<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>BCG | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/bcg/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Tue, 28 Apr 2026 07:59:59 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>BCG | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>Green Transformation ทางรอดเศรษฐกิจไทย: เปิดวิสัยทัศน์ ‘ยศชนัน’  ปรับระบบ อว. ดันนวัตกรรมสีเขียวสู้ตลาดโลก</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/green-transformation/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 28 Apr 2026 07:58:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Report]]></category>
		<category><![CDATA[BCG]]></category>
		<category><![CDATA[CBAM]]></category>
		<category><![CDATA[Green Transformation]]></category>
		<category><![CDATA[net zero]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[ศ. ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสีเขียว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=43915</guid>

					<description><![CDATA[<p>(เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569) ศ. ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) บรรยายพิเศษในหัวข้อ “Powering Thailand’s Green Economy with Science and Innovation” ในการสัมมนาหัวข้อ เปลี่ยนวิถีชีวิตพลิกเกมเศรษฐกิจด้วย Net Zero ภายในงานประชุมวิชาการประจำปี สวทช. (NAC2026) โดยระบุว่า ในวันที่เศรษฐกิจไทยถูกกดดันด้วยค่าครองชีพและต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูง&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/green-transformation/">Green Transformation ทางรอดเศรษฐกิจไทย: เปิดวิสัยทัศน์ ‘ยศชนัน’  ปรับระบบ อว. ดันนวัตกรรมสีเขียวสู้ตลาดโลก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>(เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569) <strong><span style="color: #6cb742;">ศ. ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์</span> รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) บรรยายพิเศษในหัวข้อ “Powering Thailand’s Green Economy with Science and Innovation” ในการสัมมนาหัวข้อ เปลี่ยนวิถีชีวิตพลิกเกมเศรษฐกิจด้วย Net Zero ภายในงานประชุมวิชาการประจำปี สวทช. (NAC2026) โดยระบุว่า ในวันที่เศรษฐกิจไทยถูกกดดันด้วยค่าครองชีพและต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูง คำถามที่ถูกตั้งขึ้นเสมอคือในเมื่อเงินทองยังไม่มี เราจะเอางบประมาณที่ไหนไปทำเรื่องเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ดังนั้นหากประเทศไทยไม่เริ่มต้นการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว (Green Transformation) เราจะไม่สามารถเป็นเศรษฐกิจสีเขียวอย่างเต็มรูปแบบได้ และเรื่องนี้คือกลไกหลักที่จะดึงงบประมาณมาแก้ปัญหาประเทศได้จริง</strong></p>
<p><span id="more-43915"></span></p>
<ul>
<li><strong>สานต่อโมเดล </strong><strong>BCG สู่เศรษฐกิจเพื่อสุขภาวะ (Wellness Economy)</strong></li>
</ul>
<p>ศ. ดร.ยศชนัน ประกาศจุดยืนว่า รัฐบาลจะเดินหน้าโมเดลเศรษฐกิจ BCG ต่อไปโดยไม่ทิ้งรากฐานเดิม แต่จะนำมาเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่อสุขภาวะ (Wellness Economy) ตั้งแต่อากาศสะอาด อาหารปลอดภัย และเครื่องมือแพทย์ การทำธุรกิจคาร์บอนต่ำต้องตรวจสอบลึกถึงห่วงโซ่มูลค่า นวัตกรรมต้องตอบโจทย์ได้ว่ากระบวนการผลิตไปจนถึงระบบโลจิสติกส์มีการเอาเปรียบแรงงานหรือสร้างความไม่เท่าเทียมให้ใครหรือไม่ โดย รมว.อว. ระบุว่า <em>&#8220;แม้การผลิตจะได้ผลดี แต่ต้องพิจารณาว่ากระบวนการดังกล่าวมีการเอารัดเอาเปรียบผู้ใดหรือไม่ ผู้ปฏิบัติงานได้รับค่าตอบแทนที่เท่าเทียมหรือไม่ เพราะแนวคิดคาร์บอนต่ำนั้นครอบคลุมถึงคุณค่าตลอดทั้งห่วงโซ่มูลค่า&#8221;</em></p>
<ul>
<li><strong>ขับเคลื่อน </strong><strong>2 เครื่องยนต์เศรษฐกิจเพื่อปากท้อง</strong></li>
</ul>
<p>อว. วางทิศทางเศรษฐกิจไทยผ่าน 2 เครื่องยนต์หลัก เครื่องยนต์แรก คือ การอัปเกรดอุตสาหกรรมเดิมที่ไทยมีฐานอยู่แล้ว ทั้งภาคเกษตรผ่านการทำเกษตรแม่นยำ (Precision Agriculture) ภาคอุตสาหกรรม และภาคบริการ เพื่อเพิ่มผลิตภาพและลดต้นทุน ส่วนเครื่องยนต์ที่สองคือการสร้างอุตสาหกรรมใหม่ ผ่านเทคโนโลยีขั้นแนวหน้า (Frontier Industries) เช่น อุตสาหกรรมอวกาศ ยานยนต์ไฟฟ้า (EV)</p>
<ul>
<li><strong>Net Zero คือความมั่นคงของชาติ (National Security)</strong></li>
</ul>
<p>กติกาการค้าโลกกำลังเปลี่ยนไป คาร์บอนกลายเป็นกำแพงภาษีผ่านนโยบายมาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนเข้าพรมแดน (CBAM) หากผู้ประกอบการไทยไม่ปรับตัวจะสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจทันที การเปลี่ยนผ่านเรื่องนี้จึงมีความสำคัญเทียบเท่ากับความมั่นคงของชาติ (National Security) การลงทุนเทคโนโลยีสีเขียวคือการป้องกันความเสี่ยง หากปล่อยให้คาร์บอนเพิ่มขึ้น ความเสียหายจะทวีคูณไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด <strong>ศ. ดร.ยศชนัน</strong> อธิบายว่า <em>“เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (</em><em>Net Zero) คือ จุดเดียวที่จะหยุดยั้งการทวีคูณของความเสียหายได้ เพราะหากไม่สามารถลดผลกระทบให้เป็นศูนย์ได้ ท้ายที่สุดประเทศก็จะไม่อาจอยู่รอดได้&#8221;</em></p>
<ul>
<li><strong>ฉีกตำราวิจัยเดิม โลกวิกฤตไม่มีเวลาให้รอ</strong></li>
</ul>
<p>กระบวนการวิจัยที่เริ่มจากการศึกษา ค่อย ๆ วิจัย พัฒนานวัตกรรม แล้วนำไปหาตลาด เป็นสิ่งที่ช้าเกินไปสำหรับโลกปัจจุบัน <strong>ศ. ดร.ยศชนัน</strong> ชี้ว่า ปัญหาเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) เป็นเรื่องที่รอไม่ได้ การพัฒนานวัตกรรมยุคใหม่จึงต้องใช้กลยุทธ์ Backcasting คือ การตั้งเป้าหมายของประเทศในปี ค.ศ. 2030 ไว้ก่อน แล้วถอยกลับมาวางแผนเพื่อแก้ปัญหานักวิจัยที่มักเริ่มต้นทำงานจากความถนัดของตนเองเพียงอย่างเดียว โดยระบุว่า<em> &#8220;เมื่อใช้งบประมาณจากภาษีของประชาชน ก็จำเป็นต้องพิจารณาว่าประชาชนกำลังเดือดร้อนในเรื่องใดเป็นหลัก การจัดสรรงบประมาณจะต้องมุ่งเน้นเพื่อแก้ไขความเดือดร้อนที่แท้จริง&#8221;</em></p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43918" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Green-Transformation-03.jpg" alt="ศ. ดร.ยศชนัน" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Green-Transformation-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Green-Transformation-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Green-Transformation-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Green-Transformation-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<h3>วางบทบาท อว. และพลังการทูตวิทยาศาสตร์</h3>
<p><strong>ศ. ดร.ยศชนัน</strong> กำหนดหมุดหมายสำคัญให้แก่บุคลากรสายวิทยาศาสตร์ โดยระบุว่า ในสภาวะที่ประเทศเผชิญวิกฤต นักวิจัยและวิศวกรต้องทำหน้าที่เป็นคลังสมอง (Think Tank) เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นประเทศที่มีรายได้สูง พร้อมย้ำว่า <em>“ทุกคนอาจจะรู้สึกว่าเพ้อฝัน แต่ไม่ทำไม่ได้ เพราะนี่คือสิ่งที่เราเรียนมาเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศด้วยกัน”</em></p>
<p>โดย กระทรวง อว. กำหนดบทบาทองค์กรไว้ 3 มิติ <strong>มิติแรก</strong>คือการเป็นผู้สร้างระบบนิเวศ (Ecosystem Builder) ที่กระตุ้นให้คนอยากทำงาน <strong>มิติที่สอง</strong>คือการเป็นผู้บูรณาการระบบ (System Integrator) รวบรวมทุกภาคส่วนเข้าด้วยกัน และ<strong>มิติสุดท้าย</strong>คือการเป็นตัวเร่งการขยายผล (Accelerator) สนับสนุนให้นักนวัตกรออกไประดมทุนต่างประเทศหากตลาดไทยยังไม่พร้อม นอกจากนี้ยังชูนโยบายวิทยาศาสตร์แบบเปิด (Open Science) และการทูตวิทยาศาสตร์ (Science Diplomacy) ซึ่ง <strong>ศ. ดร.ยศชนัน</strong> ได้หารือร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศมาแล้ว เพื่อใช้แกะรอยจากสิทธิบัตร (Patent) และต่อยอดนวัตกรรม</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43917" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Green-Transformation-02.jpg" alt="ศ. ดร.ยศชนัน" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Green-Transformation-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Green-Transformation-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Green-Transformation-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Green-Transformation-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<h3>ยืนบนไหล่ยักษ์ เลิกเสียท่าขายไอพีราคาถูก</h3>
<p><strong>ศ. ดร.ยศชนัน</strong> ยกบทเรียนจากการเสียท่าในอดีตที่เคยขายทรัพย์สินทางปัญญา หรือ IP ไปในราคาเพียง 5 ล้านบาท ทั้งที่มูลค่าจริงอาจสูงถึง 50 ล้านบาท พร้อมเน้นย้ำให้นักวิจัยกำหนดแผนทางออกให้ชัดเจน โดยยกตัวอย่างการวิจัยและพัฒนายาซึ่งมีความท้าทายและต้องใช้ทุนมหาศาลหลักพันล้านบาท ผู้วิจัยอาจไม่สามารถผลักดันจนจบกระบวนการได้ด้วยตนเอง จึงอาจจำเป็นต้องพิจารณาหยุดและขายเทคโนโลยีตั้งแต่ระยะแรกเพื่อบริหารความเสี่ยง ทั้งนี้วิธีที่ต้องเปลี่ยน คือ การทำตีพิมพ์แบบพุ่งเป้า เล็งวารสารระดับโลกเพื่อให้กลุ่มทุนยักษ์ใหญ่เป็นฝ่ายวิ่งเข้าหา เลิกรอให้คนมาอ้างอิงบทความวิจัยเพียงอย่างเดียว และต้องระวังนายทุนที่เข้ามากว้านซื้อเทคโนโลยีไปดองทิ้งไว้เพื่อตัดคู่แข่ง</p>
<p>โดย รัฐตรีการกระทรวง อว. เตรียมผลักดัน สวทช. ให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานร่วม (Shared Infrastructure) ของทุกคน เพื่อเปิดพื้นที่ให้นักวิจัยสามารถเข้ามาทำงานวิจัยขั้นแนวหน้า (Frontier Research) วิทยาศาสตร์พื้นฐาน (Basic Science) และสร้างนวัตกรรมที่เกิดประโยชน์จริง โดยมีเป้าหมายเพื่อลดความเสี่ยงของนักวิจัยให้ได้มากที่สุด ในส่วนของงบประมาณรัฐในโครงการ ววน. จะเข้าไปสมทบทุนเฉพาะจุดที่มีความเสี่ยงสูงและเป็นวิทยาการใหม่ที่โลกยังไม่มี เพื่อให้นักนวัตกรไทยสร้างทรัพย์สินทางปัญญาของตัวเองโดยไม่ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่จากศูนย์ แต่ใช้ ‘การยืนบนไหล่ยักษ์’ ต่อยอดความสำเร็จจากทั่วโลก</p>
<p>&#8220;วันนี้ถ้าท่านยืนบนไหล่ยักษ์ แล้วใช้มือของท่านเองสร้างสรรค์ผลงาน โดยเรียนรู้จากคนที่เขาลองผิดลองถูกมาแล้ว ประเทศจะไปข้างหน้าได้เร็วมาก เราเสียเวลากันไม่ได้อีกแล้ว&#8221; <strong>ศ. ดร.ยศชนัน</strong> กล่าว</p>
<h3>กางตัวเลขเป้าหมาย 2030 พร้อมเป็นกองหน้าชนปัญหา</h3>
<p>กระทรวง อว. กำหนดเป้าหมายผลลัพธ์ภายในปี 2030 ไว้อย่างชัดเจน 4 ด้าน ได้แก่ (1) การดันผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) จากเศรษฐกิจสีเขียวให้เพิ่มขึ้น 3 เปอร์เซ็นต์ (2) เตรียมความพร้อมกำลังคน 20 ล้านคนให้พร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงของโลก (Future Ready) (3) ลดความเสี่ยงด้านคาร์บอนลง 30 เปอร์เซ็นต์ และ (4) สร้างนวัตกรรม 5,000 ชิ้น ที่ขายทำกำไรได้จริง รมว.อว. ให้คำมั่นต่อนักวิจัยในการทำหน้าที่รับความเสี่ยงแทนว่า <em>&#8220;ผมพร้อมเป็นผู้สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง หากมีแรงปะทะหรือผลกระทบใดเกิดขึ้น ผมพร้อมจะเป็นผู้รับความเสี่ยงแทน ขอให้นักวิจัยทุกท่านทำหน้าที่เป็นกองหน้าและเดินหน้าขับเคลื่อนงานได้อย่างเต็มกำลัง&#8221; ศ. ดร.ยศชนัน กล่าวทิ้งท้าย</em></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/green-transformation/">Green Transformation ทางรอดเศรษฐกิจไทย: เปิดวิสัยทัศน์ ‘ยศชนัน’  ปรับระบบ อว. ดันนวัตกรรมสีเขียวสู้ตลาดโลก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“กรุงไทย” จับมือ “NatureWorks” ประกาศดีลประวัติศาสตร์ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชีวภาพตามแนวทาง BCG สนับสนุนเงินลงทุนโครงการก่อสร้างโรงงานผลิตพลาสติกชีวภาพ วงเงิน 12,600 ล้านบาท</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/krungthai-x-natureworks-2/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/krungthai-x-natureworks-2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 16 May 2024 03:36:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[BCG]]></category>
		<category><![CDATA[NatureWorks]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงานผลิตพลาสติกชีวภาพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=33883</guid>

					<description><![CDATA[<p>“NatureWorks” ผู้ผลิตพลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้ประเภทพอลิแลกติกแอซิด ซิด (Polylactic Acid หรือ PLA) ชั้นนําของโลกที่ผลิตจากทรัพยากรหมุนเวียน  และธนาคารกรุงไทย  ร่วมลงนามในสัญญาสนับสนุนเงินลงทุนโครงการก่อสร้างโรงงานผลิตพลาสติกชีวภาพ PLA ภายใต้แบรนด์   “Ingeo&#x2122;&#xfe0f;” แบบครบวงจรแห่งใหม่ในประเทศไทย มูลค่ากว่า 350 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเทียบเท่า 12,600 ล้านบาท นับเป็นหนึ่งในสินเชื่อเงินกู้ที่มีผู้ให้กู้รายเดียว (Bilateral loan) ที่ใหญ่ที่สุดในรอบทศวรรษของวงการธนาคาร สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของทั้งสององค์กร ในการผลักดันเศรษฐกิจชีวภาพตามแนวคิด BCG ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสู่ความยั่งยืน นายอิริค ริพเพิล&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/krungthai-x-natureworks-2/">“กรุงไทย” จับมือ “NatureWorks” ประกาศดีลประวัติศาสตร์ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชีวภาพตามแนวทาง BCG สนับสนุนเงินลงทุนโครงการก่อสร้างโรงงานผลิตพลาสติกชีวภาพ วงเงิน 12,600 ล้านบาท</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>“</strong><strong>NatureWorks</strong>” ผู้ผลิตพลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้ประเภทพอลิแลกติกแอซิด ซิด (Polylactic Acid หรือ PLA) ชั้นนําของโลกที่ผลิตจากทรัพยากรหมุนเวียน  และธนาคารกรุงไทย  ร่วมลงนามในสัญญาสนับสนุนเงินลงทุนโครงการก่อสร้างโรงงานผลิตพลาสติกชีวภาพ PLA ภายใต้แบรนด์   “Ingeo&#x2122;&#xfe0f;” แบบครบวงจรแห่งใหม่ในประเทศไทย มูลค่ากว่า 350 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเทียบเท่า 12,600 ล้านบาท นับเป็นหนึ่งในสินเชื่อเงินกู้ที่มีผู้ให้กู้รายเดียว (Bilateral loan) ที่ใหญ่ที่สุดในรอบทศวรรษของวงการธนาคาร สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของทั้งสององค์กร ในการผลักดันเศรษฐกิจชีวภาพตามแนวคิด BCG ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสู่ความยั่งยืน</p>
