<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>โรงงานผลิตแบตเตอรี่ | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Thu, 29 Feb 2024 08:35:56 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>โรงงานผลิตแบตเตอรี่ | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>SVOLT เปิดสายการผลิตแพ็คแบตเตอรี่ครั้งแรกของประเทศไทย เตรียมส่งมอบเป็นชิ้นส่วนหลักในรถยนต์พลังงานไฟฟ้าของเกรท วอลล์ มอเตอร์ มีนาคมนี้</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/svolt-gwm/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/svolt-gwm/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 29 Feb 2024 08:35:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[GWM]]></category>
		<category><![CDATA[SVOLT]]></category>
		<category><![CDATA[สายการผลิตแพ็คแบตเตอรี่]]></category>
		<category><![CDATA[เกรท วอลล์ มอเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[แบตเตอรี่รถยนต์พลังงานไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงานผลิตแบตเตอรี่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=32501</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ 29 กุมภาพันธ์ 2567 – เอสโวลต์ (ประเทศไทย) เฉลิมฉลองความสำเร็จในการเปิดสายการผลิตแพ็คแบตเตอรี่ ครั้งแรกของประเทศไทย ณ โรงงานผลิตในอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี พร้อมส่งมอบให้กับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ รุ่นต่าง ๆ ทั้งรถยนต์ไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ ไม่ว่าจะเป็น ORA Good Cat, HAVAL H6, HAVAL JOLION, GWM TANK 500 และ TANK 300 โดยมี นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองประธานฝ่ายการตลาด เกรท&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/svolt-gwm/">SVOLT เปิดสายการผลิตแพ็คแบตเตอรี่ครั้งแรกของประเทศไทย เตรียมส่งมอบเป็นชิ้นส่วนหลักในรถยนต์พลังงานไฟฟ้าของเกรท วอลล์ มอเตอร์ มีนาคมนี้</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="font-weight: 400;"><strong>กรุงเทพฯ 29 กุมภาพันธ์ 2567</strong><strong> – </strong><strong>เอสโวลต์ (ประเทศไทย) </strong>เฉลิมฉลองความสำเร็จในการเปิดสายการผลิตแพ็คแบตเตอรี่ ครั้งแรกของประเทศไทย ณ โรงงานผลิตในอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี พร้อมส่งมอบให้กับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ รุ่นต่าง ๆ ทั้งรถยนต์ไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ ไม่ว่าจะเป็น ORA Good Cat, HAVAL H6, HAVAL JOLION, GWM TANK 500 และ TANK 300 โดยมี <strong>นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองประธานฝ่ายการตลาด เกรท วอลล์ มอเตอร์ ประจำภูมิภาคอาเซียน</strong> <strong>นายครรชิต ไชยสุโพธิ์ รองประธานฝ่ายกิจการองค์กรและรัฐกิจสัมพันธ์</strong> และ <strong>นายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย)</strong> ร่วมแสดงความยินดีในความสำเร็จครั้งนี้ โดย เอสโวลต์ และ เกรท วอลล์ มอเตอร์ เป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่มีความร่วมมือกันมาอย่างยาวนานในประเทศจีน จวบจนก้าวเข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทย โดยจะเป็นพันธมิตรหลักที่จะร่วมมือกันในการสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าที่สมบูรณ์ให้เกิดขึ้นในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน ส่งเสริมศักยภาพของประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในภูมิภาคอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันให้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ก้าวขึ้นสู่การเป็น Top 3 ของผู้นำด้านยานยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทย (xEV Leader) ภายในปี 2569</p>
<p style="font-weight: 400;"><span id="more-32501"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32504" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/SVOLT-Ceremony_3.jpg" alt="SVOLT เปิดสายการผลิตแพ็คแบตเตอรี่ครั้งแรกของประเทศไทย" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/SVOLT-Ceremony_3.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/SVOLT-Ceremony_3-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/SVOLT-Ceremony_3-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/SVOLT-Ceremony_3-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p style="font-weight: 400;">โรงงาน เอสโวลต์ (ประเทศไทย) เป็นอีกหนึ่งจิ๊กซอว์สำคัญของ เอสโวลต์ เอเนอร์จี้ ในระดับสากล โดยมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจในหลากหลายส่วน ทั้งแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่สำหรับยานพาหนะสองล้อและสามล้อ ระบบการจัดเก็บพลังงาน การรีไซเคิล และอื่น ๆ ปัจจุบันโรงงาน เอสโวลต์ (ประเทศไทย) ส่งมอบชุดแบตเตอรี่ SVOLT LCTP (Low-Carbon Transition Plan) ที่ชูเทคโนโลยีอย่างเซลล์แบตเตอรี่ Short Blade L600 ให้กับผู้ผลิตรถยนต์ในประเทศเป็นหลัก เพื่อตอบสนองความต้องการแบตเตอรี่ยานยนต์ให้กับเซ็กเมนต์รถยนต์ส่วนบุคคลขนาดเล็ก หรือ A Segment ในประเทศไทย โดยโรงงาน เอสโวลต์ (ประเทศไทย) จะสามารถส่งมอบแบตเตอรี่ให้กับลูกค้าทั่วประเทศได้มากกว่า 20,000 ชุด ในปีนี้</p>
<p style="font-weight: 400;">การเริ่มต้นการผลิตในครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของโรงงาน เอสโวลต์ (ประเทศไทย) ที่ประสบความสำเร็จในการผลิตแบตเตอรี่ภายในเวลาเพียงแค่ห้าเดือน ยิ่งเป็นการตอกย้ำถึงความแข็งแกร่งในอุตสาหกรรมพลังงานใหม่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกได้อย่างชัดเจน การก่อตั้งและการดำเนินโครงการนี้นับว่ารวดเร็วที่สุดของ เอสโวลต์ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของความสำเร็จในการขยายการดำเนินธุรกิจของบริษัท สำหรับโรงงาน เอสโวลต์ (ประเทศไทย) ได้มีการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในขั้นตอนการผลิตที่หลากหลาย เช่น การตรวจสอบและการวิเคราะห์แบบดิจิทัล รวมถึงการติดตามและการวิเคราะห์คุณภาพอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งสอดคล้องกับข้อกำหนดต่าง ๆ ภายใต้มาตรการ EV 3.5 ของประเทศไทยอีกด้วย</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32502" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/GWM-P01.jpg" alt="นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/GWM-P01.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/GWM-P01-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/GWM-P01-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/GWM-P01-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p style="font-weight: 400;"><strong><span style="color: #6cb742;">นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์</span> รองประธานฝ่ายการตลาด เกรท วอลล์ มอเตอร์ ประจำภูมิภาคอาเซียน </strong>กล่าวว่า “อุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ได้เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด และเข้ามามีบทบาทในการพลิกโฉมไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคชาวไทยและทั่วโลก ส่งผลให้อุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับยานยนต์พลังงานใหม่ขยายตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน เอสโวลต์ (ประเทศไทย) ถือเป็นโรงงานผลิตแบตเตอรี่โดยแบรนด์จากประเทศจีนแห่งแรกในประเทศไทย โดยแบตเตอรี่จาก เอสโวลต์ จะใช้เป็นส่วนประกอบสำคัญในการผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าหลากหลายรุ่นของ เกรท วอลล์  มอเตอร์ ทั้งแบตเตอรี่ไฮบริด และแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า 100% New ORA Good Cat รุ่นผลิตในประเทศ ที่เราเพิ่งเปิดสายการผลิตเป็นครั้งแรกของประเทศไทยไปเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ในวันนี้ เอสโวลต์ (ประเทศไทย) ได้ฉลองความสำเร็จเปิดสายการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์พลังงานใหม่อย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย ถือเป็นนิมิตหมายอันดีและเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคและภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย รวมถึงเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างงาน สร้างรายได้ สร้างองค์ความรู้ สร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทย เราพร้อมให้การสนับสนุน เอสโวลต์ (ประเทศไทย) อย่างเต็มที่เพื่อส่งมอบรถยนต์พลังงานใหม่ที่มีคุณภาพและเทคโนโลยีล้ำสมัยให้กับผู้บริโภคชาวไทยและในภูมิภาคต่อไป”</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32505" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/SVOLT-Ceremony_8.jpg" alt="คุณหยาง หงซิน" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/SVOLT-Ceremony_8.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/SVOLT-Ceremony_8-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/SVOLT-Ceremony_8-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/SVOLT-Ceremony_8-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p style="font-weight: 400;"><strong><span style="color: #6cb742;">คุณหยาง หงซิน</span> ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอสโวลต์ เอเนอร์จี้ เทคโนโลยี </strong>กล่าวว่า “โรงงาน เอสโวลต์ (ประเทศไทย) แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตามปรัชญาการดำเนินธุรกิจของ เอสโวลต์ ที่จะตอบสนองความต้องการของลูกค้าในประเทศไทย ไปพร้อมกับการผลักดันกลยุทธ์ระดับโลกของบริษัทฯ  และความสามารถในการผลิตรวมถึงเทคโนโลยีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย นอกจากนี้ โรงงานของเราจะเพิ่มความสามารถในการผลิตให้สอดคล้องกับแผนการขยายตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย รวมถึงให้ความสำคัญกับความต้องการของตลาด พร้อมมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ที่สามารถแข่งขันในตลาดได้ ยิ่งไปกว่านั้น เอสโวลต์ จะยึดมุมมองระดับโลกเพื่อทำความเข้าใจตลาดและความต้องการของลูกค้าอย่างลึกซึ้งในระยะยาว เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่เกี่ยวข้องกับแบตเตอรี่ที่ดียิ่งขึ้นแก่ลูกค้าชาวไทย”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32506" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/SVOLT-Ceremony_10.jpg" alt="SVOLT เปิดสายการผลิตแพ็คแบตเตอรี่ครั้งแรกของประเทศไทย" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/SVOLT-Ceremony_10.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/SVOLT-Ceremony_10-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/SVOLT-Ceremony_10-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/SVOLT-Ceremony_10-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/svolt-gwm/">SVOLT เปิดสายการผลิตแพ็คแบตเตอรี่ครั้งแรกของประเทศไทย เตรียมส่งมอบเป็นชิ้นส่วนหลักในรถยนต์พลังงานไฟฟ้าของเกรท วอลล์ มอเตอร์ มีนาคมนี้</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/svolt-gwm/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>EA จับมือ 2 พันธมิตรยักษ์ใหญ่จีน ร่วมศึกษาและจัดตั้งโรงงานผลิตเซลล์แบตเตอรี่ กำลังการผลิตเริ่มต้นที่ 6 GWh ในประเทศไทย</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/ea-eve-sunwoda-battery-ev/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/ea-eve-sunwoda-battery-ev/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 02 Aug 2023 03:16:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[EA]]></category>
