<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ไตรมาส 1 ปี 2566 | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%E0%B9%84%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%AA-1-%E0%B8%9B%E0%B8%B5-2566/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Fri, 02 Jun 2023 08:12:17 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.5</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>ไตรมาส 1 ปี 2566 | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>บี.กริม เพาเวอร์ เผยผลประกอบการ Q1/66 กำไรสุทธิ 399 ล้านบาท เดินหน้าเพิ่มกำลังการผลิตอีก 528 เมกะวัตต์ ในปี 2566</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/bgrim-q1-2566/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/bgrim-q1-2566/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 16 May 2023 09:02:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[BGRIM]]></category>
		<category><![CDATA[บี.กริม เพาเวอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์]]></category>
		<category><![CDATA[ไตรมาส 1 ปี 2566]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=26778</guid>

					<description><![CDATA[<p>บี.กริม เพาเวอร์ หรือ &#8220;BGRIM&#8221; หนึ่งในผู้นำด้านธุรกิจและจำหน่ายไฟฟ้าภาคเอกชน เผยผลดำเนินงานไตรมาส 1/2566 ฟื้นตัวแข็งแกร่งมีกำไรสุทธิ 399 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 34 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าเพิ่มกำลังการผลิตอีก 528 เมกะวัตต์ในปี 2566 ดร. ฮาราลด์ ลิงค์ ประธาน บี.กริม และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/bgrim-q1-2566/">บี.กริม เพาเวอร์ เผยผลประกอบการ Q1/66 กำไรสุทธิ 399 ล้านบาท เดินหน้าเพิ่มกำลังการผลิตอีก 528 เมกะวัตต์ ในปี 2566</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บี.กริม เพาเวอร์ หรือ &#8220;BGRIM&#8221; หนึ่งในผู้นำด้านธุรกิจและจำหน่ายไฟฟ้าภาคเอกชน เผยผลดำเนินงานไตรมาส 1/2566 ฟื้นตัวแข็งแกร่งมีกำไรสุทธิ 399 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 34 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าเพิ่มกำลังการผลิตอีก 528 เมกะวัตต์ในปี 2566</strong><span id="more-26778"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ดร. ฮาราลด์ ลิงค์</strong></span> <strong>ประธาน บี.กริม และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)</strong> หรือ <strong>BGRIM</strong> เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาสที่ 1 ปี 2566 มีการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน ส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่อยู่ที่ 379 ล้านบาท จาก 34 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นช่วงที่ได้รับผลกระทบรุนแรงจากวิกฤตราคาก๊าซ ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 399 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการฟื้นตัวของกลุ่มโรงไฟฟ้าเพื่ออุตสาหกรรม (SPP) และผลการดำเนินงานที่ปรับตัวดีขึ้นของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม โดยสามารถลดอัตราการใช้เชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า (heat rate) เฉลี่ยถึง 4.6% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว เนื่องจากการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการโรงไฟฟ้า SPP เพื่อทดแทนโรงไฟฟ้าเดิมทั้ง 5 โครงการ และการปรับปรุงประสิทธิภาพโรงไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดการปล่อยคาร์บอนประมาณ 200,000 ตันต่อปี</p>
<p>สำหรับผลงานสำคัญที่เกิดขึ้นในไตรมาสที่ 1/2566 <strong>บี.กริม เพาเวอร์</strong> ได้เชื่อมเข้าสู่ระบบของลูกค้าอุตสาหกรรมรายใหม่ในประเทศไทย จำนวน 12.2 เมกะวัตต์ จากที่มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้ารวม 34.4 เมกะวัตต์ ตามเป้าหมายการเชื่อมลูกค้าใหม่เข้าระบบตลอดทั้งปีที่ 50-60 เมกะวัตต์ โดยความต้องการไฟฟ้าส่วนใหญ่มาจากอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม กลุ่มเหล็ก และกลุ่มยางรถยนต์ นอกจากนี้ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2566 <strong>บี.กริม เพาเวอร์</strong> ยังได้เข้าลงทุนในประเทศอิตาลี โดยการเข้าซื้อหุ้นใน RES Company Sicilia S.r.l. บริษัทผู้พัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียนในอิตาลี และในเดือนมีนาคม 2566 โครงการโรงไฟฟ้า SPP เพื่อทดแทนโรงไฟฟ้าเดิม เปิดดำเนินการครบทั้ง 5 โครงการ รวมกำลังผลิตไฟฟ้า 700 เมกะวัตต์ พร้อมด้วยประสิทธิภาพที่สูงขึ้น</p>
<p>ล่าสุดในเดือนเมษายน 2566 บริษัทย่อยและบริษัทร่วมทุนจำนวน 9 บริษัทของกลุ่ม <strong>บี.กริม เพาเวอร์</strong> ได้รับคัดเลือกเป็นผู้ผลิตและขายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนจำนวน 339.3 เมกะวัตต์ ให้กับรัฐบาลตามประกาศคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน</p>
<p>นอกจากนี้ reNIKOLA Holdings Sdn. Bhd. (B.Grimm Malaysia ถือหุ้น 45%) เข้าลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ กำลังการผลิตรวม 90 เมกะวัตต์ (DC) มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว 21 ปี กับ Tenaga Nasional Berhad (บริษัทสาธารณูปโภคไฟฟ้าหลักในประเทศมาเลเซีย) นายฮาราลด์ ลิงค์ กล่าวว่า บริษัทให้ความสำคัญต่อการร่วมมือกับพันธมิตรมาโดยตลอด โดยในเดือนกุมภาพันธ์ 2566 บี.กริม เพาเวอร์ สมาร์ท โซลูชั่น ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) กับ อินโนพาวเวอร์ เพื่อความร่วมมือด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านพลังงานสะอาด ประกอบด้วย การศึกษาเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าด้วยไฮโดรเจน พัฒนาและประยุกต์ใช้แพลตฟอร์มการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ สนับสนุนการซื้อขายใบรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียน (REC) พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าสาธารณะ และต่อยอดธุรกิจนวัตกรรมพลังงานใหม่ๆ ทั้งไทยและต่างประเทศ</p>
<p>นอกจากนี้ ยังร่วมกับบริษัท คาโอ อินดัสเตรียล ลงนามสัญญาซื้อขายใบรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียน (REC) เพื่อส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานหมุนเวียนและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนในภาคอุตสาหกรรม</p>
<p>สำหรับทิศทางธุรกิจในปี 2566 <strong>บี.กริม เพาเวอร์</strong> จะมุ่งขยายการลงทุนทั้งโครงการใหม่และการเข้าซื้อกิจการทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น ประเทศเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น มาเลเซีย ทวีปยุโรป และภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยในส่วนของกำลังการผลิตจากโครงการที่เปิดดำเนินการแล้วคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีก 528 เมกะวัตต์ จาก 3,338 เมกะวัตต์สิ้นปี 2565 เป็น 3,866 เมกะวัตต์ในสิ้นปี 2566 จากโครงการโรงไฟฟ้า SPP เพื่อทดแทนโรงไฟฟ้าเดิม (BGPM2) โครงการโรงไฟฟ้าแบบผสมผสานอู่ตะเภาเฟสแรก และโรงไฟฟ้า SPP ใหม่ 2 โครงการ (BGPAT2&amp;3) รวมถึงการเข้าลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศมาเลเซีย 2 โครงการ (BGMCSB และ ISSB)พร้อมตั้งเป้าเพิ่มลูกค้าอุตสาหกรรม (IU) รายใหม่เข้าเชื่อมระบบรวม 50-60 เมกะวัตต์ตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า และการควบคุมค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยดำเนินการตามแผนควบคุมค่าใช้จ่ายของบริษัทเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายอย่างน้อย 50-70 ล้านบาท</p>
<p><strong>ทั้งนี้ ในระยะยาว บริษัทตั้งเป้าหมายสู่การเป็นผู้ผลิตพลังงานชั้นนำระดับโลกและบรรลุเป้าหมายการก้าวสู่องค์กรที่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593 การขยายพอร์ตสู่กำลังการผลิต 10,000 เมกะวัตต์ ตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าในปี 2573</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/bgrim-q1-2566/">บี.กริม เพาเวอร์ เผยผลประกอบการ Q1/66 กำไรสุทธิ 399 ล้านบาท เดินหน้าเพิ่มกำลังการผลิตอีก 528 เมกะวัตต์ ในปี 2566</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/bgrim-q1-2566/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>SPCG โชว์งบการเงินไตรมาสแรกปี’ 66 รายได้โต 12% กำไร 646.2 ล้านบาท ด้านธุรกิจโซลาร์รูฟรายได้พุ่ง 543%</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/spcg-q1-2566/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/spcg-q1-2566/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 16 May 2023 08:22:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[SPCG]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[เอสพีซีจี]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์ฟาร์ม]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์รูฟ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ไตรมาส 1 ปี 2566]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=26769</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ SPCG รายงานงบการเงินไตรมาส 1 ทำรายได้ 1,181.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% จากงวดเดียวกันของปีก่อน และยังทำกำไรได้ต่อเนื่อง โดยมีกำไรสุทธิ 646.2 ล้านบาท มั่นใจผลประกอบการปีนี้ยังทำกำไรได้ต่อไป ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ “SPCG” เปิดเผยว่า&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/spcg-q1-2566/">SPCG โชว์งบการเงินไตรมาสแรกปี’ 66 รายได้โต 12% กำไร 646.2 ล้านบาท ด้านธุรกิจโซลาร์รูฟรายได้พุ่ง 543%</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ SPCG รายงานงบการเงินไตรมาส 1 ทำรายได้ 1,181.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% จากงวดเดียวกันของปีก่อน และยังทำกำไรได้ต่อเนื่อง โดยมีกำไรสุทธิ 646.2 ล้านบาท มั่นใจผลประกอบการปีนี้ยังทำกำไรได้ต่อไป</strong><span id="more-26769"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ</strong></span> <strong>ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน)</strong> หรือ “<strong>SPCG</strong>” เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจขณะนี้ยังเดินหน้าต่อเนื่อง โดยผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกของบริษัทและบริษัทย่อย สิ้นสุด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2566 มีรายได้รวมจากการขายและให้บริการ จำนวน 1,181.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้อยู่ที่ 1,054.9 ล้านบาท และบริษัทฯ มีกำไรสุทธิ จำนวน 646.2 ล้านบาท ลดลง 3% จากงวดเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรอยู่ที่ 666.1 ล้านบาท โดยคิดเป็นกำไรต่อหุ้นเท่ากับ 0.56 บาท</p>
<p>ดร.วันดี กล่าวว่า ในส่วนของรายได้ที่เพิ่มขึ้นอันดับแรกเป็นผลอันเนื่องมาจากจำนวนกระแสไฟฟ้าที่ผลิตและจำหน่ายได้ จำนวน 99.2 ล้านหน่วย จากธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ จำนวน 36 โซลาร์ฟาร์ม รวมกำลังการผลิตกว่า 260 เมกะวัตต์ เพิ่มขึ้นจากปีก่อน จำนวน 1.7 ล้านหน่วย หรือคิดเป็นร้อยละ 2 อย่างไรก็ดี SPCG ยังคงเดินหน้านโยบายปรับลดค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการต้นทุนด้านต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อเป็นการเสริมสร้างสภาพคล่องและรักษากำไรของบริษัท</p>
<p>อันดับต่อไปเป็นผลอันเนื่องมาจากบริษัท โซลาร์ เพาเวอร์ รูฟ จำกัด หรือ “SPR” (บริษัทในเครือ SPCG) ผู้นำด้านการออกแบบและติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Power Roof System) มีรายได้จำนวน 226.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 543 เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งบริษัทฯ เดินหน้าขยายการติดตั้งอย่างต่อเนื่อง โดยได้มีการติดตั้งไปแล้วกว่า 200 เมกะวัตต์ ทั้งนี้เนื่องจากค่าไฟฟ้าที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับกระแสการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดที่มีความต้องการมากขึ้น ด้วยนโยบายที่ประกาศให้ประเทศไทยจะเข้าสู่การใช้พลังงานในรูปแบบ Carbon Neutral ในปี 2050 และเป็น Net Zero ในปี 2065 อีกทั้งต้นทุนการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ได้ลดลงถูกกว่าการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ น้ำมัน ถ่านหิน ซึ่งนอกจากจะมีราคาสูงแล้ว ยังมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จากการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมสำคัญของโลกปัจจุบัน โดย SPR ได้มีการปรับเปลี่ยนแผนการตลาดและกลยุทธ์ในการขายอยู่ตลอด เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและทางเลือกให้กับลูกค้ามากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะลูกค้าในกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมที่ยังคงให้การตอบรับเป็นอย่างดี เพราะเมื่อลูกค้าติดตั้งระบบโซลาร์รูฟของบริษัทแล้วต่างเห็นผลลัพธ์ที่ดี สามารถลดค่าไฟได้ทันทีเมื่อติดตั้ง อีกทั้งยังช่วยลดต้นทุนการดำเนินงาน ทำให้กิจการของลูกค้ามีกำไรเพิ่มขึ้น</p>
