<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ไทยออยล์ | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%a5%e0%b9%8c/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Tue, 28 Oct 2025 04:55:02 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0.2</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>ไทยออยล์ | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>มูดี้ส์คงอันดับเครดิต “ไทยออยล์” ที่ระดับ Baa3 ชี้งบดุลแกร่ง ลดหนี้ต่อเนื่อง CFP เดินหน้าตามแผน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/top-baa3/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 28 Oct 2025 04:55:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Baa3]]></category>
		<category><![CDATA[มูดี้ส์ เรตติ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยออยล์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=41640</guid>

					<description><![CDATA[<p>มูดี้ส์คงอันดับเครดิตไทยออยล์ที่ระดับ Baa3 ชี้งบดุลแข็งแกร่งขึ้น หลังลดหนี้เชิงรุกกว่า 933 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เตรียมรับอีกประมาณ 18,230 ล้านบาท จากการดำเนินโครงการบริหารจัดการสินทรัพย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดร่วมกับ ปตท.พร้อมเดินหน้าโครงการ CFP คาดช่วยยกระดับประสิทธิภาพและเป็นไปตามแผนด้วยความโปร่งใสทุกขั้นตอน รายงานข่าวจาก บริษัท ไทยออยล์ จำกัด ( มหาชน) หรือ “TOP” เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2568 มูดี้ส์ เรตติ้ง (Moody’s Ratings)&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/top-baa3/">มูดี้ส์คงอันดับเครดิต “ไทยออยล์” ที่ระดับ Baa3 ชี้งบดุลแกร่ง ลดหนี้ต่อเนื่อง CFP เดินหน้าตามแผน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>มูดี้ส์คงอันดับเครดิตไทยออยล์ที่ระดับ </strong><strong>Baa3</strong> ชี้งบดุลแข็งแกร่งขึ้น หลังลดหนี้เชิงรุกกว่า 933 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เตรียมรับอีกประมาณ 18,230 ล้านบาท จากการดำเนินโครงการบริหารจัดการสินทรัพย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดร่วมกับ ปตท.พร้อมเดินหน้าโครงการ CFP คาดช่วยยกระดับประสิทธิภาพและเป็นไปตามแผนด้วยความโปร่งใสทุกขั้นตอน</p>
<p><span id="more-41640"></span></p>
<p>รายงานข่าวจาก <strong>บริษัท ไทยออยล์ จำกัด ( มหาชน) หรือ “</strong><strong>TOP”</strong> เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2568 มูดี้ส์ เรตติ้ง (Moody’s Ratings) ประกาศคงอันดับความน่าเชื่อถือผู้ออกตราสารหนี้ไม่ด้อยสิทธิ์ ไม่มีหลักประกันของบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ที่ระดับ Baa3 โดยมีแนวโน้มเครดิตเชิงลบเหมือนปัจจุบัน</p>
<p>สำหรับการคงอันดับเครดิตของไทยออยล์สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของงบดุล หลังไทยออยล์ลดภาระหนี้อย่างต่อเนื่อง โดยใน 9 เดือนแรกของปี 2568 ไทยออยล์ได้ชำระหนี้รวม 933 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมกับเตรียมรับเงินราว 18,230 ล้านบาท จากการดำเนินโครงการบริหารจัดการสินทรัพย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด (Asset Monetization) ร่วมกับบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 25 กันยายน ที่ผ่านมา ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งด้านฐานะการเงินและสภาพคล่องของบริษัทฯ</p>
<p>ส่วนโครงการ Clean Fuel Project (CFP) บริษัทไทยออยล์ ยังคงเดินหน้าพัฒนาโครงการอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะเสร็จในไตรมาส 3 ปี 2571 ภายใต้งบลงทุน 7.151 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ บริษัทฯได้มีการปรับโครงสร้าง      การบริหารจัดการโครงการใหม่เพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพ โดยแต่งตั้ง บริษัท Foster Wheeler Thailand เป็นผู้บริหารจัดการด้านวิศวกรรม การจัดหาและการก่อสร้าง (EPCM) เพื่อเร่งความคืบหน้าให้เป็นไปตามแผน และเพื่อให้การควบคุมต้นทุนเป็นไปด้วยความโปร่งใสทุกขั้นตอน ทำให้ได้รับการประเมินจากมูดี้ส์ในทิศทางบวก ว่าเป็นปัจจัยสนับสนุนการบริหารโครงการ</p>
<p>นอกจากนี้ มูดี้ส์ยังคาดว่าตัวชี้วัดทางการเงินของไทยออยล์จะปรับตัวดีขึ้นในช่วงสองปีข้างหน้า จากกระแสเงินสดที่มั่นคงและการควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ไทยออยล์ยังคงมุ่งมั่นดำเนินโครงการ CFP อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการบริหารทางการเงินอย่างรอบคอบ และได้รับการสนับสนุนจากบริษัทแม่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับฐานะการเงิน และรักษาความเชื่อมั่นของนักลงทุนและผู้มีส่วนได้เสียในระยะยาว ตอกย้ำถึงบทบาทของไทยออยล์ในฐานะผู้ประกอบการธุรกิจการกลั่นและปิโตรเคมีที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศ</p>
<p>ปัจจุบัน ไทยออยล์ มีโครงสร้างธุรกิจที่ครบวงจรด้วยการบูรณาการทั้งธุรกิจการกลั่นน้ำมันและปิโตรเคมี โดยมีกำลังการกลั่น 275,000 บาร์เรลต่อวัน หรือ ราว 22% ของกำลังการกลั่นรวมของประเทศไทย ซึ่งถือว่าใหญ่ที่สุดในประเทศ และมีโรงกลั่นที่มีประสิทธิภาพสูงสุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัทเชื่อมั่นว่าการดำเนินการตามแผนกลยุทธ์ด้านพลังงานสะอาดและความยั่งยืนจะช่วยเสริมศักยภาพในการแข่งขันในระยะยาว และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ถือหุ้น นักลงทุน และพันธมิตรทางธุรกิจอย่างต่อเนื่องในอนาคต ซึ่งโครงการดังกล่าวถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับศักยภาพในการกลั่นและผลิตพลังงานสะอาดของไทยออยล์ให้มีความยืดหยุ่นและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/top-baa3/">มูดี้ส์คงอันดับเครดิต “ไทยออยล์” ที่ระดับ Baa3 ชี้งบดุลแกร่ง ลดหนี้ต่อเนื่อง CFP เดินหน้าตามแผน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไทยออยล์ร่วมสนับสนุนการฝึกซ้อมแผนขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมันและเคมีภัณฑ์แห่งชาติ ครั้งที่ 14 เตรียมพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินทางทะเลอย่างมีประสิทธิภาพ เสริมสร้างความพร้อมด้านความมั่นคงทางทะเลและสิ่งแวดล้อม</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/toc-ex-14/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/toc-ex-14/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 22 May 2025 04:31:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[IESG]]></category>
		<category><![CDATA[กรมเจ้าท่า]]></category>
		<category><![CDATA[กองทัพเรือ]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันและเคมีภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[ฝึกซ้อมแผนขจัดมลพิษทางน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยออยล์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=39274</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อเร็วๆนี้ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ร่วมให้การสนับสนุน จัดการฝึกซ้อมแผนปฏิบัติการขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมันและเคมีภัณฑ์แห่งชาติ ครั้งที่ 14 (14th Thailand Oil and Chemical Spill Response Exercise: TOC EX 14) จัดโดย กรมเจ้าท่า ร่วมกับศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาค 1 (ศรชล.ภาค1) กองทัพเรือ สมาคมอนุรักษ์สภาพแวดล้อมของกลุ่มอุตสาหกรรมน้ำมัน (IESG) และหน่วยงานภาครัฐ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/toc-ex-14/">ไทยออยล์ร่วมสนับสนุนการฝึกซ้อมแผนขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมันและเคมีภัณฑ์แห่งชาติ ครั้งที่ 14 เตรียมพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินทางทะเลอย่างมีประสิทธิภาพ เสริมสร้างความพร้อมด้านความมั่นคงทางทะเลและสิ่งแวดล้อม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อเร็วๆนี้<strong> บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)</strong> ร่วมให้การสนับสนุน <strong>จัดการฝึกซ้อมแผนปฏิบัติการขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมันและเคมีภัณฑ์แห่งชาติ ครั้งที่ </strong><strong>14 (14</strong><strong><sup>th</sup></strong> <strong>Thailand Oil and Chemical Spill Response Exercise: TOC EX </strong><strong>14) </strong>จัดโดย <strong>กรมเจ้าท่า ร่วมกับศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาค </strong><strong>1 (ศรชล.ภาค1) กองทัพเรือ สมาคมอนุรักษ์สภาพแวดล้อมของกลุ่มอุตสาหกรรมน้ำมัน (</strong><strong>IESG) </strong><strong>และหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้แทนจากภาคชุมชน </strong>ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนเข้าร่วม ระหว่างวันที่ 20 &#8211; 22 พฤษภาคม 2568   ณ ห้อง Auditorium บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี</p>
