<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ไทย | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Tue, 30 Jan 2024 06:10:14 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>ไทย | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ไทย-เยอรมัน ส่งเสริมชาวนาปลูกข้าวลดโลกร้อน เร่งปรับตัวสู่วิถีเกษตรยั่งยืน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/thai-german-cooperation-boosts-rice-farming/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/thai-german-cooperation-boosts-rice-farming/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 30 Jan 2024 06:10:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Special Scoop]]></category>
		<category><![CDATA[GIZ]]></category>
		<category><![CDATA[ปลูกข้าวลดโลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[วิถีเกษตรยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เยอรมัน]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการระบบการผลิตข้าวยั่งยืนแบบองค์รวม]]></category>
		<category><![CDATA[ไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=31872</guid>

					<description><![CDATA[<p>อุบลราชธานี :   ดร.ฟรังค์-วัลเทอร์ ชไตน์ไมเออร์ (H.E. Dr. Frank-Walter Steinmeier) ประธานาธิบดีแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี และภริยาพร้อมคณะ เดินทางเข้าเยี่ยมชมสวนตารมย์ บ้านดอนหมู อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นพื้นที่แปลงเกษตรสาธิตขนาด 35 ไร่ ของโครงการระบบการผลิตข้าวยั่งยืนแบบองค์รวม (Inclusive Sustainable Rice Landscape: ISRL) โดยมีร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย ณัฐวัฒน์ กฤษณามระ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/thai-german-cooperation-boosts-rice-farming/">ไทย-เยอรมัน ส่งเสริมชาวนาปลูกข้าวลดโลกร้อน เร่งปรับตัวสู่วิถีเกษตรยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>อุบลราชธานี :   <span style="color: #6cb742;">ดร.ฟรังค์-วัลเทอร์ ชไตน์ไมเออร์</span></strong> (H.E. Dr. Frank-Walter Steinmeier) ประธานาธิบดีแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี และภริยาพร้อมคณะ เดินทางเข้าเยี่ยมชมสวนตารมย์ บ้านดอนหมู อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นพื้นที่แปลงเกษตรสาธิตขนาด 35 ไร่ ของโครงการระบบการผลิตข้าวยั่งยืนแบบองค์รวม (Inclusive Sustainable Rice Landscape: ISRL) โดยมี<strong>ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า</strong> รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย <strong>ณัฐวัฒน์ กฤษณามระ</strong> เอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน พร้อมคณะผู้บริหาร ผู้แทนจากกระทรวงฯ และจังหวัดให้การต้อนรับ ตามกำหนดการเดินทางเยือนจังหวัดอุบลราชธานี อย่างเป็นทางการ</p>
<p><span id="more-31872"></span></p>
<figure id="attachment_31874" aria-describedby="caption-attachment-31874" style="width: 780px" class="wp-caption aligncenter"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="size-full wp-image-31874" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Thai-German-cooperation-boosts-rice-farming-02.jpg" alt="ดร.ฟรังค์-วัลเทอร์ ชไตน์ไมเออร์" width="780" height="532" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Thai-German-cooperation-boosts-rice-farming-02.jpg 780w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Thai-German-cooperation-boosts-rice-farming-02-300x205.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Thai-German-cooperation-boosts-rice-farming-02-768x524.jpg 768w" sizes="(max-width: 780px) 100vw, 780px" /><figcaption id="caption-attachment-31874" class="wp-caption-text">ดร.ฟรังค์-วัลเทอร์ ชไตน์ไมเออร์  (กลาง) ประธานาธิบดีแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี</figcaption></figure>
<p>อุบลราชธานีเป็นจังหวัดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างและมีพื้นที่สำหรับทำนาปลูกข้าวมากถึง 4.2 ล้านไร่ สำหรับกำหนดการเยี่ยมชมพื้นที่ครั้งนี้ ประธานาธิบดีและภริยาพร้อมคณะได้มีโอกาสพบปะกับเกษตรกรที่เป็นสมาชิกของโครงการ และผู้นำชุมชนเพื่อเรียนรู้แนวทางการทำงานผ่านฐานการเรียนรู้วิธีจัดการดินและน้ำ ประกอบด้วยการปรับระดับพื้นที่นาด้วยระบบเลเซอร์ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีหลักที่จะช่วยลดอัตราการสูญเสียปุ๋ยและทำให้ข้าวได้รับปุ๋ยสม่ำเสมอทั่วกันทั้งแปลงนา ลดการใช้น้ำและเชื้อเพลิงในการปลูกข้าว ด้วยวิธีจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้ง การใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน การทำปุ๋ยจากมูลสัตว์เพื่อลดต้นทุนการเกษตร การจัดการฟางข้าวเพื่อนำมาเป็นอาหารสัตว์ ลดการเผาฟางและตอซัง ขุดบ่อน้ำไว้ใช้ในพื้นที่เกษตร พร้อมเลี้ยงปลาเพื่อบริโภคและจำหน่ายเป็นรายได้เสริมของครัวเรือน และปลูกป่าไม้ยืนต้นบนคันนา ตามแนวทางวนเกษตร</p>
<p>ประเทศไทยเป็นหนึ่งในผู้นำด้านข้าวของโลก โดยมีปริมาณการผลิตจำนวน 30 ล้านตัน และส่งออกข้าวจำนวน 10 ล้านตัน อย่างไรก็ตาม ปริมาณการผลิตข้าวที่เพิ่มขึ้นตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมาโดยไม่มีแนวทางในการบริหารจัดการพื้นที่อย่างยั่งยืนได้ส่งผลให้มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้น นอกจานั้น การปลูกพืชเชิงเดี่ยว การรุกล้ำพื้นที่ป่าไม้ ยังทำให้ระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพเสื่อมโทรมต่อแหล่งที่อยู่อาศัยสัตว์ป่าและแนวเชื่อมต่อระหว่างพื้นที่คุ้มครองภายในภูมิประเทศ</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-31875" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Thai-German-cooperation-boosts-rice-farming-03.jpg" alt="GIZ" width="780" height="520" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Thai-German-cooperation-boosts-rice-farming-03.jpg 780w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Thai-German-cooperation-boosts-rice-farming-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Thai-German-cooperation-boosts-rice-farming-03-768x512.jpg 768w" sizes="(max-width: 780px) 100vw, 780px" /></p>
