระแสที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง โดยเชื่อกันว่าเป็นแนวทางที่อุตสาหกรรมควรนำมาใช้เพื่อมาทดแทนระบบเศรษฐกิจเก่า ซึ่งมักเป็นแบบเส้นตรง (Linear Economy) เป็นระบบการผลิตที่มุ่งเน้นการสร้างผลประกอบการทางธุรกิจโดยการนำทรัพยากรมาใช้เพื่อผลิตสินค้าไปสู่ผู้ใช้งานและเมื่อสินค้าหมดอายุก็จะถูกนำไปกำจัด หรือที่เรียกว่า “Take-Make-Dispose” ส่วนใหญ่มักจบลงที่การนำไปฝังกลบ แต่เศรษฐกิจหมุนเวียนเป็นกลยุทธ์ที่เกิดจากแรงบันดาลใจว่าเราจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ สังคม หรือทางธุรกิจอย่างไร ในขณะที่สามารถลดการใช้ทรัพยากรและผลกระทบสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปด้วยซึ่งแนวทางอาจไม่จำกัดเฉพาะเรื่องของการลด (Reduce) การนำกลับมาใช้ซ้ำ (Reuse) และการนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) อย่างที่อุตสาหกรรมเคยพยายามทำอยู่แล้วในอดีต</strong><span id="more-10546"></span></p>
<p>แต่เศรษฐกิจหมุนเวียนในที่นี้จะหมายรวมไปถึงโมเดลธุรกิจแบบอื่นๆ ทั้งเรื่องของ (1) Circular Supply เช่น การใช้วัสดุรีไซเคิล ใช้พลังงานหมุนเวียน หรือทรัพยากรชีวภาพที่ย่อยสลายและสร้างใหม่ได้ (2) Resource Recovery เช่น การลดการสูญเสียวัตถุดิบและการหาทางนำกลับมาใช้ใหม่ (3) Product Life Extension เช่น การยืดอายุผลิตภัณฑ์โดยการซ่อมแซม การปรับปรุงคุณภาพไปจนถึงการนำกลับไปขายใหม่ (4) การสร้างแพลตฟอร์มของการแบ่งปัน (Sharing Platform) หรือการร่วมมือกันระหว่างผู้ใช้งาน และ (5) Product as a Service เช่น การให้เช่าผลิตภัณฑ์หรือการให้บริการแก่ผู้ที่ต้องการใช้เป็นครั้งๆ โดยหวังว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจากระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนนี้จะนำไปสู่การแก้ปัญหาที่กังวล เช่น ทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดและอาจไม่เพียงพอสำหรับการผลิตเพื่อตอบสนองความต้องการที่กำลังเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว จากการเพิ่มขึ้นของประชากรและการเติบโตของเมืองและเศรษฐกิจ หรือปัญหาสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะ<a title="14 วิธีเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change)" href="https://www.greennetworkthailand.com/วิธี-ลดโลกร้อน-climate-change/">การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</a>อันเกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เพิ่มมาก</p>
<p>แต่หลายคนเคยตั้งคำถามหรือไม่ว่าอะไรที่จะช่วยบอกว่า เศรษฐกิจหมุนเวียนเรากำลังดำเนินการหรือจะดำเนินการนั้นมันยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรได้อย่างแท้จริง หรือการที่อุตสาหกรรมพยายามนำเสนอแนวทางการนำผลิตภัณฑ์มาใช้ซ้ำ หรือนำกลับมาใช้ใหม่เพื่อต้องการปิดลูป (Closing the Loop) ไม่ต้องไปสู่การกำจัดโดยวิธีฝังกลบนั้นจะพอเพียงจริงหรือ? หรือจะช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมได้แค่ไหนเมื่อเทียบกับแบบเดิม? ตัวอย่างเช่น หากบริษัทวางกลยุทธ์เศรษฐกิจหมุนเวียนโดยการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้มีการใช้วัสดุรีไซเคิลให้มากที่สุด แต่ผลที่ตามมาก็คือ อาจต้องแลกกับคุณภาพของผลิตภัณฑ์ในเชิงอายุการใช้งานต้องลดลง หรือแม้แต่ผลกระทบอื่นที่เกิดขึ้นจากการใช้พลังงานและน้ำในการรีไซเคิลวัสดุนั้นเพื่อนำกลับมาใช้ซ้ำ หรือแม้แต่การเก็บรวบรวมและขนส่งมากลับมาเพื่อการใช้ซ้ำ</p>
<p>ดังนั้นการปิดลูปอย่างเดียวโดยไม่ได้พิจารณาถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นตามมาอาจไม่เพียงพอและไม่ใช่เครื่องการันตีความสำเร็จด้านสิ่งแวดล้อม ในบทความนี้จึงขอนำเสนอถึงเครื่องมือหนึ่งที่เป็นพื้นฐานสำคัญในการนำไปใช้คู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียน รวมไปถึงเพื่อบ่งชี้ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมของระบบการผลิตของอุตสาหกรรม ก็คือ “<strong>การประเมินวัฏจักรชีวิต (Life Cycle Assessment)</strong>” หรือที่เรียกกันโดยย่อว่า “<strong>LCA</strong>”</p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/Recycle-Bin.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-10550 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/Recycle-Bin.jpg" alt="LCA: การประเมินวัฏจักรชีวิต (Life Cycle Assessment)" width="517" height="277" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/Recycle-Bin.jpg 517w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/Recycle-Bin-300x161.jpg 300w" sizes="(max-width: 517px) 100vw, 517px" /></a></p>
<p><strong>LCA</strong> คือ กระบวนการประเมินหาขนาดของผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้น โดยพิจารณาตลอดวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ บริการหรือโมเดลทางธุรกิจ หรือก็คือการพิจารณาตั้งแต่กระบวนการได้มาซึ่งวัตถุดิบ การขนส่ง การแปรรูปวัตถุดิบ การผลิตจนได้เป็นผลิตภัณฑ์ การนำผลิตภัณฑ์ไปใช้งาน จนกระทั่งการกำจัดทำลายหลังหมดอายุการใช้งาน ซึ่ง <strong>LCA</strong> นี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะเป็นเครื่องมือด้านสิ่งแวดล้อมที่ถูกใช้มานานกว่า 20 ปี จนปัจจุบัน <strong>LCA</strong> ได้ถูกยอมรับอย่างกว้างขวางทั่วโลกและถูกกำหนดเป็นมาตรฐานสากล ISO14040/44 Standards (International Organization for Standardization, 2006) ซึ่งอยากจะเน้นย้ำให้เห็นถึงความสำคัญของ <strong>LCA</strong> และความจำเป็นที่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมควรต้องนำไปใช้ควบคู่กับการดำเนินงานด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน ดังตัวอย่างกรณีศึกษาของอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายของไทย ที่พยายามในการใช้ประโยชน์จากชีวมวลที่เกิดขึ้นตลอดห่วงโซ่คุณค่าให้มีประสิทธิภาพสูงที่สุด โดยอาศัยแนวคิด “<strong>ไบโอรีไฟเนอรี่ (Biorefinery)</strong>” กล่าวคือ การแปรรูปชีวมวลจากอ้อยไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง เช่น เชื้อเพลิงชีวภาพ เคมีชีวภาพ ไฟฟ้า ความร้อน หรือวัสดุ โดยเป็นหลักคิดเดียวกับโรงกลั่นนมันที่มีน้ำมันดิบเข้ามาเป็นวัตถุดิบแต่ได้ผลิตภัณฑ์ออกมาเป็นหลายอย่าง ซึ่งกลุ่มวิจัยการประเมินวัฏจักรชีวิต บัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้ทำการศึกษาถึงรูปแบบของระบบไบโอรีไฟเนอรี่ของการนำใบอ้อยกลับไปใช้ประโยชน์เพื่อการผลิตพลังงาน การนำน้ำกากส่าของโรงเอทานอลไปใช้งานร่วมกับกากหม้อกรองของโรงงานน้ำตาลเพื่อไปผลิตปุ๋ยและกลับไปใช้งานในไร่อ้อยอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเหล่านี้เป็นตัวอย่างของการหมุนเวียนที่เกิดขึ้นแต่ต้องแลกกับการใช้พลังงานส่วนเพิ่มจากกิจกรรม เช่น การตัดอ้อยและเก็บใบอ้อยด้วยเครื่องจักร การขนส่งใบอ้อย การใช้พลังงานในช่วงการผลิตปุ๋ย และการขนส่งปุ๋ยกลับสู่ไร่ ดังนั้น <strong>LCA</strong> จึงถูกนำมาใช้เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพของระบบดังกล่าวกับแบบปกติที่ไม่ดำเนินการและมีการเผาใบอ้อยช่วงเก็บเกี่ยวเหมือนเดิม ซึ่งผลการประเมิน <strong>LCA</strong> ช่วยชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนกว่าระบบไบโอรีไฟเนอรี่ดังกล่าวสามารถลดผลกระทบด้านการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ภาวะความเป็นกรด ภาวะการเกิดโฟโตเคมิคอลออกซิเดชั่น และการเกิดฝุ่นละอองลงได้ร้อยละ 40-90 เมื่อเปรียบเทียบกับกรณีปกติที่ไม่มีการดำเนินการ</p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/Life-Cycle-Assessment.