		<category><![CDATA[EVE]]></category>
		<category><![CDATA[Sunwoda]]></category>
		<category><![CDATA[แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงานผลิตเซลล์แบตเตอรี่]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงานผลิตแบตเตอรี่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=28780</guid>

					<description><![CDATA[<p>EA จับมือ EVE และ Sunwoda 2 พันธมิตร ผู้ผลิตแบตเตอรี่รายใหญ่ของจีน ที่สนใจการขยายตลาดแบตเตอรี่ในไทย เพื่อร่วมกันศึกษาและจัดตั้งโรงงานผลิตเซลล์แบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า กำลังการผลิตเริ่มต้นที่ 6 GWh ในประเทศไทย นายอมร ทรัพย์ทวีกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. พลังงานบริสุทธิ์ (EA) เปิดเผยว่า EA ได้ลงนาม MoU กับ EVE Energy Co.,Ltd. (EVE) และ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ea-eve-sunwoda-battery-ev/">EA จับมือ 2 พันธมิตรยักษ์ใหญ่จีน ร่วมศึกษาและจัดตั้งโรงงานผลิตเซลล์แบตเตอรี่ กำลังการผลิตเริ่มต้นที่ 6 GWh ในประเทศไทย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>EA จับมือ EVE และ Sunwoda 2 พันธมิตร ผู้ผลิตแบตเตอรี่รายใหญ่ของจีน ที่สนใจการขยายตลาดแบตเตอรี่ในไทย เพื่อร่วมกันศึกษาและจัดตั้งโรงงานผลิตเซลล์แบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า กำลังการผลิตเริ่มต้นที่ 6 GWh ในประเทศไทย </strong></p>
<p><span id="more-28780"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายอมร ทรัพย์ทวีกุล</strong></span> <strong>รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. พลังงานบริสุทธิ์ (EA)</strong> เปิดเผยว่า <strong>EA</strong> ได้ลงนาม MoU กับ <strong>EVE Energy Co.,Ltd.</strong> (<strong>EVE</strong>) และ MoU กับ <strong>Sunwoda Mobility Energy Technology Co.,Ltd.</strong> (<strong>Sunwoda</strong>) ซึ่งเป็น 2 พันธมิตรผู้ผลิตแบตเตอรี่รายใหญ่ของจีน ที่สนใจการขยายตลาดแบตเตอรี่ในไทย เพื่อร่วมศึกษาและจัดตั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี่กำลังผลิตเริ่มต้นที่ 6 GWh ในประเทศไทย โดยคาดว่าผลจากการศึกษานี้จะนำไปสู่การจัดตั้งโรงงานผลิตเซลล์แบตเตอรี่ขั้นสูงด้วยต้นทุนที่สามารถแข่งขันได้ในอุตสาหกรรมแบตเตอรี่เพื่อยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle : EV) และระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้า ไฟฟ้า (Energy Storage System : ESS) เพื่อรองรับความต้องการของแบตเตอรี่ในกลุ่มบริษัท EA รวมถึงตลาดแบตเตอรี่ในประเทศไทยและอาเซียน โดยเฉพาะเพื่อป้อนเข้าโรงงานผลิตและประกอบยานยนต์ไฟฟ้าที่ได้มีการลงทุนตั้งฐานการผลิตในไทยอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>เมื่อผลการศึกษาวิจัยครั้งนี้ประสบความสำเร็จ EA จะนำเสนอ บริษัท Amita Technology (Thailand) เข้าร่วมการลงทุนกับพันธมิตรจีน เพื่อสร้างโรงงานผลิตแบตเตอรี่ แบบ Prismatic Battery Cell โดยใช้เทคโนโลยีกระบวนการผลิตระบบอัตโนมัติขั้นสูงและมีข้อได้เปรียบทางด้านต้นทุนวัตถุดิบต่ำจากพันธมิตรจีนที่มี Raw material supply chain ครบวงจร มีการวิจัยพัฒนาแบตเตอรี่ชนิดใหม่ที่มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยที่สูง ซึ่งรวมถึงการต่อยอดการผลิตแบตเตอรี่แพ็ค เพื่อให้มีต้นทุนรวมในการผลิตแบตเตอรี่ใกล้เคียงกับต้นทุนแบตเตอรี่ที่ผลิตจากจีน โรงงานนี้จะผลิตเซลล์แบตเตอรี่ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในไทยและรองรับความต้องการใช้แบตเตอรี่ทั้งในประเทศไทยและอาเซียน โดยการวิจัยและพัฒนาเพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายลูกค้าผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และการผลิตระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้า (ESS) โดยระยะเริ่มต้นดำเนินกำลังการผลิต 6 GWh พื่อตอบรับสนับสนุนนโยบาย 30@30 ทั้งนี้ นโยบายส่งเสริมการลงทุนผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าจากภาครัฐจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยทำให้การดำเนินโครงการนี้มีความเป็นไปได้ และสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ร่วมทุน ดังนั้น ภาครัฐควรมีมาตรการเร่งรัดและผลักดันนโยบายนี้ออกมา เพื่อช่วยส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตแบตเตอรี่ Li-ion และก้าวไปเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของอาเซียน</p>
<p>โดย EVE Energy Co.,Ltd. (EVE) ดำเนินธุรกิจด้านการให้บริการเทคโนโลยีด้านแบตเตอรี่ Lithium-ion อันดับ 3 ของจีน มีกำลังการผลิตแบตเตอรี่ไม่น้อยกว่า 360 GWh โดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยนำมาใช้อย่างแพร่หลายในด้าน Internet of Things (IoT), ยานยนต์ไฟฟ้า และด้าน Energy Storage System (ESS) ซึ่งให้บริการแก่แบรนด์รถยนต์ชั้นนำระดับ โลก เช่น BMW, Daimler, Hyundai และ Jaguar Land Rover รากฐานการขายทั่วโลกของบริษัทได้ขยายไปยังสหรัฐอเมริกา เยอรมนี มาเลเซีย และภูมิภาคอื่นๆ นอกจากนี้ บริษัทยังเป็น 1 ใน 10 บริษัทชั้นนำของโลกในด้านการให้บริการติดตั้งแบตเตอรี่</p>
<p>ขณะที่ Sunwoda Mobility Energy Technology Co.,Ltd. (Sunwoda) ถือเป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่ Lithium-ion สำหรับ EV อันดับ 5 ในประเทศจีนและอันดับ 9 ในตลาดโลก มีกำลังการผลิตแบตเตอรี่ต่อปีมากกว่า 100 GWh และจะเพิ่มเป็น 138 GWh ภายในปี 2568 ตลอดจนมีแผนในการเข้าสู่ตลาดยุโรปและการสร้างโรงงานผลิตแบตเตอรี่ในฮังการี โดย Sunwoda ได้รับการยอมรับในการเป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่ชาร์จเร็ว, แบตเตอรี่ PHEV/HEV ตลอดจนแบตเตอรี่ Super-Fast Charge SFC480 นอกจากนี้ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ใน Tier 1 ของ Benchmark ในกลุ่มผู้ผลิตแบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ ได้แก่ Dongfeng Maxus, Geely, Li Auto, Huawei, XPeng, Renault และ Nissan เป็นต้น</p>
<hr />
<p>ที่มา: Energy Absolute</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ea-eve-sunwoda-battery-ev/">EA จับมือ 2 พันธมิตรยักษ์ใหญ่จีน ร่วมศึกษาและจัดตั้งโรงงานผลิตเซลล์แบตเตอรี่ กำลังการผลิตเริ่มต้นที่ 6 GWh ในประเทศไทย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/ea-eve-sunwoda-battery-ev/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เอ็มจี จัดพิธีวางศิลาฤกษ์ในพื้นที่ NEW ENERGY INDUSTRIAL PARK เตรียมสร้างโรงงานแบตเตอรี่สำหรับ EV มูลค่ากว่า 500 ล้านบาท</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/mg-new-energy-industrial-park/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/mg-new-energy-industrial-park/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 03 May 2023 02:11:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[MG]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[เอ็มจี]]></category>
		<category><![CDATA[แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงานผลิตแบตเตอรี่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=26525</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ – 1 พฤษภาคม 2566 : บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย จัดพิธีวางศิลาฤกษ์พื้นที่ NEW ENERGY INDUSTRIAL PARK เตรียมพัฒนาพื้นที่ภายในโรงงานกว่า 75 ไร่ ให้เป็นพื้นที่พัฒนาชิ้นส่วนประกอบรถยนต์ร่วมกับพาร์ทเนอร์ และ โรงงานผลิตแบตเตอรี่&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/mg-new-energy-industrial-park/">เอ็มจี จัดพิธีวางศิลาฤกษ์ในพื้นที่ NEW ENERGY INDUSTRIAL PARK เตรียมสร้างโรงงานแบตเตอรี่สำหรับ EV มูลค่ากว่า 500 ล้านบาท</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ – 1 พฤษภาคม 2566 : <strong>บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย จัดพิธีวางศิลาฤกษ์พื้นที่ NEW ENERGY INDUSTRIAL PARK เตรียมพัฒนาพื้นที่ภายในโรงงานกว่า 75 ไร่ ให้เป็นพื้นที่พัฒนาชิ้นส่วนประกอบรถยนต์ร่วมกับพาร์ทเนอร์ และ โรงงานผลิตแบตเตอรี่ เพื่อรองรับการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต ด้วยงบลงทุนมากกว่า 500 ล้านบาท ตอกย้ำวิสัยทัศน์ในการเป็นผู้บุกเบิกและผู้นำยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย  </strong><span id="more-26525"></span></p>
