<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>แผนพลังงานชาติ | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Fri, 28 Nov 2025 08:45:35 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>แผนพลังงานชาติ | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ศูนย์ข่าวพลังงานเปิดเวทีใหญ่ชำแหละพลังงานไทย เร่ง Quick Big Win แผน PDP ใหม่ รับคลื่น Data Center สู่ Net Zero 2050</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/quick-big-win-pdp/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 28 Nov 2025 08:45:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Report]]></category>
		<category><![CDATA[Quick Big Win]]></category>
		<category><![CDATA[SMR]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[เป้าหมาย Net Zero 2050]]></category>
		<category><![CDATA[แผน PDP]]></category>
		<category><![CDATA[แผนพลังงานชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์เพื่อประชาชน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=42139</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศูนย์ข่าวพลังงาน (Energy News Center: ENC) เปิดฉากก้าวสู่ทศวรรษใหม่ด้วยการจัดสัมมนา “ความท้าทายพลังงานไทย เปลี่ยนผ่านอย่างไรให้ยั่งยืน” สะท้อนบทบาทสื่อที่ยืนหยัดนำเสนอข้อมูลพลังงานอย่างรอบด้านตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ในเวทีครั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานย้ำเดินหน้านโยบาย Quick Big Win เร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานให้พร้อมรองรับการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ของประเทศ ขณะที่ปลัดกระทรวงพลังงานส่งสัญญาณชัดเจนถึงทิศทางใหม่ในแผน PDP โดยเตรียมบรรจุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) เป็นหนึ่งในกำลังผลิตอนาคต เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่เป้าหมาย Net Zero ปี 2050 อย่างมีเสถียรภาพและยั่งยืน อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/quick-big-win-pdp/">ศูนย์ข่าวพลังงานเปิดเวทีใหญ่ชำแหละพลังงานไทย เร่ง Quick Big Win แผน PDP ใหม่ รับคลื่น Data Center สู่ Net Zero 2050</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ศูนย์ข่าวพลังงาน </strong><strong>(Energy News Center: ENC) </strong>เปิดฉากก้าวสู่ทศวรรษใหม่ด้วยการจัดสัมมนา “<strong>ความท้าทายพลังงานไทย เปลี่ยนผ่านอย่างไรให้ยั่งยืน” </strong>สะท้อนบทบาทสื่อที่ยืนหยัดนำเสนอข้อมูลพลังงานอย่างรอบด้านตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ในเวทีครั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานย้ำเดินหน้านโยบาย Quick Big Win เร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานให้พร้อมรองรับการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ของประเทศ ขณะที่ปลัดกระทรวงพลังงานส่งสัญญาณชัดเจนถึงทิศทางใหม่ในแผน PDP โดยเตรียมบรรจุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) เป็นหนึ่งในกำลังผลิตอนาคต เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่เป้าหมาย Net Zero ปี 2050 อย่างมีเสถียรภาพและยั่งยืน</p>
<p><span id="more-42139"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42141" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/quick-big-win-pdp-02.jpg" alt="อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/quick-big-win-pdp-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/quick-big-win-pdp-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/quick-big-win-pdp-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/quick-big-win-pdp-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์</span> รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน</strong> เปิดเผยว่า  ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายครั้งใหญ่จากทั้งความไม่มั่นคงทางพลังงาน ภัยคุกคามไซเบอร์ และแรงกดดันในการเร่งเป้าหมาย Net Zero ให้เร็วขึ้น 15 ปี จากปี 2065 เป็นปี 2050 กระทรวงพลังงานจึงผลักดันนโยบาย <strong>Quick Big Win</strong> เพื่อเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน สร้างความมั่นคงระยะยาว รองรับความต้องการไฟฟ้าสะอาดที่เพิ่มขึ้น ซึ่งคาดว่าจะนำไปสู่การลงทุนรวมกว่า 1 ล้านล้านบาท ช่วยสร้างงานกว่า 30,000 ตำแหน่ง และลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากถึง 10 ล้านตันต่อปี</p>
<h3>เดินหน้าขยายการเข้าถึง “โซลาร์เพื่อประชาชน” กำลังผลิต 1,500 เมกะวัตต์</h3>
<p>รัฐบาลได้เดินหน้าขยายการเข้าถึงพลังงานสะอาดให้ครอบคลุมทุกภาคส่วน ตั้งแต่ชุมชน เกษตรกร ไปจนถึงหน่วยงานรัฐ ผ่าน 6 โครงการสำคัญ เช่น โครงการโซลาร์ฟาร์มชุมชนกำลังผลิต 1,500 เมกะวัตต์ ที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจ 30,000 ล้านบาท และลดการปล่อยคาร์บอน 0.919 ล้านตันต่อปี รวมถึงโครงการโซลาร์สูบน้ำเพื่อการเกษตร 250 ระบบที่ช่วยลดต้นทุนเกษตรกร เพิ่มผลผลิตต่อไร่ และสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจกว่า 400 ล้านบาทต่อปี</p>
<p>ขณะเดียวกัน หน่วยงานรัฐจะได้รับประโยชน์จากโครงการโซลาร์ภาครัฐที่ช่วยประหยัดค่าสาธารณูปโภคได้ถึง 9,000 ล้านบาทต่อปี ส่วนภาคครัวเรือน รัฐออกมาตรการลดหย่อนภาษีสูงสุด 200,000 บาท เพื่อจูงใจการติดตั้งโซลาร์รูฟ ตั้งเป้า 90,000 หลังคาเรือน คิดเป็นเงินลงทุนกว่า 20,000 ล้านบาททั่วประเทศ นอกจากนี้ยังมีโครงการโซลาร์ลอยน้ำบนเขื่อนหลักของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)  รวมกำลังผลิต 1,638 เมกะวัตต์ ช่วยลดต้นทุนไฟฟ้า เกิดการจ้างงานกว่า 5,000 ตำแหน่ง และลดการปล่อยคาร์บอนได้กว่า 8.24 แสนตันต่อปี</p>
<h3>ผลักดัน “Direct PPA” พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานพลังงานรองรับภาคอุตสาหกรรม</h3>
<p><strong>อรรถพล  </strong>กล่าวว่า กระทรวงพลังงานพร้อมเปิดทางให้ผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ โดยเฉพาะดาต้าเซ็นเตอร์ เข้าถึงไฟฟ้าสะอาดผ่าน “<strong>Direct PPA 2,000 เมกะวัตต์</strong>” หรือสัญญาซื้อขายไฟฟ้าสะอาดโดยตรงผ่านระบบโครงข่ายไฟฟ้า ซึ่งจะดึงดูดการลงทุนมากกว่า 60,000 ล้านบาท และลดการปล่อยคาร์บอนได้กว่า 1.66 ล้านตันต่อปี นอกจากนี้ยังเร่งพัฒนาระบบส่ง–จำหน่ายไฟฟ้าในพื้นที่เขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC)  เพื่อรองรับความต้องการไฟฟ้า 3,800 เมกะวัตต์ มูลค่าการลงทุนกว่า 580,000 ล้านบาท โดยข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน  (BOI) ระบุว่า ขณะนี้มีโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ ที่ยื่นขอรับการส่งเสริมแล้วกว่า 30–40 แห่ง สะท้อนศักยภาพการเติบโตของอุตสาหกรรมไฟฟ้าเขียวในภูมิภาค</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42142" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/quick-big-win-pdp-03.jpg" alt="อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/quick-big-win-pdp-03.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/quick-big-win-pdp-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/quick-big-win-pdp-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/quick-big-win-pdp-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<h3>เร่งทำ PDP ใหม่ ดันไฮโดรเจน–SMR–CCS ปูทางอุตสาหกรรมพลังงานอนาคตสู่ Net Zero 2050</h3>
<p>รัฐบาลได้จัดตั้งคณะกรรมการจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ฉบับใหม่ภายใน 3 เดือน เพื่อกำหนดทิศทางพลังงานไทยจนถึงปี 2050 โดยแผนใหม่นี้จะบูรณาการเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น ไฮโดรเจน โรงไฟฟ้าขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ (SMR) และระบบดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) ซึ่งมีเป้าหมายกักเก็บคาร์บอนรวม 11 ล้านตันต่อปี จากแหล่งอาทิตย์และอ่าวไทยตอนบน และคาดว่าจะกระตุ้นการลงทุนกว่า 540,000 ล้านบาท พร้อมสร้างงานกว่า 11,000 ตำแหน่ง หากพื้นที่กักเก็บมีศักยภาพจริง ไทยจะมีโอกาสพัฒนาอุตสาหกรรมคาร์บอนเครดิตและ CCS ระดับภูมิภาคในอนาคต</p>
<h3>พลังงานไทยต้องหาสมดุลใหม่ รับมือความมั่นคง–กรีน–ต้นทุนที่สวนทางกัน</h3>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42143" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/quick-big-win-pdp-04.jpg" alt="ดร.ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/quick-big-win-pdp-04.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/quick-big-win-pdp-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/quick-big-win-pdp-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/quick-big-win-pdp-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ดร</strong></span><strong><span style="color: #6cb742;">.ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ</span> ปลัดกระทรวงพลังงาน</strong> กล่าวว่า ทางเลือกด้านพลังงานที่ประเทศไทยมีอยู่ในปัจจุบัน ยังไม่สามารถตอบโจทย์  3 ด้านได้ครบถ้วนในเวลาเดียวกัน ทั้งด้านความมั่นคงของระบบไฟฟ้า ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และต้นทุนพลังงานที่ประชาชนและภาคธุรกิจรับได้ หากเลือกเชื้อเพลิงหรือเทคโนโลยีที่เน้นความมั่นคง ก็อาจไม่ตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อม แต่ถ้าเน้นพลังงานสีเขียวมาก ต้นทุนอาจสูงและกระทบต่อความมั่นคงของระบบ</p>
<p>ขณะที่การพยายามตอบโจทย์ทั้งความมั่นคงและความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมพร้อมกัน ก็มักนำไปสู่ต้นทุนค่าไฟที่สูงขึ้นจากการลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ เช่น โซลาร์เซลล์  ไฮโดรเจน และระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ ทำให้ในทางปฏิบัติ ไทยจำเป็นต้อง “หาจุดสมดุล” ระหว่างทั้ง 3 ระบบไฟฟ้า ไทยจึงต้องพัฒนาขีดความสามารถในการบูรณาการพลังงานหมุนเวียนเข้ากับโครงข่ายหลักอย่างรอบคอบ ควบคู่กับการลงทุนในแหล่งสำรองและโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วย “อุ้ม” ความผันผวนของพลังงานทดแทนไม่ให้กระทบปลายทาง ทั้งแบตเตอรี่ ระบบกักเก็บพลังงานในรูปแบบต่าง ๆ ไปจนถึงโครงสร้างระบบที่สามารถดึงไฟจากแหล่งหนึ่งไปทดแทนอีกแหล่งได้อย่างทันท่วงที</p>
<p>“ท่ามกลางแรงกดดันจากเงื่อนไขการค้าและการลงทุนระดับโลกที่ผูกกับเป้าหมาย Net Zero ปี 2050 ขณะที่ไทยเองปล่อยก๊าซเรือนกระจกปีละราว 350–360 ล้านตัน โดยภาคพลังงานคิดเป็นราว 70% หรือประมาณ 250–260 ล้านตัน หากต้องเร่งเป้าไปสู่ Net Zero ในปี 2050 ประเทศไทยจะต้องลดการปล่อยลงเหลือเพียงประมาณ 80 ล้านตัน และอาศัยมาตรการชดเชย ทั้งการเพิ่มพื้นที่ป่าและเทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) มาช่วย ซึ่งถือเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ที่ทำให้ทุกเครื่องมือด้านพลังงาน ตั้งแต่การเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน CCS ไปจนถึงไฮโดรเจน ต้องถูกนำมาใช้พร้อมกัน ภายใต้กรอบคิดเดียวกันคือ “รักษาสมดุล” ระหว่างความมั่นคง ความเขียว และราคาที่สังคมรับได้”  <strong>ปลัดกระทรวงพลังงาน</strong> กล่าว</p>
<h3>“SMR” ตัวแปรใหม่ในแผน PDP ไทย</h3>
<p>ในแผน PDP ฉบับก่อน มีการบรรจุกำลังผลิตจากนิวเคลียร์ไว้ราว 600 เมกะวัตต์ แต่หากไทยตั้งเป้าไปสู่ Net Zero 2050 ก็แทบหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเพิ่มสัดส่วนนี้ขึ้นในแผน PDP ฉบับใหม่ เพราะพลังงานหมุนเวียนเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องพึ่งแบตเตอรี่ราคาแพงหรือระบบเสริมความมั่นคงอื่นๆ ดังนั้น รูปแบบพลังงานในอนาคตอาจต้องผสมผสานระหว่างพลังงานหมุนเวียนและ SMR เพื่อให้ตอบโจทย์ทั้งความมั่นคง ราคาเข้าถึงได้ และการลดคาร์บอน</p>
<p>อย่างไรก็ตาม เส้นทางนี้ยังต้องใช้เวลาอีกหลายปี โดยเฉพาะช่วง 5ปีแรกที่จะเน้นวางกติกา สร้างมาตรฐาน เตรียมบุคลากร และพิจารณาโครงสร้างองค์กรกำกับดูแล เมื่อระบบพร้อมแล้ว การสร้างโครงการต้นแบบแห่งแรกจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะหากต้นแบบสำเร็จ โครงการใหม่ๆ ไม่ว่าจะตั้งในนิคมอุตสาหกรรม เมืองใหญ่ หรือพื้นที่ที่ขาดความมั่นคงด้านพลังงานก็สามารถเกิดขึ้นได้ในอนาคต โดยไม่จำเป็นต้องอยู่ใกล้แหล่งน้ำหรือทะเลเหมือนโรงไฟฟ้ารุ่นเก่า</p>
