<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ไฟฟ้า | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Tue, 09 Jun 2026 07:17:45 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>ไฟฟ้า | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>กกพ. จับมือ สวทช. พัฒนา “ERCvoice” แพลตฟอร์มรับเรื่องร้องเรียนด้านไฟฟ้า-สิ่งแวดล้อม คุ้มครองสิทธิผู้ใช้พลังงาน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/ercvoice-platform/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 09 Jun 2026 07:17:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[ERCvoice]]></category>
		<category><![CDATA[กกพ.]]></category>
		<category><![CDATA[สวทช.]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[แพลตฟอร์มรับเรื่องร้องเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=44468</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในยุคที่ประชาชนคาดหวังการเข้าถึงบริการภาครัฐได้อย่างรวดเร็วและโปร่งใส การจัดการเรื่องร้องเรียนด้านพลังงานก็ไม่อาจยึดติดกับรูปแบบเดิมได้อีกต่อไป โดยเฉพาะปัญหาไฟฟ้าขัดข้อง คุณภาพการให้บริการ หรือผลกระทบจากกิจการพลังงาน ที่ประชาชนต้องการช่องทางสื่อสารที่สะดวกและติดตามความคืบหน้าได้จริง ตลอดระยะเวลากว่า 2 ปี นับตั้งแต่เปิดให้บริการ Line Official “@ERCvoice” เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2567 สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้นำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยยกระดับการรับเรื่องร้องเรียนและคุ้มครองสิทธิผู้ใช้พลังงานอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.)  ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พัฒนาแพลตฟอร์มสู่เฟสใหม่ เพื่อให้ประชาชนสามารถแจ้งปัญหา ติดตามสถานะ และรับทราบผลการดำเนินงานทางรับแจ้งปัญหาด้านไฟฟ้าและผลกระทบจากกิจการพลังงาน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ercvoice-platform/">กกพ. จับมือ สวทช. พัฒนา “ERCvoice” แพลตฟอร์มรับเรื่องร้องเรียนด้านไฟฟ้า-สิ่งแวดล้อม คุ้มครองสิทธิผู้ใช้พลังงาน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ในยุคที่ประชาชนคาดหวังการเข้าถึงบริการภาครัฐได้อย่างรวดเร็วและโปร่งใส การจัดการเรื่องร้องเรียนด้านพลังงานก็ไม่อาจยึดติดกับรูปแบบเดิมได้อีกต่อไป โดยเฉพาะปัญหาไฟฟ้าขัดข้อง คุณภาพการให้บริการ หรือผลกระทบจากกิจการพลังงาน ที่ประชาชนต้องการช่องทางสื่อสารที่สะดวกและติดตามความคืบหน้าได้จริง</strong></p>
<p><span id="more-44468"></span></p>
<p>ตลอดระยะเวลากว่า 2 ปี นับตั้งแต่เปิดให้บริการ Line Official “@ERCvoice” เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2567 สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้นำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยยกระดับการรับเรื่องร้องเรียนและคุ้มครองสิทธิผู้ใช้พลังงานอย่างต่อเนื่อง</p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44470" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ercvoice-platform-02.jpg" alt="ERCvoice" width="600" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ercvoice-platform-02.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ercvoice-platform-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ercvoice-platform-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ercvoice-platform-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ล่าสุด <strong>สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน </strong><strong>(กกพ</strong><strong>.) </strong> ร่วมกับ <strong>สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ </strong><strong>(สวทช</strong><strong>.)</strong> พัฒนาแพลตฟอร์มสู่เฟสใหม่ เพื่อให้ประชาชนสามารถแจ้งปัญหา ติดตามสถานะ และรับทราบผลการดำเนินงานทางรับแจ้งปัญหาด้านไฟฟ้าและผลกระทบจากกิจการพลังงาน ก่อนต่อยอดสู่การพัฒนาเฟสใหม่ร่วมกับ เพื่อเพิ่มความสะดวกในการแจ้งเรื่องร้องเรียนและติดตามสถานะได้แบบเรียลไทม์ ยกระดับการคุ้มครองสิทธิผู้ใช้พลังงานให้สอดรับกับวิถีชีวิตดิจิทัลของประชาชนมากยิ่งขึ้น</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44471" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ercvoice-platform-03.jpg" alt="ดร.วรวิทย์ ศรีอนันต์รักษา" width="600" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ercvoice-platform-03.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ercvoice-platform-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ercvoice-platform-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ercvoice-platform-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ดร</strong></span><strong><span style="color: #6cb742;">.วรวิทย์ ศรีอนันต์รักษา</span> กรรมการกำกับกิจการพลังงาน </strong><strong>(กกพ</strong><strong>.)</strong> เปิดเผยว่า แพลตฟอร์ม “ERCvoice” ได้รับการออกแบบโดยใช้เทคโนโลยีที่ถอดแบบจากระบบ Traffy Fondue โดยเน้นความง่ายในการแจ้งปัญหา ส่งรูปภาพ ระบุตำแหน่ง และติดตามผลการดำเนินงานได้สะดวกยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถรับเรื่องและประสานการแก้ไขได้อย่างตรงจุดและรวดเร็ว</p>
<p>ในส่วนของประชาชนสามารถแจ้งปัญหาได้หลากหลายประเภท อาทิ ไฟฟ้าดับ ไฟตก งดจ่ายไฟ มิเตอร์ไฟฟ้าผิดปกติ หม้อแปลงไฟฟ้ามีปัญหา เหตุฉุกเฉินที่กระทบต่อการใช้ไฟฟ้า รวมถึงเรื่องร้องเรียนผลกระทบจากการประกอบกิจการพลังงาน เช่น น้ำเสีย มลพิษทางอากาศ ฝุ่นควัน กลิ่นรบกวน หรือกากของเสียจากอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นปัญหาที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมของประชาชนโดยตรง</p>
<p>ทั้งนี้ ปัญหาที่ถูกแจ้งเข้ามาในระบบ จะถูกส่งเข้าสู่หน่วยงานผู้รับผิดชอบโดยตรง ทำให้สามารถจัดการเรื่องแจ้งต่างๆ ติดตาม ตรวจสอบ ได้อย่างรวดเร็วผ่านแอปพลิเคชันมือถือและเว็บไซต์ ซึ่งช่วยให้การบริหารจัดการเรื่องร้องเรียนมีความเป็นระบบ โปร่งใส และสามารถติดตามสถานะการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยสามารถแก้ไขได้เร็วสุดภายใน 1 ชั่วโมง แต่หากเป็นปัญหาเกี่ยวการจัดการน้ำอาจต้องใช้เวลาในการดำเนินการแก้ไขที่มากขึ้น</p>
<p>นอกจากความสะดวกในการแจ้งปัญหาแล้ว แพลตฟอร์มนี้ยังมุ่งเน้นความโปร่งใส โดยประชาชนทั่วไปสามารถเข้าดูสถิติและภาพรวมเรื่องร้องเรียน เรื่องแจ้งไฟตก ไฟดับ และสถานะการดำเนินงานต่างๆ ได้แบบเรียลไทม์ผ่านเว็บไซต์ https://fondue.traffy.in.th/ercvoice ซึ่งแสดงผลข้อมูลในรูปแบบพิกัด (Marker) และแผนที่ความร้อน (Heat map) เพื่อให้เห็นภาพรวมปัญหาด้านพลังงานในแต่ละพื้นที่ได้อย่างชัดเจน</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44472" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ercvoice-platform-04.jpg" alt="ดร.วัลลภ จิวหลง" width="600" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ercvoice-platform-04.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ercvoice-platform-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ercvoice-platform-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ercvoice-platform-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ดร</strong></span><strong><span style="color: #6cb742;">.วัลลภ จิวหลง</span> ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการมีส่วนร่วมและคุ้มครองสิทธิประโยชน์ สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน </strong><strong>( สำนักงาน กกพ</strong><strong>.)</strong> กล่าวว่า ในระยะเวลา 2 ปี ที่ กกพ. เปิดตัวระบบ “ERCvoice” มีจำนวนเรื่องร้องเรียนสะสมกว่า 2,255 เรื่อง โดยสามารถดำเนินการจัดการและปิดเรื่องได้แล้วราว 72% ของทั้งหมด สะท้อนบทบาทของกลไกการคุ้มครองผู้ใช้พลังงานที่มีการใช้งานอย่างต่อเนื่อง โดยปัญหาส่วนใหญ่ที่ประชาชนร้องเรียนยังคงเกี่ยวข้องกับไฟฟ้าตก ไฟฟ้าดับ และมาตรฐานคุณภาพการให้บริการไฟฟ้า</p>
<p>ในระยะที่ 2 ของการดำเนินงานในปี 2569 นี้ ได้มีการยกระดับขอบเขตการรับเรื่องร้องเรียนให้ครอบคลุมมากขึ้น จากเดิมที่มุ่งเน้นปัญหาด้านบริการไฟฟ้า สู่การเปิดรับข้อร้องเรียนเกี่ยวกับผลกระทบจากการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า โดยเฉพาะประเด็นด้านมลพิษและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นการเพิ่มช่องทางให้ประชาชนสามารถสะท้อนผลกระทบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ และช่วยเสริมการกำกับดูแลกิจการพลังงานให้ครอบคลุมทั้งมิติการบริการและมิติสิ่งแวดล้อมควบคู่กัน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44473" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ercvoice-platform-05.jpg" alt="ดร.กัลยา อุดมวิทิต" width="600" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ercvoice-platform-05.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ercvoice-platform-05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ercvoice-platform-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ercvoice-platform-05-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ด้าน <span style="color: #6cb742;"><strong>ดร</strong></span><strong><span style="color: #6cb742;">.กัลยา อุดมวิทิต</span> รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ </strong><strong>(สวทช</strong><strong>.)</strong> กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของความร่วมมือนี้ เกิดจากความตั้งใจของ กกพ. ที่ต้องการยกระดับการให้บริการประชาชนและเปลี่ยนผ่านกระบวนการทำงานสู่ระบบดิจิทัล เพื่อลดความซ้ำซ้อน และสร้างกระบวนการแก้ปัญหาที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน</p>
<p>“โครงการนี้ ทีมวิจัย สวทช. ได้นำเทคโนโลยีแกนหลักของ Traffy Fondue มาบูรณาการร่วมกับ กกพ. จนเกิดเป็นระบบ LINE Chatbot @ercvoice ที่มีระบบหลังบ้านแยกตามกลุ่มผู้ใช้งาน เพื่อการประสานงานที่มีประสิทธิภาพ พร้อมพัฒนา ERC Dashboard แสดงสถิติเรียลไทม์ แผนที่ความร้อน (Heat Map) ปัญหาไฟตก-ไฟดับ และเชื่อมโยงกรอบเวลามาตรฐาน (SLA) ช่วยให้ กกพ. ติดตามและส่งต่อปัญหาได้อย่างแม่นยำ” <strong>ดร</strong><strong>.กัลยา </strong>กล่าว</p>
<p>การเปิดตัว ERCvoice ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของ สำนักงาน กกพ. ในการปรับเปลี่ยนองค์กรสู่ Digital Transformation อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่ในการบริหารจัดการเรื่องร้องเรียน และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนผู้ใช้พลังงานทั่วประเทศ</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ercvoice-platform/">กกพ. จับมือ สวทช. พัฒนา “ERCvoice” แพลตฟอร์มรับเรื่องร้องเรียนด้านไฟฟ้า-สิ่งแวดล้อม คุ้มครองสิทธิผู้ใช้พลังงาน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ครม. เห็นชอบ 2 เรื่องเร่งด่วน เชื่อมโยงไฟฟ้า 4 ประเทศอาเซียน จับมือพันธมิตรลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/asean-power-grid/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 15 Oct 2025 03:28:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[ซื้อขายไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[โครงข่ายสายส่งไฟฟ้าอาเซียน]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=41432</guid>

					<description><![CDATA[<p>คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างถ้อยแถลงร่วมสำหรับโครงการบูรณาการด้านไฟฟ้าระหว่าง สปป.ลาว ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ฉบับที่ 6 และแถลงการณ์ร่วมสำหรับการประชุมระดับรัฐมนตรีกลุ่มพันธมิตรเอเชียเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (เอเซค) ครั้งที่ 3 ตามที่ “พลังงาน” เสนอ เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2568 นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ถ้อยแถลงร่วมสำหรับโครงการบูรณาการด้านไฟฟ้าระหว่าง สปป.ลาว ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ฉบับที่ 6 เป็นการแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันของรัฐมนตรีพลังงานทั้ง&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/asean-power-grid/">ครม. เห็นชอบ 2 เรื่องเร่งด่วน เชื่อมโยงไฟฟ้า 4 ประเทศอาเซียน จับมือพันธมิตรลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างถ้อยแถลงร่วมสำหรับโครงการบูรณาการ</strong><strong>ด้านไฟฟ้าระหว่าง สปป.ลาว ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ฉบับที่ </strong><strong>6 และแถลงการณ์ร่วมสำหรับการประชุมระดับรัฐมนตรีกลุ่มพันธมิตรเอเชียเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (เอเซค) ครั้งที่ 3 ตามที่ “พลังงาน” เสนอ</strong><span id="more-41432"></span></p>
<p><strong>เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2568 <span style="color: #6cb742;">นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์</span> รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ถ้อยแถลงร่วมสำหรับโครงการบูรณาการด้านไฟฟ้าระหว่าง สปป.ลาว ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ฉบับที่ 6</strong> เป็นการแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันของรัฐมนตรีพลังงานทั้ง 4 ประเทศ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาการซื้อขายไฟฟ้าข้ามพรมแดนแบบพหุภาคีในภูมิภาคอาเซียน ถือเป็นรากฐานสำคัญของการเชื่อมโยงโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Power Grid: APG) สร้างความยืดหยุ่นของระบบโครงข่ายไฟฟ้า ช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านทางพลังงานของอาเซียนผ่านการลงทุนและส่งเสริมศักยภาพพลังงานหมุนเวียน โครงการระยะแรก สปป.ลาว ได้ขายไฟฟ้าไปยังสิงคโปร์ ผ่านสายส่งของไทยและมาเลเซีย ปริมาณสูงสุดที่ 100 เมกะวัตต์ และในระยะที่ 2 มาเลเซียจะขายไฟฟ้าเพิ่มเติมให้กับสิงคโปร์ ซึ่งจะเพิ่มปริมาณการซื้อขายไฟฟ้าเป็น 200 เมกะวัตต์ โครงการนี้เป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยในการสร้างรายได้จากค่าธรรมเนียมการผ่านสายส่งไฟฟ้า (Wheeling Charge) และเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานไฟฟ้าในระยะยาว ทั้งนี้ การรับรองร่างถ้อยแถลงร่วมฯ มีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 16 ตุลาคม 2568 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ สหพันธรัฐมาเลเซีย ในระหว่างการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านพลังงาน ครั้งที่ 43</p>
