<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>โรงกลั่นน้ำมัน | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Thu, 12 Mar 2026 08:14:21 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>โรงกลั่นน้ำมัน | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>สงครามพ่นพิษเหนือเตหะราน พบควันคลังน้ำมันก่อ “ฝนกรดสีดำ” เสี่ยงต่อสุขภาพและกระทบธรรมชาติ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/tehran-acid-rain/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 12 Mar 2026 08:13:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green World]]></category>
		<category><![CDATA[Highlight Stories]]></category>
		<category><![CDATA[ควันพิษ]]></category>
		<category><![CDATA[ความเสียหายทางสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[ฝนกรด]]></category>
		<category><![CDATA[มลพิษ]]></category>
		<category><![CDATA[ระเบิดคลังน้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[สงคราม]]></category>
		<category><![CDATA[อิหร่าน]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[เตหะราน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงกลั่นน้ำมัน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=43453</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากเหตุการณ์โจมตีทางอากาศของอิสราเอล ส่งผลให้เกิดกลุ่มควันหนาทึบปกคลุมท้องฟ้าเหนือกรุงเตหะราน โดยการโจมตีพุ่งเป้าสู่โครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของอิหร่าน ซึ่งนับเป็นครั้งแรกตั้งแต่สงครามปะทะขึ้น นอกจากส่งผลกระทบต่อโครงสร้างดังกล่าวแล้ว เหตุการณ์นี้ยังรุกลามไปถึงประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ราย รวมถึงสร้างความเสียหายต่อพื้นที่อุตสาหกรรมพลังงานสำคัญของประเทศ นับเป็นวันที่ 9 ในเช้าวันอาทิตย์ที่สงครามได้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง จากการโจมตีร่วมกันของอิสราเอลและสหรัฐอเมริกา โดยจำนวนผู้เสียชีวิตในอิหร่านเพิ่มขึ้นมากกว่า 1,300 คน และในเลบานอนอีกประมาณ 300 คน โดยโครงสร้างพื้นฐานที่ถูกโจมตีประกอบไปด้วยคลังน้ำมันอัคดาเซียห์ทางตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงเตหะราน โรงกลั่นน้ำมันเตหะรานทางตอนใต้ คลังน้ำมันชาร์รานทางตะวันตกของเมือง และคลังน้ำมันอีกแห่งในเมืองคาราจ ซึ่งสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านอย่างหนัก หลังการโจมตีเพียงไม่กี่ชั่วโมง ชาวเมืองจำนวนมากรายงานว่าท้องฟ้ายังคงมืดหม่นแม้ดวงอาทิตย์จะขึ้นแล้ว ขณะที่ฝนที่ตกลงมาพร้อมเมฆสีดำกลับมีลักษณะผิดปกติ มีคราบมันคล้ายถูกปนเปื้อนน้ำมัน ส่งกลิ่นไหม้และสารเคมีลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/tehran-acid-rain/">สงครามพ่นพิษเหนือเตหะราน พบควันคลังน้ำมันก่อ “ฝนกรดสีดำ” เสี่ยงต่อสุขภาพและกระทบธรรมชาติ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>จากเหตุการณ์โจมตีทางอากาศของอิสราเอล ส่งผลให้เกิดกลุ่มควันหนาทึบปกคลุมท้องฟ้าเหนือกรุงเตหะราน โดยการโจมตีพุ่งเป้าสู่โครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของอิหร่าน ซึ่งนับเป็นครั้งแรกตั้งแต่สงครามปะทะขึ้น นอกจากส่งผลกระทบต่อโครงสร้างดังกล่าวแล้ว เหตุการณ์นี้ยังรุกลามไปถึงประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ราย รวมถึงสร้างความเสียหายต่อพื้นที่อุตสาหกรรมพลังงานสำคัญของประเทศ</strong></p>
<p><span id="more-43453"></span></p>
<p>นับเป็นวันที่ 9 ในเช้าวันอาทิตย์ที่สงครามได้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง จากการโจมตีร่วมกันของอิสราเอลและสหรัฐอเมริกา โดยจำนวนผู้เสียชีวิตในอิหร่านเพิ่มขึ้นมากกว่า 1,300 คน และในเลบานอนอีกประมาณ 300 คน โดยโครงสร้างพื้นฐานที่ถูกโจมตีประกอบไปด้วยคลังน้ำมันอัคดาเซียห์ทางตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงเตหะราน โรงกลั่นน้ำมันเตหะรานทางตอนใต้ คลังน้ำมันชาร์รานทางตะวันตกของเมือง และคลังน้ำมันอีกแห่งในเมืองคาราจ ซึ่งสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านอย่างหนัก</p>
<p>หลังการโจมตีเพียงไม่กี่ชั่วโมง ชาวเมืองจำนวนมากรายงานว่าท้องฟ้ายังคงมืดหม่นแม้ดวงอาทิตย์จะขึ้นแล้ว ขณะที่ฝนที่ตกลงมาพร้อมเมฆสีดำกลับมีลักษณะผิดปกติ มีคราบมันคล้ายถูกปนเปื้อนน้ำมัน ส่งกลิ่นไหม้และสารเคมีลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ</p>
<p>ฝนที่ตกลงมาจากสงครามดังกล่าว เรียกได้ว่าเป็น “ฝนกรดสีดำ” ซึ่งเป็นปรากฏการณ์มลพิษทางอากาศที่ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อระบบนิเวศ สิ่งมีชีวิต และสิ่งปลูกสร้าง โดยเฉพาะในแหล่งน้ำอย่างแม่น้ำ ลำธาร และทะเลสาบ เมื่อฝนที่มีความเป็นกรดไหลผ่านดิน จะชะล้างอะลูมิเนียมจากดินลงสู่แหล่งน้ำ ทำให้ระดับความเป็นกรดเพิ่มขึ้นและเป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำหลายชนิด</p>
<p>ฝนกรดยังสร้างความเสียหายต่อพืชและป่าไม้  ทำให้ดินสูญเสียแร่ธาตุและสารอาหารสำคัญที่ต้นไม้ต้องใช้ในการเจริญเติบโต พร้อมทั้งปล่อยอะลูมิเนียมที่เป็นพิษต่อรากพืช ในพื้นที่ภูเขาหรือที่สูง หมอกและเมฆที่มีความเป็นกรดยังสามารถทำลายใบและเข็มสนของต้นไม้ ส่งผลให้ต้นไม้ดูดซับแสงแดดได้น้อยลง อ่อนแอต่อความหนาวและโรค</p>
<p>ขณะเดียวกัน มลพิษที่เป็นต้นเหตุของฝนกรดยังเชื่อมโยงกับความเสี่ยงต่อสุขภาพของมนุษย์ เช่น โรคหอบหืด โรคหัวใจ และการระคายเคืองดวงตา โดยเฉพาะก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ที่มีส่วนก่อให้เกิดโอโซนระดับพื้นดิน ซึ่งเป็นมลพิษที่ส่งผลโดยตรงต่อระบบทางเดินหายใจ ชาวเมืองบางส่วนรายงานว่ามีอาการปวดศีรษะและหายใจลำบาก</p>
<p>หน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมของอิหร่านจึงออกคำเตือนให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการออกจากบ้าน ขณะที่สภากาชาดอิหร่านระบุว่า การระเบิดของคลังน้ำมันทำให้มีการปล่อยสารพิษจำนวนมากสู่ชั้นบรรยากาศ ทั้งสารประกอบไฮโดรคาร์บอน ซัลเฟอร์ และไนโตรเจนออกไซด์ พร้อมเตือนว่าหากเกิดฝนตกในช่วงที่มลพิษยังคงลอยอยู่ในอากาศ หยดฝนอาจมีความเป็นกรดสูงและเป็นอันตรายต่อผิวหนังและปอดอย่างรุนแรง</p>
