<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>โครงการ T-VER | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3-t-ver/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Thu, 25 Sep 2025 06:24:25 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.5</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>โครงการ T-VER | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>“MFLF Sustainability Forum 2025” เปิดเวทีขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านของไทยสู่เศรษฐกิจที่แข่งขันได้บนฐานความยั่งยืน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/mflf-sustainability-forum-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 25 Sep 2025 06:24:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Report]]></category>
		<category><![CDATA[MFLF Sustainability Forum 2025]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ตำราแม่ฟ้าหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[ทรัพยากรธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[ป่าชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[อนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการ T-VER]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=41111</guid>

					<description><![CDATA[<p>MFLF Sustainability Forum 2025 ภายใต้แนวคิด “วิกฤตโลก ทางออกไทย” จัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวทางสู่ความยั่งยืนระดับประเทศและระดับ โดย ท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ ประธานกรรมการมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวปาฐกถาเปิดงาน โดยเน้นย้ำถึงปรัชญาสำคัญที่มูลนิธิยึดมั่นมาโดยตลอดว่า “คน สังคม ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม คือองค์ประกอบที่ไม่อาจแยกออกจากกันได้” หากมนุษย์ได้รับการโอบอุ้มจากธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวย ก็ย่อมจะสามารถใช้ศักยภาพของตนในการสร้างสรรค์การเปลี่ยนแปลงที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมได้ แต่หากเพิกเฉยต่อผลกระทบที่เกิดจากธรรมชาติ ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับสิ่งแวดล้อมก็จะถูกบั่นทอนลง และไม่อาจนำไปสู่ความยั่งยืนที่แท้จริง ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงได้นำองค์ความรู้และประสบการณ์จากโครงการพัฒนาดอยตุง มาสานต่อเป็น “ตำราแม่ฟ้าหลวง” ที่ยึดหลัก การปลูกป่า&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/mflf-sustainability-forum-2025/">“MFLF Sustainability Forum 2025” เปิดเวทีขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านของไทยสู่เศรษฐกิจที่แข่งขันได้บนฐานความยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>MFLF</strong><strong> </strong><strong>Sustainability</strong><strong> </strong><strong>Forum</strong><strong> </strong><strong>2025 ภายใต้แนวคิด “วิกฤตโลก ทางออกไทย”</strong> จัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวทางสู่ความยั่งยืนระดับประเทศและระดับ โดย <strong>ท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ ประธานกรรมการมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์</strong> กล่าวปาฐกถาเปิดงาน โดยเน้นย้ำถึงปรัชญาสำคัญที่มูลนิธิยึดมั่นมาโดยตลอดว่า “คน สังคม ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม คือองค์ประกอบที่ไม่อาจแยกออกจากกันได้” หากมนุษย์ได้รับการโอบอุ้มจากธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวย ก็ย่อมจะสามารถใช้ศักยภาพของตนในการสร้างสรรค์การเปลี่ยนแปลงที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมได้ แต่หากเพิกเฉยต่อผลกระทบที่เกิดจากธรรมชาติ ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับสิ่งแวดล้อมก็จะถูกบั่นทอนลง และไม่อาจนำไปสู่ความยั่งยืนที่แท้จริง</p>
<p><span id="more-41111"></span></p>