<p><span id="more-39274"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39276" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/toc-ex-14-01.jpg" alt="ไทยออยล์ร่วมสนับสนุนการฝึกซ้อมแผนขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมันและเคมีภัณฑ์แห่งชาติ ครั้งที่ 14 เตรียมพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินทางทะเลอย่างมีประสิทธิภาพ เสริมสร้างความพร้อมด้านความมั่นคงทางทะเลและสิ่งแวดล้อม" width="740" height="522" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/toc-ex-14-01.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/toc-ex-14-01-300x212.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/toc-ex-14-01-150x106.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/toc-ex-14-01-500x353.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>การฝึกซ้อมครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อซ้อมแผนการป้องกันและขจัดมลพิษทางน้ำตลอดจนการฝึกซ้อมในที่บังคับการ (Tabletop Exercise) ให้กับผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนได้เสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และความเชี่ยวชาญตลอดจนทำให้เกิดความสามารถในการป้องกันและขจัดมลพิษทางน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างกันทำให้เกิดการประสานงานของบุคลากรที่เกี่ยวข้องได้สะดวกและรวดเร็ว ซึ่งเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวในการรักษาความมั่นคงทางทะเลและศักยภาพในการเดินเรือได้อย่างยั่งยืน</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39277" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/toc-ex-14-02.jpg" alt="ไทยออยล์ร่วมสนับสนุนการฝึกซ้อมแผนขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมันและเคมีภัณฑ์แห่งชาติ ครั้งที่ 14 เตรียมพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินทางทะเลอย่างมีประสิทธิภาพ เสริมสร้างความพร้อมด้านความมั่นคงทางทะเลและสิ่งแวดล้อม" width="740" height="379" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/toc-ex-14-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/toc-ex-14-02-300x154.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/toc-ex-14-02-150x77.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/toc-ex-14-02-500x256.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><strong>ไทยออยล์</strong> ในฐานะภาคเอกชนที่ให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมและความมั่นคงทางทะเล ได้ให้การสนับสนุนกิจกรรมครั้งนี้อย่างเต็มที่ ทั้งในด้านทรัพยากร บุคลากร เครื่องมืออุปกรณ์ รวมถึงการบูรณาการข้อมูลและการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อยกระดับความสามารถในการรับมือเหตุการณ์มลพิษทางน้ำอย่างมีประสิทธิภาพและทันการณ์</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39278" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/toc-ex-14-03.jpg" alt="ไทยออยล์ร่วมสนับสนุนการฝึกซ้อมแผนขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมันและเคมีภัณฑ์แห่งชาติ ครั้งที่ 14 เตรียมพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินทางทะเลอย่างมีประสิทธิภาพ เสริมสร้างความพร้อมด้านความมั่นคงทางทะเลและสิ่งแวดล้อม" width="740" height="569" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/toc-ex-14-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/toc-ex-14-03-300x231.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/toc-ex-14-03-150x115.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/toc-ex-14-03-500x384.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>ไทยออยล์พร้อมเคียงข้างทุกภาคส่วน เพื่อร่วมสร้างมาตรฐานความปลอดภัยทางทะเล และร่วมดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมให้คงอยู่อย่างสมบูรณ์ต่อไป</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/toc-ex-14/">ไทยออยล์ร่วมสนับสนุนการฝึกซ้อมแผนขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมันและเคมีภัณฑ์แห่งชาติ ครั้งที่ 14 เตรียมพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินทางทะเลอย่างมีประสิทธิภาพ เสริมสร้างความพร้อมด้านความมั่นคงทางทะเลและสิ่งแวดล้อม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/toc-ex-14/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไทยออยล์เผยกลยุทธ์ธุรกิจปี 2568 และเร่งบริหารจัดการโครงการ CFP</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/thaioil-clean-fuel-project/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/thaioil-clean-fuel-project/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 21 Nov 2024 04:25:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[Clean Fuel Project]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการ CFP]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยออยล์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=36716</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) (“ไทยออยล์”) เผยกลยุทธ์ธุรกิจปี 2568 มุ่งสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนแม้ภาพรวมอุตสาหกรรมพลังงาน และปิโตรเคมีในปีหน้ายังคงมีความท้าทายทั้งตลาดในประเทศ และต่างประเทศ ไทยออยล์ยังคงมั่นใจในศักยภาพ และโอกาสการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเร่งบริหารจัดการโครงการพลังงานสะอาด (Clean Fuel Project หรือ CFP) ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการเสริมความแข็งแกร่งให้กับไทยออยล์ และสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศ นายบัณฑิต ธรรมประจำจิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “แม้เศรษฐกิจโลก และเศรษฐกิจไทยยังคงมีความผันผวน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/thaioil-clean-fuel-project/">ไทยออยล์เผยกลยุทธ์ธุรกิจปี 2568 และเร่งบริหารจัดการโครงการ CFP</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) (“ไทยออยล์”) เผยกลยุทธ์ธุรกิจปี 2568 มุ่งสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนแม้ภาพรวมอุตสาหกรรมพลังงาน และปิโตรเคมีในปีหน้ายังคงมีความท้าทายทั้งตลาดในประเทศ และต่างประเทศ ไทยออยล์ยังคงมั่นใจในศักยภาพ และโอกาสการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเร่งบริหารจัดการโครงการพลังงานสะอาด (Clean Fuel Project หรือ CFP) ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการเสริมความแข็งแกร่งให้กับไทยออยล์ และสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศ</strong></p>
<p><span id="more-36716"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายบัณฑิต ธรรมประจำจิต</strong></span> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่า “แม้เศรษฐกิจโลก และเศรษฐกิจไทยยังคงมีความผันผวน แต่ยังคงมีปัจจัยบวกที่จะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมพลังงาน และโรงกลั่นในปี 2568 อยู่บ้าง โดยความต้องการน้ำมันอากาศยานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากการเติบโตของเที่ยวบินพาณิชย์ โดยเฉพาะในเอเชียที่มีอัตราการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องภายหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 คลี่คลายลงซึ่งไทยออยล์ครองส่วนแบ่งทางการตลาดสูงสุดประมาณ 50% รวมถึงอุปสงค์ของน้ำมันดีเซลที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นจากการเติบโตทางเศรษฐกิจในเอเชีย ส่วนตลาดน้ำมันเบนซินแม้ความต้องการใช้ยังคงเติบโตแต่อาจจะได้รับแรงกดดันจากอุปทานของโรงกลั่นใหม่ที่จะเริ่มดำเนินการผลิตในปีหน้า ทำให้ค่าการกลั่นมีแนวโน้มฟื้นตัวได้บ้างในปี 2568 อย่างไรก็ตาม คาดว่ายังคงจะเป็นปัจจัยบวก<br />
ต่อธุรกิจโรงกลั่นในระยะยาว”</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36717" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/AW-Thaioil.jpg" alt="ไทยออยล์" width="650" height="708" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/AW-Thaioil.jpg 650w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/AW-Thaioil-275x300.jpg 275w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/AW-Thaioil-150x163.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/AW-Thaioil-459x500.jpg 459w" sizes="(max-width: 650px) 100vw, 650px" /></p>
<p>ไทยออยล์พร้อมรับมือกับความท้าทาย และคว้าโอกาสในการเติบโตโดยกำหนดกลยุทธ์หลัก 4 ด้านในปี 2568 ประกอบด้วย</p>
<ul>
<li><strong>เสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจโรงกลั่น (Strengthen Refinery Business)</strong> <strong>และเร่งเดินหน้าโครงการพลังงานสะอาด (CFP)</strong> : ไทยออยล์ให้ความสำคัญกับโครงการพลังงานสะอาดที่ถือเป็นกุญแจหลักในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับไทยออยล์ในระยะยาว รวมถึงการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ในการเพิ่มผลผลิต (Productivity Improvement) เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขัน และควบคุมต้นทุนสำหรับความคืบหน้าโครงการ CFP มีความสำเร็จส่วนแรก คือ การทดลองเดินเครื่องจักรหน่วยกำจัดกำมะถันในน้ำมันดีเซล (HDS-4) ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2567 เพื่อรองรับการผลิตน้ำมันดีเซลมาตรฐาน Euro 5 ซึ่งสนับสนุนนโยบายการใช้น้ำมันที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นของภาครัฐในต้นปี 2567 โครงการ CFP อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างหน่วยผลิตต่างๆ และได้นำเครื่องจักรหลักเข้ามาในพื้นที่ก่อสร้างเป็นที่เรียบร้อยแล้วตั้งแต่ช่วงปลายปี 2566 ที่ผ่านมา ทั้งนี้หน่วยกลั่นน้ำมันดิบที่ 4 (CDU-4) มีความคืบหน้าไปมากกว่าส่วนงานอื่นๆ ในขณะที่หน่วย Residue Hydrocracking Unit (RHCU) ซึ่งเป็นหน่วยเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ โดยเปลี่ยนน้ำมันเตา และยางมะตอยให้เป็นน้ำมันอากาศยานและน้ำมันดีเซลนั้น อยู่ระหว่างเร่งติดตั้งอุปกรณ์เครื่องจักรและเชื่อมต่อระบบท่อต่างๆ โดยเป็นหน่วยผลิตที่มีความสลับซับซ้อนอยู่ในพื้นที่จำกัด จึงมีความคืบหน้าของงานน้อยกว่าหน่วยผลิตอื่น</li>
<li><strong>ขยายห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain Extension)</strong>: มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง สำหรับการใช้งานในอุตสาหกรรมต่างๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงการสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจทั้งใน และต่างประเทศ เพื่อขยายช่องทางการจำหน่าย และขยายตลาดไปยังประเทศที่มีศักยภาพสูง เช่น เวียดนาม อินโดนีเซีย และอินเดีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการต่อยอดธุรกิจสารเคมีในกลุ่มสารฆ่าหรือยับยั้งเชื้อโรคและสารลดแรงตึงผิว (Disinfectant &amp; Surfactants: D+S) โดยมีบทบาทสำคัญในตลาดผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและลดความเสี่ยงในการติดเชื้อที่มีแนวโน้มเติบโตสูง นอกจากนี้ ภายใต้แนวทางการดำเนินงาน TOP for The Great Future ไทยออยล์ยังเดินหน้าศึกษาธุรกิจใหม่ๆ ร่วมกับ กลุ่ม ปตท. และพันธมิตรอื่นๆ เช่น Bio surfactant, Blue หรือ Green Hydrogen, น้ำมันอากาศยานชีวภาพ (Bio Jet),การดักจับ กักเก็บ และใช้ประโยชน์จากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CCUS)</li>
<li><strong>เสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการเงิน (Financial Strength)</strong>: ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการต้นทุน และค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการบริหารความเสี่ยงด้านราคาสินค้าโภคภัณฑ์และอัตราแลกเปลี่ยนอย่างรอบคอบ เพื่อรักษาสภาพคล่องทางการเงิน และรักษาอันดับความน่าเชื่อถือให้อยู่ในระดับน่าลงทุน ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน</li>