<p>อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ควันพิษและฝนกรดสีดำเหนือกรุงเตหะรานหลังการโจมตีคลังน้ำมัน ไม่ได้สะท้อนเพียงความรุนแรงของสงครามในเชิงยุทธศาสตร์เท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็น “มิติที่ถูกมองข้าม” ของความขัดแย้งสมัยใหม่ อย่างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของผู้คนที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับสนามรบโดยตรง แต่กลับประกอบสร้างความย้อนแย้งของโลกยุคปัจจุบัน ในขณะที่ประชาชนทั่วโลกพยายามลดการใช้พลาสติก ประหยัดพลังงาน หรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อช่วยลดการปล่อยคาร์บอน ไม่ว่าจะเป็นการใช้หลอดกระดาษ ใช้ถุงผ้า หรือนวัตกรรมรักษ์โลกอีกมากมาย</p>
<p>แต่ความเสียหายทางสิ่งแวดล้อมจากกิจกรรมของรัฐหรือองค์กรขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นสงคราม อุตสาหกรรมพลังงาน หรือโครงสร้างเศรษฐกิจที่พึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล กลับสามารถปล่อยมลพิษในปริมาณมหาศาลภายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง สิ่งนี้ทำให้คำถามสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมไม่ได้อยู่แค่ที่พฤติกรรมของ “คนตัวเล็ก” เท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจระดับนโยบายและโครงสร้างอำนาจที่กำหนดทิศทางการใช้ทรัพยากรของโลก</p>
<hr />
<p>ที่มา : ALJAZEERA, Earth, EPA, Time of Israel</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/tehran-acid-rain/">สงครามพ่นพิษเหนือเตหะราน พบควันคลังน้ำมันก่อ “ฝนกรดสีดำ” เสี่ยงต่อสุขภาพและกระทบธรรมชาติ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>SPRC เปิดโรงกลั่นน้ำมันตั้งเป้า 5 ปี สู่ 800 สถานี สร้างความมั่นคงทางพลังงานคู่การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม พร้อมเดินหน้า Net Zero ปี 2065</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/sprc/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/sprc/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 08 Oct 2024 02:47:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[net zero]]></category>
		<category><![CDATA[SPRC]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์]]></category>
		<category><![CDATA[อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[โรงกลั่นน้ำมัน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=36028</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC เปิดบ้านต้อนรับสื่อมวลชน เยี่ยมชมโรงกลั่นน้ำมันในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด หลังซื้อกิจการสถานีบริการน้ำมันคาลเท็กซ์  เมื่อต้นปี 2567 ช่วยเพิ่มโอกาสธุรกิจให้ SPRC ครบห่วงโซ่ โรงกลั่นน้ำมันและจำหน่ายผ่านปั๊มคาลเท็กซ์ ที่ปัจจุบันมีอยู่ 528 สถานี คาดอีก 5 ปีข้างหน้าเพิ่มเป็น 800 สถานี  พร้อมเผยการดำเนินธุรกิจกว่า 32 ปีที่ผ่านมาในไทย เติบได้ด้วยวิสัยทัศน์ “ครอบครัวแห่งความห่วงใย&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/sprc/">SPRC เปิดโรงกลั่นน้ำมันตั้งเป้า 5 ปี สู่ 800 สถานี สร้างความมั่นคงทางพลังงานคู่การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม พร้อมเดินหน้า Net Zero ปี 2065</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC</strong> เปิดบ้านต้อนรับสื่อมวลชน เยี่ยมชมโรงกลั่นน้ำมันในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด หลังซื้อกิจการสถานีบริการน้ำมันคาลเท็กซ์  เมื่อต้นปี 2567 ช่วยเพิ่มโอกาสธุรกิจให้ SPRC ครบห่วงโซ่ โรงกลั่นน้ำมันและจำหน่ายผ่านปั๊มคาลเท็กซ์ ที่ปัจจุบันมีอยู่ 528 สถานี คาดอีก 5 ปีข้างหน้าเพิ่มเป็น 800 สถานี  พร้อมเผยการดำเนินธุรกิจกว่า 32 ปีที่ผ่านมาในไทย เติบได้ด้วยวิสัยทัศน์ “ครอบครัวแห่งความห่วงใย ร่วมสร้างพลังเพื่อขับเคลื่อนอนาคตของเรา” เดินหน้าพัฒนาองค์กรสู่ผู้นำอุตสาหกรรมพลังงานในภูมิภาคเอเชีย อีกทั้งมุ่งสร้างมั่นคงทางพลังงานควบคู่ไปกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม พร้อมเดินหน้าสนับสนุนเป้าหมายการลดปริมาณความเข้มข้นของการปล่อยคาร์บอน และเป้าหมาย “Net Zero” ของประเทศ ในปี พ.ศ. 2608</p>
<p><span id="more-36028"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36030" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/SPRC-02.jpg" alt="เชาวศรี เหลืองรัตนากร" width="750" height="467" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/SPRC-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/SPRC-02-300x187.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/SPRC-02-150x93.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/SPRC-02-500x311.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">เชาวศรี เหลืองรัตนากร</span> ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายกลยุทธ์ นโยบาย และพัฒนาธุรกิจบริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) (SPRC) </strong>กล่าวว่า กว่า 32 ปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ดำเนินกลยุทธ์เพื่อการเติบโตเคียงคู่ไปกับประเทศไทย โดยได้ดำเนินธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันที่มีหน่วยปรับปรุงคุณภาพน้ำมัน (Complex  Crude Oil Refinery) ซึ่งถือว่าเป็นโรงกลั่นน้ำมันที่มีประสิทธิภาพสูงสุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยธุรกิจหลักยังคงเป็นการกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม ซึ่งปัจจุบัน SPRC มีกำลังการผลิตทั้งสิ้น 175,000 บาร์เรลต่อวัน ควบคู่กับการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมคุณภาพสูงหลากหลายประเภท สำหรับใช้ภายในประเทศและส่งออกไปต่างประเทศ ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ของ SPRC มีหลากหลายชนิด อาทิ โพรพิลีนเกรดโพลีเมอร์ ก๊าซปิโตรเลียมเหลว น้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่ว น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว น้ำมันเตา และยางมะตอย เป็นต้น</p>
<p>เมื่อต้นปี  2567 นี้ SPRC ได้เข้าซื้อธุรกิจค้าปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงของบริษัท เชฟรอน (ไทย) จำกัด ภายใต้แบรนด์ “คาลเท็กซ์” ซึ่งดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมากว่า 75 ปี การเข้าซื้อกิจการดังกล่าว ช่วยเสริมสร้างโอกาสการเติบโตให้ SPRC อย่างมีนัยสำคัญ พร้อมกับการขยายธุรกิจเชิงกลยุทธ์ด้านห่วงโซ่ และสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้น รวมทั้งช่วยสร้างความมั่นคงพลังงานในประเทศและระดับภูมิภาคเอเชีย</p>