<p>ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงได้นำองค์ความรู้และประสบการณ์จากโครงการพัฒนาดอยตุง มาสานต่อเป็น “ตำราแม่ฟ้าหลวง” ที่ยึดหลัก การปลูกป่า ควบคู่กับการปลูกคน เพื่อต่อยอดสู่การทำงานในพื้นที่ป่าชุมชนอย่างเป็นระบบ โดยได้รับการสนับสนุนจากพระราชบัญญัติป่าชุมชน และความร่วมมืออย่างเข้มแข็งจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมป่าไม้ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก รวมถึงภาคเอกชนกว่า 25 หน่วยงาน จุดยืนของมูลนิธิไม่ใช่การแสวงหากำไร แต่คือการทุ่มเทสร้างความยั่งยืนในทุกมิติและทุกกระบวนการ</p>
<p>ปัจจุบันสามารถอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชุมชนได้แล้วกว่า 250,000 ไร่ พร้อมทั้งเสริมสร้างศักยภาพของชุมชนที่อาศัยอยู่ร่วมกับป่าให้มีความรู้ ความสามารถในการดูแลรักษาทรัพยากร ป้องกันไฟป่า และแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศอย่าง PM2.5 ควบคู่กับการพัฒนาอาชีพที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตและธรรมชาติ ซึ่งไม่เพียงช่วยรักษาสมดุลของระบบนิเวศ แต่ยังสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับผู้คนในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน</p>
<h3>T-VER สะพานเชื่อมผลประโยชน์สู่ประชาชน</h3>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41114" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/mflf-sustainability-forum-2025-02.jpg" alt="ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/mflf-sustainability-forum-2025-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/mflf-sustainability-forum-2025-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/mflf-sustainability-forum-2025-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/mflf-sustainability-forum-2025-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช</span> อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</strong> เปิดเผยถึงสถานการณ์ป่าของโลกในปี 2567 ที่ผ่านมา โดยอ้างอิงข้อมูลจากสถาบันทรัพยากรโลก (World Resources Institute: WRI) ว่า ปัญหาการสูญเสียพื้นที่ป่าส่วนใหญ่เกิดจากไฟป่า ซึ่งขยายวงกว้างจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดและแห้งแล้ง ส่งผลให้ผืนป่าทั่วโลกหายไปกว่า 42 ล้านไร่ หรือเกือบครึ่งหนึ่งของพื้นที่ป่าทั้งหมดในประเทศไทย ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนแรงกดดันที่ไม่เพียงเกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่ยังรวมถึงกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่หลายประเทศรวมทั้งไทยต้องเร่งปรับตัวเพื่อเดินหน้าสู่ความยั่งยืน แม้ในอีกด้านกฎเกณฑ์เหล่านี้อาจเป็นอุปสรรคหากภาคส่วนต่าง ๆ ยังไม่พร้อมรองรับ</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41115" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/mflf-sustainability-forum-2025-03.jpg" alt="โครงการ T-VER" width="750" height="562" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/mflf-sustainability-forum-2025-03.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/mflf-sustainability-forum-2025-03-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/mflf-sustainability-forum-2025-03-150x112.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/mflf-sustainability-forum-2025-03-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>“การขยายผลความร่วมมือที่เป็นหุ้นส่วนระหว่างภาครัฐ เอกชน และประชาชนในพื้นที่  โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ เราต้องขยายผลสิ่งที่ทำได้ในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งให้กระจายไปพื้นที่อื่น ๆ ให้ได้ ขณะที่รัฐต้องเน้นการสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่รองรับการเปลี่ยนผ่านประเทศสู่ประเทศคาร์บอนต่ำและการเพิ่มพูนทรัพยากรธรรมชาติ ต้องมองให้เห็นเป้าหมายระยะยาวของประเทศและกำหนดเส้นทาง (Pathway) ที่จะเดินไปให้ถึง เพราะไม่ว่ารัฐบาลจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร Pathway จะยังคงอยู่ หนึ่งในกลไกสำคัญคือการเชื่อมโยงคาร์บอนเครดิตจากโครงการ T-VER เข้ากับตลาดคาร์บอนภาคบังคับ ซึ่งจะช่วยกระจายประโยชน์จากภาครัฐลงไปถึงประชาชนได้อย่างแท้จริง” <strong>ดร.พิรุณ</strong> กล่าว</p>
