<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>แผนธุรกิจ | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Wed, 09 Mar 2022 02:44:47 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>แผนธุรกิจ | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>PTG ประกาศแผน 5 ปี ปักธงลุยธุรกิจ Non-oil เน้นลงทุนใน Co-Created Ecosystem เมกะเทรนด์ หนุนธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/ptg-%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b8%a2%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88-non-oil-%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99-co-created-ecosystem/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/ptg-%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b8%a2%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88-non-oil-%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99-co-created-ecosystem/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 09 Mar 2022 02:44:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[Co-Created Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[PTG]]></category>
		<category><![CDATA[การลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[ทรานฟอร์มธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[พิทักษ์ รัชกิจประการ]]></category>
		<category><![CDATA[พีทีจี เอ็นเนอยี]]></category>
		<category><![CDATA[แผนธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[แมกซ์เวนเจอร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=21495</guid>

					<description><![CDATA[<p>PTG เปิดแผนทรานฟอร์มธุรกิจจาก Oil และ Non-oil เป็นธุรกิจ “Co-Created Ecosystem” มุ่ง 8 ธุรกิจหลักสร้างการเติบโตแบบมั่นคงและยั่งยืน สัดส่วนกำไรจาก Non-oil สู่ระดับ 50% พร้อมก้าวสู่ Global Company ตั้งเป้าปีนี้ EBITDA โต 15-20% นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. พีทีจี เอ็นเนอยี(PTG) เปิดเผยว่า แผนธุรกิจ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ptg-%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b8%a2%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88-non-oil-%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99-co-created-ecosystem/">PTG ประกาศแผน 5 ปี ปักธงลุยธุรกิจ Non-oil เน้นลงทุนใน Co-Created Ecosystem เมกะเทรนด์ หนุนธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>PTG เปิดแผนทรานฟอร์มธุรกิจจาก Oil และ Non-oil เป็นธุรกิจ “Co-Created Ecosystem” มุ่ง 8 ธุรกิจหลักสร้างการเติบโตแบบมั่นคงและยั่งยืน สัดส่วนกำไรจาก Non-oil สู่ระดับ 50% พร้อมก้าวสู่ Global Company ตั้งเป้าปีนี้ EBITDA โต 15-20%</strong><span id="more-21495"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายพิทักษ์ รัชกิจประการ</strong></span> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. พีทีจี เอ็นเนอยี(PTG)</strong> เปิดเผยว่า แผนธุรกิจ 5 ปีของบริษัทมีเป้าหมายชัดเจน ในการทรานฟอร์มธุรกิจจาก Oil &#8211; Non oil เป็นธุรกิจ Co-Create Ecosystem เพื่อเชื่อมให้ทุกคนได้มีโอกาสเข้าถึงชีวิตที่ “อยู่ดี มีสุข” ในทุกด้านของช่วงชีวิตและให้ธุรกิจเติบโตต่อไปได้อย่างยั่งยืน โดยธุรกิจหลักที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการเติบโต ประกอบด้วย 8 ธุรกิจหลักคือ (1)ธุรกิจน้ำมันและแก๊ซ (2)ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม (3)ธุรกิจ Retail แบบที่เป็น Offline to Online (4)ธุรกิจขับเคลื่อนยานยนต์โลจิสติกส์และซัพพลายเชน (5)ธุรกิจซ่อมบำรุง (6)ธุรกิจสุขภาพ ทั้งกายและใจ เพื่อรองรับสังคมสูงวัย (7)ธุรกิจ Digital Platform ทั้งการเงินและ Lifestyle และ (8)พลังงานหมุนเวียน พลังงานสะอาด ซึ่งธุรกิจเหล่านี้เป็น“เมกะเทรนด์” ของโลกในอนาคต และเป็นธุรกิจที่จะสนับสนุนให้กำไรจากธุรกิจ Non-oil เพิ่มขึ้นเป็น 50% ในปี 2569 และจะช่วยส่งเสริมให้ธุรกิจเดิมของ “พีที” แข็งแรงขึ้น ลูกค้าของเรา มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ผ่านการใช้สินค้าและบริการภายใต้เครือข่ายของพีทีทั้งพันธมิตรจากภายในและภายนอก ภายใต้รูปแบบการบริหารสร้างเครือข่าย Co-Created Ecosystem</p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-21499" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/PTG-02.jpg" alt="PTG" width="680" height="455" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/PTG-02.