<p>การซื้อกิจการสถานีบริการน้ำมันคาลเท็กซ์ ได้เข้ามาช่วยส่งเสริมธุรกิจ SPRC ที่แต่เดิมเป็นเพียงผู้กลั่นน้ำมันออกจำหน่าย ซึ่งบางครั้งอาจไม่สอดคล้องกับความต้องการใช้น้ำมันในประเทศอย่างแท้จริง ดังนั้นเมื่อมีสถานีบริการน้ำมันคาลเท็กซ์มาอยู่ห่วงโซ่ธุรกิจ นอกจากจะช่วยให้ทราบข้อมูลชัดเจนในด้านความต้องการใช้น้ำมันของประชาชนแล้ว ยังเป็นช่องทางให้ SPRC ได้จำหน่ายน้ำมันถึงมือประชาชนโดยตรงด้วย</p>
<p><strong>เชาวศรี </strong>กล่าวถึงกรณีภาครัฐมีนโยบายศึกษาการสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ (SPR) ว่า เชื่อว่านโยบาย SPR ของภาครัฐ เกิดจากความต้องการรักษาความมั่นคงพลังงานให้ประเทศไทย โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดภาวะสงครามในต่างประเทศ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการขนส่งน้ำมันของโลก และอาจเป็นเหตุให้เกิดการขาดแคลนน้ำมันได้</p>
<p>“การสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์นั้นมองเป็นเรื่องสำคัญและจะมีผลเกี่ยวข้องกับผู้ผลิตน้ำมันด้วย ดังนั้นคงต้องรอความชัดเจนในรายละเอียดก่อนว่า ใครจะเป็นผู้จัดเก็บสำรองน้ำมัน หรือมีการแบ่งสัดส่วนการสำรองน้ำมันระหว่างภาครัฐและเอกชนอย่างไร ขณะที่ปัจจุบันภาครัฐเองก็ยังไม่ได้เปิดเผยข้อมูลออกมาทั้งหมด  ทั้งนี้เชื่อว่าก่อนนโยบายดังกล่าวจะออกมา ทางภาครัฐคงต้องหารือกับผู้ค้าน้ำมันก่อน หรืออาจจะต้องมาศึกษาร่วมกันเพื่อให้เกิดความสอดคล้องกันในทางปฏิบัติ เบื้องต้นปัญหาสำคัญที่ต้องคำนึงถึงหากต้องการให้เอกชนสำรองน้ำมันร่วมกับภาครัฐคือ ปัญหาด้านพื้นที่สร้างคลังจัดเก็บสำรองน้ำมัน โดยเฉพาะโรงกลั่นน้ำมันที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ อาจไม่มีพื้นที่เพียงพอที่จะขยายคลังเก็บน้ำมันได้” <strong>เชาวศรี </strong>กล่าว</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36031" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/SPRC-03.jpg" alt="SPRC" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/SPRC-03.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/SPRC-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/SPRC-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/SPRC-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>ปัจจุบัน  SPRC ได้มีการสำรองน้ำมันดิบตามกฎหมาย 6% ของการจำหน่าย หรือสำรองได้ 21 วัน ซึ่งในส่วนนี้ SPRC ไม่สามารถนำออกมาจำหน่ายได้ เนื่องจากต้องเก็บไว้ในกรณีฉุกเฉินที่ภาครัฐเห็นควรให้นำออกมาจำหน่ายได้เท่านั้น  ขณะที่คลังเก็บน้ำมันของ SPRC ปัจจุบันมีถึง 7 คลัง หรือ4.2ล้านบาร์เรล ซึ่งสร้างขึ้นเต็มพื้นที่ของโรงกลั่นน้ำมันแล้ว หากต้องสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์อีกจะประสบปัญหาไม่มีพื้นที่เพียงพอในการก่อสร้างได้</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36032" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/SPRC-04.jpg" alt="SPRC" width="750" height="501" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/SPRC-04.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/SPRC-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/SPRC-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/SPRC-04-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>“ดังนั้นนโยบายการสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ของภาครัฐ จำเป็นต้องหารือกับภาคเอกชนก่อนและอาจจะศึกษาข้อมูลร่วมกันก่อน ขณะนี้ภาคเอกชนยังไม่เห็นข้อมูลที่ชัดเจนจากภาครัฐแต่อย่างใด จึงต้องรอให้ภาครัฐเปิดเผยข้อมูลออกมาก่อน จึงจะพิจารณาได้ว่าจะส่งผลกระทบต่อภาคเอกชนอย่างไรต่อไป” <strong>เชาวศรี </strong>กล่าว</p>
<h3>โครงการ “เติมพลังรักษ์ยั่งยืน สู่ผืนป่าไทย” สร้างความมั่นคงทางพลังงาน ควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในทุกมิติ</h3>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36033" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/SPRC-05.jpg" alt="SPRC" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/SPRC-05.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/SPRC-05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/SPRC-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/SPRC-05-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>จากวิกฤตการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลกระทบต่อผู้คนทั่วโลกในวงกว้างและกำลังขยายผลกระทบขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ หรือ “Net Zero” กลายเป็นหนึ่งในวาระระดับโลกที่หลายประเทศให้ความสำคัญ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ร่วมกับ บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) (SPRC) และ บริษัท เชฟรอน (ไทย) จำกัด ในฐานะบริษัทพลังงานระดับโลกที่มุ่งสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในทุกมิติ ได้ตระหนักถึงความเร่งด่วนของปัญหา จึงเดินหน้าให้การสนับสนุนเป้าหมายการลดปริมาณความเข้มข้นของการปล่อยคาร์บอนและเป้าหมาย “Net Zero” ของประเทศ ในปี พ.ศ. 2608 (ค.ศ. 2065)</p>
<p>จังหวัดระยอง ในภาคตะวันออก ถือเป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญ และเป็นจังหวัดที่มีป่าชายเลนแพร่กระจายอยู่ตามชายฝั่งค่อนข้างมาก โดยป่าชายเลน ถือเป็นทรัพยากรที่สำคัญทั้งทางด้านนิเวศวิทยา เนื่องจากสามารถดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากชั้นบรรยากาศ และช่วยกักเก็บก๊าซเรือนกระจกตัวการสำคัญที่ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อน ซึ่งปัจจุบัน พื้นที่ป่าชายเลนในประเทศไทยสามารถดูดกลับคาร์บอนไดออกไซด์ได้ปีละกว่า 9.4 ตันต่อไร่ (ข้อมูลกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง: 2566) อีกทั้งยังเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของชายฝั่งทะเล เนื่องจากเป็นแนวป้องกันชายฝั่งทะเลจากการกัดเซาะพังทลาย และกำบังคลื่นพายุอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันพบว่าพื้นที่ป่าชายเลนนั้นมีอัตราลดลง รวมถึงสภาพป่าชายเลนบางพื้นที่นั้นยังขาดความอุดมสมบูรณ์</p>