<li><strong>ขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืน (Drive for Sustainability)</strong>: มุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) โดยมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การสร้างคุณค่าให้กับสังคม และชุมชน ผ่านโครงการต่างๆ เช่น<br />
การส่งเสริมการศึกษา การสร้างอาชีพ และการเข้าถึงสาธารณสุขในพื้นที่ห่างไกล</li>
</ul>
<p><strong>นายบัณฑิต</strong> กล่าวเสริมว่า “เรามั่นใจว่ากลยุทธ์ทั้ง 4 ด้านนี้จะช่วยให้ไทยออยล์สามารถรับมือกับความท้าทายและบรรลุเป้าหมายการเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาว พร้อมสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมให้กับผู้ถือหุ้น และสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศไทย”</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36719" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/CFP-1.2_.jpg" alt="โครงการพลังงานสะอาด (Clean Fuel Project หรือ CFP)" width="740" height="555" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/CFP-1.2_.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/CFP-1.2_-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/CFP-1.2_-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/CFP-1.2_-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>ทั้งนี้ ไทยออยล์มีความเป็นห่วงต่อสถานการณ์ในปัจจุบันที่กลุ่มบริษัทผู้รับเหมาช่วงของ UJV &#8211; Samsung E&amp;A (Thailand) Co., Ltd. (“Samsung”), Petrofac South East Asia Pte. Ltd. (“Petrofac”) และ Saipem Singapore Pte. Ltd. (“Saipem”) ได้ลงมติจะไม่ดำเนินงานก่อสร้างโครงการ CFP หาก UJV– Samsung, Petrofac และ Saipem ไม่ชำระหนี้ค้างชำระทั้งหมด ซึ่งไทยออยล์ตระหนักถึงความเดือดร้อนของผู้รับเหมาช่วงที่ไม่ได้รับเงินดังกล่าว โดยไทยออยล์ได้มีการทำหนังสือเร่งรัดให้ UJV – Samsung, Petrofac และ Saipem ตลอดจนบริษัทแม่ของ UJV– Samsung, Petrofac และ Saipem ชำระค่าตอบแทนค้างจ่ายให้แก่บริษัทผู้รับเหมาช่วงมาโดยตลอด เพราะเป็นหน้าที่ตามเงื่อนไขของสัญญารับเหมาช่วง</p>
<p>จากกรณีดังกล่าว ไทยออยล์และผู้รับเหมาช่วง ต่างเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการไม่ทำตามสัญญาของ UJV – Samsung, Petrofac และ Saipem ดังนั้น การเร่งบริหารจัดการโครงการ CFP จึงเป็นเป้าหมายหลัก และเร่งด่วนที่ไทยออยล์มุ่งมั่นในการดำเนินการก่อสร้างโครงการ CFP ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว โดยได้ติดตามความคืบหน้าเหตุการณ์ล่าสุดอย่างใกล้ชิด และได้ประเมินผลกระทบทั้งด้านแผนงานของโครงการ (Project Timeline) ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น และผลกระทบต่อระบบนิเวศทางธุรกิจ รวมทั้งเร่งดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อบรรเทาความเสียหายที่เกิดขึ้นกับไทยออยล์ ตลอดจนเตรียมแนวทางดำเนินการที่เหมาะสมเพื่อผลักดันการเดินหน้าโครงการ CFP ให้แล้วเสร็จอย่างละเอียดรอบคอบ โดยคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของไทยออยล์และผู้ถือหุ้นเป็นสำคัญ ซึ่งปัจจุบัน คาดว่าจะมีความชัดเจนในช่วงต้นปี 2568 ถึงแม้ว่า สถานการณ์การเรียกร้องค่าตอบแทนค้างจ่ายของผู้รับเหมาช่วงจาก UJV– Samsung, Petrofac และ Saipem จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินโครงการ CFP ให้ล่าช้า แต่ก็ไม่ได้ทำให้โครงการ CFP จะต้องเลื่อนเปิดดำเนินการออกไปอย่างไม่มีกำหนดแต่อย่างใด</p>
<p>แม้จะยังคงมีอุปสรรคและความท้าทายอีกมาก ไทยออยล์ยังมุ่งมั่นที่จะเร่งดำเนินการก่อสร้างโครงการ CFP ให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจ และเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานและสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/thaioil-clean-fuel-project/">ไทยออยล์เผยกลยุทธ์ธุรกิจปี 2568 และเร่งบริหารจัดการโครงการ CFP</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/thaioil-clean-fuel-project/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“ไทยออยล์” เผยผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2567 ภาพรวมปรับลดลงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับไตรมาสแรก</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/thaioil-q2-67/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/thaioil-q2-67/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 09 Aug 2024 06:29:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันดิบ]]></category>
		<category><![CDATA[ผลการดำเนินงาน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงกลั่น]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยออยล์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=35167</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2567 ภาพรวมผลการดำเนินงานปรับลดลงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2567 นายบัณฑิต ธรรมประจำจิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP เปิดเผยว่า “ในไตรมาส 2/2567 กลุ่มไทยออยล์มีกำไรสุทธิ 5,547 ล้านบาท ปรับลดลงจากไตรมาสที่ 1 เล็กน้อย จากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์กับน้ำมันดิบดูไบได้รับแรงกดดันจากอุปทานที่ปรับเพิ่มขึ้นจากการเริ่มดำเนินการของโรงกลั่นในแถบแอฟริกา รวมถึงการส่งออกจากเอเชียไปยุโรปทำได้ยากขึ้น ด้านธุรกิจอะโรเมติกส์ปรับตัวดีขึ้นจากส่วนต่างราคาสารพาราไซลีนและสารเบนซีนกับน้ำมันเบนซิน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/thaioil-q2-67/">“ไทยออยล์” เผยผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2567 ภาพรวมปรับลดลงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับไตรมาสแรก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2567 ภาพรวมผลการดำเนินงานปรับลดลงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2567 </strong></p>
<p><span id="more-35167"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายบัณฑิต ธรรมประจำจิต</strong></span> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)</strong> หรือ <strong>TOP</strong> เปิดเผยว่า “ในไตรมาส 2/2567 กลุ่มไทยออยล์มีกำไรสุทธิ 5,547 ล้านบาท ปรับลดลงจากไตรมาสที่ 1 เล็กน้อย จากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์กับน้ำมันดิบดูไบได้รับแรงกดดันจากอุปทานที่ปรับเพิ่มขึ้นจากการเริ่มดำเนินการของโรงกลั่นในแถบแอฟริกา รวมถึงการส่งออกจากเอเชียไปยุโรปทำได้ยากขึ้น ด้านธุรกิจอะโรเมติกส์ปรับตัวดีขึ้นจากส่วนต่างราคาสารพาราไซลีนและสารเบนซีนกับน้ำมันเบนซิน 95 ปรับเพิ่มขึ้นจากอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นในช่วงปลายฤดูร้อนของประเทศส่วนใหญ่ในภูมิภาคเอเชียที่นำไปใช้ในอุตสาหกรรมปลายน้ำสำหรับการผลิตขวดน้ำดื่ม และอุปทานที่ตึงตัวจากการปิดซ่อมบำรุงประจำปีของผู้ผลิตสารอะโรมาติกส์ในภูมิภาค นอกจากนี้ ธุรกิจผลิตสารตั้งต้นสำหรับผลิตภัณฑ์สารทำความสะอาดปรับตัวดีขึ้นหลังได้รับแรงหนุนจากความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ซักล้างที่เพิ่มขึ้นในช่วงฤดูร้อนของประเทศส่วนใหญ่ในภูมิภาคเอเชีย สำหรับธุรกิจผลิตน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานปรับตัวลดลงจากส่วนต่างราคาของน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานและยางมะตอยกับน้ำมันเตาจากราคาน้ำมันเตาที่ปรับเพิ่มขึ้น</p>
<p><!--more--></p>
<p>ราคาน้ำมันดิบในไตรมาส 2/2567 ปรับตัวสูงขึ้นจากไตรมาส 1/2567 จากความกังวลเรื่องอุปทานน้ำมันดิบตึงตัวจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ยังมีความไม่แน่นอน ประกอบกับกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันดิบโอเปกและพันธมิตร (OPEC+) ยังคงขยายระยะเวลาปรับลดกำลังการผลิตต่อเนื่องไปถึงไตรมาส 3 ของปี 2567 ส่งผลให้กลุ่มไทยออยล์มีกำไรจากสต๊อกน้ำมัน 1,395 ล้านบาท หรือ 1.4 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล และมีกำไรขั้นต้นจากการผลิตของกลุ่มรวมผลกระทบจากสต๊อกน้ำมันอยู่ที่ 7.0 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลในไตรมาส 2 ของปี 2567 ลดลง 3.5 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลจากไตรมาส 1 ของปี 2567”</p>
<p><strong>นายบัณฑิตฯ</strong> กล่าวเพิ่มเติมว่า “สำหรับภาพรวมธุรกิจโรงกลั่นในช่วงครึ่งหลังของปี มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสที่ 2 โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการใช้น้ำมันที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาล ทั้งในช่วงฤดูกาลขับขี่ของสหรัฐฯ การเดินทางทางอากาศที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และความต้องการใช้น้ำมันเพื่อทำความร้อน ทั้งนี้ ค่าการกลั่นยังได้รับแรงหนุนจากปริมาณน้ำมันสำเร็จรูปคงคลังที่แม้จะเพิ่มขึ้น แต่ยังคงอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ย 5 ปี<br />
นอกจากนี้ ในช่วงเดือน ส.ค.-ต.ค. ตลาดยังคงจับตาสถานการณ์พายุเฮอริเคนในทะเลแอตแลนติกที่คาดว่าปีนี้จะมีจำนวนมากกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อทั้งอุปสงค์และอุปทาน อย่างไรก็ตาม การเปิดดำเนินการของโรงกลั่นใหม่ในแอฟริกาจะส่งผลกดดันให้ค่าการกลั่นปรับเพิ่มขึ้นในระดับที่จำกัด ขณะที่ความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจโลก อันเนื่องจากตัวเลขทางเศรษฐกิจทั้งสหรัฐฯ และจีนที่ไม่ดีนัก อาจกดดันราคาน้ำมันดิบในครึ่งปีหลัง&#8221;</p>
<p><strong>ทั้งนี้ ไทยออยล์จะติดตามแนวโน้มเศรษฐกิจโลกและสถานการณ์ตลาดอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับความผันผวนต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงแสวงหาโอกาสในธุรกิจใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ Megatrends เพื่อต่อยอดไปสู่การเติบโตที่ยั่งยืนระดับองค์กร 100 ปี ภายใต้วิสัยทัศน์ “สร้างสรรค์คุณภาพชีวิต ด้วยพลังงานและเคมีภัณฑ์ที่ยั่งยืน”</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/thaioil-q2-67/">“ไทยออยล์” เผยผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2567 ภาพรวมปรับลดลงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับไตรมาสแรก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/thaioil-q2-67/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“ไทยออยล์” ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2566 ภาพรวมธุรกิจฯ ดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2566 กำไรสุทธิ 10,828 ล้านบาท</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/thaioil-q3-2566/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/thaioil-q3-2566/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 10 Nov 2023 02:07:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[TOP]]></category>
