<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ไอโอที | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%E0%B9%84%E0%B8%AD%E0%B9%82%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%B5/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Tue, 22 Jun 2021 04:06:03 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.5</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>ไอโอที | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>บี.กริม จอยน์ เว็นเจอร์ จับมือ ระยองวิศวกรรมและซ่อมบำรุง ในธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ลงนามความร่วมมือเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมเชิงอุตสาหกรรมที่ล้ำสมัยแก่ลูกค้า</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9a%e0%b8%b5-%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1-%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%88%e0%b8%b5/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9a%e0%b8%b5-%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1-%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%88%e0%b8%b5/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 30 Nov 2020 06:18:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[IoT]]></category>
		<category><![CDATA[บี.กริม จอยน์ เว็นเจอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ฟาบรีส กู๊ดซ์แมน]]></category>
		<category><![CDATA[ระยองวิศวกรรมและซ่อมบำรุง]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี]]></category>
		<category><![CDATA[แคโรลีน ลิงค์]]></category>
		<category><![CDATA[โชคชัย มนตรีอมรเชฐ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงกลั่นน้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงานผลิตไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ไอโอที]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=15276</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท บี.กริม จอยน์ เว็นเจอร์ โฮลดิ้ง จำกัด ร่วมลงนามสัญญาความร่วมมือกับ บริษัท ระยองวิศวกรรมและซ่อมบำรุง จำกัด ในธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี รองรับความร่วมมือด้านผลิตภัณฑ์และการให้บริการพร้อมโซลูชันเชิงอุตสาหกรรมด้านไอโอที (IoT) ครบวงจรแก่ลูกค้ากลุ่มโรงงานผลิตไฟฟ้า โรงกลั่นน้ำมัน อุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ และอุตสาหกรรมอื่นๆ หวังสนับสนุนลูกค้าร่วมกันหนุนการเติบโตในระยะยาว บริษัท บี.กริม จอยน์ เว็นเจอร์ โฮลดิ้ง จํากัด โดย นางสาว แคโรลีน ลิงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9a%e0%b8%b5-%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1-%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%88%e0%b8%b5/">บี.กริม จอยน์ เว็นเจอร์ จับมือ ระยองวิศวกรรมและซ่อมบำรุง ในธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ลงนามความร่วมมือเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมเชิงอุตสาหกรรมที่ล้ำสมัยแก่ลูกค้า</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท บี.กริม จอยน์ เว็นเจอร์ โฮลดิ้ง จำกัด ร่วมลงนามสัญญาความร่วมมือกับ บริษัท ระยองวิศวกรรมและซ่อมบำรุง จำกัด ในธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี รองรับความร่วมมือด้านผลิตภัณฑ์และการให้บริการพร้อมโซลูชันเชิงอุตสาหกรรมด้านไอโอที (IoT) ครบวงจรแก่ลูกค้ากลุ่มโรงงานผลิตไฟฟ้า โรงกลั่นน้ำมัน อุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ และอุตสาหกรรมอื่นๆ หวังสนับสนุนลูกค้าร่วมกันหนุนการเติบโตในระยะยาว</strong><span id="more-15276"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-15278" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/bgrim-scg-mou.jpg" alt="บี.กริม จอยน์ เว็นเจอร์ จับมือ ระยองวิศวกรรมและซ่อมบำรุง ในธุรกิจเคมิอคลส์ เอสซีจี ลงนามความร่วมมือเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมเชิงอุตสาหกรรมที่ล้ำสมัยแก่ลูกค้า" width="680" height="450" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/bgrim-scg-mou.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/bgrim-scg-mou-300x199.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/bgrim-scg-mou-150x99.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/bgrim-scg-mou-500x331.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><strong>บริษัท บี.