<p>ในส่วน<strong>ร่างแถลงการณ์ร่วมสำหรับการประชุมระดับรัฐมนตรีกลุ่มพันธมิตรเอเชียเพื่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ </strong>(Asia Zero Emission Community : AZEC) <strong>หรือ เอเซค ครั้งที่ </strong><strong>3</strong> เป็นการยืนยันความมุ่งมั่นร่วมกันของประเทศพันธมิตร 11 ประเทศ (ออสเตรเลีย บรูไน กัมพูชา  อินโดนีเซีย สปป. ลาว มาเลเซีย เมียนมา ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม) ในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศเพื่อบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายใต้แนวคิด <strong>“เป้าหมายเดียว หลากหลายแนวทาง”</strong> โดยมุ่งเน้นการหารือเพื่อแสวงหาแนวทางการลดก๊าซเรือนกระจกในภาคส่วนที่ลดได้ยาก ผ่านการพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานสะอาด รวมถึงสนับสนุนการพัฒนาตลาดคาร์บอนและการติดตามการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่อุปทาน และเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยในการเข้าถึงนวัตกรรมด้านการเงินสีเขียวและกลไกความช่วยเหลือด้านการเงินและความเชี่ยวชาญจากประเทศญี่ปุ่นและประเทศพันธมิตรเอเซค</p>
<p><strong>“ทั้ง 2 กิจกรรมที่จะเกิดขึ้นนี้ แสดงให้เห็นว่า ประเทศไทย โดยกระทรวงพลังงาน ให้ความสำคัญทั้งด้านความมั่นคงทางพลังงาน การสร้างรายได้ให้กับประเทศ รวมทั้งการใส่ใจสิ่งแวดล้อมผ่านเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ นับว่าเป็นเรื่องที่ดีที่นานาประเทศในภูมิภาคให้ความสำคัญและมีเป้าหมายที่จะดำเนินการร่วมกัน ซึ่งผลประโยชน์ที่เกิดขึ้น นอกจากประเทศไทยจะได้รับนวัตกรรมและรายได้จากทั้ง 2 กิจกรรมแล้ว ยังเป็นการสร้างพันธมิตรอันดีระหว่างประเทศในภูมิภาคอีกด้วย” นายอรรถพล กล่าว</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/asean-power-grid/">ครม. เห็นชอบ 2 เรื่องเร่งด่วน เชื่อมโยงไฟฟ้า 4 ประเทศอาเซียน จับมือพันธมิตรลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>1 ปี “พีระพันธุ์” เปลี่ยนผ่านพลังงานด้วยแนวทาง รื้อ-ลด-ปลด-สร้าง เดินหน้าลุยต่อ สู่เป้าหมาย “มั่นคง เป็นธรรม และยั่งยืน” เพื่อคนไทยทุกคน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/energy-news-update-2567/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/energy-news-update-2567/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 03 Sep 2024 03:25:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานแสงอาทิตย์]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาน้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิง]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=35603</guid>

					<description><![CDATA[<p>“พีระพันธุ์” สรุปผลงาน 1 ปีขับเคลื่อนกระทรวงพลังงานผ่านแนวทาง รื้อ-ลด-ปลด-สร้าง นำร่องใช้กลไกทางกฎหมายสะสางปัญหาหมักหมมในระบบพลังงานไทยตามทฤษฎีบันได 5 ขั้น ซึ่งสำเร็จลุล่วงไปแล้ว 3 ขั้น ขึ้นปีที่สองคาดบรรลุตามเป้าหมาย สามารถผลักดันทั้งกฎหมายกำกับดูแลการประกอบกิจการค้าน้ำมัน กฎหมายการสํารองน้ำมันของประเทศ และกฎหมายส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ที่จะช่วยสร้างรากฐานด้านพลังงานให้มั่นคง เป็นธรรม และยั่งยืนได้สำเร็จ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยในโอกาสครบ 1 ปีที่เป็นหัวขบวนขับเคลื่อนนโยบายพลังงานตามแนวทาง รื้อ-ลด-ปลด-สร้าง ซึ่งวางเป้าหมายไว้เป็นบันได 5 ขั้นว่า ในช่วง&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/energy-news-update-2567/">1 ปี “พีระพันธุ์” เปลี่ยนผ่านพลังงานด้วยแนวทาง รื้อ-ลด-ปลด-สร้าง เดินหน้าลุยต่อ สู่เป้าหมาย “มั่นคง เป็นธรรม และยั่งยืน” เพื่อคนไทยทุกคน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>“พีระพันธุ์” สรุปผลงาน 1 ปีขับเคลื่อนกระทรวงพลังงานผ่านแนวทาง รื้อ-ลด-ปลด-สร้าง นำร่องใช้กลไกทางกฎหมายสะสางปัญหาหมักหมมในระบบพลังงานไทยตามทฤษฎีบันได 5 ขั้น ซึ่งสำเร็จลุล่วงไปแล้ว 3 ขั้น ขึ้นปีที่สองคาดบรรลุตามเป้าหมาย สามารถผลักดันทั้งกฎหมายกำกับดูแลการประกอบกิจการค้าน้ำมัน กฎหมายการสํารองน้ำมันของประเทศ และกฎหมายส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ที่จะช่วยสร้างรากฐานด้านพลังงานให้มั่นคง เป็นธรรม และยั่งยืนได้สำเร็จ</strong></p>
<p><span id="more-35603"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค</strong></span> <strong>รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน</strong> เปิดเผยในโอกาสครบ 1 ปีที่เป็นหัวขบวนขับเคลื่อนนโยบายพลังงานตามแนวทาง รื้อ-ลด-ปลด-สร้าง ซึ่งวางเป้าหมายไว้เป็นบันได 5 ขั้นว่า ในช่วง 1 ปีแรกสามารถดำเนินการไปถึงบันไดขั้นที่ 3 แล้ว และคาดว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายทั้งหมดได้ในอนาคตอันใกล้นี้ โดยเป้าหมายของ ‘บันไดขั้นที่ 1’ ซึ่งเป็นช่วง 6 เดือนแรกของการทำงานในฐานะ รมว.พลังงาน ก็คือ การตรึงราคาพลังงานเชื้อเพลิง ทั้งค่าไฟฟ้า ราคาน้ำมัน และราคาก๊าซหุงต้ม เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานไม่ให้สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน ขณะเดียวกัน ก็ศึกษากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพลังงานทั้งหมด เพื่อเตรียมหาช่องทางแก้ไขปัญหาด้านพลังงานที่หมักหมมมานานไม่ต่ำกว่า 40 ปี โดยเฉพาะปัญหาเรื่องน้ำมัน และค้นหาวิธีการที่จะรู้ต้นทุนราคาน้ำมันที่กระทรวงพลังงานไม่มีข้อมูลที่แท้จริง และกฎหมายหลายฉบับยังไม่เอื้ออำนวยต่อการบริหารจัดการ ทำให้กระทรวงพลังงานไม่มีอำนาจในการดำเนินการ</p>
<p>‘บันไดขั้นที่ 2’ คือ การหาช่องทางตามกฎหมายปัจจุบันเพื่อให้รู้ต้นทุนราคาน้ำมัน และพบว่ามีช่องทางที่แฝงอยู่ในกฎหมายว่าด้วยการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง จนสามารถออกเป็นประกาศกระทรวงพลังงานที่กําหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจค้าน้ำมันต้องแจ้งต้นทุนราคาน้ำมัน เป็นครั้งแรกในรอบ 51 ปี โดยลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2567 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 เมษายน 2567 ที่ผ่านมา</p>
<p>ทั้งนี้ การรู้ต้นทุนราคาน้ำมันที่แท้จริงทำให้ทราบถึงปัญหาที่จะต้องแก้ไข และได้นำไปดำเนินการต่อใน ‘บันไดขั้นที่ 3’ คือ การรื้อระบบการค้าน้ำมัน ซึ่งต้องหาข้อมูลจำนวนมากเพื่อกำหนดแนวทางดำเนินการและการยกร่างกฎหมายใหม่ให้ครบวงจร โดยขณะนี้ได้ยกร่างต้นฉบับกฎหมายกำกับดูแลการประกอบกิจการค้าน้ำมันซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของ ‘บันไดขั้นที่ 5’ เสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยร่างกฎหมายมีทั้งหมด 180 มาตรา อยู่ในขั้นตอนตรวจสอบของคณะทำงานผู้เชี่ยวชาญกฎหมายและพลังงาน โดยกฎหมายฉบับนี้จะกำหนดให้การปรับราคาน้ำมันทำได้เดือนละหนึ่งครั้ง ไม่ใช่ปรับทุกวัน และให้ปรับราคาได้ตามความเป็นจริงของต้นทุนน้ำมัน โดยจะนำระบบ Cost Plus ซึ่งหมายถึงระบบที่คิดราคาตามต้นทุนที่แท้จริง เข้าใช้แทนการอ้างอิงราคาน้ำมันต่างประเทศและมีอีกหลายเรื่องที่เป็นประโยชน์กับประชาชน กฎหมายฉบับนี้จะดูแลไปถึงเรื่องของการจำหน่ายก๊าซหุงต้มด้วย</p>
<p>ในกฎหมายฉบับนี้จะเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการขนส่ง ผู้ให้บริการสาธารณะกุศล รวมไปถึงสหกรณ์การเกษตร การประมง สามารถจัดหาน้ำมันมาใช้ได้เอง เพราะถือเป็นการค้าเสรีอย่างแท้จริง ประชาชนต้องมีสิทธิเสรีในการหาพลังงานของตัวเอง ถ้าหากผู้ประกอบการสามารถจัดหาน้ำมันมาใช้เองได้ในราคาที่ถูกกว่าราคาจำหน่ายหน้าปั๊ม ก็สามารถดำเนินการได้เลย จะทำให้ต้นทุนน้ำมันของเกษตรกร ชาวประมง ผู้ประกอบการขนส่งลดลงได้ทันที เมื่อผู้ประกอบการสามารถจัดหาน้ำมันได้ในราคาถูก ต้นทุนก็จะลดลง และเมื่อลดภาระเรื่องราคาน้ำมันแล้ว ก็ต้องลดราคาสินค้าให้ประชาชนด้วย</p>
<p>“กฎหมายที่ผมพูดถึงข้างต้น ผมร่างเองทั้งหมด ผมเริ่มทำมาตั้งแต่เดือนเมษายน 2567 หลังจากที่ผมได้ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับต้นทุนราคาน้ำมัน ซึ่งผมใช้เวลาเที่ยงคืนถึงตี 3 แทบทุกคืน เพื่อร่างกฎหมายฉบับนี้” <strong>นายพีระพันธุ์</strong>กล่าว</p>
<p>สำหรับ ‘บันไดขั้นที่ 4’ ซึ่งกำลังเร่งดำเนินการในขณะนี้ คือ การจัดทำระบบสำรองน้ำมันทางยุทธศาสตร์เพื่อความมั่นคงของประเทศ หรือ SPR (Strategic Petroleum Reserve) เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันให้อยู่ในระดับที่รัฐบาลสามารถควบคุมราคาได้เอง อยู่ระหว่างจัดเตรียมร่างกฎหมายเกี่ยวกับการสํารองน้ำมันของประเทศ หลักการคือจะนำน้ำมันสำรองนี้มาดูแลปัญหาราคาน้ำมันแทนกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง จะเปลี่ยนกองทุนน้ำมันฯ ที่ใช้เงินและสร้างหนี้สาธารณะ ให้กลายมาเป็นทรัพย์สินของประเทศต่อไป</p>
<p>“กองทุนน้ำมันฯ ที่มีน้ำมันสํารองของประเทศ จะเป็นทรัพย์สินของประเทศไม่ใช่ภาระหนี้สินอีกต่อไป ซึ่งตอนนี้ผมเริ่มต้นทำเรื่องนี้แล้ว และเป็นที่น่ายินดีที่ผมนำเรื่องนี้หารือกับทางซาอุดิอาระเบียในช่วงที่เดินทางไปประชุม ทางซาอุฯ เขาเห็นด้วยในหลักการที่จะสนับสนุน พร้อมๆ กับเรื่องการลงทุนด้านการผลิตไฮโดรเจนที่จะเป็นพลังงานแห่งอนาคตอีกอย่างหนึ่ง” <strong>นายพีระพันธุ์</strong>กล่าว</p>
<p>ในปีที่ 2 ของการดำเนินงาน คาดว่าเป้าหมายสุดท้าย ‘บันไดขั้นที่ 5’ คือ การออกกฎหมายสร้างระบบสำรองน้ำมันทางยุทธศาสตร์เพื่อความมั่นคงของประเทศ และกฎหมายกำกับกิจการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง รวมถึงกฎหมายส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าจากพลังแสงอาทิตย์ เพื่อสร้างความเป็นธรรมและลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้ประชาชนอย่างยั่งยืน จะสำเร็จได้ในเร็ววัน</p>
<p>ด้านไฟฟ้า เรื่องราคาค่าไฟฟ้า ยังคงรักษานโยบายที่จะลดภาระค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าให้แก่ประชาชน โดยในช่วงแรกที่ได้ปรับราคาค่าไฟฟ้าให้ลงมาอยู่ที่ 3.99 บาทต่อหน่วย ก่อนที่จะขยับขึ้นมาเล็กน้อยเป็น 4.18 บาทต่อหน่วย สำหรับประชาชนทั่วไป เนื่องจากราคาก๊าซในตลาดโลกปรับเพิ่มสูงขึ้น แต่ประชาชนกลุ่มเปราะบางที่ใช้ไฟฟ้าต่ำกว่า 300 หน่วยต่อเดือน ก็ยังใช้ไฟฟ้าที่ราคา 3.99 บาทต่อหน่วยเหมือนเดิม โดยพยายามตรึงราคาค่าไฟฟ้าไว้ให้ถึงที่สุด หากไม่สามารถลดได้ก็ต้องไม่ปรับขึ้น</p>
<p>“ต้นทุนสำคัญที่เป็นตัวแปรให้ค่าไฟแพงอยู่ที่ราคาก๊าซธรรมชาติที่ใช้เป็นเชื้อเพลิง แต่ไม่มีใครลงมือแก้ไขทั้ง ๆ ที่ทราบปัญหา ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ผมได้บริหารจัดการหลายๆ ด้านรวมทั้งการปรับโยกการกำหนดราคาก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยให้ถูกต้องเหมาะสม เพราะที่ผ่านมา ก๊าซธรรมชาติที่ขุดได้จากอ่าวไทยจํานวนหนึ่งถูกนำไปใช้ในภาคอุตสาหกรรมปิโตรเคมี และซื้อขายในราคาเดียวกับก๊าซหุงต้มของประชาชน ซึ่งเป็นการกําหนดราคาแบบไม่ถูกต้อง” <strong>นายพีระพันธุ์</strong>กล่าว</p>
<p><strong>อย่างไรก็ดี เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงค่าไฟที่ถูกลงโดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์ที่ได้จากการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคา (Solar Rooftop) และขจัดปัญหาความยุ่งยากในการติดตั้งและการขออนุญาต กระทรวงพลังงานเตรียมออกกฎหมายฉบับใหม่เพื่อที่จะกํากับดูแลให้การติดตั้งระบบโซลาร์บนหลังคาบ้าน เพื่อติดตั้งได้สะดวกและง่ายขึ้น และมีมาตรการสนับสนุนเงินทุนในการติดตั้ง การหักค่าใช้จ่ายเพื่อลดหย่อนภาษี โดยคาดว่าจะเสร็จพร้อม ๆ กับกฎหมายน้ำมันภายในปลายปี 2567 นี้ เพื่อมีส่วนช่วยให้ประชาชนหลุดพ้นจากภาระค่าไฟหลักที่ต้องปรับทุก 4 เดือน รวมทั้ง เตรียมสนับสนุนการประดิษฐ์คิดค้นเทคโนโลยีและอุปกรณ์สำหรับการติดตั้งระบบ Solar Rooftop แบตเตอรี่สำหรับกักเก็บพลังงานไว้ใช้ในเวลากลางคืนในราคาถูก ซึ่งอยู่ระหว่างการทดลอง เบื้องต้นก็ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ระบบนี้สามารถใช้กับเครื่องแอร์ได้ 3 เครื่อง ตู้เย็น 1 เครื่อง ประกอบด้วยแผงโซลาร์ เครื่องอินเวอร์เตอร์ และแบตเตอรี่ ทั้งหมดจะอยู่ในวงเงินประมาณ 30,000 บาท ชึ่งจะเป็นราคาต้นทุนการผลิตไม่รวมค่าบริหารจัดการ สามารถใช้ไฟได้ทั้งกลางวันและกลางคืน “ผมมั่นใจว่าในรอบปีที่ 2 ที่ผมดูแลกระทรวงพลังงาน จะมีผลิตภัณฑ์เหล่านี้ออกมาจำหน่ายให้แก่พี่น้องประชาชนในราคาถูก ซึ่งจะลดภาระให้ประชาชนหลุดพ้นจากปัญหาค่าไฟแพงได้” นายพีระพันธุ์กล่าวในท้ายที่สุด</strong></p>
<hr />
<p>ที่มา: กระทรวงพลังงาน</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/energy-news-update-2567/">1 ปี “พีระพันธุ์” เปลี่ยนผ่านพลังงานด้วยแนวทาง รื้อ-ลด-ปลด-สร้าง เดินหน้าลุยต่อ สู่เป้าหมาย “มั่นคง เป็นธรรม และยั่งยืน” เพื่อคนไทยทุกคน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/energy-news-update-2567/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เสริมสร้างศักยภาพนวัตกรรมการขับเคลื่อนไฟฟ้าภายในประเทศเพื่อสังคมแห่งการไร้ Carbon</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/empowering-electric-mobility-innovation/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/empowering-electric-mobility-innovation/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 24 Apr 2024 07:10:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[IEEE PES DAY 2024]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมไฟฟ้าและพลังงานไอทริปเปิลอี (ประเทศไทย)]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=33566</guid>