<h3>PDP ใหม่เดินหน้า เปิดกว้างผู้เชี่ยวชาญ–เอกชน รับคลื่นโซลาร์เซลล์และผู้ผลิตไฟฟ้าใช้เอง</h3>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42144" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/quick-big-win-pdp-05.jpg" alt="วัฒนพงษ์ คุโรวาท" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/quick-big-win-pdp-05.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/quick-big-win-pdp-05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/quick-big-win-pdp-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/quick-big-win-pdp-05-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>วัฒนพงษ์ คุโรวาท</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน </strong><strong>(สนพ</strong><strong>.)</strong> กล่าวว่า ความคืบหน้าการจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ฉบับใหม่คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2569 นับเป็นกระบวนการที่ยาวและซับซ้อนกว่าที่ผ่านมา ซึ่งการทบทวนรอบนี้ต้องเปิดกว้างมากขึ้น โดยในการประชุมอนุกรรมการจัดทำแผน PDP ครั้งแรกอย่างเป็นทางการเมื่อวานนี้ มีการปรับโครงสร้างคณะทำงานให้น่าสนใจยิ่งขึ้น จากเดิมที่ภาครัฐเป็นหลัก มาเป็นรูปแบบที่ดึงผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก ภาคเอกชน ผู้ผลิตไฟฟ้า และตัวแทนองค์กรธุรกิจ เข้ามานั่งเป็นประธานและรองประธาน ซึ่งถูกมองว่าเป็นก้าวสำคัญในการเพิ่มความโปร่งใสและสร้าง “จุดร่วม” ทางนโยบาย ก่อนเสนอแผนต่อคณะกรรมการระดับชาติภายใต้นโยบายเร่งรัดของรัฐมนตรีพลังงาน ที่กำหนดกรอบทำงานเพียง 3 เดือน ทั้งในส่วนการปรับประมาณการความต้องการใช้ไฟฟ้า (Load Forecast) และการจัดหากำลังผลิตใหม่ให้สอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน</p>
<p>“โจทย์ของ PDP รอบนี้ไม่ได้มีแค่โรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ของ กฟผ. และการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย เช่น กฟน.และกฟภ.อีกต่อไป แต่กำลังเผชิญ “คลื่นใหม่” จากโซลาร์รูฟท็อป โซลาร์ฟาร์ม และกลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้าใช้เอง (IPS / Prosumer) ทั้งแบบบนหลังคาบ้าน โรงงานอุตสาหกรรม ไปจนถึงโครงการ Private PPA และโครงการแบบ offsite ที่ลากสายส่งจากอีกพื้นที่หนึ่งมาป้อนให้ลูกค้าโดยตรง”  <strong>ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน </strong><strong>(สนพ</strong><strong>.)</strong> กล่าว</p>
<h3>เร่งวางเกมรับพลังงานทดแทน –ดาต้าเซ็นเตอร์ ดัน SMR เสริมฐานไฟฟ้า</h3>
<p>ขณะเดียวกัน ภาคขนส่งไฟฟ้าอย่างรถ EV แม้จะขยายตัวช้าลงจากที่คาด แต่ยังเป็นปัจจัยเสริมให้การใช้ไฟฟ้ากลางคืนเพิ่มขึ้น ส่วนดาต้าเซ็นเตอร์กลับกลายเป็นพระเอกใหม่ของระบบ ด้วยตัวเลขคำขอส่งเสริมลงทุนที่พุ่งแตะราว 10,000 เมกะวัตต์ หรือ 10 กิกะวัตต์ โดยมีกำลังใช้ไฟแล้วราว 4 กิกะวัตต์ ซึ่งโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าปัจจุบันยังรองรับได้จำกัด</p>
<p>ด้านเทคโนโลยี แผน PDP ใหม่ต้องวางยุทธศาสตร์ เพื่อรองรับการเร่งเพิ่มพลังงานหมุนเวียน การใช้แบตเตอรี่และระบบกักเก็บพลังงาน (ESS) การลงทุนโรงสูบน้ำกลับ การพิจารณาเทคโนโลยีไฮโดรเจน และทางเลือกสุดท้ายอย่าง CCS ซึ่งติดค้างอยู่ในขั้นตอนนโยบายมาราว 2 ปีแล้ว ขณะที่ กฟผ. มีแผนลงทุนระบบสำรองกำลังผลิตแบบสูงกำลัง (High-capacity Storage) เพิ่มเติม เพื่อป้องกันไม่ให้ไทยซ้ำรอยกรณีสเปนหรือโปรตุเกสที่ระบบรับมือพลังงานทดแทนไม่ทัน</p>
<p><strong>นอกจากนี้ เทคโนโลยี SMR และ MMR ถูกหยิบกลับมาพิจารณาอย่างจริงจังในมุมของ “ฐานรองรับความมั่นคงพลังงานคาร์บอนต่ำ” หลังประเมินแล้วว่าการเพิ่มสัดส่วนพลังงานสีเขียวเกิน 51% ภายใต้ข้อจำกัดศักยภาพประเทศและความยืดหยุ่นของระบบ อาจทำได้ยากหากไม่มีแหล่งไฟฟ้าฐานคาร์บอนต่ำอย่างนิวเคลียร์เข้ามาเสริม โดยในแผนเดิมเคยวาง SMR ไว้ช่วงปลายแผน 2 ยูนิต ขนาดรวมราว 600 เมกะวัตต์ และมีแนวโน้มต้องทบทวนเพิ่มในร่างแผนใหม่ เพื่อให้ไทยสามารถเดินหน้าเป้าหมาย Net Zero 2050 ได้อย่างไม่กระทบทั้งความมั่นคง ระบบไฟฟ้า และทิศทางเปิดเสรีตลาดไฟฟ้าในอนาคต</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/quick-big-win-pdp/">ศูนย์ข่าวพลังงานเปิดเวทีใหญ่ชำแหละพลังงานไทย เร่ง Quick Big Win แผน PDP ใหม่ รับคลื่น Data Center สู่ Net Zero 2050</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สนพ. เปิดรับฟังความคิดเห็น ร่างแผน PDP 2024 และ แผน Gas Plan 2024 หวังให้ไทยมีความมั่นคงด้านพลังงานในทุกรูปแบบ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/pdp-2024-and-gas-plan-2024/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/pdp-2024-and-gas-plan-2024/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 07 Jun 2024 02:38:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[Gas Plan 2024]]></category>
		<category><![CDATA[PDP 2024]]></category>
		<category><![CDATA[กำลังผลิตไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[สนพ.]]></category>
		<category><![CDATA[แผนบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[แผนพลังงานชาติ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=34164</guid>

					<description><![CDATA[<p>สนพ. เตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็น ร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย ปี 2567-2580 (PDP 2024) และร่างแผนบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ พ.ศ. 2567-2580 (Gas Plan 2024) โดยจะมุ่งเน้นประเด็นสำคัญ 3 ด้าน คือ ความมั่นคงของระบบไฟฟ้า ต้นทุนค่าไฟฟ้า และผลประทบสิ่งแวดล้อม 6 มิถุนายน 2567 &#8211; นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เป็นประธานในการเปิดงานสัมมนาให้ความรู้แก่สื่อมวลชน เรื่อง&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/pdp-2024-and-gas-plan-2024/">สนพ. เปิดรับฟังความคิดเห็น ร่างแผน PDP 2024 และ แผน Gas Plan 2024 หวังให้ไทยมีความมั่นคงด้านพลังงานในทุกรูปแบบ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สนพ. เตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็น ร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย ปี 2567-2580 (PDP 2024) และร่างแผนบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ พ.ศ. 2567-2580 (Gas Plan 2024) โดยจะมุ่งเน้นประเด็นสำคัญ 3 ด้าน คือ ความมั่นคงของระบบไฟฟ้า ต้นทุนค่าไฟฟ้า และผลประทบสิ่งแวดล้อม</strong></p>
<p><span id="more-34164"></span></p>
<p>6 มิถุนายน 2567 &#8211; <span style="color: #6cb742;"><strong>นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู </strong></span><strong>ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.)</strong> เป็นประธานในการเปิดงานสัมมนาให้ความรู้แก่สื่อมวลชน เรื่อง การรับฟังความคิดเห็นต่อร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2567-2580 (PDP 2024) และร่างแผนบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ พ.ศ. 2567-2580 (Gas Plan 2024)</p>
<p>สำหรับสาระสำคัญแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2567-2580 (Power Development Plan: PDP 2024) นั้น จะให้ความสำคัญในประเด็นต่างๆ 3 ด้าน ได้แก่</p>
<ol>
<li>ด้านเน้นความมั่นคงของระบบไฟฟ้าของประเทศ (Security)</li>
<li>ด้านต้นทุนค่าไฟฟ้าอยู่ในระดับที่เหมาะสม (Economy)</li>
<li>ด้านผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (Ecology) เพื่อให้สอดคล้องกับแผนพลังงานชาติ (National Energy Plan) ที่ สนพ. กำลังจัดทำอยู่</li>
</ol>
<p>โดยแผน PDP 2024 จะมีการชี้ใช้เกณฑ์โอกาสเกิดไฟฟ้าดับ (LOLE) ต้องไม่เกิน 0.7 วันต่อปี หรือไม่เกิน 17 ชั่วโมง จาก 8,760 ชั่วโมง จากเดิมใช้เกณฑ์กำลังผลิตไฟฟ้าสำรอง (Reserve Margin) รวมทั้งยังกำหนดเป้าหมายของมาตรการเปลี่ยนแปลงพฤติกกรรมการใช้ไฟฟ้า (Demand response) 1,000 เมกะวัตต์ และมาตรการลดความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (Peak) รวมไปถึงจะมีโรงไฟฟ้าใหม่และเทคโนโลยีใหม่ที่จะนำมาพิจารณา ซึ่งได้แก่ โรงไฟฟ้าพลังน้ำสูบกลับ รับซื้อไฟฟ้าพลังน้ำจากต่างประเทศ โซลาร์ โซลาร์ลอยน้ำ และโซลาร์บวกด้วยระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System : BESS) มีพลังงานนิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) เป็นทางเลือก</p>
<p>สำหรับแผนบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ พ.ศ. 2567-2580 (Gas Plan 2024) มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดหาก๊าซธรรมชาติให้เพียงพอกับความต้องการใช้ของประเทศ และบริหารจัดการระบบโครงสร้างพื้นฐานก๊าซธรรมชาติให้มีความมั่นคงและมีประสิทธิภาพ โดย Gas Plan 2024 ได้ประมาณการความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติในระยะยาวจากปัจจัยที่เกี่ยวข้อง โดยพบว่าภาพรวมความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาตินั้น ลดลงจาก 4,859 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันในปี 2567 เป็น 4,747 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันในปี 2580 จากการใช้ก๊าซธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้าลดลง เนื่องจากการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนและไฮโดรเจน การใช้ในโรงแยกก๊าซธรรมชาติที่ลดลงตามปริมาณก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยและการใช้ในภาคขนส่ง ตามจำนวนรถ NGV ที่มีแนวโน้มลดลง</p>
<p>ทั้งนี้ เพื่อให้ได้รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากประชาชนทุกภาคส่วน สนพ. จะมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2567-2580 (Power Development Plan: PDP 2024) และร่างแผนบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ พ.ศ. 2567-2580 (Gas Plan 2024) ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยในวันที่ 12 – 13 มิถุนายน 2567 จะเป็นการเปิดรับฟังความคิดเห็นในกลุ่มภาคราชการ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน ผู้ประกอบการ ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพ และเปิดรับฟังความคิดเห็นรูปแบบออนไลน์ใน 4 ภูมิภาค ในวันที่ 17 มิถุนายน 2567 ช่วงเช้าสำหรับประชาชนภาคกลาง ช่วงบ่ายสำหรับประชาชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และวันที่ 19 มิถุนายน 2567 ช่วงเช้าสำหรับประชาชนภาคใต้ ช่วงบ่ายสำหรับประชาชนภาคเหนือ รวมทั้ง จะเปิดรับให้ประชาชนทุกภาคส่วนได้เข้ามาแสดงความเห็นผ่านช่องทาง Facebook : EPPO Thailand และเว็บไซต์ www.eppo.go.th ตั้งแต่วันที่ 19 &#8211; 23 มิถุนายน 2567 ซึ่งข้อเสนอแนะต่าง ๆ ที่ได้จากการรับฟังความคิดเห็น สนพ. จะนำไปประกอบการปรับปรุงแผน PDP 2024 และแผน Gas Plan 2024 ให้มีความครบถ้วนสมบูรณ์ต่อไป</p>
<hr />
<p>ที่มา: สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/pdp-2024-and-gas-plan-2024/">สนพ. เปิดรับฟังความคิดเห็น ร่างแผน PDP 2024 และ แผน Gas Plan 2024 หวังให้ไทยมีความมั่นคงด้านพลังงานในทุกรูปแบบ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/pdp-2024-and-gas-plan-2024/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ครม. รับทราบผลการประชุมภาคีการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/thaigov-14022023/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/thaigov-14022023/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 21 Feb 2023 06:37:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Activities]]></category>
		<category><![CDATA[Green Enegy]]></category>
		<category><![CDATA[net zero]]></category>
		<category><![CDATA[การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[ความเป็นกลางทางคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[แผนพลังงานชาติ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=25501</guid>

					<description><![CDATA[<p>การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2566 ซึ่งมีพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี ณ สันติไมตรี (หลังนอก) โดย ครม. รับทราบตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เสนอผลการประชุมภาคีการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย (Thailand Climate Action Conference: TCAC)1 เรื่องเดิม คณะรัฐมนตรีมีมติ (23 พฤศจิกายน พ..ศ.2564) รับทราบผลการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/thaigov-14022023/">ครม. รับทราบผลการประชุมภาคีการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2566 ซึ่งมีพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี ณ สันติไมตรี (หลังนอก) โดย ครม. รับทราบตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เสนอผลการประชุมภาคีการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย (Thailand Climate Action Conference: TCAC)1</strong><span id="more-25501"></span></p>
<p><strong>เรื่องเดิม</strong></p>
<p>คณะรัฐมนตรีมีมติ (23 พฤศจิกายน พ..ศ.2564) รับทราบผลการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 26 (Conference of the parties: COP 26) และการประชุมอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม &#8211; 12 พฤศจิกายน 2564 ณ เมืองกลาสโกว์ สหราชอาณาจักร และถ้อยแถลงของนายกรัฐมนตรีในการประชุมระดับผู้นำ (World Leaders Summit) เป็นการเน้นจุดยืนของไทยที่ให้ความสำคัญสูงสุดกับการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ พร้อมร่วมมือกับทุกประเทศและทุกภาคส่วน เพื่อบรรลุเป้าหมายร่วมกันในการแก้ไขปัญหา ซึ่งไทยได้เข้าเป็นภาคีความตกลงปารีสและดำเนินการที่สอดคล้องตามพันธกรณีมาอย่างต่อเนื่อง โดยไทยได้กำหนดเป้าหมายการดำเนินงานตามแผนที่การลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย (Nationally Appropriate Mitigation Actions: NAMA) นอกจากนี้ได้แสดงเจตนารมณ์ของไทยที่จะยกระดับการแก้ไขปัญหาภูมิอากาศอย่างเต็มที่และด้วยทุกวิถีทาง ซึ่งเป็นความท้าทายอย่างยิ่งที่จะทำให้ไทยบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี ค.ศ. 2050 และเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในหรือก่อนปี ค.ศ. 2065</p>