กริม จอยน์ เว็นเจอร์ โฮลดิ้ง จํากัด</strong> โดย <strong>นางสาว แคโรลีน ลิงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร</strong> และ <strong>นายฟาบรีส กู๊ดซ์แมน ประธานกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรม</strong> ร่วมลงนามความร่วมมือกับ <strong>นายโชคชัย มนตรีอมรเชฐ</strong> <strong>กรรมการผู้จัดการ บริษัท ระยองวิศวกรรมและซ่อมบำรุง จำกัด</strong> โดยการลงนามในบันทึกข้อตกลงในครั้งนี้ เป็นการลงนามระหว่าง บริษัท ระยองวิศวกรรมและซ่อมบำรุง จำกัด ในธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ซึ่งประกอบธุรกิจให้บริการโซลูชันและงานซ่อมบำรุงด้านวิศวกรรม ร่วมกับ 3 บริษัทของบี.กริม ได้แก่ บริษัท บี.กริม เทรดดิ้ง คอร์เปอเรชั่น จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางด้านวิศวกรรมจากยุโรป สหรัฐอเมริกา และอีกหลายประเทศทั่วโลก, บริษัท ฮาม่อน บี กริม จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ระบายความร้อนสำหรับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าและอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ และ บริษัท บี.กริม แบบคอค เพาเวอร์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องกำเนิดไอน้ำและอุปกรณ์สำหรับอุตสาหกรรมการผลิตไฟฟ้า โรงกลั่นน้ำมันและปิโตรเคมี โดยวัตถุประสงค์ของความร่วมมือกันในครั้งนี้ เพื่อเป็นการยกระดับผลิตภัณฑ์และการให้บริการโซลูชันที่ครบวงจรที่สุดแก่กลุ่มลูกค้าของทั้งสองฝ่าย ซึ่งจะทำให้ลูกค้าได้รับทั้งผลิตภัณฑ์ การติดตั้ง และบำรุงรักษาที่มีคุณภาพ พร้อมแพลตฟอร์มที่สามารถทำการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงทำนาย (Predictive Analytics) ผ่านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเรียนรู้ของเครื่องจักร (Machine Learning) เพื่อให้สามารถแจ้งเตือนได้ล่วงหน้า ช่วยป้องกันชิ้นส่วนหรืออุปกรณ์ไม่ให้เกิดความเสียหาย ทำให้ลดความเสี่ยงที่จะเกิดการหยุดการทำงานของโรงงานพร้อมเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-15279" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/Caroline-Link.jpg" alt="แคโรลีน ลิงค์" width="680" height="544" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/Caroline-Link.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/Caroline-Link-300x240.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/Caroline-Link-150x120.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/Caroline-Link-500x400.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นางสาวแคโรลีน ลิงค์</strong></span> กล่าวว่า สำหรับการบันทึกข้อตกลงความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวหนึ่งที่สำคัญของ บี.กริม ที่จะเสริมสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ทั้งทางเทคนิคและทางธุรกิจ นับว่าเป็นประโยชน์อย่างมากที่จะทำให้ทั้งสองฝ่ายสามารถตอบสนองความต้องการแก่ลูกค้าได้ในทุกๆ ด้าน ซึ่งเป็นสิ่งที่บริษัทให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง</p>
<p>ด้าน <span style="color: #6cb742;"><strong>นายฟาบรีส กู๊ดซ์แมน</strong></span> กล่าวว่า การลงนามความร่วมมือนี้จะมีส่วนช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองกลุ่มบริษัทให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น พร้อมทั้งยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมของประเทศไทยด้วยนวัตกรรมและโซลูชั่นที่ล้ำสมัยที่สุด โดยที่ผ่านมาทั้งสองฝ่ายได้มีการดำเนินกิจกรรมที่สำคัญหลายอย่าง เช่น การศึกษาทางวิศวกรรมที่จะร่วมกันให้บริการลูกค้า และโครงการอื่นๆ ที่อยู่ระหว่างร่วมกันศึกษาอีกกว่า 10 โครงการ ทาง บี.กริม มีความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีโครงการที่ประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้นอีกในอนาคต อีกทั้งยังให้ความมั่นใจว่าความร่วมมือนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของแผนการเติบโตในระยะยาว โดยพร้อมที่จะให้การสนับสนุนทั้งธุรกิจของ บริษัท ระยองวิศวกรรมและซ่อมบำรุง จำกัด และโครงการของลูกค้าที่มีร่วมกันอย่างดีที่สุด</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายโชคชัย มนตรีอมรเชฐ</strong></span> กล่าวเสริมว่า เป็นเรื่องที่ดีที่ทั้งสองกลุ่มบริษัทมีวิสัยทัศน์ร่วมกันในการเป็นผู้นำในด้านนวัตกรรมและโซลูชันสำหรับอุตสาหกรรม เราพร้อมที่จะนำประสบการณ์กว่า 30 ปีในการเป็นผู้ประกอบการด้านการบริหารจัดการสินทรัพย์ในอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์และเทคโนโลยีไอโอทีที่ครบวงจรมาร่วมกับ บี.กริม เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือและประสิทธิภาพในการผลิตแก่ลูกค้าอย่างสูงสุด พร้อมทั้งขอบคุณผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ที่ช่วยทำให้ความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นมา</p>