<p><strong>บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด</strong> ก่อตั้งขึ้นเพื่อผลิตรถยนต์ เอ็มจี และจำหน่ายภายในประเทศไทย รวมทั้งการส่งออกไปจำหน่ายยังประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอาเซียน โดยโรงงานตั้งอยู่ที่<strong>นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเออีสเทิร์นซีบอร์ด 2 (WHA ESIE 2)</strong> จังหวัดชลบุรี บนพื้นที่กว่า 437.5 ไร่ มีกำลังการผลิตสูงสุดอยู่ที่ <strong>100,000 คันต่อปี</strong> ซึ่งปัจจุบันพื้นที่ได้ถูกพัฒนาให้ใช้งานได้แล้วกว่า 300 ไร่ ประกอบด้วย โรงงานประกอบตัวถัง (General Assembly Shop) โรงงานพ่นสีรถยนต์ (Paint Shop) โรงผลิตตัวถัง (Body Shop) ซึ่งไลน์ผลิตทั้งหมดประกอบไปด้วยเทคโนโลยีการติดตั้งหุ่นยนต์สำหรับใช้ในสายการผลิต เพื่อช่วยอำนวยความสะดวก เพิ่มประสิทธิภาพ ตลอดจนการควบคุมคุณภาพ และเสริมสร้างความปลอดภัยในสายการผลิต อีกทั้งยังช่วยลดปริมาณการใช้พลังงานและมลพิษต่างๆ เพื่อความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นอกจากไลน์การผลิตแล้วภายในพื้นที่ดังกล่าวยังเป็นคลังจัดเก็บอะไหล่เพื่อรองรับรถยนต์ของเอ็มจีทุกรุ่น</p>
<p>สำหรับพื้นที่ที่เหลืออีก 137.5 ไร่  ในช่วงแรกจะถูกพัฒนาให้เป็นพื้นที่ <strong>NEW ENERGY INDUSTRIAL PARK</strong> ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 75 ไร่ เพื่อให้รองรับการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต ประกอบด้วย อาคารโรงงานสำหรับการพัฒนาชิ้นส่วนโมดูลแบตเตอรี่ รวมถึงไลน์การผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าของ เอ็มจี และพื้นที่สำหรับพัฒนาชิ้นส่วนสำหรับการประกอบรถยนต์เอ็มจีร่วมกับพาร์ทเนอร์บริษัทชั้นนำ นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มลานจัดเก็บตู้คอนเทนเนอร์และคลังสินค้าโลจิสติกส์แห่งใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการขนส่ง</p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">มร. จ้าว เฟิง</span> กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด </strong>เปิดเผยว่า ภายใต้ยุทธศาสตร์ <strong>ONE BELT ONE ROAD</strong> จากจีนเป้าหมายหลัก คือการสร้างความร่วมมือทางยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจระหว่างจีน กับประเทศต่างๆ รวมถึงนโยบายการสนับสนุนการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่    ซึ่งหนึ่งในโครงการที่สำคัญในการพัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรมหลักของไทย คือ เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก EEC (Eastern Economic Corridor) ของไทย เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมของไทยเทียบชั้นอุตสาหกรรมระดับโลก อีกทั้งยังถือเป็นการพัฒนาเชิงยุทธศาสตร์ระดับชาติที่สำคัญ ทำให้ <strong>SAIC MOTOR CORPORATION และ เครือเจริญโภคภัณฑ์</strong> ได้จับมือกันร่วมก่อตั้ง บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด ในเดือนกุมภาพันธ์ 2556 เพื่อผลิตรถยนต์แบรนด์ เอ็มจี ในประเทศไทย ด้วยการสนับสนุน จากหน่วยงานทุกภาคส่วนทยแล้วนประเทพื่อนำรถยนต์แบรนด์ างๆ้นอุตสาหกรรมระดับ ทำให้แบรนด์ เอ็มจี สามารถเป็นหนึ่งในตัวเลือกของลูกค้าชาวไทย</p>
<p>ปัจจุบันมีรถยนต์ เอ็มจี วิ่งในท้องถนนแล้วกว่า 180,000 คัน ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เอ็มจี ในฐานะผู้บุกเบิกและผู้นำรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทยได้ตอบสนองแนวคิดการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศภายใต้โมเดล BCG หรือ โมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนซึ่งเป็นเศรษฐกิจทฤษฎีใหม่ที่ผสมผสานการพัฒนา 3 ด้านหลัก คือ เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว ที่ถือเป็นวาระแห่งชาติปี 2564-2569 ของรัฐบาลไทย  ด้วยการปฏิบัติตามนโยบายอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย เพื่สนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทยให้เทียบชั้นระดับโลก</p>
<p>“ขณะนี้เอ็มจี ได้กลายเป็นแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าที่มีปริมาณการถือครองสูงสุดและเป็นแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าที่มีความหลากหลายที่สุดในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า    ในประเทศไทย เพื่อการยกระดับผลิตภัณฑ์ รวมถึงสร้างประสบการณ์ใหม่ และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยมาสู่ผู้บริโภคชาวไทยอย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ จึงตัดสินใจสร้างพื้นที่ <strong>NEW ENERGY INDUSTRIAL</strong> <strong>PARK </strong>แห่งนี้ขึ้น โดยได้รับการสนับสนุนจาก <strong>SAIC MOTOR CORPORATION และ เครือเจริญโภคภัณฑ์</strong>      โดยสถานที่แห่งนี้ครอบคลุมพื้นที่กว่า 75 ไร่ และจะทำให้ชิ้นส่วนหลักของรถยนต์ไฟฟ้าจาก เอ็มจี สามารถผลิตในประเทศ” <strong>มร. จ้าว เฟิง กล่าว  </strong></p>
<p>สำหรับพื้นที่ <strong>NEW ENERGY INDUSTRIAL PARK </strong>แบ่งเป็น 3 ระยะการก่อสร้าง โครงการระยะแรกตั้งเป้าแล้วเสร็จพร้อมใช้งานภายในเดือนตุลาคม 2566 โดยมีมูลค่าการลงทุนสำหรับโครงการระยะแรกมากกว่า 500 ล้านบาท</p>
<hr />
<p>มร. กง เจิ้ง (ที่ 6 จากซ้าย) นายกเทศมนตรี และรองเลขาธิการคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีน นครเซี่ยงไฮ้ มร. หยาง ซิน (ที่ 5 จากซ้าย) อัครราชทูตที่ปรึกษาสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย มร. เฉิน หง (ที่ 5 จากขวา)ประธานบริษัท SAIC MOTOR CORPORATION ธนากร เสรีบุรี (ที่ 4 จากขวา) ประธานกรรมการบริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด และมร.จ้าว เฟิง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด (ซ้าย)</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/mg-new-energy-industrial-park/">เอ็มจี จัดพิธีวางศิลาฤกษ์ในพื้นที่ NEW ENERGY INDUSTRIAL PARK เตรียมสร้างโรงงานแบตเตอรี่สำหรับ EV มูลค่ากว่า 500 ล้านบาท</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/mg-new-energy-industrial-park/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แบตเตอรี่ Li-ion 1GWh เกิดขึ้นแล้วที่ฉะเชิงเทรา Blue Tech City The Future for Today</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88-li-ion-1gwh-%e0%b8%89%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b2/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88-li-ion-1gwh-%e0%b8%89%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 04 Mar 2022 07:21:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Article]]></category>
		<category><![CDATA[E@]]></category>
		<category><![CDATA[Energy Absolute]]></category>
		<category><![CDATA[พิชัย ถิ่นสันติสุข]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[อมิตา เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[แบตเตอรี่ Li-Ion]]></category>
		<category><![CDATA[แบตเตอรี่ลิเทียมไอออน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงานผลิตแบตเตอรี่]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงานผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=21451</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากความฝันอันไร้ขีดจำกัดของวิศวกรหนุ่มที่เคยได้ทำงานด้านการวิเคราะห์โครงการ จากวันนั้นได้สร้างและน้ำพา E@ : Energy Absolute ผ่านร้อนผ่านหนาวจนแข็งแกร่งในโลกของพลังงานบริสุทธิ์ จวบจนวันนี้ E@ ได้ก่อให้เกิด บริษัท อมิตา เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อผลิตแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนขนาด 1 GWh แห่งแรกในอาเซียน ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ด้วยเครื่องจักร เครื่องกลที่คัดสรรแล้ว “อมิตา” กำลังจะเปลี่ยนสมการประเทศไทยให้เป็นสมการเพื่ออนาคต บริษัท อมิตา เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างอุตสาหกรรม&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88-li-ion-1gwh-%e0%b8%89%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b2/">แบตเตอรี่ Li-ion 1GWh เกิดขึ้นแล้วที่ฉะเชิงเทรา Blue Tech City The Future for Today</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>จากความฝันอันไร้ขีดจำกัดของวิศวกรหนุ่มที่เคยได้ทำงานด้านการวิเคราะห์โครงการ จากวันนั้นได้สร้างและน้ำพา E@ : Energy Absolute ผ่านร้อนผ่านหนาวจนแข็งแกร่งในโลกของพลังงานบริสุทธิ์ จวบจนวันนี้ E@ ได้ก่อให้เกิด บริษัท อมิตา เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อผลิตแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนขนาด 1 GWh แห่งแรกในอาเซียน ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ด้วยเครื่องจักร เครื่องกลที่คัดสรรแล้ว “อมิตา” กำลังจะเปลี่ยนสมการประเทศไทยให้เป็นสมการเพื่ออนาคต</strong><span id="more-21451"></span></p>
<p><strong>บริษัท อมิตา เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด</strong> เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างอุตสาหกรรม New S-Curve และมุ่งมั่นในการผลักดันให้ ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า โดยมีอุตสาหกรรมการผลิต และจำหน่ายแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนเป็นหัวใจสำคัญในห่วงโซ่ของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อพัฒนาและผลิตแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนเพื่อเป็นประโยชน์ในการใช้งานด้านต่างๆ อาทิเช่น ด้านยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle : EV) และด้านระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้า (Energy Storage System : ESS) เป็นต้น โดยจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการกักเก็บไฟฟ้าที่ผลิตได้จากพลังงานหมุนเวียน เพื่อเพิ่มเสถียรภาพและความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจของพลังงานทดแทน เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการดำเนินธุรกิจด้านพลังงานสะอาด E@ จึงได้ เข้าลงทุนใน Amita Technologies Inc. (AMITA-Taiwan) ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนภายใต้กฎหมายของสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) และเป็นบริษัทจดทะเบียนใน Emerging Stock Market ของตลาดหลักทรัพย์ไต้หวัน เพื่อดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการวิจัย พัฒนา และผลิตแบตเตอรี่ชนิดลิเทียมไอออน ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นแบตเตอรี่พลังงานสะอาด ถูกคิดค้นและ พัฒนาขึ้นเพื่อน้ำมาใช้ทดแทนแบบเดิมชนิดที่เป็นตะกั่วกรด และสอดคล้อง กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าที่กลายเป็นเทรนด์ใหม่ของโลก ได้รับการ ยอมรับว่าเป็นแหล่งกักเก็บพลังงานที่ดีที่สุด ณ ปัจจุบัน อายุใช้งานนาน น้ำหนักเบา และในขณะนี้ประเทศไทยเรากำลังจะมีโรงงานผลิตแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-21466" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Amita-Technologies-Battery-Manufacturers.jpg" alt="โรงงานผลิตแบตเตอรี่" width="600" height="462" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Amita-Technologies-Battery-Manufacturers.