<p><span id="more-33883"></span></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">นายอิริค ริพเพิล</span> (</strong><strong>Mr.</strong><strong>Erik Ripple</strong><strong>)</strong> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ </strong><strong>NatureWorks </strong>เปิดเผยว่า การสนับสนุนจากธนาคารกรุงไทยครั้งนี้ เป็นการสนับสนุนกลยุทธ์ของ NatureWorks ในการรักษาความเป็นผู้นำธุรกิจชีวภาพระดับสากล โดยโรงงานแห่งที่ 2 ในประเทศไทยจะเป็นฐานการผลิตเพื่อมุ่งเน้นการตอบสนองความต้องการผลิตภัณฑ์พลาสติกชีวภาพในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และผลักดันไปสู่การขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับเศรษฐกิจชีวภาพและความต้องการผลิตภัณฑ์พลาสติกชีวภาพสำหรับใช้เป็นบรรจุภัณฑ์และเส้นใยทั่วโลก</p>
<p>ทั้งนี้ โรงงานของ NatureWorks แห่งที่ 2 นี้ ตั้งอยู่ที่จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งเป็นไบโอคอมเพล็กซ์แห่งแรกในประเทศไทยที่ก่อตั้งขึ้นตามแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจ BCG ของรัฐบาล เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพด้านวัตถุดิบทางการเกษตรที่อุดมสมบูรณ์และหาได้ในท้องถิ่น ได้แก่ อ้อย โดย NatureWorks พิจารณาเลือกสถานที่ก่อสร้างโครงการจากปัจจัยด้านทำเลที่ตั้งที่ใกล้กับที่ปลูกอ้อย และมีโครงสร้างพื้นฐานในการแปรรูปอ้อยเป็นน้ำตาลสำหรับใช้ในกระบวนการผลิต ตลอดจนพิจารณาถึงความพร้อมของระบบสาธารณูปโภคในการดำเนินการผลิต</p>
<p><strong>นายสุรธันว์ คงทน ประธานผู้บริหาร </strong><strong>Wholesale Banking </strong><strong>ธนาคารกรุงไทย  </strong>เปิดเผยว่า ธนาคารกรุงไทย ในฐานะธนาคารพาณิชย์ชั้นนำของประเทศ มุ่งมั่นขับเคลื่อน <strong>“นวัตกรรมสร้างคุณค่า ตอบโจทย์ลูกค้า สู่ความยั่งยืน”</strong> เล็งเห็นถึงศักยภาพของ NatureWorks ในการเป็นผู้นำในธุรกิจพลาสติกชีวภาพ ที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ ภายใต้โมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน (BCG Model หรือ Bio-Circular-Green Economy) ของประเทศไทย และสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรของประเทศ เพื่อสร้างเศรษฐกิจที่ยั่งยืน โดยธนาคารพร้อมให้การสนับสนุน NatureWorks ก่อสร้างโรงงานและใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินกิจการ</p>
<p><strong>“</strong>ประเทศไทยเป็นผู้นำทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลกด้านการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ ซึ่งธนาคารกรุงไทยมีบทบาทร่วมขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ การสนับสนุนเงินลงทุนแก่ NatureWorks ซึ่งเป็นบริษัทผู้นำระดับโลกในการผลิตวัสดุชีวภาพผลิตพลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้ประเภทพอลิแลกติกแอซิด ซิด (Polylactic Acid หรือ PLA) จากทรัพยากรหมุนเวียน นับเป็นดีลใหญ่ครั้งประวัติศาสตร์ของธนาคารในการการขับเคลื่อนโมเดล BCG ในประเทศไทย  สอดคล้องกับความมุ่งมั่นของธนาคาร ที่มุ่งเน้นการจัดการการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ และผลักดันกิจกรรมต่างๆ เพื่อมุ่งสู่การพัฒนาเศรษฐกิจแบบสีเขียว สอดคล้องกับการดำเนินงานของธนาคารที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) ของสหประชาชาติ  ทั้งในด้านการส่งเสริมการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่อเนื่อง ครอบคลุม และยั่งยืน โดยโครงการนี้ช่วยสร้างโอกาสในการเพิ่มมูลค่าให้กับแก่เกษตรกรผู้ปลูกอ้อยที่อยู่ในพื้นที่นครสวรรค์อีกด้วย”</p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">นายณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์</span> ประธานคณะกรรมการเนเชอร์เวิร์คส์ และซีอีโอ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)</strong> <strong>หรือ </strong><strong>GC </strong>กล่าวว่า การลงทุนครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของ NatureWorks  Cargill และ GC เนื่องจากเป็นการขับเคลื่อนเจตนารมณ์ร่วมกันทุกฝ่ายในการเป็นผู้นำด้านเคมีชีวภาพ และวัสดุชีวภาพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อรองรับความต้องการของตลาดที่เพิ่มสูงขึ้นทั่วโลกด้วยการสนับสนุนด้านเงินลงทุนในการก่อสร้างโรงงาน PLA แห่งที่ 2 ในประเทศไทย  ทำให้ NatureWorks สามารถรักษาความสามารถในการแข่งขัน และมีความพร้อมในการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ สำหรับผลิตภัณฑ์พลาสติกชีวภาพ และวัสดุชีวภาพขั้นสูง รวมถึงมีกำลังการผลิตที่เพียงพอสำหรับตอบสนองความต้องการของตลาดและลูกค้าทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่มีการเติบโตสูง</p>
<p>โรงงานแห่งใหม่นี้ได้รับการออกแบบให้เป็นโรงงานผลิต PLA แบบครบวงจร ที่ผลิตตั้งแต่กรดแลคติค แลคไทด์ และ PLA ด้วยกำลังการผลิตพลาสติกชีวภาพ ภายใต้แบรนด์  Ingeo&#x2122;&#xfe0f; จำนวน 75,000 ตันต่อปี สามารถผลิต Ingeo&#x2122;&#xfe0f; ได้หลากหลายเกรด เพื่อตอบสนองการเติบโตของตลาดพลาสติกชีวภาพในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกสำหรับการประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น กลุ่มผลิตภัณฑ์เส้นใยสำหรับการพิมพ์ 3 มิติ สิ่งทอประเภท nonwovens แคปซูลกาแฟที่ย่อยสลายได้ ถุงชา บรรจุภัณฑ์ที่มีความยืดหยุ่น(Flexible packaging) และบรรจุภัณฑ์อาหารที่ย่อยสลายเองได้ พลาสติกชีวภาพ Ingeo&#x2122;&#xfe0f; ที่ผลิตในโรงงานแห่งนี้จะผลิตจากอ้อยที่ได้จากไร่การเกษตรในรัศมี 50 กิโลเมตรในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งความคืบหน้าของโครงการและการก่อสร้างในปัจจุบันได้ดำเนินลุล่วงตามแผน พร้อมดำเนินการผลิตอย่างเต็มรูปแบบภายในปี 2568</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/krungthai-x-natureworks-2/">“กรุงไทย” จับมือ “NatureWorks” ประกาศดีลประวัติศาสตร์ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชีวภาพตามแนวทาง BCG สนับสนุนเงินลงทุนโครงการก่อสร้างโรงงานผลิตพลาสติกชีวภาพ วงเงิน 12,600 ล้านบาท</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/krungthai-x-natureworks-2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไทยวาโก้ รักษ์โลกอย่างยั่งยืน จากแนวคิดมุ่งสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมอย่างจริงจัง</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/wacoal-thailand-esg/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/wacoal-thailand-esg/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 09 May 2024 04:43:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[BCG]]></category>
		<category><![CDATA[CEMS]]></category>
		<category><![CDATA[Eco -Design]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Green Label]]></category>
		<category><![CDATA[Wacoal Braday บราเก่าเราขอ]]></category>
		<category><![CDATA[ฉลากเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[รักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[วัสดุหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เสื้อผ้าลดโลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[เสื้อผ้าเบอร์ 5]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยวาโก้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=33756</guid>

					<description><![CDATA[<p>แนวคิดเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน กำลังเป็นเรื่องที่ทุกธุรกิจทั่วโลกให้ความสำคัญและให้ความสนใจอย่างจริงจัง มีการนำมาใช้พิจารณาประกอบการลงทุน ซึ่งต่างจากในอดีตที่การลงทุนส่วนใหญ่มักจะหวังแต่ผลกำไรเพียงอย่างเดียว การทำธุรกิจในปัจจุบันนี้จะต้องมีความรับผิดชอบใน 3 ด้านหลักควบคู่กันไป คือสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแล ซึ่งธุรกิจที่มี ESG จะสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการแข่งขันและศักยภาพของการเติบโตในระยะยาวได้เป็นอย่างดี บริษัท ไทยวาโก้ จำกัด (มหาชน) หนึ่งในผู้ผลิตและจำหน่ายเสื้อผ้าสำเร็จรูปชั้นนำของประเทศไทย เป็นอีกบริษัทหนึ่งที่ให้ความสำคัญกับเรื่อง ESG และมีการลงมือปฏิบัติอย่างจริงจัง โดย นายเมธา สุภากร กรรมการบริหาร เปิดเผยว่า วาโก้ให้ความสำคัญกับการบริหารตามหลัก BCG-Model เพราะนอกจากจะมีประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมของประเทศแล้ว ยังสอดรับกับหลักการ ESG ที่ทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญในปัจจุบัน รวมถึงการดำเนินกิจการตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งวาโก้เป็นบริษัทแรกของไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานระบบการจัดการเศรษฐกิจหมุนเวียนองค์กร หรือ Circular Economy Management System : CEMS จากบริษัท บูโร เวอริทัส เซอร์ทิฟิเคชั่น&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/wacoal-thailand-esg/">ไทยวาโก้ รักษ์โลกอย่างยั่งยืน จากแนวคิดมุ่งสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมอย่างจริงจัง</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>แนวคิดเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน กำลังเป็นเรื่องที่ทุกธุรกิจทั่วโลกให้ความสำคัญและให้ความสนใจอย่างจริงจัง มีการนำมาใช้พิจารณาประกอบการลงทุน ซึ่งต่างจากในอดีตที่การลงทุนส่วนใหญ่มักจะหวังแต่ผลกำไรเพียงอย่างเดียว การทำธุรกิจในปัจจุบันนี้จะต้องมีความรับผิดชอบใน 3 ด้านหลักควบคู่กันไป คือสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแล ซึ่งธุรกิจที่มี ESG จะสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการแข่งขันและศักยภาพของการเติบโตในระยะยาวได้เป็นอย่างดี</strong></p>
<p><span id="more-33756"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-33758" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/wacoal-thailand-esg-02.jpg" alt="ชุดชั้นในวาโก้แคมเปญ Wacoal Love Earth" width="740" height="416" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/wacoal-thailand-esg-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/wacoal-thailand-esg-02-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/wacoal-thailand-esg-02-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/wacoal-thailand-esg-02-500x281.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><strong>บริษัท ไทยวาโก้ จำกัด (มหาชน)</strong> หนึ่งในผู้ผลิตและจำหน่ายเสื้อผ้าสำเร็จรูปชั้นนำของประเทศไทย เป็นอีกบริษัทหนึ่งที่ให้ความสำคัญกับเรื่อง ESG และมีการลงมือปฏิบัติอย่างจริงจัง โดย <strong>นายเมธา สุภากร กรรมการบริหาร</strong> เปิดเผยว่า วาโก้ให้ความสำคัญกับการบริหารตามหลัก BCG-Model เพราะนอกจากจะมีประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมของประเทศแล้ว ยังสอดรับกับหลักการ ESG ที่ทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญในปัจจุบัน รวมถึงการดำเนินกิจการตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน <strong>ซึ่งวาโก้เป็นบริษัทแรกของไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานระบบการจัดการเศรษฐกิจหมุนเวียนองค์กร หรือ </strong><strong>Circular Economy Management System : CEMS </strong>จากบริษัท บูโร เวอริทัส เซอร์ทิฟิเคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นผู้ตรวจสอบและรับรองมาตรฐานระดับโลก</p>
<p>ทั้งนี้ ความสำเร็จในการทำ CEMS ของไทยวาโก้ คือผลจากการทำความเข้าใจกับพนักงานให้มองเห็นประโยชน์ร่วมกันตามแนวทาง BCG รวมถึงการทุ่มเทศึกษาวิจัยในการคัดสรรวัสดุจากธรรมชาติและวัสดุหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ หรือใช้ทดแทน เช่นเส้นใยจากขวดพลาสติก เส้นใยจากแหอวน ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาจะเป็นแบบ ผลิต-ใช้-ทิ้ง แต่การนำหลักการ BCG และ ESG มาใช้ จะทำให้การใช้ทรัพยากรที่มีอย่างจำกัดมีความคุ้มค่ามากขึ้น สินค้าออกแบบตามหลัก Eco Design ใช้งานได้อย่างคุ้มค่า คงทน ผู้บริโภคต้องรู้สึกดี มีความสะดวกสบาย และปลอดภัยในการใช้ผลิตภัณฑ์นั้น เช่น ชุดชั้นในจากแคมเปญ Wacoal Love Earth ที่ได้ออกแบบตามหลัก Eco fashion ให้ความสำคัญและคำนึงถึงกระบวนการผลิตและอายุของการใช้งาน ใช้วัสดุหมุนเวียนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงออกแบบด้วยหลักการ Eco design ที่ช่วยลดต้นทุนในกระบวนการผลิต ได้สะท้อนให้เห็นถึงแก่นของแบรนด์วาโก้ ตอบโจทย์การเป็นแบรนด์ที่คำนึงถึงสังคมและสิ่งแวดล้อมในที่สุด <strong>จนทำให้ได้รับการรับรองมาตรฐานคุณภาพผลิตภัณฑ์</strong> <strong>Green Label หรือฉลากเขียวเป็นรายแรกของประเทศไทย</strong></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-33759" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/wacoal-thailand-esg-03.jpg" alt="การจัดซื้อและคัดเลือกวัตถุดิบ" width="595" height="655" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/wacoal-thailand-esg-03.jpg 595w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/wacoal-thailand-esg-03-273x300.jpg 273w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/wacoal-thailand-esg-03-150x165.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/wacoal-thailand-esg-03-454x500.jpg 454w" sizes="(max-width: 595px) 100vw, 595px" /></p>