<p><strong>สาระสำคัญของเรื่อง</strong></p>
<p>ทส. รายงานว่าคณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ [รองนายกรัฐมนตรี (พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ) เป็นประธานคณะกรรมการ] ในการประชุมครั้งที่ 3/2565 เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ.2565 มีมติรับทราบผลการประชุม TCAC ซึ่งจัดขั้นระหว่างวันที่ 5-6 สิงหาคม พ.ศ. 2565 ณ กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม ณ สถานที่จัดงานและผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น ภาคเอกชนและรัฐวิสาหกิจของไทย ทูตานุทูตจากประเทศต่าง ๆ และองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศ และมอบหมายให้ ทส. โดยสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) นำผลการประชุมฯ เสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบต่อไป มีสาระสำคัญสรุปได้ ดังนี้</p>
<p><strong>1.ภาพรวมและวัตถุประสงค์</strong> เพื่อเป็นเวทีสร้างพลังขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทยในทุกระดับและทุกภาคส่วนเพื่อมุ่งบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี ค.ศ. 2050 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี ค.ศ. 2065พร้อมทั้งเป็นการเริ่มต้นดำเนินงานตามความตกลงปารีสอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อให้ไทยมุ่งสู่เป้าหมายที่ได้แสดงเจตจำนงไว้ต่อประชาคมโลกในการประชุม COP 26 ตามที่นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถ้อยแถลงไว้</p>
<p><strong>2.พิธีเปิดการประชุมและกิจกรรมในห้องประชุมใหญ่</strong> ประกอบด้วย</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-25503" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/Net-Zero.jpg" alt="Net Zero" width="664" height="374" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/Net-Zero.jpg 664w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/Net-Zero-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/Net-Zero-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/Net-Zero-500x282.jpg 500w" sizes="(max-width: 664px) 100vw, 664px" /></p>
<p>นายกรัฐมนตรีได้กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง “เป้าหมาย Net Zero 2065 เพื่อการเติบโตที่ยั่งยืนของไทยในเวทีโลก (Mission to D-emission 2065 for Thailand Sustainable Growth)” เพื่อยืนยันถึงเจตนารมณ์อันแน่วแน่ของรัฐบาลในการขับเคลื่อนการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศผ่านยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) และแผนพัฒนาระดับชาติตลอดจนขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy: BCG Economy) เพื่อสร้างความสมดุลแห่งการพัฒนาและเติบโตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมการปรับเปลี่ยนรูปแบบทางเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น เช่น การเพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน การส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ และการปรับตัวรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ</p>
<p>พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ( ประธานกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติได้เน้นย้ำการมุ่งยกระดับการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศภายในประเทศร่วมกับทุกภาคส่วนอย่างเข้มข้นและมุ่งแก้ไขปัญหาในระดับพื้นที่</p>
<p>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้บรรยายพิเศษในหัวข้อ “TCAC: Road to COP 27 and Beyond” และ “จากนโยบายสู่ความสำเร็จด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” โดยเน้นย้ำว่า ทส. ได้แปลงเป้าหมายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสู่นโยบายและแผนเพื่อแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรม เช่น แผนแม่บทรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. 2558-2563 และแผนที่นำทางการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ</p>
<p>ผู้ว่าราชการจังหวัดได้กล่าวถ้อยแถลงเพื่อแสดงถึงความพร้อมในการขับเคลื่อนนโยบายไปสู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p>เครือรัฐออสเตรเลีย สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ประเทศญี่ปุ่น สมาพันธรัฐสวิส และสหรัฐอเมริกาได้กล่าวถ้อยแถลงเกี่ยวกับความร่วมมือด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกับไทยในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เช่น การสนับสนุนด้านพลังงานทดแทน พลังงานสะอาด และยานยนต์ไฟฟ้า</p>
<p>องค์การสหประชาชาติได้ร่วมจัดแสดงนิทรรศการและนำเสนอกรอบความร่วมมือด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนและโครงการนำร่องด้านสภาพภูมิอากาศที่ดำเนินการกับไทย</p>
<p>ภาคเอกชนและรัฐวิสาหกิจตอบรับต่อเป้าหมายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศและพร้อมสนับสนุนภาครัฐ โดยปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจเพื่อมุ่งสู่การปล่อยคาร์บอนต่ำ</p>
<p>เยาวชนและภาคประชาชนพร้อมสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับสังคมไทยด้านสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดยเริ่มจากการเรียนรู้ทั้งในและนอกห้องเรียนการทำกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมและการออกแบบธุรกิจเพื่อสังคม</p>
<p><strong>3.การเสวนาเชิงวิชาการในห้องประชุมใหญ่ ประกอบด้วย</strong></p>
<p>เสริมสร้างไทยสู่ความยั่งยืนด้านสภาพภูมิอากาศ เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและแนวทางการบูรณาการระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันวิจัยและพัฒนานวัตกรรม เพื่อขับเคลื่อนไทยไปสู่การบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน เช่น 1) ภาครัฐ โดย สผ. ในฐานะผู้กำหนดนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศได้ระบุถึงเส้นทางสู่ความยั่งยืนด้านสภาพภูมิอากาศผ่านการจัดทำเครื่องมือเชิงนโยบายและกลไกสนับสนุน เช่น กลไกทางการเงินและกฎหมาย และ 2) รัฐวิสาหกิจและเอกชนโดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) พร้อมปรับกลยุทธ์องค์กรและการดำเนินธุรกิจเพื่อลดการปล่อยคาร์บอน โดยใช้เทคโนโลยีพลังงานสะอาดและเพิ่มแหล่งกักเก็บดูดซับคาร์บอน</p>
<p>บูรณาการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสู่การดำเนินงานระดับจังหวัดนำเสนอความเชื่อมโยงระหว่างการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกับบริบทการพัฒนาระดับพื้นที่และแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับพื้นที่ระหว่างหน่วยงานด้านนโยบายและตัวแทนของจังหวัดเพื่อนำเข้าสู่แผนพัฒนาจังหวัด</p>
<p>ความร่วมมือระหว่างประเทศด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพื่อแบ่งปันเรื่องราวความสำเร็จของโครงการความร่วมมือระหว่างประเทศด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ไทยร่วมดำเนินการกับองค์กรระหว่างประเทศ เช่น โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดภาวะโลกร้อนจากการทำนาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (Thai Rice NAMA)4 โดยองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน ประจำประเทศไทยในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวให้กับเกษตรกรและปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ โดยประยุกต์ใช้เทคโนโลยี 4 ด้าน คือ การปรับพื้นที่นาให้ราบเรียบด้วยระบบเลเซอร์ การจัดการน้ำในนาแบบเปียกสลับแห้ง การใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน และการจัดการฟางในนาข้าวอย่างถูกวิธี</p>
<p><strong>4.การเสวนาเชิงวิชาการในห้องประชุมกลุ่มย่อย</strong> ประกอบด้วย</p>
<p>ป่าไม้และการกักเก็บคาร์บอน นำเสนอแลกเปลี่ยนนโยบายและการขับเคลื่อนการดำเนินงานในการกักเก็บคาร์บอนในภาคป่าไม้ โดยต้องบูรณาการจากทุกภาคส่วนเพื่อขับเคลื่อน เช่น การปลูกป่าเพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าทั้งในพื้นที่ของภาครัฐ การป้องกันการบุกรุกป่าและควบคุมไฟป่า</p>
<p>เกษตรกรเท่าทันภูมิอากาศ นำเสนอสาระสำคัญในการกำหนดยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภาคเกษตรและความก้าวหน้าของการดำเนินโครงการต่าง ๆ เช่น โครงการข้าวยั่งยืนที่เน้นการจัดการน้ำในนาแบบเปียกสลับแห้ง เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสอดคล้องกับโครงการ Thai Rice NAMA ที่จะเป็นต้นแบบที่ดีในการทำนาทั้งเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุนจากการใช้น้ำและการใช้ปุ๋ย</p>
<p>การบริการข้อมูลด้านสภาพภูมิอากาศและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในภาคเมือง นำเสนอในเรื่องต่าง ๆ เช่น 1) การพัฒนาข้อมูลด้านภูมิอากาศ 2) การประยุกต์ใช้ข้อมูลจากเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ และ (3) แนวทาง/แนวคิดการออกแบบภูมิสถาปัตย์ที่คำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อนำมาใช้ในการจัดการเมืองให้มีการปรับตัวรองรับการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศ</p>
<p>พลังงานและการขนส่งที่ยั่งยืนผ่านนโยบายและทิศทางการดำเนินงานภายใต้แผนพลังงานชาติ พ.ศ. 2565 เช่น การเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน การส่งเสริมให้ระบบรางเป็นโครงข่ายหลักของประเทศในการเดินทางและขนส่งสินค้าระหว่างเมือง การพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าในระบบขนส่งสาธารณะ เช่น EV-Bus EV-Boat EV-Bike สำหรับภาคเอกชนได้สะท้อนถึงข้อจำกัดของการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในประเด็นราคาและความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน โดยจะต้องครอบคลุมพื้นที่ใช้งานและพัฒนาให้ผู้ใช้งานสามารถใช้ได้ทุกค่ายรถยนต์</p>
<p>ตลาดคาร์บอนเครดิต4ตอบโจทย์ธุรกิจรักษ์โลกด้วยกลไกราคา เป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การดำเนินงานในการใช้กลไกราคาหรือตลาดคาร์บอนเพื่อสร้างโอกาสและแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการในการลดก๊าซเรือนกระจก โดยดำเนินการผ่านโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของไทย</p>
<p><strong>5.การแสดงนิทรรศการของหน่วยงานและองค์กรภาคธุรกิจ</strong> เช่น (1) เทคโนโลยีด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Teachnology) เช่น เทคโนโลยีการดักจับ การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บคาร์บอนและพลังงานทดแทนและยานยนต์ไฟฟ้า และ (2) แหล่งดูดซับและกักเก็บคาร์บอนในธรรมชาติ (Green and Blue Carbon) เช่น ระบบนิเวศบนบกและระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่ง</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/thaigov-14022023/">ครม. รับทราบผลการประชุมภาคีการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/thaigov-14022023/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พพ. เร่งร่างแผนอนุรักษ์พลังงาน EEP2022 ลดใช้พลังงานลง 36% ขับเคลื่อนประเทศสู่เป้าหมาย Carbon Neutrality</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/energy-efficiency-plan_eep2022/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/energy-efficiency-plan_eep2022/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 23 Nov 2022 04:47:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[EEP2022]]></category>
		<category><![CDATA[Energy Efficiency Plan]]></category>
		<category><![CDATA[National Energy Plan 2022]]></category>
		<category><![CDATA[ร่างแผนอนุรักษ์พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[แผนพลังงานชาติ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=24506</guid>

					<description><![CDATA[<p>พพ.เร่งเครื่องการอนุรักษ์พลังงาน เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นร่างแผนอนุรักษ์พลังงาน EEP2022 ในทุกภาคส่วน วางเป้าหมายลดความเข้มการใช้พลังงาน (Energy Intensity) ลง 36% ในปี พ.ศ.2580 และ 40% ในปี พ.ศ.2593 (ค.ศ.2050) ชูให้เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญนำประเทศบรรลุเป้าหมาย Carbon Neutrality 22 พฤศจิกายน 2565 &#8211;  ดร.ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เปิดเผยว่า พพ.เปิดสัมมนา “เวทีรับฟังความคิดเห็นต่อร่างแผนอนุรักษ์พลังงาน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/energy-efficiency-plan_eep2022/">พพ. เร่งร่างแผนอนุรักษ์พลังงาน EEP2022 ลดใช้พลังงานลง 36% ขับเคลื่อนประเทศสู่เป้าหมาย Carbon Neutrality</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>พพ.เร่งเครื่องการอนุรักษ์พลังงาน เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นร่างแผนอนุรักษ์พลังงาน EEP2022 ในทุกภาคส่วน วางเป้าหมายลดความเข้มการใช้พลังงาน (Energy Intensity) ลง 36% ในปี พ.ศ.2580 และ 40% ในปี พ.ศ.2593 (ค.ศ.2050) ชูให้เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญนำประเทศบรรลุเป้าหมาย Carbon Neutrality</strong><span id="more-24506"></span></p>