<p>โครงการ “เติมพลังรักษ์ยั่งยืน สู่ผืนป่าไทย” (Foster Future Forests) ซึ่งเป็นโครงการจากความร่วมมือของ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ร่วมกับ บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) (SPRC) และบริษัท เชฟรอน (ไทย) จำกัด จัดทำขึ้นเพื่อมุ่งเน้นการฟื้นฟูระบบนิเวศของพื้นที่ซึ่งยังไม่ได้รับการพัฒนาในบริเวณป่าชายเลนพระเจดีย์กลางน้ำ ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง เพิ่มพื้นที่สีเขียวดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ พร้อมส่งเสริมการอนุรักษ์ผ่านชุมชนสู่ความยั่งยืนทั้งในด้านสิ่งแวดล้อมไปจนถึงเศรษฐกิจในชุมชนตลอดการดำเนินงาน เพื่อขยายผลสู่พื้นที่อื่น ๆ ต่อไปในอนาคต เหล่านี้เป็นการตอกย้ำเป้าหมายของเชฟรอน และ SPRC ในพันธกิจลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากกิจกรรมต่าง ๆ ในการดำเนินกิจการ หรือ Environmental Footprint (รอยเท้าทางนิเวศ) เพื่อสร้างผลประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงพัฒนาความเป็นอยู่ของชุมชนโดยรอบพื้นที่ในระยะยาว</p>
<p>โครงการดังกล่าวมุ่งสนับสนุนการลดคาร์บอน และสร้างความยั่งยืนด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมของชุมชนในพื้นที่ ดังนี้</p>
<ol>
<li>ฟื้นฟูระบบนิเวศและความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ป่าชายเลน ผ่านการเพิ่มพื้นที่สีเขียว เพื่อช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และสร้างความหลากหลายทางชีวภาพ พร้อมเพิ่มที่อยู่อาศัยให้สิ่งมีชีวิตที่เกือบอยู่ในข่ายใกล้สูญพันธุ์ (Vulnerable Species) ไปจนถึงผลพลอยได้สู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ของจังหวัดระยองผ่านธรรมชาติที่สวยงามเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในอนาคต</li>
<li>สร้างเครือข่ายที่แข็งแกร่งในชุมชน ผ่านการทำงานร่วมกับหน่วยงานในชุมชนอย่างใกล้ชิด อาทิ หน่วยงานภาครัฐจังหวัดระยอง โรงเรียน เยาวชน และกลุ่มผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ เพื่อสร้างการเชื่อมโยงกับชุมชน พร้อมให้ความรู้และเสริมทักษะของชุมชนและเยาวชนเกี่ยวกับการลดคาร์บอน ผ่านความร่วมมือกับโรงเรียนในพื้นที่ โดยจะนำไปสู่เป้าหมายในการสร้างอาชีพในอนาคตเพื่อเพิ่มรายได้และคุณภาพชีวิตแก่ชุมชน ทั้งในอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว และอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการคาร์บอนเครดิต</li>
<li>ส่งเสริมด้านงานวิจัยผ่านการศึกษาและเรียนรู้จากธรรมชาติ (Nature-based learning) โดยติดตามและประเมินผลด้านนิเวศวิทยาและสิ่งแวดล้อม พร้อมวางแผนดำเนินงาน รวมถึงกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกับหน่วยงานวิชาการเพื่อค้นคว้าวิจัย ศึกษา รวมถึงติดตามความคืบหน้าของโครงการผ่านข้อมูลที่พิสูจน์และเชื่อถือได้ อีกทั้งยังผสานนวัตกรรมและเทคโนโลยี เช่น การใช้โดรน เพื่อวัดผลสำเร็จเคร่งครัด สู่การต่อยอดและขยายผลสู่ต้นแบบโครงการอื่น ๆ ต่อไป โดยร่วมมือกับพันธมิตรวิชาการผู้เชี่ยวชาญหลายภาคส่วน ได้แก่
<ul>
<li>คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผ่านการนำความเชี่ยวชาญด้านป่าไม้ และนิเวศวิทยา ประยุกต์ใช้ในการวางแผนดำเนินโครงการ รวมถึงประเมินพื้นที่ปลูกป่า เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพและวัดผลได้จริง</li>
<li>คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ผสานความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมและอุทกวิทยา เพื่อศึกษาและวางแผนโครงการฯ เกี่ยวกับการทำทางน้ำเพื่อลดพื้นที่แห้งแล้ง และแนวทางปฏิบัติเพื่อสร้างความยั่งยืนในระยะยาวสำหรับพื้นที่ป่าในเมือง</li>
<li>องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ให้บริการ ดูแล และกำหนดมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับการวัด การรายงาน และการทวนสอบ และให้การรับรองปริมาณการปล่อย การลด และการชดเชยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งทำงานร่วมกับโครงการฯ ในกระบวนการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการวัดผล เพื่อพัฒนาโครงการฯ สู่เป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายในประเทศอย่างมีประสิทธิภาพและมีมาตราวัดผลได้เชิงรูปธรรม</li>
</ul>
</li>
<li>ปลูกจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมในวงกว้าง โดยส่งเสริมให้ชุมชนในพื้นที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมผ่านกิจกรรมต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งส่งเสริมให้พนักงานมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมอาสาเพื่อส่งต่อจิตสำนึกด้านการตอบแทนสังคมและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมสู่ผู้คนรอบข้าง</li>
</ol>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36034" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/SPRC-06.jpg" alt="SPRC" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/SPRC-06.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/SPRC-06-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/SPRC-06-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/SPRC-06-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>จากเป้าหมายดังกล่าว ทางโครงการฯ ได้มุ่งทำงานและสร้างการมีส่วนร่วมกับกลุ่มผู้ได้รับผลประโยชน์หลายภาคส่วน อาทิ ชุมชนในพื้นที่ องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาลนครระยอง เทศบาลตำบลเนินพระ กรมเจ้าท่า กรมประมง ชุมชนเนินพระ กลุ่มอนุรักษ์ฟื้นฟูแม่น้ำระยองและป่าชายเลนจังหวัดระยอง วิสาหกิจชุมชนประมงเรือเล็กเก้ายอด วิสาหกิจท่องเที่ยวตำบลปากน้ำ เยาวชนในพื้นที่ ตลอดจนนักท่องเที่ยว</p>
<p>สำหรับการดำเนินโครงการในระยะแรก มุ่งเน้นการศึกษาพื้นที่ในโครงการฯ ร่วมกับหน่วยงานวิชาการอย่าง มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก ไปจนถึงหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อวางแผนฟื้นฟูระบบนิเวศอย่างเป็นรูปธรรมและเน้นความยั่งยืน เช่น ศึกษาการนำเอาพืชพื้นถิ่นเข้ามาปลูก ศึกษาพื้นที่ทางน้ำและกระแสน้ำ รวมถึงวิเคราะห์คุณภาพดิน เพื่อสร้างความอุดมสมบูรณ์และฟื้นฟูตามความเหมาะสมที่แตกต่างกันของแต่ละพื้นที่ ศึกษาตัวชี้วัดความหลากหลายทางชีวภาพ ไปจนถึงประเมินความเสี่ยงในด้านต่าง ๆ จากแผนงานที่วางไว้</p>