<p>ในส่วนของโครงการโซลาร์ฟาร์ม Fukuoka Miyako Mega Solar ประเทศญี่ปุ่น ขนาดกำลังการผลิตติดตั้งรวม 67 เมกะวัตต์ (MW) แบ่งเป็น 2 Phase ได้แก่ North Phase 23 เมกะวัตต์ (MW) และ South Phase 44 เมกะวัตต์ (MW) ได้ดำเนินการจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) ครบทั้ง 2 Phase เป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อเดือนกันยายน 2564 และเดือนกุมภาพันธ์ 2566 ตามลำดับ โดยโครงการดังกล่าวมีงบการลงทุนทั้งสิ้น 3,140 ล้านเยน หรือ ประมาณ 805 ล้านบาท โดย SPCG ถือหุ้นที่ร้อยละ 10 คิดเป็นเงินจำนวน 314 ล้านเยน หรือประมาณ 91 ล้านบาท ซึ่งโครงการดังกล่าวมีอัตรารับซื้อไฟฟ้าในรูปแบบ FiT 36 เยนต่อหน่วย ระยะเวลารับซื้อไฟฟ้า North Phase 18.7 ปี และ South Phase 17.8 ปี โดยมี Kyushu Electric Power Co., Inc. เป็นผู้รับซื้อไฟฟ้า โดยโครงการดังกล่าวสามารถ ผลิตไฟฟ้าได้ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ ทั้งนี้เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2566 ที่ผ่านมา ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) ในฐานะหนึ่งในบริษัทร่วมทุน ได้เข้าร่วมงานเปิดตัวโครงการอย่างเป็นทางการ ณ เมืองมิยาโกะ ฟุกุโอกะประเทศญี่ปุ่น</p>
<p>ด้านโครงการ Ukujima Mega Solar Project ขนาดกำลังการผลิตติดตั้งรวม 480 เมกะวัตต์ (MW) งบการลงทุนทั้งสิ้นประมาณ 178,758 ล้านเยน หรือประมาณ 60,000 ล้านบาท ซึ่งบริษัทฯ ถือหุ้น 17.92% หรือคิดเป็นเงินจำนวน 9,000 ล้านเยน หรือประมาณ 2,700 ล้านบาท บริษัทจะชำระเงินงวดที่เหลือภายในปี 2566 โดยปัจจุบันโครงการดังกล่าวมีความคืบหน้ามากขึ้น อยู่ระหว่างขั้นตอนการก่อสร้าง โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) ภายในเดือนกรกฎาคม 2567</p>
<p>“SPCG มั่นใจว่า โซลาร์ฟาร์มที่ญี่ปุ่นทุกโครงการที่บริษัทลงทุน นอกจากจะสามารถช่วยลดสภาวะโลกร้อน หรือ Climate Change แล้ว ยังสร้างผลตอบแทนที่ดีกลับคืนมาให้บริษัทได้ในอนาคต” ดร.วันดีกล่าว</p>
<p>นอกจากนี้บริษัทยังคงมองหาการลงทุนโครงการใหม่ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าของบริษัท โดยจะเน้นไปที่พลังงานหมุนเวียนเป็นหลัก โดยได้ตั้งเป้าหมายในอีก 5 ปีข้างหน้าจะมีกำลังการผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้นไม่ต่ำกว่า 1,000 เมกะวัตต์</p>
<hr />
<p>ที่มา: บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน)</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/spcg-q1-2566/">SPCG โชว์งบการเงินไตรมาสแรกปี’ 66 รายได้โต 12% กำไร 646.2 ล้านบาท ด้านธุรกิจโซลาร์รูฟรายได้พุ่ง 543%</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/spcg-q1-2566/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>EA เผยผลประกอบการไตรมาส 1/2566 กำไรสุทธิ 2,319 ล้านบาท โต 69.78% รับรายได้กลุ่มธุรกิจ EV สดใส</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/ea-q1-2566/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/ea-q1-2566/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 16 May 2023 03:46:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[EA]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[ผลประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานบริสุทธิ์]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถโดยสารไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[แบตเตอรี่ลิเทียมไอออน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ไตรมาส 1 ปี 2566]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=26753</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA แจ้งผ่านผ่านตลาดหลักทรพัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า บริษัทฯ มีผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นใหญ่ 2,319.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 69.78% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2565 ที่มีกำไร 1,366.31 ล้านบาท โดยสาเหตุหลักมาจากผลดำเนินงานของธุรกิจรถโดยสารไฟฟ้าและรถเพื่อการพาณิชย์ และธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่สูงขึ้น ขณะที่รายได้ของบริษัทและบริษัทย่อย มีรายได้รวมในไตรมาส 1 ปี&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ea-q1-2566/">EA เผยผลประกอบการไตรมาส 1/2566 กำไรสุทธิ 2,319 ล้านบาท โต 69.78% รับรายได้กลุ่มธุรกิจ EV สดใส</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA แจ้งผ่านผ่านตลาดหลักทรพัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า บริษัทฯ มีผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นใหญ่ 2,319.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 69.78% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2565 ที่มีกำไร 1,366.31 ล้านบาท โดยสาเหตุหลักมาจากผลดำเนินงานของธุรกิจรถโดยสารไฟฟ้าและรถเพื่อการพาณิชย์ และธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่สูงขึ้น</strong><span id="more-26753"></span></p>
<p>ขณะที่รายได้ของบริษัทและบริษัทย่อย มีรายได้รวมในไตรมาส 1 ปี 2566 มีจำนวน 8,904.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 4,087.61 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 84.87% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวมที่ 4,816.56 ล้านบาท</p>
<p>โดยหากพิจารณาเฉพาะรายได้จากการดำเนินงาน บริษัทฯ มีรายได้จากการดำเนินธุรกิจตามปกติของบริษัทฯ สำหรับไตรมาส 1 ปี 2566 จำนวน 8,894.68 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2565 จำนวน 4,154.26 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 87.63% โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากธุรกิจรถโดยสารไฟฟ้า และรถเพื่อการพาณิชย์ธุรกิจแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน รวมถึงธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน</p>
<hr />
<p>ที่มา: บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ea-q1-2566/">EA เผยผลประกอบการไตรมาส 1/2566 กำไรสุทธิ 2,319 ล้านบาท โต 69.78% รับรายได้กลุ่มธุรกิจ EV สดใส</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/ea-q1-2566/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เอ็กโก กรุ๊ป เผยกำไรสุทธิไตรมาส 1/2566 จำนวน 2,022 ล้านบาท รุกลงทุนทั้งในและต่างประเทศ สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/egco-q1-2566/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/egco-q1-2566/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 16 May 2023 03:29:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[EGCO]]></category>