		<category><![CDATA[ผลการดำเนินงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยออยล์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=30914</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP ผู้ประกอบธุรกิจการกลั่นและจำหน่ายนํ้ามันปิโตรเลียมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ปี 2566 ดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2566 มีกำไรสุทธิ 10,828 ล้านบาท นายบัณฑิต ธรรมประจำจิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP เปิดเผยว่า “ในไตรมาส 3/2566 กลุ่มไทยออยล์มีกำไรสุทธิ 10,828&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/thaioil-q3-2566/">“ไทยออยล์” ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2566 ภาพรวมธุรกิจฯ ดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2566 กำไรสุทธิ 10,828 ล้านบาท</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP ผู้ประกอบธุรกิจการกลั่นและจำหน่ายนํ้ามันปิโตรเลียมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ปี 2566 ดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2566 มีกำไรสุทธิ 10,828 ล้านบาท</strong></p>
<p><span id="more-30914"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายบัณฑิต ธรรมประจำจิต</strong></span> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)</strong> หรือ <strong>TOP</strong> เปิดเผยว่า “ในไตรมาส 3/2566 กลุ่มไทยออยล์มีกำไรสุทธิ 10,828 ล้านบาท เป็นผลมาจากอุปทานน้ำมันสำเร็จรูปที่ตึงตัวจากการปิดซ่อมบำรุงของโรงกลั่นในสหรัฐฯ และยุโรป ตลอดจนการประกาศห้ามส่งออกน้ำมันดีเซลและน้ำมันเบนซินชั่วคราวของประเทศรัสเซีย ส่วนต่างราคาน้ำมันอากาศยาน และส่วนต่างราคาน้ำมันดีเซลเมื่อเปรียบเทียบกับราคาน้ำมันดิบดูไบปรับตัวเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับธุรกิจผลิตสารตั้งต้นสำหรับผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด (LAB) ที่ปรับตัวดีขึ้นเช่นกัน ในขณะที่ธุรกิจอะโรเมติกส์ได้รับแรงกดดันจากราคาวัตถุดิบที่อยู่ในระดับสูงและการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศจีนที่ไม่เป็นไปตามคาดการณ์ ส่วนธุรกิจน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานได้รับผลกระทบจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจของประเทศจีนที่ชะลอตัวลงและความต้องการใช้น้ำมันหล่อลื่นในภูมิภาคที่ลดลงในช่วงฤดูฝน”</p>
<p>ราคาน้ำมันดิบไตรมาส 3/2566 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน เนื่องจากอุปทานน้ำมันดิบมีแนวโน้มตึงตัวมากขึ้น หลังประเทศซาอุดิอาระเบียปรับลดกำลังการผลิตเพิ่มเติม และประเทศรัสเซียปรับลดการส่งออก ส่งผลให้กลุ่มไทยออยล์มีกำไรจากสต็อกน้ำมัน 9,638 ล้านบาท และมีกำไรขั้นต้นจากการผลิตของกลุ่มรวมผลกระทบจากสต็อกน้ำมันอยู่ที่ 23.3 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล</p>
<p>นายบัณฑิต กล่าวเพิ่มเติมว่า “ภาพรวมธุรกิจกลุ่มไทยออยล์ในช่วง 3 เดือนหลังของปี คาดการณ์ว่า ยังอยู่ในระดับที่ดี เนื่องจากมีความต้องการใช้น้ำมันเพื่อทำความร้อนในช่วงฤดูหนาว และภาคการท่องเที่ยวที่ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับราคาน้ำมันดิบที่คาดการณ์ว่าจะยังคงอยู่ในระดับสูง เนื่องจากประเทศซาอุดิอาระเบียและประเทศรัสเซียประกาศปรับลดกำลังการผลิตจนถึงสิ้นปี สำหรับธุรกิจอะโรเมติกส์คาดการณ์ว่า จะได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูหนาว และความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์เครื่องดื่ม (PET) ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูท่องเที่ยวและเทศกาลปีใหม่ และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีน นอกจากนี้ ยังคาดการณ์ว่า ธุรกิจน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานจะปรับตัวดีขึ้นเช่นกัน เนื่องจากอุปทานลดลงจากการปิดตัวลงอย่างถาวรของโรงผลิตน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานกรุ๊ป 1 ในญี่ปุ่น ทั้งนี้ ไทยออยล์จะยังคงติดตามสถานการณ์ตลาดอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ตลาดที่ผันผวน เพื่อผลการดำเนินงานที่ดีอย่างต่อเนื่อง”</p>
<hr />
<p>ที่มา: บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/thaioil-q3-2566/">“ไทยออยล์” ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2566 ภาพรวมธุรกิจฯ ดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2566 กำไรสุทธิ 10,828 ล้านบาท</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/thaioil-q3-2566/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไทยออยล์ส่งมอบระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ให้โรงพยาบาลใน อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/thaioil-sustainable-energy-for-healthcare-education-2/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/thaioil-sustainable-energy-for-healthcare-education-2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 01 Nov 2023 02:19:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Energy for Healthcare & Education]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านหนองไทร]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[โรงพยาบาลพนัสนิคม]]></category>
		<category><![CDATA[โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยออยล์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=30797</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ไทยออยล์” ส่งมอบระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ให้แก่ โรงพยาบาลพนัสนิคม และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนาวังหิน และบ้านหนองไทร ลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับโรงพยาบาลเพื่อนำผลประหยัดไปพัฒนาการให้บริการรักษาพยาบาลประชาชนกับทั้งยังเป็นการสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก นายวิโรจน์ มีนะพันธ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่-ด้านกำกับองค์กรและกิจการสัมพันธ์ กล่าวว่าบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ดำเนินโครงการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อมอบให้กับหน่วยงานสาธารณสุขและสถานศึกษามาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดที่ยั่งยืน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยนำความรู้ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญของบุคลากรไทยออยล์ทางด้านวิศวกรรมและพลังงานมาเชื่อมโยงสู่การช่วยเหลือสังคม ภายใต้แนวคิด “Sustainable Energy for Healthcare &#38; Education” ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านกระแสไฟฟ้า เพื่อนำผลประหยัดไปปรับปรุงและพัฒนาการให้บริการทางการแพทย์แก่ประชาชน และเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนการสอนของครูและนักเรียนในพื้นที่ห่างไกล โดยที่ผ่านมาได้ดำเนินการไปแล้วทั้งหมด&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/thaioil-sustainable-energy-for-healthcare-education-2/">ไทยออยล์ส่งมอบระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ให้โรงพยาบาลใน อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>“ไทยออยล์” ส่งมอบระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ให้แก่ โรงพยาบาลพนัสนิคม และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนาวังหิน และบ้านหนองไทร ลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับโรงพยาบาลเพื่อนำผลประหยัดไปพัฒนาการให้บริการรักษาพยาบาลประชาชนกับทั้งยังเป็นการสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก</strong></p>
<p><span id="more-30797"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายวิโรจน์ มีนะพันธ์</strong></span> <strong>รองกรรมการผู้จัดการใหญ่-ด้านกำกับองค์กรและกิจการสัมพันธ์ กล่าวว่าบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)</strong> ดำเนินโครงการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อมอบให้กับหน่วยงานสาธารณสุขและสถานศึกษามาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดที่ยั่งยืน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยนำความรู้ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญของบุคลากรไทยออยล์ทางด้านวิศวกรรมและพลังงานมาเชื่อมโยงสู่การช่วยเหลือสังคม ภายใต้แนวคิด “Sustainable Energy for Healthcare &amp; Education” ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านกระแสไฟฟ้า เพื่อนำผลประหยัดไปปรับปรุงและพัฒนาการให้บริการทางการแพทย์แก่ประชาชน และเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนการสอนของครูและนักเรียนในพื้นที่ห่างไกล โดยที่ผ่านมาได้ดำเนินการไปแล้วทั้งหมด 7 โครงการ ขนาดกำลังการผลิตกระแสไฟฟ้ารวม 255 กิโลวัตต์</p>
<p>ล่าสุด ไทยออยล์ได้ทำพิธีส่งมอบระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ให้กับโรงพยาบาลพนัสนิคม และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) นาวังหินและบ้านหนองไทร อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี ขนาดกำลังการผลิตกระแสไฟฟ้ารวม 72 กิโลวัตต์ ทำให้โรงพยาบาลสามารถประหยัดค่าไฟฟ้ารวม 455,000 บาทต่อปี และลดก๊าซเรือนกระจกได้ 46.4 ตันต่อปี โดยโรงพยาบาลได้นำผลประหยัดจากการติดตั้งระบบฯ ไปจัดทำโครงการ “การเข้าถึงการรักษาพยาบาลของผู้ป่วยวัณโรคด้อยโอกาส” และจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์รักษาผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>แพทย์หญิงขนิษฐา เจริญขจรชัย</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพนัสนิคม</strong> กล่าวขอบคุณไทยออยล์ ที่เข้ามาสนับสนุนโครงการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ให้กับโรงพยาบาลพนัสนิคมช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายของโรงพยาบาล ทำให้โรงพยาบาลสามารถนำผลประหยัดค่ากระแสไฟฟ้าไปจัดทำโครงการ “การเข้าถึงการรักษาพยาบาลของผู้ป่วยวัณโรคด้อยโอกาส” นอกจากนี้ยังสอดคล้องกับนโยบายด้านการอนุรักษ์พลังงานของกระทรวงสาธารณสุข ที่มุ่งเน้นให้โรงพยาบาลเข้าถึงพลังงานทางเลือก ขณะเดียวกันยังเป็นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอีกด้วย</p>