<p>22 พฤศจิกายน 2565 &#8211;  <span style="color: #6cb742;"><strong>ดร.ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ</strong></span> <strong>อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.)</strong> เปิดเผยว่า พพ.เปิดสัมมนา “เวทีรับฟังความคิดเห็นต่อร่างแผนอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ.2565 &#8211; 2580 (Energy Efficiency Plan : EEP2022)” โดยเปิดกว้างให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง อาทิ ภาคอุตสาหกรรม ธุรกิจการค้า บ้านอยู่อาศัย เกษตรกรรม ขนส่ง ตลอดจนผู้ที่สนใจได้มีส่วนร่วมในการให้ข้อมูลและแสดงความคิดเห็นต่อร่างแผน EEP2022 ซึ่งเป็นหนึ่งในแผนด้านพลังงานที่สำคัญภายใต้แผนพลังงานชาติ (National Energy Plan 2022)</p>
<figure id="attachment_24508" aria-describedby="caption-attachment-24508" style="width: 680px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-24508" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/11/Prasert_S.jpg" alt="ดร.ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/11/Prasert_S.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/11/Prasert_S-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/11/Prasert_S-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/11/Prasert_S-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /><figcaption id="caption-attachment-24508" class="wp-caption-text">ดร.ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.)</figcaption></figure>
<p><strong>ดร.ประเสริฐ</strong> ได้กล่าวถึงความสำคัญของแผนอนุรักษ์พลังงานว่า จากสถานการณ์วิกฤติด้านพลังงานในปัจจุบัน ทำให้ราคาพลังงานปรับสูงขึ้นมากและส่งผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจและประชาชนในวงกว้าง ประกอบกับกระทรวงพลังงานได้จัดทำแผนพลังงานชาติ (National Energy Plan 2022) ซึ่งถือเป็นแผนพลังงานฉบับใหม่ที่จะพัฒนายกระดับด้านพลังงานของประเทศรองรับการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานในอนาคต โดยที่แผนอนุรักษ์พลังงานถือเป็น 1 ใน 5 แผนสำคัญของแผนพลังงานชาติ ที่มีบทบาทในการทำให้ประเทศมีการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะทำให้เราสามารถลดการนำเข้าหรือพึ่งพาพลังงานจากต่างประเทศ อีกทั้งจะช่วยลดต้นทุนด้านพลังงานและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันด้วย</p>
<p>ใน<strong>ร่างแผน EEP2022</strong> ได้มีการปรับปรุงเพิ่มเติมจากแผน EEP2018 โดยปรับเป้าหมายการอนุรักษ์พลังงาน Energy Intensity ในปี พ.ศ.2580 จากเดิม 30% เป็น 36% หรือคิดเป็นพลังงานที่คาดว่าจะลดได้ 35,497 ktoe และตลอดถึงปีพ.ศ.2593 (ค.ศ.2050) มีเป้าหมายที่จะลดได้ถึง 40% หรือ 64,340 ktoe (พันตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ)โดยได้กำหนดมาตรการที่สำคัญไว้อย่างรอบด้านและครอบคลุมทุกภาคส่วน ได้แก่ การกำกับดูแลตามกฎหมายโรงงาน/อาคารควบคุม เกณฑ์มาตรฐานอาคารด้านพลังงาน (Building Energy Code) การส่งเสริมมาตรฐานอุปกรณ์ประสิทธิภาพสูงและฉลากเบอร์ 5 การส่งเสริมบ้านประหยัดพลังงาน การอนุรักษ์พลังงานในภาคเกษตรกรรม Smart Farming และเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานในภาคขนส่ง เป็นต้น</p>
<p><strong>โดยหลังจากนี้ พพ. จะได้รวบรวมข้อเสนอแนะและข้อมูลอันเป็นประโยชน์ เพื่อจัดทำร่างแผนอนุรักษ์พลังงานที่สมบูรณ์และทุกภาคส่วนให้การยอมรับ และขอขอบคุณทุกความคิดเห็นในเวทีฯ ครั้งนี้ ที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาแผนอนุรักษ์พลังงาน ที่จะนำไปใช้ให้เกิดความมั่นคงด้านพลังงานอย่างยั่งยืนต่อไป ดร.ประเสริฐ กล่าว</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/energy-efficiency-plan_eep2022/">พพ. เร่งร่างแผนอนุรักษ์พลังงาน EEP2022 ลดใช้พลังงานลง 36% ขับเคลื่อนประเทศสู่เป้าหมาย Carbon Neutrality</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/energy-efficiency-plan_eep2022/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สนพ. เปิดร่าง PDP Action Plan 2022 มุ่งสู่พลังงานสะอาด พร้อมสร้างความมั่นคงทางพลังงานอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/pdp-2020/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/pdp-2020/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 07 Oct 2022 02:28:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[PDP 2022]]></category>
		<category><![CDATA[PDP Action Plan 2022]]></category>
		<category><![CDATA[แผน PDP2022]]></category>
		<category><![CDATA[แผนพลังงานชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[แผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=23920</guid>

					<description><![CDATA[<p>กระทรวงพลังงาน โดย สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) อยู่ในระหว่างการจัดทำแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ ฉบับใหม่ (PDP 2022) ระหว่างปี 2565-2580 หรือ PDP 2022 (ค.ศ. 2022 – 2037) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนพลังงานชาติ ที่มีทิศทางสอดรับกับข้อตกลงที่ประเทศจะมุ่งสู่พลังงานสะอาด ลดการปลดปล่อยก๊าซ Co2 พร้อมสร้างความมั่นคงทางพลังงานอย่างยั่งยืน โดยแผน PDP2022 ได้ให้ความสำคัญในประเด็นต่างๆ เช่น การเน้นความมั่นคงของระบบไฟฟ้าของประเทศ (Security) เพื่อให้มีความมั่นคงครอบคลุมทั้งระบบผลิตไฟฟ้า ระบบส่งไฟฟ้า&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/pdp-2020/">สนพ. เปิดร่าง PDP Action Plan 2022 มุ่งสู่พลังงานสะอาด พร้อมสร้างความมั่นคงทางพลังงานอย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กระทรวงพลังงาน โดย สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) อยู่ในระหว่างการจัดทำแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ ฉบับใหม่ (PDP 2022) ระหว่างปี 2565-2580 หรือ PDP 2022 (ค.ศ. 2022 – 2037) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนพลังงานชาติ ที่มีทิศทางสอดรับกับข้อตกลงที่ประเทศจะมุ่งสู่พลังงานสะอาด ลดการปลดปล่อยก๊าซ Co2 พร้อมสร้างความมั่นคงทางพลังงานอย่างยั่งยืน</strong><span id="more-23920"></span></p>
<p>โดย<strong>แผน PDP2022</strong> ได้ให้ความสำคัญในประเด็นต่างๆ เช่น การเน้นความมั่นคงของระบบไฟฟ้าของประเทศ (Security) เพื่อให้มีความมั่นคงครอบคลุมทั้งระบบผลิตไฟฟ้า ระบบส่งไฟฟ้า และความมั่นคงรายพื้นที่ คำนึงถึงผู้ใช้ไฟฟ้านอกระบบ (IPS) รวมถึง Disruptive Technology เพื่อให้ระบบผลิตไฟฟ้ามีความยืดหยุ่นเพียงพอต่อการรองรับ Energy Transition ขณะที่ต้นทุนค่าไฟฟ้าอยู่ในระดับที่เหมาะสม (Economy) อัตราค่าไฟฟ้ามีเสถียรภาพ สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงประชาชนไม่แบกรับภาระอย่างไม่เป็นธรรม และไม่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศในระยะยาว และคำนึงถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (Ecology) จำกัดปริมาณการปลดปล่อย CO2 ให้สอดคล้องตามเป้าหมายแผนพลังงานชาติ และเป้าหมายการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระยะยาวของประเทศ (LTS) ตามนโยบาย Carbon neutrality และ Net zero emission</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-23921" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/10/PDP-Action-Plan-2022.jpg" alt="PDP Action Plan 2022" width="750" height="1061" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/10/PDP-Action-Plan-2022.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/10/PDP-Action-Plan-2022-212x300.jpg 212w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/10/PDP-Action-Plan-2022-724x1024.jpg 724w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/10/PDP-Action-Plan-2022-150x212.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/10/PDP-Action-Plan-2022-353x500.jpg 353w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<hr />
<p>ที่มา: สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.)</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/pdp-2020/">สนพ. เปิดร่าง PDP Action Plan 2022 มุ่งสู่พลังงานสะอาด พร้อมสร้างความมั่นคงทางพลังงานอย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/pdp-2020/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สนพ. เผยร่างแผนพัฒนาสถานีอัดประจุไฟฟ้า รองรับการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ไทยในอนาคต</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-ev-%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-ev-%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 18 Feb 2022 03:16:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[การส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[สถานีอัดประจุไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[สนพ.]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[แผนพลังงานชาติ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=21117</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยร่างแผนการพัฒนาสถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า รองรับเป้าหมายการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศ ตามนโยบายการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า 30@30 ซึ่งเป็นนโยบายสนับสนุนเป้าหมายการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ผ่านการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานในภาคขนส่งให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น โดยเปลี่ยนรูปแบบเชื้อเพลิงจากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นพลังงานไฟฟ้าสีเขียว จากผลการศึกษาของโครงการจัดทำแผนการพัฒนาสถานีประจุแบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อรองรับเป้าหมายการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศ พบว่าปี 2030 ประเทศไทยควรจะมีการติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้าแบบ Fast Charge ในหัวเมืองใหญ่ จำนวน 8,227 เครื่อง และการติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้าในเขตพื้นที่ทางหลวง (Highway) จำนวน 5,024 เครื่อง นอกจากนี้ ยังมีการติดตั้งเครื่องสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ทั่วประเทศอีก 8,291 เครื่อง ปัจจุบันกระแสของโลกกำลังมุ่งเข้าไปสู่รูปแบบของการใช้ชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-ev-%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/">สนพ. เผยร่างแผนพัฒนาสถานีอัดประจุไฟฟ้า รองรับการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ไทยในอนาคต</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยร่างแผนการพัฒนาสถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า รองรับเป้าหมายการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศ ตามนโยบายการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า 30@30 ซึ่งเป็นนโยบายสนับสนุนเป้าหมายการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ผ่านการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานในภาคขนส่งให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น โดยเปลี่ยนรูปแบบเชื้อเพลิงจากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นพลังงานไฟฟ้าสีเขียว จากผลการศึกษาของโครงการจัดทำแผนการพัฒนาสถานีประจุแบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อรองรับเป้าหมายการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศ พบว่าปี 2030 ประเทศไทยควรจะมีการติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้าแบบ Fast Charge ในหัวเมืองใหญ่ จำนวน 8,227 เครื่อง และการติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้าในเขตพื้นที่ทางหลวง (Highway) จำนวน 5,024 เครื่อง นอกจากนี้ ยังมีการติดตั้งเครื่องสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ทั่วประเทศอีก 8,291 เครื่อง</strong><span id="more-21117"></span></p>