		<category><![CDATA[ผลประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[เอ็กโก กรุ๊ป]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ไตรมาส 1 ปี 2566]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=26748</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็กโก กรุ๊ป ประกาศผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีรายได้รวม 15,125 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 2,022 ล้านบาท ปัจจัยสนับสนุนหลักจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นของโรงไฟฟ้าเคซอนและซานบัวนาเวนทูรา ฟิลิปปินส์ เดินหน้าเตรียมพร้อมยื่นประมูลโครงการจัดหาไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนส่วนขยายที่จะเปิดรอบเพิ่มเติมของภาครัฐ และแสวงหาโอกาสลงทุนธุรกิจไฟฟ้าและพลังงานที่เกี่ยวเนื่องในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์ยุคเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน นายเทพรัตน์ เทพพิทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอ็กโก กรุ๊ป เปิดเผยว่า เอ็กโก กรุ๊ป&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/egco-q1-2566/">เอ็กโก กรุ๊ป เผยกำไรสุทธิไตรมาส 1/2566 จำนวน 2,022 ล้านบาท รุกลงทุนทั้งในและต่างประเทศ สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็กโก กรุ๊ป ประกาศผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีรายได้รวม 15,125 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 2,022 ล้านบาท ปัจจัยสนับสนุนหลักจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นของโรงไฟฟ้าเคซอนและซานบัวนาเวนทูรา ฟิลิปปินส์ เดินหน้าเตรียมพร้อมยื่นประมูลโครงการจัดหาไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนส่วนขยายที่จะเปิดรอบเพิ่มเติมของภาครัฐ และแสวงหาโอกาสลงทุนธุรกิจไฟฟ้าและพลังงานที่เกี่ยวเนื่องในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์ยุคเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน</strong><span id="more-26748"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายเทพรัตน์ เทพพิทักษ์</strong></span> <strong>กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอ็กโก กรุ๊ป</strong> เปิดเผยว่า เอ็กโก กรุ๊ป หาโอกาสในการสร้างความเติบโตในธุรกิจไฟฟ้าและพลังงานที่เกี่ยวเนื่องอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสถานการณ์ความผันผวนของต้นทุนเชื้อเพลิงและสภาพเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวตั้งแต่ปี 2565 จนถึงปัจจุบัน ด้วยความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการพอร์ตโฟลิโอโรงไฟฟ้าและต้นทุนเชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนความสามารถในการบริหารความเสี่ยงด้านการลงทุนอย่างเหมาะสม ในไตรมาสนี้ เอ็กโก กรุ๊ป ประสบความสำเร็จในการปิดดีลโรงไฟฟ้า “ไรเซ็ก” กำลังผลิต 609 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นการต่อยอดความสำเร็จของเอ็กโก กรุ๊ป ในตลาดไฟฟ้าระดับโลก ต่อเนื่องจากโรงไฟฟ้า “ลินเดน โคเจน” และโครงการ “เอเพ็กซ์” ปูทางสู่ความร่วมมือทางธุรกิจ ซึ่งจะนำไปสู่โอกาสในการลงทุนเพิ่มเติมในโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติควบคู่กับโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่มีคุณภาพสูงในตลาดไฟฟ้าของประเทศสหรัฐอเมริกาในอนาคต</p>
<p>สำหรับผลประกอบการไตรมาสที่ 1 ปี 2566 เอ็กโก กรุ๊ป มีรายได้รวม 15,125 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 1 ของปี 2565 และมีกำไรสุทธิ 2,022 ล้านบาท ลดลง 51% หรือ 2,093 ล้านบาทเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักจากโรงไฟฟ้าพาจู อีเอส ในเกาหลีใต้ โรงไฟฟ้าไซยะบุรีและโรงไฟฟ้าน้ำเทิน 2 ใน สปป.ลาว มีปริมาณการขายไฟฟ้าลดลง อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยบวกจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นของโรงไฟฟ้าเคซอนและซานบัวนาเวนทูรา ในฟิลิปปินส์</p>
<p>ปัจจุบันเอ็กโก กรุ๊ป มีโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 2 โครงการ ได้แก่ โครงการโรงไฟฟ้า “เอ็กโก โคเจนเนอเรชั่น ส่วนขยาย” จังหวัดระยอง กำลังผลิต 74 เมกะวัตต์ มีความก้าวหน้าในการก่อสร้างประมาณ 60% คาดว่าจะแล้วเสร็จและเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ในไตรมาสที่ 1 ปี 2567 และโครงการโรงไฟฟ้า “หยุนหลิน” ในไต้หวัน กำลังผลิต 640 เมกะวัตต์ จนถึงไตรมาสที่ 1/2566 สามารถจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบได้แล้วจำนวน 16 ต้น กำลังผลิต 128 เมกะวัตต์ ทั้งนี้ เอ็กโก กรุ๊ป ในฐานะหนึ่งในผู้ถือหุ้นได้เร่งรัดติดตามความก้าวหน้าของโครงการอย่างใกล้ชิด และร่วมปรับแผนการก่อสร้าง เพื่อให้มั่นใจว่าโครงการจะแล้วเสร็จภายในปี 2567</p>
<p>สำหรับการขยายธุรกิจไฟฟ้าและธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานในประเทศ เอ็กโก กรุ๊ป เตรียมพร้อมเข้าร่วมประมูลโครงการจัดหาไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนแบบ FiT 3,600 เมกะวัตต์ ส่วนขยายที่จะเปิดรอบเพิ่มเติม ขณะเดียวกันได้ร่วมมือกับพันธมิตรศึกษาและพัฒนาการใช้พลังงานทางเลือก เช่น เชื้อเพลิงไฮโดรเจน และเทคโนโลยีการดักจับ การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บคาร์บอน (CCUS) รวมถึงขยายการลงทุนในเทคโนโลยีและนวัตกรรมพลังงานใหม่ ๆ ผ่านบริษัท “อินโนพาวเวอร์” สำหรับในต่างประเทศ เอ็กโก กรุ๊ป มุ่งต่อยอดและแสวงหาโอกาสลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนและโรงไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ ซึ่งมีความจำเป็นสำหรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานไปสู่พลังงานสะอาด</p>
<p>“ด้วยรากฐานทางธุรกิจที่มั่นคง เอ็กโก กรุ๊ป ได้ก้าวสู่การดำเนินงานปีที่ 31 อย่างแข็งแกร่งเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ภายใต้แนวคิดการดำเนินธุรกิจ “Cleaner, Smarter and Stronger to Drive Sustainable Growth” เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความมั่นคงทางพลังงานและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมพลังงานสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ควบคู่ไปกับการสร้างมูลค่าเพิ่มและดูแลผู้มีส่วนได้เสียอย่างยั่งยืน” <strong>นายเทพรัตน์</strong> กล่าวสรุป</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/egco-q1-2566/">เอ็กโก กรุ๊ป เผยกำไรสุทธิไตรมาส 1/2566 จำนวน 2,022 ล้านบาท รุกลงทุนทั้งในและต่างประเทศ สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/egco-q1-2566/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ราช กรุ๊ป เผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2566 กำไรสุทธิ 1,448 ล้านบาท EBITDA เติบโตต่อเนื่องเสริมหนุนจากรายได้โรงไฟฟ้าที่ลงทุนใหม่</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/ratch-group-q1-2566/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/ratch-group-q1-2566/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 16 May 2023 