<p><strong>ปัจจุบันโรงพยาบาลพนัสนิคม ถือเป็นศูนย์กลางการให้บริการกับประชาชนโดยมีโรงพยาบาลเครือข่ายในการส่งต่อผู้ป่วยวัณโรคที่ซับซ้อนมากมารักษาที่โรงพยาบาลฯ ผลจากโครงการติดตั้งระบบผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ของไทยออยล์จะช่วยให้โรงพยาบาลสามารถช่วยเหลือผู้ป่วยด้อยโอกาสได้ดียิ่งขึ้น</strong></p>
<table style="border-left: 10px solid #6cb742; background-color: #f9f9f9; margin-bottom: 25px;" width="100%">
<tbody>
<tr valign="middle">
<td style="vertical-align: middle; padding: 10px;"><strong>เกี่ยวกับโครงการ “<span style="color: #6cb742;">Sustainable Energy for Healthcare &amp; Education</span>”</strong></p>
<p>“ไทยออยล์” ได้ดำเนินโครงการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ให้กับโรงพยาบาลและโรงเรียนแล้ว จำนวน 7 โครงการฯ รวมกำลังการผลิตติดตั้ง 255 กิโลวัตต์ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 265 ตันต่อปี ช่วยสร้างผลประหยัดให้กับโรงพยาบาลและโรงเรียนรวม 1.4 ล้านบาท ซึ่งค่าใช้จ่ายที่ประหยัดได้ ทางโรงพยาบาลและโรงเรียนสามารถนำไปต่อยอดสร้างประโยชน์ให้กับชุมชนและสังคม เช่น โครงการธนาคารอุปกรณ์ทางการแพทย์และศูนย์ซ่อมบำรุงดัดแปลงอุปกรณ์เครื่องช่วยความพิการโรงพยาบาลแหลมฉบัง จัดจ้างบุคลากรและเจ้าหน้าที่สนับสนุนงานของโรงพยาบาลเกาะสีชัง เพิ่มขีดความสามารถงานบริการทางการแพทย์ ให้กับผู้ป่วยยาเสพติดให้กับโรงพยาบาลธัญญารักษ์ ตลอดจนสร้างความเสถียรภาพของพลังงานไฟฟ้าและสามารถเก็บรักษาวัคซีน เซรุ่มให้กับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในพื้นที่ใกล้เคียง เป็นต้น</p>
<p>โครงการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ นอกจากเปิดโอกาสการเข้าถึงการใช้พลังงานทางเลือกให้กับโรงพยาบาลและโรงเรียนต่างๆ แล้ว ทางไทยออยล์ยังส่งมอบความรู้ สร้างเสริมประสบการณ์ในกระบวนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ให้กับบุคลากรโรงพยาบาลและจิตอาสากลุ่มไทยออยล์ ซึ่งจะช่วยให้ทางโรงพยาบาลและโรงเรียนสามารถดูแลและบริหารจัดการกระบวนการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ได้เอง และยังสามารถนำองค์ความรู้เพิ่มเติมที่ได้ไปใช้ในหน่วยงานให้เกิดประโยชน์สูงสุดการดำเนินโครงการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ถือเป็นโครงการที่ให้ประโยชน์ต่อสังคมและชุมชนอย่างชัดเจน ทั้งการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านกระแสไฟฟ้า และนำผลประหยัดค่าไฟฟ้ามาดำเนินโครงการต่อยอดสร้างประโยชน์ให้กับสังคม รวมทั้งยังเป็นการส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกไปพร้อมๆ กัน</p>
<p>“ไทยออยล์” ยังคงเดินหน้าโครงการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ต่อเนื่อง เพื่อสร้างการเข้าถึงพลังงานทางเลือกให้กับโรงพยาบาลและโรงเรียนที่มีความต้องการ และต้องการความช่วยเหลือต่อไป ตอกย้ำพันธกิจ “Sustainable Energy for Healthcare &amp; Education” ที่ต้องการช่วยเหลือและรับผิดชอบต่อสังอย่างยั่งยืน</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<hr />
<p>ที่มา: บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/thaioil-sustainable-energy-for-healthcare-education-2/">ไทยออยล์ส่งมอบระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ให้โรงพยาบาลใน อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/thaioil-sustainable-energy-for-healthcare-education-2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไทยออยล์ แจ้งสถานการณ์น้ำมันดิบรั่วไหล คลี่คลาย ไม่พบคราบน้ำมันแล้ว กองทัพเรือแถลงปิดศูนย์ควบคุมการปฏิบัติการ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/thaioi-navalcivil-news-update/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/thaioi-navalcivil-news-update/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 08 Sep 2023 02:48:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[คราบน้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[ชลบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[สถานการณ์น้ำมันดิบรั่วไหล]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยออยล์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=29751</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) (บริษัทฯ) แจ้งสถานการณ์น้ำมันดิบรั่วไหลบริเวณทุ่นผูกเรือกลางทะเล (SBM-2) คลี่คลาย โดยล่าสุดจากการสำรวจทั้งทางอากาศและเรือลาดตระเวน เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 7 กันยายน 2566 ไม่พบคราบน้ำมันอีก และด้วยสถานการณ์ที่อยู่ภายใต้การควบคุมแล้ว กองทัพเรือจึงมีคำสั่งปิดศูนย์ควบคุมการปฏิบัติการในการป้องกันและขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมันของกองทัพเรือ ในพื้นที่รับผิดชอบของทัพเรือภาคที่ ๑ อย่างไรก็ตาม จะยังคงมีการเฝ้าระวังและสำรวจคราบน้ำมันอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งจัดเตรียมกำลังพลและเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ สำหรับแก้ไขสถานการณ์หากพบเห็นคราบน้ำมัน โดยนับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ บริษัทฯ ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ออกสำรวจและเฝ้าระวังสภาพชายฝั่งทะเลของเกาะสีชัง เกาะท้ายตาหมื่น เกาะค้างคาว เกาะลอย รวมถึงชายหาดบางพระ ไม่ปรากฏคราบน้ำมันบนชายหาดต่างๆ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/thaioi-navalcivil-news-update/">ไทยออยล์ แจ้งสถานการณ์น้ำมันดิบรั่วไหล คลี่คลาย ไม่พบคราบน้ำมันแล้ว กองทัพเรือแถลงปิดศูนย์ควบคุมการปฏิบัติการ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) (บริษัทฯ) แจ้งสถานการณ์น้ำมันดิบรั่วไหลบริเวณทุ่นผูกเรือกลางทะเล (SBM-2) คลี่คลาย โดยล่าสุดจากการสำรวจทั้งทางอากาศและเรือลาดตระเวน เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 7 กันยายน 2566 ไม่พบคราบน้ำมันอีก และด้วยสถานการณ์ที่อยู่ภายใต้การควบคุมแล้ว กองทัพเรือจึงมีคำสั่งปิดศูนย์ควบคุมการปฏิบัติการในการป้องกันและขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมันของกองทัพเรือ ในพื้นที่รับผิดชอบของทัพเรือภาคที่ ๑ อย่างไรก็ตาม จะยังคงมีการเฝ้าระวังและสำรวจคราบน้ำมันอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งจัดเตรียมกำลังพลและเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ สำหรับแก้ไขสถานการณ์หากพบเห็นคราบน้ำมัน</strong></p>
<p><span id="more-29751"></span></p>
<p>โดยนับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ บริษัทฯ ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ออกสำรวจและเฝ้าระวังสภาพชายฝั่งทะเลของเกาะสีชัง เกาะท้ายตาหมื่น เกาะค้างคาว เกาะลอย รวมถึงชายหาดบางพระ ไม่ปรากฏคราบน้ำมันบนชายหาดต่างๆ แต่อย่างใด</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>พลเรือตรี พาสุกรี วิลัยรักษ์</strong></span> <strong>รองเจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารเรือ</strong> กล่าวว่า “ตามที่ทุกหน่วยงานได้ดำเนินการตามหน้าที่ร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ โดยสถานการณ์ปัจจุบันตรวจไม่พบคราบน้ำมันทั้งในทะเลและชายฝั่ง รวมถึงใต้น้ำบริเวณปะการังที่เป็นจุดอ่อนไหว จึงขอยุติการปฏิบัติงานของศูนย์ควบคุมการปฏิบัติการฯ เพื่อส่งมอบหน้าที่ให้กรมเจ้าท่าซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์ประสานงานตามแผนป้องกันและขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมันแห่งชาติ ไทยออยล์ และหน่วยที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการในการติดตามสถานการณ์ เฝ้าระวัง และฟื้นฟู กรณีมีผู้ได้รับผลกระทบให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยต่อไป”</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายบัณฑิต ธรรมประจำจิต</strong></span> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวแสดงความเสียใจและขออภัยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและกล่าวเพิ่มเติมว่า “ทันทีที่เกิดเหตุการณ์บริษัทฯ ได้ทุ่มสรรพกำลังและทรัพยากร พร้อมประสานขอความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ในการแก้ไขสถานการณ์ ป้องกันและบรรเทาผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม จนทำให้สถานการณ์กลับมาอยู่ภายใต้การควบคุมและคลี่คลายลงอย่างรวดเร็ว”</p>
<p>พร้อมทั้งกล่าวขอบคุณการสนับสนุนและความร่วมมือเป็นอย่างดี ของหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ได้แก่ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ทัพเรือภาคที่ 1 กรมเจ้าท่า กรมควบคุมมลพิษ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดชลบุรี กองบังคับการตำรวจน้ำ ท่าเรือแหลมฉบัง ภาคีเครือข่ายจากสมาคมอนุรักษ์สภาพแวดล้อมของกลุ่มอุตสาหกรรมน้ำมัน (IESG) รวมถึงสื่อมวลชนที่ช่วยเผยแพร่ข่าวสารที่ถูกต้องให้สาธารณชนได้รับทราบ</p>
<p>“สำหรับสาเหตุของการเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว บริษัทฯ อยู่ระหว่างการตรวจสอบในรายละเอียดโดยร่วมมือกับทีมผู้เชี่ยวชาญทางเทคนิคและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจนและถูกต้อง พร้อมกันนี้ บริษัทฯ จะให้ความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ของภาครัฐอย่างเต็มที่ในการติดตามตรวจสอบและดำเนินการต่างๆ เพื่อให้มั่นใจว่าสภาพสิ่งแวดล้อมทางทะเลจะไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว” <strong>นายบัณฑิต</strong> กล่าวเสริม</p>
<hr />
<p>ที่มา: บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/thaioi-navalcivil-news-update/">ไทยออยล์ แจ้งสถานการณ์น้ำมันดิบรั่วไหล คลี่คลาย ไม่พบคราบน้ำมันแล้ว กองทัพเรือแถลงปิดศูนย์ควบคุมการปฏิบัติการ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/thaioi-navalcivil-news-update/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไทยออยล์ แจงน้ำมันดิบรั่วไหลกลางทะเล – เร่งกำจัดคราบน้ำมัน คพ. คาดคลื่นซัดเข้าฝั่ง บริเวณหาดบางพระ ถึงอ่าวอุดม จ.ชลบุรี</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/thaioil-pcd-news-update/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/thaioil-pcd-news-update/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 05 Sep 2023 02:36:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[กรมควบคุมมลพิษ]]></category>