<p>โครงการระบบการผลิตข้าวยั่งยืนแบบองค์รวม ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาสิ่งแวดล้อมโลก (Global Environment Facility) ผ่านโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Environment Programme) โดยมีองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน หรือ GIZ เป็นผู้ดำเนินโครงการในพื้นที่นำร่องที่จังหวัดอุบลราชธานีและจังหวัดเชียงราย เพื่อสนับสนุนประเด็นด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ลดความเสื่อมโทรมของที่ดิน และบรรเทาผลกระทบของสภาพภูมิอากาศ และเป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง GIZ กรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และบริษัทโอแลมอกริ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรเรียนรู้วิธีการจัดการระบบอาหาร ฟื้นฟูสภาพดิน และแนวทางการปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์เพื่อปลูกข้าวอย่างยั่งยืน ซึ่งจะนำมาสู่การปฏิบัติที่สามารถเพิ่มผลผลิตและรายได้อย่างมั่นคง พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคการเกษตรของไทยอย่างเป็นระบบ โดยคาดว่าเกษตรกรกว่า 45,000 คนจะได้รับประโยชน์จากการเข้าร่วมโครงการ นำมาสู่การพัฒนาพื้นที่กว่า 652,500 ไร่ ให้เป็นพื้นที่การปลูกข้าวยั่งยืนและสามารถฟื้นพื้นที่สำหรับการปลูกป่าและพืชหมุนเวียนได้มากกว่า 187,500 ไร่ และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคการเกษตรไทยได้มากถึง 3.2 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า และลดการใช้สารเคมีในกระบวนการเกษตรได้มากถึง 100 เมตริกตันภายในปีสิ้นสุดโครงการ พ.ศ. 2570</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-31876" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Thai-German-cooperation-boosts-rice-farming-04.jpg" alt="โครงการระบบการผลิตข้าวยั่งยืนแบบองค์รวม" width="780" height="520" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Thai-German-cooperation-boosts-rice-farming-04.jpg 780w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Thai-German-cooperation-boosts-rice-farming-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Thai-German-cooperation-boosts-rice-farming-04-768x512.jpg 768w" sizes="(max-width: 780px) 100vw, 780px" /></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/thai-german-cooperation-boosts-rice-farming/">ไทย-เยอรมัน ส่งเสริมชาวนาปลูกข้าวลดโลกร้อน เร่งปรับตัวสู่วิถีเกษตรยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/thai-german-cooperation-boosts-rice-farming/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วว. – ญี่ปุ่น ร่วมหารือเพื่อลดปริมาณของเสียจากยานยนต์ มุ่งสู่เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/elv/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/elv/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 10 Jul 2023 03:09:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[BCG]]></category>
		<category><![CDATA[Green Growth Strategy]]></category>
		<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[ลดปริมาณของเสียจากยานยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[ไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=28199</guid>

					<description><![CDATA[<p>ดร.ชุติมา  เอี่ยมโชติชวลิต  ผู้ว่าการ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ให้การต้อนรับ  Ms.Yumi   Numajiri   ผู้ช่วยทูตพาณิชย์ และคณะผู้แทน จากสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย เนื่องในโอกาสที่ฝ่ายญี่ปุ่นได้นำเสนอรายงานผลการศึกษาเรื่อง End-of-Life Vehicle (ELV) Circular System Project in Thailand และร่างแผนการจัดฝึกอบรม ณ ประเทศญี่ปุ่นและประเทศไทย  ในการนี้คณะผู้บริหาร วว. และนักวิจัยร่วมให้การต้อนรับ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/elv/">วว. – ญี่ปุ่น ร่วมหารือเพื่อลดปริมาณของเสียจากยานยนต์ มุ่งสู่เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ดร.ชุติมา  เอี่ยมโชติชวลิต  ผู้ว่าการ</strong> สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ให้การต้อนรับ  <strong>Ms.Yumi   Numajiri</strong>   ผู้ช่วยทูตพาณิชย์ และคณะผู้แทน จากสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย เนื่องในโอกาสที่ฝ่ายญี่ปุ่นได้นำเสนอรายงานผลการศึกษาเรื่อง End-of-Life Vehicle (ELV) Circular System Project in Thailand และร่างแผนการจัดฝึกอบรม ณ ประเทศญี่ปุ่นและประเทศไทย  ในการนี้คณะผู้บริหาร วว. และนักวิจัยร่วมให้การต้อนรับ ประกอบด้วย  <strong>ดร.ประทีป วงศ์บัณฑิต</strong>  รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน  <strong>ดร.บุณณนิดา  โสดา</strong>  ผู้อำนวยการกองวิเทศสัมพันธ์  <strong>ดร.เรวดี  อนุวัฒนา</strong>  ผู้เชี่ยวชาญวิจัย  และ <strong>น.ส.นลินธรณ์</strong><strong>  สุวพรจารุวัชร์</strong>  นักวิชาการอาวุโส   ศูนย์ทดสอบมาตรฐานระบบขนส่งทางราง  ในวันที่  7  กรกฎาคม  2566  ณ ห้องประชุม กวท. ชั้น 8  อาคาร RD 1 วว.เทคโนธานี คลองห้า จ.ปทุมธานี</p>
<p><span id="more-28199"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-28201" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/ELV-02.jpg" alt="วว. /ญี่ปุ่น ร่วมหารือเพื่อลดปริมาณของเสียจากยานยนต์ มุ่งสู่เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก" width="910" height="587" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/ELV-02.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/ELV-02-300x194.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/ELV-02-768x495.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/ELV-02-150x97.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/ELV-02-500x323.jpg 500w" sizes="(max-width: 910px) 100vw, 910px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-28202" style="text-align: center; font-size: 16px;" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/BCG_ESG.png" alt="" width="1891" height="1064" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/BCG_ESG.png 1891w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/BCG_ESG-300x169.png 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/BCG_ESG-1024x576.png 1024w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/BCG_ESG-768x432.png 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/BCG_ESG-1536x864.png 1536w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/BCG_ESG-150x84.png 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/BCG_ESG-500x281.png 500w" sizes="(max-width: 1891px) 100vw, 1891px" /></p>