03:02:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[ผลการดำเนินงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ราช กรุ๊ป]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ไตรมาส 1 ปี 2566]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=26745</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) แถลงผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2566 ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) เป็นจำนวน 3,701 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 23.6 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปี 2565 และกำไรก่อนหักขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน เป็นจำนวน 1,625 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 39.3 โดยเมื่อหักผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนแล้ว กำไรส่วนของบริษัทฯ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ratch-group-q1-2566/">ราช กรุ๊ป เผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2566 กำไรสุทธิ 1,448 ล้านบาท EBITDA เติบโตต่อเนื่องเสริมหนุนจากรายได้โรงไฟฟ้าที่ลงทุนใหม่</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) แถลงผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2566 ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) เป็นจำนวน 3,701 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 23.6 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปี 2565 และกำไรก่อนหักขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน เป็นจำนวน 1,625 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 39.3 โดยเมื่อหักผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนแล้ว กำไรส่วนของบริษัทฯ เป็นจำนวน 1,448 ล้านบาท</strong><span id="more-26745"></span></p>
<p>ในไตรมาสนี้ บริษัทฯ เริ่มรับรู้รายได้จากโครงการที่ลงทุนใหม่ ได้แก่ โรงไฟฟ้าราช เอ็นเนอร์จี ระยอง 98 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าพลังงานลมลินคอล์น แก็ป 1&amp;2 กำลังผลิตรวม 212 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติสแนปเปอร์ พอยท์ ขนาด 154 เมกะวัตต์ ในออสเตรเลีย โรงไฟฟ้าพลังน้ำค๊อคซาน 17.37 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าพลังน้ำซ็องเกียง2 กำลังผลิต 17.10 เมกะวัตต์ ในเวียดนาม รวมเป็นเงินประมาณ 1,479 ล้านบาท ซึ่งช่วยเสริมความมั่นคงทางการเงินของบริษัทฯ มากยิ่งขึ้น</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นางสาวชูศรี เกียรติขจรกุล</strong></span> <strong>กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)</strong> เปิดเผยว่า ในไตรมาสแรกปีนี้ บริษัทฯ เริ่มรับรู้รายได้จากสินทรัพย์โรงไฟฟ้าที่ลงทุนใหม่ ซึ่งช่วยเสริมหนุนผลประกอบการของบริษัทฯ ให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ธุรกิจไฟฟ้ายังคงสร้างรายได้หลักให้กับบริษัทฯ เป็นจำนวน 16,494 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 97 ของรายได้รวม โดยเป็นรายได้จากกลุ่มโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิล จำนวน 14,603 ล้านบาท (ร้อยละ 88.5) และรายได้จากกลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน จำนวน 1,891 ล้านบาท (ร้อยละ 11.5) ส่วนกลุ่มธุรกิจ Non-Power เริ่มรับรู้รายได้เพิ่มขึ้น โดยไตรมาสนี้มีจำนวน 511 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 3 ของรายได้รวม</p>
<p>ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา บริษัทฯ สามารถดำเนินงานก้าวหน้าได้ตามแผน โดยส่วนขยายของโรงไฟฟ้าราช โคเจนเนอเรชั่น ขนาดกำลังการผลิต 31.2 เมกะวัตต์เริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์จำหน่ายไฟฟ้าและไอน้ำแก่ลูกค้าอุตสาหกรรมแล้ว และโรงพยาบาลพริ้นซ์ สกลนคร ขนาด 59 เตียง ได้เปิดให้บริการแล้วเช่นกัน สำหรับการร่วมลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนไพตัน กำลังการผลิตติดตั้ง 2,045 เมกะวัตต์ ในอินโดนีเซีย คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จในไตรมาส 2 ซึ่งบริษัทฯ จะสามารถรับรู้รายได้ในไตรมาสที่ 3 ปีนี้</p>
<p>นอกจากนี้ โครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างและกำหนดจะเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ในปี 2567 จำนวน 8 โครงการ รวมกำลังการผลิตตามสัดส่วนการลงทุน 518.66 เมกะวัตต์ มีความคืบหน้าตามแผนงาน สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมหินกอง อยู่ระหว่างดำเนินการจัดหาเชื้อเพลิง ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 3 นี้ ส่วนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์คาลาบังก้า ในฟิลิปปินส์ กำลังการผลิตตามสัดส่วนการลงทุน 36.33 เมกะวัตต์กำลังดำเนินการจัดหาเงินกู้โครงการและจะเริ่มดำเนินงานก่อสร้างในเดือนมิถุนายน ศกนี้ ซึ่งโครงการนี้ถือเป็นความสำเร็จในการบุกเบิกธุรกิจในประเทศฟิลิปปินส์</p>
<p>“บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าแผนการลงทุนให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ โดยธุรกิจผลิตไฟฟ้าต้องการลงทุนเพิ่มกำลังการผลิตใหม่ ทั้งประเภทเชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งจะเน้นเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติเป็นหลัก และพลังงานทดแทน ไม่น้อยกว่า 700 เมกะวัตต์ ในประเทศเป้าหมาย ได้แก่ ประเทศไทย เวียดนาม อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และออสเตรเลีย ส่วนธุรกิจ Non-Power บริษัทฯ มีแผนที่จะพัฒนาธุรกิจด้านพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทย การผลิตไฮโดรเจนสีเขียว ในประเทศพัฒนาแล้ว ได้แก่ กลุ่มประเทศยุโรป ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และขยายฐานธุรกิจด้านสุขภาพเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันก็บริหารประสิทธิภาพสินทรัพย์ เพื่อสร้างความมั่นคงของกระแสเงินสดและรายได้ พร้อมทั้งจัดเตรียมแผนการจัดหาเงินทุน โดยพิจารณาเครื่องมือทางการเงินและต้นทุนที่เหมาะสมกับประเภทโครงการ ซึ่งจะช่วยให้แผนการขยายธุรกิจของบริษัทฯ สำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้” นางสาวชูศรี กล่าว</p>
<p>ผลการดำเนินงานไตรมาสแรก ปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้รวม จำนวน 17,005 ล้านบาท ต้นทุนและค่าใช้จ่ายรวม จำนวน 15,310 ล้านบาท และกำไรส่วนของบริษัท 1,448 ล้านบาท สำหรับฐานะการเงินของบริษัทฯ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2566 มีสินทรัพย์รวมจำนวน 224,500 ล้านบาท หนี้สินรวมจำนวน 118,035 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นจำนวน 106,465 ล้านบาท ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังมีศักยภาพทางการเงินที่แข็งแกร่งสะท้อนจากอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน 1.11 เท่า และอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นร้อยละ 7.36</p>