					<description><![CDATA[<p>สมาคมไฟฟ้าและพลังงานไอทริปเปิลอี (ประเทศไทย) ได้จัดงาน IEEE PES DAY 2024 ในหัวข้อ เสริมสร้างศักยภาพนวัตกรรมการขับเคลื่อนไฟฟ้า (Empowering Electric Mobility Innovation) เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2567 และได้รับเกียรติจาก วิลาศ เฉลยสัตย์ ผู้ว่าการ MEA หรือการไฟฟ้านครหลวง ในฐานะประธานสมาคมไฟฟ้าและพลังงานไอทริปเปิลอี (ประเทศไทย) หรือ IEEE POWER &#38; ENERGY&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/empowering-electric-mobility-innovation/">เสริมสร้างศักยภาพนวัตกรรมการขับเคลื่อนไฟฟ้าภายในประเทศเพื่อสังคมแห่งการไร้ Carbon</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สมาคมไฟฟ้าและพลังงานไอทริปเปิลอี (ประเทศไทย) ได้จัดงาน </strong><strong>IEEE PES DAY 2024 ในหัวข้อ เสริมสร้างศักยภาพนวัตกรรมการขับเคลื่อนไฟฟ้า (Empowering Electric Mobility Innovation) เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2567 และได้รับเกียรติจาก วิลาศ เฉลยสัตย์ ผู้ว่าการ MEA หรือการไฟฟ้านครหลวง ในฐานะประธานสมาคมไฟฟ้าและพลังงานไอทริปเปิลอี (ประเทศไทย) หรือ IEEE POWER &amp; ENERGY SOCIETY (THAILAND) เป็นประธานเปิดงานเสวนา IEEE PES DAY 2024 </strong><span id="more-33566"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-33575" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/IEEE-PES-DAY-2024-P01.jpg" alt="วิลาศ เฉลยสัตย์" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/IEEE-PES-DAY-2024-P01.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/IEEE-PES-DAY-2024-P01-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/IEEE-PES-DAY-2024-P01-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/IEEE-PES-DAY-2024-P01-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>วิลาศ เฉลยสัตย์</strong></span> <strong>ผู้ว่าการ MEA</strong> กล่าวว่า MEA ในฐานะหน่วยงานรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงมหาดไทย ที่มีความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนนวัตกรรมและเทคโนโลยี ได้ร่วมจัดสัมมนาในครั้งนี้เพื่อแสดงให้เห็นว่า สมาคมฯ และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ตระหนักดีถึงความจำเป็นในการร่วมมือกับภาครัฐในการขับเคลื่อนนวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยได้เป็น HUB สำคัญของการผลิตรถ EV ในภูมิภาคอาเซียน ด้วยแรงงานที่มีทักษะ เสริมด้วยโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งผ่านท่าเรือแหลมฉบัง ที่เชื่อมโยงกับประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาค รวมทั้งปริมาณไฟฟ้าสำรองในประเทศซึ่งมีเพียงพอที่จะรองรับการใช้งาน และการประกอบรถ EV ในปริมาณมาก ตลอดจนภาครัฐได้มีนโยบายกระตุ้น demand ในประเทศด้วยการลดภาษีนำเข้าเหลือ 40% สำหรับรถ EV ที่มีราคาขายไม่เกิน 2 ล้านบาทต่อคัน ทั้งนี้เพื่อเพิ่มปริมาณการใช้รถยนต์ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ภายในประเทศ และบรรลุเป้าหมายก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ให้เร็วที่สุด เพื่อการปรับตัวต่อภาวะโลกร้อนได้อย่างยั่งยืน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-33576" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/IEEE-PES-DAY-2024-P02.jpg" alt="จาตุรงค์ สุริยาศศิน" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/IEEE-PES-DAY-2024-P02.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/IEEE-PES-DAY-2024-P02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/IEEE-PES-DAY-2024-P02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/IEEE-PES-DAY-2024-P02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>จาตุรงค์ สุริยาศศิน</strong></span> <strong>รองผู้ว่าการ MEA</strong> กล่าวว่า เป็นความกังวลเสียมากกว่าที่ทางการไฟฟ้านครหลวง เราเป็นห่วงสำหรับผู้ที่ใช้รถ EV ผู้ใช้รถเวลาเลือกดูรถก็ดูจากรูปลักษณ์ สมถนะของรถ ว่ารถวิ่งได้กี่กิโลเมตร ความเร่งเป็นอย่างไร แต่ท่านอย่าลืมนึกไปอีกอย่างหนึ่งว่ากำลังนำรถ EV ออกมา แล้วกำลังไปทำสถานีชาร์จในบ้านท่าน ตรงนี้การไฟฟ้านครหลวงเราเป็นห่วง ของแถมชาร์จเจอร์ที่แถมมากำลังรถนั้นไม่มีประเด็น แต่อาจจะมีประเด็นเรื่องของการติดตั้งที่ได้มาตรฐานเพียงพอหรือไม่ เพราะว่าการติดตั้งไม่ได้ทำด้วยผู้เชี่ยวชาญ ถึงจะทำให้ชาร์จไฟได้แต่จะชาร์จได้กี่ครั้ง กว่ารถจะพังแล้วชาร์จในบ้านกี่พันกี่หมื่นครั้ง ทางการไฟฟ้านครหลวงเป็นห่วงหากมีการใช้ช่างที่ไม่ได้มีความเชี่ยวชาญอาจจะเกิดอันตรายทัง้ตัวรถและคนก็เป็นได้ เรียดกได้ว่าอาจจะเป็นระเบิดเวลา โอกาสที่จะเกิดเพลิงไหม้จากการชาร์จ</p>
<p>เพราะฉะนั้น เมื่อการไฟฟ้านครหลวงขออาสาเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ะใช้ช่างมืออาชีพ ใช้อุปกรณ์ที่มีมาตราฐาน ดังนั้นเราขอเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยเหลือในการให้คำแนะนำและมีช่างมืออาชีพ KEN by MEA  “ เสริมทัพธุรกิจเกี่ยวเนื่องตอบสนองงานบริการประชาชน เพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานครอย่างยั่งยืน ” งานบริการธุรกิจเกี่ยวเนื่องของ MEA โดยทีมที่ปรึกษาที่มีความเชี่ยวชาญ และมีความเป็นมืออาชีพด้านธุรกิจไฟฟ้า เพื่อรองรับความต้องการของผู้ใช้ไฟฟ้าได้ครอบคลุม 4 บริการ โดยมุ่งเน้นการบริการและการบริหารลูกค้าที่เป็นเลิศ เน้นเรื่องความปลอดภัย บริการที่รวดเร็ว เข้าใจความต้องการของผู้ใช้ไฟฟ้า ทั้งด้านที่อยู่อาศัย อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม และสอดรับกับชีวิตความเป็นอยู่ของเมืองมหานครสู่อนาคตอย่างยั่งยืน ด้วยบริการที่มีคุณภาพ สะดวก รวดเร็ว เข้าถึงง่าย standby 24 ชั่วโมง</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-33577" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/IEEE-PES-DAY-2024-P03.jpg" alt="สุโรจน์ แสงสนิท" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/IEEE-PES-DAY-2024-P03.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/IEEE-PES-DAY-2024-P03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/IEEE-PES-DAY-2024-P03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/IEEE-PES-DAY-2024-P03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>สุโรจน์ แสงสนิท</strong></span> <strong>อุปนายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย</strong> กล่าวว่า ข้อมูล ณ ไตรมาสที่ 1 เมื่อ พ.ศ. 2566 ประเทศไทยเป็นประเทศเศรษฐกิจหลักในกลุ่มอาเซียนโดยมีสัดส่วนของยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศ (%) สูงสุดในภูมิภาค และปัจจุบันมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากกล่าวถึงเรื่องของการซ่อมบำรุง เรื่องช่างไฟไปแล้ว มากล่าวถึงเรื่องของช่างซ่อมบำรุงรถตอนนี้รถไฟฟ้าอาจจะเหมือนมีชิ้นส่วนที่น้อยมากแต่ไฟฟ้ามีกำลังมาถึง 400 โวลต์ ถ้าเกิดว่าคนไม่รู้อาจจะเกิดอัตรายขึ้นมาได้ ทาง EVAT ก็มีสิ่งหนึ่งที่กำลังพยายามทำอยู่คือมีการฝึกอบรมและนำเทคโนโลยีในการซ่อมรถไฟฟ้ามาเราได้มีการเชิญวิทยากรมาที่มีความเชี่ยวชาญและชำนาญจากประเทศจีนเพื่อมาเทรนให้กับช่างในประเทศไทย</p>
<p>สุดท้ายนี้ ประเทศไทยเกิดน้ำท่วมบ่อยครั้งรถไฟฟ้า ไฟฟ้ากับน้ำไม่ถูกกันหลาย ๆ คนเกิดความกังวลใจหากถามว่าจะต้องแก้ปัญหาอย่างไรนั้นหรือมีวิธีรับมืออย่างไร แต่ต้องเรียนว่าวิศวกรที่มีการออกแบบรถไฟฟ้าทุกยี่ห้อนั้นเค้ามีการออกแบบเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมาอย่างแน่นอนอย่าให้คนไทยมั่นใจในการออกแบบและใช้รถไฟฟ้าอย่างปลอดภัย</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-33578" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/IEEE-PES-DAY-2024-P04.jpg" alt="มนต์ชัย ชุ่มอินทรจักร์" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/IEEE-PES-DAY-2024-P04.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/IEEE-PES-DAY-2024-P04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/IEEE-PES-DAY-2024-P04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/IEEE-PES-DAY-2024-P04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>มนต์ชัย ชุ่มอินทรจักร์</strong> </span><strong>หัวหน้ากลุ่มเทคโนโลยีการขนส่งและจราจร สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร</strong>  กล่าวว่า อยากจะให้มีการดูว่านวัตกรรมที่นำมาใช้ในภาคการขนส่งเพื่อที่จะได้เป็นกานส่งเสริมให้กับ E-mobility ทางบก ทางน้ำและทางราง เพื่อการขนส่งที่มีประสิทธิภาพและยังเป็นการไม่สร้างมลพิษให้กับประชาชนในประเทศ พร้อมทั้งยังเป็นการส่งเสริมการขนส่งภายในประเทศให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นอีกด้วย</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-33579" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/IEEE-PES-DAY-2024-P05.jpg" alt="ดร.อัครินทร์ สุวรรณรัตน์" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/IEEE-PES-DAY-2024-P05.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/IEEE-PES-DAY-2024-P05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/IEEE-PES-DAY-2024-P05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/IEEE-PES-DAY-2024-P05-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ดร.อัครินทร์ สุวรรณรัตน์</span> Executive Vice President บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่า สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยว่าเราจะต้องทำอย่างไรให้เราไปถึง Net Zero Carbon เมื่อเรามีการเปลี่ยนจากรถยนต์เครื่องสันดาปมาเป็นรถยนต์ไฟฟ้าเราจะต้องมีการใช้พลังงานไฟฟ้าที่สะอาดร่วมด้วยเช่นกันเป็น Green Electricity ที่มาจากพลังงานไฟฟ้าที่มาจากพลังงานทดแทน ซึ่งต้องเรียนว่า ณ ปัจจุบันเรากยังคงไม่มีพลังงานทดแทนที่มากเพียงพอที่จะมา Supply ในส่วนนี้และในอนาคต</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-33580" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/IEEE-PES-DAY-2024-P06.jpg" alt="กิตพน กิตติอำพน" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/IEEE-PES-DAY-2024-P06.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/IEEE-PES-DAY-2024-P06-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/IEEE-PES-DAY-2024-P06-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/IEEE-PES-DAY-2024-P06-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>กิตพน กิตติอำพน</strong> </span><strong>หัวหน้าโครงการ A C Energy Solution บริษัทภายใต้ Arun Plus Group</strong> กล่าวว่า เชื่อว่าปริมาณของคนไทยที่จะใช้รถไฟฟ้าจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ต้องขอเรียนว่าโดยส่วนตัวใช้รถไฟฟ้ามาร่วม 3 ปี แล้วไม่ได้มีปัญหาอาจจะมีในช่วงแรกที่มีความกังวลเรื่องของการชาร์จ แต่ในปัจจุบันในทุก ๆ ตามสถานีปั๊มน้ำมันไม่ว่าจะเป็นทั้งในกรุงเทพฯ หรือต่างจังหวัดเริ่มมีสถานชาร์จมากขึ้นเรื่อย ๆ รวมไปถึงที่พักโรงแรมหรือระหว่างทาง เชื่อการใช้งานในประเทศจะผู้บริโภคจะเปลี่ยนจากรถยนต์ที่ใช้น้ำมันมาเป็นรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้นเรื่อ ๆ เพราะรยนต์ในอนาคตอันใกล้นี้จะมีตัวเลือกที่หลากหลายและมีราคาที่ถูกลง พร้อมทั้งยังมีสถานีชาร์จที่เพิ่มมากขึ้นและสามารถขับรถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างไร้ความกังวลไม่ว่าจะต้องวิ่งระยะทางที่ไกลแค่ไหน</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/empowering-electric-mobility-innovation/">เสริมสร้างศักยภาพนวัตกรรมการขับเคลื่อนไฟฟ้าภายในประเทศเพื่อสังคมแห่งการไร้ Carbon</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/empowering-electric-mobility-innovation/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ครม. เคาะตรึง ค่าไฟ-น้ำมัน-ก๊าซหุงต้ม ค่าไฟกลุ่มเปราะบาง 3.99 บาท/หน่วย ผู้ใช้ไฟทั่วไปลุ้นไม่เกิน 4.20 บาท/หน่วย</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/thaigov-energy-update-19-12-2566/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/thaigov-energy-update-19-12-2566/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 19 Dec 2023 09:07:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซหุงต้ม]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันเชื้อเพลิง]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=31577</guid>

					<description><![CDATA[<p>ครม. เคาะมาตรการช่วยเหลือประชาชน ลดค่าไฟฟ้า ค่าน้ำมัน และก๊าซหุงต้ม เป็นของขวัญปีใหม่ 2567  ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ตามที่กระทรวงพลังงานนำเสนอ โดยตรึงค่าไฟกลุ่มเปราะบาง จ่ายค่าไฟฟ้าในอัตราเดิมคือ 3.99 บาทต่อหน่วย ด้านกลุ่มผู้ใช้ไฟทั่วไป เตรียมลุ้นค่าไฟ ไม่เกิน 4.20 บาทต่อหน่วย 19 ธันวาคม 2566 &#8211; นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้มีมติลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชน เพื่อลดความเดือดร้อนจากราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูง ตามที่กระทรวงพลังงานได้เสนอ โดยมาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ประกอบด้วย&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/thaigov-energy-update-19-12-2566/">ครม. เคาะตรึง ค่าไฟ-น้ำมัน-ก๊าซหุงต้ม ค่าไฟกลุ่มเปราะบาง 3.99 บาท/หน่วย ผู้ใช้ไฟทั่วไปลุ้นไม่เกิน 4.20 บาท/หน่วย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ครม. เคาะมาตรการช่วยเหลือประชาชน ลดค่าไฟฟ้า ค่าน้ำมัน และก๊าซหุงต้ม เป็นของขวัญปีใหม่ 2567  ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ตามที่กระทรวงพลังงานนำเสนอ โดยตรึงค่าไฟกลุ่มเปราะบาง จ่ายค่าไฟฟ้าในอัตราเดิมคือ 3.99 บาทต่อหน่วย ด้านกลุ่มผู้ใช้ไฟทั่วไป เตรียมลุ้นค่าไฟ ไม่เกิน 4.20 บาทต่อหน่วย</strong></p>
<p><span id="more-31577"></span></p>
<p>19 ธันวาคม 2566 &#8211; <span style="color: #6cb742;"><strong>นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค</strong></span> <strong>รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน</strong> เปิดเผยภายหลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้มีมติลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชน เพื่อลดความเดือดร้อนจากราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูง ตามที่กระทรวงพลังงานได้เสนอ โดยมาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ประกอบด้วย</p>
<h3>มาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง</h3>
<p><strong>ราคาน้ำมันดีเซล</strong> ประชุมคณะรัฐมนตรีได้มีมติไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตร เป็นระยะเวลา 3 เดือน ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 31 มีนาคม 2567 โดยกระทรวงพลังงานจะหารือกับกระทรวงการคลังในการบริหารจัดการด้านราคา ใช้กลไกของภาษีสรรพสามิตและกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง</p>
<p><strong>ราคาก๊าซหุงต้ม</strong> ที่ประชุมก็ได้มีมติให้ตรึงราคาที่ 423 บาทต่อถังขนาด 15 กิโลกรัม เป็นระยะเวลา 3 เดือน มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 31 มีนาคม 2567 โดยบริหารผ่านกลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง</p>
<h3>มาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้า</h3>