<p>อนึ่ง <strong>โครงการ </strong><strong>End-of-Life Vehicle (ELV) Circular System Project in Thailand</strong> เป็นโครงการการจัดการยานยนต์ที่หมดอายุการใช้งาน เพื่อลดปริมาณของเสียจากยานยนต์ มีการบำบัดซากยานยนต์อย่างถูกวิธีและนำชิ้นส่วนยานยนต์กลับมาใช้ประโยชน์ให้ได้ตามสัดส่วนที่กำหนด ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีระบบจัดการซากรถยนต์ที่เป็นทางการ ซึ่งประเทศญี่ปุ่นและประเทศไทยให้ความสนใจและได้ทำการศึกษาข้อมูลร่วมกัน โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการคำนึงถึงความเป็นกลางทางคาร์บอนในชั้นบรรยากาศ (Carbon Neutrality) ภายใต้<strong>นโยบายโมเดลเศรษฐกิจ </strong><strong>BCG Economy Model ของประเทศไทย</strong> ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตแบบก้าวกระโดด กระจายโอกาส กระจายรายได้ และนำความมั่งคั่งไปสู่ชุมชนในท้องถิ่นอย่างทั่วถึง นำพาประเทศไทยก้าวข้ามกับดักประเทศรายได้ปานกลางไปสู่ประเทศรายได้สูง และมีการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมที่ยั่งยืน  ประกอบด้วย 3 เศรษฐกิจหลัก คือ B- Bio Economy ระบบเศรษฐกิจชีวภาพ มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรชีวภาพอย่างคุ้มค่า เชื่อมโยงกับ C- Circular Economy ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน ที่คำนึงถึงการนำวัสดุต่างๆ กลับมาใช้ประโยชน์ให้มากที่สุด และทั้ง 2 เศรษฐกิจนี้ อยู่ภายใต้ G &#8211; Green Economy ระบบเศรษฐกิจสีเขียว ซึ่งมุ่งแก้ไขปัญหามลพิษ เพื่อลดผลกระทบต่อโลกอย่างยั่งยืน และ <strong>นโยบาย </strong><strong>Green Growth Strategy ของประเทศญี่ปุ่น</strong> ซึ่งเป็นนโยบายด้านอุตสาหกรรมที่มุ่งสร้างวัฏจักรเชิงบวกของการเติบโตทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมร่วมกับธุรกิจชุมชน โดยมีเป้าหมายในการสนับสนุนความพยายามของภาคส่วนต่างๆ ต่อการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนให้เป็นศูนย์</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-28203" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/Japan-Green-Growth-Strategy.png" alt="" width="910" height="643" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/Japan-Green-Growth-Strategy.png 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/Japan-Green-Growth-Strategy-300x212.png 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/Japan-Green-Growth-Strategy-768x543.png 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/Japan-Green-Growth-Strategy-150x106.png 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/Japan-Green-Growth-Strategy-500x353.png 500w" sizes="(max-width: 910px) 100vw, 910px" /></p>
<p style="text-align: center;">The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/elv/">วว. – ญี่ปุ่น ร่วมหารือเพื่อลดปริมาณของเสียจากยานยนต์ มุ่งสู่เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/elv/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ครม. มีมติเห็นชอบและอนุมัติร่าง MOU ขยายความร่วมมือด้านไฟฟ้าไทย-ลาว จากกำลังการผลิต 9,000 เมกะวัตต์ เป็น 10,500 เมกะวัตต์</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 03 Mar 2022 02:33:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[MOU]]></category>
		<category><![CDATA[ความร่วมมือด้านไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รับซื้อไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[สปป.ลาว]]></category>
		<category><![CDATA[ไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=21404</guid>

					<description><![CDATA[<p>การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ.2565 ที่มีพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล โดย ครม.มีมติเห็นชอบและอนุมัติร่างบันทึกความเข้าใจความร่วมมือในการพัฒนาไฟฟ้าในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ตามที่กระทรวงพลังงาน (พน.) เสนอ ดังนี้ 1. เห็นชอบต่อร่างบันทึกความเข้าใจความร่วมมือในการพัฒนาไฟฟ้าในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (ร่างบันทึกความเข้าใจฯ) (Memorandum of Understanding between The&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7/">ครม. มีมติเห็นชอบและอนุมัติร่าง MOU ขยายความร่วมมือด้านไฟฟ้าไทย-ลาว จากกำลังการผลิต 9,000 เมกะวัตต์ เป็น 10,500 เมกะวัตต์</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ.2565 ที่มีพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล โดย ครม.มีมติเห็นชอบและอนุมัติร่างบันทึกความเข้าใจความร่วมมือในการพัฒนาไฟฟ้าในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ตามที่กระทรวงพลังงาน (พน.) เสนอ ดังนี้</strong><span id="more-21404"></span></p>
<p>1. เห็นชอบต่อร่างบันทึกความเข้าใจความร่วมมือในการพัฒนาไฟฟ้าในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (ร่างบันทึกความเข้าใจฯ) (Memorandum of Understanding between The Government of the Kingdom of Thailand and The Government of the Lao People&#8217;s Democratic Republic Regarding Cooperation on the Development of Electrical Energy in the Lao People&#8217;s Democratic Republic)</p>
<p>2. อนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน (หรือผู้ได้รับมอบอำนาจจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน) เป็นผู้ลงนามในบันทึกความเข้าใจฯ ดังกล่าว และให้กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ออกหนังสือมอบอำนาจเต็ม (Full Powers) ให้แก่ผู้ลงนาม โดยวิธีการลงนามแบบเสมือนจริง (Virtual Signing Ceremony)</p>
<p>ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องแก้ไขปรับปรุงร่างบันทึกความเข้าใจฯ ดังกล่าวในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญหรือไม่ขัดต่อผลประโยชน์ของประเทศไทยและไม่ขัดกับหลักการที่คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบไว้ ให้ พน. นำเสนอคณะรัฐมนตรีทราบภายหลัง โดยไม่ต้องนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอีกครั้ง</p>
<p style="padding-left: 40px;"><strong>สาระสำคัญของเรื่อง</strong><br />
พน. รายงานว่า</p>