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Amita-Technologies-Battery-Manufacturers-300x231.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Amita-Technologies-Battery-Manufacturers-150x116.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Amita-Technologies-Battery-Manufacturers-500x385.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>เมื่อเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการขนส่งในชีวิตประจำวัน มีส่วนสำคัญในการช่วยลดมลภาวะ PM2.5 และการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งส่งผลให้เกิดการปรับเปลี่ยนอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ จึงนับเป็นโอกาสที่ดีที่ได้น้ำเทคโนโลยีการผลิตแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนเข้ามาลงทุนในประเทศ ณ อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา ภายใต้บริษัท อมิตา เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด โดยได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐภายใต้โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจ พิเศษภาคตะวันออก หรือ “EEC”</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-21465" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/ESS.jpg" alt="ระบบกักเก็บพลังงาน" width="600" height="417" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/ESS.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/ESS-300x209.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/ESS-150x104.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/ESS-500x348.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>เทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้โรงงานไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนสามารถเปลี่ยนมาเป็นโรงงานไฟฟ้าหลักได้ ด้วยการกักเก็บพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้ไว้ในแบตเตอรี่ ทำให้จ่ายไฟได้อย่างสม่ำเสมอแม้ในช่วงเวลาที่ไม่มีลมหรือแสงแดด และสามารถน้ำไป เป็นอุปกรณ์กักเก็บพลังงานไฟฟ้าเพื่อใช้ขับเคลื่อนยานยนต์ไฟฟ้าได้ ทุกประเภท ถือได้ว่าเป็นโรงงานผลิตแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนขนาดกำลัง การผลิตเริ่มต้นขนาด 1 กิกะวัตต์ชั่วโมงต่อปี หรือ Giga Factory แห่งแรก ในอาเซียนที่ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย และสามารถผลิตแบตเตอรี่เพื่อน้ำไปใช้ประโยชน์ในด้านอุตสาหกรรมต่างๆ อย่างกว้างขวาง</p>
<blockquote><p>เมื่อเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าเข้ามา มีบทบาทสำคัญต่อการขนส่งในชีวิต ประจำวัน มีส่วนสำคัญในการช่วยลดมลภาวะ PM2.5 และการปลดปล่อย ก๊าซเรือนกระจก ซึ่งส่งผลให้เกิดการ ปรับเปลี่ยนอุตสาหกรรมยานยนต์ ในประเทศ จึงนับเป็นโอกาสที่ดีที่ได้นำเทคโนโลยีการผลิตแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน เข้ามาลงทุนในประเทศ ณ อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา ภายใต้บริษัท อมิตา เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด โดยได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐภายใต้ โครงการ EEC</p></blockquote>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-21464" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Amita-Technologies.jpg" alt="โรงงานของบริษัท อมิตา เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด" width="740" height="375" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Amita-Technologies.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Amita-Technologies-300x152.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Amita-Technologies-150x76.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Amita-Technologies-500x253.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><strong>โรงงานของบริษัท อมิตา เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด</strong> เฟสแรกตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมฉะเชิงเทรา บลูเทค ซิตี้ บนพื้นที่กว่า 91 ไร่ มีพื้นที่เฉพาะส่วนการผลิตกว่า 80,000 ตารางเมตร เน้นออกแบบสายการผลิตให้ทำงานด้วยระบบอัตโนมัติ ตั้งแต่ Automatic Warehouse, AGV ขนของในสายการผลิต ตลอดจนเครื่องจักรต่างๆ ในกระบวนการผลิต มีการน้ำอุปกรณ์กักเก็บพลังงานไฟฟ้า Energy Storage System (ESS) ที่ใช้แบตเตอรี่ที่ผลิตเองภายในกลุ่มบริษัทฯ มาใช้ในโรงงาน เพื่อสร้างเสถียรภาพการจ่ายไฟฟ้าให้กับเครื่องจักรภายในโรงงานและเพื่อ ใช้เป็นไฟฟ้าสำรองให้กับเครื่องจักรในกรณีที่เกิดไฟตกหรือไฟดับ</p>
<p>ปัจจัยสำคัญในการผลิตแบตเตอรี่ คือ ต้องลดความชื้นในกระบวนการผลิตให้ต่ำลง เหลือความชื้นในกระบวนการขึ้นรูปเซลล์แบตเตอรี่น้อยที่สุด <strong>บริษัท อมิตา เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด</strong> จึงได้ มีการสร้าง Dry Room ขนาดใหญ่ที่สุดในอาเซียนในการออกแบบเซลล์แบตเตอรี่ เป็นการมองจากต้นไปจนถึงปลายทาง (End of Life) ของแบตเตอรี่ ออกแบบโดยใช้ Zig Zag Stacking ในกระบวนการขึ้นรูปเซลล์ เพื่อให้สามารถคัดแยกแผ่นขั้วบวกและลบ ในขั้นตอนการแยกชิ้นส่วนเซลล์ แบตเตอรี่ลิเทียมไอออนเมื่อสิ้นอายุการใช้งาน เพื่อการรีไซเคิลได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาประเทศตามเป้าหมาย Thailand 4.0 และจะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันให้ประเทศไทยยังคง เป็นฐานการผลิตยานยนต์ที่สำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมสร้างสังคมน่าอยู่ ลดการสร้างมลภาวะ และลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก ด้วยการคมนาคมขนส่ง ที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังงานสะอาด ที่ช่วยลดปัญหาทางด้านสิ่งแวดล้อม เป็นการสร้างเมืองที่จะมีการเติบโตอย่างยั่งยืนให้เกิดขึ้นได้จริง และช่วยให้ ประเทศไทยบรรลุเป้าหมาย Carbon Neutrality ในปี พ.ศ. 2583</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-21463" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Battery-Manufacturers.jpg" alt="โรงงานผลิตแบตเตอรี่" width="600" height="381" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Battery-Manufacturers.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Battery-Manufacturers-300x191.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Battery-Manufacturers-150x95.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Battery-Manufacturers-500x318.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<blockquote><p>เทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้โรงงานไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนสามารถเปลี่ยนมาเป็นโรงงานไฟฟ้าหลักได้ ด้วยการกักเก็บพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้ไว้ในแบตเตอรี่ ทำให้จ่ายไฟได้ อย่างสม่ำเสมอแม้ในช่วงเวลาที่ไม่มีลมหรือแสงแดด และสามารถนำไป เป็นอุปกรณ์กักเก็บพลังงานไฟฟ้าเพื่อใช้ขับเคลื่อนยานยนต์ไฟฟ้าได้ทุกประเภท</p></blockquote>
<p><strong>วันนี้ชุมชนอำเภอเขาดิน จังหวัดฉะเชิงเทรา ต่างมีรอยยิ้มและมีแววตา ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง จากผู้ไร้ที่ดินทำกิน สู่การเป็นเจ้าของที่ดิน พร้อมสร้างอนาคตให้ลูกหลานที่จะเติบโตว่าจะมีงานดีๆ ใกล้บ้านเกิด ด้วยการสนับสนุนจากกลุ่มบริษัท Energy Absolute</strong></p>
<hr />
<p>Source: นิตยสาร Green Network ฉบับที่ 109 มกราคม-กุมภาพันธ์ 2565 คอลัมน์ บทความ โดย พิชัย ถิ่นสันติสุข</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88-li-ion-1gwh-%e0%b8%89%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b2/">แบตเตอรี่ Li-ion 1GWh เกิดขึ้นแล้วที่ฉะเชิงเทรา Blue Tech City The Future for Today</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88-li-ion-1gwh-%e0%b8%89%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>GPSC เปิดตัวโรงงานผลิตแบตเตอรี่ G-Cell เทคโนโลยี SemiSolid แห่งแรกในอาเซียน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/gpsc-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88-g-cell/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/gpsc-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88-g-cell/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 22 Jul 2021 08:08:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[G-Cell]]></category>
		<category><![CDATA[GPSC]]></category>
		<category><![CDATA[แบตเตอรี่ G-Cell]]></category>
		<category><![CDATA[แบตเตอรี่ SemiSolid]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงานผลิตแบตเตอรี่]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงานแบตเตอรี่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=18191</guid>

					<description><![CDATA[<p>GPSC เปิดโรงงานผลิตหน่วยกักเก็บพลังงาน G-Cell โดยใช้เทคโนโลยี SemiSolid แห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยกำลังการผลิตเริ่มต้น 30 MWh ต่อปี ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง โดยในอนาคตจะขยายเป็นกำลังการผลิได้ถึง 1 GWh ต่อปี ตามเป้าหมายของบริษัทที่จะมีกำลังผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนอยู่ที่ 8,000 เมกะวัตต์ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC ได้เปิดโรงงานผลิตหน่วยกักเก็บพลังงาน G-Cell โดยใช้เทคโนโลยี&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/gpsc-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88-g-cell/">GPSC เปิดตัวโรงงานผลิตแบตเตอรี่ G-Cell เทคโนโลยี SemiSolid แห่งแรกในอาเซียน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>GPSC เปิดโรงงานผลิตหน่วยกักเก็บพลังงาน G-Cell โดยใช้เทคโนโลยี SemiSolid แห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยกำลังการผลิตเริ่มต้น 30 MWh ต่อปี ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง โดยในอนาคตจะขยายเป็นกำลังการผลิได้ถึง 1 GWh ต่อปี ตามเป้าหมายของบริษัทที่จะมีกำลังผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนอยู่ที่ 8,000 เมกะวัตต์</strong><span id="more-18191"></span></p>