<p>นอกจากนี้ ไทยวาโก้ยังได้รับการรับรองผลิตภัณฑ์เสื้อผ้าลดโลกร้อน (Cool Mode) จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. ร่วมกับสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ (ในกำกับของกระทรวงอุตสาหกรรม) และกลุ่มผู้ผลิตสิ่งทอ จากการผลิตเสื้อผ้าที่สามารถซับเหงื่อและระบายความร้อนได้ดี สวมใส่สบาย ซึ่งเกิดจากการเลือกวัสดุที่มีคุณสมบัติพิเศษในการซับเหงื่อจากผิวหนังและระเหยออก ดังคอนเซ็ปสินค้า WACOAL COOL INNOVATION และยังผ่านการรับรองเสื้อผ้าเบอร์ 5 เป็นเสื้อผ้าใส่สบายและไม่ต้องรีด ในผลิตภัณฑ์ชุดชั้นนอก (Uniform &amp; Work wear ) ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยอีกด้วย</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-33760" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/wacoal-thailand-esg-04.jpg" alt="ยูนิฟอร์มจากโครงการขวดใสเพื่อโลกสวย" width="740" height="494" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/wacoal-thailand-esg-04.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/wacoal-thailand-esg-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/wacoal-thailand-esg-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/wacoal-thailand-esg-04-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>การจัดการในระบบ CEMS ของไทยวาโก้ สามารถดำเนินการได้บรรลุครบทั้ง 6 แนวคิดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ได้แก่ <strong>Eco Procurement</strong> นโยบายการจัดซื้อ-จัดจ้าง และคัดสรรวัตถุดิบที่มาจากธรรมชาติ หรือวัสดุหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ เช่นเส้นใยรีไซเคิล <strong>Eco Design</strong> การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่โดยให้เกิดของเสียน้อยที่สุด  เลือกใช้วัตถุดิบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ สวมใส่สบาย และมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน  <strong>Eco Production</strong> ใช้พลังงานทางเลือกในกระบวนการผลิต ลดการเกิดของเสียในกระบวนการผลิต เป็นโรงงานสีเขียว ปลอดภัย ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่สิ่งแวดล้อม<span style="text-decoration: line-through;"> </span> <strong>Eco Distribution</strong> การบริหารคลังสินค้าและขนส่งสินค้าที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม <strong>Eco user</strong> การคำนึงถึงลูกค้า การดูแลผู้บริโภคให้ได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ดูแลรักษาง่าย ซักง่ายแห้งเร็ว ไม่จำเป็นต้องรีด ช่วยลดการใช้น้ำ และพลังงานไฟฟ้า และ <strong>Eco Disposable</strong> การกำจัดผลิตภัณฑ์หมดอายุอย่างถูกวิธี ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<p>ไทยวาโก้ ได้ให้ความสำคัญกับการรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการกำหนดนโยบายสิ่งแวดล้อมของบริษัท <strong>“</strong><strong>4 ป 1 ลด”</strong> คือ <strong>ปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม ปกป้องสิ่งแวดล้อม ป้องกันมลพิษ ปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ลดการใช้พลังงานและทรัพยากร</strong> โดยให้ความใส่ใจตั้งแต่กระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ตามหลัก BCG-Model อย่างต่อเนื่อง และผ่านการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กรทุกปี โดยประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ผลิตภัณฑ์ผ่านการประเมินวัฎจักรชีวิตผลิตภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์ชุดชั้นในสตรีมาแล้วกว่า 10 รุ่น เพื่อมุ่งสู่องค์กรและผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำต่อไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-33761" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/wacoal-thailand-esg-05.jpg" alt="โครงการ Wacoal Bra Day บราเก่าเราขอ" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/wacoal-thailand-esg-05.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/wacoal-thailand-esg-05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/wacoal-thailand-esg-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/wacoal-thailand-esg-05-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีโครงการที่ช่วยสนับสนุนในเรื่องดังกล่าว เช่น  <strong>โครงการ </strong><strong>Wacoal Braday บราเก่าเราขอ</strong> เชิญชวนบริจาคบราเก่าไปเป็นเชื้อเพลิงจากขยะ (RDF) ในโรงงานผลิตพลังงานไฟฟ้าระบบปิด สามารถช่วยลดขยะชุมชน ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการฝังกลบหรือกำจัดไม่ถูกวิธี หรือ <strong>โครงการ</strong><strong> Pet Bottles for Better Tomorrow ขวดใสเพื่อโลกสวย</strong> เปลี่ยนขวดน้ำดื่มที่เป็นขยะชุมชนมาเป็นเส้นใยเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิต<strong>สินค้า </strong><strong>Wacoal Mood</strong> <strong>หรือ เสื้อยูนิฟอร์มให้กับพนักงาน </strong>เป็นการหมุนเวียนทรัพยากรกลับมา เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-33762" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/wacoal-thailand-esg-06.jpg" alt="รางวัล" width="740" height="592" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/wacoal-thailand-esg-06.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/wacoal-thailand-esg-06-300x240.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/wacoal-thailand-esg-06-150x120.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/wacoal-thailand-esg-06-500x400.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>จากแนวคิดมุ่งสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมอย่างจริงจัง ยืนยันได้ถึงเจตนารมณ์อันแน่วแน่ของไทยวาโก้ในเรื่องการดำเนินงานตามแนวคิด ESG จนทำให้ได้รับการรับรอง หรือรับรางวัลตามมาตรฐานต่างๆ ในระดับสากล พร้อมกันนี้ ไทยวาโก้ยังส่งเสริมเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อมให้กับพนักงาน เพื่อให้พนักงานตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง ทั้งการเผยแพร่ความรู้และการอบรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทุกคนมีความรู้ความเข้าใจ มีจิตสำนึกที่ดีในเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อม และฝังรากลึกกลายเป็น DNA ของไทยวาโก้ในที่สุด</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/wacoal-thailand-esg/">ไทยวาโก้ รักษ์โลกอย่างยั่งยืน จากแนวคิดมุ่งสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมอย่างจริงจัง</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/wacoal-thailand-esg/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“SYS” ร่วมประกาศเจตนารมณ์กับจุฬาฯ และ TGO ขานรับมาตรการ CBAM ของ EU</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/sys-tgo-cbam-eu/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/sys-tgo-cbam-eu/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 13 Feb 2024 03:56:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[BCG]]></category>
		<category><![CDATA[SYS]]></category>
		<category><![CDATA[จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรการ CBAM]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[เหล็กสยามยามาโตะ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=32201</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท เหล็กสยามยามาโตะ จำกัด หรือ SYS  เดินหน้ารับมือมาตรการ CBAM ประกาศเจตนารมณ์ชัดเจน ผนึก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก และกลุ่มโรงงานนำร่อง ร่วมผลักดันโครงการ “การเตรียมความพร้อมสินค้าส่งออกสหภาพยุโรปเพื่อรับมือกับมาตรการ CBAM เพื่อเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการไทย ด้วยแพลตฟอร์มการประเมินค่า Embedded Emission ฉัตรภพ พรธรรม  ผู้จัดการฝ่ายบริหารความยั่งยืน บริษัท เหล็กสยามยามาโตะ จำกัด หรือ SYS กล่าวว่า นับตั้งแต่มีการประกาศเรื่องมาตรการ CBAM&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/sys-tgo-cbam-eu/">“SYS” ร่วมประกาศเจตนารมณ์กับจุฬาฯ และ TGO ขานรับมาตรการ CBAM ของ EU</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท เหล็กสยามยามาโตะ จำกัด หรือ SYS</strong>  เดินหน้ารับมือมาตรการ CBAM ประกาศเจตนารมณ์ชัดเจน ผนึก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก และกลุ่มโรงงานนำร่อง ร่วมผลักดันโครงการ “การเตรียมความพร้อมสินค้าส่งออกสหภาพยุโรปเพื่อรับมือกับมาตรการ CBAM เพื่อเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการไทย ด้วยแพลตฟอร์มการประเมินค่า Embedded Emission</p>
<p><span id="more-32201"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32203" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/sys-tgo-cbam-eu-02.jpg" alt="ฉัตรภพ พรธรรม" width="780" height="519" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/sys-tgo-cbam-eu-02.jpg 780w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/sys-tgo-cbam-eu-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/sys-tgo-cbam-eu-02-768x511.jpg 768w" sizes="(max-width: 780px) 100vw, 780px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ฉัตรภพ พรธรรม</span>  ผู้จัดการฝ่ายบริหารความยั่งยืน บริษัท เหล็กสยามยามาโตะ จำกัด</strong> <strong>หรือ SYS</strong> กล่าวว่า นับตั้งแต่มีการประกาศเรื่องมาตรการ CBAM มานั้น ทาง SYS ได้จัดตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาเรื่องดังกล่าวอย่างละเอียด เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการผลิตสินค้าที่จะส่งออกไปยังยุโรปให้เป็นไปตามข้อกำหนดของมาตรการ CBAM   การได้เข้าร่วมในโครงการ “การเตรียมความพร้อมสินค้าส่งออกสหภาพยุโรปเพื่อรับมือมาตรการ CBAM” ในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสดีเพราะจะเป็นการทวนสอบถึงสิ่งที่ SYS ได้ดำเนินการมาก่อนหน้านี้ว่ามีความเข้าใจถูกต้องหรือไม่ และการดำเนินการโครงการนี้ จะช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมไทยในการส่งสินค้าไปจำหน่ายยังภาคพื้นยุโรป ถือเป็นการติดอาวุธและความพร้อมที่ดีให้กับผู้ประกอบการ</p>
<p>บริษัท เหล็กสยามยามาโตะ จำกัด เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการที่ได้รับการรับรองมาตรฐานทางด้านสิ่งแวดล้อม ทำให้สามารถรองรับความต้องการของกลุ่มอุตสาหกรรมก่อสร้างที่มุ่งสู่อุตสาหกรรมสีเขียวได้อย่างแท้จริง ด้วยการผลิตวัสดุก่อสร้างที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมถึงสร้างคุณค่าให้กับองค์กรและผู้มีส่วนได้เสียอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับโมเดลเศรษฐกิจใหม่ (BCG Economy) ที่มุ่งหน้าสู่ Green Ecosystem ที่จะช่วยพลิกโฉมอุตสาหกรรมก่อสร้างสู่การเป็นอุตสาหกรรมสีเขียวได้ในที่สุด</p>
<p>ตลอดระยะเวลาการดำเนินงานของ SYS นั้น ได้ให้ความสำคัญในเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อม รวมถึงการดูแลชุมชนรอบข้างเพื่อไม่ให้ได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานของบริษัท อีกทั้งยังปลูกจิตสำนึกให้กับพนักงาน SYS ทุกคนให้มีความมุ่งมั่นและมีความรับผิดชอบในเรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจังมาโดยตลอด ทั้งแนวคิดเรื่องการรักษ์โลก ลดการสร้างขยะด้วยแนวคิด 3R  แนวคิด Circular Economy หรือระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนด้วยการนำวัตถุดิบกลับมาใช้ใหม่ รวมถึงความมุ่งมั่นที่จะมุ่งสู่อุตสาหกรรมการก่อสร้างไร้คาร์บอน ทำให้ผลิตภัณฑ์ของ SYS นอกจากจะได้คุณภาพมาตรฐานแล้ว ยังเป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และได้รับการรับรองมาตรฐานเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมจากองค์กรชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศมาโดยตลอด</p>
<p>“ในส่วนของ SYS นั้น ได้ส่งสินค้าไปจำหน่ายที่ยุโรปมานานแล้ว แม้ปัจจุบันมีคู่แข่งหลายรายที่เข้ามาแบ่งส่วนแบ่งทางการตลาด แต่คุณภาพเหล็กของ SYS นั้นมีความได้เปรียบกว่าเพราะมี Carbon Emission Footprint ที่ต่ำกว่า อีกทั้งโครงการความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยสนับสนุนและส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเพิ่มศักยภาพในการส่งสินค้าไปจำหน่ายยุโรปได้มากขึ้นอีกด้วย”  <strong>ฉัตรภพ</strong>กล่าว</p>
<p>ภายในงาน นอกจากการประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) และผู้ประกอบการโรงงานนำร่องที่อยู่ในกลุ่มเหล็กและเหล็กกล้า ซีเมนต์ กระแสไฟฟ้า ปุ๋ย อลูมิเนียม กระดาษ เซรามิก  แก้ว พลาสติก ไฮโดรเจน และเคมีภัณฑ์ รวม 16 องค์กร แล้ว ผู้ประกอบการยังได้ทดลองใช้แพลตฟอร์มการประเมินค่า Embedded Emission ซึ่งเป็นเครื่องมือในการประเมินและใช้ประกอบการรายงานให้กับสหภาพยุโรป รวมถึงร่วมฟังการบรรยายให้ความรู้ในหัวข้อต่างๆ โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่าน ได้แก่<strong> ผศ.ดร.วรพจน์ กนกกันฑพงษ์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย </strong>และ ป<strong>ฐม ชัยพฤกษทล ผู้จัดการอาวุโส สำนักรับรองธุรกิจคาร์บอนต่ำ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก</strong> ร่วมกันบรรยาย “แนะนำโครงการเตรียมความพร้อมสินค้าส่งออกสหภาพยุโรปเพื่อรับมือกับมาตรการ CBAM” และ “มาตรการการปล่อยคาร์บอนก่อนเข้าพรมแดนของสหภาพยุโรป”</p>
<p>นอกจากนี้ยังมี  <strong>ดร.พรทิพย์ วงศ์สุโชโต บริษัท ทรี โมเม้นส์ จำกัด </strong>บรรยาย “แนวทางการประเมินและรายงานค่า Embedded Emission”  และ<strong>ดร.แพรวพกุล ศิลธรรม บริษัท ทรี โมเม้นส์ จำกัด </strong> บรรยาย “คาร์บอนฟุตพริ้นท์ผลิตภัณฑ์และการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/sys-tgo-cbam-eu/">“SYS” ร่วมประกาศเจตนารมณ์กับจุฬาฯ และ TGO ขานรับมาตรการ CBAM ของ EU</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/sys-tgo-cbam-eu/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>10 ธุรกิจ BCG ที่ต้องจับตามอง</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/10-bcg/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/10-bcg/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 12 Dec 2023 03:14:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Article]]></category>
		<category><![CDATA[Highlight Stories]]></category>
		<category><![CDATA[BCG]]></category>
		<category><![CDATA[BCG Economy]]></category>
		<category><![CDATA[BCG Model]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[การผลิตเชื้อเพลิง]]></category>
		<category><![CDATA[ชีวมวล]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ BCG]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[พิชัย ถิ่นสันติสุข]]></category>
		<category><![CDATA[ลดค่า Carbon Footprint]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิงชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิงอากาศยานที่ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิงไฮโดรเจน]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีพลังงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=31389</guid>

					<description><![CDATA[<p>แนวคิดยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจแบบ BCG Economy อันชาญฉลาดของประเทศไทย สามารถสร้างความยอมรับในระดับ นานาชาติได้อย่างรวดเร็ว เป็นการผนวกความได้เปรียบในเชิงภูมิศาสตร์ แต่งแต้มด้วยวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมเพื่อเป็นคำตอบในการช่วย ควบคุมอุณหภูมิโลกไม่ให้สูงเกิน 1.5 องศาเซลเซียส จากยุคก่อน จึงเกิดมาเป็นธุรกิจที่น่าสนใจมากมาย จะขอยกตัวอย่าง 10 นวัตกรรม ที่เข้าสู่วงจรด้านธุรกิจแล้ว ดังนี้ 1. RDF : Refuse Derived Fuel เชื้อเพลิงชีวภาพจากของเสียและวัสดุเหลือใช้ทั้งชุมชนและอุตสาหกรรมที่ไม่อันตราย ปัจจุบันยังอ้างอิงคุณภาพเชื้อเพลิงตาม ASTM ของสหรัฐอเมริกา แต่ในอนาคต เมื่อสำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรมพิจารณาร่างมาตรฐาน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/10-bcg/">10 ธุรกิจ BCG ที่ต้องจับตามอง</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>แนวคิดยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจแบบ BCG Economy อันชาญฉลาดของประเทศไทย สามารถสร้างความยอมรับในระดับ นานาชาติได้อย่างรวดเร็ว เป็นการผนวกความได้เปรียบในเชิงภูมิศาสตร์ แต่งแต้มด้วยวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมเพื่อเป็นคำตอบในการช่วย ควบคุมอุณหภูมิโลกไม่ให้สูงเกิน 1.5 องศาเซลเซียส จากยุคก่อน จึงเกิดมาเป็นธุรกิจที่น่าสนใจมากมาย จะขอยกตัวอย่าง 10 นวัตกรรม ที่เข้าสู่วงจรด้านธุรกิจแล้ว ดังนี้</strong></p>