<p style="padding-left: 40px;">1. กพช. ในคราวประชุม ครั้งที่ 3/2564 เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 มีมติเห็นชอบการขยายกรอบปริมาณรับซื้อไฟฟ้าภายใต้บันทึกความเข้าใจระหว่างไทยและ สปป.ลาว เรื่อง ความร่วมมือในการพัฒนาไฟฟ้าใน สปป.ลาว จาก 9,000 เมกะวัตต์ เป็น 10,500 เมกะวัตต์ เพื่อสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) ภายในปี พ.ศ. 2608 ของประเทศไทย และสอดคล้องกับข้อเสนอของ สปป.ลาว ซึ่งเป็นการปิดความเสี่ยงในการขยายกรอบปริมาณรับซื้อไฟฟ้าภายใต้บันทึกความเข้าใจฯ ในอนาคต และเป็นการรักษาความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้าน นอกจากนี้ ไฟฟ้าจากพลังน้ำมีต้นทุนต่ำกว่าพลังงานสะอาดเภทอื่น จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการควบคุมอัตราค่าไฟฟ้าของประเทศในอนาคตเมื่อประเทศไทยมีระดับการใช้พลังงานเพิ่มสูงขึ้น ทั้งนี้ การขยายกรอบดังกล่าวอยู่ภายใต้กรอบความมั่นคงทางพลังงานที่กำหนดให้รับซื้อไฟฟ้าจากต่างประเทศ ประเทศใดประเทศหนึ่งได้ไม่เกิน 13% ของกำลังการผลิตทั้งหมดในระบบ</p>
<p style="padding-left: 40px;">2. เมื่อวันที่ 11 มกราคม พ.ศ.2565 คณะทำงานพิจารณากรอบบันทึกความเข้าใจความร่วมมือในการพัฒนาไฟฟ้าในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (ฝ่ายไทย) ซึ่งมีปลัดกระทรวงพลังงานเป็นหัวหน้าคณะทำงาน ได้จัดประชุมหารือทวิภาคีกับคณะผู้แทนของฝ่าย สปป.ลาว ซึ่งมีปลัดกระทรวงพลังงานและบ่อแร่ (เพ็ดสะหวัน รัตตะนะธงไช) เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนของฝ่าย สปป.ลาว เพื่อร่วมกันพิจารณากรอบร่างบันทึกความเข้าใจฯ โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องในหลักการที่จะขยายกรอบปริมาณรับซื้อไฟฟ้าภายใต้บันทึกความเข้าใจระหว่างไทยและ สปป.ลาว เรื่องความร่วมมือในการพัฒนาไฟฟ้าใน สปป.ลาว จาก 9,000 เมกะวัตต์ เป็น 10,500 เมกะวัตต์ และเห็นชอบในสารัตถะ ถ้อยคำ และเนื้อหาของร่างบันทึกความเข้าใจฯ (ตามข้อ 1) รวมถึงเห็นชอบร่วมกันที่จะให้มีการลงนามร่วมกันในร่างบันทึกความเข้าใจฯ ระหว่างทั้งสองประเทศอย่างเป็นทางการ โดยวิธีการลงนามแบบเสมือนจริง (Virtual Signing Ceremony) เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาความร่วมมือด้านพลังงานระหว่างทั้งสองประเทศอย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p style="padding-left: 40px;">3. ร่างบันทึกความเข้าใจฯ มีสาระสำคัญสรุปได้ ดังนี้</p>
<p style="padding-left: 80px;">1. การขยายกรอบปริมาณรับซื้อไฟฟ้า ขยายความร่วมมือด้านพลังนไฟฟ้าจากปริมาณกำลังการผลิตเดิม 9,000 เมกะวัตต์ โดยเพิ่มปริมาณกำลังการผลิตขึ้นอีก 1,500 เมกะวัตต์ รวมเป็นปริมาณกำลังการผลิตใหม่ประมาณ 10,500 เมกะวัตต์ สำหรับขายพลังงานไฟฟ้าให้กับราชอาณาจักรไทย</p>
<p style="padding-left: 80px;">2. แนวทางการดำเนินการ ให้การไฟฟ้าฝ้ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และ/หรือหน่วยงานของประเทศไทยอื่น ๆ ที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยเป็นผู้รับผิดชอบการซื้อขายไฟฟ้าและพิจารณาความร่วมมือในการรับซื้อไฟฟ้าจากโครงการใน สปป.ลาว ให้สอดคล้องกับแผนการพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย รวมไปถึงการพัฒนาระบบสายส่งไฟฟ้าในเชิงเทคนิคให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมสำหรับการส่งผ่านไฟฟ้าจาก สปป.ลาว สำหรับเงื่อนไขและรายละเอียดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดวันซื้อขายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ของแต่ละโครงการนั้น จะต้องมีการพิจารณาในรายละเอียดต่อไป</p>
<p>3.การส่งเสริมความร่วมมือด้านต่าง ๆ เช่น</p>
<p style="padding-left: 40px;">1) จัดตั้งคณะทำงานเพื่อจัดทำการศึกษาร่วมกันในรายละเอียดในเชิงเทคนิคและเศรษฐศาสตร์สำหรับการเชื่อมโยงโครงข่ายสายส่งแบบสายส่งต่อสายส่ง</p>
<p style="padding-left: 40px;">2)พัฒนาไฟฟ้าจากแหล่งเชื้อเพลิงความร้อนและส่งเสริมการพัฒนาระบบโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าและระบบการขายปลีกไฟฟ้าใน สปป.ลาว นอกเหนือจากการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานน้ำ</p>
<p style="padding-left: 40px;">3)จัดสรรทรัพยากรน้ำ รวมถึงความร่วมมืออื่น ๆ ในการลดการปล่อยคาร์บอนภายใต้เงื่อนไขของการพัฒนาที่ยั่งยืนและผลประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศ</p>
<p style="padding-left: 40px;">4) พิจารณา การก่อสร้างระบบสายส่งไฟฟ้าข้ามพรมแดนของแต่ละประเทศและ/หรือสายส่งพลังงานไฟฟ้าที่จะเชื่อมโยงกับระบบสายส่งเดิมไปยังและ/หรือจากประเทศที่สาม</p>
<p>4. กลไกการร่วมมือกันเพื่อให้เกิดผลสำเร็จของร่างบันทึกความเข้าใจฯ ให้คณะอนุกรรมการประสานความร่วมมือด้านพลังงานไฟฟ้าระหว่างประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้านของราชอาณาจักรไทยและคณะกรรมการร่วมเพื่อพัฒนาพลังงานไฟฟ้าแห่ง สปป.ลาว รวมถึงผู้เกี่ยวข้องที่ได้รับมอบหมาย ร่วมมือกันเพื่อให้เกิดผลสำเร็จของบันทึกความเข้าใจเพื่อผลประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศ</p>
<p>5. การบังคับใช้ร่างบันทึกความเข้าใจฯ มีผลบังคับใช้และใช้แทนที่บันทึกความเข้าใจฉบับเดิมเมื่อวันที่ 6 กันยายน พ.ศ.2559 ตั้งแต่วันที่มีการลงนามของทั้งสองฝ่ายและ ความตกลงต่าง ๆ ที่ได้ดำเนินการไปแล้วหรืออยู่ระหว่างดำเนินการภายใต้บันทึกความเข้าใจฉบับลงวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ.2536 วันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ.2539 วันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ.2549 วันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ.2550 และวันที่ 6 กันยายน พ.ศ.2559 ยังคงดำเนินการต่อไปอย่างต่อเนื่องโดยยังมีผลบังคับใช้ และยังเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือในการพัฒนาไฟฟ้าที่สอดคล้องกับบันทึกความเข้าใจฉบับนี้</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7/">ครม. มีมติเห็นชอบและอนุมัติร่าง MOU ขยายความร่วมมือด้านไฟฟ้าไทย-ลาว จากกำลังการผลิต 9,000 เมกะวัตต์ เป็น 10,500 เมกะวัตต์</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไทยจับมือเยอรมนี เปลี่ยนผ่านพลังงาน ขับเคลื่อนอนาคตที่ยั่งยืน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b5-moving-powering-the-future/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b5-moving-powering-the-future/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 15 Mar 2021 04:33:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Scoop]]></category>
		<category><![CDATA[GIZ]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[พูลพัฒน์ สีสมบัติไพบูลย์]]></category>
		<category><![CDATA[สรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์]]></category>
		<category><![CDATA[เกออร์ก ชมิดท์]]></category>
		<category><![CDATA[เยอรมนี]]></category>