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-10549 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/Life-Cycle-Assessment.jpg" alt="LCA" width="800" height="329" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/Life-Cycle-Assessment.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/Life-Cycle-Assessment-300x123.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/Life-Cycle-Assessment-768x316.jpg 768w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></a></p>
<p>ดังนั้น <strong>LCA</strong> จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้อุตสาหกรรมสามารถประเมินประสิทธิภาพความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมของโมเดลธุรกิจหมุนเวียนที่กำลังจะพัฒนาขึ้นใหม่ว่าก่อนที่จะนำไปดำเนินการจริงว่ามีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด หรือจะช่วยทำให้อุตสาหกรรมสามารถเลือกใช้กลยุทธ์ได้อย่างเหมาะสม เช่น การรีไซเคิล การใช้ซ้ำ หรือแม้แต่แนวทางการกำจัดซาก และด้วยจุดแข็งของ <strong>LCA</strong> ที่ผลกระทบสิ่งแวดล้อมทั้งหมดที่เกิดขึ้นทุกช่วงของวัฏจักรชีวิตทำให้เราสามารถวิเคราะห์เชิงลึกได้ถึงสาเหตุของปัญหาเพื่อกำหนดแนวทางแก้ไขหรือป้องกันได้อย่างเหมาะสม รวมถึงยังสามารถนำผลประเมินไปใช้ในการตั้งเป้าหมายและติดตามผลการปรับปรุงได้อย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ ปัจจุบัน <strong>LCA</strong> ยังเป็นเครื่องมือสำคัญของการดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อมของอุตสาหกรรมในเรื่องอื่นๆ เช่น การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต การสนับสนุนการทำ ISO14001 การจัดทำและการรับรองฉลากสิ่งแวดล้อม เช่น ฉลากคาร์บอนฟุตพรินต์ของผลิตภัณฑ์ขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก ฉลากวอเตอร์ฟุตพรินต์ของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เป็นต้น</p>
<p><strong>ทั้งหมดนี้ ผู้เขียนหวังว่าผู้อ่านจะได้เห็นถึงความสำคัญของ LCA ที่เริ่มเข้ามามีบทบาทต่ออุตสาหกรรม ซึ่งผู้ประกอบการอุตสาหกรรมจึงควรต้องปรับกระบวนทัศน์และหาทางนำเครื่องมือ LCA ไปประยุกต์ใช้กับโมเดลธุรกิจของตนเองต่อไปในอนาคต</strong></p>
<hr />
<p>Source: นิตยสาร Green Network ฉบับที่ 95 กันยายน-ตุลาคมคม 2562 คอลัมน์ GREEN Article<br />
โดย ผศ. ดร.ธภัทร ศิลาเลิศรักษา JGSEE มจธ.</p>
<p>เอกสารอ้างอิง</p>
<ul>
<li>Silalertruksa, T., Pongpat, P., Gheewala, S.H., 2017. Life cycle assessment for enhancing environmental sustainability of sugarcane biorefinery in Thailand, Journal of Cleaner Production, Vol. 140, Part 2, pp.906-913</li>
<li>Silalertruksa, T., Gheewala, S.H., 2019. Competitive use of sugarcane for food, fuel, and biochemical through the environmental and economic factors. The International Journal of Life Cycle Assessment. https://doi.org/10.1007/s11367-019-01664-0</li>
</ul>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%8f%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95/">การประเมินวัฏจักรชีวิต : เครื่องมือเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียน ที่ยั่งยืนของอุตสาหกรรม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%8f%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มูลนิธิไอวีแอล จับมือ GEPP ร่วมโครงการจัดเก็บขยะรีไซเคิลเพื่อความยั่งยืน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%84%e0%b8%8b%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%a5/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%84%e0%b8%8b%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%a5/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 27 Aug 2019 08:52:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[GEPP]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดเก็บขยะรีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[การรีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[ขวดพลาสติก PET]]></category>
		<category><![CDATA[คัดแยกขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[จัดเก็บขยะรีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[ถังขยะรีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[มยุรี อรุณวรานนท์]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิไอวีแอล]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิลขวดพลาสติก PET]]></category>
		<category><![CDATA[ลดปัญหาขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[สุจิตรา โลเฮีย]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กร GEPP]]></category>
		<category><![CDATA[แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=8760</guid>

					<description><![CDATA[<p>มูลนิธิไอวีแอล จับมือ องค์กร GEPP (เก็บ) ลงนามบันทึกความร่วมมือใน “โครงการจัดเก็บขยะรีไซเคิลเพื่อความยั่งยืน&#8221; เพื่อนำขวดพลาสติก PET มาเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลด้วยแนวคิดระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ในโอกาสเดียวกันนี้ มูลนิธิไอวีแอลได้มอบถังขยะรีไซเคิลกว่า 70 ใบ แก่สถานทูต 5 แห่ง ได้แก่ สถานทูตโปรตุเกส สถานทูตเนเธอร์แลนด์ สถานทูตอินเดีย สถานทูตอินโดนีเซีย และสถานทูตมาเลเซีย หวังสร้างความร่วมมือในการจัดเก็บ และคัดแยกขยะเพื่อนำมารีไซเคิลอย่างยั่งยืนต่อไป นางสุจิตรา โลเฮีย ประธานมูลนิธิไอวีแอล&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%84%e0%b8%8b%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%a5/">มูลนิธิไอวีแอล จับมือ GEPP ร่วมโครงการจัดเก็บขยะรีไซเคิลเพื่อความยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>มูลนิธิไอวีแอล จับมือ องค์กร GEPP (เก็บ) ลงนามบันทึกความร่วมมือใน “โครงการจัดเก็บขยะรีไซเคิลเพื่อความยั่งยืน&#8221; เพื่อนำขวดพลาสติก PET มาเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลด้วยแนวคิดระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ในโอกาสเดียวกันนี้ มูลนิธิไอวีแอลได้มอบถังขยะรีไซเคิลกว่า 70 ใบ แก่สถานทูต 5 แห่ง ได้แก่ สถานทูตโปรตุเกส สถานทูตเนเธอร์แลนด์ สถานทูตอินเดีย สถานทูตอินโดนีเซีย และสถานทูตมาเลเซีย หวังสร้างความร่วมมือในการจัดเก็บ และคัดแยกขยะเพื่อนำมารีไซเคิลอย่างยั่งยืนต่อไป</strong><span id="more-8760"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นางสุจิตรา โลเฮีย</strong></span> <strong>ประธานมูลนิธิไอวีแอล</strong> กล่าวว่า “มูลนิธิไอวีแอล เป็นองค์กรที่ดำเนินการด้านสาธารณประโยชน์ และความเป็นอยู่ที่ดีเพื่อความยั่งยืนของสังคม จึงตระหนักดีถึงภารกิจและความรับผิดชอบที่มีต่อสังคมโดยรวม โดยมุ่งที่จะลดและจำกัดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และชุมชน โดยสนับสนุนการสร้างความตระหนักรู้แก่สังคมในการลดของเสียจากอุตสาหกรรม และบ้านเรือน โดยให้ความรู้ในเรื่องการนำกลับมาใช้ใหม่ การจัดเก็บผลิตภัณฑ์ และนำมารีไซเคิลอย่างถูกต้องเหมาะสม ซึ่ง PET เป็นพลาสติกที่สามารถนำมารีไซเคิลได้ 100%</p>