<p><span id="more-31389"></span></p>
<h3>1. RDF : Refuse Derived Fuel</h3>
<p>เชื้อเพลิงชีวภาพจากของเสียและวัสดุเหลือใช้ทั้งชุมชนและอุตสาหกรรมที่ไม่อันตราย ปัจจุบันยังอ้างอิงคุณภาพเชื้อเพลิงตาม ASTM ของสหรัฐอเมริกา แต่ในอนาคต เมื่อสำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรมพิจารณาร่างมาตรฐาน RDF ไทย และประกาศใช้ จะมี RDF ไทยที่ได้มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) อีกด้วย ปัจจุบัน RDF ไม่ใช่เพียงเชื้อเพลิงจากขยะที่คอยป้อนโรงไฟฟ้าขยะอีกต่อไป แต่ได้มีการพัฒนาเป็นระดับพรีเมียม คือ SRF : Solid Recovered Fuel มีความบริสุทธิ์เพียงพอที่จะใช้กับโรงงานอุตสาหกรรมอื่นๆ ได้อีกด้วย</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-31394" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/RDF.jpg" alt="RDF" width="471" height="270" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/RDF.jpg 471w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/RDF-300x172.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/RDF-150x86.jpg 150w" sizes="(max-width: 471px) 100vw, 471px" /></p>
<h3>2. RDF to Fuel</h3>
<p>ด้วยการนำ RDF ผ่านกระบวนการ Gasification และผ่านการทำความสะอาดก๊าซแต่งเติมด้วย Catalytic กลั่นเป็นน้ำมัน ท่านสามารถจะเลือกชนิดของน้ำมันที่ต้องการได้หลายชนิด ปัจจุบันมีการผลิตเชิงพาณิชย์แล้วในประเทศแคนาดา สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น คนไทยอย่างเราๆ ท่านๆ นั่งรอการเปิดตัวเทคโนโลยีได้ อีกไม่นานเกินรอ</p>
<h3>3. Plastics to Oil</h3>
<p>น้ำมันเชื้อเพลิงสังเคราะห์จากขยะพลาสติก ซึ่งมีราคาขายปลีก อยู่ที่ 15-20 บาทต่อลิตร ขึ้นลงตามราคาน้ำมันในตลาดโลก ขยะพลาสติกจากบ่อฝังกลบและเศษพลาสติกที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้แล้ว สามารถนำมาใช้ผลิตน้ำมันด้วยกระบวนการ Pyrolysis เพื่อเปลี่ยนเป็นน้ำมันสังเคราะห์ใช้แทนน้ำมันเตา (Heavy Oil) เพื่อลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์เพื่อใช้ในกระบวนการผลิตอีกด้วย หากมีการคัดแยกและทำความสะอาดพลาสติก เบื้องต้น ขยะพลาสติก 1 ตัน จะได้น้ำมันประมาณ 60-70% จึงคุ้มค่าการลงทุน ส่วนเทคโนโลยีได้มีการพัฒนามากว่า 10 ปีแล้ว จึงค่อนข้างจะมีปัญหาน้อย ข้อควรคำนึงก็คือ ต้องมีการเตรียมการเรื่องแหล่งเชื้อเพลิง ทั้งปริมาณที่เพียงพอและมีให้ใช้ตลอดระยะเวลาอีกด้วย</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-31393" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/SAF.jpg" alt="" width="539" height="567" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/SAF.jpg 539w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/SAF-285x300.jpg 285w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/SAF-150x158.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/SAF-475x500.jpg 475w" sizes="(max-width: 539px) 100vw, 539px" /></p>
<h3>4. SAF : Sustainable Aviation Fuel</h3>
<p>เชื้อเพลิงอากาศยานที่ยั่งยืนที่ผลิตจากทรัพยากรทางชีวภาพ (Biological Resources) ใช้แล้วไม่หมดไป สามารถช่วยลดการปล่อยคาร์บอนได้มากถึง 80% ก่อนหน้านี้ น้ำมันเครื่องบินได้มีการผสมเชื้อเพลิงชีวภาพเพียง 2% เท่านั้น แต่เมื่อคณะกรรมาธิการยุโรปกำลังพิจารณาออกกฎหมาย RefuelEU Aviation Initiative ตามมติคณะรัฐมนตรีแห่งสหภาพยุโรป กำหนดให้มีการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (SAF : Sustainable Aviation Fuel) ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ใน พ.ศ. 2568 จึงได้รับความสนใจจากทุกประเทศทั่วโลก</p>
<h3>5. Wood Pellets : Black and White</h3>
<p>สถานการณ์ชีวมวลอัดแท่งในประเทศไทยกำลังกลับมาสดใสอีกครั้งหนึ่ง อันเนื่องมาจากภาวะโลกร้อนก็ว่าได้ จากราคาขายตันละ 2,800 บาท มาสู่ราคา 3,800-4,200 บาท แท้ที่จริงแล้วผู้ซื้อไม่ได้ต้องการใช้แค่เชื้อเพลิง แต่ต้องการเครดิตคาร์บอนของ Wood Pellets อีกด้วย ปัจจุบันกรมป่าไม้ได้อนุญาตให้ผลิตกว่า 90 โรงงาน แต่มีผู้ผลิตจริงประมาณ 30 โรงงานเท่านั้น โรงงานที่เหลือกำลังรอเวลาที่ราคาและปริมาณความต้องการมากขึ้น ส่วนตลาดต่างประเทศ ญี่ปุ่นดูจะเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่สุดของไทย ซึ่งก็คงต้องต่อรองกันในเรื่องของราคาและเงื่อนไขการส่งออก Wood Pellets ผู้ผลิตไทยยังต้องปรับปรุงเรื่องการขอ “เครื่องหมายผลิตภัณฑ์ไม้จากธรรมชาติ หรือป่าปลูกที่มีการจัดการป่าอย่างถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่ยอมรับ” เช่น FSC หรือ PEFC ซึ่งเป็นการรับรองผ่านบุคคลที่ 3 (Third Party Certification) ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่าญี่ปุ่นจะมีความต้องการ Wood Pellets เพิ่มขึ้นเป็น 5 ล้านตัน ซึ่งผลิตได้เองเพียง 1 ล้านตันต่อปี สำหรับประเทศไทยปัจจุบันผลิตชีวมวลอัดแท่งได้ไม่ถึง 1 ล้านตันต่อปี ส่วนใหญ่เป็นการใช้ภายในประเทศ</p>
<h3>6. BIOMASS to Liquid</h3>
<p>อีกเทคโนโลยีหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม เนื่องจากสามารถตั้งโรงงานผลิตเล็กๆ ในตู้คอนเทนเนอร์ได้ การลงทุนก็ไม่สูงนัก ชุมชนรวมตัวกันก็ลงทุนได้ วัตถุดิบหาง่าย มีสม่ำเสมอ โดยผ่านกระบวนการ Gasification ที่สำคัญก็คือสารเร่งปฏิกิริยาอันเป็นเทคโนโลยีที่ต้องเรียนรู้</p>
<h3>7. BIOGAS (ก๊าซชีวภาพ)</h3>
<p>เทคโนโลยีพื้นฐานระดับชุมชนของไทยกำลังเปล่งประกายเป็นอัญมณีล้ำค่าในอนาคตอันใกล้ เนื่องจากวัตถุดิบมาจากของเสียและของเหลือใช้ที่เป็นอินทรีย์สาร อีกทั้งประเทศไทยเป็นเมืองร้อน อุณหภูมิเหมาะสมต่อเทคโนโลยีก๊าซชีวภาพ อากาศของโลกที่แปรปรวน ทำให้การใช้เชื้อเพลิงที่มีต้นกำเนิดจากของเสียจะทวีความสำคัญมากเป็นเงาตามตัว ไม่ว่าท่านจะผลิตไบโอแก๊สด้วยเทคโนโลยี Wet Biogas หรือ Dry Biogas จะผลิตเพื่อใช้ความร้อนหรือเพื่อผลิตไฟฟ้า จากวันนี้ไปราคาขายจะถูกบวกด้วยคาร์บอนเครดิต พร้อมด้วยโอกาสการไปสู่เทคโนโลยีอื่นๆ อีกด้วย</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-31391" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/BIOGAS-to-Hydrogen.jpg" alt="" width="518" height="239" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/BIOGAS-to-Hydrogen.jpg 518w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/BIOGAS-to-Hydrogen-300x138.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/BIOGAS-to-Hydrogen-150x69.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/BIOGAS-to-Hydrogen-500x231.jpg 500w" sizes="(max-width: 518px) 100vw, 518px" /></p>
<h3>8. BIOGAS to Hydrogen</h3>
<p>ขณะที่นักวิจัยไทยกำลังมุ่งมั่นวิจัยการผลิตเชื้อเพลิงไฮโดรเจน จากก๊าซชีวภาพ มีข่าวใหญ่ในวงการเทคโนโลยีว่า โตโยต้า ร่วมมือกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP Group) ผลิตไฮโดรเจนจากก๊าซชีวภาพด้วยการใช้มูลของไก่ โดยจะเริ่มผลิตไฮโดรเจนขนาด 1,000 ลิตรต่อชั่วโมง ที่จังหวัดสมุทรปราการ เป็นโครงการนำร่อง</p>
<figure id="attachment_31392" aria-describedby="caption-attachment-31392" style="width: 472px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-31392 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/HTT.jpg" alt="HTT : Hydro Thermal Treatment" width="472" height="220" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/HTT.jpg 472w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/HTT-300x140.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/HTT-150x70.jpg 150w" sizes="(max-width: 472px) 100vw, 472px" /><figcaption id="caption-attachment-31392" class="wp-caption-text">Hydrothermal Treatment</figcaption></figure>
<h3>9. HTT : Hydro Thermal Treatment</h3>
<p>เทคโนโลยีกลางเก่ากลางใหม่ที่มีการใช้เชิงพาณิชย์มานานได้เวลาขยายการใช้งานในเมืองไทยเพิ่มขึ้นแล้ว HTT เป็นเทคโนโลยีที่ไม่ซับซ้อน ด้วยการใช้แรงดันไอน้ำ+อุณหภูมิ+ ระยะเวลา เพื่อทำให้สารอินทรีย์รวมทั้งพลาสติกกลายเป็นผง จะเรียกว่า RDF ก็คงไม่ผิด ซึ่งนอกจากจะปราศจากมลพิษแล้ว ยังมีค่าความร้อนสูงเมื่อนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงอีกด้วย HTT มีต้นทุนต่ำกว่าเตาเผาและใช้ประโยชน์ได้กว้างกว่า อาจมีจุดอ่อนที่ยังไม่เหมาะกับการใช้ในโครงการขนาดใหญ่ HTT สามารถใช้กับการลอกพลาสติกหุ้มสายไฟออกจากเส้นลวด การจัดการขยะติดเชื้อ และใช้กับชีวมวล โดยไม่ทำให้โลหะหรือแก้วที่ติดอยู่ด้วยกันเสียหาย เนื่องจากใช้อุณหภูมิประมาณ 200 องศาเซลเซียสเท่านั้น ส่วนประกอบหลักของเครื่อง ประกอบด้วย 1. ถังปฏิกรณ์ (Reactor) 2. หม้อไอน้ำ (Boiler) และ 3. ระบบบำบัดน้ำเสียและระบบควบคุมการทำงาน เป็นต้น</p>
<h3>10. Electronics Waste</h3>
<p>การจัดการซากผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เป็นธุรกิจกองทัพมดของไทย ซึ่งกำลังจะเติบโตขึ้น เมื่อมีเทคโนโลยีที่คุ้มค่าต่อการลงทุนทยอยเข้ามาจากการขอรับการสนับสนุนการลงทุน BOI ได้ทราบว่า มีการขอ BOI เพื่อลงทุนด้าน E-Waste เป็นโรงงานทันสมัยในจังหวัดระยอง เพื่อรองรับการขยายตัวของการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีระดับ Zero Waste ไม่มีของเสียไปฝังกลบ</p>
<table style="border-left: 10px solid #6cb742; background-color: #f9f9f9; margin-bottom: 25px;" width="100%">
<tbody>
<tr valign="middle">
<td style="vertical-align: middle; padding: 10px;"><strong>ดังนั้น 10 ธุรกิจข้างต้นจึงตั้งอยู่บนพื้นฐานความพยายามลดค่า Carbon Footprint ลงจากกระบวนการผลิต และเป็นประตูสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) นอกจากประเทศไทยและอีกเพียงไม่กี่ประเทศในโลกใบเก่านี้เท่านั้นที่สภาพภูมิศาสตร์จะเหมาะสมกับ BCG Economy ท่านผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณเลือกธุรกิจสู่โลกใบใหม่ที่เหมาะสมกับประสบการณ์ ความรู้ และต้นทุนที่ท่านมี แต่อย่าลืมว่า วันนี้โอกาสกับความเสี่ยงเป็นเรื่องเดียวกัน</strong></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<div class="mceTemp"></div>
<h3>ความเห็นจากนักวิชาการและภาคเอกชนต่อแนวคิดยุทธศาสตร์การพัฒนา เศรษฐกิจแบบ BCG Economy</h3>
<figure id="attachment_31555" aria-describedby="caption-attachment-31555" style="width: 230px" class="wp-caption alignright"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-31555" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/10-BCG-P01.jpg" alt="รศ. ดร.สุธรรม ปทุมสวัสดิ์" width="230" height="284" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/10-BCG-P01.jpg 230w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/10-BCG-P01-150x185.jpg 150w" sizes="(max-width: 230px) 100vw, 230px" /><figcaption id="caption-attachment-31555" class="wp-caption-text"><strong>รศ. ดร.สุธรรม ปทุมสวัสดิ์</strong><br />คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี พระจอมเกล้าพระนครเหนือ</figcaption></figure>
<p>ถนนเทคโนโลยีทุกสายมุ่งสู่ <strong>BCG</strong> (Bio-Circular-Green Economy) เกิดเป็นนวัตกรรมด้านธุรกิจ ใหม่ๆ มากมายจากทั้งชีวมวล ของเสีย และวัสดุเหลือใช้ที่ใครหลายคนมองข้าม เช่น น้ำมันปาล์ม และน้ำมัน ใช้แล้ว (Used Cooking Oil) สามารถพัฒนาให้เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับอากาศยานแบบยั่งยืน (SAF : Sustainable Aviation Fuel) การสนับสนุนการต่อยอดความรู้และความร่วมมือการพัฒนาตั้งแต่ระดับนำร่อง ไปสู่การทดสอบเชิงพาณิชย์ จะช่วยให้ประเทศไทยสามารถยกระดับความสามารถในการแข่งขันด้าน เทคโนโลยีการผลิตเชื้อเพลิงจากฐานชีวภาพได้ และที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเหนือความคาดหมายก็คือ การผลิตไฮโดรเจน ซึ่งได้ผ่านการวิจัยและพัฒนาจนกลายมาเป็นเชื้อเพลิงแห่งอนาคตที่ภาคเอกชนสามารถ นำไปใช้สู่เชิงพาณิชย์ได้ในเวลาอันใกล้นี้</p>
<p>การใช้ผลผลิตจากการเกษตร รวมถึงของเสียและวัสดุเหลือใช้มาเป็นวัตถุดิบในกระบวนการผลิตนั้น นอกจากจะช่วยตอบสนองนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรม <strong>BCG</strong> ของประเทศแล้ว ยังตอบโจทย์การลดการ ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ที่จะเป็นทางรอดสำคัญให้กับภาคอุตสาหกรรมในอนาคต อันใกล้นี้ กลุ่มธุรกิจใหม่ (Start Up) ที่เข้ามาช่วงชิงความทันสมัยและล้ำหน้าของเทคโนโลยี และโอกาส ที่เปิดกว้างมากขึ้น ยังคงต้องตระหนักว่า หลายๆ เทคโนโลยีก็ประสบความสำเร็จได้ด้วยความเชื่อ และอีก หลากหลายเทคโนโลยีที่ยังคงต้องมุ่งหน้าพัฒนาต่อไป</p>
<hr />
<div class="mceTemp"></div>
<p>เมื่อสังคมพูดถึง “ภาวะโลกร้อน” ผู้ร้ายคนแรกๆ ก็คือ “ขยะ” ถึงเวลาที่เราต้องจัดการขยะอย่างจริงจัง เพื่อรักษาโลกเก่าๆ ใบนี้กันแล้ว แต่ข่าวดีก็คือ ขยะเกือบทุกประเภทสามารถนำมาแปลงเป็นพลังงานเพื่อ ใช้ทดแทนฟอสซิลได้</p>
<figure id="attachment_31554" aria-describedby="caption-attachment-31554" style="width: 229px" class="wp-caption alignleft"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-31554" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/10-BCG-P02.jpg" alt="ทักษ์สุตา ถิ่นสันติสุข" width="229" height="288" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/10-BCG-P02.jpg 229w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/10-BCG-P02-150x189.jpg 150w" sizes="(max-width: 229px) 100vw, 229px" /><figcaption id="caption-attachment-31554" class="wp-caption-text"><strong>ทักษ์สุตา ถิ่นสันติสุข</strong><br />อุปนายก สมาคมการค้าพลังงาน ขยะ และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีโรเวซท์ จำกัด</figcaption></figure>
<p>ปัจจุบันภาคเอกชนได้มีส่วนช่วยภาครัฐทั้งด้านการจัดเก็บและคัดแยกต้นทาง ไม่ว่าจะเป็นสนามบิน ศูนย์การค้าฯ และด้วยเทคโนโลยี AI และระบบ Logistics ที่ขยายตัวมากขึ้น ช่วยให้การเก็บขยะตามบ้าน และสถานที่ต่างๆ มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และคุ้มค่าในการนำมาคัดแยกและจำหน่ายเป็นเชื้อเพลิง พลังงาน RDF/SRF ท่ีกำลังจะเป็นเชื้อเพลิงพาณิชย์ตามกฎหมายและมีมาตรฐานอุตสาหกรรมที่สอดคล้อง กับการใช้งานในประเทศไทย เชื้อเพลิงพลังงาน RDF/SRF นี้ สามารถจำหน่ายให้กับโรงงานอุตสาหกรรม ต่างๆ ทดแทนการใช้ถ่านหินอีกด้วย</p>
<p>การใช้เชื้อเพลิงพลังงาน RDF/SRF ช่วยลดการเกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้สูงกว่าเมื่อเปรียบเทียบ กับการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพประเภทอื่นๆ และมีผลพลอยได้อย่างคาร์บอนเครดิตสูงอีกด้วย การผลิต RDF/SRF นี้ สามารถช่วยลดการฝังกลบขยะอย่างไม่ถูกหลักวิชาการตามนโยบายของภาครัฐ และสามารถ ตอบโจทย์ <strong>BCG Model</strong> ได้เป็นอย่างดี ช่วยให้การมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) เป็นไปตามเป้าหมายต่อไป</p>