		<category><![CDATA[ไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=16526</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถานเอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำประเทศไทย ร่วมกับองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) เปิดงาน พลังงานสะอาดขับเคลื่อนอนาคต ที่สามย่านมิตรทาวน์ กรุงเทพฯ โดยมีนายกเกออร์ก ชมิดท์ เอกอัครราชทูตเยอรมันประจำประเทศไทย นายสรพงศ์ ไพรฑูรย์พงษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม และดร. พูลพัฒน์ สีสมบัติ ไพบูลย์ ผู้อำนวยการกองการต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน ให้เกียรติเป็นประธาน งานนี้จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและการคมนาคมขนส่งของโลกและประเทศไทยจากปัจจุบันไปสู่อนาคตที่จะมีการนำเทคโนโลยี นวัตกรรมใหม่ ๆ มาปรับใช้เพื่อให้เกิดการใช้พลังงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นต้นทุนลดลง และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมทั้งสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับพลังงานสีเขียวและการคมนาคมขนส่งที่ยั่งยืน นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการแสดงแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดของประเทศไทยและเยอรมนีผ่านนิทรรศการและกิจกรรมร่วมสนุก นายเกออร์ก ชมิดท์&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b5-moving-powering-the-future/">ไทยจับมือเยอรมนี เปลี่ยนผ่านพลังงาน ขับเคลื่อนอนาคตที่ยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สถานเอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำประเทศไทย ร่วมกับองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) เปิดงาน พลังงานสะอาดขับเคลื่อนอนาคต ที่สามย่านมิตรทาวน์ กรุงเทพฯ โดยมีนายกเกออร์ก ชมิดท์ เอกอัครราชทูตเยอรมันประจำประเทศไทย นายสรพงศ์ ไพรฑูรย์พงษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม และดร. พูลพัฒน์ สีสมบัติ ไพบูลย์ ผู้อำนวยการกองการต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน ให้เกียรติเป็นประธาน งานนี้จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและการคมนาคมขนส่งของโลกและประเทศไทยจากปัจจุบันไปสู่อนาคตที่จะมีการนำเทคโนโลยี นวัตกรรมใหม่ ๆ มาปรับใช้เพื่อให้เกิดการใช้พลังงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นต้นทุนลดลง และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมทั้งสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับพลังงานสีเขียวและการคมนาคมขนส่งที่ยั่งยืน นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการแสดงแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดของประเทศไทยและเยอรมนีผ่านนิทรรศการและกิจกรรมร่วมสนุก</strong><span id="more-16526"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-16528" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/Moving-Powering-the-Future-P01.jpg" alt="นายเกออร์ก ชมิดท์" width="680" height="529" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/Moving-Powering-the-Future-P01.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/Moving-Powering-the-Future-P01-300x233.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/Moving-Powering-the-Future-P01-150x117.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/Moving-Powering-the-Future-P01-500x389.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายเกออร์ก ชมิดท์</strong></span> <strong>เอกอัครราชทูตเยอรมันประจำประเทศไทย</strong> กล่าวว่า Less is more ในที่นี้หมายถึง ลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อมให้น้อยลง เพื่อปรับปรุงชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีให้มากขึ้น และเราจะลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับระบบนิเวศและมีชีวิตที่ดีขึ้นได้อย่างไร นิทรรศการนี้มีคำตอบ โดยนิทรรศการนี้ได้ให้แนวคิดและแนวทางปฏิบัติเพื่อเสริมสร้างอนาคตที่ดี มั่งคั่งและยั่งยืน เราทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงนี้ได้</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-16529" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/Moving-Powering-the-Future-P02.jpg" alt="นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์" width="680" height="523" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/Moving-Powering-the-Future-P02.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/Moving-Powering-the-Future-P02-300x231.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/Moving-Powering-the-Future-P02-150x115.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/Moving-Powering-the-Future-P02-500x385.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์</strong></span> <strong>รองปลัดกระทรวงคมนาคม</strong> กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมตระหนักถึงความสำคัญของนวัตกรรมสมัยใหม่ที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในภาคการขนส่ง ทางกระทรวงฯ สนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดและการพัฒนาเทคโนโลยีการขนส่งที่ยั่งยืน สะอาด และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เนื่องจากภาคการขนส่งมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากเป็นอันดับ 2 ของประเทศ ซึ่งมาจากการขนส่งทางถนนเป็นหลัก ประเทศไทยจึงได้จัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศโดยมีมาตรการต่าง ๆ เพื่อการพัฒนาและส่งเสริมการใช้ยานยนต์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะยานยนต์ระบบขนส่งสาธารณะ และยังสอดคล้องกับแนวทางการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศที่มีสาเหตุมาจากการจราจรติดขัดในเขตเมือง ซึ่งในปัจจุบันองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. กำลังวางแผนจัดหารถเมล์ไฟฟ้า 2,511 คัน หลังจากที่แผนฟื้นฟูกิจการได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-16530" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/Moving-Powering-the-Future-P03.jpg" alt="ดร. พูลพัฒน์ สีสมบัติไพบูลย์" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/Moving-Powering-the-Future-P03.