<p><strong>บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน)</strong> หรือ <strong>GPSC</strong> ได้เปิดโรงงานผลิตหน่วยกักเก็บพลังงาน G-Cell โดยใช้เทคโนโลยี SemiSolid แห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (South East Asia) ด้วยกำลังการผลิตเริ่มต้น 30 MWh (เมกะวัตต์ชั่วโมง) ต่อปี ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง โดยได้รับเกียรติจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.ทศพร ศิริสัมพันธ์ ประธานกรรมการ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานกรรมการ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาขน) นายวรวัฒน์ พิทยศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) และคณะผู้บริหารที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมในพิธี</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-15660" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/01/GPSC-CEO.jpg" alt="นายวรวัฒน์ พิทยศิริ" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/01/GPSC-CEO.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/01/GPSC-CEO-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/01/GPSC-CEO-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/01/GPSC-CEO-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายวรวัฒน์ พิทยศิริ</strong></span> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ GPSC</strong> กล่าวว่า GPSC พร้อมสนับสนุนนโยบายภาครัฐในการผลักดันประเทศลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิจนเป็นศูนย์ (Net Zero Greenhouse Gas Emission) ส่งเสริมอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าและการลดช่องว่างของระบบพลังงานทดแทน (Renewable Energy) ด้วยนวัตกรรมการผลิตแบตเตอรี่ SemiSolid ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการผลิตของบริษัท 24M Technologies Incorporation หรือ 24M จากประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งบริษัทฯ ได้รับสิทธิ License ในการดำเนินการผลิตและจัดจำหน่าย โดยบริษัทฯ จะเริ่มต้นจากการผลิต G-Cell แบบ LFP (Lithium Iron Phosphate) หรือ ลิเธียมไอรอนฟอสเฟต ที่มีจุดเด่นในเรื่องความปลอดภัยในการใช้งานสูง และมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า จึงเหมาะสมกับแอพพลิเคชั่นที่หลากหลาย รวมทั้งยังสามารถรีไซเคิล (Recycle) ได้ง่ายเมื่อแบตเตอรี่หมดอายุการใช้งาน จึงเป็นแบตเตอรี่ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้วยกำลังการผลิต 30 MWh ต่อปี ซึ่งสามารถขยายกำลังการผลิตของโรงงานนี้เพิ่มเป็น 100 MWh ต่อปี และก้าวสู่โรงงานผลิตเชิงพาณิชย์ขนาดเริ่มต้น 1 GWh (กิกะวัตต์ชั่วโมง) ต่อปี ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาและพิจารณาแผนการลงทุนในช่วงต่อไป</p>
<p>“แผนการดำเนินงานครั้งนี้ จะเสริมสร้างความพร้อมด้านพลังงานให้กับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต (S-CURVE) โดยเฉพาะยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle หรือ EV) การเพิ่มขึ้นของการผลิตและใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) และการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ฯลฯ ซึ่งจะสร้างศักยภาพการแข่งขันให้กับประเทศ และเสริมคุณภาพชีวิตให้กับประชาชนคนไทยตามนโยบายรัฐบาล นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังอยู่ระหว่างศึกษาและพิจารณาแผนการลงทุนในโรงงานผลิตแบตเตอรี่ขนาด Giga-scale ซึ่งจะต่อยอดให้ GPSC เป็นผู้นำทางด้านการให้บริการด้านแบตเตอรี่และระบบกักเก็บพลังงาน มุ่งสู่การเป็นผู้พัฒนาโซลูชั่นเพื่อบริหารจัดการพลังงานชั้นนำ (Energy Management Solution Provider) ของประเทศ” <strong>นายวรวัฒน์</strong> กล่าว</p>
<p>สำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของโรงงานแห่งนี้ มีขีดความสามารถผลิตแบตเตอรี่และระบบกักเก็บพลังงานได้ใน 3 ระดับ คือ</p>
<ol>
<li>G-Cell ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ขั้นพื้นฐานในรูปแบบ Battery Pouch Cell</li>
<li>ผลิตภัณฑ์ G-Pack ที่มีการนำ Battery Pouch Cell มาเชื่อมต่อกันในรูปแบบ Battery Module และ Pack พร้อมทั้งติดตั้งระบบบริหารจัดการแบตเตอรี่ หรือ Battery Management System (BMS) ร่วมด้วย สำหรับการใช้งานในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กและขนาดใหญ่ (Mobility Application – Light Duty and Heavy Duty) อาทิเช่น รถบัสไฟฟ้า เรือไฟฟ้า รถตุ๊กต๊กไฟฟ้า รถไฟฟ้าสี่ล้อขนาดเล็ก รถมอเตอร์ไซด์ไฟฟ้า และกลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้า (Stationary Application)</li>
<li>กลุ่ม G-Box ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์พร้อมใช้งาน สำหรับระบบสำรองไฟฟ้า (Uninterruptible Power Supply หรือ UPS) และระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage System หรือ ESS) ที่มีขนาดตั้งแต่ 10-1,000 กิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh) ขึ้นไป ซึ่งสามารถนำเทคโนโลยี IoT (Internet of Things) AI (ระบบปัญญาประดิษฐ์) และ Block-chain เข้ามาพัฒนาเป็นแพลตฟอร์มการให้บริการกับกลุ่มลูกค้า ตามขนาดของความต้องการใช้ไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย</li>
</ol>
<p>“ลูกค้าเราจะเน้นทั้งในกลุ่ม ปตท. กลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาด กลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ และกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและย่อม (SME) รวมไปถึงผู้ประกอบการที่ต้องใช้แบตเตอรี่เป็นส่วนประกอบของสินค้า โดยในระยะแรกจะมุ่งเน้นไปที่กลุ่มผู้ผลิตและใช้งานระบบกักเก็บพลังงาน (ESS) และยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ด้วยลักษณะการใช้งานที่เหมาะสมกับจุดแข็งของ G-Cell แบบ LFP (ลิเธียมไอรอน ฟอสเฟต) ส่วนยานยนต์ไฟฟ้าในกลุ่ม Passenger EV ที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างก้าวกระโดด และเป็นอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่ประเทศไทยให้การส่งเสริมและมีเป้าหมายการผลิตให้ได้ 30% ของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศในปี 2573 ซึ่งมักจะนิยมใช้แบตเตอรี่แบบ NMC (Lithium Nickel Manganese Cobalt Oxide) นั้น ในเบื้องต้นบริษัทฯ สามารถนำเข้าแบตเตอรี่แบบ NMC ที่ผลิตจากเทคโนโลยีเดียวกัน โดยบริษัท Anhui Axxiva New Energy Technology Co., Ltd. (AXXIVA) ประเทศจีน ที่บริษัทฯ ได้เข้าไปลงทุนก่อนหน้านี้ ป้อนให้กับกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการได้เช่นกัน” <strong>นายวรวัฒน์</strong>กล่าว</p>
<p><strong>ทั้งนี้ แบตเตอรี่ G-Cell ที่ผลิตโดย GPSC ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ ที่มีการคิดค้นและถูกพัฒนา โดย 24M เป็นแบตเตอรี่ชนิดกึ่งแข็ง ที่มีความปลอดภัยสูง สามารถป้องกันเหตุไฟฟ้าลัดวงจรจากภายในเซลล์แบตเตอรี่ได้เป็นอย่างดี ด้วยโครงสร้างที่มีชั้นฟิล์มพิเศษห่อหุ้มภายใน Unit Cell และด้วยสูตรการผลิตแบบ SemiSolid ส่งผลให้ G-Cell มีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้วยความสามารถในการเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้ง่ายกว่าแบตเตอรี่ทั่วไป จึงมั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์ของ GPSC เมื่อนำมาประกอบเป็นผลิตภัณฑ์ G-Pack และ G-Box จำหน่ายให้กับลูกค้าแล้วคาดว่าจะสามารถตอบโจทย์ทุกการใช้งานของลูกค้าได้อย่างดี</strong></p>
<hr />
<p>ที่มา: บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/gpsc-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88-g-cell/">GPSC เปิดตัวโรงงานผลิตแบตเตอรี่ G-Cell เทคโนโลยี SemiSolid แห่งแรกในอาเซียน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/gpsc-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88-g-cell/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บอร์ด GPSC อนุมัติลงทุนโรงงานแบตเตอรี่ในจีน ป้อนตลาดยานยนต์ไฟฟ้า ต่อยอดธุรกิจแบตเตอรี่ในทุก Application เสริมศักยภาพ New S-Curve</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/gpsc-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b8%99/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/gpsc-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b8%99/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 11 Feb 2021 02:32:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[GPSC]]></category>
		<category><![CDATA[การลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[จีน]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[วรวัฒน์ พิทยศิริ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงานผลิตแบตเตอรี่]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงานแบตเตอรี่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=16053</guid>