<p>ที่ประชุมได้ มีมติให้ปรับโครงสร้างราคาก๊าซธรรมชาติ ตามข้อเสนอของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน และ ตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2566 นอกจากนั้น ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย รับภาระเงินคงค้างสะสม (AF) สำหรับงวดเดือนมกราคม &#8211; เมษายน 2567 แทนประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้าไปพลางก่อน ส่วนบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) จะมีการทบทวนสมมติฐานปริมาณและราคาก๊าซธรรมชาติที่ใช้ในการคำนวณอัตราค่าไฟฟ้าให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และจะมีการนำส่วนลดค่าก๊าซธรรมชาติ จำนวน 4,300 ล้านบาทจากการขาดส่งก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยของผู้ผลิต (Shortfall) ในช่วงปลายปี 2564 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2565 มาช่วยลดราคาก๊าซธรรมชาติในรอบนี้ด้วย ซึ่งจากมาตรการดังกล่าวทั้งหมด จะทำให้ค่าไฟฟ้างวดเดือนมกราคม &#8211; เมษายน 2567 จะอยู่ที่ไม่เกิน 4.20 บาทต่อหน่วย ทั้งนี้ ในส่วนของกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 300 หน่วยต่อเดือนจะได้รับส่วนลดเพิ่ม 21 สตางค์ ซึ่งมีอยู่ประมาณ 17 ล้านครัวเรือน จะจ่ายค่าไฟฟ้าในอัตราเดิมคือ 3.99 บาทต่อหน่วย โดยในส่วนนี้จะใช้งบกลางในการบริหารคาดว่าจะใช้เงินประมาณ 1,950 ล้านบาท</p>
<p>“หลังผมได้รับตำแหน่ง ผมและข้าราชการเจ้าหน้าที่กระทรวงพลังงาน ได้ทำงานกันอย่างเต็มที่ มาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่กระทรวงพลังงานนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้ ได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายในการหาแนวทาง ใช้ทุกมาตรการ เพื่อลดราคาพลังงานทุกชนิดให้แก่ประชาชน ที่ผ่านมาเป็นช่วงที่ราคาก๊าซธรรมชาตินำเข้าจากต่างประเทศอยู่ในระดับสูง ก๊าซธรรมชาติจากแหล่งในประเทศก็ยังผลิตไม่ได้ตามแผนเนื่องจากมีการเปลี่ยนผ่านผู้รับสัมปทาน อีกทั้งสงครามภายนอกที่ยืดเยื้อ และพลังงานสะอาด ทั้งพลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ ที่มีอยู่ในระบบปัจจุบัน ก็ยังมีต้นทุนสูง ทั้งหมดล้วนส่งผลกระทบมาเป็นต้นทุนค่าไฟ และที่ผ่านมา ก็ได้รับการช่วยเหลือจาก กฟผ. ในการแบกรับภาระค่าไฟฟ้าบางส่วนมาโดยตลอด รวมทั้งให้ประมาณการราคาก๊าซธรรมชาติให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เป็นธรรม ดังนั้น ผมต้องรักษาสมดุลให้กับทุกฝ่าย และในส่วนของน้ำมัน ผมก็ได้หารือกับกระทรวงการคลังในการใช้กลไกการลดการเก็บภาษีสรรพสามิตเพื่อให้สามารถตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาทต่อไปอีก 3 เดือน ส่วนราคาน้ำมันกลุ่มเบนซินที่ผมได้สั่งการให้มีการลดราคาตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน 2566 ก็ยังมีผลต่อเนื่องยาวไปจนถึง 31 มกราคม 2567 ผมขอยืนยันอีกครั้งว่า การลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่คณะรัฐมนตรีมีมติในวันนี้ ถือเป็นของขวัญปีใหม่จากกระทรวงพลังงาน แต่เป็นเพียงมาตรการระยะสั้นเท่านั้น ตอนนี้ก็อยู่ระหว่างการรื้อกฎหมาย กฎระเบียบต่างๆ ให้มีความทันสมัย เหมาะสมกับสถานการณ์ ประชาชนจะต้องได้รับประโยชน์สูงสุด จะไม่มีเสียงครหาว่ากระทรวงพลังงานเอื้อกลุ่มทุนพลังงาน” <strong>นายพีระพันธุ์</strong> กล่าว</p>
<hr />
<p>ที่มา: กระทรวงพลังงาน</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/thaigov-energy-update-19-12-2566/">ครม. เคาะตรึง ค่าไฟ-น้ำมัน-ก๊าซหุงต้ม ค่าไฟกลุ่มเปราะบาง 3.99 บาท/หน่วย ผู้ใช้ไฟทั่วไปลุ้นไม่เกิน 4.20 บาท/หน่วย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/thaigov-energy-update-19-12-2566/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พร้อมแล้ว! งานประชุมสัมมนาทางวิชาการและแสดงนิทรรศการนานาชาติ 2023 (APPEEC 2023)</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/appeec-2023/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/appeec-2023/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 06 Dec 2023 03:01:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Seminar & Exhibitions]]></category>
		<category><![CDATA[APPEEC 2023]]></category>
		<category><![CDATA[IEEE PES]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=31247</guid>

					<description><![CDATA[<p>พร้อมแล้ว! งานประชุมสัมมนาทางวิชาการและแสดงนิทรรศการนานาชาติ 2023 IEEE PES 15th Asia-Pacific Power and Energy Engineering Conference (APPEEC 2023) ภายใต้ธีม Transition towards Carbon Neutrality, Sustainability and Flexibility for Future Energy จัดขึ้นครั้งแรกในไทย ระหว่างวันที่ 6-9 ธันวาคม 2023&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/appeec-2023/">พร้อมแล้ว! งานประชุมสัมมนาทางวิชาการและแสดงนิทรรศการนานาชาติ 2023 (APPEEC 2023)</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>พร้อมแล้ว! งานประชุมสัมมนาทางวิชาการและแสดงนิทรรศการนานาชาติ 2023 IEEE PES 15th Asia-Pacific Power and Energy Engineering Conference (APPEEC 2023) ภายใต้ธีม Transition towards Carbon Neutrality, Sustainability and Flexibility for Future Energy จัดขึ้นครั้งแรกในไทย ระหว่างวันที่ 6-9 ธันวาคม 2023 ที่โรงแรมแมริออท จังหวัดเชียงใหม่</strong></p>
<p><span id="more-31247"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-31253" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/S__21021069_0.jpg" alt="" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/S__21021069_0.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/S__21021069_0-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/S__21021069_0-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/S__21021069_0-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/S__21021068_0.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/S__21021068_0-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/S__21021068_0-150x150.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/S__21021068_0-50x50.jpg 50w" sizes="(max-width: 150px) 100vw, 150px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/S__21021067_0.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/S__21021067_0-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/S__21021067_0-150x150.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/S__21021067_0-50x50.jpg 50w" sizes="(max-width: 150px) 100vw, 150px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/S__21021066_0.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/S__21021066_0-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/S__21021066_0-150x150.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/S__21021066_0-50x50.jpg 50w" sizes="(max-width: 150px) 100vw, 150px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/S__21021064_0.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/S__21021064_0-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/S__21021064_0-150x150.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/S__21021064_0-50x50.jpg 50w" sizes="(max-width: 150px) 100vw, 150px" /></a>

<p>APPEEC 2023 พบกับ Keynote Speaker ระดับโลก Dr. Jessica Bian, President,IEEE Power &amp; Energy Society, Professor Dr.Campbell Booth จาก University of Strathclyde, IEEE Fellow Dr.Ray Byrne จาก Sandia National Laboratories และ Dr.Worawut Waruttamapornsu จาก Hitachi Energy</p>
<p>APPEEC 2023 พบกับการอภิปรายในหัวข้อต่าง ๆ เช่น Power-to-Green Hydrogen (P2GH), Harmonizing Electric Vehicles with the Grid, Elements of a Smart City: Engineering and Urban Planning Perspectives, Power Quality Issues: Impacts and Solutions of Electric Vehicles and Renewable Generations in Distribution Network, Blockchain for Future Smart Grid, Optimization Enabler for a Voltage and Reactive Power Management (OPEN-VQ) System for Smart Operation และ Cybersecurity in Power Grids: Challenges and Opportunities เป็นต้น</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-31259" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/S__21021077.jpg" alt="APPEEC 2023" width="740" height="560" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/S__21021077.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/S__21021077-300x227.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/S__21021077-150x114.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/S__21021077-500x378.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/S__21021076_0.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/S__21021076_0-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/S__21021076_0-150x150.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/S__21021076_0-50x50.jpg 50w" sizes="(max-width: 150px) 100vw, 150px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/S__21021075_0.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/S__21021075_0-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/S__21021075_0-150x150.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/S__21021075_0-50x50.jpg 50w" sizes="(max-width: 150px) 100vw, 150px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/S__21021074_0.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/S__21021074_0-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/S__21021074_0-150x150.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/S__21021074_0-50x50.jpg 50w" sizes="(max-width: 150px) 100vw, 150px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/S__21021073_0.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/S__21021073_0-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/S__21021073_0-150x150.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/S__21021073_0-50x50.jpg 50w" sizes="(max-width: 150px) 100vw, 150px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/S__21021071_0.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/S__21021071_0-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/S__21021071_0-150x150.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/S__21021071_0-50x50.jpg 50w" sizes="(max-width: 150px) 100vw, 150px" /></a>

<p>APPEEC 2023 พบกับการบรรยายพิเศษในรูปแบบ Tutorial ในหัวข้อเรื่อง Microgrid Stability Definitions, Analysis, and Modeling และ Simultaneous Charging of Electric Vehicles; Analysis of Charging Current and Switching Frequencies, Grid Unbalances and Power Quality Violation และ Challenges and Solutions for Voltage Regulation in Distribution Network due to Wind, Solar and Electric Vehicle Grid Integration เป็นต้น</p>
<p>APPEEC 2023 พบกับการบรรยายพิเศษในรูปแบบ Oral Presentation ด้านไฟฟ้าและพลังงานมากกว่า 150 บทความ โดยมีผู้ร่วมบรรยายจากประเทศต่าง ๆ กว่า 30 ประเทศ</p>
<p><strong>นอกจากนั้นภายในงานประชุมสัมมนาได้จัดให้มีการบรรยายพิเศษในรูปแบบ Special Session บทความรับเชิญจากหน่วยงานการไฟฟ้า ฯ และการแสดงนิททรรศการด้านไฟฟ้าและพลังงาน</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/appeec-2023/">พร้อมแล้ว! งานประชุมสัมมนาทางวิชาการและแสดงนิทรรศการนานาชาติ 2023 (APPEEC 2023)</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/appeec-2023/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กระทรวงพลังงาน เสนอมาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้แก่ประชาชน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/energy-update-13092566/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/energy-update-13092566/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 14 Sep 2023 03:30:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[LPG]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซหุงต้ม]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันเชื้อเพลิง]]></category>
		<category><![CDATA[พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=29895</guid>

					<description><![CDATA[<p>13 กันยายน 2566 &#8211; นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบมาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้แก่ประชาชนตามที่กระทรวงพลังงานเสนอ ซึ่งสอดคล้องตามนโยบายรัฐบาลเร่งด่วนในการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้แก่ประชาชน ประกอบกับสถานการณ์พลังงานในตลาดโลกเข้าสู่ในไตรมาสที่ 4 (ฤดูหนาว) ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น โดยกระทรวงพลังงานได้เสนอมาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน 2 ด้าน ได้แก่ มาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันเชื้อเพลิง ราคาน้ำมันดีเซล ตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตร ตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2566 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2566&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/energy-update-13092566/">กระทรวงพลังงาน เสนอมาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้แก่ประชาชน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>13 กันยายน 2566 &#8211; <strong><span style="color: #6cb742;">นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค</span> รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบมาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้แก่ประชาชนตามที่กระทรวงพลังงานเสนอ ซึ่งสอดคล้องตามนโยบายรัฐบาลเร่งด่วนในการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้แก่ประชาชน ประกอบกับสถานการณ์พลังงานในตลาดโลกเข้าสู่ในไตรมาสที่ 4 (ฤดูหนาว) ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น</strong></p>
<p><span id="more-29895"></span></p>
<p>โดยกระทรวงพลังงานได้เสนอมาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน 2 ด้าน ได้แก่</p>
<ol>
<li><strong>มาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันเชื้อเพลิง</strong>
<ul>
<li>ราคาน้ำมันดีเซล ตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตร ตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2566 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2566 โดยใช้กลไกของภาษีสรรพสามิตและกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง</li>
<li>ราคาน้ำมันเบนซิน กระทรวงพลังงานจะพิจารณารายละเอียดแนวทางการช่วยเหลือแบบมุ่งเป้าให้แก่ผู้ใช้น้ำมันเบนซินกลุ่มเปราะบาง เช่น กลุ่มมอเตอร์ไซค์รับจ้างและแท็กซี่ และนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอีกครั้ง ทั้งนี้ ในระหว่างนี้ ให้มีการกำกับดูแลราคาขายปลีกให้มีค่าการตลาดอยู่ในระดับที่เหมาะสม ประมาณ 2.00 บาทต่อลิตร ตามมติ กบง.</li>