<hr />
<p>ที่มา: บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ratch-group-q1-2566/">ราช กรุ๊ป เผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2566 กำไรสุทธิ 1,448 ล้านบาท EBITDA เติบโตต่อเนื่องเสริมหนุนจากรายได้โรงไฟฟ้าที่ลงทุนใหม่</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/ratch-group-q1-2566/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บ้านปู โชว์ผลงานไตรมาส 1 ปี 2566 รายได้ 4.4 หมื่นล้านบาท เดินหน้าเสริมแกร่งธุรกิจอีโมบิลิตี้และแบตเตอรี่เต็มสูบ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/banpu-q1-2566/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/banpu-q1-2566/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 16 May 2023 02:47:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[BANPU]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู]]></category>
		<category><![CDATA[ผลการดำเนินงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ไตรมาส 1 ปี 2566]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=26742</guid>

					<description><![CDATA[<p>บ้านปู เผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2566 มีรายได้กว่า 44,489 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีที่ผ่านมา เดินหน้าสร้างการเติบโตในธุรกิจอีโมบิลิตี้และแบตเตอรี่ เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันและเสริมแกร่งอีโคซิสเต็ม พร้อมรับมือความผันผวนของราคาพลังงานในตลาดโลก บนความยืดหยุ่น คล่องตัว โดยให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพการดำเนินงานและการบริหารต้นทุนอย่างรอบคอบ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลายในระดับนานาชาติ เผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2566 มีรายได้จากการขายรวม 1,312 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/banpu-q1-2566/">บ้านปู โชว์ผลงานไตรมาส 1 ปี 2566 รายได้ 4.4 หมื่นล้านบาท เดินหน้าเสริมแกร่งธุรกิจอีโมบิลิตี้และแบตเตอรี่เต็มสูบ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บ้านปู เผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2566 มีรายได้กว่า 44,489 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีที่ผ่านมา เดินหน้าสร้างการเติบโตในธุรกิจอีโมบิลิตี้และแบตเตอรี่ เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันและเสริมแกร่งอีโคซิสเต็ม พร้อมรับมือความผันผวนของราคาพลังงานในตลาดโลก บนความยืดหยุ่น คล่องตัว โดยให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพการดำเนินงานและการบริหารต้นทุนอย่างรอบคอบ</strong><span id="more-26742"></span></p>
<p>บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลายในระดับนานาชาติ เผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2566 มีรายได้จากการขายรวม 1,312 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 44,489 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 56 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 2,989 ล้านบาท) หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 4 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยมีกำไรก่อนหักภาษี ดอกเบี้ย ค่าเสื่อมและค่าใช้จ่ายตัดจ่าย (EBITDA) รวม 467 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 15,837 ล้านบาท) ลดลงร้อยละ 22 จากปีก่อน โดยบริษัทฯ ยังคงสามารถสร้างกระแสเงินสดที่ดี อันเป็นผลจากความสามารถในการบริหารจัดการสินทรัพย์และโครงการต่างๆ ให้ดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง บนความยืดหยุ่น คล่องตัว ท่ามกลางความผันผวนของราคาพลังงาน ยังคงเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนตามกลยุทธ์ Greener &amp; Smarter</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นางสมฤดี ชัยมงคล</strong></span> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)</strong> เปิดเผยว่า “ในไตรมาสนี้ บ้านปูรุกคืบกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีพลังงาน ทั้งการเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นดูราเพาเวอร์ (Durapower) เป็นร้อยละ 65.1 และการลงทุนในโครงการแบตเตอรี่ฟาร์มขนาดใหญ่อิวาเตะ โตโนะ (Iwate Tono) โดยมีกำลังการกักเก็บพลังงานไฟฟ้ารวม 58 เมกะวัตต์ชั่วโมง ซึ่งโครงการนี้เราได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลญี่ปุ่นเพื่อตอบสนองเป้าหมายการปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ นอกจากนี้ ยังมีการลงทุนในบริษัทบริการเทคโนโลยีรีไซเคิลแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน และโซลูชันสลับแบตเตอรี่สำหรับมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า การขยายการเติบโตทั้งธุรกิจกักเก็บพลังงาน และธุรกิจอีโมบิลิตี้ ที่ถือว่าเป็นความเคลื่อนไหวสำคัญของบ้านปูในครั้งนี้ จะช่วยเสริมแกร่งอีโคซิสเต็มของบ้านปูในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก และเป็นหลักประกันที่แสดงให้เห็นการเติบโตที่ต่อเนื่องและการขยายห่วงโซ่คุณค่าทางธุรกิจของบริษัทเรือธง บ้านปู เน็กซ์ ซึ่งจะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับบ้านปูได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว”</p>
<p>สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส 1 ปี 2566 ของ 3 กลุ่มธุรกิจหลัก มีรายละเอียดดังนี้</p>
<p>กลุ่มธุรกิจแหล่งพลังงาน ธุรกิจเหมือง ยังคงความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงานได้เป็นอย่างดี ธุรกิจก๊าซธรรมชาติ ดำเนินมาตรการเพื่อให้การผลิตมีประสิทธิภาพ เพื่อคงความสามารถในการสร้างรายได้และกระแสเงินสดอย่างต่อเนื่อง มีการควบคุมต้นทุน การใช้เครื่องมือทางการเงิน เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากราคาก๊าซธรรมชาติที่ผันผวน อันเนื่องจากสภาพอากาศในสหรัฐอเมริกาที่ไม่ได้หนาวรุนแรงอย่างที่คาดการณ์ไว้</p>
<p><strong>กลุ่มธุรกิจผลิตพลังงาน</strong> <strong>ธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานความร้อน</strong> ยังคงรักษาประสิทธิภาพการผลิตได้ดีตามแผน โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าเอชพีซี ในสปป. ลาว สามารถมีค่าความพร้อมจ่าย EAF ที่สูงถึง 96% โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมในจีน สามารถสร้างกำไรแม้จะได้รับผลกระทบจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น ด้านธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งในจีน ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย มีผลประกอบการที่ดีจากสภาพอากาศที่เอื้ออำนวย และมีค่าความเข้มของแสงที่สูง</p>
