<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>โรงกลั่น | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Tue, 03 Sep 2024 07:38:05 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>โรงกลั่น | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>กลุ่มบางจากครบ 40 ปี ชูยุทธศาสตร์และการจัดสรรทุนสร้าง Synergy เติบโตสู่เป้าหมาย EBITDA 100,000 ล้านบาทในปี 2030 </title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/bangchak-synergy/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/bangchak-synergy/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 03 Sep 2024 02:54:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มบริษัทบางจาก]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[บางจาก คอร์ปอเรชั่น]]></category>
		<category><![CDATA[ปิโตรเลียม]]></category>
		<category><![CDATA[โรงกลั่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=35592</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เผยความสำเร็จในครึ่งปีแรก 2567 ซึ่งเป็นปีที่ครบรอบการดำเนินงาน 40 ปีของบริษัทฯ ก้าวสู่ทศวรรษที่ 5 และเป็นปีแห่งการสร้าง Synergy ปรับตัวและเติบโต ขับเคลื่อนด้วยวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ที่ชัดเจน สอดประสานความเป็นเลิศในการดำเนินงานภายในกลุ่ม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง พร้อมวินัยทางการเงิน เพื่อก้าวไปสู่เป้าหมาย EBITDA 100,000 ล้านบาทในปี 2573 รักษาความเป็นผู้นำด้านพลังงานของประเทศไทย ขณะที่ขยายธุรกิจไปสู่ตลาดโลกมากขึ้น สร้างรากฐานอันมั่นคง สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/bangchak-synergy/">กลุ่มบางจากครบ 40 ปี ชูยุทธศาสตร์และการจัดสรรทุนสร้าง Synergy เติบโตสู่เป้าหมาย EBITDA 100,000 ล้านบาทในปี 2030 </a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)</strong> เผยความสำเร็จในครึ่งปีแรก 2567 ซึ่งเป็นปีที่ครบรอบการดำเนินงาน 40 ปีของบริษัทฯ ก้าวสู่ทศวรรษที่ 5 และเป็นปีแห่งการสร้าง Synergy ปรับตัวและเติบโต ขับเคลื่อนด้วยวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ที่ชัดเจน สอดประสานความเป็นเลิศในการดำเนินงานภายในกลุ่ม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง พร้อมวินัยทางการเงิน เพื่อก้าวไปสู่เป้าหมาย EBITDA 100,000 ล้านบาทในปี 2573 รักษาความเป็นผู้นำด้านพลังงานของประเทศไทย ขณะที่ขยายธุรกิจไปสู่ตลาดโลกมากขึ้น สร้างรากฐานอันมั่นคง สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน</p>
<p><span id="more-35592"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35609" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Bangchak-Group-Way-Forward-to-2030_p01.jpg" alt="ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช" width="600" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Bangchak-Group-Way-Forward-to-2030_p01.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Bangchak-Group-Way-Forward-to-2030_p01-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Bangchak-Group-Way-Forward-to-2030_p01-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Bangchak-Group-Way-Forward-to-2030_p01-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช</span> ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) </strong>กล่าวว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2567 กลุ่มบริษัทบางจากได้แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่นในการดำเนินงานท่ามกลางสภาวะตลาดที่ท้าทาย ด้วยวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนและการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ สามารถสร้างผลประกอบการที่เติบโตอย่างมั่นคง  การเปลี่ยนแปลงตราสัญลักษณ์ของบางจากฯ เป็น “ใบไม้ใบใหม่” ที่สะท้อนภาพลักษณ์ที่แข็งแกร่ง</p>