<h3>คาร์บอนเครดิตทะลุเป้า 4 เท่า</h3>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41116" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/mflf-sustainability-forum-2025-04.jpg" alt="ม.ล.ดิศปนัดดา ดิศกุล" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/mflf-sustainability-forum-2025-04.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/mflf-sustainability-forum-2025-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/mflf-sustainability-forum-2025-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/mflf-sustainability-forum-2025-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ม.ล.ดิศปนัดดา ดิศกุล</span> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์</strong> กล่าวว่า บทบาทสำคัญของชุมชนและทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนความยั่งยืน โดยชี้ให้เห็นว่าการส่งมอบคาร์บอนเครดิตจากป่าชุมชนในวันนี้เกินกว่าเป้าหมายที่คาดไว้ถึง 4 เท่า นับเป็นเครื่องยืนยันว่าการทำงานอย่างหนักและความร่วมมือที่เกิดขึ้นก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้จริง</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41117" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/mflf-sustainability-forum-2025-05.jpg" alt="MFLF Sustainability Forum 2025" width="750" height="562" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/mflf-sustainability-forum-2025-05.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/mflf-sustainability-forum-2025-05-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/mflf-sustainability-forum-2025-05-150x112.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/mflf-sustainability-forum-2025-05-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>ที่ผ่านมามูลนิธิแม่ฟ้าหลวงได้ดำเนินการปิดโครงการไปแล้วประมาณ 33,000 ไร่ในปีนี้ ซึ่งปัญหาส่วนหนึ่งมาจากสภาพเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ส่งผลให้หลายบริษัทลดปริมาณการสนับสนุนการดูแลพื้นที่ป่าลง แต่ในอนาคตคาดว่าจะมีความต้องการโครงการลักษณะนี้เพิ่มมากขึ้น โดยวางเป้าหมายไว้ที่ 120,000 ไร่ และได้อธิบายหลักการให้ภาคเอกชนเข้าใจชัดเจนว่ารายได้ที่สนับสนุนโครงการนั้น ร้อยละ 55 จะถูกส่งตรงลงไปที่ชุมชน ส่วนที่เหลือใช้เป็นงบประมาณสำหรับการขึ้นทะเบียนและบริหารจัดการ</p>
<p>สำหรับการคำนวณคาร์บอนเครดิตเบื้องต้นนั้นอยู่ที่ประมาณ 0.5 ตันต่อไร่ โดยมีการการันตีขั้นต่ำที่ 0.3 ตันต่อไร่ต่อปี เริ่มนับตั้งแต่ปีที่ 4 หลังการทวนสอบ และหากผลลัพธ์สูงกว่าที่ประเมินไว้ ต้นทุนการสนับสนุนของภาคเอกชนก็จะยิ่งต่ำลง โดยในปีที่ผ่านมา ตัวเลขจริงอยู่ที่ 1.8 ตันต่อไร่ต่อปี ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ถึง 4 เท่า แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความเป็นไปได้ที่โครงการลักษณะนี้จะสร้างทั้งคุณค่าทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน</p>
<p>“ความยั่งยืนไม่อาจมองแค่ช่วง 5 หรือ 10 ปี แต่ต้องมองไปถึงคนรุ่นถัดไปที่อาจได้รับผลกระทบจากสิ่งที่เราทำในวันนี้ ดังนั้นเศรษฐกิจและความยั่งยืนจึงเป็นเรื่องเดียวกัน ที่ต้องเดินไปด้วยกัน และจำเป็นต้องมีกติกาใหม่ที่สร้างความเปลี่ยนแปลงได้จริง พร้อมทั้งรักษาพื้นที่ให้ชุมชนเป็นเจ้าของการพัฒนาของตนเอง” <strong>ม.ล.ดิศปนัดดา </strong>กล่าว</p>
<h3>GDP ต้องโตไปพร้อมสิ่งแวดล้อม</h3>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41118" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/mflf-sustainability-forum-2025-06.jpg" alt="ปิยะชาติ อิศรภักดี" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/mflf-sustainability-forum-2025-06.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/mflf-sustainability-forum-2025-06-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/mflf-sustainability-forum-2025-06-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/mflf-sustainability-forum-2025-06-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ปิยะชาติ อิศรภักดี</span> ประธานร่วม BRANDi Institute of Systematic Transformation (BiOST)</strong> กล่าวว่า ความยั่งยืนต้องถูกยกระดับให้เป็นวาระหลักของทุกภาคส่วนและสามารถปฏิบัติได้จริงจนถึงระดับบุคคล โดยต้องมองระยะยาวแต่สร้างผลกระทบระยะสั้นให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรม พร้อมชี้ว่าภาคนโยบายจำเป็นต้องทำให้เศรษฐกิจกับความยั่งยืนเป็นเรื่องเดียวกัน หากไม่เร่งเปลี่ยนผ่าน เศรษฐกิจเดิมก็ไม่สามารถเติบโตได้ ขณะที่เศรษฐกิจใหม่ที่มีความยั่งยืนเป็นหัวใจก็ไม่เกิดขึ้น ซึ่งผลลัพธ์สุดท้ายคือการที่ GDP โตขึ้นแต่ยังต้องกลับมาแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและสังคมอยู่ดี</p>