		<category><![CDATA[คราบน้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[ชลบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันดิบรั่วกลางทะเล]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยออยล์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=29681</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากกรณีเหตุการณ์น้ำมันดิบรั่วไหลบริเวณทุ่นผูกเรือกลางทะเล (SBM-2) ของโรงกลั่นน้ำมันไทยออยล์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2566 เวลา 21.00 น. โดยมีปริมาณน้ำมันรั่วไหลประมาณ 45,000 – 70,000 ลิตร ไทยออยล์ได้ดำเนินการควบคุมสถานการณ์บริเวณที่เกิดเหตุโดยทันที ด้านกรมควบคุมมลพิษ ได้ใช้แบบจำลอง OILMAP คาดการณ์แนวทางการเคลื่อนตัวของคราบน้ำมัน พบว่าคราบน้ำมันได้เคลื่อนตัวมาทางด้านทิศตะวันออกของเกาะสีชัง บริเวณแหลมหินขาว เกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี ไทยออยล์ ชี้แจงปมน้ำมันดิบรั่วกลางทะเล &#8211; เร่งกำจัดคราบน้ำมัน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/thaioil-pcd-news-update/">ไทยออยล์ แจงน้ำมันดิบรั่วไหลกลางทะเล – เร่งกำจัดคราบน้ำมัน คพ. คาดคลื่นซัดเข้าฝั่ง บริเวณหาดบางพระ ถึงอ่าวอุดม จ.ชลบุรี</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>จากกรณีเหตุการณ์น้ำมันดิบรั่วไหลบริเวณทุ่นผูกเรือกลางทะเล (SBM-2) ของโรงกลั่นน้ำมันไทยออยล์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2566 เวลา 21.00 น. โดยมีปริมาณน้ำมันรั่วไหลประมาณ 45,000 – 70,000 ลิตร ไทยออยล์ได้ดำเนินการควบคุมสถานการณ์บริเวณที่เกิดเหตุโดยทันที ด้านกรมควบคุมมลพิษ ได้ใช้แบบจำลอง OILMAP คาดการณ์แนวทางการเคลื่อนตัวของคราบน้ำมัน พบว่าคราบน้ำมันได้เคลื่อนตัวมาทางด้านทิศตะวันออกของเกาะสีชัง บริเวณแหลมหินขาว เกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี </strong></p>
<p><span id="more-29681"></span></p>
<h3>ไทยออยล์ ชี้แจงปมน้ำมันดิบรั่วกลางทะเล &#8211; เร่งกำจัดคราบน้ำมัน</h3>
<p><strong>บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)</strong> ออกประกาศชี้แจง กรณีเหตุการณ์น้ำมันดิบรั่วไหลบริเวณทุ่นผูกเรือกลางทะเล (SBM-2) ของโรงกลั่นน้ำมันไทยออยล์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี บริษัทฯ ได้เข้าควบคุมสถานการณ์บริเวณที่เกิดเหตุทันที โดยได้ทำการปิดวาล์วท่อน้ำมันที่เกิดปัญหาและวางทุ่นล้อมคราบน้ำมันเพิ่มเติมเพื่อป้องกันและจำกัดการแพร่กระจายตามขั้นตอนที่เป็นมาตรฐานสากล ทำให้ขณะนี้ไม่มีน้ำมันรั่วไหลเพิ่มเติมแล้ว และไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว บริษัทฯ อยู่ระหว่างการตรวจสอบพื้นที่เพื่อประเมินสถานการณ์โดยรอบจุดเกิดเหตุ รวมทั้งได้เตรียมสารเคมีและอุปกรณ์ต่างๆ พร้อมทั้งดำเนินการขจัดคราบน้ำมัน โดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน หากมีความคืบหน้าจะแจ้งให้ทราบต่อไป</p>
<h3>กรมควบคุมมลพิษ แจ้งเตือนกรณีน้ำมันรั่ว</h3>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี</strong></span> <strong>อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.)</strong> เปิดเผยว่า จากการติดตามเหตุสถานการณ์ กรณีน้ำมันดิบชนิด ARUB Light Crude ของบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) รั่วไหลบริเวณทุ่นรับน้ำมันทางตอนใต้ของเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2566 เวลา 21.00 น. โดยมีปริมาณน้ำมันรั่วไหลประมาณ 45,000 – 70,000 ลิตร</p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/374831065_617695673888313_8929749063829227702_n.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29684" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/374831065_617695673888313_8929749063829227702_n.jpg" alt="น้ำมันดิบไทยออยล์ รั่วไหลกลางทะเล" width="740" height="416" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/374831065_617695673888313_8929749063829227702_n.jpg 900w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/374831065_617695673888313_8929749063829227702_n-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/374831065_617695673888313_8929749063829227702_n-768x432.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/374831065_617695673888313_8929749063829227702_n-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/374831065_617695673888313_8929749063829227702_n-500x281.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></a></p>
<p>เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2566 กรมควบคุมมลพิษ.ได้ใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ (OILMAP) คาดการณ์แนวทางการเคลื่อนตัวของคราบน้ำมัน ในเวลา 18.00 น. พบว่าคราบน้ำมันได้เคลื่อนตัวมาทางด้านทิศตะวันออกของเกาะสีชัง บริเวณแหลมหินขาว เกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี และมีแนวโน้มว่าหากสภาพอากาศยังมีกระแสคลื่นและกระแสลมค่อนข้างแรง คาดว่าในวันที่ 5 กันยายน 2566 ในช่วงเวลา 12.00 น. คราบน้ำมันจะเคลื่อนตัวเข้าสู่ชายฝั่งบริเวณชายหาดบางพระ ลงมาจนถึงอ่าวอุดม จังหวัดชลบุรี เป็นระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร</p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/374574791_617695027221711_5634195002779490033_n.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29683" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/374574791_617695027221711_5634195002779490033_n.jpg" alt="น้ำมันดิบไทยออยล์ รั่วไหลกลางทะเล" width="740" height="399" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/374574791_617695027221711_5634195002779490033_n.jpg 900w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/374574791_617695027221711_5634195002779490033_n-300x162.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/374574791_617695027221711_5634195002779490033_n-768x414.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/374574791_617695027221711_5634195002779490033_n-150x81.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/374574791_617695027221711_5634195002779490033_n-500x269.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></a></p>
<p>ทั้งนี้ เพื่อให้การบริหารจัดการเหตุการณ์ขจัดคราบน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเสียหายต่อทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ในเบื้องต้นกรมควบคุมมลพิษ ได้อนุญาตให้มีการใช้สารเคมีขจัดคราบน้ำมันชนิด Super Dispersant 25 จำนวน 4,500 ลิตร แล้ว</p>
<p><strong>อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการเฝ้าระวัง ติดตาม รวมทั้งลดผลกระทบที่อาจเกิดกับประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว กรมควบคุมมลพิษ จะติดตามและตรวจสอบสถานการณ์เป็นระยะ พร้อมออกสำรวจและการเก็บตัวอย่างน้ำและน้ำมันเพื่อวิเคราะห์และประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อเป็นข้อมูลในการแจ้งเตือนประชาชนอย่างต่อเนื่องต่อไป</strong></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-29685" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/thaioil-pcd-news-update-04.jpg" alt="น้ำมันดิบไทยออยล์ รั่วไหลกลางทะเล" width="720" height="1040" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/thaioil-pcd-news-update-04.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/thaioil-pcd-news-update-04-208x300.jpg 208w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/thaioil-pcd-news-update-04-709x1024.jpg 709w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/thaioil-pcd-news-update-04-150x217.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/thaioil-pcd-news-update-04-346x500.jpg 346w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<hr />
<p>ที่มา: ไทยออยล์, กรมควบคุมมลพิษ</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/thaioil-pcd-news-update/">ไทยออยล์ แจงน้ำมันดิบรั่วไหลกลางทะเล – เร่งกำจัดคราบน้ำมัน คพ. คาดคลื่นซัดเข้าฝั่ง บริเวณหาดบางพระ ถึงอ่าวอุดม จ.ชลบุรี</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/thaioil-pcd-news-update/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไทยออยล์ โชว์ผลงานไตรมาส 1/2566 กำไรสุทธิ 4,554 ล้านบาท</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/top-q1-2566/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/top-q1-2566/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 12 May 2023 02:40:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[TOP]]></category>
		<category><![CDATA[ปี 2566]]></category>
		<category><![CDATA[ผลการดำเนินงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ผลประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยออยล์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=26697</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2566 มีกำไรสุทธิ 4,554 ล้านบาท ภาพรวมธุรกิจกลุ่มไทยออยล์ดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2565 มั่นใจปี 2566 จะปรับตัวดีขึ้นสู่ระดับก่อนเกิดการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 นายบัณฑิต ธรรมประจำจิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP เปิดเผยว่า “ไตรมาส 1/2566 กลุ่มไทยออยล์มีกำไรสุทธิ 4,554&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/top-q1-2566/">ไทยออยล์ โชว์ผลงานไตรมาส 1/2566 กำไรสุทธิ 4,554 ล้านบาท</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2566 มีกำไรสุทธิ 4,554 ล้านบาท ภาพรวมธุรกิจกลุ่มไทยออยล์ดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2565 มั่นใจปี 2566 จะปรับตัวดีขึ้นสู่ระดับก่อนเกิดการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19</strong></p>