<p>ในฐานะผู้นำด้านพลังงานของประเทศที่มีความทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าและสังคม รวมถึงส่งผลต่อปริมาณการจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในสถานีบริการ เป็นเครื่องยืนยันถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าในแบรนด์บางจากและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ซึ่งมีการขยายให้ลูกค้าเลือกใช้บริการอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 บางจากฯ จะเริ่มผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญสำหรับบริษัทฯ และประเทศไทย ช่วยสร้างความยั่งยืนให้กับบางจากฯ และสังคมโดยรวมในฐานะทางเลือกที่ยั่งยืนสำหรับอุตสาหกรรมการบิน ด้วยความมุ่งมั่นของกลุ่มบริษัทบางจากในการเป็นผู้นำในการพัฒนาเชื้อเพลิงยั่งยืน พร้อมทั้งดำเนินกลยุทธ์ตามแนวคิด Bangchak 100x เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย EBITDA 100,000 ล้านบาทและการเติบโตเป็นองค์กรที่ยั่งยืน 100 ปีคู่สังคมไทย</p>
<p>บางจากฯ ยึดมั่นในพันธกิจในการขับเคลื่อนการเติบโตโดยรักษาสมดุลระหว่างความมั่นคงด้านพลังงาน การเข้าถึงพลังงาน และความยั่งยืนของทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593 โดยมีแผนงานหลักๆ ในการขยายธุรกิจ ดังนี้ อาทิ ธุรกิจโรงกลั่นและค้าน้ำมัน และธุรกิจต่อเนื่อง: เน้นการสร้าง synergy ระหว่างโรงกลั่นระดับโลก 2 แห่งคือโรงกลั่นพระโขนงและโรงกลั่นศรีราชา โดยได้ตั้งเป้าหมายอัตราการกลั่นน้ำมัน 280,000 บาร์เรลต่อวัน ในปี 2568 จาก Nameplate Capacity (กำลังการกลั่นติดตั้ง) รวม 294,000 บาร์เรลต่อวัน มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพและลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพื่อเพิ่มค่าการกลั่น (GRM) นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด รวมถึงการขยายการผลิตผลิตภัณฑ์เฉพาะทางที่มีมูลค่าสูง เช่น Unconverted Oil และขี้ผึ้ง</p>
<p><strong>ชัยวัฒน์ </strong>กล่าวว่า ในปี 2568 จะเป็นปีแห่งการบุกเบิกความเป็นผู้นำในการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) ด้วยกำลังการผลิต 7,000 บาร์เรลต่อวัน มีความพร้อมในการจัดวัตถุดิบสำหรับการผลิตจากเครือข่ายพันธมิตรและการรับซื้อน้ำมันผ่านโครงการทอดไม่ทิ้งทั่วประเทศ ซึ่ง SAF เป็นผลิตภัณฑ์ที่มี Margin สูงกว่าผลิตภัณฑ์น้ำมันอากาศยานแบบดั้งเดิมและมีแนวโน้มความต้องการใช้ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในอนาคต ทำให้กลุ่มบริษัทบางจากก้าวขึ้นเป็นผู้นำในตลาดโรงกลั่นเฉพาะทาง ที่ยึดมั่นด้านนวัตกรรมและความยั่งยืน ความเป็นเลิศในธุรกิจการตลาด: ขยายแนวคิด “Greenovative Destination” ผ่านการเพิ่มเครือข่ายสถานีบริการกว่า 2,400 แห่งภายในปี 2573 เพิ่มส่วนแบ่งการตลาดเป็น 33% โดยมุ่งเน้นที่ตลาดที่มีความต้องการสูง และในส่วนของธุรกิตตลาดพาณิชยกรรมมุ่งขยายตลาดในภูมิภาค (กัมพูชา ลาว สหภาพเมียนมา และเวียดนาม) การรวมบริการที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ พร้อมสร้างประสบการณ์การใช้บริการของลูกค้าและเสริมสร้างภาพลักษณ์แบรนด์บางจาก เช่น ร้านกาแฟอินทนิลและสถานีชาร์จรถไฟฟ้า การเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยนวัตกรรมสีเขียว: กลุ่มบริษัทบางจากมีการขยายธุรกิจพลังงานสีเขียว ผ่านการดำเนินงานของบริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) ซึ่งยังคงขยายตัวต่อเนื่อง โดยในปี 2030 ตั้งเป้าได้รับการคัดเลือกเป็นหุ้นที่เข้าคำนวณดัชนี SET50 และเป็นหนึ่งในหุ้นยั่งยืนที่ถูกคัดเลือกให้เป็นสมาชิกของดัชนี DJSIด้วยกลยุทธ์เน้นการขยายการลงทุนในพลังงานสีเขียวในประเทศที่มีธุรกิจอยู่แล้วและการทำ capital recycling เพื่อสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้น พร้อมกับการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนโดยให้ความสำคัญกับการรักษาวินัยทางการเงินและผลตอบแทนการลงทุนที่เหมาะสม</p>