					<description><![CDATA[<p>บอร์ด GPSC ไฟเขียวตั้งบริษัทย่อย เข้าลงทุนในบริษัท Anhui Axxiva New Energy Technology Co., Ltd. ประเทศจีนในสัดส่วนประมาณ 11.1% วงเงินลงทุนประมาณ 500 ล้านบาท สร้างโรงงานผลิตแบตเตอรี่ กำลังการผลิตรวม 1 กิกะวัตต์ชั่วโมงต่อปี ใช้เทคโนโลยีจากบริษัท 24M รับเทรนด์อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ต่อยอดการขยายธุรกิจ New S-Curve นายวรวัฒน์ พิทยศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/gpsc-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b8%99/">บอร์ด GPSC อนุมัติลงทุนโรงงานแบตเตอรี่ในจีน ป้อนตลาดยานยนต์ไฟฟ้า ต่อยอดธุรกิจแบตเตอรี่ในทุก Application เสริมศักยภาพ New S-Curve</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บอร์ด GPSC ไฟเขียวตั้งบริษัทย่อย เข้าลงทุนในบริษัท Anhui Axxiva New Energy Technology Co., Ltd. ประเทศจีนในสัดส่วนประมาณ 11.1% วงเงินลงทุนประมาณ 500 ล้านบาท สร้างโรงงานผลิตแบตเตอรี่ กำลังการผลิตรวม 1 กิกะวัตต์ชั่วโมงต่อปี ใช้เทคโนโลยีจากบริษัท 24M รับเทรนด์อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ต่อยอดการขยายธุรกิจ New S-Curve</strong><span id="more-16053"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายวรวัฒน์ พิทยศิริ</strong></span> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน)</strong> หรือ <strong>GPSC</strong> แกนนำนวัตกรรมธุรกิจไฟฟ้า กลุ่ม ปตท. เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการของบริษัทฯ ครั้งที่ 1/2564 วันที่ 20 มกราคม 2564 ได้มีมติอนุมัติให้บริษัทฯ จัดตั้งบริษัทย่อย เพื่อดำเนินการเข้าลงทุนในบริษัท Anhui Axxiva New Energy Technology Co., Ltd. (“AXXIVA”) ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเป็นผู้ประกอบธุรกิจโรงงานผลิตแบตเตอรี่ โดยใช้เทคโนโลยีการผลิตจาก 24M Technologies Inc. (“24M”) โดยมีมูลค่าการลงทุนประมาณ 500 ล้านบาท คิดเป็นการลงทุนในสัดส่วนประมาณ 11.1 % ของ Equity Interest ทั้งหมดของ AXXIVA</p>
<p>“การเข้าลงทุนใน AXXIVA ครั้งนี้ เป็นไปตามแผนกลยุทธ์การเติบโตของบริษัทฯ เพื่อต่อยอดเทคโนโลยีและเป็นฐานในการสร้างรายได้จากธุรกิจในรูปแบบใหม่ที่เป็น New S-Curve รองรับการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจพลังงานและธุรกิจไฟฟ้าในอนาคต อีกทั้งยังเป็นการแสวงหาโอกาสทางธุรกิจร่วมกับพันธมิตรในต่างประเทศ โดยเฉพาะในประเทศจีน ที่มีอัตราการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากประเทศจีนให้ความสำคัญเรื่องการพัฒนาระบบขนส่งที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ บริษัทฯ สามารถต่อยอดและขยายความร่วมมือทางธุรกิจ รวมถึงการแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ทางเทคนิครองรับการขยายการผลิตสู่ระดับเชิงพาณิชย์ (Giga Scale) และความร่วมมืออื่นๆ เช่น การจัดหาวัตถุดิบและ Electrode Active Materials ร่วมกัน เพื่อเพิ่มศักยภาพของการแข่งขัน รวมถึงผลักดันให้บริษัทฯ สามารถดำเนินการธุรกิจผลิตแบตเตอรี่ให้ประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็วต่อไป” <strong>นายวรวัฒน์</strong> กล่าว</p>
<p>สำหรับเป้าหมายการเข้าระดมทุนของ AXXIVA ในครั้งนี้ เพื่อใช้ในการลงทุนก่อสร้างโรงงานแบตเตอรี่ Semi-solid ระยะที่ 1 ที่ประเทศจีน มีกำลังการผลิต 1 กิกะวัตต์ชั่วโมง (GWh) ต่อปี คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จภายในปลายปี 2564 และเริ่มดำเนินการผลิตแบตเตอรี่เชิงพาณิชย์ภายในต้นปี 2565 เพื่อป้อนให้กับกลุ่มลูกค้าหลักในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศจีน เช่น Chery New Energy Automobile ซึ่งเชื่อมั่นในประสิทธิภาพและความปลอดภัยของแบตเตอรี่ Semi-solid พร้อมร่วมพัฒนาไปกับ AXXIVA ทั้งนี้ AXXIVA ยังมีแผนขยายกำลังการผลิตต่อไปในอนาคตเพื่อรองรับความต้องการใช้แบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าต่อไป</p>
<p>ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2564 บริษัทฯ ได้ลงนามสัญญาเพิ่มทุนกับ AXXIVA เป็นที่เรียบร้อย โดยบริษัทฯ อยู่ระหว่างการดำเนินการจัดตั้งบริษัทย่อย เพื่อเข้าลงทุนดังกล่าว และคาดว่าจะดำเนินการเพิ่มทุนแล้วเสร็จภายในไตรมาส 1 ปี 2564</p>
<p><strong>นอกจากนี้ ในส่วนของโรงงานผลิตหน่วยกักเก็บพลังงาน (Energy Storage Unit) ในประเทศไทยของบริษัทฯ ซึ่งตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง ยังคงดำเนินการตามแผนและมีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้มีการเปิดตัวแบตเตอรี่ G-Cell ที่ใช้เทคโนโลยี Semi Solid เซลล์แรกของประเทศไทยไปแล้วเมื่อปลายเดือนธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา ทั้งนี้คาดว่าจะพร้อมดำเนินการผลิต (Start of Regular Production) ภายในไตรมาสที่ 2 ปี 2564 นี้</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/gpsc-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b8%99/">บอร์ด GPSC อนุมัติลงทุนโรงงานแบตเตอรี่ในจีน ป้อนตลาดยานยนต์ไฟฟ้า ต่อยอดธุรกิจแบตเตอรี่ในทุก Application เสริมศักยภาพ New S-Curve</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/gpsc-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“บ้านปูฯ” เปิดโรงงานแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนในจีน เดินหน้าขยายกำลังผลิตสูงสุดในอาเซียน รองรับการผลิตได้ถึง 1 กิกะวัตต์ชั่วโมง เพื่อรองรับแผนขยายตลาดและดีมานด์จากทั่วโลก</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b9-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b9-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 22 Oct 2019 03:35:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู]]></category>
		<category><![CDATA[สมฤดี ชัยมงคล]]></category>
		<category><![CDATA[เคลวิน ลิม]]></category>
		<category><![CDATA[แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงานผลิตแบตเตอรี่]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงานผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=10407</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจพลังงานแบบครบวงจรแห่งเอเชีย-แปซิฟิก สยายปีกกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีพลังงาน เปิดเกมรุกธุรกิจจัดเก็บพลังงานเต็มสูบ ผนึกพันธมิตรระดับโลก บริษัท ดูราเพาเวอร์ โฮลดิ้งส์ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบ ผลิต และติดตั้งระบบแบตเตอรี่จัดเก็บพลังงานแบบลิเธียมไอออน (LiB) สำหรับรถยนต์และระบบไฟฟ้าสำรอง ร่วมเปิดโรงงานผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนมาตรฐานโลก ในเมืองซูโจว (Suzhou) สาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ ขยายกำลังผลิตให้สูงสุดในอาเซียน สำหรับโรงงานผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนดังกล่าว โดยสามารถรองรับการผลิตได้ถึง 1 กิกะวัตต์ชั่วโมง ชูจุดแข็งเป็นโรงงานที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง พร้อมมีเครื่องหมายการันตีใบรับรองคุณภาพและสิทธิบัตรต่างๆ ในระดับสากลทั่วโลกกว่า 40&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b9-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88/">“บ้านปูฯ” เปิดโรงงานแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนในจีน เดินหน้าขยายกำลังผลิตสูงสุดในอาเซียน รองรับการผลิตได้ถึง 1 กิกะวัตต์ชั่วโมง เพื่อรองรับแผนขยายตลาดและดีมานด์จากทั่วโลก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจพลังงานแบบครบวงจรแห่งเอเชีย-แปซิฟิก สยายปีกกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีพลังงาน เปิดเกมรุกธุรกิจจัดเก็บพลังงานเต็มสูบ ผนึกพันธมิตรระดับโลก บริษัท ดูราเพาเวอร์ โฮลดิ้งส์ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบ ผลิต และติดตั้งระบบแบตเตอรี่จัดเก็บพลังงานแบบลิเธียมไอออน (LiB) สำหรับรถยนต์และระบบไฟฟ้าสำรอง ร่วมเปิดโรงงานผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนมาตรฐานโลก ในเมืองซูโจว (Suzhou) สาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ ขยายกำลังผลิตให้สูงสุดในอาเซียน</strong><span id="more-10407"></span></p>
<p>สำหรับ<strong>โรงงานผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน</strong>ดังกล่าว โดยสามารถรองรับการผลิตได้ถึง 1 กิกะวัตต์ชั่วโมง ชูจุดแข็งเป็นโรงงานที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง พร้อมมีเครื่องหมายการันตีใบรับรองคุณภาพและสิทธิบัตรต่างๆ ในระดับสากลทั่วโลกกว่า 40 ใบ มั่นใจสามารถรองรับแผนเชิงรุกในการขยายฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นในยุโรป จีน ญี่ปุ่น อินเดีย ไทยและภูมิภาคอาเซียนที่มีอยู่แล้วในปัจจุบันกว่า 20 ประเทศ ตอบโจทย์ทิศทางตลาดแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนรองรับความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นจากแนวโน้มตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) รถบัส รถบรรทุก ระบบการกักเก็บพลังงานสำหรับบ้านพักอาศัย และโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนขนาดใหญ่ในระบบการกักเก็บพลังงาน (Energy Storage System) นับเป็นการแสดงศักยภาพของบ้านปูฯ ตามแผนการพัฒนาพลังงานอย่างมั่นคงและยั่งยืน (Sustainable Energy) ให้ 1. มีความมั่นคงต่อเนื่องของพลังงานสะอาด 2. เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 3. ด้วยราคาที่เหมาะสม ประกอบกับการยึดหลักการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล(Environment, Social and Governance) หรือหลัก ESG ดังที่บ้านปูฯ ได้รับการรับรองการจัดอันดับดัชนีความยั่งยืนใน Dow Jones Sustainability Indices (DJSI) ติดต่อกันมาตั้งแต่ปี 2557</p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/banpu-battery-china.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-10409 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/banpu-battery-china.jpg" alt="“บ้านปูฯ” เปิดโรงงานแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนในจีน" width="800" height="445" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/banpu-battery-china.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/banpu-battery-china-300x167.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/banpu-battery-china-768x427.jpg 768w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></a></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นางสมฤดี ชัยมงคล</strong></span> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)</strong> เปิดเผยว่า “บ้านปูฯ มุ่งมั่นขยายธุรกิจที่ตอบโจทย์เทรนด์ความยั่งยืน หรือ ESG และสร้างการเติบโตให้กับกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีพลังงานอย่างต่อเนื่อง ตามกลยุทธ์ Greener &amp; Smarter โดยเข้าถือหุ้นร้อยละ 47 ของบริษัท ดูราเพาเวอร์ โฮลดิ้งส์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ประกอบการธุรกิจกักเก็บพลังงานชั้นนำในหลายประเทศทั่วโลกมาประมาณ 10 ปี เนื่องจากเล็งเห็นถึงโอกาสทางธุรกิจที่สอดรับกับเทรนด์เทคโนโลยีพลังงานในอนาคตและเสริมแกร่งระบบนิเวศทางธุรกิจของกลุ่มบ้านปูฯ ซึ่งการได้ลงทุนในธุรกิจแบตเตอรี่ที่มีมาตรฐานระดับโลกเช่นนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองในการเสริมศักยภาพ สร้างความแข็งแกร่ง และสร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดดให้แก่กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีพลังงาน ตลอดจนขับเคลื่อนการใช้พลังงานทดแทนในประเทศไทยและในระดับสากลให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง”</p>