<li>ราคาก๊าซหุงต้ม (LPG) ตรึงราคาขายปลีก LPG ที่ระดับ 423 บาทต่อถังขนาด 15 กิโลกรัม ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2566 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2566 ผ่านกลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง รวมทั้ง จะมีมาตรการช่วยเหลือส่วนลดค่าก๊าซหุงต้มให้กับผู้มีรายได้น้อยหรือกลุ่มเป้าหมาย ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ</li>
</ul>
</li>
<li><strong>มาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้า</strong>
<ul>
<li>ปรับลดอัตราค่าไฟฟ้าที่ประกาศเรียกเก็บกับผู้ใช้ไฟฟ้ารอบเดือนกันยายนถึงเดือนธันวาคม 2566 ในอัตรา 4.45 บาทต่อหน่วย ลงเหลือในอัตรา 4.10 บาทต่อหน่วย โดยกระทรวงพลังงานร่วมกับคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) จะดำเนินการหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการคิด</li>
<li>ราคาก๊าซธรรมชาติ Pool gas ให้ไม่เกินค่าประมาณการคงที่ ประมาณ 305 บาทต่อล้านบีทียู และให้นำส่วนต่างของราคาก๊าซธรรมชาติที่เกิดขึ้นจริงกับค่าก๊าซธรรมชาติที่เรียกเก็บไปทยอยเรียกเก็บคืน ซึ่งจะทำให้ปรับลดราคาค่าไฟฟ้าลงได้อีก</li>
<li>นอกจากนี้ จะมีการดำเนินมาตรการช่วยเหลือส่วนลดค่าไฟฟ้าเพิ่มเติมให้แก่กลุ่มเปราะบาง อาทิ การให้ส่วนลดค่าไฟฟ้าแก่ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 150 หน่วยต่อเดือน โดยกระทรวงพลังงานจะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาเสนอต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป</li>
</ul>
</li>
</ol>
<p><strong>นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กล่าวเพิ่มเติมว่า มาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ทั้ง 2 ด้าน นั้น คณะรัฐมนตรีได้มอบหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนการดำเนินการต่อไป</strong></p>
<hr />
<p>ที่มา: กระทรวงพลังงาน</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/energy-update-13092566/">กระทรวงพลังงาน เสนอมาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้แก่ประชาชน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/energy-update-13092566/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สนพ. สรุปสถานการณ์พลังงานครึ่งปีเเรกของปี 2566 และเเนวโน้มการใช้พลังงาน ปี 2566</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/eppo-update-2566/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/eppo-update-2566/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 06 Sep 2023 09:17:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[PG]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[การใช้พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[สถานการณ์พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[สนพ.]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=29722</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยสถานการณ์พลังงานในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2566 พบว่า ภาพรวมการใช้พลังงานขั้นต้นเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.5 จากภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศที่ปรับตัวดีขึ้น 6 กันยายน 2566 &#8211; นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เป็นประธานแถลงข่าว “สถานการณ์พลังงานครึ่งปีเเรกของปี 2566 และเเนวโน้มการใช้พลังงาน ปี 2566” ณ ห้องเดจาวู โรงแรมพูลแมน คิงเพาเวอร์ กรุงเทพ โดยมีผู้บริหารและเจ้าหน้าที่&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/eppo-update-2566/">สนพ. สรุปสถานการณ์พลังงานครึ่งปีเเรกของปี 2566 และเเนวโน้มการใช้พลังงาน ปี 2566</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยสถานการณ์พลังงานในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2566 พบว่า ภาพรวมการใช้พลังงานขั้นต้นเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.5 จากภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศที่ปรับตัวดีขึ้น</strong></p>
<p><span id="more-29722"></span></p>
<p>6 กันยายน 2566 &#8211; <span style="color: #6cb742;"><strong>นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท</strong></span> ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เป็นประธานแถลงข่าว “สถานการณ์พลังงานครึ่งปีเเรกของปี 2566 และเเนวโน้มการใช้พลังงาน ปี 2566” ณ ห้องเดจาวู โรงแรมพูลแมน คิงเพาเวอร์ กรุงเทพ โดยมีผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สนพ. เข้าร่วมงานในครั้งนี้ด้วย</p>
<p>สำหรับภาพรวมการใช้พลังงานขั้นต้นครึ่งปีแรกของปี 2566 พบว่า มีปริมาณการใช้ อยู่ที่ระดับ 2,059 พันบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.5 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากสภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศที่ปรับตัวดีขึ้น โดยสรุปเป็นรายเชื้อเพลิงได้ ดังนี้</p>
<p>การใช้น้ำมันสำเร็จรูป เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.7  การใช้ LPG โพรเพนและบิวเทน ลดลงเล็กน้อยร้อยละ 0.5 การใช้ก๊าซธรรมชาติ เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.3  การใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.2 การใช้ในครัวเรือนเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.8 และการใช้ในภาคอุตสาหกรรม ลดลงร้อยละ 3.8</p>
<p>ทั้งนี้ คาดการณ์ความต้องการพลังงานขั้นต้นของปี 2566 คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 2,033 พันบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.1</p>
<p><strong>อย่างไรก็ตาม สนพ. ยังคงติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศ และแนวโน้มเศรษฐกิจโลก รวมทั้งราคาพลังงานอย่างใกล้ชิดเพื่อหาแนวทางและมาตรการในการช่วยเหลือประชาชนในช่วงวิกฤติพลังงานในอนาคตต่อไป</strong></p>
<hr />
<p>ที่มา: EPPO Thailand</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/eppo-update-2566/">สนพ. สรุปสถานการณ์พลังงานครึ่งปีเเรกของปี 2566 และเเนวโน้มการใช้พลังงาน ปี 2566</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/eppo-update-2566/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เจาะปัญหาแก้ไฟแพงระยะสั้น สู่การผลักดันปรับโครงสร้างค่าไฟระยะยาวโดยพึ่งพาพลังงานหมุนเวียน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/electricity-ft-renewable-energy/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/electricity-ft-renewable-energy/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 12 May 2023 07:59:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Article]]></category>
		<category><![CDATA[การปรับโครงสร้างราคาค่าไฟ]]></category>
		<category><![CDATA[การแก้ปัญหาค่าไฟแพง]]></category>
		<category><![CDATA[ค่า Ft]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าไฟแพง]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาค่าไฟแพง]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=26712</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปัญหาบิลค่าไฟแพงเป็นประเด็นร้อนตลอดช่วงเมษายนที่ผ่านมาและเป็นไปได้ว่าปัญหานี้จะร้อนแรงอีกครั้งเมื่อถึงเวลาที่มีการปรับขึ้นค่า Ft ความเดือดร้อนจากปัญหาไฟแพง นำมาสู่การตั้งคำถามถึงสาเหตุและการปรับโครงสร้างราคาค่าไฟให้ถูกลง ขณะที่ทางรัฐบาลรับมือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนด้วยการตรึง/ลดค่า Ft อย่างที่เคยทำมา ซึ่งไม่ใช่ทางแก้อย่างยั่งยืนในระยะยาว เพราะการตรึง Ft ไว้ไม่ต่างจากการพักหนี้ในระยะสั้น อีกไม่ช้าไม่นานภาระดังกล่าวก็จะยังตกไปยังประชาชนอยู่ดี เพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมและแก้ไขปัญหานี้ในระยะยาว จำเป็นต้องพิจารณาโครงสร้างราคาไฟฟ้าที่ประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก ส่วนแรกคือ “ค่าไฟฟ้าฐาน” หมายถึงต้นทุนระยะยาวจากการสร้างโรงไฟฟ้าหรือระบบสายส่งต่าง ๆ ส่วนที่สองคือ “ค่าไฟฟ้าผันแปร” หรือ “ค่า Ft” นั่นเอง และส่วนสุดท้ายคือ “ภาษี VAT” โดยค่า&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/electricity-ft-renewable-energy/">เจาะปัญหาแก้ไฟแพงระยะสั้น สู่การผลักดันปรับโครงสร้างค่าไฟระยะยาวโดยพึ่งพาพลังงานหมุนเวียน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ปัญหาบิลค่าไฟแพงเป็นประเด็นร้อนตลอดช่วงเมษายนที่ผ่านมาและเป็นไปได้ว่าปัญหานี้จะร้อนแรงอีกครั้งเมื่อถึงเวลาที่มีการปรับขึ้นค่า Ft ความเดือดร้อนจากปัญหาไฟแพง นำมาสู่การตั้งคำถามถึงสาเหตุและการปรับโครงสร้างราคาค่าไฟให้ถูกลง ขณะที่ทางรัฐบาลรับมือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนด้วยการตรึง/ลดค่า Ft อย่างที่เคยทำมา ซึ่งไม่ใช่ทางแก้อย่างยั่งยืนในระยะยาว เพราะการตรึง Ft ไว้ไม่ต่างจากการพักหนี้ในระยะสั้น อีกไม่ช้าไม่นานภาระดังกล่าวก็จะยังตกไปยังประชาชนอยู่ดี</strong><span id="more-26712"></span></p>
<p><strong>เพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมและแก้ไขปัญหานี้ในระยะยาว จำเป็นต้องพิจารณาโครงสร้างราคาไฟฟ้าที่ประกอบด้วย </strong><strong>3 ส่วนหลัก ส่วนแรกคือ “ค่าไฟฟ้าฐาน” หมายถึงต้นทุนระยะยาวจากการสร้างโรงไฟฟ้าหรือระบบสายส่งต่าง ๆ ส่วนที่สองคือ “ค่าไฟฟ้าผันแปร” หรือ “ค่า Ft” นั่นเอง และส่วนสุดท้ายคือ “ภาษี VAT”</strong></p>
<p>โดยค่า Ft เป็นส่วนสำคัญที่ถูกพูดถึงว่าเป็นสาเหตุหนึ่งของค่าไฟฟ้าที่แพงมากขึ้น โดย Ft เป็นราคาที่มาจากการเปลี่ยนแปลงของต้นทุนระยะสั้น เช่น ค่าเชื้อเพลิงนำเข้าอย่างก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) หรือค่าใช้จ่ายที่เกิดจากนโยบายของรัฐ ซึ่งโดยปกติจะมีการปรับเปลี่ยนทุก ๆ 4 เดือนโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.)</p>
<p>ปัจจัยกระทบค่า Ft ที่สำคัญคือ สถานการณ์การเริ่มฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกในปลายปี 2564 และปัญหาความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครนตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2565 ทำให้ราคาก๊าซ LNG ในตลาดโลกมีแนวโน้มสูงขึ้นแบบก้าวกระโดดได้ส่งผลโดยตรงต่อค่าไฟฟ้าของไทย โดยในอดีตประเทศไทยเคยใช้ก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้า แต่จากปริมาณการผลิตก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยชะลอตัวเนื่องจากเป็นช่วงปลายสัมปทานและการนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากประเทศเมียนมาที่เริ่มลดลงตามสัญญาของผู้ผลิต ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องพึ่งพาการนำเข้าก๊าซ LNG จากต่างประเทศมากขึ้น</p>
<p><strong>กราฟที่ </strong><strong>1 ปริมาณก๊าซธรรมชาติใช้ในการผลิตไฟฟ้าในช่วงปี พ.ศ.2555 – 2565</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-26713" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Chart-01.png" alt="ปริมาณก๊าซธรรมชาติใช้ในการผลิตไฟฟ้าในช่วงปี พ.ศ.2555 – 2565" width="622" height="340" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Chart-01.png 622w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Chart-01-300x164.png 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Chart-01-150x82.png 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Chart-01-500x273.png 500w" sizes="(max-width: 622px) 100vw, 622px" /></p>
<p><strong>ที่มา:</strong> สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.)</p>
<p>โดยเมื่อพิจารณาแหล่งพลังงานที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย จะพบว่า<strong>ก๊าซธรรมชาติ มีสัดส่วนมากกว่า </strong><strong>50% ดังนั้นเมื่อราคาก๊าซธรรมชาติในตลาดโลกดีดตัวสูงขึ้น ประกอบกับอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทที่อ่อนค่าลง จึงส่งผลให้ต้นทุนค่าเชื้อเพลิงการผลิตไฟฟ้าปรับตัวสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้</strong></p>
<p>ข้อมูลต้นทุนเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าในช่วงหลายปีที่ผ่านมาชี้ให้เห็นว่า ราคาก๊าซธรรมชาติที่ขายให้กับโรงไฟฟ้า หรือที่เรียกว่า Pool gas ปรับตัวสูงขึ้นตั้งแต่ปลายปี 2564 และดีดตัวอย่างรวดเร็วในปี 2565 ซึ่งเกิดจากการที่ไทยเร่งหาก๊าซธรรมชาติเหลวนำเข้าเพื่อทดแทนก๊าซในอ่าวไทยและจากแหล่งในพม่าที่ลดลง โดยการนำเข้า LNG มีราคาสูงกว่าก๊าซธรรมชาติจากแหล่งอ่าวไทยมากกว่า 2 เท่า ส่งผลให้ค่า Ft จริงต้องปรับเพิ่มตามราคา Pool gas แต่จากข้อมูลในแผนภาพแสดงให้เห็นว่าค่า Ft ขายปลีกที่จัดเก็บอยู่นั้น ไม่สะท้อนต้นทุนเชื้อเพลิงที่แท้จริงมาตั้งแต่ปี 2565 เนื่องจากรัฐบาลมีมาตรการชะลอการปรับราคาค่า Ft และทยอยปรับขึ้นในลักษณะขั้นบันได</p>
<p><strong>กราฟที่ </strong><strong>2 ประมาณการค่า Ft ขายปลีกและที่แท้จริงในช่วง พ.ศ.2555 – 2566</strong></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-26714" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Chart-02.png" alt="" width="626" height="330" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Chart-02.png 626w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Chart-02-300x158.png 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Chart-02-150x79.png 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Chart-02-500x264.png 500w" sizes="(max-width: 626px) 100vw, 626px" /></p>
<p><strong>ที่มา: </strong>สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) และสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.)</p>
<p><strong><em>แล้วต้นทุนที่แท้จริงหายไปไหน ใครจ่าย </em></strong><strong><em>? </em></strong></p>
<p><strong>จากนโยบายบรรเทาค่าไฟของรัฐในช่วงปี </strong><strong>2564-2565 ทำให้ค่าไฟที่เรียกเก็บจริงจากประชาชนต่ำกว่าต้นทุนจริงที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) รับภาระ ซึ่งเป็นจำนวนเงินกว่า 150,000 ล้านบาท แต่ค่าใช้จ่ายนี้ไม่หายไปไหนและจะเริ่มมีการทยอยเก็บเงินจากผู้ใช้ไฟฟ้าเพื่อชดเชยต้นทุนคืนให้ กฟผ.</strong> ทั้งนี้หากเรียกเก็บคืนทันทีภายในเดือนสิงหาคมจะทำให้ค่าไฟเพิ่มสูงขึ้นจาก 4.72 เป็น 6.67 บาท รัฐบาลจึงมีแนวทางเรียกเก็บคืนภายใน 2 ปีเริ่มตั้งแต่เดือนงวดพฤษภาคม 2566 ซึ่งทำให้ค่าไฟเพิ่มขึ้นเป็น 4.77 บาทต่อหน่วย แต่ภายใต้เงื่อนไขที่ราคาก๊าซไม่ปรับขึ้น ทั้งนี้หากราคาก๊าซธรรมชาติในตลาดโลกปรับตัวขึ้น ค่าไฟฟ้าต่อหน่วยที่ต้องจ่ายก็จะมีโอกาสแพงขึ้นได้อีก</p>
<p><strong>ดังนั้นนโยบายลดค่าไฟฟ้า ผ่านการตรึงค่า </strong><strong>Ft เป็นเหมือนมาตราการพักหนี้ระยะสั้นเท่านั้น</strong> <strong>เนื่องจากโครงสร้างกิจการไฟฟ้าประเทศไทยยังคงเป็นลักษณะการส่งตรงต้นทุนไปยังผู้บริโภค หรือที่เรียกว่า </strong><strong>Cost pass-through ซึ่งทำให้ผู้ลงทุนโรงไฟฟ้าไม่ได้แบกรับความเสี่ยงของราคาเชื้อเพลิงที่มีความผันผวน ท้ายที่สุดผู้ใช้ไฟก็จะต้องรับภาระเพียงแค่ช้าหรือเร็วเท่านั้น</strong> ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการปรับลดหรือตรึงค่า Ft เป็นเครื่องมือที่ได้ผลเร็วในการชะลอค่าไฟไม่ให้ขึ้นก้าวกระโดดรวดเร็วเกินไปจนกระทบเศรษฐกิจและปากท้องประชาชนเท่านั้น แต่ไม่ใช่มาตรการระยะยาวที่ยั่งยืน</p>
<p><strong>อีกประการที่สำคัญคือการเลือกใช้มาตรการตรึงหรือลดค่า </strong><strong>Ft เป็นนโยบายเร่งด่วนที่ใช้ในการหาเสียงของหลายพรรค จึงต้องมีการพิจารณาอย่างรอบคอบ</strong></p>
<p>ในระยะยาว การให้ความสำคัญกับการกระจายประเภทของเชื้อเพลิงที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าของประเทศยังเป็นอีกแนวทางสำคัญที่สามารถกระจายความเสี่ยงของราคาพลังงานที่ผันผวนในอนาคตได้ <strong>การพึ่งพาเชื้อเพลิงชนิดใดชนิดหนึ่งมากเกินไป โดยเฉพาะเชื้อเพลิงที่ไม่สามารถผลิตได้ในประเทศย่อมส่งผลให้ต้นทุนค่าไฟฟ้าจะผันแปรตามราคาตลาดโลกซึ่งมีหลายปัจจัยเสี่ยงที่รัฐบาลไม่สามารถควบคุมได้</strong> <strong>การเพิ่มสัดส่วนของพลังงานหมุนเวียนในการผลิตไฟฟ้ายังเป็นอีกกลยุทธ์หนึ่งในการกระจายประเภทเชื้อเพลิง ซึ่งสามารถช่วยลดสัดส่วนการนำเข้าก๊าซธรรมชาติ อันเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการเพิ่มขึ้นของราคาค่าไฟในปัจจุบัน</strong></p>
<p><strong><em>พลังงานหมุนเวียน มีต้นทุนที่สูงกว่าเชื้อเพลิงฟอสซิลในปัจจุบันหรือไม่ </em></strong><strong><em>?</em></strong></p>
<p>สำหรับต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเมื่อเปรียบเทียบกับก๊าซธรรมชาตินั้นน้อยกว่าต้นทุนค่าเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติอยู่มาก โดยปัจจุบันแนวโน้มต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด เช่น พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมมีแนวโน้มลดต่ำลงมากเมื่อเทียบกับต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติหรือถ่านหิน เนื่องจากเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นทำให้ต้นทุนถูกลงและไม่มีต้นทุนเชื้อเพลิง ในขณะที่ก๊าซธรรมชาติและถ่านหินมีแนวโน้มผันผวนและสูงขึ้นได้จากตลาดโลกและมาตราการ Carbon pricing ที่จะถูกนำมาใช้เพิ่มขึ้นในหลายประเทศ</p>
<p>ต้นทุนของพลังงานหมุนเวียน เริ่มต้นจากการที่ภาครัฐได้มีมาตรการจูงใจให้มีการลงทุนในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ผ่านมาตรการรับซื้อไฟฟ้าแบบ Adder อัตราซื้อแบบเพิ่มส่วนบวก และ Feed-in Tariff (FiT) หรืออัตราการรับซื้อไฟฟ้าคงที่ โดยทั้งสองมาตรการผู้ลงทุนจะได้รับค่าขายไฟเพิ่มและไม่ผันแปรตามค่าไฟฐานและค่า Ft ทั้งนี้ข้อมูลของกระทรวงพลังงานแสดงให้เห็นว่าการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนที่เข้าข่ายรับสิทธิ์ตามมาตราการ Adder และ FiT ของรัฐ มีเพิ่มขึ้นทุกปีในช่วง 2553-2563 โดยมีอัตราเฉลี่ยเติบโตต่อปีอยู่ที่ (CAGR) 11.2% แต่จากข้อมูลของ กกพ. กลับชี้ให้เห็นว่าค่าใช้จ่ายในการสนับสนุนพลังงานทดแทนเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 20-30 สตางค์ต่อหน่วยไฟฟ้าและในปี 2566 ลดลงต่ำกว่า 20 สตางค์ ซึ่งจะทำให้โรงไฟฟ้าพลังงานสะอาดที่ได้รับประโยชน์จากมาตรการ Adder จะทยอยหมดไป จากมาตรการกำหนดระยะเวลาในการสนับสนุนโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมที่จะให้การสนับสนุนเพียง 10 ปี และโรงไฟฟ้าชีวมวล ขยะ น้ำที่มีขนาดเล็กเพียง 7 ปี ทำให้ปัจจุบันต้นทุนการสนับสนุนพลังงานหมุนเวียนจากนโยบายของรัฐในส่วนนี้ลดน้อยลงเรื่อยๆ และคงเหลือเพียงต้นทุนจากนโยบายการรับซื้อพลังงานไฟฟ้า (FiT) เป็นส่วนใหญ่</p>
<p><strong>กราฟที่ </strong><strong>3 ค่าใช้จ่ายการสนับสนุนพลังงานมนุนเวียนผ่านมาตรการ Adder/FiT ในช่วงปี พ.ศ. 2562 – 2566</strong></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-26715" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Chart-03.png" alt="" width="623" height="268" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Chart-03.png 623w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Chart-03-300x129.png 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Chart-03-150x65.png 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Chart-03-500x215.png 500w" sizes="(max-width: 623px) 100vw, 623px" /></p>
<p><strong>ที่มา:</strong> สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.)</p>
<p><strong>กราฟที่ 4 สถิติการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนที่ได้รับค่า </strong><strong>Adder/FiT ในช่วง พ.ศ.2553 – 2563</strong></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-26716" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Chart-04.png" alt="" width="624" height="368" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Chart-04.png 624w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Chart-04-300x177.png 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Chart-04-150x88.png 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Chart-04-500x295.png 500w" sizes="(max-width: 624px) 100vw, 624px" /></p>
<p><strong>ที่มา:</strong> รายงานพลังงานทดแทนของประเทศไทย พ.ศ.2557 – 2563</p>
<p>ในมิติของการวางแผนและจัดการระบบไฟฟ้านั้นจำเป็นต้องพิจารณาทั้งฝั่งผลิตไฟฟ้าควบคู่กับฝั่งความต้องการใช้ไฟฟ้าของสังคมที่เปลี่ยนไปด้วย เนื่องจากพฤติกรรมผู้ใช้มีแนวโน้มเปลี่ยนไปจากการเข้ามาของรถ EV หรือการรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่สามารถเปลี่ยนผู้ใช้ไฟฟ้าเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าโดยติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์บนหลังคาเพื่อใช้เอง (Solar rooftop) ดังนั้นการจัดการระบบไฟฟ้าจำเป็นต้องเปลี่ยนวิธีการดำเนินการ การลงทุนเพื่อเพิ่มศักยภาพของโครงข่ายไฟฟ้าให้สอดรับกับความต้องการใช้เทคโนโลยีชนิดใหม่ที่เปลี่ยนไปจึงเป็นสิ่งจำเป็น ซึ่งการลงทุนหรือต้นทุนดังกล่าวนี้ประเทศจำเป็นต้องมีการลงทุนเพิ่มอยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่ใช่ต้นทุนเฉพาะที่เกิดจากการบริการจัดการพลังงานหมุนเวียนเท่านั้น</p>
<p><strong><em>พลังงานหมุนเวียนกับทางออกทางพลังงานที่ยั่งยืนของไทย</em></strong><strong><em> </em></strong></p>
<p>ท้ายที่สุด การตื่นตัวในเรื่องค่าไฟแพงครั้งนี้ คงเป็นจุดเริ่มต้นให้ตระหนักถึงความจำเป็นในการปรับโครงสร้างไฟฟ้าระยะยาว ที่ไม่ใช่เพียงการปรับลดค่า Ft ที่เป็นเพียงมาตรการลดผลกระทบระยะสั้นเท่านั้น หากประเทศไทยยังคงพึ่งพาการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติในสัดส่วนที่มากอย่างในปัจจุบัน เราจะยังคงต้องแบกรับความเสี่ยงค่าไฟฟ้าที่แพงขึ้นเพื่อสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง และความเสี่ยงจากความผันผวนของต้นทุนเชื้อเพลิงอยู่</p>
<p><strong>แม้ว่าการตรึงค่า </strong><strong>Ft จะช่วยรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจก็ตาม แต่มาตรการนี้ไม่เหมาะกับการแก้ปัญหาค่าไฟในระยะยาว และสุดท้ายผู้ใช้ไฟฟ้าต้องรับภาระเหมือนเดิม </strong></p>
<p>นอกจากนั้น การเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดภายในประเทศจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยกระจายความเสี่ยง และรักษาเสถียรภาพค่าไฟในอนาคต แนวโน้มต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลมที่ถูกลงจะสามารถทำให้ค่าไฟมีแนวโน้มลดลงได้ และพลังงานสะอาดเหล่านี้ไม่ต้องอาศัยเชื้อเพลิงนำเข้าซึ่งมีความผันผวนด้านราคา แต่ภาครัฐต้องมีการลงทุนในระบบการจัดการพลังงานทั้งภาคการผลิตและใช้ไฟฟ้า ตลอดจนระบบสายส่งที่เหมาะสมกับแหล่งเชื้อเพลิงพลังงานหมุนเวียน เพื่อการรักษาเสถียรภาพการจ่ายไฟและสร้างความยั่งยืนต่อไปในอนาคต</p>
<hr />
<p><strong>รายชื่อผู้เขียน</strong></p>
<ul>
<li>ดร.สิริภา จุลกาญจน์ สถาบันวิจัยพลังงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</li>
<li>ดร.ธรินทร์ญา สุภาษา Agora Energiewende</li>
<li>ชาคร เลิศนิทัศน์ TDRI</li>
</ul>
<p>ภายใต้โครงการพลังงานสะอาด เข้าถึงได้และมั่นคง สำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Clean, Affordable, and Secure Energy for Southeast Asia: CASE) ซึ่งดำเนินการร่วมกับองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ)</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/electricity-ft-renewable-energy/">เจาะปัญหาแก้ไฟแพงระยะสั้น สู่การผลักดันปรับโครงสร้างค่าไฟระยะยาวโดยพึ่งพาพลังงานหมุนเวียน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/electricity-ft-renewable-energy/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ปีที่ 5 โครงการ &#8220;Light &#038; Learn&#8221; แสงสว่างสร้างการเรียนรู้ โดยบ้านปู เน็กซ์ มอบโซลาร์ให้โรงเรียนที่ขาดแคลนไฟฟ้าในพื้นที่ห่างไกลอย่างต่อเนื่อง รวม 73 โรงเรียน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/banpu-next-light-learn-year5/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/banpu-next-light-learn-year5/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 16 Jan 2023 02:48:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[BANPU NEXT]]></category>
		<category><![CDATA[Light & Learn]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู เน็กซ์]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานแสงอาทิตย์]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบโซลาร์]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการพลังงานแสงอาทิตย์ติดตั้งบนหลังคาที่อยู่อาศัย]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=25197</guid>

					<description><![CDATA[<p>เพราะเชื่อว่า &#8220;พลังความรู้ คือ พลังแห่งการเปลี่ยนแปลงและพัฒนา&#8221; บ้านปู เน็กซ์ ผู้ให้บริการโซลูชันพลังงานสะอาดชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จึงเดินหน้าสานต่อ &#8220;โครงการพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อการเรียนรู้ Light &#38; Learn&#8221; นำแสงสว่างจากระบบโซลาร์ไปเพิ่มโอกาสการเรียนรู้และสร้างประโยชน์ครอบคลุม 5 ด้าน ได้แก่ การเรียนรู้ การสอน คุณภาพชีวิต จิตใจ และสิ่งแวดล้อมให้เด็ก ๆ ในพื้นที่ห่างไกลและขาดแคลนไฟฟ้า ล่าสุด บ้านปู เน็กซ์ ชวนทีมพนักงาน และ &#8220;ครูอาสาบนดอยสูง&#8221; ติดตั้งระบบโซลาร์และแบตเตอรี่ให้แก่โรงเรียนศศช.บ้านโป๊ะพอคี จังหวัดตาก&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/banpu-next-light-learn-year5/">ปีที่ 5 โครงการ “Light & Learn” แสงสว่างสร้างการเรียนรู้ โดยบ้านปู เน็กซ์ มอบโซลาร์ให้โรงเรียนที่ขาดแคลนไฟฟ้าในพื้นที่ห่างไกลอย่างต่อเนื่อง รวม 73 โรงเรียน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เพราะเชื่อว่า &#8220;พลังความรู้ คือ พลังแห่งการเปลี่ยนแปลงและพัฒนา&#8221; บ้านปู เน็กซ์ ผู้ให้บริการโซลูชันพลังงานสะอาดชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จึงเดินหน้าสานต่อ &#8220;โครงการพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อการเรียนรู้ Light &amp; Learn&#8221; นำแสงสว่างจากระบบโซลาร์ไปเพิ่มโอกาสการเรียนรู้และสร้างประโยชน์ครอบคลุม 5 ด้าน ได้แก่ การเรียนรู้ การสอน คุณภาพชีวิต จิตใจ และสิ่งแวดล้อมให้เด็ก ๆ ในพื้นที่ห่างไกลและขาดแคลนไฟฟ้า </strong><span id="more-25197"></span></p>
<p>ล่าสุด <strong>บ้านปู เน็กซ์</strong> ชวนทีมพนักงาน และ &#8220;ครูอาสาบนดอยสูง&#8221; ติดตั้งระบบโซลาร์และแบตเตอรี่ให้แก่โรงเรียนศศช.บ้านโป๊ะพอคี จังหวัดตาก พร้อมจัดกิจกรรมสันทนาการ และการสอนเชิงสร้างสรรค์ให้กับเด็ก ๆ เรียนรู้คุณค่าของธรรมชาติและพลังงานสะอาด โดยตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ได้ติดตั้งระบบโซลาร์ให้แก่โรงเรียนในจังหวัดตาก แม่ฮ่องสอน และกาญจนบุรี รวม 73 โรงเรียน กำลังผลิตไฟฟ้ารวมกว่า 73,000 วัตต์ และสนับสนุนนักเรียนรวมแล้วกว่า 2,400 คน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-25202" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Banpu-NEXT_CSR-Light-Learn-05.jpg" alt="" width="680" height="452" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Banpu-NEXT_CSR-Light-Learn-05.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Banpu-NEXT_CSR-Light-Learn-05-300x199.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Banpu-NEXT_CSR-Light-Learn-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Banpu-NEXT_CSR-Light-Learn-05-500x332.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายสินนท์ ว่องกุศลกิจ</strong></span> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู เน็กซ์ จำกัด</strong> กล่าวว่า &#8220;ตลอด 5 ปีที่บ้านปู เน็กซ์ดำเนินโครงการพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อการเรียนรู้ Light &amp; Learn เรานำระบบโซลาร์ไปติดตั้งให้แก่โรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลและไม่มีไฟฟ้าใช้ โดยเชื่อว่าแสงสว่างจะเป็นอีกหนึ่งพลังที่ช่วยยกระดับการเรียนการสอน พร้อมสร้างประโยชน์รอบด้านให้เยาวชนไทย และคุณครูอย่างยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็น 1.ด้านการเรียนรู้ ช่วยเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้เด็ก ๆ ได้พัฒนาการใช้ภาษาไทย และความคิดสร้างสรรค์ 2. ด้านการสอน สนับสนุนให้คุณครูใช้สื่อการสอนที่หลากหลาย และทันต่อโลกยุคใหม่ 3. ด้านคุณภาพชีวิต อำนวยความสะดวกในการดำรงชีวิต 4. ด้านสิ่งแวดล้อม ได้ใช้ไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด 100% ซึ่งเด็ก ๆ จะถูกปลูกฝังเรื่องพลังงานสะอาดผ่านการใช้และร่วมกันดูแลรักษา 5.ด้านจิตใจ เติมเต็มความสุข สร้างรอยยิ้ม และความฝันให้เด็ก ๆ จากการเรียนรู้ผ่านสื่อการสอนที่หลากหลาย&#8221;</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25199 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Banpu-NEXT_CSR-Light-Learn-02.jpg" alt="ไฟฟ้าจากพลังงานโซลาร์" width="680" height="454" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Banpu-NEXT_CSR-Light-Learn-02.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Banpu-NEXT_CSR-Light-Learn-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Banpu-NEXT_CSR-Light-Learn-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Banpu-NEXT_CSR-Light-Learn-02-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-25201" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Banpu-NEXT_CSR-Light-Learn-04.jpg" alt="โครงการ Light &amp; Learn" width="680" height="454" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Banpu-NEXT_CSR-Light-Learn-04.