<p>นอกจากนี้บริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพแบบครบวงจร กำลังมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้สินทรัพย์และขยายธุรกิจหลักไปสู่ตลาดที่มีมูลค่าสูง บีบีจีไอตั้งเป้าที่จะเป็นผู้ผลิต CDMO (Contract Development and Manufacturing Organization) รายแรกในอาเซียนในปี 2568 โดยมีแผนที่จะผลิตมากกว่า 1 ล้านลิตรต่อปีภายในปี 2571</p>
<p><strong>ชัยวัฒน์ </strong>กล่าวว่า กลุ่มบริษัทบางจากได้สร้างรากฐานที่แข็งแกร่งในธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม (E&amp;P) ด้วยการลงทุนใน OKEA ASA ในประเทศนอร์เวย์ตั้งแต่ปี 2561 โดยมีเป้าหมายการขยายกำลังการผลิต 50,000 บาร์เรลต่อวัน ภายในปี 2573 ตลอดจนมีแผนที่จะขยายธุรกิจ E&amp;P ไปยังภูมิภาคอื่น ๆ ของโลก อาทิ เอเชียแปซิฟิก เพื่อเพิ่มความมั่นคงทางพลังงาน ซึ่งจะเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจ E&amp;P ของกลุ่มบริษัทบางจากอย่างยั่งยืน เพื่อบรรลุเป้าหมายรวมที่ 100,000 บาร์เรลต่อวัน ภายในปี 2573</p>
<p>กลุ่มบริษัทบางจากให้ความสำคัญในการพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อรองรับการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ตลอดจนสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ให้ผู้บริโภคเข้าถึงพลังงานได้ในราคาที่เหมาะสม และยั่งยืน โดยระหว่างปี 2568-2573 มีแผนการลงทุน 120,000 ล้านบาท เพื่อไปสู่เป้าหมาย EBITDA ระดับใหม่ที่ 100,000  ล้านบาทภายในปี 2573 โดยได้รับแรงหนุนจากปัจจัยพื้นฐานของตลาดที่แข็งแกร่ง การเพิ่มประสิทธิภาพและการกระจายธุรกิจเพื่อสร้างสมดุลให้กับ Portfolio พร้อมด้วยความแข็งแกร่งทางการเงิน ได้รับการจัดอันดับเครดิต &#8216;A&#8217; ที่มั่นคงจาก TRIS Rating ซึ่งช่วยให้สามารถมุ่งเน้นโอกาสในการเติบโตในขณะที่ยังคงรักษาผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (ROA) และผลตอบแทนจากส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ที่แข็งแกร่ง</p>
<p>สำหรับแนวทางเพื่อการเติบโต  กลุ่มบริษัทบางจากมุ่งเน้นการขยายธุรกิจในระยะยาวผ่านการพัฒนาและขยายธุรกิจใหม่ ๆ เช่น การพัฒนาเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์สังคมคาร์บอนต่ำ รวมถึงการเข้าสู่ธุรกิจเชื้อเพลิงที่ยั่งยืนและการใช้พลังงานใหม่ๆ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการนำระบบดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาปรับใช้ เพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกและสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในระยะยาว</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35610" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Bangchak-Group-Way-Forward-to-2030_p02.jpg" alt="นิวัติ อดิเรก" width="600" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Bangchak-Group-Way-Forward-to-2030_p02.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Bangchak-Group-Way-Forward-to-2030_p02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Bangchak-Group-Way-Forward-to-2030_p02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Bangchak-Group-Way-Forward-to-2030_p02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ด้าน<strong><span style="color: #6cb742;">นิวัติ อดิเรก</span> ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) </strong>กล่าวว่า เป้าหมายบีซีพีจี ในปี 2030 ดำเนินการเพื่อมุ่งบรรลุเป้าหมาย 3 แนวทาง  ประการแรกคือ เพิ่มกำลังการผลิตลงทุนในประเทศต่าง ๆ ที่ได้มีการลุงทุนดั่งเดิม อาทิ อเมริกา เวียดนาม และไต้หวัน ประการที่สองคือ การให้ความสำคัญในเรื่องของคาร์บอนเครดิต เพราะปัจจุบันทุกองค์กรในประเทศไทยรวมถึงทั่วโลกได้มีการวางแผนที่จะให้มีภาษีคาร์บอนเครดิตขึ้น ในปี2030 เพื่อลดผลกระทบภายนอกทางลบที่จะเกิดขึ้น โดยเฉพาะกับบริษัทที่ผลิตแก๊สคาร์บอนไดออกไซต์  เนื่องจากปัจจุบันมองว่า ทุกภาคธุรกิจที่ต้องส่งออกต้องมีเรื่องของภาษีทางการค้าเข้ามาแทรก  ในขณะที่บริษัทแม่รายใหญ่ที่ดำเนินการอยู่ต่างประเทศ เน้นย้ำให้บริษัทที่ดำเนินการอยู่ในประเทศไทยนั้น ต้องหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมที่มีพลังงานสีเขียวเป็นสำคัญ ทั้งนี้ บีซีพีจี ได้กำหนดตั้งเป้าหมาย ในการเก็บรวบรวมคาร์บอนเครดิตแล้ว ประมาณ 2.5 ล้านตันต่อปี ในปี 2030  ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งนอกเหนือจากนั้นยังสามารถรวบรวมคาร์บอนในภาคการผลิตและสามารถจำหน่ายให้กับบริษัทที่ต้องการได้อีกด้วย นับได้ว่าเป็นส่วนเสริมในการทำให้เกิดรายได้ของบริษัท  ประการที่สาม คือ การเสริมแผนอนาคตมูลค่าตลาดหุ้นของบริษัทสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี ค.ศ. 2050 และเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี ค.ศ. 2030  ซึ่งปัจจุบัน บริษัทฯได้มีการลงทุนกับประเทศรายใหญ่ เช่น ญี่ปุ่น หรือแม้กระทั่งไต้หวัน ที่มีความคล่องตัวด้านสภาพเงินกองทุนต่างๆ จากยุโรป หรือแม้กระทั่งสถาบันที่เป็น Insurance ที่เข้ามาให้ความสนใจมากขึ้น และผลตอบแทนการลงทุนที่ไม่สูงมาก เข้ามารับซื้อคาร์บอนเครดิต ก็เป็นที่น่าประจักษ์ว่าเราสามารถนำส่วนต่างของคาร์บอนเหล่านี้มาเสริมทัพการลงทุนในอนาคต ที่จะช่วยลดภาระการหาเงินเพิ่ม และสามารถต่อยอดการลงทุนในอนาคตได้</p>
<p>กลุ่มบริษัทบางจากมุ่งมั่นที่จะก้าวไปข้างหน้าด้วยการสร้างอนาคตผ่านการลงทุนและนวัตกรรมที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ภายใต้วิสัยทัศน์ “รังสรรค์โลกยั่งยืนด้วยนวัตกรรมสีเขียว” สู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี 2573 และปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ในปี 2593 ด้วยวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนและยุทธศาสตร์ที่แข็งแกร่ง เพื่อการเติบโตอย่างต่อเนื่องและบรรลุเป้าหมาย EBITDA 100,000 ล้านบาทภายในปี 2573 พร้อมสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศไทยและภูมิภาค รวมถึงขยายธุรกิจสู่ตลาดโลกอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและการพัฒนาอย่างยั่งยืน</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/bangchak-synergy/">กลุ่มบางจากครบ 40 ปี ชูยุทธศาสตร์และการจัดสรรทุนสร้าง Synergy เติบโตสู่เป้าหมาย EBITDA 100,000 ล้านบาทในปี 2030 </a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/bangchak-synergy/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“ไทยออยล์” เผยผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2567 ภาพรวมปรับลดลงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับไตรมาสแรก</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/thaioil-q2-67/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/thaioil-q2-67/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 09 Aug 2024 06:29:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันดิบ]]></category>