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/PTG-02-300x201.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/PTG-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/PTG-02-500x335.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><strong>นายพิทักษ์</strong> กล่าวว่า การขยับธุรกิจสู่ Co-Created Ecosystem หรือการทำธุรกิจแบบสร้างเครื่อข่าย ผ่านการสร้างสรรค์ร่วมกับพันธมิตร บริษัทคาดหวังว่าในอีก 5 ปี ข้างหน้าจะสามารถสร้าง Touchpoint ให้เพิ่มขึ้นเป็น 268,202 Touchpoint ได้ แบ่งเป็น oil 2,694 Touchpoints และ Non-oil 265,508 Touchpoint จากปีนี้ที่มี Touchpoint ที่เป็น Oil 2,114 จุด จะมาทั้งจาก Offline to online และ Touch point อื่นๆ เช่น พาทัวร์ 200,000 Touch point และคาดว่าจะมีร้านค้าที่จะเข้ามาเป็นพันธมิตร 60,000 โชห่วย ร้านกาแฟจะมี 3,000 สาขา รวมถึง Platform partners ต่างๆและจะมีการ Redeem แต้มสูงถึง 10,000 ล้านแต้ม และมีจำนวนสมาชิก 30 ล้านสมาชิก ทั้งออนไลน์และออฟไลน์โดยเป็นผู้ใช้งานบนออนไลน์ 25%</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-21498" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/PTG-01.jpg" alt="PTG" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/PTG-01.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/PTG-01-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/PTG-01-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/PTG-01-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p>นอกจากนี้จะทรานฟอร์ม ไปสู่ดิจิทัลแพลตฟอร์ม ที่จะเพิ่มมูลค่าเพิ่มให้ลูกค้าเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการเข้ามาใช้บริการ รวมถึงช่วยเชื่อมต่อกับบริการอื่นๆ ที่ประกอบด้วย บริการทางด้านการเงิน (financial service) เช่นกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-wallet, lending), auto insurance และ lifestyle app เช่น พาทัวร์ และในอนาคต PT ไม่ได้ทำธุรกิจเฉพาะในประเทศเท่านั้นแต่จะขยายธุรกิจไปต่างประเทศ หรือจะก้าวส่การเป็น Global Company ในที่สุด</p>
<p>“เพื่อให้ถึงเป้าหมายที่วางไว้บริษัทคาดว่าจะใช้งบลงทุนสำหรับธุรกิจ Non-oil ปีละประมาณ 1,500-2,000 ล้านบาท และจะขยายผ่านสาขาและ Touchpoint รวมถึงร่วมกับพาร์ทเนอร์หรือร่วมทุนกับบริษัทอื่นๆหรือการเข้าลงทุนในบริษัท Startup ต่างๆโดยทุกธุรกิจทั้งหมดจะดำเนินการภายใต้ Max World ที่เรามีสมาชิกกว่า 17 ล้านคนเพิ่มจากปีก่อนอยู่ที่ 14.5 ล้านคน และปีนี้คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 20 ล้านคน”</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-21500" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/PTG-03.jpg" alt="PTG" width="680" height="395" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/PTG-03.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/PTG-03-300x174.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/PTG-03-150x87.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/PTG-03-500x290.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><strong>นายพิทักษ์</strong> กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ “<strong>บริษัทแมกซ์เวนเจอร์</strong>” ซึ่งเป็นบริษัทในเครือที่จะขับเคลื่อนการลงทุนในระยะกลางและยาว โดยการเข้าไปลงทุนในโปรเจคต่างๆ เช่น Nex Pharma, Pavitree พาทัวร์ และลงทุนใน 360Truck ซึ่งเป็น Platform สำหรับ match รถบรรทุกที่ว่างกับผู้ที่ต้องการว่าจ้างงาน ซึ่งจุดมุ่งหวังเรามองถึงการเติบโตของ Platform นี้ จะทำให้ “Max World” แข็งแรงขึ้นและเป็น Enabler ที่ช่วยให้ธุรกิจต่างๆที่กล่าวมาเติบโตขึ้นรวมถึงสร้าง New Business ใหม่ๆ ให้กับบริษัท</p>