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Banpu-NEXT_CSR-Light-Learn-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Banpu-NEXT_CSR-Light-Learn-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Banpu-NEXT_CSR-Light-Learn-04-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p>เพื่อไม่ให้ความห่างไกล และความขาดแคลนเป็นอุปสรรคในการเรียนรู้ของเด็ก ๆ บ้านปู เน็กซ์ จึงนำไฟฟ้าจากพลังงานโซลาร์ไปสร้างการเปลี่ยนแปลง และพัฒนาการเรียนรู้ให้กับเด็ก ๆ ในพื้นที่ห่างไกลและไม่มีไฟฟ้าใช้รวม 73 โรงเรียน กำลังผลิตไฟฟ้ารวมกว่า 73,000 วัตต์ และสนับสนุนเด็ก ๆ มาแล้วกว่า 2,400 คน พร้อมมอบจานดาวเทียม และโทรทัศน์ สำหรับใช้เป็นสื่อในการเข้าถึงข้อมูลการศึกษาทางไกล มอบอุปกรณ์การเรียน และของใช้ที่จำเป็น โดยปี 2560 และ 2561 ติดตั้งระบบโซลาร์พร้อมแบตเตอรี่ให้แก่โรงเรียนในสังกัดศูนย์การเรียนชุมชนไทยภูเขา แม่ฟ้าหลวง จังหวัดตากรวม 37 โรงเรียน ปี 2562 มอบให้แก่ 15 โรงเรียนในเขตพื้นที่หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 36 สำนักงานพัฒนาภาค 3 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา จังหวัดแม่ฮ่องสอน ปี 2564 มอบให้แก่ 15 โรงเรียนในจังหวัดกาญจนบุรี ล่าสุดมอบให้แก่ 5 โรงเรียนในอำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก พร้อมพาทีมพนักงานและครูอาสาบนดอยสูงร่วมจัดกิจกรรมการเรียนรู้จากธรรมชาติและพลังงานแสงอาทิตย์ให้นักเรียนศศช.บ้านโป๊ะพอคี เช่น ทำผ้ามัดย้อมจากสีธรรมชาติ ทำหน้ากากพรางตัว โดยให้เด็กๆ นำวัสดุธรรมชาติมาทำหน้ากากในสไตล์ตัวเอง เพื่อเน้นการลงมือทำ และเสริมสร้างจินตนาการผ่านวิชาศิลปะ นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมปลูกผักสวนครัว เล่านิทานพลังงานโซลาร์ให้ความรู้เรื่องพลังงานสะอาด พร้อมเลี้ยงอาหารกลางวัน และมอบของขวัญให้เด็ก ๆ</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-25203" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Banpu-NEXT_CSR-Light-Learn-06.jpg" alt="อุทัยรัตน์ แสงพระจันทร์" width="680" height="454" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Banpu-NEXT_CSR-Light-Learn-06.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Banpu-NEXT_CSR-Light-Learn-06-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Banpu-NEXT_CSR-Light-Learn-06-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Banpu-NEXT_CSR-Light-Learn-06-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายอุทัยรัตน์ แสงพระจันทร์</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการกศน.อำเภอท่าสองยาง</strong> กล่าวว่า &#8220;ศศช.บ้านโป๊ะพอคี เป็นศูนย์การเรียนที่อยู่ในถิ่นทุรกันดาร เด็ก ๆ ที่มาเรียนที่นี่เป็นชุมชนชาวไทยภูเขา ซึ่งปกติพวกเขาจะใช้ภาษาถิ่นไม่สามารถพูดภาษาไทยได้ ทำให้มีอุปสรรคทั้งการสื่อสาร และการเรียน ผมต้องขอขอบคุณบ้านปู เน็กซ์ที่นำแสงสว่างจากโซลาร์มาเติมเต็มให้กับโรงเรียนของเรา รวมถึงมอบโทรทัศน์ และสื่อการเรียนต่าง ๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะสร้างโอกาสในการเรียนรู้ที่ไม่สิ้นสุด ช่วยให้เด็ก ๆ สนุกไปกับการเรียนผ่านสื่อที่มีคุณภาพ ได้ดูภาพ ฟังเสียง และฝึกพูดภาษาไทยได้เร็วขึ้น ไม่เพียงเท่านี้คนในชุมชนก็สามารถมาดูข่าวสาร และความบันเทิงได้อีกด้วย ผมเชื่อว่าแสงสว่าง และสื่อเหล่านี้จะช่วยให้เด็ก ๆ และคนในชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น&#8221;</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-25204" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Banpu-NEXT_CSR-Light-Learn-07.jpg" alt="" width="680" height="454" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Banpu-NEXT_CSR-Light-Learn-07.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Banpu-NEXT_CSR-Light-Learn-07-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Banpu-NEXT_CSR-Light-Learn-07-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Banpu-NEXT_CSR-Light-Learn-07-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>เด็กชายธนวิทย์ เวียงกวี</strong></span> <strong>นักเรียนชาวไทยภูเขาชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ศศช.บ้านโป๊ะพอคี</strong> กล่าวว่า &#8220;ผมรู้สึกดีใจที่โรงเรียนจะมีไฟฟ้าใช้ในการเรียนหนังสือ และทำกิจกรรมต่าง ๆ ต่อไปผมจะได้ดูข่าว ดูหนัง ร้องเพลง และฝึกภาษาไทยได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ พี่ ๆ บ้านปู เน็กซ์ ยังสอนวิธีการใช้งานและดูแลระบบโซลาร์เพื่อให้พวกเรามีไฟฟ้าใช้ไปนาน ๆ ด้วยครับ&#8221;</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-25200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Banpu-NEXT_CSR-Light-Learn-03.jpg" alt="โครงการ Light &amp; Learn" width="680" height="454" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Banpu-NEXT_CSR-Light-Learn-03.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Banpu-NEXT_CSR-Light-Learn-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Banpu-NEXT_CSR-Light-Learn-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Banpu-NEXT_CSR-Light-Learn-03-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p>&#8220;ปัจจุบันยังมีโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลอีกจำนวนไม่น้อยที่ขาดแคลนไฟฟ้า ดังนั้น บ้านปู เน็กซ์ จะเดินหน้าสานต่อโครงการนี้อย่างต่อเนื่อง เพราะไฟฟ้าถือเป็นปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการศึกษา และพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยหวังว่าจะช่วยให้เด็ก ๆ เติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ นำความรู้ไปพัฒนาตัวเอง ชุมชน และประเทศไทยในอนาคต&#8221; <strong>นายสินนท์</strong> กล่าวทิ้งท้าย</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/banpu-next-light-learn-year5/">ปีที่ 5 โครงการ “Light & Learn” แสงสว่างสร้างการเรียนรู้ โดยบ้านปู เน็กซ์ มอบโซลาร์ให้โรงเรียนที่ขาดแคลนไฟฟ้าในพื้นที่ห่างไกลอย่างต่อเนื่อง รวม 73 โรงเรียน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/banpu-next-light-learn-year5/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กบง. ไฟเขียว ปรับร่างแผน PDP 2022 เน้นความมั่นคง ต้นทุนเหมาะสม คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/pdp-2022/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/pdp-2022/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 30 Sep 2022 07:36:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[LNG]]></category>
		<category><![CDATA[PDP 2022]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันดีเซล]]></category>
		<category><![CDATA[แผนพลังงานชาติ 2022]]></category>
		<category><![CDATA[แผนพีดีพี 2022]]></category>
		<category><![CDATA[ไบโอดีเซล]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=23804</guid>

					<description><![CDATA[<p>กบง. มีมติเห็นชอบ ปรับร่างแผนพลังงานชาติ พีดีพี 2022  (PDP 2022) โดยมุ่งเน้น 3 ประเด็นหลัก ต้องมั่นคง ต้นทุนเหมาะสม และคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ย้ำต้องสอดคล้องแนวโน้มสถานการณ์ผลิตและใช้ไฟฟ้าปัจจุบันและอนาคต พร้อมปรับสัดส่วนผสมไบโอดีเซลใหม่ มีผล 10 ต.ค. – 31 ธ.ค. 65 27 กันยายน 2565 &#8211; การประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ที่มี นายสุพัฒนพงษ์&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/pdp-2022/">กบง. ไฟเขียว ปรับร่างแผน PDP 2022 เน้นความมั่นคง ต้นทุนเหมาะสม คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กบง. มีมติเห็นชอบ ปรับร่างแผนพลังงานชาติ พีดีพี 2022  (PDP 2022) โดยมุ่งเน้น 3 ประเด็นหลัก ต้องมั่นคง ต้นทุนเหมาะสม และคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ย้ำต้องสอดคล้องแนวโน้มสถานการณ์ผลิตและใช้ไฟฟ้าปัจจุบันและอนาคต พร้อมปรับสัดส่วนผสมไบโอดีเซลใหม่ มีผล 10 ต.ค. – 31 ธ.ค. 65</strong><span id="more-23804"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-20328" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/Supattanapong-Punmeechaow-Energy-Gif-2020.jpg" alt="สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์" width="650" height="427" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/Supattanapong-Punmeechaow-Energy-Gif-2020.jpg 650w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/Supattanapong-Punmeechaow-Energy-Gif-2020-300x197.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/Supattanapong-Punmeechaow-Energy-Gif-2020-150x99.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/Supattanapong-Punmeechaow-Energy-Gif-2020-500x328.jpg 500w" sizes="(max-width: 650px) 100vw, 650px" /></p>
<p>27 กันยายน 2565 &#8211; การประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ที่มี <span style="color: #6cb742;"><strong>นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์</strong></span> <strong>รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน</strong> เป็นประธาน ได้เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การผลิตและการใช้ไฟฟ้าในปัจจุบันและอนาคตมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนแปลงไปจากในอดีต รวมถึงทิศทางของโลกและประเทศไทยที่มุ่งไปสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคพลังงาน และสนับสนุนการใช้พลังสะอาดมากขึ้น จึงควรต้องมีการปรับปรุงให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคต ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของแผนปฏิรูปด้านพลังงานของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน รวมถึงสอดคล้องกับนโยบายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาคพลังงานของกระทรวงพลังงานหรือของประเทศไทย (Carbon Neutrality) และกรอบแผนพลังงานชาติ ที่ประชุม กบง. มีมติเห็นชอบ ค่าพยากรณ์ความต้องการไฟฟ้าระยะยาวสำหรับการจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2565 – 2580 (PDP2022) และรับทราบร่างแผน PDP2022 กรณีฐาน (Base Case) ที่คำนึงถึงการใช้ประโยชน์โครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ในปัจจุบันให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งเป็นกรณีเริ่มต้นสำหรับนำไปใช้จัดทำร่างแผนกรณีอื่นๆ โดยที่ประชุมได้มอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการฯ ดำเนินการจัดทำร่างแผนกรณีต่างๆ ตามข้อเสนอแนะของ กบง. และคณะอนุกรรมการพยากรณ์และจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ แล้วนำมาเสนอ กบง. พิจารณาอีกครั้ง ทั้งนี้ จะพิจารณาร่างแผนกรณีที่เหมาะสมกับประเทศไทยมากที่สุดมาเป็นร่างแผน PDP2022 สำหรับประกาศใช้จริงต่อไป</p>
<p>โดยแผน PDP2022 ฉบับนี้ ได้ให้ความสำคัญในประเด็นต่างๆ ดังต่อไปนี้ 1. <strong>เน้นความมั่นคงของระบบไฟฟ้าของประเทศ (Security)</strong> เพื่อให้มีความมั่นคงครอบคลุมทั้งระบบผลิตไฟฟ้า ระบบส่งไฟฟ้า และความมั่นคงรายพื้นที่ คำนึงถึงผู้ใช้ไฟฟ้านอกระบบ (IPS) รวมถึง Disruptive Technology เพื่อให้ระบบผลิตไฟฟ้ามีความยืดหยุ่นเพียงพอต่อการรองรับ Energy Transition 2.<strong>ต้นทุนค่าไฟฟ้าอยู่ในระดับที่เหมาะสม (Economy)</strong> อัตราค่าไฟฟ้ามีเสถียรภาพ สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงประชาชนไม่แบกรับภาระอย่างไม่เป็นธรรม และไม่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศในระยะยาว และ 3.<strong>ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (Ecology)</strong> จำกัดปริมาณการปลดปล่อย CO2 ให้สอดคล้องตามเป้าหมายแผนพลังงานชาติ และเป้าหมายการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระยะยาวของประเทศ (LTS) ตามนโยบาย Carbon neutrality และ Net zero emission</p>
<p><strong>รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน</strong> กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ประชุม กบง. ได้มีมติเห็นชอบนิยามกรอบระยะเวลาของสัญญา LNG และหลักเกณฑ์ราคานำเข้า LNG ด้วยสัญญาระยะสั้น สำหรับกลุ่มที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (Regulated Market) ซึ่งจะมีการจัดหา LNG ด้วยสัญญาที่มีระยะเวลาต่ำกว่า 5 ปี โดยราคานำเข้า LNG จะต้องอ้างอิงกับราคา JKM adjusted by freight cost หรือราคาอ้างอิง Gas Link หรือ Oil Link หรือ Hybrid ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาด ทั้งนี้ ประมาณการมูลค่านำเข้า LNG ด้วยราคาอ้างอิงที่เสนอโดยรวมตลอดอายุสัญญา จะต้องไม่เกินประมาณการมูลค่านำเข้าด้วยราคา JKM adjust by freight cost โดยมอบหมายให้ กกพ. เป็นผู้กำกับดูแลและพิจารณาความคุ้มค่าที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศในภาพรวมต่อไป</p>
<p>นอกจากนี้จากการติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและสถานการณ์ปาล์มน้ำมันอย่างใกล้ชิด ที่ประชุม กบง. มีมติเห็นชอบให้ยกเลิกมติคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2565 ที่เดิมกำหนดสัดส่วนการผสมไบโอดีเซลในน้ำมันกลุ่มดีเซลหมุนเร็วไม่ต่ำกว่าร้อยละ 5 ตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคม 2565 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2565 โดยที่ประชุม กบง. มีมติเห็นชอบการกำหนดสัดส่วนการผสมไบโอดีเซลประเภทเมทิลเอสเตอร์ของกรดไขมันในน้ำมันกลุ่มดีเซลหมุนเร็วให้เป็นไปตามสัดส่วนการผสม ดังนี้ น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี7 ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 6.6 และไม่สูงกว่าร้อยละ 7 โดยปริมาตร น้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 6.6 และไม่สูงกว่าร้อยละ 10 โดยปริมาตร และน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี20 ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 6.6 และไม่สูงกว่าร้อยละ 20 โดยปริมาตร ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคม 2565 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2565 และได้มอบหมายให้กรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) ออกประกาศ ธพ. เรื่อง กำหนดลักษณะและคุณภาพของน้ำมันดีเซล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. 2565 ให้สอดคล้องกับการกำหนดสัดส่วนการผสมไบโอดีเซลใหม่ดังกล่าว</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/pdp-2022/">กบง. ไฟเขียว ปรับร่างแผน PDP 2022 เน้นความมั่นคง ต้นทุนเหมาะสม คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/pdp-2022/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“TCEB ” ผนึกกำลัง IEEE PES Thailand จัด 3 งานประชุมนานาชาติด้านวิศวกรรมไฟฟ้า-พลังงานต่อเนื่อง 3 ปี ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจรวมกว่า 837 ล้านบาท</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/tceb-ieee-pes-thailand/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/tceb-ieee-pes-thailand/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 15 Sep 2022 09:05:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[IEEE]]></category>