		<category><![CDATA[ผลการดำเนินงาน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงกลั่น]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยออยล์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=35167</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2567 ภาพรวมผลการดำเนินงานปรับลดลงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2567 นายบัณฑิต ธรรมประจำจิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP เปิดเผยว่า “ในไตรมาส 2/2567 กลุ่มไทยออยล์มีกำไรสุทธิ 5,547 ล้านบาท ปรับลดลงจากไตรมาสที่ 1 เล็กน้อย จากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์กับน้ำมันดิบดูไบได้รับแรงกดดันจากอุปทานที่ปรับเพิ่มขึ้นจากการเริ่มดำเนินการของโรงกลั่นในแถบแอฟริกา รวมถึงการส่งออกจากเอเชียไปยุโรปทำได้ยากขึ้น ด้านธุรกิจอะโรเมติกส์ปรับตัวดีขึ้นจากส่วนต่างราคาสารพาราไซลีนและสารเบนซีนกับน้ำมันเบนซิน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/thaioil-q2-67/">“ไทยออยล์” เผยผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2567 ภาพรวมปรับลดลงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับไตรมาสแรก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2567 ภาพรวมผลการดำเนินงานปรับลดลงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2567 </strong></p>
<p><span id="more-35167"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายบัณฑิต ธรรมประจำจิต</strong></span> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)</strong> หรือ <strong>TOP</strong> เปิดเผยว่า “ในไตรมาส 2/2567 กลุ่มไทยออยล์มีกำไรสุทธิ 5,547 ล้านบาท ปรับลดลงจากไตรมาสที่ 1 เล็กน้อย จากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์กับน้ำมันดิบดูไบได้รับแรงกดดันจากอุปทานที่ปรับเพิ่มขึ้นจากการเริ่มดำเนินการของโรงกลั่นในแถบแอฟริกา รวมถึงการส่งออกจากเอเชียไปยุโรปทำได้ยากขึ้น ด้านธุรกิจอะโรเมติกส์ปรับตัวดีขึ้นจากส่วนต่างราคาสารพาราไซลีนและสารเบนซีนกับน้ำมันเบนซิน 95 ปรับเพิ่มขึ้นจากอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นในช่วงปลายฤดูร้อนของประเทศส่วนใหญ่ในภูมิภาคเอเชียที่นำไปใช้ในอุตสาหกรรมปลายน้ำสำหรับการผลิตขวดน้ำดื่ม และอุปทานที่ตึงตัวจากการปิดซ่อมบำรุงประจำปีของผู้ผลิตสารอะโรมาติกส์ในภูมิภาค นอกจากนี้ ธุรกิจผลิตสารตั้งต้นสำหรับผลิตภัณฑ์สารทำความสะอาดปรับตัวดีขึ้นหลังได้รับแรงหนุนจากความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ซักล้างที่เพิ่มขึ้นในช่วงฤดูร้อนของประเทศส่วนใหญ่ในภูมิภาคเอเชีย สำหรับธุรกิจผลิตน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานปรับตัวลดลงจากส่วนต่างราคาของน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานและยางมะตอยกับน้ำมันเตาจากราคาน้ำมันเตาที่ปรับเพิ่มขึ้น</p>
<p><!--more--></p>
<p>ราคาน้ำมันดิบในไตรมาส 2/2567 ปรับตัวสูงขึ้นจากไตรมาส 1/2567 จากความกังวลเรื่องอุปทานน้ำมันดิบตึงตัวจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ยังมีความไม่แน่นอน ประกอบกับกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันดิบโอเปกและพันธมิตร (OPEC+) ยังคงขยายระยะเวลาปรับลดกำลังการผลิตต่อเนื่องไปถึงไตรมาส 3 ของปี 2567 ส่งผลให้กลุ่มไทยออยล์มีกำไรจากสต๊อกน้ำมัน 1,395 ล้านบาท หรือ 1.4 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล และมีกำไรขั้นต้นจากการผลิตของกลุ่มรวมผลกระทบจากสต๊อกน้ำมันอยู่ที่ 7.0 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลในไตรมาส 2 ของปี 2567 ลดลง 3.5 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลจากไตรมาส 1 ของปี 2567”</p>
<p><strong>นายบัณฑิตฯ</strong> กล่าวเพิ่มเติมว่า “สำหรับภาพรวมธุรกิจโรงกลั่นในช่วงครึ่งหลังของปี มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสที่ 2 โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการใช้น้ำมันที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาล ทั้งในช่วงฤดูกาลขับขี่ของสหรัฐฯ การเดินทางทางอากาศที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และความต้องการใช้น้ำมันเพื่อทำความร้อน ทั้งนี้ ค่าการกลั่นยังได้รับแรงหนุนจากปริมาณน้ำมันสำเร็จรูปคงคลังที่แม้จะเพิ่มขึ้น แต่ยังคงอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ย 5 ปี<br />