<p><strong>กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีพลังงาน</strong> สร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยขยายธุรกิจโซลาร์หลังคาและโซลาร์ลอยน้ำในหลากหลายประเทศในทวีปเอเชียแปซิฟิก รวมกำลังการผลิตติดตั้งทั้งหมด 217 เมกะวัตต์ ขยายธุรกิจระบบกักเก็บพลังงาน ในโครงการฟาร์มแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ กำลังการผลิต 58 เมกกะวัตต์ ที่เมืองโตโนะ (Tono) จังหวัดอิวาเตะ (Iwate) ในญี่ปุ่น คาดว่าจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2568 เพิ่มสัดส่วนการลงทุนใน Durapower จากร้อยละ 47.7 เป็นร้อยละ 65.1 และลงทุนใน Green Li-on ผู้ให้บริการเทคโนโลยีรีไซเคิลแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ไปจนถึงการลงทุนภายใต้ธุรกิจ e-Mobility ในโอยิกะ (Oyika) ผู้ให้บริการโซลูชันสลับแบตเตอรี่สำหรับมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ซึ่งมีบริการครอบคลุมหลากหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</p>
<p>“ปี 2566 เป็นปีที่บ้านปูก้าวสู่ปีที่ 40 เรายังเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งของระบบนิเวศธุรกิจของบ้านปู โดยยึดมั่นในหลักการ ESG ในทุกการดำเนินงาน เรามุ่งเน้นการลงทุนธุรกิจที่รองรับอัตราการเติบโตที่สูงในระยะยาว สร้างทั้งคุณค่าให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายและที่สำคัญคือมีส่วนสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับทุกคนตามที่เราตั้งใจไว้” <strong>นางสมฤดี</strong> กล่าวปิดท้าย</p>
<hr />
<p>ที่มา: บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/banpu-q1-2566/">บ้านปู โชว์ผลงานไตรมาส 1 ปี 2566 รายได้ 4.4 หมื่นล้านบาท เดินหน้าเสริมแกร่งธุรกิจอีโมบิลิตี้และแบตเตอรี่เต็มสูบ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/banpu-q1-2566/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ปตท. เผยผลประกอบการไตรมาส 1/2566 เป็นไปตามแผนธุรกิจ ใช้งบกว่า 20,000 ล้านบาท ฟื้นฟูประเทศหลังโควิด</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/ptt-q1-2566/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/ptt-q1-2566/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 12 May 2023 01:48:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[ปตท.]]></category>
		<category><![CDATA[ผลประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ไตรมาส 1 ปี 2566]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=26755</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปตท. เผยผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 104,008 ล้านบาท ลดลง 36,904 ล้านบาท หรือร้อยละ 26.2 เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2565 ที่จำนวน 140,912 ล้านบาท จากกลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น ซึ่งมีผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันเพิ่มขึ้น นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ptt-q1-2566/">ปตท. เผยผลประกอบการไตรมาส 1/2566 เป็นไปตามแผนธุรกิจ ใช้งบกว่า 20,000 ล้านบาท ฟื้นฟูประเทศหลังโควิด</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ปตท. เผยผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 104,008 ล้านบาท ลดลง 36,904 ล้านบาท หรือร้อยละ 26.2 เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2565 ที่จำนวน 140,912 ล้านบาท จากกลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น ซึ่งมีผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันเพิ่มขึ้น</strong><span id="more-26755"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์</strong> </span><strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)</strong> เปิดเผยว่า จากปัญหาความขัดแย้งและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายประเทศ การปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบในกลุ่มประเทศ OPEC และชาติพันธมิตร จนถึงสิ้นปี 2566 และเศรษฐกิจทั่วโลกชะลอตัว ส่งผลให้ไตรมาส 1 ปี 2566 ปตท. และบริษัทย่อยมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย ต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้ (EBITDA) ที่ 104,008 ล้านบาท ลดลง 36,904 ล้านบาท หรือร้อยละ 26.2 จากไตรมาส 1 ปี 2565 ที่จำนวน 140,912 ล้านบาท โดยหลักจากกลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น ซึ่งมีผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ผลการดำเนินงานของธุรกิจที่ ปตท. ดำเนินการเอง เช่น กลุ่มธุรกิจก๊าซธรรมชาติมีผลการดำเนินงานลดลงจากธุรกิจโรงแยกก๊าซฯ ที่มีราคาขายเฉลี่ยที่ลดลงเกือบทุกผลิตภัณฑ์ตามราคาปิโตรเคมีในตลาดที่ใช้อ้างอิง ประกอบกับปริมาณการขายลดลงและต้นทุนค่าเนื้อก๊าซสูงขึ้น สำหรับกลุ่มธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมมีผลการดำเนินงานเพิ่มขึ้นตามปริมาณการขายเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ในไตรมาสนี้ มีผลขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์ที่ลดลง เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2565 ส่งผลให้ ปตท. และบริษัทย่อยในไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิจำนวน 27,855 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,063 ล้านบาท หรือร้อยละ 12.4 จากไตรมาส 1 ปี 2565 ที่จำนวน 24,792 ล้านบาท</p>
<p>ปตท. ในฐานะบริษัทพลังงานแห่งชาติ ยึดมั่นพันธกิจสร้างความมั่นคงทางพลังงาน พร้อมเป็นแรงสำคัญขับเคลื่อนอุตสาหกรรม และประเทศให้เดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2563 – 2565 ได้ใช้งบประมาณกว่า 20,000 ล้านบาท เพื่อบรรเทาผลกระทบของภาคประชาชนจากวิกฤตโควิด-19 และสงครามรัสเซีย-ยูเครน อาทิ การสำรองน้ำมัน 4 ล้านบาร์เรล การตรึงราคา NGV การช่วยเหลือราคา LPG แก่หาบเร่แผงลอยผู้มีรายได้น้อยผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ การสนับสนุนเงินเข้ากองทุนน้ำมัน และการขยายเทอมการชำระเงินแก่ กฟผ. เพื่อลดภาระค่า FT เป็นต้น</p>
<p>ทั้งนี้ ปตท. เร่งเดินหน้ากลยุทธ์ “ปรับ เปลี่ยน ปลูก” เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ตั้งเป้าบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน ในปี 2583 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายใน ปี 2593 ด้วยการทำงานเชิงรุก ปรับกระบวนการผลิต พัฒนาเทคโนโลยีใหม่ พร้อมเปลี่ยน สู่ธุรกิจพลังงานสะอาด ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งขยายสู่ธุรกิจใหม่ที่ไกลกว่าพลังงาน เพิ่มปริมาณการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ผ่านการ ปลูกป่าเพิ่ม 1 ล้านไร่ ภายในปี 2573 ในรูปแบบวิสาหกิจชุมชน เพื่อการมีส่วนร่วมดูแลรักษาป่า ส่งเสริมอาชีพ และรายได้ของชุมชนในพื้นที่ ในอนาคตพื้นที่ป่าเหล่านี้จะช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้กว่า 4.15 ล้านตัน/ปี</p>