<p>อย่างไรก็ตาม การเติบโตในยุคต่อไปต้องเกิดจากการแก้ไขปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน และหากธุรกิจทำเรื่องความยั่งยืนแล้ว ต้องสร้างผลกำไรควบคู่ไปด้วย ส่วนภาคประชาชนต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตประจำวันด้วยการเริ่มทำสิ่งเล็ก ๆ อย่างต่อเนื่องทุกวัน เพื่อให้ความยั่งยืนกลายเป็นพฤติกรรมที่หยั่งรากลึก</p>
<p>นอกจากนี้ ภาคเกษตรยังนับเป็นทางออกสำคัญของประเทศ โดยต้องพัฒนาตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ไปจนถึงปลายน้ำ พร้อมเน้นการพัฒนาคนให้เข้าใจและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างรู้คุณค่าและยั่งยืน ซึ่งจะช่วยให้เกิดการกระจายประโยชน์ลงไปถึงชุมชนอย่างแท้จริง</p>
<h3>การเงินไทยปลดล็อกทุนสู่ความยั่งยืน</h3>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ดร.กรินทร์ บุญเลิศวณิชย์</span> รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย</strong> กล่าวว่า ภาคการเงินต้องมีบทบาทในการทำงานทั้งระบบ ตั้งแต่การสร้างองค์ความรู้เพื่อช่วยธุรกิจปรับตัวสู่ความยั่งยืน ไปจนถึงการปลดล็อคเงินทุนเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่าน เขาอธิบายว่าการเติบโตในอดีตมักใช้สมการเดิมที่นำพลังงาน ทุนมนุษย์ และทรัพยากรธรรมชาติมาเป็นต้นทุนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่แนวทางใหม่จำเป็นต้องเปลี่ยนให้ระบบเศรษฐกิจกลายเป็นกลไกที่ทำให้ภาคพลังงานยั่งยืน แก้ปัญหาสังคม และฟื้นฟูธรรมชาติไปพร้อมกัน</p>
<p>ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ธนาคารสามารถลดคาร์บอนอีมิชชันใน Scope 1 และ 2 ได้แล้ว 10% ขณะเดียวกันยังปรับสัดส่วนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากพอร์ตสินเชื่อ โดยเพิ่มน้ำหนักของโครงการสีเขียว ทำให้ภาพรวมการปล่อยคาร์บอนลดลงได้ราว 4%</p>
<p>“ต่อไปเวลาพบปะกัน องค์กรต่าง ๆ ควรเริ่มต้นบทสนทนาด้วยการถามถึง “คาร์บอนอีมิชชันเป็นอย่างไรบ้าง” เพราะเมื่อทุกฝ่ายพูดถึงและให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง ความก้าวหน้าด้านความยั่งยืนก็จะเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น” <strong>ดร.กรินทร์ </strong>กล่าว</p>
<h3>คาร์บอนเครดิตเสริมรายได้ชุมชนพะเยา</h3>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ทอน ใจดี</span> ประธานเครือข่ายป่าชุมชน จังหวัดพะเยา</strong> กล่าวว่า ชุมชนทางภาคเหนืออยู่ร่วมกับป่าอยู่แล้ว ในการดูแลรักษาป่าก็จะช่วยกันดูแล เมื่อมีโครงการคาร์บอนเครดิตเข้ามา ชุมชนได้รับการสนับ สนุนให้ดูแลผืนป่ากว่า 945 ไร่ ได้คาร์บอนเครดิต 11,000 ตัน หรือ 4 ตัน/ไร่/ปี ซึ่งถือเป็นแหล่งเงินสนับสนุนที่ช่วยให้ชุมชนสามารถดูแลป่าได้ดียิ่งขึ้น รวมถึงกองทุนพัฒนาอาชีพที่เป็นหนึ่งในกลไกของโครงการคาร์บอนเครดิตของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ก็ช่วยพัฒนาเรื่องงานจักรสานของกลุ่มผู้หญิงและผู้สูงอายุ ทำให้มีรายได้เกินเกณฑ์ 20,000 บาท เรียบร้อยแล้ว</p>
<p>การจัดงาน MFLF Sustainability Forum 2025 ครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นเวทีแห่งปีในการระดมความคิดและความร่วมมือ และร่วมหาทางออกด้านความยั่งยืน แต่ยังสะท้อนพันธกิจระยะยาวของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ที่จะยืนหยัดเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านของประเทศไทยสู่เศรษฐกิจที่แข่งขันได้บนฐานความยั่งยืน โดยมีทั้งเวทีนี้และกิจกรรมอื่นๆ เป็นกลไกสำคัญที่จะผลักดันให้ “ความยั่งยืน” กลายเป็นพลังขับเคลื่อนจริงในระดับบุคคล องค์กร และประเทศ</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/mflf-sustainability-forum-2025/">“MFLF Sustainability Forum 2025” เปิดเวทีขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านของไทยสู่เศรษฐกิจที่แข่งขันได้บนฐานความยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