<p>สมาคมการค้าพลังงานขยะ ยินดีให้ความรู้กับนักศึกษาที่สนใจการจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพเป็น หมู่คณะ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ณ ปั่นไฟเทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ สามารถติดต่อได้ที่ E-mail : wte.association @gmail.com</p>
<table style="border-left: 10px solid #6cb742; background-color: #f9f9f9; margin-bottom: 25px;" width="100%">
<tbody>
<tr valign="middle">
<td style="vertical-align: middle; padding: 10px;">The 10 Bio-Circular-Green Business which may fruitful in the near future are : 1. RDF : Refuse Derived Fuel, 2. RDF to Fuel 3. Plastics to Oil 4. SAF : Sustainable Aviation Fuel 5. Wood Pellets : Black and White 6. BIOMASS to Liquid 7. BIOGAS (ก๊าซชีวภาพ) 8. BIOGAS to Hydrogen 9. HTT : Hydro Thermal Treatment and 10. Electronics Waste. From the point of view of Assoc. Prof. Suthum Patumsawad, Ph.D., Lecturer, King Mongkut’s University of Technology North Bangkok says that the Bio-Circular-Green business model becomes solid to find the right commercial technologies such as Used Cooking Oil for SAF. The start up companies should pick the right technology to start with because every technologies have their strengths and weakness. Ms.Taksuta Tinsuntisook, Vice Chairman of Waste to Energy Trade Association (WETA) and CEO of Zero Waste Co.,Ltd. says the waste always the first few words to pick up when we talk about the Green House Gas effect. Currently, waste can turn into the RDF/SRF and becomes the coal substitution in power plants. Thailand is going to have the Thailand RDF Standard for future boiler plants to use. These RDF/SRF is one of the keys to support the pathway to Thailand Net Zero commitment. SUMMARIZED BY SUNSHINE S.</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<hr />
<p>Source: นิตยสาร Green Network ฉบับที่ 120 พฤศจิกายน – ธันวาคม 2566 คอลัมน์ บทความ โดย พิชัย ถิ่นสันติสุข</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/10-bcg/">10 ธุรกิจ BCG ที่ต้องจับตามอง</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/10-bcg/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วว. – ญี่ปุ่น ร่วมหารือเพื่อลดปริมาณของเสียจากยานยนต์ มุ่งสู่เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/elv/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/elv/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 10 Jul 2023 03:09:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[BCG]]></category>
		<category><![CDATA[Green Growth Strategy]]></category>
		<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[ลดปริมาณของเสียจากยานยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[ไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=28199</guid>

					<description><![CDATA[<p>ดร.ชุติมา  เอี่ยมโชติชวลิต  ผู้ว่าการ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ให้การต้อนรับ  Ms.Yumi   Numajiri   ผู้ช่วยทูตพาณิชย์ และคณะผู้แทน จากสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย เนื่องในโอกาสที่ฝ่ายญี่ปุ่นได้นำเสนอรายงานผลการศึกษาเรื่อง End-of-Life Vehicle (ELV) Circular System Project in Thailand และร่างแผนการจัดฝึกอบรม ณ ประเทศญี่ปุ่นและประเทศไทย  ในการนี้คณะผู้บริหาร วว. และนักวิจัยร่วมให้การต้อนรับ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/elv/">วว. – ญี่ปุ่น ร่วมหารือเพื่อลดปริมาณของเสียจากยานยนต์ มุ่งสู่เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ดร.ชุติมา  เอี่ยมโชติชวลิต  ผู้ว่าการ</strong> สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ให้การต้อนรับ  <strong>Ms.Yumi   Numajiri</strong>   ผู้ช่วยทูตพาณิชย์ และคณะผู้แทน จากสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย เนื่องในโอกาสที่ฝ่ายญี่ปุ่นได้นำเสนอรายงานผลการศึกษาเรื่อง End-of-Life Vehicle (ELV) Circular System Project in Thailand และร่างแผนการจัดฝึกอบรม ณ ประเทศญี่ปุ่นและประเทศไทย  ในการนี้คณะผู้บริหาร วว. และนักวิจัยร่วมให้การต้อนรับ ประกอบด้วย  <strong>ดร.ประทีป วงศ์บัณฑิต</strong>  รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน  <strong>ดร.บุณณนิดา  โสดา</strong>  ผู้อำนวยการกองวิเทศสัมพันธ์  <strong>ดร.เรวดี  อนุวัฒนา</strong>  ผู้เชี่ยวชาญวิจัย  และ <strong>น.ส.นลินธรณ์</strong><strong>  สุวพรจารุวัชร์</strong>  นักวิชาการอาวุโส   ศูนย์ทดสอบมาตรฐานระบบขนส่งทางราง  ในวันที่  7  กรกฎาคม  2566  ณ ห้องประชุม กวท. ชั้น 8  อาคาร RD 1 วว.เทคโนธานี คลองห้า จ.ปทุมธานี</p>
<p><span id="more-28199"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-28201" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/ELV-02.jpg" alt="วว. /ญี่ปุ่น ร่วมหารือเพื่อลดปริมาณของเสียจากยานยนต์ มุ่งสู่เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก" width="910" height="587" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/ELV-02.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/ELV-02-300x194.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/ELV-02-768x495.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/ELV-02-150x97.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/ELV-02-500x323.jpg 500w" sizes="(max-width: 910px) 100vw, 910px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-28202" style="text-align: center; font-size: 16px;" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/BCG_ESG.png" alt="" width="1891" height="1064" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/BCG_ESG.png 1891w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/BCG_ESG-300x169.png 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/BCG_ESG-1024x576.png 1024w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/BCG_ESG-768x432.png 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/BCG_ESG-1536x864.png 1536w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/BCG_ESG-150x84.png 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/BCG_ESG-500x281.png 500w" sizes="(max-width: 1891px) 100vw, 1891px" /></p>
<p>อนึ่ง <strong>โครงการ </strong><strong>End-of-Life Vehicle (ELV) Circular System Project in Thailand</strong> เป็นโครงการการจัดการยานยนต์ที่หมดอายุการใช้งาน เพื่อลดปริมาณของเสียจากยานยนต์ มีการบำบัดซากยานยนต์อย่างถูกวิธีและนำชิ้นส่วนยานยนต์กลับมาใช้ประโยชน์ให้ได้ตามสัดส่วนที่กำหนด ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีระบบจัดการซากรถยนต์ที่เป็นทางการ ซึ่งประเทศญี่ปุ่นและประเทศไทยให้ความสนใจและได้ทำการศึกษาข้อมูลร่วมกัน โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการคำนึงถึงความเป็นกลางทางคาร์บอนในชั้นบรรยากาศ (Carbon Neutrality) ภายใต้<strong>นโยบายโมเดลเศรษฐกิจ </strong><strong>BCG Economy Model ของประเทศไทย</strong> ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตแบบก้าวกระโดด กระจายโอกาส กระจายรายได้ และนำความมั่งคั่งไปสู่ชุมชนในท้องถิ่นอย่างทั่วถึง นำพาประเทศไทยก้าวข้ามกับดักประเทศรายได้ปานกลางไปสู่ประเทศรายได้สูง และมีการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมที่ยั่งยืน  ประกอบด้วย 3 เศรษฐกิจหลัก คือ B- Bio Economy ระบบเศรษฐกิจชีวภาพ มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรชีวภาพอย่างคุ้มค่า เชื่อมโยงกับ C- Circular Economy ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน ที่คำนึงถึงการนำวัสดุต่างๆ กลับมาใช้ประโยชน์ให้มากที่สุด และทั้ง 2 เศรษฐกิจนี้ อยู่ภายใต้ G &#8211; Green Economy ระบบเศรษฐกิจสีเขียว ซึ่งมุ่งแก้ไขปัญหามลพิษ เพื่อลดผลกระทบต่อโลกอย่างยั่งยืน และ <strong>นโยบาย </strong><strong>Green Growth Strategy ของประเทศญี่ปุ่น</strong> ซึ่งเป็นนโยบายด้านอุตสาหกรรมที่มุ่งสร้างวัฏจักรเชิงบวกของการเติบโตทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมร่วมกับธุรกิจชุมชน โดยมีเป้าหมายในการสนับสนุนความพยายามของภาคส่วนต่างๆ ต่อการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนให้เป็นศูนย์</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-28203" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/Japan-Green-Growth-Strategy.png" alt="" width="910" height="643" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/Japan-Green-Growth-Strategy.png 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/Japan-Green-Growth-Strategy-300x212.png 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/Japan-Green-Growth-Strategy-768x543.png 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/Japan-Green-Growth-Strategy-150x106.png 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/Japan-Green-Growth-Strategy-500x353.png 500w" sizes="(max-width: 910px) 100vw, 910px" /></p>
<p style="text-align: center;">The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/elv/">วว. – ญี่ปุ่น ร่วมหารือเพื่อลดปริมาณของเสียจากยานยนต์ มุ่งสู่เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/elv/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กระทรวงพาณิชย์ เอาใจคนรักษ์โลกเตรียมจัดงาน “Thailand Local BCG Plus Expo 2023” 7-9 ก.ค. นี้</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/bcg-5/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/bcg-5/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rachanon M.]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 03 Jul 2023 07:46:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[BCG]]></category>
		<category><![CDATA[Be The Change Generation]]></category>
		<category><![CDATA[Local BCG+]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Local BCG Plus Expo 2023]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพาณิชย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=28028</guid>

					<description><![CDATA[<p>พาณิชย์ ปักธงจัดงาน Thailand Local BCG Plus Expo 2023 ชูสินค้า Local BCG+ สร้างโอกาสการค้าอย่างยั่งยืน พร้อมเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ 7-9 ก.ค. นี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กระทรวงพาณิชย์ ประกาศความพร้อมจัดงาน “Thailand Local BCG Plus Expo 2023” ครั้งแรกกับงานแสดงสินค้า Local BCG +&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/bcg-5/">กระทรวงพาณิชย์ เอาใจคนรักษ์โลกเตรียมจัดงาน “Thailand Local BCG Plus Expo 2023” 7-9 ก.ค. นี้</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>พาณิชย์ ปักธงจัดงาน Thailand Local BCG Plus Expo 2023 ชูสินค้า Local BCG+ สร้างโอกาสการค้าอย่างยั่งยืน พร้อมเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ 7-9 ก.ค. นี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์</strong></p>
<p><span id="more-28028"></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28035" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/BCG.jpg" alt="กระทรวงพาณิชย์" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/BCG.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/BCG-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/BCG-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/BCG-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/BCG-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>กระทรวงพาณิชย์ ประกาศความพร้อมจัดงาน “Thailand Local BCG Plus Expo 2023” ครั้งแรกกับงานแสดงสินค้า Local BCG + ที่รวบรวมสินค้ารักษ์โลกจากทุกจังหวัดทุกภูมิภาคที่ครบวงจรและใหญ่ที่สุดในประเทศไทย จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Be The Change Generation” รักษ์โลก รักษ์สิ่งแวดล้อม หวังสร้างโอกาสทางการค้าอย่างยั่งยืน เตรียมรวมตัวยกขบวนอย่างยิ่งใหญ่ 7-9 ก.ค. นี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28036" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/BCG-01.jpg" alt="กระทรวงพาณิชย์" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/BCG-01.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/BCG-01-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/BCG-01-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/BCG-01-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/BCG-01-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>ภายใต้แนวคิด “BE THE CHANGE GENERATION” รักษ์โลก รักษ์สิ่งแวดล้อม พบกับผู้ประกอบการ สินค้า LOCAL BCG+ กว่า 200 ราย นำโดย กลุ่ม BCG – สินค้ารักษ์โลก สินค้าออร์แกนิกและสุขภาพ , กลุ่ม อัตลักษณ์ สินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่น และ สินค้า นวัตกรรม สินค้าเทคโนโลยีและนวัตกรรม คลอบคลุมทุกกลุ่มสินค้า กิจกรรมไฮไลท์มากมาย อาทิ การจับคู่เจรจาธุรกิจ BCG Symposium และกิจกรรมเวิร์คช้อป</p>
<p>สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ FB : <a href="https://www.facebook.com/ThailandLocalBCGPlusExpo/">THAILAND LOCAL BCG PLUS EXPO </a></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/bcg-5/">กระทรวงพาณิชย์ เอาใจคนรักษ์โลกเตรียมจัดงาน “Thailand Local BCG Plus Expo 2023” 7-9 ก.ค. นี้</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/bcg-5/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>DITP เชิญผู้ประกอบการรักษ์โลก ร่วมงาน BCG Heroes : THE OPEN HOUSE เปิดโลกธุรกิจ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/ditp-2/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/ditp-2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rachanon M.]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 12 Jun 2023 03:26:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[BCG]]></category>
		<category><![CDATA[BCG Heroes : THE OPEN HOUSE]]></category>
		<category><![CDATA[DITP]]></category>
		<category><![CDATA[Open House]]></category>
		<category><![CDATA[TCDC]]></category>
		<category><![CDATA[รักษ์โลก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=27373</guid>