<p>“โดยการลงนามความร่วมมือกับ <strong>GEPP</strong> ในครั้งนี้ มูลนิธิไอวีแอลได้ร่วมมือกับ <strong>GEPP</strong> ซึ่งเป็นองค์กรที่ให้ความรู้ด้านการคัดแยกขยะและวัสดุรีไซเคิล รวมถึงเป็นแหล่งพบปะกันสำหรับผู้ที่ต้องการขายและผู้รับซื้อวัสดุรีไซเคิลในชุมชนออนไลน์ ซึ่งสมาชิกผู้รับซื้อบนแพลตฟอร์มจะให้บริการรับซื้อวัสดุในเขตกรุงเทพฯ ถึงบ้านและออฟฟิศเลย โดย สมาชิกผู้รับซื้อบนแพลตฟอร์ม GEPP จะรวบรวมวัสดุรีไซเคิลที่รับซื้อมาและคัดแยกเพิ่มเติมเพื่อให้เข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลอย่างเหมาะสมต่อไป เช่น ขวดพลาสติก PET ที่ได้ผ่านการแยกประเภทสี และแยกวัสดุพลาสติกประเภทอื่นๆ ออกไปแล้วสามารถ นำไปผ่านกระบวนการรีไซเคิลเป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิล และเส้นใยโพลีเอสเตอร์ เพื่อใช้ผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น เสื้อผ้า ภาชนะบรรจุภัณฑ์สำหรับอาหารและเครื่องดื่ม เนื่องจากมีความสะอาดและมีคุณภาพทัดเทียมกับขวดพลาสติก PET ใหม่ โดยมีเป้าหมายช่วยลดขยะขวดพลาสติก PET ได้ไม่ต่ำกว่าปีละ 10 ล้านขวด ซึ่งเราหวังว่า ภายใต้ความร่วมมือในโครงการรีไซเคิลขวดพลาสติก PET กับ GEPP ในครั้งนี้ จะช่วยลดจำนวนขยะขวดพลาสติก PET ในชุมชน รวมถึงเผยแพร่ความรู้แก่ประชาชนถึงความจำเป็นของการรีไซเคิล และการคัดแยกและจัดเก็บอย่างถูกวิธี เพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกอย่างยั่งยืนต่อไป” นางสุจิตรา กล่าว</p>
<figure id="attachment_8762" aria-describedby="caption-attachment-8762" style="width: 900px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/ivl-geep.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-8762 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/ivl-geep.jpg" alt="มูลนิธิไอวีแอลจับมือ GEPPร่วมโครงการจัดเก็บขยะรีไซเคิลเพื่อความยั่งยืน" width="900" height="600" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/ivl-geep.jpg 900w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/ivl-geep-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/ivl-geep-768x512.jpg 768w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></a><figcaption id="caption-attachment-8762" class="wp-caption-text">มูลนิธิไอวีแอลจับมือ GEPPร่วมโครงการจัดเก็บขยะรีไซเคิลเพื่อความยั่งยืน</figcaption></figure>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นางสาวมยุรี อรุณวรานนท์</strong></span> <strong>ซีอีโอ และผู้ร่วมก่อตั้งองค์กร GEPP</strong> (เก็บ) ซึ่งเป็นดิจิทัลแพลตฟอร์มที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงระหว่างผู้ที่มีวัสดุรีไซเคิลกับผู้รับซื้อ กล่าวว่า “เราทำงานด้านการจัดเก็บขยะรีไซเคิลมาปีกว่าแล้ว จากการศึกษาพฤติกรรมของคนเมือง และปัญหาต่างๆ ที่ทำให้การจัดเก็บขยะรีไซเคิลยังไม่มากพอเท่าที่ควรจะเป็น ทั้งที่ตอนนี้คนไทยก็มีความตื่นตัว และรณรงค์เรื่องของการทิ้งขยะพลาสติกกันอย่างกว้างขวาง ซึ่งจากการลงมือทำงานแล้วพบว่า สิ่งที่ทุกคนต้องเรียนรู้คือ หนึ่ง ต้องมีความรู้ในการรู้จักวัสดุขยะของตัวเองที่บ้าน สอง ต้องคัดแยกขยะให้ถูกประเภท และสาม ต้องมีระบบมารองรับให้คนที่พร้อมที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ซึ่ง GEPP สามารถสร้างสามสิ่งนี้ให้เกิดขึ้นได้พร้อมกันเพื่อเป็นการสร้างพฤติกรรมแยกขยะและวัสดุรีไซเคิลที่ผู้บริโภคทำได้จริง ทั้งนี้ GEPP มีแผนจะทยอยขยายพื้นที่ให้บริการจากเขตกรุงเทพฯ ชั้นใน เช่น ทองหล่อ ปทุมวัน ขยายไปสู่กรุงเทพรอบนอก และอีก 10 จังหวัดที่มีปัญหาด้านขยะในอนาคต และมั่นใจว่า ความร่วมมือกับมูลนิธิไอวีแอลในครั้งนี้ จะเป็นหนึ่งในพลังขับเคลื่อนที่มีส่วนช่วยลดปัญหาด้านขยะพลาสติกของประเทศไทยให้ลดลงได้ และทำให้คนไทยมีความตระหนักรู้ และร่วมใจกันแยกขยะและวัสดุรีไซเคิลอย่างถูกวิธีเพื่อลดการใช้หลุมฝังกลบหรือเผาขยะที่ทำลายสิ่งแวดล้อม”</p>
<p><strong>สำหรับผู้ที่สนใจมีส่วนร่วมในการลดปัญหาขยะพลาสติก PET ร่วมกับมูลนิธิไอวีแอล และ GEPP สามารถติดต่อ ได้ผ่าน 4 ช่องทาง คือ เฟซบุ๊ก GEPP Thailand, Line ID: @GEPP, Web Apps: https://call.gepp.me/login และโทรศัพท์ 064-043-7166</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%84%e0%b8%8b%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%a5/">มูลนิธิไอวีแอล จับมือ GEPP ร่วมโครงการจัดเก็บขยะรีไซเคิลเพื่อความยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%84%e0%b8%8b%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%a5/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>45 พันธมิตรผนึกพลัง เร่งผลักดันแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน แก้วิกฤตทรัพยากรขาดแคลนและขยะล้นโลก</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/scg-%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/scg-%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 27 Aug 2019 03:18:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[การกำจัดขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหารจัดการระบบจัดเก็บขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[การรีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะทะเล]]></category>
		<category><![CDATA[บริหารจัดการกากอุตสาหกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี]]></category>
		<category><![CDATA[แก้วิกฤตทรัพยากรขาดแคลน]]></category>
		<category><![CDATA[แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=8702</guid>