<p>ปัจจุบันกระแสของโลกกำลังมุ่งเข้าไปสู่รูปแบบของการใช้ชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ เพราะหลายทศวรรษที่ผ่านมายานยนต์สารพัดชนิดต่างใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงที่เป็นฟอสซิล ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประเทศไทยเองก็มีการกำหนดนโยบายเพื่อให้สอดรับกับเจตจำนงของนานาชาติในการบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก และสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) จึงได้เห็นชอบกรอบ “<strong>แผนพลังงานชาติ</strong>” โดยได้กำหนดแนวนโยบายภาคพลังงาน ที่จะมีผลต่อทิศทางการพัฒนาพลังงานที่สำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ (1) เพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าใหม่โดยมีสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนไม่น้อยกว่า ร้อยละ 50 (2) ปรับเปลี่ยนการใช้พลังงานภาคขนส่งเป็นพลังงานไฟฟ้าสีเขียว ผ่านเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าตามนโยบาย 30@30 (3) ปรับเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานมากกว่าร้อยละ 30 และ (4) ปรับโครงสร้างกิจการพลังงานรองรับแนวโน้มการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ตามแนวทาง 4D1E</p>
<p>และเพื่อให้มีการดำเนินการที่สอดรับกับเป้าหมายการพัฒนาสถานีอัดประจุไฟฟ้าสาธารณะของคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ ซึ่งกำหนดเป้าหมายในปี 2568 จะมีจำนวนเครื่องอัดประจุไฟฟ้าสาธารณะแบบ Fast Charge 2,200-4,400 เครื่อง และในปี 2573 จะมี 12,000 เครื่อง ครอบคลุมทั้งเมืองใหญ่ พื้นที่ท่องเที่ยว จุดแวะพัก และพื้นที่ชุมชน ทาง สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) จึงได้มีการจัดทำร่างแผนการพัฒนาสถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าขึ้น เพื่อรองรับเป้าหมายการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศ ตามนโยบายการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า 30@30 ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญอย่างมากในอนาคตเพื่อสนับสนุนให้ประเทศไทยสามารถบรรลุเป้าหมายการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศในระยะยาว ผ่านการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานในภาคขนส่งให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น การเพิ่มความสามารถในการเปลี่ยนรูปแบบเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นพลังงานไฟฟ้าสีเขียว และยังช่วยแก้ไขปัญหาสภาพอากาศจากภาวะฝุ่นละออง PM 2.5 ได้อีกด้วย</p>
<p>ซึ่งจากผลการศึกษาของโครงการจัดทำแผนการพัฒนาสถานีประจุแบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อรองรับเป้าหมายการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศ พบว่า ในปี 2030 ประเทศไทยควรจะมีการติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้าแบบ Fast Charge ในหัวเมืองใหญ่ จำนวน 8,227 เครื่อง และการติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้าในเขตพื้นที่ทางหลวง (Highway) จำนวน 5,024 เครื่อง นอกจากนี้ ยังมีการติดตั้งเครื่องสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ทั่วประเทศอีก 8,291 เครื่อง</p>
<p>สำหรับสาระสำคัญของร่างแผนฉบับนี้ จะแบ่งการพัฒนาออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่</p>
<ol>
<li><strong>ด้านนโยบาย</strong> ได้กำหนดเป้าหมายและสนับสนุนการพัฒนาสถานีอัดประจุสาธารณะให้เพียงพอต่อความต้องการ ควบคู่การอุดหนุน สนับสนุนอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับสถานีอัดประจุ</li>
<li><strong>ด้านกฎระเบียบ</strong> ได้กำหนดมาตรฐานการติดตั้งเครื่องอัดประจุและสถานีฯ มาตรฐานความปลอดภัยในการให้บริการของสถานีอัดประจุไฟฟ้าฯ สาธารณะ อีกทั้งยังปรับปรุงขั้นตอนขออนุญาตประกอบกิจการ การศึกษาและจัดทำกรอบหลักเกณฑ์ที่จำเป็นและเกี่ยวข้องกับการบูรณาการ EV ในรูปแบบต่าง ๆ</li>
<li><strong>ด้านเทคโนโลยี</strong> ได้กำหนดการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโครงข่ายไฟฟ้าให้สามารถรองรับการใช้งานได้ รวมทั้งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านระบบสื่อสารเพื่อรองรับการบูรณาการที่จะเกิดขึ้นในอนาคต</li>
</ol>
<p>ทั้งนี้ <strong>สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.)</strong> ได้มีการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นแนวทางการลดผลกระทบและการวางแผนการพัฒนาสถานีอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้าผ่านช่องทางออนไลน์ โดยเชิญกลุ่มเป้าหมายที่เกี่ยวข้อง 4 กลุ่ม ประกอบด้วย (1) หน่วยงานภาครัฐ (2) หน่วยงานภาคขนส่งและผู้ให้บริการอัดประจุ EV (3) หน่วยงานเอกชนที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ไฟฟ้า และ (4) กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ โดยจากการรับฟังความคิดเห็นพบว่า ประชาชนอยากให้ภาครัฐสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการติดตั้งเครื่องอัดประจุในที่อยู่อาศัยเป็นหลัก ทั้งในเรื่องของราคาเครื่องอัดประจุ ค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง หม้อไฟ ค่าขยายไฟ ค่าไฟ พร้อมทั้งให้คำปรึกษาในเรื่องกฎระเบียบ และด้านเทคนิค รวมถึงแนวทางการสนับสนุนการติดตั้งเครื่องอัดประจุในกลุ่มผู้อยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมหรือหอพัก ในส่วนของผู้ประกอบการในเชิงพาณิชย์ต้องการให้ภาครัฐช่วยลดความยุ่งยากในการขออนุมัติติดตั้งสถานีอัดประจุ โดยเสนอให้มีการจัดตั้งหน่วยงานจัดการแบบ One Stop Service รวมทั้งเสนอให้มีการตรวจสอบด้านความปลอดภัยของสถานีอัดประจุเป็นรายปี และไม่ควรควบคุมราคาจำหน่าย แต่ควรปล่อยให้ราคาเป็นไปตามกลไกการตลาด</p>
<p><strong>อย่างไรก็ตามด้วยการจัดทำแผนฉบับนี้ คาดว่าจะสามารถรองรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและมีความสอดคล้องกับทิศทางภาพรวมในการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศ เพื่อให้เกิดการพัฒนาสถานีอัดประจุไฟฟ้าที่มีเพียงพอต่อความต้องการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้า และไม่เกิดภาระต่อผู้ใช้ไฟฟ้าในระยะยาว อีกทั้งยังตอบสนองทิศทางของยานยนต์ไฟฟ้าที่กำลังจะมีความสำคัญอย่างยิ่งกับคนไทยทุกคน</strong></p>
<hr />
<p>ที่มา: สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.)</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-ev-%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/">สนพ. เผยร่างแผนพัฒนาสถานีอัดประจุไฟฟ้า รองรับการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ไทยในอนาคต</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-ev-%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ก.พลังงานเปิดแผนดำเนินงานปี’65 รับมือเทรนด์ลดโลกร้อน ภายใต้มิติ “Collaboration for Change: C4C ก้าวสู่ยุคพลังงานสะอาด จับมือพันธมิตรเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย”</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-65/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-65/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Dec 2021 06:51:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ทิศทางพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ปี 2565]]></category>
		<category><![CDATA[สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์]]></category>
		<category><![CDATA[แผนพลังงานชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[แผนพลังงานแห่งชาติ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=20320</guid>

					<description><![CDATA[<p>กระทรวงพลังงานประกาศทิศทางขับเคลื่อนแผนด้านพลังงานปี พ.ศ. 2565 ภายใต้มิติ “Collaboration for Change : C4C ก้าวสู่ยุคพลังงานสะอาด จับมือพันธมิตรเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย” โดยจะมุ่งเน้นการปรับบทบาทองค์กรเพื่อก้าวสู่ยุค Energy Transition สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันที่ทั่วโลกตระหนักถึงสภาวะโลกร้อนส่งผลให้ภัยธรรมชาติเริ่มทวีความรุนแรงและส่งกระทบมากยิ่งขึ้น กอปรกับความสำคัญต่อเป้าหมายการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นศูนย์ตามแผนที่ประกาศในเวทีการประชุม COP26 นั้น ทำให้ภาคพลังงานถือเป็นรากฐานสำคัญที่จะสร้างความแข็งแกร่งในการแข่งขันของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมในเวทีโลก ดังนั้นในปี 2565 กระทรวงพลังงานจึงมุ่งมั่นกำหนดทิศทางแผนการดำเนินงานภายใต้มิติ “Collaboration for Change: C4C&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-65/">ก.พลังงานเปิดแผนดำเนินงานปี’65 รับมือเทรนด์ลดโลกร้อน ภายใต้มิติ “Collaboration for Change: C4C ก้าวสู่ยุคพลังงานสะอาด จับมือพันธมิตรเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย”</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กระทรวงพลังงานประกาศทิศทางขับเคลื่อนแผนด้านพลังงานปี พ.ศ. 2565 ภายใต้มิติ “Collaboration for Change : C4C ก้าวสู่ยุคพลังงานสะอาด จับมือพันธมิตรเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย” โดยจะมุ่งเน้นการปรับบทบาทองค์กรเพื่อก้าวสู่ยุค Energy Transition</strong><span id="more-20320"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์</strong> </span>ร<strong>องนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน</strong> กล่าวว่า ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันที่ทั่วโลกตระหนักถึงสภาวะโลกร้อนส่งผลให้ภัยธรรมชาติเริ่มทวีความรุนแรงและส่งกระทบมากยิ่งขึ้น กอปรกับความสำคัญต่อเป้าหมายการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นศูนย์ตามแผนที่ประกาศในเวทีการประชุม COP26 นั้น ทำให้ภาคพลังงานถือเป็นรากฐานสำคัญที่จะสร้างความแข็งแกร่งในการแข่งขันของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมในเวทีโลก</p>
<p>ดังนั้นในปี 2565 กระทรวงพลังงานจึงมุ่งมั่นกำหนดทิศทางแผนการดำเนินงานภายใต้มิติ “Collaboration for Change: C4C ก้าวสู่ยุคพลังงานสะอาด จับมือพันธมิตรเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย” โดยจะมุ่งเน้นการปรับบทบาทองค์กรเพื่อก้าวสู่ยุค Energy Transition ปลดล็อก กฎระเบียบ และจับมือทุกภาคส่วนเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาที่สำคัญ 3 ด้าน คือ</p>
<ol>
<li><strong>ด้านพลังงานสร้างความมั่นคงสู่เป้าหมายสังคมคาร์บอนต่ำ</strong> เช่น การจัดทำแผนพลังงานแห่งชาติที่คำนึงถึงพลังงานสะอาด และการนำเทคโนโลยีมาใช้อย่าง เช่น การขับเคลื่อน Grid Modernization สมาร์ทกริด ปลดล็อกกฎระเบียบการซื้อขายไฟฟ้าสะอาด และบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ในประเทศ</li>
<li><strong>ด้านพลังงานเสริมสร้างเศรษฐกิจ</strong> อาทิ ขับเคลื่อนการลงทุนโครงการประกอบกิจการปิโตรเลียม ซึ่งคาดว่าจะสร้างรายได้ให้ประเทศมูลค่ากว่า 44,300 ล้านบาท กำหนดโครงสร้างราคาน้ำมันและสัดส่วนการผสมเชื้อเพลิงชีวภาพให้มีความเหมาะสม เป็นธรรม และเกิดประโยชน์ต่อทุกฝ่ายในระดับที่เหมาะสม ส่งเสริมการลงทุนปิโตรเคมี ระยะ 4 ใน EEC กำหนดทิศทางการขยายการลงทุนปิโตรเคมีกระตุ้นเศรษฐกิจหลังวิกฤตโควิด เพื่อให้เกิดเม็ดเงินลงทุนในปี 2565-2569 กว่า 2-3 แสนล้านบาท ส่งเสริมลงทุนต่อเนื่องโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานมูลค่ากว่า 143,000 ล้านบาท ส่งเสริมการลงทุน EV Charging Station และยานยนต์ไฟฟ้า และเร่งพัฒนาระบบไฟฟ้าเพื่อรองรับการขยายตัวการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคต ขยายผลการลงทุนพลังงานสะอาดทุกรูปแบบ ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนผ่านกองทุนอนุรักษ์ฯ ปี 2565 วงเงินกว่า 1,800 ล้านบาท</li>
<li><strong>ด้านพลังงานลดความเหลื่อมล้ำและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น</strong> เดินหน้ากระจายเม็ดเงินลงทุนสู่ชุมชน 76 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก เพื่อส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีพลังงานลดต้นทุนการผลิต สร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์ชุมชน พัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชน พร้อมขับเคลื่อนโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อระยะที่ 1 พร้อมเตรียมการขยายผลโรงไฟฟ้าชุมชนระยะที่ 2</li>
</ol>
<p>“สำหรับผลการดำเนินงานของกระทรวงพลังงานในรอบปี พ.ศ. 2564 นั้นที่ผ่านมาต้องขอขอบคุณคนไทยทุกภาคส่วนที่ร่วมมือร่วมใจจับมือกันก้าวข้ามปีที่ยากลำบากไปด้วยกัน ในส่วนของกระทรวงพลังงานนั้นได้เดินหน้าสร้างความมั่นคงทางพลังงาน เป็นฟันเฟืองขับเคลื่อนเศรษฐกิจ คู่ขนานกับการช่วยเหลือสังคม บรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์COVID-19 ภายใต้ความร่วมมือของหน่วยงานในสังกัด รัฐวิสาหกิจและบริษัทในเครือ โดยในด้านบทบาทภารกิจหลัก เช่น จัดทำ “<strong>แผนพลังงานแห่งชาติ</strong>” มุ่งสู่เป้าหมายลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นศูนย์ภายในปี ค.ศ. 2050 ปรับโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าของประเทศไทย ภายในปี พ.ศ. 2564-2568 ให้สะท้อนต้นทุนในการให้บริการของกิจการไฟฟ้าอย่างเหมาะสมและเป็นธรรมต่อทั้งผู้รับใบอนุญาตและผู้ใช้ไฟฟ้าทุกกลุ่ม”</p>