<p><strong>บี.กริม</strong> ก่อตั้งในปี 1878 และดำเนินกิจการในประเทศไทยมาถึง 142 ปี เป็นกลุ่มบริษัทชั้นนำที่มีธุรกิจหลากหลาย ซึ่งกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรม แบ่งกิจการออกเป็น 4 สาย ประกอบด้วยด้านอุปกรณ์พลังงาน ด้านระบบทำความเย็น ด้านคมนาคม และด้านผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง</p>
<p><strong>บริษัท ระยองวิศวกรรมและซ่อมบำรุง จำกัด</strong> ในธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี เป็นผู้ให้บริการโซลูชันและงานซ่อมบำรุงด้านวิศวกรรมแบบครบวงจร ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญจากการดูแลบริหารจัดการงานซ่อมบำรุงให้กับธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจีมากว่า 30 ปี ต่อยอดเป็นนวัตกรรมสินค้าและโซลูชันที่พร้อมส่งต่อให้กับลูกค้าเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการโรงงานให้ดียิ่งขึ้น</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9a%e0%b8%b5-%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1-%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%88%e0%b8%b5/">บี.กริม จอยน์ เว็นเจอร์ จับมือ ระยองวิศวกรรมและซ่อมบำรุง ในธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ลงนามความร่วมมือเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมเชิงอุตสาหกรรมที่ล้ำสมัยแก่ลูกค้า</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9a%e0%b8%b5-%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1-%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%88%e0%b8%b5/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ส่องเทรนด์ที่อยู่อาศัยแห่งอนาคต เพื่อชีวิตที่ดีแบบ New Normal เริ่มต้นจากที่บ้าน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%b1%e0%b8%a2/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%b1%e0%b8%a2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 15 Jul 2020 09:20:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[ERV]]></category>
		<category><![CDATA[Internet of Things]]></category>
		<category><![CDATA[ภาสกร ธรรมวิทยากร]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรฐานอาคารสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[อาคารสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องฟอกอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[เดลต้า]]></category>
		<category><![CDATA[เดลต้า อีเลคโทรนิคส์]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีแลกเปลี่ยนอากาศ ERV]]></category>
		<category><![CDATA[ไอโอที]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=13776</guid>

					<description><![CDATA[<p>แม้สถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ในไทยจะเริ่มคลี่คลายลงบ้าง แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเราทุกคนใช้เวลาอยู่กับบ้านมากขึ้น ทั้งคนที่เปลี่ยนมาทำงานจากบ้านได้ หรือสมาชิกครอบครัวคนอื่นๆ ที่หันมาทำกิจกรรมและใช้เวลาช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์อยู่บ้าน บ้านจึงกลายเป็นสถานที่สำคัญที่สุดที่อำนวยความสะดวกให้เราสามารถใช้ชีวิต เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และพักผ่อนหย่อนใจได้ในที่เดียว ถึงตอนนี้จะมีการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ลงแล้ว แต่สถานการณ์การระบาดที่ผ่านมาทำให้เราก้าวเข้าสู่ยุคความปกติใหม่หรือ New Normal ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมยกระดับคุณภาพชีวิตภายในบ้าน สอดคล้องกับพฤติกรรมการอยู่บ้านมากขึ้นของคนไทยในช่วงล็อกดาวน์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะช่วงเดือนเมษายนที่คนไทยอยู่กับบ้านเพิ่มขึ้นมากที่สุดถึง 23% และเดินทางไปสถานที่อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นที่ทำงาน ห้างสรรพสินค้า หรือใช้บริการรถโดยสารสาธารณะลดลงถึง 47-66% เลยทีเดียว แม้เรายังคงต้องจับตามองสถานการณ์การระบาดอย่างใกล้ชิดจนกว่าจะค้นพบวัคซีน แต่ในแง่ของการใช้ชีวิตภายใต้ความปกติใหม่ซึ่งที่พักอาศัยกลายเป็นพื้นที่สำคัญของทุกคนในครอบครัวนั้น ทำให้เดลต้า อีเลคโทรนิคส์มุ่งคิดค้นนวัตกรรมและโซลูชันส์บ้านอัจฉริยะ เพื่อยกระดับชีวิตในบ้านของคนไทยให้สะดวกสบาย ปลอดภัยต่อสุขภาพ และประหยัดพลังงานยิ่งขึ้น&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%b1%e0%b8%a2/">ส่องเทรนด์ที่อยู่อาศัยแห่งอนาคต