					<description><![CDATA[<p>45 พันธมิตรผนึกพลัง เร่งผลักดันแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ตลอดวงจรการผลิต-บริโภค-นำกลับมาใช้ใหม่ให้คุ้มค่า รณรงค์ “ใช้ให้คุ้ม แยกให้เป็น ทิ้งให้ถูก” แก้วิกฤตทรัพยากรขาดแคลนและขยะล้นโลก 26 สิงหาคม 2562: กรุงเทพฯ &#8211; 45 พันธมิตรภาครัฐ เอกชน และประชาชน ทั้งระดับประเทศและระดับโลก ผนึกกำลังในงาน “SD Symposium 10 Years: Collaboration for Action” ระดมสมองลุยแก้วิกฤตทรัพยากรด้วยแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน รณรงค์การ “ใช้ให้คุ้ม&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/scg-%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99/">45 พันธมิตรผนึกพลัง เร่งผลักดันแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน แก้วิกฤตทรัพยากรขาดแคลนและขยะล้นโลก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>45 พันธมิตรผนึกพลัง เร่งผลักดันแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ตลอดวงจรการผลิต-บริโภค-นำกลับมาใช้ใหม่ให้คุ้มค่า รณรงค์ “ใช้ให้คุ้ม แยกให้เป็น ทิ้งให้ถูก” แก้วิกฤตทรัพยากรขาดแคลนและขยะล้นโลก</strong><br />
<span id="more-8702"></span></p>
<p>26 สิงหาคม 2562: กรุงเทพฯ &#8211; 45 พันธมิตรภาครัฐ เอกชน และประชาชน ทั้งระดับประเทศและระดับโลก ผนึกกำลังในงาน “<strong>SD Symposium 10 Years: Collaboration for Action</strong>” ระดมสมองลุยแก้วิกฤตทรัพยากรด้วยแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน รณรงค์การ “ใช้ให้คุ้ม แยกให้เป็น ทิ้งให้ถูก” เพื่อการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าตลอดวงจรการผลิต การบริโภค และการนำกลับมาใช้ใหม่ หวังสร้างอุตสาหกรรมยั่งยืน แก้ปัญหาขยะในทะเล สร้างคุณภาพชีวิตของชุมชนให้ดีขึ้น และบริหารจัดการกากอุตสาหกรรม ชี้กุญแจความสำเร็จคือระบบโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างความรู้ความเข้าใจ การพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี และการกำจัดขยะ พร้อมเตรียมยื่นข้อเสนอการจัดการขยะเป็นวาระแห่งชาติ</p>
<figure id="attachment_8709" aria-describedby="caption-attachment-8709" style="width: 900px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/scg-rungroj.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-8709 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/scg-rungroj.jpg" alt="รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส" width="900" height="600" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/scg-rungroj.jpg 900w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/scg-rungroj-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/scg-rungroj-768x512.jpg 768w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></a><figcaption id="caption-attachment-8709" class="wp-caption-text">รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวต้อนรับ</figcaption></figure>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส</strong></span> <strong>กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี</strong> กล่าวว่า “การขยายตัวของประชากรโลกที่คาดว่าจะสูงขึ้นถึง 9.7 พันล้านคนภายในปี ค.ศ.2050 นำไปสู่ความต้องการบริโภคที่เพิ่มขึ้นมหาศาล ขณะที่ทรัพยากรโลกมีจำกัด นอกจากนี้ ข้อมูลยังระบุว่าคนไทยหนึ่งคนสร้างขยะเฉลี่ย 1.15 กิโลกรัมต่อวัน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยในปี 2561 ประเทศไทยมีขยะถึง 28 ล้านตัน ซึ่งหากเกิดการทิ้งไม่ถูกต้องหรือขาดการจัดการที่ดี ก็จะมีปัญหาขยะไหลสู่ทะเล จนเกิดการสูญเสียของสัตว์ต่างๆ ดังกรณีพะยูนมาเรียม ดังนั้น <strong>แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน</strong> (<strong>Circular Economy</strong>) ซึ่งสนับสนุนการหมุนเวียนทรัพยากรที่ใช้แล้วกลับเข้าสู่กระบวนการผลิต (Make-Use-Return) จึงเป็นทางออกที่ช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวได้ จากการใช้ทรัพยากรและพลังงานให้คุ้มค่าและมีประสิทธิภาพสูงสุดตลอดกระบวนการ รวมถึงการ “ใช้ให้คุ้ม แยกให้เป็น ทิ้งให้ถูก” ไม่ทิ้งในแม่น้ำลำคลองหรือทะเล เพื่อส่งต่อทรัพยากรของโลกสู่รุ่นลูกรุ่นหลานต่อไป</p>
<p>ที่ผ่านมา <strong>เอสซีจี</strong>ได้นำ<strong>แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน</strong>มาประยุกต์ใช้การดำเนินธุรกิจ ผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก คือ</p>
<p>1. <strong>Reduce และ Durability</strong> คือ การลดใช้ทรัพยากรในกระบวนการผลิตและการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้มีอายุการใช้งานได้ยาวนานขึ้น เช่น การออกแบบกล่องลูกฟูกให้มีลอนขนาดเล็กพิเศษแบบ Micro flute จึงเป็นกล่องบรรจุภัณฑ์ที่สวยงาม ใช้กระดาษน้อยลง แต่ยังคงมีความแข็งแรงสูง และการพัฒนานวัตกรรมเม็ดพลาสติก PE112 สำหรับท่อส่งน้ำประปาลอดใต้ทะเลไปยังเกาะสมุย ที่มีคุณสมบัติทนแรงดันได้สูงขึ้น ทำให้ลดความหนาของผนังท่อลงได้ จึงใช้เม็ดพลาสติกน้อยลง</p>
<p>2. <strong>Upgrade และ Replace</strong> คือ การพัฒนานวัตกรรมเพื่อทดแทนสินค้าหรือวัตถุดิบชนิดเดิม ด้วยสินค้าหรือวัตถุดิบชนิดใหม่ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้ใช้ทรัพยากรน้อยลงหรือนำไปรีไซเคิลได้มากขึ้น เช่น การพัฒนาวัสดุก่อสร้างที่ใช้งานได้โดยก่อให้เกิดของเสียบริเวณหน้างานก่อสร้างน้อยที่สุด อย่างห้องน้ำระบบโมดูลาร์หรือการก่อสร้างแบบสำเร็จรูป แผ่นคอนกรีตสำเร็จรูป หรืออิฐมวลเบาแบบ cut-to-size การผลิตบรรจุภัณฑ์สำหรับอาหารแบรนด์เฟสท์ (Fest) ที่ทำจากเยื่อธรรมชาติ เพื่อทดแทนการใช้กล่องโฟม การพัฒนาบรรจุภัณฑ์พลาสติก (Flexible Packaging) ที่มีคุณสมบัติแข็งแรง และนำกลับไปรีไซเคิลได้ง่าย และการพัฒนานวัตกรรมเม็ดพลาสติกสำหรับชิ้นส่วนรถยนต์ ที่ช่วยลดน้ำหนักของรถยนต์ แต่ยังคงความแข็งแรง ทำให้ประหยัดพลังงาน และ</p>
<p>3. <strong>Reuse หรือ Recycle</strong> คือ การเพิ่มความสามารถในการหมุนเวียนสินค้าที่ใช้งานแล้วกลับมาใช้ใหม่ เช่น การผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างที่มีสัดส่วนวัสดุรีไซเคิลในการผลิตสูงขึ้น การร่วมมือกับร้านค้า Modern Trade และซุปเปอร์มาเก็ตรับกล่องหรือเศษกระดาษกลับมารีไซเคิลเพิ่มขึ้น และการออกแบบสูตรการผลิตเม็ดพลาสติก (Formulation) โดยนำมาผสมกับเม็ดพลาสติกจากเทคโนโลยี SMX ของเอสซีจีที่ช่วยเพิ่มคุณสมบัติของพลาสติกรีไซเคิลให้ดีขึ้น และสามารถเพิ่มสัดส่วนของเม็ดพลาสติกรีไซเคิลได้มากขึ้นถึงร้อยละ 30</p>
<p>โดยในปี 2561 ที่ผ่านมา <strong>เอสซีจี</strong>สามารถนำของเสียอุตสาหกรรมมาแปรรูปเป็นวัตถุดิบทดแทน 313,000 ตันของเสียต่อปี และแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงทดแทน 131,000 ตันของเสียต่อปี และในปี 2562 นี้ ยังคงเดินหน้าการนำ<strong>แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน</strong>มาใช้ในการดำเนินธุรกิจต่อไป โดยได้ตั้งเป้าการลดการผลิตพลาสติกชนิดใช้ครั้งเดียว (Single-use Plastic) จากร้อยละ 46 เหลือร้อยละ 20 ภายในปี 2025 และเพิ่มสัดส่วนบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่สามารถรีไซเคิลได้ เป็นร้อยละ 100 ภายในปี 2025</p>