<p>“สำหรับเป้าหมายการทำธุรกิจปีนี้ บริษัทคาดว่าอัตราการเติบโตของ EBITDA จะอยู่ที่ประมาณ 15-20% โดยคาดว่า ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันที่คาดว่ายังเติบโต 8-12% จากสิ้นปีก่อนปริมาณจำหน่ายน้ำมันอยู่ที่ 5,020 ล้านลิตร อัตราการเติบโตของปริมาณการจำหน่ายแก๊ส LPG 50-60% ส่วน Non-Oil ยังคงมุ่งมั่นในการขยายสาขา อย่างต่อเนื่องเพราะ ถือเป็น 1 ใน Key driver สำคัญของบริษัทโดยคาดว่ารายได้ธุรกิจ Non-oil จะเติบโตขึ้น 80-90% คาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 3,000-4,000 ล้านบาท ในการลงทุนขยายสาขาจะแบ่งเป็นสถานีบริการน้ำมันและแก๊ส LPG 80-100 สาขา Non-Oil Touchpoint ประมาณ 1572 สาขา ซึ่ง PTG ยังคงมีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนกำไรขั้นต้นจากธุรกิจ Non-oil ให้เพิ่มขึ้นเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้บริษัท ส่วนแผนการนำบริษัทในเครือเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ยังคงดำเนินการตามแผน” <strong>นายพิทักษ์</strong> กล่าว</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ptg-%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b8%a2%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88-non-oil-%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99-co-created-ecosystem/">PTG ประกาศแผน 5 ปี ปักธงลุยธุรกิจ Non-oil เน้นลงทุนใน Co-Created Ecosystem เมกะเทรนด์ หนุนธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/ptg-%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b8%a2%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88-non-oil-%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99-co-created-ecosystem/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เปิดกลยุทธ์เอสซีจี เดินหน้าธุรกิจปี 2562 ก้าวบนความท้าทายอย่างไรให้เติบโตยั่งยืน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b9%8c-%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%88%e0%b8%b5-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2562/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 26 Feb 2019 03:58:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[SCG]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหารจัดการความเติบโตของธุรกิจในระยะยาว]]></category>
		<category><![CDATA[การสร้างเสถียรภาพทางการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจเอสซีจี]]></category>
		<category><![CDATA[ปี 2562]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี]]></category>
		<category><![CDATA[แผนธุรกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?post_type=news&#038;p=5381</guid>

					<description><![CDATA[<p>ท่ามกลางสถานการณ์ความผันผวนที่ส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจ ทุกองค์กรต่างต้องเร่งปรับตัวเพื่อให้เดินต่อไปได้อย่างแข็งแกร่ง เช่นเดียวกับเอสซีจี ที่แม้จะเป็นองค์กรที่มีอายุยาวนานกว่า 105 ปี และเป็นที่ยอมรับในฐานะองค์กรชั้นนำของประเทศและภูมิภาค ด้วยการดำเนินงานภายใต้ 3 กลุ่มธุรกิจหลัก คือซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เคมิคอลส์ และแพคเกจจิ้ง แต่องค์กรแห่งนี้ก็มีความท้าทายที่ต้องรับมือให้ได้เช่นกัน “ปัจจุบันธุรกิจต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีต่างๆ ที่เข้ามา การแข่งขันที่รุนแรงขึ้นทั้งจากคู่แข่งในธุรกิจเดียวกันและธุรกิจข้างเคียง รวมถึงสถานการณ์อื่นที่ส่งผลกระทบ เช่น ความไม่แน่นอนทางการเมือง หรือสงครามการค้า อย่างไรก็ตาม เอสซีจียังคงมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจตามวิสัยทัศน์ นั่นคือการมุ่งสร้างความแข็งแกร่งของตลาดในภูมิภาค (Regional) ด้วยการนำเสนอนวัตกรรม (Innovation) สินค้าใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ลูกค้า&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b9%8c-%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%88%e0%b8%b5-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2562/">เปิดกลยุทธ์เอสซีจี เดินหน้าธุรกิจปี 2562 ก้าวบนความท้าทายอย่างไรให้เติบโตยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ท่ามกลางสถานการณ์ความผันผวนที่ส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจ ทุกองค์กรต่างต้องเร่งปรับตัวเพื่อให้เดินต่อไปได้อย่างแข็งแกร่ง เช่นเดียวกับเอสซีจี ที่แม้จะเป็นองค์กรที่มีอายุยาวนานกว่า 105 ปี และเป็นที่ยอมรับในฐานะองค์กรชั้นนำของประเทศและภูมิภาค ด้วยการดำเนินงานภายใต้ 3 กลุ่มธุรกิจหลัก คือซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เคมิคอลส์ และแพคเกจจิ้ง แต่องค์กรแห่งนี้ก็มีความท้าทายที่ต้องรับมือให้ได้เช่นกัน</strong><span id="more-5381"></span></p>
<p>“ปัจจุบันธุรกิจต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีต่างๆ ที่เข้ามา การแข่งขันที่รุนแรงขึ้นทั้งจากคู่แข่งในธุรกิจเดียวกันและธุรกิจข้างเคียง รวมถึงสถานการณ์อื่นที่ส่งผลกระทบ เช่น ความไม่แน่นอนทางการเมือง หรือสงครามการค้า อย่างไรก็ตาม เอสซีจียังคงมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจตามวิสัยทัศน์ นั่นคือการมุ่งสร้างความแข็งแกร่งของตลาดในภูมิภาค (Regional) ด้วยการนำเสนอนวัตกรรม (Innovation) สินค้าใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ลูกค้า รวมถึงการให้บริการที่ครบวงจรหรือเป็นโซลูชั่น ควบคู่กับการเสริมสร้างความก้าวหน้าอย่างยั่งยืน (Sustainability) ให้ทุกสังคมและชุมชนที่เข้าไปดำเนินงานด้วย” <span style="color: #6cb742;"><strong>รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส</strong></span> <strong>กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี</strong> เผยถึงวิสัยทัศน์ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการดำเนินธุรกิจของเอสซีจี</p>
<h2><span style="color: #6cb742;">มุ่งสู่เป้าหมายด้วยกลยุทธ์สร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน</span></h2>
<p>จากวิสัยทัศน์ดังกล่าว ได้นำมาสู่การวางแผนกลยุทธ์เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนต่างๆ ที่เกิดขึ้น ในสองหัวข้อ คือ 1.) การสร้างเสถียรภาพทางการเงิน (Stability) ด้วยการบริหารความเสี่ยง เพื่อสร้างความมั่นคงให้ธุรกิจ และ 2.) การบริหารจัดการความเติบโตของธุรกิจในระยะยาว (Long-term Growth) เพราะเอสซีจีมองว่าองค์กรควรต้องสร้างสมดุลของสองสิ่งนี้ไปพร้อมๆ กัน โดยพิจารณาสร้างโอกาสจากเส้นทางการค้าที่เปลี่ยนไป เน้นการตอบสนองความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก และทำเรื่องที่ตนเองเชี่ยวชาญให้ดีที่สุด อย่างการผลักดันโครงการการผลิต (Growth Project) ที่อยู่ระหว่างการดำเนินงานให้เติบโตได้ดีและยั่งยืน</p>
<p><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/02/scg-building.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-5386 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/02/scg-building.jpg" alt="อาคารเอสซีจี" width="900" height="599" data-id="5386" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/02/scg-building.jpg 900w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/02/scg-building-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/02/scg-building-768x511.jpg 768w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></a></p>