<p>สำหรับการวางแผนในระยะถัดมา ทางโครงการฯ วางแผนยกระดับสร้างการรับรู้ในวงกว้างขึ้น พร้อมร่วมมือกับสถานศึกษาในระดับต่าง ๆ ในพื้นที่เพื่อเสริมองค์ความรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์ป่าชายเลนเข้าไปในหลักสูตร อีกทั้งวางแผนจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ป่าชายเลนเพื่อให้ผู้ที่สนใจ คนในชุมชน รวมถึงนักท่องเที่ยว ได้ร่วมทำกิจกรรม และร่วมเสวนาในประเด็นเกี่ยวกับการฟื้นฟูป่าในเมือง ตลอดจนจัดทำสื่อการศึกษาเพื่อให้ผู้คนตระหนักถึงความสำคัญของป่าชายเลนและการอนุรักษ์ระบบนิเวศจากสถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน</p>
<p>นอกจากนี้ ในด้านการศึกษาติดตามความคืบหน้า เพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ทางโครงการฯ ได้มุ่งวัดผลเชิงลึกเพื่อประเมินเป้าหมายของปริมาณการดูดซับคาร์บอนสำหรับป่าชายเลนในพื้นที่ และประเมินการเปลี่ยนแปลงในด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ผ่านการผสานเทคโนโลยีมาช่วยวัดผลอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การใช้โดรนเพื่อวัดความสูงของต้นไม้และวัดอัตราการเติบโตในแต่ละปี ไปจนถึงการเปรียบเทียบจำนวนพื้นที่สีเขียวที่เพิ่มขึ้นมาคำนวณปริมาณการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพื่อชดเชย โดยข้อมูลดังกล่าวถือเป็นองค์ความรู้สำคัญเพื่อการต่อยอดขยายผลในพื้นที่อื่นต่อไปในอนาคต พร้อมทั้งจัดฝึกอบรมด้านการจัดการคาร์บอนเครดิต ทั้งในด้านทฤษฎีและปฏิบัติเพื่อสร้างอาชีพให้แก่ชุมชนในอนาคต</p>
<p>พร้อมกันนี้ โครงการฯ ยังมีแผนสำหรับการนำข้อมูลที่ได้ศึกษามาพัฒนากิจกรรมต่าง ๆ ที่เหมาะสมกับพื้นที่ เพื่อให้ภาครัฐ ชุมชน โรงเรียน พนักงานเชฟรอน และพนักงานบริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) (SPRC) เข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ กิจกรรมปลูกป่า ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ การสร้างทางน้ำ ทำคอนโดปู ไปจนถึงจัดทำบอร์ดนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับป่าชายเลน และยกระดับการรับรู้เกี่ยวกับโครงการในวงกว้างผ่านการจัดเสวนาวิชาการ หรือสื่อสารผ่านสื่อหลากหลายช่องทาง เพื่อสร้างการตระหนักรู้เกี่ยวกับโครงการฯ และความสำคัญของการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อบรรเทาผลกระทบสู่สิ่งแวดล้อมต่อไป</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/sprc/">SPRC เปิดโรงกลั่นน้ำมันตั้งเป้า 5 ปี สู่ 800 สถานี สร้างความมั่นคงทางพลังงานคู่การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม พร้อมเดินหน้า Net Zero ปี 2065</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/sprc/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บี.กริม จอยน์ เว็นเจอร์ จับมือ ระยองวิศวกรรมและซ่อมบำรุง ในธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ลงนามความร่วมมือเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมเชิงอุตสาหกรรมที่ล้ำสมัยแก่ลูกค้า</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9a%e0%b8%b5-%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1-%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%88%e0%b8%b5/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9a%e0%b8%b5-%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1-%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%88%e0%b8%b5/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 30 Nov 2020 06:18:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[IoT]]></category>
		<category><![CDATA[บี.กริม จอยน์ เว็นเจอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ฟาบรีส กู๊ดซ์แมน]]></category>
		<category><![CDATA[ระยองวิศวกรรมและซ่อมบำรุง]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี]]></category>
		<category><![CDATA[แคโรลีน ลิงค์]]></category>
		<category><![CDATA[โชคชัย มนตรีอมรเชฐ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงกลั่นน้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงานผลิตไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ไอโอที]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=15276</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท บี.กริม จอยน์ เว็นเจอร์ โฮลดิ้ง จำกัด ร่วมลงนามสัญญาความร่วมมือกับ บริษัท ระยองวิศวกรรมและซ่อมบำรุง จำกัด ในธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี รองรับความร่วมมือด้านผลิตภัณฑ์และการให้บริการพร้อมโซลูชันเชิงอุตสาหกรรมด้านไอโอที (IoT) ครบวงจรแก่ลูกค้ากลุ่มโรงงานผลิตไฟฟ้า โรงกลั่นน้ำมัน อุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ และอุตสาหกรรมอื่นๆ หวังสนับสนุนลูกค้าร่วมกันหนุนการเติบโตในระยะยาว บริษัท บี.กริม จอยน์ เว็นเจอร์ โฮลดิ้ง จํากัด โดย นางสาว แคโรลีน ลิงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9a%e0%b8%b5-%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1-%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%88%e0%b8%b5/">บี.กริม จอยน์ เว็นเจอร์ จับมือ ระยองวิศวกรรมและซ่อมบำรุง ในธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ลงนามความร่วมมือเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมเชิงอุตสาหกรรมที่ล้ำสมัยแก่ลูกค้า</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท บี.กริม จอยน์ เว็นเจอร์ โฮลดิ้ง จำกัด ร่วมลงนามสัญญาความร่วมมือกับ บริษัท ระยองวิศวกรรมและซ่อมบำรุง จำกัด ในธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี รองรับความร่วมมือด้านผลิตภัณฑ์และการให้บริการพร้อมโซลูชันเชิงอุตสาหกรรมด้านไอโอที (IoT) ครบวงจรแก่ลูกค้ากลุ่มโรงงานผลิตไฟฟ้า โรงกลั่นน้ำมัน อุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ และอุตสาหกรรมอื่นๆ หวังสนับสนุนลูกค้าร่วมกันหนุนการเติบโตในระยะยาว</strong><span id="more-15276"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-15278" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/bgrim-scg-mou.jpg" alt="บี.