<p>ส่วนด้านการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ได้ผลักดันให้เกิดเม็ดเงินลงทุนในระบบเศรษฐกิจมูลค่ากว่า 205,000 ล้านบาท และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐวิสาหกิจภายใต้การกำกับดูแลและบริษัทในเครือมูลค่ากว่า 169,000 ล้านบาท ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและพัฒนาพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมูลค่ากว่า 1,800 ล้านบาท ส่งเสริมให้เกิดการจ้างงานตามนโยบายรัฐบาลจำนวน 25,777 อัตรา รวมถึงสร้างรายได้จากการประกอบกิจการปิโตรเลียม รวมมูลค่า 34,200 ล้านบาท</p>
<p><strong>นอกจากนี้ ยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานช่วงสถานการณ์ COVID-19 ครอบคลุมทั้งประชาชนและภาคธุรกิจ รวมมูลค่า 97,113 ล้านบาท ภายใต้มาตรการที่สำคัญๆ เช่น การลดค่าไฟฟ้าครัวเรือนและกิจการขนาดเล็กกว่า 62 ล้านราย การตรึงค่า Ft ตลอดปี พ.ศ. 2564 การตรึงราคาขายปลีก LPG สำหรับผู้มีรายได้น้อย กลุ่มร้านค้าหาบเร่แผงลอยอาหาร รวมถึงได้ดำเนินมาตรการช่วยเหลือด้วยการรักษาระดับราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาท/ลิตร เพื่อลดผลกระทบต่อผู้ประกอบการซึ่งอาจจะส่งผลต่อราคาสินค้าในช่วงที่ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกผันผวนตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 จนถึงเดือนมีนาคม พ.ศ. 2565 รวมทั้งตรึงราคาขายปลีกก๊าซ NGV เพื่อช่วยเหลือผลกระทบต่อรถสาธารณะที่ใช้ก๊าซ NGV อีกด้วย</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-65/">ก.พลังงานเปิดแผนดำเนินงานปี’65 รับมือเทรนด์ลดโลกร้อน ภายใต้มิติ “Collaboration for Change: C4C ก้าวสู่ยุคพลังงานสะอาด จับมือพันธมิตรเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย”</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-65/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สนพ. เดินหน้าเปิดรับฟังความคิดเห็นกรอบแผนพลังงานชาติ (National Energy Plan 2022)</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%99-national-energy-plan-2022/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%99-national-energy-plan-2022/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 17 Nov 2021 02:53:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[National Energy Plan 2022]]></category>
		<category><![CDATA[กรอบแผนพลังงานชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[สนพ.]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[เปิดรับฟังความคิดเห็น]]></category>
		<category><![CDATA[แผนพลังงานชาติ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=19757</guid>

					<description><![CDATA[<p>สนพ. เดินหน้าเปิดรับฟังความคิดเห็น “กรอบแผนพลังงานชาติ” (National Energy Plan 2022) ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ จากกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย อาทิ สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย (TAIA) กลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่น / กลุ่มผู้ค้ามาตรา 7 และสถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย 15 พฤศจิกายน 2564 &#8211; สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นกรอบแผนพลังงานชาติ (National Energy Plan 2022)&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%99-national-energy-plan-2022/">สนพ. เดินหน้าเปิดรับฟังความคิดเห็นกรอบแผนพลังงานชาติ (National Energy Plan 2022)</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สนพ. เดินหน้าเปิดรับฟังความคิดเห็น “กรอบแผนพลังงานชาติ” (National Energy Plan 2022) ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ จากกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย อาทิ สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย (TAIA) กลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่น / กลุ่มผู้ค้ามาตรา 7 และสถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย</strong> <span id="more-19757"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-19760" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/National-Energy-Plan-2022-Update16112021-02.jpg" alt="นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท" width="680" height="383" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/National-Energy-Plan-2022-Update16112021-02.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/National-Energy-Plan-2022-Update16112021-02-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/National-Energy-Plan-2022-Update16112021-02-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/National-Energy-Plan-2022-Update16112021-02-500x282.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p>15 พฤศจิกายน 2564 &#8211; สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นกรอบแผนพลังงานชาติ (National Energy Plan 2022) ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีนายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน ให้เกียรติเป็นประธานกล่าวเปิดงาน ร่วมด้วยนายอนิรุทธิ์ ธนกรมนตรี และ ดร.วีระพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน ร่วมรับฟังความคิดเห็นจากกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย อาทิ สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย (TAIA) กลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่น / กลุ่มผู้ค้ามาตรา 7 และสถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-19761" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/National-Energy-Plan-2022-Update16112021-03.jpg" alt="การเปิดรับฟังความคิดเห็นกรอบแผนพลังงาน" width="680" height="510" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/National-Energy-Plan-2022-Update16112021-03.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/National-Energy-Plan-2022-Update16112021-03-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/National-Energy-Plan-2022-Update16112021-03-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/National-Energy-Plan-2022-Update16112021-03-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p>สำหรับการเปิดรับฟังความคิดเห็นกรอบแผนพลังงานในครั้งนี้ มีจุดประสงค์เพื่อให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมต่อการเสนอแนะข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อการนำไปจัดทำแผนพลังงานชาติให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น</p>
<p><strong>ทั้งนี้ สนพ. จะเดินหน้าเปิดรับฟังความเห็นจากประชาชนทั่ง 4 ภาค ทั่วประเทศ NGO หน่วยงานภาครัฐ และสื่อมวลชน หลังจากนั้นจะนำมาปรับปรุงแผนฯ และมอบหมายให้แต่ละหน่วยงานนำแผนฯ ไปจัดทำแผนย่อย โดยผลที่ได้จากการรับฟังความคิดเห็นจะถูกนำไปใช้เป็นข้อมูลในการจัดทำแผนพลังงานชาติ ซึ่งต้องนำเสนอต่อที่ประชุม กพช. ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และนำเสนอคณะรัฐมนตรี ต่อไป</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%99-national-energy-plan-2022/">สนพ. เดินหน้าเปิดรับฟังความคิดเห็นกรอบแผนพลังงานชาติ (National Energy Plan 2022)</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%99-national-energy-plan-2022/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“แผนพลังงานชาติ” กับการขับเคลื่อนอนาคตพลังงานไทยที่ยั่งยืน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 07 Oct 2021 07:33:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Highlight Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Interview]]></category>
		<category><![CDATA[National Energy Plan]]></category>
		<category><![CDATA[National Energy Plan 2022]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนาด้านพลังงานของประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนพงษ์ คุโรวาท]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[แผนพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[แผนพลังงานชาติ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=19112</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปัจจุบันเป็นยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงในทุกด้าน ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ การเมือง และเทคโนโลยีสารสนเทศ อีกทั้ง ในหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก ได้ให้ความสำคัญต่อประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่จะก่อให้เกิดผลกระทบในระยะยาวและต่อเนื่อง ซึ่งตามข้อตกลงปารีส (Paris Agreement) ที่ต้องเร่งปรับเป้าหมายการลดการปล่อยคาร์บอนให้เป็นศูนย์เร็วขึ้น และจากกระแสการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ของโลกที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วนี้ ได้ส่งผลกระทบต่อการวางแผนด้านนโยบายพลังงานของประเทศไทย เนื่องจากพฤติกรรมของประชาชนทั้งผู้ผลิตและผู้ใช้พลังงานมีการเปลี่ยนแปลงไป ทั้งนี้ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน ซึ่งเป็นหน่วยงานรับผิดชอบโดยตรง จึงได้วางแนวทางจัดทำ “แผนพลังงานชาติ (National Energy Plan) เพื่อการพัฒนาด้านพลังงานของประเทศไทยในอนาคต&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4/">“แผนพลังงานชาติ” กับการขับเคลื่อนอนาคตพลังงานไทยที่ยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ปัจจุบันเป็นยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงในทุกด้าน ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ การเมือง และเทคโนโลยีสารสนเทศ อีกทั้ง ในหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก ได้ให้ความสำคัญต่อประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่จะก่อให้เกิดผลกระทบในระยะยาวและต่อเนื่อง ซึ่งตามข้อตกลงปารีส (Paris Agreement) ที่ต้องเร่งปรับเป้าหมายการลดการปล่อยคาร์บอนให้เป็นศูนย์เร็วขึ้น และจากกระแสการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ของโลกที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วนี้ ได้ส่งผลกระทบต่อการวางแผนด้านนโยบายพลังงานของประเทศไทย เนื่องจากพฤติกรรมของประชาชนทั้งผู้ผลิตและผู้ใช้พลังงานมีการเปลี่ยนแปลงไป ทั้งนี้ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน ซึ่งเป็นหน่วยงานรับผิดชอบโดยตรง จึงได้วางแนวทางจัดทำ “แผนพลังงานชาติ (National Energy Plan) เพื่อการพัฒนาด้านพลังงานของประเทศไทยในอนาคต</strong><span id="more-19112"></span></p>
<h2>“แผนพลังงานชาติ (National Energy Plan 2022)” จะมีอะไรบ้าง?</h2>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-19114" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Wattanapong-Kurovat-eppo.jpg" alt="นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท" width="420" height="496" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Wattanapong-Kurovat-eppo.jpg 420w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Wattanapong-Kurovat-eppo-254x300.jpg 254w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Wattanapong-Kurovat-eppo-150x177.jpg 150w" sizes="(max-width: 420px) 100vw, 420px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.)</strong> เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2563 มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) มอบหมายให้กระทรวงพลังงาน จัดทำแผนพลังงานชาติ (National Energy Plan) ให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลา 6 เดือน ซึ่งแผนฯ นี้จะเป็นการรวบรวมทั้ง 5 แผนพลังงานไว้ด้วยกัน ประกอบด้วย แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP) แผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (AEDP) แผนอนุรักษ์พลังงาน (EEP) แผนบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ (Gas Plan) และแผนบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิง (Oil Plan) มาบูรณาการและรวมกันไว้ภายใต้แผนเดียว โดยมีแนวทางการมุ่งสู่เป้าหมาย “ลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ (Carbon Neutrality) ภายในปี ค.ศ. 2065 – 2070” ซึ่งจะมีผลต่อทิศทางการพัฒนาพลังงานที่สำคัญประกอบด้วย</p>
<ul>
<li><strong>ด้านไฟฟ้า</strong> เพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าใหม่ โดยมีสัดส่วน RE ไม่น้อยกว่า 50% ให้สอดคล้องกับแนวโน้มต้นทุน RE ที่ต่ำลงโดยพิจารณาต้นทุน ESS ร่วมด้วย และไม่ทำให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าในระยะยาวสูงขึ้น</li>
<li><strong>ด้านก๊าซธรรมชาติ</strong> ซึ่งจะเน้นการเปิดเสรีและการจัดหาเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับระบบพลังงานประเทศ และการนำเข้า LNG มุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางการซื้อขาย หรือ LNG Hub</li>
<li><strong>ด้านน้ำมัน</strong> จะต้องมีการปรับแผนพลังงานภาคขนส่ง และพิจารณาการบริหารการเปลี่ยนผ่าน สร้างความสมดุลระหว่างผู้ใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ (Bio Fuel) และ EV</li>