<figure id="attachment_8708" aria-describedby="caption-attachment-8708" style="width: 900px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/Deirdre-Boyd.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-8708 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/Deirdre-Boyd.jpg" alt="Deirdre Boyd ตัวแทนจาก UN ร่วมกล่าวเปิดงาน" width="900" height="600" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/Deirdre-Boyd.jpg 900w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/Deirdre-Boyd-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/Deirdre-Boyd-768x512.jpg 768w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></a><figcaption id="caption-attachment-8708" class="wp-caption-text">Deirdre Boyd ตัวแทนจาก UN ร่วมกล่าวเปิดงาน</figcaption></figure>
<p>อย่างไรก็ตาม การสร้าง<strong>เศรษฐกิจหมุนเวียน</strong>ให้เกิดขึ้นได้จริงนั้น สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงการขับเคลื่อนของรัฐบาลด้วยระบบโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) โดยเฉพาะการออกกฎหมายและการบริหารจัดการระบบจัดเก็บขยะที่เข้มงวด ซึ่งด้วยความเชื่อมั่นว่า “การสร้างการมีส่วนร่วม” ของทุกภาคส่วนจะเป็นกุญแจสำคัญ ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา จึงเป็นเรื่องน่ายินดีที่ได้เห็นการตื่นตัวของพันธมิตรกว่า 45 ราย ประกอบด้วยองค์กรความร่วมมือระดับโลก 5 ราย ภาครัฐ 3 ราย ภาคเอกชน 29 แห่ง โรงเรียนและชุมชน 8 แห่ง ที่ร่วมทำให้เกิดโมเดลการดำเนินธุรกิจตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและแก้ปัญหาขยะได้ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำอย่างเป็นรูปธรรม ดังนี้</p>
<p>1.) <strong>ความร่วมมือเพื่อธุรกิจที่ยั่งยืน</strong> โดยนอกจากการเข้าร่วมเป็นภาคีเครือข่ายของ The World Business Council for Sustainable Development (WBCSD) หรือสภาธุรกิจโลกเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน รวมทั้ง United Nations (UN) หรือองค์การสหประชาชาติ และหอการค้าไทย เพื่อนำแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนมาปรับใช้แล้ว เอสซีจียังสร้างความร่วมมือเพื่อพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี (Innovation) ที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน ทั้งในอุตสาหกรรมก่อสร้าง ได้แก่ ความร่วมมือระดับโลก กับกลุ่ม Global Cement and Concrete Association (GCCA) หรือสมาคมซีเมนต์และคอนกรีตโลก โดยลดผลกระทบจากการผลิตซีเมนต์ และสนับสนุนให้ผู้เกี่ยวข้องในห่วงโซ่คุณค่าและห่วงโซ่อุปทาน ทราบถึงคุณสมบัติเฉพาะของคอนกรีตซึ่งเป็นวัสดุก่อสร้างที่ตอบโจทย์การก่อสร้างเพื่อรองรับประชากรโลกที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และร่วมกับกลุ่ม Circular Economy in Cement Industry (CECI) เพื่อนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนไปใช้ในอุตสาหกรรมก่อสร้างให้ไปสู่เป้าหมายที่จะไม่มีขยะเกิดขึ้นจากการทำโครงการในอนาคต และ ความร่วมมือกับภาคเอกชน กับบริษัทศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ดำเนินโครงการ Recycle Concrete Road โดยนำเศษคอนกรีตที่มีส่วนผสมของซีเมนต์มาใช้ทดแทนหินธรรมชาติในกระบวนการก่อสร้าง ร่วมกับบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ดำเนินโครงการ Construction Waste Reducing Project โดยใช้สินค้าระบบผนังสำเร็จรูปแทนการใช้ระบบก่อฉาบอิฐแบบเดิม ซึ่งจะสามารถลดวัสดุเหลือทิ้งจากการติดตั้งได้เกือบร้อยละ 100 และร่วมกับบริษัทแมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) เพื่อสร้างมูลค่าจากวัสดุที่ไม่ใช้แล้วในงานก่อสร้าง</p>
<p>อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ ได้แก่ ความร่วมมือระดับโลก กับกลุ่ม A Circular Economy for Flexible Packaging (CEFLEX) เพื่อกำหนดทิศทางของบรรจุภัณฑ์ประเภท Flexible Packaging รวมถึงพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และ ความร่วมมือกับภาคเอกชน เพื่อนำกล่องและเศษกระดาษที่ใช้แล้วกลับมารีไซเคิล โดยร่วมกับธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ อาทิ เทสโก้ โลตัส, CP All, MAKRO, CPN, Family Mart, วิลล่ามาร์เก็ต, Super Cheap, CJ Express, อิออน (ไทยแลนด์) ธุรกิจบริการขนส่ง อาทิ DHL, Lazada express ธุรกิจการเงินการธนาคาร อาทิ KBANK ธุรกิจกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค อาทิ ไทยเบฟเวอเรจ, กลุ่มธุรกิจ CP ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ อาทิ แสนสิริ และธุรกิจกลุ่มจัดการเอกสาร อาทิ ไอออนเมาน์เทน นอกจากนี้ ยังร่วมกับ S&amp;P ด้วยการใช้บรรจุภัณฑ์กรีนที่นำมารีไซเคิลได้ง่าย ส่งเสริมแนวคิดการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ดีต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังสนับสนุนรายได้ของวิสาหกิจชุมชนรอบโรงงาน จากการนำเศษเส้นเทปกระดาษที่ได้จากโรงงานไปจักสานเป็นตระกร้าชุดของขวัญ</p>
<p>และ อุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ ได้แก่ ความร่วมมือกับภาคเอกชน ทั้งในต่างประเทศ คือ ร่วมกับ Bill &amp; Melinda Gates Foundation ในการทำต้นแบบระบบสุขาปลอดเชื้อที่สามารถนำกากของเสียกลับมาใช้ประโยชน์ในลักษณะสารปรับปรุงดินได้ ร่วมกับ IKEA ในการทำศูนย์รีไซเคิลเพื่อสร้างแรงจูงใจในการรีไซเคิล โดยเอสซีจีช่วยออกแบบวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อประกอบการใช้งานในศูนย์ ร่วมกับ Starboard ในการพัฒนาวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อใช้ในผลิตภัณฑ์ของ Starboard ร่วมกับ กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย ดำเนินโครงการ Recycle Plastic Road โดยนำพลาสติกมาใช้เป็นส่วนผสมทดแทนยางมะตอยเพื่อใช้สร้างถนน ให้กับโครงการของบริษัท อมตะ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), บริษัท เอสซี แอสเสท จำกัด (มหาชน) และบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) และร่วมกับบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) พัฒนานวัตกรรม Greenovative Lube Packaging นำแกลลอนใช้แล้วกลับเข้าสู่กระบวนการผลิตใหม่เป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิล</p>
<p>2.) <strong>ความร่วมมือเพื่อแก้ปัญหาขยะในทะเล</strong> ผ่านการสร้างโซลูชั่นที่ช่วยจัดการขยะ (Clean Up) โดยอาศัยทั้ง ความร่วมมือระดับโลก กับกลุ่ม The Alliance to End Plastic Waste (AEPW) ที่เป็นภาคีกว่า 35 บริษัทชั้นนำระดับโลก เพื่อช่วยลดและจัดการปัญหาขยะพลาสติก โดยเฉพาะขยะพลาสติกในทะเล ความร่วมมือระดับประเทศ กับกลุ่ม Thailand PPP Plastic ภายใต้สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กลุ่มพลาสติก ที่เป็นภาคีภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม เพื่อจัดการขยะพลาสติกในไทยอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน โดยมีเป้าหมายนำขยะพลาสติกกลับมาใช้ประโยชน์ร้อยละ 100 ภายในปี 2570 และลดปริมาณขยะพลาสติกในทะเลไทยลงไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 ภายในปี 2570 และ ความร่วมมือกับภาครัฐ กับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เพื่อป้องกันขยะจากแม่น้ำไหลลงสู่ทะเล เช่น การพัฒนาต้นแบบทุ่นกักขยะลอยน้ำ และการศึกษาการจัดเก็บขยะที่เก็บจากแม่น้ำเพื่อนำไปสร้างมูลค่าเพิ่ม</p>