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/Moving-Powering-the-Future-P03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/Moving-Powering-the-Future-P03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/Moving-Powering-the-Future-P03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ดร. พูลพัฒน์ สีสมบัติไพบูลย์</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการกองการต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน</strong> กล่าวว่า เพื่อสร้างแนวการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศไทย กระทรวงพลังงานอยู่ในระหว่างการจัดทำ แผนพลังงานแห่งชาติ โดยคำนึงถึงแนวคิดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งมุ่งเน้นการเสริมสร้างภาคพลังงานของประเทศไทยให้มีความั่นคงและสร้างความสามารถในการแข่งขันเพื่ออนาคตทางพลังงานที่ยั่งยืน โดยแผนพลังงานแห่งชาตินี้จะกำหนดอนาคตพลังงานของประเทศและเปลี่ยนภาคพลังงานให้สะอาดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้พลังงานหมุนเวียนและนวัตกรรมด้านพลังงานจะเป็นกุญแจสำคัญในการจัดทำแผนพลังงานแห่งชาติเพื่อขับเคลื่อนทิศทางนโยบายพลังงานให้ประเทศไทยสามารถลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคพลังงาน รวมถึงการสร้างสังคมคาร์บอนต่ำด้วยการดำเนินนโยบายที่ยั่งยืนในระยะยาว</p>
<p>ทั้งนี้ นิทรรศการ พลังงานสะอาดขับเคลื่อนอนาคต จะเปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันที่ 12 – 18 มีนาคม พ.ศ.2564 เวลา 10.00-22.00 น. ที่ลานกิจกรรมชั้น 3 สามย่านมิตรทาวน์ กรุงเทพฯ</p>
<p><strong>นิทรรศการนี้ เป็นนิทรรศการสัญจรที่จัดขึ้นโดยสำนักงานต่างประเทศของรัฐบาลเยอรมนีร่วมกับองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ซึ่งสถานที่ต่อไปจะจัดที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตขอนแก่น โดยจะนำเสนอการดำเนินงานด้านพลังงานและการคมนาคมสีเขียวของจังหวัด ระหว่างวันที่ 23 – 27 มีนาคม พ.ศ.2564</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b5-moving-powering-the-future/">ไทยจับมือเยอรมนี เปลี่ยนผ่านพลังงาน ขับเคลื่อนอนาคตที่ยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b5-moving-powering-the-future/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ปลัดกระทรวงพลังงาน ร่วมประชุมหารือเชิงนโยบายด้านพลังงานระหว่างสหรัฐอเมริกาและไทย ครั้งที่ 1</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-usa/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-usa/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 28 Oct 2020 08:17:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[กุลิศ สมบัติศิริ]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายด้านพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ปลัดกระทรวงพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[สหรัฐอเมริกา]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้นส่วนด้านพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=14778</guid>

					<description><![CDATA[<p>27 ตุลาคม 2563 &#8211; เปิดตัวการประชุมหารือเชิงนโยบายด้านพลังงานระหว่างสหรัฐอเมริกาและไทย ครั้งที่ 1 ซึ่งจัดขึ้นในรูปแบบออนไลน์ โดยมี นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน และนายฟรานซิส อาร์. แฟนนอน ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ฝ่ายสำนักทรัพยากรพลังงาน ทำหน้าที่หัวหน้าคณะของทั้งสองฝ่าย พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากฝ่ายสหรัฐอเมริกาและผู้แทนจากกระทรวงพลังงานไทยเข้าร่วมการประชุม การประชุมหารือเชิงนโยบายด้านพลังงานระหว่างสหรัฐอเมริกาและไทยในครั้งนี้ เป็นเวทีที่มีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนด้านพลังงานระหว่างไทยและสหรัฐฯ โดยมุ่งเน้นความร่วมมือในการสร้างการเติบโตของตลาดพลังงาน เสริมสร้างโอกาสในการพัฒนาด้านพลังงานทดแทน และขยายการเชื่อมโยงภาคพลังงานไฟฟ้าในอาเซียนและภูมิภาคลุ่มน้ำโขง โดยทั้งสอง ฝ่ายได้ตระหนักถึงความสำคัญของความร่วมมืออย่างต่อเนื่องในระดับทวิภาคี ซึ่งมุ่งส่งเสริมกิจกรรมด้านการค้าพลังงาน นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้นำเสนอความก้าวหน้าของโครงการความร่วมมือด้านพลังงานในประเทศไทย รวมทั้งได้จัดลำดับความสำคัญของความร่วมมือและการสนับสนุนทางวิชาการที่สามารถดำเนินการต่อไปได้ในอนาคต&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-usa/">ปลัดกระทรวงพลังงาน ร่วมประชุมหารือเชิงนโยบายด้านพลังงานระหว่างสหรัฐอเมริกาและไทย ครั้งที่ 1</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>27 ตุลาคม 2563 &#8211; เปิดตัวการประชุมหารือเชิงนโยบายด้านพลังงานระหว่างสหรัฐอเมริกาและไทย ครั้งที่ 1 ซึ่งจัดขึ้นในรูปแบบออนไลน์ โดยมี นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน และนายฟรานซิส อาร์. แฟนนอน ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ฝ่ายสำนักทรัพยากรพลังงาน ทำหน้าที่หัวหน้าคณะของทั้งสองฝ่าย พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากฝ่ายสหรัฐอเมริกาและผู้แทนจากกระทรวงพลังงานไทยเข้าร่วมการประชุม</strong><span id="more-14778"></span></p>
<figure id="attachment_14779" aria-describedby="caption-attachment-14779" style="width: 680px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-14779" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/10/energy-thai.jpg" alt="นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน" width="680" height="510" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/10/energy-thai.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/10/energy-thai-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/10/energy-thai-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/10/energy-thai-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /><figcaption id="caption-attachment-14779" class="wp-caption-text">นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน</figcaption></figure>