นอกจากนี้ ในช่วงเดือน ส.ค.-ต.ค. ตลาดยังคงจับตาสถานการณ์พายุเฮอริเคนในทะเลแอตแลนติกที่คาดว่าปีนี้จะมีจำนวนมากกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อทั้งอุปสงค์และอุปทาน อย่างไรก็ตาม การเปิดดำเนินการของโรงกลั่นใหม่ในแอฟริกาจะส่งผลกดดันให้ค่าการกลั่นปรับเพิ่มขึ้นในระดับที่จำกัด ขณะที่ความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจโลก อันเนื่องจากตัวเลขทางเศรษฐกิจทั้งสหรัฐฯ และจีนที่ไม่ดีนัก อาจกดดันราคาน้ำมันดิบในครึ่งปีหลัง&#8221;</p>
<p><strong>ทั้งนี้ ไทยออยล์จะติดตามแนวโน้มเศรษฐกิจโลกและสถานการณ์ตลาดอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับความผันผวนต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงแสวงหาโอกาสในธุรกิจใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ Megatrends เพื่อต่อยอดไปสู่การเติบโตที่ยั่งยืนระดับองค์กร 100 ปี ภายใต้วิสัยทัศน์ “สร้างสรรค์คุณภาพชีวิต ด้วยพลังงานและเคมีภัณฑ์ที่ยั่งยืน”</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/thaioil-q2-67/">“ไทยออยล์” เผยผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2567 ภาพรวมปรับลดลงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับไตรมาสแรก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/thaioil-q2-67/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พีทีจี รับลูกรัฐใช้ B20 เดินเครื่องจักลุยไบโอดีเซลป้อนโรงกลั่น เทงบ 2.5 พันล้าน ขยายปั๊ม 2000 แห่ง ชิงแชร์ตลาดค้าปลีกน้ำมัน รั้งเบอร์ 2 รอง &#8216;ปตท.&#8217;</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9e%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%88%e0%b8%b5-b20-%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b9%8a%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 28 Feb 2019 03:22:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[B20]]></category>
		<category><![CDATA[ขยายปั๊มน้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[ดีเซล บี20]]></category>
		<category><![CDATA[ดีเซลบี20]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมัน B20]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมัน บี 20]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันดีเซล B20]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันดีเซลบี 20]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันบี 20]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันบี20]]></category>
		<category><![CDATA[พิทักษ์ รัชกิจประการ]]></category>
		<category><![CDATA[พีทีจี]]></category>
		<category><![CDATA[พีทีจี เอ็นเนอยี]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องจักไบโอดีเซล]]></category>
		<category><![CDATA[โรงกลั่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?post_type=news&#038;p=5432</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัทพีทีจี เอ็นเนอยี รับลูกรัฐลุยใช้น้ำมัน B20 เดินเครื่องจักไบโอดีเซลป้อนโรงกลั่น พร้อมเทงบลงทุน 2.5 พันล้านบท ตั้งเป้าปี 2562 ขยายปั๊มน้ำมัน 2,000 ปั๊ม ชิงแชร์ส่วนแบ่งตลาดน้ำมันค้าปลีก ขึ้นที่ 2 รองจาก ปตท. พร้อมผลักดันธุรกิจ nonoil ต่อยอดแฟรนไชส์กาแฟพันธุ์ไทย นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9e%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%88%e0%b8%b5-b20-%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b9%8a%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99/">พีทีจี รับลูกรัฐใช้ B20 เดินเครื่องจักลุยไบโอดีเซลป้อนโรงกลั่น เทงบ 2.5 พันล้าน ขยายปั๊ม 2000 แห่ง ชิงแชร์ตลาดค้าปลีกน้ำมัน รั้งเบอร์ 2 รอง ‘ปตท.’</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัทพีทีจี เอ็นเนอยี รับลูกรัฐลุยใช้น้ำมัน B20 เดินเครื่องจักไบโอดีเซลป้อนโรงกลั่น พร้อมเทงบลงทุน 2.5 พันล้านบท ตั้งเป้าปี 2562 ขยายปั๊มน้ำมัน 2,000 ปั๊ม ชิงแชร์ส่วนแบ่งตลาดน้ำมันค้าปลีก ขึ้นที่ 2 รองจาก ปตท. พร้อมผลักดันธุรกิจ nonoil ต่อยอดแฟรนไชส์กาแฟพันธุ์ไทย</strong><span id="more-5432"></span></p>