<li><strong>ด้านพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน</strong> จะมีการส่งเสริมการผลิตและการใช้พลังงานทดแทน ในทุกภาคส่วนให้มากขึ้น ตลอดจนการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานจากทุกภาคส่วนให้เข้มข้นมากขึ้น</li>
</ul>
<h2>“แผนพลังงานชาติ” กับการขับเคลื่อนอนาคตพลังงานไทยที่ยั่งยืน…?</h2>
<p><strong>นายวัฒนพงษ์</strong> กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ สนพ. ได้เริ่มเปิดรับฟังความคิดเห็น “<strong>กรอบแผนพลังงานชาติ</strong>” จากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาชน และสื่อมวลชน หลังจากนั้นจะนำมาปรับปรุงแผนฯ และมอบหมายให้แต่ละหน่วยงานนำแผนฯ ไปจัดทำแผนย่อยต่อไป ทั้งนี้ คาดว่าแผนพลังงานชาติฉบับนี้จะเริ่มใช้ได้จริงปี 2566 ซึ่งการเปิดรับฟังความคิดเห็นกรอบแผนพลังงานแห่งชาติ จะเป็นกรอบและทิศทางของแผนฯ ที่จะมุ่งสู่พลังงานสะอาด และเพื่อแสดงถึงจุดยืนและเตรียมรับแนวโน้มการเปลี่ยนผ่านระบบเศรษฐกิจสู่เศรษฐกิจแบบคาร์บอนต่ำ (Neutral-carbon economy) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย โอกาสในการดึงดูดการลงทุนจากนักลงทุนต่างประเทศที่มีนโยบายมุ่งเน้นการใช้พลังงานสะอาด และคำนึงถึงความมั่นคงของระบบไฟฟ้า โดยเฉพาะภายในช่วงเวลา 1-10 ปี ข้างหน้า และจะเป็นแผนพลังงานชาติที่มีประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนอนาคตพลังงานไทยตั้งแต่ขั้นเริ่มต้น ที่จะสามารถช่วยกำหนดทิศทางให้นโยบายด้านพลังงานอย่างมีเป้าหมาย และเกิดการพัฒนาพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป &#8230;&#8230;</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4/">“แผนพลังงานชาติ” กับการขับเคลื่อนอนาคตพลังงานไทยที่ยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สนพ. เปิดรับฟังความคิดเห็นกรอบ “แผนพลังงานชาติ” มุ่งลดคาร์บอนฯสุทธิเป็นศูนย์ คาดเริ่มใช้ได้จริงปี 2566</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Sep 2021 02:51:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[AEDP]]></category>
		<category><![CDATA[EEP]]></category>
		<category><![CDATA[Gas Plan]]></category>
		<category><![CDATA[National Energy Plan]]></category>
		<category><![CDATA[PDP 2022]]></category>
		<category><![CDATA[ลดคาร์บอนฯ]]></category>
		<category><![CDATA[แผนบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[แผนพลังงานชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[แผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก]]></category>
		<category><![CDATA[แผนอนุรักษ์พลังงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=18964</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดรับฟังความคิดเห็นกรอบ “แผนพลังงานชาติ” ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยมี นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน โดยมอบให้แต่ละหน่วยงานจัดทำ 5 แผนย่อย เพื่อสรุปเสนอให้คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) พิจารณาอีกครั้งช่วงปลายปี 2565 คาดเริ่มใช้แผนพลังงานชาติได้จริงปี 2566 นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่า สำหรับการเปิดฟังความคิดเห็น “กรอบแผนพลังงานชาติ” นี้ เป็นไปตามที่คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ได้พิจารณาเห็นชอบกรอบแผนฯ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4/">สนพ. เปิดรับฟังความคิดเห็นกรอบ “แผนพลังงานชาติ” มุ่งลดคาร์บอนฯสุทธิเป็นศูนย์ คาดเริ่มใช้ได้จริงปี 2566</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดรับฟังความคิดเห็นกรอบ “แผนพลังงานชาติ” ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยมี นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน โดยมอบให้แต่ละหน่วยงานจัดทำ 5 แผนย่อย เพื่อสรุปเสนอให้คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) พิจารณาอีกครั้งช่วงปลายปี 2565 คาดเริ่มใช้แผนพลังงานชาติได้จริงปี 2566</strong><span id="more-18964"></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18968 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/National-Energy-Plan-Update-22092021-P01.jpg" alt="นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน" width="680" height="510" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/National-Energy-Plan-Update-22092021-P01.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/National-Energy-Plan-Update-22092021-P01-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/National-Energy-Plan-Update-22092021-P01-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/National-Energy-Plan-Update-22092021-P01-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-18969" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/National-Energy-Plan-Update-22092021-P02.jpg" alt="นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.)" width="680" height="510" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/National-Energy-Plan-Update-22092021-P02.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/National-Energy-Plan-Update-22092021-P02-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/National-Energy-Plan-Update-22092021-P02-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/National-Energy-Plan-Update-22092021-P02-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.)</strong> เปิดเผยว่า สำหรับการเปิดฟังความคิดเห็น “<strong>กรอบแผนพลังงานชาติ</strong>” นี้ เป็นไปตามที่คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ได้พิจารณาเห็นชอบกรอบแผนฯ ดังกล่าวเมื่อเดือนสิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา ซึ่งได้กำหนดแนวนโยบาย ภาคพลังงาน โดยมีเป้าหมายสนับสนุนให้ประเทศไทยสามารถมุ่งสู่พลังงานสะอาด และลดการปลดปล่อย ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ (Carbon Neutrality) ภายในปี ค.ศ. 2065 – 2070 ทั้งนี้ กพช. ได้มอบหมายให้กระทรวงพลังงานดำเนินการระยะเร่งด่วน อาทิ 1. จัดทำ<strong>แผนพลังงานชาติ</strong> ภายใต้กรอบนโยบายที่ทำให้ภาคพลังงานขับเคลื่อนภาคเศรษฐกิจให้สามารถรองรับแนวโน้มการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ Neutral-Carbon Economy ได้ในระยะยาว 2. พิจารณาเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดในรูปแบบต่างๆ และปรับลดสัดส่วนการรับซื้อไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงฟอสซิล ภายใต้ PDP2018 rev.1 ในช่วง 10 ปีข้างหน้า (พ.ศ. 2564-2573) ตามความเหมาะสม โดยให้นำหลักการวางแผนเชิงความน่าจะเป็นโอกาสเกิดไฟฟ้าดับ (LOLE) มาใช้เป็นเกณฑ์ แทนกำลังผลิตไฟฟ้าสำรอง (Reserve Margin) ซึ่งไม่สะท้อนผลจากความไม่แน่นอนของการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่สูงขึ้นได้ 3. ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานระบบสายส่งและจำหน่ายไฟฟ้าให้มีความยืดหยุ่น มีประสิทธิภาพ และครอบคลุมพื้นที่ศักยภาพของพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบต่างๆ เพื่อรองรับปริมาณกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในอนาคต และสามารถตอบสนองต่อการผลิตไฟฟ้าได้อย่างทันท่วงทีโดยไม่กระทบกับความมั่นคงของประเทศ</p>
<p>โดย สนพ. จะเริ่มเปิดรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาชน และสื่อมวลชน หลังจากนั้นจะนำมาปรับปรุงแผนฯ และมอบหมายให้แต่ละหน่วยงานนำแผนฯ ไปจัดทำแผนย่อย ซึ่งมีทั้งหมด 5 แผน ได้แก่ แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ หรือ PDP 2022 และ แผนบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ หรือ Gas Plan โดย สนพ. เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการ แผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก หรือ AEDP และแผนอนุรักษ์พลังงาน หรือ EEP กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เป็นผู้รับผิดชอบ ส่วนแผนบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิง หรือ Oil Plan ทางกรมธุรกิจพลังงาน เป็นผู้รับผิดชอบ</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-18967" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/National-Energy-Plan-Update-22092021-01.jpg" alt="แผนพลังงานชาติ" width="850" height="638" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/National-Energy-Plan-Update-22092021-01.jpg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/National-Energy-Plan-Update-22092021-01-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/National-Energy-Plan-Update-22092021-01-768x576.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/National-Energy-Plan-Update-22092021-01-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/National-Energy-Plan-Update-22092021-01-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 850px) 100vw, 850px" /></p>
<p><strong>ผอ.สนพ.</strong> กล่าวเพิ่มเติมว่า คาดว่า<strong>แผนพลังงานชาติ</strong> เริ่มใช้ได้จริงปี 2566 โดยยืนยันว่าการจัดทำแผนดังกล่าวยังเป็นไปตามกรอบระยะเวลาที่เสนอ กพช. ทั้งนี้ การเปิดรับฟังความเห็นกรอบแผนพลังงานแห่งชาติ จะเป็นกรอบและทิศทางของแผนฯ ที่จะมุ่งสู่พลังงานสะอาดมากขึ้น และเพื่อแสดงถึงจุดยืนและการเตรียมการในการปรับเปลี่ยนให้รองรับแนวโน้มการเปลี่ยนผ่านระบบเศรษฐกิจสู่เศรษฐกิจแบบคาร์บอนต่ำ (Neutral-carbon economy) การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยและโอกาสในการดึงดูดการลงทุนจากนักลงทุนต่างประเทศที่มีนโยบายมุ่งเน้นการใช้พลังงานสะอาด โดยเฉพาะภายในช่วงเวลา 1-10 ปี ข้างหน้า ทั้งนี้ ทั้ง 5 แผน จะถูกรวบรวมและจัดทำให้เป็น<strong>แผนพลังงานชาติ</strong>เพียงฉบับเดียว โดยหลังจากนั้นจะเปิดรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วนในสังคม เพื่อให้ได้<strong>แผนพลังงานชาติ</strong>ที่ประชาชนมีส่วนร่วมตั้งแต่ขั้นเริ่มต้นจัดทำแผนฯ ร่วมกันกำหนดทิศทางให้นโยบายด้านพลังงานของประเทศไทย และจะนำเสนอ กบง. และกพช. ตามลำดับต่อไป</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4/">สนพ. เปิดรับฟังความคิดเห็นกรอบ “แผนพลังงานชาติ” มุ่งลดคาร์บอนฯสุทธิเป็นศูนย์ คาดเริ่มใช้ได้จริงปี 2566</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กระทรวงพลังงาน ดันภาคพลังงานกระตุ้นเศษฐกิจช่วงโควิด ผ่าน 4 แผนพลังงานสำคัญ ขับเคลื่อนประเทศฝ่าวิกฤตโควิด-19</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/4-%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/4-%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 11 Aug 2021 08:19:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนาปิโตรเคมีระยะที่ 4]]></category>
		<category><![CDATA[ส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[แผนพลังงานชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้าชุมชน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=18469</guid>

					<description><![CDATA[<p>กระทรวงพลังงานเดินหน้าแผ่นพลังงาน ผลักดันการลงทุนกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างอาชีพ ร่วมแก้ปัญหาวิกฤติโควิด-19 ภายใต้ความร่วมมือ“พลังงาน พลังใจ ขับเคลื่อนไทยให้ยั่งยืน” เยียวยาสังคมครบทุกมิติ ผ่านมาตรการลดค่าครองชีพ การจ้างงาน และด้านสาธารณสุข พร้อมปรับนโยบายพลังงานเพื่อสร้างกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและการลงทุนของประเทศ ผ่าน 4 แผนพลังงานสำคัญ ผลักดันให้เกิดการลงทุนตามแผนการลงทุนปี 2564 กว่า 200,000 ล้านบาท เพื่อขับเคลื่อนประเทศฝ่าวิกฤตโควิด-19 นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในขณะนี้ รัฐบาลได้ร่วมบูรณาการหน่วยงานต่างๆ เพื่อเร่งแก้ปัญหาให้ครอบคลุมทั้งมิติด้านเศรษฐกิจและด้านสังคม เพื่อขับเคลื่อนประเทศฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้ กระทรวงพลังงาน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/4-%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/">กระทรวงพลังงาน ดันภาคพลังงานกระตุ้นเศษฐกิจช่วงโควิด ผ่าน 4 แผนพลังงานสำคัญ ขับเคลื่อนประเทศฝ่าวิกฤตโควิด-19</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กระทรวงพลังงานเดินหน้าแผ่นพลังงาน ผลักดันการลงทุนกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างอาชีพ ร่วมแก้ปัญหาวิกฤติโควิด-19 ภายใต้ความร่วมมือ“พลังงาน พลังใจ ขับเคลื่อนไทยให้ยั่งยืน” เยียวยาสังคมครบทุกมิติ ผ่านมาตรการลดค่าครองชีพ การจ้างงาน และด้านสาธารณสุข พร้อมปรับนโยบายพลังงานเพื่อสร้างกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและการลงทุนของประเทศ ผ่าน 4 แผนพลังงานสำคัญ ผลักดันให้เกิดการลงทุนตามแผนการลงทุนปี 2564 กว่า 200,000 ล้านบาท เพื่อขับเคลื่อนประเทศฝ่าวิกฤตโควิด-19</strong><span id="more-18469"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์</strong></span> <strong>รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน</strong> เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในขณะนี้ รัฐบาลได้ร่วมบูรณาการหน่วยงานต่างๆ เพื่อเร่งแก้ปัญหาให้ครอบคลุมทั้งมิติด้านเศรษฐกิจและด้านสังคม เพื่อขับเคลื่อนประเทศฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้ กระทรวงพลังงาน ได้ร่วมเป็นหนึ่งในหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาในสถานการณ์ดังกล่าว และเยียวยาทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมภายใต้ความร่วมมือ “พลังงาน พลังใจ ขับเคลื่อนไทยให้ยั่งยืน” ร่วมกับหน่วยงานในสังกัดและรัฐวิสาหกิจภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงพลังงานมาอย่างต่อเนื่องเต็มกำลัง</p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Energy-Plan.png"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-18471" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Energy-Plan.png" alt="พลังงานขับเคลื่อนเศรษฐกิจ" width="618" height="640" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Energy-Plan.png 618w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Energy-Plan-290x300.png 290w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Energy-Plan-150x155.png 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Energy-Plan-483x500.png 483w" sizes="(max-width: 618px) 100vw, 618px" /></a></p>