เพื่อชีวิตที่ดีแบบ New Normal เริ่มต้นจากที่บ้าน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>แม้สถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ในไทยจะเริ่มคลี่คลายลงบ้าง แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเราทุกคนใช้เวลาอยู่กับบ้านมากขึ้น ทั้งคนที่เปลี่ยนมาทำงานจากบ้านได้ หรือสมาชิกครอบครัวคนอื่นๆ ที่หันมาทำกิจกรรมและใช้เวลาช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์อยู่บ้าน บ้านจึงกลายเป็นสถานที่สำคัญที่สุดที่อำนวยความสะดวกให้เราสามารถใช้ชีวิต เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และพักผ่อนหย่อนใจได้ในที่เดียว ถึงตอนนี้จะมีการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ลงแล้ว แต่สถานการณ์การระบาดที่ผ่านมาทำให้เราก้าวเข้าสู่ยุคความปกติใหม่หรือ New Normal ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมยกระดับคุณภาพชีวิตภายในบ้าน สอดคล้องกับพฤติกรรมการอยู่บ้านมากขึ้นของคนไทยในช่วงล็อกดาวน์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะช่วงเดือนเมษายนที่คนไทยอยู่กับบ้านเพิ่มขึ้นมากที่สุดถึง 23% และเดินทางไปสถานที่อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นที่ทำงาน ห้างสรรพสินค้า หรือใช้บริการรถโดยสารสาธารณะลดลงถึง 47-66% เลยทีเดียว</strong><span id="more-13776"></span></p>
<figure id="attachment_13780" aria-describedby="caption-attachment-13780" style="width: 625px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="wp-image-13780 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/07/Google-COVID-19-Community-Mobility-Reports.png" alt="Google COVID-19 Community Mobility Reports" width="625" height="337" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/07/Google-COVID-19-Community-Mobility-Reports.png 625w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/07/Google-COVID-19-Community-Mobility-Reports-300x162.png 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/07/Google-COVID-19-Community-Mobility-Reports-150x81.png 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/07/Google-COVID-19-Community-Mobility-Reports-500x270.png 500w" sizes="(max-width: 625px) 100vw, 625px" /><figcaption id="caption-attachment-13780" class="wp-caption-text">ข้อมูลจาก: Google COVID-19 Community Mobility Reports</figcaption></figure>
<p>แม้เรายังคงต้องจับตามองสถานการณ์การระบาดอย่างใกล้ชิดจนกว่าจะค้นพบวัคซีน แต่ในแง่ของการใช้ชีวิตภายใต้ความปกติใหม่ซึ่งที่พักอาศัยกลายเป็นพื้นที่สำคัญของทุกคนในครอบครัวนั้น ทำให้เดลต้า อีเลคโทรนิคส์มุ่งคิดค้นนวัตกรรมและโซลูชันส์บ้านอัจฉริยะ เพื่อยกระดับชีวิตในบ้านของคนไทยให้สะดวกสบาย ปลอดภัยต่อสุขภาพ และประหยัดพลังงานยิ่งขึ้น ตามเทรนด์ที่อยู่อาศัยแห่งอนาคตเหล่านี้</p>
<h2>โซลูชันส์คุณภาพอากาศในบ้านเพื่อสุขภาพที่ดี</h2>
<p>การระบาดทั่วโลกของโรคที่ติดต่อกันได้ง่ายอย่างโควิด-19 ทำให้หลายคนหันมาทบทวนและเปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิตเพื่อรักษาสุขภาพมากขึ้น และการร่วมมือกันกักตัวอยู่บ้านเพื่อหยุดการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสยิ่งทำให้เราเล็งเห็นความสำคัญว่าบ้านคือสถานที่ปลอดภัยที่สุด และเป็นจุดเริ่มต้นของสุขภาพที่ดีของทุกชีวิตในครอบครัว</p>
<p>มีการศึกษาถึงผลกระทบของมลพิษทางอากาศต่อโรคระบบทางเดินหายใจอย่างโควิด-19 มายมาย เช่น ผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดที่พบว่าการสูดฝุ่นละออง PM2.5 ที่เพิ่มขึ้นเพียง 1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร สามารถเพิ่มความเสี่ยงจากการเสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ได้สูงสุดถึง 15% ส่วนผลการศึกษาอีกชิ้นหนึ่งก็พบว่าปัญหามลพิษในอากาศทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี เป็นปัจจัยร่วมที่ส่งผลให้มีอัตราการเสียชีวิตจากโควิด-19 ที่สูงยิ่งขึ้นในภูมิภาคดังกล่าว ส่วนในประเทศไทยเรานั้น เมืองใหญ่ๆ อย่างกรุงเทพฯ หรือเชียงใหม่ก็มีความเสี่ยงจากมลพิษทางอากาศเช่นกัน ยิ่งเราต้องอยู่กับบ้านนานขึ้นแล้ว การดูแลคุณภาพอากาศภายในบ้านจึงเป็นเรื่องใกล้ตัว เพื่อลดมลพิษที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นฝุ่นละออง PM2.5 ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์และคาร์บอนไดออกไซด์ รวมถึงสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (VOC) ที่มากับวัสดุ อุปกรณ์ หรือผลิตภัณฑ์ต่างๆ ภายในบ้าน เป็นต้น</p>