<p>รุ่งโรจน์ย้ำว่า การบริหารงานภายใต้ความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นนั้น จำเป็นจะต้องเข้าใจสาเหตุของความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นก่อนว่าเกิดจากปัจจัยอะไร และอะไรเป็นปัจจัยที่จะทำให้เกิดความเสี่ยงมากขึ้น หรืออะไรที่จะทำให้หยุดความเสี่ยงได้ องค์กรจึงจะปรับตัวรับกับสถานการณ์นั้นได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังต้องพิจารณาว่าปัจจัยที่เกิดขึ้นนั้น เราสามารถเข้าไปปรับเปลี่ยนได้หรือไม่ หากไม่ได้ ก็ต้องหันมาปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจให้ตอบโจทย์ที่เปลี่ยนไปแทน โดยรุ่งโรจน์มองว่า แต่ละกลุ่มธุรกิจของเอสซีจีต่างก็มีความท้าทายที่ต่างกัน ดังนั้น แนวทางการบริหารงานในแต่ละกลุ่มธุรกิจก็ต้องแตกต่างกันเช่นกัน</p>
<p>“ธุรกิจที่ยากที่สุดในการบริหารงานคือเคมิคอลส์ เพราะเป็นธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดของเอสซีจี อีกทั้งยังมีความไม่แน่นอนมากที่สุดจากต้นทุนวัตถุดิบ นั่นคือราคาน้ำมันที่ผันผวนตลอดเวลา และปริมาณ Supply ในตลาดที่ทำให้การแข่งขันรุนแรงขึ้น เช่น กำลังการผลิตจากมาเลเซียที่เข้ามา 1.5 – 1.6 ล้านตัน ดังนั้น องค์กรจึงต้องปรับกลุยทธ์เพื่อรับมือให้ทัน ไม่ว่าจะเป็นการเดินหน้าโครงการลงทุนสำคัญเพื่อสร้างการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว อย่างโครงการ LSP ในเวียดนาม ที่คาดว่าเมื่อโครงการแล้วเสร็จ จะทำให้รายได้ของเอสซีจีในต่างประเทศเพิ่มเป็นร้อยละ 60 จากปัจจุบันที่อยู่ที่ร้อยละ 45 – 50 นอกจากนี้ ยังมีโครงการเพิ่มกำลังการผลิตของมาบตาพุดโอเลฟินส์ และการศึกษาโครงการใหม่ที่อินโดนีเซีย รวมทั้งต้องสร้างความมั่นใจเรื่องเงินทุน ตลอดจนพิจารณากำลังการผลิตที่จะออกมาใหม่ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ส่วนกลยุทธ์ในระยะสั้นต้องเน้นการตอบโจทย์ลูกค้า โดยนำนวัตกรรมต่างๆ มาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด” รุ่งโรจน์กล่าว</p>
<p><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/02/Construction-Solutions.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-5383 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/02/Construction-Solutions.jpg" alt="ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง กับ Construction Solutions งานซ่อมแซมโครงสร้าง" width="900" height="601" data-id="5383" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/02/Construction-Solutions.jpg 900w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/02/Construction-Solutions-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/02/Construction-Solutions-768x513.jpg 768w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></a></p>
<p>ด้านธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้างนั้น จะเห็นได้ว่าสถานการณ์ตลาดซีเมนต์ของไทยช่วงครึ่งปีหลังของปี 2561 ที่ผ่านมามีแนวโน้มดีขึ้น และส่งผลต่อเนื่องมาจนถึงปี 2562 นี้ เอสซีจีจึงต้องเร่งตอบโจทย์ตลาดโดยเฉพาะส่วนที่เติบโตอย่างโครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน อย่างการทำ Construction Solution หรือโซลูชั่นการก่อสร้างครบวงจร เช่น Lifetime Solution ที่ใช้เทคโนโลยีเพื่อยืดอายุการใช้งานของสิ่งก่อสร้าง รวมถึงการตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป เช่น ความนิยมในการซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งส่งผลต่อเนื่องไปถึงการตอบโจทย์ธุรกิจโลจิสติกส์ที่กำลังเติบโต ด้วยการให้โซลูชั่น Fulfillment กับผู้ประกอบการ หรือบริการครบวงจรตั้งแต่การบริหารคลังสินค้า แพ็คสินค้า จนถึงการจัดส่งให้ลูกค้า ตลอดจนการปรับตัวเพื่อตอบโจทย์ธุรกิจการค้าระหว่างประเทศแบบครบวงจร จากเดิมที่เป็นเพียงตัวแทนจำหน่ายซึ่งทำหน้าที่จัดหาของจากผู้จำหน่ายในประเทศอื่นๆ เพื่อซื้อมาขายไปเท่านั้น</p>
<p><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/02/Total-Packaging-Solutions-Provider-.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-5388 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/02/Total-Packaging-Solutions-Provider-.jpg" alt="ธุรกิจแพคเกจจิ้งมุ่งสู่การเป็น Total Packaging Solutions Provider" width="900" height="572" data-id="5388" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/02/Total-Packaging-Solutions-Provider-.jpg 900w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/02/Total-Packaging-Solutions-Provider--300x191.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/02/Total-Packaging-Solutions-Provider--768x488.jpg 768w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></a></p>