<p><span style="color: #000080;"><strong>นายพิทักษ์ รัชกิจประการ</strong></span> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน)</strong> หรือ <strong>PTG</strong> เปิดเผยว่าบริษัทเริ่มลงทุนให้บริการ<strong>น้ำมันไบโอดีเซล B20</strong> แล้ว 1 สาขา และจะขยายเพิ่มอีกเร็วๆ นี้ โดยเล็งเห็นถึงความต้องการใช้ที่เพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน ประกอบกับเป็นนโยบายรัฐบาลที่จะช่วยลดปัญหามลพิษได้ในระยะยาว ทั้งนี้ยังตั้งเป้าเดินเครื่องจักรผลิตไบโอดีเซลขายให้โรงกลั่นเต็มที่ 100% จากปัจจุบันอยู่ที่ 60% เพื่อรองรับแนวโน้มการเติบโตและความต้องการในอนาคต และให้สอดรับกับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า PDP 2018</p>
<p>บริษัทฯ มีแผนการลงทุนในธุรกิจน้ำมันและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง สำหรับปีนี้ตั้งเป้าลงทุนไว้ที่ 2,500 ล้านบาท และตั้งเป้าปริมาณการจำหน่ายน้ำมันและรายได้จะเติบโต 20% จากเดิม 4,000 ลิตร เป็น 4,800 ลิตร โดยคาดจะทำกำไรเติบโตเพิ่มขึ้น 40-50% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งมาจากปัจจัยเรื่องยอดขายที่เพิ่มขึ้นของสถานนีบริการเดิม และวางแผนขยายสถานนีบริการเพิ่มขึ้น 116 สาขา จากเดิม 1,884 สาขา เป็น 2,000 สาขา</p>
<p><strong>ทั้งนี้ในไตมาส 4 ของปีที่ผ่านมา พีทีจี เอ็นเนอยี ได้ขยับส่วนแบ่งทางการตลาดของน้ำมันผ่านสถานีบริการเพิ่มขึ้น มาอยู่ที่ลำดับที่ 2 โดยเป็นรองเฉพาะ ปตท. เท่านั้น และในปีนี้บริษัทฯ ตั้งเป้าที่จะรักษาอันดับนี้ไว้ และเน้นการขยายสาขาในพื้นที่ที่สามารถรองรับธุรกิจ nonoil ด้วย ซึ่งในส่วนของธุรกิจ nonoil นั้นบริษัทจะยังรักษายอดขายและจุดแข็งให้เติบโตได้ 55-60% จากปีที่ผานมา โดยมีแผนขยายสาขาและเพิ่มสัดส่วน โดยสร้างเครือข่ายธุระกิจกาแฟซึ่งในปีนี้เป็นปีแรกที่ พีทีจีจะเริ่มขยายแฟรนไชส์ของร้านกาแฟพันธ์ุไทยทั่วประเทศ โดยปีที่ผ่านมา มีร้านกาแฟพันธุ์ไทยอยู่ที่ 187 สาขา และร้าน Coffee World ทั้งหมด 82 สาขา เล็งเป้าในอนาคตจะขยายเพิ่ม โดยมั่นใจว่าจะเพิ่มยอดขายได้ไม่ต่ำกว่าปีละ 20%</strong></p>
<table style="border: 5px solid #cc0000;" width="100%">
<tbody>
<tr valign="middle">
<td style="vertical-align: middle; padding: 10px;"><strong>ตรวจเช็คข้อมูลรายชื่อ ยี่ห้อ รุ่นรถ ที่สามารถใช้น้ำมันดีเซล B20 ล่าสุดได้ที่นี่</strong></p>
<ul>
<li class="trail-item trail-end"><a title="น้ำมันดีเซล B20 ใช้กับรถอะไรได้บ้าง" href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%a5-b20-%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b0/"><strong>น้ำมันดีเซล B20 ใช้กับรถอะไรได้บ้าง</strong></a><br />
ข้อมูลอัพเดตล่าสุด เมษายน 2562</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9e%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%88%e0%b8%b5-b20-%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b9%8a%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99/">พีทีจี รับลูกรัฐใช้ B20 เดินเครื่องจักลุยไบโอดีเซลป้อนโรงกลั่น เทงบ 2.5 พันล้าน ขยายปั๊ม 2000 แห่ง ชิงแชร์ตลาดค้าปลีกน้ำมัน รั้งเบอร์ 2 รอง ‘ปตท.’</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