					<description><![CDATA[<p>สร้างธุรกิจให้ยั่งยืน ‘เราทำได้’ กับกิจกรรม BCG Heroes : THE OPEN HOUSE GAME ON FOR OUR PLANET ถึงเวลาเปลี่ยนโลก กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ขอเชิญชวนผู้ประกอบการ และผู้ที่มีใจรักษ์โลก มาแสดงพลัง ร่วมทัพเปลี่ยนโลก ในงาน BCG Heroes : THE OPEN HOUSE เปิดโลกการทำธุรกิจ และเสริมสร้างองค์ความรู้ในการสร้างแบรนด์วิถียั่งยืน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ditp-2/">DITP เชิญผู้ประกอบการรักษ์โลก ร่วมงาน BCG Heroes : THE OPEN HOUSE เปิดโลกธุรกิจ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สร้างธุรกิจให้ยั่งยืน ‘เราทำได้’ กับกิจกรรม BCG Heroes : THE OPEN HOUSE GAME ON FOR OUR PLANET ถึงเวลาเปลี่ยนโลก</strong></p>
<p><span id="more-27373"></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27385" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Ditp.jpg" alt="ditp ชวนเปลี่ยนโลก" width="450" height="636" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Ditp.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Ditp-212x300.jpg 212w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Ditp-724x1024.jpg 724w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Ditp-768x1086.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Ditp-150x212.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Ditp-354x500.jpg 354w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p>กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ขอเชิญชวนผู้ประกอบการ และผู้ที่มีใจรักษ์โลก มาแสดงพลัง ร่วมทัพเปลี่ยนโลก ในงาน BCG Heroes : THE OPEN HOUSE เปิดโลกการทำธุรกิจ และเสริมสร้างองค์ความรู้ในการสร้างแบรนด์วิถียั่งยืน Bio, Circular, Green จากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ, Panel Discussion จาก BCG HEROES รุ่น 1 และพบกับเทรนด์ล่ามาแรง พร้อม Case Study ที่น่าสนใจจากทั่วโลก</p>
<p>ร่วมทัพเปลี่ยนโลกไปด้วยกัน งานนี้เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้เป็นส่วนหนึ่งของ BCG Community เป็นหนึ่งในพลังสร้างการเปลี่ยนแปลงเพื่อธุรกิจและโลกที่ยั่งยืน และยังได้รับสิทธิคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 50 ผู้ประกอบการฮีโร่ ในโครงการ BCG HEROES 2566</p>
<p>ลงทะเบียนวันนี้ แล้วมาอัพสกิลเพื่อธุรกิจและโลกที่ยั่งยืน BCG Heroes : THE OPEN HOUSEวันที่ 20 มิถุนายนนี้ เวลา 13.30-16.30 น. ณ Fab Café ชั้น 3 บริเวณ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ TCDC ถนนเจริญกรุง พร้อมรับฟังรายละเอียดและสมัครเข้าร่วม โครงการ “BCG HEROES ปี 2566” ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างเดือนมิถุนายน-กันยายน 2566 งานนี้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย</p>
<p>คลิกเพื่อสำรองที่นั่งด่วน ที่ <a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSe2o8RPRgRb5bkG91S6-a3CjKmf7kb9Lyiip9BGWsAbk5UpGQ/viewform">https://forms.gle/DaYz5G1d13px2xWM8</a> จำกัด 100 ที่นั่งเท่านั้น สำหรับท่านที่ไม่สะดวกเดินทาง สามารถร่วมรับชมออนไลน์ได้ฟรี โดยลิงค์การรับชมจะถูกส่งไปยังอีเมลที่ท่านลงทะเบียนภายในวันที่ 19 มิถุนายน 2566<br />
ติดต่อสอบถามข้อมูล ได้ที่ bcgheroes@gmail.com หรือแอดไลน์คลิก <a href="https://line.me/R/ti/p/@139iwssx">https://lin.ee/qsF35qF</a> ทั้งนี้ DITP มอบหมายให้บริษัท Head 100 จำกัด เป็นผู้ประสานงานให้ข้อมูลและตอบคำถามผู้สนใจ</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ditp-2/">DITP เชิญผู้ประกอบการรักษ์โลก ร่วมงาน BCG Heroes : THE OPEN HOUSE เปิดโลกธุรกิจ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/ditp-2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นักลงทุน * ผู้ประกอบการ * ESG</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/esg/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/esg/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 19 Apr 2023 07:41:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Article]]></category>
		<category><![CDATA[BCG]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[SDGs]]></category>
		<category><![CDATA[การลงทุนอย่างมีความรับผิดชอบ]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ดร. วิฑูรย์ สิมะโชคดี]]></category>
		<category><![CDATA[นักลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[บรรษัทภิบาล]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[วิฑูรย์ สิมะโชคดี]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[แนวคิด ESG]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=27469</guid>

					<description><![CDATA[<p>ทุกวันนี้ ความเจริญและความทันสมัยของโลกในหลายๆ ด้าน ได้นำไปสู่ปัญหาความเสื่อมโทรมทางสิ่งแวดล้อม และทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในสังคมโลกเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะสถานการณ์ COVID-19 ที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด ได้ซ้ำเติมปัญหาต่างๆ ให้ขยายวงกว้างขวางขึ้นทั่วโลก ดังนั้น ความร่วมมือกันตั้งแต่วันนี้เพื่อดูแลโลกอย่างเร่งด่วน จึงไม่ใช่ “ทางเลือก” อีกต่อไป แต่เป็น ”ทางรอด” สำหรับมนุษยชาติที่จะอยู่ร่วมกันบนโลกนี้อย่างสงบสุขและมีคุณภาพเท่านั้น นักลงทุนจากสถาบันและองค์กรต่างๆ ทั่วโลก จึงรวมตัวกันภายใต้ ชื่อ “UN PRI” (Principle for Responsible Investment) (จากการสนับสนุนขององค์การสหประชาชาติ) เพื่อยึดหลักปฏิบัติสำหรับ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/esg/">นักลงทุน * ผู้ประกอบการ * ESG</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ทุกวันนี้ ความเจริญและความทันสมัยของโลกในหลายๆ ด้าน ได้นำไปสู่ปัญหาความเสื่อมโทรมทางสิ่งแวดล้อม และทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในสังคมโลกเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะสถานการณ์ COVID-19 ที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด ได้ซ้ำเติมปัญหาต่างๆ ให้ขยายวงกว้างขวางขึ้นทั่วโลก</strong></p>
<p><span id="more-27469"></span></p>
<p>ดังนั้น ความร่วมมือกันตั้งแต่วันนี้เพื่อดูแลโลกอย่างเร่งด่วน จึงไม่ใช่ “ทางเลือก” อีกต่อไป แต่เป็น ”ทางรอด” สำหรับมนุษยชาติที่จะอยู่ร่วมกันบนโลกนี้อย่างสงบสุขและมีคุณภาพเท่านั้น</p>
<p>นักลงทุนจากสถาบันและองค์กรต่างๆ ทั่วโลก จึงรวมตัวกันภายใต้ ชื่อ “UN PRI” (Principle for Responsible Investment) (จากการสนับสนุนขององค์การสหประชาชาติ) เพื่อยึดหลักปฏิบัติสำหรับ “<strong>การลงทุนอย่างมีความรับผิดชอบ</strong>” ซึ่งเน้นการปฏิบัติในประเด็นสำคัญด้าน “<strong>ESG</strong>” ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานที่ว่า “ธุรกิจควรเติบโตควบคู่ไปกับการคำนึงถึง 3 ปัจจัยหลัก คือ สิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล”</p>
<p>“<strong>ESG</strong>” จึงยึดเอา “<strong>ความยั่งยืน</strong>” ของภาคธุรกิจอุตสาหกรรม สังคม และส่วนรวมเป็น “เป้าหมาย” ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของ “การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ของโลก หรือ Sustainable Development Goals (SDGs 17 ข้อ) ที่ประเทศต่างๆ เห็นชอบร่วมกันตามรายงานของ World Economic Forum (WEF) เมื่อ ค.ศ. 2015 แล้ว</p>
<p>ปัจจุบันแนวโน้มในการกีดกันสินค้าและบริการที่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มมากขึ้นทุกที โดยผ่านมาตรการทางการค้าระหว่าง ประเทศ อาทิ “European Green Deal” ซึ่งมีการบังคับใช้มาตรการปรับภาษีสินค้าที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนสูง (Carbon Border Adjustment Mechanism : CBAM) นั้นได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ธุรกิจขนาดใหญ่ ต้องเร่งปรับตัวเพื่อรักษาลูกค้าและความสามารถในการแข่งขัน</p>
<p>“<strong>ESG</strong>” จึงเป็นทั้งแนวความคิด และยุทธศาสตร์เพื่อการเติบโตและ พัฒนาที่ใช้ขับเคลื่อนธุรกิจอุตสาหกรรมให้เจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืน โดย <strong>E คือ Environmental</strong> หมายถึง การจัดการด้านสิ่งแวดล้อม <strong>S คือ Social</strong> หมายถึง การจัดการด้านสังคม และ <strong>G คือ Governance</strong> หมายถึง การจัดการด้านธรรมาภิบาล</p>
<p><strong>ESG</strong> จะเป็นปัจจัยที่มีความเชื่อมโยงและเกื้อหนุนกัน พร้อมๆ กับสนับสนุนธุรกิจอุตสาหกรรมให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนด้วย นักลงทุนจึงควรนำปัจจัย <strong>ESG</strong> มาประกอบการวิเคราะห์และการตัดสินใจลงทุน ในกิจการต่างๆ โดยเปิดเผยข้อมูลด้าน “<strong>ESG</strong>” อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้ลงทุนได้มั่นใจว่ามีส่วนร่วมสนับสนุนบริษัทที่ดำเนินธุรกิจและประกอบกิจการอย่างมีความรับผิดชอบและเพื่อความยั่งยืนอย่างแท้จริง</p>
<p>ปัจจุบันแนวความคิดในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยยึดกรอบของ <strong>ESG</strong> กำลังได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง ทั้งจากบริษัทจดทะเบียน ในตลาดหลักทรัพย์และนักลงทุนทั่วโลก ที่ให้ความสำคัญกับการลงทุนอย่างมีความรับผิดชอบในบริษัทที่มีแนวทางการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึง ความยั่งยืนทั้งของกิจการและสังคมโดยรวม โดยจะใช้ผลการดำเนินงานด้าน “<strong>ESG</strong>” ของธุรกิจเป็นเกณฑ์ประกอบการพิจารณา เพื่อประเมินความยั่งยืน ความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว และความสามารถในการสร้างคุณค่าให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย เพื่อการตัดสินใจว่าจะร่วมลงทุน หรือไม่ต่อไป</p>
<p>หลักการหรือแนวความคิดในเรื่องของ <strong>ESG</strong> จึงสะท้อนให้เห็นว่า นักลงทุนต้องการลงทุนอย่างมีความรับผิดชอบและแสวงหาผลตอบแทนที่ไม่ใช่อยู่ในรูปของผลกำไรเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องการเห็นการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาลของกิจการมากขึ้นด้วย</p>
<p>การบังคับใช้มาตรการ CBAM ไม่เพียงแต่กระทบธุรกิจ อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่ส่งออกสินค้าไปยังประเทศในสหภาพยุโรป เท่านั้น แต่กิจการขนาดกลางและเล็กประเภท SMEs ที่อยู่ในห่วงโซ่การผลิตของธุรกิจอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกันด้วย เพราะการคำนวณปริมาณการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ภายใต้มาตรการ CBAM จะคิดตลอดทั้งวงจรการผลิตสินค้านั้นๆ</p>
<p>ดังนั้น SMEs จึงต้องเร่งปรับตัว ปรับรูปแบบ และปรับกระบวนการผลิต หรือวิธีทำงาน เพื่อให้สามารถรองรับกฎกติกาการค้าที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งนับวันจะยิ่งมีบทบาทต่อความอยู่รอดและเติบโตของธุรกิจอุตสาหกรรมทุกขนาด</p>
<p>ปัจจุบันรัฐบาลไทยได้ประกาศให้ “BCG Economy” Model เป็นแนวความคิดและแนวทางปฏิบัติในการพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวมของประเทศ คือการพัฒนา “เศรษฐกิจชีวภาพ” (Bio Economy) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) เพื่อส่งเสริมให้เศรษฐกิจเติบโตแบบก้าวกระโดดควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการพัฒนาสังคม เพื่อนำพาประเทศเข้าสู่ยุค “Thailand 4.0” ที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับคุณภาพชีวิตคนไทยและประเทศชาติอย่างยั่งยืน</p>
<p><strong>แนวความคิดของ SDGs-ESG-BCG ในวันนี้ จึงสอดรับกันในทางปฏิบัติเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ของการพัฒนาอย่างยั่งยืนเป็นเป้าหมายหลัก ซึ่งเป็นการอยู่บนโลกใบนี้อย่างรับผิดชอบร่วมกันและแบ่งปันกันอย่างทั่วถึง ครับผม!</strong></p>
<hr />
<p>Source: นิตยสาร Green Network ฉบับที่ 116 มีนาคม – เมษายน 2566 คอลัมน์ Productivity โดย ดร. วิฑูรย์ สิมะโชคดี</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/esg/">นักลงทุน * ผู้ประกอบการ * ESG</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/esg/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นักวิจัยนาโนเทคพัฒนา Nano Coating สู่น้ำยาเคลือบพื้นผิวโซลาร์เซลล์ “ลดฝุ่นเกาะ-สะท้อนน้ำ” ตอบโจทย์โมเดลเศรษฐกิจ BCG</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/nano-coating/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/nano-coating/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 20 Mar 2023 09:39:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Technology & Innovation]]></category>
		<category><![CDATA[BCG]]></category>
		<category><![CDATA[Nano Coating]]></category>
		<category><![CDATA[นาโน โค๊ตติ้ง เทค]]></category>
		<category><![CDATA[นาโนเทค]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำยาเคลือบผิวโซลาร์เซลล์]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีเคลือบนาโน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=25994</guid>

					<description><![CDATA[<p>‘ฝุ่น’ ไม่เพียงส่งผลต่อสุขภาพและการใช้ชีวิตของมนุษย์เรา แต่ยังส่งผลต่อประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้าของโซลาร์เซลล์ โดยเฉพาะในหน้าแล้ง ทำให้ประสิทธิภาพลดลง 6-10% นักวิจัย ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) จึงได้พัฒนาน้ำยาเคลือบผิวโซลาร์เซลล์ ด้วยเทคโนโลยีเคลือบนาโน (Nano Coating) ลดการเกาะของฝุ่น เพิ่มคุณสมบัติสะท้อนน้ำ พร้อมขยับสู่ดีพเทคสตาร์ทอัปในชื่อ “นาโน โค๊ตติ้ง เทค” นำนวัตกรรมหนุนอุตสาหกรรมพลังงานทางเลือก โดยเฉพาะโซลาร์เซลล์และโซลาร์ฟาร์ม ช่วยลดก๊าซเรือนกระจก เพิ่มความยั่งยืนทางพลังงาน สอดรับโมเดลเศรษฐกิจ BCG ด้านเศรษฐกิจสีเขียว ดร.ธันยกร เมืองนาโพธิ์ นักวิจัยทีมวิจัยนวัตกรรมเคลือบนาโน ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/nano-coating/">นักวิจัยนาโนเทคพัฒนา Nano Coating สู่น้ำยาเคลือบพื้นผิวโซลาร์เซลล์ “ลดฝุ่นเกาะ-สะท้อนน้ำ” ตอบโจทย์โมเดลเศรษฐกิจ BCG</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>‘ฝุ่น’</strong> ไม่เพียงส่งผลต่อสุขภาพและการใช้ชีวิตของมนุษย์เรา แต่ยังส่งผลต่อประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้าของโซลาร์เซลล์ โดยเฉพาะในหน้าแล้ง ทำให้ประสิทธิภาพลดลง 6-10% นักวิจัย <strong>ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) </strong>จึงได้พัฒนา<strong>น้ำยาเคลือบผิวโซลาร์เซลล์ ด้วยเทคโนโลยีเคลือบนาโน (Nano Coating) </strong>ลดการเกาะของฝุ่น เพิ่มคุณสมบัติสะท้อนน้ำ พร้อมขยับสู่ดีพเทคสตาร์ทอัปในชื่อ <strong>“นาโน โค๊ตติ้ง เทค” </strong>นำนวัตกรรมหนุนอุตสาหกรรมพลังงานทางเลือก โดยเฉพาะโซลาร์เซลล์และโซลาร์ฟาร์ม ช่วยลดก๊าซเรือนกระจก เพิ่มความยั่งยืนทางพลังงาน สอดรับโมเดลเศรษฐกิจ BCG ด้านเศรษฐกิจสีเขียว<span id="more-25994"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-25996" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/nano-coating-02.jpg" alt="" width="720" height="480" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/nano-coating-02.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/nano-coating-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/nano-coating-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/nano-coating-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ดร.ธันยกร เมืองนาโพธิ์</span> นักวิจัยทีมวิจัยนวัตกรรมเคลือบนาโน ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)</strong> กล่าวว่า ความเชี่ยวชาญของทีมวิจันาโนเทคคือ การพัฒนาสารเคลือบนาโนสูตรพิเศษสำหรับพื้นผิวหลากหลายประเภท เพื่อเพิ่มคุณสมบัติให้กับพื้นผิวตามความต้องการ โดยสามารถประยุกต์ใช้ได้ทั้งในอุตสาหกรรมผลิตพลังงาน อุตสาหกรรมสิ่งก่อสร้าง พลาสติก กระดาษ รวมถึงพื้นผิวอื่นๆ หนึ่งในนั้นคือ โซลาร์เซลล์ซึ่งพบว่า เทคโนโลยีเคลือบนาโนนี้ สามารถแก้ปัญหาที่กลุ่มผู้ใช้โซลาร์เซลล์เพื่อการผลิตไฟฟ้าในระดับโรงงานอุตสาหกรรม โซลาร์ฟาร์ม รวมถึงผู้ผลิตแผงโซลาร์เซลล์กำลังเผชิญ</p>