<p>แม้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ <strong>เครื่องฟอกอากาศ</strong>ในบ้านเป็นที่นิยมมากขึ้นในไทย แต่มันสามารถช่วยกรองฝุ่นละอองขนาดเล็กสุดประมาณ 2.5 ไมครอนหรือ PM2.5 เท่านั้น โดยไม่สามารถช่วยลดมลภาวะทางอากาศในบ้านประเภทอื่นๆ ได้ โซลูชันส์คุณภาพในบ้านที่ดีจะต้องช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยนอากาศภายในกับภายนอกตัวบ้าน เพื่อถ่ายเทอากาศเสียจากภายในและนำอากาศบริสุทธิ์จากภายนอกเข้ามาเติมอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังต้องมีปัจจัยอื่นๆ ที่ต้องพิจารณาด้วย ได้แก่การใช้พลังงานไฟฟ้าของเครื่องปรับอากาศและแหล่งกำเนิดความชื้นหรือก๊าซมลพิษต่างๆ ภายในบ้าน เพื่อสามารถออกแบบระบบปรับสภาวะอากาศ (HVAC) ภายในตัวบ้านได้อย่างเหมาะสมและครบวงจร</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-13781 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/07/New_WALLERV_ver2-6.png" alt="โซลูชันส์แลกเปลี่ยนอากาศประหยัดพลังงาน (Energy Recovery Ventilation หรือ ERV)" width="339" height="600" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/07/New_WALLERV_ver2-6.png 339w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/07/New_WALLERV_ver2-6-170x300.png 170w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/07/New_WALLERV_ver2-6-150x265.png 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/07/New_WALLERV_ver2-6-283x500.png 283w" sizes="(max-width: 339px) 100vw, 339px" /></p>
<p>โซลูชันส์แลกเปลี่ยนอากาศประหยัดพลังงาน (Energy Recovery Ventilation หรือ ERV) ของเดลต้า จะช่วยนำอากาศจากภายนอกที่กรองจนบริสุทธิ์ด้วยฟิลเตอร์ HEPA มาผ่านแกนกักเก็บความเย็นที่สร้างสมดุลระหว่างลมร้อนจากภายนอกกับลมเย็นจากภายใน เพื่อทำให้อากาศบริสุทธิ์จากภายนอกมีอุณหภูมิลดลงก่อนนำมาเติมภายในบ้าน ทำให้เกิดการถ่ายเทอากาศและประหยัดพลังงานของเครื่องปรับอากาศไปพร้อมกัน โดยสามารถกรองฝุ่นละออง PM2.5 ได้สูงสุดถึง 97% และช่วยประหยัดค่าไฟได้ถึง 30% นอกจากนี้ เดลต้ายังมีพัดลมระบายอากาศ DC Motor เพื่อช่วยเร่งระบายอากาศในห้องที่มีความชื้นสูงหรือเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษในตัวบ้าน เช่น ห้องน้ำ ห้องครัว หรือโรงรถ เป็นต้น</p>
<p>ในปัจจุบัน เทรนด์การก่อสร้างที่อยู่อาศัยทั่วโลกนิยมเลือกใช้เทคโนโลยีแลกเปลี่ยนอากาศ ERV สำหรับบ้านสมัยใหม่มากขึ้น เพื่อสุขภาพดีของผู้อยู่อาศัยและป้องกันอาการเจ็บป่วยจากการอยู่ในบ้านหรือตัวอาคารติดต่อกันเป็นเวลานานหรือ Sick Building Syndrome โดยเฉพาะที่มีสาเหตุมาจากอากาศไม่ถ่ายเท อบอ้าว ความชื้น หรือความเข้มข้นของก๊าซพิษ โซลูชันส์แลกเปลี่ยนอากาศ ERV ของเดลต้าจัดแสดงแก่ลูกค้าและคนรักบ้านผู้สนใจที่ศูนย์ SCG Experience ณ ซีดีซี คริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ นอกจากนี้ บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โครงการที่อยู่อาศัย และโรงแรมมากมายทั่วไทยยังเลือกใช้โซลูชันส์คุณภาพอากาศภายในอาคารของเดลต้าอีกด้วย</p>
<h2>โซลูชันส์อัจฉริยะเพื่อความสะดวกของชีวิตในบ้าน</h2>
<p>นอกจากเรื่องสุขภาพที่เราจะต้องใส่ใจแล้ว เทรนด์ของอุปกรณ์และโซลูชันส์บ้านอัจฉริยะที่จะเพิ่มความสะดวกในการใช้ชีวิตนับเป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่น่าจับตามอง โดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้คาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดของอุปกรณ์ไอโอที (Internet of Things หรือ อุปกรณ์อัจฉริยะที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต) ในประเทศไทยจะมีอัตราเติบโตเฉลี่ยแบบทบต้นปีละ 27% และจะมีมูลค่าสูงถึงประมาณ 68,000 ล้านบาทในปี พ.ศ. 2573 โดยการเติบโตส่วนใหญ่จะมาจากความนิยมใช้อุปกรณ์อัจฉริยะสำหรับผู้บริโภคภายในบ้านที่พุ่งสูงขึ้น</p>
<p>ตัวอย่างหนึ่งของการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะภายในบ้านที่เหมาะสมกับภูมิอากาศร้อนชื้นในไทย เพื่อแก้ปัญหาที่ตามมามากมายไม่ว่าจะเป็นเรื่องเชื้อรา แบคทีเรีย และความสกปรกภายในบ้าน รวมถึงฝังอยู่ในเฟอร์นิเจอร์ ข้าวของเครื่องใช้ หรือตู้เสื้อผ้า โดยเดลต้าเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีพัดลมระบายอากาศอัจฉริยะ (Smart Fan) ที่มาพร้อมเซ็นเซอร์ตรวจจับความชื้นและสามารถทำงานได้เองโดยอัตโนมัติ เพื่อควบคุมค่าความชื้นในอากาศให้เหมาะสมกับการอยู่อาศัย นอกจากนี้ยังมีรุ่นที่สามารถตรวจจับความเคลื่อนไหวเพื่อเริ่มและหยุดทำงานเองโดยอัตโนมัติ และช่วยประหยัดพลังงานสำหรับพื้นที่ภายในอาคารที่มีบริเวณกว้างอีกด้วย</p>