<p>ส่วนธุรกิจแพคเกจจิ้งนั้น หัวเรือใหญ่ของเอสซีจีมองว่า การแข่งขันที่รุนแรงจากการที่ผู้ผลิตกระดาษทั้งไทยและต่างชาติเริ่มผันตัวเข้ามาแข่งขันในธุรกิจนี้มากขึ้น ขณะเดียวกันเมื่อประชากรมีรายได้เพิ่มขึ้นจากเศรษฐกิจที่เติบโต รวมทั้งการเติบโตของการค้าออนไลน์ ก็ทำให้ความต้องการแพคเกจจิ้งเพิ่มสูงขึ้นด้วย เอสซีจีจึงต้องเร่งพัฒนาธุรกิจให้พร้อม โดยใช้ความแข็งแกร่งที่มีไม่ว่าจะเป็นความสามารถในการออกแบบเพื่อตอบโจทย์ผู้ประกอบการรายย่อยให้ขายสินค้าได้ การตอบโจทย์ผู้ประกอบการรายใหญ่ซึ่งต้องการผู้ให้บริการครบวงจรที่มีความชำนาญและความมั่นคง เพื่อผลักดันธุรกิจของเขาให้เติบโตไปได้ ตลอดจนความสามารถในการตอบโจทย์ตลาดที่กำลังเติบโต เช่น ตลาดบรรจุภัณฑ์อาหาร โดยการเข้าไปร่วมทุนกับธุรกิจในมาเลเซีย ซึ่งนอกจากจะทำให้เอสซีจีเติบโตไปด้วยแล้ว ยังทำให้ได้รู้ความต้องการของลูกค้าในตลาดนั้นๆ เพิ่มขึ้นด้วย</p>
<h2><span style="color: #6cb742;">นวัตกรรมในมุมมองเอสซีจี ต้องใช้เทคโนโลยีสร้างสรรค์ให้ตอบโจทย์ตลาด</span></h2>
<p>จากวิสัยทัศน์ของเอสซีจีข้างต้น จะเห็นว่ากลยุทธ์หลักด้านหนึ่งของเอสซีจี คือการสร้างสรรค์นวัตกรรม ซึ่งรุ่งโรจน์กล่าวว่า ขณะนี้เอสซีจีตั้งงบลงทุนด้านนวัตกรรมไว้ปีละกว่า 4 พันล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 1 ของยอดขายรวม โดยนวัตกรรมของเอสซีจีนั้นสามารถแบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม คือ 1.) การวิจัยและพัฒนา (Research and Development &#8211; R&amp;D) 2.) เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Technology) และ 3.) เทคโนโลยีขั้นสูง (Deep Technology) ซึ่งแต่ละกลุ่มต่างก็มีแผนการพัฒนาของตัวเอง โดยเน้นการเชื่อมโยงความร่วมมือกับภายนอก และเปิดโอกาสให้ภายนอกเชื่อมโยงความร่วมมือเข้ามาได้ เพื่อให้เกิดการต่อยอดนวัตกรรมซึ่งกันและกัน</p>
<p><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/02/RD.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-5384 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/02/RD.jpg" alt="Research and Development - R&amp;D" width="900" height="600" data-id="5384" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/02/RD.jpg 900w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/02/RD-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/02/RD-768x512.jpg 768w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></a></p>
<p>“นวัตกรรมของเอสซีจีต้องเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ตลาดได้ โดยมีที่มาทั้งจากการวิจัยและพัฒนา การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจหลัก ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานภายในองค์กรตลอด value chain เช่น การปรับปรุงประสิทธิภาพโรงงานให้สามารถแจ้งเตือนการซ่อมบำรุงได้ล่วงหน้าก่อนที่เครื่องจักรจะเสีย และการสนับสนุนการทำงานระหว่างธุรกิจกับลูกค้า เช่น การทำ Corporate Venture Capital &#8211; CVC ผ่าน AddVentures เพื่อลงทุนในสตาร์ทอัพซึ่งเป็นผู้มีความรู้ความสามารถในการคิดค้นสิ่งใหม่ๆ เพื่อแก้ปัญหาให้ลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว ตลอดจนการลงทุนในเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น New advanced materials หรือ Clean technology เพื่อเป็นแนวทางไปสู่การพัฒนาอุตสาหกรรม 4.0” กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี ฉายภาพให้เห็นถึงความน่าสนใจในนวัตกรรมของเอสซีจี</p>