<p>ฝุ่น นับว่า เป็นปัญหาใหญ่สำหรับโซลาร์เซลล์ที่ทำให้ประสิทธิภาพในการรับแสงอาทิตย์ที่จะนำไปผลิตเป็นไฟฟ้าลดลง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใช้โซลาร์เซลล์เพื่อการผลิตไฟฟ้าในระดับโรงงานอุตสาหกรรมหรือการทำโซลาร์ฟาร์มที่ต้องติดตั้งแผงจำนวนมาก เนื่องจากช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเมษายน หรือหน้าแล้งนั้น ไทยต้องเจอกับฝุ่นจำนวนมาก ส่งผลต่อประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าของโซลาร์เซลล์ลดลง 6-8% และหากเป็นกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมที่มีเขม่าควันหรือละอองน้ำมันจับที่หน้าแผง ประสิทธิภาพอาจลดลงได้ถึง 9-10%</p>
<p>โดยปกติแล้ว ผู้ประกอบการจะแก้ปัญหานี้ด้วยการทำความสะอาดแผงโซลาร์เซลล์อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นต้นทุนที่สูง รวมถึงต้องใช้บุคลากรที่มีใบประกอบวิชาชีพด้านการทำงานบนที่สูง หากติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ไว้บนที่สูงหรือหลังคา และยังต้องคำนึงถึงความชำนาญในการทำความสะอาด เพื่อลดความเสี่ยงของรอยขีดข่วน ชำรุดของโซลาร์เซลล์ที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าเช่นกัน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-25997" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/nano-coating-03.jpg" alt="น้ำยาเคลือบพื้นผิวโซลาร์เซลล์ จากเทคโนโลยีเคลือบนาโน (Nano Coating)" width="720" height="480" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/nano-coating-03.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/nano-coating-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/nano-coating-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/nano-coating-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<p>“น้ำยาเคลือบพื้นผิวโซลาร์เซลล์ จากเทคโนโลยีเคลือบนาโน (Nano Coating) เป็นการพัฒนาสูตรขึ้นเป็นพิเศษ โดยปรับค่ามุมสัมผัสของน้ำบนวัสดุ (Water Contact Angle) เพื่อเพิ่มคุณสมบัติการลดการเกาะของฝุ่นให้แก่พื้นผิว และยังมีคุณสมบัติสะท้อนน้ำ โดยของเหลวที่ตกกระทบพื้นผิววัสดุที่ผ่านการเคลือบ จะมีลักษณะเป็นก้อนกลมกลิ้งไหลออกจากพื้นผิว ลดการยึดเกาะและชำระล้างฝุ่นรวมถึงสิ่งสกปรกต่างๆ ออกจากแผงโซลาร์เซลล์โดยไม่ทิ้งคราบน้ำ ทำให้แผงผลิตไฟฟ้าได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยมากกว่าร้อยละ 5 ในช่วงหน้าแล้ง”  ดร.ธันยกร อธิบาย</p>
<p>นอกจากนี้ ทีมวิจัยยังออกแบบและพัฒนาสูตรน้ำยาเคลือบให้ใช้งานง่ายในรูปแบบสเปรย์ และปาดเคลือบ โดยไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสภาพพื้นผิววัสดุ ซึ่งเป็นอีกจุดเด่นของสารเคลือบนาโนสูตรพิเศษคือ การลดข้อจำกัดด้านการเคลือบโซลาร์เซลล์ ที่ปัจจุบันในท้องตลาดจะเป็นการเคลือบแบบถาวร ซึ่งการเคลือบถาวรนี้ จะส่งผลให้การรับประกันแผงโซลาร์เซลล์ในระยะเวลา 25 ปี ถูกยกเลิก แต่หากใช้สารเคลือบนาโนนี้ ยังสามารถชำระล้างออกตามธรรมชาติได้ภายใน 1-2 ปี ไม่ส่งผลต่อการรับประกันแผง อีกทั้งยังผ่านการทดสอบความปลอดภัยต่อผู้ใช้</p>
<p>นอกจากประสิทธิภาพต่างๆ ที่โดดเด่นแล้ว เมื่อมองทิศทางของตลาดโซลาร์เซลล์และภาพรวมของพลังงานทางเลือกก็มีแนวโน้มไปในทางบวก ศูนย์วิจัยกสิกรไทยที่ประเมินว่า <strong>ตลาดโซลาร์รูฟท็อปภาคธุรกิจในปี 2565 จะขยายตัวสู่ระดับ 125.9 เมกะวัตต์ หรือเติบโตราว  54.2% จากปี 2564</strong> โดยค่าไฟที่จะประหยัดได้จริงของแต่ละธุรกิจขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย อาทิ ปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้จากแผงโซลาร์เซลล์ ปริมาณการใช้ไฟ เงินลงทุนในการติดตั้งและงบการเงินของกิจการ สำหรับแรงหนุนของตลาดโซลาร์รูฟท็อปภาคธุรกิจในปี 65 คาดว่าจะมาจากกลุ่มธุรกิจที่มีสัดส่วนต้นทุนการดำเนินธุรกิจจากค่าไฟที่สูง ทั้งธุรกิจในภาคการผลิต ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมผลิตซีเมนต์และเหล็ก และธุรกิจในภาคบริการ เช่น โกดังสินค้า โรงแรมและค้าปลีกอย่างห้างสรรพสินค้า ที่เน้นให้ความสำคัญกับการประหยัดต้นทุนและความคุ้มค่าของการลงทุนในระยะกลางถึงยาว</p>
<p>ในขณะที่ผู้ประกอบการโซลาร์รูฟท็อปแข่งขันนำเสนอโมเดลการลงทุนที่จูงใจผู้ประกอบการ ทั้งการช่วยลดภาระจากการลงทุนและบำรุงรักษาโซลาร์รูฟท็อป  โดยในระยะข้างหน้าการลงทุนโซลาร์รูฟท็อปน่าจะทวีความสำคัญมากขึ้น  จากกระแสการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและสังคม (ESG) รวมถึงแรงผลักดันจากนโยบายภาครัฐในหลายประเทศรวมถึงไทยที่ตั้งเป้ามุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี 93 และน่าจะมีการทยอยออกมาตรการผลักดันที่ทวีความเข้มข้นมากขึ้นตามมา</p>
<p>สอดคล้องกับ<strong>ข้อมูลจากศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี (ttb Analytics) </strong>ประเมินว่า อัตราค่าไฟฟ้าโดยรวมของไทยในปี 2566 ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจนถึง 5 บาทต่อหน่วย โดยสะท้อนให้เห็นถึงต้นทุนการผลิตไฟฟ้าที่แท้จริงที่เพิ่มสูงขึ้นมาก ส่งผลให้<strong>ตลาดโซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop) ในประเทศเติบโตอย่างก้าวกระโดดเฉลี่ยปีละ 22% หรือแตะระดับ 6.7 หมื่นล้านบาท </strong>ในปี 2568 ส่วนหนึ่งมาจากที่ประเทศไทยค่อนข้างได้เปรียบด้านทำเลที่ตั้งที่เอื้อต่อการใช้ประโยชน์จากพลังงานแสงอาทิตย์ โดยไทยมีค่าเฉลี่ยความเข้มรังสีของแสงอาทิตย์สูงเกือบทุกพื้นที่ โดยเฉพาะภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับสภาพอากาศในปัจจุบันที่แปรปรวนและร้อนอบอ้าว ส่งผลให้ไทยมีความพร้อมทั้งด้านอุปสงค์ และอุปทานที่จะช่วยดันให้ตลาดติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป เติบโตได้ดีในระยะต่อไป</p>
<p><strong>ดร.ธันยกร ในฐานะกรรมการผู้จัดการ บริษัท นาโน โค๊ตติ้ง เทค จำกัด </strong>กล่าวว่า ด้วยโอกาสและศักยภาพของเทคโนโลยีเคลือบนาโนที่ทีมวิจัยนาโนเทคเดินหน้าพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เรามองเป็นช่องว่างทางธุรกิจที่จะนำนวัตกรรมที่เรามีความเชี่ยวชาญไปต่อยอด จึงสปินออฟสู่การเป็นดีพเทคสตาร์ทอัปภายใต้ บริษัท นาโน โค๊ตติ้ง เทค จำกัด ที่นำร่องด้วยนวัตกรรมน้ำยาเคลือบพื้นผิวโซลาร์เซลล์ พร้อมให้บริการด้านการเคลือบนาโนอีกด้วย</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-25998" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/nano-coating-04.jpg" alt="" width="720" height="480" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/nano-coating-04.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/nano-coating-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/nano-coating-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/nano-coating-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<p>บริษัท นาโน โค๊ตติ้ง เทค จำกัด เริ่มดำเนินการในช่วงเดือนสิงหาคม 2565 ซึ่งได้การตอบรับดีมาก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใช้โซลาร์เซลล์เพื่อการผลิตไฟฟ้าในระดับโรงงานอุตสาหกรรม, โซลาร์ฟาร์ม รวมถึงผู้ผลิตแผงโซลาร์เซลล์ หนึ่งในนั้นคือ <strong>บริษัท เท็กซ์พลอร์ จำกัด</strong> ที่ให้ความสนใจเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ โดยเท็กซ์พลอร์ ที่มีความเชี่ยวชาญ และฐานลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ อยู่แล้ว จะทำหน้าที่เป็นดิสทริบิวเตอร์ นำนวัตกรรมสารเคลือบนาโนนี้ ไปหาลูกค้ากลุ่มที่มีความต้องการใช้งานอีกด้วย</p>
<p>ปัจจุบัน กำลังการผลิตสารเคลือบพื้นผิวโซลาร์เซลล์ของนาโน โค๊ตติ้ง เทค อยู่ที่ 20,000 ลิตรต่อเดือน ซึ่งจะสร้างรายได้ราว 20 ล้านบาทต่อเดือน โดยนาโน โค๊ตติ้ง เทควางเป้าหมายไว้ว่า ภายใน 5 ปี บริษัทฯ จะเป็นเบอร์ 1 ทางด้านสารเคลือบในแถบอาเซียน</p>
<p>นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังวางแผนขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ด้วยเทคโนโลยีเคลือบนาโนออกไปสู่ผลิตภัณฑ์น้ำยาเคลือบนาโนสำหรับใช้ปกป้องพื้นผิววัสดุสำหรับใช้งานในอุตสาหกรรมอื่นๆ  ไม่ว่าจะเป็น น้ำยาเคลือบพื้นผิววัสดุสิ่งก่อสร้าง สำหรับคอนกรีต ไม้ และกระจก เพื่อลดการเกิดคราบน้ำ ตะไคร่ และการเกาะตัวของฝุ่น ซึ่งจะช่วยลดความถี่ในการทำความสะอาด และเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้งาน โดยมีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเป็นผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างและผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงมีบริการด้านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำยาเคลือบพื้นผิววัสดุตามโจทย์ที่ลูกค้าต้องการด้ว</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/nano-coating/">นักวิจัยนาโนเทคพัฒนา Nano Coating สู่น้ำยาเคลือบพื้นผิวโซลาร์เซลล์ “ลดฝุ่นเกาะ-สะท้อนน้ำ” ตอบโจทย์โมเดลเศรษฐกิจ BCG</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/nano-coating/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ติดอาวุธความรู้ ยกระดับผู้ประกอบการ MSME ด้วย BCG Economy Model</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/msme-bcg-economy-model/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/msme-bcg-economy-model/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 03 Mar 2023 04:14:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[BCG]]></category>
		<category><![CDATA[BCG Economy Model]]></category>
		<category><![CDATA[MSME]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ประกอบการ MSME]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=25725</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อไม่นานมานี้ สสว. ร่วมกับ สอวช. ได้จัดงานแถลงข่าวเปิดตัว “โครงการขับเคลื่อนระบบการส่งเสริมธุรกิจ MSME ด้วย BCG (BIO-CIRCULAR-GREEN ECONOMY)” ติดอาวุธความรู้ ยกระดับผู้ประกอบการ 1,000 รายทั่วประเทศ และสร้างเกณฑ์ SME BCG เพื่อสร้างโอกาสทางการแข่งขันและการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวว่า ปัจจุบันรัฐบาลไทยเร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยปรับใช้ BCG Economy Model เข้าไปช่วยตอบเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/msme-bcg-economy-model/">ติดอาวุธความรู้ ยกระดับผู้ประกอบการ MSME ด้วย BCG Economy Model</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เมื่อไม่นานมานี้ สสว. ร่วมกับ สอวช. ได้จัดงานแถลงข่าวเปิดตัว <em>“โครงการขับเคลื่อนระบบการส่งเสริมธุรกิจ MSME ด้วย BCG (BIO-CIRCULAR-GREEN ECONOMY)” </em>ติดอาวุธความรู้ ยกระดับผู้ประกอบการ 1,000 รายทั่วประเทศ และสร้างเกณฑ์ SME BCG เพื่อสร้างโอกาสทางการแข่งขันและการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน</strong><span id="more-25725"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-25727" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/MSME-02.jpg" alt="" width="680" height="455" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/MSME-02.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/MSME-02-300x201.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/MSME-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/MSME-02-500x335.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายวีระพงศ์ มาลัย</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)</strong> กล่าวว่า ปัจจุบันรัฐบาลไทยเร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยปรับใช้ BCG Economy Model เข้าไปช่วยตอบเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ ซึ่งแนวทางนี้จะช่วยต่อยอดจุดแข็งของประเทศ ทั้งในด้านความหลากหลายทางชีวภาพและความหลากหลายทางวัฒนธรรม โดยอาศัยกลไกทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อผลิตสินค้าและบริการที่มีมูลค่าสูงขึ้น และเปลี่ยนระบบเศรษฐกิจจาก “ทำมากแต่ได้น้อย” ไปสู่ “ทำน้อยแต่ได้มาก”</p>
<p>สสว. เป็นหน่วยงานหลักในการส่งเสริมและสนับสนุน MSME ในด้านต่าง ๆ เห็นถึงความสำคัญของการส่งเสริมธุรกิจ MSME ด้วย BCG โดยผ่านกลไกการพัฒนา BCG ไปสู่ผู้ประกอบการ MSME</p>
<p>ใน 3 ด้านหลัก ได้แก่</p>
<ol>
<li>การพัฒนาต่อยอดธุรกิจด้วยการใช้คลังข้อมูลดิจิทัลของทุนความหลากหลายทางชีวภาพ ทุนวัฒนธรรม และทุนทางปัญญา รวมถึงใช้ประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพในพื้นที่</li>
<li>สร้างตลาดเพื่อรองรับนวัตกรรมของสินค้าและบริการ BCG</li>
<li>การยกระดับรายได้ด้วยการสร้างฐานเศรษฐกิจใหม่ผ่านการส่งเสริมการแปรรูปสินค้าให้มีชั้นนวัตกรรมที่สูงขึ้น ยกระดับสินค้าและบริการ BCG สู่มาตรฐานผลิตที่ยั่งยืนและเป็นมาตรฐานสากล ทั้งยังสร้างและพัฒนากำลังคนเพื่อรองรับเศรษฐกิจ BCG ผ่านการสร้างนักพัฒนา BCG</li>
</ol>