<p>นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์อัจฉริยะ O3 Sensor Hub 2.0 ของเดลต้า ที่ได้รับการพัฒนาและวางจำหน่ายในประเทศสหรัฐอเมริกา ประกอบด้วยเซ็นเซอร์หลายตัวที่คอยรวบรวมข้อมูลปัจจัยสภาพแวดล้อม เช่น การใช้งานภายในห้องและอุณหภูมิ และสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเพื่อควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ ภายในบ้านได้อย่างสะดวกจากทุกที่</p>
<h2>นวัตกรรมบ้านสีเขียวเพื่อประหยัดพลังงาน</h2>
<p>แน่นอนว่าการทำงานจากที่บ้านและการอยู่บ้านนานขึ้นทำให้ค่าไฟสูงขึ้นตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อการไฟฟ้าได้ยุติมาตรการช่วยลดค่าไฟไปในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เครื่องปรับอากาศนับเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้านที่กินไฟสูงสุด หากเรามีแผนที่จะปรับปรุงหรือต่อเติมบ้าน เราจึงควรมองหาวิธีการออกแบบบ้านยุคใหม่ที่ช่วยประหยัดพลังงานมากขึ้นและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในระยะยาว</p>
<p>การออกแบบอาคารและที่พักอาศัยสีเขียว ให้ความสำคัญกับวัสดุอุปกรณ์ที่ปราศจากสารพิษและไม่เป็นอันตรายกับผู้พักอาศัย เหมาะสมกับการใช้งานและช่วยประหยัดการใช้พลังงานได้สูงสุดโดยคำนึงถึงแสงแดด ร่มเงา ทิศทางลม และการถ่ายเทอากาศ รวมถึงใช้เทคโนโลยีกรองอากาศบริสุทธิ์ต่างๆ เช่นฟิลเตอร์ HEPA และติดตั้งเครื่องแลกเปลี่ยนอากาศ (ERV)ในจุดที่เหมาะสม เพื่อป้องกันมลพิษจากภายนอก ถ่ายเทอากาศเสียจากภายใน และช่วยประหยัดพลังงานของเครื่องปรับอากาศได้</p>
<p><strong>มาตรฐานอาคารสีเขียว</strong>เช่น WELL หรือ LEED (Leadership in Energy and Environmental Design) ได้รับการยอมรับให้เป็นมาตรฐานในการกำหนดทิศทางออกแบบอาคารต่างๆ ในประเทศไทยมากขึ้น โดยมีอาคารต่างๆ กว่า 120 โครงการทั่วไทยที่เข้าร่วมรับการประเมินจากสถาบันอาคารเขียวไทย เพื่อรับรองสถานะเป็นอาคารที่ปลอดภัยต่อผู้อาศัยและประหยัดพลังงานอย่างยั่งยืน โดยมาตรฐานนี้สามารถนำมาปรับใช้กับการออกแบบบ้านและที่พักอาศัยทั่วไปได้เช่นกัน</p>
<figure id="attachment_13782" aria-describedby="caption-attachment-13782" style="width: 680px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-13782 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/07/Passakorn.jpg" alt="ภาสกร ธรรมวิทยากร" width="680" height="510" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/07/Passakorn.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/07/Passakorn-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/07/Passakorn-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/07/Passakorn-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /><figcaption id="caption-attachment-13782" class="wp-caption-text">ภาสกร ธรรมวิทยากร</figcaption></figure>
<p>แม้เรายังคงต้องใช้มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมไปจนกว่าสถานการณ์โควิด-19 จะสิ้นสุดลงเมื่อค้นพบวัคซีนหรือยารักษา แต่บ้านในยุค New Normal จะเป็นพื้นที่สำคัญที่สุดแห่งแรกที่จะมอบสุขภาพที่ดีให้แก่ทุกคนในครอบครัว ผ่านนวัตกรรมใหม่ๆ มากมายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น</p>
<p><strong>เดลต้า อีเลคโทรนิคส์มุ่งมั่นที่จะนำเสนอโซลูชันส์และนวัตกรรมในบ้านเพื่อเติมเต็มการใช้ชีวิตยุค New Normal พร้อมปกป้องทุกสมาชิกในครอบครัวจากมลภาวะในอากาศ ให้ครัวเรือนไทยได้มีสุขภาพที่แข็งแรงและใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ในยุคที่บ้านตอบโจทย์ทุกด้านของชีวิต</strong></p>
<hr />
<p>โดย ภาสกร ธรรมวิทยากร ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายพัฒนาธุรกิจผลิตภัณฑ์พัดลมระบายอากาศ บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%b1%e0%b8%a2/">ส่องเทรนด์ที่อยู่อาศัยแห่งอนาคต เพื่อชีวิตที่ดีแบบ New Normal เริ่มต้นจากที่บ้าน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%b1%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การสร้างอนาลิติกส์ด้วยเทคโนโลยีไอโอทีเพื่อสร้างเมืองอัจฉริยะ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%89%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a2%e0%b8%b0-iot-technology/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%89%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a2%e0%b8%b0-iot-technology/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 25 Dec 2019 09:08:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Smart City]]></category>