<p>3.) <strong>ความร่วมมือเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนให้ดีขึ้น</strong> ผ่านการสร้างความรู้และความเข้าใจ (Education) โดยอาศัยทั้ง ความร่วมมือกับภาครัฐ กับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และกลุ่มประมงพื้นบ้าน ดำเนินโครงการบ้านปลา เปลี่ยนท่อ PE100 ที่เหลือจากกระบวนการทดสอบขึ้นรูป และขยะพลาสติกให้เป็นบ้านปลา ซึ่งนอกจากจะช่วยแก้ปัญหาขยะพลาสติกแล้ว ยังช่วยเพิ่มปริมาณและความหลากหลายของสัตว์ทะเลชายฝั่ง ช่วยสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้กลุ่มประมงพื้นบ้าน และ ความร่วมมือกับชุมชนเพื่อให้ความรู้และส่งเสริมพฤติกรรมการแยกขยะและการจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพ ในชุมชนบ้านรางพลับ และ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ชุมชน ต.บ้านสา และ ต.เมืองมาย อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง ภายใต้ความร่วมมือกับภาครัฐ คือ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ชุมชนโขดหิน 2 และชุมชนเขาไผ่ อ.เมือง จ.ระยอง โรงเรียนและชุมชนมดตะนอย ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง และโรงเรียนและชุมชนรอบบางซื่อ กรุงเทพมหานคร</p>
<p>4.) <strong>ความร่วมมือเพื่อบริหารจัดการกากอุตสาหกรรม</strong> โดยร่วมกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ดำเนินโครงการโรงกำจัดกากอุตสาหกรรมด้วยเทคโนโลยีแก๊สซิฟิเคชั่น และแอช เมลติ้ง ที่ทันสมัยสุดจากประเทศญี่ปุ่น เป็นแห่งแรกในอาเซียน ที่มาบตาพุด จ.ระยอง เพื่อกำจัดมลพิษจากวัสดุเหลือใช้จากอุตสาหกรรม ทำให้ไม่มีวัสดุเหลือที่ในระบบที่ต้องกำจัดเพิ่ม และสามารถนำวัสดุที่เป็นผลพลอยได้จากการกำจัดกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างคุ้มค่า</p>
<p>ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา เอสซีจีได้หยิบยกประเด็นสิ่งแวดล้อมที่เป็นปัญหาของสังคม พร้อมตัวอย่างการแก้ปัญหาที่ประสบความสำเร็จจากทั่วโลก มานำเสนอผ่านการจัดงานสัมมนา “SD symposium” เพื่อนำไปสู่การระดมความคิดและร่วมหาแนวทางการแก้ปัญหาที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย โดยมุ่งหวังว่าจะเป็นกลไกหนึ่งในการสร้างเครือข่ายเพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนและขยายแนวคิดด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกระดับ รวมไปถึงการขับเคลื่อนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนทั้งในปีที่ผ่านมาและนับจากนี้ไป ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยผลักดันประเทศไทยและอาเซียนให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลก (Sustainable Development Goals : SDGs) ได้อย่างแท้จริง” นายรุ่งโรจน์ กล่าวสรุป</p>
<figure id="attachment_8704" aria-describedby="caption-attachment-8704" style="width: 900px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/Accelerating-Circular-Economy-through-Collaboration.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-8704 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/Accelerating-Circular-Economy-through-Collaboration.jpg" alt="เสวนาในหัวข้อ Accelerating Circular Economy through Collaboration" width="900" height="600" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/Accelerating-Circular-Economy-through-Collaboration.jpg 900w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/Accelerating-Circular-Economy-through-Collaboration-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/Accelerating-Circular-Economy-through-Collaboration-768x512.jpg 768w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></a><figcaption id="caption-attachment-8704" class="wp-caption-text">เสวนาในหัวข้อ Accelerating Circular Economy through Collaboration</figcaption></figure>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/save-environment.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/save-environment-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="การแสดงพลังรักษ์สิ่งแวดล้อม จากเยาวชนอาเซียน" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/save-environment-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/save-environment-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/save-environment.jpg 900w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/SD-SYMPOSIUM-10-YEARS.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/SD-SYMPOSIUM-10-YEARS-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="งาน SD SYMPOSIUM 10 YEARS" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/SD-SYMPOSIUM-10-YEARS-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/SD-SYMPOSIUM-10-YEARS-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/SD-SYMPOSIUM-10-YEARS.jpg 900w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/Moreloop-Startup.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/Moreloop-Startup-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="อมรพล หุวะนันทน์ ผู้ร่วมก่อตั้ง Moreloop สตาร์ทอัพประเทศไทย" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/Moreloop-Startup-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/Moreloop-Startup-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/Moreloop-Startup.jpg 900w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/lilly.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/lilly-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="น้องลิลลี่ เด็กหญิงระริน สถิตธนาสาร เยาวชนนักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/lilly-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/lilly-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/lilly.jpg 900w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>

<p>ทั้งนี้ การจัดงานสัมมนาทางวิชาการว่าด้วยการพัฒนาอย่างยั่งยืนภายใต้หัวข้อ “<strong>SD Symposium 10 Years : Circular Economy &#8211; Collaboration for Action</strong>” ครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อประสานความร่วมมือของทุกภาคส่วน ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อน<strong>แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน</strong> หรือ <strong>Circular Economy</strong> ในประเทศไทย และนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป</p>