<p><strong>ผอ.สสว.</strong> กล่าวอีกว่า การจะดำเนินงานให้ประสบความสำเร็จนั้น สสว. ได้ประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับ BCG ในมิติของ MSME สำหรับโครงการขับเคลื่อนระบบการส่งเสริมธุรกิจ MSME ด้วย BCG (BIO-CIRCULAR-GREEN ECONOMY) “การส่งเสริมและสร้างความตระหนักรู้ให้ผู้ประกอบการ MSME เข้าใจแนวคิด BCG และนำไปปรับใช้กับธุรกิจให้ได้ ซึ่งจะนำไปสู่ความเชื่อมโยงกับการเข้าถึงแหล่งเงินทุน และเครื่องมือการสนับสนุนจาก สสว. ภาครัฐ มาตรการอื่น ๆ ที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการเติบโตได้อย่างยั่งยืน และการสร้างระบบนิเวศต่าง ๆ ที่นำไปสู่การสร้างโอกาสในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการ MSME และก้าวข้ามมาตรการกีดกันทางการค้า (Trade Barriers) ในตลาดโลกได้</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-25728" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/MSME-03.jpg" alt="" width="680" height="455" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/MSME-03.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/MSME-03-300x201.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/MSME-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/MSME-03-500x335.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><strong>ด้าน <span style="color: #6cb742;">นายกิติพงค์ พร้อมวงค์</span></strong> <strong>ผู้อำนวยการ สอวช.</strong> กล่าวว่า ที่ผ่านมาสสว. และ สอวช. มีการทำงานนร่วมกัน เช่น การทำวิจัยนโยบายร่วมกับเครือข่าย ไม่ว่าจะเป็นศูนย์วิจัยและสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG Move) คณะเศรษฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ และสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย (Global Compact Network Thailand: GCNT) เพื่อออกแบบการใช้ตัวชี้วัด กรอบการประเมิน กรอบเชิงโครงสร้างหน่วยงานที่จะมาสนับสนุน และการพัฒนาขีดความสามารถของผู้ประกอบการในลักษณะขั้นบันไดการพัฒนา ซึ่งการทำงานจะออกแบบให้ครอบคลุมทั้ง การกระตุ้นผู้ประกอบการที่จะปรับตัวธุรกิจ การดำเนินงาน BCG และการสร้างความสามารถในการปรับตัวรับโอกาสได้</p>
<p>ในส่วนของ <span style="color: #6cb742;"><strong>นายปริวรรตน์ คณากัมพลสิทธิ์</strong></span> <strong>ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด</strong> เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จเรื่องการนำระบบนิเวศมาพัฒนาให้เกิดเป็นนวัตกรรมสร้างมูลค่ามหาศาล กล่าวคือ การนำมะเขือเทศมาแปรรูปเป็นน้ำมะเขือเทศหลากหลายรสชาติ เป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า และสามารถส่งออกไปทั่วโลกได้ ซึ่ง นายปริวรรตน์ อธิบายว่า MSME คือห่วงโซ่อุปทานที่สำคัญของภาคอุตสาหกรรม รัฐบาลต้องให้ความสำคัญและช่วยเสริมสร้างศักยภาพของธุรกิจดังกล่าว เพื่อให้เกิดการจ้างงาน และเกิดเม็ดเงินไหลเวียนภายในประเทศ ด้วยการให้เงินงบประมาณ เงินจากกองทุนต่าง ๆ และการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรภายในประเทศ ให้มีองค์ความรู้ ไอเดียใหม่ ๆ พร้อมจะสเกลอัปธุรกิจของตนเองสู่ตลาด โดยโครงการขับเคลื่อนระบบการส่งเสริมธุรกิจ MSME ด้วย BCG ในครั้งนี้ ถือเป็นโครงการที่มีประโยชน์มาก ๆ เพราะจะเป็นแรงสนับสนุนทำให้ผู้ประกอบการนั้นเดินหน้าต่อไปได้</p>
<p>ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่สนใจติดอาวุธหลักคิด BCG แบบ Back to Basic เข้าใจง่าย เริ่มได้ทันที</p>
<p>สามารถสมัครเข้าร่วมอบรมได้ที่ <a href="https://forms.gle/E1prvkxk2zoDNnjL7" target="_blank" rel="noopener">https://forms.gle/E1prvkxk2zoDNnjL7</a>   ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/msme-bcg-economy-model/">ติดอาวุธความรู้ ยกระดับผู้ประกอบการ MSME ด้วย BCG Economy Model</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/msme-bcg-economy-model/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มจธ. ร่วมกับ สมาคมเทคโนโลยีชีวภาพแห่งประเทศไทย จัดงานประชุมวิชาการระดับนานาชาติ ครั้งที่ 34 (TSB2022) พร้อมตั้งเป้าวิจัย BCG เดินหน้าหนุนวิชาการทุกด้าน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/tsb2022/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/tsb2022/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 27 Dec 2022 04:35:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[BCG]]></category>
		<category><![CDATA[TSB2022]]></category>
		<category><![CDATA[มจธ.]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมเทคโนโลยีชีวภาพแห่งประเทศไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=24924</guid>

					<description><![CDATA[<p>มจธ. โดย ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ และ คณะทรัพยากรชีวภาพและเทคโนโลยี ร่วมกับ สมาคมเทคโนโลยีชีวภาพแห่งประเทศไทย จัดงานประชุมวิชาการระดับนานาชาติ ครั้งที่ 34  : The 34th Annual Meeting of the Thai Society for Biotechnology and International Conference (TSB2022) ภายใต้หัวข้อ “Sustainable Bioeconomy: Challenges&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/tsb2022/">มจธ. ร่วมกับ สมาคมเทคโนโลยีชีวภาพแห่งประเทศไทย จัดงานประชุมวิชาการระดับนานาชาติ ครั้งที่ 34 (TSB2022) พร้อมตั้งเป้าวิจัย BCG เดินหน้าหนุนวิชาการทุกด้าน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>มจธ. โดย ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ และ คณะทรัพยากรชีวภาพและเทคโนโลยี ร่วมกับ สมาคมเทคโนโลยีชีวภาพแห่งประเทศไทย จัดงานประชุมวิชาการระดับนานาชาติ ครั้งที่ 34  : The 34<sup>th</sup> Annual Meeting of the Thai Society for Biotechnology and International Conference (TSB2022) ภายใต้หัวข้อ “Sustainable Bioeconomy: Challenges and Opportunities” ขึ้น ณ ห้องประชุม โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ กรุงเทพฯ เพื่อนำเสนอความก้าวหน้าทางวิชาการ รวมทั้งการใช้ประโยชน์จากผลงานวิจัยด้านเทคโนโลยีชีวภาพ วิทยาศาสตร์ชีวภาพ และเศรษฐกิจฐานชีวภาพ ตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมประชุมครั้งนี้กว่า 300 คน</strong><span id="more-24924"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-24939" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/12/TSB2022-02.jpg" alt="" width="780" height="520" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/12/TSB2022-02.jpg 780w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/12/TSB2022-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/12/TSB2022-02-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/12/TSB2022-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/12/TSB2022-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 780px) 100vw, 780px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">รศ. ดร.สุวิทย์ แซ่เตีย</span> อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) </strong>กล่าวว่า การประชุมนี้ เป็นโอกาสที่ดีในการผลักดันเรื่อง BCG (Bio-Circular-Green Economy) สอดรับกับประกาศ ปฏิญญาของผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ค.ศ. 2022 และเป้าหมายกรุงเทพฯ ว่าด้วยเศรษฐกิจ BCG ที่ต้องการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเกษตรของประเทศ ขณะเดียวกันก็ต้องคำนึงถึงการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าที่สุดและมีประสิทธิภาพ โดยพยายามไม่ให้มีของเสียเหลือทิ้ง และต้องไม่เกิดผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมภายใต้นโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียน</p>
<p>“Circular Economy หรือ เศรษฐกิจหมุนเวียน คือ หลักสำคัญหนึ่ง คือ ลดการเกิดของเสียเหลือทิ้ง พยายามนำมาใช้ประโยชน์ให้มากที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้มหาวิทยาลัยได้มีงานวิจัยด้าน BCG จำนวนมาก เช่น การแพทย์แม้ว่าทางมหาวิทยาลัยไม่ได้มีการเรียนการสอนคณะแพทย์ แต่เรามีวิทยาศาสตร์เข้ามาช่วยในการทำงานของแพทย์ และการทำวิจัยเรื่องกากเหลือทิ้งจากโรงไฟฟ้าชีวมวลเราก็นำมาสกัดเพื่อใช้ประโยชน์ได้ เป็นการเกื้อหนุนการทำงานในฐานะการเป็นมหาวิทยาลัยที่มีความรู้ด้านวิชาการในการช่วยเหลือสังคม ภาครัฐและภาคอุตสาหกรรม ที่ทำให้การพัฒนาเดินไปได้ นอกเหนือจากการผลิตบัณฑิตและต้องทำอย่างต่อเนื่อง ด้วยการกระตุ้นนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ให้มากขึ้น” <strong>รศ. ดร.สุวิทย์ </strong>กล่าว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-24940" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/12/TSB2022-03.jpg" alt="ศ. ดร.เพ็ญจิตร ศรีนพคุณ" width="780" height="561" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/12/TSB2022-03.jpg 780w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/12/TSB2022-03-300x216.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/12/TSB2022-03-768x552.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/12/TSB2022-03-150x108.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/12/TSB2022-03-500x360.jpg 500w" sizes="(max-width: 780px) 100vw, 780px" /></p>
<p>ด้าน<strong><span style="color: #6cb742;"> ศ. ดร.เพ็ญจิตร ศรีนพคุณ</span> นายกสมาคมเทคโนโลยีชีวภาพแห่งประเทศไทย </strong>กล่าวว่า ภายใต้หัวข้อ Sustainable Bioeconomy ในปีนี้ที่ประชุมเน้นเรื่องทำอย่างไรที่จะพัฒนาเศรษฐกิจโดยใช้ Bio Economy หรือ เศรษฐกิจชีวภาพเข้ามาเพื่อให้เกิดความยั่งยืน เพราะความยั่งยืนเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะ Value Chain ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำมาทำอย่างไรให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่ามากที่สุด</p>
<p>“การดึงคนที่เกี่ยวข้องจากสาขาต่างๆ มารวมกลุ่มกัน เป็นความท้าทาย ทั้งห่วงโซ่คุณค่าที่มีความสัมพันธ์และเชื่อมโยงกัน เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับปัจจัยการผลิตของสินค้าใดสินค้าหนึ่ง ในการนำมาพัฒนาใช้ให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่ามากที่สุด ขณะที่ไทยเองก็มีวัตถุดิบมากแต่บางครั้งก็ไม่ได้รับความสนใจ ดังนั้น เราจึงต้องไปค้นไปปลุกให้เกิดความสนใจขึ้นมา ซึ่งการประชุมในครั้งนี้เชื่อว่าจะทำให้เกิดการขยายองค์ความรู้ใหม่ๆ ในด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่วิทยากรแต่ละท่านมานำเสนอมุมมอง ซึ่งจะนำไปสู่การเชื่อมต่อได้ในที่สุด”  <strong> ศ. ดร.เพ็ญจิตร </strong>กล่าว</p>
<p>ภายในงานประกอบด้วยการบรรยายของวิทยากรรับเชิญและผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ ในระดับแนวหน้าจากในประเทศและต่างประเทศ อาทิ <strong>Prof. Dr. Kohsuke Honda จาก Osaka University</strong> ในหัวข้อเรื่อง “In Vitro <strong>Reconstitution of Synthetic Metabolic Pathway using Thermophilic Enzymes” ศ. ดร.พิมพ์ใจ ใจเย็น</strong> <strong>จากสถาบันวิทยสิริเมธี</strong> ในหัวข้อเรื่อง <strong>“Enzymes, Biocatalysis and Metabolic Engineering for Sustainability</strong>” <strong>ศ. ดร.เทวัญ จันทร์วิไลศรี</strong> <strong>จากมหาวิทยาลัยมหิดล </strong>ในหัวข้อเรื่อง <strong>“Alternative therapeutics to tackle </strong><strong>AMR pathogens (ATTACK-AMR): A case of Clostridioides difficile” </strong>และ <strong>ศ. ดร.สุทธวัฒน์ เบญจกุล</strong><strong> จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์</strong> ในหัวข้อเรื่อง <strong>“Collagen and hydrolyzed collagen from fish skin: Process</strong> <strong>development and bioactivities”</strong>  พร้อมกันนี้มีการนำเสนอผลงานของนักวิชาการและนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาในรูปแบบบรรยายและโปสเตอร์ รวม 5 หัวข้อ ได้แก่ Molecular and Medical Biotechnology, Industrial and Environmental Biotechnology, Food Technology and Food Engineering, Agricultural Biotechnology และ Microbiome and Systematic Biology</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-24941" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/12/TSB2022-04.jpg" alt="รศ. ดร.ณัฎฐา เลาหกุลจิตต์  (ซ้าย) คณะทรัพยากรชีวภาพและเทคโนโลยี มจธ." width="780" height="520" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/12/TSB2022-04.jpg 780w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/12/TSB2022-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/12/TSB2022-04-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/12/TSB2022-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/12/TSB2022-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 780px) 100vw, 780px" /></p>
<p>ในเวทีประชุมมีการมอบรางวัล 2 รางวัล ประกอบด้วย รางวัล <strong>“ปาฐกถาอายิโนะโมะโต๊ะ” แก่นักวิจัยดีเด่นเทคโนโลยีชีวภาพประจำปี 2565 ครั้งที่ 34 ได้แก่ <span style="color: #6cb742;">รศ. ดร.ณัฎฐา เลาหกุลจิตต์</span> คณะทรัพยากรชีวภาพและเทคโนโลยี มจธ. </strong>จากผลงานวิจัยเรื่อง <strong>“โอลิโกเพปไทด์จากกากโปรตีนพืช ด้วยเทคโนโลยีสะอาด เป็นสารส่วนประกอบเชิงหน้าที่มูลค่าสูงในอาหารและการเกษตร”</strong> พร้อมทุนสนับสนุนงานวิจัยมูลค่า 100,000 บาท โดยรางวัลนี้ถือเป็นรางวัลที่มอบให้กับงานวิจัยที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง ไม่เพียงแต่ตีพิมพ์ในวารสารเท่านั้น</p>
<p>“งานวิจัยนี้ใช้เทคโนโลยีสะอาดหรือเทคโนโลยีสีเขียว (green technology) สำหรับการผลิตโปรตีนไฮโดรไลเสท ประกอบด้วยโอลิโกเพปไทด์และกรดอะมิโนอิสระ ผลิตจากกากโปรตีนพืชและธัญพืช และโปรตีนไอโซเลท ย่อยด้วยเอนไซม์โปติเอส โดยเน้นเฉพาะโบรมิเลน (Bromelain) ซึ่งสกัดได้จากแกนสับปะรดเป็นการลดการใช้สารเคมี ผลพลอยได้จากอุตสาหกรรมสับปะรดในไทย เป็นเศรษฐกิจสีเขียว หรือเศรษฐกิจหมุนเวียน โอลิโกเพปไทด์ได้นำมาใช้เป็นสารส่วนประกอบเชิงหน้าที่มูลค่าสูง โดยใช้เสริมโปรตีนในผลิตภัณฑ์อาหารต่างๆ ตลอดจนได้คิดค้นงานวิจัยและพัฒนาการผลิตทำให้ผลิตได้อย่างต่อเนื่องได้ปริมาณมาก ใช้เวลาน้อย ไม่มีกากเหลือทิ้ง ใช้ในอาหาร รวมทั้งได้มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีเหล่านี้ เพื่อนำไปใช้ในการผลิตสารกระตุ้นพืชในเชิงพาณิชย์ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) โปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)” <strong>รศ. ดร.ณัฎฐา</strong> กล่าว</p>
<p>นอกจากนี้ภายในงานยังได้มอบ <strong>รางวัลทะกุจิ</strong> <strong>ประเภทนักวิจัยดีเด่น </strong>ให้แก่ <strong><span style="color: #6cb742;">ดร.วิรัลดา ภูตะคาม</span> หัวหน้าทีมวิจัย ศูนย์โอมิกส์แห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)</strong> ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จากผลงานวิจัยเรื่อง <strong>“การพัฒนาเทคโนโลยีการค้นหาและจีโนไทป์สนิปประสิทธิภาพสูงเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเกษตรไทยและการอนุรักษ์ความหลากหลายทางพันธุกรรมเพื่อการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน”</strong> ถือเป็นรางวัลที่มอบให้แก่นักวิจัยที่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ และที่อุทิศตนให้กับงานวิชาการด้านเทคโนโลยีชีวภาพที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศและมีผลงานโดดเด่น มีคุณภาพ ศักยภาพและสร้างประโยชน์ต่อสังคมอย่างแท้จริง</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/tsb2022/">มจธ. ร่วมกับ สมาคมเทคโนโลยีชีวภาพแห่งประเทศไทย จัดงานประชุมวิชาการระดับนานาชาติ ครั้งที่ 34 (TSB2022) พร้อมตั้งเป้าวิจัย BCG เดินหน้าหนุนวิชาการทุกด้าน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/tsb2022/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