<p><strong>บ้านปูฯ</strong> และ<strong>ดูราเพาเวอร์</strong> มุ่งพัฒนาโรงงานผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนในเมืองซูโจว (Suzhou) สาธารณรัฐประชาชนจีน ให้มีระบบการดำเนินงานและการผลิตที่ศักยภาพมากขึ้น โดยนำเทคโนโลยีขั้นสูงในระบบออโตเมชันมาใช้ภายในโรงงาน มุ่งเน้นคุณภาพ ความปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาวิจัยเพื่ออนาคต พร้อมขยายกำลังการผลิตจากเมื่อปี 2561 มีกำลังผลิตรวมสูงสุดต่อปีอยู่ที่ 80 เมกะวัตต์ชั่วโมง โดยเพิ่มให้สามารถรองรับแผนการผลิตได้ถึง 1 กิกะวัตต์ชั่วโมง ส่งผลให้โรงงานแห่งนี้มีกำลังผลิตสูงสุดในภูมิภาคอาเซียน ล่าสุด เมื่อวันที่ 18 ต.ค. ผ่านมา ได้มีการเปิดโรงงานอย่างเป็นทางการ เพื่อเดินเครื่องไลน์การผลิต และเปิดเกมรุกตลาดธุรกิจจัดเก็บพลังงานอย่างเต็มรูปแบบ โดยตั้งเป้าหมายจะเดินหน้าขยายฐานลูกค้าในภูมิภาคยุโรป อเมริกา และเอเชีย เพิ่มขึ้นต่อไป</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>มร.เคลวิน ลิม</strong></span> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดูราเพาเวอร์ โฮลดิ้งส์ จำกัด</strong> กล่าวว่า “การเปิดโรงงานแห่งใหม่และมีเทคโนโลยีขั้นสูง นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของดูราเพาเวอร์ ในการขยายธุรกิจไปทั่วโลก เพื่อส่งมอบสินค้าและกระจายบริการที่มีคุณภาพไปยังลูกค้าในทุกเซกเมนต์และทุกภูมิภาค และการมีองค์กรชั้นนำด้านพลังงานระดับภูมิภาคเอเชียอย่างบ้านปูฯ มาเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ ได้ช่วยสร้างความเชื่อมั่น และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับทั้งสององค์กรเติบโตควบคู่กันต่อไป เพื่อให้พร้อมแข่งขันในตลาดที่มีการแข่งขันสูง”</p>
<p>“สำหรับความคืบหน้าของความร่วมมือในครั้งนี้ นับเป็นการขยายขีดความสามารถด้านการผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนสำหรับรถยนต์และระบบจัดเก็บพลังงาน เพื่อตอบโจทย์เทรนด์ตลาดในอนาคต ทั้งนี้ นอกจากการเพิ่มกำลังผลิตในปีนี้เพื่อรองรับ<br />
ความต้องการของลูกค้าตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องแล้ว เรายังมีแผนที่จะขยายกำลังการผลิตของโรงงานซูโจวให้เพิ่มขึ้น เพื่อรองรับแผนการบุกตลาดระบบกักเก็บพลังงานแบบติดตั้งอยู่กับที่ (Stationary Energy Storage System) ของบ้านปูฯ ในปี 2563 ซึ่งโรงงานแห่งนี้สามารถรองรับการขยายไลน์การผลิตได้สูงสุดถึง 3 กิกะวัตต์ชั่วโมง” <strong>นางสมฤดี</strong> กล่าวทิ้งทาย</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b9-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88/">“บ้านปูฯ” เปิดโรงงานแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนในจีน เดินหน้าขยายกำลังผลิตสูงสุดในอาเซียน รองรับการผลิตได้ถึง 1 กิกะวัตต์ชั่วโมง เพื่อรองรับแผนขยายตลาดและดีมานด์จากทั่วโลก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b9-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ยกระดับรถยนต์ไฟฟ้าปลั๊กอินไฮบริดใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ผลิตในไทย</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 14 Aug 2019 01:55:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green People]]></category>
		<category><![CDATA[Battery Electric Vehicle]]></category>
		<category><![CDATA[BEV]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้าปลั๊กอินไฮบริด]]></category>
		<category><![CDATA[เมอร์เซเดส-เบนซ์]]></category>
		<category><![CDATA[แบตเตอรี่ลิเธียมม รถยนต์พลังงานไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงานผลิตแบตเตอรี่]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงานแบตเตอรี่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=8407</guid>

					<description><![CDATA[<p>กระแสการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าประเภทรถไฮบริด หรือ รถยนต์พลังงานไฟฟ้าปลั๊ก-อินไฮบริด (Plug-In HYBRID) ซึ่งเป็นประเภทหนึ่งของรถไฟฟ้าที่ผสานเครื่องยนต์เบนซิน/ดีเซลกับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่ชาร์จได้โดยการเสียบปลั๊กไฟฟ้า หรือสถานีชาร์จไฟ ถือเป็นนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้ผู้ประกอบการผลิตรถยนต์ทั่วโลกเกิดความตื่นตัวและปรับเปลี่ยนการผลิตรถยนต์ให้เป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าแทนรถยนต์ที่ใช้น้ำมันในการขับขี่ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่นิยมเพิ่มมากขึ้น เฉกเช่นนี้ จึงทำให้ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด มุ่งเดินหน้าผลิตรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดที่ใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่เพียงอย่างเดียว (Battery Electric Vehicle – BEV) เป็นการพัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมตั้งแต่การปรับเปลี่ยนการใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในมาเป็นมอเตอร์ไฟฟ้า รวมถึงเทคโนโลยีอื่น ๆ มาอย่างต่อเนื่อง และสำหรับในประเทศไทยบริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ฯ ได้มีการเดินสายการผลิตรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/">บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ยกระดับรถยนต์ไฟฟ้าปลั๊กอินไฮบริดใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ผลิตในไทย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กระแสการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าประเภทรถไฮบริด หรือ รถยนต์พลังงานไฟฟ้าปลั๊ก-อินไฮบริด (Plug-In HYBRID) ซึ่งเป็นประเภทหนึ่งของรถไฟฟ้าที่ผสานเครื่องยนต์เบนซิน/ดีเซลกับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่ชาร์จได้โดยการเสียบปลั๊กไฟฟ้า หรือสถานีชาร์จไฟ ถือเป็นนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้ผู้ประกอบการผลิตรถยนต์ทั่วโลกเกิดความตื่นตัวและปรับเปลี่ยนการผลิตรถยนต์ให้เป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าแทนรถยนต์ที่ใช้น้ำมันในการขับขี่ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่นิยมเพิ่มมากขึ้น</strong><span id="more-8407"></span></p>
<p>เฉกเช่นนี้ จึงทำให้ <strong>บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด</strong> มุ่งเดินหน้าผลิตรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดที่ใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่เพียงอย่างเดียว (Battery Electric Vehicle – BEV) เป็นการพัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมตั้งแต่การปรับเปลี่ยนการใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในมาเป็นมอเตอร์ไฟฟ้า รวมถึงเทคโนโลยีอื่น ๆ มาอย่างต่อเนื่อง และสำหรับในประเทศไทยบริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ฯ ได้มีการเดินสายการผลิตรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (EQ Power) มาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2558 โดยปัจจุบันการผลิตรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดรวม 6 รุ่น ทั้ง C-Class E-Class และ S-Class เป็นการตอบรับต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทยให้ก้าวไปสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า ซึ่งเมอร์เซเดส-เบนซ์จากประเทศเยอรมนีจึงได้เล็งเห็นความสำคัญของประเทศไทยในการเป็นฐานการผลิตที่สำคัญในภูมิภาค</p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/Andreas.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-8432 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/Andreas.jpg" alt="อันเดรอัส เลทเนอร์" width="600" height="548" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/Andreas.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/Andreas-300x274.jpg 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></a></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>มร. อันเดรอัส เลทเนอร์</strong></span> <strong>ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด</strong> กล่าวว่า “เมอร์เซเดส-เบนซ์ฯ ต้องการยกระดับการผลิตรถยนต์ที่ไม่ปล่อยไอเสียเลย เพื่อตอบสนองนโยบายภาครัฐที่ส่งเสริมด้านยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย และเป็นการเตรียมความพร้อมสู่รูปแบบการสัญจรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในอนาคต เพื่อรองรับความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังเพิ่มสูงขึ้นในภูมิภาคนี้ อีกทั้งเล็งเห็นว่าโรงงานอุตสาหกรรมในประเทศไทยจะมีเทคโนโลยีรถยนต์ที่มีระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า และรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่เพียงอย่างเดียว ขณะเดียวกันในปี 2565 บริษัทฯ จะผสานระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าเข้ากับรถยนต์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างทั่วถึง เพื่อให้ผู้บริโภคมีทางเลือกที่เป็นรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าอย่างน้อย 1 รุ่นในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่รถยนต์จากแบรนด์สมาร์ทไปจนถึงรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสสำคัญสำหรับพนักงานของเราที่จะได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับหน้าที่ความรับผิดชอบใหม่ ๆ ที่ต้องใช้ทักษะความรู้ขั้นสูง และมุ่งมั่นที่จะเพิ่มบทบาทสานต่อความร่วมมือกับพันธมิตรของเราในประเทศไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นต่อไปให้ประสบความสำเร็จ”</p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/Benz-BEV.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-8409 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/Benz-BEV.jpg" alt="รถยนต์ไฟฟ้าปลั๊กอินไฮบริด" width="900" height="600" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/Benz-BEV.jpg 900w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/Benz-BEV-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/Benz-BEV-768x512.jpg 768w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></a></p>