<p>การประชุมหารือเชิงนโยบายด้านพลังงานระหว่างสหรัฐอเมริกาและไทยในครั้งนี้ เป็นเวทีที่มีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนด้านพลังงานระหว่างไทยและสหรัฐฯ โดยมุ่งเน้นความร่วมมือในการสร้างการเติบโตของตลาดพลังงาน เสริมสร้างโอกาสในการพัฒนาด้านพลังงานทดแทน และขยายการเชื่อมโยงภาคพลังงานไฟฟ้าในอาเซียนและภูมิภาคลุ่มน้ำโขง โดยทั้งสอง ฝ่ายได้ตระหนักถึงความสำคัญของความร่วมมืออย่างต่อเนื่องในระดับทวิภาคี ซึ่งมุ่งส่งเสริมกิจกรรมด้านการค้าพลังงาน นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้นำเสนอความก้าวหน้าของโครงการความร่วมมือด้านพลังงานในประเทศไทย รวมทั้งได้จัดลำดับความสำคัญของความร่วมมือและการสนับสนุนทางวิชาการที่สามารถดำเนินการต่อไปได้ในอนาคต</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-14781" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/10/energy-usa.jpg" alt="นายฟรานซิส อาร์. แฟนนอน ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ฝ่ายสำนักทรัพยากรพลังงาน" width="680" height="510" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/10/energy-usa.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/10/energy-usa-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/10/energy-usa-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/10/energy-usa-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><strong>ในโอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายได้เห็นชอบร่วมกันให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในการประชุมหารือเชิงนโยบายด้านพลังงานระหว่างสหรัฐอเมริกาและไทย ครั้งที่ 2 ณ ประเทศไทย ร่วมกับผู้นำภาคธุรกิจ ในกรณีที่ผู้เข้าร่วมการประชุมสามารถเดินทางระหว่างประเทศได้ตามปกติ และได้เห็นชอบที่จะขยายกิจกรรมความร่วมมือระหว่างสหรัฐฯ และไทยเพื่อพัฒนาห่วงโซ่อุปทานของพลังงานสะอาด ตลอดจนน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ การอนุรักษ์พลังงาน และการผลิตไฟฟ้า</strong></p>
<hr />
<p>Source: กระทรวงพลังงาน</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-usa/">ปลัดกระทรวงพลังงาน ร่วมประชุมหารือเชิงนโยบายด้านพลังงานระหว่างสหรัฐอเมริกาและไทย ครั้งที่ 1</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-usa/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ภาครัฐ ภาคเอกชนไทย ร่วมกับ ญี่ปุ่น จัดงาน Maintenance and Resilience Asia 2019 ยกระดับภาคการผลิตโรงงานในไทย และคมนาคมให้เทียบเท่าญี่ปุ่น</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-maintenance-and-resilience-asia-2019/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-maintenance-and-resilience-asia-2019/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 29 Oct 2019 07:43:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Scoop]]></category>
		<category><![CDATA[Maintenance and Resilience Asia 2019]]></category>
		<category><![CDATA[คมนาคม]]></category>
		<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมการผลิต]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=10530</guid>

					<description><![CDATA[<p>ภาคอุตสาหกรรมชั้นนำต่างๆ ได้ให้ความสำคัญในส่วนของภาคการผลิต ซึ่งครอบคลุมถึงการพัฒนาศักยภาพด้านแรงงาน ด้านการส่งเสริมการตลาดควบคู่การผลิต ด้านการวางแผนงานและระบบเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพในการจัดการความเสี่ยงมาใช้ในการผลิตเพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล เกิดเป็นการผนึกกำลังร่วมกันระหว่างประเทศไทยกับประเทศญี่ปุ่น โดย กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงคมนาคมของไทย และ สมาคมการบริหารจัดการประเทศญี่ปุ่น หรือ JMA จัดงาน Maintenance and Resilience Asia 2019 ภายใต้แนวคิด Smart Manufacturing &#38; Smart Infrastructure ซึ่งจะช่วยยกระดับโรงงานไทยสำหรับภาคการผลิตในภาคอุตสาหกรรม และโครงสร้างพื้นฐานไทยในภาคคมนาคมให้มีประสิทธิภาพเทียบเท่าญี่ปุ่น เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงพัฒนาเศรษฐกิจ ระหว่างไทย-ญี่ปุ่นเติบโตสู่ระดับมหภาค ทั้งนี้&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-maintenance-and-resilience-asia-2019/">ภาครัฐ ภาคเอกชนไทย ร่วมกับ ญี่ปุ่น จัดงาน Maintenance and Resilience Asia 2019 ยกระดับภาคการผลิตโรงงานในไทย และคมนาคมให้เทียบเท่าญี่ปุ่น</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ภาคอุตสาหกรรมชั้นนำต่างๆ ได้ให้ความสำคัญในส่วนของภาคการผลิต ซึ่งครอบคลุมถึงการพัฒนาศักยภาพด้านแรงงาน ด้านการส่งเสริมการตลาดควบคู่การผลิต ด้านการวางแผนงานและระบบเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพในการจัดการความเสี่ยงมาใช้ในการผลิตเพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล เกิดเป็นการผนึกกำลังร่วมกันระหว่างประเทศไทยกับประเทศญี่ปุ่น โดย กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงคมนาคมของไทย และ สมาคมการบริหารจัดการประเทศญี่ปุ่น หรือ JMA จัดงาน Maintenance and Resilience Asia 2019 ภายใต้แนวคิด Smart Manufacturing &amp; Smart Infrastructure ซึ่งจะช่วยยกระดับโรงงานไทยสำหรับภาคการผลิตในภาคอุตสาหกรรม และโครงสร้างพื้นฐานไทยในภาคคมนาคมให้มีประสิทธิภาพเทียบเท่าญี่ปุ่น เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงพัฒนาเศรษฐกิจ ระหว่างไทย-ญี่ปุ่นเติบโตสู่ระดับมหภาค</strong><span id="more-10530"></span></p>
<p>ทั้งนี้ โรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ได้นำนวัตกรรมและเทคโนโลยี อาทิ เซ็นเซอร์ ปัญญาประดิษฐ์ ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ IoT ฯลฯ มาร่วมจัดแสดงนิทรรศการในครั้งนี้ โดยในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรม ได้นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาร่วมแสดงเพื่อให้เห็นถึงการเพิ่มศักยภาพของผู้ประกอบการโรงงานไทย</p>
<figure id="attachment_10533" aria-describedby="caption-attachment-10533" style="width: 360px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/Maintenance-and-Resilience-Asia-2019-P03.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-10533 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/Maintenance-and-Resilience-Asia-2019-P03.jpg" alt="ภานุวัฒน์ ตริยางกูรศรี" width="360" height="382" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/Maintenance-and-Resilience-Asia-2019-P03.jpg 360w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/Maintenance-and-Resilience-Asia-2019-P03-283x300.jpg 283w" sizes="(max-width: 360px) 100vw, 360px" /></a><figcaption id="caption-attachment-10533" class="wp-caption-text">ภานุวัฒน์ ตริยางกูรศรี</figcaption></figure>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ภานุวัฒน์ ตริยางกูรศรี</strong></span> <strong>ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม</strong> กล่าวว่า “แนวทางการดำเนินงานด้านหนึ่งที่กระทรวงอุตสาหกรรมให้ความสำคัญเป็นอย่างมากคือ การส่งเสริมภาคการผลิตไปสู่ 4.0 โดยแนวทางดังกล่าวนอกจากจะช่วยยกระดับอุตสาหกรรมแล้ว ยังเป็นกลไกที่มีส่วนในการพัฒนาประเทศไทยให้มีความเท่าเทียมกับประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ และสำหรับปัจจัยสำคัญที่ภาคการผลิตต้องให้ความสำคัญในการดำเนินธุรกิจ คือการคิดค้น และนำเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพมาใช้ในการผลิต การติดตามสถานการณ์การค้า และอุตสาหกรรมในระดับประเทศ”</p>