กริม จอยน์ เว็นเจอร์ จับมือ ระยองวิศวกรรมและซ่อมบำรุง ในธุรกิจเคมิอคลส์ เอสซีจี ลงนามความร่วมมือเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมเชิงอุตสาหกรรมที่ล้ำสมัยแก่ลูกค้า" width="680" height="450" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/bgrim-scg-mou.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/bgrim-scg-mou-300x199.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/bgrim-scg-mou-150x99.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/bgrim-scg-mou-500x331.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><strong>บริษัท บี.กริม จอยน์ เว็นเจอร์ โฮลดิ้ง จํากัด</strong> โดย <strong>นางสาว แคโรลีน ลิงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร</strong> และ <strong>นายฟาบรีส กู๊ดซ์แมน ประธานกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรม</strong> ร่วมลงนามความร่วมมือกับ <strong>นายโชคชัย มนตรีอมรเชฐ</strong> <strong>กรรมการผู้จัดการ บริษัท ระยองวิศวกรรมและซ่อมบำรุง จำกัด</strong> โดยการลงนามในบันทึกข้อตกลงในครั้งนี้ เป็นการลงนามระหว่าง บริษัท ระยองวิศวกรรมและซ่อมบำรุง จำกัด ในธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ซึ่งประกอบธุรกิจให้บริการโซลูชันและงานซ่อมบำรุงด้านวิศวกรรม ร่วมกับ 3 บริษัทของบี.กริม ได้แก่ บริษัท บี.กริม เทรดดิ้ง คอร์เปอเรชั่น จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางด้านวิศวกรรมจากยุโรป สหรัฐอเมริกา และอีกหลายประเทศทั่วโลก, บริษัท ฮาม่อน บี กริม จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ระบายความร้อนสำหรับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าและอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ และ บริษัท บี.กริม แบบคอค เพาเวอร์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องกำเนิดไอน้ำและอุปกรณ์สำหรับอุตสาหกรรมการผลิตไฟฟ้า โรงกลั่นน้ำมันและปิโตรเคมี โดยวัตถุประสงค์ของความร่วมมือกันในครั้งนี้ เพื่อเป็นการยกระดับผลิตภัณฑ์และการให้บริการโซลูชันที่ครบวงจรที่สุดแก่กลุ่มลูกค้าของทั้งสองฝ่าย ซึ่งจะทำให้ลูกค้าได้รับทั้งผลิตภัณฑ์ การติดตั้ง และบำรุงรักษาที่มีคุณภาพ พร้อมแพลตฟอร์มที่สามารถทำการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงทำนาย (Predictive Analytics) ผ่านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเรียนรู้ของเครื่องจักร (Machine Learning) เพื่อให้สามารถแจ้งเตือนได้ล่วงหน้า ช่วยป้องกันชิ้นส่วนหรืออุปกรณ์ไม่ให้เกิดความเสียหาย ทำให้ลดความเสี่ยงที่จะเกิดการหยุดการทำงานของโรงงานพร้อมเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-15279" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/Caroline-Link.jpg" alt="แคโรลีน ลิงค์" width="680" height="544" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/Caroline-Link.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/Caroline-Link-300x240.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/Caroline-Link-150x120.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/Caroline-Link-500x400.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นางสาวแคโรลีน ลิงค์</strong></span> กล่าวว่า สำหรับการบันทึกข้อตกลงความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวหนึ่งที่สำคัญของ บี.กริม ที่จะเสริมสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ทั้งทางเทคนิคและทางธุรกิจ นับว่าเป็นประโยชน์อย่างมากที่จะทำให้ทั้งสองฝ่ายสามารถตอบสนองความต้องการแก่ลูกค้าได้ในทุกๆ ด้าน ซึ่งเป็นสิ่งที่บริษัทให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง</p>
<p>ด้าน <span style="color: #6cb742;"><strong>นายฟาบรีส กู๊ดซ์แมน</strong></span> กล่าวว่า การลงนามความร่วมมือนี้จะมีส่วนช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองกลุ่มบริษัทให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น พร้อมทั้งยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมของประเทศไทยด้วยนวัตกรรมและโซลูชั่นที่ล้ำสมัยที่สุด โดยที่ผ่านมาทั้งสองฝ่ายได้มีการดำเนินกิจกรรมที่สำคัญหลายอย่าง เช่น การศึกษาทางวิศวกรรมที่จะร่วมกันให้บริการลูกค้า และโครงการอื่นๆ ที่อยู่ระหว่างร่วมกันศึกษาอีกกว่า 10 โครงการ ทาง บี.กริม มีความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีโครงการที่ประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้นอีกในอนาคต อีกทั้งยังให้ความมั่นใจว่าความร่วมมือนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของแผนการเติบโตในระยะยาว โดยพร้อมที่จะให้การสนับสนุนทั้งธุรกิจของ บริษัท ระยองวิศวกรรมและซ่อมบำรุง จำกัด และโครงการของลูกค้าที่มีร่วมกันอย่างดีที่สุด</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายโชคชัย มนตรีอมรเชฐ</strong></span> กล่าวเสริมว่า เป็นเรื่องที่ดีที่ทั้งสองกลุ่มบริษัทมีวิสัยทัศน์ร่วมกันในการเป็นผู้นำในด้านนวัตกรรมและโซลูชันสำหรับอุตสาหกรรม เราพร้อมที่จะนำประสบการณ์กว่า 30 ปีในการเป็นผู้ประกอบการด้านการบริหารจัดการสินทรัพย์ในอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์และเทคโนโลยีไอโอทีที่ครบวงจรมาร่วมกับ บี.กริม เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือและประสิทธิภาพในการผลิตแก่ลูกค้าอย่างสูงสุด พร้อมทั้งขอบคุณผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ที่ช่วยทำให้ความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นมา</p>
<p><strong>บี.กริม</strong> ก่อตั้งในปี 1878 และดำเนินกิจการในประเทศไทยมาถึง 142 ปี เป็นกลุ่มบริษัทชั้นนำที่มีธุรกิจหลากหลาย ซึ่งกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรม แบ่งกิจการออกเป็น 4 สาย ประกอบด้วยด้านอุปกรณ์พลังงาน ด้านระบบทำความเย็น ด้านคมนาคม และด้านผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง</p>