<p>โดยได้รับเกียรติจาก <span style="color: #6cb742;"><strong>พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา</strong></span> <strong>นายกรัฐมนตรี</strong> ร่วมรับฟังข้อเสนอแนวทางการบริหารจัดการขยะต่อภาครัฐ รวมทั้งผู้แทนจากองค์การสหประชาชาติ (UN) ผู้แทนจากสภาธุรกิจโลกเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (WBCSD) และผู้แทนจากองค์กรชั้นนำต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ ที่มาร่วมนำเสนอแนวทางการขับเคลื่อนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน นอกจากนี้ ยังมีการเสวนาถอดบทเรียนความสำเร็จจากทุกภาคส่วน เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานสามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมกว่า 1,500 คน ทั้งจากภาครัฐ และเอกชน ทั้งองค์กรขนาดเล็ก กลาง และใหญ่ นักวิชาการ เอ็นจีโอ และสื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศ</p>
<p><strong>ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและเนื้อหาเพิ่มเติมของงาน SD Symposium ได้ที่ http://bit.ly/31X1QGd หรือติดตามข่าวสารอื่นๆ ของเอสซีจีได้ที่ https://scgnewschannel.com / Facebook: scgnewschannel / Twitter: @scgnewschannel หรือ Line@: @scgnewschannel </strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/scg-%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99/">45 พันธมิตรผนึกพลัง เร่งผลักดันแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน แก้วิกฤตทรัพยากรขาดแคลนและขยะล้นโลก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/scg-%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“เอสซีจี” ชูแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน เดินหน้าพัฒนา ‘โรงกำจัดกากอุตสาหกรรมและหน่วยผลิตไฟฟ้า’</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/scg-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/scg-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 15 Aug 2019 02:55:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[SCG]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหารจัดการกากอุตสาหกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ชนะ ภูมี]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญญา โสภาศรีพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[ศาณิต เกษสุวรรณ]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี]]></category>
		<category><![CDATA[แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงกำจัดกากอุตสาหกรรม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=8452</guid>

					<description><![CDATA[<p>“เอสซีจี” ชูแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ผนึกทุกภาคส่วนขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยสู่ความยั่งยืน พร้อมเดินหน้าพัฒนา ‘โรงกำจัดกากอุตสาหกรรมและหน่วยผลิตไฟฟ้า’ ชูเทคโนโลยีทันสมัยที่สุดในอาเซียน เตรียมทดสอบระบบปลายปีนี้และเริ่มดำเนินการต้นปี 2563 กรุงเทพฯ – เอสซีจี โดย บริษัท เอส ซี ไอ อีโค่ เซอร์วิสเชส จำกัด ผนึกการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กรมโรงงานอุตสาหกรรม ผู้นำชุมชนและผู้ประกอบการอุตสาหกรรมในพื้นที่มาบตาพุด ร่วมศึกษาความเป็นไปได้ในการยกระดับการบริหารจัดการกากอุตสาหกรรมในพื้นที่นิคมฯ มาบตาพุด เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) พร้อมนำเทคโนโลยีแก๊สซิฟิเคชั่น ร่วมกับ แอช&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/scg-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1/">“เอสซีจี” ชูแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน เดินหน้าพัฒนา ‘โรงกำจัดกากอุตสาหกรรมและหน่วยผลิตไฟฟ้า’</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>“เอสซีจี” ชูแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ผนึกทุกภาคส่วนขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยสู่ความยั่งยืน พร้อมเดินหน้าพัฒนา ‘โรงกำจัดกากอุตสาหกรรมและหน่วยผลิตไฟฟ้า’ ชูเทคโนโลยีทันสมัยที่สุดในอาเซียน เตรียมทดสอบระบบปลายปีนี้และเริ่มดำเนินการต้นปี 2563</strong><span id="more-8452"></span></p>
<p>กรุงเทพฯ – <strong>เอสซีจี</strong> โดย <strong>บริษัท เอส ซี ไอ อีโค่ เซอร์วิสเชส จำกัด</strong> ผนึกการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กรมโรงงานอุตสาหกรรม ผู้นำชุมชนและผู้ประกอบการอุตสาหกรรมในพื้นที่มาบตาพุด ร่วมศึกษาความเป็นไปได้ในการยกระดับการบริหารจัดการกากอุตสาหกรรมในพื้นที่นิคมฯ มาบตาพุด เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) พร้อมนำเทคโนโลยีแก๊สซิฟิเคชั่น ร่วมกับ แอช เมลติ้ง (Gasification with Ash Melting) จากประเทศญี่ปุ่น มาพัฒนา ‘โรงกำจัดกากอุตสาหกรรมและหน่วยผลิตไฟฟ้า’ (Industrial Waste Power Plant) ชูรายแรกของอาเซียนที่ใช้เทคโนโลยีทันสมัยระดับเวิลด์คลาสในการกำจัดกากอุตสาหกรรม (Industrial Waste) สามารถรองรับได้ทั้งชนิดที่เป็นอันตรายและไม่เป็นอันตราย โดยดำเนินงานเป็นแบบระบบปิดและควบคุมทุกขั้นตอนตามกฎหมายกำหนด คาดจะเริ่มทดสอบระบบปลายปี 2562 และพร้อมเริ่มดำเนินการต้นปี 2563 ทั้งนี้ประมาณการสิ้นปี 2563 กำจัดกากอุตสาหกรรมได้ไม่ต่ำกว่า 50,000 ตัน โดยมั่นใจโรงกำจัดกากฯ แห่งนี้ จะเป็นหนึ่งในธุรกิจต้นแบบที่สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและการตระหนักถึงการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ด้วยการนำหลัก Circular Economy มาใช้ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้แก่ภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม สังคม และสิ่งแวดล้อม</p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/scg-02.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-8456 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/scg-02.jpg" alt="โรงกำจัดกากอุตสาหกรรมและหน่วยผลิตไฟฟ้า SCG" width="800" height="450" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/scg-02.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/scg-02-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/scg-02-768x432.jpg 768w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></a></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายชนะ ภูมี</strong></span> <strong>Vice President-Cement and Construction Solution Business บริษัท เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด</strong> กล่าวว่า เอสซีจี ตระหนักถึงความสำคัญของแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) กุญแจสำคัญสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนทั้งในมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เราจึงมุ่งมั่นนำแนวคิดนี้มาปรับใช้ในการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่องภายใต้แนวปฏิบัติ SCG Circular Way โดยเชื่อว่าแนวปฏิบัติดังกล่าวจะประสบความสำเร็จได้ต้องเริ่มตั้งแต่การปลูกฝังจิตสำนึก สร้างความเข้าใจให้ตระหนักถึงความสำคัญ รวมถึงต้องสร้างความร่วมมืออย่างจริงจังของทุกภาคส่วน เพื่อสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนพฤติกรรมการผลิตและการบริโภค สู่แนวปฏิบัติของเศรษฐกิจหมุนเวียนในวงกว้างอย่างยั่งยืน ซึ่งบริษัท เอส ซี ไอ อีโค่ เซอร์วิสเชส จำกัด มีความมุ่งมั่นและให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจตามแนวปฏิบัติข้างต้นคู่กับนโยบาย Zero Waste to Landfill มาโดยตลอด จึงได้ริเริ่มโครงการต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะด้านการบริหารจัดการของเสียจากอุตสาหกรรม อาทิ โครงการ Solid Pretreatment Plant โครงการ Liquid Waste Mixing โครงการขยะชุมชน เป็นต้น ล่าสุดพัฒนา ‘โรงกำจัดกากอุตสาหกรรมและหน่วยผลิตไฟฟ้า’ (Industrial Waste Power Pant) ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง ซึ่งถือเป็นธุรกิจต้นแบบตามหลัก Circular Economy</p>