<p><span id="more-26697"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายบัณฑิต ธรรมประจำจิต</strong></span> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)</strong> หรือ <strong>TOP</strong> เปิดเผยว่า “ไตรมาส 1/2566 กลุ่มไทยออยล์มีกำไรสุทธิ 4,554 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก ไตรมาสก่อนจากภาพรวมธุรกิจที่ดีขึ้น และราคาน้ำมันดิบยังปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องจากราคาเฉลี่ย ณ ไตรมาส 4/2565 หลังจากตลาดคลายความกังวลต่ออุปทานน้ำมันดิบตึงตัว ประกอบกับความกังวลต่อสภาวะเศรษฐกิจถดถอยจากการปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อสกัดภาวะเงินเฟ้อ ทำให้บริษัทฯ ยังต้องรับรู้ผลขาดทุนราคาสต็อกน้ำมัน อย่างไรก็ตาม ส่วนต่างราคาน้ำมันดิบที่ใช้กลั่นจริงเทียบกับราคาน้ำมันดิบดูไบ (Crude Premium) ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญได้ปรับลดลงตาม ทำให้ธุรกิจการกลั่นยังมีผลการดำเนินงานที่ดี ธุรกิจอะโรเมติกส์ปรับตัวดีขึ้นจากอุปสงค์ในภูมิภาคเอเชียปรับตัวสูงขึ้น หลังประเทศจีนมีนโยบายเปิดประเทศและยกเลิกมาตรการโควิดเป็นศูนย์ และธุรกิจน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐาน มีผลการดำเนินงานดีขึ้นจากอัตราการเดินเครื่องเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หลังจากการปิดซ่อมบำรุงใหญ่ในไตรมาส 4/2565 แล้วเสร็จ ในขณะที่ธุรกิจผลิตสารตั้งต้นสำหรับผลิตภัณฑ์สารทำความสะอาดมีอัตรากำไรขั้นต้นลดลง เนื่องจากอุปสงค์ภายในประเทศปรับตัวลดลง ส่งผลให้กลุ่มไทยออยล์มีกำไรขั้นต้นจากการผลิตของกลุ่มไม่รวมผลกระทบจากสต็อกน้ำมันอยู่ที่ 11.8 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล”</p>
<p><strong>นายบัณฑิต</strong> กล่าวเพิ่มเติมว่า “ภาพรวมธุรกิจกลุ่มไทยออยล์ ปี 2566 คาดว่า จะปรับตัวสู่ระดับก่อนเกิดการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 โดยได้รับแรงสนับสนุนจากอุปสงค์ของประเทศจีนที่เพิ่มขึ้นหลังจากที่ยกเลิกมาตรการโควิดเป็นศูนย์ อย่างไรก็ตาม ตลาดน้ำมันมีแนวโน้มลดความตึงตัวลง เนื่องจากประเทศรัสเซียสามารถส่งออกน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปได้ใกล้เคียงกับระดับปกติ ขณะที่เศรษฐกิจโลกมีความเสี่ยงต่อภาวะชะลอตัว ทั้งนี้ ไทยออยล์ยังคงเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ตลาดอย่างใกล้ชิดเพื่อเตรียมความพร้อมรองรับความท้าทายจากปัจจัยภายนอกที่มีการเปลี่ยนแปลง เพื่อสร้างผลการดำเนินงานที่มั่นคงต่อไป”</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/top-q1-2566/">ไทยออยล์ โชว์ผลงานไตรมาส 1/2566 กำไรสุทธิ 4,554 ล้านบาท</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/top-q1-2566/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บอร์ดไทยออยล์ แต่งตั้ง “บัณฑิต ธรรมประจำจิต” เป็น CEO ใหม่</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/thai-oil-ceo-2/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/thai-oil-ceo-2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 21 Dec 2022 01:44:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Highlight Stories]]></category>
		<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[CEO]]></category>
		<category><![CDATA[Thai Oil]]></category>
		<category><![CDATA[บัณฑิต ธรรมประจำจิต]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยออยล์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=24847</guid>

					<description><![CDATA[<p>20 ธันวาคม 2565 &#8211; คณะกรรมการบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) มีมติแต่งตั้ง นายบัณฑิต ธรรมประจำจิต เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2566 เป็นต้นไป นายบัณฑิต ธรรมประจำจิต จบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมเคมี (เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง เหรียญทอง) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปริญญาโทด้านวิศวกรรมเคมีขั้นสูง (Distinction), Imperial College, University&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/thai-oil-ceo-2/">บอร์ดไทยออยล์ แต่งตั้ง “บัณฑิต ธรรมประจำจิต” เป็น CEO ใหม่</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>20 ธันวาคม 2565 &#8211; <strong>คณะกรรมการบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) มีมติแต่งตั้ง นายบัณฑิต ธรรมประจำจิต เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2566 เป็นต้นไป</strong><span id="more-24847"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายบัณฑิต ธรรมประจำจิต</strong></span> จบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมเคมี (เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง เหรียญทอง) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปริญญาโทด้านวิศวกรรมเคมีขั้นสูง (Distinction), Imperial College, University of London ประเทศอังกฤษ และ ปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ (SASIN) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นอกจากนี้ ยังได้ผ่านการอบรมในหลักสูตรสำคัญที่มีชื่อเสียงต่าง ๆ เช่น หลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 63 หลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านวิทยาการพลังงาน (วพน.) รุ่นที่ 14 หลักสูตรผู้บริหารระดับสูง สถาบันวิทยาการตลาดทุน (วตท.) รุ่นที่ 27 เป็นต้น</p>
<p>CEO ท่านใหม่ ถือเป็นลูกหม้อที่ทำงานกับ ไทยออยล์ มานานกว่า 31 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534 เริ่มทำงานในตำแหน่งวิศวกรผลิต (Technologist) ต่อมาในช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2540 – 2545 ได้รับมอบหมายให้ไปปฏิบัติงานกับบริษัท Shell Global Solutions International B.V. ประเทศเนเธอร์แลนด์ ตำแหน่งที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีการกลั่นน้ำมัน โดยให้คำปรึกษาด้านเทคนิคแก่โรงกลั่นน้ำมันในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก เช่น เนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส อิตาลี เยอรมัน สาธารณรัฐเช็ก อาร์เจนตินา สิงคโปร์ บรูไน และ ไทย เป็นต้น ซึ่งถือเป็นหนึ่งในคนไทยไม่กี่คนที่ได้รับมอบหมายภารกิจนี้ก่อนจะกลับมาทำงานที่ ไทยออยล์ ปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ด้านไฮโดรคาร์บอน ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านการกลั่นน้ำมันปิโตรเลียมอันดับต้น ๆ ของประเทศ จึงได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งประธานกลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยในปัจจุบัน โดยมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนและพัฒนากลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียมให้สามารถสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ สร้างความมั่นคงทางพลังงาน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของกลุ่มโรงกลั่นในระดับภูมิภาค</p>
<p><strong>นายบัณฑิต ธรรมประจำจิต จะเข้ามาเป็นผู้นำองค์กร มีภารกิจสำคัญในการขับเคลื่อนการทรานส์ฟอร์มธุรกิจกลุ่มไทยออยล์ ให้สอดรับกับบริบทของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ควบคู่ไปกับการพัฒนาศักยภาพของพนักงานเพื่อให้กลุ่มไทยออยล์เติบโตต่อไปอย่างยั่งยืน และบรรลุวิสัยทัศน์ “สร้างสรรค์คุณภาพชีวิต ด้วยพลังงานและเคมีภัณฑ์ที่ยั่งยืน”</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/thai-oil-ceo-2/">บอร์ดไทยออยล์ แต่งตั้ง “บัณฑิต ธรรมประจำจิต” เป็น CEO ใหม่</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/thai-oil-ceo-2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไทยออยล์ร่วมลงทุนสตาร์ทอัพไทย สร้างธุรกิจใหม่ด้านเฮลท์แคร์ (healthcare) นำพาคนไทยสู่การแข่งขันระดับสากล</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%a5%e0%b9%8c-%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88-healthcare/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%a5%e0%b9%8c-%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88-healthcare/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Jan 2022 02:40:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[Mineed Tech]]></category>
		<category><![CDATA[TOP Ventures]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจสตาร์ทอัพ]]></category>
		<category><![CDATA[ลงทุนสตาร์ทอัพ]]></category>
		<category><![CDATA[วิรัตน์ เอื้อนฤมิต]]></category>
		<category><![CDATA[เฮลท์แคร์]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยออยล์]]></category>
		<category><![CDATA[ไมนีด เทคโนโลยี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=20484</guid>