<p><strong>บริษัท ระยองวิศวกรรมและซ่อมบำรุง จำกัด</strong> ในธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี เป็นผู้ให้บริการโซลูชันและงานซ่อมบำรุงด้านวิศวกรรมแบบครบวงจร ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญจากการดูแลบริหารจัดการงานซ่อมบำรุงให้กับธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจีมากว่า 30 ปี ต่อยอดเป็นนวัตกรรมสินค้าและโซลูชันที่พร้อมส่งต่อให้กับลูกค้าเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการโรงงานให้ดียิ่งขึ้น</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9a%e0%b8%b5-%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1-%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%88%e0%b8%b5/">บี.กริม จอยน์ เว็นเจอร์ จับมือ ระยองวิศวกรรมและซ่อมบำรุง ในธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ลงนามความร่วมมือเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมเชิงอุตสาหกรรมที่ล้ำสมัยแก่ลูกค้า</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9a%e0%b8%b5-%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1-%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%88%e0%b8%b5/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พลังงานซ้อมรับมือวิกฤตน้ำมัน สั่ง ปตท. &#8211; โรงกลั่น แจ้งยอดผลิต-นำเข้า น้ำมันรายวัน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%95%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%95%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 May 2019 06:43:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง]]></category>
		<category><![CDATA[ปตท.]]></category>
		<category><![CDATA[ปริมาณน้ำมันสำรอง]]></category>
		<category><![CDATA[ราคา LPG]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาก๊าซหุงต้ม]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาน้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤตน้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤตพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ศิริ จิระพงษ์พันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[โรงกลั่นน้ำมัน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=7058</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากความกังวลต่อความไม่สงบในแถบตะวันออกกลาง และผลกระทบสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ กระทรวงพลังงานได้สั่งการให้โรงกลั่นน้ำมันทั้ง 6 แห่งในไทย ติดตามสถานการณ์น้ำมันตลาดโลกอย่างใกล้ชิด พร้อมรายงานข้อมูลการใช้น้ำมันดิบ การผลิตน้ำมันสำเร็จรูป แผนบริหารจัดการสต๊อกน้ำมัน และการจำหน่ายน้ำมันมายังกระทรวงพลังงานเป็นรายวันแบบวันต่อวัน นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผย วันท่ 23 พฤษภาคมนี้ กระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึง ปตท. ในฐานะบริษัทพลังงานแห่งชาติ จะหารือเพื่อซักซ้อมแนวทางการรับมือภาวะฉุกเฉินด้านพลังงานครั้งที่ 2 ต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อน ในการเตรียมความพร้อมมาตรการรองรับการเกิดวิกฤติน้ำมัน หลังเกิดความไม่สงบในตะวันออกกลาง จากกรณีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดิอาระเบียถูกโจมตีใกล้บริเวณช่องแคบแฮอร์มุซ กรณีสหรัฐคว่ำบาตรอิหร่าน และสงครามการค้าสหรัฐ-จีน อาจส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันและความมั่นคงการขนส่ง โดยในเบื้องต้นได้สั่งการให้&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%95%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99/">พลังงานซ้อมรับมือวิกฤตน้ำมัน สั่ง ปตท. – โรงกลั่น แจ้งยอดผลิต-นำเข้า น้ำมันรายวัน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>จากความกังวลต่อความไม่สงบในแถบตะวันออกกลาง และผลกระทบสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ กระทรวงพลังงานได้สั่งการให้โรงกลั่นน้ำมันทั้ง 6 แห่งในไทย ติดตามสถานการณ์น้ำมันตลาดโลกอย่างใกล้ชิด พร้อมรายงานข้อมูลการใช้น้ำมันดิบ การผลิตน้ำมันสำเร็จรูป แผนบริหารจัดการสต๊อกน้ำมัน และการจำหน่ายน้ำมันมายังกระทรวงพลังงานเป็นรายวันแบบวันต่อวัน</strong><span id="more-7058"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายศิริ จิระพงษ์พันธ์</strong></span> <strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน</strong> เปิดเผย วันท่ 23 พฤษภาคมนี้ กระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึง ปตท. ในฐานะบริษัทพลังงานแห่งชาติ จะหารือเพื่อซักซ้อมแนวทางการรับมือภาวะฉุกเฉินด้านพลังงานครั้งที่ 2 ต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อน ในการเตรียมความพร้อมมาตรการรองรับการเกิดวิกฤติน้ำมัน หลังเกิดความไม่สงบในตะวันออกกลาง จากกรณีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดิอาระเบียถูกโจมตีใกล้บริเวณช่องแคบแฮอร์มุซ กรณีสหรัฐคว่ำบาตรอิหร่าน และสงครามการค้าสหรัฐ-จีน อาจส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันและความมั่นคงการขนส่ง</p>
<p>โดยในเบื้องต้นได้สั่งการให้ ปตท. และโรงกลั่นน้ำมันทั้งหมดในประเทศ รายงานการผลิต การนำเข้า ทั้งน้ำมันสำเร็จรูปและน้ำมันดิบให้ทราบเป็นรายวัน จากปกติที่จะมีการรายงานเป็นรายสัปดาห์หรือรายเดือน เพื่อติดตามสถานการณ์และเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ในเบื้องต้นแล้ว พร้อมติดตามสต๊อกน้ำมัน ดูคลังน้ำมันในภูมิภาค รวมถึงการขนส่ง เพื่อตรวจสอบดูแล และเตรียมข้อมูลให้ครบถ้วนเตรียมรับมือหากเกิดวิกฤตขึ้นจริง</p>
<p>ทั้งนี้ ในขณะนี้ยังไม่มีภาวะขาดแคลนน้ำมัน เพราะไทยมีปริมาณน้ำมันสำรองใช้เพียงพอต่อเนื่องเป็นเวลา 30-45 วัน และหากระดับราคาน้ำมันมีการปรับสูงขึ้นอย่างรุนแรง ทางกระทรวงพลังงานพร้อมใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีอยู่ 3.6 หมื่นล้านบาทเข้าดูแล ซึ่งถือเป็นมาตรการที่เตรียมไว้แล้ว จึงขอให้ประชาชนอย่าตื่นตะหนก ทางกระทรวงพลังงานยืนยันว่าไม่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางพลังงานอย่างแน่นอน</p>