<p>“เพราะเราเล็งเห็นความสำคัญของปัญหากากอุตสาหกรรมที่มีการบริหารจัดการที่ไม่เหมาะสม ส่งผลกระทบทั้งต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม ดังนั้น บริษัท เอส ซี ไอ อีโค่ เซอร์วิสเชส จำกัด ในฐานะผู้ประกอบการรายแรกของไทยที่ดำเนินธุรกิจด้านการกำจัดกากอุตสาหกรรมด้วยเตาเผาปูนซีเมนต์ที่มีประสบการณ์มายาวนานกว่า 20 ปี จึงนำความเชี่ยวชาญดังกล่าวมาต่อยอดและยกระดับการบริหารจัดการกากอุตสาหกรรม ซึ่งเราใช้เวลากว่า 3 ปี โดยร่วมกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กรมโรงงานอุตสาหกรรม และผู้นำชุมชนมาบตาพุด จัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ หรือ EHIA และศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนา ‘โรงกำจัดกากอุตสาหกรรมและหน่วยผลิตไฟฟ้า’ ที่ตรงตามข้อกำหนดกฏหมาย และสอดรับกับหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยใช้งบกว่า 2,400 ล้านบาท นำเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดในอาเซียนมาใช้ในโรงงานแห่งนี้ พร้อมดำเนินการก่อสร้างด้วยหลักการบริหารจัดการซัพพลายเชนที่คำนึงถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (Green Supply Chain) ตั้งบนพื้นที่ 15 ไร่ ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ซึ่งถือเป็นทำเลยุทธศาสตร์ที่สำคัญด้านอุตสาหกรรมของประเทศไทย คาดจะเริ่มทดสอบระบบปลายปี 2562 และพร้อมเริ่มดำเนินการต้นปี 2563”</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายศาณิต เกษสุวรรณ</strong></span> <strong>Business Stakeholder Engagement Director บริษัท เอสซีจี ซิเมนต์ จำกัด</strong> กล่าวว่า “เราไม่เคยหยุดนิ่งในการมองหานวัตกรรม หรือเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อนำมาพัฒนาและต่อยอดธุรกิจ ซึ่ง ‘เทคโนโลยีแก๊สซิฟิเคชั่น ร่วมกับ แอชเมลติ้ง’ เป็นเทคโนโลยีสำหรับกำจัดกากอุตสาหกรรมที่ทันสมัยที่สุดในอาเซียน ทั้งยังตอบโจทย์แนวทาง Circular Economy และ Zero Waste to Landfill ของเอสซีจีได้เป็นอย่างดี โดยเราเป็นรายแรกและรายเดียวในอาเซียนที่ใช้เทคโนโลยีนี้ ซึ่งสามารถกำจัดกากได้หลากหลายประเภทและขนาด ทั้งชนิดอันตรายและไม่เป็นอันตราย ที่สำคัญไม่มีวัตถุดิบเหลือทิ้งในระบบที่ต้องกำจัดเพิ่ม นอกจากวัสดุที่เป็นผลพลอยได้ที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างคุ้มค่า”</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายปัญญา โสภาศรีพันธ์</strong></span> <strong>Business Stakeholder Engagement Deputy Director บริษัท เอสซีจี ซิเมนต์ จำกัด</strong> กล่าวว่า “สำหรับกระบวนการดำเนินงานทุกขั้นตอนจะเป็นแบบระบบปิด มีระบบควบคุมมลพิษ และของเสียตามมาตรฐานสากล ตั้งแต่การรับกากอุตสาหกรรมจากผู้ประกอบการ การขนส่งไปยังจุดคัดแยกประเภทเพื่อตรวจวิเคราะห์ค่ามาตรฐานกาก และเตรียมกากก่อนการกำจัด จากนั้นจึงจะเข้าสู่กระบวนการกำจัดด้วยเทคโนโลยีเฉพาะในเตาแก๊สซิไฟเออร์และเตาแอชเมลติ้งตามลำดับ โดยระหว่างกระบวนการเผาจะได้เศษวัสดุจากการเผาไหม้ เช่น อะลูมิเนียม เหล็ก และเถ้าลอย ซึ่งนำกลับไปใช้ใหม่ได้ ส่วนวัสดุเผาไหม้ไม่ได้ (Incombustible) สามารถนำไปใช้เป็นวัตถุดิบแทนการก่อสร้างถนนได้ หลังจากนั้นจึงเข้าสู่กระบวนการผลิตไฟฟ้าและปรับปรุงคุณภาพน้ำเพื่อนำกลับไปใช้หมุนเวียนในระบบ ทั้งนี้โรงงานแห่งนี้สามารถกำจัดกากอุตสาหกรรมได้สูงสุดถึง 65,000 ตันต่อปี”</p>
<p>“ขณะนี้เราได้เดินหน้าแผนสร้างการรับรู้ พร้อมสร้างความรู้ความเข้าใจทั้งในกลุ่มเป้าหมายและประชาชนในชุมชน โดยมุ่งตอกย้ำถึงจุดแข็งด้านเทคโนโลยี มาตรฐานการดำเนินงาน ตลอดจนระบบการกำจัดที่ไม่เหลือเศษวัสดุในกระบวนการ สำหรับกลุ่มเป้าหมายหลักของเรา คือ ผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ในพื้นที่ภาคตะวันออก โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมัน อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม เอสซีจีอยากเชิญชวนให้ผู้ประกอบการทุกกลุ่มอุตสาหกรรมให้ความสำคัญกับการกำจัดกากอุตสาหกรรมที่ถูกต้องและเหมาะสม เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน และเพื่อเป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการสร้างความตระหนักรู้ถึงแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน เอสซีจี จึงได้จัดงาน SD Symposium 10 Years “Circular Economy: Collaboration for Action” งานสัมมนาระดับโลกที่หยิบยกประเด็นสิ่งแวดล้อมที่เป็นปัญหาของสังคม พร้อมนำเสนอตัวอย่างการแก้ปัญหาที่ประสบความสำเร็จจากทั่วโลก โดยปีนี้จะเปิดเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์และมีการ Workshop เพื่อร่วมกับภาคส่วนต่างๆ ทั้งในประเทศและระดับโลก ในการหาแนวทางการบริหารจัดการขยะในประเทศไทยและในอุตสาหกรรมการก่อสร้าง ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยและอาเซียนตามแนวคิด Circular Economy โดยงานนี้จะจัดขึ้นในวันที่ 26 สิงหาคม 2562 ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ และบางกอก คอนเวนชัน เซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 22 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.scg.com/sdsymposium” <strong>นายชนะ</strong> กล่าวสรุป</p>
<p><strong>สำหรับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมที่ต้องการสอบถามข้อมูลด้านการบริหารจัดการกากอุตสาหกรรมเพิ่มเติม สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ www.scieco.co.th หรือ ติดต่อ SCIeco: โทร. +66-2-586-5798 อีเมล์ sci-eco@scg.co.thนอกจากนี้ ยังสามารถติดตามข่าวสารอื่นๆ ของเอสซีจีได้ที่ scgnewschannel.com/th, Facebook: scgnewschannel, Twitter: @scgnewschannel หรือ Line@: @scgnewschannel</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/scg-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1/">“เอสซีจี” ชูแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน เดินหน้าพัฒนา ‘โรงกำจัดกากอุตสาหกรรมและหน่วยผลิตไฟฟ้า’</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/scg-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