					<description><![CDATA[<p>กลุ่มไทยออยล์ โดยบริษัท TOP Ventures ได้จับมือกับ บริษัท ไมนีด เทคโนโลยี จำกัด (Mineed Tech) ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพไทยที่มีความเชี่ยวชาญในผลิตภัณฑ์ดูแลรักษาสุขภาพหรือเฮลท์แคร์ คิดค้นนวัตกรรม “แผ่นแปะเข็มระดับไมโครชนิดละลายได้” (Detachable Dissolvable Microneedles) ซึ่งเป็นทางเลือกใหม่ทดแทนการใช้เข็มฉีดยาในปัจจุบัน โดยเทคโนโลยีนี้ได้มีการพัฒนาต่อยอดด้วยการปลดเข็ม Microneedles ผสมตัวยาให้ฝังลงสู่ใต้ชั้นผิวหนังและตัวยาจะค่อยๆ ซึมไปยังตำแหน่งเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ มีประสิทธิภาพ และนวัตกรรมใหม่นี้ยังสามารถลดเวลาการใช้งานจริงให้เหลือเพียง 2 นาที เท่านั้น เหมาะกับการใช้งานจริงต่างๆ มากมาย เช่น&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%a5%e0%b9%8c-%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88-healthcare/">ไทยออยล์ร่วมลงทุนสตาร์ทอัพไทย สร้างธุรกิจใหม่ด้านเฮลท์แคร์ (healthcare) นำพาคนไทยสู่การแข่งขันระดับสากล</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กลุ่มไทยออยล์ โดยบริษัท TOP Ventures ได้จับมือกับ บริษัท ไมนีด เทคโนโลยี จำกัด (Mineed Tech) ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพไทยที่มีความเชี่ยวชาญในผลิตภัณฑ์ดูแลรักษาสุขภาพหรือเฮลท์แคร์ คิดค้นนวัตกรรม “แผ่นแปะเข็มระดับไมโครชนิดละลายได้” (Detachable Dissolvable Microneedles) ซึ่งเป็นทางเลือกใหม่ทดแทนการใช้เข็มฉีดยาในปัจจุบัน โดยเทคโนโลยีนี้ได้มีการพัฒนาต่อยอดด้วยการปลดเข็ม Microneedles ผสมตัวยาให้ฝังลงสู่ใต้ชั้นผิวหนังและตัวยาจะค่อยๆ ซึมไปยังตำแหน่งเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ มีประสิทธิภาพ และนวัตกรรมใหม่นี้ยังสามารถลดเวลาการใช้งานจริงให้เหลือเพียง 2 นาที เท่านั้น เหมาะกับการใช้งานจริงต่างๆ มากมาย เช่น การให้ยา เครื่องสำอาง หรือแม้กระทั่งสารบำรุงต่างๆ</strong><span id="more-20484"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-20485" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/01/Mineed-Technology.jpg" alt="บริษัท ไมนีด เทคโนโลยี จำกัด (Mineed Tech)" width="600" height="203" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/01/Mineed-Technology.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/01/Mineed-Technology-300x102.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/01/Mineed-Technology-150x51.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/01/Mineed-Technology-500x169.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ด้วยวิสัยทัศน์ “สร้างสรรค์คุณภาพชีวิต ด้วยพลังงานและเคมีภัณฑ์ที่ยั่งยืน” ไทยออยล์มีเป้าหมายที่จะต่อยอดธุรกิจสู่นวัตกรรมที่สามารถสร้างสรรค์คุณภาพชีวิตที่ดีให้ผู้คนในไทยสังคม <span style="color: #6cb742;"><strong>นายวิรัตน์ เอื้อนฤมิต</strong></span> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่า “ไทยออยล์มีเป้าหมายที่จะต่อยอดเข้าสู่ธุรกิจอื่นๆ หรือ New S-Curve โดยถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์เพื่อกระจายการเติบโตและสร้างความมั่นคงผ่านพอร์ตการลงทุน (Portfolio) ของบริษัทฯ (Value Diversifications) โดยนอกจากการลงทุนในกองทุน Venture Capital แล้วยังจะแสวงหาโอกาสในการเข้าร่วมลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพที่สร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ซึ่งเราตั้งเป้าหมายว่าธุรกิจของไทยออยล์ในปี 2030 จะมีรายได้จากธุรกิจใหม่ประมาณ 10% ในขณะที่สัดส่วนรายได้จากธุรกิจโรงกลั่นปิโตรเลียม 40% ธุรกิจปิโตรเคมี 40% และ ธุรกิจโรงไฟฟ้า 10%”</p>
<figure id="attachment_20486" aria-describedby="caption-attachment-20486" style="width: 398px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-20486 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/01/Mr.-Wirat-Uanarumit.jpg" alt="วิรัตน์ เอื้อนฤมิต" width="398" height="597" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/01/Mr.-Wirat-Uanarumit.jpg 398w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/01/Mr.-Wirat-Uanarumit-200x300.jpg 200w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/01/Mr.-Wirat-Uanarumit-150x225.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/01/Mr.-Wirat-Uanarumit-333x500.jpg 333w" sizes="(max-width: 398px) 100vw, 398px" /><figcaption id="caption-attachment-20486" class="wp-caption-text">วิรัตน์ เอื้อนฤมิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)</figcaption></figure>
<p><strong>นาย วิรัตน์</strong> กล่าวเสริม “Detachable Dissolvable Microneedles เป็นผลิตภัณฑ์ประเภท Deep Tech ที่คิดค้นโดยสตาร์ทอัพของคนไทยเอง โดยไทยออยล์ได้ร่วมลงทุนกับเครือบมจ. กรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) และนักลงทุนอื่นเพื่อช่วยผลักดันให้ผลิตภัณฑ์นี้สามารถใช้งานได้หลากหลายทั้งด้านยา และ ด้านเครื่องสำอาง ถือได้ว่าเป็นทางเลือกใหม่สำหรับการดูแลสุขภาพ ซึ่งในปี 2564 ที่ผ่านมา บริษัท ไมนีด เทคโนโลยี จำกัด สามารถเริ่มผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ด้านเครื่องสำอางค์ในรูปแบบ OEM ให้กับแบรนด์เครื่องสำอางของไทยและต่างประเทศ นอกจากนี้ยังมีการร่วมพัฒนาสินค้าและผลิตภัณฑ์กับเครือโรงพยาบาลและคลินิกชั้นนำของไทยอีกมากมาย ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความภูมิใจของไทยออยล์ ที่เราได้เป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันศักยภาพธุรกิจของคนไทย สู่ตลาดสากล”</p>
<p>ไทยออยล์มุ่งหน้าต่อยอดศักยภาพทางธุรกิจ และสร้างอนาคตที่ยั่งยืนโดยมีกลยุทธ์ที่จะกระจายการเติบโตไปยังไปยังธุรกิจใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือธุรกิจใหม่เชิงนวัตกรรม ที่สอดคล้องกับแนวโน้มในอนาคต ซึ่งจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้พอร์ตการลงทุนและเพิ่มเสถียรภาพของกำไร รองรับความผันผวนจากธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมี ผ่านการลงทุนในกองทุน Venture Capital และธุรกิจสตาร์ทอัพ โดยมีกรอบการลงทุนใน 3 กลุ่มเทคโนโลยีหลัก ได้แก่ 1.<strong> เทคโนโลยีสนับสนุนอุตสาหกรรมและการผลิต</strong> (Manufacturing Technology) 2. <strong>เทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืน</strong> (Sustainability Technology) ซึ่งครอบคลุมเรื่องกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลรักษาสุขภาพหรือเฮลท์แคร์, ธุรกิจอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพ (Bio Business), และ Circular Economy และ 3. <strong>เทคโนโลยีเปลี่ยนผ่านธุรกิจปิโตรเลียม และเทคโนโลยีที่สนับสนุนการลดการใช้น้ำมัน</strong> (Hydrocarbon disruption Technology)</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%a5%e0%b9%8c-%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88-healthcare/">ไทยออยล์ร่วมลงทุนสตาร์ทอัพไทย สร้างธุรกิจใหม่ด้านเฮลท์แคร์ (healthcare) นำพาคนไทยสู่การแข่งขันระดับสากล</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%a5%e0%b9%8c-%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88-healthcare/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไทยออยล์คว้า 3 รางวัลยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย งาน “11th Asian Excellence Award 2021”</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%a5%e0%b9%8c%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%b2-3-%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a5-11th-asian-excellence-award-2021/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%a5%e0%b9%8c%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%b2-3-%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a5-11th-asian-excellence-award-2021/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 25 Nov 2021 07:38:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[11th Asian Excellence Award 2021]]></category>
		<category><![CDATA[รางวัลยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย]]></category>
		<category><![CDATA[วนิดา บุญภิรักษ์]]></category>
		<category><![CDATA[วิรัตน์ เอื้อนฤมิต]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยออยล์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=19878</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) รับ 3 รางวัลยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย จากงาน “11th Asian Excellence Award 2021” ได้แก่รางวัล “ซีอีโอยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย” “ซีเอฟโอยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย” และ “นักลงทุนสัมพันธ์ยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย” ซึ่งจัดขึ้นโดยนิตยสาร Corporate Governance Asia เมื่อเร็วๆนี้ คุณวิรัตน์ เอื้อนฤมิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%a5%e0%b9%8c%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%b2-3-%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a5-11th-asian-excellence-award-2021/">ไทยออยล์คว้า 3 รางวัลยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย งาน “11th Asian Excellence Award 2021”</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) รับ 3 รางวัลยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย จากงาน “11th Asian Excellence Award 2021” ได้แก่รางวัล “ซีอีโอยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย” “ซีเอฟโอยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย” และ “นักลงทุนสัมพันธ์ยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย” ซึ่งจัดขึ้นโดยนิตยสาร Corporate Governance Asia</strong><span id="more-19878"></span></p>
<p>เมื่อเร็วๆนี้ <span style="color: #6cb742;"><strong>คุณวิรัตน์ เอื้อนฤมิต</strong></span> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)</strong> รับรางวัลซีอีโอยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย หรือ Asia’s Best CEO (Investor Relations) (ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5) ในงาน 11th Asian Excellence Award 2021 ซึ่งจัดขึ้นโดยนิตยสาร Corporate Governance Asia สื่อชั้นนำของฮ่องกงและเอเชีย ที่มุ่งเสนอประเด็นด้านเศรษฐกิจและการกำกับดูแลกิจการที่ดี พร้อมกันนี้ <span style="color: #6cb742;"><strong>คุณวนิดา บุญภิรักษ์</strong></span><strong> รองกรรมการผู้จัดการใหญ่-ด้านการเงินและบัญชี บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)</strong> รับมอบรางวัลซีเอฟโอยอดเยี่ยมแห่งเอเชียหรือ Asia’s Best CFO (Investor Relations) (ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3) และรางวัลนักลงทุนสัมพันธ์ยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย (Best Investor Relations by Company) (ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8) ซึ่งพิธีดังกล่าวจัดขึ้นในรูปแบบ Digital Ceremony</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%a5%e0%b9%8c%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%b2-3-%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a5-11th-asian-excellence-award-2021/">ไทยออยล์คว้า 3 รางวัลยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย งาน “11th Asian Excellence Award 2021”</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%a5%e0%b9%8c%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%b2-3-%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a5-11th-asian-excellence-award-2021/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