<p>“ปตท. มุ่งมั่นดำเนินงานในทุกมิติ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย สนับสนุนการใช้พลังงานแห่งอนาคต สร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าสมบูรณ์แบบ พร้อมศึกษาพลังงานไฮโดรเจน และพลังงานหมุนเวียน เพื่อเป็นแรงสำคัญขับเคลื่อนประเทศสู่การเป็นสังคมคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งเพิ่มพื้นที่สีเขียวและพลิกฟื้นผืนป่าให้อุดมสมบูรณ์ นำพาประเทศบรรลุเป้าหมาย Net Zero Emissions ได้อย่างยั่งยืนต่อไป” <strong>นายอรรถพล</strong> กล่าวเสริม</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ptt-q1-2566/">ปตท. เผยผลประกอบการไตรมาส 1/2566 เป็นไปตามแผนธุรกิจ ใช้งบกว่า 20,000 ล้านบาท ฟื้นฟูประเทศหลังโควิด</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/ptt-q1-2566/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>GPSC คว้ากำไรไตรมาส 1/2566 จำนวน 1,118 ลบ. โต 257% จากผลประกอบการกลุ่ม SPP และการลงทุนโครงการพลังงานสะอาด</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/gpsc-q1-2566/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/gpsc-q1-2566/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 09 May 2023 02:57:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[GPSC]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ไตรมาส 1 ปี 2566]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=26775</guid>

					<description><![CDATA[<p>GPSC เผยผลประกอบการไตรมาส 1/2566 โต ทำกำไรเพิ่ม 257% เทียบช่วงเดียวกันของปี 2565 เหตุจากผลประกอบการโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) ดีขึ้น ราคาเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ ถ่านหินลดลง และรับส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนโครงการพลังงานสะอาดในประเทศอินเดีย พร้อมประกาศผลสำเร็จคว้าโครงการพลังงานโซลาร์ทั้งในและต่างประเทศ เดินหน้าสู่เป้าหมายเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน 50% ในปี 2573 นายวรวัฒน์ พิทยศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/gpsc-q1-2566/">GPSC คว้ากำไรไตรมาส 1/2566 จำนวน 1,118 ลบ. โต 257% จากผลประกอบการกลุ่ม SPP และการลงทุนโครงการพลังงานสะอาด</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>GPSC เผยผลประกอบการไตรมาส 1/2566 โต ทำกำไรเพิ่ม 257% เทียบช่วงเดียวกันของปี 2565 เหตุจากผลประกอบการโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) ดีขึ้น ราคาเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ ถ่านหินลดลง และรับส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนโครงการพลังงานสะอาดในประเทศอินเดีย พร้อมประกาศผลสำเร็จคว้าโครงการพลังงานโซลาร์ทั้งในและต่างประเทศ เดินหน้าสู่เป้าหมายเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน 50% ในปี 2573</strong><span id="more-26775"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายวรวัฒน์ พิทยศิริ</strong></span> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน)</strong> หรือ <strong>GPSC</strong> แกนนำนวัตกรรมธุรกิจไฟฟ้ากลุ่ม ปตท. เปิดเผยถึงผลประกอบการไตรมาส 1/2566 บริษัทฯ มีรายได้ทั้งสิ้น 27,905 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยมีกำไรสุทธิ 1,118 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 804 ล้านบาท หรือ เพิ่มขึ้น 257% และเมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2565 (QoQ ) กำไรสุทธิของบริษัทฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1,554 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 356% โดยมีปัจจัยบวกจากการปรับค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (Ft) ของงวดเดือนมกราคม-เมษายน 2566 ที่สะท้อนต้นทุนพลังงานมากขึ้น ส่งผลให้ margin ขายไฟฟ้าให้กับกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมสูงขึ้น แม้ว่าปริมาณการขายไฟฟ้าและไอน้ำในกลุ่มอุตสาหกรรมจะลดลง จากการหยุดซ่อมบำรุงของลูกค้าอุตสาหกรรมในไตรมาสแรกก็ตาม</p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยจากผลการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าเก็คโค่วันที่มีกำไรเพิ่มขึ้น ประกอบกับได้รับส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัท อวาด้า เอนเนอร์ยี่ ไพรเวท จำกัด (Avaada Energy Private Limited หรือ AEPL) เพิ่มขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายในด้านการขายและบริหารลดลง แม้ว่าบริษัทฯ จะได้รับส่วนแบ่งกำไรของโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรีลดลงจากปริมาณน้ำลดลงก็ตาม</p>
<p>ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังคงติดตามราคาพลังงาน ทั้งราคาก๊าซธรรมชาติและราคาถ่านหินอย่างใกล้ชิด ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการและเพิ่มประสิทธิภาพในขบวนการผลิต หรือ Optimization และมีการจัดลำดับการเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าที่มีต้นทุนการผลิตที่ต่ำเป็นลำดับแรก เพื่อลดต้นทุนการผลิตให้ได้มากที่สุด รวมทั้งบริษัทฯ ยังให้ความสำคัญในการ Synergy เพื่อบริหารจัดการด้านการผลิต ลดต้นทุน และใช้โครงข่ายไฟฟ้าและไอน้ำร่วมกัน รวมถึงการดำเนินการด้านอื่นๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด</p>
<p>สำหรับทิศทางเศรษฐกิจในปี 2566 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้คาดการณ์เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มการขยายตัวอยู่ในระดับ 3.6% จากการฟื้นตัวภาคการท่องเที่ยวอย่างชัดเจน ซึ่งมีผลต่อการจ้างงาน และยังมีปัจจัยสนับสนุนไปถึงการบริโภคของภาคเอกชนที่จะทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ขณะที่การส่งออกไตรมาสแรก เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัว ซึ่งคาดว่าจะฟื้นตัวชัดเจนในช่วงครึ่งปีหลัง แต่เศรษฐกิจโลกยังมีความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้นจากแนวโน้มเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูง รวมถึงปัญหาสถาบันการเงินในต่างประเทศที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/gpsc-q1-2566/">GPSC คว้ากำไรไตรมาส 1/2566 จำนวน 1,118 ลบ. โต 257% จากผลประกอบการกลุ่ม SPP และการลงทุนโครงการพลังงานสะอาด</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/gpsc-q1-2566/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