<p>สำหรับกระทรวงคมนาคมก็ได้นำระบบเทคโนโลยีและดิจิทัลมาใช้ในการบริหารจัดการ รวมทั้งระบบขนส่งที่ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคม และเป็นสิ่งที่หลายๆ ประเทศทั่วโลกกำลังดำเนินนโยบายดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นการใช้รถยนต์ไฟฟ้าการขนส่งระบบราง การใช้พลังงานสะอาด ที่สอดคล้องกับการใช้ชีวิตให้สะดวกรวดเร็วและง่ายขึ้น</p>
<figure id="attachment_10535" aria-describedby="caption-attachment-10535" style="width: 360px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/Maintenance-and-Resilience-Asia-2019-P01.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-10535 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/Maintenance-and-Resilience-Asia-2019-P01.jpg" alt="วิจิตต์ นิมิตรวานิช" width="360" height="382" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/Maintenance-and-Resilience-Asia-2019-P01.jpg 360w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/Maintenance-and-Resilience-Asia-2019-P01-283x300.jpg 283w" sizes="(max-width: 360px) 100vw, 360px" /></a><figcaption id="caption-attachment-10535" class="wp-caption-text">วิจิตต์ นิมิตรวานิช</figcaption></figure>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>วิจิตต์ นิมิตรวานิช</strong></span> <strong>นักวิชาการขนส่งทรงคุณวุฒิ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร กระทรวงคมนาคม</strong> กล่าวว่า “ในส่วนของการคมนาคมในปีถัดไป จะเป็นอีกหนึ่งภาคส่วนที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจในฐานะการเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่มีศักยภาพและความแข็งแกร่งที่มากขึ้น สามารถเชื่อมโยงทุกภาคส่วนเข้าไว้ด้วยกันโดยเฉพาะในการเชื่อมต่อระบบขนส่งกับสิ่งอำนวยความสะดวก การแข่งขันด้านโลจิสติกส์ การเดินทาง และการยกระดับ</p>
<p>คุณภาพการใช้ชีวิตให้ดีขึ้นตามการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ตั้งแต่ในระดับภูมิภาค ส่วนกลาง และส่วนท้องถิ่น รวมถึงต้องขับเคลื่อนระบบคมนาคมขนส่งให้สอดรับกับนโยบายการขับเคลื่อนสมาร์ทซิตี้ของรัฐบาล”</p>
<figure id="attachment_10534" aria-describedby="caption-attachment-10534" style="width: 360px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/Maintenance-and-Resilience-Asia-2019-P02.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-10534 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/Maintenance-and-Resilience-Asia-2019-P02.jpg" alt="อัตสึชิ เทเรดะ" width="360" height="381" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/Maintenance-and-Resilience-Asia-2019-P02.jpg 360w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/Maintenance-and-Resilience-Asia-2019-P02-283x300.jpg 283w" sizes="(max-width: 360px) 100vw, 360px" /></a><figcaption id="caption-attachment-10534" class="wp-caption-text">อัตสึชิ เทเรดะ</figcaption></figure>
<p>ขณะที่ <span style="color: #6cb742;"><strong>อัตสึชิ เทเรดะ</strong></span> <strong>ผู้จัดการอาวุโส สมาคมการบริหารจัดการประเทศญี่ปุ่น</strong> หรือ <strong>JMA</strong> กล่าวว่า “ประเทศญี่ปุ่นเล็งเห็นว่าประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่มีศักยภาพในด้านอุตสาหกรรม เป็นพันธมิตรและฐานการผลิตให้กับโรงงานอุตสาหกรรมญี่ปุ่นเป็นจำนวนมาก รวมทั้งยังอยู่ในช่วงของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานประเภทต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตในทิศทางที่ดีขึ้น ทั้งนี้ในฐานะพันธมิตรทางการค้าและเศรษฐกิจ จึงได้มีแนวคิดที่จะช่วยขับเคลื่อนภาคส่วนต่างๆ ของไทยให้มีความทันสมัยและทัดเทียมกับญี่ปุ่น จึงได้ร่วมกับบริษัท เอ็กซโปซิส จำกัด กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงคมนาคม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่นและภาคเอกชน ในการจัดกิจกรรม “Maintenance and Resilience Asia 2019” เพื่อจะได้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยเติบโตไปพร้อมๆ กับญี่ปุ่น”</p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/Maintenance-and-Resilience-Asia-2019.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-10532 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/Maintenance-and-Resilience-Asia-2019.jpg" alt="งาน Maintenance and Resilience Asia 2019 ยกระดับภาคการผลิตโรงงานในไทย และคมนาคมให้เทียบเท่าญี่ปุ่น" width="800" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/Maintenance-and-Resilience-Asia-2019.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/Maintenance-and-Resilience-Asia-2019-300x170.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/Maintenance-and-Resilience-Asia-2019-768x435.jpg 768w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></a></p>
<p><strong>อย่างไรก็ตาม การจัดงานดังกล่าวเชื่อมั่นว่าจะทำให้ภาคอุตสาหกรรมภาคคมนาคม และในส่วนของโครงสร้างพื้นฐานของไทยแข็งแกร่งได้เช่นเดียวกับญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นหนึ่งในผู้นำของโลกในเรื่องความสมบูรณ์แบบของระบบขนส่งและโครงสร้างพื้นฐานสาธารณูปโภค โดยจะช่วยให้รู้วิธีการจัดการกับการผลิตที่มีประสิทธิภาพ ทั้งระบบขนส่ง ถนน อุโมงค์ สะพาน รถไฟ ฯลฯ นอกจากนี้ ภายในงานยังได้มีการประชุมสัมมนาเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้เป็นกรณีศึกษาต่างๆ ที่จะช่วยผลักดันให้ทุกภาคส่วนปรับตัวให้เข้ากับกระแสการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี เพื่อให้ทันต่อการแข่งขันในระดับภูมิภาคอาเซียนและระดับโลก</strong></p>
<hr />
<p>Source: นิตยสาร Green Network ฉบับที่ 95 กันยายน-ตุลาคม 2562 คอลัมน์ GREEN Scoop โดย กองบรรณาธิการ</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-maintenance-and-resilience-asia-2019/">ภาครัฐ ภาคเอกชนไทย ร่วมกับ ญี่ปุ่น จัดงาน Maintenance and Resilience Asia 2019 ยกระดับภาคการผลิตโรงงานในไทย และคมนาคมให้เทียบเท่าญี่ปุ่น</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-maintenance-and-resilience-asia-2019/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