<p><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/02/Blockchain.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-5382 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/02/Blockchain.jpg" alt="Blockchain" width="900" height="600" data-id="5382" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/02/Blockchain.jpg 900w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/02/Blockchain-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/02/Blockchain-768x512.jpg 768w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></a></p>
<h2><span style="color: #6cb742;">เศรษฐกิจหมุนเวียน แนวคิดสร้างคุณค่าและความยั่งยืนให้องค์กรและโลก</span></h2>
<p>เอสซีจียังเดินหน้าขับเคลื่อนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า นำมาซึ่งผลดีแก่ทั้งองค์กร ผู้มีส่วนได้เสีย สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยเร่งสร้างความเข้าใจกับทุกภาคส่วนทั้งในไทยและในระดับนานาชาติ ก่อนร่วมกันผลักดันให้เกิดการนำไปปฏิบัติจริงในวงกว้าง เช่น การร่วมเป็น 1 ใน 30 กลุ่มบริษัทด้านปิโตรเคมีระดับโลก ที่ก่อตั้ง Alliance to End Plastic Waste (AEPW) เพื่อพัฒนาโซลูชั่นขั้นสูงในการกำจัดขยะพลาสติกโดยเฉพาะในทะเล และนำมาทำให้เกิดประโยชน์ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยมีการร่วมมือภาคส่วนต่างๆ รวมทั้งลูกค้าด้วย</p>
<p>รุ่งโรจน์กล่าวปิดท้ายว่า “เอสซีจีมีเครือข่ายทั้งลูกค้าและคู่ธุรกิจที่ร่วมกันนำขยะมาทำให้เกิดประโยชน์อีกครั้ง เช่น การนำขยะพลาสติกมาทำถนน การนำแกลลอนน้ำมันใช้แล้วมาเป็นวัตถุดิบในการผลิตแกลลอนใหม่ หรือในธุรกิจค้าปลีกที่มีกล่องกระดาษเหลือใช้ เราก็ร่วมกับคู่ธุรกิจจัดเก็บกล่องเพื่อนำไปผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์ใหม่ นอกจากนี้ ในองค์กรเราก็เริ่มปรับกระบวนการดำเนินงานภายใน เช่น การเพิ่มสัดส่วนการผลิตบรรจุภัณฑ์ที่สามารถนำวัตถุดิบไปรีไซเคิลได้มากขึ้น รวมถึงการทำบางซื่อโมเดล เพื่อปลูกจิตสำนึกเรื่องการแยกขยะและให้ความรู้เรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียนกับพนักงาน ซึ่งในอนาคตคาดว่าจะมีการขยายโมเดลนี้ร่วมกับองค์กรอื่นๆ ต่อไป เพราะเรามองว่าการจะผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเรื่องใดได้นั้น จำเป็นต้องเริ่มต้นที่ตัวเอง ก่อนส่งต่อไปที่ Supply chain และขยายผลต่อไปที่ระดับโลก”</p>
<p><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/02/SCG-Floating-Solar-Farm.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-5387 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/02/SCG-Floating-Solar-Farm.jpg" alt="โซลูชั่นโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำ จากธุรกิจเคมิคอลส์" width="900" height="505" data-id="5387" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/02/SCG-Floating-Solar-Farm.jpg 900w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/02/SCG-Floating-Solar-Farm-300x168.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/02/SCG-Floating-Solar-Farm-768x431.jpg 768w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></a></p>
<p><strong>ด้วยกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจของเอสซีจีในปี 2562 ที่มุ่งสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในภูมิภาค ด้วยการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ตลาด ผ่านการนำเทคโนโลยีต่างๆ มาใช้ รวมถึงการขับเคลื่อนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนนี้ เชื่อว่าจะทำให้เอสซีจีสามารถไปถึงเป้าหมายในการรักษาความสามารถทางการเติบโตให้ได้มากกว่า GDP ของอาเซียน คือประมาณร้อยละ 5 ภายใต้งบลงทุนที่ตั้งไว้ในปีนี้กว่า 6 หมื่นล้านบาท ได้อย่างไม่ยากนัก</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b9%8c-%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%88%e0%b8%b5-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2562/">เปิดกลยุทธ์เอสซีจี เดินหน้าธุรกิจปี 2562 ก้าวบนความท้าทายอย่างไรให้เติบโตยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