<p>โดยในมิติด้านเศรษฐกิจ ได้มีการผลักดันให้เกิดการลงทุนตามแผนการลงทุนปี 2564 กว่า 200,000 ล้านบาท เพื่อพยุงเศรษฐกิจของประเทศให้เดินไปข้างหน้า โดยในครึ่งปีแรกของปี 2564 (เดือนมกราคม-มิถุนายน 2564) มีเม็ดเงินลงทุนไปแล้วกว่า 1 แสนล้านบาท ผ่านโครงการด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานต่าง ๆ ของรัฐวิสาหกิจภายใต้การกำกับของ กระทรวงพลังงาน คือ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) รวมทั้งบริษัทในเครือ โดยในส่วนของ ปตท. มีโครงการลงทุนที่สำคัญ อาทิ โครงการสถานีรับ-จ่ายก๊าซธรรมชาติเหลวแห่งใหม่ จังหวัดระยอง โครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติ เส้นที่ 5 และโครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติจากสถานีควบคุมความดันก๊าซธรรมชาติ ราชบุรี – วังน้อยที่ 6 การติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า (Charging Station) และการลงทุนกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ขณะที่โครงการสำคัญในส่วนของ กฟผ. อาทิ โครงการโรงไฟฟ้าบางปะกง (ทดแทนเครื่อง1-2) โครงการขยายระบบส่งไฟฟ้า ระยะที่ 12 โครงการปรับปรุงระบบส่งไฟฟ้าบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางและกรุงเทพฯ เพื่อเสริมความมั่นคงระบบไฟฟ้า เป็นต้น</p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Energy-Plan.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-18470" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Energy-Plan.jpg" alt="พลังงานช่วยเหลือสังคม" width="528" height="640" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Energy-Plan.jpg 528w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Energy-Plan-248x300.jpg 248w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Energy-Plan-150x182.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Energy-Plan-413x500.jpg 413w" sizes="(max-width: 528px) 100vw, 528px" /></a></p>
<p>นอกจากนี้ ในช่วงครึ่งปีแรก กระทรวงพลังงาน โดย กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ยังสามารถจัดเก็บรายได้จากกิจการการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม กว่า 25,000 ล้านบาท นำส่งรัฐ ซึ่งนับเป็นส่วนสำคัญในการนำเงินดังกล่าวไปพัฒนาประเทศในช่วงเวลาวิกฤตินี้<br />
โดยในมิติด้านสังคมได้ร่วมกับ กระทรวงมหาดไทย จัดทำโครงการเยียวยาอย่างรอบด้านทั้ง มาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชนด้านค่าใช้จ่ายพลังงาน ได้แก่ มาตรการลดค่าไฟฟ้าในรอบเดือนกุมภาพันธ์ ถึงมีนาคมและเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายนที่ผ่านมา และมีการลดค่าไฟฟ้าเพิ่มในรอบเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม หลังจากที่ยังคงมีการระบาดของโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง ส่วนมาตรการด้านการจ้างงานสร้างอาชีพ โดยผลักดันให้เกิดการจ้างงานไปแล้วกว่า 36,000 ตำแหน่ง และยังจะมีการจ้างเพิ่มในช่วงครึ่งปีหลัง 2564 อีก 2,300 ตำแหน่ง ตลอดจนมาตรการช่วยเหลือด้านสาธารณสุขและบุคลากรทางการแพทย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ กระทรวงพลังงาน ยังได้เดินหน้านโยบายพลังงานที่มุ่งเน้นเป็นกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศใน 4 แผนด้านพลังงานหลักๆ ที่สำคัญ ได้แก่</p>
<ol>
<li><a title="แผนพลังงานชาติ" href="https://www.greennetworkthailand.com/แผนพลังงานชาติ-คืออะไร/"><strong>แผนพลังงานชาติ</strong></a> ซึ่งจะก่อให้เกิดการลงทุนในโครงการพลังงานสีเขียวรองรับแผนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ การเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทน และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านเทคโนโลยี</li>
<li><strong>แผนการส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า หรือ EV</strong> เพื่อผลักดันประเทศไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าของโลก</li>
<li><strong>แผนการพัฒนาปิโตรเคมีระยะที่ 4</strong> ซึ่งจะมุ่งสนับสนุนให้มีการขยายเพิ่มเติมจากโครงการเดิมในพื้นที่ EEC เพื่อสร้างฐานทางเศรษฐกิจใหม่ (New S-Curve) และ</li>
<li><strong>แผนการส่งเสริมโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานราก</strong> นำร่องจำนวน 150 เมกะวัตต์ ซึ่งจะก่อให้เกิดการจ้างงาน สร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจกระจายลงสู่ในระดับรากหญ้าให้มากยิ่งขึ้น</li>
</ol>
<p>“กระทรวงพลังงาน ยังคงเร่งดำเนินโครงการต่างๆ ภายใต้สถานการณ์โควิดที่ยังคงระบาดอย่างเต็มกำลัง เพื่อเป็นกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และการช่วยเหลือและเยียวยาคุณภาพชีวิตประชาชน เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันให้ประเทศไทยก้าวข้ามผ่านวิกฤตและก้าวไปข้างหน้าอย่างเข้มแข็งต่อไป” <strong>รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน</strong> กล่าว</p>
<hr />
<p>ที่มา: กระทรวงพลังงาน</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/4-%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/">กระทรวงพลังงาน ดันภาคพลังงานกระตุ้นเศษฐกิจช่วงโควิด ผ่าน 4 แผนพลังงานสำคัญ ขับเคลื่อนประเทศฝ่าวิกฤตโควิด-19</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/4-%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แผนพลังงานชาติ (National Energy Plan) คืออะไร</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 06 Aug 2021 03:23:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Energy]]></category>
		<category><![CDATA[Highlight Stories]]></category>
		<category><![CDATA[National Energy Plan]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนาพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายด้านพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[แผนพลังงานชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[แผนพลังงานประเทศไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=18354</guid>

					<description><![CDATA[<p>กระทรวงพลังงาน โดยสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน หรือ สนพ. อยู่ระหว่างการจัดทำรายละเอียดแผนพลังงานชาติ ที่สอดคล้องกับแนวทางการมุ่งสู่เป้าหมายลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์สุทธิเป็นศูนย์ (Carbon Neutrality) ภายในปี ค.ศ. 2065 &#8211; 2070 ซึ่งจะมีผลต่อทิศทางการพัฒนาพลังงานที่สำคัญ ประกอบด้วย 4 ด้านดังนี้ ด้านไฟฟ้า เพิ่มสัดส่วนพลังงานทดแทนและพลังงานสะอาดจากโรงไฟฟ้าใหม่ โดยมีสัดส่วน RE ไม่น้อยกว่า 50% ส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า พัฒนาและยกระดับเทคโนโลยีระบบไฟฟ้า (Grid Modernization) รองรับการผลิตไฟฟ้าแบบกระจายศูนย์ระบบไมโครกริด มุ่งปลดล็อคกฎระเบียบการซื้อขายไฟฟ้า รองรับการผลิตเอง&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/">แผนพลังงานชาติ (National Energy Plan) คืออะไร</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กระทรวงพลังงาน โดยสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน หรือ สนพ. อยู่ระหว่างการจัดทำรายละเอียดแผนพลังงานชาติ ที่สอดคล้องกับแนวทางการมุ่งสู่เป้าหมายลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์สุทธิเป็นศูนย์ (Carbon Neutrality) ภายในปี ค.ศ. 2065 &#8211; 2070 ซึ่งจะมีผลต่อทิศทางการพัฒนาพลังงานที่สำคัญ ประกอบด้วย 4 ด้านดังนี้</strong><span id="more-18354"></span></p>
<ul>
<li><strong>ด้านไฟฟ้า</strong>
<ul>
<li>เพิ่มสัดส่วนพลังงานทดแทนและพลังงานสะอาดจากโรงไฟฟ้าใหม่ โดยมีสัดส่วน RE ไม่น้อยกว่า 50%</li>
<li>ส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า</li>
<li>พัฒนาและยกระดับเทคโนโลยีระบบไฟฟ้า (Grid Modernization) รองรับการผลิตไฟฟ้าแบบกระจายศูนย์ระบบไมโครกริด</li>
<li>มุ่งปลดล็อคกฎระเบียบการซื้อขายไฟฟ้า รองรับการผลิตเอง ใช้เอง (Prosumer) ที่มากขึ้น</li>
</ul>
</li>
<li><strong>ด้านก๊าซธรรมชาติ</strong>
<ul>
<li>เน้นการเปิดเสรีและการจัดหา สร้างความมั่นคงให้กับระบบพลังงานประเทศ</li>
<li>วางแผนสร้างสมดุลระหว่างการจัดหาในประเทศ และการนำเข้า LNG มุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางการซื้อขาย หรือ LNG Hub</li>
</ul>
</li>
<li><strong>ด้านน้ำมัน</strong>
<ul>
<li>ปรับแผนพลังงานภาคขนส่ง</li>
<li>สร้างสมดุลระหว่างผู้ใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ (Bio Fuel) และ EV</li>
</ul>
</li>
<li><strong>ด้านพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน</strong>
<ul>
<li>ส่งเสริมการผลิตและการใช้พลังงานทดแทนทุกภาคส่วนให้มากขึ้น</li>
<li>เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานจากทุกภาคส่วนให้เข้มข้นมากขึ้น</li>
</ul>
</li>
</ul>
<p>ทั้งนี้ การดำเนินการทั้งหมดได้รับการสนับสนุนด้านข้อมูลจากศูนย์สารสนเทศพลังงานแห่งชาติ หรือ NEIC ไว้รองรับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยจะนำ<strong>แผนพลังงานชาติ</strong>ไปรับฟังความคิดเห็นทุกภาคส่วนในขั้นตอนต่อไป</p>
<p><center><iframe title="YouTube video player" src="https://www.youtube.com/embed/-okrNBkRtDY" width="680" height="383" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></center><strong>สรุปแล้ว แผนพลังงานชาติ จึงเปรียบได้เสมือนแผนที่ ที่จะช่วยกำหนดทิศทางให้นโยบายด้านพลังงานของประเทศไทยขับเคลื่อนไปอย่างมีเป้าหมาย และเกิดการพัฒนาพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน</strong></p>
<hr />
<p>ที่มา: สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน</p>
<table style="border-left: 10px solid #df0410; background-color: #f9f9f9; margin-bottom: 25px;" width="100%">
<tbody>
<tr valign="middle">
<td style="vertical-align: middle; padding: 10px;"><span style="text-decoration: underline;">ข่าวที่เกี่ยวข้อง</span></p>
<p><a title="แผนพลังงานชาติ" href="https://www.greennetworkthailand.com/แผนพลังงานชาติ/"><strong>กพช. เคาะกรอบ “แผนพลังงานชาติ” เพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน ลดคาร์บอนเป็นศูนย์ ภายในปี 2065 – 2070</strong></a></p>
<p>การประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ได้พิจารณาเห็นชอบกรอบแผนพลังงานชาติ ซึ่งได้กำหนดแนวนโยบายภาคพลังงาน โดยมีเป้าหมายสนับสนุนให้ประเทศไทยสามารถมุ่งสู่พลังงานสะอาดและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ (Carbon Neutrality) ภายในปี ค.ศ. 2065-2070 หรือปี พ.ศ. 2608-2613 โดยการส่งเสริมการลงทุนพลังงานสีเขียวในภาคพลังงาน อาทิ เพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าใหม่ ให้มีสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนไม่น้อยกว่า 50% ปรับเปลี่ยนการใช้พลังงานภาคขนส่งเป็นพลังงานสีเขียวด้วยเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า ปรับเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานมากกว่า 30% โดยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมการบริหารจัดการพลังงานสมัยใหม่มาใช้มากขึ้น และปรับโครงสร้างกิจการพลังงานรองรับแนวโน้มการเปลี่ยนผ่านพลังงาน (Energy Transition) ตามแนวทาง 4D1E &#8230; <a title="แผนพลังงานชาติ" href="https://www.greennetworkthailand.com/แผนพลังงานชาติ/">อ่านต่อ</a></td>
</tr>
</tbody>
</table>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/">แผนพลังงานชาติ (National Energy Plan) คืออะไร</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