		<category><![CDATA[TCEB]]></category>
		<category><![CDATA[งานประชุมนานาชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมไฟฟ้าและพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=23592</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) หรือ TCEB  ร่วมกับ สมาคมไฟฟ้าและพลังงาน IEEE (ประเทศไทย)  แถลงเตรียมจัด 3 งานประชุมนานาชาติด้านวิศวกรรมไฟฟ้า-พลังงาน ในประเทศไทยต่อเนื่อง 3 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ.2566-2568 ใน 3 จังหวัด ประกอบด้วย “งาน IEEE PES APPEEC 2023 จัดที่จังหวัดเชียงใหม่ ปี พ.ศ. 2566 2.งาน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/tceb-ieee-pes-thailand/">“TCEB ” ผนึกกำลัง IEEE PES Thailand จัด 3 งานประชุมนานาชาติด้านวิศวกรรมไฟฟ้า-พลังงานต่อเนื่อง 3 ปี ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจรวมกว่า 837 ล้านบาท</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) หรือ TCEB  ร่วมกับ สมาคมไฟฟ้าและพลังงาน IEEE (ประเทศไทย)  แถลงเตรียมจัด 3 งานประชุมนานาชาติด้านวิศวกรรมไฟฟ้า-พลังงาน ในประเทศไทยต่อเนื่อง 3 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ.2566-2568 ใน 3 จังหวัด ประกอบด้วย “งาน IEEE PES APPEEC 2023 จัดที่จังหวัดเชียงใหม่ ปี พ.ศ. 2566 2.งาน IEEE ISC2 2024 จัดที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ปี พ.ศ. 2567 และ งาน IEEE PES GTD Asia 2025 จัดที่กรุงเทพมหานครปี พ.ศ. 2568” ซึ่งทั้ง 3 งานใหญ่ คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานจากทั่วโลกรวมกว่า 10,000 คน ช่วยสร้างรายได้เข้าประเทศไทยและกระตุ้นเศรษฐกิจรวมกว่า 837 ล้านบาท</strong><span id="more-23592"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-23594" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/tceb-ieee-pes-thailand-02.jpg" alt="" width="600" height="627" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/tceb-ieee-pes-thailand-02.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/tceb-ieee-pes-thailand-02-287x300.jpg 287w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/tceb-ieee-pes-thailand-02-150x157.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/tceb-ieee-pes-thailand-02-478x500.jpg 478w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">นิชาภา ยศวีร์</span> รองผู้อำนวยการอาวุโส สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) หรือ TCEB  </strong>กล่าวว่า  TCEB  ร่วมกับ สมาคมไฟฟ้าและพลังงาน IEEE (ประเทศไทย) ร่วมกันจัด 3 งานประชุมใหญ่นานาชาติด้านวิศวกรรมไฟฟ้า-พลังงานในประเทศไทยต่อเนื่อง 3 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ.2566-2568 ใน 3 จังหวัด ประกอบด้วย <strong>1.งาน IEEE PES APPEEC 2023 จัดที่จังหวัดเชียงใหม่ ในปี พ.ศ. 2566 2.งาน IEEE ISC2 2024 จัดที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ในปี พ.ศ. 2567 และ 3.งาน IEEE PES GTD Asia 2025 จัดที่กรุงเทพมหานคร ในปี พ.ศ. 2568</strong>  โดยทั้ง 3 งานใหญ่ เป็นผลจากการวางกลยุทธ์ของ TCEB ด้านการประมูลสิทธิ์งานประชุมนานาชาติสู่ประเทศไทย ผ่านความร่วมมือกับสมาคมวิชาชีพและพันธมิตรในไทยซึ่งรวมถึงเมืองไมซ์เป้าหมาย เพื่อสร้างความมั่นใจต่อเจ้าของงานในต่างประเทศนำเม็ดเงินและองค์ความรู้ระดับโลกมาลงทุนจัดการประชุมในประเทศไทย โดยคาดว่า ทั้ง 3 งานประชุมนี้จะมีผู้ร่วมงานจากทั่วโลกรวมกว่า 10,000 คน คาดสร้างรายได้เข้าประเทศไทยและก่อให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจรวมกว่า 837 ล้านบาท เกิดผลประโยชน์จากการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่เศรษฐกิจในประเทศประมาณ 465 ล้านบาท และจะเกิดการจ้างงานประมาณ 586 อัตรา ตลอดจนสร้างรายได้จากภาษีที่รัฐบาลเรียกเก็บโดยประมาณจากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการจัดงานประชุมอีกประมาณ 29 ล้านบาท นอกจากนี้ในการจัดงานยังเปิดโอกาสให้นักเรียนนักศึกษาและบุคลากรไทยได้เข้าถึงองค์ความรู้ระดับโลกจากผู้เชี่ยวชาญ ในสาขาวิศวกรรมไฟฟ้า พลังงาน และเมืองอัจฉริยะจากนานาประเทศ สร้างผลกระทบเชิงบวกและคุณประโยชน์ต่อเนื่องทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการพัฒนาวิทยาการในสาขาที่เกี่ยวข้องสู่ประเทศและพื้นที่จัดงาน สอดรับกับกลยุทธ์สำคัญของ  TCEB ในการใช้งานไมซ์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนกระจายรายได้ทั่วภูมิภาคของประเทศไทย</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-23595" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/tceb-ieee-pes-thailand-03.jpg" alt="สมชาย หอมกลิ่นแก้ว" width="600" height="481" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/tceb-ieee-pes-thailand-03.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/tceb-ieee-pes-thailand-03-300x241.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/tceb-ieee-pes-thailand-03-150x120.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/tceb-ieee-pes-thailand-03-500x401.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">สมชาย หอมกลิ่นแก้ว</span> อุปนายกสมาคมไฟฟ้าและพลังงานไอทริปเปิลอี (ประเทศไทย) และรองผู้ว่าการวางแผนและนวัตกรรมระบบไฟฟ้า การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) </strong> กล่าวถึงการจัด 3 งานประชุมใหญ่ ซึ่งเป็นงานประชุมนานาชาติด้านวิศวกรรมไฟฟ้า-พลังงานว่า ได้แก่ ง<strong>าน 15<sup>th</sup> Annual Asia-Pacific Power &amp; Energy Engineering Conference หรือ IEEE APPEEC 2023</strong>  ซึ่งเป็นงานประชุมวิชาการระดับนานาชาติด้านวิศวกรรมไฟฟ้าและพลังงานในภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก กำหนดจะจัดในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2566 ที่จังหวัดเชียงใหม่  โดยสมาคมฯ คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานประมาณ 700 คน,  <strong>งาน IEEE International Smart Cities Conference หรือ ISC2 2024 </strong>ซึ่งเป็นงานประชุมหลักของ IEEE Smart Cities ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีเพื่อนำเสนอเทคโนโลยี และเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ กำหนดจัดงานในปี พ.ศ. 2567 ที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี  ซึ่งทางสมาคมฯ คาดว่าจะมีผู้ร่วมงานกว่า 500 คน</p>
<p>ส่วน <strong>งาน IEEE PES GTD Grand International Conference and Exposition Asia</strong> หรือ <strong>GTD Asia 2025</strong> ซึ่งประเทศไทยเคยได้รับโอกาสให้จัดงานนี้แล้วเมื่อปี พ.ศ.2562 ที่ผ่านมา โดยรูปแบบการจัดงานจะเป็นงานสัมมนาวิชาการและนิทรรศการนานาชาติ เพื่อให้ผู้ประกอบการชั้นนำจากทั่วโลกได้เข้าร่วมแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านวิศวกรรมไฟฟ้าและพลังงานอย่างครบวงจร รวมทั้งเทคโนโลยีดิจิทัลที่เกี่ยวข้องมาร่วมงานด้วย โดยงานดังกล่าวจะจัดในปี พ.ศ. 2568 ที่กรุงเทพมหานคร และทางสมาคมฯ คาดว่าจะมีผู้ร่วมงานจากทั่วโลกกว่า 10,000 คน</p>
<p>“ทั้ง 3 งานนี้ทางสมาคมฯมีความพร้อมทั้งบุคลากรด้านวิศวกรรมไฟฟ้า-พลังงานที่จะร่วมการประชุม และความพร้อมในการร่วมลงพื้นที่เตรียมงานประสานกับหน่วยงานในพื้นที่ทั้งภาครัฐ เอกชน ภาคการศึกษาและประชาชนช่วยกันเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ในการจัดงานในแต่ละพื้นที่เพื่อร่วมเป็นเจ้าภาพที่ดีต้อนรับผู้เข้าร่วมการประชุม รวมทั้งประสานร่วมมือกับทาง TCEBในการอำนวยความสะดวกข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มความสามารถเพื่อให้การจัดงานการประชุมทั้ง 3 งานประสบผลสำเร็จด้วยดี หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดงานทั้ง 3 งานจะเป็นประโยชน์ด้านวิชาการเพื่อนำไปพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรมทางด้านวิศวกรรมไฟฟ้า-พลังงานผลิตเป็นผลิตภัณฑ์จำหน่ายในประเทศและส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศ รวมทั้งเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในระดับสากลในอนาคตต่อไป</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-23596" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/tceb-ieee-pes-thailand-04.jpg" alt="วีระพันธ์ ดีอ่อน" width="600" height="538" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/tceb-ieee-pes-thailand-04.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/tceb-ieee-pes-thailand-04-300x269.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/tceb-ieee-pes-thailand-04-150x135.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/tceb-ieee-pes-thailand-04-500x448.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">วีระพันธ์ ดีอ่อน</span> รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่</strong> กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่มีความยินดีที่ประเทศไทยได้รับโอกาสให้จัดงานประชุมนานาชาติด้านวิศวกรรมไฟฟ้า-พลังงาน ทั้ง 3 งาน ในส่วนของการจัดงาน IEEE PES APPEEC 2023 ในปี พ.ศ. 2566 ที่ทางจังหวัดเชียงใหม่ได้รับเลือกจัดงานนั้น รู้สึกเป็นเกียรติและมีความพร้อมในการจัดงานเพราะก่อนหน้านี้ในการจัดการประชุมระดับนานาชาติทั้งจังหวัดเชียงใหม่ก็เคยจัดมาแล้วในหลาย ๆงาน โดยได้บูรณาการความร่วมมือทั้งจากภาครัฐ เอกชน มหาวิทยาลัยและประชาชนภาคส่วนต่าง ๆร่วมเป็นเจ้าภาพที่ดีในการจัดงาน รวมทั้งทางจังหวัดเชียงใหม่ได้เตรียมสถานที่ท่องเที่ยว สถานที่พักไว้รองรับคณะผู้เข้าร่วมประชุมไว้ในเบื้องต้นแล้วในขณะนี้ประมาณ 60-70% และในช่วงที่จัดงาน IEEE PES APPEEC 2023 จะเป็นช่วงที่จังหวัดเชียงใหม่เข้าสู่ฤดูหนาวในเดือนธันวาคม ก็จะยิ่งทำให้บรรยากาศการประชุมคึกคักมากยิ่งขึ้นเพราะจะมีนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศเดินทางมาเข้ามาในจังหวัดเชียงใหม่เพื่อสัมผัสอากาศหนาวและชมบรรยากาศไม้เมืองหนาวในจังหวัดเชียงใหม่ที่จะสวยงามมากกว่าในเดือนอื่น ๆอีกด้วย</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-23597" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/tceb-ieee-pes-thailand-05.jpg" alt="ทิฐิพันธ์ เพ็ชรตระกูล" width="600" height="505" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/tceb-ieee-pes-thailand-05.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/tceb-ieee-pes-thailand-05-300x253.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/tceb-ieee-pes-thailand-05-150x126.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/tceb-ieee-pes-thailand-05-500x421.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ทิฐิพันธ์ เพ็ชรตระกูล</span> รองนายกเมืองพัทยา</strong> กล่าวว่า เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั่วโลก มีสาธารณูปโภคที่หลากหลาย ทั้งโรงแรม ที่จัดประชุมและสัมมนา สถานที่ท่องเที่ยวตามเกาะต่าง ๆในพื้นที่รองรับนักท่องเที่ยวจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ สำหรับการที่ได้โอกาสให้เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี จัดงานประชุม “IEEE ISC2 2024” ในปี พ.ศ.2567 นั้น รู้สึกเป็นเกียรติและโอกาสที่จะประชาสัมพันธ์เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรีให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น ซึ่งก่อนหน้านี้ทางเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรีก็เคยได้รับโอกาสให้จัดงานระดับสากล เช่น  งาน Automation Expo 2022 ที่ผ่านมา สำหรับความพร้อมในการจัดงานประชุม “IEEE ISC2 2024” นั้น ขณะนี้ทางคณะทำงานมีความพร้อมในการจัดงานและมั่นใจว่าจะสามารถจัดงานประชุมดังกล่าวออกมาได้ดีเช่นเดียวกับการประชุมระดับสากลในพื้นที่ดังเช่นที่ผ่านมา</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-23598" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/tceb-ieee-pes-thailand-06.jpg" alt="สิงห์ ลิ้มพิรัตน์" width="600" height="526" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/tceb-ieee-pes-thailand-06.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/tceb-ieee-pes-thailand-06-300x263.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/tceb-ieee-pes-thailand-06-150x132.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/tceb-ieee-pes-thailand-06-500x438.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">สิงห์ ลิ้มพิรัตน์</span> รองผู้อำนวยการสำนักวัฒนธรรม กีฬาและการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร </strong> กล่าวว่า กรุงเทพฯ มีความพร้อมและมั่นใจว่าการจัดงาน “IEEE PES GTD Asia 2025” จะออกมาได้ดีเหมือนอย่างการจัดงานในปี พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมา เพราะขณะนี้การเตรียมงานทั้งเรื่องการประสานการจัดงานกับทางสมาคมไฟฟ้าและพลังงาน IEEE  (ประเทศไทย) สถานที่การจัดประชุม เส้นทางการเดินทาง โรงแรมที่พักและสถานที่ต่าง ๆในพื้นที่กรุงเทพฯพร้อมรองรับการจัดงานรองรับผู้เชี่ยวชาญทั้งจากในประเทศและต่างประเทศที่จะเข้าร่วมงานประชุมอย่างดี</p>
<p>“ทางกทม.หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดงานนี้จะเกิดประโยชน์ร่วมกันพัฒนาองค์ความรู้ด้านวิชาการทางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านวิศวกรรมไฟฟ้าและพลังงานอย่างครบวงจร รวมทั้งเทคโนโลยีดิจิทัลที่เกี่ยวข้องแก่ผู้เข้าร่วมการประชุม นิสิตนักศึกษาและอื่น ๆและบุคลากรที่เกี่ยวข้องร่วมกัน”</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/tceb-ieee-pes-thailand/">“TCEB ” ผนึกกำลัง IEEE PES Thailand จัด 3 งานประชุมนานาชาติด้านวิศวกรรมไฟฟ้า-พลังงานต่อเนื่อง 3 ปี ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจรวมกว่า 837 ล้านบาท</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/tceb-ieee-pes-thailand/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