<p><strong>การเดินหน้าก้าวเข้าสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์เพื่อสิ่งแวดล้อมของบริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ฯ เป็นอีกขั้นสำหรับการตอกย้ำถึงแนวทางการดำเนินงานที่ชัดเจนของบริษัทฯ แต่อย่างไรก็ดีนอกเหนือจากการผลิตรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดแล้ว บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ฯ ยังได้ร่วมมือกับธนบุรีประกอบรถยนต์ลงทุนสร้างโรงงานแบตเตอรี่ในจังหวัดสมุทรปราการซึ่งนับเป็นแห่งที่ 6 ของโลก โดยล่าสุดได้ร่วมลงนามความร่วมมือกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เพื่อการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์พร้อมการทดสอบแบตเตอรี่ลิเธียมเป็นแห่งแรกในประเทศไทยและในภูมิภาคอาเซียน เป็นการยกระดับความสามารถของคนไทย และสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชิ้นส่วนรถยนต์ในประเทศไทยให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นต่อไปในอนาคต</strong></p>
<hr />
<p>Source: นิตยสาร Green Network ฉบับที่ 94 กรกฎาคม-สิงหาคม 2562 คอลัมน์ GREEN People โดย กองบรรณาธิการ</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/">บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ยกระดับรถยนต์ไฟฟ้าปลั๊กอินไฮบริดใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ผลิตในไทย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรรพสามิตจี้ ผู้รับสิทธิ์มาตรการภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้า ต้องตั้งโรงงานแบตฯ ภายใน 5 ปี พร้อมออกมาตรการลดภาษีรถยนต์ลดฝุ่น PM 2.5</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5-%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b0/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 07 Mar 2019 07:27:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[B20]]></category>
		<category><![CDATA[กรมสรรพสามิต]]></category>
		<category><![CDATA[การสนับสนุนด้านมาตรการภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมัน B20]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันดีเซล B20]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันดีเซลบี 20]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันบี 20]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[แบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงานผลิตแบตเตอรี่]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงานแบตเตอรี่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?post_type=news&#038;p=5519</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมสรรพสามิตเปิดเผยว่า ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับการสนับสนุนด้านมาตรการภาษีสรรพสามิต จะต้องตั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศภายใน 5 ปี แต่หากไม่มีการตั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี่ตามระยะเวลาที่กำหนด จะต้องจ่ายค่าปรับและเงินเพิ่มให้แก่รัฐตามที่กำหนดไว้ นายณัฐกร อุเทนสุต ผู้อำนวยการสำนักแผนภาษี กรมสรรพสามิต เผยว่าภายใน 5 ปีหลังจากผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับการสนับสนุนมาตรการภาษีสรรพสามิตในการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจากภาครัฐ จะต้องตั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศ หากไม่มีการตั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี่ตามระยะเวลาที่กำหนด จะต้องจ่ายค่าปรับและเงินเพิ่มให้แก่รัฐตามที่กำหนดไว้ ทั้งนี้มาตรการภาษีสรรพสามิตที่ออกมาเป็นกรณีพิเศษที่ได้รับทั้งมาตรการส่งเสริมจากบีโอไอและมาตรการภาษีสรรพสามิตพิเศษที่ยังเว้นภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้าจากเดิม 2% เหลือที่ 0% ตั้งแต่ปี 2563 ถึง 2565 เป็นระยะเวลา 3 ปี ซึ่งคณะกรรมการได้อนุมัติไปเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา มีเพื่อกระตุ้นให้ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าหันมาผลิตรถยนต์ไฟฟ้าให้เร็วขึ้น&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5-%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b0/">สรรพสามิตจี้ ผู้รับสิทธิ์มาตรการภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้า ต้องตั้งโรงงานแบตฯ ภายใน 5 ปี พร้อมออกมาตรการลดภาษีรถยนต์ลดฝุ่น PM 2.5</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กรมสรรพสามิตเปิดเผยว่า ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับการสนับสนุนด้านมาตรการภาษีสรรพสามิต จะต้องตั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศภายใน 5 ปี แต่หากไม่มีการตั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี่ตามระยะเวลาที่กำหนด จะต้องจ่ายค่าปรับและเงินเพิ่มให้แก่รัฐตามที่กำหนดไว้</strong><span id="more-5519"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายณัฐกร อุเทนสุต</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการสำนักแผนภาษี กรมสรรพสามิต</strong> เผยว่าภายใน 5 ปีหลังจากผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับการสนับสนุนมาตรการภาษีสรรพสามิตในการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจากภาครัฐ จะต้องตั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศ หากไม่มีการตั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี่ตามระยะเวลาที่กำหนด จะต้องจ่ายค่าปรับและเงินเพิ่มให้แก่รัฐตามที่กำหนดไว้</p>
<p>ทั้งนี้มาตรการภาษีสรรพสามิตที่ออกมาเป็นกรณีพิเศษที่ได้รับทั้งมาตรการส่งเสริมจากบีโอไอและมาตรการภาษีสรรพสามิตพิเศษที่ยังเว้นภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้าจากเดิม 2% เหลือที่ 0% ตั้งแต่ปี 2563 ถึง 2565 เป็นระยะเวลา 3 ปี ซึ่งคณะกรรมการได้อนุมัติไปเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา มีเพื่อกระตุ้นให้ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าหันมาผลิตรถยนต์ไฟฟ้าให้เร็วขึ้น โดยเฉพาะการตั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศ ซึ่งเป็นหัวใจหลักของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า นอกจากนี้ กรมสรรพสามิตจะพิจารณาจัดตั้งกองทุนแบตเตอรี่ที่จะเก็บค่าธรรมเนียมการใช้แบตเตอรี่ เพื่อจัดการกับภาระในการจัดการแบตเตอรี่ที่ใช้แล้ว เพื่อไม่ให้เกิดปัญหามลภาวะในภายหลัง</p>
<p>โดยในปัจจุบันรถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตได้ในประเทศ จะเป็นแบรนด์จากประเทศจีน คือยี่ห้อ FOMM ราคาคันละประมาณ 6-7 แสนบาท และยี่ห้อ BYD ราคาคันละประมาณหนึ่งล้านบาท ส่วนรถยนต์จากค่ายญี่ปุ่น ยี่ห้อ Nissan รุ่น Leaf อยู่ที่ราคาประมาณ 1.9 ล้านบาท</p>
<p><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/03/pickup-car.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-5521 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/03/pickup-car.jpg" alt="ลดภาษี รถกระบะ B20" width="960" height="640" data-id="5521" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/03/pickup-car.jpg 960w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/03/pickup-car-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/03/pickup-car-768x512.jpg 768w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></a></p>
<p>นอกจากนี้ เผยถึงมติ ครม. ยังเห็นชอบให้ลดภาษีสรรพสามิตให้กับรถยนต์ที่สามารถช่วยลดฝุ่น PM 2.5 โดยลดภาษีรถยนต์กระบะปิกอัพ และรถยนต์กระบะ 4 ประตู ดับเบิ้ลแค็บ ที่สามารถใช้<strong>น้ำมันดีเซล B20</strong> ได้ หรือรถที่มีค่า PM ไม่เกิน 0.005 กรัมต่อกิโลเมตร เป็นมาตรฐานยูโร 5 จะลดภาษีให้อีก 1-2% ซึ่งในปัจจุบันรถกระบะเสียภาษีประมาณ 2.5% หรือ 2% ภาษีจะลดลงประมาณเกือบ 1 หมื่นบาทต่อคัน ในขณะที่กระบะ 4 ประตูเสียภาษีประมาณ 10% เหลือ 9% ทำให้ภาษีลดลงประมาณ 1-2 หมื่นบาทต่อคัน</p>
<p>ปัจจุบันมีผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ 5 ยี่ห้อ ที่มีรถกระบะและรถยนต์กระบะ 4 ประตู ประมาณ 4-5 รุ่น ต่อยี่ห้อ ที่พร้อมจะใช้<strong>น้ำมันดีเซล B20</strong> สามารถเปลี่ยนรถยนต์ ระบบฯ และสายต่างๆ ให้รองรับการใช้<strong>น้ำมันดีเซล B20</strong> โดยคาดว่าจะเห็นรถยนต์กระบะ 20 คันแรกออกวางจำหน่ายได้ภายในปีนี้</p>
<p>ทั้งนี้จากการที่รัฐบาลกำหนดนโยบายการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 – PM10 ให้เป็นวาระแห่งชาติ และมีเป้าหมายให้รถยนต์ในประเทศใช้มาตรฐานยูโร 5 ซึ่งปล่อย PM ไม่เกิน 0.005 กรัมต่อกิโลเมตร ขณะที่ในปัจจุบันรถยนต์ในประเทศส่วนใหญ่ ยังคงเป็นมาตรฐานยูโร 4 ที่ปล่อย PM ที่ไม่เกิน 0.025 กรัมต่อกิโลเมตร โดยการปรับมาตรฐานเป็น ยูโร 5 จะต้องมีต้นทุนในการปรับเครื่องยนต์ ขณะที่การสนับสนุนการใช้<strong>น้ำมันดีเซล B20</strong> นั้นทำได้ง่ายและรวดเร็วกว่า เพียงแค่ปรับระบบท่อให้ทนต่อการเป็นสนิม เนื่องจาก <strong>B20</strong> มีความชื้นมากกว่า และปรับระบบคอมพิวเตอร์ของเครื่องยนต์เท่านั้น</p>
<p><strong>มาตรการภาษีดังกล่าวจะจูงใจให้ผู้ผลิตหันมาปรับรถยนต์ เพื่อให้รองรับการใช้น้ำมันดีเซล B20 ทันที ซึ่งถือว่าเป็นมาตรการภาษีที่เพียงพอต่อการกระตุ้นแรงจูงใจ และเป็นภาษีที่ต่ำมาก ต่ำกว่านี้คือภาษีเป็น 0% โดยมาตรการดังกล่าวยังเป็นมาตรการถาวร ไม่ได้กำหนดระยะเวลาสิ้นสุด ซึ่งมาตรการที่ออกมาเป็นประโยชน์ทั้งผู้ผลิต ผู้ใช้รถยนต์ และเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน เพราะน้ำมันดีเซล B20 มีส่วนประกอบของน้ำมันไบโอดีเซล 20% (ผลผลิตจากเกษตรกรในประเทศ) และดีเซล 80% รวมถึงเป็นประโยชน์ต่อประชาชนทั่วไป เพราะช่วยลดปัญหามลภาวะได้ด้วย</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5-%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b0/">สรรพสามิตจี้ ผู้รับสิทธิ์มาตรการภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้า ต้องตั้งโรงงานแบตฯ ภายใน 5 ปี พร้อมออกมาตรการลดภาษีรถยนต์ลดฝุ่น PM 2.5</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