		<category><![CDATA[IoT]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบการจัดการอัตโนมัติ]]></category>
		<category><![CDATA[สมาร์ทซิตี้]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองอัจฉริยะ]]></category>
		<category><![CDATA[แอนดรูว์ ตัน]]></category>
		<category><![CDATA[ไอโอที]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=11595</guid>

					<description><![CDATA[<p>“สมาร์ทซิตี้” (Smart City) หรือ เมืองอัจฉริยะ หมายถึง เมืองที่พึ่งพาเทคโนโลยีเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของพลเมือง มีการใช้เทคโนโลยีที่ทำให้ผู้วางผังเมืองและหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ สามารถลดภาระของระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน และช่วยให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น ขณะเดียวกัน พลเมืองของสมาร์ทซิตี้ยังสามารถใช้เทคโนโลยีเพื่ออำนวยความสะดวกในการดำเนินชีวิตประจำวันได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นระบบการจัดการอัตโนมัติ การใช้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล การหาข้อมูลออนไลน์ โมบายล์แอพพลิเคชั่น หรือการติดต่อเจ้าหน้าที่รัฐผ่านโซเชียลมีเดีย เมืองจึงเป็นเหมือนสิ่งมีชีวิตที่สามารถดูแลตนเอง และใช้ข้อมูลให้เป็นประโยชน์ในการปรับปรุงตนเองอย่างสม่ำเสมอ ในเชิงเทคนิค สมาร์ทซิตี้ คือเมืองที่มีเครือข่ายการสื่อสารข้อมูลระยะไกลที่ช่วยในการเข้าถึงฐานข้อมูลที่เป็นหนึ่งเดียวกันและมีการอัพเดตแบบเรียลไทม์ฐานข้อมูลนี้บรรจุข้อมูลเกี่ยวกับการให้บริการต่างๆ สถานะของสาธารณูปโภคพื้นฐาน และการจ่ายกระแสไฟฟ้า เป็นต้น ดังนั้นจึงต้องมีซอฟต์แวร์ที่เหมาะสม หรือแพลตฟอร์มไอโอทีขนาดใหญ่เพื่อใช้ในการเก็บรวบรวมและบริหารจัดการข้อมูลปริมาณมหาศาล ให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอตามความต้องการต่างๆ ของเมือง ซึ่งการใช้แพลตฟอร์มแบบรวมศูนย์เช่นนี้&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%89%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a2%e0%b8%b0-iot-technology/">การสร้างอนาลิติกส์ด้วยเทคโนโลยีไอโอทีเพื่อสร้างเมืองอัจฉริยะ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>“สมาร์ทซิตี้” (Smart City) หรือ <a title="เมืองอัจฉริยะ" href="https://www.greennetworkthailand.com/เมืองอัจฉริยะ-smart-city/">เมืองอัจฉริยะ</a> หมายถึง เมืองที่พึ่งพาเทคโนโลยีเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของพลเมือง มีการใช้เทคโนโลยีที่ทำให้ผู้วางผังเมืองและหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ สามารถลดภาระของระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน และช่วยให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น ขณะเดียวกัน พลเมืองของสมาร์ทซิตี้ยังสามารถใช้เทคโนโลยีเพื่ออำนวยความสะดวกในการดำเนินชีวิตประจำวันได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นระบบการจัดการอัตโนมัติ การใช้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล การหาข้อมูลออนไลน์ โมบายล์แอพพลิเคชั่น หรือการติดต่อเจ้าหน้าที่รัฐผ่านโซเชียลมีเดีย เมืองจึงเป็นเหมือนสิ่งมีชีวิตที่สามารถดูแลตนเอง และใช้ข้อมูลให้เป็นประโยชน์ในการปรับปรุงตนเองอย่างสม่ำเสมอ</strong><span id="more-11595"></span></p>
<p>ในเชิงเทคนิค <strong>สมาร์ทซิตี้</strong> คือเมืองที่มีเครือข่ายการสื่อสารข้อมูลระยะไกลที่ช่วยในการเข้าถึงฐานข้อมูลที่เป็นหนึ่งเดียวกันและมีการอัพเดตแบบเรียลไทม์ฐานข้อมูลนี้บรรจุข้อมูลเกี่ยวกับการให้บริการต่างๆ สถานะของสาธารณูปโภคพื้นฐาน และการจ่ายกระแสไฟฟ้า เป็นต้น ดังนั้นจึงต้องมีซอฟต์แวร์ที่เหมาะสม หรือแพลตฟอร์ม<strong>ไอโอที</strong>ขนาดใหญ่เพื่อใช้ในการเก็บรวบรวมและบริหารจัดการข้อมูลปริมาณมหาศาล ให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอตามความต้องการต่างๆ ของเมือง ซึ่งการใช้แพลตฟอร์มแบบรวมศูนย์เช่นนี้ ช่วยในการควบคุมและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารทรัพยากร รวมถึงป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ด้วยการใช้ประโยชน์จาก<strong>เทคโนโลยีอัจฉริยะ</strong> เช่น <strong>Machine Learning</strong> และ <strong>AI</strong> (<strong>Artificial Intelligence</strong>) ระบบดังกล่าวยังสามารถนำมาใช้ได้หลายด้าน ตั้งแต่การแก้ปัญหาการจราจรติดขัด ไปจนถึงการดูแลสิ่งแวดล้อม โดยช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมีข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับจุดอ่อนต่างๆ ภายในเมือง การเฝ้าระวังและวิเคราะห์ปัญหาจะช่วยในการตัดสินใจตอบสนองต่อปัญหา และวางแผนต่างๆ ได้อย่างทันท่วงทีและมีข้อมูลรองรับ</p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/smart-city-iot-technology.