<p>ขณะที่สถานการณ์ราคาน้ำมันดิบล่าสุด น้ำมันดิบดูไบยังอยู่ในช่วงที่ไม่สูงเกินไป เฉลี่ยที่ 73-75 เหรียญต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาก๊าซปิโตรเลี่ยมเหลว (LPG) หรือก๊าซหุงต้ม ราคาตลาดโลก (ซีพี) ได้ปรับลดลงตามฤดูกาล หลังจากเข้าสู่หน้าร้อน ทำให้ความต้องการลดลง จากราคา 520 เหรียญต่อตัน ปรับลดมาอยู่ที่ 425-430 เหรียญต่อตัน ซึ่งกระทรวงพลังงานจะดูแลราคาขายปลีกให้ไม่กระทบกับประชาชนต่อไป</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%95%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99/">พลังงานซ้อมรับมือวิกฤตน้ำมัน สั่ง ปตท. – โรงกลั่น แจ้งยอดผลิต-นำเข้า น้ำมันรายวัน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%95%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ก.พลังงานจ่อขยายเวลาอุดหนุน B20 พร้อมจะผลิตดีเซลยูโร 5 ลด PM 2.5 ในปี 66</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a2-b20-%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%82%e0%b8%a3-5/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 15 Feb 2019 02:05:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[B20]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[การลดปริมาณฝุ่นละออง]]></category>
		<category><![CDATA[ณัฐพล รังสิตพล]]></category>
		<category><![CDATA[ดีเซล บี20]]></category>
		<category><![CDATA[ดีเซลบี20]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมัน บี 20]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันดีเซล]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันดีเซล ยูโร 5]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันดีเซลบี 20]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันบี 20]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันบี20]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ค้าน้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[ศิริ จิระพงษ์พันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[โรงกลั่นน้ำมัน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://greennetworkthailand.com/?post_type=news&#038;p=5200</guid>

					<description><![CDATA[<p>รมว.พลังงานเปิดเผยหลังการประชุมร่วมกับผู้ค้าน้ำมันและโรงกลั่น เพื่อหามาตรการลดปริมาณฝุ่นละอองไม่เกิน 2.5 ไมครอน ได้เร่งรัดผู้ประกอบการโรงกลั่นในประเทศ 6 ราย พร้อมผลิตน้ำมันดีเซลคุณภาพยูโร 5 ทั้งหมดภายในปี 2566 จากเดิม 2567-68 โดยระหว่างที่ยังผลิตไม่ได้ จะหามาตรการในการจูงใจในการดำเนินการ 3 มาตรการหลัก คือ 1. ส่งเสริมการผลิตยูโร 4 พลัส ที่ลดค่ากำมะถันลง 2. หาแรงจูงใจให้จำหน่ายน้ำมันยูโร 5 มากขึ้น ด้วยการลดราคาดีเซลเกรดพรีเมียมลงอีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้ใกล้เคียงกับดีเซลปกติมากที่สุด 3.&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a2-b20-%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%82%e0%b8%a3-5/">ก.พลังงานจ่อขยายเวลาอุดหนุน B20 พร้อมจะผลิตดีเซลยูโร 5 ลด PM 2.5 ในปี 66</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>รมว.พลังงานเปิดเผยหลังการประชุมร่วมกับผู้ค้าน้ำมันและโรงกลั่น เพื่อหามาตรการลดปริมาณฝุ่นละอองไม่เกิน 2.5 ไมครอน ได้เร่งรัดผู้ประกอบการโรงกลั่นในประเทศ 6 ราย พร้อมผลิตน้ำมันดีเซลคุณภาพยูโร 5 ทั้งหมดภายในปี 2566 จากเดิม 2567-68 โดยระหว่างที่ยังผลิตไม่ได้ จะหามาตรการในการจูงใจในการดำเนินการ 3 มาตรการหลัก คือ</strong><span id="more-5200"></span></p>
<p style="padding-left: 30px;">1. ส่งเสริมการผลิตยูโร 4 พลัส ที่ลดค่ากำมะถันลง<br />
2. หาแรงจูงใจให้จำหน่ายน้ำมันยูโร 5 มากขึ้น ด้วยการลดราคาดีเซลเกรดพรีเมียมลงอีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้ใกล้เคียงกับดีเซลปกติมากที่สุด<br />
3. รณรงค์การใช้ <strong>B20</strong> โดยขยายเวลาการอุดหนุนราคให้ราคา <strong>B20</strong> ถูกว่าราคาดีเซล หรือ B7 อัตรา 5 บาทต่อลิตรที่จะสิ้นสุดวันที่ 28 ก.พ. นี้ออกไป</p>
<p>โดย<span style="color: #6cb742;"><strong>นายศิริ จิระพงษ์พันธ์</strong></span> <strong>รมว.พลังงาน</strong> เปิดเผยว่า ปัจจุบันโรงกลั่นผลิตยูโร 5 ได้เพียง 2 แห่งคือ บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล กับโรงกลั่นจากบางจาก และหากต้องปรับการผลิตโรงกลั่นทุกราย ต้องใช้เงินลงทุนทั้งหมด 35,000 ล้านบาท โดยในระหว่างนี้ซึ่งยังไม่สามารถผลิตยูโร 5 ได้ทั้งหมด จะมีมาตรการดูแลปัญหาฝุ่นที่มอบให้ทุกส่วนไปจัดทำรายละเอียดมาว่าจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งทั้งหมดจะสรุปได้ภายในสิ้นเดือนนี้ เบื้องต้นมาตรการที่รัฐจะเข้าไปช่วยเหลือโรงกลั่นเพื่อลดภาระการลงทุนและไม่ให้กระทบราคาขายปลีก คือการลดปริมาณสำรองน้ำมันดิบลงจาก 6% ของการจำหน่ายเหลือ 1-2%</p>
<p>ด้าน<span style="color: #6cb742;"><strong>นายณัฐพล รังสิตพล</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม</strong> หรือ สศอ. เผยถึงความคืบหน้า การตอบรับกำหนดเวลาบังคับใช้มาตรฐานมลพิษระดับยูโร 5 ของบริษัทรถยนต์ทั้ง 12 ค่าย ซึ่งจะใช้สำหรับรถยนต์ใหม่ทุกรุ่นทุกคันในปี 2564 เพื่อช่วยลดปัญหามลพิษฝุ่นนั้น ล่าสุดบริษัทรถยนต์ 9 ค่าย ได้แก่ โตโยต้า บีเอ็มดับเบิลยู จีเอ็ม อีซูซุ มาสด้า เมอร์เซเดส-เบนซ์ มิตซูบิชิ และซูซูกิ ตอบรับข้อกำหนดดังกล่าวแล้ว และมี 3 ค่ายไม่ปฏิเสธ แต่ขอไปหารือกับบริษัทแม่ หรือบางค่ายยังไม่รับปากว่าจะสามารถผลิตได้ทุกรุ่น คือ ฮอนด้า ฟอร์ด และนิสสัน ซึ่งทาง สศอ. จะติดตามความคืบหน้าของทั้ง 3 ค่าย ว่าจะตอบรับในเร็วๆ นี้ได้หรือไม่ หากตอบรับก็สามารถเข้าร่วมแถงความร่วมมือกับอีก 9 ค่ายได้เลย</p>
<table style="border: 5px solid #cc0000;" width="100%">
<tbody>
<tr valign="middle">
<td style="vertical-align: middle; padding: 10px;"><strong>ตรวจเช็คข้อมูลรายชื่อ ยี่ห้อ รุ่นรถ ที่สามารถใช้น้ำมันดีเซล B20 ล่าสุดได้ที่นี่</strong></p>
<ul>
<li class="trail-item trail-end"><a title="น้ำมันดีเซล B20 ใช้กับรถอะไรได้บ้าง" href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%a5-b20-%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b0/"><strong>น้ำมันดีเซล B20 ใช้กับรถอะไรได้บ้าง</strong></a><br />
ข้อมูลอัพเดตล่าสุด เมษายน 2562</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a2-b20-%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%82%e0%b8%a3-5/">ก.พลังงานจ่อขยายเวลาอุดหนุน B20 พร้อมจะผลิตดีเซลยูโร 5 ลด PM 2.5 ในปี 66</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