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-11598 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/smart-city-iot-technology.jpg" alt="“สมาร์ทซิตี้” (Smart City) หรือเมืองอัจฉริยะ" width="680" height="616" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/smart-city-iot-technology.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/smart-city-iot-technology-300x272.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/smart-city-iot-technology-150x136.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/smart-city-iot-technology-500x453.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></a></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>แอนดรูว์ ตัน</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ของบริษัทไอที เน็กไซน์ จากประเทศรัสเซีย </strong>ที่มีสาขากระจายตัวอยู่ในยุโรป ตะวันออกกลาง แอฟริกาและเอเชีย รวมถึงประเทศไทย กล่าวว่า“<strong>เน็กไซน์</strong> พร้อมสนับสนุนอย่างเต็มที่กับการสร้าง<strong>สมาร์ทซิตี้</strong>ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ด้วยการนำเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าและระบบการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อคาดการณ์ล่วงหน้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโซลูชั่นต่างๆ เพื่อช่วยให้สามารถเข้าถึงสาเหตุหลักของปัญหาอย่างรวดเร็ว และแก้ปัญหาได้โดยใช้ทรัพยากรน้อยที่สุด ซึ่งการใช้โซลูชั่น<strong>ไอโอที</strong>ในการจัดการจราจรช่วยให้ผู้ดูแลสามารถควบคุมสถานการณ์โดยรวม หากมีอุบัติเหตุบนท้องถนนก็สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ตำรวจ หน่วยดับเพลิง รถพยาบาล บริษัทแก๊ส ประปา และไฟฟ้า หรือปรับไฟสัญญาณจราจร อีกทั้งมีการจัดทำรายงานปัญหาบนท้องถนนแบ่งตามช่วงเวลา วันในสัปดาห์ และสถานที่ เพื่อให้เห็นจุดที่เกิดปัญหาบ่อยและช่วยในการวางแผนแก้ไข การวิเคราะห์ข้อมูลจากอุปกรณ์ไ<strong>อโอที</strong>ต่างๆ แบบเรียลไทม์ ไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานแต่ยังช่วยป้องกันการเกิดอุปกรณ์ขัดข้องหรือล้มเหลวได้ ด้วยการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอและซ่อมบำรุงก่อนเกิดปัญหา”</p>
<p><strong>แอนดรูว์</strong> ยกตัวอย่างประเทศสิงคโปร์ที่มีแผนพัฒนาสู่การเป็นชาติอัจฉริยะ (Smart Nation) โดยมีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเซ็นเตอร์<strong>ไอโอที</strong> 2014 และระบบวิเคราะห์ข้อมูลในการจัดการกับปัญหาต่างๆ ตั้งแต่การจราจรไปจนถึงการสาธารณสุข ปัจจุบันสิงคโปร์เป็นหนึ่งใน<strong>สมาร์ทซิตี้</strong>ต้นแบบ โดยประชาชนกว่าร้อยละ 80 ใช้บริการจากภาครัฐผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งช่วยลดปริมาณคนที่มาเข้าคิวบริการตามสถานที่ราชการต่างๆ และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ผลักดันให้เกิดนวัตกรรมที่มีคนเป็นศูนย์กลางและเพิ่มประสิทธิภาพในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาเมือง การแพทย์ การศึกษา พลังงาน ความปลอดภัย บริการสาธารณะ เป็นต้น เพราะมีการเชื่อมระหว่างผู้คน ข้อมูล และสิ่งต่างๆ และเทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งของทุกระดับการปกครอง การพาณิชย์ และกิจกรรมทางสังคมอย่างมีประสิทธิภาพ ประชาชนก็จะมีความสุขและความพึงพอใจในชีวิตประจำวันมากขึ้น</p>
<p><strong>อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีการใช้ซอฟต์แวร์อัจฉริยะในการจัดการระบบสาธารณูปโภค การขนส่งและการจราจรในหลายเมือง แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของแพลตฟอร์มไอโอทีที่สามารถรวบรวมและประมวลผลข้อมูลไอโอทีจากซอฟต์แวร์ทั้งหมดเพื่อประโยชน์ของเมือง ซึ่งถือเป็นระบบอัจฉริยะเพื่อสังคมที่ดีกว่า และประชากรในเมืองทุกคนมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาสู่การเป็นชาติอัจฉริยะ</strong></p>
<hr />
<p>Source: นิตยสาร Green Network ฉบับที่ 96 พฤศจิกายน-ธันวาคม 2562 คอลัมน์ SMART City โดย เน็กไซน์</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%89%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a2%e0%b8%b0-iot-technology/">การสร้างอนาลิติกส์ด้วยเทคโนโลยีไอโอทีเพื่อสร้างเมืองอัจฉริยะ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%89%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a2%e0%b8%b0-iot-technology/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
